ตอนที่ 8
เมื่อเห็นหมอไทยระเบิดอารมณ์ อันนากับแพรพิณก็หน้าเจื่อน ชยุตปรามเพื่อนแต่เขากลับสวนเสียงแข็ง “ชยุต มึงไม่เข้าใจกูหรอก พอกูเกือบเสีย น้องอันวันนี้ กูก็รู้ว่ากูจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางความรักของกูอีกแล้ว ไหนล่ะคุณแพรหลักฐาน คุณไปรู้อะไรมา!”
“ฉันไม่ชอบกิริยาของคุณตอนนี้เลยนะคะคุณหมอ” แพรพิณเสียงสั่นๆ
ชยุตขอร้องให้แพรพิณพูด พวกตนรู้เรื่องจีสแกนหมดแล้ว เปิดอกคุยกันไปเลยดีกว่า แพรพิณกุมมืออันนาปัดว่าไม่จำเป็นต้องคุย หมอไทยขาดสติตวาดลั่นให้บอกมา เท่านั้นแพรพิณก็คุมสติตัวเองไม่อยู่โพล่งออกมาโดยอัตโนมัติ ว่าเจอพวกเซ็กทอยส์ เจลหล่อลื่นและยังมีจีสตริงในห้องนอนของเขา ชยุตพึมพำโอ้โห...จัดเต็ม...หมอไทยคุมสติสูดหายใจเข้าก่อนจะอธิบายเปิดรูปในมือถือให้ดูประกอบ เป็นภาพตัวเขากำลังสอนเพศศึกษาให้เด็กในคลาสเรียน
“น้องอันจำได้ไหมคะ ที่พี่บอกน้องอันเดือนที่แล้วว่าต้องสอนเพศศึกษา นี่แหละ” เห็นอันนานิ่ง เขาถามเสียงกร้าว “พี่ถามว่าจำได้ไหม!”
อันนาสะดุ้งตะกุกตะกักว่าจำได้ หมอไทยอธิบายต่ออีกว่า ส่วนเรื่องที่เห็นตนกับชยุตนอนแก้ผ้าบนเตียง นั่นเป็นแผนโง่ๆของชยุตเพื่อจับพวกจีสแกน พวกตนสงสัยมานานแล้ว แพรพิณกับอันนาตัวหดเถียงไม่ออก หมอไทยจึงสรุปน้ำเสียงดุดัน
“ถ้าไม่มีอะไรอีก ผมขอจัดการเรื่องสุดท้ายที่คาใจน้องอันอยู่นะครับ” หมอไทยกดโทร.ออกเปิดสปีกเกอร์โฟนถึงคุณหญิงย่า แล้วพูดอย่างหนักแน่นจริงจังว่า “กราบสวัสดีครับคุณย่า ผมหมอไทย มัจฉาตระกูล หลานคนเดียวของคุณย่า วันนี้อันนาผู้หญิงที่ผมรักโดนรถชนบาดเจ็บ ทำให้ผมรู้ว่ายังไงผมก็จะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ผมอยากปกป้องและดูแลเธอไปตลอดชีวิต เรียนมาเพื่อให้คุณย่าทราบนะครับ สวัสดีครับ”
เสียงคุณหญิงย่าร้องเรียก แต่หมอไทยกดวางสาย ชยุตอุทาน “โคตรโหดเลยเพื่อนกู!”
หมอไทยหันมาสบตาอันนาถามว่าตนทำขนาดนี้แล้วเธอจะดีกับตนได้หรือยัง หญิงสาวสะอื้นน้ำตาร่วงเผาะ เขาโผกอดเธอร้องไห้ไปด้วยกัน เขาขอร้องว่าคราวหลังมีอะไรให้คุยกัน อันนารับคำ ชยุตหันมามองหน้าแพรพิณอย่างตำหนิที่เป็นตัวต้นเหตุ ดึงเธอออกนอกห้องต่อว่า
“เป็นไง เห็นยัง ไอ้สิ่งที่พวกคุณทำเนี่ย มันทำคนอื่นเขาลำบากขนาดไหน ตั้งแต่ผมคบกับไอ้หมอมาแต่เด็ก ผมไม่เคยเห็นไอ้หมอมันหลุดอย่างนี้มาก่อน” แพรพิณปัดไม่เกี่ยวกับตน ชยุตโวย “นี่คุณแพร คุณไม่ได้ฟังไม่ได้เห็นอะไรในนั้นเลยเหรอ คุณไม่มีหัวใจรึไงวะ”
“เออ! ฉันมันคงไม่มีหัวใจ”
“ผมไม่ใช่คนดีแบบไอ้หมอนะ ผมจะไม่ให้อภัยคุณง่ายๆหรอก” ชยุตยิ่งโมโห
“ฉันมั่นใจว่าฉันทำในสิ่งที่ถูกต้องกับหลานของฉัน”
“งั้นเชิญมั่นผิดๆต่อไปเถอะ ผมเกลียดที่สุดพวกที่ชอบทำลายความรักของคนอื่นเพราะแค้นที่ตัวเองเคยโดนความรักทำร้าย อีกอย่างถ้าคุณยังตั้งหน้าตั้งตาทำไอ้จีสแกนนี้ต่อไป ผมบอกเลยนะว่าผมจะไม่รู้สึกอะไรกับคุณ แม้แต่ความเป็นเพื่อน ผมก็จะไม่เหลือให้จริงๆ”
แพรพิณกลั้นน้ำตาตะโกนเถียงออกไปว่านั่นมันเรื่องของเขา อย่างไรเสียตนก็ไม่มีวันทิ้งเพื่อนเด็ดขาด ชยุตถอนใจยิ้มให้อย่างเยือกเย็นก่อนจะกล่าวคำลาก่อน แล้วเดินจากไป หญิงสาวตะโกนไล่หลังว่าดีเหมือนกัน แต่แล้วต้องยืนร่ำไห้อย่างร้าวรานใจลำพัง
ooooooo
เฌอเบลล์ยิ้มแย้มอารมณ์ดีกลับถึงบ้าน ตรงเข้ากอดแม่บอกให้รู้ว่าตนชอบพาที แต่ราณีกลับคิดว่าลูกแค่หลงของแปลกเท่านั้น ไม่นานก็เบื่อ จึงไม่ติดใจอะไรนัก
ด้านแพรพิณตาแดงจากการร้องไห้ กลับมาบอกอันนาว่า โทร.บอกแม่ให้มารับพรุ่งนี้แล้ว หมอไทยรีบอาสา คืนนี้เขาขอนอนเฝ้าอันนาและพรุ่งนี้จะพากลับกรุงเทพฯเอง แพรพิณมองหน้าเขาอยากขอโทษแต่พูดไม่ออก พยักหน้าตามใจแล้วขอกลับกรุงเทพฯก่อน
รุ่งเช้าพรนางฟ้าช่วยขนข้าวของของบลูปรินซ์ขึ้นรถตู้ แอบมองหน้าพาทีอย่างมีอะไรในใจ เควินสังเกตเห็นกระซิบบอกพาทีว่าแองจี้มองตาละห้อย แสดงว่าเธอชอบพี่ พาทีว่าเพ้อเจ้อ แต่เควินยังเซ้าซี้อย่ายอมแพ้แบบนี้มันไม่ใช่พี่ตนเลย อยากให้พี่ลองคุยอีกสักครั้ง
พาทีมองหน้าเควินคิดตาม แล้วต้อนทุกคนให้ขึ้นรถ ไลออนถือกระเป๋าของแองจี้ออกมา พาทีเข้าไปดึงกระเป๋าแล้วบอกว่าขอ...ครั้งสุดท้าย สองหนุ่มมองตาอย่างรู้กัน หญิงสาวเดินมา พาทีให้เธอไปขึ้นรถตน เควินทำท่าดีใจ จุงเบกับคฑางงทำไมไม่ไปด้วยกัน
“ให้พี่พาทีเขาพาแองจี้ไปเถอะ ดู...รถแน่นจะตายละเนี่ย หายใจไม่ออกเลย” ไลออนบ่น
คฑา เควินและจุงเบมองไปในรถด้วยความแปลกใจว่าแน่นตรงไหน มีกันแค่สี่คนเอง...พาทีบอกว่าท่านประธานโทร.มาให้เข้าประชุมด่วนเรื่องคอนเสิร์ตใหญ่ที่จะจัดปลายปีนี้ น่าจะประชุมยาว พรนางฟ้านั่งเงียบ สักพักพาทีทนไม่ไหวถามขึ้น
“แองจี้...พี่ขอถามเรื่องนึงได้ไหม” พรนางฟ้ารับว่าได้ “พี่อยากให้แองจี้ตอบพี่ตามความจริงทุกอย่าง พี่สัญญาว่าพี่จะไม่โกรธ...แองจี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณชลลัมภีร์จริงรึเปล่า”
“จริงค่ะ...ถามทำไมคะ พี่พาทีไม่ไว้ใจแองจี้เหรอ” พรนางฟ้าพูดไปทั้งที่ในใจหวาดหวั่น
“ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่อยากถามให้แน่ใจเฉยๆ”
หญิงสาวโล่งอก แต่แล้วพาทีก็พูดขึ้นว่า ก่อนไปบริษัทจะแวะไปที่ที่หนึ่ง อยากไปกับเธอสักครั้ง เขาเหลือบมองเธอด้วยสายตาเศร้าๆ...และแล้วพาทีก็พาพรนางฟ้ามาวัดหัวลำโพง หญิงสาวเดินตามเขางงๆ เพราะ คาดหวังว่าเขาจะพาไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน แต่กลับกลายเป็นทำบุญในวัดตามจุดต่างๆ ไปจนถึงให้อาหารวัว เธอเริ่มสนุกและสบายใจขึ้น พอมาไหว้พระในโบสถ์
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าขา ขอให้ฟ้าเจองานที่ใช่จริงๆ แล้วก็...ได้อยู่กับคนที่ใช่ด้วยเถอะค่ะ” พรนางฟ้าอธิษฐานเพราะเห็นพาทีพนมมือหลับตาอยู่ก่อน พอลืมตาขึ้นเห็นเขายังหลับตาแต่อมยิ้ม
จากนั้นพาทีพามานั่งกินเฉาก๊วยหน้าวัด พรนางฟ้าอยากพูดความในใจแต่ไม่กล้า เอ่ยถามเขาว่า นี่หรือที่อยากมากับตน ทำไมต้องเป็นวัด ตนเหมือนคนบาปหรือ เขาตอบว่า
“พูดอีกก็ถูกอีก” หญิงสาวถลึงตาใส่ “พี่ล้อเล่น มาวัดไม่ดีเหรอ สบายใจจะตายไป พี่เห็นแองจี้เครียดๆ ยุ่งๆไง รอได้กินเฉาก๊วยก่อนแล้วแองจี้จะขอบคุณพี่อีกมาก”
พรนางฟ้ารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เสร็จจากนี้จึงขอให้เขาทำอะไรอย่างหนึ่งกับตนบ้าง...เธอพาเขามาดูหมอดู หมอดูด้วยไพ่ทำนายว่า ดวงเธอดีเรื่องความรัก มีความรักตั้งแต่เด็ก สมหวังทุกครั้ง แล้วถามว่าที่นั่งข้างๆนี่ได้กันหรือยัง พาทีเหน็บ ถามลึกไปไหม พรนางฟ้าขำเปลี่ยนมาถามเรื่องงาน หมอดูตอบว่าไม่ค่อยดี จะเผชิญปัญหาหนักมาก ปลายปีทุกอย่างถึงจะลงตัว แต่กว่าจะลงตัวก็ปางตาย จงใช้ความรู้สึกของตัวเองแก้ปัญหาแต่ละเรื่อง ทั้งเรื่องงานและความรัก
พาทีเห็นพรนางฟ้าเดินคอตกก็เอ่ยถามทำไมจ๋อย หมอดูแม่นมากหรือ เธอส่ายหน้าเพราะไม่ตรงเลย ตนไม่เคยสมหวังในความรักเลย จนคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก ว่าแล้วก็น้ำตาไหลอย่างอัดอั้น พาทีช่วยเช็ดน้ำตาแล้วปลอบ
“อย่าคิดอย่างนั้นสิ ไม่เคยได้ยินกฎของแรงดึงดูดเหรอ เขาบอกว่าคิดแบบไหนก็จะดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามา แองจี้ก็ต้องเชื่อว่าตัวเองจะเจอความรักที่ดีๆสิ”
“แองจี้ควรทำยังไง”
“ทำตามความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของแองจี้มันอยู่ที่ใครล่ะตอนนี้”
หญิงสาวสบตาเขา รู้แก่ใจว่าหัวใจอยู่ที่เขาจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้เหมือนโดนแรงดึงดูด พาทีรู้สึกหวั่นไหวแต่ต้องหักห้ามใจเพราะสัญญากับไลออนไว้แล้ว ตัดสินใจพูดออกมา
“พี่ขอโทษนะแองจี้ พี่ทำร้ายไลออนไม่ได้” พรนางฟ้าน้ำตาพรั่งพรู บอกแล้วตนไม่เคยสมหวังในความรักเลย พาทีสะเทือนใจแต่ก็ต้องกล่าวแค่คำขอโทษ...
ด้านพันธิตขี่มอเตอร์ไซค์ให้บัวบุหงาซ้อนท้ายกลับมาถึงบ้าน เขาบอกเธอว่าจะขี่รถเธอกลับแล้วพรุ่งนี้เช้ามารับ เธอรับคำเขินๆ เขาฉวยโอกาสหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ เธออายบิดตัวเป็นเกลียวเดินเข้าบ้าน พ่อเต่ากับเจ๊โดมแอบมองอยู่ร้องฮิ้วๆ ล้อกันใหญ่ เธอยิ่งอายหนีขึ้นห้อง
ในคืนนั้น พาทีขับรถมาถึงตึกจีพีเรคคอร์ด พรนางฟ้าร้องไห้มาตลอดทาง เธอปาดน้ำตาแล้วบอกขอโทษที่ร้องไห้ เรายังต้องทำงานด้วยกัน ตนจะพยายามแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ออกเขาจะได้ไม่หนักใจ
หญิงสาวรวบแฟ้มงานลงจากรถเดินเข้าตึก พอดีเจอคณะกรรมการทักเป็นอย่างไรบ้าง เธอพยายามยิ้มแย้มตอบว่าสบายดี บลูปรินซ์ฟิตกันมากตนเลยไม่เหนื่อย
“ดีๆ เชิญครับคุณพาที คุณสองคนนี่ทำงานตัวติดกันตลอด ระวังปิ๊งกันนะครับ”
สองคนตอบพร้อมกันว่าไม่หรอก...แล้วสบตากันนิ่งๆ ก่อนจะเดินตามกันเข้าห้องประชุม
ooooooo
อรนาฏอารมณ์ดีมีความสุขที่รู้ว่าลูกชายไม่เป็นเกย์ พอพันธิตกลับมาก็ชวนคุย เขารู้สึกว่าแม่ทำตัวแปลกๆ อรนาฏเอ่ยถามว่าคุยกับเควินบ้างไหม พันธิตเอะใจเพราะเควินก็มักจะถามถึงแม่ อรนาฏบอกเควินเป็นเด็กน่ารัก พันธิตประชดให้รับเป็นลูกเสียเลย เธอชะงักหลบตาปัดว่า
“พูดอะไรบ้าๆ แค่ทะเลาะกับแกคนเดียวฉันก็เครียดจะแย่แล้ว” พูดจบรีบเดินเลี่ยงไป
พอกลับเข้าห้อง อรนาฏอดไม่ได้พิมพ์ข้อความไปถึงเควิน “ถึงบ้านรึยัง พักผ่อนด้วยนะลูก” เธอลังเลสักพักกว่าจะกดส่ง...พอเควินได้รับข้อความก็ดีใจหน้าบาน ไลออนเห็นถามใครส่งอะไรมา เควินปัดไม่มีอะไร แล้วถามเขารอแองจี้หรือ คงกลับดึกมาก พาทีไลน์มาบอกมีประชุม
รุ่งเช้า ไลออนหลับฟุบอยู่ที่โต๊ะอาหาร เควิน จุงเบและคฑาลงมาเจอ แกล้งเอาถังน้ำ ฝาหม้อมาเคาะปลุก เขาสะดุ้งตื่นร้องเรียกแองจี้ สามคนแซว ห่วงกันจริง เควินบอกว่าพาทีไลน์บอกมาในกรุ๊ปว่ามีประชุมเช้าต่อ คฑาเป็นห่วงที่ทั้งสองทำงานหนักเพื่อพวกเรา เควินและจุงเบเห็นด้วย จึงพร้อมใจกันจะตั้งใจทำงานไม่งอแงอีก ไลออนพึมพำสองคนนั้นทำงานเข้ากันได้ดีจริงๆ
ระหว่างที่พาทีขับรถกลับ เห็นพรนางฟ้านั่งนิ่งจึงหาเรื่องชวนคุย ให้เธอสรุปการประชุมให้ฟัง เธอตอบฉะฉานแล้วจะทำสรุปให้ตอนถึงบ้าน พาทีเอ่ยถามว่ายังโกรธอยู่หรือ ไม่ทันตอบ เฌอเบลล์โทร.เข้ามา เขารับคำเดี๋ยวเจอกัน พรนางฟ้าน้อยใจซ่อนน้ำตาแล้วขอลงหน้าหมู่บ้าน โดยบอกเหตุผลที่ทำให้พาทีไม่กล้าดึงดันปฏิเสธ
“ขอโทษนะคะพี่พาที แองจี้ยังแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้”
ooooooo
บรรยากาศในห้องเรียนเงียบเหงาเนื่องจากแพรพิณยังเสียใจจนไม่เป็นอันสอน นักเรียนทั้งสามจึงพยายามทำให้ครูสาวหายเศร้าแล้วเริ่มตรวจการบ้าน แต่ระหว่างนี้พรนางฟ้าโทร.เข้ามาระเบิดความเสียใจจนแพรพิณงุนงงสงสัยว่าเพื่อนเป็นอะไร
“ทำไมจู่ๆเขาถึงใจร้ายงี้วะ ฉันไม่เข้าใจเลย เมื่อคืนยังพาไปเข้าวัดทำบุญ คุยกันหนุงหนิง จับมือฉัน ทำเหมือนชอบฉัน ฉันก็คิดว่าเขาชอบฉันสิ แต่เขากลับมาบอกว่าหักหลังไลออนไม่ได้ ทำไมเขาต้องแคร์คนอื่น แล้วตกลงเขาชอบฉันไหม หรือฉันมโนไปเอง ที่ผ่านมามันคืออะไรแพร ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...”
“แกชอบใครวะฟ้า...” แพรพิณยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ขณะที่พรนางฟ้าก็ระบายความอัดอั้นด้วยการตะโกนจนเหนื่อยหอบ
“คุยโทรศัพท์กับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าฉัน พอจะขอลงจากรถก็จอดให้ลงเฉยเลย จะยื้อสักคำก็ไม่มีไม่รู้เหรอว่าฉันอยากให้เขายื้อ ไม่เข้าใจรึไงไอ้ผู้ชายโง่! ไอ้ผู้ชายเย็นชา! ทำไมเย็นชาขนาดนี้ ฉันไม่ไหวแล้ว!!”
แพรพิณพอจะรู้แล้วว่าหมายถึงใคร เอ่ยถาม “รู้สึกดีขึ้นยังเพื่อน ฉันไม่เคยเห็นแกฟูมฟายเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้มานานละ คุณพาทีเก่งใช้ได้นะเนี่ย หรือว่าตอนนี้เขาคบยัยไฮโซนั่นอยู่”
พอได้ระบายอารมณ์ พรนางฟ้าก็เริ่มตั้งสติได้ “ฉันไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย แพรแกลืมวันนี้ไปได้เลยนะ ที่สำคัญห้ามบอกไอ้บัวรู้เด็ดขาด ไม่งั้นฉันโดนมันด่าเละแน่”
แพรพิณรับปากแล้วถามเพื่อนโอเคแล้วแน่นะ พรนางฟ้ารับว่าไม่เคยโอเคเท่านี้มาก่อน แล้วขอบใจเพื่อนก่อนจะขอตัวไปทำงานต่อ พอวางสายไปแล้ว แพรพิณก็พึมพำว่าอยากปรึกษาเรื่องชยุตเหมือนกัน เธอรู้สึกปวดร้าวมากอยากมีใครช่วยรับฟังบ้าง
ในขณะที่เฌอเบลล์ชวนพาทีมาช่วยดูลุคการแต่งตัวสไตล์ไหนดี พาทีคิดจะยึดเธอเป็นตัวช่วยให้ตัดใจจากแองจี้ จึงแวะซื้อขนมที่เธอชอบมาฝาก ทำให้เธอปลื้มหลงคิดว่ามัดใจเขาสำเร็จ
ooooooo
เจ๊โดมกับแก๊งกะเทยอีกสามคนซ้อมเต้นเพราะมีงานโชว์ พ่อเต่าอยากร่วมจึงจัดเต็มแต่งหน้าแต่งหญิง สวมส้นสูงซ้อมเต้นด้วยสุดฤทธิ์ เจ๊โดมท้วงว่าลูกจะรับได้แน่หรือ
“ฉันว่าตอนนี้มันโตแล้ว อีกอย่างเรื่องเก่าสมัยโน้น มันคงลืมไปหมดแล้วล่ะ”
“เจ๊แน่ใจนะ เจ๊อุตส่าห์สู้อดทนไม่แต่งหญิงไม่ใส่ส้นสูงมาเป็นสิบๆปี เพื่ออีบัวเลยนะ แล้วจะกลับมาแต่งอีกเพราะฉันขอมันก็...” เจ๊โดมหวั่นใจ
“พอๆมาเต้น ฉันคิดถึงเวทีจะแย่แล้ว ได้ทั้งงานทั้งเงิน ที่สำคัญได้ทั้งปลดปล่อยความเป็นหญิงในตัวฉัน ไม่รับก็โง่เต็มที” พ่อเต่าลุกขึ้นซ้อมไปตามจังหวะเพลงที่คึกคัก
บัวบุหงาขี่รถกลับมาถึงบ้าน ได้ยินเสียงเพลงดังก็เริ่มเอะใจ พอเข้ามาในบ้านเห็นพ่อแต่งหญิงก็ช็อก ปล่อยของในมือหล่นพื้น น้ำตารื้นเสียงเข้ม “หนูเคยบอกพ่อแล้วใช่ไหม พ่อจะสาวแค่ไหนก็ได้ แต่อย่าแต่งตัวแบบนี้ให้หนูเห็น!”
พ่อเต่าจะอธิบายแต่บัวบุหงาสวนเสียงกร้าวให้ถอดออก เพื่อนๆตกใจ บัวบุหงาเห็นพ่อยืนนิ่งก็สติแตก ปาดข้าวของเครื่องสำอางหล่นกระจาย เข้ากระชากเสื้อพ่อ แต่พ่อกอดตัวเองแน่น พ่อเต่าเริ่มทนไม่ไหวผลักลูกกระเด็นขึ้นเสียงบ้าง
“ทำไม! แกจะทำไมนักหนาหานังบัว มันเป็นความสุขของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันรัก ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ที่ผ่านมาฉันยอมเสียสละความสุขของฉันเพราะเห็นว่าแกยังไม่โต แต่ตอนนี้แกโตแล้ว ทำไมแกไม่เข้าใจฉันบ้างฮะ! ทำไม!”
บัวบุหงายืนอึ้ง โพล่งออกมาว่า หนูเกลียดพ่อ แล้วร้องไห้โฮวิ่งออกไป พ่อเต่าทรุดลงเสียใจกับคำพูดที่ทิ่มแทงใจของลูก เจ๊โดมเข้ากอดปลอบแล้วพานร้องไห้ระงมไปด้วย
บัวบุหงานอนร้องไห้คิดถึงอดีตวัยสิบขวบ ที่ตนกับแม่เห็นพ่อแต่งหญิงเต้นอยู่ในบ้าน แม่เสียใจมากทะเลาะกับพ่อเสียงดัง แม่เก็บของออกจากบ้าน หลังจากนั้นตนต้องทนฟังเพื่อนๆล้อเรื่องพ่อเป็นตุ๊ดจนแทบทนไม่ไหว...
พอพรนางฟ้ากลับมาถึงบ้าน ไลออนวิ่งมารับ ซักถาม ทำไมไม่กลับมากับพาที หญิงสาวขอตัวไปพักอ้างว่าเหนื่อย ไลออนมองตามอย่างหงุดหงิด...พาทีเห็นเธอก็จะพูดเรื่องประชุมพรุ่งนี้ แต่เธอปัดว่าเหนื่อยขอพักผ่อน เขาจึงหลีกทางให้ พอเข้าห้องได้ พรนางฟ้าก็ปล่อยโฮออกมา อย่างสุดกลั้น สัญญากับตัวเองจะร้องไห้แค่คืนนี้ พรุ่งนี้จะต้องดีขึ้น ตนคือพรนางฟ้าไม่ใช่แองจี้ ตนเป็นสายลับไม่ใช่ผู้จัดการวง ตนต้องทำงานของตนให้สำเร็จจะได้จบเสียที
รุ่งเช้า พรนางฟ้าหอบเอกสารเดินออกมา พาทีจะช่วยถือแต่เธอเบี่ยงหนีแล้วบอกเขาว่า ได้ส่งสรุปการประชุมเข้าเมลเขาแล้ว พาทีแปลกใจกับท่าทางร่าเริงของเธอ แย็บถามไม่โกรธแล้วหรือ เธอปัดว่าช่างมันแล้วชวนเขารีบไปประชุม พาทีมองตามงงๆ
เพลงประกอบหนังทะเลลาเวนเดอร์ของบลูปรินซ์ ได้รับการดาวน์โหลดขึ้นท็อปชาร์ต พันธิตเปิดแชมเปญฉลอง วทันยูเสนอให้จัดปาร์ตี้ขอบคุณทีมงาน ทำแฮชแท็กของงานด้วยคนจะได้ตามแล้วต่อด้วยคอนเสิร์ต พาทีบอกว่าตนวางแผนไว้แล้ว พันธิตยิ้มอย่างพอใจมาก
พรนางฟ้าแปลกใจว่าพาทีเอาเวลาไหนไปคิดงาน เขาตั้งชื่อปาร์ตี้นี้ว่า ปาร์ตี้ผีดุ ทุกคนจะต้องแต่งตัวเป็นผีตามที่จับสลากได้ แล้วทุกคนจะต้องครีเอตชุดเองรวมทั้งกลุ่มบลูปรินซ์
กลับถึงบ้านพรนางฟ้าส่งข่าวบอกเพื่อนๆ ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วเห็นข้อความร้องกรี๊ดๆ รุมขอแพรพิณไปด้วยกันใหญ่ จากนั้นพรนางฟ้าก็จะโทร.ถามเจ๊โดมว่าจะเตรียมโชว์อะไร ทันใดไลออนโผล่มาด้านหลัง ผลักเธอเข้าไปในห้องน้ำ ซักถามไปไหนกับพาทีทั้งคืนและทำไมไม่กลับมาพร้อมกัน ต้องมีอะไรแน่ๆ พรนางฟ้าพยายามอธิบายและเบี่ยงตัวออกห่าง
จุงเบเคาะประตูถามใครอยู่ในห้องน้ำ ไลออนรีบปิดปากหญิงสาวแล้วตะโกนตอบไปว่าตนท้องเสียให้เขาไปเข้าห้องน้ำข้างบน จากนั้นพรนางฟ้าพยายามจะผลักไลออนออก แต่เขายื้อขอให้เธอยอมเป็นแฟนด้วยและสัญญาจะไม่ดื้ออีก จะเป็นหัวหน้าทีมที่ดี
พรนางฟ้าต้องมาครุ่นคิดอย่างหนัก ต้องย้ำกับตัวเองว่ามาที่นี่เพื่อทำงาน เลิกเสียใจเรื่องพาที ตัดสินใจจะใช้ไลออนช่วยสืบว่าใครเป็นเกย์ โดยยอมสวมแหวนเปลือกหอยของเขาแต่ห้ามให้แฟนคลับและนักข่าวรู้ ส่วนคนในบ้านคงไม่สามารถปิดได้ ไลออนกระโดดโลดเต้นดีใจมาก
ooooooo
มีกระทู้หนึ่งในบอร์ดขึ้นชื่อกระทู้ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นแฟนนักร้อง ต้อยกับติ่งหัวหน้าแฟนคลับอ่านแล้วไม่พอใจ เพราะเชื่อว่าบลูปรินซ์ของพวกตน ไม่มีวันทิ้งแฟนคลับไปมีแฟนแน่
ตั้งแต่พรนางฟ้ายอมรับเป็นแฟนไลออน เธอก็รู้สึกผิดตลอด ส่วนไลออนท่าทางดีใจเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเธอบ่อยๆ พาทีเหล่มองอย่างสะเทือนใจเรียกเธอไปคุยงานในห้องทำงาน พรนางฟ้าพยายามทำใจให้เข้มแข็งคุยงานกับเขาอย่างแข็งขัน พาทีเห็นแหวนที่นิ้วนางซ้ายของเธอก็เอ่ยถาม เป็นแฟนกันแล้วหรือ เธอรับว่าใช่ เขาแสดงความยินดีด้วย
“แองจี้ก็ยินดีกับพี่พาทีเหมือนกันนะคะ”
“เรื่องอะไร?” พาทีงง พรนางฟ้าปัดไม่มีอะไร เขาจึงเตือน “หลังจากนี้จะทำอะไรก็ระวังตัวด้วย อาทิตย์ที่แล้วมีแฟนคลับคนนึงอ้างว่าเป็นแฟนไลออน โดนถล่มจนต้องย้ายโรงเรียนหนี เธอเองก็เคยพาบลูปรินซ์หนีแฟนคลับมาแล้ว คงพอเข้าใจว่าแฟนคลับของเรา...”
“รักแรงเกลียดแรง” พรนางฟ้าเสริมให้ พาทีพยักหน้าว่าใช่ เธอจึงบอกว่าจะระวังตัว
พอแองจี้จะเดินไป พาทีเรียก “แองจี้ หลังจากนี้เรียกฉันว่าคุณพาทีเหมือนเดิมเถอะ ถ้าเราสนิทกันมากเกินไป ไลออนอาจจะไม่สบายใจ ฉันไม่อยากมีปัญหา”
“ค่ะ...คุณพาที” พรนางฟ้ารับคำด้วยความรู้สึกเจ็บและรู้สึกผิดต่อเขาด้วย พาทีเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน
แต่เขาย้ำกับตัวเองว่า ในเมื่อเขาเลือกเองก็ต้องยอมรับให้ได้...
ในคืนนั้น บัวบุหงาเสียใจเรื่องพ่อไม่รู้จะไปไหน จึงโทร.หาพันธิตให้ออกมาพบ ทันทีที่เขารับโทรศัพท์ เขาก็ขับรถออกมาทั้งชุดนอน เห็นคนรักนั่งร้องไห้ริมฟุตปาทก็เข้าไปจะปลอบ แต่เธอกลับบอกให้เขานั่งเงียบๆก็พอ เขาจึงโอบไหล่เธอไว้
กลางดึก พรนางฟ้าเห็นห้องทำงานพาทียังเปิดไฟ จึงเปิดเข้าไปดู ไม่เห็นเขาเห็นแต่เนื้อเพลงที่เขาเขียนค้างไว้วางอยู่บนโต๊ะ ก็หยิบมาอ่าน เนื้อเพลงมีความหมาย กินใจ พาทีเข้ามายืนข้างหลังถามทำอะไร เธอสะดุ้งหันมาหน้าชิดอกเขา เธอรีบถอยก็ชนโต๊ะ เขาจึงรวบเอวเธอไว้ถามทำไมต้องตกใจขนาดนี้ หญิงสาวตั้งสติได้บอกให้เขาถอยห่างหน่อย เขาจึงปล่อยตัวเธอ
พรนางฟ้าถามว่าแต่งให้เฌอเบลล์ใช่ไหมถึงได้หวานขนาดนี้ เขารับว่าใช่ หญิงสาวปวดใจขอตัวกลับห้อง เขาคว้าแขนเธอไว้แล้วบอกให้ฝันดี เธอต้องกลั้นน้ำตารีบเดินหนีโดยเร็ว
เช้าวันใหม่ สามนักเรียนของแพรพิณมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง โทร.บอกแพรพิณว่าพวกตนหาข้อมูลของชลลัมภีร์กับพาทีมาได้แล้ว แพรพิณดีใจรีบโทร.ตามเพื่อนๆ บัวบุหงายังหลับซบอกพันธิตอยู่ในรถ พอมือถือดังก็สะดุ้งตื่น พันธิตอาสาไปส่ง ส่วนพรนางฟ้าดีใจที่งานสืบคืบหน้า
แพรพิณรีบหอบกระเป๋าพะรุงพะรังมาที่โรงเรียน พอจะเดินเข้าเห็นชยุตหน้าคลินิกหมอไทยก็ชะงัก เขามีทีท่าไม่สนใจ เดินเทิ่งๆเข้าร้านไป แพรพิณกลั้นน้ำตาด้วยความผิดหวัง...พอหมอไทยเห็นหน้าชยุตก็รู้ว่าเจอแพรพิณมา จึงตำหนิเพื่อนทำงอนเป็นตุ๊ดไปได้
พรนางฟ้ามาถึงก่อนนั่งซึมอยู่กับญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว พอเด็กๆเห็นหน้าแพรพิณอีกคน ญี่ปุ่นก็ว่าหน้าทั้งสองเหมือนคนอกหัก สองสาวปฏิเสธพร้อมกัน สามนักเรียนฟันธงว่าชัวร์ บัวบุหงาเดินหัวกระเซิงเข้ามาบ่นว่ารถติด สามนักเรียนแซวขี่มอเตอร์ไซค์จะติดได้อย่างไร เธอจึงอ้อมแอ้มบอกว่าพันธิตมาส่ง ทั้งสามแซวกันยกใหญ่
จิ๋วจิ๋วเริ่มกางเอกสารที่หามาได้ให้สามสาวจีสแกนดู ว่าข้อมูลที่ได้คือ ก่อนที่พาทีจะมาอยู่ที่ค่ายจีพีเรคคอร์ด เขาเคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับเอ็มไพร์เรคคอร์ดมาก่อน และสิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์ก็คือ พาทีเป็นโปรดิวเซอร์คู่กับชลลัมภีร์ สามสาวตกใจ กุ๊กกิ๊กเสริม
“จริงค่ะ กว่าเราจะรู้ก็ย้ากยาก เพราะคุณพาทีให้คุณชลลัมภีร์ออกหน้าแทน ตัวเองคอยอยู่เบื้องหลัง จนเจอชื่อบนปกเทปแน่ะ ถึงจะรู้”
พรนางฟ้าถามว่าพาทีโปรดิวซ์ให้ใคร กุ๊กกิ๊กบอกว่าเป็นวงดูโอชายที่ดังที่สุดเมื่อแปดเก้าปีก่อน ชื่อว่า ...มิลเลนเนียมบอย สามสาวแทบกรี๊ด เพราะพวกเธอเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งสมัยเรียนมัธยม พวกเธอตามกรี๊ดอย่างบ้าคลั่งไม่น้อยกว่าเด็กสมัยนี้รวมทั้งพ่อเต่าของบัวบุหงาด้วย แถมทั้งร้องและเต้นตามได้ทุกเพลง จนกระทั่งมีการยุบวง พวกเธอเสียใจมาก...
จิ๋วจิ๋วเล่าต่อว่า จริงๆแล้วการปิดตัวของมิลเลนเนียมบอยเกิดหลังจากที่นิตยสารบันเทิงชื่อว่าซุปตาร์ลงรูปเจเจจูบกับโปรดิวเซอร์ ซึ่งเท่าที่ดูโครงหน้าแล้ว น่าจะเป็นพาที จิ๋วจิ๋วเอารูปที่หาได้แต่เบลอมากมาให้ดู...พรนางฟ้าไม่เชื่อ จำได้ว่าตอนนั้นทางค่ายออกมายืนยันว่าไม่ใช่ แพรพิณกับบัวบุหงาก็ไม่เชื่อว่าขวัญใจของพวกตนจะแอ๊บ สามสาวพูดพร้อมกันว่า
“เราขอปกป้องมิลเลนเนียมบอยด้วยชีวิต!”
“พวกป้าเวลาติ่งนี่น่ากลัวขนาดเนอะเจ้า!” ญี่ปุ่นขยาด
“ค่ะป้า...คือ...ไม่จริงก็ไม่จริงค่ะ แต่อยากให้รับเรื่องนี้ไปพิจารณาสักนิด เพราะว่าหลังจากมิลเลนเนียมบอยยุบวง คุณชลลัมภีร์ก็ประกาศลาออกเพื่อแสดงความ รับผิดชอบ แล้วคุณพาทีก็ลาออกตาม มันก็น่าสงสัยอยู่นะคะ” จิ๋วจิ๋วสาธยายต่อ
พรนางฟ้าแก้ตัวแทนพาทีว่าไม่มีวันเป็นเกย์กับเจเจแน่นอน บัวบุหงาแซวปกป้องกันเหลือเกินไปโดนอะไรมาหรือเปล่า พรนางฟ้ารีบเปลี่ยนเรื่อง ถามเด็กๆมีอะไรอีก ญี่ปุ่นเสริม
“ก็นั่นล่ะเจ้า ที่เหลือที่รู้มาก็เป็นข่าวสะเทือนใจ๋พวกป้าๆ ที่พี่เจเจเสพย๋าขับรถชนคนต๋าย แล้วก็ติดคุกห้าปี หมู่เฮาพยายามหาข่าวหลังจากนั้นว่าพี่เขาไปไหนหลังออกจากคุกก็หาไม่เจอเลย ส่วนพี่พิชคู่ดูโอตอนนี้กลับไปอยู่ลอนดอนอย่างมีความสุขแล้วเจ้า”
แพรพิณกับบัวบุหงายังพร่ำเพ้อถึงเจเจกับพิช
แต่พรนางฟ้าสรุปว่าพาทีกับชลลัมภีร์เคยเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกันทำเพลงมาก่อน จิ๋วจิ๋วรับว่าใช่และเจเจก็เป็นคู่ขาของคนใดคนหนึ่ง จิ๋วจิ๋วให้เอกสารรายชื่อทีมทำอัลบั้มมิลเลนเนียมบอยที่คัดลอกมาจากปกเทปแก่พรนางฟ้า และย้ำว่าข่าวเจเจหลังพ้นโทษหาไม่ได้เลย ขนาดถามแหล่งข่าวคนสำคัญของพวกเราแล้ว พรนางฟ้าถามว่าใครคือแหล่งข่าวคนสำคัญ สามนักเรียนบอกว่าคือ...เจ๊โดม
สามสาวจีสแกนประชุมกันเอง บัวบุหงารู้สึกว่าการได้สุมหัวกันทำให้ลืมเรื่องเครียดๆได้ แพรพิณดีใจที่มีความคืบหน้า แล้วถามพรนางฟ้าเชื่อไหมว่าพาทีเป็นเกย์ เธอปัดไม่สนใจเพราะตอนนี้ตนเป็นแฟนกับไลออน บัวบุหงารู้สึกได้ว่าเพื่อนทั้งสองกำลังทุกข์ใจ
ooooooo
แม็กซี่ตามวทันยูมาถึงบริษัทของพันธิต เขาหน้าเจื่อนรู้ตัวว่าไม่อาจหนีมิสทิฟฟานี่คนนี้พ้น เธอจะประกาศตัวให้ทุกคนรู้ว่าเป็นแฟนกับเขาด้วยการเดินคล้องแขนเขาเข้าห้องประชุม พาทีกำลังอธิบายถึงรูปแบบงานจัดเลี้ยงโปรโมตทั้งหนังและเพลง ที่ใช้ชื่องานว่า ปาร์ตี้ผีดุ
พอเห็นวทันยูกับแม็กซี่เข้ามา กลุ่มบลูปรินซ์และพรนางฟ้ามองอย่างอึ้งๆ พันธิตแนะนำให้ทุกคนรู้จักเธอ ว่าจะมาเป็นนางเอกอีกคนในหนัง และเธอจะร่วมงานปาร์ตี้ผีดุนี้ด้วย
พรนางฟ้าต้องพาสี่หนุ่มบลูปรินซ์ไปหาซื้อชุดผีตามที่จับสลากได้ ส่วนพาทีแอบแยกไปหาซื้อไม่ให้ใครรู้ว่าเขาได้เป็นผีอะไร แต่พรนางฟ้าก็แอบตามไปดูด้วยความอยากรู้...ด้านวทันยูกับพันธิตต่างหาแบบชุดผีของตัวเอง แม็กซี่จับตาดูว่าวทันยูเป็นผีอะไรเพื่อแต่งตัวให้เข้ากับเขา เพราะเธอเป็นแขกรับเชิญที่ไม่ได้จับสลากด้วย
แพรพิณได้ร่วมงานในฐานะที่เป็นแฟนคลับที่ได้รางวัลไปเยี่ยมกองถ่าย เธอจึงต้องหาชุดผีจ้าละหวั่นร่วมกับเพื่อนทั้งสอง กว่าจะเลือกได้ทำเอาสามสาวเหนื่อยมากินข้าวร้านประจำ...บัวบุหงาถามเรื่องชลลัมภีร์กับพาทีจะเอาอย่างไร พรนางฟ้าครุ่นคิดวางแผนก่อนจะบอกเพื่อนๆว่า
“ฉันรับรองเลยว่าพวกแกคงไม่ได้สนุกสนานในปาร์ตี้แน่ เพราะว่าฉันจะล้วงความลับคุณพาทีในงานนี้ให้ได้ ด้วยวิธีที่ผู้หญิงอย่างเราๆถนัดมากที่สุด”
สองเพื่อนรุมถามว่าวิธีอะไร พรนางฟ้าตอบหนักแน่นว่า...มอมเหล้า สองเพื่อนไม่คิดว่าจะทำได้ง่ายๆ... ในขณะเดียวกัน พาทีมาทานข้าวกับเฌอเบลล์และคุยกันเรื่องชุดผีที่จะใส่ หญิงสาวบอกมีงานจะตามไปทีหลัง
ค่ำคืนวันงาน พันธิตสวมชุดมนุษย์หมาป่า พอจะออกจากบ้าน อรนาฏทักไปงานคอสตูมสัตว์เลี้ยงหรือ เขาหน้าตึงรู้ว่าแม่หลอกด่า อรนาฏฝากขนมไปให้เควินด้วย เขายิ่งสงสัยทำไมแม่ถึงกลายเป็นติ่งนักร้อง จึงประชดให้ไปร่วมงานเสียเลย เธอปัดว่างานเด็กๆไม่อยากไป
ปรากฏว่าพาทีกับพรนางฟ้าแต่งตัวแมตช์กันเป็นผีในภาพยนตร์เดียวกัน เสียงนักข่าวฮือฮาที่แม็กซี่ ตรีชวาควงคู่และแต่งตัวเป็นผีคู่กันมากับวทันยู พาทีจะรีบไปดูแลบลูปรินซ์ ให้พรนางฟ้าไปดูแลเวทีให้เรียบร้อย บัวบุหงาก็ไปเตรียมตัวเก็บภาพในงาน เหลือเพียงแพรพิณ ที่ยืนโดดเดี่ยวเดียวดาย...อีกฟากหนึ่งของงาน ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก และจิ๋วจิ๋วแต่งตัวเป็นผีปะปนเข้ามาในงานด้วย แม้แต่นาเดียร์กับพวกก็แฝงตัวอยู่ในงานนี้เช่นกัน คอยรายงานสถานการณ์แก่ชลลัมภีร์
พันธิตเอาขนมมายื่นให้เควินที่กำลังแต่งหน้าอยู่ เขาตื่นเต้นดีใจมาก พาทีได้ยินไม่พอใจดึงเควินออกมาคุย ถามว่าไปสนิทกับอรนาฏตั้งแต่เมื่อไหร่ เควินย้อนถาม
“ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมาก ทำไมดูพี่ต้องอารมณ์เสียทุกครั้งเวลามีเรื่องเกี่ยวกับคุณอรนาฏด้วยล่ะ”
“พี่บอกแล้วไงว่าคนวงการนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้ พี่เป็นห่วงเรากลัวจะโดนคนอื่นหลอกหาผลประโยชน์ก็เท่านั้นแหละ”
เควินรับปากจะระวังตัวเพื่อพี่จะได้สบายใจ พาทีเดินหงุดหงิดกลับไป...ด้านแพรพิณเดินจิ้มขนมกิน เคี้ยวตุ้ยๆแก้เบื่อ พอดีหมอไทยกับชยุตเดินมาเจอ หมอไทยทักแล้วแซวที่เธอแต่งตัวเข้าคู่กับชยุตโดยไม่ได้นัดหมาย แสดงว่าใจตรงกัน แพรพิณเห็นชยุตนิ่งๆก็จะเดินหนีแต่หมอไทยรั้งไว้ขอถ่ายเซลฟี่ด้วยก่อน ชยุตไม่พอใจดึงหมอไทยแยกออกมาต่อว่า
“แกจะบ้าเหรอ ทำแบบนี้ทำไม ไม่รู้หรือไงว่าฉันกับคุณแพรเรามีเรื่องกันอยู่”
“รู้...ก็เพราะรู้ถึงเป็นพ่อสื่อให้อยู่นี่ไง”
“สื่อวิญญาณอ่ะดิ กูกะจะไม่ทักเขาซะหน่อย”
“ชยุต ฉันรู้ว่าแกชอบคุณแพร แล้วไอ้การที่แกเป็นผู้ชายดันไปงอนเขา ไม่พูดกับเขาแล้วเมื่อไหร่มันจะได้รักกันวะ ผู้ชายเป็นเพศที่เกิดมาง้อนะเว้ย แกดูฉันง้ออันนามาแล้วตั้งเท่าไหร่ เพราะฉันคิดว่าอันนาเขาสำคัญมากกว่าศักดิ์ศรีโง่ๆที่เรามี ถ้าเข้าใจผิดกันก็รีบไปง้อแล้วกลับมารักกันซะ งอนกันไปงอนกันมารำคาญลูกตาว่ะ” ชยุตบอกไม่ได้ชอบ “ไอ้ทุเรศ! ไม่ชอบแล้วเศร้าทำไม ใครวะหนีไปกินเหล้าคนเดียวแทบทุกวี่ทุกวัน ไหนจะไปแอบดูเขาอีก อย่าคิดว่าไม่รู้นะ”
ชยุตยืนอึ้งที่เพื่อนรู้ทัน ระหว่างนั้นพรนางฟ้าขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน ประเดิมด้วยการเปิดตัวบลูปรินซ์ในเพลงแนวโจ๊ะๆสนุกสนาน มาในชุดผีแตกต่างกันดูน่ารักทำให้คนในงานสนุกสนาน จากนั้นพรนางฟ้าก็ประกาศรางวัลการแต่งกายยอดเยี่ยมของผู้มาร่วมงาน คือชยุตและแพรพิณ ทุกคนปรบมือยินดี แพรพิณไม่ยอมขึ้นเวที ชยุตจึงแกล้งท้าว่าไม่แน่จริง เธอจึงเดินกระแทกส้นขึ้นไปยืนคู่กับเขา รางวัลที่ทั้งสองได้คือกิฟต์วอชเชอร์บุฟเฟ่ต์ของทางโรงแรม
พอทั้งสองลงจากเวทีก็เกี่ยงกันไม่รับรางวัลเพราะไม่ต้องการไปด้วยกัน พรนางฟ้าแอบยิ้มด้วยวางแผนไว้แล้วว่าทั้งสองจะได้ไปด้วยกันแน่
เควินถูกโบ้ยให้ออกมาประกาศโชว์พิเศษต่อไป เป็นโชว์ป้าๆวัยเก๋าตัวแม่แห่งวงการคาบาเร่ต์ที่ห่างหายจากเวทีไปนาน เสียงปรบมือดังลั่น บัวบุหงายืนอยู่กับพันธิตหน้าเวทีตั้งตาดู พอกลุ่มกะเทยวัยป้าแต่งเต็มเหนี่ยวออกมาเต้นสุดฤทธิ์ บัวบุหงาตกตะลึงที่มีพ่อเต่าของเธอนำทีม แถมลงเวทีมานัวเนียผู้ชาย อรนาฏซึ่งแอบแต่งตัวมาร่วมงาน สังเกตเห็นท่าทางบัวบุหงาที่ไม่พอใจแล้ววิ่งหนีออกไปจากงาน พันธิตวิ่งตาม เธอจึงแอบตามไปดู
พันธิตปลอบใจบัวบุหงาว่าไม่เป็นอะไร เธอฟูมฟายว่าอายมาก ไม่อยากมีพ่อแบบนี้ ปรากฏว่าพ่อเต่าตามมายืนฟัง ได้ยินคำพูดของลูกเต็มสองหูก็เข้ามายืนนิ่งตรงหน้า ถอดวิกผมออกเอ่ยถามว่า มีพ่อเป็นกะเทยมันแย่มากหรือ ความรักที่พ่อให้มันทดแทนสิ่งที่พ่อเป็นไม่ได้เลยใช่ไหม...พ่อเต่าดึงขนตาปลอมและเครื่องประดับออกทีละชิ้นๆ แล้วเข้ามาเขย่าไหล่ลูกสาว
“พ่อเลือกเกิดไม่ได้ พ่อผิดใช่ไหมที่จิตใจเป็นกะเทย พ่อผิดใช่ไหมบัว พ่อผิดมากใช่ไหม”
บัวบุหงาร่ำไห้สะบัดตัวออกไม่ให้แตะ พ่อเต่าสะอื้นกับท่าทีรังเกียจของลูก ถามนี่ใช่ลูกที่พ่อเลี้ยงมาหรือ พ่อน่ารังเกียจมากเลยหรือ หญิงสาวปาดน้ำตาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พ่อกลับไปอยู่กับเพื่อนพ่อเหอะ พ่อทนฝืนความรู้สึกมานานแล้วนี่ ถ้างั้นพ่อก็ไปเลย กลับไปสู่โลกสีรุ้งของพ่อ จะบอกให้นะ หนูไม่เคยรู้สึกว่าหนูมีพ่อที่ปกป้องหนูได้เลย หนูเลยต้องเข้มแข็ง เข้มแข็งกว่าพ่อด้วยซ้ำ! เพราะฉะนั้น ถ้าพ่ออยากไปมั่วผู้ชายที่ไหนก็เชิญ หนูจะไม่มาเป็นตัวถ่วงของพ่ออีก!”
พ่อเต่ายืนช็อกกับคำพูดแทงใจของลูก ทรุดลงร่ำไห้ในขณะที่บัวบุหงาเดินจากไป อรนาฏยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้า สะท้อนใจถึงความรู้สึกของตัวเองที่มีสามีเป็นเกย์ พันธิตวิ่งตามบัวบุหงา อรนาฏตามมาร้องเรียก เขาชะงักแปลกใจแม่มาได้อย่างไรแล้วขอตัวจะไปตามเพื่อน อรนาฏดักคอว่าเพื่อนที่รับไม่ได้ว่าพ่อแต่งหญิงใช่ไหม เผอิญเควินผ่านมาเห็นสองแม่ลูกคุยกันจึงหยุดฟัง อรนาฏว่าเป็นใครมีพ่อแบบนี้ก็ต้องอาย แต่พันธิตสวน
“คุณอย่าเอาความรู้สึกตัวเองไปปนกับเรื่องคนอื่นได้ไหมครับ”
“แกเองเหมือนกัน ไอ้เพื่อนตุ๊ดที่เอามามั่วสุมที่บ้านน่ะ เมื่อไหร่จะเลิกคบมันซะที”
“ในหัวคุณมีแต่เรื่องพวกนี้เหรอ คุณขัดหูขัดตาเพื่อนตุ๊ดผมนักใช่ไหม ใช่...ไอ้ยูมันเป็นตุ๊ด เพื่อนทุกคนที่ผมคบมีแต่ตุ๊ด ผมเองก็เป็นตุ๊ด เป็นตุ๊ดเหมือนพ่อผมนั่นแหละ พอใจรึยังอยาก ได้ยินแบบนี้ใช่ไหม” อรนาฏโกรธตบหน้าเขาฉาด พันธิตยืนจ้องน้ำตาคลอ “บางทีผมก็อยากรู้นะ ว่าความเป็นแม่คุณอยู่ที่ไหน”
เควินยืนอึ้งไม่คิดว่าแม่ลูกคู่นี้จะทะเลาะกันรุนแรงขนาดนี้ พันธิตเดินแยกไป อรนาฏปล่อยโฮออกมา เควินเดินเข้ามาใกล้อยากปลอบ อรนาฏเงยหน้ามาเจอดึงเขาเข้ามากอดสะอื้น ในขณะที่พันธิตตามมาปลอบใจบัวบุหงา เขาเข้าใจเธอดีว่าไม่มีลูกคนไหนอยากเป็นลูกที่แย่ เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลยที่จะยอมรับได้ ตัวเขาเองก็ผ่านจุดนั้นมาอย่างยากลำบาก
ระหว่างนั้นพรนางฟ้าเฝ้าจับตาดูพาที หาจังหวะจะเข้าไปมอมเหล้าเขา เพื่อล้วงถามความลับ จนกระทั่งกลุ่มนักเรียนของแพรพิณเดินมาทักทาย ถามมีเรื่องอะไรให้เผือกบอกได้ เรื่องเผือกๆพวกตนถนัดนัก เธอจึงปรึกษาจะมอมเหล้าผู้ชายที่ไม่กินเหล้าได้อย่างไร...
ooooooo










