ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สายลับจับแอ๊บ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ภาคภูมิเรียกชื่อพรเพ็ญถามเป็นพนักงานใหม่ใช่ไหม พรนางฟ้าเผลอตอบว่าใช่ เขาเสียงเข้มทันทีว่าเธอไม่ใช่แม่บ้าน ป้ายชื่อเธอชื่อเพียงขวัญ พรนางฟ้าหน้าซีดไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร ภาคภูมิบอกแอนว่าผู้หญิงคนนี้ปลอมตัวมาแล้วเรียก รปภ.ลั่น

    แอนเข้าจับแขนพรนางฟ้าพูดเอาดีเข้าตัวว่าตนสงสัยตั้งแต่เห็นเดินมาแล้ว รปภ.มาถึงเข้ารวบแขน พรนางฟ้าไม่ขัดขืนแต่พูดขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้นระหว่างชลลัมภีร์กับพาที” ภาคภูมิจะกลับเข้าห้อง พรนางฟ้าตะโกนดังขึ้น “ชลลัมภีร์กำลังจะทำอะไรบางอย่างกับบลูปรินซ์ คุณภาคภูมิ คุณรู้เรื่องใช่ไหม”

    “เดี๋ยวก่อน!” ภาคภูมิหันกลับมา พรนางฟ้าดีใจคิดว่าเขายอมฟัง แต่แล้วเขากลับสั่ง รปภ.ให้ลากเธอลงไปทางบันไดหนีไฟเงียบๆ ไม่อยากให้เป็นข่าว

    แอนตีเนียนบ่นว่าน่ากลัวจริงๆถ้าตนไม่รู้ตัวก่อนเขาคง...ภาคภูมิสวนให้สนใจอย่างอื่นบ้างไม่ใช่เอาแต่เล่นมือถือ แอนหน้าเจื่อนที่เจ้านายรู้ทัน

    พรนางฟ้าถูกผลักออกจากทางประตูหนีไฟที่เชื่อมกับที่จอดรถ เธอเดินบ่นว่าพลาดไม่ได้เรื่องอะไร แล้วปลอบใจตัวเองต้องใจเย็นๆ ทันใดเสียงภาคภูมิเรียก เธอสะดุ้งที่เขามาดักรอ

    ทั้งสองมานั่งคุยกันร้านกาแฟเงียบๆ ภาคภูมิเกริ่นว่าตนตั้งใจจะไม่ยุ่งกับพี่ทั้งสองคือพาทีและชลลัมภีร์แล้ว แต่พอเธอบอกว่าชลลัมภีร์กำลังทำอะไรกับบลูปรินซ์ ตนรู้ว่าเธอทำงานกับพาที แต่สงสัยว่าเธอเกี่ยวข้องอะไรกับชลลัมภีร์ ถ้าอยากให้ตนช่วยต้องบอกเรื่องที่รู้มาก่อน

    พรนางฟ้าถอนใจ “งั้นคุณต้องสัญญากับฉันก่อนว่าเรื่องทั้งหมดที่คุณรู้จากฉันจะต้องเป็นความลับ” ภาคภูมิรับคำ “คือ...ฉันเป็นสายลับจับแอ๊บตาม

    กระทู้นี้” เธอเปิดในมือถือให้ดู “คุณชลลัมภีร์จ้างฉันให้สืบความลับของวงบลูปรินซ์ว่าใครเป็นเกย์ แต่คุณชลลัมภีร์ไม่เคยบอกฉันเลยว่า ทำไมถึงอยากจับแอ๊บวงนี้มากขนาดนั้น แล้วยิ่งสืบฉันก็ยิ่งพบเรื่องราวที่มันซับซ้อน โดยเฉพาะเรื่องที่คุณพาทีกับคุณชลลัมภีร์เคย...”

    “ทำงานที่เอ็มไพร์เรคคอร์ด แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทกันด้วย”

    “นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องพักเรื่องการจับแอ๊บแล้วหันมาสืบความจริงเรื่องนี้ก่อน เผื่อว่าเรื่องนี้อาจจะร้ายแรงกว่าที่ฉันคิด คุณภาคภูมิพอจะช่วยฉันได้ไหมคะ”

    “ได้สิ เพราะผมเองก็อยากจะรู้ความจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่ที่ผมรักทั้งสองคนเหมือนกัน รู้จักมิลเลน–เนียมบอยอยู่แล้วใช่ไหม”

    พรนางฟ้ารับว่ารู้และสืบมาประมาณหนึ่งแล้ว ภาคภูมิอยากรู้ว่าหลังจากที่เจเจออกจากคุกเขาไปทำอะไรอยู่ที่ไหน พรนางฟ้าบอกนั่นคือสิ่งที่ตนไม่รู้ ทั้งสองเครียด ภาคภูมิเล่าถึงอดีต

    “มิลเลนเนียมบอยคือจุดเริ่มต้นของพวกเราทั้งห้าคน และมันก็เป็นเพราะความคึกคะนองกับความสดใหม่ของวัยรุ่นนั่นแหละที่ทำให้เราประสบความสำเร็จกันได้ขนาดนั้น...ขณะที่พี่ชลลัมภีร์กำลังเนื้อหอม โปรดิวเซอร์ตัวจริงอย่างพี่พาทีกลับเลือกที่จะอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ พอใจแค่มีชื่อตัวเองพิมพ์ตัวเล็กๆอยู่ที่หลังปกเทป”

    “แล้วพี่พาทีกับคุณชลลัมภีร์เขาเป็นคนยังไงเหรอคะ”

    “พี่ทีเขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ จริงจัง ใจเย็น บ้างาน โคตรบ้าเลย” พรนางฟ้าพึมพำที่รู้ว่าพาทีเป็นอย่างนี้

    มานานแล้ว ภาคภูมิมองเมื่อไม่มีอะไรก็เล่าต่อ “ส่วนพี่ชลแกเป็นคนเฮฮา มุกเยอะ แต่แกเสียตรงที่โกรธง่ายหายยาก เกลียดใครเกลียดจริง แกมีเรื่องทะเลาะกับทุกคนในทีมเลยนะ พี่ทีก็ต้องเป็นคนคอยเคลียร์ให้ตลอด”

    “เรื่องข่าวที่เจเจจูบกับโปรดิวเซอร์ เอาเข้าจริงรูปที่ข่าวก็เห็นไม่ชัดว่าเจเจจูบใครกันแน่ ระหว่างพี่พาทีกับคุณชลลัมภีร์”

    ภาคภูมิยืนยันว่าจูบกับพาทีแต่ไม่ฟันธงว่าเขาเป็นเกย์ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันคลุมเครือ “ผมรู้แต่ว่าพี่ทีกับพี่ชลทะเลาะกันรุนแรงด้วยเรื่องอะไรบางอย่าง มันเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์หายนะทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับมิลเลนเนียมบอย...”

    ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้น ภาคภูมิเดินมาตามทาง เห็นเจเจเดินร้องไห้ออกมา ตามด้วยเสียงทะเลาะกันตรง บันไดหนีไฟ ภาคภูมิรีบเดินไปดูเห็นพาทีหายใจแรงพยายามสงบอารมณ์

    “มึงทำแบบนี้กับกูได้ไงวะไอ้ชล กูเป็นเพื่อนมึงนะ” เสียงชลลัมภีร์ถามเขาทำอะไร “มิลเลนเนียมบอยคือวงนักร้องดูโอที่เกิดจากการออดิชั่นหาคนที่มีความสามารถมากพอที่จะได้ขึ้นมาเป็นดาวดวงใหม่ ใช่ไหม...เจเจได้รับเลือกเพราะมันเป็นเด็กมึงใช่ไหม”

    “กูเลือกเจเจเพราะว่าเจเจเก่ง”

    “แล้วน้องกูกับเจเจ ใครเก่งกว่ากัน! มึงรู้ไหมว่าน้องกูพยายามขนาดไหนกว่าจะผ่านมาเป็นหนึ่งในสามคนสุดท้ายของการออดิชั่นได้ ตอนที่ผลออกมาว่าคนที่ได้คือเจเจกับพิช มึงรู้ไหมว่าน้องกูเสียใจขนาดไหน กูต้องบอกน้องกูว่าสองคนนั้นเก่ง สองคนนั้นดีมีความ สามารถ ทั้งที่จริงๆแล้วกูรู้ว่าน้องกูดีกว่า เก่งกว่า มึงไม่รู้หรอกว่ากูกับน้องต้องพยายามกันมากขนาดไหน...มึงแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่เป็นใช่ไหม”

    ชลลัมภีร์หาว่าพาทีพูดไร้สาระ ที่พูดอยู่ก็ไม่ได้แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว พาทีโกรธเงื้อหมัดแต่ยั้งไว้ ชลลัมภีร์ยิ้มเย้ยว่าตนเป็นโปรดิวเซอร์ส่วนเขาเป็นแค่คนเขียนเพลง พาทีโกรธมากพึมพำว่าเมื่อตนสร้าง

    มิลเลนเนียมบอยได้ตนก็ทำลายมันได้ ภาคภูมิตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เดินกลับไปหาเจเจแถวลานจอดรถ เห็นนั่งร้องไห้อยู่ข้างรถก็เข้าไปถามว่าพี่ๆทะเลาะกันเรื่องอะไร

    เจเจหันมาโผกอดสักพักก็คลายออก พูดทั้งน้ำตา “พี่ไปกินเหล้าเป็นเพื่อนผมหน่อย ผมไม่เคยรู้สึกผิดเรื่องที่ผมได้เป็นมิลเลนเนียมบอยเลยนะจนวันนี้แหละ ผมมันก็แค่พวกตะกายดาว ทำได้ทุกอย่างที่ทำให้ผมดัง พี่ภูมิ ผมกับพี่...” เจเจตั้งใจจะพูดแต่พาทีเดินเข้ามาเสียก่อน

    พาทีขอให้ภาคภูมิกลับไปก่อน ตนมีเรื่องจะคุยกับเจเจสองคน...หลังจากนั้นสองวัน นิตยสารดาราก็ลงรูปเจเจจูบกับผู้ชายคนหนึ่ง พาดหัวว่า เจเจ เป็นอีแอบกินกันเองกับโปรดิวเซอร์...สมัยนั้นคนยังไม่ยอมรับเรื่องเกย์หรือเพศที่สาม พาดหัวแค่นี้ก็เป็นข่าวดังระดับประเทศ

    ภาคภูมิมาเจอพาทีนั่งร้อนรนอยู่ในห้องทำงาน ไม่ทันไรเลขาเข้ามาบอกว่านายเรียกให้เข้าไปคุยทีละคน ทันใดมีโทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่า เจเจขับรถชนฝ่ายตรงข้ามดับ พาทีกับภาคภูมิรีบไปที่เกิดเหตุ พาทีให้ภาคภูมิพาเจเจไปทำแผลที่โรงพยาบาล ท่าทางเขาเมายาร้องไห้

    หลังจากนั้นไม่นาน ต้นสังกัดก็แถลงข่าวขอโทษ เรื่องภาพหลุดเป็นเรื่องเข้าใจผิด ส่วนเรื่องอุบัติเหตุให้เป็นไปตามกฎหมายเพราะเจเจเมายาและเป็นฝ่ายผิดจริง ขอยกเลิกสัญญากับเจเจและยุบวงมิลเลนเนียมบอยอย่างเป็นทางการ...ข่าวนี้ฮือฮาอยู่พักใหญ่

    พรนางฟ้าฟังแล้วสรุปว่าไม่มีใครรู้ว่าเจเจจูบกับใครและเจเจออกจากคุกแล้วหายไปไหน ส่วนพิชกลับไปอยู่กับครอบครัวที่อเมริกา ท่าทางภาคภูมิอึดอัดใจมากเมื่อต้องรื้อฟื้นเรื่องนี้

    “คุณต้องใช้ชีวิตอยู่กับความไม่รู้ ไม่เข้าใจมาตั้ง แปดปีแล้วสิคะ”

    ภาคภูมิขอให้พรนางฟ้าช่วยสืบให้กระจ่างเสียที เธอรับปากยิ้มอย่างมั่นใจ...ขณะที่ทั้งสองเดินกลับมาที่ตึก เผอิญเฌอเบลล์มาเป็นเพื่อนศิลปินคนหนึ่ง พอเห็นพรนางฟ้ากับภาคภูมิก็เกิดความสงสัย พรนางฟ้ารีบเรียกตัวเองว่าแองจี้กล่าวอำลาภาคภูมิ

    ooooooo

    ที่วังมัจฉา อันนาพยายามเรียนรู้การทำขนมไทย ช่วยชะเอมทำเพื่อเอาไปเลี้ยงเด็กกำพร้าและขอคุณหญิง ย่าไปร่วมทำบุญด้วย คุณหญิงย่ามองอันนาที่เดินกระย่องกระแย่งเพราะยังใส่เฝือกแต่ก็ไม่ขัด... อันนาทำให้เด็กๆสนุกสนานมากขึ้น คุณหญิงย่ามองอย่างเอ็นดู

    แม้จะรู้สึกเอ็นดูอันนาขึ้นมาบ้าง แต่พอคุณนายสมรกับคุณนายอรดี สองสาวทรงผมตั้งกระบังใส่เพชรเต็มตัวมาแจกการ์ดงานแต่งงานลูกสาวและพูดโอ้อวดว่าได้ลูกเขยเศรษฐีไม่ใช่ผู้ดีเก่าดีแต่เปลือกต้องขายสมบัติกิน และพอเห็นอันนาก็ถากถางว่านี่คงเป็นผู้หญิงที่หมอไทยทำให้ท้องกลัวอายชาวบ้านเลยต้องเอามาซ่อนที่นี่ อันนาพยายามอธิบาย คุณหญิงย่าโกรธมาก

    “ความคิดพวกหล่อนนี่ช่างต่ำตมกันซะจริงๆ” สองคุณนายหน้าเหวอถามว่าตนหรือ “ฉันมองหน้าเธอ ฉันคงว่าโคตรเหง้าศักราชเธอมั้ง ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ไป...ออกไป!”

    สองคุณนายหน้าตื่นรีบพากันกลับไป แล้วคุณหญิงย่าก็หันมาไล่อันนาให้ออกไปจากวังด้วย อันนาร้องไห้ เดินกะเผลกขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าบนห้อง ชะเอมตามมาขอร้องให้รอหมอไทยกลับมาก่อน แต่เธอรู้สึกว่าไม่อยากสร้างปัญหาให้คุณหญิงย่าอีก

    อันนาลงมาตั้งใจไปกราบลาคุณหญิงย่าที่ยืนอยู่ริมน้ำ จังหวะที่เธอก้มกราบก็เห็นงูเลื้อยมา จึงรีบบอกให้ท่านระวังแล้วยกไม้เท้าจะไล่งู แต่พลาดล้มลงโดนงูฉก คุณหญิงย่าตกใจมาก...

    บ่ายวันนั้นพาทีเห็นเควินนั่งซึมจึงเข้าไปถามว่าเป็นอะไร เขาเล่าว่าบังเอิญไปเห็นอรนาฏทะเลาะกับลูกแล้ว ลามไปถึงเรื่องวีระพ่อของพันธิตที่เป็นเกย์ พาทีพยักหน้าเพราะรู้มาก่อนแล้ว เควินอยากจะถามว่าถ้าตนเป็นเกย์พี่จะว่าอย่างไร แต่พูดไม่ออก เปลี่ยนมาถามว่าพี่ชอบเฌอเบลล์จริงหรือ พาทีพยักหน้า เควินถามย้ำ แน่ใจนะว่าไม่ได้คบเพราะมีเหตุผลอื่น

    “ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ” พาทีถามกลับเนือยๆ

    “ผมแค่อยากให้พี่ทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง ผมเห็นพี่ทำเพื่อคนอื่นมาเยอะแล้ว”

    คำพูดของน้องทำให้พาทีซึ้งใจ เควินตบไหล่พี่ชายเชิงรู้ว่าเขายังปิดบังไม่ยอมบอก

    ระหว่างนั้นพรนางฟ้ามาเดินผ่อนคลายในห้างสรรพสินค้า เจอพี่ต้อมเดินกับแฟนใหม่ต่างฝ่ายต่างตกใจ พี่ต้อมถากถางถึงเรื่องที่เคยท้าว่าจะเอาเงินล้านมาอวด

    พรนางฟ้าจึงเหน็บว่าไม่เจอพักเดียวเหี่ยวไปเยอะ แล้วเอาสมุดบัญชีออกมาเปิดให้ดูว่าแค่ไม่กี่เดือนตนก็หาเงินได้สองล้านแล้ว อดีตเจ้านายหาว่าเงินนี้ได้จากการขายตัว หญิงสาวโกรธกำมือแน่นอยากจะกรี๊ดใส่

    เย็นวันนั้นพรนางฟ้ากลับมาที่คอนโดของตน นั่งตั้งสติคิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ช่างเป็นวันที่ซวยจริงๆ เจอศัตรูถึงสองคน แล้วกลับมาจัดลำดับงาน คดีแพรพิณปิดได้แล้ว คดีบัวบุหงาก็ปิดได้แล้ว เหลือคดีของตนต้องสืบว่าใครเป็นเกย์ในวงบลูปรินซ์ และยังมีเรื่องพาทีกับชลลัมภีร์อีก สองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร

    “ตอนนี้ผู้ต้องสงสัยเหลือเควินกับจุงเบ แล้วก็...พี่พาที ไม่ๆยังไงพี่พาทีก็ไม่ใช่เกย์ เราต้องเริ่มด้วย

    ผู้ต้องสงสัยก่อน เควิน จุงเบ ใครคนหนึ่งต้องเป็นเกย์หรือไม่ก็ทั้งสองคน” พรนางฟ้าโทร.บอกเพื่อนในกรุ๊ปว่าเรื่องบลูปรินซ์ตนจะใช้แผนไม้ตาย ปิดคดีให้ได้ในสามวัน

    คืนนั้นพาทีออกมาทานข้าวกับเฌอเบลล์ หญิงสาวพยายามพูดให้พาทีเชื่อว่าแองจี้มีอะไรลับลมคมในกับคนที่เอ็มไพร์เรคคอร์ด ตนเห็นกินข้าวอยู่กับผู้ชายท่าทางแปลกๆ พาทีหน้าเครียด

    ooooooo

    ด้านอันนา โชคดีที่งูฉกโดนเฝือกจึงไม่เป็นอะไร แต่ก็ทำให้คุณหญิงย่าเห็นถึงความมีน้ำใจของเธอ อันนากราบขอโทษที่ทำอะไรขัดหูขัดตา ตนพร้อมจะเรียนรู้เพราะตนรักหมอไทยจริงๆ คุณหญิงย่าเหน็บอายุเท่านี้ทำเป็นรู้เรื่องความรักดี สุดท้ายคุณหญิงย่าก็ยอมให้เธออยู่ต่อ

    รุ่งเช้าพรนางฟ้ามาบ้านบลูปรินซ์ เดินผ่านสระ ว่ายน้ำเห็นจุงเบกำลังทาครีมบนแผ่นหลังเควิน จึงหยิบมือถือขึ้นมาจะถ่าย แต่ไลออนโผล่ขึ้นจากสระทำให้ตกใจเสียก่อน เขาทำท่าจะกอดเธอรีบถอยห่าง ไลออนถามมีอะไรหรือเปล่า เธอปัดว่าไม่มีทำทีดูสมุดนัดหมายงานวันนี้

    “คุณพาทียังไม่เข้ามาใช่ไหม” พรนางฟ้าเอ่ยถาม ทำให้ไลออนไม่พอใจ เธอรีบห้ามอย่าเพิ่งหาเรื่อง เขาถามถึงเมื่อวานไปไหน พอเธอบอกว่าไปธุระก็ซักอีกว่าธุระอะไร

    พรนางฟ้าเริ่มเอือมต้องเสียงแข็งปรามและไล่ให้เขาไปแต่งตัว ไลออนน้อยใจที่มีอะไรไม่บอกกันตรงๆ พรนางฟ้าฉุกคิดถึงเวลาที่จะให้ไลออนช่วย...คิดได้อย่างนั้นก็เดินตามไลออนไปที่ห้อง เอาเจลหล่อลื่นออกมาให้เขาดู เขาคิดว่าเธอพร้อมจะเป็นของเขา หญิงสาวรีบปฏิเสธเล่าว่าเจอเจลนี้ที่นี่ แล้วถามจำเรื่องที่ตนขอให้ช่วยได้ไหม

    ไลออนนึกได้ที่เธอให้ช่วยดูว่าใครในวงเป็นเกย์ พรนางฟ้ารับว่า “ใช่ เราสังเกตมาสักพักแล้ว เราว่าคนที่น่าสงสัยมากที่สุดคือเควินกับจุงเบ แต่เราไม่มีหลักฐานอะไรเลยมีแค่เควายหลอดนี้ ถึงจะเอาไปถามตรงๆ ก็คงไม่มีใครยอมรับอยู่ดี”

    ไลออนมั่นใจว่าในวงบลูปรินซ์ไม่มีแอ๊บ พรนางฟ้าต้องทำทีกอดเอาใจขอให้ช่วย อ้างว่าเพื่อผู้จัดการวงอย่างเธอจะได้รับมือถูก และต้องรู้ให้ได้ภายในอาทิตย์นี้ โดยวางแผนจะให้เควินกับจุงเบอยู่บ้านกันแค่สองคน ไลออนนั่งฟังสีหน้าหนักใจนิดๆ...

    ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กลงข่าวหมอไทยเอาเมียเก็บมาซุกไว้ที่วัง ชยุตรีบเอาข่าวมาให้หมอไทยดู จังหวะเดียวกับที่แพรพิณวิ่งเข้ามาในคลินิก ทั้งสองมองกันอึ้งๆ หมอไทยเห็นข่าวรีบชวนทั้งสองไปที่วัง...สามคนมาถึงวังเห็นคุณหญิงย่ากับอันนาเหมือนยังไม่รู้เรื่อง หมอไทยเข้ากราบย่าและหันมาขอโทษอันนาที่ตนทำอะไรตามใจตัวเอง ชยุตเสริมเราจะช่วยกันแก้ข่าวส่วนแพรพิณจะพาอันนากลับบ้าน คุณหญิงย่าสวนขึ้นมาว่า...ข่าวไร้สาระ! ทั้งสามตกใจ

    “ข่าวไร้สาระที่สุดเลยจริงไหมหนูอัน ใครจะพูดอะไรก็พูดไปเนาะ ในเมื่อเราไม่ได้เป็นแบบนั้นจะไปสนใจทำไม”

    “ค่ะ คุณย่า” อันนารับคำ

    หมอไทย แพรพิณและชยุตแปลกใจที่อันนาเรียกคุณย่า หมอไทยรีบถามว่าดีกันแล้วหรือ อันนาตอบยิ้มๆ “ผู้หญิง เขาก็มีวิธีจัดการแบบผู้หญิงนั่นแหละค่ะพี่หมอ”

    “พูดได้ดีมากหนูอัน เหมาะที่จะมาดูแลวังต่อจากฉันมากขึ้นอีกขั้นนึงแล้วนะ”

    หมอไทยดีใจที่คุณหญิงย่ายอมรับในตัวอันนาแล้ววิ่งเข้ากอดหอมย่ายกใหญ่ ชยุตกับแพรพิณสบตากันด้วยความอึดอัดแปลกๆ หมอไทยหันมาซักไซ้อันนาว่าตนพลาดเรื่องอะไรบ้าง

    ooooooo

    วันต่อมาพรนางฟ้าขอพาทีติดรถออกไปด้วย ต้องพาคฑากับไลออนไปทำสปาหน้ากับหมอไทยวันนี้ให้เควินอยู่บ้านกับจุงเบลำพัง แต่พอนั่งรถออกมาไม่ทันพ้นประตูบ้าน เธอก็ให้คนขับรถจอดและบอกพาทีว่าไลออนไม่ควรไปเพราะอยู่ในช่วงทำความดีสำนึกผิด

    พาทีเห็นด้วยถ้าแฟนคลับเห็นอาจหมั่นไส้ได้ จึงให้ไลออนไปตามจุงเบมาแทน ไลออนมองหน้าพรนางฟ้าจะเอาอย่างไร เธอรีบแก้สถานการณ์ว่าให้คฑาไปคนเดียวก็ดีจะได้หลบเลี่ยงแฟนคลับง่ายๆ พาทีไม่ทันสงสัย ไลออนลงจากรถเดินกลับเข้าบ้าน

    ด้านเควินกับจุงเบ พอได้อยู่กันตามลำพังก็เผยความรู้สึกที่มีต่อกันเต็มที่ ถึงขั้นจูบกันไม่ต้องอายใคร แล้วทั้งสองก็ประคองกันขึ้นห้อง ระหว่างนั้นไลออนกำลังพยายามปีนขึ้นห้องทางระเบียง แล้วรีบเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้า ไลออนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเพื่อนทั้งสองมีความสัมพันธ์กันถึงขั้นนี้ เขารีบอัดคลิปมือหนึ่งอีกมือปิดตาด้วยทนดูไม่ได้ส่งให้แองจี้เป็นระยะๆ

    พาทีตามเข้าไปในคลินิกด้วย หมอไทยทำสปาให้คฑาไปก็เปรยว่าผิวหน้ายังดีมากยังไม่ต้องมาทำก็ได้ แต่พรนางฟ้าอ้างว่าเวลามองในกล้องมันหมอง พาทีเหน็บว่ารู้เรื่องกล้องด้วยหรือ เธออ้างว่ามีเพื่อนเป็นตากล้องจึงพอมีความรู้บ้าง

    หมอไทยเห็นทั้งสองเถียงกันก็ยิ้มๆ พอสบโอกาสแอบกระซิบพาทีว่าแองจี้น่ารักเขาน่าจะจีบแต่พาทีกลับบอกว่าในหัวตนมีแต่เรื่องงาน และอีกอย่างแองจี้ก็มีเจ้าของแล้ว

    พรนางฟ้าเห็นคลิปที่ไลออนส่งมาแล้วแอบหลบมาที่โรงเรียนแพรพิณที่อยู่ข้างๆ แพรพิณออกจากห้องสอนมาหาที่คุยกับพรนางฟ้าและโทร.คุยเปิดลำโพงกับบัวบุหงาด้วย พรนางฟ้าบอกเพื่อนทั้งสองเรื่องเควินกับจุงเบเป็นเกย์ แพรพิณเห็นคลิปก็ร้องกรี๊ด สองสาวไม่รู้เลยว่าพาทีตามมาแอบฟัง พอพรนางฟ้าบอกเพื่อนๆให้ดีใจว่างานของเราใกล้จบแล้ว แต่ความรู้สึกของเธอกลับไม่ดีเลยรู้สึกผิดที่กำลังจะทำร้ายทุกคน

    พาทีแกล้งผลักสิ่งของให้เกิดเสียงดัง ทำให้สองสาวสะดุ้ง เขาทำทีบอกว่าตามมาดูว่าแองจี้อู้งานมาทำอะไร หญิงสาวรีบแก้ตัวว่าคุยเรื่องพ่อเต่า พาทีถามทำไมต้องร้องกรี๊ด พรนางฟ้าอ้างว่าแพรพิณกรี๊ดรูปพ่อค้าหล่อแซ่บที่ตนเปิดให้ดู พาทีมองนิ่งๆ ไม่คิดเชื่อสักนิด

    ระหว่างนั่งรถกลับ พาทีเห็นพรนางฟ้าเครียดจึงเอ่ยถามเป็นอะไร เธอปฏิเสธไม่ได้เป็นอะไร พอดีคฑาแทรกขึ้นมาว่าขอแวะซื้อส้มตำปลาร้า ไก่ย่าง น้ำตกกลับบ้าน เพราะจุงเบไลน์มาบอกว่าอยากกิน พาทีแปลกใจที่คฑาใจดีกับจุงเบ ปกติเห็นทะเลาะกันประจำ คฑาตอบยิ้มๆ

    “คนเรามันเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลาแหละพี่ ตอนนี้ชอบอีกเดี๋ยวอาจจะเกลียดก็ได้ ตอนนี้ผมโอเคกับมันไม่ดีเหรอ หรือพี่อยากให้ทะเลาะกันเหมือนเดิม”

    “ดีแล้วครับๆ ผมยอมแล้วครับ...” พาทีประชดแล้วบอกคนรถให้แวะร้านส้มตำรสเด็ด

    พอรถแล่นเข้ามาจอดในบ้าน จุงเบกับเควินวิ่งออกมารับของกิน พาทีถามหาไลออน ทั้งสองหน้าเสียเพราะคิดว่าไลออนไปกับคฑา พาทีจึงบอกว่าแองจี้ให้ไลออนอยู่บ้าน คฑาหาว่าไลออนคงหนีเที่ยวไปแล้ว ทุกคนช่วยกันเดินหาทั่วบ้าน...ไลออนทำทีนอนหลับอยู่ที่เตียงริมสระว่ายน้ำ เขาบอกว่านอนเล่นหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว เควินกับจุงเบโล่งอกที่ไลออนไม่ได้อยู่ในบ้าน พาทีเห็นแองจี้กับไลออนสบตากันมีพิรุธก็ชักสงสัย

    สี่หนุ่มบลูปรินซ์นั่งจกส้มตำบนเสื่อใต้ร่มไม้อารมณ์อีสานแท้อย่างมีความสุข ทั้งสี่เอาใจพรนางฟ้าโดยไม่สะกิดใจเลยว่าเธอเข้ามาสืบเรื่องพวกเขา ต่างแสดงออกว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งในวง เห็นเธอหน้าเครียดก็คิดว่าคงเหนื่อยจึงช่วยบีบนวดให้ ตักอาหารใส่จานให้ ทำให้พรนางฟ้ายิ่งรู้สึกผิด ไลออนเองก็นั่งใกล้ชิดคอยดูแล พาทีเห็นแล้วสะเทือนใจจึงเดินเลี่ยงออกมา

    พอดีไลน์เควินดังขึ้น เขาเปิดอ่านแล้วแอบหลบออกมาอย่างเนียนๆ ท่าทางเขาดีใจที่เป็นข้อความจากอรนาฏ เควินรีบโทร.กลับไปหา อรนาฏปรึกษาว่าตนอยากง้อพันธิตให้หายโกรธ ควรทำอย่างไรดี เควินแนะนำให้ทำอาหารที่เขาชอบไว้ให้ เขากลับมาเห็นก็ต้องรู้ว่าแม่ง้อ

    ด้านพาทีแอบเข้ามาค้นห้องพรนางฟ้าด้วยอยากรู้ว่าเธอมีอะไรปิดบัง แต่ไม่พบอะไรก็เดินออกมา เควินเดินมาพอดีแปลกใจว่าพี่เข้าไปทำไม พาทีแก้ตัวว่าเข้าไปหาเอกสารแต่หาไม่เจอ ไว้รอถามเธอเองแล้วตัดบทขอตัวไปแต่งเพลงต่อ เควินไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

    ooooooo

    เย็นวันนั้น ไลออนเดินคุยกับพรนางฟ้าที่มีท่าทางเซื่องซึม เขาถามเธอว่ารับไม่ได้กับเรื่องเควินและจุงเบ หรือ เธอไม่ตอบแต่ย้อนถามว่าเขารับได้งั้นหรือ ไลออน กลับบอกว่า

    “ก็ไม่รู้สิ ตอนแรกที่เห็นก็รับไม่ได้นะ แต่พอลองคิดๆดูแล้ว ชีวิตของพวกเราสี่คนก็ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นักหรอก บางทีก็ไม่มีความสุขเลย เพราะฉะนั้นถ้าอะไรที่เพื่อนทำแล้วมีความสุข ต่อให้มันเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้ เราก็โอเคนะ”

    “จริงเหรอ”

    “จริงสิ ถ้ารักกันแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็โอเคแล้วป่ะ”

    “แต่ผู้ชายที่เป็นเกย์หลอกลวงทำให้ผู้หญิงหลายคนเดือดร้อนนะ”

    “แองจี้ ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหน ถ้าเรารู้สึกรักใครมันก็รัก มันไม่เกี่ยวว่าเขาเป็นเพศอะไรหรอก อย่างเราดิ รักแองจี้ตอนไหนยังไม่รู้ตัวเลย”

    พรนางฟ้าเห็นชักจะวกเข้าตัวจึงตัดบทขอตัวไปพักเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไลออนยื่นแก้มให้ทวงรางวัล หญิงสาวเอ็ดให้เลิกเล่นแล้วไล่ให้ไปเข้าห้องซ้อมวอยซ์ ไลออนมองตามเซ็งๆ

    ที่หน้าบ้าน เฌอเบลล์ขับรถมาจอด สูดลมหายใจเข้าย้ำกับตัวเองว่า เราต้องกล้าต้องทำตามความต้องการของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะเสียพาทีไป...หญิงสาวเดินเข้ามาเห็นพาทีนั่งทำงานอยู่คนเดียว เขาทักทายถามเธอมีเรื่องด่วนอะไรถึงมาที่นี่ หรือจะมาบอกว่าไม่อยากร้องเพลงแล้ว

    “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ คุณทีน่ะผลักไสไล่ส่งเบลล์ตลอดเลยนะคะ เบลล์ว่าเราออกไปคุยที่เงียบๆดีกว่า”

    พรนางฟ้าเดินออกมาจากห้องซ้อมเพลง เห็นพาทีเดินไปกับเฌอเบลล์ก็แอบตามไปฟัง ทั้งสองออกมาคุยกันในสวนหน้าบ้าน เฌอเบลล์ตั้งใจมาบอกเรื่องแองจี้ พรนางฟ้าลุ้นว่าเธอจะบอกอะไรพาที...เฌอเบลล์เกริ่นว่าแองจี้ชอบอู้งานแวบไปโน่นไปนี่ และยังเป็นญาติกับเจ้าพ่อสื่อออนไลน์ที่ทรงอิทธิพล เขาไม่กลัวว่าจะมีอะไรแอบแฝงบ้างหรือ ดูไม่น่าไว้ใจเลย ตนอยากมาทำหน้าที่นี้เอง พาทีย้อนถามว่าไม่เป็นศิลปินแล้วหรือ หญิงสาวบอกอยากทำทั้งสองอย่าง

    พาทีนิ่งอึ้ง เฌอเบลล์จึงเข้าไปจูบเขา พรนางฟ้าซึ่งแอบฟังอยู่สะเทือนใจน้ำตาเอ่อ เฌอเบลล์ถอนริมฝีปากออกแล้วเอ่ยถามพาทีว่ารู้สึกอะไรกับตนบ้างไหม

    “ผมรู้สึกว่าคุณเบลล์เป็นแค่น้องสาวเท่านั้นจริงๆ ขอโทษจริงๆนะครับ” พูดจบพาทีจะเดินไป เฌอเบลล์ตะโกนลั่นเพราะแองจี้ใช่ไหม เขาหันกลับมาตอบ “ไม่ใช่ครับ แองจี้ไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับผม” พรน้ำฟ้าน้ำตาร่วงเผาะๆ รีบเดินหนีออกมา จึงไม่ได้ยินพาทีกล่าวต่อ

    “ตอนนี้ผมมีเรื่องให้คิดมากมาย ผมไม่อยากสนใจเรื่องอื่นนอกจากทำผลงานใหม่ของบลูปรินซ์ดีๆ ผมขอโทษอีกครั้งจริงๆครับคุณเบลล์”

    “โอเคค่ะ เบลล์เข้าใจแล้ว ขอโทษที่ทำให้คุณทีต้องลำบากใจ แต่เรื่องงานของเบลล์ที่คุณกรณ์ท่านประธานมอบหมายให้พี่ทำ เบลล์ยังทำอยู่นะคะ” พูดจบเฌอเบลล์เดินเชิดกลับไป

    พรนางฟ้าเข้าห้องร้องไห้ด้วยความรู้สึกสับสนทั้งรักทั้งผิดหวัง ทั้งรู้สึกผิดประดังประเดเข้ามา สักพักก็ฮึดปลอบใจตัวเอง “อีฟ้า พอได้แล้ว เหยื่อก็คือเหยื่อ จำไม่ได้เหรอ แกบอกเองว่าห้ามหลงรักเหยื่อตัวเอง ตอนนี้ได้หลักฐานแล้ว ทุกอย่างใกล้จบ รีบๆจบไปได้ซะทีก็ดี”

    ในคืนเดียวกัน พันธิตช่วยบัวบุหงาตามหาพ่อเต่า เขายืนยันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอด พอดีพี่คิดโทร.เข้ามาขอไฟล์งานเพื่อให้โปรดิวเซอร์เกาหลีดูเดี๋ยวนี้ พันธิตจึงพาบัวบุหงากลับไปที่บ้านเพื่อเอาคอมพิวเตอร์ บัวบุหงาเห็นไฟในบ้านเปิดก็รู้ว่าอรนาฏอยู่จึงขอรอหน้าบ้าน

    พันธิตเข้ามาในบ้านเจออรนาฏนั่งรอทานข้าว บนโต๊ะมีอาหารเต็ม เขาแปลกใจคิดว่าแม่แกล้งแสดงว่ารักและเอาใจเขา จึงบอกให้เลิกทำเสียทีแล้วเดินไปหยิบคอมพิวเตอร์จะออกจากบ้าน อรนาฏเสียใจระคนโมโหเสียงกร้าว

    “จะไปไหน อย่าเดินหนีฉันแบบนี้นะพันธิต ตอบฉันมา ฉันมีสิทธิ์จะถามแกในฐานะแม่และแกต้องตอบฉัน ไม่ใช่ทำยังกับฉันไม่มีตัวตนแบบนี้”

    “เพื่อนผมรออยู่ ผมจะไปส่งเพื่อน กลับมาไม่เกินตีหนึ่ง พอใจแล้วใช่ไหม”

    พูดจบพันธิตเดินออกไป อรนาฏเดินตาม บัวบุหงารีบปรับเบาะรถให้เอนนอนเพื่อไม่ให้อรนาฏเห็นว่าเป็นตน พันธิตรีบขึ้นรถมองบัวบุหงาอย่างแปลกใจนิดๆก่อนจะขับรถออกไป อรนาฏโกรธมากโทร.สั่งนักสืบให้ส่งหลักฐานที่ให้สืบมาให้หมด

    วันต่อมาในขณะที่พาทีไปเป็นเพื่อนเฌอเบลล์ซ้อมเต้นแต่ในใจคิดถึงแต่เรื่องแองจี้ เฌอเบลล์หมั่นไส้พยายามยุให้ไล่แองจี้ออกตลอด...ด้านแองจี้หรือพรนางฟ้ามาพบเพื่อนๆที่ร้านประจำ เพื่อฉลองปิดจ๊อบงานสืบทั้งสามคดี บัวบุหงาดีใจให้รีบส่งหลักฐานให้ชลลัมภีร์เพื่อนตนจะได้มีเงินมาใช้หนี้ แต่พรนางฟ้ากลับขอเวลาสืบเรื่องพาทีกับชลลัมภีร์ให้หายคาใจก่อน บัวบุหงาจะช่วย พรนางฟ้ากลับให้เอาเวลาไปตามหาพ่อเต่าดีกว่า

    แพรพิณถามขึ้นว่า ดีใจจริงๆหรือที่จับแอ๊บบลูปรินซ์ได้ พรนางฟ้าชะงักสีหน้าเจื่อนลง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:24 น.