สมาชิก

ทาสรัก

ตอนที่ 13

วิ่งกระหืดกระหอบไปถึงท่าเรือถามหา “นายเหมือน” คนเรือที่คิดว่าใช่พี่ชาย แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว นายเหมือนเพิ่งออกเรือไปเมื่อสักครู่ เอยาวดีหันรีหันขวางแล้ววิ่งเลียบริมฝั่งตามไป พร้อมตะโกนเรียกนายเหมือนให้หยุดก่อน แต่ด้วยเรือลำนั้นอยู่ไกลมาก นายเหมือนจึงไม่ได้ยินเสียงใดๆ

เมื่อเห็นเรือยิ่งห่างออกไปทุกที เอยาวดีตัดสินใจกระโดดลงน้ำว่ายตาม ท่านดาบคิดไม่ถึงว่านางจะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ รีบตามลงไปช่วยนางขึ้นมาได้ก่อนที่ร่างจะจมหายไปกับสายน้ำ...

ขณะเดียวกัน วาดกับอองดินอยู่บนหลังม้าคนละตัวกำลังมุ่งหน้าไปตามหาเจ้าหญิงกับท่านดาบ

“ท่านคิดว่าเจ้าหญิงจะบอกความจริงเรื่องฐานะของพระองค์ต่อท่านชายดาบหรือไม่”

“ข้าคิดว่าไม่ ตราบใดที่เชียงน้อยยังไม่สงบ เจ้าหญิงมิประสงค์จะเสกสมรส ยิ่งท่านดาบประทานความเสน่หาต่อพระองค์ พระองค์ยิ่งมิปรารถนาจะแสดงตน ตำแหน่งเจ้าหญิงยังเป็นของเจ้า”

“ถ้าเช่นนั้น เมื่อท่านพบเจ้าหญิง ท่านต้องเอาตัวเจ้าหญิงกลับเชียงน้อยทันที”

“หากเจ้าหญิงพบองค์รัชทายาท ยังไงเราก็ต้องรีบกลับเพื่อความปลอดภัย”

“หากไม่พบ เจ้าหญิงอาจไม่ยอมกลับ ท่านต้องทำทุกวิถีทางให้เจ้าหญิงกลับ” สีหน้าวาดจริงจังจนดูคล้ายออกคำสั่ง ทำให้อองดินไม่พอใจ

“ข้าเป็นนายเจ้ามิใช่รึ  เจ้ากลายเป็นนายข้าตั้งแต่เมื่อใดกัน”

“ท่านชายเป็นของข้า และเจ้าหญิงเป็นของท่าน เรามีจุดประสงค์เดียวกัน”

“ต่อให้เจ้าหญิงกลับ ทั้งสองก็ยังเป็นพระคู่หมั้น ถ้าหัวใจปรารถนา ทั้งสององค์ก็คงเสกสมรสกันในวันหนึ่ง”

“กว่าจะถึงวันนั้น ทุกโมงยามล้วนเป็นโอกาสของเราสองคน เราจะต้องเพิ่มเติมความเสน่หาลงไป จนทั้งสองลืมกันและกันและจดจำเราแทน...ท่านอองดิน ข้ามิใช่คนเลว ข้าเป็นคนธรรมดา”

“เจ้าจะพูดอันใด”

“ข้าเป็นคนธรรมดาเช่นท่าน เมื่อข้ามีใจริษยา ท่านก็ต้องมี และเมื่อท่านอ่อนแอ ความริษยาจะทำหน้าที่ของมัน”
ฟังวาดสรุปแล้ว อองดินถึงกับนิ่งอึ้งพูดไม่ออก

ooooooo

เมื่อพลาดโอกาสในการตามหาพี่ชายเช่นนี้แล้ว เอยาวดีจำต้องเดินทางกลับพระนครพร้อมท่านดาบ แต่ระหว่างทางเอยาวดียังร่ำไห้ไม่เลิก ท่านดาบเลยต้องหยุดพัก เอาน้ำให้นางล้างหน้าล้างตา พลางบอกว่า

“นี่...ถึงไม่มีพี่ชาย เจ้าก็ยังมีข้า มีท่านดาบปราบศัตรูคนเดียว ไม่ต้องมีพ่อแม่พี่น้องอีกเลยก็ได้”

“ท่านเป็นผู้มีใจเมตตา ท่านรังเกียจหญิง แต่มิอาจเมินเฉยต่อผู้เดือดร้อนอย่างหญิง”

ท่านดาบถอนใจในอารมณ์สับสนของตนเอง ที่ไม่สามารถหยุดรักและเป็นห่วงนางโลมคนนี้ได้เสียที

“เมตตารึ...เจ้าคิดว่าที่ข้าคุ้มดีคุ้มร้ายเนี่ย เป็นเพราะเมตตาเพียงเท่านั้นรึ”

เอยาวดีมองลึกลงในดวงตาท่านดาบเพื่อค้นหาความหมายของสายตานั้น ทั้งสองสบตากันด้วยความเคลิบเคลิ้มอยู่ครู่ใหญ่ ใบหน้าค่อยๆเคลื่อนเข้าหา แต่ฉับพลันมีอันต้องผละออกจากกัน เพราะมีดเล่มหนึ่งพุ่งเฉียดผ่านไปยังต้นไม้ใกล้ๆ

ฝีมือวาดนั่นเอง...วาดกับอองดินขี่ม้าเข้ามาเห็นภาพนั้น วาดทนไม่ได้จึงปามีดออกไป

เมื่อทุกคนเผชิญหน้า อองดินจำต้องทำเหมือนเอยาวดีเป็นทาส บอกคนอื่นๆว่าตนต้องการคุยกับนางตามลำพัง ท่านดาบแปลกใจว่าสองคนรู้จักกันได้อย่างไร วาดซึ่งต้องรักษาตำแหน่งเจ้าหญิงเอยาวดีรีบบอกว่า นางทาสผู้นี้เป็นชาวเชียงน้อย

“ชาวเชียงน้อยรึ เหตุใดข้าไม่รู้ นี่พวกเจ้าทั้งหมดรู้จักกันเช่นนั้นรึ”

วาดชะงักคิด เลือกความจริงบางมุมมาเล่าให้ฟัง ด้วยมั่นใจแล้วว่าท่านดาบยังไม่รู้เรื่อง

“เมื่ออยู่เชียงน้อยด้วยกัน นางเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอองดิน”

“เพื่อนสนิท...สนิทขนาดไหน” ท่านดาบเสียงเขียวทันที

ทั้งสามคนนิ่งไม่ตอบ เอยาวดีตัดบทขออนุญาตคุยกับอองดินตามลำพัง ท่านดาบมองตามนางไป รู้สึกหึงหวงเพราะสังหรณ์ใจว่ามีอะไรกับอองดินนักหนา วาดสังเกตสีหน้าท่าทีท่านดาบแล้วเดาใจได้ไม่ยาก

“อยากรู้รึว่าเขาสนิทกันขนาดไหน อองดินมีใจเสน่หาต่อนางอย่างสุดซึ้ง ส่วนนางผู้นั้น หม่อมฉันเชื่อว่าไม่มีชายใดในแผ่นดินที่นางจะไว้วางใจเท่าอองดิน”

“อีกคนแล้วรึ เที่ยวสนิทชิดเชื้อกับชายแปลกหน้ามากมาย สมแล้วที่เกิดเป็นนางโสเภณี”

“ท่านชายสำเหนียกจริงรึว่านางเป็นโสเภณี แล้วท่านยังรู้องค์อยู่หรือไม่ ว่าท่านเป็นใคร”

ท่าทางโกรธของวาดที่ท่านดาบเข้าใจว่าคือเจ้าหญิงเอยาวดี ทำให้ท่านดาบรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น

“หม่อมแม่ของท่านรู้เรื่องแล้ว คุณพระพาณิชย์ จีนพ่อค้าที่ท่านดูถูกบุกมาถึงวัง  เรียกให้ถูกก็คือมาถอนหงอก
หม่อมนวลถึงวังเขียว”

“หม่อมแม่...”  ท่านดาบตกใจและเป็นห่วง...วาดเลยกระหน่ำใหญ่

“หม่อมนวลคร่ำครวญว่าเกียรติยศของสกุลถูกทำลายลงแล้วในคราวนี้ ท่านชายผู้สูงส่งละเมิดอาญาบ้านเมืองพานางโลมหนี ป่านนี้คงกลายเป็นตำนานรักไร้เกียรติที่เลื่องลือไปทั้งพระนคร”

ฝ่ายอองดินกับเอยาวดีที่ออกไปคุยกันไกลๆ อองดินสอบถามเรื่องเจ้าชายรัชทายาท เอยาวดีบอกว่าคลาดกันเพียงนิดเดียว อองดินมองเอยาวดีด้วยสายตาตัดพ้อและน้อยใจ เผลอตัวทำรุนแรงจับแขนทั้งสองข้างของเอยาวดีเขย่า

“ไปบอกกระหม่อมที่ท่าเรือ เสียเวลานักรึ”

“ไม่ใช่นะอองดิน  เขาบังเอิญเข้ามาที่โรงโสเภณีในคืนนั้น หญิงไม่ได้ตั้งใจ”

“เจ้าหญิงเอยาวดีทรงมีใจเสน่หาต่อท่านชายดาบงั้นรึ” อองดินโมโห ขาดสติเป็นครั้งแรก สายตาเต็มไปด้วยอารมณ์อ่อนไหวมากมาย ส่วนเอยาวดีมีอาการอึกอักอ้ำอึ้ง “ยิ่งลังเลที่จะตอบ ยิ่งทำร้ายกระหม่อม กระหม่อมมิได้ถวายพระองค์แต่เพียงหัวใจ...ทั้งชีวิต ทั้งอดีต ทั้งปัจจุบัน และทั้งอนาคตของกระหม่อม เป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว...กระหม่อมด้อยกว่าท่านชายผู้นั้นตรงไหน บอกมาสิ บอกมา ทำไมทำเช่นนี้กับกระหม่อม”

“อองดิน...เมื่อก่อนท่านไม่ยอมละเมิดกฎมณเฑียรบาลแตะต้องตัวหญิงด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้ท่านกำลังทำหญิงเจ็บ”

อองดินได้สติ นึกถึงถ้อยคำของวาดขึ้นมาทันที “ข้าเป็นคนธรรมดาเช่นท่าน เมื่อข้ามีใจริษยา ท่านก็ต้องมี และเมื่อท่านอ่อนแอ ความริษยาจะทำหน้าที่ของมัน”

อองดินปล่อยมือจากแขนเอยาวดี...เสียใจเหลือเกินที่ตนเองปล่อยให้ความรู้สึกนั้นครอบงำจิตใจ

ooooooo

ฟากวาดกับท่านดาบ พูดคุยกันมาพอสมควร วาดในนามเจ้าหญิงเอยาวดีตัดสินใจสารภาพรักท่านดาบอย่างไม่อาย ทั้งยังหวังด้วยว่าจะได้เป็นชายาของท่านดาบแต่เพียงผู้เดียว

ท่านดาบอึ้ง มองหญิงที่นั่งคุกเข่าตรงหน้าด้วยความยุ่งยากลำบากใจ ยิ่งพอนางถามว่าเขามีใจต่อนางทาสที่เดินทางมาด้วยใช่หรือไม่ นั่นยิ่งทำให้ท่านดาบเกิดอาการอึกๆอักๆ

“ไม่ต้องตอบ เพราะแท้ที่จริงแล้ว หม่อมฉันก็ทนฟังไม่ได้ แต่หากไม่พูดตามที่ใจปรารถนา ชีวิตของหม่อมฉันคงตายตาไม่หลับ”

“พระองค์มีความกล้าหาญเกินหญิงเสมอ ลุกขึ้นเถอะ”

“หัวใจคนเปลี่ยนแปลงทุกวัน...เพื่อให้หม่อมฉันมีชีวิตอยู่ต่อไป  ได้โปรดบอกหม่อมฉันเถิดท่านชาย ว่าหม่อมฉันยังมีหวัง”

“กระหม่อม...กระหม่อมไม่รู้จะพูดเช่นใดได้ นอกจากขอบใจ กระหม่อมซาบซึ้งในความรู้สึกที่เจ้าหญิงมีต่อกระหม่อม”

คำตอบของท่านดาบทำให้วาดรู้สึกว่าความหวังของตนช่างเลือนรางเหลือเกิน

“แค่ขอบใจรึ ขอบใจเท่านั้นเองรึ”

ท่านดาบสงสารจะช่วยพยุงตัวให้ลุกขึ้น แต่วาดรีบปฏิเสธจนท่านดาบชะงักมือ

“ไม่ต้อง...เพราะหม่อมฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือ หม่อมฉันไม่ได้อ่อนแอ ไม่ได้อ่อนแรง ตรงกันข้าม หม่อมฉันยังมีแรงที่จะสู้ มีแรงที่จะรอคอย แม้วันนี้มิใช่วันของหม่อมฉัน แต่หม่อมฉันจะรอ...รอวันที่ดวงเดือนจะส่องแสงมาที่หม่อมฉันแต่เพียงผู้เดียว”

ต่อหน้าท่านดาบวาดทำเข้มแข็ง แต่พอเดินพ้นจากเขามา วาดก็ปล่อยให้น้ำตาไหลริน อองดินเดินตามมาสงบสติอารมณ์ เห็นน้ำตาวาดก็ซักถามแปลกใจ วาดเล่าไปสะอื้นไปว่าตนเป็นหญิงหน้าไม่อาย บอกรักชายที่ไม่ได้มีใจรักตน

“เจ้าบอกไปแล้วรึ” อองดินใจหายวาบ

“ดวงตาบอกความนัยได้หมื่นแสน เมื่อท่านชายบอกว่าขอบใจ นัยน์ตาคู่นั้นว่างเปล่า หัวใจของท่านดาบไม่มีพื้นที่เหลือให้ข้า”

อองดินอยู่ในอารมณ์โมโหเอยาวดี จึงเข้าไปคว้าแขนวาด ถามเสียงดัง

“ผู้หญิงวิปลาสบ้าเลือดเมื่อคืนนี้หายไปไหน คนที่บอกข้าว่าจะมาขัดขวางเขา คนที่บอกข้าว่าจะไม่ยอมแพ้ นางบ้าเลือดคนนั้นหายไปไหน”

วาดพูดไม่ถูก อองดินสงสาร เริ่มใจเย็นลง

“ถ้าจะร้อง ก็จงร้องให้ข้าเห็นเพียงคนเดียว เพราะข้าคือผู้ร่วมทุกข์ เจ้าเจ็บ ข้าก็เจ็บ แต่จงอย่าอ่อนแอให้คนอื่นเห็น เมื่อร้องพอแล้วจงปาดน้ำตาทิ้ง กลับไปต่อสู้ใหม่ เมื่อเจ้าชวนข้ามาต่อสู้ด้วยกันจะมาปล่อยให้ข้าต่อสู้แต่เพียงลำพังเช่นนี้ไม่ถูก”

“ท่าน...ท่านเริ่มเห็นด้วยกับข้า อารมณ์ริษยาของท่านเริ่มทำหน้าที่ของมัน ท่านเปลี่ยนไป ท่านกำลังโกรธ ท่านจะช่วยข้าเอาเจ้าหญิงกลับเชียงน้อยทันทีใช่หรือไม่”

อองดินไม่ตอบ แต่ใจคิดเช่นนั้นอยู่ แล้วเดินย้อนกลับมาหาเอยาวดีที่รีรออยู่ที่เดิม เมื่อถูกอองดินถามว่าประสงค์จะทำเช่นใดต่อไป เอยาวดีพูดถึงนายเหมือนที่เชื่อว่าเขาคือพี่ชาย เขาเป็นคนเรือพเนจร แต่ไม่ยากที่จะตามหา

“พระองค์ต้องเสด็จกลับเชียงน้อยทันที” อองดินตัดบทด้วยสีหน้าเข้มดุ “กระหม่อมขอใช้ตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ผู้มีหน้าที่ถวายความปลอดภัยเชิญเสด็จกลับเชียงน้อยพร้อมนางข้าหลวงติ๊ด ส่วนเรื่องคนเรือพเนจร กระหม่อมจะหวนกลับมาจัดการด้วยตัวเองเพียงผู้เดียว”

“เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ท่านใช้อำนาจออกคำสั่งกับหญิง”

“ที่ผ่านมา...เป็นครั้งแรกเช่นกัน ที่พระองค์ไม่ทรงเชื่อฟังกระหม่อม”

เอยาวดียอมแพ้ ยอมลดทิฐิ เพราะวันนี้อองดินดูผิดปกติไปมาก

“ตกลง...หญิงจะกลับ ไม่ใช่เพราะคำสั่งในฐานะองครักษ์ แต่เพราะความผูกพันในฐานะเพื่อน หญิงขออภัยต่อความเจ็บปวดทั้งปวงที่หญิงกระทำต่อท่าน”

อองดินไม่สนใจ เดินกลับไปขออนุญาตท่านดาบพานางทาสกลับเชียงน้อย หลังจากที่เราแวะหาเสบียงที่ตลาดข้างหน้า ท่านดาบรู้สึกหึงหวงนางโลม ถามหยั่งใจอองดิน

“เจ้ามีใจเสน่หาต่อนางโลมของข้าจริงรึ”

“นางไม่ใช่ของของใคร”

“ดี งั้นเรามาต่อสู้กัน ใครชนะได้นางไป” ท่านดาบชักดาบออกมาฟาดฟัน อองดินตกใจตั้งรับแทบไม่ทัน

“ท่านกำลังเป็นบ้า ท่านต่อสู้เพื่อนางโลมคนหนึ่งเพราะเหตุใดกัน”

“ข้าเอาเกียรติยศทิ้งไปเพื่อช่วยนางตามหาพี่ชาย ข้าเห็นน้ำตาของนาง ความทุกข์ของนางเป็นความทุกข์ของข้าไปแล้ว แต่เจ้ากำลังฝืนใจพานางจากไป เจ้าไม่มีสิทธิ์”

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ท่านไม่รู้อะไร อย่าเข้ามายุ่งจะดีกว่า”

“ข้าไม่รู้อะไร เจ้ากับนางเป็นใคร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร บอกมานะ”

โดนรุกหนักทั้งอาวุธทั้งวาจา อองดินเริ่มโมโห ตอบโต้ด้วยชั้นเชิงการต่อสู้ แต่ไม่ยอมตอบคำถามที่ท่านดาบคาดคั้น ส่งผลให้ฝ่ายนั้นยิ่งกราดเกรี้ยวฟันดาบเฉี่ยวแขนอองดิน วาดวิ่งเข้ามาเห็น ร่ำร้องตกใจก่อนวิงวอนท่านดาบประทานอภัยแก่อองดินที่ได้รับบาดจ็บ

ท่านดาบยอมลดอาวุธลง แต่ไม่วายขึงขังใส่อองดินอีก “เจ้าไม่มีสิทธิ์มีใจต่อนาง ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไรกับนางมาก่อน ข้าขอสั่งให้เจ้าเลิกเกี่ยวข้องกับนางโลมของข้า”

“ถ้านางเป็นนางโลมของท่านดาบ แล้วคู่หมั้นที่ชื่อเจ้าหญิงเอยาวดีเล่า พระองค์ควรเป็นของใคร” วาดตั้งคำถามด้วยสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจจนท่านดาบอึ้งงัน “หม่อมแม่ของท่านชายกำลังถูกคนเขาเยาะทั้งเมือง ปัญหาใหญ่ยิ่งนี้รอท่านอยู่ที่วังเขียว ท่านควรเร่งรีบกลับไปจัดการ”

“ยังไงกระหม่อมก็ต้องกลับ แต่ไอ้นี่มัน...” ท่านดาบหยุดชะงัก มองวาดอย่างเกรงใจ

“เราทุกคนรู้ดี หากปล่อยนางทาสวาดกลับเข้าพระนคร นางจะไม่ปลอดภัย เพราะคนของโรงโสเภณีกำลังพลิกแผ่นดินตามหา ท่านชายไม่ประสงค์ให้นางกลับไปเป็นนางโลมถูกต้องหรือไม่”

“ก็ใช่ แต่ว่า...”

“งั้นปล่อยนางกลับเชียงน้อยเสียเถิด ให้อองดินเป็นผู้คุ้มครองนางจนถึงเชียงน้อย ขอให้นางเป็นอิสระจากโรงโสเภณีก่อน สิ่งอื่นค่อยว่ากัน หม่อมฉันคิดเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่”

ท่านดาบหันหน้าหนีอย่างไม่เต็มใจ แต่วาดไม่สน รวบรัดตัดบทโดยเด็ดขาด

“เราทุกคนจะไปซื้อเสบียง แล้วจะไปแยกกันที่ชุมทางข้างหน้า หม่อมฉันกับท่านชายจะกลับวังเขียว ส่วนอองดิน จะพานางวาดไปที่ชายแดน จากนั้นจะกลับมาหาหม่อมฉัน เพื่อตามหาพี่ชายของนางต่อ นี่คือคำสั่งในฐานะเจ้าหญิงเอยาวดี คู่หมั้นของท่าน”

ท่านดาบหน้าเจื่อน ในขณะที่อองดินนิ่งงัน แล้วอีกครู่ต่อมาทั้งหมดก็เดินทางถึงตลาด เอยาวดียังห่วงความรู้สึกอองดิน ยิ่งเขานิ่งขรึมไม่พูดไม่จา เอยาวดีก็ยิ่งไม่สบายใจ ผละไปปรึกษาวาดที่เดินดูของอยู่อีกด้าน

“ตั้งแต่เล็ก อองดินไม่เคยมองหญิงด้วยสายตาเช่นนั้น สายตาน้อยใจ ผิดหวัง ที่กลายเป็นความโกรธเคือง”

“พระองค์ทรงทำไม่ถูกจริงๆ พอพบชายคนใหม่ก็เฉดหัวท่านอองดินทิ้ง หนีไปทำตามอำเภอใจไม่ร่ำลา ปล่อยให้เขาต้องคอยเป็นห่วงเป็นใย”

“วาด เจ้าก็โกรธหญิงด้วยอีกคนงั้นรึ...เหตุใดกัน โกรธหญิงเพราะเหตุใด”

วาดเห็นหน้าใสซื่อของเอยาวดี จึงได้สติเสียงอ่อนลง

“พระองค์มิได้ทำอะไรหม่อมฉันดอก บางเวลาหม่อมฉันก็รู้สึกโกรธและหมั่นไส้คนทั้งโลกขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ความรู้สึกเช่นนี้เจ้าหญิงผู้มีชีวิตเพียบพร้อมเช่นพระองค์ไม่มีวันเข้าใจ”

“วาด...เจ้าดูไม่เหมือนวาดคนเดิม”

“เสด็จกลับเชียงน้อยเสียเถิด ทิ้งเรื่องเจ้าชายรัชทายาทให้อองดินและหม่อมฉันจัดการให้ หากมิได้คิดจะเสกสมรสก็โปรดตัดเยื่อใยจากท่านชายดาบเสียตั้งแต่บัดนี้” พูดเสร็จวาดเดินจากไป เอยาวดีมองตามไม่เข้าใจ

จังหวะนี้เองมีชายสองคนเดินคุยกันเรื่องนางทาสที่โรงโสเภณีถูกเฆี่ยนตีทรมานปางตาย เอยาวดีตกใจรีบเข้ามาสอบถามพวกเขาจนได้ความกระจ่าง ก่อนจะวิ่งออกจากตลาดไปด้วยใจที่เป็นห่วงขาวและบาง ฝ่ายอองดินก็เดินไปได้ยินชายอีกกลุ่มคุยเรื่องเดียวกันนี้ นึกหวั่นใจรีบร้อนตามหาเอยาวดี กระทั่งไปพบวาดกับท่านดาบ จึงถามหานางทาสว่าอยู่ไหน

“เจ้า...เอ้อ...นางทาสวาด เมื่อกี๊เห็นเดินดูของอยู่ทางโน้น เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ”

“โรงโสเภณีกดดันให้นางกลับไป ด้วยการทรมานเพื่อนของนางแล้วปล่อยข่าวให้ชาวบ้านเอาไปพูดต่อ เราให้นางรู้เรื่องนี้ไม่ได้”

“ไอ้จีนฮงชั่วช้านัก มันใช้จุดอ่อนของนางให้เป็นประโยชน์”

“แย่แล้ว รีบตามหานางเถิด”

ทั้งสามคนวิ่งกลับไปยังม้าที่ผูกไว้กับต้นไม้ ปรากฏว่าม้าหายไปหนึ่งตัว ท่านดาบถึงกับโวยวายด้วยความโมโหว่านางทาสต้องบ้าไปแล้ว อุตส่าห์หนีมาได้ ขืนกลับไปก็โดนเขาจับตัวไว้เป็นนางโลมอีก

“กราบทูลลาท่านชายและเจ้าหญิง กระหม่อมจะตามไปดูที่โรงโสเภณี ขอให้ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับวังเขียวบัดเดี๋ยวนี้เถิด”

อองดินไม่รอช้า รีบขึ้นม้าขี่ออกไป ท่านดาบทำท่าฮึดฮัดเป็นห่วงนางทาส แต่พอหันมาเห็นสายตาดุๆของวาด ก็นิ่งเสียอย่างเกรงใจ จากนั้นทั้งคู่ออกเดินทางด้วยม้าคนละตัว พอไปถึงเส้นทางจะเข้าสู่วังเขียว ท่านดาบกลับหยุดม้า ตัดสินใจทำร้ายจิตใจเจ้าหญิงด้วยการบอกลาเพื่อไปช่วยนางโลมที่โรงโสเภณี

เวลานั้น อองดินตามมาทันเอยาวดีแล้ว แต่อองดินก็หยุดยั้งความตั้งใจของเอยาวดีไม่ได้ จำต้องปล่อยพระองค์เข้าไป โดยตัวเองคอยตามดูอยู่ห่างๆ จะให้ใครเห็นไม่ได้ โดยเฉพาะคุณพระกับไอ้ขวด

เอยาวดีวิ่งเข้ามาทันห้ามขวดที่กำลังจะเอาน้ำเกลือราดรดขาวและบางที่โดนเฆี่ยนตีจนหลังลาย ทุกคนเห็นนางทาสก็พากันแตกตื่นฮือฮา เอยาวดีไม่สนใจใครทั้งนั้นวิ่งร่ำไห้เข้ากอดขาวและบาง แต่สองคนนั้นกลับร้องด่าอีทาสบ้า อีเจ้าหญิง เอ็งหนีไปได้แล้วจะกลับมาอีกทำไม ชีวิตเอ็งมีค่ายิ่งกว่าเราสองคนรวมกัน

“เฮ้อ อีนี่มันโง่ถึงขนาด สมแล้วที่ใครๆเรียกเอ็งว่าอีทาสบ้า” พริ้งด่าในคอ

“มึงคิดอะไรของมึงวะอีโง่ กลับไปซะ กลับไป” บางโวยวายผลักไส

“ถ้าพี่บางเป็นอะไรไป หญิงจะบอกพี่ใบอย่างไร พ่อแม่ของพี่ทั้งสองตายเพื่อปกป้องเรา แล้วพี่บางจะมา

ตายเพื่อปกป้องหญิงอีก หญิงทนไม่ได้”

“ฮะฮ่า ทาสอย่างพวกมึงทำให้กูซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหลอีทาสวาดโรงโสเภณีขอต้อนรับมึงกลับบ้าน”คุณพระ หัวร่อร่าสะใจ ขวดก็พลอยคันมือคันตีนขยับเข้าไป

“อีทาสบ้า มึงยังจำกูได้ไหม กูคิดถึงมึงแทบขาดใจ มึงหนีไปครั้งนี้ทำกูเดือดร้อนหนัก กลับมาคราวนี้กูจะเล่นงานมึงทุกวัน อย่าหวังได้กินอิ่มนอนหลับเลยมึง...เฮ้ย จับตัวอีนี่ล่ามโซ่ตรวนเดี๋ยวนี้”

ขวดผลักร่างอีทาสบ้าเซถลาไปล้มแทบเท้าสมุนของตน สมุนถือโซ่ปราดเข้ามาทันที

“ใครแตะต้องนางโลมของท่านดาบ ต้องมีเรื่องกับกู!” น้ำเสียงกร้าวแข็งของท่านดาบทำให้ทุกคนจังงัง อึ้งกันไปหมด ไม่เว้นแม้แต่อองดินที่ย่องเข้ามาแอบดูอยู่มุมหนึ่ง

ฟากวาดที่กลับวังเขียวไปคนเดียว วาดทั้งเสียใจ น้อยใจ และเจ็บใจ พอถูกติ๊ดสอบถามว่าพบเจ้าหญิงกับเจ้าชายรัชทายาทหรือไม่ วาดจึงหงุดหงิดใส่ แล้วโบ้ยให้ติ๊ดไปซักอองดินเอาเอง

แต่เวลานี้อองดินยังเกาะติดสถานการณ์อยู่ที่โรงโสเภณีด้วยใจระทึก...คุณพระเปิดฉากตำหนิท่านดาบที่พาทาสของตนหลบหนีโดยไม่เกรงอาญาบ้านเมือง

“แล้วท่านล่ะ ทรมานทาสปางตายเช่นนี้ ไม่เกรงอาญาบ้านเมืองเลยรึ”

“ท่านชายดาบ นางเป็นตัวเงินตัวทองของโรงโสเภณี ทรงรู้อยู่เต็มอก ทำเช่นนี้หยามเกียรติกันเกินไป”

“เอาน่า ก็แค่ขาดรายได้ เอาเป็นว่าข้าจะชดเชยให้”

“ชดเชยให้รึ” คุณพระทวนคำงงๆ

“มิได้จ่ายให้แต่เพียงวันที่นางหายไป ข้าหมายรวมถึงอนาคต ข้าต้องการซื้อตัวนาง ท่านจะคิดราคาเท่าใด”

ทุกคนแตกตื่น แล้วยิ่งฮือฮากันใหญ่เมื่อท่านดาบถอดสร้อยทองคำประจำตัวออกจากคอยื่นมาตรงหน้าคุณพระ เนื่องเหลือบตามองคุณพระที่พยักพเยิด ก่อนรับสร้อยนั้นมาพิจารณา

“ทองคำแท้กับพระเก่าแก่ ของเก่าประจำตระกูล แพงกว่าค่าตัวนังนี่หลายเท่า...กำไรแล้วเจ้าค่ะ”

“ท่านชายทรงเป็นถึงหม่อมเจ้า สละสร้อยทองคำประจำตระกูลราวกับจ่ายค่าสินสอดให้หญิงสูงศักดิ์ ท่านยังทรงสติสัมปชัญญะอยู่หรือไม่” คุณพระยิ้มเย้ย แต่ท่านดาบหาได้ใส่ใจ

“เรื่องของข้า เป็นอันตกลงใช่ไหม...มานี่ ไปกับข้า”

ท่านดาบเข้าไปดึงเอยาวดี แต่ต้องชะงัก เมื่อคุณพระทำยึกยักโยกโย้ว่าตนยังไม่ได้ตกลง

“สร้อยทองคำราคาถูกเกินไป สิ่งที่กระหม่อมต้องการก็คือข้าวสาร 100 หาบ ส่งตรงมาที่โรงโสเภณีทุกเดือน”

“ไอ้จีนฮง นี่มึงจะบังคับรีดส่วยจากกูรึ”

“วังเขียวปลูกข้าวขายเดือนหนึ่งมิใช่น้อย แบ่งๆกันจะเป็นไรไป อย่างว่านะ ก็สุดแล้วแต่จะทรงเมตตา...แต่หากไม่ ก็อย่าหวังว่าจะได้ตัวอีนางโลมนี่ไป”

ความเงียบปกคลุม ท่านดาบมองเอยาวดี ตัดสินใจยากยิ่งจนเอยาวดีสงสาร ไม่กล้ารับความช่วยเหลืออะไรอีก

“อย่าทำเพื่อหญิง...หญิงยังไม่รู้จะเอาสิ่งใดตอบแทนท่าน”

“ตกลง ข้าวสาร 100 หาบ จากวังเขียวจะส่งมาที่เรือนท่าน...ทุกเดือน”

“บ๊ะ มันต้องให้ได้อย่างนี้สิวะ” ว่าแล้วคุณพระก็หัวร่อร่าลากเสียงยาว

ขาว บาง พริ้ง และทาสทั้งหลายต่างก็ร้องเฮด้วยความดีใจกับอีทาสบ้า ขณะที่เนื่องกับขวดแทบไม่เชื่อหูตาตัวเองว่าราคาค่างวดของนางโลมจะแพงยิ่งกว่านางในเสียอีก

ฝ่ายอองดินทั้งโล่งทั้งกังวลขึ้นมาพร้อมกัน “ท่านชาย...นี่ข้ากำลังต่อสู้กับคนบ้าอยู่หรือนี่ แล้วข้าจะเอาชนะได้อย่างไรกัน”

“ไปได้แล้ว” ท่านดาบเริ่มจะอับอายต่อสายตาผู้คน ดึงตัวนางให้ลุกขึ้น แต่เอยาวดีกลับขืนไว้พร้อมขอร้องท่านดาบช่วยไถ่ตัวเพื่อนของตนอีกสองคน ถ้าไม่มีขาวกับพี่บางไปด้วย ตนก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น

“โธ่เว้ย ข้าอยากจะบ้าเพราะเจ้าวันละหลายครั้ง” ท่านดาบโวยลั่น แต่สุดท้ายเขาก็ยอมมอบสร้อยคอทองคำประจำตัวให้คุณพระเพื่อแลกกับอิสระของขาวและบางตามความต้องการของนางโลมสุดที่รัก...

หลังจากได้สารกรมธรรม์สัญญาทาสของทั้งสามคนจากคุณพระมาแล้ว เอยาวดีกับขาวและบางจึงเดินทางไปวังเขียวพร้อมท่านดาบในฐานะทาสที่ถูกซื้อตัวมา พอก้านรู้ข่าวนี้ก็แตกตื่นตกใจวิ่งอ้าวมาเล่าให้หนิมฟัง โดยไม่รู้ว่าหม่อมนวลยืนอยู่ข้างหลัง กระทั่งได้ยินเสียงโครมคราม สองคนหันขวับไปก็เห็นหม่อมนวลเป็นลมล้มทั้งยืนไปเสียแล้ว

วาดเองพอรู้เรื่องราวก็เศร้าไปถนัดใจ เช่นเดียวกับอองดินที่อยู่ในอารมณ์หมองหม่นหมดหวังกลับมานั่งซึมอยู่ในสวนของวังเขียว สักครู่วาดเดินมานั่งลงข้างๆ พูดคุยประสาคนหัวอกเดียวกัน

“ท่านชายซื้อตัวเจ้าหญิงมา กำลังจะมาที่นี่ ในฐานะผู้ครองดวงใจของท่านชายดาบ เจ้าหญิงคงไม่ได้มาอยู่ในตำแหน่งทาสธรรมดา”

“ก็คงต้องถือเป็นเมียคนหนึ่ง อุตส่าห์ทุ่มทรัพย์ไปเป็นอันมาก”

“คู่หมั้นตั้งแต่ยังเด็ก พลัดหลงไปอย่างไร ย่อมกลับมาเคียงคู่วันยังค่ำ”

“เจ้าหญิงมิปรารถนาแสดงตนเป็นเจ้าหญิงหรือเป็นพระคู่หมั้น ทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนวาสนาพาไป ไม่มีใครคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า”

“ในที่สุด เจ้าหญิงก็พ้นจากโรงโสเภณีกลับคืนสู่อ้อมกอดของวังเขียว สถานที่ที่พระองค์ต้องมาตั้งแต่ต้น”

ยิ่งพูดวาดก็ยิ่งเศร้า ท่าทีเหนื่อยล้า แต่พออองดินถามว่าจะยอมเลิกราหรือยัง วาสนาของทั้งคู่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ยังคิดขวางทางรักของพวกเขาอีกหรือไม่ วาดกลับฮึดขึ้นมาใหม่ บอกอองดินว่าคนอย่างตนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

ทันทีที่ถึงวังเขียว ท่านดาบเรียกก้านมาสั่งการให้พาขาวและบางที่กำลังบาดเจ็บไปอยู่เรือนทาส หายากับอาหารให้นางด้วย ส่วนนางวาดให้ไปอยู่เรือนเล็กริมน้ำ

“เรือนเล็กริมน้ำ ที่อยู่ของใครรึ” เอยาวดีสงสัย

“เมื่อก่อนเป็นที่อยู่ของหม่อมเล็กๆน่ะ อนุของพระองค์ชาย ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว เพราะจะเตรียมไว้ให้เป็นเรือนรักของท่านชายกับชายา นึกว่าไม่ได้ใช้แล้วนะนี่” ก้านตอบไปยิ้มไป แต่เอยาวดีรู้สึกใจแป้ว เหลือบมองหน้าท่านดาบอย่างกลัวๆ

สั่งการเสร็จ ท่านดาบเข้าไปพบหม่อมแม่ที่ห้อง หม่อมนวลยังร่ำไห้คร่ำครวญเสียใจมิสร่างซา พอเห็นหน้าลูกชายเท่านั้น หม่อมก็คว้าข้าวของใกล้มือปาไปด้วยโทสะ ทั้งขับไล่เสียงดังลั่น จนหนิมแตกตื่นลุกพรวดมาห้าม

“ว้าย ตายแล้ว หม่อมเจ้าขา ข้าวของพังพินาศหมดแล้วเจ้าค่ะ”

“ผีห่าซาตานเข้าสิงหรือไร ทำไมทำกับทูลกระหม่อมพ่อ ทำไมทำกับแม่ ทำไมทำเช่นนี้กับชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเรา...ไอ้ลูกทรพี”

“ถึงนางจะเป็นนางโลม แต่นางก็เป็นคน ลูกอยากขอความเห็นใจ ถือว่าชุบเลี้ยงลูกนกลูกกาสักคน”

“มันใช่ลูกนกลูกกาที่ไหน นังนั่นมันเป็นนางโคมเขียว มันเป็นเสนียดจัญไร เป็นของสกปรกไปด้วยคาวโลกีย์ เสียทรัพย์ให้มันทุกเดือน เพื่อแลกกับหญิงชั่วอัปมงคล มีใครเขาทำกันบ้าง”

“ถึงอย่างไรลูกก็ตัดสินใจไปแล้ว ลูกพูดแล้วไม่อาจคืนคำ...หม่อมแม่ ครั้งนี้ลูกขอร้องอย่าตีโพยตีพายจนเจ็บป่วยได้ไข้ หาไม่คงเป็นบาปกรรมติดตัวลูก”

“อ๊าย...ไอ้ลูกบ้า ยังมีหน้ามาพูด นี่แน่ะ นี่ๆ” หม่อมนวลคว้าของขว้างปาลูกชายอีกระลอกด้วยความเจ็บแค้นใจ ก้านโผล่เข้ามาเห็นรีบรุนหลังท่านดาบออกจากห้อง ขืนอยู่อาจหัวร้างข้างแตกก็เป็นได้

“วิญญาณบรรพบุรุษทั้งหลาย วิญญาณเสด็จพระองค์ชาย ทรงรับฟังอยู่หรือไม่ อีนวลมันผิดเองที่เลี้ยงลูกให้ใฝ่ต่ำ อีนวลอยากตาย ไม่อยากอยู่ดูหน้าผู้คนอีกแล้ว เสด็จพระองค์ชายมารับวิญญาณน้องไปที...ฮือๆ”

หม่อมนวลร่ำไห้ใจสลาย หนิมได้แต่ถอนใจสงสาร ฝ่ายท่านดาบที่ออกไปแล้วก็ยังเหลียวกลับมามองประตูห้องพึมพำเบาๆอย่างรู้สึกผิด

“หม่อมแม่...ลูกขอโทษ ลูกขอโทษจริงๆ”

ooooooo

ไม่ทันข้ามวัน ข่าวลือเรื่องท่านดาบก็แพร่สะพัดไปทั้งพระนคร หลวงโอสถอดีตนายเงินของวาดได้ยินข่าวตกใจเป็นอย่างมาก ส่วนโนรีลูกสาวก็เสียใจร่ำไห้แทบสิ้นสติ แล้วพาลโกรธแค้นวาดที่เคยมาประกาศจะแย่งท่านดาบให้จงได้   

“อีวาด อีทาสชั่วมันตั้งใจแกล้งโนรี มันรู้ว่าโนรีหมายปองท่านชายดาบ มันจงใจมาแย่งเอาไป มันตั้งใจทำร้ายหัวใจโนรี ตั้งใจหยามคุณพ่อ”

“ฮึ ถ้ามันอยากลองดีนัก เราก็ต้องสั่งสอนมัน”

หลวงโอสถโกรธแค้นจนแน่นอก เพราะเข้าใจว่าทาสที่ท่านดาบซื้อตัวไปนั้นคือวาดลูกของวง จึงมาลงที่วงด้วยการตบตีทำร้ายอย่างไม่ปรานี แล้วยังจะกระทำต่อไผ่อีกคน ถ้าวาดไม่โผล่เข้ามาขวางไว้เสียก่อน

“หยุดนะ ถ้าแตะต้องเพื่อนกูอีกครั้งเดียว คุณหลวงก็คุณหลวงเถอะ โดนตีนอีทาสอย่างกูแน่”

“อีวาด มาก็ดีแล้ว มึงแย่งของรักกู กูจะเอาเรื่องมึง” พูดขาดคำ โนรีตบวาดจนหน้าหัน แต่วาดก็เอาคืนเช่นเดียวกันทันควันจนโนรีเซถลา หลวงโอสถตกใจรีบเข้าไปดู

“โนรี...ลูกพ่อ”

“มือทาสมันทำงานหนักจนเคย ถ้าไม่อยากตายอย่ามาวัดกับข้าดีกว่า”

“วาดลูกแม่ คุณหลวงเขาไม่ยอมให้ข้าวให้น้ำเรากิน เขาจะเอาทองอีก เอ็งอย่าไปสู้เขาเลยนะ ขอโทษคุณหลวงเขาซะ เรื่องมันจะได้จบๆกันไป”

“แม่นี่เป็นทาสเขาจนเคย เอะอะก็กลัวเขาวันยังค่ำ เขาต่างหากที่โกงเรา จะไปกลัวเขาทำไม”

“แม่เอ็งน่ะฉลาดกว่าเอ็งเยอะ ที่กลัวข้าน่ะถูกแล้ว” หลวงโอสถเดินมาจิกหัววง แล้วใช้อีกมือหยิบห่อยาเล็กๆที่เหน็บเอวออกมาชูหรา

“คุณหลวงจะทำอะไรแม่ข้า ปล่อยแม่ข้านะ” วาดร้องลั่น

“เอ็งเห็นนี่ไหม ยาตัวใหม่ที่ข้ากำลังทดลอง ถ้าข้าใส่มันลงไปในน้ำในยาของแม่กับเพื่อนเอ็ง แล้ววันหนึ่งมันตายขึ้นมา เอ็งจงเชื่อข้า ไม่มีหมอหรือตำรวจคนใดสอบสวนข้าดอก”

“เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะพ่อข้าเป็นคุณหมอ เป็นคุณหลวง ส่วนอีวงกับอีไผ่เป็นแค่ทาส”

“เอ็งได้ดิบได้ดีไปอยู่กับท่านชายดาบแล้ว เอ็งจะมาเฝ้าแม่กับเพื่อนเอ็งที่นี่ไหมเล่า ต้องเฝ้าทุกโมงยาม เอ็งทำได้จริงรึ แม่วาดคนดี”

วาดจ้องสองพ่อลูกอย่างเกลียดชัง  “ถุย...ไอ้คนบาปหนา เอ็งต้องการอะไร”

“ทองคำอีกก้อนหนึ่ง จ่ายเป็นค่าอาหารและค่าความปลอดภัย”

“ฮึ สะใจยิ่งนัก มึงแย่งท่านชายของกูไป กูก็เอาแม่และเพื่อนมึงเป็นประกัน หมั่นอ้อนวอนขอทองคำจากท่านชายไว้ให้มากๆ เราต้องการเมื่อใด มึงต้องมีให้ หาไม่แม่กับเพื่อนมึงจะลำบาก”

วาดมองแม่ที่ยังถูกหลวงโอสถจิกหัวอย่างเจ็บช้ำและแค้นใจ หยิบทองที่อองดินเคยให้ออกมาด้วยมือสั่นเทา หลวงโอสถตาลุกวาว ปล่อยวงแล้วคว้าทองไปจากมือวาดทันที

“ทอง...มันมีทองจริงๆด้วย”

เท่านั้นไม่พอ ตอนวาดกลับออกไป หลวงโอสถยังส่งสมุนพรางหน้าตาออกไปดักปล้นวาด ด้วยคิดว่าวาดต้องมีทองอยู่ในตัวอีกเป็นแน่ แต่วาดดิ้นรนต่อสู้ทำให้พวกมันโมโหจะทำร้ายวาด โชคดีที่อองดินมาช่วยไว้ทัน พวกมันจึงกระเจิงกันไป พร้อมหลวงโอสถที่ซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้ไกลๆ

“ข้านึกห่วงว่าเจ้าจะไปอาละวาดที่เรือนหลวงโอสถ เหตุเพราะอารมณ์เจ้าไม่ปกติ  ข้าจึงตามไปดักรอเจ้าอยู่ระหว่างทาง”

“ท่านช่วยข้าไว้ได้อีกครั้ง”

“เสียดาย ไอ้โจรพวกนี้น่าจะจับส่งตระลาการให้หมด”

“มันอาจไม่ใช่โจร มันถามถึงทอง ไม่มีใครรู้ว่าข้ามีทอง นอกจากหลวงโอสถ”

“พวกหลวงโอสถงั้นรึ ถึงกับให้คนมาปล้นเจ้าเชียวรึ”

“ทองคำก้อนสุดท้ายที่ท่านให้ วันนี้โดนมันขูดรีดไปอีกแล้ว มันคงสงสัยว่าในตัวของข้ามีทองคำอีกหรือไม่ จึงส่งคนมาดักปล้น”

“เสียแรงมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เลวทรามต่ำช้าราวกับไม่ใช่คน”

“เสี่ยงชีวิตทำงานหาอัฐมาจ่ายมัน มันยังไม่ยอมปล่อยแม่ข้าเป็นอิสระ ที่ข้าทำมาทั้งหมดสูญเปล่า เหมือนข้ากลับมายืนอยู่ที่เดิม ข้าทนไม่ไหวแล้ว” วาดดึงมีดพกของอองดินแล้ววิ่งพรวดออกไป อองดินรีบตามมาขวาง

“หยุดนะ...เจ้าจะไปไหน”

“ในเมื่อชีวิตข้าไม่เหลืออะไร ชีวิตไอ้หลวงโอสถมันก็ไม่ควรเหลืออะไรเช่นกัน”

“จู่ๆเจ้าจะถือมีดเข้าไปแทงหลวงโอสถ เจ้ารู้ไหม เจ้าจะเป็นเช่นใด”

“เป็นยังไงก็เป็นกัน ในเมื่อข้าหมดตัว วันที่ความจริงเปิดเผย ข้าก็ต้องกลับไปเป็นทาส ข้าขอให้ได้ล้างแค้นให้คนเลวอย่างมันชดใช้”

“ไม่...ไม่จริง นางทาสชื่อวาดถูกท่านชายไถ่ตัวจากโรงโสเภณีแล้ว เท่ากับเจ้าพ้นจากความเป็นทาสไปแล้ว เจ้าไม่ได้เสียเวลาเปล่า”

“แล้วถ้าความจริงเปิดเผยว่านางทาสวาดนั่นคือเจ้าหญิง และเจ้าหญิงก็คือนางทาส ท่านและเจ้าหญิงเอยาวดีคงสูงส่งจนไม่มีใครเอาผิด แต่ข้านี่สิ ท่านคิดหรือไม่ ชีวิตข้าจะเป็นเช่นใด”

“เจ้ากำลังขวัญเสีย สงบใจลงหน่อยเถิด เอามีดมาให้ข้า” อองดินเข้ายื้อแย่งมีด แต่วาดขัดขืนและเผลอจับด้ามมีดดึงออกจากฝัก ส่งผลให้ปลายมีดบาดมืออองดินเล็กน้อย วาดตกใจ สติกลับคืนมาทันที

“ท่านอองดิน...ข้าขอโทษ”

“ไม่เป็นไร ข้าไม่เจ็บ แต่หากชีวิตของเจ้าดิ่งลงเหว ข้าคงเจ็บปวดกว่านี้ เพราะข้ามีส่วนชักพาให้เจ้ามาถึงวันนี้”

วาดยอมปล่อยมีดและทรุดลงร้องไห้โฮระบายความคับแค้นใจ “ดูเอาเถิด ชีวิตเจ้าหญิงเหมือนมีเทพอุ้มสม พลัดถิ่นไปอยู่ในโรงโสเภณียังมีท่านชายรูปงามไปรับกลับคืนมาสู่วังเขียว แต่ชีวิตข้านี่สิ ยิ่งดิ้นรนเหมือนยิ่งติดกับดัก”

“หากเจ้าขาดสติฆ่าหลวงโอสถ นี่ต่างหากเป็นกับดัก แม่วาดเพื่อนรัก หากร้องไห้แล้วเจ้าใจเย็นลงได้ ก็จงร้องไห้กับข้าเถิด” อองดินลงนั่งดึงวาดเข้ามากอด วาดสะอื้นตัวสั่นเทิ้มอยู่กับอกเขา

“ท่านอองดิน ช่วยข้าด้วย ข้าควรทำเช่นใด ช่วยข้าที...”

“ไม่ว่าจะสังเกตหรือไม่ นับตั้งแต่วันที่ได้รู้จักกัน ข้าอยู่ช่วยเจ้า ข้าอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ จงมั่นใจเถิด เมื่อความจริงเปิดเผย ข้าจะไม่ทิ้งเจ้า”

วาดเงยหน้าสบตา อองดินสงสารและรักวาดระคนกัน ทีท่าเหมือนก้มลงจะจูบ สักครู่ก็ตกใจรีบลุกขึ้นยืนด้วยความงุนงงไม่เข้าใจตนเองเช่นกัน

“ข้า...ข้าขอโทษ”

วาดนิ่งไป ครุ่นคิดระหว่างตนและอองดินนับวันจะมีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้น

“มาพูดเรื่องของเจ้าต่อเถิด เรื่องแม่กับเพื่อนเจ้า หากใช้สติปัญญาสักนิดย่อมแก้ไขได้ ขอให้เจ้าใจเย็นลงเท่านั้น”

วาดกลับมาสงบลงเป็นปกติ พยักหน้ายอมรับ...จากนั้นทั้งคู่พากันกลับวังเขียว ซึ่งวาดยังต้องแสดงตนเป็นเจ้าหญิงเอยาวดีต่อไป ใจที่ไม่ยอมแพ้ของวาดจึงมุ่งมั่นขึ้นมาอีก

“ข้าถือมีดไปฆ่าไอ้หลวงโอสถไม่ได้ แต่เมื่อใดที่ข้าเป็นหม่อมของท่านดาบ ข้าจะมีอำนาจไปจัดการกับไอ้หลวงนั่น โดยที่ไม่มีใครกล้าเอาเรื่องข้า”

อองดินถอนใจ มองไปที่เรือนริมน้ำด้วยสีหน้าหม่นหมอง รำพึงออกมา

“คนที่ควรได้เป็นหม่อมย้ายเข้ามาอยู่ในวังเขียวแล้ว เราสี่คนอยู่ร่วมชายคา หัวใจของเจ้า หัวใจของข้า ผู้พ่ายรัก จะเป็นเช่นใดยังไม่รู้”

ooooooo

ทาสรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด