ตอนที่ 16
เจ้าสัวโทร.หาจิรดากลางดึกบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะ โอนหุ้นให้พร้อมเงินในธนาคาร จิรดาไม่ขอรับ เพราะมีลูกหาเลี้ยงอยู่แล้ว เจ้าสัวขอร้องให้ตนได้มีส่วนเลี้ยงดู บ้าง แล้วตัดบทพรุ่งนี้จะส่งกานนไปรับ จิรดาถือโทรศัพท์ยืนอึ้ง ม่านมัสลินถามว่าใครโทร.มา พอรู้ว่าเป็นเจ้าสัวก็ตื่นเต้น
“คุณตาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“อุ๊ย คุณตา เรียกได้เต็มปากเต็มคำเชียวนะ” จิรดาแขวะ
ม่านมัสลินแปลกใจมองหน้าจิรดาเชิงถามทำไมต้องยิ้มเยาะ จิรดาเสหาเรื่องว่าหน้าตนก็เป็นแบบนี้ อยากได้หน้าอื่นก็ให้ไปเป็นลูกบัวบงกช เธอยิ่งอยากได้ไปเป็นลูกอยู่ด้วย
“มัสมีแม่เป็นแม่คนเดียว แล้วมัสก็รักแม่มาก ถึงแม่จะไม่เคยรักมัสเลยก็ตาม แม่อย่าผลักไสมัสให้ไปเป็นลูกคนอื่นเลยนะคะ” ม่านมัสลินน้ำตาคลอ
จิรดาใจแป้ว แต่ฝืนเปลี่ยนเรื่องบอกพรุ่งนี้ให้วางเงินค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายให้ด้วย ก่อนจะเดินเข้าห้องไป ม่านมัสลินมองตามเศร้าๆ...พออยู่ลำพัง จิรดานั่งเสียใจที่ทำร้ายจิตใจม่านมัสลิน ความแค้นกับมโนธรรมต่อสู้กันในใจ จิรดารำพึง
“มัสลิน แกเป็นเหมือนหนามตำใจฉันตลอดเวลา ช่วยไม่ได้ ช่วยไม่ได้จริงๆ...”
วันรุ่งขึ้น ขณะที่ม่านมัสลินกำลังจะออกจากบ้าน
เห็นรถกานนมาจอดอยู่หน้าบ้าน จึงเข้ามาเคาะกระจกถามว่ามาทำไม กานนตอบว่าเจ้าสัวให้มารับจิรดาไปโอนหุ้น โอนเงิน
ม่านมัสลินจึงให้พัดกับแป้นพาไปนั่งรอในห้องรับแขกเพราะจิรดายังไม่ตื่น ส่วนตนมีนัดกับเกวลินที่ร้านเสื้อ
ม่านมัสลินมาลองเสื้อที่ร้าน เกวลินคุยว่า ตนกับศิธาจะไปเยี่ยมคิม ม่านมัสลินตกใจรีบห้าม “อุ๊ย อย่าเชียวนะคะ ห้ามเด็ดขาด มัสไม่ไว้ใจเขา...พี่เก๋ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็น เรื่องใหญ่ มีผลกระทบร้ายแรงกับหลายๆคน พี่เก๋อาจจะให้อภัยได้ แต่มัสบอกตามตรงว่ามัสให้อภัยไม่ได้ แล้วครอบครัวคุณคิมก็เหมือนกัน พี่เก๋คงจะเข้าใจนะคะ”
เกวลินหน้าเสีย มองหน้าม่านมัสลินที่ดูจะแน่วแน่เด็ดขาด...เสร็จจากการลองเสื้อ ม่านมัสลินพยายามโทร.หากานนแต่เขาปิดเครื่องเพราะมีประชุม เธอจึงตัดสินใจไปรอเขาที่ออฟฟิศ
กานนออกจากห้องประชุม รู้จากเลขาว่าม่านมัสลินมารอก็ดีใจ เธอรีบบอกเขาว่า ศิธารู้แล้วว่าคิมอยู่ที่ไหน กานนไม่แปลกใจ ม่านมัสลินไม่พอใจหาว่าเขาไม่แคร์ จึงคิดจะไปหากุเทพ
“ไปขอให้แฟนเก่าช่วยเหลือแฟนใหม่ มันไม่ใจดำไปหน่อยหรือ” กานนดึงเธอไว้
“ฉันไม่ได้เป็นแฟนใหม่แฟนเก่าใคร ฉันแค่ต้องการช่วยคิม”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า อีกหน่อยเขาก็จะฟื้นแล้ว”
“แน่นอน แล้วฉันก็จะแต่งงานกับเขา ดูแลเขาไปตลอดชีวิต”
กานนดึงม่านมัสลินมาใกล้ “คุณทำไม่ถูก ใช่...เขาเสี่ยงตายเพื่อคุณ คุณตอบแทนเขาอย่างอื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตทั้งชีวิตไปไว้กับคนที่ไม่ได้รัก”
“คุณคิมรักมัส อยู่กับคนที่รักเราย่อมมีความสุขกว่าอยู่กับคนที่เรารัก”
“แล้วถ้าได้อยู่กับคนที่คุณรักและเขาก็รักคุณ ย่อมไม่ดีกว่าหรือ”
“มันไม่มีวันเป็นไปได้” ม่านมัสลินสบตากานนแน่วแน่
“ต้องได้สิ...”
“ความรักที่คุณพูดมันเป็นรักต้องห้าม”
กานนดึงเธอมากอด “ไม่ใช่หรอกมัสลิน มันไม่ใช่รักต้องห้าม ขอเวลาผมสักนิด”
“ต่อให้ใช้เวลาจนชั่วชีวิต มันก็เป็นไปไม่ได้” ม่านมัสลินดันกานนออกห่าง
“มัสลิน...ถ้า...ถ้าคุณเกิดไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณแม่คุณล่ะ” กานนหยั่งเชิง
ม่านมัสลินเซถอย น้ำตาคลอเบ้า ส่ายหน้าไม่จริง ต่อว่ากานนใจร้าย กานนตกใจเอื้อมมือจะจับแต่เธอปัดออกแล้ววิ่งหนีไป กานนวิ่งตามมาถึงหน้าบริษัท ท่ามกลางสายตาพนักงานที่ตื่นเต้นได้เห็นดารา กานนตามมาทันที่รถ เขาดึงเธอไว้ ผู้คนมองกันอย่างแตกตื่น กานนให้เธอรีบขึ้นรถเขาแล้วขับพาออกไป เขาถามเธอว่าจะไปไหน เธอนิ่งไม่ตอบเมินหน้าไปมองนอกรถ
“ผมขอโทษที่พูดจาเพ้อเจ้อไปเมื่อกี้”
“ฉันไม่อยากได้ยินอะไรแบบนั้นอีก”
“ผมสัญญาว่าจะไม่พูดแล้ว คุณจะไปไหน”
ม่านมัสลินตอบว่าจะไปเยี่ยมคิม กานนหน้าตึงแต่ก็ขับพาเธอไป มาถึงสถานพักฟื้น กานนดึงดุสิตเลี่ยงออกมาคุย เขาบอกดุสิตว่าศิธารู้แล้วว่าคิมอยู่ที่นี่ เพราะถามรายละเอียดจากเกวลิน ดุสิตถอนใจ เมื่อไหร่เกวลินจะตาสว่างเสียที กานนว่าคงต้องโดนทรยศอีกครั้ง....กานนกังวลที่ม่านมัสลินเป็นห่วงคิมมาก ดุสิตถอนใจที่เธอไม่เลิกโทษตัวเองเป็นต้นเหตุเสียที แต่ที่นี่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เธอน่าจะหมดห่วง สองหนุ่มกลับเข้าห้องไปดูคิม เห็นม่านมัสลินกำลังพูดคุยกับคิม เธอเล่าเรื่องต่างๆของชีวิตตนที่เปลี่ยนแปลงไปให้คิมฟัง ทั้งที่เขายังนอนนิ่ง ดุสิตอดชมไม่ได้ว่าเธอช่างมีจิตใจงดงามไม่แพ้รูปร่างหน้าตาจริงๆ
ระหว่างทางกลับบ้าน ม่านมัสลินบอกกานนว่าตนจะมาดูแลคิม ให้ดุสิตได้กลับไปทำงานบ้าง กานนหงุดหงิดในใจ เขาบอกเธอว่าไม่ต้อง เขาจะหาคนมาดูแลแทนเอง
ooooooo
กานนจ้างพนักงานในบริษัทให้ไปดูแลคิมที่สถานพักฟื้นแทนดุสิต แล้วโทร.บอกม่านมัสลิน ทั้งสองถกเถียงกันเล็กน้อย กานนน้อยใจที่ม่านมัสลินไม่เห็นความหวังดีของเขาบ้าง จึงบอกไปว่าที่เขาทำเพื่อไม่ให้เจ้าสัวเสียใจ ม่านมัสลินรู้สึกน้อยใจเช่นกัน
มธุรินอยากหาอะไรทำให้ไม่ฟุ้งซ่าน จึงมาขอเตชทำงานที่บริษัท เตชมอบหน้าที่ฝ่ายต่างประเทศให้ พอพินสุดารู้ ก็ขอให้มธุรินฝากงานให้ตนเข้าไปทำด้วย มธุรินอึกอัก พินสุดาไม่พอใจ มากดดันศิธาให้ไปบอกศักดาฝากตนเข้าทำงาน
ที่เดียวกับมธุริน ศิธาว่าตัวเองยังเอาตัวไม่รอด พ่อยังเหม็นขี้หน้าตนอยู่เลย พินสุดาไม่ยอม
“งั้นฉันจะประจานแกสองคนว่าไม่แมน”
“สุดแต่พี่กิ๊บเถอะเพราะผมก็จะแฉเหมือนกันว่า พี่กิ๊บเป็นคนวางแผนเรื่องทำคลิปมัสลิน”
“แล้วพวกเราก็จะเข้าไปอยู่ตะรางนิเวศน์ด้วยกัน สบายแฮไปเลย” พีระพลเตือน ก่อนจะหันมาปลอบพี่สาวให้ใจเย็น พวกตนกำลังทำคลิปสอง คลิปสามของม่านมัสลินออกมา
พินสุดาร้องว้าว...ขอให้ทำคลิปมธุรินด้วยได้ไหม ศิธาร้องเฮ้ย...ขืนทำพ่อเอาตายเพราะเป็นลูกสาวหุ้นส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ขอทวงบุญคุณให้พินสุดาช่วยพวกเขาบ้าง
ศิธาให้พินสุดาปลอมเป็นสาวใหญ่มาจากฮ่องกง มาเยี่ยมหลานชายที่สถานพักฟื้น
“คิม ลีค่ะ แม่เขาชื่อแม็กกี้ ป้าชื่อโรซ่า ตระกูลซอส เหมือนกัน” พินสุดาสาธยาย
พนักงานยิ้มขัน “คุณป้าอารมณ์ดีจัง”
พนักงานให้จิ๋วพาป้าโรซ่าไปเยี่ยมคิม พอเดินไปได้หน่อย เธอก็แกล้งทำเป็นล้มเจ็บเข่าแล้วถามอาการเอาว่าคิมเป็นอย่างไรบ้าง แต่พอจิ๋วบอกว่าวันนี้คนเฝ้าไม่อยู่ เธอลุกพรวดว่าหายเจ็บแล้ว เดินโขยกเขยกไปจนถึงห้องคิม พอได้เห็นกับตาว่าคิมนอนเป็นผัก ก็กลับออกมาโทร.เล่าให้พีระพลฟังในรถ พลันรถดุสิตแล่นผ่านหน้ามา เธอรีบหลบ
ดุสิตพาคนที่จะมาเฝ้าคิมแทนเขาเข้ามา พนักงานรายงานว่าเมื่อสักครู่มีญาติมาเยี่ยมชื่อโรซ่า ดุสิตงงไม่เคยได้ยินชื่อ...ดุสิตมาหาม่านมัสลินที่กองถ่ายพร้อมกานน สามคนสนทนากัน
“ไม่น่ามีนะคะ มัสไม่เคยได้ยินคุณคิมพูดถึงคุณป้าโรซ่าเลย”
“ไม่เคยได้ยินก็ไม่ได้แปลว่าไม่มี” กานนท้วงกวนๆ
“ถ้ามี คุณคิมก็ต้องเล่าให้ฟังสิ”
“อย่าเพิ่งมั่นใจว่าเขาเล่าให้คุณฟังหมดทุกอย่าง”
“ฉันมั่นใจ ขนาดคุณดุสิตเขาเป็นเพื่อนสนิทคุณคิม ยังไม่เคยได้ยินเลย ใช่มั้ยคะ”
ดุสิตพยักหน้า แต่สีหน้าไม่ค่อยแน่ใจ เขาบอกจะไปถามแม็กกี้ดู ม่านมัสลินห้ามไว้เกรงจะเสียสมาธิ กานนเห็นด้วยแต่ยังเถียงกันอีก ดุสิตขัดขึ้นว่าเขาจะโทร.ไปถามพ่อของคิมเอง...
ดุสิตกลับไป กานนรอม่านมัสลินถ่ายละครเสร็จจะขอกลับด้วย...ม่านมัสลินถ่ายเสร็จออกมาที่รถ ไม่เห็นกานนก็บ่น “ไหนว่าจะให้ไปส่ง ที่แท้ก็รอไม่ไหว”
ม่านมัสลินหันมาเจอกานนยืนยิ้มประชิดตัว แล้วแบมือขอกุญแจ อาสาขับรถให้ เธอทำงานมาเหนื่อยๆนั่งให้สบาย ม่านมัสลินออกตัวว่ารถตนเก่าเกรงเขานั่งไม่สบาย
“บอกแล้วให้เปลี่ยนใหม่ก็ไม่เอา”
“ฉันชอบพึ่งตัวเองมากกว่าค่ะ” ม่านมัสลินขรึมลง
กานนไม่อยากโต้เถียง สองคนขึ้นรถไปโดยไม่รู้ว่ามีคนถ่ายภาพเขาสองคนไว้เป็นชุด
ooooooo
กานนพาม่านมัสลินมาเยี่ยมเจ้าสัวที่บ้าน เธอหน้าบึ้งตึง แต่พอเจอเจ้าสัวก็รีบไหว้สีหน้ายิ้มแย้ม เจ้าสัวดีใจให้เด็กเอาน้ำทับทิมมาเสิร์ฟและบอกให้รอทานข้าวฝีมืออุษยา
“เอ๊ะ...ท่าน เอ๊ย คุณตาทราบได้ยังไงคะว่ามัสจะมา”
“ก็เจ้าปลิวนั่นแหละ เขาโทร.มาบอกว่าเดี๋ยวจะพาหนูมาทานข้าวเย็นด้วย นังย่าอุษเขาลงมือทำมัสมั่นไก่เองเลย”
เสียงอุษยาแหวมาว่าไม่ได้อยากจะทำ กานนรีบดึงอาออกมาไม่อยากให้เจ้าสัวเสียอารมณ์แล้วประจบช่วยเป็นลูกมือในครัว อุษยาจึงบอกว่า ดีเพราะตนชวนมธุรินกับพินสุดามาด้วย จะได้ปรับความเข้าใจกันเสียทั้งสองคู่ กานนเซ็ง
เจ้าสัวถามม่านมัสลิน ว่าจิรดาว่าอย่างไรบ้างเรื่องที่ตนโอนหุ้นและเงินให้ ม่านมัสลินว่าตนไม่ทราบเพราะยังไม่ได้กลับบ้าน เจ้าสัวบ่นเสียใจที่หูเบาเรื่องม่านมุกในสมัยนั้น ม่านมัสลินปลอบว่ามันผ่านไปแล้ว และตอนนี้ตนก็เห็นยายมีความสุขขึ้นกว่าแต่ก่อน
ไม่ทันไร พินสุดากับมธุรินมาถึง ม่านมัสลินอึดอัดใจจะขอกลับ เจ้าสัวจึงบอกดีเหมือนกัน ตนจะไปด้วย ม่านมัสลินเกรงจะเป็นเรื่องจึงยอมอยู่ต่อ เสียงรถกุเทพกลับมา พินสุดาระริกระรี้ออกไปต้อนรับ เจ้าสัวหมั่นไส้บ่นว่า สมัยก่อนเรียกผู้หญิงแบบนี้ว่า แม่รีแม่แรด แล้วลุกขึ้น
“นั่งรออยู่นี่ก่อนนะ ตาขอไปจัดการเรื่องนี้ก่อน” เจ้าสัวบอกม่านมัสลินแล้วเดินไป
เจ้าสัวเข้าไปบอกกานนในครัวว่าให้ไปส่งม่านมัสลินที เธอไม่สบาย อุษยาจะท้วง เจ้าสัวเอ็ดว่ากานนไปรับเธอมาก็ต้องไปส่ง กานนอมยิ้มรีบไปประคองม่านมัสลินเดินไปสวนกับกุเทพ เขาแปลกใจเป็นอะไร พอรู้ว่าจะกลับก็เสียดาย พินสุดาไม่พอใจ มธุรินเองก็หน้าเศร้า
ooooooo
บัวบงกชแปลกใจที่มธุรินกลับบ้านมาเร็ว เธอบอกแม่ว่าม่านมัสลินไม่สบาย กานนจึงต้องพากลับ ส่วนตน กุเทพมาส่ง...มธุรินเข้ามานั่งเศร้าในห้อง คิดถึงตอนคุยกับกุเทพในรถ
กุเทพถามเธอว่าผิดหวังไหมที่เขามาส่ง แทนที่จะเป็นกานน เธอตอบว่าเฉยๆแล้วประชด
“คุณคงผิดหวังที่ไม่ได้ไปส่งมัสลิน”
“ผมคงมีความรู้สึกอย่างนั้นกับญาติสนิทไม่ได้...คุณตัดสินใจเรื่องของเราหรือยัง”
“ไม่เห็นจะต้องตัดสินใจอะไรนี่คะ” มธุรินชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป
“อย่าหลบเลี่ยงอีกต่อไปเลยคุณ เราต้องเผชิญหน้ากับความจริงกัน”
“ความจริงก็คือ ฉันไม่เข้าใจว่า คุณพูดเรื่องอะไรและฉันก็ไม่สนใจด้วย คุณเคยเป็นแฟนกับเพื่อนสนิทฉัน ต่อให้เลิกรากันไปแล้ว ฉันก็ไม่สมควรจะยุ่งกับคุณ”...กุเทพถึงกับอึ้ง
ทอดถอนใจ ไม่ทันไร พินสุดาโทร.มาถามว่ากุเทพพูดถึงตนบ้างหรือเปล่า มธุรินตอบว่า ไม่ได้คุยอะไรกันเลย พินสุดาจึงขอให้ช่วยให้ตนคืนดีกับกุเทพ แล้วตนจะช่วยเรื่องกานน มธุรินตอบว่าไม่เป็นไร ตนปลงแล้ว ว่าแล้วก็น้ำตาคลอวางสายลง...
กานนขับรถม่านมัสลินมาส่งเธอที่บ้าน เธอจึงให้เข้าไปรอในบ้านก่อน จะโทร.เรียกรถแท็กซี่ให้...แป้นพยายามโทร.ศูนย์แท็กซี่แต่ไม่ติด ม่านมัสลินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
กานนเกรงใจจึงบอกแป้นว่าตนจะออกไปหารถเอง แต่พอเดินออกมา เห็นจิรดาถือถุงโจ๊กเข้าบ้านมาพร้อมกับพูดโทรศัพท์ กานนได้ยินเธอพูดชื่อบัวบงกช จึงเข้าไปแอบฟังใกล้ๆ
บัวบงกชโทร.มาถามให้จิรดายืนยันว่าม่านมัสลิน
ไม่ใช่ลูก คราวก่อนที่คุยกันตนไม่ค่อยมีสมาธิ จิรดาย้อนถามว่า ตอนนี้กล้าที่จะถามแล้วหรือ เสียงจิรดาดังพอให้กานนได้ยินถนัดว่า
“มัสลินไม่ใช่ลูกฉัน...อ๊ะ ผิดหวังล่ะสิ เพราะลูกสาวคุณที่ว่าแบเบอร์กลับมีคู่แข่งขึ้นมา”
“หมายความว่า มัสลินเป็นลูกของฉันใช่ไหม” บัวบงกชถาม
“ใช่หรือไม่ใช่ก็ลองฟังดู...สามีฉันเคยมีคนรัก รักกันมาก แต่ทำไมก็ไม่รู้ ผู้หญิงคนนั้นหนีไปแต่งงาน ฉันก็เลยงงเต้ก ไม่รู้เขาหอบเด็กที่ไหนมาให้ บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจท้องกับสามีฉันก็ได้” กานนฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บัวบงกชร้องว่าไม่จริง จิรดาสะใจ “ทำไมรู้ล่ะ ตอบไม่ได้ใช่ไหม ฉันจะเรียบเรียงให้ฟังก็ได้ เธอคือคนรักเก่าของผัวฉัน เผลอๆเธอนั่นแหละเป็นแม่ของเด็กที่ผัวฉันอุ้มมาให้ฉันเลี้ยง เธอเป็นชู้กับผัวฉัน บัวบงกช แล้วนังเด็กมัสลินก็คือมารหัวขนของเธอ เธอถึงได้ใยดีมันนัก นึกว่าฉันไม่รู้หรือไง” พูดจบ จิรดาวางสายอย่างสะใจ
จิรดาจะเดินเข้าบ้าน เห็นอะไรแวบๆร้องถามว่าใคร กานนเดินออกมาให้เห็น จิรดาตกใจถามว่าเขาได้ยินอะไรหรือเปล่า กานนยอมรับและบอกว่าเรื่องนี้เขารู้มานานแล้ว
“การที่คุณสงเคราะห์เลี้ยงดูมารหัวขนคนนั้นก็เท่ากับว่าคุณยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง มัสลินรักคุณ คุณก็รู้ เขาห่วงคุณทุกลมหายใจ ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำตลอดมาก็เพื่อคุณ อย่างนี้แล้วคุณจะยังทำร้ายจิตใจเขาอีกหรือ”
“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ ดีใจล่ะสิที่รู้แน่ว่านังมัสไม่ใช่ญาติ คุณรักมัสนี่ ทั้งอาทั้งหลานต่างก็หลงรักมันทั้งคู่”
“ผู้หญิงดีๆใครบ้างจะไม่รัก แต่มันไม่ใช่ประเด็น ผมอยากให้คุณคิดให้ดี คุณได้ความสะใจที่ได้แก้แค้นคุณบัวบงกช แล้วมัสลินล่ะ เขาอาจทนความใจร้ายใจดำของคุณได้ แต่เขาจะทนรับสภาพมารหัวขนที่ไม่มีใครต้องการได้หรือ เพราะฉะนั้น อย่าใช้มัสลินเป็นเครื่องมือแก้แค้น ผมขอร้องล่ะ” กานนพูดแล้วเดินออกไป จิรดามองตามอย่างครุ่นคิด
จิรดาเดินเหม่อเข้าบ้านมา ส่งถุงของที่ซื้อมาให้พัดกับแป้นเอาไปกินกัน ตนเข้าห้องไปอย่างเหนื่อยใจ มองภาพภาษิตแล้วต้องโทษว่าเป็นความผิดของเขา ถ้าเขารักตนสักนิด ทุกอย่างคงไม่ลงเอยแบบนี้...ม่านมัสลินเข้ามาเห็นสีหน้าแม่เครียดๆเหมือนร้องไห้ จึงถามด้วยความเป็นห่วง แต่กลับถูกตวาดกลับ
“โอ๊ย...อีลูกช่างซัก ซักจริ๊ง ไม่รู้จะซักไปหาอะไร”
“ก็มัสเป็นห่วงแม่” ม่านมัสลินเสียงอ่อย
จิรดาว่าตนเป็นหวัด กินยาแล้วกำลังจะนอน แล้วไล่ให้เธอออกไป ม่านมัสลินจึงบอกว่าถ้าไม่หายให้ตนพาไปหาหมอนะ จิรดาเออออไปอย่างรำคาญ ม่านมัสลินเดินออกไป
ooooooo
เมื่อมธุรินได้ทำงานในวันแรก ท่าทางเธอสดชื่นขึ้น เธอจึงมาชวนเตชให้กลับบ้านด้วยกันเย็นนี้ ไปทานข้าวที่บ้านเห็นแม่ไม่ค่อยสบาย เตชอิดออดไม่อยากกลับไป แต่ทนลูกขอร้องไม่ไหวจึงตอบตกลง
มธุรินโทร.หาบัวบงกชเพื่อบอกว่าตนกับพ่อจะไปรับที่ออฟฟิศ แต่บัวบงกชปัดไว้วันหลัง วันนี้ตนมีนัดเลี้ยงลูกค้าแล้ววางสายไปเลย มธุรินผิดหวัง...บัวบงกชโทร.หาจิรดา เพื่อถามว่าวันนี้ ม่านมัสลินถ่ายละครหรือเปล่า จิรดาแหวใส่
“โอ๊ย ไปตั้งแต่เช้าแน่ะค่ะ กว่าจะกลับก็ดึก ดีไม่ดีก็เป็นรุ่งเช้าอีกวัน ก็คนต้องทำมาหากินนี่คะ ไม่ได้คาบช้อนเงิน ช้อนทองมาตั้งแต่เกิด ก็ลำบากอย่างนี้แหละค่ะ”
“แต่ตอนนี้คุณก็มีฐานะ มีเงินมีทอง ไม่จำเป็นต้องให้มัสลินทำงานหนัก” บัวบงกชแย้ง
“นังมัสเป็นลูกกาฝากของฉันนะคุณ ฉันจะให้มันทำงานหนักแค่ไหนก็ได้ ฉันไม่ได้เลี้ยงมันให้เป็นคุณหนูอย่างลูกสาวคุณนี่”
บัวบงกชถอนใจก่อนจะถามว่าม่านมัสลินไปถ่ายละครที่ไหน จิรดาดักคอว่าอยากไปดูว่าทำงานหนักแค่ไหนหรือ บัวบงกชน้ำตาคลอยอมรับว่าอยากเห็นหน้า จิรดาหัวเราะหึๆ ในลำคอ...
เพราะความอยากให้เกวลินตาสว่างเสียที ดุสิตลงทุนไปเฝ้าตามดูศิธากับพีระพล จนเห็นทั้งสองออกมาจากบ้านด้วยกัน ดุสิตรีบไปหาเกวลินที่ร้าน เพื่อบอกให้รู้ว่าทั้งสองยังคบกันอยู่ แต่เกวลินกลับหาว่าเขาเป็นคนขี้อิจฉาเหมือนผู้หญิง ดุสิตเคือง
“ขี้อิจฉานั่นมันนายศิธา ไม่ใช่ฉัน ฉันเป็นเพื่อนแก หวังดีกับแก อย่าปิดหูปิดตาโกหกตัวเองนักเลย ยอมรับความจริงบ้าง”
“เลิกยุ่งกับฉันเสียทีได้ไหม ฉันจะเป็นยังไงก็ช่าง จะถูกจะผิดก็ชีวิตของฉัน ฉันเลือกทางเดินของฉันเอง แล้วถ้าพลาด ต่อให้แกหัวเราะเยาะ ฉันก็ไม่โกรธ” เกวลินไม่พอใจ
ดุสิตว่า เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้วนะ เกวลินโต้ว่า เพื่อนไม่ใช่พ่ออย่าล้ำเส้น ดุสิตอึ้งกลับไปอย่างผิดหวัง...แต่แล้ว ขณะที่ศิธาชวนพีระพลแวะซื้อดอกไม้ไปเอาใจเกวลินหวังจะขอเงินไปเที่ยว เผอิญเด็กในร้านเกวลินซื้อดอกไม้อยู่ในร้านเดียวกัน ได้ยินศิธานินทาเกวลิน ก็มาเล่าให้เกวลินฟัง เธอหาว่าจำคนผิด
“ไม่ผิดแน่ค่ะ พี่เก๋ ไม่เชื่อเดี๋ยวพี่เก๋คอยดูสิคะ คุณศิธาต้องซื้อดอกกุหลาบมาฝากพี่เก๋”
เกวลินปลอบใจตัวเองว่าไม่มีอะไร พอศิธามา เขาหิ้ว อาหารและดอกกุหลาบมาฝาก เกวลินปรี๊ดขว้างแจกันใส่ ศิธาร้องลั่นว่าเรื่องอะไรกัน เกวลินไล่ให้กลับไป ศิธาพยายามข่มใจ
“เก๋โกรธอะไรผม พูดกันให้เข้าใจก่อน”
“แกกลับไปคบกับไอ้โก้อีกใช่ไหม”
ศิธาตอบว่าพีระพลเป็นเพื่อนเขา เกวลินสวนว่า เพื่อนนอนน่ะสิ ศิธาทำเป็นตกใจเสียใจที่เกวลินเข้าใจผิด เกวลินว่านกเห็นเขากับพีระพล ศิธารีบแก้ตัว
“ก็จริงผมไม่ได้ปฏิเสธ โก้เขามาส่งผมด้วย เขาอยากจะเข้ามากราบขอโทษเก๋ แต่ผมห้ามไว้” ศิธาเห็นเกวลินอ่อนลง ก็รีบกล่อม พีระพลจะไปบวชล้างบาป “เขาเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถึงแม้มันจะลบล้างสิ่งที่ทำไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็จะได้อุทิศผลบุญทั้งหมดให้กับคนที่เขาเคยล่วงเกินมาทั้งกาย วาจา ใจ”
เกวลินทรุดนั่ง ศิธารีบเข้าประจบว่าไม่โกรธตนแล้วใช่ไหม เกวลินทำปึ่งๆแต่รู้ว่าตัวเองผิดจึงให้เงินศิธาเป็นการขอโทษ ศิธายิ้มกริ่มเอาเงินไปเที่ยวกับพีระพลสบายใจ
ooooooo
ศักดาเห็นบัวบงกชมาเฝ้าดูม่านมัสลินถ่ายละครที่กองถ่าย จึงโทร.ไปบอกเตชให้ระวังจะโดนกระพือข่าวเรื่องเป็นแม่ลูกกันอีก เตชหงุดหงิดพลุ่งพล่าน ขณะเดียวกัน พีระพลเอาคลิปใหม่ที่ทำขึ้นมาให้พินสุดาดู แถมบอกว่า คลิปสามกำลังจะตามมา พินสุดาดีใจจะไปแจ้งข่าวกับมธุริน
พินสุดามาหามธุรินที่ออฟฟิศ มธุรินเบื่อหน่ายไม่อยากยุ่งเรื่องนี้อีก พินสุดาโวย
“ไม่ยุ่งไม่ได้ พวกเราร่วมหัวจมท้ายมาตั้งแต่ต้น แล้วที่ฉันให้ไอ้โก้มันทำคลิปสองกับคลิปสามออกมา ก็เพราะอยากจะช่วยให้แกสมหวัง”
“กานนเขาไม่ได้รักฉัน ต่อให้นังมัสลินตาย เขาก็คงไม่รักฉันอยู่ดี เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้”
“ที่พูดยังงี้ก็เพราะมีคนใหม่แล้วใช่ไหม” พินสุดาหรี่ตามอง
มธุรินส่ายหน้าตนไม่อยากมีใครทั้งนั้น ตนเพิ่งเริ่มงานใหม่อยากโฟกัสที่เรื่องงานอย่างเดียว พินสุดาโกรธหาว่าไล่ทางอ้อม มธุรินตอบว่าเรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่พินสุดาเข่นเขี้ยว อย่างไรก็หนีไม่พ้นต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกันอยู่ดี...
ตกเย็น มธุรินชวนเตชกลับไปทานข้าวบ้านด้วยกัน เธอหวังจะให้พ่อไปง้อแม่ แต่พอเตชเข้าไปหาบัวบงกชในห้อง เขาก็เปิดฉากถามว่าเธอไปกองถ่ายม่านมัสลินทำไม บัวบงกชถอนใจตอบว่าเผอิญผ่านไปแถวนั้น เตชตวาดว่าเขาไม่ได้โง่นะ เห็นเธอยิ้มมุมปากยิ่งโกรธ
“เลิกยิ้มเยาะผมเสียที...คุณเป็นอะไรน่ะบัว คุณทำเหมือนไม่แยแสผม ไม่สนใจจืดชืดเป็นน้ำชาเย็น ใครๆเขาก็นึกว่าครอบครัวเรามีความสุข แต่ใครจะรู้ว่า แม้แต่ผัวคุณก็ไม่ยอมให้นอนด้วย พอผมไปหาเศษหาเลย ก็ถูกทุกคนประณาม ส่วนคุณกลายเป็นเทพธิดาผู้แสนดี แสนบริสุทธิ์ แสนน่าสงสาร คุณพยายามทำทุกอย่างให้ผมไม่มีความสุข ทั้งหมดนี้เพื่อแก้แค้นที่ผมพรากคุณมาจากไอ้ภาษิต คู่รักหน้าโง่ของคุณใช่ไหม”
“คุณภาษิตหน้าโง่ คุณก็โง่ไม่แพ้เขาหรอก” บัวบงกชหันขวับมาพูดอย่างเยือกเย็น
“คุณไม่เคยลืมเรื่องนั้นเลย คุณจะแก้แค้น เจตนาทำให้ผมไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต”
“ใช่ ฉันไม่เคยลืมเรื่อนนั้น ใช่ ฉันจะแก้แค้นคุณ และใช่ฉันเจตนาจะทำให้คุณไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต” เตชถึงกับผงะ บัวบงกชระบายความเคียดแค้น “นับตั้งแต่วันแรกที่คุณข่มขืนฉัน ด้วยความช่วยเหลือของไอ้เสี่ยศักดา ฉันก็สาบานกับตัวเองว่าฉันต้องแก้แค้นคุณให้ได้ คุณหยามเกียรติลูกผู้หญิง ถึงฉันจะไม่มีศักดิ์ศรี แต่คุณก็จะได้รับการตอบแทนที่สาสม กรรมที่คุณก่อกับฉัน กรรมนั้นได้สนองคุณอยู่ทุกเมื่อ เพื่อให้ฉันได้สะใจ”
เตชรำพึงว่าเธอเยือกเย็นมาก บัวบงกชสวนทันควัน ว่ายังน้อยกว่าที่เขาทำกับตนเพราะมันฝังลึกในจิตใจแม้จะใช้ธรรมะกล่อมเกลา ยังรุ่มร้อนจนต้องเตลิดออกมา ตนยังถือว่าเขาเป็นศัตรู เตชขบกรามแน่นกลับออกไปสีหน้าเครียด สวนกับมธุรินซึ่งกำลังบอกว่า ตนให้แววเตรียมกับข้าวของโปรดเขาทั้งนั้น เตชกลับบอกลูกว่า พรุ่งนี้พบกันแล้วจูบหัวลูกก่อนจะกลับไป
มธุรินผิดหวังเข้ามาต่อว่าแม่ “เดียร์อุตส่าห์ชวนคุณพ่อมาทานข้าวด้วยกัน หวังว่าจะให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นใหม่ แต่คุณแม่ก็ทำเสียแผนหมด ทำไมคะ ทำไมคุณแม่ชอบทะเลาะกับคุณพ่อ คุณแม่เกลียดคุณพ่อของเดียร์มากนักหรือคะ”
บัวบงกชหันมาจะปลอบลูก แต่มธุรินถอยห่างและถามว่าถ้าเกลียดพ่อแล้วแต่งงานกันทำไม ตนไม่เข้าใจ บัวบงกชพยายามอธิบาย “เรื่องพ่อแม่ ไม่เกี่ยวกับลูก เราสองคนอาจไม่ใช่พ่อแม่ที่ดีที่สุด แต่เราก็รักลูกมาก ลูกไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งของเรา”
“เกี่ยวสิคะ เกี่ยวมากที่สุดด้วย ความสุขของลูกทุกคนเริ่มจากความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว แต่ถ้าพ่อแม่ทะเลาะกันทุกวัน ต่อให้พูดแทบตายว่ารักลูก ก็ไม่มีลูกหน้าโง่ที่ไหนหรอกค่ะที่จะเชื่อ” มธุรินพูดจบเดินออกไป
ปล่อยให้บัวบงกชทรุดนั่งน้ำตาไหลพราก นี่ตนจะต้องเสียลูกทั้งสองคนไปหรือ...
ในขณะที่พินสุดากลับมาดูคลิปม่านมัสลินที่ทำมาใหม่อย่างละเอียด ติงรูปร่างคลิปนี้จะผอมไป ศิธาจึงย้อนว่าความจริงรูปร่างเจ๊ก็ใกล้เคียงมาถ่ายเองจะดีกว่า พินสุดาด่าเปิงสองคนหัวเราะชอบอกชอบใจ
ooooooo










