ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สายลับจับแอ๊บ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หน้ากองถ่ายทะเลลาเวนเดอร์ พาที พรนางฟ้าเดินมาพร้อมสี่หนุ่มบลูปรินซ์ ชยุตมากับแพรพิณเห็นทักทาย “อ้าว คุณพรนางฟ้า มาด้วยเหรอครับ”

    พรนางฟ้ากับแพรพิณหน้าเสีย คนอื่นๆงงกับชื่อนี้ พาทีจ้องรอฟังคำแก้ตัว พรนางฟ้าหัวเราะเบาๆ “โอ๊ยคุณชยุตคะ นั่นมันชื่อสมัยอนุบาลของแองจี้นะคะ อย่าเอามาเรียกเลย เขิน”

    ไลออนกับจุงเบแซวที่เธอมีชื่อนอกวงการด้วย แพรพิณช่วยแก้สถานการณ์ บอกพาทีว่า พี่นุชถามหาส่วนบลูปรินซ์ให้รีบไปแต่งหน้าทำผม พาทีจำต้องเดินแยกไป...

    ชยุตข้องใจถามยังทำงานจีสแกนอยู่หรือ พรนางฟ้ารีบบอกว่าเลิกแล้วและพูดอย่างจริงใจว่าตอนนี้ตนเป็นแองจี้ผู้จัดการวงบลูปรินซ์เพียงอย่างเดียว ตนขอให้เขาช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับและฝากบอกหมอไทยด้วย ถึงเวลาตนจะเป็นคนบอกทุกคนเอง แพรพิณช่วยขอร้อง ชยุตรับปาก

    ในห้องแต่งตัว แม็กซี่จับมือวทันยูไม่ให้ไปไหน สี่หนุ่มบลูปรินซ์ขำแต่ก็เชียร์ให้ทั้งสองคู่กัน บัวบุหงาเห็น

    พรนางฟ้าอยู่กับแพรพิณก็ดีใจปรี่เข้ามาขอคุยกับพรนางฟ้าสองคน แพรพิณไม่ค่อยพอใจที่เพื่อนมีความลับ บัวบุหงาถามว่าส่งคลิปให้ชลลัมภีร์หรือยัง พรนางฟ้าอึกอักไม่รู้จะบอกอย่างไร เผอิญพาทีเดินเข้ามา ขอตัวแองจี้สักครู่ พรนางฟ้าโล่งอกรีบเดินตามพาทีออกไป บัวบุหงายืนหงุดหงิดงุ่นง่าน

    พาทีดึงพรนางฟ้ามามุมหนึ่งที่ไม่มีใครเห็น จับไหล่เธอดันติดกำแพงไม่ให้หนีไปไหนแล้วบอกว่าตนทนไม่ไหวแล้ว บอกตนมาตรงๆได้ไหมว่าเธอเป็นใครกันแน่ หญิงสาวตกใจไม่กล้าพูดความจริง ตัดสินใจพูดไปว่าตนคือแองจี้ สีหน้าพาทีผิดหวัง

    “ฉันไม่อยากให้เธอ...โกหกฉันอีก”

    “พี่พาทีพูดเรื่องอะไร...”

    “ฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ ถ้าเธอยังไม่บอกฉัน ฉันก็จะไม่ถามอะไรเธออีก ไปทำงานของเธอเถอะ” พาทีปล่อยตัวพรนางฟ้า มองเธออย่างเจ็บปวดที่เธอไม่ยอมพูดความจริง

    ระหว่างการถ่ายทำ พรนางฟ้าแอบมองพาทีตลอด ส่วนบัวบุหงาถ่ายภาพเก็บเบื้องหลังไปเรื่อยจนรู้สึกวิงเวียนและแล้วก็เป็นลมล้มพับ เกิดความวุ่นวายต้องหยุดการถ่ายทำ พันธิตตกใจเข้าอุ้มพาเธอไปปฐมพยาบาล ...พอเธอฟื้น พันธิตต่อว่าทำไมถึงเก็บปัญหาไว้คนเดียว เธอยังมีตนที่ห่วงใย บัวบุหงาโผกอดร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาปลอบและพูดให้เธอหัวเราะ

    อรนาฏโผล่มาเห็นมองอย่างไม่พอใจ บัวบุหงาหน้าเจื่อนทำตัวไม่ถูก พันธิตถามมาทำไมตนกำลังทำงาน เธอต่อว่า “ก็แกเล่นไม่กลับบ้านเลย ฉันคิดถึงก็มาเยี่ยมไม่ได้เหรอไง...ไม่คิดจะแนะนำผู้หญิงข้างๆให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอ”

    “เอ่อ...คือหนูชื่อบัวบุหงาเป็นช่างภาพ”

    “บัวเป็นแฟนผมเองครับ เธอคนนี้แหละครับ

    คนที่ผมเลือกเอง ไม่ต้องให้คุณเลือกหรือจ้างมาให้ผม เห็นผมมีแฟนเป็นผู้หญิงแบบนี้แล้วสบายใจหรือยังครับ” พันธิตประชด

    อรนาฏนั่งลงมองหน้าบัวบุหงายิ้มๆ บอกลูกชายว่าตนดีใจ เขาไม่อยากเชื่อ อรนาฏติงอย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าสาว แต่เขาก็ยืนยันว่าไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้ทำการแสดงอยู่ บัวบุหงาตัดบทขอตัวกลับไปทำงานต่อ

    อรนาฏรั้งไว้บอกให้นอนพักแล้วหันมาคุยกับพันธิต

    “แม่ขอโทษที่ก่อนหน้านี้แม่ทำตัวไม่ดี ขอโทษที่แม่เคยบังคับแก เคยจ้างผู้หญิงมาหลอกแก แต่ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าสิ่งที่แม่ทำ มันทำให้แกรู้สึกยังไง และแม่ก็เข้าใจถ้าลูกจะไม่เชื่อใจแม่ แต่แม่อยากบอกลูกว่าแม่ขอโทษ ลืมเรื่องเก่าๆที่แม่เคยทำไว้ได้ไหม” พันธิตเริ่มเชื่อ อรนาฏหันมาลูบหัวบัวบุหงา “แม่ดีใจที่พันธิตแนะนำหนูบัวให้แม่รู้จักนะ ดูสิเครียดเชียวเป็นอะไรล่ะลูก”

    บัวบุหงารีบบอกว่าตนไม่เป็นอะไรแล้วขอตัวไปทำงาน แต่อรนาฏแทรกบอกให้พันธิตกลับไปทำงานตนจะดูแลผู้หญิงของเขาเอง ขอโอกาสตนแก้ตัวบ้าง พันธิตจึงบอกบัวบุหงาว่าเดี๋ยวจะรีบกลับมา บัวบุหงามองตามเขาด้วยใจหวาดหวั่น

    ทันทีที่ประตูห้องปิดลง อรนาฏก็เล่นงานบัวบุหงาทันที ทำไมไม่ทำตามจดหมายที่ตนส่งไปให้ แล้วบอกให้ส่งเลขบัญชีมาเดี๋ยวนี้ ตนจะโอนเงินให้ รับเงินแล้วให้ไสหัวไป บัวบุหงาจะปฏิเสธแต่อรนาฏตัดบท “เข้าประเด็นเลยนะ เธอทำงานสำเร็จ หมดเวลาของเธอแล้ว ฉันจ้างเธอมาสืบเรื่องพันธิต จ้างให้เธอมาหลอกให้ลูกชายฉันรัก ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว รับเงินแล้วก็ไสหัวไปได้แล้ว” อรนาฏหยิบสมุดเช็คออกมา

    พันธิตแอบฟังอยู่หน้าห้องตกใจและผิดหวังมาก บัวบุหงามองอย่างโกรธๆ อรนาฏเซ็นเช็คเจ็ดแสนบาท เพิ่มจากค่าจ้างเดิมห้าแสนให้แล้ววางลงตรงหน้า บัวบุหงาอยากจะร้องกรี๊ด อรนาฏรู้นิสัยลูกชายดีว่าต้องแอบฟังทำทีเดินไปเปิดประตูแล้วตกใจที่เจอเขา พันธิตโวย

    “ผมได้ยินหมดแล้ว คุณหยุดเล่นละครใส่ผมสักที ชีวิตนี้คุณเคยจริงใจกับผมสักครั้งนึงไหม” บัวบุหงา

    ลุกขึ้นจะเดินมาหา พันธิตชี้ “หยุดอยู่ตรงนั้นอย่าเข้ามาใกล้ผม”

    อรนาฏทำทีตกใจจะปลอบบัวบุหงา พันธิตตวาดให้หยุดเล่นละครเสียที อรนาฏถามลูกเป็นอะไร เขาเสียงสั่นเครือ “เป็นลูกคุณไงครับ คุณอรนาฏ ผมถามหน่อย คนเป็นพ่อเป็นแม่นี่เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกกลายเป็นคนแบบที่ตัวเองต้องการเหรอครับ ถ้าใช่ ผมจะได้เตือนตัวเองไว้ว่าอย่ามีลูก ผมสงสารเด็ก” อรนาฏปรี่เข้าจับมือปฏิเสธ เขาสะบัดมือออก “ผมพอแล้วครับ ผมจะไม่ให้โอกาสคุณอีกแล้ว” พูดจบพันธิตหันหลังจะเดินไป อรนาฏโผกอดด้านหลัง

    “แม่ขอโทษลูก แม่ขอโทษ แม่แค่อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดแค่นั้นเองนะลูก แม่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วนะลูกนะ”

    พันธิตหันกลับมาจับไหล่แม่ ยื่นหน้าไปพูดชัดถ้อยชัดคำ “เลิกเล่นละครสักที”

    พอจะเดินไปก็หันกลับมาทางบัวบุหงา บอกเธอว่าถ้าลุกไหวเมื่อไหร่ก็หยิบเช็คแล้วออกไป ตนไม่อยากเห็นหน้าเธออีก หญิงสาวร้องไห้บอกตนไม่ต้องการเงิน ตนรักเขา พันธิตไม่ฟังเดินออกไป บัวบุหงาทรุดลงร้องไห้ที่ไม่มีโอกาสอธิบาย ทุกอย่างต้องจบลงด้วยการเข้าใจผิด

    อรนาฏตามพันธิตออกมาอธิบาย “ฟังแม่ก่อนนะ แกอย่าโกรธแม่เลยนะ ผู้หญิงคนนั้นน่ะเขาไม่ได้รัก ไม่ได้สนใจแกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อย่าไปแคร์อะไรเขาเลย ตอนนี้ฉันแค่อยากให้แกลองคิดดูในมุมของฉันบ้างว่าฉันห่วงแกแค่ไหน”

    คนในกองถ่ายหยุดทุกอย่างหันมาสนใจสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พอดีเฌอเบลล์มาหาพาทีจึงยืนฟังอยู่ด้วย บัวบุหงาเดินตามมายืนข้างพันธิต

    “คุณฟังฉันก่อน ฉันรักคุณจริงๆนะ”

    อรนาฏแหวใส่ “รักเหรอ! พันธิต ผู้หญิงคนนี้

    ทำงานให้บริษัทโง่ๆที่ชื่อว่าจีสแกน พวกนี้มันเป็นพวกผู้หญิงมีปม มันจับกลุ่มกันทำงานหาเงินด้วยการไปสืบหาว่าผู้ชายคนไหนเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ ฉันรู้ว่ามันมีกันสามคน มีนังบัวคนนี้แน่ๆล่ะคนนึง ฟังฉันนะ มันไม่มีทางรักแกจริงๆหรอก แกอย่าโกรธกับฉันเพราะพวกผู้หญิงแบบนี้เลยนะ”

    เฌอเบลล์ฟังข้อมูลแล้วยิ้มย่อง พรนางฟ้ายืนอยู่ข้างพาทีส่วนแพรพิณยืนข้างชยุต ทั้งสองสาวช็อกมากถอยหลบอรนาฏ พันธิตโต้แม่ของตัวเองว่า “ผมว่าคุณก็มีปมเหมือนกับผู้หญิงพวกนั้นเหมือนกันแหละครับ ถึงได้จ้างเขามาสืบผม”

    บัวบุหงาโพล่งขึ้น “จริง ฉันทำงานกับจีสแกนแต่ว่าเราทุกคนมีเหตุผลนะ เดี๋ยวพวกเราจะเล่าให้คุณฟังเอง คุณใจเย็นๆแล้วฟังก่อนนะ” บัวบุหงามองหาเพื่อนทั้งสองอยากให้มาช่วยพูด แต่ไม่เห็นทั้งสองก็เริ่มใจเสีย แพรพิณขยับจะออกไปหาชยุตดึงมือไว้และส่ายหน้า ส่วนพรนางฟ้าถูกพาทีมองจึงไม่กล้าขยับตัว บัวบุหงาเสียงอ่อยให้พันธิตช่วยฟังแต่เขากลับตวาดไล่

    “บอกให้ออกไป! ทุกคนทำงานต่อครับ”

    บัวบุหงาตกใจร้องไห้ หมดหวังเสียใจที่ไม่มีเพื่อนมาช่วย หันไปคว้ากระเป๋าและกล้องวิ่งออกไป

    วทันยูจะเข้าไปหาพันธิตแต่แม็กซี่ห้ามไว้แล้วร้องถามบลูปรินซ์ว่าพร้อมถ่ายหรือยัง สี่หนุ่มยังงงๆกับเหตุการณ์แต่ก็ตอบรับว่าพร้อม...พรนางฟ้าจะตามบัวบุหงาแต่

    พาทีรั้งไว้ แพรพิณเข้ามาขอร้องให้ปล่อยเพื่อนตนไป พาทีถามพวกเธอคือจีสแกนหรือ แพรพิณส่ายหน้า

    เฌอเบลล์เข้ามาสะกิดพาทีให้ตามตนออกไป เขาเดินไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ เฌอเบลล์พยายาม

    ยุให้พาทีไล่แองจี้ออก เพราะเขาคงเดาได้ว่าจีสแกนมีใครบ้าง ถ้าไม่ แสดงว่าเขาชอบเธอ พาทียังสับสนตัดบทขอตัวกลับไปทำงาน เฌอเบลล์โกรธมองตามหลังเขาไปอย่างหงุดหงิด

    ooooooo

    เสร็จการถ่ายทำ พันธิตเครียดบอกวทันยูให้ไปอยู่เป็นเพื่อนคืนนี้...ส่วนแพรพิณนั่งรถกลับมากับหมอไทยและชยุต ก่อนที่จะโดนรุมถาม แต่แพรพิณก็ร้องไห้เสียใจที่เชื่อชยุตไม่ออกไปช่วยเพื่อน เธอรู้ว่าเขาหวังดี แต่บัวบุหงาคงกลัวและเสียใจมากในตอนนั้น

    พาทีกำลังพาบลูปรินซ์กลับ ทีมงานเอากระเป๋าแองจี้มาส่งให้ พาทีรับไว้และแปลกใจว่าเธอหายไปไหน ...ในขณะที่พรนางฟ้าตามมาที่บ้านบัวบุหงา แต่เข้าบ้านไม่ได้ สักพักแพรพิณตามมาสมทบ พรนางฟ้าโผกอดร่ำไห้บอกบัวบุหงาไม่ยอมคุยด้วย ไม่ยอมให้เข้าบ้านแล้วรำพัน

    “ฉันไม่น่าลากพวกแกเข้ามายุ่งกับปัญหาของฉันเลย แพร...ฉันมันเป็นคนเห็นแก่ตัว ฉันเห็นแก่ตัวมาก ไอ้บริษัทจีสแกนนี่เป็นหลักฐานแสดงความเห็นแก่ตัวของฉันได้อย่างดีเลย ฉันเริ่มทำงานสายลับบ้าๆเพราะมีตุ๊ดคนหนึ่งแย่งแฟนฉันไปแค่นั้น”

    แพรพิณลูบหลังลูบไหล่ปลอบ แล้วตะโกนขอให้บัวบุหงาเปิดประตูบ้านให้เข้าไปคุยกัน แต่เธอกลับตะโกนไล่ พรนางฟ้าสะอื้นขอโทษ “ฉันผิดไปแล้วบัว ฉันขอโทษที่ฉันเห็นแก่ตัว ฉันมันบ้า ฉันมันโง่ แกด่าฉันเลยบัว ด่าฉันแต่อย่าไล่พวกฉันเลยนะฉันขอร้อง”

    “วันนี้...ตอนที่ฉันต้องการพวกแกมากที่สุด อยากให้พวกแกอยู่ข้างฉันที่สุด พวกแกกลับไม่ทำอะไรเลย แกปล่อยให้ฉันยืนเป็นบ้าอยู่ตรงนั้น ยืนฟังคนที่ฉันรักด่าฉัน ยืนเป็นเป้าให้ทุกคนมองว่าฉันแม่งเป็นคนมีปัญหา มีปมชีวิต ทั้งหมดมันก็เพราะฉันเป็นสมาชิกของแกไงฟ้า จีสแกนบริษัทจับแอ๊บ...สุดยอด แกดูผลของมันสิฟ้า

    มันทำให้พวกแกทิ้งฉัน แกกลัวคนที่แกรักจะรู้ว่าแกเป็นจีสแกน แกปล่อยฉันไว้ตรงนั้น เพื่อนกันเขาทำแบบนี้เหรอวะ!”

    พรนางฟ้าทรุดลงร้องไห้หนักขึ้น บัวบุหงาตะเบ็งเสียงไล่ให้กลับไป แพรพิณสะอื้นบอกบัวบุหงาว่าตนซื้ออาหารมาฝากแขวนไว้ให้ที่ประตู บัวบุหงาไล่ซ้ำอีกครั้ง สองสาวแทบช็อกไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้ ต่างเสียใจน่าจะยืนเคียงข้างกันตอนนั้น พรนางฟ้าหันมาปลอบแพร

    พิณอย่าร้องไห้ ตนผิดเอง เพราะตนอยากเอาชนะพี่ต้อมอยากชนะคนทั้งโลก แพรพิณดีใจที่เพื่อนคิดได้ แต่จะขอโทษกี่ล้านครั้งก็ช่วยอะไรพวกเราไม่ได้ ตอนนี้ตนไม่รู้ว่าควรโกรธใครดี

    แพรพิณกอดพรนางฟ้าอีกครั้งแล้วผละออก ลุกขึ้นพูดอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนจะผละจากไป “ฉันขอโทษนะฟ้า ฉันว่าช่วงนี้เราสามคนอย่าเพิ่งเจอกันเลยนะ”...

    ด้านบัวบุหงาพิมพ์ข้อความเข้ากลุ่มเพื่อนว่าไม่ต้องมาหา ไม่ต้องติดต่อ ไม่ต้องมายุ่งอะไรกับตนอีก แล้วดีลีตตัวเองออกจากกลุ่ม...พอแพรพิณเห็นข้อความก็น้ำตาร่วงเผาะ ตัดสินใจพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ว่า “ฟ้า ไว้ทุกๆอย่างมันดีขึ้นแล้ว เราค่อยกลับมาเจอกันนะ” แล้วเธอก็ดีลีตตัวเองออกจากกลุ่มอีกคน ก่อนจะโทร.หาชยุตให้ช่วยพูดอะไรก็ได้ให้ตนเลิกคิดถึงเพื่อน

    พรนางฟ้ามานั่งซึมหลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนักในสวนสาธารณะ คิดถึงคำพูดของเพื่อนแต่ละคนอย่างปวดร้าว หยิบมือถือส่วนตัวออกมาดูเห็นข้อความของเพื่อนทั้งสองก็น้ำตาร่วงร้องไห้อย่างหนักอีกครั้ง พอดีปันปันโทร.เข้ามาบอกว่าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน เธอไม่มีแก่ใจจะว่าอะไรได้แต่เตือนน้องอย่ากลับดึก ปันปันรับคำ

    ทางพาทีพาบลูปรินซ์กลับบ้าน ทุกคนท่าทางเหนื่อยล้าแยกย้ายกันไปพักผ่อน พาทีมองกระเป๋า

    พรนางฟ้าสงสัยว่าเธอไปไหน ทันใดมือถือในกระเป๋าดังขึ้น พาทีกดรับแล้วตกใจ เสียงชลลัมภีร์เยาะหยัน ทำไมน้ำเสียงแปลกๆ พาทีย้อนถามเขาคิดจะทำอะไรบลูปรินซ์

    “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ”

    “แกโทร.หาแองจี้ทำไม”

    ชลลัมภีร์กวนว่าเป็นญาติกันทำไมจะโทร.หากันไม่ได้ พาทีถามย้ำเป็นญาติกันจริงหรือ ชลลัมภีร์หัวเราะสะใจย้อนถามเขาคิดว่าอย่างไร พาทีโกรธจะวางสาย ชลลัมภีร์รีบพูด “ทำไมแกถึงยอมให้แองจี้เข้าไปทำงานกับแกทั้งๆที่แกก็รู้ว่าแองจี้เป็น...ญาติฉัน”

    “เพราะว่าถ้าแกคิดจะทำอะไรฉันกับบลูปรินซ์จริงๆ ฉันก็จะได้จับเธอไว้แล้วบังคับเอาความจริงจากเธอได้ง่ายๆไง”

    “แล้วตอนนี้บังคับอะไรได้แล้วบ้างล่ะ”

    “ฉันพลาด...”

    “รู้ตัวก็ดีแล้วนี่ โชคดีนะ” ชลลัมภีร์หัวเราะเยาะก่อนจะตัดสายไป

    พาทีโกรธหยิบกระเป๋าพรนางฟ้ามาค้นหาว่าเธอเป็นใคร เจอกุญแจคอนโดก็ตัดสินใจไปที่นั่นทันที...ขณะที่เดินออกจากลิฟต์ ปันปันมัวคุยโทรศัพท์เดินสวนเข้าลิฟต์ไม่ทันเห็นเขา พาทีไขกุญแจเข้ามาในห้องตรงไปยังห้องนอนพรนางฟ้า เปิดคอมพ์ของเธอแต่ไม่รู้รหัส ลองกดอยู่หลายครั้งก็ไม่สำเร็จ จึงหันมาค้นบนโต๊ะแทน จนเจอซองเอกสารสีน้ำตาลคดีจับแอ๊บบลูปรินซ์ก็ตกตะลึง รีบเปิดดูและได้เห็นชื่อนามสกุลในบัตรห้องสมุด คือ...พรนางฟ้า เทพานุรักษ์

    พาทีถือซองเอกสารกลับมาขึ้นรถ กดข้อความส่งไลน์ถึงเฌอเบลล์ ขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าแองจี้ตั้งใจทำอะไร พอส่งเสร็จก็ปิดมือถือแล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะทน

    ooooooo

    พันธิตเสียใจเรื่องบัวบุหงา ออกมาดื่มกับวทันยูจนเมามาก หยิบเช็คเจ็ดแสนออกมาวาง บอกเพื่อนว่า ถ้าบัวบุหงาเอาเช็คนี้ไป ตนคงตัดใจได้มากกว่านี้

    ค่ำนั้นพาทีกลับบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว สี่หนุ่มบลูปรินซ์นั่งเซ็งที่ไม่มีปาร์ตี้ปิดกล้อง ไลออนถามพาทีไม่ได้ไปหาแองจี้ใช่ไหม เขาหงุดหงิดขึ้นมาทันทีบอกให้เลิกระแวงเสียที ถ้าอยากรู้ว่าแองจี้อยู่ไหนก็เอากระเป๋าเธอไป พาทียัดกระเป๋าใส่มือไลออนแล้วประกาศอย่าถามเรื่องแองจี้กับตนอีก ทุกคนงงไม่ค่อยเห็นพาทีโวยแบบนี้ พาทีเรียกเควินกับจุงเบเข้าไปคุยที่ห้องทำงาน

    พอเควินกับจุงเบตามเข้ามาในห้องทำงาน พาทีเปิด ฉากถามว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน มีความสัมพันธ์กันอย่างไร สองหนุ่มหน้าเสีย ไลออนกับคฑาแอบฟังอยู่หน้าห้อง...เควินกับจุงเบนิ่งอึ้งด้วยความตกใจ พาทีทนไม่ไหวตวาดถามว่ากำลังคบกันอยู่ใช่ไหม ทั้งสองอึกอัก

    “แค่บอกพี่มาตรงๆ ได้ไหม” เควินถามพี่เมาหรือ พาทีอยากจะร้องไห้ “ขอสักคนได้ไหม ที่จะพูดความจริงกับพี่ตรงๆ พี่ขอร้อง” เควินตะกุกตะกักถามได้ยินอะไรมา พาทีทนไม่ไหวตะโกนอย่างสุดทน “ไอ้พล! มึงเป็นน้องชายกูนะ มึงจะพูดความจริงกับกูตรงๆได้ไหม มึงเป็นเกย์มึงก็พูดมา”

    ทั้งเควินและจุงเบช็อกที่พาทีรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา ส่วนไลออนกับคฑาก็ตกใจเมื่อรู้ว่าเควินเป็นน้องชายพาที ทั้งสองพุ่งเข้ามาในห้อง พาทีเครียดจัด ระหว่างนั้นเฌอเบลล์มาจอดรถที่หน้าบ้านพยายามโทร.หาพาทีแต่เขาปิดเครื่อง จึงตัดสินใจเดินเข้าบ้าน...พาทีเสียงอ่อนลงถามเควินกับจุงเบอีกครั้ง ทั้งสองยอมรับและขอโทษ พาทีเดินมากอดเควินน้ำตาไหล

    “อย่าขอโทษ พี่ไม่โกรธที่แกเป็นเกย์ พี่ไม่โกรธที่แกสองคนรักกัน แต่พี่จะโกรธที่สุดถ้าพวกแกโกหกพี่ พี่ไม่อยากให้คนที่พี่รักโกหกอีกแล้ว พวกแกเข้าใจพี่ใช่ไหม”

    เควินรับคำ พาทีดึงจุงเบเข้ามากอดด้วยอีกคน ทั้งไลออนและคฑายังงงๆ พาทีกล่าวขอโทษที่ไม่เคยบอกว่าเควินเป็นน้องชาย ตนต้องการสร้างตัวตนใหม่ให้น้อง แต่เราคงหนีตัวเราเอง ไม่ได้ใช่ไหม เควินรับว่าใช่แล้วขอถามว่าเขารู้เรื่องได้อย่างไร พาทีจึงหยิบซองเอกสารมาวางบอกว่ามีสายลับสืบให้ คนนั้นคือแองจี้ ไลออนไม่เชื่อชกหน้าพาทีด้วยความโกรธ พาทีพูดสวน

    “คิดว่าฉันอยากให้เขาเป็นแบบนั้นเหรอ แกก็รู้ว่าฉันชอบเขาเหมือนกัน”

    “เพราะแบบนั้นพี่ถึงใส่ร้ายเขาใช่ไหมล่ะ เพราะพี่อยากให้เราเลิกคบเขา ไอ้พี่สันดานเสีย”

    คนอื่นช่วยกันจับไลออนไว้ เฌอเบลล์ได้ยินทุกอย่างโผล่พรวดเข้ามาด้วยความโกรธที่ได้ยินว่าพาทีชอบแองจี้ พาทีไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงยอมรับว่าใช่ ชอบมาก แล้วตอนนี้ตนก็เจ็บมากด้วยพอใจหรือยัง เฌอเบลล์ตวาดกลับ

    “ยัง! ฉันเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำให้ฉันโกรธ...” เฌอเบลล์จะบอกความจริงเควิน

    พาทีห้าม คนอื่นๆมองอย่างสงสัยว่าเรื่องอะไร เควินแทรกขึ้น “ถ้าคุณคิดจะเอาเรื่องที่คุณอรนาฏเป็นแม่แท้ๆของผมมาขู่พี่ชายผมล่ะก็ ผมบอกคุณไว้เลยนะ เรื่องนี้ผมรู้อยู่แล้ว”

    พาทีตกใจที่เควินรู้ เควินขอโทษ ตนรู้ว่าพี่พยายามปกป้องแต่ตนรู้มานานแล้ว มันคือเหตุผลที่ตนอยากอยู่ใกล้อรนาฏ เควินหันมาตอกหน้าเฌอเบลล์ “พี่ผมไม่ได้รักคุณ ต่อให้คุณบังคับเขายังไงใจเขาก็ไม่ได้อยู่กับคุณ” แล้วหันไปทางไลออน “แกก็เหมือนกัน แกดูไม่รู้เหรอว่าคุณแองจี้เขาไม่ได้ชอบแก เขาชอบพี่ที...เลิกหลอกตัวเองกันเสียที”

    เฌอเบลล์สวน “พวกผิดเพศอย่างนายมันจะไปรู้จริงเรื่องความรักได้ยังไง ไม่ต้องมาทำ...”

    “หุบปาก! อย่ามาลามปามเพื่อนฉัน” ไลออนตวาดเฌอเบลล์ เธอชะงักหน้าเสีย ไลออนว่าเธอคงเข้าใจดีแล้วและไล่ให้กลับไป พวกตนจะคุยกันส่วนตัว เฌอเบลล์โกรธและอายกลับไป

    ไลออนหันมาถามพาทีว่ามีหลักฐานอะไรมาปรักปรำแองจี้ พาทีชี้ที่ซองเอกสารให้อ่านกันเอง...ทั้งสี่หนุ่มอ่านเอกสารแล้วช็อกตามๆกัน ไลออนถามพาทีจะทำอย่างไรต่อ

    “เขาโกหกเรา เขาหลอกให้เรารักแล้วหักหลังเรา เราก็แค่ทำแบบเดียวกับเขาแค่นั้นเอง”

    สายวันต่อมา พรนางฟ้ากลับมาบ้านบลูปรินซ์ด้วยหน้าตาโทรมจากการร้องไห้จนตาบวม เกิดหน้ามืดเซ พาทีเข้ามาประคอง เธอเงยหน้ามองเขาแล้วขอบคุณ เห็นมุมปากเขามีร้อยช้ำก็เป็นห่วง พาทีอ้างว่าเดินชน ประตูห้องน้ำ แล้วเขาก็เอาใจทำอาหารเช้าให้ทาน

    พรนางฟ้าถามถึงพวกบลูปรินซ์ เขาบอกวันหยุดนอนยาว แล้วเอ่ยถามถึงเรื่องเมื่อคืน พรนางฟ้าเศร้าลงทันที

    พาทีจึงเปลี่ยนเรื่องชวนไปเที่ยวทะเลเดี๋ยวนี้ ไปทำให้จิตใจดีขึ้น ว่าแล้วก็ดึงมือเธอออกไป

    ooooooo

    ด้วยความเสียใจระคนหนี้สินรุมล้อมทำให้บัวบุหงาตัดสินใจโหลดคลิปเควินกับจุงเบลงแฟลช-ไดรฟ์ แล้วโทร.หาชลลัมภีร์บอกว่าตนเป็นตัวแทนจากจีสแกน

    วันต่อมาบัวบุหงานำคลิปมามอบให้ชลลัมภีร์และรับเช็คสองล้านจากเขา ทั้งที่ในใจยังลังเลว่าตนทำถูกไหม...ทันทีที่ชลลัมภีร์ได้รับคลิปก็โทร.สั่งนาเดียร์เตรียมตัวไว้มีงานใหญ่ แล้วเขาก็เข่นเขี้ยว “พี่จะจัดการทุกอย่างให้เองนะเจเจ...”

    ทางด้านหมอไทยกับอันนา คุณหญิงย่าเชิญนภิสกับแพรพิณมาทานข้าวและประกาศว่ายินดีรับอันนาเป็นสะใภ้วังมัจฉา แต่มีข้อแม้ว่าอันนาจะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ เรียนมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดเพื่อกลับมาดูแลวังมัจฉา หมอไทยโอดครวญที่จะต้องห่างคนรักหลายปีจึงโดนเหน็บ สมัยนี้มีทั้งสไกป์ ไลน์ เฟซไทม์ หรือไม่ก็นั่งเครื่องไปแป๊บเดียวอย่าทำตัวโบราณหน่อยเลย ทุกคนหัวเราะกันครืน แล้วคุณหญิงย่าเห็นแพรพิณเงียบๆก็เดาออกคงผิดใจกับเพื่อนจึงเตือน

    “โตๆกันแล้วมีอะไรก็พูดเปิดใจกัน ทำอะไรผิดก็ขอโทษ โบราณเขาถึงว่าเพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก ฉันเห็นพวกหล่อนรักกันจะตาย เสียดายเวลาที่คบกันมาเปล่าๆ...พอหล่อนพูดมากฉันก็จะลมจับ พอไม่พูดเลยก็ขัดหูขัดตาฉันจริงๆ”...แพรพิณคิดตามกราบขอบพระคุณ

    บ่ายวันนั้นพาทีขับรถพาพรนางฟ้ามาหมู่บ้านชาวประมงของลุงอิน ลุงที่เลี้ยงเขากับเควินมา หญิงสาวนิ่วหน้าคิดว่าเขาจะพาไปทะเลสวยๆ แต่พอเห็นลุงอินออกมาต้อนรับโผกอดพาที ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นของลุงหลาน ลุงอินถามถึงพลแล้วหันมามองพรนางฟ้าก่อนจะถามว่าแฟนหรือ ทั้งสองสบตากันเขินๆก่อนจะปฏิเสธ พรนางฟ้าบอกว่าตนเป็นลูกน้อง ลุงกลับเสริมว่า เป็นลูกน้องก็เป็นเมียได้ใช่ไหม พาทีต้องปรามลุง

    พรนางฟ้าเพิ่งมองหน้าลุงอินชัดๆแล้วนึกได้ว่าคือลุงที่ช่วยพาตนกับเพื่อนเข้างานมีตแอนด์กรี๊ดของบลูปรินซ์ แต่ไม่กล้ากระโตกกระตาก ลุงอินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าเธอ หญิงสาวแก้ตัวว่าหน้าตนสวยเหมือนดารา พาทีเย้าช่างมั่นใจอะไรอย่างนั้น ลุงอินเห็นการเย้าแหย่ของทั้งสองก็มองออกว่าทั้งสองมีใจให้กัน

    การมาครั้งนี้ทำให้พรนางฟ้าได้รู้ว่าพาทีกับเควินเป็นพี่น้องต่างมารดากัน แต่พอพ่อตายแม่เควินก็ทิ้งไป ทำให้ลุงอินเอาทั้งสองมาเลี้ยงดู ลุงอินเล่าถึงพาทีกับเควินสมัยเด็กและเอาอัลบั้มให้ดู พรนางฟ้าจึงเห็นรูปเควินกอดคอกับพาทีก็นึกได้ว่าภาพที่ตนเจอใต้เตียงเควินและมีข้อความว่ารักกันตลอดไป คือพาทีกับเควินนี่เอง

    ตกเย็น พาทีพาพรนางฟ้าเดินเล่นริมทะเล ดูวิถีชีวิตชาวประมง หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลาย ก่อนจะถามพาทีว่าเขาเข้าวงการมาได้อย่างไร พาทีเล่าไปมองท่าทีเธอไป เมื่อรู้ว่าตนเคยเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับชลลัมภีร์และภาคภูมิ พรนางฟ้าชะงักเล็กน้อยแต่ไม่ว่าอย่างไร เขาจึงเล่าต่อว่าเขาสามคนรักกันดีจนวงที่ก่อตั้งดังมาก มาวันหนึ่งจับได้ว่าชลลัมภีร์เป็นคู่ขากับนักร้องในวง...

    พรนางฟ้าทำทีตกใจไม่เคยรู้ พาทีถามไม่รู้มาก่อนเลยหรือว่าญาติตัวเองเป็นเกย์

    พรนางฟ้าส่ายหน้า พาทีเล่าต่อว่าหลังจากนั้น

    ก็มีเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้นทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ทางบริษัทจึงยุบวง พวกเราก็แยกทางกัน ตนไม่เคยเจอ นักร้องคนนั้นอีกเลย พาทีแกล้งถามพอจะรู้ไหมว่า

    ตนโปรดิวซ์ให้วงอะไร เธอส่ายหน้าอีก เขาจึงบอกว่าวงมิลเลนเนี่ยมบอย หญิงสาวทำทีนึกออกแล้วว่าวงนี้

    มีเจเจเป็นเกย์ แล้วถามพาทีเคยตามหาเจเจไหม

    “อืม พี่ทำทุกอย่างแล้วไม่เคยเจอเลย คิดถึงเหมือนกันนะ มิลเลนเนี่ยมบอย ชลลัมภีร์ด้วย ชีวิตพี่กับไอ้พล ผ่านอะไรมาเยอะจริงๆนะ เยอะมากไม่รู้ว่าต้องผ่านไปให้ได้อีกสักกี่เรื่อง” พาทีเบือนหน้าหนี

    เพราะรู้สึกท้อใจจนน้ำตาซึม เรื่องเธอไม่พูดความจริงก็บั่นทอนจิตใจเหลือเกิน

    พาทีคิดว่านี่เป็นการพยายามครั้งสุดท้ายแล้ว

    ที่จะทำให้พรนางฟ้าพูดความจริง จึงบอกให้เธอเล่าชีวิตของเธอให้ฟังบ้าง พรนางฟ้าไม่กล้าที่จะพูด จึงบอกว่าชีวิตตนธรรมดามาก พาทีถอนใจที่เธอไม่พูด จึงเล่นละครใส่ชื่นชมว่าชีวิตเธอไม่ธรรมดา เธอเป็นผู้หญิงเก่ง สดใส ใครเห็นก็มีความสุข เหมือนดาวที่ส่องแสงเป็นประกายให้กับพวกเราบลูปรินซ์ ขอบคุณที่ทุ่มเวลาให้พวกเราขนาดนี้ หญิงสาวหัวใจพองโตถามย้ำว่าเขาคิดอย่างนั้นจริงหรือ

    “จริงสิ แองจี้คือผู้จัดการคนสำคัญของพวกเรา แล้วก็เป็นคนสำคัญในชีวิตพี่ด้วยนะ พี่ชอบแองจี้จริงๆนะ ชอบมากจนอยากให้แองจี้เลิกกับไลออนเลย” พรนางฟ้าตะลึงถามเขาพูดอะไร “ความจริงไง พี่พูดความจริงที่หัวใจพี่รู้สึก แองจี้เป็นแฟนพี่ได้ไหม”

    หญิงสาวลังเล พาทีดึงเธอมาจะจูบแต่เธอเบือนหน้าหนีเพราะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับเขา พาทีจับคางเธอให้หันมาแล้วประทับจูบอย่างอ่อนโยนนิ่งนาน ก่อนจะถอนจูบกอดเธอแนบอกบอกนี่คือความรู้สึกที่ตนมีให้เธอ มันพอไหม พรนางฟ้ารับว่าพอแล้วยิ้มอย่างมีความสุข พาทีบอกเราเป็นแฟนกันแล้วนะ เขาจะจูบเธออีก เธอหลับตาพริ้มรอ แต่แล้วเขากลับไม่จูบ กระเซ้า

    “คิดว่าพี่ต้องจูบทุกครั้งเลยรึไง ลามกนะเรา”

    พรนางฟ้าอายสะบัดตัวออก เขาโอบเธอซบไหล่ เธอกังวลเรื่องไลออน พาทีบอกไม่ต้องห่วงตนจัดการเอง สายตาเขาเศร้าลง ทั้งสองนั่งดูพระอาทิตย์ตก...พลบค่ำ ทั้งสองจูงมือกันกลับมา ลุงอินแซว “แน่ะขาไปยังเป็น เจ้านายลูกน้องกันอยู่เลย ขากลับมานี่เป็นผัวเมียกันแล้วเหรอ”

    พรนางฟ้าเขินอาย พาทีลากลับเพราะพรุ่งนี้มีงาน ...พอมาถึงบ้าน สี่หนุ่มบลูปรินซ์แต่งตัวสีสันสดใส จัดปาร์ตี้เล็กๆต้อนรับผู้จัดการคนเก่ง พรนางฟ้าน้ำตาเอ่อตื้นตันกับความรักที่พวกเขามีให้ แต่ละคนเข้ามากอดเธอทำให้เธอหัวเราะ ถ่ายภาพเซลฟี่กันสนุกสนาน ขอบคุณแต่ละเรื่องที่เธอทำให้ มีเพียงไลออนที่ไม่พูดอะไร พรนางฟ้าเป็นห่วงจิตใจเขาจึงอยากคุยด้วย แต่พาทีดึงแขนไว้บอกว่าตนคุยกับไลออนแล้ว ตอนขับรถกลับมาและเธอนอนหลับอยู่

    พาทีดึงพรนางฟ้ามากอดประทับจูบบนหน้าผากแล้วบอกให้ไปนอนพัก หญิงสาวรู้สึกแปลกๆเหมือนมีอะไรบางอย่าง พอเดินเข้ามาในห้องนอนก็พบว่าเสื้อผ้า ข้าวของหายไปหมด เธอตกใจรีบไปที่ห้องทำงาน เห็นพาทีกำลังจูบกับไลออนก็ตกใจมาก ทั้งสองหันมามองอย่างเฉยชา เธอร้องถามนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พาทีบอกก็แค่ผู้ชายจูบกัน ไม่เห็นมีอะไร

    “ใช่ เรานึกว่าแองจี้จะชินกับเรื่องพวกนี้แล้วซะอีกนะ” ไลออนเสริม

    คฑา จุงเบและเควินตามเข้ามา พรนางฟ้ามองทุกคนอย่างผิดหวัง พาทีเอ่ยขึ้นว่า ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะเธอ แล้วหยิบซองเอกสารมาวางให้ ไลออนต่อว่าน้ำตาไหล

    “ทำไมถึงหลอกให้เราไปจับแอ๊บพี่น้องของเราเอง เธอใจร้ายมาก” พรนางฟ้าจะอธิบาย ไลออนตะคอก “ยังจะโกหกอีก นี่เห็นความรู้สึกของเราเป็นเรื่องเล่นๆเหรอ ความรู้สึกของเรามีค่าแค่ช่วยให้งานของเธอสำเร็จใช่ไหม ทำไมถึงเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้”

    พรนางฟ้าปฏิเสธ ไลออนร้องไห้บอกตนเจ็บ เควินปลอบอย่าไปเสียน้ำตาให้ผู้หญิงแบบนี้ คฑาบอกตอนที่เธอช่วยเรื่องลิซ่าคิดว่าเธอเป็นคนดี เควินและจุงเบหาว่า พรนางฟ้าเอาความลับไปแลกเงิน หญิงสาวร้องไห้โฮส่ายหน้า พาทีตวาดอย่ามาบีบน้ำตาแล้วถามว่าชลลัมภีร์จ้างเธอมาเท่าไหร่ พรนางฟ้าร่ำไห้ขออธิบายแต่ไม่มีใครยอมฟังต่างไล่ให้เอากระเป๋าที่เก็บไว้ให้ออกไปได้

    พรนางฟ้าเจ็บปวดเสียใจไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริง เธอขับรถออกมาร้องไห้ตลอดทาง พร่ำพูดแต่คำว่าขอโทษๆ

    เมื่อพรนางฟ้าไปแล้ว ทุกคนเสียใจมีเพียงพาทีที่นิ่งเฉยจนเควินต้องบอกว่า เสียใจบ้างก็ได้นะพี่ ไลออนเสริมถ้าไม่ไหวก็บอก พวกตนดูแลเขาได้ เท่านั้นพาทีก็ปล่อยน้ำตาไหลริน เข้ามากอดเควินกับไลออน คฑากับจุงเบเข้ามาร่วมกอด พาทียอมรับว่าตนเจ็บปวดมาก ตนเหนื่อยต้องเจอเรื่องพวกนี้อีกแค่ไหน กว่าจะทำตามความฝันพวกเราให้เป็นจริงได้ เควินปลอบพี่ชายว่า

    “ความฝันเราเป็นจริงตั้งแต่วันแรกที่พวกผมสี่คนได้ชื่อว่าบลูปรินซ์แล้วพี่”

    “ตอนเริ่มเราก็มีกันแค่ห้าคนอยู่แล้วนี่พี่ ไม่เห็นว่าตอนนี้มันจะต่างจากเดิมเลยจริงไหม”

    คฑาเห็นด้วยกับจุงเบ บอกพวกเรามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะพี่พาที แต่ไลออนขัดขึ้น “ต่างสิ เพราะเรากับพี่พาทีรักผู้หญิงที่ชื่อพรนางฟ้าคนนั้น เอาเลยพี่ ร้องไห้ให้เต็มที่เลย เสร็จแล้วพวกเราห้าคนค่อยมาเริ่มเดินกันต่อ รับรองว่าหลังจากนี้จะไม่มีใครทำอะไรบลูปรินซ์ได้อีกแล้ว”

    พาทียิ้มทั้งน้ำตาขอบใจทุกคนแล้วให้กำลังใจ “ความจริงของการใช้ชีวิตในวงการนี้คือสิ่งที่เราเพิ่งเจอไป วงการนี้มันเป็นพื้นที่อันตรายนะ แต่ในเมื่อเราเลือกจะเข้ามาแล้ว เราก็ต้องพร้อมที่จะรับมือและเผชิญหน้ากับมัน เราอาจถูกหักหลัง ถูกโกหกหลอกลวงอีกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่หลังจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

    ขอให้พวกเราทุกคนจำไว้ว่า พวกเราคือบลูปรินซ์ เราคือครอบครัว มีอะไรก็เคลียร์กัน พูดสิ่งที่รู้สึกออกมา เปิดใจรับฟังอีกฝ่ายนะน้องๆของพี่”

    ไลออนไหว้ขอโทษกับการเอาแต่ใจตัวเอง ทำให้พี่ต้องลำบาก ทุกคนยิ้มซาบซึ้งใจ...ในขณะที่พรนางฟ้ากลับมาถึงคอนโด เจอหน้าน้องก็โผกอดร้องไห้ ปันปันตกใจจะโทร.บอกแพรพิณกับบัวบุหงาแต่พรนางฟ้ารีบห้ามไม่อยากเล่าอะไรให้น้องฟัง ปันปันงงแต่ก็ไม่ซักไซ้
    ข่าวงานเปิดตัวภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์

    อีกสองวันข้างหน้า ประโคมออกสื่อมากมาย แพรพิณขอบัตรเข้างานจากหมอไทย ในขณะที่พาทีมาประชุมกับพันธิตและทีมงาน เขาประกาศว่าแองจี้ลาออกไปแล้ว แต่ไม่มีผลกับการทำงานของพวกตน

    หลังการประชุม พันธิตมานั่งคุยกับพาที ต่างผิดหวังเสียใจไม่แพ้กัน...ด้านบัวบุหงาพอเอาเช็คไปขึ้นเงินกลับไม่ผ่าน จึงโทร.ไปหาชลลัมภีร์ ก็โดนตอกกลับมาว่า ถ้าจะมาแลกเช็คใหม่ก็จะมีตำรวจรอต้อนรับเพราะงานของเธอไม่ถูกกฎหมายสักเท่าไหร่ บัวบุหงาจึงรู้ว่าโดนหักหลัง เธอเสียใจมากกลับมาบ้านเจอเจ๊โดมก็โผกอดร้องไห้อย่างหนัก เจ๊โดมแวะเอาเงินมาให้โดยไม่บอกว่าพ่อเต่าฝากมา บอกเพียงว่าตนให้ยืมเพราะรักเธอเหมือนลูก

    นาเดียร์เข้ามาหาชลลัมภีร์ เขาสั่งให้เธอเอาแผ่นดีวีดีนี้ไปเปิดในงานแถลงข่าวหนังทะเลลาเวนเดอร์ นาเดียร์ยิ้มสะใจ

    เมื่อถึงวันงานต้อยกับติ่งนำทีมแฟนคลับเข้ามา ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว รวมทั้งปันปันกับเพื่อนก็มากรี๊ดให้กำลังใจบลูปรินซ์...พาทีทำหน้าที่ดูแลศิลปินไปด้วย พันธิตสงสารแนะให้หาผู้จัดการวงใหม่ พาทีจึงพูดเล่นว่าจะหาจากแฟนคลับ ส่วนแพรพิณถ่ายภาพเก็บบรรยากาศไว้

    ด้านพรนางฟ้าอยู่ที่คอนโด ตัดสินใจฟังคลิปเสียงชลลัมภีร์คุยกับภาคภูมิ แล้วแทบช็อกเมื่อรู้ว่าชลลัมภีร์โกรธพาทีมากที่แก้แค้นเขาด้วยการมีอะไรกับเจเจ ทั้งที่รู้ว่าเขากับเจเจรักกัน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:17 น.