ตอนที่ 14
เช้าวันใหม่ ขณะที่ม่านมัสลินกำลังแปรงผมอยู่หน้ากระจก พัดวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่ารถของม่านมัสลินหายไป แต่ของในบ้านไม่มีอะไรหาย พัดแปลกใจทำไมขโมยเอาแต่รถซึ่งเก๊าเก่า รถจิรดาใหม่กว่ากลับไม่เอาไป ม่านมัสลินให้ช่วยกันไปถามข้างบ้านว่ามีใครเห็นอะไรบ้าง
ไม่ทันจะออกไป มีรถสวยคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด คนขับลงมายกมือไหว้จิรดาซึ่งยืนอยู่
“คุณกานนให้เอารถมาให้คุณมัสลินครับ” คนขับให้กุญแจกับจิรดา
จิร ดากลับเข้ามายื่นกุญแจรถให้ม่านมัสลิน เธองงเพราะไม่ใช่กุญแจรถของแม่ จิรดาให้ออกไปดูหน้าบ้านเอง พอรู้ว่ากานนส่งรถมาให้ ม่านมัสลินไม่พอใจขับรถออกไปทันที คนที่บ้านเข้าใจว่าเธอไปขอบคุณกานน แต่ตรงกันข้าม ม่านมัสลินขับรถมาถึงหน้าออฟฟิศกานน เห็นรถเขาแล่นมาถึงพอดีจึงปาดหน้าให้จอด แล้วมาเคาะเรียกให้เขาลงมา
“รถสวยนี่ ป้ายแดงเชียว” กานนลงมามองรถแล้วชม
“เมื่อ ไหร่จะเลิกบ้าอำนาจวุ่นวายเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตฉันซะที จะคุกคามฉันไปถึงไหน” เห็นกานนตั้งท่าจะพูด เธอรีบดักคอ “คุณปู่สั่งให้ทำ เป็นความต้องการของคุณปู่ คุณปู่ๆๆ”
“ฉลาดมากน้องสาวผม” กานนแกล้งยียวนให้โกรธ
“ฉันไม่ตลก พอซะที เลิกเล่นเกมบ้าๆของคุณได้แล้ว บอกฉันมานะว่าคุณเอารถเต่าฉันไปไว้ไหน คุณรู้ไหมว่ามันมีความหมายกับฉันมาก”
“อืม...รถคันเดิมคุณ เอ...หายไปไหนดีน๊า อ๋อ ผมเอาไปให้เขาถอดหลังคา ปลูกสะระแหน่”
“บ้าที่สุด คุณมันใจร้ายที่สุด” ม่านมัสลินโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
กานน หัวเราะก๊าก รีบบอกว่าพูดเล่นก่อนที่เธอจะเอาเรื่อง แล้วบอกว่าเขาเอาไปเข้าอู่ซ่อมบำรุง ต้องถอดชิ้นส่วนอะไรบ้างเพื่อเปลี่ยนใหม่ ม่านมัสลินหันหน้าหนีซ่อนน้ำตา กานนดึงมือเธอมากุม แล้วบอกว่าเขาทำแบบนี้เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ พอเห็นเธอนิ่งก็ร่ายต่อ
“ส่วนเรื่องงาน ผมไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยแบบเดิม ชีวิตไม่ได้เดือดร้อนเหมือนแต่ก่อนแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำงานอาทิตย์ถึงจันทร์ ผมอยากให้คุณพักบ้าง” กานนดันให้เธอเดินเข้าไปในออฟฟิศ พาไปนั่งในห้องทำงานเขา
กานนจะโทร.สั่งอาหารเช้ามาให้ ม่านมัสลินไม่เอา เขาจะพาไปทานข้างนอก เธอเริ่มโกรธ
“ฉันมาพูดเรื่องรถ ไม่ได้มาพูดเรื่องกิน”
“จริงสิ อาก๋งให้รถแม่คุณอีกคันพร้อมคนขับไปไหนมาไหนจะได้สะดวก”
ม่าน มัสลินปฏิเสธ ถ้าให้อีกจะคืนทั้งสองคัน กานนถามว่าไม่ห่วงแม่หรือ ม่านมัสลินตอบว่า ตนจะให้รถคันใหม่แม่ใช้ แล้วตนจะใช้คันเก่าของแม่ กานนอับจนความดื้อของเธอ
กานนโทร.ไปรายงานเจ้าสัวตามคำพูดของม่าน มัสลิน อุษยายืนมองเจ้าสัวพูดโทรศัพท์แล้วประชดว่า ม่านมัสลินกับจิรดาคงดีใจกันใหญ่ เจ้าสัวมองลอดแว่นบอกลูกสาวว่า
“เขาขอรับคันเดียว แล้วยกให้แม่ใช้ ส่วนตัวเองใช้คันเดิม”
อุษยาไม่อยากเชื่อ บอกเจ้าสัวลองบังคับอีกนิด รับรองว่าไม่ปฏิเสธแน่ เจ้าสัวเอือมระอา
“เลิกประชดประชัน กระทบกระแทก แดกดันหลานฉันเสียที ถ้ามัสลินตื่นความรวยจริงล่ะก็ ป่านนี้ยกโขยงกันมานั่งกินนอนกินที่บ้านนี้แล้วล่ะ”
อุษยานั่งคอแข็งไม่อยากเชื่อ...คล้อยหลังมาโทร.เล่าให้มธุรินฟัง แล้วเลยชวนเธอมาทานข้าวที่บ้านวันหยุดนี้ มธุรินรับปากแม้จะอึดอัดใจ
ooooooo
ม่าน มัสลินมาทำงานถ่ายแบบ ช่างแต่งหน้า แต่งตัวต่างคุยกันเรื่องข่าวที่ออกมา ว่าทำไมเธอไม่ตรวจ DNA ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เจอดุสิตก็บ่นเรื่องที่เกวลินกลับไปคืนดีกับศิธาอีกไม่รู้จักเข็ดจักจำ ม่านมัสลินรู้สึกเหนื่อยใจ พอทำงานเสร็จจึงแวะไปหาเกวลินที่ร้าน ดูเธอมีความสุขสดชื่น แถมเล่าอย่างโกรธๆที่ดุสิตมาต่อยหน้าศิธา ม่านมัสลินจึงบอกว่าเป็นตน ตนก็ต่อย
พอเห็นเกวลินหน้าเจื่อน ม่านมัสลินรีบปลอบและเตือนว่าศิธาเป็นคนไม่ดี แต่เกวลินแก้ตัวแทนว่าเขากลับตัวกลับใจแล้ว เลยอยากให้โอกาส ถ้าพลาดอีกใครจะสมน้ำหน้าก็จะยอมรับ ม่านมัสลินจนใจ ไม่ทันไร ศิธาถือถุงอาหารเข้ามา เห็นม่านมัสลินก็ชะงักเล็กน้อย
“อย่าทำกับพี่เก๋อย่างเดิมเด็ดขาด” ม่านมัสลินกระซิบตอนเดินสวนกลับ
“แล้วทำมากกว่าเดิมได้มั้ยล่ะ” ศิธากระซิบตอบอย่างกวนๆ
ม่าน มัสลินตาวาวขู่ว่าเจอดีกับตนแน่ ศิธาหัวเราะ ม่านมัสลินกลับไป ศิธารีบอ้อนกลัวม่านมัสลินเอาเรื่องจนเขาต้องติดคุก เกวลินเป็นกังวล ตนจะขอร้องให้เอง ศิธาแอบยิ้มย่อง...
ในวันนั้น เกวลินมาหาม่านมัสลินถึงบ้านเพื่อขอร้องให้เลิกเอาเรื่องศิธา ม่านมัสลินอึ้งพูดไม่ออกเพราะเกวลินก็เคยมีบุญคุณต่อตน อัดอั้นมากเข้าจึงโทร.นัดพบดุสิตพรุ่งนี้เย็น ดุสิตเห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับศิธา จึงโทร.ชวนกานนมาด้วย
“คงไม่เหมาะกระมังครับ เขาไม่ได้ชวนผม” กานนเกรงม่านมัสลินไม่พอใจ
“คุณ สนิทกับเธอมากและคุณก็รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ส่วนคุณมัสก็จริงจังกับเรื่องนี้ ผมถึงอยากให้คุณไปด้วยกัน บางทีอาจจะได้ช่วยปรึกษาเธอได้” เมื่อดุสิตเห็นดี กานนก็จนใจ
วันรุ่ง ขึ้น ม่านมัสลินมาเยี่ยมคิม กุมมือเขาคุยทั้งที่เขายังนอนนิ่ง “มัสไม่รู้จะทำยังไงค่ะคุณคิม มัสพยายามรวบรวมหลักฐานต่างๆ แต่พี่เก๋กลับมาขอร้องมัสไม่ให้เอาเรื่องมัน... ความรักนี่ก็แปลกนะคะ พี่เก๋เคยเด็ดขาดกลับอ่อนยวบไปเลย...”
พูดไม่ทันจบ กานนโทร.เข้ามาขัดจังหวะ เธอรับสายถามห้วนๆว่ามีธุระอะไร กานนถามว่าอยู่ไหน จึงตอบกวนไปว่า อยู่ในประเทศไทย
“กวนแต่เช้าเชียวนะ อาก๋งต้องการพบคุณ...อยากรู้ต้องถามท่านเอง”
“ฉันไปเองได้ คุณไม่ต้องมารับ”
“ผมก็ยังไม่ทันบอก ว่าจะไปรับคุณสักหน่อย”กานนหัวเราะ
เจ้า สัวดึงโทรศัพท์ไปพูดเอง บอกม่านมัสลินให้มาพบตนเร็วๆ ม่านมัสลินรับปากทันที เจ้าสัววางสายหันมาพูดกับกานน “เท่านี้แหละ แกมันไม่มีเสน่ห์เล้ยเจ้าปลิว ฉันพูดประโยคเดียว หนูมัสรับปากทันที แกพูดตั้งนาน”
“อ้าว ก็เขาเกรงใจอาก๋งนี่ครับ”
“ก็แล้วทำไมแกไม่ทำให้เขาเกรงใจบ้างล่ะ อะไรๆก็ต้องฉันทั้งนั้น” เจ้าสัวบ่นเดินไป
กานนมองตามส่ายหน้าขำๆ...
ไม่ นาน ม่านมัสลินขับรถมาจอด กุเทพอยู่หน้าบ้านพอดี ทักทายแล้วบอกว่าตนกำลังจะไปขายหุ้นร้านเพชรให้ เพื่อน เพราะเจ้าสัวให้ไปช่วยงานกานนเต็มตัว เสียงกานนดังแขวะมาว่า
“โลกนี้ไม่ได้มีอยู่แค่สองคนหรอกนะ”
กุเทพแตะศอกม่านมัสลินพาเดินเข้าไปหากานน สบตายิ้มยั่ว“ได้คุยกับคนที่ถูกใจ มันก็เหมือนโลกนี้มีกันสองคนจริงๆครับ”
“นั่นสิคะ คนที่อยู่ใกล้ๆเลยกลายเป็นส่วนเกินไป” ม่านมัสลินเสริม
กานน หน้าตึง เดินขนาบข้างม่านมัสลินไปด้วย อุษยาเห็นอดแขวะไม่ได้ว่า มาถึงก็ต้องมีองครักษ์ขนาบข้างเชียว เจ้าสัวเรียกม่านมัสลินมานั่งข้าง แล้วไล่ทุกคนให้ออกไป อุษยาค้อนขวับออกไปอย่างหมั่นไส้ สองหนุ่มเดินตามออกมา อุษยาถามหลานว่าเจ้าสัวมีเรื่องอะไร สองหนุ่มส่ายหน้า อุษยาขัดใจไปโทร.หามธุริน แต่ติดต่อไม่ได้จึงโทร.ไปถามพินสุดา แล้วเลยเล่าเรื่องที่เจ้าสัวชวนม่านมัสลินมาบ้านไม่รู้เรื่องอะไร พินสุดาเข่นเขี้ยวไม่พอใจ
เจ้าสัวเรียกม่านมัสลินมาเพื่อจะพูดเรื่อง ที่ให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เธอปฏิเสธและให้เหตุผลเหมือนที่บอกกับม่านมุก แถมบอกอีกว่า ช่วงนี้ตนทำงานหนัก บ้านก็มีไว้นอนอย่างเดียว บางวันแทบไม่ได้นอน เจ้าสัวถอนใจ อุษยามาแอบฟัง โล่งอกไปด้วย...กานนกับกุเทพกลับเข้ามาเห็นเจ้าสัวนั่งดื่มชาอยู่คนเดียว ถามพร้อมกันว่าม่านมัสลินล่ะ
“ใจตรงกันจริงนะ อาหลานสองคนนี่...ม่านมัสลินไม่ยอมมาอยู่ที่นี่”
กุเทพบ่น ขนาดเจ้าสัวชวนเองเลยนะนี่ เจ้าสัวยิ่งเซ็งทั้งที่ม่านมุกหว่านล้อมมาแล้ว กานนว่าม่านมัสลินใจแข็งเกินไป
ooooooo
ตก เย็น ม่านมัสลินมาพบดุสิตตามนัด ม่านมัสลินกำลังพูดเรื่องเกวลิน กานนโผล่เข้ามาเธอชะงัก ดุสิตรีบเชื้อเชิญ เธอหันมามองดุสิตอย่างตำหนิ กานนออกรับแทน
“อย่าโทษคุณดุสิตเลยที่ชวนผมมา ก็เพราะมัสบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษา ซึ่งหลายหัวก็ย่อมดีกว่าหัวเดียวอยู่แล้ว”
ดุสิต ตัดบทถามม่านมัสลินว่าเกี่ยวอะไรกับเกวลิน ม่านมัสลินบอกเรื่องที่เกวลินขอให้ปล่อยศิธา แต่ตนไม่อยากปล่อยเพราะคิมเอาชีวิตมาแลกกับเรื่องนี้ ตนอยากเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
“เหลวไหล อย่าเอาแต่โมโหจนขาดสติ เทปที่คุณคิมขโมยมาน่ะ ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้เพราะถ้าเอาเรื่องจริงๆทางโน้นเขาปฏิเสธว่า ใครๆก็มีหนังโป๊แบบนี้แล้วคุณจะว่ายังไง”
“จริงของคุณกานน” ดุสิตเห็นด้วย
“งั้นทั้งหมดที่คิมทำก็เสียเปล่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา มัสพยายามรวบรวมหลักฐาน ศึกษากฎหมาย แต่มันกลับไม่มีความหมายเลย”
“ความจริงผมนึกว่าคุณล้มเลิกความตั้งใจนี้ไปแล้ว ด้วยซ้ำ ขนาดคุณคิมลูกชายหุ้นส่วนยังโดนขนาดนี้ แล้วคุณจะไปเหลืออะไร” ดุสิตเตือน
ม่าน มัสลินยอมจำนน ต่างแยกย้ายกันกลับ กานนขอไปส่งแต่ม่านมัสลินปฏิเสธ เขาจึงขับรถตามไปแทน...ระหว่างทาง จิรดาโทร.มาถามทำไมกลับบ้านดึก ม่านมัสลินดีใจที่แม่ห่วง จิรดาพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญว่าไม่ได้ห่วง แต่ในใจโล่งอกที่ลูกปลอดภัย
มาถึงบ้าน กานนลงจากรถมายืนดูรถม่านมัสลินเข้าบ้าน เธอขอบคุณเขาที่อุตส่าห์ตามมาส่ง แต่กานนกลับบอกว่าเขาทำตามคำสั่งเจ้าสัว ม่านมัสลินรู้สึกน้อยใจ เข้ามาบ้าน จิรดาตำหนิที่ให้กานนตามมาส่ง ระวังจะโดนนินทา
“มัสโดนนินทาตลอดน่ะค่ะ ก่อนหน้านี้ก็หาว่าแย่งแฟนคนอื่นเขา ตอนนี้ก็ว่าไม่สมควรเพราะเป็นญาติกัน”
จิร ดาว่ารู้เหมือนกันนี่...วันรุ่งขึ้นเป็นเรื่องจนได้ มีข่าวซุบซิบบนหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นภาพม่านมัสลินยืนคุยกับกานนกลางค่ำกลางคืน ม่านมัสลินไม่อยากจะสนใจ
พิน สุดาโทร.เรียกมธุรินมาดูภาพข่าวหนังสือพิมพ์ คราวนี้มธุรินไม่สนใจ ท่าทางหมดอาลัยตายอยาก พินสุดาพยายามยุแยงว่าสองคนไม่ใช่พี่น้องกันให้ลุกขึ้นมาวีน แต่มธุรินกลับถามว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ถึงหอบหนังสือพิมพ์ไปบอกทางโน้นที ทางนี้ที
“พอเรื่องทำท่าจะเป็นจริงเป็นจัง มัสลินกับคุณกานนจะลงเอยกันได้ ทีนี้เหลือแต่คุณกุเทพกับฉันให้แกระแวง เรื่องก็เลยต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่ ใช่มั้ยกิ๊บ” ว่าแล้วมธุรินก็คว้ากระเป๋ากลับไม่ฟังอะไรพินสุดาอีก
มธุรินสับสน ว้าวุ่นใจมาร้องไห้กับเตช ทำให้เตชโกรธม่านมัสลินมากขึ้น มาต่อว่าบัวบงกชและให้คิดดู สามีขอแยกไปอยู่ต่างหาก ลูกก็ยังไม่อยากอยู่ด้วยอีก ควรจะพิจารณาตัวเอง บัวบงกชเสียใจร้องไห้คร่ำครวญอยู่คนเดียวว่าภาษิตไม่น่ามาด่วนจากไป ตนจะปรึกษาใคร
ooooooo
อุษยาเป็นห่วงกุเทพที่ยังไม่กลับ พยายามโทร.หาได้ยินน้ำเสียงอ้อแอ้เมาน่าเป็นห่วง จึงรีบมาบอก กานนให้ไปตามหลาน กานนเห็นเป็นเรื่องปกติ อุษยาร้อนใจโทร.ถามมธุรินว่ารู้บ้างไหมกุเทพชอบไปนั่งดื่มร้านไหน มธุรินบอกว่าร้านที่เขามักจะไปดูปลอดภัยไม่มีอันตราย
วางสายไปแล้ว มธุรินอดห่วงกุเทพไม่ได้จึงออกไปดูที่ร้าน เห็นเขาเมาฟุบหลับคาโต๊ะจึงเข้ามาปลุก “คุณเมาแล้ว ไปกันเถอะนะคะ เดียร์จะขับรถไปส่ง”
“ไปส่งแล้วอยู่ด้วยเลยเหมือนวันนั้นหรือเปล่า”
มธุ รินเม้มปาก กุเทพเริ่มพร่ำพูดถึงเรื่องในคืนนั้น เธอจึงสะบัดแขนเดินออกมาโทร.ตามกานนมาช่วย น้ำเสียงเธอเครือจนกานนตกใจรีบถามว่ากุเทพทำอะไรเธอหรือเปล่า มธุรินไม่ตอบ กานนรีบตามไปที่ร้าน มธุรินหันมาเห็นกุเทพเดินสะเปะสะปะออกมา มีคนในร้านตามมาชกต่อย เธอรีบเข้าไปกันและขอโทษขอโพย แต่ดูไม่มีอะไรดีขึ้น กานนมาถึงเห็นกุเทพโดนสะกรำรีบเข้าไปช่วย โชคดีที่ยามมาช่วยแยก กานนเห็นมธุรินร้องไห้อย่างเสียขวัญ
เมื่อส่งมธุรินเรียบร้อยแล้ว กุเทพซึ่งนอนมาในรถเริ่มพร่ำพูดขอโทษกานน
“ผมมันหลานชั่ว ผมขอโทษครับอา...ผมทำไม่ดี ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ”
“ขอโทษฉันเรื่องอะไร แกทำอะไรมาหือ”
“ผมกับคุณเดียร์...ผม...ผมรัก...รักอานะ ผมไม่ได้ตั้งใจ ฮือ...คุณเดียร์...”
กานนพยายามปะติดปะต่อคำพูดกุเทพ แต่ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จนกุเทพหลับไป...
มธุ รินเสียใจว่าตนเป็นต้นเหตุให้กุเทพกลายเป็นแบบนี้ เธอสับสนว้าวุ่นใจจนต้องไปขอค้างกับพ่อที่คอนโดฯ...ทำให้เตซโทษม่านมัสลิน วันรุ่งขึ้น เขามาต่อว่าบัวบงกชอีกว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว เขาจะต้องทำให้ม่านมัสลินเสียชื่อ ทำให้มีแต่ข่าวคาวๆจะได้มีแต่คนเกลียดไม่มีคนจ้าง
“อย่านะเตช ฉันกราบล่ะ”
“มันเป็นลูกคุณเรอะ ถึงได้เดือดร้อนแทนนัก”
“นึกถึงบาปบุญคุณโทษบ้าง ลูกใครใครก็รัก”
“ใช่ ลูกใคร ใครก็รัก พ่อแม่มันอยากเลวทำไม ลูกมันถึงได้เลว”
“คุณรู้รึว่าแม่เขาเลว แล้วไปยุ่งด้วยทำไม คุณไปยุ่งกับจิรดาทำไม” บัวบงกชย้อนถาม
“นี่ คุณคงไม่ได้หึงผมหรอกนะ คุณไม่เคยรักผมอยู่แล้วนี่ แต่ก็ดีที่คุณพูดถึงจิรดา แม่ลูกมัน DNA เดียวกัน เหลวแหลกเหมือนกัน” เตชพูดจบเดินออกไป
บัวบงกชใจหายร้องบอกอย่าทำอะไรม่านมัสลินนะ เตชไม่หันกลับมาสนใจอีก...เตชไปโทร.หาศักดาให้จัดการสร้างข่าวเลวๆให้แก่ม่านมัสลินที
ไม่ กี่วัน เมื่อม่านมัสลินไปกองถ่ายก็พบนักข่าวสัมภาษณ์ว่าตนเป็นมือที่สาม แย่งแฟนไฮโซมธุริน ม่านมัสลินปฏิเสธ แต่นักข่าวมีภาพยืนยัน เธอขอดู พอเห็นจึงตอบว่า
“อ๋อ รูปเก่า มัสยอมรับว่ารู้จัก แต่ก็เป็นแค่เพื่อนกัน ไม่มีอะไรมากกว่านั้นแน่นอนค่ะ”
ม่านมัสลินเดินเลี่ยงไปทำงาน เสร็จจากงาน กลับมาบ้าน เจอจิรดารอเล่นงานอยู่
“รู้แล้วใช่ไหมว่าเรามีข่าวคาวฉาวโฉ่อีกแล้ว”
“ช่างมันเถอะค่ะแม่”
“ช่างได้ไง คราวนี้ดันพ่วงฉันเข้าไปด้วย ข่าวมันลงประมาณว่าทั้งแม่ทั้งลูกแย่งผัวคนอื่นเหมือนกัน”
ม่าน มัสลินช็อกน้ำตาไหลพรากอะไรก็ตามถ้ากระเทือนถึงแม่ ตนจะเสียใจมาก พัดรู้ดีเข้ามาปลอบใจ อย่าท้อ ความลับไม่มีในโลก เหนื่อยนักก็ร้องไห้ที่บ้าน แต่อย่าไปร้องให้ใครเห็น ม่านมัสลินฟังแล้วรู้สึกเข้มแข็งขึ้น และจะไม่ยอมให้ใครมาหัวเราะเยาะตนได้
เมื่อมีข่าวเสียๆหายๆของม่านมัสลินออกมา บัวบงกชมาต่อว่าเตชที่ทำเรื่องเลวๆแบบนี้ลงไปได้อย่างไร ไม่สงสารคนที่เขาต้องใช้ชื่อเสียงหากินบ้าง เตชโต้ว่าต้องไปสงสารทำไม ในเมื่อเป็นลูกหลานเศรษฐี อย่างไรเสียก็ไม่อดตาย บัวบงกชขยับจะพูด เตชดักคอ
“ไม่เอาน่าที่รัก ผมบอกคุณแล้วนี่ว่าผมจะไม่หยุดรังควานแม่ลูกคู่นี้ ผมจะใช้อิทธิพลทั้งหมดที่ผมมีบีบพวกมันจนไม่มีที่ยืนในสังคม”
บัวบงกชเตือนวันหนึ่งจะเสียใจ เตชโต้ว่าเขาเสียใจจนถึงที่สุดแล้ว
“ยังหรอก ฉันสาบานได้เลยว่าที่คุณบอกว่าเสียใจจนถึงที่สุด มันยังไม่ได้ถึงครึ่งที่คุณจะต้องเสียใจในอีกไม่นานนี้ อีกไม่นานหรอกเตช เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย”
เตชมองบัวบงกชอย่างฉงน เธอย้ำกับเขาอีกครั้งก่อนจะกลับไป
เจ้าสัวเห็นข่าว ให้กุเทพพามาที่บ้านจิรดาทันที เพื่อขอร้อง “ให้มัสลินเลิกเล่นละครเถอะออกจากวงการเลย แล้วมาทำงานกับพ่อ จะได้ไม่ต้องมีข่าวเสียๆหายๆ”
“เรื่องนี้ต้องพูดกับยัยมัสเองค่ะ แต่ถ้าจะให้เดา และหนูคงเดาไม่ผิด ยัยมัสคงจะทำงานในวงการต่อไปค่ะ” จิรดามั่นใจ เจ้าสัวสบตากุเทพอย่างผิดหวัง
เจ้าสัวถามจิรดาว่าอยากให้ม่านมัสลินเป็นข่าวอื้อฉาวตลอดไปหรือ จิรดาว่าวงการนี้มีคนเข้ามาใหม่เรื่อยๆมีเรื่องใหม่ๆให้เขียน อีกหน่อยก็เลิกเขียนเรื่องม่านมัสลินไปเอง แต่กุเทพแย้งว่าดูเหมือนมีคนจงใจสร้างข่าวเสื่อมเสียให้ม่านมัสลิน จิรดารู้ทันทีว่าใคร กุเทพเองไม่แน่ใจ
“พ่อแม่แฟนคุณอาคุณใช่ไหมล่ะ”จิรดาพูดเยาะๆ
“ฮ้า พ่อแม่หนูเดียร์คนโปรดของอาแกน่ะเรอะ” เจ้าสัวตกใจ
จิรดายืนยันว่าใช่ เจ้าสัวไม่พอใจจะไปพูดกันให้รู้เรื่อง แต่กุเทพห้ามไว้ ขอเขาเป็นคนไปจัดการเอง เจ้าสัวจึงให้เวลาแค่สองวัน ถ้าไม่สำเร็จจะไปเอง...
กุเทพมาหากานนที่บริษัท ปรึกษาว่าเขาควรพูดกับ เตชหรือบัวบงกชหรือควรพูดกับมธุรินดี กานนเตือนจะพูดกับใครก็ให้ระวังถูกหมัดสวนกลับ กุเทพนึกได้ถามกานน
“ทำไมอาปลิวไม่ขอมัสแต่งงานให้หมดเรื่องหมดราว”
“เฮ้ย...”
“ผมพูดจริงๆนะอาปลิว อาปลิวรักมัส มัสก็รักอาปลิว แล้วมัสก็ไม่ใช่ญาติของเราด้วย”
“งั้นนายก็เชื่อว่ามัสลินเป็นลูกของคุณบัวบงกช”
กุเทพย้อนถามว่ากานนเชื่อไหม กานนบอกว่าคนที่รู้คำตอบดีที่สุดคือคนที่เกี่ยวข้อง กุเทพคิดแล้วปวดหัว...กานนมุ่งหน้ามาหาม่านมัสลิน เผอิญเธอเพิ่งขับรถออกจากบ้าน เขาจึงเอารถขวางหน้า เธอเบรกตัวโก่งแล้วลงมาโวยวายใส่กานน ถ้าตนเบรกไม่ทันจะเป็นอย่างไร
“ผมจอดห่างตั้งเยอะ ไม่เหมือนคุณที่ขับขวางผมวันนั้นหรอก”
ผู้คนเริ่มมอง กานนบอกให้เธอไปขึ้นรถเขา และให้คนรถของเขาไปขับรถเธอ ม่านมัสลินลังเลกว่าจะยอมขึ้นรถ กานนถามจะให้ไปส่งที่ไหน เธอจึงบอกว่าจะไปโรงพยาบาลกานนเคือง แถมเธอยังให้เขาแวะร้านดอกไม้ก่อนด้วย
ม่านมัสลินหอบกุหลาบแดงเข้ามาเยี่ยมคิม กานนเดินตาม แม็กกี้กำลังกุมมือคิมร้องไห้ พอเห็นม่านมัสลินมาก็รีบบอกว่าคิมกระดิกนิ้วแล้ว ม่านมัสลินดีใจส่งดอกไม้ให้กานนถือแล้วมากุมมือคิม เรียกเขาให้ได้ยินว่าตนมา คิมกระดิกนิ้วเล็กน้อย เธอดีใจมาก แม็กกี้บอกว่าตนจะบวชชีพราหมณ์ ม่านมัสลินแปลกใจรู้จักด้วยหรือ แม็กกี้ตอบว่าเพื่อนคนไทยแนะนำ
“ดอกไม้นี่จะทำยังไงครับ” กานนถามแทรกขึ้น
ทั้งแม็กกี้และม่านมัสลินไม่สนใจ ม่านมัสลินบอกว่าตนจะงดทานเนื้อสัตว์สักระยะหนึ่งเพื่อเป็นบุญกุศลให้คิม แม็กกี้ซึ้งในน้ำใจ กานนถามแทรกขึ้นอีก คราวนี้ม่านมัสลิน
หันไปสั่งให้จัดใส่แจกัน กานนทำหน้างงว่าเขาต้องเป็นคนทำหรือ เขาเดินคอตกคว้าแจกันเข้าห้องน้ำไป
“ระหว่างที่ฉันไปบวชชีถือศีล คงต้องฝากให้เธอดูแลคิมด้วยนะ”
“ด้วยความยินดีเลยค่ะ เพราะปกติมัสก็มาทุกวันอยู่แล้ว”
“แต่ฉันยังไม่ลืมไอ้พวกนั้นที่มันทำกับคิม”
ม่านมัสลินแตะแขน “อย่าเพิ่งคิดเรื่องนั้นเลย คุณกำลังจะถือศีล ควรทำจิตใจให้บริสุทธิ์”
“จริงสิ ขอบใจที่เตือน เรื่องล้างแค้นไม่มีวันสาย”
กานนถือแจกันดอกไม้ออกมาจากห้องน้ำ ทั้งแม็กกี้และม่านมัสลินหันไปมองทำหน้าเจื่อนๆเมื่อเห็นสภาพการจัดดอกไม้ที่เหมือนสุมมากกว่าจัด...ระหว่างนั่งรถกลับ ม่านมัสลินตำหนิกานนเรื่องดอกไม้ กานนบ่นว่าเขาจบบริหารมาไม่ได้เรียนการจัดดอกไม้ แล้วถามว่าเธอจะไปไหนต่อ เธอส่ายหน้ายังคิดไม่ออก กานนจึงจัดแจงพาไปเอง
ขณะเดียวกัน จิรดามานอนพักสมองที่บ้านสวน ไม่ทันได้พัก บัวบงกชโทร.มาขอเบอร์มือถือม่านมัสลิน จิรดาถามจะมาไม้ไหน บัวบงกชตอบว่าไม่มีไม้ไหนทั้งนั้น แค่อยากคุยด้วย
สถานที่ที่กานนพาม่านมัสลินมาดูสงบร่มรื่น กานน บอกเธอว่า เวลาที่ตนมีปัญหาวุ่นวายจะเอางานมาคิดที่นี่ เธอย้อนถามแล้วคิดออกไหม เขาพยักหน้า พลันมือถือม่านมัสลินดังขึ้น กานนรีบบอกว่าไม่รับสักวันได้ไหม แต่เธอสงสัยว่าเป็นเบอร์ของใครจึงตัดสินใจรับสาย
“มัสลิน นี่ฉันเอง บัวบงกช” น้ำเสียงบัวบงกชตื่นเต้นดีใจ แต่ม่านมัสลินนิ่งไปพักใหญ่
“คุณรู้เบอร์โทร.ฉันได้ยังไง”
“คุณจิรดาบอก คุณกำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า ฉันอยากพบคุณ พอมีเวลาว่างไหม...”
ม่านมัสลินชำเลืองมองกานนสีหน้าขรึมลงก่อนจะวางสายแล้วบอกเขาว่าตนมีธุระและจะไปแท็กซี่เอง กานนถามทำไมเป็นความลับมากหรือ เธอตอบว่าใช่ กานนมองเธออย่างน้อยใจ
ม่านมัสลินมาพบบัวบงกชที่ร้านอาหารตามนัด ท่าทีเธอเต็มไปด้วยความรักและอ่อนโยนจนม่านมัสลินต้องสงบเสงี่ยม แต่ยังปฏิเสธไม่ทานอะไรที่เธอสั่งมาให้
“คุณมีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ”
“คือ ฉันอยากให้หนูรู้ว่า ครอบครัวของฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข่าวไม่ค่อยดีของหนู”
“ก็คงอย่างนั้นแหละค่ะ ไอ้คนทำผิดมันสิ้นคิด ตัวเองชั่ว คนเดียวไม่พอ ยังพยายามดึงให้คนอื่นชั่วไปด้วย วันหนึ่งผลกรรมมันต้องตามสนอง” ม่านมัสลินพูดด้วยน้ำเสียงกร้าว
“ทุกวันนี้ ผลกรรมนั้นก็ตามสนองเขาแล้ว” บัวบงกชพึมพำ “เอ้อ ฉันคิดว่าคนสร้างข่าวคงไม่ใช่คนที่มีความสุขนักหรอก ฉันสงสารแล้วก็เห็นใจหนูมาก”
ม่านมัสลินหน้าตึง “ดิฉันไม่ชอบให้ใครมาสงสาร โดยเฉพาะคนที่ไม่สนิทสนมคุ้นเคย”
บัวบงกชกล้ำกลืนความเจ็บปวด ม่านมัสลินขอตัวกลับต้องไปทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงแม่คนที่ตนรักมากที่สุด บัวบงกชยิ่งปวดร้าว ออกปากชมความกตัญญูของม่านมัสลินแล้วชวนไปออกรายการของตน ม่านมัสลินปฏิเสธทันควันอ้างว่าไม่สามารถตีหน้าบริสุทธิ์ว่าตนเลิศเลอได้
“คราวหน้า ถ้ามีธุระอะไรก็กรุณาติดต่อคุณแม่ เพราะท่านเป็นผู้จัดการของดิฉัน ลาค่ะ”
บัวบงกชรับไหว้พร้อมกับบอกว่าตนเอ็นดูเธอเหมือนลูกแท้ๆแต่กลับถูกโต้กลับว่า เธอมีแม่แล้ว บัวบงกชน้ำตาร่วงอย่างเจ็บช้ำ...ม่านมัสลินเดินออกจากร้าน ไม่ทันไร กานน ขับรถมาจอดตรงหน้าเรียกให้ขึ้น รถคันหลังบีบแตรไล่ ทำให้ม่านมัสลินต้องรีบขึ้นไปนั่ง เขาถามทันทีว่าไปพบใครมา ม่านมัสลินนิ่ง เขาทึกทักว่าเป็นกุเทพหรือว่าเสี่ยคนไหน เธอค้อนขวับก่อนจะตอบว่าแม่แฟนของเขา กานนชะงัก ม่านมัสลินจึงบอกให้ไปส่งตนที่บ้านสวน
ม่านมัสลินเล่าเรื่องที่ไปพบบัวบงกชให้ฟัง ม่านมุกเตือนอย่าทำร้ายจิตใจคนที่ดีและมีน้ำใจกับเรา แต่ม่านมัสลินกลับบอกว่าไม่มีวันที่ตนจะยกโทษให้กับครอบครัวนี้ ม่านมุกถอนใจ
กานนส่งม่านมัสลินแล้วบอกไว้ว่าจะกลับมารับตอนเย็นอย่างอนหนีกลับไปเสียก่อน ระหว่างที่ขับรถออกมาจากบ้านสวน เตชโทร.เข้ามาขอให้ไปพบที่ออฟฟิศ กานนแปลกใจ
เมื่อมาถึง เตชไม่รอช้าเข้าเรื่อง “ไม่ต้องอ้อมค้อมกันละนะ ลูกเดียร์ทำอะไรผิด”
“เปล่าครับ เดียร์ไม่ได้ทำอะไรผิด ผมผิดเองผิดตรงที่ความรู้สึกของผมมันไม่เหมือนเดิม”
“ยัยเดียร์เป็นลูกมีพ่อมีแม่นะคุณ ไม่ใช่เด็กไม่มีพ่อ หนำซ้ำยังมีแม่เหลวแหลก”
“คุณอาครับ...” กานนตาวาวเรียกเพื่อเตือนสติเตช
“แต่ก็แปลกที่ผู้ชายดีๆอย่างคุณกลับไปชอบมัน
คงเพราะมันกล้าแก้ผ้าต่อหน้ากล้องเป็นร้อยๆละสิท่า แบบนั้นลูกเดียร์ของผมทำไม่ได้ แล้วก็ทำไม่เป็นหรอก”
กานนโต้ว่าม่านมัสลินทำเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่ผู้หญิงในคลิป เตชยืนกรานว่าใช่
“มันอาจจะไปผ่าหน้าอกเอาซิลิโคนออก เพื่อไม่ให้เหมือนในคลิปก็ได้ เดี๋ยวนี้หมอเก่งทำได้สารพัด”
“คุณอาต้องการพูดกับผมแค่นี้ใช่ไหมครับ” กานนเริ่มไม่พอใจ
“ไม่ใช่ จริงอยู่ผู้หญิงคนนั้นถึงจะกลับกลายเป็นทายาทเจ้าสัว ร่ำรวยขึ้นในทันทีทันใด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะลบล้างความเหลวแหลกของมันได้ ถ้าคุณยังเห็นมันดีกว่าผู้หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องที่เพียบพร้อมอย่างยัยเดียร์ ก็นับว่าคุณตาต่ำยิ่งกว่าตาตุ่ม”
“คุณอาคงลืมไปว่าผมเป็นญาติสนิทกับมัสลิน”
“ไม่ลืม แต่ที่เชิญมาคุยก็เพราะผมสังหรณ์ว่าเล่ห์กลมารยาของมัน อาจจะทำให้คุณล้ำเส้นความเป็นญาติ”
“ผมคงไม่เลวขนาดนั้นหรอกครับ”
“อย่าเพิ่งพูดไป คุณไม่ได้สนิทสนมกลมเกลียวฉันญาติกับมันมาตั้งแต่เล็กๆ”
กานนทนไม่ได้ ลุกขึ้นยกมือไหว้ลา เตชพูดดัก ไม่มีผู้ชายคนไหนคู่ควรกับมัน กานนหันกลับมามองอย่างไม่สบอารมณ์ และโต้ว่า “แต่ผมคงไม่คู่ควรกับเธอมากกว่าครับ”
กานนเดินกลับไป เตชสบถไล่หลัง...เตชกลับไปหาลูกสาวที่คอนโดฯอย่างเหนื่อยใจ
มธุรินมองพ่ออย่างหวั่นใจ “หมายความว่ายังไง
คะคุณพ่อ คุณพ่อไปพูดอะไรกับกานน”
“พ่อแค่ชี้ให้เขาเห็นว่า ผู้หญิงคนนั้นเหลวแหลก ไม่คู่ควรกับเขาเท่ากับลูกของพ่อ ลูกของพ่อบริสุทธิ์”
“คุณพ่อ คุณพ่อทำไปได้ยังไง ใครบอกคุณพ่อ” มธุรินกรีดเสียงร้องอย่างเจ็บปวด
“ไม่มี พ่อตัดสินใจทำเอง เพราะพ่อรักลูก พ่อทนเห็นลูกเจ็บปวดอย่างทุกวันนี้ไม่ได้ พ่อ”
“คุณพ่อไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ” มธุรินตะเบ็งเสียงแล้วเดินแกมวิ่งออกไป
เตชหน้าเสียตกใจว่าตนทำอะไรผิด...เตชมาหาบัวบงกชที่บ้าน สีหน้าเขาดูเจ็บปวด ถามเธอว่า เขาผิดหรือ ที่เขาทำไปเพราะเขารักลูก บัวบงกชมองเขาอย่างสมเพชตอบว่า “ผิด...”
“บัว...” เตชครางอย่างผิดหวัง
“คุณรักลูกน่ะถูกแล้ว แต่วิธีที่คุณทำเพื่อแกนั่นมันผิด ผิดพอๆกับที่คุณทำกับฉัน แล้วอ้างว่าเป็นเพราะความรัก”
“แล้วจะให้ผมทำยังไง ผมพยายามดึงกานนให้กลับมาหาลูก ผมวางแผนรวบรัดให้คุณเป็นของผม คุณจะได้ไม่ต้องทำงาน จะร่ำรวยมีเงินมีทองใช้ มันอาจจะผิด แต่ผิดเพราะความรัก พวกคุณไม่ให้อภัยผมเชียวหรือ”
“มันคือความเห็นแก่ตัวต่างหาก...คุณไม่มีสิทธิ์คิดแทนใคร ไม่มีสิทธิ์จะตัดสินว่าอะไรควรหรือไม่ควรกับใคร ชีวิตใครก็ชีวิตมัน ถึงยัยเดียร์จะเป็นลูก แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์จะตัดสินใจแทนแก ไอ้ที่คุณคิดว่าทำแล้วทุกคนมีความสุข แท้จริงคุณต่างหากที่มีความสุข”
เตชส่ายหน้าไม่จริง บัวบงกชให้เขากลับไปคิดทบทวนให้ดีอย่างไม่มีทิฐิด้วย แต่เตชกลับมองเธอด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ก่อนจะย้อนให้เธอไปคิดทบทวนว่าทำร้ายจิตใจลูกกับผัวขนาดไหน และว่าเธอเปรียบเหมือนแม่พระ...เพลิงที่เผาผลาญ ทุกคนที่อยู่ใกล้จนมอดไหม้ เขาไม่น่ากลับมาตกนรกที่นี่อีกเลย เตชหัวเสียกลับไป ปล่อยให้บัวบงกชช็อกกับคำพูดของเขา
ooooooo
กานนกลับมารับม่านมัสลินที่บ้านสวน เขาถามเธอว่าได้คุยกับคุณยายแล้วสบายใจขึ้นบ้างไหม ม่านมัสลินตอบอย่างหมางเมินว่า...ค่ะ กานนเย้าว่าหน้าคนสบายใจเป็นแบบนี้นี่เอง เธอเมินหน้าไปทางอื่น กานนจึงบอกให้เธอรู้จักปล่อยวางบ้าง เดี๋ยวทุกอย่าง จะผ่านไปเอง ยกเว้นความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ ม่านมัสลินหันขวับมาจ้องอย่างโกรธๆ
“กรุณาอย่าพูดถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”
“จะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ก็ตาม ผมก็ยืนยันคำเดิมว่า...ผมรักคุณ และถึงแม้ผมจะดูแลคุณในฐานะคนรักไม่ได้ แต่ผมก็จะดูแลคุณในฐานะญาติ”
ม่านมัสลินเม้มปากกลั้นความรู้สึกสับสนในใจ...
สีหน้าขรึมเศร้าของกานน ทำให้เจ้าสัวต้องถามทำไมไม่บอกความจริงม่านมัสลินไปเลย
“เพราะผมทนดูมัสลินผิดหวังไม่ได้ครับ เขารักแม่เขามากเกินกว่าจะยอมรับได้ว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ไหนจะเรื่องพ่อ มีผู้หญิงคนอื่นอีก”
เจ้าสัวว่าผู้หญิงอื่นที่ไหนก็แม่ลูกกัน กานนหนักใจเพราะเหตุนี้แหละมันทำให้วนกลับมา
“แต่วันหนึ่ง ความจริงมันก็ต้องเปิดเผย” เจ้าสัวเตือน
“ให้เธอรู้จากคนอื่นดีกว่ารู้จากผมครับ”
“แกนี่น่าจะไปเล่นเป็นพระเอก”
“ผมไม่ได้คิดอยากเป็นพระเอกหรอกครับ แต่ผมรักเธอมากเกินกว่าจะทำลาย ความเชื่อมั่น อาจจะเพียงอย่างเดียวที่เธอมีได้ มัสลินรักแม่เหลือเกิน ไม่ว่าจะถูกโขกสับยังไงก็รัก”
เจ้าสัวมองหลานชายด้วยความเห็นอกเห็นใจ
ooooooo
ในคืนนั้น ดุสิตถูกพวกของพีระพลรุมทำร้ายตามความต้องการของศิธา โชคดีที่ยามคอนโดฯมาช่วยและพาส่งโรงพยาบาล...วันรุ่งขึ้น ดุสิตแบกหน้า
ที่บอบช้ำมาหาม่านมัสลิน
“ตายแล้ว คุณดุสิต นั่นไปทำอะไรมาคะ”
“ผมไม่ได้ทำอะไร แต่คนอื่นทำ” ดุสิตยังมีอารมณ์กวน
ม่านมัสลินถามว่าใครทำ ดุสิตตอบว่าจะมีใคร...ม่าน–มัสลินโกรธ โทร.หาเกวลินทันทีบอกเรื่องที่ดุสิตโดนรุมยำเมื่อคืน เกวลินตกใจถามว่าใครทำ จับได้ไหม
“โอ๊ย ใครมันจะอยู่ให้จับล่ะ แต่ถ้าจะให้เดาละก็รับรองเดาไม่ผิด ต้องเป็นสองผัวเมียไอ้ศิธากับไอ้พีระพลบงการ”
เกวลินไม่อยากเชื่อ ม่านมัสลินว่าตนนึกอยู่แล้ว
“ถ้าเป็นอย่างที่มัสพูด ศิธาเขาคงหึงพี่” เกวลินไม่อยากคิดในทางร้าย
“โอ๊ย พี่เก๋ เมื่อไหร่จะตาสว่างเสียที ไอ้ศิธามันไม่ได้รักพี่เก๋ มันรักไอ้พีระพล” ม่านมัสลินโพล่งออกไปแล้วชะงักนึกได้รีบขอโทษเกวลิน แต่เธอวางสายไปทันที...
คิดทบทวนแล้ว เกวลินโทร.ให้ศิธามาหา เขากำลังอยู่กับพีระพล ศิธาหงุดหงิดนิดหน่อยพีระพลไม่ยอมให้ไป ศิธาเตือนอย่าลืมว่าเกวลินยังเป็นบ่อเงินบ่อทอง พีระพลจะตามไปด้วย พินสุดาห้ามไว้ให้รออยู่ที่บ้าน อย่าทำตัวให้ศิธารำคาญ
พอมาถึง เกวลินก็ถามศิธาทันทีว่าส่งคนไปทำร้ายดุสิตใช่ไหม ศิธาปฏิเสธว่าเขาไม่ลดตัวลงไปหาเรื่องเดือดร้อนหรอก เกวลินคิด ดุสิตไม่มีศัตรูที่ไหน ศิธาจึงออกตัวว่า
“งั้นอาจจะเป็นโก้ เอาไว้ผมจะลองถามมันดู แล้วก็ไม่ต้องเข้าใจผิดอีก ผมกับโก้ไม่ใช่ป่าเดียวกัน เราอยู่คนละ ป่า” ศิธาอ้อนกอดจูบเอาใจจนเกวลินใจอ่อนเชื่อทุกอย่าง...
ศิธายิ้มปลื้มได้เงินไปเที่ยวกับพีระพล กลับเข้าบ้านเกือบสว่าง ต้องตะลึงเมื่อเห็นศักดายืนรออยู่ ศักดาโวยว่าถูกกักบริเวณยังออกเที่ยวได้ทุกวัน ศิธาหน้าซีดถามหน้าไหนไปฟ้อง
“ฉันจ้างนักสืบสะกดรอยตามแก เพราะความผิดที่แกทำนั้นเฉียดคุกเฉียดตะรางชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ฉันถึงต้องควบคุมแกอย่างใกล้ชิด”
“งั้นคุณพ่อก็คงรู้ว่าผมไม่ได้ออกไปก่อเรื่องที่ไหน”
“เขารายงานว่า แกชอบไปขลุกอยู่กับไอ้พีระพล แล้วก็สมคบกันวางแผนทำร้ายไอ้ดุสิต”
ศิธาส่ายหน้าอย่างหวั่นๆ ศักดาสั่งกักบริเวณเพิ่มเป็นสามเดือน และต่อไปจะออกไปนอกบ้านได้ ก็เฉพาะออกไปกับเขาเท่านั้น ศิธาหน้าเหวอ
ooooooo
จู่ๆกุเทพก็ประกาศว่าเขาตัดสินใจแล้วจะทำสิ่งที่ถูกต้อง กานนยินดีด้วยทั้งที่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เจ้าสัวกับอุษยางงกับสองอาหลานคู่นี้จริงๆ
กุเทพมาหาม่านมัสลินแต่เช้า เธอเพิ่งกลับมานอนตอนตีสอง แต่ก็ลุกมานั่งฟังว่าเรื่องอะไร สำคัญขนาดไหน กุเทพบอกว่าเขาถามมธุรินแล้ว เธอยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนปล่อยข่าวเรื่องมือที่สาม ฉะนั้นตนจะสืบว่าใครเป็นคนทำ
จิรดาเดินเข้ามาบอกว่าไม่ต้องสืบให้เสียเวลาก็พ่อแม่มธุรินเอง ม่านมัสลินตะลึง
กุเทพกลับไป ม่านมัสลินตำหนิจิรดาไม่น่าพูดไม่ดีกับกุเทพ จิรดาหมั่นไส้หาว่าตนแตะต้องเพื่อนชายของเธอไม่ได้เลย ม่านมัสลินถอนใจ
“มัสรู้ค่ะ ว่าแม่หวังดี แต่มัสก็อยากจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวมัสเอง มัสไม่อยากให้แม่ต้องมาเครียดไปด้วย”
“ใครว่าฉันเครียดล่ะ ไอ้เรื่องแบบนี้ งานถนัดของฉันอยู่ แล้ว อยากเขี่ยลูกมาเข้าบาทาฉันทำไม” จิรดาเชิดหน้าเดินไป
ม่านมัสลินมองตามอย่างอ่อนใจ...ในขณะที่กุเทพขับรถกลับ เขาพยายามโทร.หามธุรินแต่เธอปิดเครื่อง...
ooooooo










