ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สายโลหิต

SHARE
  • แนว
  • :
  • ดราม่า-ย้อนยุค
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • โสภาค สุวรรณ
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ศัลยา
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • เพ็ญลักษณ์ อุดมสิน
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ศรัณย์ ศิริลักษณ์ , ทิสานาฏ ศรศึก

สายโลหิต ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

พุทธศักราช ๒๓๐๑

กรุงเทพมหานครบวรทราวดีศรีอยุธยา ราชธานีของอาณาจักรสยาม ตั้งบนเกาะหนองโสน มีแม่น้ำล้อมรอบเกาะที่รูปร่างคล้ายสำเภา บ้านเมืองสงบร่มเย็น ไพร่ฟ้าหน้าใสด้วยว่างเว้นการศึกเป็นเวลาถึงร้อยกว่าปี

ตอนที่ 2

ดาวเรืองถอดสร้อยพระห้อยคอของตนให้ขุนไกรใส่ไปออกรบ ขุนไกรซาบซึ้งและรับรู้ความห่วงใยที่ส่งผ่านสายตาเด็กหญิงที่จ้องจับใบหน้าตน

กองทัพเคลื่อนพล ขุนไกรบนหลังม้าสายตามองนิ่งที่ร่างเด็กหญิงที่ยืนโบกมือส่ง แสงใต้จับหยาดน้ำตาที่คลอตาเป็นเงาวับ ภาพนั้นติดตาขุนไกร รู้ซึ้งถึงความผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นในใจ

ตอนที่ 3

ในระหว่างที่ขุนไกรไปศึก ปริกนำของกำนัลมากมายหลายอย่างมาให้คุณหญิงศรีนวลเพื่อตีสนิทและนำไปสู่การเจรจาสู่ขอแม่หญิงเยื้อนน้องสาวขุนไกรให้หมื่นทิพเทศาลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

นางทำอย่างนี้เทียวไปเทียวมาจนรู้สึกเหนื่อย แต่ต้องทนเพื่อลูกชาย พูดจาปากหวานใส่คุณหญิงศรีนวลจนอิ่มบ่าวในเรือนหมั่นไส้แทบทนฟังไม่ไหว

ตอนที่ 4

ดาวเรืองเติบโตอายุได้ 15 ปี เป็นสาวสดสวย หน้าตาผิวพรรณผุดผ่องจนตราตรึงใจบุตรชายของหลวงเดโชผู้ซึ่งย่านิ่มไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่วันหนึ่งหลวงเดโชมาปรากฏตัวถึงเรือนเพื่อสู่ขอดาวเรืองให้บุตรชายโดยมิได้นัดหมายมาก่อน ทั้งย่าและพ่อของดาวเรืองได้ฟังก็ประหลาดใจยิ่งนัก

ผลการเจรจาไม่ลุล่วงเพราะย่านิ่มอ้างว่าดาวเรืองยังเล็กนัก รอให้โตกว่านี้สักสามปีน่าจะดีกว่า ดาวเรืองแอบได้ยินอย่างนั้นก็โล่งใจ เช่นเดียวกับยายชดที่รีบลงมาบอกเล่าให้บ่าวด้วยกันฟังอย่างชื่นชมความหลักแหลมของย่านิ่มหรือแม่นาย

เรื่องย่อละคร สายโลหิต

พุทธศักราช 2301  กรุงเทพมหานครบวรทราวดีศรีอยุธยา ราชธานีของอาณาจักรสยาม ตั้งบนเกาะหนองโสน  มีแม่น้ำล้อมรอบเกาะที่รูปพรรณสัณฐานคล้ายสำเภานาวา  บ้านเมืองสงบร่มเย็นไพร่ฟ้าหน้าใสด้วยว่างเว้นการศึกเป็นเวลาถึงร้อยกว่าปี เมื่อปลอดศึกจึงมีเวลาทะนุบำรุงบูรณะพระบรมมหาราชวังทั้งพระที่นั่งในกรุงและพระที่นั่งนอกกรุง รวมทั้งวัดวาอารามที่ลาดหลังคาโบสถ์วิหารและพระปรางค์เจดีย์ด้วยแผ่นทองคำ  

กรุงศรีอยุธยาจึงเป็นราชธานีที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในภูมิภาคอุษาคเนย์  ณ  เวลานั้น

สามครอบครัวขุนนางของอยุธยา ที่คนในครอบครัวมีชีวิตเกี่ยวพันกันทั้งรักทั้งแค้นจนกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันจนวาระสุดท้ายของชีวิต  คือครอบครัวของพระสุวรรณราชา (ศรุต วิจิตรานนท์) เป็นช่างทองหลวง  พระสุวรรณ มีบุตรชายหญิง 3 คน   คือ  พ่อเดือน  รับราชการเป็นหลวงเสนาสุรภาค (นนทพันธ์ ใจกันทา)   ลำดวน (กวิตา จินดาวัฒน์) บุตรีคนต่อมา  และ ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์)  บุตรีคนสุดท้องอายุ10ขวบ  แม่ของลูกสามคนเสียชีวิตแล้วลูกๆ จึงมี ย่านิ่ม (ดวงดาว จารุจินดา) เป็นผู้เลี้ยงดู อีกครอบครัวคือ พระยาพิริยะแสนพลพ่าย (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) และคุณหญิงศรีนวล (ขวัญฤดี กลมกล่อม) มีบุตรชายหญิงสามคนเช่นกัน  คือ  หลวงเทพฤทธิ์อริศัตรูพ่าย (อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) รับราชการเป็นทหาร  และเพิ่งแต่งงานกับลำดวน (กวิตา จินดาวัฒน์)  ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) วัยยี่สิบปีเป็นบุตรคนที่สองรับราชการทหารเช่นกัน  และ แม่เยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) บุตรีคนสุดท้องอายุเพิ่งย่างรุ่นสาว  ครอบครัวที่สามคือ  พระวิชิตปรีชา (ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย) และคุณหญิงปริก (รชนีกร พันธุ์มณี)  ทั้งสองมีบุตรชายเพียงคนเดียวคือ หมื่นทิพเทศา (ชนะพล สัตยา) เป็นลูกทูนหัวทูนเกล้าของคุณหญิงปริก (รชนีกร พันธุ์มณี) ทั้งรักและตามใจจนหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) หยิ่งผยอง  สามหาวและเจ้าเล่ห์แสนกล  หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) เข้ามาเกี่ยวดองกับครอบครัวของพระยาพิริยะแสนพลพ่าย (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) เพราะเจ้าเล่ห์ล่อหลอกจนแม่หญิงเยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) ตกหลุมรัก  แม้ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) พี่ชายที่รู้เช่นเห็นชาติหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ดี จะทักท้วงอย่างแรงด้วยรู้นิสัยชั่วร้ายของหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา)  แต่แม่เยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) ไม่เกรงกลัวใดๆ  ยืนยันจะแต่งงานกับหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ให้จงได้  คุณหญิงศรีนวล (ขวัญฤดี กลมกล่อม) สนับสนุนหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) เต็มที่เพราะอยากได้ของกำนัลที่หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) นำมาให้มิได้ขาด  ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) กับหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) จึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเรื่อยมา

คุณย่าเลี้ยงดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ให้โตขึ้นมาอย่างไม่เหมือนเด็กหญิงคนใดในอยุธยา  ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) เรียนหนังสือจนอ่านออกเขียนได้  เรื่องงานฝีมือร้อยดอกไม้ปักสะดึงไปจนถึงเย็บที่นอน หัดดูแลพยาบาลคนป่วยไข้  หัดทำอาหารการครัวรวมทั้งดูแลกิจการในบ้าน  ทุกอย่างที่เป็นหน้าที่ลูกผู้หญิงแม้แต่การสืบทอดวิธีการทำทองก็ตกทอดถึงดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) นอกจากนี้คุณย่าให้ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) เรียนหนังสือ  และการเรียนนี่เองทำให้ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ไม่อยากอยู่ในโลกแคบคือบริเวณบ้าน แต่อยากออกไปเห็นโลกภายนอกที่กว้างใหญ่กว่าจึงเป็นต้นเรื่องวุ่นวายทั้งหลายเพราะวันหนึ่ง ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) หนีคุณย่าและหนีนางเยื้อน (อินทิรา เจริญปุระ)  บ่าวพี่เลี้ยงที่รักดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ทูนหัวทูนเกล้า  ออกไปเที่ยวกับยายชดแม่ครัว  ยายชดพาดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ไปเที่ยว  “ป่า”  ซึ่งหมายถึง  “ตลาด”  ที่มีทั่วอยุธยาขายของนานาชนิด  ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) สนุกสนานเป็นที่สุดเพราะตรงกับนิสัยที่อยากรู้อยากเห็น  จนสุดท้ายยายชดพาไปเที่ยวถึงในคุกหน้าวัดเกศ ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ก็ไปทั้งๆ ที่เป็นที่ต้องห้ามสำหรับผู้หญิง  หารู้ไม่ว่าหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) อยู่แถวนั้นเห็นทุกอย่าง

หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ถือเป็นโอกาสขู่เข็ญดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ให้นำเพลงยาวไปส่งให้แม่หญิงเยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม)  มิฉะนั้นจะฟ้องคุณย่า  ดาวเรืองทั้งโกรธทั้งเกลียดหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) แต่จำใจต้องทำ การไปบ้านแม่เยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) ก็ต้องออกอุบายหลายอย่าง  แม่เยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) รับเพลงยาวที่ส่งมาเรื่อยๆ  และดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) เพิ่มความเกลียดหมื่นทิพ  ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) เห็นความผิดปกติและในที่สุดก็จับได้  

ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) สารภาพทั้งน้ำตาว่าอัดอั้นตันใจมานานแล้ว  ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) มองใบหน้าอ่อนสะอาดชุ่มด้วยน้ำตาใจอ่อนยวบเพราะสงสาร  วันต่อมา ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) บุกถึงบ้านหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) จับตัวให้ดวลดาบกันแต่หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) คนขี้ขลาดไม่กล้า  ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) จึงขู่ว่าอย่าได้บังคับดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) อีก  และอีกอย่างอย่าบังอาจส่งเพลงยาวให้น้องสาวของตนอีก  เพราะแม่หญิงเยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) ไม่มีวันยอมเข้าหอกับคนขี้ขลาดอย่างหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) เป็นเด็ดขาด  ถ้ารู้ว่าทำทั้งสองอย่างอีกหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ได้ตายโหงแน่  หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) แค้นแทบกระอักจึงไปบีบคั้นนางปริก (รชนีกร พันธุ์มณี)ให้จัดการสู่ขอแม่หญิงเยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม)ให้ได้

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นความผูกพันของเด็กหญิงกับ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) สำหรับดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) พี่ไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) คือพี่ชายที่ใจดี  อ่อนโยนสุภาพและเก่งกาจไปเสียทุกอย่าง   เห็นใครถูกรังแกพี่ไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ก็จัดการคนพาลสันดานหยาบจนหมอบ  เห็นคนแก่ไม่สบายพี่ไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ก็ช่วยปฐมพยาบาลจนหาย  เห็นแม่ค้าขายของไม่ดีพี่ไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ก็ช่วยขายจนของหมด พี่ไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) สามารถสานกระบุงตะกร้าทำตุ๊กตาให้เด็กผู้หญิงและสอนมวยฟันดาบให้เด็กผู้ชาย พี่ไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ช่วยหลวงพ่อซ่อมแซมศาลาวัด บันไดท่าน้ำและหลังคาโบสถ์ที่ชำรุดเสียหาย  ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) เห็นภาพพี่ไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ทั้งอ่อนโยนทั้งเข็มแข็ง  ทั้งใจดีขี้เล่นหัวเราะง่ายและบางครั้งก็ดุดันสมเป็นชายชาติทหาร  ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) จึง  “ติด”  พี่ไกร เช่นเด็กๆ ทั่วไปที่ติดคนที่รักและตามใจ

เหนือสิ่งอื่นใด  ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) รู้จักอยุธยาทุกซอกทุกมุม   ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) พาดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ไปทุกตารางนิ้วของสำเภานาวาลำนี้ พร้อมคำบอกเล่าทั้งประวัติความเป็นมา  ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามต่างๆ ทั่วอยุธยาตั้งแต่วัดประจำเมืองเช่นวัดมหาธาตุ  วัดราชบูรณะ  หรือวัดพระศรีสรรเพชญ์ จนถึงวัดเล็กวัดน้อยที่เก่าแก่  ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) พาดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ซอกซอนไปพร้อม ยายชดและนางเยื้อน (อินทิรา เจริญปุระ) พี่เลี้ยง ที่ต้องติดสอยห้อยตามไปด้วย  ตลาดทั้งในกรุง  รอบกรุง  ป้อมปราการสำคัญ  เช่นป้อมเพชร  แม้แต่วังหลวง ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ก็พาดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ไปเดินชมพระราชวังและหมู่มณเฑียรมหาปราสาททั้งปวง  แม้แต่โรงช้างหลวงก็ตาม  หลายครั้งที่ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) อุ้มดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ที่หลับคอพับคออ่อนกลับมาส่งที่บ้านในช่วงเย็น  

ไม่เพียงแต่ดาวเรืองที่สนุกเต็มที่กับการเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วอยุธยา   ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) เองก็เอ็นดูดาวเรืองในความฉลาด  ช่างซักถามและสนใจใคร่รู้ต่อสรรพสิ่งทั้งปวง ทั้งยังช่างจดช่างจำเป็นที่พอใจกับคนเล่ายิ่งนัก

วันหนึ่งดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ขออนุญาตคุณย่าไปบ้านเจ้าคุณพิริยะ เพื่อเอาขนมไปให้ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ไปถึงต้องตกใจมากเพราะ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) และหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) กำลังประดาบกันอยู่  หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ผู้ซึ่งบัดนี้เข้านอกออกในบ้านนี้ได้แล้วเยาะหยัน ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ในทีว่าตนจะมาเป็นลูกเขยบ้านนี้อยู่แล้ว ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) โกรธจัดเข้าฟาดฟันสุดแรงเกิด  หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ถอยร่นเพลี่ยงพล้ำจนน่าจะเจ็บตัวอย่างหนัก  ถ้าแม่หญิงเยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) ไม่ลงมาห้ามด้วยตัวเอง  แต่กระนั้นหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ก็ได้แผลกลับไป ความแค้นมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ

 ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) แค้นจนพูดไม่ออก  ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) รับฟังคำบอกเล่าถึงความเลวของหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) พร้อมคำปรามาสว่าถ้าไปทัพเห็นทีจะหาที่แอบซ่อนตัวแทบไม่ทัน  นี่ดีว่าการศึกสงบเงียบไม่มีวี่แวว ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) เล่าว่าคุณย่าดูชะตาบ้านเมืองและว่าจะมีศึกในไม่ช้า ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) แย้งว่ากรุงศรีอยุธยาว่างศึกมาเกือบสองร้อยปี  ประจวบเหมาะเหลือเกินที่ขณะนั้นเป็นเวลาเดียวกับม้าเร็วจากทิศตะวันตกพุ่งตรงมาอย่างพายุ เพื่อแจ้งข่าวว่าพม่ายกทัพมาใกล้จะถึงมะริดและตะนาวศรีอยู่แล้ว

ชาวเมืองโจษขานหวั่นไหวเรื่องศึก  พรุ่งนี้เช้ากองทัพหลวงจะออกเดินทาง  แม่ทัพคือ เจ้าคุณรัตนาธิเบศร์  พระยาพิริยะหลวงเสนา  หลวงเทพหรือพ่อเทพ (อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา)  และตัว ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) เอง รวมทั้งหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ล้วนต้องไปทัพครั้งนี้ทั้งสิ้น

ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ปลุกนางเยื้อน (อินทิรา เจริญปุระ) ตั้งแต่ยังไม่สว่าง  ชวนไปประตูไชยเพื่อเอาพระห้อยคอไปให้พี่ไกร   ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ซาบซึ้งรับรู้ความห่วงใยที่ส่งผ่านสายตาเด็กหญิงที่จ้องจับใบหน้าตน  กองทัพเคลื่อนพล   ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) บนหลังม้าสายตามองนิ่งที่ร่างเด็กหญิงที่ยืนโบกมือส่ง  แสงใต้จับหยาดน้ำตาที่คลอตาเป็นเงาวับ  ภาพนั้นติดตา ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี  รู้ซึ้งถึงความผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นในใจ

ขณะที่ทุกคนไปทัพ ไม่มีใครอยู่ทางกรุงศรีอยุธยา คุณหญิงปริกแม่ของหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) เห็นเป็นโอกาสจึงเข้าหาทางพระสนมเอกของพระเจ้าอยู่หัวให้ไปสู่ขอแม่หญิงเยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม)   แม่หญิงเยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) ยินดีด้วยหลงใหลคำป้อยอและของกำนัลของหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) เข้าไปเต็มเปา

เวลาผ่านไปเป็นเดือน วันหนึ่งหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) กลับมาจากทัพมาบอกว่าเสียมะริด และตะนาวศรีให้กับพม่าแล้ว ดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) เสียใจมาก  นอกจากนั้นได้รับข่าวร้ายว่าพี่ชายคือหลวงเสนาสุรภาค (นนทพันธ์ ใจกันทา) กับ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) เสียชีวิตไปด้วย  ทุกคนช็อคกับข่าวร้ายรุนแรงนี้ แต่แล้ววันหนึ่ง ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมหลวงเทพ (อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) และบอกความจริงว่า หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) เป็นคนโกหกมดเท็จ ความจริงคือหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ควรจะไปช่วยกองหน้าคือหลวงเสนาสุรภาค (นนทพันธ์ ใจกันทา) และ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) รบที่อ่าวหว้าขาวบริเวณที่จะสกัดพม่า  ที่นั่นขุนรองปลัดชูและชาววิเศษไชยชาญอาสาสมัคร รวมทั้ง ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) และหลวงเสนาได้สู้รบกับพม่าอย่างกล้าหาญ แต่ด้วยกำลังพลน้อยกว่าจึงเพลี่ยงพล้ำ  หมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ไปถึงพอดีเห็นฝ่ายเราเพลี่ยงพล้ำแทนที่จะช่วยแต่หนีกลับก่อน แต่การณ์ครั้งนี้ไม่สามารถเอาโทษกับหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ได้  เพราะไม่มีพยานหลักฐานอีกทั้งหมื่นทิพ (ชนะพล สัตยา) ก็เป็นคนโปรดของเจ้าคุณรัตนาธิเบศร์ ผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพนายกองด้วย  แต่โชคร้ายที่พระยาพิริยะพ่อของ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) และหลวงเสนาสุรภาค (นนทพันธ์ ใจกันทา) พี่ชายของดาวเรือง (ด.ญ.สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์) ที่ไปร่วมสู้รบถูกทหารพม่าฟันเสียชีวิต  ซึ่งเป็นไปตามคำทำนายมหาทักษาซึ่งมีย่านิ่ม (ดวงดาว จารุจินดา) เท่านั้นที่ล่วงรู้ ยิ่งทำให้ย่านิ่ม (ดวงดาว จารุจินดา) ใจเสียว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ยิ่งขึ้นอีก  ตามคำทำนายที่ย่านิ่ม (ดวงดาว จารุจินดา) รู้คนเดียว

ต่อมา พระเจ้าอลองพญา (อรุชา โตสวัสดิ์) กษัตริย์พม่ายกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง  สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร หรือ ขุนหลวงหาวัด ได้ลาผนวชออกมาช่วยปกป้องพระนคร จัดกองทัพใหม่สั่งให้เจ้าคุณรัตนาธิเบศร์และพระยาราชบังสัน เป็นนายกองออกไปตั้งรับข้าศึกที่ชายแดนเมืองสุพรรณ เจ้าคุณรัตนาธิเบศร์เกณฑ์ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ให้ไปด้วย เพราะ คุณหญิงปริกที่คิดกำจัดให้ขุนไกรไปทัพเพื่อจะได้ไม่ขัดขวางการสู่ขอแม่หญิงเยื้อน (ณัฐชา นวลแจ่ม) ได้ไปขอจากเจ้าคุณรัตนาธิเบศร์พร้อมของกำนัลมากมาย ในสมรภูมิการสู้รบดำเนินไปจนวันหนึ่งทหารคนสนิทของ ขุนไกร (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ชื่อ  นายพันสิงห์ (สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) หนีทัพมาที่บ้าน นำข่าวมาบอกว่า ไพร่พลจากพระนครฝีมืออ่อนสู้พม่าไม่ได้ หนีกันหมดทิ้งค่ายร้างทุกค่าย เจ้าคุณรัตนาธิเบศร์ลอบหนีเข้าพระนครแล้วกราบทูลกล่าวโทษพระยาราชบังสันว่าเป็นกบฎตนเองก็ถูกยิงค่ายจนแตก  

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

บ้านไร่สายสมร EP.27 ไหมตะวัน ตกเป็นเหยื่อในแผนของเสี่ยธวัชชัย กับ สุรีย์
14 เม.ย. 2564

10:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 20:25 น.