ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รุ่งขึ้น ที่ชายทะเลพัทยา...เนตรสิตางศุ์ไปยืนร้องไห้อยู่คนเดียว หมอวรวรรธตามมาเจอ เข้าไปปลอบ...

“หยุดร้องได้แล้วครับคุณเนตร ร้องไห้ทั้งคืนแบบนี้ ต่อมน้ำตาอักเสบกันหมดพอดี”

หมอ ยิ่งปลอบเธอก็ยิ่งร้องไห้ เสียใจที่ณัฐเดชเปลี่ยนไปมากนับแต่หวนกลับไปคบกับสุพิชชาอีกครั้ง เธอร้องไห้จนหมอเข้าไปกอดบอกว่า ให้เวลากับณัฐเดชสักพัก เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น

“มายืนกอดกันกลมตั้งแต่ตะวันเพิ่งขึ้นแบบนี้ ไม่อายผีสางเทวดาบ้างรึไง!” ป้าสุดใจดุเสียงดังจนทั้งสองเด้งออกจากกันโดยอัตโนมัติ ป้าสุดใจถือไม้เรียวประจำตัวมองทั้งสองเหมือนครูมองนักเรียนที่ทำผิด ทั้งสองมองหน้ากันเลิกลั่ก

เนตรสิตางศุ์ถูกป้าสุดใจจับไปนั่งท่องกลอนสอนหญิง จนหมอต้องออกรับแทนว่า

“คุณเนตรกำลังเสียใจ หนูเลยอยากให้กำลังใจ อีกอย่างหนูกับเนตรเราก็เป็นแฟนกัน”

“เป็นแฟนแล้วยังไง? เด็กสมัยนี้ชอบเอาคำว่าแฟนมาเป็นข้ออ้างในการทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม...ชิงสุก ก่อนห่าม!”

จับมาอบรมเสร็จ ป้าสุดใจถามเนตรสิตางศุ์ว่าจะมาพักอยู่กับตนนานเท่าไหร่ เนตรสิตางศุ์ยังตอบไม่ออก ป้าตัดบทว่า

“เอา ล่ะๆจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก ตามสบายเถอะ แค่อยากจะบอกให้ฟังว่า อย่ามัวแต่ฟังเหตุผลของตัวเอง จนลืมเปิดหูฟังเหตุผลของคนอื่นด้วยล่ะ”

เนตรสิตางศุ์รับคำ ยกมือไหว้ขอบคุณ พอป้าสุดใจหันหลังจะเดินเข้าบ้าน หมอก็รีบเข้าไปจับมือให้กำลังใจเธอ ปรากฎว่าป้าหันกลับมาอีก!

“แหนะ!เผลอเป็นไม่ได้ เดี๋ยวพาหนูเนตรเข้าไปทานอาหารเช้าด้วยล่ะ”

“ครับป้า” หมอรับคำเสียงอ่อยๆ มองตามป้าไปไม่กล้าขยับอีกเลย

ooooooo

ไตรรัตน์พาสุคนธรสที่ยังเสียใจเศร้าหมองกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนต้องปิดบริษัทชั่วคราว กลับไปอยู่ที่บ้านตน

ขณะ นั่งทานอาหารเช้าด้วยกันกับครอบครัวที่โต๊ะ อาม่าปลอบใจเธอว่า ไม่ต้องเสียใจ กลับมาอยู่บ้านเราเดี๋ยวอาม่าจะดูแลหนูเอง เสี่ยจำเริญก็ให้กำลังใจว่าจะหาทนายเก่งๆมาสู้คดีให้ อาอี๊ก็ให้ความหวังว่าบริษัทปิดไปแล้วก็เปิดใหม่ได้ ใครๆเขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ เจ๊หญิงก็ให้ถือเสียว่าเป็นการพักร้อนก็แล้วกันเพราะที่ผ่านมาเธอทำงานหนัก มาก อดแขวะไตรรัตน์ไม่ได้ตามเคยว่า

“ดีแล้ว จะได้มีเวลาอยู่กับอาตี๋น้อยเยอะๆ ลูกฉันยิ่งไม่ค่อยจะมีน้ำยาอยู่”

ทานอาหารเสร็จ ไตรรัตน์ให้เธอขี่คอขึ้นไปพักผ่อนเพราะดูเธออ่อนเพลียมาก แต่ทันทีที่เปิดประตูห้อง ทั้งคู่ก็ผงะเมื่อเห็นโบตั๋นอุ้มตุ๊กตายืนอยู่ที่เตียง หน้าตาเอาเรื่อง!

“ขโมย พี่ไตรของหนูไปทำไม กรี๊ดดดด!” โบตั๋นตวาดอย่างเกรี้ยวกราดกรี๊ดลั่น แล้วหายวับจากเตียงมากระชากสุคนธรสจากหลังไตรรัตน์ร่วงโครมแล้วลากหายไปใต้ เตียงทันที พร้อมกับประตูห้องปิดโครม!

พวกอาม่าที่ยังนั่งกินอาหารกันอยู่ตกใจ อาม่าพึมพำเสียงแหบ... “โบตั๋นเอาอีกแล้ว!”

ทั้งหมด พากันขึ้นไปชั้นบนยืนร้องเรียกตี๋น้อยให้เปิดประตูอยู่หน้าห้อง แต่ไตรรัตน์กำลังเจรจาหว่านล้อมโบตั๋นให้ยอมรับสุคนธรส บอกว่าเป็นพี่สะใภ้ของโบตั๋นก็เหมือนเป็นพี่สาวของโบตั๋นอีกคน โบตั๋นไม่ยอมบีบคอตุ๊กตาแต่ทำให้สุคนธรสหายใจไม่ออกร่างถูกตรึงอยู่กับผนัง เธอบอกให้ไตรรัตน์หยิบมีดหมอในย่ามให้

พอไตรรัตน์หยิบมีดหมอออกมา โบตั๋นก็แผดเสียงร้องกรี๊ดๆบอกว่าตนกลัว ให้พี่ไตรทิ้งมีดคร่ำครวญอย่าทำหน ูหนูรักพี่ไตร...แต่สุคนธรสบอกให้เขาเขวี้ยงมีดไปที่โบตั๋นเลย

ไตรรัตน์ถือมีดทรุดนั่งร้องไห้อย่างทรมานใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีทั้งรักน้องทั้งห่วงเมีย

ที่หน้าห้อง บรรดาอาม่า อาอี้ เจ๊หญิงและเสี่ย พากันตะโกนให้เปิดประตู โบตั๋นตะโกนสวนมาว่า

“อย่า มายุ่งนะ หนูจะสั่งสอนยัยหน้าแหลมนี่ มันแย่งพี่หนู!” แต่เสียงข้างนอกยังหว่านล้อมกันขรม โบตั๋นโมโหตะโกนบอกว่า “ถ้าทุกคนบังคับหนู หนูจะเอาพี่ไตรไปอยู่ด้วย”

“หา! โบตั๋น...อย่าทำพี่เขานะ อย่า! เปิดประตูให้แม่เข้าเถอะลูก ฮือๆๆ” เจ๊หญิงร้องไห้กลัวไตรรัตน์จะได้รับอันตราย คนอื่นๆก็ร้องห้ามกันเสียงหลง

ไตรรัตน์ ต่อรองกับโบตั๋นจะยอมไปอยู่ด้วยเดี๋ยวนี้เลย แต่โบตั๋นต้องปล่อยสุคนธรสก่อน พูดจบไตรรัตน์เอามีดหมอจ่อที่อกตัวเอง สุคนธรสตกใจร้องห้ามพร้อมกับเรียกกุมาริกาให้มาช่วย

มีเสียงลม วิ้ววววว...เข้ามาทันที กุมาริกาแหวกอากาศเข้ามา ทำมือปัดส่งพลังไปกระแทกมือที่ถือมีดหมอของไตรรัตน์มีดหมอกระเด็นจากมือ แล้วกุมาริกาก็พุ่งเข้าชนวิญญาณโบตั๋นล้มกลิ้งไป ตุ๊กตาร่วงจากมือ ทำให้ร่างสุคนธรสที่ถูกตรึงอยู่กับผนังร่วงลงมา

“รส...ที่รัก เป็นไงบ้าง” ไตรรัตน์ผวาเข้าประคองอย่างเป็นห่วง

“ฉัน ก็อยากเตะนายน่ะซิ คิดได้ไง จะฆ่าตัวตายเพื่อช่วยฉัน” พูดแล้วผลักไตรรัตน์ออกไป “ค่อยคิดบัญชีกับนายทีหลัง ฉันขอปราบพยศน้องสาวนายก่อน

กุมาริกาถูกโบตั๋นกระโดดขี่หลังกระชากมวยผม จนหน้าหงายท่าทางกำลังแย่ สุคนธรสจึงควานหาหนุมานของหลวงพ่อสุ่นออกมาช่วย โบตั๋นตกใจร้องกรี๊ด แล้วหายตัวไป ทำให้ทุกอย่างในห้องกลับมาเป็นปกติและประตูก็เปิดผางออก พวกอาม่าตะลึง เมื่อเห็นไตรรัตน์นั่งหมดสภาพอยู่ที่พื้น

“ทีนี้ทุกคนจะเล่าความจริงให้รสฟังได้หรือยังคะ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโบตั๋น” สุคนธรสถามหน้าขรึมเครียด

ทุกคนในบ้านไตรรัตน์มองหน้ากันอย่างจำต้องเล่าความจริงให้สุคนธรสฟัง...

หลัง จากฟังเรื่องราวเมื่อ 16 ปีก่อน วันที่โบตั๋นจะเอาของขวัญวันเกิดที่ทำเองไปอวยพรไตรรัตน์ แต่ระหว่างจอดรถรอรับเจ๊หญิงที่ร้านทำผม รถที่โบตั๋นนั่งรอแม่อยู่ ถูกรถกระบะที่คน
ขับเหมือนเมายาขับพุ่งชนทำให้โบตั๋นเสียชีวิต

“งั้นฉัน รู้แล้ว” สุคนธรสเอ่ยเมื่อฟังจบ อาม่าถามว่ารู้อะไร? “รู้ว่าจะช่วยวิญญาณน้องโบตั๋นให้สงบลงยังไงน่ะซิคะอาม่า แล้วก็รู้ด้วยว่าที่วิญญาณยึดติดอยู่กับอาตี๋น้อยของทุกคน ก็เพราะวันที่โบตั๋นตายเป็นวันเกิดของไตรรัตน์พอดี โบตั๋นไม่ได้อวยพรวันเกิดพี่ชายตามที่ตั้งใจ จึงเป็นบ่วงคอยรั้งวิญญาณไว้ไม่ให้ไปไหน จนกว่าจะทำตามความตั้งใจเดิมก่อนตายสำเร็จ” แล้วสุคนธรสก็ชวนไตรรัตน์ “ไปเถอะนายไตวาย ไปหาน้องนายด้วยกัน”

เมื่อสุคนธรสพาไตรรัตน์เข้าไปใน ห้องของโบตั๋น ทีแรกก็ถูกไล่ตะเพิด แต่พอสุคนธรสบอกว่าวันนั้นน้องอยากอวยพรพี่ชาย น้องอยากพูดอะไร แต่ยังไม่ได้พูด ก็ทำให้โบตั๋นรู้สึกดีขึ้น แล้วสุคนธรสก็ให้กุมาริกาใช้มนต์สะกดให้ไตรรัตน์หลับ...หลับลึกอย่างเร็ว

ใน ความหลับลึกนั้น...ไตรรัตน์ย้อนเวลากลับไปในวัย 16 ปี เขาอยู่กับโบตั๋นน้องสาวผู้น่ารัก ที่จะมอบของ ขวัญวันเกิดให้พี่ชาย  แต่หาของขวัญไม่เจอ  โบตั๋นเสียใจมากร้องไห้ขอให้พี่ไตรช่วยหาของขวัญที่หายไป

“ที่วิญญาณไม่ยอมไปไหน ก็เพราะกล่องของขวัญที่หายไปนี่เอง” กุมาริกาเอ่ย

“ไม่ ต้องห่วงนะโบตั๋น พี่จะบอกทุกคนในบ้านให้ช่วยกันหากล่องของขวัญให้เอง แต่โบตั๋นต้องใจเย็นๆนะ ค่อยๆหา พี่ไตรรู้ว่าโบตั๋นมีของขวัญจะให้ พี่ไตรต้องตั้งตารอแน่”

สุคนธรสปลอบใจ ทำให้โบตั๋นมองเธอด้วยแววตาที่ไว้ใจขึ้น...

ooooooo

กรรณามาอยู่ที่บ้านของพงอินทร์ในบริเวณของบ้านเวียงทับ เธอสะเทือนใจที่ต้องปิดบริษัทและแยกกับเพื่อนๆจนตกอยู่ในความซึมเศร้า

พงอินทร์กับก๊องพยายามแหย่เธอหมายให้คลายเครียด แต่ทั้งสองกลับต้องเครียดเมื่อถูกกรรณาปฏิเสธและขออยู่คนเดียว พงอินทร์พยายามที่จะทำให้เธอหายเครียดด้วยการทำงานต่อ บอกว่าจะจ้างเธอทำงานโดยให้ค่าจ้างเพิ่มจากแผนยุทธเป็นสองเท่า...เธอเฉย พงอินทร์เสนอเป็นสามเท่า...ก็ถูกปฏิเสธ เธอเล่าเศร้าๆว่า

“ทุกเคสที่ผ่าน มา พวกเราทำงานกันเป็นทีม ถึงใครจะรับผิดชอบเคสไหนเป็นหลัก แต่ที่สุดพวกเราต้องช่วยกัน... ตอนนี้ทุกอย่างพังหมดแล้ว ซิกซ์เซ้นส์วงแตก พลังวิเศษที่ห้าไม่ได้กลับมารวมกัน แล้วนายคิดว่าลำพังฉันได้ยินเสียงวิญญาณแค่คนเดียวจะทำให้คดีนี้สำเร็จได้ งั้นเหรอ มันไม่มีทางอยู่แล้ว”

“ทำไมเธอถึงยอมแพ้ง่ายนักยัยแว่วเสียงผี”

“ก็เพราะพวกฉันแพ้แล้วจริงๆน่ะซิ...แล้วฉันก็ไม่อยากได้ยินเสียงวิญญาณอะไรอีกต่อไปแล้ว!!”

กรรณาเดินเข้าห้องนอนหยิบรูปถ่าย 5 สาวที่เคยอยู่ด้วยกันมาดู ร้องไห้อย่างทำใจไม่ได้จริงๆ

ooooooo

กรรัมภาที่จุนจีช่วยไว้และพาไปนอนพักที่ห้องพักในโรงแรมของตน พอเธอรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นสภาพตัวเองที่ใส่เพียงเสื้อคลุมอาบน้ำและจุนจีก็ นอนตะแคงโอบเธออยู่ก็กรี๊ดสุดเสียง

จุนจีตกใจตื่นบอกให้เงียบหน่อยเดี๋ยว คนได้แตกตื่นกันทั้งโรงแรม กรรัมภาต่อยหน้าจุนจีจนเลือดกำเดาไหล ด่าเขาว่าฉวยโอกาส ถามว่าเสื้อผ้าตนอยู่ไหน? ถอดเสื้อผ้าตนยังไง? ถอดทำไม!?

จุนจีจึงเล่าว่าเธอถูกซองซูวางยา ตนตามมาช่วยไว้ทัน และที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเธออ้วกใส่จนเปรอะไปทั้งสองคน กระนั้นกรรัมภาก็ยังโทษว่าเพราะเขานัดให้มาหา ทำให้เธอต้องมาที่นี่และถูกซองซูวางยา

เมื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว บรรยากาศกำลังจะโรแมนติก ลีจองกุ๊กก็มาเคาะประตูเรียกอย่างร้อนรน พอจุนจีเปิดประตูให้ ลีจองกุ๊กก็เล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“จุนจี!! ฉันดีใจจริงๆที่เห็นนายอยู่ที่นี่ เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลยกลัวนายจะมีปัญหาเพราะคุณแก้มอีก”

พอดีกรรัมภาเปิดประตูห้องน้ำออกมา ลีจองกุ๊กมองอึ้ง กรรัมภารีบบอกว่าอย่าเข้าใจผิดเราสองคนไม่ได้มีอะไรกัน

“ใช่ ฉันกับคุณแก้มไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แต่ถ้าเมื่อคืนฉันตามมาช่วยไม่ทันละก็ ป่านนี้คุณแก้มคงป่นปี้เพราะฝีมือไอ้ซองซูไปแล้ว!!” จุนจีแจง

ลีจองกุ๊กไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงไปคว้ามือกรรัมภาจูงไปที่ประตูบอกว่าเธอต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ กร–รัมภาถามว่าจะให้ตนออกไปในสภาพนี้หรือ ส่วนจุนจีไม่พอใจเสียงเข้มใส่ลีจองกุ๊กทันที...

“นี่นายจะเกินไปแล้วนะจองกุ๊ก ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่นายทำให้คุณแก้มเกือบเสียท่าไอ้ซองซูเมื่อคืนเลยนะ”

ลีจองกุ๊กพูดเสียงเข้มไม่แพ้กันว่า ตนจะไม่ยอมให้กรรัมภาอยู่ในห้องเขาต่อไปแม้วินาทีเดียว เพราะถ้ามีคนมารู้เห็นว่าเธอนอนค้างกับเขาจะมีแต่เรื่องเดือดร้อน พลั้งปากไปว่า

“ผู้หญิงคนนี้มีแต่จะทำให้นายเดือดร้อน!!”

กรรัมภาอึ้ง เสียใจและรู้สึกผิด เดินย้อนกลับไปรวบเสื้อผ้าของตัวเองที่จุนจีผึ่งไว้แล้วเปิดประตูออกจากห้อง

จุนจีตามมาขอร้องอย่าฟังลีจองกุ๊กได้ไหม เธอตอบอย่างเย็นชาว่าอย่าห่วงเลยตนไปเปิดห้องชั้นอื่นเปลี่ยนชุดได้

จุนจีดึงเธอเข้าไปกอดอย่างสะเทือนใจ กรรัมภากอดตอบก่อนผละออกเดินจากไป ลีจองกุ๊กบอกว่าตนจะตามไปดูแลเธอให้

หลังประตูที่เปิดแง้มอยู่นั้น ซองซูแอบอยู่ เขาเอามือถือถ่ายคลิปทั้งหมดไว้ ยิ้มร้ายพึมพำ

“หึๆๆ ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่จริงๆ ก็ลากไปกินเองทั้งคืน! คราวนี้แหละไอ้จุนจี หนักแน่!!”

ooooooo

ญาณิน ติณห์ และป้าออ อยู่ด้วยกันที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ วันนี้พงอินทร์มาหาแต่เช้า ติณห์ออกไปเปิดประตูรับ

พงอินทร์ถามหาญาณินบอกว่าตนมีเรื่องจะปรึกษาเธอ ติณห์ซักถามอย่างไม่ไว้ใจว่าเรื่องอะไร

“เรื่องกรรณาครับ กรรณาเป็นโรคซึมเศร้า ไม่เป็นกรรณาคนก่อนที่มีชีวิตชีวาร่าเริง ผมเลยอยากปรึกษาคุณญาณินเผื่อจะมีวิธีทำให้ยัยกรรณดีขึ้น”

“แล้วนายคิดว่าดาร์ลิ้งของผมรู้สึกดีนักเหรอ คุณณินเองก็แย่ กินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกัน”

พงอินทร์อึ้ง ติณห์พูดจริงจังว่า

“ในฐานะที่เป็นแฟนของคุณณินและรู้จักกับห้าสาวซิกซ์เซ้นส์มานานก่อนคุณ ผมจะไม่ยอมให้คุณณินต้องไม่สบายใจเรื่องคุณกรรณอีก สาวๆทุกคนเขารักกันมาก ถ้ารู้ว่าคุณกรรณเป็นโรคซึมเศร้า ญาณินของผมจะต้องรู้สึกแย่อีกแน่ๆ คุณรู้ไหมว่ากว่าผมจะทำให้คุณณินยิ้มได้น่ะ มันยากขนาดไหน”

พงอินทร์ถามว่าเขาทำอย่างไรญาณินถึงได้ดีขึ้น?

แม้จะไม่ชอบหน้าพงอินทร์แต่ติณห์ก็บอกว่า ตนใช้วิธีกอด เล่าว่า “เวลาที่คุณณินกับเพื่อนๆท้อแท้ หรือต้องการกำลังใจ พวกเธอก็จะกอดกันแน่นๆนานๆ แล้วทุกคนก็จะกลับมายิ้มได้ ตอนนี้ฉันก็ใช้วิธีนี้กับคุณณิน กอดคุณณินแน่นๆ นานๆ คุณณินก็ค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น”

ได้รับคำแนะนำจากติณห์แล้ว พงอินทร์กลับไปอย่างไม่แน่ใจนัก เมื่อติณห์กลับเข้าไปในบ้าน ญาณินถามเขาว่าใครมา พอรู้ว่าพงอินทร์มาเธอถามว่ามาทำไม หรือมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับกรรณา ติณห์บอกว่าไม่มีอะไร พงอินทร์มาถามวิธีให้กำลังใจกรรณา และตนก็แนะนำไปแล้ว ญาณินถามว่าแนะนำว่ายังไง?

“ผมก็บอกให้เขา...” พูดแล้วกอดญาณินไว้แน่น “ทำแบบนี้ไง”

กอดกันไม่ทันคลาย เสียงออดก็ดังขึ้นอีก ติณห์คิดว่าพงอินทร์คงมีข้อสงสัยอะไร แต่พอมองออกไป เขาชะงักหน้าเครียดทันที ญาณินถามว่าใครมาหรือ ติณห์บอกเสียงแผ่ว...

“เบญจา...”

ooooooo

เบญจามาเพื่อเคลียร์เรื่องระหว่างตนกับติณห์ เธอบอกติณห์กับญาณินและป้าออที่ตามออกมาให้สบายใจว่า

“เราจะคุยกันแบบคนธรรมดาที่มีแค่หัวใจ ไม่มีคาถาอาคมใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง และถ้าไม่มีใครทำร้ายหนู หนูก็จะไม่ทำร้ายใคร...”

ระหว่างนั้น ที่สำนักใหม่ของสมคิด กำลังมีการตบแต่งให้ดูขรึมขลัง มีอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือมีอีกาตัวมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางโถง กรกฎที่ดูแลงานตบแต่งอยู่ บอกสมคิดว่า “ตามสเปกแล้วครับท่าน”

“ฉันจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมให้ได้” สมคิดมองรูปสลักอีกาตัวมหึมา ยิ้มพอใจ สมคิดถามว่าแล้วเบญจาไปไหนไม่เห็นตั้งแต่เช้า กรกฎบอกว่าเธอกำลังฝึกจิตอยู่ ถูกสมคิดถามว่าโกหกตนทำไม กรกฎรีบขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ

“เอาเถอะ...ในเมื่อเบญจารนหาที่ อยากเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟก็ลองดู โดนไฟคลอกสักที นางจะได้ตาสว่าง!”

สมคิดพูดด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม!

ooooooo

เบญจาไม่พอใจที่ติณห์ให้ญาณินมาร่วมคุยด้วย ยิ่งเมื่อติณห์บอกว่าตนกับญาณินไม่เคยมีอะไรปิดบังกันและกุมมือญาณินไว้ไม่ปล่อย ก็ทำให้เบญจาทั้งไม่พอใจกระทั่งเจ็บใจ

เธอถามติณห์ว่าเรายังรักกันอยู่หรือเปล่า รำพันว่าติณห์คือรักแรกและเป็นรักเดียวของตน ติณห์ตอบอย่างชัดเจนว่า เธอเป็นคนวางแผนสร้างเรื่องทุกอย่างขึ้นมา นับแต่แกล้งถูกรถญาณินชนจนความจำเสื่อม พวกตนรักและเอ็นดูเธออย่างน้องสาวคนหนึ่ง แต่ความรู้สึกดีๆ

หมดไปแล้ว เวลานี้เธอเป็นไม่ได้แม้กระทั่งคนรู้จักกัน!

ส่วนที่ติณห์ปฏิบัติต่อเธอขณะอยู่รีสอร์ตนั้นเขาบอกว่า ทุกอย่างเป็นแผนการ เมื่อเธอกับสมคิดวางแผนมาทำลายตน ตนก็ต้องเปิดโปงตัวตนของเธอ ติณห์ว่าเธอพยายามใช้มนต์ดำทำเสน่ห์ตน แต่บอกให้รู้ว่าตนไม่เคยโดนมนต์เสน่ห์พ่องั่งแม่งั่งของเธอ ทุกอย่างที่ปฏิบัติต่อเธอนั้นแกล้งทำทั้งสิ้น ทำเพื่อให้เธอตายใจ!

เบญจาอ้างว่าตนรักเขา ติณห์โต้ว่ามันไม่ใช่ความรักแต่ทุกอย่างที่เธอทำกับญาณินเป็นความคิดอยากเอาชนะเท่านั้น

เมื่อใช้ทั้งเล่ห์ กล มนตร์คาถาและมารยา ก็ไม่อาจเอาชนะใจติณห์ได้ เบญจาเปลี่ยนเป็นแค้นใจและต้องการกำจัดทันที ทิ้งไพ่ตายกับติณห์ว่า

“เลือกเอาค่ะพี่ติณห์ ถ้าพี่เลือกหนู หนูสัญญาว่าหนูจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับห้าสาวซิกซ์เซ้นส์อีก แต่ถ้าไม่ ทั้งพี่และมันรวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับมันจะต้องพินาศ!!”

ติณห์โอบญาณินไว้อย่างปกป้อง บอกเบญจาด้วยท่าทีแข็งกร้าว เด็ดขาดว่า

“ฟังให้ดีนะเบญจา เธอหมดแล้วล่ะ ลงต้องใช้ความกลัวมาขู่ให้คนรัก เธอก็ไม่เหลืออะไรทั้งนั้น แม้แต่ความนับถือตัวเองหรือความชื่นชมในตัวเอง แล้วขอบอกเลยนะ เธอกะไอ้สมคิด ไม่ได้เจ๋งที่สุดในโลกนี้ ความชั่วไม่มีวันชนะความดี ธรรมะย่อมชนะอธรรม นี่คือสัจธรรม ถ้าไม่อยากแพ้ก็กลับตัวกลับใจเป็นคนดีซะ”

เบญจากำหมัดแน่นข่มความเจ็บปวดไม่ให้ปะทุ พยายามกลืนน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา หันหลังพกความแค้นที่สุมอกออกไป

กลับไปถึงสำนักใหม่ของหมอผีสมคิด เธอบอกสมคิดว่า

“ตั้งแต่นี้ต่อไป หนูเบื่อจะฟังคำสั่งของพ่อทุกอย่าง จะไม่ปรานีใคร ไม่เชื่อใจใครและไม่มีวันจะรักใครอีกต่อไป!!”

“ต้องอย่างนี้สิถึงคู่ควรที่จะเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ” สมคิดยิ้มสมใจ

ooooooo

หลังจากนั้น ทั้งญาณินที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ทั้งเนตรสิตางศุ์ที่พัทยา กรรณาที่บ้านพงอินทร์ และสุคนธรสที่บ้านไตรรัตน์ ทุกคนก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าและมีฝูงอีกาบินว่อนอย่างคุกคาม!

ซ้ำร้ายกว่านั้น สุคนธรสยังถูกไตรรัตน์งอนหาว่าเธอไม่เคยรักเขาเลย ทั้งที่ตัวเขาและทุกคนในครอบครัวรักและปรารถนาดีกับเธออย่างมาก ใจเธอมีแต่เพื่อนๆในกลุ่ม ถามว่าเธอเคยรักตนบ้างไหม เราแต่งงานกันมานานแต่เคยเป็นสามีภรรยากันจริงๆ บ้างไหม ไตรรัตน์ตะบึงตะบอนออกจากบ้าน บอกอาม่า อาอี๊ เจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญว่าฝากดูแลสุคนธรสด้วย ตนจะไม่อยู่บ้านสักพัก

“เฮ้อ...ชีช้ำจริงๆ มีแต่เรื่อง” อาม่าบ่น พอไตรรัตน์ออกจากบ้านไปอาม่าตกใจ “โอ๊ย...อั๊วจะเป็นลมมันอะไรกันนักหนา เก๊กซิมจริงๆ”

สุคนธรสร้องไห้โฮวิ่งตามไตรรัตน์ไป กำลังจะเข้าใจกันได้ เคธี่ก็เข้ามาแทรก เธอเอ่ยปากกับสุคนธรส ขอยืมไตรรัตน์ไปเป็นสามีสักพักไม่อย่างนั้นจะถูกพ่อเลี้ยงกำจรส่งสมุนมาฉุดไปปล้ำขืนใจ ไตรรัตน์ถามว่าทำไมจู่ๆ เขาจะมาอุ้มเธอ?

“เคธี่...รับของเขามานิดหน่อยน่ะค่ะ แต่เขามาให้เคธี่เอง เคธี่ไม่ได้ขอสักหน่อย แต่พอเคธี่รับมาเขาก็มาอุ๊บอ๊ิบว่าเคธี่ยอมเขาแล้ว ที่จริงเคธี่ไม่ได้ยอม แต่เอาของเขามาเฉยๆ” ไตรรัตน์ถามว่าเอาอะไรมา “เงินค่ะ... นิดหน่อย...สองล้าน”

ไตรรัตน์ตกใจ เคธี่ชี้แจงว่าตนเอาเงินมาให้แม่ใช้หนี้ด้วยความกตัญญูแต่ตอนนี้ตนต้องรับกรรม อยู่เมืองไทยตนไม่รู้จักใครมีแต่เขาคนเดียวที่จะมารับบทเป็นสามีตนได้อย่างไม่ขัดเขินแล้วรวบรัดว่า “ตกลงนะคะ”

“สบายมาก” ไตรรัตน์ตอบเสียงดังตั้งใจให้สุคนธรสได้ยิน ทั้งยังบอกเคธี่ว่า “ผมจะโชว์สดๆว่าเรารักกันแค่ไหน ที่ไหน เมื่อไหร่ ไปกันเลย” พูดแล้วแอบเหล่ว่าสุคนธรสฟังอยู่หรือเปล่า

สุคนธรสได้แต่ยืนซีดอยู่หลังต้นไม้...

ooooooo

ที่มุมกาแฟในบริษัทของแผนยุทธ กาแฟแก้วหนึ่งชงเสร็จวางอยู่ มือที่วางถ้วยกาแฟล้วงกระเป๋ากางเกง  หยิบยาใส่แก้วกาแฟคนให้ละลายอย่างใจเย็น

ผีช่อเพชรยังติดตามแผนยุทธตลอดเวลาจนเขาหวาดกลัวไม่มีสมาธิในการทำงาน น้ำหนึ่งถือถ้วยกาแฟเข้ามาให้ และบีบนวดให้เขาคลายเครียด ผีช่อเพชรอาละวาดด้วยความหึงหวงแต่ไม่มีใครรู้ เพราะไม่ว่าเธอจะตะโกนและปัดตบตีอะไรก็วืดไปหมด

น้ำหนึ่งให้แผนยุทธดื่มกาแฟ เขาดื่มจนเกือบหมดหลับตาเคลิ้มพิงเก้าอี้อย่างมีความสุข ครู่หนึ่งเขาลืมตาจะจูบน้ำหนึ่งแต่แล้วก็ผงะเมื่อเห็นหน้าน้ำหนึ่งเป็นพิมอร แผนยุทธโวยวายลั่น

“พิมอร!!! อย่านะ...อย่าเข้ามา!!!” แต่พอขยี้ตามองอีกทีกลายเป็นน้ำหนึ่งยืนอยู่ บอกน้ำหนึ่งที่แสดงความเป็นห่วงว่า “ผมไม่เป็นไร แค่รู้สึกเพลียๆ ผมว่าวันนี้ผมกลับไปพักที่บ้านก่อนดีกว่า ถ้ามีอะไรด่วนโทร.หาผมแล้วกันนะหนึ่ง”

แผนยุทธรีบเก็บของแล้วออกไป น้ำหนึ่งที่ทำเป็นตระหนกเมื่อครู่มองตามเขาไปอย่างสะใจ

ฝ่ายพงอินทร์ หลังจากไปขอบทเรียนจากติณห์ที่ทำให้ญาณินหายเครียดได้กลับมาก็กอดกรรณาที่ยังซึมเศร้าอยู่ เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาอย่างมีกำลังใจ แต่แล้วก็ถูกแม่บ้านจารุณีกางร่มฝ่าสายฝนเข้ามาบอกพงอินทร์อย่างตระหนกให้รีบไปช่วยแผนยุทธ พงอินทร์บอกกรรณาให้อยู่ที่นี่อย่าไปไหน แล้วรีบออกไป

พงอินทร์ว่าไปถึงบ้านเวียงทับ เห็นมูมู่กำลังถูกแผนยุทธขับไล่หาว่าเป็นผี จารุณีเล่าว่า

“คุณแผนยุทธเดินเข้ามาในบ้าน แล้วจู่ๆคุณผู้ชายก็อาละวาดร้องโวยวาย หาว่าดิฉันเป็นผีคุณผู้หญิง” ถามพงอินทร์ว่าเอาอย่างไรดี พงอินทร์ค่อยๆ ก้าวเข้าหาแผนยุทธถามว่า

“แกเป็นอะไร เลิกลีลาได้แล้ว คิดว่าแกล้งบ้าแล้วจะหนีความผิดคดีฆาตกรรมพี่พิมพ้นเหรอ”

พอแผนยุทธได้ยินชื่อพิมอรก็คลั่งขึ้นมาอีก เห็นทุกคนเป็นผีพิมอรหมด ปัดป้องตัวเองตะโกนไม่ขาดปาก “ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ...ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ!!”

แผนยุทธถามว่าเขาไม่ได้ฆ่าแล้วใครฆ่า ช่อเพชรใช่ไหม เขาบงการให้ช่อเพชรฆ่าใช่ไหม ผีช่อเพชรปฏิเสธลั่นว่าตนไม่ได้ทำ แผนยุทธสะบัดหลุดจากพงอินทร์จะวิ่งออกไป มูมู่ขวางไว้ แผนยุทธเห็นเป็นพิมอรหันวิ่งไปอีกทาง

ไม่ว่าแผนยุทธวิ่งไปทางไหนเจอใครก็เห็นเป็นผีพิมอร พงอินทร์ฉวยจังหวะที่แผนยุทธกำลังยกมือปัดป้องผี เข้าล็อกตัวจากด้านหลัง ถูกแผนยุทธที่กำลังสติแตกสลัดสุดแรง วิ่งลงบันได แต่เพราะใส่ถุงเท้าอยู่ทำให้ลื่นพลัดตกบันไดหมดสติ

ooooooo

แผนยุทธถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอวรวรรธคุยกับหมอเจ้าของไข้ พงอินทร์ กรรณาและก๊องนั่งรออยู่ที่เก้าอี้หน้าห้อง หมอวรวรรธเดินกลับมาบอกทุกคนว่า

“คุณแผนยุทธปลอดภัยแล้วนะครับ แต่สมองได้รับความกระทบกระเทือน รวมถึงเส้นประสาทบางส่วนด้านซีกขวา ดังนั้น แขนและขาอาจจะขยับลำบากหน่อย โชคดีที่ตกลงมาไม่สูงนัก ไม่งั้นอาจจะอันตรายกว่านี้”

หมอวรวรรธบอกพงอินทร์ที่ซักถามว่า

การคลุ้มคลั่งของแผนยุทธ มีสาเหตุจากอาการทางประสาท ในกระแสเลือดพบว่ามีปริมาณของยานอนหลับเกินขนาดส่งผลให้เห็นภาพหลอนและคลุ้มคลั่ง บางขณะอาจจำคนอื่นไม่ได้ด้วย  แต่แพทย์ประจำตัวของแผนยุทธบอกว่าเขาไม่เคยมีประวัติใช้ยานอนหลับเลย ทุกคนเลยลงความเห็นว่า แผนยุทธถูกวางยา!

“ถ้าไอ้พี่แผนโดนแบบนี้ แสดงว่าต้องมีคนร้ายกว่าซ่อนอยู่” พงอินทร์ฟันธง กรรณาเสนอว่าเราคงต้องพึ่งณัฐเดช  หมอวรวรรธกลืนน้ำลายฝืดคอเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับณัฐเดช เพราะตัวเองมีคดีพาเนตรสิตางศุ์หนีไปยังไม่ได้เคลียร์กัน

ooooooo

ณัฐเดชกำลังไปหาข้อมูลของพิมพลอยที่โรงพยาบาลจิตเวช เจอหมอที่เคยรักษาพิมพลอยบอกว่าเธอออกจากโรงพยาบาลไปได้ 5 ปีแล้ว ณัฐเดชถามว่า แสดงว่าเธอหายเป็นปกติดีแล้วใช่ไหม

“จะว่าหายก็ไม่ถึงกับหายขาดนะ แค่ดีขึ้นมาก จนมองผิวเผินเหมือนคนปกติอย่างคุณกับหมอนี่แหละ แต่ยังต้องกินยาสม่ำเสมอ เพราะถ้าหากมีอะไรมากระทบจิตใจ อาการก็อาจจะกำเริบขึ้นมาได้ทันที”

ณัฐเดชถามว่าตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหน หมอบอกว่าอยู่กับพี่สาวที่เป็นคนมารับตัวไป

“พี่สาว...ก็คุณช่อเพชรน่ะซิครับ!”

“พิมพลอยน่ะเป็นเด็กกำพร้าน่าสงสาร พอพ่อแม่ตาย ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครเอาจนต้องมาโตเป็นสาวอยู่ที่นี่ แต่คุณเชื่อรึเปล่า พิมพลอยน่ะเรียนจบปริญญาตรีทางอินเตอร์เน็ตนะ” ณัฐเดชถามว่าแล้วอะไรทำให้เธอมีอาการทางจิต? “คุณรู้ใช่ไหม พิมพลอยกับคุณช่อเพชรเป็นพี่น้องคนละพ่อกัน”

หมอเล่าอย่างสลดใจว่าพิมพลอยถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศตอนเด็กอยู่หลายปีโดยที่แม่ไม่รู้แต่ช่อเพชรรู้และคอยปกป้องช่วยเหลือน้อง หมอบอกว่า “จิตใจของพิมพลอยถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักจนถึงขั้นเกลียดผู้ชายโดยเฉพาะผู้ชายเจ้าชู้!”

ณัฐเดชฟังแล้วอึ้ง! ถามหมอว่าแล้วตอนนี้รู้ไหมว่าทั้งสองคนอยู่ที่ไหน หมอแนะให้ไปหาบ้านญาติที่เคยรับช่อเพชรไปอุปการะตั้งแต่เด็กดู
ออกจากหมอมาแล้ว ณัฐเดชจึงนึกได้ว่ามีสายของกรรณาเข้า  แต่เวลานั้นเขาถูกคนไข้ของโรงพยาบาลเดินชนเลยไม่ได้รับสาย นึกได้กรรณาก็โทร.เข้ามาพอดี  เขาขอโทษที่ติดธุระเลยไม่ได้รับสาย ถามว่ามีอะไรหรือเปล่าถึงโทร.มาหลายครั้ง

“พี่ณัฐรีบมานะคะ ป่านนี้ฤทธิ์ยากล่อมประสาทของตาด็อกเตอร์น่าจะหมดฤทธิ์พูดจารู้เรื่องแล้วค่ะ เดี๋ยวเจอกัน”

กรรณากดวางสาย แล้วทั้งหมดก็เดินมาที่หน้าห้องแผนยุทธ พงอินทร์กำลังจะเปิดประตู ก็พอดีน้ำหนึ่งผลักประตูออกมาบอกทุกคนหน้าตื่นว่า “ช่วยด้วย...คุณแผน-ยุทธหยุดหายใจ!!”

หมอวรวรรธบอกพงอินทร์ให้รีบตามหมอ ตัวเองเข้าไปปั๊มหัวใจให้แผนยุทธด้วยมือ โดยมีกรรณายืนลุ้นอยู่ใกล้ๆ

ที่แท้น้ำหนึ่งแอบเข้าไปในห้องแผนยุทธ เธอแต่งทรงผมและใส่แว่นกรอบใหญ่คลับคล้ายคลับคลาช่อเพชร

พอแผนยุทธลืมตา เขาเริ่มโวยวาย น้ำหนึ่งก็หักท่อออกซิเจนจากเครื่องช่วยหายใจจนแผนยุทธหายใจไม่ออกแน่นิ่งไป

ooooooo

หมอและพยาบาลพร้อมเครื่องมือเข้าไปปั๊มหัวใจแผนยุทธ ส่วนพงอินทร์ กรรณา หมอวรวรรธและน้ำหนึ่งยืนรออยู่หน้าห้อง

ตำรวจท้องที่รุดมาที่โรงพยาบาล ณัฐเดชหยุดคุยกับพวกพงอินทร์อยู่หน้าห้อง

“อีตาแผนยุทธนี่ดวงแข็งจริงๆรอดมาได้หวุดหวิดค่ะพี่ณัฐ ดีนะที่หมอวรวรรธช่วยปั๊มหัวใจด้วยมือก่อนหมอจะเอาเครื่องมือมา ไม่งั้น...” กรรณาเล่าอย่างอดหวาดเสียวไม่ได้

ณัฐเดชหันมองหมอวรวรรธอย่างมีอะไรเคืองๆอยู่ ในใจ หมออ่านสายตาออก ต่างเริ่มหน้าตึงๆใส่กัน พอดีพงอินทร์ขัดจังหวะขึ้น เขาหันไปถามน้ำหนึ่งว่า

“ตอนคุณเข้าไป คุณพบใครหรือมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า”

“ไม่มีใครเลย...หนึ่งเข้าไปก็เจอคุณแผนยุทธนอนนิ่งไม่หายใจอยู่แล้ว”

“แปลกมาก อาการเขาไม่มีอะไรที่จะเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจเลย” หมอวรวรรธตั้งข้อสังเกต

ณัฐเดชบอกพงอินทร์ว่า ตนบอกพรรคพวกให้จัดตำรวจมาเฝ้าแผนยุทธ 24 ชั่วโมงแล้ว กรรณาปรารภว่าคดีนี้ซับซ้อนเกินกว่าที่เราคิดเสียแล้ว น้ำหนึ่งยืนฟังทำหน้านิ่ง จนณัฐเดชเอ่ยขึ้นว่า

“ใช่...พี่ไปได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณช่อเพชรและพิมพลอย”

ทุกคนหันมาสนใจทันที เมื่อพากันมานั่งที่ห้องรับแขกในโรงพยาบาล ณัฐเดชเล่าว่า

“พี่ไปโรงพยาบาลจิตเวชที่คุณพิมพลอยน้องสาวของคุณช่อเพชรเคยรักษาตัวอยู่ หมอบอกว่าคุณช่อเพชรมารับตัวน้องสาวไปอยู่ด้วยนานแล้ว” กรรณาถามว่าไปอยู่ที่ไหน? “น่าจะเป็นบ้านญาติที่รับตัวคุณช่อเพชรไปอยู่ด้วยตั้งแต่เด็ก พี่กำลังให้เพื่อนในกรมตำรวจช่วยตามหาบ้านหลังนี้อยู่”

“เดี๋ยวหนึ่งจะช่วยหาบ้านหลังนี้อีกแรงนึงค่ะ” น้ำหนึ่งอาสา ทุกคนหันมอง “ยังมีเอกสารเก่าๆของคุณช่อเพชรอยู่ที่บริษัท ระหว่างที่คุณแผนยุทธอยู่โรงพยาบาล หนึ่งจะแอบไปค้นให้ อาจจะโชคดีเจอก็ได้ค่ะ”

พงอินทร์ขอบใจน้ำหนึ่งที่ช่วยตนเยอะมาก น้ำหนึ่งยิ้มแย้มบอกว่าตนยินดีเต็มใจช่วย

“งั้นไม่มีอะไรแล้ว ผมกลับก่อนนะครับ มีอะไรโทร.ตามผมได้ตลอดเวลา ไปก่อนนะครับ สวัสดีครับพี่ณัฐ”

หมอวรวรรธหาทางหลบไปจากณัฐเดช แต่พอเดินไปไม่กี่ก้าวณัฐเดชก็ตามไปเอาแขนล็อกคอไว้ทำท่าเหมือนโอบไหล่ แล้วพูดเสียงลอดไรฟัน

“แกเอาน้องฉันไปซ่อนไว้ที่ไหน พาฉันไปหาเดี๋ยวนี้!”

ooooooo

ที่ชายหาดพัทยา เนตรสิตางศุ์เดินเล่นอยู่ จู่ๆก็เห็นเสี้ยวหน้าของวิญญาณยืนอยู่ เธอเพ่งมอง วิญญาณส่งสัญญาณให้เธอรีบกลับบ้าน เธอสังหรณ์ใจว่าจะมีเหตุร้าย จึงรีบวิ่งกลับบ้าน พอไปถึงไม่เห็นป้าสุดใจ เดินเข้าบ้านไปในครัวกำลังจะร้องเรียกก็ถูกป้าสุดใจรวบตัวเอามือปิดปาก

ป้าสุดใจบอกให้เงียบเพราะมีคนบุกรุกเข้ามาใน บ้าน เนตรสิตางศุ์ไม่ทันถามว่าใครก็ได้ยินเสียงคุ้นหูว่า “ไม่เจอได้ไงวะ” เธอเย็นวาบไปทั้งตัว เพราะจำได้ว่านั่นคือเสียงของกรกฎ ลูกน้องคนสนิทของหมอผีสมคิด!

ป้าสุดใจ ปลุกใจเนตรสิตางศุ์ด้วยวีรกรรมของวีรสตรีในอดีต พากันวิ่งหนีเข้าห้องปิดประตูลงกลอน เลื่อนตู้มาดันประตูไว้ ย้ำกับเนตรสิตางศุ์ว่าต้องมีสติ แล้วป้าก็ไปหยิบปืนลูกซองมาพร้อมสู้ พวกกรกฎถีบประตูโครมๆทำท่าจะพัง ป้าสุดใจบอกเนตรสิตางศุ์ให้กระโดดหน้าต่างหนี

ลูกน้องกรกฎพังประตูไม่ได้ กรกฎจึงท่องคาถาหมัดธนูแล้วใช้สองมือผลักประตูเต็มแรง ประตูเปิดออกอย่างง่ายดาย ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว มันวิ่งไปชะโงกหน้าต่าง เห็นป้าสุดใจกับเนตรสิตางศุ์วิ่งอยู่ไกลๆมันคำราม

“อีแก่สารพัดพิษ!” แล้วโดดหน้าต่างไล่ตามไปทันที!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 17:52 น.