ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สายลับจับแอ๊บ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เสียงเพลงในผับดังสนั่น หญิงสาวคนหนึ่งยืนมองป้ายชื่อผับด้วยสีหน้าเอาเรื่อง ภายในผับนักเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกะเทยและชายรักชาย กอดหอมกันไม่อายสายตาใคร...หญิงสาวมีนามว่าพรนางฟ้า หยิบมือถือออกมาเปิดดูอินสตาแกรมของเอแฟนหนุ่ม เป็นภาพต้อมอยู่ในผับแห่งนี้
    ไม่ทันไรแพรพิณโทร.เข้ามารายงาน “มันยังอยู่ รถเลขทะเบียนตามที่แกบอกมาชัวร์ แถมในรถมีถุงยางที่ใช้แล้วด้วย อี๋...ฉันรับไม่ได้ อุ๊ย! แต่ใจเย็นนะแก เขาอาจจะซื้อมาผิดคิดว่าเป็นหมากฝรั่งก็ได้นะ เดี๋ยวนี้กล่องมันคล้ายๆ กันเน๊อะ”
    มีสายซ้อนจากบัวบุหงาโทร.เข้ามา เสียงดังมากจนพรนางฟ้าต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างหู เธอตะโกนว่า “ไอ้พี่เอมันเดินเข้าไปกับผู้ชายคนนึงแล้ว...เผลอแป๊บเดียวเดินเกาะแขนกันเข้าไปละ อ้าวเฮ้ย! หายไปไหนแล้วล่ะ...โอ๊ย อีพี่ยามนี่พูดมาก ฉันมองไม่ทันเลยเนี่ย”
    เสียงยามที่เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้บัวบุหงาดู พูดแทรกให้พอ เชิญเธอออกไป พอได้ยินเธอพูดไม่ดีก็ไม่พอใจ “อ้าวน้อง พูดงี้ก็สวยสิ ผมอุตส่าห์ให้ดู”
    “พี่เงียบเลย! หนูจ่ายเงินให้พี่แล้วนะ ถ้าหนูช่วยเพื่อนจับแอ๊บผู้ชายไม่ได้ พี่เละแน่”
    ด้านพรนางฟ้าแค้นใจจนทนไม่ไหวกรี๊ดดังลั่นจนเหล่ากะเทยเก้งกวางตกใจหันมองทำนองอีชะนีนี่เป็นบ้าอะไร เธอไม่สนใจเดินผ่านทุกคนไปอย่างเคียดแค้น แพรพิณกับบัวบุหงาตามมาสมทบ ช่วยกันมองผู้คนที่เต้นเบียดเสียดกัน เมื่อไม่เห็นก็เบนสายตาไปทางห้องน้ำ
    แพรพิณจะอ่อนแอกว่าเพื่อนๆ ต่างกับบัวบุหงาที่มีลักษณะเหมือนทอมกล้าแกร่ง เธอจึงเริ่มมึนกับกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ทำให้พานจะเป็นลมชวนเพื่อนๆกลับ แต่พรนางฟ้าเชื่อว่าต้องเจอเอกับต้อมในห้องน้ำแน่ แพรพิณ จำต้องช่วยเพื่อนให้ถึงที่สุด เข้าไปสำรวจตามห้องน้ำพบว่ามีสองห้องที่ล็อกอยู่ บัวบุหงาไม่รอช้าเข้าไปถีบประตูห้องหนึ่ง จังหวะนั้นประตูเปิดพอดี เธอจึงถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดชายคนหนึ่ง
    “ว้าย! เอ่อ เป็นอะไรรึเปล่าครับ ห้องน้ำผู้หญิงอยู่ฝั่งโน้นครับ” แม้หลุดแต๋วแต่กลับตัวทัน
    “ไม่ต้องแอ๊บกับพี่ก็ได้ค่ะน้อง ดูสิเกร็งไปจนถึงกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว”
    เกย์หล่อพยายามวางมาดปฏิเสธไม่ได้แอ๊บ แล้วรีบเดินหนีออกไป แพรพิณมองตามอย่างเสียดาย เหลือห้องน้ำอีกห้องจึงต้องเช็กให้แน่ใจด้วยการก้มดูใต้ประตู แพรพิณก้มดูแล้วบอกเพื่อนๆว่ามีสี่ขา พรนางฟ้ารีบก้มดูตาม เห็นรองเท้าคู่หนึ่งจำได้ว่าเหมือนรองเท้าที่เจ้านายใส่
    พรนางฟ้านึกถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ เลิกงานแล้วต้อมเดินมาสั่งงานให้เธอช่วยทำ อ้างว่าพรุ่งนี้ต้องใช้เข้าที่ประชุม เธอมองการแต่งตัวของเขาหัวจดเท้า พอเขาเดินไป เธอก็จับเวลาสาม...สอง...หนึ่ง เป็นดังคาด
    เสียงไลน์ดังขึ้นจากเอแฟนหนุ่ม บอกว่ามารับไม่ได้ไปทานข้าวกับแม่ พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน เธอกำมือถือแน่นก่อนจะคว้ากระเป๋าออกมาที่ผับแห่งนี้
    บัวบุหงาเอ่ยถามจะเอาอย่างไร พรนางฟ้าพยักหน้า เธอจึงถีบประตูโครม เห็นเกย์สองคนกำลังจูบกันนัวหันมาร้องวี้ดว้าย คว้าเสื้อวิ่งหนีออกไปด้วยความอายระคนตกใจ
    พรนางฟ้าเริ่มท้อจะเอาอย่างไรต่อไป แพรพิณเสนอให้กลับ พรนางฟ้าหันมาต้องตะลึงเมื่อเห็นภาพบนเวที สองเพื่อนมองตาม เห็นต้อมกับเอถอดเสื้อเต้นนัวเนียกอดจูบกันอย่างเมามัน
    ขณะเดียวกันภายในร้าน พาทีโปรดิวเซอร์หนุ่มมาดขรึมนั่งคุยอยู่กับสองเกย์ซึ่งเป็นโครีโอกราฟเฟอร์กับซาวด์เอ็นจิเนียร์อยู่ข้างเวที เขากำลังมองชาวเกย์ด้วยความเพลิดเพลินที่เต้นกันดูมีความสุข ปลดปล่อยเป็นอิสระมาก พร้อมกับอธิบายความต้องการ
    “เพลงใหม่ของบลูปรินซ์ ผมอยากได้มู้ดแอนด์โทนประมาณนี้ สนุกเป็นอิสระ ปลดปล่อยได้เป็นตัวของตัวเอง...บีตกระแทกใจ”
    “งั้นท่าเต้นจะดูเหมือนฟรีสไตล์ แต่มีลูกเล่นหน่อยดีไหมฮะ” พาทีพยักหน้า “คุณพาทีนี่เป็นศิลปินตัวจริงเลยนะครับ จะทำเพลงสักเพลงก็ลงรีเสิร์ชข้อมูลด้วยตัวเองเลย”
    ระหว่างนั้นพรนางฟ้าเดินไม่เห็นหัวใคร ชนเก้าอี้พาทีแล้วไม่สนใจ พอเขาตั้งตัวได้ก็โดนบัวบุหงากับแพรพิณชนซ้ำเข้าอีกจนโมโหร้องเห้ย...แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นสามสาวเดินอาดๆขึ้นเวทีท่ามกลางไฟสลัว
    เสียงแพรพิณปรามเพื่อนๆ อย่าใช้กำลัง แต่พรนางฟ้าคว้าแก้วเหล้าของใครไม่รู้แถวนั้นขึ้นไปสาดใส่ต้อมก่อนจะหันมาตบหน้าเออย่างแรง
    “ว้าย! พรนางฟ้า!...ฟ้า! เธอมาทำอะไรที่นี่” ทั้งต้อมและเอตกใจ
    “หนูต่างหากที่ต้องถามว่าพี่ต้อมมาทำอะไรที่นี่กับแฟนของหนู”
    เอตั้งสติได้ชวนกลับไปคุยที่คอนโด แต่พรนางฟ้าไม่ยอม ประชดถามไหนแม่ที่ว่าต้องไปกินข้าวด้วย มีแต่ตัวแม่ ยานแม่ที่ยืนกันพรึบ ต้อมไม่พอใจที่โดนลูกน้องด่าปรี่เข้าจะตบ เอขวางอ้างว่าอายคนอื่น อย่ามีเรื่องกัน หญิงสาวยิ่งโมโหกระแทกแดกดัน
    “ทีเมื่อกี้ยังเต้นยั่วจูบกับอีอ้วนช้างน้ำนี่ต่อหน้าประชาชีได้เลย ตอนนี้ทำไมเกิดอายขึ้นมาล่ะ...นี่อีช้าง แอบมาเที่ยวบาร์เกย์แบบนี้ลูกเมียรู้เรื่องไหม ห๊ะ ทำเป็นแอ๊บแมนหลอกคนทั้งบริษัท เป็นเกย์ก็ยอมรับสิว่าเป็น”
    ต้อมเปลี่ยนจากอยากตบมาแฉ “นี่อีชะนีซาตาน มาถึงก็เอาเหล้ามาราดใส่ฉัน แล้วก็ชี้หน้าด่าฉอดๆ ฉันจะเป็นเกย์หรือจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉัน ส่วนผัวแก...เป็นเมียฉันตั้งนานแล้ว”
    ทุกคนตกตะลึง พรนางฟ้าสุดทนปรี่เข้าจิกหัวต้อมตะลุมบอน แพรพิณพยายามดึงเพื่อนออก ต่างจากบัวบุหงาที่ช่วยพรนางฟ้าทุบตีต้อม เอโดนลูกหลงไปหลายตุ้บ สุดท้ายพรนางฟ้ากระชากวิกผมต้อมติดมือออกมาเผยให้เห็นหัวล้านเลี่ยน ต้อมร้องกรี๊ด...เธอหัวเราะสะใจ
    “คอยดูนะ เกย์ไม่มีจรรยาบรรณที่เที่ยวหลอกผู้หญิงไปทั่วอย่างแกน่ะ ทั้งชีวิตจะเจอแต่เรื่องเน่าๆ ต่อให้แกไหว้ของดำหมื่นอย่าง ชีวิตแกก็ไม่ดีขึ้นหรอก...”
    “แต่ก็ยังมีอีชะนีอย่างแก ที่มารักเกย์อย่างพวกฉันไง อีโง่!” ต้อมสวนหัวเราะดังกว่า
    พรนางฟ้าตั้งสติยืดอก บอกตนไม่ได้โง่ เขาเรียกว่าใจบุญ ที่ผ่านมาถือว่าทำทาน แล้วรู้ไว้ด้วย คนอย่างตนไม่มีวันเสียน้ำตาให้เกย์เด็ดขาด...แพรพิณดึงพรนางฟ้าลงจากเวที สองเกย์ที่คุยกับพาทีชื่นชมที่ชะนีเอาคืนได้สะใจแต่ก็น่าสงสาร พาทีกลับรู้สึกสมเพชมากกว่า
    ooooooo
    กลับมาที่บ้านบัวบุหงา พรนางฟ้าร้องไห้เสียใจกับชะตากรรมของตัวเอง หวนคิดถึงสมัยประถมรักแรกกับตรีวิชเพื่อนชายที่แก้มปลั่งดั่งลูกชมพู่ ความรักเป็นสีชมพูจนกลายเป็นประเด็นไปทั้งชั้นเรียน สุดท้ายรักแรกก็จบลงเมื่อต้องย้ายโรงเรียน แต่ความรักยังฝังใจเสมอมา
    จนมาถึงระดับมัธยม พรนางฟ้าต้องมาเจอว่าพี่อ๊อฟแฟนหนุ่ม กำลังนัวเนียกับกะเทยต่างโรงเรียนในห้องน้ำ ทั้งสองตกใจที่เธอจับได้ พรนางฟ้ามองหน้ากะเทยวิชชี่ด้วยคุ้นๆหน้า และแล้วต่างคนต่างจำกันได้ เธอคือเตวิชแฟนคนแรกสมัยประถมสองนั่นเอง
    เรื่องยังไม่จบแค่นั้น พอมาอยู่มหาวิทยาลัย พรนางฟ้ามีแฟนเป็นรุ่นพี่ที่คุมการเต้นหลีดคณะ สาวๆ พากันอิจฉา แต่แล้วบ่ายวันหนึ่ง ต้องมาเห็นพี่เอกสวมชุดหลีดของผู้หญิงเต้นอย่างเพลิดเพลิน พอหันมาเจอเธอยืนตะลึงก็ละล่ำละลักแก้ตัวว่า ลองชุดว่าตะเข็บแข็งแรงดีไหม
    แพรพิณปลอบใจ ให้มองมุมกลับว่าได้เจอเพื่อนเก้งหลายคน พ่อเต่า...พ่อของบัวบุหงาซึ่งเป็นกะเทยจริง ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้เธอมีท่าทีเหมือนทอม พ่อเต่ายกของว่างและน้ำมาให้ พรนางฟ้าฟูมฟายปรับทุกข์กับพ่อเต่าว่าตนโดนเกย์หลอกอีกแล้ว พ่อเต่าทำทีตกใจปลอบขำๆ
    “อีกแล้วเหรอลูก โถมาๆๆ ลูกสาวทำไมโง่อย่างนี้ โอ๋...ล้อเล่นค่ะ ชาวบ้านชาวช่องเขาไม่เคยโดนเกย์หลอกเกินสองหนกันหรอก หนูโดนตั้งสี่หน แสดงว่าหนูต้องพิเศษไม่เหมือนใคร”
    บัวบุหงาติงแบบนี้เพื่อนควรจะรู้สึกดีขึ้นไหม พ่อเต่ากลับบอกให้ดูแพรพิณที่โดนหลอกแค่หนเดียวก็เข็ดหลาบ แพรพิณสะดุ้งเมื่อโดนพาดพิง หวนคิดถึงอดีตอันรันทด กลางงานแต่งที่เธอโดนนัทชายหนุ่มมาประกาศกลางงานว่าเธอแย่งผัวเขา...แพรพิณร้องไห้โฮออกมา พ่อเต่าต้องเข้ากอดปลอบ กลายเป็นปลอบสองสาวในเวลาเดียวกัน
    “เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไงเราก็ต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างสตรองต่อไปค่ะ โอ๋ๆๆๆ”
    วันต่อมา แพรพิณมาโรงเรียนสอนภาษาของเธอเอง มีนักเรียนอยู่สามคน กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว และญี่ปุ่น ระหว่างสอนมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามา แพรพิณต้องเข้าไปกระซิบพรนางฟ้าที่นั่งร้องไห้รบกวน แล้วขอให้ไปอยู่กับบัวบุหงาก่อน
    พรนางฟ้ามานั่งร้องไห้ที่สตูดิโอที่บัวบุหงาทำงาน เธอเป็นช่างภาพกำลังถ่ายนายแบบเซ็กซี่อย่างเอาจริงเอาจัง น้อยหน่าเกย์รุ่นใหญ่ฝ่ายประสานงานรำคาญเข้ามาขอให้พรนางฟ้าออกไปรอข้างนอก เธอรีบบอกว่าเป็นเพื่อนบัวบุหงามานั่งรอ ทันใดมือพรนางฟ้าปัดโดนแก้วน้ำส้มหกใส่กางเกงในของนายแบบที่วางอยู่ นายแบบหันมาเห็นโวยวายใหญ่มาก
    “กรี๊ด...นี่หล่อนรู้ไหมว่ากางเกงในตัวนี้มันแพงมาก” บัวบุหงารีบไกล่เกลี่ยว่าเพื่อนตนไม่ได้ตั้งใจ นายแบบแหวใส่ “แล้วจะชดใช้ยังไงหะ...ทอม ซื้อใหม่ให้ไหมล่ะ”
    “อ้าว...อีตุ๊ดนี่ เมื่อกี้แกด่าใครทอม”
    “ด่าแกไงอีทอม เพราะแกคนเดียวเลย เอาชะนีที่ไหนก็ไม่รู้มาเพ่นพ่านในกอง...”
    บัวบุหงาโกรธชกหน้านายแบบล้มคว่ำ ประกาศว่าชะนีที่เขาว่าเป็นเพื่อนรักตน...จบลงด้วยบัวบุหงาพาพรนางฟ้ากลับบ้าน ไม่ทันคลายเศร้า ต้อมส่งรูปนอนกับเอบนเตียงเปลือยท่อนบนมาเยาะเย้ย พร้อมข้อความแทงใจ
    “ขอบใจนะพรนางฟ้า ผู้ชายของเธออร่อยมาก โอ๊ะ! ไม่ใช่สิ ตอนนี้เป็นผู้ชายของฉันแล้ว และอีกอย่าง นอกจากเธอจะต้องหาผู้ชายคนใหม่แล้ว เธอยังจะต้องหางานใหม่ด้วยนะจ๊ะ บาย”
    ด้วยเหตุนี้ทำให้พรนางฟ้ายิ่งแค้นใจ แฉความชั่วของต้อมลงพันทิปเป็นการเอาคืน...พอต้อมเห็นกระทู้มีภาพโป๊ของตนลงแบบเซ็นเซอร์คาดตาเล็กๆ พร้อมข้อความ...กระชากหน้ากากเกย์แอ๊บแมน หลอกให้เป็นแฟนจนเกือบแต่งงาน...ผู้คนคอมเมนต์กันเข้ามามากมายว่าใช่พี่ต้อม GMD หรือไม่ ทำให้ต้อมโกรธปามือถือทิ้ง เข่นเขี้ยวแค้นพรนางฟ้าอย่างมาก
    ooooooo
    แพรพิณมีหลานสาวอายุไล่เลี่ยกันชื่ออันนา เรียนมหาวิทยาลัยปีสาม เป็นประธานชมรม และยังทำหน้าที่ในสภามหาวิทยาลัยอีก ก็เป็นห่วงกลัวจะเรียนไม่จบ แต่อันนากลับบอกว่าสบายมาก แพรพิณเห็นรูปหลานโอบกับผู้ชายหน้าจอมือถือท่าทางเหมือนเกย์ ก็รีบซักไซ้
    อันนาบ่นว่าตนเรียนมหาวิทยาลัยแล้วดูแลตัวเองได้อย่าห่วงเลย แต่แพรพิณยังหวั่นใจ ไลน์ปรึกษาเพื่อนๆ ทันที พรนางฟ้าไลน์ตอบมาว่า หลานอยู่มหาวิทยาลัยปีสามเข้าไปแล้ว มีแฟนไม่ใช่เรื่องแปลก น้องสาวตนเพิ่งมอหกยังเป็นติ่งนักร้องบอยแบนด์ ไม่อ่านหนังสือ น่าเป็นห่วงกว่า บัวบุหงาไลน์แทรกถามอาการติ่งของน้องเป็นอย่างไร
    พรนางฟ้าเล่าว่า ภายในห้องปันปันมีแต่รูปโปสเตอร์วงบลูปรินซ์ ของใช้ในห้องก็เป็นรูปนักร้องบลูปรินซ์ แถมยังหัดเต้นท่าพวกเขาอีก แพรพิณกับบัวบุหงาไลน์หัวเราะห้าห้าห้ากลับมา พรนางฟ้าเคือง แต่พอแพรพิณเปลี่ยนมาถามเรื่องหางานใหม่ ก็ชะงักเคร่งเครียดจริงจัง
    “ไม่รู้แหละ พี่ต้อมมันหยามฉันขนาดนี้ ยังไงฉันต้องได้งานระดับสี่ดาวบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของประเทศเท่านั้น” ว่าแล้วเลิกคุยไลน์หันมาเปิดคอมฯเสิร์ชกูเกิลสมัครงานเอ็กซ์คลูซีฟ
    ระหว่างรอโหลดก็เปิดกระทู้พันทิปดูแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นคนแชร์เรื่องที่ตนลงกันมาก แถมมีกระทู้แนะนำให้ตบเลย บ้างก็ให้ช่วยสืบสามีให้ จ้างสืบลูกชายว่าเป็นเกย์หรือไม่ก็มี พรนางฟ้าส่ายหน้าเรียกสติกลับมาสนใจเรื่องสมัครงานของตัวเอง
    วันต่อมา บัวบุหงามาทำงานที่สตูดิโอตามปกติ เซตไฟหน้างานเสร็จ กำลังถ่ายนายแบบ จู่ๆมีตากล้องชายมายืนถ่ายข้างๆ จึงโวยห้ามถ่าย ตากล้องบอกเขามาทำงานแล้วตั้งหน้าตั้งตาถ่ายต่อ บัวบุหงาโกรธผลักเขาเซไป น้อยหน่ารีบวิ่งมาห้ามอธิบายว่าทางบอกอระบุมาให้เฮนรี่เป็นคนถ่ายเซตนี้ บัวบุหงาไม่พอใจที่เพิ่งมาบอก ตากล้องดันให้เธอหลบ เธอโกรธผลักเขาล้มลง เขาโวยวายว่าเลนส์กล้องแพงถ้าพังใครจะรับผิดชอบ
    ด้วยความโกรธจนหน้ามืด บัวบุหงาควักเงินในกระเป๋าโยนใส่หน้าตากล้อง แล้วหันมาต่อว่าน้อยหน่า คราวหน้าจะจ้างตนอย่าให้เจอแบบนี้อีก น้อยหน่ายิ้มแหยๆก่อนจะบอกว่าทางผู้ใหญ่สั่งมาไม่ให้จ้างเธออีก บัวบุหงาหน้าเจื่อนทั้งโกรธทั้งอาย
    ด้านพรนางฟ้า ไปสมัครงานที่ไหนก็เจอฤทธิ์สกัดดาวรุ่งของต้อม ไม่ให้รับตนเข้าทำงาน จนมารู้ความจริงบริษัทที่สาม ได้ยินพนักงานซุบซิบว่าตนคือคนที่ประธานบริษัท GMD บอกว่าโกงเงินบริษัทไปเกือบล้าน เธอถึงกับอึ้ง ไม่ทันไรต้อมโทร.เข้ามาเยาะเย้ย
    “ฉันบอกแกแล้วไงว่าฉันจะทำให้แกไม่ได้เกิดในวงการโฆษณาอีก แกก็คงรู้ว่าฉันไม่เคยผิดคำพูด”
    “แก! อีเก้งสารพัดพิษ อี...” ต้อมชิงตัดสายพรนางฟ้ากำมือถือแน่นด้วยความแค้น
    ในเวลานั้น พาทีกับนาเดียร์มาคุยงานที่บริษัท GMD ทั้งสองกำลังรอลิฟต์ นาเดียร์บอกพาทีว่าทาง GMD กระซิบว่าโฆษณาตัวใหม่ของบลูปรินซ์ ฝั่งเราเรียกค่าตัวได้ไม่อั้นเพราะลูกค้าทุ่มงบเต็มที่ แต่พาทีไม่เห็นด้วยให้เรียกเรตปกติ ไม่อยากดิสเครดิตตัวเอง
    ลิฟต์มาถึง ทั้งสองเดินเข้าไป ประตูกำลังจะปิดก็มีคนกดให้เปิดแล้วพุ่งเข้ามายืนเบียดแทบจะซบอกพาทีอย่างไม่สนใจ พอถึงชั้นที่ต้องการก็เดินออกด้วยท่าทางเอาเรื่อง นาเดียร์บ่นว่าช่างไม่มีมารยาทเสียเลย พาทีกับนาเดียร์เดินออกมาด้วยแล้วรู้ตัวว่าผิดชั้นจึงหันกลับไปกดลิฟต์รอใหม่ ทันใดได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากห้องต้อม นาเดียร์อยากรู้อยากเห็นแต่พาทีปรามไว้
    พรนางฟ้าเอาน้ำมาสาดใส่หน้าต้อม เขาคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงร้องโวยวายลั่น แต่พอรู้ว่าเป็นน้ำธรรมดาก็ชี้หน้าด่าหาว่ามาตามล่าผู้ชายที่เขาไม่ต้องการตัว แถมเงินจะเปย์ผู้ชายยังไม่มี
    “โอ๊ะๆคุณต้อมคะ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ว่าคุณจะดิสเครดิตฉันแค่ไหน ฉันก็ไม่สะทกสะท้านหรอกค่ะ ไว้ฉันจะหาเงินล้านมาฟาดหน้าคุณต้อมให้ได้ภายในสามเดือนนี้นะคะ สวัสดีค่ะ”
    พรนางฟ้าเดินอาดๆอย่างผู้ชนะตรงไปยังลิฟต์ พาทีกับนาเดียร์กำลังจะเข้าลิฟต์รีบหลีกทางให้ พรนางฟ้าเข้ามาก็ทรุดลงนั่งร้องไห้ พาทีรู้สึกคุ้นหน้าเธอมองอย่างสงสาร จึงบอกนาเดียร์ให้ไปก่อนเดี๋ยวตนตามไป แล้วหันมาถามพรนางฟ้ามีอะไรให้ช่วยไหม เธอเงยหน้ามองเขาน้ำตากลบตา เขาช่วยประคองเธอเดินออกจากลิฟต์ เธอกล่าวขอบใจแล้วเดินจากไปไม่พูดไม่จา
    พอขึ้นรถได้พรนางฟ้าเช็ดน้ำตาพยายามไล่ความ เครียดทั้งหมดออกไป หายใจเข้าลึกๆ “แกต้องทำได้ หาเงินล้านในสามเดือน” ว่าแล้วก็ตบปากตัวเอง “อีปากพาซวย อีปากไม่มีหูรูด อีปากไร้ความคิด อีปากพาถังแตก โอ๊ย...มันต้องมีงานอะไรสักอย่างที่แกทำได้ มันมีแน่”
    ทันใดฉุกคิดถึงข้อความในพันทิปที่มีคนจ้างให้สืบเกย์มากมาย จึงสูดหายใจเข้าตัดสินใจในเมื่อโดนเก้งกวางหลอกทำร้ายมามาก ได้เวลาที่ตนจะหากินจากความจริงของพวกเขาบ้าง
    ooooooo
    วันต่อมาประธานบริษัทจีพีเรคคอร์ดเรียกพาทีมาพบเพื่อขอให้ปั้นลูกสาวเพื่อนเป็นนักร้อง เธอระบุมาต้องเป็นเขา และเพื่อนคนนี้มีบุญคุณช่วยเหลือเกื้อกูลตอนเริ่มก่อตั้งบริษัท ด้วยเหตุนี้ทำให้พาทีหมดทางบ่ายเบี่ยง
    ในขณะเดียวกัน ราณีกับเฌอเบลล์สองแม่ลูกนั่งมาในรถหรู ทั้งสองดูนิตยสารที่พาทีให้สัมภาษณ์ เฌอเบลล์บอกแม่ว่าคนนี้คือคนที่ตนอยากให้ทำเพลงให้ ตนตามงานเขามานาน ทั้งเก่งทั้งหล่อ ตอนนี้กำลังปั้นวงบอยแบนด์จนดังมาก ราณีเบ้หน้าเพราะเห็นนามสกุลแล้วไม่โด่งดัง
    พอเฌอเบลล์มาถึงตั้งใจโปรยเสน่ห์หมายให้พาทีหลง แต่เขากลับหน้านิ่งไม่ยินดียินร้าย บอกให้เธอลองร้องเพลงให้ฟัง ท่านประธานเคลิ้ม แต่พาทีกลับติงว่าเสียงมีเอกลักษณ์ แต่โน้ตบางตัวยังเพี้ยน เสียงไม่มีพลังเพราะขาดการออกกำลังกาย ต้องพัฒนาอีกมาก เฌอเบลล์หน้าเสีย ท่านประธานรีบออกตัวแทนว่า พาทีเป็นคนทำงานจริงจัง
    พาทีตั้งข้อแม้ “ท่านอยากให้ผมช่วยดันหลานท่านให้เป็นศิลปินแถวหน้า แต่ผมมีข้อแม้ คุณเฌอเบลล์ต้องทำตามที่ผมบอก ถ้าทำไม่ได้ ผมจะถือว่าหลานท่านไม่พร้อมเอง”

    เฌอเบลล์มองอย่างท้าทายถามข้อแม้มีอะไรบ้าง เขาเน้นต้องตรงเวลา มีวินัย ห้ามใช้อำนาจท่านประธานมาบังคับเรื่องงานในส่วนของตน หญิงสาวอึ้งแต่ด้วยความอยากเอาชนะ จึงยิ้มรับ พาทีขอตัวกลับ เฌอเบลล์ถามลุงว่าเขาเป็นอะไรมากไหม ท่านประธานพยักหน้ารับ
    “คนหนุ่มไฟแรง มีความสามารถก็อย่างนี้แหละ หนูเบลล์มีปัญหาอะไรรึเปล่า”
    หญิงสาวตอบว่าไม่มีแล้วขอตัวกลับอ้างว่ามีธุระ แต่ที่แท้จะรีบตามพาทีเพื่ออ่อยให้เขาไปส่งโดยบอกว่าไม่คิดว่าคุยเสร็จเร็ว จึงยังไม่ได้เรียกคนรถมารับ พาทีชี้ไปที่ร้านกาแฟให้เธอนั่งรอแล้วเดินคุยโทรศัพท์ไปอย่างไม่ไยดี หญิงสาวมองตามเข่นเขี้ยวหยิ่งใส่แบบนี้ต้องเห็นดีกัน
    บังเอิญที่โรงเรียนของแพรพิณอยู่ติดกับคลินิกของหมอไทย สายวันนั้นเธอเห็นเหล่านักเรียนยืนกรี๊ดกร๊าดอยู่ด้านหน้าจึงออกมาตาม ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วส่งสัญญาณให้เธอมาดูหมอไทยกับชยุตยืนกอดกันหน้าร้าน แพรพิณจะเป็นลมเมื่อเห็นหน้าหมอไทยคือแฟนอันนาเหล่านักเรียนร้องกรี๊ดทำให้สองหนุ่มหันมามอง พอเห็นคนจะเป็นลมก็เข้าช่วย แพรพิณตั้งสติได้ผลักอกชยุตออกอย่างรังเกียจ ขอตัวกลับเข้าโรงเรียน
    ด้านบัวบุหงาเห็นใบทวงหนี้ค่าบ้านก็เครียด โกรธตัวเองไม่น่าโยนเงินใส่ตากล้องเฮนรี่เลยเพราะนั่นคือค่าบ้าน ทันใดได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาดังมาจากห้องนั่งเล่น จึงเดินไปดู เห็นพ่อเต่าแต่งเป็นหญิงถือขวดน้ำแทนไมค์สะบัดผมร้องเพลง โดยมีเจ๊โดมปรบมือเชียร์ ก็ตำหนิว่าน่าเกลียด พ่อเต่าสะอึกรู้ว่าลูกรับไม่ได้ แต่เจ๊โดมเถียงแทนจะอายทำไมในเมื่อเป็นอาชีพสุจริต บัวบุหงาแก้ตัวไม่ถูกเดินหนีไปอย่างไม่สบอารมณ์ พ่อเต่ามองอย่างตัดสินใจ
    ooooooo
    วันต่อมาเหล่านักเรียน ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วเล่าให้แพรพิณฟังว่า พวกเขาลองไปใช้บริการที่คลินิกหมอไทยหมายจะจับผิดว่าหมอไทยเป็นเกย์หรือไม่ แต่ไม่พบ จึงค้นโปรแกรมแจ๊คดีซึ่งเป็นโปรแกรมที่ลงรูปชาวเกย์ แล้วพวกเขาต้องตกใจเมื่อเห็นรูปชยุตอยู่ในนั้นด้วย
    แพรพิณจึงฟันธง ในเมื่อชยุตเป็นเกย์ หมอไทยก็ต้องเป็นเช่นกัน ตนยอมไม่ได้ที่จะมาหลอกหลานสาว
    ระหว่างที่เพื่อนๆมีปัญหา พรนางฟ้าตัดสินใจทำงานสืบเกย์ จึงมุ่งมั่นอ่านวิธีสังเกตเกย์ บัวบุหงาอารมณ์เสียโผล่เข้ามาบ่นเรื่องที่โดนแย่งงานแถมโยนเงินใส่หน้าเขาไป พรนางฟ้าอยากด่าเพื่อนแต่ทำไม่ลง ไม่ทันไรแพรพิณหน้างอเข้ามาอีกคน เล่าเรื่องหมอไทยให้ทั้งสองฟัง
    ระหว่างนั้นมีคนโทร.เข้ามาที่พรนางฟ้า “สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ ฟ้าพูด จีสแกนรับสืบเกย์ ใช่ค่ะ คุณอะไรนะคะ อ้อ คุณชลลัมภีร์ อืม...ถ้ายังไงเดี๋ยวทางเราติดต่อไปอีกทีนะคะ ขอบคุณค่ะ”
    สองเพื่อนสาวทำหน้างงๆ จีสแกนคืออะไร พรนางฟ้าอธิบายว่าเป็นบริษัทใหม่ที่ตนตั้งขึ้น แล้วเอาแฟ้มลูกค้าที่แจ้งความจำนงมาวางให้เพื่อนๆดู ทั้งสองทึ่งในวันเดียวมีลูกค้าถึงสิบคดี บัวบุหงาส่ายหน้าแบบนี้จะมีผู้ชายเหลือในโลกอีกหรือ
    “ฉันยังไม่รับทั้งหมดหรอก ว่าจะรับคดีที่มันง่ายๆได้เงินเยอะก่อน เพราะเราก็ไม่ใช่นักสืบมืออาชีพถูกมะ แค่สกิลแอ็กติ้งกับสกิลเผือกเป็นเลิศเท่านั้น”
    แพรพิณไม่เห็นด้วยอยากให้ทำงานอื่น กลัวโดนฟ้องหมิ่นประมาท พรนางฟ้าส่ายหน้าตนจะต้องหาเงินล้านไปฟาดหน้าอีพี่ต้อมให้ได้ภายในสามเดือน แล้วขอร้องให้เพื่อนๆร่วมมือ โดยสัญญาจะสืบเรื่องหมอไทยให้แพรพิณฟรีๆ สองสาวจ้องหน้ากันนิ่งก่อนจะตอบปฏิเสธ
    พรนางฟ้าถอนใจที่ต้องทำงานคนเดียว แต่ก็ฮึดสู้ ออกมาพบชลลัมภีร์เพื่อรับงาน เขาบอกเธอว่าเห็นกระทู้จับแอ๊บของเธอ ก็รู้ว่าเธอมีปมกับเรื่องเกย์เยอะ จึงสนใจอยากว่าจ้าง แล้วยื่นรูปถ่ายให้ดู “ผมอยากให้คุณช่วยสืบอะไรเล็กๆน้อยๆ แค่...จับแอ๊บบอยแบนด์ชื่อดัง วงบลูปรินซ์”
    พรนางฟ้าฉุกคิดถึงความดังของวงนี้ ชลลัมภีร์สาธยายต่อ ทีมงานของตนเชื่อว่ามีคนใดคนหนึ่งในวงนี้เป็นเกย์ เขาต้องการหลักฐานยืนยันให้ได้ภายในสามเดือน ก่อนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ หญิงสาวถามลองใจ งานใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่จ้างนักสืบมืออาชีพ เขาบอกต้องการคนโนเนมไม่เหมือนนักสืบและจากประวัติชีวิตเธอ โดนเกย์หลอกมาอย่างโชกโชน จึงเชื่อในประสบการณ์ตรงของเธอ
    พรนางฟ้าอึ้งที่เขารู้ลึก แต่งานนี้ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าถึงตัวศิลปินเพราะบรรดาแฟนคลับคงปกป้องอย่างถวายหัว ชลลัมภีร์โพล่งขึ้นว่าค่าจ้างสองล้านถ้างานสำเร็จ แต่ถ้าผิดพลาดอย่าคิดซัดทอด เพราะเขาสามารถทำให้เธอเป็นคนผิดได้อย่างง่ายดาย หญิงสาวอ้าปากค้างตั้งแต่สนนราคา
    ooooooo
    คอนเสิร์ตเล็กๆของวงบลูปรินซ์ที่โตเกียวเพิ่งเสร็จสิ้นลง พาทีอัดเสียงสรุปผลงานขณะนั่งเครื่องกลับว่ากระแสตอบรับดีมาก ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วจาระไนตัวบุคคลแต่ละคน
    จุงเบ...เสียงร้องคงที่แล้ว แต่ไลน์เต้นยังไม่แข็งแรง ลุคยังไม่น่าจับตามองควรเปลี่ยนสีผม คฑา...ทำการแสดงได้ดี คงโปรแกรมฝึกให้ต่อเนื่องไว้ เควิน...พลังเสียงตกช่วงกลางคอนเสิร์ต ต้องเพิ่มโปรแกรมออกกำลังและอาหารเสริมอีก 15% ส่วนไลออน...ในฐานะหัวหน้าวงนำและรักษามวลของคนดูได้ดี แต่ติดบางช่วงดูไม่ธรรมชาติ ควรเพิ่มให้สมาชิกทุกคนดูมีความสัมพันธ์น่ารักๆเพิ่มขึ้นอีกเพื่อกระตุ้นกระแสและเสียงกรี๊ด...
    เมื่อรับงานแล้ว พรนางฟ้าค้นข้อมูลวงบลูปรินซ์ ทำบันทึกว่าคดีแรกของบริษัทจีสแกนจับแอ๊บวงบอยแบนด์ชื่อดังบลูปรินซ์ ผู้ว่าจ้าง คุณชลลัมภีร์เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิง ค่าจ้างสืบคดี สองล้านบาท...อดภูมิใจไม่ได้ว่าเงินล้านใครว่าหายาก อีพี่ต้อมเตรียมหน้าแหกไว้เลย
    พรนางฟ้าครุ่นคิดหาทางเข้าถึงตัวนักร้องให้มากที่สุด เพื่อจับตาดูปฏิกิริยาทั่วไปและปฏิกิริยาต่อแฟนคลับ จึงโทร.หาปันปัน ได้ยินเสียงจ๊อกแจ๊กจากปลายสายจึงรู้ว่าเธออยู่สนามบิน ก็รีบเปิดกระทู้ดูเห็นข่าววงบลูปรินซ์กลับมาวันนี้ พรนางฟ้ารีบคว้ากระเป๋าออกไปอย่างวุ่นวาย
    ที่สนามบิน นาเดียร์เอาเชือกกั้นทางเดินไว้ให้วงบลูปรินซ์เดินออกมา ต้อยกับติ่งหัวหน้าแฟนคลับรีบเอาป้ายไฟนำทีมมาชูรอรับส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด...พรนางฟ้ามาถึงได้ยินเสียงกรี๊ดบรรดาแฟนคลับก็วิ่งมาเขย่งมองอย่างยากลำบาก พอเห็นช่องว่างก็แทรกไปยืนชิดเชือก กลุ่มบอยแบนด์เดินออกมาทีละคน เธอถึงกับเคลิ้มไปกับความหล่อเหลาของพวกเขา ไลออนเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกมาและมองหน้าพรนางฟ้า
    พรนางฟ้าฉวยโอกาสมุดเชือกจะตามแต่กลับชนกับใครคนหนึ่ง พอเงยมองเป็นพาทีสวมแว่นดำเหมือนบอดี้การ์ด เธอรีบทำเนียนล้วงพวงกุญแจนางฟ้าในกระเป๋าออกมาอ้างว่าเก็บของหล่นได้ คงเป็นของนักร้องคนสุดท้ายที่เดินไป พาทีถอดแว่นออกยื่นหน้ามาจ้องตาจับพิรุธและว่าเธอโกหก พรนางฟ้าทำทีไม่พอใจ หาว่าเขาเป็นแค่บอดี้การ์ด ทำแบบนี้กับตนได้อย่างไร
    พาทีคว้าพวงกุญแจแล้วบอกถ้าอยากให้ของไลออนก็บอกดีๆ แต่ไลออนไม่ชอบของกุ๊กกิ๊กแบบนี้
    พรนางฟ้ายืนอึ้งครุ่นคิดหาทางใหม่ ไม่ทันไรก็โดนคลื่นแฟนคลับวิ่งผ่านอย่างวุ่นวาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีตัวเองทรุดนั่งหัวฟูอยู่กับพื้น มีใบปลิวปลิวว่อนเต็มหัว “พัง!...”
    ooooooo
    บัวบุหงาเครียดที่โดนยกเลิกงานหลายจ๊อบ จนอารมณ์เสียเผลอโยนเงินใส่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่คิดค่าโดยสารแพงโลด พอรู้สึกตัวก็เสียใจตีมือตัวเองที่ชอบโยนเงินจนเป็นเรื่อง ก่อนจะหอบอุปกรณ์ถ่ายภาพพะรุงพะรังมาที่โรงเรียนแพรพิณ แต่ไม่เห็นใครก็แปลกใจ
    สักพักได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากห้องน้ำ จึงเคาะประตูเรียก แพรพิณออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำตาบวมปูดจากการร้องไห้ ต่างระบายความทุกข์และปลอบใจกัน พอเห็นมือเพื่อนแดง
    “บัว ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้ ทุกอย่างมันมีทางออก”

    “แกไม่มีสิทธิ์มาด่าฉันนะ ตัวแกเองยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้เลย”

    ระหว่างปลอบใจกันมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้น แพรพิณถามได้ยินไหม บัวบุหงาพยักหน้าก่อนจะหยิบมือถือตัวเองออกมา เป็นเสียงริงโทนของเธอเอง

    “โว้ย...อีบัว อีโรคจิต!” แพรพิณตีแขนบัวบุหงาก่อนจะพากันหัวเราะออกมา

    พรนางฟ้าโทร.เรียกเพื่อนทั้งสองมาพบที่คอนโด เกลี้ยกล่อมให้ช่วยงานจับแอ๊บ ไม่ทันที่ทั้งสองจะรับปากจริงจัง ลูกค้าชื่ออรนาฏโทร.เข้ามาเสนอจ่ายก่อนห้าแสนเพื่อให้รับงาน สองสาวอ้าปากค้าง พอวางสาย ทั้งสองตกลงร่วมงานทันที แต่ยังไม่อยากบอกเหตุผลแก่พรนางฟ้า...

    อรนาฏเป็นดาราสาวสองพันปี เป็นคนคิดมากขี้กังวลและห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองมาก ในคืนนี้เธอต้องให้สัมภาษณ์เรื่องการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์โครงการระดมทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้า เธอมองภาพครอบครัวของตัวเองในมือถือที่ถ่ายคู่กับวีระสามีและพันธิตลูกชาย ด้วยแววตาเศร้าๆก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์

    ขณะเดียวกัน พาทีเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำในห้องนอน ต้องหยุดชะงักมองรายการสัมภาษณ์ของอรนาฏ เธอให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่มีส่วนร่วมช่วยเหลือเด็กกำพร้า เด็กทุกคนควรได้รับความรักจากผู้ใหญ่ ได้รับการดูแลและการศึกษา ตนสะเทือนใจมากที่เห็นว่ามีเด็กมากมายถูกทอดทิ้งตั้งแต่ยังเป็นทารก การกระทำแบบนี้เป็นการกระทำของมนุษย์ที่ขาดความรับผิดชอบอย่างมาก...พาทีกดปิดทีวีด้วยแววตาโกรธ ยืนทำใจให้ลืมอดีตอันเจ็บปวด

    ooooooo

    ห้องคอนโดของพรนางฟ้ากลายเป็นที่ทำการ สามสาวช่วยกันหาข้อมูลวงบลูปรินซ์ จนรู้ว่าอีกสองวันจะมีงานมีตติ้งที่โรงแรมหรูริมแม่น้ำ ปัญหาของพวกเธอคือต้องหาบัตรเข้างาน

    แพรพิณไปเข้าแถวซื้อจากบูธไทยทิคเก็ตเมเจอร์แต่บัตรหมดภายในห้านาที เธอลงทุนร้องไห้คร่ำครวญก็ไม่เป็นผลกลับโดนเรียกว่ามนุษย์ป้าแล้วลากตัวออกมาจนหัวฟูยุ่งเหยิง ด้านบัวบุหงาลงทุนซื้อบัตรจากพวกที่เอามาขายต่อ แต่ก็โดนเชิดเงินไปดื้อๆ

    พรนางฟ้าโวยลั่น “ฉันต้องด่าแกที่สุดเลยอีบัว โอนเงินก่อนได้ของ แกเอาสมองส่วนไหนคิด โลกโซเชียลสมัยนี้มันไว้ใจได้ที่ไหน เสียเงินไปเท่าไหร่”

    บัวบุหงาตอบเสียงอ่อยว่าหกพัน พรนางฟ้าอยากจะโกรธที่เสียเงินฟรีๆ แพรพิณปลอบให้ใจเย็น พรนางฟ้ากลับยื่นภาพในมือถือให้ดู “แพรจ๊ะ เราเป็นนักสืบ เราต้องทำตัวให้เล็ก ทำให้เงียบเข้าไว้อย่าให้ใครรู้จักเรา แล้วนี่อะไร”

    แพรพิณตกใจมากไม่คิดว่ามีคนถ่ายภาพตอนโดนลากออกจากบูธขายบัตร...ไม่เพียงเท่านั้นลูกศิษย์เห็นภาพยังสงสัยว่าหน้าเหมือนครู เธอต้องหัวเราะกลบเกลื่อนทำนองคนอะไรช่างหน้าเหมือน แต่พอรู้ว่าพวกลูกศิษย์ซื้อบัตรได้ก็ลืมตัวจับตัวจิ๋วจิ๋วเขย่าๆขอบัตร แต่พวกเขาไม่ให้

    ค่ำนั้นแพรพิณนั่งร้องไห้คร่ำครวญที่คอนโด พรนางฟ้า ว่าหมดสิ้นภาพลักษณ์คุณครูแสนดีที่สร้างมา

    บัวบุหงาบ่นไม่คิดว่าบัตรจะหายากขนาดนี้ บอกพรนางฟ้าให้ทำคลิปกราบขอโทษอีพี่ต้อมไปเสียดีกว่า พรนางฟ้าไม่ยอมเชื่อว่าต้องมีทาง พอดีปันปันกลับจากโรงเรียนเดินร้องเพลงวงบลูปรินซ์เข้ามา จึงนึกได้ว่าน้องสาวต้องมีบัตร ร้องเรียกปันปันดังลั่น

    ปันปันปฏิเสธไม่ยอมให้บัตรแก่พี่ๆแต่ให้เบอร์คนที่ติดต่อขอซื้อบัตรได้ พรนางฟ้ารีบติดต่อไปทันที ตกลงราคาค่าบัตรแพงโลดถึงหกพันห้า...ติ่งสาวคนที่มาส่งบัตรมีท่าทางลับๆล่อๆไม่ให้พรนางฟ้ามองเธอตรงๆ ให้ยื่นเงินมาแล้วส่งบัตรไปพร้อมบอกเจอกันในงาน

    พอพรนางฟ้าเอาบัตรกลับมาที่คอนโด แพรพิณกับบัวบุหงาบ่นเสียดายเงินที่เสียไป ไม่ทันจะบ่นต่อ ปันปันแทรกขึ้นมาว่า บัตรของพี่ทำไมจางกว่าของตน สามสาวรีบมารุมดูพิจารณาแล้วจึงรู้ว่าเป็นบัตรปลอม พรนางฟ้าแทบลมจับพยายามตั้งสติ ยืนยันจะต้องเข้างานนี้ให้ได้

    ในบ้านพักวงบลูปรินซ์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ นาเดียร์ดูจะตื่นเต้นอย่างมากที่ได้พักบ้านหลังนี้ด้วยในฐานะผู้จัดการวง...พาทีควบคุมการซ้อมร้องเต้นของทุกคนอยู่ในห้องซ้อม สังเกตเห็นจุงเบมีท่าทางไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถามว่าไหวไหม เขาทำท่าสดชื่นบอกว่าไหว เควินท้วงเห็นเขาหายใจแรงตั้งแต่ครึ่งเพลงแรก แต่จุงเบยืนยันว่าไหว พาทีจึงให้ซ้อมต่อ

    จู่ๆไลออนเดินออกจากกลุ่ม พาทีเอ็ดให้กลับเข้ามาซ้อมยังไม่ให้พัก เขาโวยทันทีแค่จะกินน้ำจะอะไรกันนักหนา พาทีเสียงเข้ม “ถ้าสมาชิกคนอื่นยังไม่พักเป็นลีดเดอร์ของวงควรพักไหม”

    “แล้วเป็นโปรดิวเซอร์ทำไมต้องยุ่งทุกเรื่องด้วย” ไลออนย้อน เควินปรามบอกพาทีทำตามหน้าที่ ไลออนไม่สำนึก “งั้นคุณพาทีหยุดพักสักวันไหมครับ ผมกลัวคุณเหนื่อย”

    คฑาแทรกทันที ถ้าไลออนเหนื่อยมาก งานมีตติ้งรอบนี้ตนจะเป็นลีดเดอร์แทน ไลออนโกรธที่คฑาคอยแต่จะเสียบ จึงข่มว่าแม้เขาอยากเสียบแทนจนตัวสั่นแต่ขอโทษที่ตนป๊อปสุดในวง ทันใดจุงเบเกิดอาการหอบรุนแรงล้มลง พาทีพุ่งเข้าช่วยทันที คฑายืนมองเฉยๆ

    ราวเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ไลออนตกใจ พาทีสั่งนาเดียร์ไปเอายาพ่นมา และให้เควินช่วยประคองศีรษะจุงเบให้สูงไว้ คฑากลับโพล่งขึ้นว่า ไอ้ม้งนี่ตัวปัญหา เควินโกรธแทนตรงเข้าชกหน้าคฑาทันที

    นาเดียร์กลับเข้ามาพร้อมยาพ่นให้จุงเบ สักครู่อาการดีขึ้น จุงเบรีบขอโทษทุกคนที่บอกว่าไหวทั้งที่ตัวเองไม่ไหว พาทีจึงย้ำกับทั้งสี่คนว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง ถ้าร่างกายไม่พร้อมงานทุกอย่างที่รับไว้ก็จะเสีย...พาทีให้ทุกคนพูดออกมาว่าใครทำผิดพลาดอะไรบ้าง

    เควินขอโทษที่ใจร้อนจนเป็นเรื่อง คฑาบอกตนไม่ผิดอะไรแต่ก็ขอโทษ มีเพียงไลออนที่เสียงแข็ง “ผมไม่มีอะไรต้องขอโทษ คนที่ควรขอโทษที่สุดคือพี่นั่นแหละที่ทำให้พวกผมเหมือนตกนรกทุกวันแบบนี้”

    พาทีสวนถ้าทรมานมากก็ออกไปจากวงได้ไม่เคยห้าม ไลออนโกรธฮึดฮัด เควินกับคฑาช่วยกันห้าม พาทีกล่าวนิ่งๆก่อนจะเดินไป “ฝึกตัวเองให้ใจเย็นๆหน่อยก็ดีนะไลออน เด็กๆทั่วประเทศเขามองเราเป็นแบบอย่างอยู่ หันกลับมาดูตัวเองบ้างว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้เขาได้รึเปล่า”

    นาเดียร์พยายามแก้บรรยากาศที่มาคุ บอกทุกคนขึ้นไปพักผ่อนและควรอาบน้ำก่อนนอนด้วย...คฑาเดินเข้าไปกระซิบไลออนว่าหมั่นมีปัญหากับโปรดิวเซอร์ ระวังจะหลุดจากตำแหน่งหัวหน้าวง ไลออนมองหน้าและว่าคืนนี้ไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วย คฑาจึงยั่วโมโหอีก

    “งั้นงานแฟนมีตวันมะรืน ก็อย่าสร้างปัญหาอะไรอีกละกันนะ เดี๋ยวตำแหน่งหลุด”

    ไลออนถามต้องการอะไร คฑายิ้มสะใจที่ยั่วโมโหได้เดินยิ้มกริ่มจากไป...ในขณะที่พาทีเข้ามานั่งเครียดในห้องทำงาน สักพักเควินถือเครื่องดื่มเย็นๆมาให้อย่างเอาใจ ทั้งสองดูสนิทสนมกันมากจนน่าสงสัย พาทีขอให้เควินคอยดูแลอย่าให้ข่าวเกาเหลาในวงแพร่งพรายออกไปสู่พวกนักข่าว ไม่อย่างนั้นเราได้กลับไปเล่นดนตรีข้างถนนอย่างแต่ก่อนแน่ เควินยิ้มรับ...

    ถึงวันงานมีตติ้งบลูปรินซ์ พรนางฟ้า บัวบุหงาและแพรพิณแต่งตัวเป็นแฟนคลับเต็มที่ ยืนมองเหล่าแฟนคลับที่มากมาย ภาวนาขอให้พวกตนมั่วใช้บัตรปลอมเข้าไปในงานกันได้ พรนางฟ้าเห็นอีกทางที่อาจเข้าได้ คือทางที่พวกสตาฟฟ์ใช้เข้าออกเพียงแค่แขวนป้ายออลแอเรีย พลันเสียงแฟนคลับตะโกนว่าประตูเปิดแล้ว สิ้นเสียงผู้คนก็กรูกันไปที่ทางเข้า พรนางฟ้ากับเพื่อนๆมองหน้ากันแล้วพยักหน้าเป็นที่รู้กันว่าพร้อม จึงเดินตรงรี่เข้าไปเบียดเสียดกับแฟนคลับ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:16 น.