ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดุจตะวันดั่งภูผา

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ หุบเขาสูงชันในป่าทึบ ในแอ่งของหุบเขา กองทัพขนยาเสพติดของกะเหรี่ยง มาตั้งเต็นท์อำนวยการและเก็บยาเสพติด มีทหารสิบกว่าคนและม้าพื้นเมืองอีกสามตัว เคลื่อนไหวอยู่บริเวณนั้น

ในป่าทึบใกล้หุบเขานั้น ผู้พันฌอน ไท และทหารรับจ้างรวมเป็น 5 คน ค่อยๆเคลื่อนกำลังมาอย่างระมัดระวัง

“นี่เป็นภารกิจสำคัญ ทุกคนจำไว้ว่า เราต้องการจับหัวหน้าของพวกมันเป็นๆ ค่าหัว 4 ล้าน ส่วนยาเสพติดที่จับได้ รัฐบาลจะจ่ายให้ 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาที่ขายในท้องตลาด”

นี่คือภารกิจที่ผู้พันฌอนแจ้งแก่ทุกคนที่กำลังมาปฏิบัติการ ทั้งหมดเคลื่อนมาจนถึงจุดที่มองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกค้ายาเสพติดบริเวณเต็นท์ ที่นั่นมีคนหนึ่งกำลังเดินสั่งงาน ผู้พันฌอนชี้พลางสั่งการ

“นั่น หัวหน้ามัน...ทำตามแผนที่วางไว้ จ่าเค นายลงไปแล้วลอบเข้าไปวางระเบิดตามจุดสำคัญ หมวดหม่อง นายคุมไปทางด้านโน้น ฉันกับเอี่ยวจะไปทางนี้ พอจ่าเควางระเบิดเสร็จให้กลับมาสมทบกับหมวดหม่อง แล้วฉันจะกดระเบิด เริ่มเข้าชาร์จเลย ไปอย่างเร็วและเงียบที่สุด ส่วนไท นายคอยซุ่มยิง ถ้าเห็นว่าเหตุการณ์ไม่ดีก็ให้เก็บทีละคน...เอาล่ะไปได้”

ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว เคร่งครัด โดยเฉพาะไท เขาซุ่มยิงฝ่ายตรงข้ามที่เล็งปืนข้างหลังจ่าเคที่กำลังวางระเบิด ทำให้จ่าเครอดอย่างหวุดหวิด และยังเก็บพวกมันที่ร้องโวยวายเมื่อเห็นเพื่อนถูกยิงตายไปอีกคน

ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัว หัวหน้ามันตะโกนให้คุ้มกันของ เมื่อเริ่มปะทะกัน มันสั่งสู้ตาย!

ไทยังคงทำหน้าที่อย่างใจเย็น จนฝ่ายตรงข้ามพบเป้าหมาย มันสั่งปืนกลยิงมาทางเขา แต่เขาก็หลบได้ทัน ฝ่ายผู้พันฌอนถูกพวกมันยิงตายไป 2 คน เหลือแต่ตัวผู้พัน เอี่ยว และไท ทั้งสามตกอยู่ในวงล้อมของพวกมัน ซ้ำผู้พันยังได้รับบาดเจ็บที่ขา ผู้พันถามว่า “เอายังไงดีไท”

“ยังไงก็ต้องฝ่าออกไปครับ” ไทตอบเด็ดเดี่ยว แต่ไม่ทันขาดคำก็ถูกจรวดอาร์พีจีตกลงมาข้างๆ แรงสะเทือน ทำให้ร่างเขาลอยขึ้นไป ตาพร่า หูมีแต่เสียงวิ้งงงง...ก้องจนเหมือนหัวจะระเบิด

ในภาวะนั้น ไทยังมีสติพยายามเอื้อมมือไปหยิบแหวนคล้องกับสร้อยที่ขาดกระเด็นไปไม่ห่างนัก เขาเอื้อมมือไปจนถึงสายสร้อย...

ooooooo

14 ปีที่แล้ว...

ไท ในวัย 14 นั่งอยู่ในรถบัสโดยสาร ที่คอเขามี สร้อยเส้นนั้นห้อยอยู่ เขากำลังเดินทางกลับบ้านเมื่อปิดภาคเรียน ไทใบหน้าอิ่มเอิบมีความสุขที่จะได้กลับมาพบพ่อกับแม่ พร้อมกับการ์ดอวยพรวันเกิดพ่อ

ที่บ้านพักกรมป่าไม้ แม่ของไทกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเตรียมรับลูกที่กำลังจะมาถึง เทอดพ่อของไทเพิ่งกลับมา เห็นอาหารวางอยู่มากผิดปกติ ถามว่าทำไมวันนี้ทำเยอะจัง และล้วนแต่เป็นของโปรดไททั้งนั้น

“นี่คุณจำไม่ได้หรือว่าโรงเรียนปิดเทอมแล้ว ลูกกลับบ้านวันนี้ไง” แม่ถามยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

“จริงสิ...ตาย ผมนี่แย่จริงๆทำงานจนลืมเลยนะเนี่ย ไม่ได้แล้ว วันนี้ต้องมีเซอร์ไพรส์ให้เจ้าไทซะหน่อย” เทอดหัวเราะอารมณ์ดี แม่บอกให้พ่อไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวลูกมาถึงจะได้ทานข้าวกันเลย

อาบน้ำเสร็จลงมาเทอดได้ยินเสียงโทรศัพท์ เขาเดินไปรับสาย เพียงพูดกันไม่กี่คำ สีหน้าเทอดก็เครียดและซีดจนมือสั่น เมื่อปลายสายพูดทิ้งท้ายก่อนวางสายว่า

“นายไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ...”

เสียงแม่ร้องบอกว่าอาหารเสร็จแล้วเดี๋ยวลูกคงมาถึง เทอดร้องตอบเสียงซึมๆว่า “จ้ะ...งั้นพ่ออยู่ในห้องทำงานนะ”

เทอดไปนั่งโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า เขาหยิบกล่องไม้ใบสวยที่ใส่ปืนไว้ขึ้นมาวางข้างๆ แล้วลงมือเขียนจดหมายสั้นๆ

ครู่เดียว เสียงปืนกัมปนาทขึ้น ฝูงนกบินหนีกันแตกตื่น แม่ที่ล้างจานอยู่ จานตกแตกกระจาย ไทที่นั่งหลับ ในรถสะดุ้งตื่น เพราะรถบรรทุกที่วิ่งสวนมาบีบแตรลั่น

แม่วิ่งออกมาที่ห้องทำงาน เห็นเทอดฟุบจมกองเลือดอยู่คาโต๊ะ!

“พ่อ!!!...” แม่ร้องสุดเสียงก่อนทรุดลง

ooooooo

รุ่งขึ้น ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย แม่กางร่ม ยืนอยู่กับไท มองหลุมศพพ่อที่เขียนป้ายชื่อไว้ว่า “เทอด ธัญธรณี” แม่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ไทมองหลุมฝังศพพ่อ ใจคิดถึงจดหมายที่พ่อเขียนทิ้งไว้...

“ไทโตแล้ว และคิดว่าลูกเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุด พ่อมีความจำเป็นที่ต้องทำสิ่งโง่ๆแบบนี้ พ่ออยากให้ไทปกป้องและคุ้มครองแม่แทนพ่อด้วย ขอให้ไทจงซื่อตรงดุจตะวัน และหนักแน่นดั่งภูผา...ลาก่อน”

ไทวางการ์ดอวยพรวันเกิดพ่อไว้ที่หลุมศพ พึมพำอย่างเจ็บร้าวลึกในใจว่า

“ผมไม่รู้ว่าพ่อทำแบบนี้ทำไม แต่ผมคิดว่าวันหนึ่ง ผมจะต้องรู้ให้ได้” เขาหันไปชวนแม่ “กลับกันเถอะครับ”

สองแม่ลูกเดินกางร่มฝ่าสายฝนออกไปจากสุสาน... เดินไปอย่างสิ้นเนื้อประดาตัว ไร้เป้าหมาย

“เราสองแม่ลูกไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดถูกธนาคารยึดไป และอีกไม่กี่เดือน แม่ก็จากผมไปอีกคน...”

นี่คือชีวิตที่เหลืออยู่ของไท ในวัย 14 ปี...กระนั้น เขายังจดจำคำสั่งเสียของพ่อที่ว่าให้ “ซื่อตรงดุจตะวัน และหนักแน่นดั่งภูผา” เขาบอกกับตัวเองขณะเดินออกจากบ้าน โดยมีเป้อยู่บนหลังเพียงใบเดียวว่า...

“ตอนนี้เหมือนผมเหลือตัวคนเดียวในโลก แต่ก็ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป...ผมมองไม่เห็นปลายทางว่ามันอยู่ตรงไหน...แต่ก็ต้องก้าวต่อไป สิ่งเดียวที่คิดได้ตอนนี้คือ ต้องกล้าที่จะมีลมหายใจต่อไป”

ooooooo

เส้นทางชีวิตของไทมาหยุดที่ริมถนน เมื่อเจอน้าอี๊ดเจ้าของอู่มอเตอร์ไซค์กำลังง่วนกับการซ่อมรถปิกอัพอย่างหงุดหงิดอยู่คนเดียว ไทเดินเข้าไปถามว่า รถเป็นอะไร มีอะไรจะให้ช่วยไหม

น้าอี๊ดยินดีมากที่จะได้มีคนมาช่วยหยิบโน่นส่งนี่ให้ หลังจากซ่อมไม่นานรถก็สตาร์ตติด น้าอี๊ดขอบใจ “ไอ้หนู” เมื่อไทขอตัว น้าอี๊ดถามว่าจะไปไหนหรือ

“ไปมันเรื่อยๆครับ ได้งานทำก็หยุด”

“เฮ้ยเดี๋ยว งั้นขึ้นรถมาก่อนสิ” น้าอี๊ดเรียกอย่างใจดี ไทยิ้มด้วยความดีใจ

ระหว่างนั่งรถน้าอี๊ดมานั้น น้าอี๊ดดูหน่วยก้านแล้วบอกว่าท่าทางมีความรู้เรื่องรถดี ไทบอกว่าพ่อสอนมาตั้งแต่เด็ก น้าอี๊ดถามว่า “สนใจจะทำงานกับฉันไหมล่ะ ฉันมีอู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ เราทำรถแข่งน่ะ”

น้าอี๊ดบอกว่าจะมีที่พักให้ อาหารสามมื้อแถมแอลกอฮอล์ อีกต่างหาก ถามว่าดื่มไหม สูบบุหรี่หรือเปล่า พอรู้ว่าไททั้งไม่ดื่มและไม่สูบบุหรี่ น้าอี๊ดพูดอย่างพอใจมากว่า

“เออ...ดีจัง...ไม่เปลืองอย่างนี้ค่อยน่าจ้างหน่อย”

น้าอี๊ดดีใจที่จะได้เด็กดีมาทำงาน ส่วนไทดีใจเหมือนลอยคอมาถึงฝั่ง...

ooooooo

เมื่อไปถึงอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์ของน้าอี๊ด ไทตื่นตาตื่นใจรถแข่งคันสวยคันหนึ่ง ถึงกับเข้าไปลูบคลำ น้าอี๊ดถามว่าชอบหรือ ไทบอกว่าชอบ พูดอย่างมุ่งมั่นว่าวันหนึ่งตนต้องขี่คันนี้ให้ได้

จากนั้นน้าอี๊ดพาไทไปแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนร่วมงาน ทุกคนยินดีต้อนรับสมาชิกตัวจิ๋วคนใหม่ น้าบอกไทว่า “ที่นี่อยู่กันอย่างพี่น้อง” ไทยิ้มรับอย่างอบอุ่นใจ

ไททำงานอยู่กับน้าอี๊ดอย่างขยันขันแข็ง เอาการเอางาน ทั้งซ่อมรถ ลองขี่รถ ซ่อมมอเตอร์ไซค์ ทำเครื่อง กระทั่งลองเครื่อง เขาทำงานอย่างเพลิดเพลินจนเวลาผ่านไปไม่รู้ตัว

10 ปีผ่านไปเหมือนแค่ลัดนิ้วมือ วันนี้ไทในวัย 24 อยู่ในวัยฉกรรจ์ มีสติและประสบการณ์มากพอ จนน้าอี๊ดให้ลงแข่งรถ โดยเฮียหมูมาจอดเทียบเดิมพันกัน เฮียหมูปรามาสว่า ได้ข่าวว่าไอ้มืดเด็กของเขารถล้มขาหักไม่ใช่หรือ

“ข้ามีคนขี่คนเดียวที่ไหนละเฮียหมู” น้าอี๊ดสวนไปแล้วผิวปากวี้ดวิ้วอย่างมั่นใจ

เมื่อได้เวลาเปิดตัวนักแข่ง เฮียหมูเห็นไทก็เอ่ยปากชมว่า “หน่วยก้านไม่เลวนี่” ส่วนน้าอี๊ดบอกนักแข่งของตนว่า

“เอาล่ะทุกคน ในเมื่อพร้อมกันแล้ว กติกามีง่ายๆ คือใครถึงเส้นชัยแล้วคว้าไฟแช็กมาจุดได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ”

“เดิมพันครั้งนี้แสนนึง กับรถด้วย ใครชนะกินรถไปเลย” เฮียหมูเสนอเดิมพันอย่างฮึกเหิม ขาโจ๋เฮกันลั่น

การแข่งขันดำเนินไปอย่างมืออาชีพ ทั้งดุเดือด หวาดเสียว โฉบเฉี่ยว และสวยงามอย่างยิ่ง ผลัดกันนำผลัดกันตาม เป็นที่เร้าใจตื่นเต้น แต่ในที่สุด ไทก็สามารถคว้าไฟแช็กขึ้นจุดได้ เฮียหมูหน้าเหลือสองนิ้ว น้าอี๊ดเดินเข้ามาบอกว่า

“ถือว่าวันนี้เฮียหมูโชคไม่ดีก็แล้วกัน เอาเงินกับกุญแจรถมาตามสัญญา”

“เอ้า...เงิน...แต่รถฉันคงให้ไม่ได้...ถือซะว่าเมื่อกี้ฉันพูดเล่นก็แล้วกัน” เฮียหมูพูดหน้าด้านๆ ครั้นลูกน้องของน้าอี๊ดเดินเข้ามาประท้วงว่าแบบนี้มันโกงกันนี่หว่า ก็ถูกลูกน้องเฮียหมูพุ่งเข้าชาร์จทันที  เกิดการตะลุมบอนกันขึ้นโดยอัตโนมัติ!

ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนกันด้วยหมัดเท้าเข่าศอกและประแจเลื่อน แต่เฮียหมูควักปืนออกมาจากเอวจะยิงน้าอี๊ด ไทเห็นจึงพุ่งเข้าแย่งปืน ระหว่างยื้อแย่งกันมีเสียงปืนลั่นขึ้นนัดหนึ่ง เฮียหมูตายคาที่ ไทตะลึงงัน ทุกคนคิดว่าไทเป็นคนยิง น้าอี๊ดเอาปืนจากมือไทยิงขึ้นฟ้า เมื่อทุกคนแตกฮือกันไปแล้ว น้าอี๊ดบอกไท “หนีไปซะไท!... เอารถคันนั้นไป”

“แล้วทางนี้ล่ะน้า” ไทเป็นห่วง แต่เห็นสีหน้าของน้าอี๊ดแล้วเขาตัดสินใจขึ้นรถขี่ออกไป

ooooooo

ไทขี่รถไปจอดที่หน้าผาแห่งหนึ่ง เขามองแม่น้ำที่อยู่ไกลๆคิดถึงคำพูดของพ่อ...

“จริงอย่างที่พ่อบอก ชีวิตของผมมันเริ่มต้นได้ใหม่เรื่อย แต่ก็หาจุดหมายปลายทางไม่เจอ...มีงานก็มีเงิน มีเงินก็มีชีวิตอยู่ได้ แม่ผมสอนอย่างนั้นเสมอ ผมทำงานสารพัด ไม่เคยเลือกงาน แต่เลือกที่จะมีชีวิต...”

ไทเดินทางตะลอนไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์ รับจ้างทำงานทุกอย่างที่จะทำให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ทั้งขับรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ เชื่อมโลหะในโรงงานเล็กๆ ซ่อมรถบรรทุก ทำงานเหงื่อไหลไคลย้อย เนื้อตัวมอมแมม แต่เขาก็ยิ้มสู้กับชีวิตต่อไป...และ...ต่อไป...

ไทขี่มอเตอร์ไซค์คู่ชีพไปอย่างไร้เป้าหมาย คิดถึง คำพูดของน้าอี๊ดก่อนจากมา กับความจริงที่ผ่านมาในชีวิตว่า...

“คำว่าหนีของน้าอี๊ด ผมรู้ว่ามันไกลแค่ไหน แต่สำหรับผมมันไม่มีระยะทาง คำคำนี้พาผมไปเจอกับอะไรหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย และสิ่งต่างๆเหล่านี้ มันหล่อหลอมชีวิตผมให้รู้จักคำว่า ลูกผู้ชาย”

เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆจนกระทั่ง...เข้าเขตเมือง...

ooooooo

2 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่มันคือความจริงที่ปีนี้ ไท ธัญธรณี เข้าสู่วัย 26 ปีแล้ว...

ในวัย 26 ปีนี้ เขาก้าวเข้าสู่อีกวงการหนึ่ง นั่นคือเป็นนักโดดร่ม เขาอยู่ในทีมเดียวกับเอี่ยว ที่วันนี้ต้องแสดงหมายทำลายสถิติโลกลงกินเนสบุ๊กประเภทท่าทางและจับกลุ่มกันมากที่สุดจะสร้างวงกลมซ้อนกันถึงสี่วง ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน

การโดดชุดแรก ชุดที่สองผ่านไปด้วยดี ถึงชุดที่สามทำท่าจะผ่านไปดีแต่มีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อนักโดดร่มคนหนึ่งซึ่งก็คือเอี่ยวนั่นเอง ร่มพันกำลังดิ่งลงพื้นอย่างน่ากลัว!

ไทตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปหาเอี่ยวอย่างกล้าตาย เขาพยายามอยู่หลายครั้งจนคว้าได้สำเร็จ เอามีดตัดสายร่มที่ พันออกแล้วกระตุกร่มสำรองของเอี่ยวให้กาง พริบตานั้นเอี่ยวถูกดึงตัวขึ้นไป ไทถอนใจโล่งอก ในที่สุดทุกคนก็ลงมาข้างล่างได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางความใจหายใจคว่ำของคนดู และสุดท้ายคือเสียงปรบมือให้เกียรติและขอบคุณไทกึกก้องไปทั่วบริเวณ

“เยี่ยมมากไท” หัวหน้าชม

แต่ห่างออกไป ชายลึกลับคนหนึ่ง จับตาดูไทอยู่ด้วยตาขวาเพียงข้างเดียว เขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด!

หลังจากนั้น ไทกับเอี่ยวพากันไปกินอาหาร เข้าร้านอาหารตามสั่ง เจ้าของร้านที่นั่งทอดหุ่ยอยู่ตะโกนบอกปลายฟ้าว่ามีลูกค้าเข้า ปลายฟ้าในชุดนักศึกษาเดินหน้าบอกบุญไม่รับมาถามเสียงมะนาวไม่มีน้ำว่า “จะรับอะไรคะ”

“ปลารากกล้วยทอดกระเทียม, แกงเขียวหวานผัดแห้ง, น้ำพริกมะขาม, ทอดมันปลากราย, ยำก้านคะน้าใส่ไข่ต้ม, ผัดพริกแกงหมูป่า, ต้มยำ” เอี่ยวสั่งข้าวเปล่า ไทสั่งเพิ่ม “ขอน้ำส้มคั้นกับน้ำเปล่าด้วย”

ปลายฟ้าแค่นยิ้มถามเสียงเขียว “นี่คุณ จะสั่งอะไรให้มันยากนักหนา ฉันมีธุระจะรีบไป สั่งพวกที่ทำง่ายๆแบบแซนด์วิชไม่ดีหรือ กินอิ่มเหมือนกัน”

ไทตกลงตามที่ปลายฟ้าบอก พอปลายฟ้าสะบัดไป เขาพึมพำขำๆ “แบบนี้ก็มีด้วยแฮะ”

เอี่ยวมองหน้าไทอย่างพินิจพิจารณา ถามว่าเขาเป็นนักล่าเหมือนกันหรือ ไทบอกว่าตนก็แค่หาเลี้ยงปากท้อง เอี่ยวชวนไปลองที่สนามยิงปืนไหม ไทพยักหน้าอย่างสนใจ ก็พอดีปลายฟ้าเอาแซนด์วิชมาเสิร์ฟ แล้วไปบอกเจ้าของร้าน

“หนูไปสอบก่อนนะคะ” แล้วเธอก็วิ่งออกไปทั้งชุดกันเปื้อนเลย ส่วนไทกับเอี่ยวก็นั่งกินแซนด์วิชกันฝืดๆ

ooooooo

ที่มหาวิทยาลัยดนตรี...

วันนี้เป็นวันสอบ แป้งเพื่อนร่วมห้องพักของปลายฟ้ากำลังสอบไวโอลิน ส่วนปลายฟ้าเพิ่งจะแบกเชลโล่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา เธอรีบจนชนคนบ้างชนของบ้าง จะรีบไปให้ทันเวลาสอบ

ตอนที่ 2

6 เดือนผ่านไป...

ไทไปขับเรือพานักท่องเที่ยวดำน้ำอยู่ที่จังหวัดพังงา วันนี้เขาพานักท่องเที่ยวออกไปเตรียมดำน้ำ นักท่องเที่ยวที่มากันเป็นคู่ ต่างพลอดรักกันอย่างมีความสุข ไทเหลือบมองเขาเหล่านั้นบ่อยๆ จนถูกขุนเพื่อนรักเห็นแล้วอมยิ้ม

ตอนที่ 3

เสร็จจากนำเศษผักไปส่งสวนสัตว์ไทแวะไปซ่อมเรือข้ามฟากให้เฮีย แหยม เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวรอขึ้นเรือไปเที่ยวเกาะจำนวนมาก เฮียแหยมจึงสั่งให้เอาเรือออกทันทีที่ซ่อมเสร็จ ฉัตรซึ่งมารับจ๊อบพิเศษดูแลความเรียบร้อยให้เฮียแหยมทักท้วงว่าเรือยังไม่ ได้ทดลองวิ่ง เกิดไปตายกลางทะเลจะทำอย่างไร

“ก็เอาช่างไปด้วยสิ ถือว่าลองเรือไปในตัว...ไท...ว่างหรือเปล่าล่ะ ช่วยติดไปกับเรือให้เฮียหน่อย เผื่อเรือเกิดเป็นอะไรไปจะได้ช่วยดูได้” เฮียแหยมอ้อนวอน ไทพยักหน้ารับคำด้วยความเต็มใจ...

ตอนที่ 4

ขณะบุ๊นกำลังกินมื้อเช้า เห็นพัดเตรียมจะออกไปทำงาน ขอร้องให้หยุดพักสักหนึ่งวัน เธอก็อยากจะทำอย่างนั้น แต่งานกำลังเร่งขืนหยุดหนึ่งวันงานอาจจะช้าไปถึงครึ่งเดือน บุ๊นมองลูกสาวอย่างเข้าใจแต่อดเป็นห่วงไม่ได้ หันไปส่งสายตาให้เรียวที่ยืนเยื้องไปด้านหลังเป็นทำนองให้ดูแลเธอให้ดี

“ไม่ต้องห่วงครับ” เรียวค้อมหัวให้นายใหญ่ ก่อนจะเดินตามพัดออกไป

บุ๊น ยืนมองส่งลูกสาวขึ้นรถไปกับเรียวจนลับสายตา แล้วหันมาถามอาฮวดว่าได้เรื่องตัวการสั่งยิงบ้างไหม เขากำลังให้คนตามอยู่ แล้วนึกถึงการประชุมกับมังกรและเจียงเมื่อคราวก่อน ขึ้นมาได้ รายงานว่าท่าทางเจียงจะไม่พอใจเรื่องโรงแรมมาก บุ๊นพยักหน้ารับเครียดๆ...

ใน เวลาเดียวกัน ปลายฟ้าสร้างความประทับใจให้ไทหัวหน้าคนใหม่ของเธอด้วยการมาทำงานสาย พอถูกตำหนิ เธอกลับแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าไม่ได้มาสาย เขาต่างหากที่มาเช้าเอง หัวหน้าหนุ่มขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วยสั่งให้ขึ้นรถกระบะไปช่วยกันเอาอาหาร ให้สัตว์กิน

ไทแวะให้อาหารสัตว์ไล่ไปตามเส้นทางเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงกรงงู เห็นปลายฟ้านั่งมองตนให้อาหารสัตว์มาหลายชนิดแล้ว สั่งให้ลองมาให้อาหารงูดูบ้าง เธอปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ ยอมตายดีกว่าต้องให้อาหารสัตว์น่าขยะแขยงพวกนี้

“ไม่ลองหน่อยหรือ พวกนี้น่ารักทั้งนั้นเลยนะ”

“น่า รักก็ขอแต่งงานไปเลยไป...อย่ามายุ่งกับฉัน” ปลายฟ้าเกาะรถไว้แน่น ไทส่ายหน้าเซ็งแล้วเอาอาหารให้งูเอง จากนั้น ทั้งสองคนมาถึงโรงเก็บช้าง ปลายฟ้าเห็นอาหารมากมายกองอยู่ที่พื้น อดสงสัยไม่ได้ของเก่ายังกินไม่หมด จะให้อาหารพวกมันอีกหรือ

“ใครบอกล่ะว่าจะให้อาหาร...โน่นเก็บขี้มันโน่น” ไทว่าแล้วส่งเครื่องมือทำความสะอาดให้ ปลายฟ้าเห็นมูลช้างกองมหึมาทำท่าจะอาเจียน เขารู้ทันทีดักคอว่าถ้าไม่ทำจะลาออกก็ได้ จะได้รับคนใหม่มาทำแทน เธอไม่มี ทางเลือกหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาคาดจมูกไว้แล้วลงมือทำงาน ไทยืนมองพอใจ...

ระหว่าง พัดนั่งรถไปตามเส้นทางสู่ออฟฟิศ ถามเรียวอย่างห่วงใยว่าแผลถูกยิงเป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่เป็นอะไรมาก อีกสองสามวันก็คงหายเป็นปกติ

“อาชีพอย่างนายนี่เสี่ยงนะ ทำไมไม่หาอาชีพอย่างอื่นทำล่ะ”

“ผม รักอาชีพนี้ครับและก็เต็มใจที่จะดูแลความปลอดภัยให้คุณพัดตลอดไป” เรียวพยายามสื่อความนัยให้รู้ว่ารักเธอ แต่เธอกลับเข้าใจว่าเขาทำด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดี จังหวะนั้น รถแล่นผ่านโบสถ์ของซิสเตอร์มารี พัดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ooooooo

ปลายฟ้านั่งสับปลาเตรียมให้อาหารแมวน้ำ เห็นไทกำลังฝึกมันอยู่ในกรง ขอลองทำบ้าง

“ยังไม่ได้หรอก แมวน้ำพวกนี้ยังไม่คุ้นกับเธอ... ทำไมถึงอยากฝึกแมวน้ำล่ะ”

“ก็ อยากเลื่อนตำแหน่งบ้างสิ...จะให้สับปลาให้มันทั้งชีวิตหรือไง” ปลายฟ้าเสียงอ่อย ไทอดยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเธอไม่ได้ ปลอบใจว่าถ้ายังไม่มีความสามารถพอจะเป็นครูฝึก ก็ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูฝึกแทน ปลายฟ้ายิ้มออก หันไปสับปลาต่อไปอย่างมีกำลังใจ

“เดี๋ยวฉันไปเตรียมงานก่อนนะ ให้อาหารเสร็จแล้วไปเจอที่กรงเสือ”...

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:56 น.