ตอนที่ 9
ลินีกลับมายังไม่ทันเข้าบ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากกุ๊งกิ๊งว่า ผอ.ถูกลอบทำร้าย เธอถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน พอรู้ก็จะออกไป
ทันใดนั้น มีไอ้โม่ง 3 คนบุกเข้ามา ไอ้โม่งคนหนึ่งพุ่งเข้าล็อกคอปิดปากลินี จรินทร์พรแม่ของลินีที่นั่งรถเข็นถลาจะไปช่วยลูกจนตกรถเข็น กระนั้นก็ยังกระเสือก กระสนจะไปช่วยพลางร้องขอ “อย่าทำลูกฉัน! อย่าทำลูกฉัน!!”
ลินีใช้วิชาต่อสู้ป้องกันตัวเล่นงานไอ้โม่งคนนั้นล้มลงไป แล้วพุ่งไปจัดการอีกคนที่คุมแม่อยู่ มันสู้ไม่ได้ล้มไปอีกคน คนที่สามควักปืนออกมาจ่อจรินทร์พรหมายบีบให้ลินีหยุด แต่ลินีไม่หยุด
ทันใดนั้น วายุบุตรวิ่งเข้ามาถีบไอ้โม่งที่ถือปืนล้ม ปืนกระเด็น เขาถูกไอ้โม่งอีกคนเข้ามารุม จรินทร์พรเห็นปืนจึงคลานไปเก็บ ลินีเข้าไปขอปืนจากแม่ จรินทร์พรทิ้งปืน ลินีเตะปืนให้ไกลตัว กอดแม่ถามว่าเจ็บตรงไหนไหม
วายุเล่นงานไอ้โม่งสามคนจนมันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง เขาไล่ตามไปแต่มันไปไกลเกินกว่าจะตามแล้วจึงย้อนกลับเข้าบ้าน บอกลินีว่าตนโทร.แจ้งตำรวจแล้วถามว่าทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง ลินีบอกว่าคุณแม่ตกใจแต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย แล้วบอกดวงให้พาแม่ไปพักผ่อน
ดวงพยายามจะอุ้มจรินทร์พรแต่อุ้มไม่ขึ้น วายุจึงเข้าไปอุ้ม ทีแรกจรินทร์พรก็ตกใจ แต่พอเห็นสีหน้าแววตาและวายุบอกว่าตนเป็นเพื่อนของลินี จรินทร์พรก็ยอมให้อุ้มไป
อุ้มจรินทร์พรเข้าห้องนอนแล้ว ลินีบอกแม่ว่า
“แม่จ๋า..ไม่เป็นไรแล้วนะ หนูปลอดภัย พี่ดวงปลอดภัย เพื่อนหนูมาช่วยไว้” เธอยิ้มให้วายุด้วยความขอบคุณ เมื่อเห็นแม่ผ่อนคลายและหลับตา ดวงบอกว่าตนจะดูแลคุณแม่ให้เอง ลินีจึงพาวายุออกไป
ooooooo
เมเปิ้ลเดินเข้าไปทักเจ๊เงาะ บก.นิตยสารคู่แข่ง ทักทายกันอย่างเชือดเฉือน จนเจ๊เงาะถามว่าเธอมาซื้อของหรือ
“มาจับผิดคนค่ะ!” เมเปิ้ลยิ้มหยัน ในขณะที่เจ๊เงาะอึ้งต้องหยิบน้ำขึ้นดื่มปกปิดอาการ
ดรณ์ไปยืนดักไทเกอร์ เห็นไทเกอร์สาวแตกก็งง หยาดทิพย์มาเจอดรณ์ เขาถามว่าจะเอายังไงต่อ
“บก.บอกว่าให้ล็อกตัวเอาไว้แล้วลากไปให้แกตัดหัวเสียบประจาน”
แต่พอทั้งสองมองไปอีกที ไทเกอร์หายไปแล้ว ทั้งสองรีบตามไป เห็นไทเกอร์อยู่หน้าร้านกำลังมองไปในร้าน เห็นเมเปิ้ลนั่งอยู่กับเจ๊เงาะ เมเปิ้ลนั่งหันหลังให้จึงไม่เห็นไทเกอร์ แต่เห็นเจ๊เงาะขยิบตาส่งสัญญาณ พอเธอหันมองไทเกอร์ก็หายไปแล้ว
หยาดทิพย์กับดรณ์มาเห็นไทเกอร์กำลังรีบร้อนจะออกไป หยาดทิพย์บอกดรณ์ “ไปล็อกตัวมัน!!” แล้วพากันไล่ตามไทเกอร์ไป
ooooooo
เมเปิ้ลกับเจ๊เงาะเผชิญหน้าและเชือดเฉือนกันอย่างถึงพริกถึงขิง เมเปิ้ลแฉเจ๊ว่าทำอะไรอย่าคิดว่าตนไม่รู้ พูดใส่หน้าว่า
“อยากเอาชนะ IT’S A MUST ก็สู้กันซึ่งๆหน้า อย่าลอบกัดและขี้ขโมย...ทุเรศ!”
เจ๊เงาะโกรธจัดถามเมเปิ้ลว่าคิดว่าเธอแน่มากรึไง เมเปิ้ลสวนทันควันว่า ไม่แน่ไม่มายืนด่าอย่างนี้หรอก ปรามว่า
“ถ้ายังไม่หยุดทำอะไรทุเรศๆอีกล่ะก็ ฉันจะประจานเธอให้ชาวโลกรับรู้” เจ๊ปรามคืนว่าอย่ากล่าวหาตนไม่อย่างนั้นจะฟ้อง “ไปเลย ฟ้องให้จริงเถอะ ฉันจะรอไปฟัดกับเธอในศาล” เจ๊ประกาศว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมานับถือกัน เมเปิ้ลหัวเราะเยาะบอกว่า “ไม่ต้องพูด ฉันเลิกนับถือ เลิกเรียกเธอว่าพี่ ตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว หูตึงรึไง”
เจ๊เงาะถูกเมเปิ้ลด่าประจานต่อหน้าผู้คนมากมาย อายจนเดินหนีไป เมเปิ้ลมองจิกด้วยสายตาอำมหิต สะใจ แล้วก็นึกถึงไทเกอร์ตัวดี!
ไทเกอร์ถูกหยาดทิพย์กับดรณ์ไล่ตามทัน ดรณ์จับโกหกว่า “คุณบอกผมว่าคุณไม่สบายจะไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่คุณไม่ได้ไป” ไทเกอร์ถามว่าดรณ์ตามตนมาหรือ มันจะมากไปแล้ว
“ไม่มากไปหรอก!” เมเปิ้ลโต้แทน ไทเกอร์ตกใจที่ถูกจับได้คิดหาทางเอาตัวรอด แต่เมื่อถูกเมเปิ้ลจับได้ไล่ทัน
ไทเกอร์ก็จนมุม เมเปิ้ลสั่ง “ถ้าอย่างนั้นไปตอบที่ออฟฟิศ เผื่อจะปริ๊นต์จดหมายไล่ออกให้แกเซ็นรับทราบได้เลย!!”
ไทเกอร์ที่ทำกร่างหน้าเหลือสองนิ้วยืนช็อก เมเปิ้ลกับหยาดทิพย์และดรณ์พากันเดินไปอย่างไม่แยแส
ขณะพากันเดินออกมานั้น เมเปิ้ลเดินอ้าวไปอย่างโกรธจัด ดรณ์เห็นหยาดทิพย์ถือของพะรุงพะรังก็จะช่วย หยาดทิพย์เกรงใจที่เขาเป็นพี่เขยของ บก. ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ จิลลามาเจอเข้าลมเพชรหึงกระพือทันที พุ่งเข้าไปถามดรณ์ว่ามาทำอะไรแถวนี้ แล้วแม่นี่เป็นใคร พุ่งเข้าไปจะเล่นงานหยาดทิพย์ เมเปิ้ลย้อนกลับมาบอกจิลลาว่า
“เลขาฉันเอง เป็นบ้าอะไรอีกล่ะจิล!” ดรณ์รีบชี้แจงว่าจิลลากำลังเข้าใจตนกับหยาดทิพย์ผิด “ไร้สติ! คิดไปได้ยังไง สองคนนี่มากับฉัน มาทำงาน!”
เมเปิ้ลอบรมพี่สาวว่า รู้ว่ารักดรณ์ แต่อย่าไร้สติ จิลลาโต้ว่าถ้าเราไม่ระวังอะไรก็เกิดขึ้นได้ “อะไรที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่เป็นเพราะตัวเองนั่นแหละ”
จิลลาอ้างว่าตนทำเพราะรัก เมเปิ้ลเตือนว่าทำแบบนี้จะทำให้ดรณ์เบื่อ ผู้ชายเขาจะรำคาญ จิลลาทำเป็นอวดดีท้าว่ารำคาญก็เลิกเลย เมเปิ้ลตกใจไม่ยอมให้เลิก บอกจิลลาว่าดรณ์รักเธอมาก ไม่เคยเห็นดรณ์เหลวไหลทั้งต่อหน้าและลับหลัง เตือนให้ไว้ใจแฟนหน่อย หนักแน่นให้มากๆ
“เค้าไว้ใจแฟนเค้า แต่เค้าไม่ไว้ใจผู้หญิง สมัยนี้ผู้ชายแท้เหลือน้อย คนคอยแต่จะแย่ง ยังไงเค้าก็ต้องล้อมคอกไว้ก่อนวัวจะหาย”
เมเปิ้ลฟังแล้วถอนใจ หนักใจที่จิลลาพูดไม่รู้เรื่อง
ooooooo
น้ำผึ้งเล่นกับญาดา ไม่ว่าญาดาจะให้ทำอะไรก็ทำให้ดูพร้อมกับสอนให้เป็นเด็กดีไปด้วย
ญาดาให้น้ำผึ้งแปลงร่างเป็นแม่มดให้ดู
“ได้สิคะ ความปรารถนาของเด็กดีเป็นความจริงได้เสมอ คอยดูนะอย่ากะพริบตา โอม...ร่างแม่มดจงปรากฏ...”
“ทำอะไรกัน” ธัญรดาเข้ามาถามไม่พอใจ ญาดาดีใจวิ่งเข้าไปกอดธัญรดา น้ำผึ้งพูดเซ็งๆว่า พูดถึงแม่มดปุ๊บก็มาปั๊บ ทำให้ธัญรดาโกรธจี๊ดสะบัดญาดากระเด็นถามน้ำผึ้งว่า “หล่อนว่าใครเป็นแม่มด!”
น้ำผึ้งพูดนิ่งๆ ว่าที่เหวี่ยงออกไปน่ะลูกนะไม่ใช่ผ้าขี้ริ้ว ธัญรดาแว้ดใส่ว่าลูกของตน ตนจะทำอะไรก็ได้เธอไม่เกี่ยว
คุณหญิงกานดาเข้ามาห้ามอย่างไม่พอใจว่าพอกันได้แล้ว แล้วไล่น้ำผึ้งกลับไป เรียกธัญรดากับพีศทรรตไปคุยกัน
พีศทรรตมองน้ำผึ้งอย่างอาทรบอกว่าเดี๋ยวโทร.ไปหา ทำให้น้ำผึ้งมีกำลังใจขึ้นมากมายก่ายกอง
น้ำผึ้งออกไปรอแท็กซี่อยู่นานมาก แต้วปรารภกับญาดาว่าสงสารน้ำผึ้งจัง ตนเรียกแท็กซี่ให้ตั้งนานแล้วยังไม่มาอีก รอเมื่อยแย่เลย ญาดาถามว่า “ถ้าเราช่วยเขา ญาดาจะเป็นเด็กดีหรือเปล่า”
“ดีสิคะ เด็กที่มีน้ำใจช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน คือเด็กดี ใครๆก็รัก”
“ไม่ต้องมารักหรอก แค่เป็นแม่มดให้ดูก็พอ”
“พี่แต้วว่า คุณน้ำผึ้งเป็นอะไรก็ได้ทุกอย่างในโลกนี้เพื่อเป็นรางวัลสำหรับเด็กดีค่ะ”
ญาดายิ้มเมื่อคิดอะไรได้ กระซิบบอกแต้ว พอแต้วฟังก็ยิ้มดีใจ
ไม่นานก็มีรถในบ้านพีศทรรตขับออกมารับน้ำผึ้ง โดยมีแต้วกับญาดานั่งมาด้วย น้ำผึ้งถามแต้วงงๆ ว่าพีศทรรตสั่งหรือ แต้วมองไปทางญาดาที่นั่งหน้าเชิดอยู่ บอกน้ำผึ้งว่า
“คุณญาดาเป็นคนสั่งค่ะ สงสารที่คุณยืนเมื่อยรอแท็กซี่”
น้ำผึ้งดีใจอุทานว่ายิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 อีก รีบขึ้นรถนั่งคู่กับญาดา หันไปเอ่ย
“ขอบคุณมากนะคะลูก” ญาดายิ้มนิดเดียวยังรักษาฟอร์มอยู่ “ยิ้มน่ารักมากค่ะลูก ทีหลังยิ้มบ่อยๆนะคะ” ญาดายิ้มอีกนิดหนึ่งแล้ววางฟอร์มตามเดิม แต่แค่นี้น้ำผึ้งก็รู้สึกดีจนบอกไม่ถูกแล้ว...
คุณหญิงกานดาเรียกพีศทรรตและธัญรดาไปคุย ตำหนิธัญรดาว่าถึงจะโมโหยัยดารามากแค่ไหนก็ไม่ควรลงกับลูก
ธัญรดาขอโทษที่ลืมตัวแต่ก็ยังโทษว่าตนทำไปเพราะถูกน้ำผึ้งด่า พีศทรรตขยับจะโต้ ถูกคุณหญิงสั่งให้หยุดถามทั้งสองว่าไม่มีทางที่จะคุยกันดีๆแล้วใช่ไหม พีศทรรต
บอกว่าคงไม่มีทาง ส่วนธัญรดาก็ดึงดันว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด
ทั้งสองโต้เถียงกันจนคุณหญิงทำท่าจะเป็นลมสั่งให้หยุด พีศทรรตประคองคุณหญิงบอกธัญรดาให้ไปบอกเด็กเอายาดมและละลายยาหอมมาเร็วๆ คุณแม่จะเป็นลม
ธัญรดายืนมองคุณหญิงที่จะเป็นลมไม่มีทีท่าว่าจะช่วย เมื่อพีศทรรตบอกให้ไปขอยาก็มองความวุ่นวายอย่างไม่พอใจก่อนเดินออกไป
ooooooo
หลังจากตำรวจมาตรวจสถานที่และเก็บหลักฐานที่บ้านลินีเสร็จ ลินีส่งตำรวจแล้วบอกวายุว่าเขาก็กลับไปได้แล้ว วายุบอกว่ายังกลับไม่ได้ แล้วถามว่า
“มีอะไรต้องทำต่อ ให้ผมช่วยได้นะ”
วายุอยู่ช่วยลินีเก็บกวาดซ่อมแซมข้าวของที่เสียหายอย่างทะมัดทะแมงเต็มไม้เต็มมือ ลินีแอบมองเขาด้วยความรู้สึกดีๆ ในน้ำใจและความแมนของเขา แต่พอเขามองมาสบตากันพอดี เธอก็หลบแอบเขิน วายุเองก็อดเขินไม่ได้เหมือนกันกับบรรยากาศดีๆที่ไม่เคยมีให้กันมาก่อน
หลังการเก็บกวาดแล้วทั้งสองพากันไปที่ซุปเปอร์– มาร์เกตหาซื้อของมาทำอาหาร ลินีบ่นว่าซื้อกินเอาก็ได้ไม่เห็นต้องทำเลย วายุอวดว่าให้ลองกินฝีมือตนดูแล้วจะติดใจ
วายุยังจัดลูกน้องมาอยู่ดูแลความปลอดภัยที่บ้านให้ด้วย ลินีไม่ต้องการให้ลูกน้องเขาหรือผู้ชายแปลกหน้ามาวุ่นวายในบ้าน วายุจึงให้ลูกน้องกลับไป บอกว่าตนเป็นห่วงแต่ไม่มีลูกน้องผู้หญิง ลินีเลยบอกเขาว่า “งั้นเอาคุณ คนเดียว” ทำเอาวายุยิ้มดีใจจูงมือเธอเดินเข้าบ้าน
ลินีรู้สึกดีและอุ่นใจอย่างประหลาดที่มีมือของวายุ-บุตรจับมือตนไว้...
ooooooo
พีศทรรตโกรธและเป็นห่วงมากเมื่อรู้ว่าญาดากับแต้วออกไปข้างนอก บ่นว่าจะออกไปทำไมไม่ถามก่อน
ครู่หนึ่งแต้วพาญาดากลับมาเขาถลาไปถามว่าไปไหนทำไมไม่บอกใคร แล้วใครอนุญาต ญาดาถามเสียงใสตาแป๋วว่า
“ทำความดีต้องขออนุญาตด้วยเหรอคะ” พีศทรรต บอกให้แต้วอธิบาย แต้วบอกว่าญาดาไปส่งน้ำผึ้งที่บ้านมาเพราะสงสารที่น้ำผึ้งรอแท็กซี่นานมาก พีศทรรตถาม เสียงอ่อนลงว่าแล้วทำไมไม่บอกพ่อก่อน “คุณพ่อไม่ว่างไม่มีใครว่างฟังหนูสักคนหรอก คุณพ่อโกรธเหรอคะ หนูทำไม่ดีเหรอคะ”
“หนูทำดีแล้ว แต่จะดีกว่านี้ถ้าหนูบอกพ่อหรือใครที่บ้านเอาไว้ก่อน”
“ขอโทษค่ะคุณพ่อ”
ทุกคนละตึงอึ้งเมื่อได้ยินญาดาขอโทษ พีศทรรตตื่นเต้นมากขอบใจแต้วบอกว่าทำได้ดีมาก
“โอย...คนที่ทำให้น้องญาดารู้จักพูดคำว่าขอโทษไม่ใช่แต้วค่ะ”
พีศทรรตไปหาน้ำผึ้งที่คอนโดอย่างตื่นเต้นดีใจ น้ำผึ้งบอกเขาว่า
“ใช่...ฉันเป็นคนบอกให้ลูกคุณพูดคำว่า ขอบคุณค่ะ ขอโทษค่ะ ให้ติดปากเป็นนิสัย ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่แปลงร่างเป็นแม่มด เป็นนางฟ้า เป็นไก่กา เป็นโน่นเป็นนี่ให้ดูเด็ดขาด”
พีศทรรตทึ่งที่น้ำผึ้งมีวิธีสอนญาดาได้ น้ำผึ้งตำหนิเขาว่าใช้ไม่ได้เลยที่ปล่อยให้ตนรอแท็กซี่กลับบ้านเอง ญาดายังมีน้ำใจกว่าที่คิดได้ว่าต้องเอารถไปส่งตน
“ผมยอมรับว่าใช้ไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่า...ผมไม่ห่วงคุณนะ...”
น้ำผึ้งใจสั่นกับเสียงอ่อนโยนและคำพูดดีๆของเขา พีศทรรตก็เขินตัวเองเหมือนกันที่พูดอะไรออกไปอย่างนั้น...
แล้วคืนนี้ พีศทรรตก็ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการมารับน้ำผึ้งไปทานข้าวกัน น้ำผึ้งถามว่าญาดารู้ไหม เขาบอกว่า
“คุยกันรู้เรื่องแล้ว ว่าผมจะออกมาพบว่าที่แม่มดของเขามาเลี้ยงข้าวชดเชยที่ไม่ได้อยู่งานวันเกิดของแก” น้ำผึ้งถามว่าแล้วยอมหรือ “อืม...แต่มีข้อแม้ วันเสาร์นี้คุณต้องไปแปลงร่างให้แกดู”
น้ำผึ้งทำเป็นเล่นตัวว่าต้องเช็กคิวก่อน พีศทรรต บอกว่าตนเช็กแล้วคิวว่างยาวเลย ส่วนการเสริมสวยให้ยกเลิก ย้ำว่า
“คุณต้องไปให้ความบันเทิงลูกสาวผม” น้ำผึ้งทำหน้าเหวอบอกว่าตนไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก “ผมกำลังจะแต่งตั้งคุณให้เป็นพี่เลี้ยงเด็กอีกคนนอกจากแต้ว”
น้ำผึ้งบอกว่าตนอยู่กับเด็กได้ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น พีศทรรตตัดบทว่า
“ไหนคุณบอกว่าคุณจะสนับสนุนผมทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว น้ำผึ้ง...อันนี้จากใจเลยนะ ที่คุณจัดการญาดาวันนี้ ทำให้แกยอมไหว้สวยๆ พูดคะขา และขอโทษคนเป็น ผมประทับใจมาก”
“ประทับใจ...แล้ว...รักยังล่ะ...” น้ำผึ้งถามอ้อนๆ พีศทรรตหลุดหัวเราะ น้ำผึ้งถามว่าขำอะไร เขามองเธอแววตาอ่อนโยน แต่กลับบอกว่า
“ไม่รัก...แต่เริ่มจะรัก”
น้ำผึ้งช็อกกลางอากาศเมื่อเจอคำสารภาพความ รู้สึกแบบสายฟ้าแลบ ทำเอาทำอะไรไม่ถูกเลย
ooooooo
เมเปิ้ล “จัดการ” กับไทเกอร์อย่างเด็ดขาดตามแบบของเธอ ไทเกอร์หวังโก่งราคาตัวเองคุยโวว่า เจ๊เงาะเจรจาขอซื้อตัวเขาเพราะเขาเก่ง ใครๆก็อยาก ซื้อตัว
เมเปิ้ลไม่เชื่อ เมื่อไทเกอร์ยืนยัน เธอพูดทันทีว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะให้แกลาออกไปอยู่กับเขา” ทำเอาไทเกอร์ผิดคาดตกใจแทบช็อก เขาถูกเมเปิ้ลสั่งให้เซ็นใบลาออก ไทเกอร์ดื้อแพ่งไม่ยอมเซ็น ไม่ยอมออก เลยเจอไม้เด็ดของเมเปิ้ลว่า
“แกไม่ออก งั้นฉันไล่แกออกเอง”
หัวเด็ดตีนขาดไทเกอร์ก็ไม่ยอมลาออก บอกว่าสิ่งที่ตนต้องการที่สุดคืออยากเป็น บก. IT’S A Must Thailand เท่านั้น
“ไอ้ไทเกอร์!! แกตั้งใจจะแย่งเก้าอี้ของฉันให้ได้ใช่ไหม”
“ใช่!!”
เมเปิ้ลตบโต๊ะปัง! ส่วนไทเกอร์เดินออกไปเจอบรรดาพนักงานมาแอบฟังอยู่ก็ด่าว่าสาระแน ส่วนเมเปิ้ลเดินออกมาอย่างหัวเสียบอกหยาดทิพย์ให้กลับไปก่อนเลยตนจะให้จิลลาไปส่งแทน แล้วถามว่าจิลลากับดรณ์อยู่ไหน
ปรากฏว่าจิลลากำลังโต้เถียงกับดรณ์เพราะความหึงหวง ดรณ์จะกลับจิลลาจะไปส่ง เขาขอกลับเองบอกจิลลาว่า
“จิลครับ ผมรักคุณนะ แต่เราห่างกันสักพักดีไหม” พูดแล้วเดินไป ทำเอาจิลลายืนค้างไปเลย
เมเปิ้ลเลยต้องออกไปรอแท็กซี่ที่หน้าออฟฟิศ โดยมีกระเป๋าเดินทางที่เพิ่งกลับจากภูเก็ตวางข้างตัว จู่ๆ ก็มีมือมายกกระเป๋า เธอจะโวยวาย แต่พอมองเต็มตากลายเป็นกฤษฎา!
“ผมไปส่งบ้าน” กฤษพูดอ่อนโยน เมเปิ้ลมองค้างอย่างคาดไม่ถึง พอเขาไปส่งถึงบ้าน เมเปิ้ลพูดตะกุกตะกักอย่างไม่เคยเป็น ขอบใจที่มาส่งและชมว่ารถสวยดี พอกฤษ บอกว่ายืมน้ำฟ้ามา อารมณ์เธอก็เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดทันทีสั่งให้รีบขนของลงมาเร็วๆ บ่นว่าไม่น่านั่งมาเลย เสนียดที่สุด
ขณะกำลังวุ่นวายนั่นเอง คุณย่าก็ออกมาเรียกเมเปิ้ล กฤษฎายกมือไหว้ คุณย่าบอกว่ามาก็ดีแล้วจะได้ทานข้าวด้วยกันเลย วันนี้มีแขกมาทานข้าวด้วย เมเปิ้ลถามว่าใครหรือ
“สวัสดีครับ น้องเม” เสียงตรัยคุณอ่อนโยนพร้อมกับเดินออกมายิ้มให้เมเปิ้ลกับกฤษฎาที่ต่างก็ยืนอึ้งอยู่
ooooooo
คุณย่าเรียกเมเปิ้ลไปคุยและให้ตรัยคุณพากฤษเข้าไปข้างใน เพื่อแยกกันเชือด แต่ปรากฏว่าพ่ายแพ้ทั้งคู่
คุณย่าจับผิดเมเปิ้ลว่าโกหกว่ากฤษเป็นแฟนทั้งๆ ที่ตรัยคุณสืบมาแล้วว่าไม่ใช่ เมเปิ้ลทำใจแข็งยืนยันกับคุณย่าว่าตนไม่ได้โกหก ทำให้คุณย่าแสนสุขเสียใจมากบอกเมเปิ้ลว่า
“ไปกินข้าวเถอะ ย่าคงไม่กินแล้ว อยากพัก ย่าปวดหัว ฝากขอโทษตาตรัยคุณกับ...แฟนเราด้วย”
ส่วนตรัยคุณก็จับผิดกฤษว่าโกหกว่าเป็นแฟนกับเมเปิ้ล เพราะกฤษแทบไม่ได้สบตาเมเปิ้ลเลยและเมเปิ้ลเองก็หวานเว่อร์เกินความจำเป็นผิดกับคาแรกเตอร์ ยืนยันว่า “คนอย่างน้องเมจะไม่มีทางแสดงออกอย่างนั้นเวลาที่มีความรัก”
“พี่ตรัยคุณยังไม่รู้จักเมดี คนอย่างเมเปิ้ลทำได้ทุกอย่างเวลาที่มีความรัก นี่ถ้าไม่เกรงใจว่าคุณย่าอยู่ที่ห้องข้างๆ จะจูบโชว์หวานให้ดู”
ไม่เพียงเมเปิ้ลจะหวานกับกฤษราวกับรักกันปานจะกลืน เธอยังแสดงความเกลียดชังตรัยคุณบอกเขาว่า
“พี่ตรัยคุณเห็นแก่ตัวมากนะคะ คิดจะทำลายความรักของเมเพื่อให้ตัวเองแต่งงานรักษาหน้าเลยไปฟ้องคุณย่าทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องจริง แต่ขอโทษนะคะ คุณย่า เชื่อเม!”
ตรัยคุณกลับไปอย่างเจ็บใจขู่เมเปิ้ลว่าการกระทำของเธอระวังจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวสร้างความเสียหายจนเอาไม่อยู่
ต่อหน้าตรัยคุณ เมเปิ้ลต่อสู้ตอบโต้เขาอย่างขึงขังเข้มแข็งดุดัน แต่พอเขาไปเธอก็ฟุบหน้ากับโต๊ะร้องไห้สะอึกสะอื้น กฤษไม่รู้จะทำอย่างไรจึงส่งทิชชูให้ เธอรับไปแล้วขออีก...ขออีก...กฤษเลยหยิบทั้งกล่องมาถือรอให้เธอหยิบเอง...
ooooooo
วายุอยู่เป็นเพื่อนลินี ทำกับข้าวไปหยอกเย้ากันไปอย่างสนุกสนาน แต่ที่หน้าบ้านช้างกับมาร์กมาสังเกตการณ์พอเห็นมีวายุอยู่ในบ้านด้วยก็ล่าถอยไป
สิริมาไม่พอใจที่พิภพจัดการลินีไม่ได้ พิภพอ้างว่าเพราะวายุไปขวางและตอนนี้ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย เลยถูกสิริมาด่าว่าไม่ได้เรื่อง พิภพเจ็บใจกระชากสิริมา เข้าไปตะคอกให้บอกมาว่าวายุคิดจะทำอะไรตน มิฉะนั้นตนจะแฉให้วายุรู้ว่าเธอนี่แหละเป็นคนให้ตนทำร้ายลินี สิริมาท้าว่าถ้าทำก็จะไม่ได้เห็นหน้าตนอีกเลย
พิภพหัวเราะเยาะว่าเธอหมดค่าตั้งแต่ตอนที่ยื่นข้อเสนอให้ตนแล้ว เวลานี้ตนมีเป้าหมายใหม่คือคนที่วายุรัก! ขู่สิริมาว่าถ้าคิดจะหนีก็อย่าหวังเพราะเราคิดทำเรื่องสกปรกด้วยกันแล้วก็ต้องลงเรือลำเดียวกันให้ถึงฝั่ง!
สิริมาตกใจกลัว โทร.ขอความช่วยเหลือจากวายุ วายุบอกลินีอยู่บ้านให้ระวังตัวด้วย แล้วออกไปพบสิริมา พอรู้เรื่องเขาเสนอให้เธอมาหลบอยู่ที่บ้านลินีก่อน สิริมาโผกอดวายุแต่แอบยิ้มสมใจ!
ฝ่ายน้ำผึ้งกำลังตื่นเต้นดีใจสุดๆ โผกอดพีศทรรตขอบคุณที่เขากำลังจะรักตน พีศทรรตถามว่ารักตนแล้วไม่รักแม่รักลูกตนหรือ น้ำผึ้งบอกว่าตอนนี้ยังจนกว่าพวกเขาจะรักตนก่อนถึงจะรักตอบ เขาถามว่าแล้วมีแผนอย่างไรจะให้พวกเขารักเธอ
“ทำสิ่งที่ต้องทำ ทำด้วยสามัญสำนึก ทำด้วยความ ปรารถนาดี ทำด้วยความจริงใจ ไม่มีการวางแผน” บอกเขาว่าแม้จะไม่ง่ายแต่จะพยายามจนถึงที่สุด “ฉันจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าคุณจะพูดว่า รักฉันหมดใจ” แล้วชูกำปั้นประกาศ “สู้ๆ น้ำผึ้งสู้เว้ย!” พีศทรรตดูแล้วขำความล้นของเธอ
ooooooo
กฤษยังอยู่กับเมเปิ้ลจนเธอหยุดร้องไห้ ไม่ทันไรจิลลาก็เดินร้องไห้เข้ามาบอกว่าดรณ์ขอเลิกเพราะตนไม่ไว้ใจและเกาะติดจนดรณ์หายใจไม่ออก
เมเปิ้ลหนาวเยือกสั่งจิลลาห้ามเลิกกับดรณ์เด็ดขาด มีอะไรรีบไปเคลียร์กันเสีย
คุยกันเสียงดังจนคุณย่าตื่น ออกมาถามว่าทะเลาะอะไรกัน จิลลาเห็นเมเปิ้ลขยิบตาเลยโกหกคุณย่าว่าไม่มีอะไร คุณย่าถามกฤษว่า ชื่อกฤษใช่ไหม พ่อแม่ชื่ออะไร ท่านทำงานอะไร กฤษตอบทุกคำถามตามจริง แต่พอบอกว่าที่บ้านได้รับสัมปทานรังนกเท่านั้น คุณย่าถามว่าแล้วตัวเขาทำอะไร กฤษบอกว่ากลับไปช่วยคุณพ่อคุณแม่ คุณย่าก็สั่งกฤษ
“ไปพาพ่อแม่มาคุยกับฉัน ฉันอยากมั่นใจว่าเธอสองคนไม่ได้เล่นละครตบตาฉัน และถ้าจะคบหากันจริงจัง ก็ควรให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้และรู้จักกัน เข้าใจฉันนะ กฤษฎา”
กฤษรับคำอย่างหนักใจ เมเปิ้ลบอกให้จิลลากลับไปก่อนเดี๋ยวตนจะเคลียร์กับดรณ์ให้เอง พอจิลลากลับไป แม่บ้านก็มาบอกเมเปิ้ลว่าโทรศัพท์ดังหลายครั้งแล้วตนกลัวว่าจะมีเรื่องด่วน เมเปิ้ลรีบไปรับสาย
“น้ำผึ้ง..ฮัลโหล..มีอะไร...หา! วลัยน่ะเหรอ!!”
เรื่องของเรื่องคือ วลัยงอนเป้ที่กลับบ้านแล้วไม่ทำการบ้านเอาแต่นอน เลยหนีออกจากบ้านเขียนจดหมายทิ้งไว้ว่าไม่ต้องตาม!
แต่วลัยเองก็โทร.หาทั้งลินี น้ำผึ้งและเมเปิ้ล แต่เพราะสองคนกำลังร่าเริงมีความสุขอยู่กับความรัก อีกคนกำลังเครียดกับเรื่องส่วนตัวเลยไม่มีใครรับสาย
เมื่อเป้ตื่นขึ้นมารู้ว่าวลัยหนีไปจึงโทร.ไปถามเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครรู้ ทุกคนตกใจพากันหาทางตามหาวลัยอย่างร้อนใจ
ปรากฏว่าวลัยไปนั่งดื่มคนเดียวอยู่ในผับของวายุ เขาเห็นจึงโทร.บอกลินี ลินีโทร.บอกน้ำผึ้ง ส่วนเมเปิ้ลยังไม่รู้กำลังคุมกฤษให้ขับรถช่วยตามหาวลัย ระหว่างนั้นน้ำฟ้าโทร.หากฤษทวงรถคืน เมเปิ้ลรับสายแทนเพราะกฤษขับรถอยู่ เลยแกล้งยั่วน้ำฟ้าว่าตนกับกฤษกำลังหาที่นั่งชิลๆ คุยกันเบาๆอยู่
“ระริกระรี้เป็นปลากระดี่ได้น้ำ ระรื่นไปเถอะ เดี๋ยวก็รู้”
น้ำฟ้าปิดมือถือพึมพำอย่างเจ็บใจแล้วเดินออกไปเลย
ooooooo
ในผับของวายุนั่นเอง บรรดาเจ้าหน้าที่ในออฟฟิศของเมเปิ้ลมานั่งดื่มเม้าท์กันอยู่ เห็นเมอร์ดี้เดินเข้ามากับเพทายก็ดี๊ด๊าถามกันว่าดารามากับใครหน้าปลวกขนาดนั้น
ครู่เดียวตมิสาก็เดินอาดๆเข้ามา เพทายถามเมอร์ดี้ว่านัดแฟนตนให้มาเจอกันหรือ ถูกตมิสาด่าว่าชอบทำตัวเป็นหมามองเครื่องบินกระแทกเพทายออกแล้วไล่ให้ไปที่อื่นเพราะผู้หญิงเขาจะสุมหัวคุยกัน
พอเพทายไปแล้ว ตมิสาถามเมอร์ดี้ “สั้นๆ นะ เธอเกลียดยัยป้าน้ำผึ้งนั่นไหม” เมอร์ดี้บอกว่าอย่าลากตนเข้าไปเกี่ยว ตมิสาไม่เลิกบอกว่าถ้าเกลียดแล้วอยากให้มันไปให้พ้นหูพ้นตาไหม?
เมอร์ดี้ไม่เล่นด้วยอ้างว่าบอสรู้เข้าคงไม่ปลื้มด่า “พี่เนี่ย สวยก็สวย แต่ไม่ฉลาดเลย คิดจะทำเลวแต่ดันให้คนอื่นรู้เห็น” พอตมิสาถามว่าตนสวยแต่โง่หรือ เมอร์ดี้ปฏิเสธแต่บอกตมิสาว่าตนไม่ฟ้องบอสว่าเธอคิดจะ
กำจัดแฟนบอส ขู่ว่าต่อไปนี้ตมิสาต้องทำตัวดีๆกับตนไม่อย่างนั้นคนแรกที่จะโดนกำจัดคือเธอไม่ใช่น้ำผึ้ง แล้วลุกไปเลย
เวลาไล่เลี่ยกันนั้น เมเปิ้ลควงกฤษเข้ามา ตามด้วยลินี หลังจากนั้นไม่นาน พีศทรรตกับน้ำผึ้งก็เดินจูงมือกันเข้ามา
เมอร์ดี้พุ่งเข้าหาพีศทรรตกับน้ำผึ้ง น้ำผึ้งงง ถามงงๆว่าเมอร์ดี้มาได้ไง เมอร์ดี้สวมวิญญาณบ่างช่างยุทันที
“พี่ตมิสานัดเมอร์ดี้มาคุย จะให้เมอร์ดี้ร่วมมือกับพี่เขาหาทางทำให้คุณแม่ออกไปให้พ้นจากชีวิตค่ะ” พอเห็นน้ำผึ้งตาลุกเมอร์ดี้ใส่ไฟว่า ตมิสากำลังหาทางกำจัดเธอไม่ให้อยู่ในวงการ พีศทรรตพยายามเบรกแต่เมอร์ดี้ก็พูดไม่หยุดอ้างว่าถ้าไม่เชื่อก็ไปถามตมิสาดู นั่งอยู่ข้างในโน่น
น้ำผึ้งเดินอ้าวไปทันที เพทายติงเมอร์ดี้ว่าพูดอย่างนี้ได้ไงโกหกหรือเรื่องจริง เมอร์ดี้เสียงแข็งว่าตนไม่เคยโกหก ยุว่าคนอย่างตมิสาไม่ควรอยู่ใกล้พวกเรา เพทายโมโหบอกว่าตมิสาเป็นคนที่ตนรักนะ เลยถูกเมอร์ดี้
ด่าว่า
“รักแล้วทำให้ต้องมองข้ามนิสัยแย่ๆของเขางั้นเหรอ รักแบบหูหนวกตาบอด!”
“พี่จะไม่ทนกับเมอร์ดี้อีกต่อไปแล้ว” เพทายฉุนขาดแล้วเดินไปเลย เมอร์ดี้เบ้ปากใส่ว่า...ใครสน! แล้วกลับเข้าไปในผับเพื่อติดตามผลงาน เห็นน้ำผึ้งเดินอ้าวหน้าถมึงทึงไปหาตมิสา ก็พึมพำสะใจ...
“ตายเพราะอารมณ์ตัวเองกันให้หมด!”
ooooooo
น้ำผึ้งถูกเมอร์ดี้เป่าหูก็พุ่งเข้าไปเอาเรื่องตมิสา ฝ่ายนั้นงงๆ ก็หาว่าแอ๊บ ตบหน้าตมิสาฉาดใหญ่ ตมิสาถามพีศทรรตว่าปล่อยให้แฟนมาตบตนได้ไง! พีศทรรตพยายามห้ามบอกว่ามีอะไรค่อยไปคุยกันข้างนอก
“จะคุยตรงนี้ มันต้องให้เลือดชั่วออกมาล้างเท้าฉัน! มานี่!!” ตมิสาร้องขอให้พีศทรรตช่วยเพราะแฟนเขาบ้าไปแล้ว “จนกว่าจะตบแกให้เลือดกระฉูด ฉันถึงจะเลิก” น้ำผึ้งตะเบ็งเสียงแล้วไล่ตบตมิสาอย่างบ้าดีเดือด จนนักเที่ยวตกใจพากันมอง พีศทรรตพยายามข่มใจ ห้ามอย่างไรก็หยุดน้ำผึ้งไม่ได้ ในขณะที่เมอร์ดี้ก็ถ่ายคลิปไม่หยุด
รปภ.วิ่งมาระงับเหตุ น้ำผึ้งประกาศลั่น “ใครเข้ามาตาย!!” พีศทรรตฉุดน้ำผึ้งสั่งให้หยุด น้ำผึ้งตวาดกลับว่าไม่หยุด
“ถ้าอย่างนั้นเราเลิกกัน!”
เท่านั้นเอง น้ำผึ้งหยุดกึกถามเสียงสะท้านว่า “ไม่จริงใช่ไหม”
“เราเลิกกัน! จบแค่นี้!!” พีศทรรตประกาศแล้วเดินไปเลย น้ำผึ้งช็อกท่ามกลางเพื่อนฝูงและแขกที่มา
เที่ยว...
ooooooo










