ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

SHARE
  • แนว
  • :
  • -
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ก๊วนคานทอง อันมีสามสาวทั้งแสบทั้งแซ่บ เกาะกลุ่มกันตั้งแต่เรียนมัธยมจนเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันแต่แยกกันเรียนตามความถนัดและชอบ ทั้งสามสาวอยู่ในวัย 30-35

นางสาวเมธาวลัย ว่องยานยนต์ หรือเมเปิ้ล หนึ่งในก๊วน เป็น บก.บห.แมกกาซีนแฟชั่นหัวนอก สุดเปรี้ยวมั่นใจตัวเองเกินร้อย ชีวิตนี้ไม่มีผู้ชายก็อยู่ได้!

นางสาวปินัทธา ปฏิมาวันวิภาพ หรือน้ำผึ้ง เป็น ดารานางแบบสุดฮอต สุดไม่มั่นใจ และเธอ...อยากมีความรัก

และนางสาวณัฏฐาลินี มงคลควร ทนายความสาวพราวเสน่ห์ร่าเริงดุจดอกไม้บาน แต่ฝีปากคมดุจมีดโกน มีปมเขื่องเรื่องผู้ชาย

ส่วนอีกหนึ่งสาวคือ ภัทรวลัย หรือวลัย เพื่อนสนิทอีกคนในก๊วน ปากร้ายใจดี รักเพื่อน และคอยเตือนสติเพื่อนเสมอ

วันนี้ เป็นวันแต่งงานของวลัยกับเปรม หรือเป้ เทรนเนอร์หนุ่มหล่อของฟิตเนสชื่อดัง

วลัยอยู่ในห้องแต่งตัวโรงแรมที่จัดงาน เธอหงุดหงิดจนแผดเสียงลั่น “ฉันจะฆ่ามัน!!” เมื่อบรรดาเพื่อนๆที่เธอนัดให้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว ยังไม่มีใครมา จนเป้ต้องปลอบประโลมและอาสาเช็กให้ กล่อมให้เธอแต่งตัวเสียเดี๋ยวจะไม่ทัน

เป้ยังไม่ทันหยิบมือถือ วลัยก็ถามแล้วว่าโทร.ติดหรือยัง เป้บอกว่ายังไม่ได้กด ก็ถูกบ่น

“หนูไม่ชอบคนชักช้านะคะ”

“ไม่ช้า เร็วมาก ไม่เชื่อดู” ว่าแล้วเป้ก็กดมือถือ อย่างเร็ว ชูอวด “นี่ไง กดรัวๆ เร็วไหม”

ooooooo

ที่ห้องทำงานของเมเปิ้ลบนอาคารหรู สูง กลางกรุง มือขาวสะอาดผิวเนียนนิ้วเรียวของผู้ชายเคาะประตูเบาๆสามครั้ง

เมเปิ้ลกำลังคุยโทรศัพท์กับเป้บอกว่ากำลังจะออกไปเพราะเพิ่งประชุมเสร็จ จะไปแต่งตัวที่โน่นเลย หยอกว่าถ้าไม่ทันก็จะไปรองานแต่งคราวหน้าแล้วกัน แล้วรีบขอตัดสายเพราะบอสโทร.เข้ามา พอดีได้ยินเสียงเคาะประตูจึงหยุดสั่งให้เข้ามาได้แล้วจึงคุยต่อกับบอส
กฤษฎาหนุ่มหล่อหน้าใสสะอาดในวัยเกือบ 30 แต่งตัวเป็นหนุ่มออฟฟิศมีสไตล์ ถือถ้วยกาแฟเข้ามา

“กาแฟครับ” กฤษเอ่ยเสียงนุ่ม สุภาพเมเปิ้ลมัวแต่คุยโทรศัพท์ไม่ได้หันมองแต่ชี้นิ้วให้วางไว้บนโต๊ะ กฤษวางถ้วยกาแฟแล้วยืนรอรับคำสั่งอยู่ตรงนั้น เขามองเมเปิ้ลอย่างชื่นชมที่เธอเก่ง คล่อง สวยเท่ไปหมดในทุกลีลาการเคลื่อนไหว

เมเปิ้ลรับคำสั่งจากบอสว่าเดือนหน้าให้เพิ่มยอดขายให้ได้อีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็ทำหน้าสยองแต่ก็รับคำประสาสาวมั่น จะหยิบถ้วยกาแฟแต่เอื้อมไม่ถึงจึงชี้นิ้วให้กฤษเลื่อนเข้าใกล้โดยไม่มอง

พอคุยเสร็จ เมเปิ้ลเอื้อมมือมาหยิบถ้วยกาแฟแต่พลาด ปัดแก้วล้ม กาแฟหกไหลนองเลอะไปทั้งโต๊ะ เมเปิ้ลร้องตกใจแต่ไม่ทำอะไร กฤษรีบดึงทิชชูซับกาแฟบนโต๊ะ พลันก็ถูกด่า

“วางแก้วยังไงหา!! เห็นไหมว่ามันหกเลอะโต๊ะ เลอะหนังสือ เลอะ...” พลางหยิบของหนีกาแฟที่ไหลนอง บังเอิญใจตรงกันหยิบของชิ้นเดียวกับกฤษ มือเลยจับกันเอง เมเปิ้ลกับกฤษมองหน้าสบตากันปิ๊ง! ต่างนิ่งงันเหมือนไฟสปาร์ก

เมเปิ้ลใจเต้นแรง ยิ่งเห็นรอยยิ้มของกฤษก็ยิ่งหัวใจพองโตเต้นตึ้กตั้ก แต่พริบตาเดียวเธอก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ กระชากมือกลับเหวี่ยงใส่ทันที

“เธอเป็นใคร ฉันไม่เคยเห็นหน้า เข้ามาได้ยังไง!!” ถามรัวเป็นชุด กฤษไม่ทันตอบเธอก็ตะโกน “หยาดทิพย์ อยู่ไหน ตาม รปภ.เดี๋ยวนี้”

“เฮ้ย!!!” กฤษตกใจ

พอหยาดทิพย์กับพนักงานทยอยกันเข้ามา เมเปิ้ลสั่งให้อธิบายเรื่องกฤษ หยาดทิพย์อึกอักก็ถูกแว้ด “อนุญาตให้พูดต่อหน้าก็พูด ไม่ใช่ไปพูดเป็นต่อยหอยลับหลัง” พนักงานแต่ละคนหลบตากันวูบ กฤษจึงแนะนำตัวเอง แต่บอกได้แค่ชื่อก็ถูกเบรกว่า ไม่ได้อนุญาตให้พูด หยาด-ทิพย์เหงื่อแตกพลั่ก บอกว่ากฤษเป็นเพื่อนตนมาฝึกงาน

“ใครอนุมัติ!!” เมเปิ้ลจ้องจับผิดเต็มที่ แต่พออิ๋วบอกว่าเธอเป็นคนพูดเองว่าให้หาคนมาช่วยงานเลขา พลันอิ๋วก็หุบปากแทบไม่ทันเมื่อเมเปิ้ลชี้ให้ชาโนพูดต่อ

“เพราะคุณเลขางานท่วมหัว แค่นี้ครับ”

เมเปิ้ลสั่งหยาดทิพย์ที่เป็นเลขาให้กฤษไปทำงานอย่างอื่น ตนไม่ชอบคนแปลกหน้าเข้านอกออกในห้องทำงาน กฤษบอกว่าเข้าๆ ออกๆ เดี๋ยวก็ชิน ถูกเมเปิ้ลตาเขียวใส่ แล้วหันไปถามหยาดทิพย์

“หยาดทิพย์ ไม่ได้บอกกฎเหล็กให้เด็กมันฟังก่อนเริ่มงานหรือไง” กฤษแย้งว่าตนไม่เด็กแล้ว หยาดทิพย์ ปรามว่า

“กฤษ! เตือนแล้วทำไมไม่จำ IT’S A Must! ควรจำ ห้ามพลาด! ถ้าใครไม่ได้รับอนุญาต ห้ามพูด”

“เผด็จการนะ” กฤษพูด ทำเอาทุกคนมองสยอง เมเปิ้ลสั่งไล่เขาออกทันที แล้วเดินเข้าห้องปิดประตูปัง จนทุกคนสะดุ้ง เขาถาม “ผมผิดเหรอ” ทุกคนตอบพร้อมกันว่า ผิดมาก!! ส่วนหยาดทิพย์ถึงกับเป็นลมไปเลย

แต่พอเมเปิ้ลออกมาอีกทีก็ถามอย่างหงุดหงิดว่าแล้วใครจะขับรถให้ตน เพราะตนต้องแต่งหน้าในรถ หยาดทิพย์เกิดอาการคลื่นไส้วิ่งไปห้องน้ำ จึงเหลือกฤษยืนยิ้มอยู่คนเดียว เมเปิ้ลหางตาใส่เหมือนมองตัวน่ารังเกียจ

ooooooo

น้ำผึ้งอยู่ที่กองถ่ายละคร เธอกำลังวีนใส่เล็กธุรกิจที่นัดสิบโมงแต่มาแล้วต้องรอเมอร์ดี้นักแสดงวัยรุ่นที่กำลังพุ่งแรงแข่งกับเธอ น้ำผึ้งถามประชดว่าบ้านนางอยู่ไหน เชียงใหม่หรือดาวอังคาร

เล็กพยายามแก้สถานการณ์ว่า น้องมีงานอีเวนต์ งานเลิกช้าเลยมาช้า

“อีกแล้ว! นี่ครั้งที่สามสี่ห้าหกแล้วนะ ที่รับงานอีเวนต์แล้วให้กองละครรอ”

“ใจเย็นๆ นะคะป้า เหวี่ยงปุ๊บแก่ปั๊บ อุ๊ยๆ หางตา เพิ่มขึ้นมาสองริ้ว” โตโต้เกย์ผู้จัดการส่วนตัวของน้ำผึ้งเตือน แต่น้ำผึ้งไม่หวั่นเอานิ้วยกหางตาแล้วเหวี่ยงต่อ “อีกครึ่งชั่วโมงฉันก็ต้องไป ถามหน่อย ถ้านางมาถึงจะถ่ายกันทันไหม พูดเลยว่าไม่มีทาง ต่อให้เทพๆ ก็ไม่ทัน!”

เล็กบอกว่ายังไงก็ต้องทันเพราะวันนี้ต้องปิดโลที่นี่ ขอเวลาอีกนิดเดียว ถูกน้ำผึ้งถามว่าแคร์ยัยเด็กนั่น แล้วมาเบียดเบียนคิวตนแทน มันยุติธรรมหรือ! พอดีโตโต้บอกว่าเป้โทร.มา น้ำผึ้งยื่นคำขาดว่า ตนให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เพราะถือว่าแจ้งคิวล่วงหน้าเป็นเดือน และคราวนี้จะไม่ทน!!

ประกาศแล้วน้ำผึ้งเดินหน้าบอกบุญไม่รับออกไป

ooooooo

ที่หน้าสถานีตำรวจ ณัฏฐาลินี ทนายความอาสาของมูลนิธิ ฟ้าหลังฝน มูลนิธิที่ทำงานช่วยเหลือสตรีที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ กำลังเดินเข้าสถานีตำรวจกับกุ๊งกิ๊งเพื่อนร่วมงานและเด็กสาวที่เป็นเหยื่อ

ลินีคุยกับวลัยที่โทร.มาแช่งว่าถ้ามางานตนไม่ทันขอให้อยู่บนคานยันแก่ตายว่า

“แคร์ที่ไหนล่ะ” ลินีฉุนจนเสียงดัง “ตายบนคานเพราะโสด ดีกว่าแต่งแล้วเพิ่งรู้ว่าผัวทั้งชั่วทั้งโฉด! ฉันพาเด็กมาตามคดีทำร้ายร่างกาย เสร็จแล้วจะรีบไป แล้วเจอกัน!”

พอวางสายจากวลัย ลินีเห็นทุกคนที่มองตนเป็นตาเดียว ถามเสียงเขียวว่าตนพูดผิดตรงไหน ใครมีหน้าที่อะไรก็ไปทำ ด่าว่าชอบยุ่งเรื่องคนอื่น ทีเรื่องที่ควรยุ่งแล้วไม่ยุ่ง กุ๊งกิ๊งบอกว่าไม่ได้อยากยุ่ง แต่เพราะเธอพูดเสียงดังให้พวกเขาได้ยินเอง

“เหรอ...ช่างสิ พี่พูดความจริงที่ไม่เคยตาย”

“แน่ใจเหรอ ว่าบรรทัดฐานของคุณที่มีต่อความจริง มันถูกต้องแล้ว” เสียงวายุบุตร หรือวายุ หนุ่มใหญ่มาดเซอร์เท่เจ้าของธุรกิจสถานบันเทิงหรูกลางกรุงคู่กรณีถามขึ้น ลินีตอบอย่างมั่นใจมากว่า

“ฉันไม่เคยมั่นใจอะไรเท่านี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ ว่าความจริงที่คุณซ่อนไว้เบื้องหลังคือเอเย่นต์หลอกเด็กสาวไปค้ากาม!”

วายุย้อนว่าแค่คำพูดของคนไม่กี่คนก็เชื่อแล้วว่าตนทำงานสกปรก ลินีโต้ว่าถ้าไม่อยากให้ตนหรือใครๆ เชื่อก็ไปแก้ตัวเอาเองที่ศาล ดักคอว่า

“ขอให้การมารับทราบข้อกล่าวหาวันนี้ เป็นไปอย่างราบรื่นนะคะ คุณวายุบุตร ขอตัว!” ลินี กุ๊งกิ๊งและเด็กสาวเดินแยกไป สิริมาที่เป็นหุ้นส่วนและผู้ช่วยผู้บริหารสถานบันเทิงของเขาถามว่า

“ทำไมเขาถึงได้เกลียดคุณนัก รู้จักกันหรือโกรธแค้นเป็นการส่วนตัวก็ไม่ใช่ แต่พยายามเหลือเกินที่จะฟ้องร้องเอาผิดคุณข้อหานี้ให้ได้”

“ไปเถอะ ทนายรออยู่” วายุตัดบท เดินนำไปอย่างไม่พอใจลินีที่สร้างความวุ่นวายให้กับชีวิตตน

ลินี กุ๊งกิ๊งและเด็กสาวคุยกับตำรวจอยู่มุมหนึ่งของสถานี ตำรวจขอบคุณและชื่นชมการทำงานของมูลนิธิ ที่ช่วยแบ่งเบาภาระของตำรวจได้มาก ชมว่าเธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แท้ๆ แต่ทำงานหนักมาก

 “เป็นหน้าที่ที่เราต้องช่วยเหลือผู้หญิงด้วยกันอย่างเต็มที่ค่ะ เมื่อเทียบกับการที่ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในสังคมที่เน้นวัตถุและการบริโภคอย่างไม่รู้จักพออีกไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ถือว่าดิฉันทำน้อยไปด้วยซ้ำค่ะ”

ลินีเห็นวายุเดินออกจากห้องสืบสวนพร้อมกับสิริมาและทนายความ เธอนึกขึ้นได้ว่าต้องไปงานแต่งงานของวลัย จึงฝากกุ๊งกิ๊งดูแลงานต่อตนต้องรีบไปแล้ว ลินีไหว้ตำรวจแล้วลุกเดินไป

วายุเองก็รีบบอกสิริมาว่า

“คุยกับทนายต่อที ผมมีธุระ” แล้วบอกทนาย “สิริมาเป็นหุ้นส่วนและผู้ช่วยผม เธอรู้เหมือนที่ผมรู้ทุกเรื่อง” แล้วตามลินีไปห่างๆ สิริมามองตามอย่างแปลกใจ แต่ไม่ติดใจ หันคุยงานกับทนายความต่อ

 ooooooo

น้ำผึ้งยืนจ้องนาฬิกาข้างฝาที่กองถ่าย พอเข็มนาฬิกามาถึงเลขสิบสองปุ๊บ เธอหันมองประตูปั๊บ เห็นเล็กวิ่งเข้ามาบอกว่าอีกห้านาทีเมอร์ดี้ก็มาถึงแล้ว

“เสียใจ ฉันให้เธอแค่ครึ่งชั่วโมง ไม่มีการต่อเวลา โตโต้ไปเตรียมรถฉันจะเปลี่ยนชุดกลับ” น้ำผึ้งกลับไปเปลี่ยนชุด โตโต้บอกธุรกิจว่า

“เข้าใจว่าเมอร์ดี้กำลังมาแรงแซงโค้ง แต่ป้าก็ตัวแม่ชั่วโมงบินสูง เป๊ะทั้งเรื่องวินัยและฝีมือ เพราะฉะนั้น อย่าเลือกที่จะดูดาวรุ่ง แต่ข้ามหัวอุกาบาตผีพุ่งใต้ที่เคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้วอย่างป้าน้ำผึ้ง ปินัทธา จบการแถลงบันทึกช่วยจำ สวัสดีค่ะ” โตโต้พูดจบไหว้ชดช้อยแล้วรีบเดินออกไป

ทีมงานต่างพากันยืนอึ้ง แต่พอลับหลังโตโต้ก็เม้าท์กันมันว่าน้ำผึ้งนั้นไม่มีกองไหนเอาแล้ว เลยต้องทำตัวเรียกร้องความสนใจ ช่างผมสะกิดเตือนว่าเบาๆ

เม้าท์ดังเดี๋ยวนางได้ยินจะถูกเหวี่ยงอีก ธุรกิจบอกว่า

นางหูตึงไม่ได้ยินหรอก ช่างหน้าพูดชัดลงไปอีกว่า “ว่าป้าแก่เหรอ??”

น้ำผึ้งที่เปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้องได้ยิน พอออกมาก็เขวี้ยงตุ้มหูใส่พวกขาเม้าท์ตวาดลั่น

“ฉันได้ยินนะ!!”

เป็นจังหวะที่พีศทรรษ หรือพี บอสใหญ่เนี้ยบ เท่ ดูดี เดินเข้ามากับเมอร์ดี้นักแสดงดาวรุ่งวัยใสพอดี พีถูกเหลี่ยมตุ้มหูเกี่ยวหน้าจนเลือดออกซิบๆ ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะโตโต้ พีถามอย่างมีอำนาจว่า

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!”

เมื่อเข้าไปทำแผลในห้องแต่งตัว เมอร์ดี้บอกว่าโชคดีที่แค่เฉี่ยวๆ ไม่ได้ลึกมาก โตโต้เอากล่องปฐมพยาบาลมาให้น้ำผึ้ง แต่พอน้ำผึ้งเปิดกล่อง พีพูดขัดขึ้นทันทีว่า

“ไม่ต้อง เรื่องแผลเรื่องเล็ก ผมไม่ใส่ใจ แต่ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงได้กลายเป็นผีบ้าอาละวาดปาข้าวของใส่ผม”

“ฉันจะปาใส่อีพวกแมงเม้าท์ ปากอยู่ไม่สุข แต่คุณดันโผล่เข้ามาอยู่ในวิถีกระสุน ช่วยไม่ได้” น้ำผึ้งเชิดใส่ไม่แคร์ ถูกพีทวงคำขอโทษ ถามว่าถ้าจะขอโทษตนที่เป็นต้นสังกัดเธอมันจะผิดบาปมากนักรึไง โตโต้ออกหน้ารับแทนว่าไม่ได้ เสียเหลี่ยมนางเอกเก่า น้ำผึ้งแย้งทันทีว่า ตนยังเป็นนางเอกอยู่  อย่าใช้คำว่าเก่า

“ถ้ายังเหวี่ยงวีนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแบบนี้ ใช้คำว่านางเอกเก่าได้เลย ไม่กี่วันหรอก” พีปราม

“จะไม่ให้วีนได้ไง นัดยัยเมอร์ดี้กี่โมง แล้วมากี่โมง เหตุผลของการมาสายคือ ไปงานอีเวนต์ คิดจะรับงานซ้อนก็ต้องรู้จักบริหารเวลา  อย่าให้ใครต้องเสียหาย เธอได้เงิน แต่ฉันต้องเสียเพื่อน มันไม่แฟร์!”

“ผมถึงไปรับเมอร์ดี้ เพื่อคุยข้อตกงในการเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดระหว่างเดินทางมานี่เพื่อจะได้มีคนบริหารเวลาให้อย่างเป็นมืออาชีพ”

เมอร์ดี้อ้อนฝากเนื้อฝากตัวกับป้าน้ำผึ้ง น้ำผึ้งปรี๊ดแตกทันทีแว้ดใส่ว่าไม่ต้องมานับญาติ ตนไม่ใช่ป้าเธอ แล้วหันไปด่าพีต่อ “คุณพีศทรรษ คุณนี่มันเห็นแก่ได้ หากินกับกระแสของแม่นี่ ทั้งๆ ที่มีแค่ความสวย แต่ด้อยความสามารถ!”

โตโต้ติงน้ำผึ้งให้ลดความแรงลงนิดหนึ่งเพราะพีศทรรษเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอสังกัดอยู่ น้ำผึ้งขึ้นแว้ดใส่

“ตอนนี้เลือดขึ้นหน้า ฉันไม่สน ใครจะถ่ายก็ถ่ายไปฉันไม่ถ่าย แล้วก็บอกเลย ฉันลาออกจากละครเรื่องนี้” พูดแล้ววิ่งออกไปเลย ทำเอาทุกคนตะลึงพรึงเพริด พีเอง ก็ร้อนใจ คิดหนักว่าจะเอาไงดี???

พีตามน้ำผึ้งไปที่ลานจอดรถ บอกน้ำผึ้งว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน ถ้าไม่ฟัง ก็ปิดฉากชีวิตในวงการบันเทิงได้เลย! น้ำผึ้งอึ้งมองพีตกใจในความจริงจังของเขา

ส่วนเมเปิ้ลหอบหิ้วของพะรุงพะรังมาที่ลานจอดรถ แล้วค้นหากุญแจไม่เจอ กฤษโผล่หน้าจากในรถบอกว่า

“กุญแจรถคุณอยู่ที่หยาดทิพย์ครับ เชิญครับ”

เมเปิ้ลเหล่ใส่กฤษอย่างไม่พอใจ แต่ก็ต้องยอมให้เขาขับรถให้ฝ่ายลินี พอมาถึงรถกลับสตาร์ตไม่ติด เธอเปิดฝากระโปรงค้างไว้ดูไปบ่นไป ว่าทำไมต้องมาเสียตอนนี้ ซวยจริงๆ

วายุขับรถหรูมาจอดเทียบเปิดกระจกบอกว่าจะไปส่ง ลินีปฏิเสธบอกว่าตนจะไปแท็กซี่ แต่เจ้ากรรม! เป็นเวลาเร่งด่วนที่หาแท็กซี่ยากมาก วายุบอกว่ามีคนรอแท็กซี่เพียบเลย ลินียืนรอเรียกแท็กซี่กี่คันก็ไม่รับจนเหงื่อเริ่มตกในที่สุด เมเปิ้ลก็ไปกับกฤษฎา น้ำผึ้งไปกับพีศทรรษ และลินีก็ต้องไปกับวายุบุตร

ooooooo

เมื่อไปถึงโรงแรมที่จัดงาน เมเปิ้ลวิ่งกระหืด กระหอบมีกฤษหอบชุดและกระเป๋าเครื่องสำอางตามมา เมเปิ้ลหันไปเอ็ดอย่างไม่ได้ดั่งใจว่า อยากให้ไล่ออกอีกรอบรึไง

“ไล่รอบที่สามสี่ห้าผมก็ไม่ออกครับ” กฤษบอก โดนถามว่าประสาทดีหรือเปล่า เขาตอบหน้านิ่งๆว่า “ดีครับ ค่อนข้างไปทางอัจฉริยะด้วย”

 “โอยยยยย...” เมเปิ้ลทำเสียงอย่างเหนื่อยใจไม่รู้จะว่าอย่างไรดี กฤษยังคงพูดต่อเรียบๆ นิ่งๆว่า

“คุณไล่ผมออกเพียงเพราะผมแสดงความคิดเห็นตรงๆ ทั้งๆที่ความจริงคุณก็เป็นแบบนั้น ผมว่าไม่แฟร์ ถ้าผมทำงานให้คุณไม่ได้ก็ว่าไปอย่าง”

“ผีเจาะปากมาให้พูดหรือไง หา!!” เมเปิ้ลถามอย่างหมดแง่มุมที่จะด่าแล้วสะบัดเดินอ้าวๆไป

ที่อีกมุมหนึ่งของโรงแรม น้ำผึ้งพยายามเดินหนีพี จนเขาต้องเร่งฝีเท้าตามถามว่าเงียบมาตลอดทางจู่ ๆ เป็นใบ้ไปรึไง น้ำผึ้งที่หิ้วของมามากมายเลยโยนของให้ช่วยถือ เขาเกี่ยงว่าตนไม่ใช่เด็กถือของของเธอ

น้ำผึ้งบอกว่าถ้าไม่ช่วยถือของตนก็จะไม่คุยด้วย พีแย้งว่าเธอเองเป็นคนผิดไม่ใช่ตน เธอสวนทันทีว่า

“ฉันไม่เคยทำอะไรผิด!” แล้วสะบัดเดินหนีไป พีจ้ำตามแทบไม่ทัน

อีกคู่ คือลินีกับวายุบุตร ลินีหอบของเดินหนีวายุ ที่พยายามจะช่วยถือ ถูกเธอเสียงเขียวใส่ว่าตื๊อแบบนี้จะจีบกันรึไง ทำเอาวายุถามทึ่งว่า “ตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ??”

“เออ! รุ่นนี้ไม่ต้องอ้อมเสียเวลา จะยังไงก็ว่ามาเลย” เขาบอกว่าสนใจและอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้ ลินีหน้าแดงแต่แกล้งกลบเกลื่อน “งั้นบอกไว้เลยว่าไม่มีทาง! อย่าหวังจะใช้ไม้นี้ ทำให้ฉันใจอ่อนหลงเสน่ห์คุณ แล้วล้มเลิกติดตามแฉพฤติกรรมลวงโลกของคุณใช่ไหม ผู้ชายนี่มันเลวได้ใจจริงๆ!” ด่าแล้วเดินหนี แต่วายุ ก็ตามไปอีกจนได้

ooooooo

ปรากฏว่า สามสาวไปเจอกันที่หน้าลิฟต์ ต่างตกใจไม่คิดว่าจะเจอกัน อีกทั้งยังแต่งชุดสีเดียวแบบเดียวกันเป๊ะ!

ที่แท้ วลัยเชิญเพื่อนทั้งสามมางานแต่ง บอกแต่ละคนว่าเชิญคนเดียว ไม่ได้เชิญอีกสองคนมาด้วย

เมื่อสามสาวคานทองไปถึงห้องแต่งตัว วลัยก็เจองานเข้าทันที เป้ขอร้องว่าวันนี้เป็นวันแต่งงานของตนกับวลัยค่อยพูดค่อยจากันดีกว่า แต่ทั้งสามไม่มีใครยอมใคร เมเปิ้ลบอกว่าดีวันแต่งวันฝังวันเดียวกันเลย วลัยขอร้องให้ฟังตนก่อนอย่าหุนหันพลันแล่น เมเปิ้ลสั่งให้อธิบายมาเลย ว่ามันอะไรกัน!

แต่วลัยยังไม่ทันได้ชี้แจง สามสาวก็ทะเลาะกันเองเพราะต่างเขม่นกันจนวลัยแผดเสียง “โว้ย!!!!” ทุกคนเลยหยุด วลัยถามว่าจะกัดกันจนแก่ไหม เป้ผสมโรงว่า “จริงๆ ก็ใกล้คำว่าแก่แล้วนะ” ทำให้สามสาวรวมหัวกันทันทีถามพร้อมกันว่า

“ใครแก่!!!”

เป้เอาตัวรอดด้วยการชี้ไปที่วลัย วลัยรับลูกเพื่อช่วยเป้และแก้บรรยากาศ ยอมรับว่า “ใช่ ฉันแก่ แต่ฉันก็กำลังเดินทางไปสู่หลักสี่อย่างมีวุฒิภาวะ ไม่ให้ใครมาด่าได้ว่าแก่กะโหลกกะลา วุฒิภาวะต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหมือนพวกแก!”

ถูกวลัยด่าเอาตรงๆแรงๆ สามสาวก็อึ้ง ส่วนสามหนุ่ม อันมีกฤษฎาที่หนุ่มกว่าเพื่อนเพราะยังไม่ถึง 30 ส่วนพีศทรรษและวายุบุตรอาวุโสกว่าเพราะ 35 แล้ว ทั้งสามนั่งคุยกันที่หน้างานในโรงแรม

กฤษฎาเอ่ยขึ้นก่อนว่าเกือบมาไม่ทันเป็นเพื่อน เจ้าสาว พีศทรรษถามว่าคนอย่างน้ำผึ้งมีเพื่อนด้วยหรือ

“จากข้อมูลที่เลขาเจ้านายผมให้ไว้ เจ้าสาวเป็นเพื่อน รักของคุณเมเปิ้ลเจ้านายผมตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมน่ะครับ”

วายุปรารภว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวแสดงว่าทั้งสี่คนคงสนิทเป็นก๊วนเดียวกัน พีถามว่าเขาเป็นแฟนของเพื่อน เจ้าสาวอีกคนไม่รู้ข้อมูลนี้เลยหรือ

“ไม่ใช่เพื่อนครับ แต่เป็นศัตรูที่อยากจะเป็นเพื่อน” วายุบอก กฤษจึงถามสถานภาพของพี เขาบอกว่า

“เป็นเจ้าของบริษัทที่น้ำผึ้งเซ็นสัญญาเป็นดาราในสังกัด แต่คงจะกลายเป็นศัตรูในไม่ช้า ถ้าวันนี้ไม่เคลียร์”

“อ้อ...สรุป...ไปหนึ่ง เหลือสามที่ยังอยู่ในก๊วนคานทอง” วายุสรุป แล้วสามหนุ่มก็ยิ้มๆให้กันด้วยสายตาที่เหมือนจะเป็นนัยว่า ลงตัวพอดี๊พอดี...

ooooooo

สามสาวคานทองมีปากเสียงกันจนวลัยพูดอย่างอ่อนใจว่า “ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไมพวกแกถึงยังอยู่บนคานทอง” เมื่อเพื่อนทั้งสามยังโต้เถียงกันแบบไม่มีใครยอมใคร วลัยเลยตะโกนกลบเสียงว่า “ไม่หยุดฉันกระโดดกัด!!”

“ทะเลาะกันพอหอมปากหอมคอนะครับ จะได้มีเวลาแต่งหน้าแต่งตัว ใกล้ฤกษ์แล้วนะ” เป้เตือน

“เงียบ!” สามสาวสามัคคีเป็นเสียงเดียวกัน เมเปิ้ล บอกว่าเหลือแค่ห้านาทีตนก็สวยได้ อีกสองสาวเห็นด้วย เป้รับเสียงอ่อยๆ แล้วเลี่ยงไปหลบที่มุมห้องมองตาปริบๆ กับความแสบแซ่บของสามสาวอย่างยอมแพ้

“พวกแกฟังฉันนะ ที่ฉันโกหก เพราะฉันตั้งใจจะให้พวกแกมาเจอกันอีกครั้ง ในวันสำคัญที่สุดของฉันที่พวกแกบอกว่าคือเพื่อนรัก...เพราะฉันคิดถึงวันที่เราสี่คนเคยอยู่ด้วยกัน เมื่อนานมาแล้ว...” วลัยเอ่ยขึ้น

ทุกคนสะเทือนใจเพราะลึกๆแล้วยังคิดถึงและ ประทับใจวันเวลาเหล่านั้นอยู่อย่างเสียดาย วลัยดราม่าต่อว่า

“เราเรียนโรงเรียนประจำด้วยกันมาตลอดหกปี จนเอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยเดียวกัน ถึงจะต่างคณะ แต่เราก็ไม่เคยแยกจากกัน..เราอ่านหนังสือด้วยกัน”

ลินีอินกับอดีต ติงว่าตนอ่านคนเดียวเพราะพวกเธอเอาแต่เม้าท์ วลัยยอมรับว่ามีแต่ลินีขยันคนเดียวและก็เป็นคนที่เรียนเก่งที่สุดในก๊วน แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครทิ้งใครลง เราร่วมทุกข์กัน...” เล่าถึงตอนนี้ทุกคนถึงกับน้ำตาซึมซึ้งกับความผูกพันกันในอดีต

เวลานั้นทุกคนสอบติดเอฟหมดเพราะถูกน้ำผึ้งลากไปคัดเลือกนักแสดงในวันสอบ น้ำผึ้งถามว่าสรุปแล้วโทษตนคนเดียวใช่ไหม อีกสามสาวตอบพร้อมกัน “เออ!!” น้ำผึ้งบ่นว่าใจร้าย แล้ววลัยก็เล่าต่อว่า

“ถึงจะเป็นการร่วมทุกข์แบบทิ้งๆขว้างๆ แต่พวกเราก็คือเพื่อนที่ไม่เคยทิ้งกัน...แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เป็นคำถามที่ทำให้ทุกคนซึม วลัยบรรยายต่อไปว่า “ทำไมพวกแกถึงได้ยอมให้เรื่องคนอื่นมาทำให้ทะเลาะกันถึงขั้นไม่พูดกัน ไม่มองหน้ากัน ไม่ติดต่อกัน เหมือนตายจากกันไปได้ตั้งสิบกว่าปี!!”

ทุกคนสะเทือนใจ เป้พลอยสะเทือนใจไปด้วยถามวลัยว่า เธอคงสะเทือนใจที่เพื่อนต้องทะเลาะกันมากใช่ไหม วลัยตอบทันทีว่า “เปล่า...ฉันเหนื่อย ที่ต้องคอยฟังพวกแกด่ากันผ่านฉัน จนฉันทนไม่ไหวเลยให้มาเจอกันเอง บ้าจริง เอ้าด่า!!”

ทั้งสามสาวต่างถามว่าเรียกมาเพื่อให้ด่ากันงั้นหรือ คิดว่าพวกตนว่างมากรึไง!

“เพราะพวกแกคิดถึงกันต่างหากใช่ไหม พวกแกไม่ได้เกลียดกันอย่างที่ปากพูด” วลัยสรุป แต่ถูกตอบพร้อมกันว่า เกลียด!! วลัยแย้งว่า “แต่ก็ไม่เลิกชวนฉันเม้าท์เรื่องของคนที่แกเกลียด เพราะลึกๆแกอยากอัพเดตชีวิตของเพื่อนแก เพราะพวกแกคิดถึงกัน”

ทุกคนอึ้งเมื่อถูกวลัยพูดจี้ใจดำ

“นี่คือโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะทำหน้าที่เพื่อนให้พวกแกได้ หลังจากวันนี้ถ้าแกยังจะเชิดใส่กันอยู่ฟังไว้เลยนะ ฉันจะเป็นคนที่ได้ผัวแล้วลืมเพื่อนทันที!!”

พูดจบวลัยจูงมือเป้เดินออกจากห้องไปเลย ทิ้งให้สามสาวมองกันอึ้ง ต่างคิดสับสนในตัวเองว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลังดี...

เป้ที่ฟังวลัยรำลึกอดีตกับเพื่อนๆพอออกมาก็ถามว่าที่วลัยบอกว่าเพื่อนๆต้องมาทะเลาะกันเพราะคนอื่น หมายถึงใครหรือ

“ก็แค่ผู้ชายหน้าเงือก นิสัยปลวกคนนึง!!” วลัยตอบตัดรำคาญ เป้ยังสงสัยแต่เห็นอารมณ์วลัยแล้วไม่กล้าถามต่อ

ooooooo

สามหนุ่มแก๊งปลาไหลนั่งคุยกันต่อในห้องจัดงานถึงชีวิตคู่ด้วยทัศนะที่ต่างกัน พีศทรรษบอกกฤษฎาที่อ่อนวัยกว่าเพื่อนและมองโลกสวยว่า

“มันไม่สวยงามหรอก ความจริงหลังจากนั้นน่ากลัวมากรู้ไหมน้อง” กฤษบอกว่าตนไม่เข้าใจ วายุกับพีช่วยกันอธิบายว่า คนที่ไม่ได้แต่งงานก็อยากแต่งเพราะมองภาพชีวิตคู่ไว้อย่างสวยงาม ส่วนคนที่แต่งงานจริงๆ กลับทนทุกข์ทรมานกับชีวิตคู่ที่ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด ปรับตัวเข้าหากันไม่ได้จนเหมือนตกนรก พานคิดไปว่า รู้งี้เป็นโสดดีกว่า

“ยากจังนะครับ” กฤษพึมพำ

วายุบอกว่าแต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม ถ้าสองคนเข้าใจและยอมรับว่าชีวิตคู่มีเงื่อนไขที่ต้องปรับจูนเข้าหากันให้ได้ พีหยอกว่ามองโลกในแง่ดีจัง วายุ บอกว่าไม่อยากให้น้องเขากลัวการแต่งงาน ย้ำเหมือนสอนกฤษว่า

“รักแล้วก็ต้องไปให้สุดทาง สุดท้ายจะเป็นยังไง มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้”

พอดีเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเข้าพิธี การสนทนาจึงยุติลง

ooooooo

ที่หน้างาน ภัทรวลัยยืนอยู่กับพ่อ เธอกระซิบถามใจคอไม่ดีว่าเห็นเพื่อนเจ้าสาวยืนประจำตำแหน่งหรือยัง พ่อบอกว่ายัง เธอด่าทันทีว่า

“นังเพื่อนทรยศ! เห็นแก่ตัว! อีโก้! ปลวก!!”

พ่อเตือนว่าอย่าพูดหยาบคาย วันนี้เป็นวันมงคล เธอขอโทษ พ่อจึงชวน

“ไป..เดินหน้าต่อไปกับคนดีที่สุดที่จะมาแบ่งปันทุกอย่างในชีวิตกับลูก”

“ค่ะพ่อ ถึงไม่มีเพื่อนเจ้าสาว แต่หนูก็มีพี่เป้ คนเดียวก็พอ”

พ่อพาภัทรวลัยเดินเข้าสู่ห้องพิธีในบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์

 แต่พอเข้าไปในห้องพิธี วลัยใจชื้นยิ้มออกเมื่อเห็นเพื่อนทั้งสามไปยืนเป็นเพื่อนเจ้าสาวอยู่แล้ว แต่ระหว่างนั้นเมเปิ้ลกับน้ำผึ้งก็จิกกัดกันไม่ได้หยุด แต่ก็จิกกัดกันเนียนๆ ไม่ให้ผิดสังเกต จนลินีโพล่งเสียงดังว่าเถียงกันไม่รู้จักเวล่ำเวลา เสียงเธอดังจนแขกในงานพากันหันมอง สามสาวจึงทำหน้าสดชื่นชวนกันร้องเพลงอย่างร่าเริง จนสามหนุ่มที่สังเกตอยู่มองแบบว่า...ทำไปได้

ooooooo

ในห้องจัดงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินทักทายแขกในงาน ในขณะที่เมเปิ้ลถือแก้วไวน์ไปนั่งจิบเซ็งๆ กฤษเห็นดังนั้นจึงเดินไปนั่งด้วย

เมเปิ้ลเห็นกฤษถึงกับสำลักไวน์ เขารีบหยิบผ้าให้ซับไวน์ที่เลอะปาก เธอถามเสียงขุ่นว่ายังจะอยู่อีกทำไมใครเชิญ!

“หยาดทิพย์ย้ำว่าต้องพาคุณกลับบ้าน อย่าปล่อยให้คุณขับรถเองเด็ดขาด” เมเปิ้ลถามว่าทำไม เขาชี้ไปที่แก้วไวน์แทนคำตอบ เมเปิ้ลบอกว่าไม่ใช่ธุระของเขาไล่ให้กลับไปได้แล้วพลางลุกขึ้น กฤษจับมือไว้ดึงให้นั่งลง ถูกเอ็ดให้ปล่อยบ่นว่าทำตัวน่ารำคาญ

 “ขอโทษครับ ผมจะบอกว่าชุดคุณขาดครับ” เมเปิ้ลตกใจ พอสำรวจเห็นรอยขาดก็ทำท่าจะร้องไห้บอกว่า “ชุดนี้เป็นแสนเลยนะ อ๊าย...ใคร ฝีมือใคร!!”

“ทำไมต้องหาคนผิดด้วยครับ มันอาจจะไปเกี่ยวโดนอะไรขาดระหว่างที่คุณรีบเดินเข้าพิธีก็ได้”

คำติติงของกฤษทำให้เมเปิ้ลนิ่งเงียบ ทบทวนความจำ....จึงนึกออกว่า ตอนที่ออกจากห้องแต่งตัวถูกน้ำผึ้งจงใจเดินชนเพราะหมั่นไส้ เธอเสียหลักไปกระแทกขอบประตู จะลุกไปเอาเรื่องน้ำผึ้งก็ถูกลินีแกล้งเบียดออกไปอีกคน เมเปิ้ลหมดความอดทนเลยรีบจ้ำตามไป จนไม่ทันสังเกตว่า ส่วนหนึ่งของชุดไปเกี่ยวกับส่วนที่ล็อกประตูจนกระโปรงขาดเป็นทางยาว...

ooooooo

ตอนที่ 2

ที่มุมหนึ่งในโรงแรม เมเปิ้ลเห็นน้ำผึ้งกับลินีเดินมาก็พรวดออกไปขวาง ถามว่ามาชนตนทำไม

“จะทำไม มันอิจฉาชุดแกน่ะสิ มันขี้อิจฉามาตั้งแต่ไหนแต่ไรจำไม่ได้เหรอ” ลินีตอบแทน น้ำผึ้งโต้ลินีว่า

“ฉันเหรอขี้อิจฉา พวกแกต่างหากที่ขี้อิจฉา พอเห็นฉันมีแฟน ซึ่งผู้หญิงที่เย่อหยิ่งจองหอง ไม่เคยเห็นหัวใครอย่างแกเมเปิ้ลไม่มีทางมี แกเลยใส่ร้ายว่าเขานอกใจ จะให้ฉันเลิกกับเขา เพราะไม่อยากให้ฉันมีแฟนกลัวตัวเองจะน้อยหน้า”

เมเปิ้ลถามว่าโรคจิตหรือเปล่าตนไม่เคยคิดว่าจะต้องน้อยหน้าเธอเพราะตนมีทุกอย่างดีกว่าเธออยู่แล้ว ผู้ชายไม่ใช่สาระสำคัญในชีวิตเลย ถูกลินีด่าว่าชอบข่มคนอื่นอยู่เรื่อย นิสัยเสียไม่เลิก

“ฉันไม่ได้ข่ม ฉันพูดในสิ่งที่ฉันเป็น ฉันผิดด้วยเหรอที่ไม่ได้เกิดมาขาด แกก็ดีแต่ว่าคนอื่น ตัวเองเป็นนางฟ้านักรึไง” เมเปิ้ลด่าสวนทันที ลินีโต้ว่าตนไม่ใช่นางฟ้าแต่ไม่เคยสร้างปัญหาให้คนอื่น แล้วบ่นว่าทำไมต้องมาพูดเรื่องนี้กันอีก

น้ำผึ้งโต้ว่าเพราะพวกเธอจะได้เลิกยุ่งกับตนเสียทีไง เมเปิ้ลตัดบทว่าจบงานนี้ตนก็ไม่ยุ่งกับใครอีกแล้วสบายใจได้

“จำไว้นะ ฉันปั้นหน้ายิ้มให้พวกแกเพื่อวลัย” ลินีพูดใส่หน้า น้ำผึ้งเสริมทันทีว่าตนก็เหมือนกัน

เมเปิ้ลทบทวนเรื่องราวได้แล้วอารมณ์จึงสงบลงขอไวน์อีกแก้ว กฤษติงว่าอย่าเลย ก็ถูกดุว่าเป็นเด็กเป็นเล็กอย่าขัดคำสั่งผู้ใหญ่ กฤษสวนไปตามเคยว่าตนไม่ใช่เด็กแล้วพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตา พอเห็นเธอสะอึก เขาจึงไปเอาไวน์อีกแก้วให้ตามคำสั่ง

ระหว่างที่กฤษไปหยิบไวน์นั่น เมเปิ้ลฟุบหน้ากับโต๊ะปวดใจจนน้ำตาซึมเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่ง พีศทรรษนั่งอยู่กับน้ำผึ้ง ถามว่าจะคุยกันได้หรือยัง เธอตอบห้วนๆ ว่าไม่มีอารมณ์

“งั้นผมขอฉีกสัญญาที่คุณเซ็นๆไว้กับผมโทษฐานหนีกองถ่ายโดยไม่มีเหตุผล ผมอาจถูกฟ้องร้อง” พูดแล้วถาม “มีอารมณ์ขึ้นมาหรือยัง” น้ำผึ้งท้าว่าจะทำอะไรก็ทำเลย “คุณนี่มันคงจะเข้าวัยทองเร็วกว่ากำหนด สะเทือนใจที่ตัวเองยังอยู่บนคานใช่ไหม”

ไม่ว่าพีศทรรษจะยั่วอย่างไร น้ำผึ้งก็ไม่สะดุ้งสะเทือนบอกว่าพูดยังไงก็ไม่เจ็บ

“ไม่แปลกใจเลยพับผ่า ทำไมคุณถึงไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีข่าวกับผู้ชายคนไหนตั้งแต่เข้าวงการมา” น้ำผึ้งบอกว่ามี แต่ไม่สน “ไม่ใช่หรอก มี แต่พอเขาทำความรู้จักสนิทสนมกับคุณเข้าจริงๆคงหนีกันหมดเพราะนิสัยตรงข้ามกับหน้าตา” น้ำผึ้งพูดหน้าตาเฉยว่า ขอบคุณที่ชม

พีศทรรษอ่อนใจ บอกว่าอยู่กับเธอก็ดี เดาอารมณ์ไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะมาแบบไหน ทำเอาตนเลือดสูบฉีดได้ตลอดเวลายิ่งคุยกันพีก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก จนน้ำผึ้งบอกให้พอเถอะตนคุยไม่รู้เรื่องยังจะนั่งคุยอยู่ได้ ตัดบทว่า

“วันนี้เพื่อนแต่งงาน ไม่คุยเรื่องที่ไม่สบายใจ เงียบนะ ขอร้อง”

พีศทรรษถึงกับกุมขมับ น้ำผึ้งเหล่อย่างสะใจที่ได้ยียวนกวนประสาท แล้วตัวเองก็นั่งซึมต่อ

ooooooo

ลินียืนมองวลัยจูงมือกับเป้ต้อนรับแขกก็มีความสุขไปกับเพื่อนด้วย วายุเดินมาหยุดข้างหลัถามว่า

“ไม่มีเป็นของตัวเองสักคนล่ะ” ลินีตกใจหันถามว่ายังอยู่อีกหรือ “ก็คุณยังไม่กลับ”

ลินีบอกว่าไม่เกี่ยวเพราะตัวไม่ได้ติดกัน แต่วายุอยากติด ถูกลินีเสียงเข้มว่าพูดแบบนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน

“ผมหมายถึงผมมาส่งคุณแล้วต้องรับกลับ นี่คือคติของผม ถ้าร่วมหัวจมท้ายกับใครแล้วก็ต้องทำให้จบ” วายุพูดเป็นนัย พอถูกซักก็ลื่นเป็นปลาไหลว่า “รถคุณเสีย ดื่มแอลกอฮอล์ ปล่อยให้กลับบ้านคนเดียวได้ไง ผมต้องไปส่งที่บ้าน”

“ฝัน! กลับไปบริหารธุรกิจค็อกเทลเลานจ์ไฮโซที่เป็นฉากบังหน้าตัวเองเถอะไป”

ลินีจะเดินหนีแต่สะดุดเท้าตัวเองเซหงายหลังวายุรับไว้ทัน แต่สัญชาตญาณตกใจทำให้เธอป้องกันตัวพลิกบิดข้อมือและแขนของวายุจับกดกับพื้น แขกในงานพากันมองตกใจ วายุโวยว่าตนช่วยรับเธอไว้แท้ๆ แต่ตอบแทนกันแบบนี้หรือ ลินีขอโทษที่ลืมตัวไปหน่อยแล้วบอกให้เขาลุกขึ้น

“คุณทำผมเจ็บ ผมไม่มีแรงลุก ช่วยหน่อย” วายุเล่นแง่ส่งมือให้ ลินียิ้มเยาะว่าตนไม่หลงกล แล้วเดินไปเลย วายุเลยต้องลุกเองแต่ทำให้เขาสนใจผู้หญิงแปลกๆ ห้าวๆ คนนี้มากยิ่งขึ้น

ooooooo

ดีเจในงานเปิดเพลงให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวร่วมสนุกกับแขก เป็นเพลงบรรยายความรู้สึกของคนโสดที่อยากมีคู่ ดีเจประกาศอย่างครื้นเครงว่า

“ใครยังอยู่บนคาน ขอเสียงหน่อยเร้วววว...” ทุกคนเงียบมีแต่เมเปิ้ล น้ำผึ้งและลินีที่เผลอชูแก้วส่งเสียงให้ ดีเจอวยพรว่า “ ก็ขอให้ลงจากคานเร็วๆ อย่ารอช้า ถ้าอยากสนิทกับใครก็สะกิดกันเลย!!”

พอดีเจเปิดเพลง เมเปิ้ลถึงกับกรี๊ดบอกว่าเพลงนี้ตนชอบ กฤษหันมองอมยิ้ม ชวนออกไปแจมกับเพื่อนเธอกันไหม เมเปิ้ลทำคอแข็งถามว่าตนเป็นเจ้านายเขากล้าชวนไปเต้นหรือ กฤษถามอ้อนๆว่าตกลงไม่ไล่ตนออกแล้วใช่ไหม

“ถ้ายังไม่หยุดทำตัวน่ารำคาญ จะไล่ออกเดี๋ยวนี้”

“คนอื่นว่าผมน่ารัก มีแต่คุณที่ว่าผมน่ารำคาญ”

พอดีเพื่อนเก่าของเมเปิ้ลสองคนที่ไม่เจอกันนานเดินมาทัก เมเปิ้ลจำไม่ได้แต่ปากไวทักว่านึกว่าเป็นแม่ใครเสียอีก ทำเอาเพื่อนทั้งสองหน้าเจื่อน กฤษช่วยพูดแก้ให้ว่า

“พอดีคุณเมเปิ้ลไม่ค่อยสบายน่ะครับ เวียนหัว ตาพร่า แกเลยมองหน้าใครไม่ค่อยชัด”

เพื่อนเลยจิกคืนว่าสงสัยสายตายาว เมเปิ้ลฉุนหันใส่กฤษว่า “ชงทำไม!” เพื่อนทั้งสองที่มีครอบครัวแล้วเลยแสดงเจตนาดีแต่แอบจิกกัดว่า อายุสามสิบห้ายังไม่ได้แต่งงาน ระวังมดลูกหน้าอกไม่ได้ใช้งานนานความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูง อีกคนบอกว่าได้ข่าวว่าเขาจะเก็บภาษีคนโสดเพิ่ม แล้วคุยกันเองกระทบเมเปิ้ลอย่างมันอารมณ์ว่า ไม่น่าเชื่อ สมัยเรียนนึกว่าเธอสามคนน่าจะขายออกก่อนใคร ที่ไหนได้คนอื่นไปกันหมดแล้วเหลือแต่พวกเธอ สงสัยจะจองคานถาวรแหงๆ

เมเปิ้ลทนไม่ไหวเดินดุ่มๆ ไปที่บูธดีเจ ผ่านน้ำผึ้ง พี ลินี และวายุไป ทุกคนมองสงสัยว่าเธอจะไปทำอะไร

ปรากฏว่าเมเปิ้ลไปแย่งไมค์จากดีเจสั่งให้ปิดเพลงแล้วประกาศบอกชื่อเสียงเรียงนามตัวเอง แจ้งแก่แขกในงานว่า

“คืนนี้เพื่อนดิฉัน ภัทรวลัยก็ลงจากคาน มีสามีที่น่ารักและแสนดี ทำให้ดิฉันหมดห่วง ต่อไปก็ตาดิฉันที่ขอประกาศว่า ขอเรียนเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคนไปงานแต่งงานของดิฉันในอีก 1 เดือนนับจากนี้ไป”

น้ำผึ้งกับวลัยต่างไม่เชื่อเพราะเมื่อเมเปิ้ลยังไม่มีแฟนแล้วจะแต่งกับใคร เมเปิ้ลประกาศต่อทันทีว่า

“แน่ะ! เพื่อนดิฉันสงสัยว่าดิฉันจะแต่งงานได้ยังไงในเมื่อยังไม่มีแฟน มี้!! มีสิคะ จะแต่งงานมันต้องมีแน่ ซึ่งดิฉันเก็บเงียบเอาไว้ไม่เคยบอกใคร คืนนี้จึงขอประกาศเปิดตัวซะเลย ขอไฟด้วย!!”

พอไฟสว่างพรึ่บ เมเปิ้ลก็ควงกึ่งลากกฤษฎามายืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางงาน ประกาศอย่างสุดซ่าว่า

“มีแฟนเด็กด้วยล่ะทุกคน ฮิ้ววววว!!!”

ไก่อ่อนกฤษฎายืนตัวแข็งทื่อ พีกับวายุมองหน้ากันงงๆ เพราะเมื่อตอนมางานกฤษฎากับเมเปิ้ลยังเป็นเจ้านายกับลูกน้องกันอยู่เลย!

ooooooo

เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองไม่เชื่อ เมเปิ้ลแสดงให้ดู สั่งกฤษฎาให้จูบตน กฤษฎาตกใจติงว่า ไม่ดีมังครับ

“เห็นไหม ผู้ชายดีๆ ที่ปกป้องรักษาเกียรติผู้หญิงแบบนี้ ผู้หญิงไหนๆ ก็ต้องใจอ่อนหลงรัก และยอมแต่งงานด้วยทั้งนั้นแหละ ขอบใจนะจ๊ะ เบ๊บ” แล้วเมเปิ้ลก็หอม กฤษฎาจ๊วบใหญ่ กฤษงุนงงเงอะงะทำอะไรไม่ถูก เลยถูกเธอแอบหยิกขู่เบาๆ ว่า “ไม่ต้องพูด ฉันพูดเอง ไม่งั้นไล่ออก”

แล้วเมเปิ้ลก็เยาะเย้ยถากถางลินีกับน้ำผึ้งว่าตนเคยพูดไว้ว่า “ฉันคือคนที่จะแต่งงานก่อนพวกแกทุกคน!!”

เมื่อสองสาวถูกเพื่อนหักหน้ากลางงานเช่นนี้ เลยรุมกันตลบหลังว่า ตนทั้งสองก็มีแฟนแล้วและจะแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเหมือนกัน วลัยรู้นิสัยเพื่อนทั้งสามดี เดินแทรกกลางเข้ามาพูดว่า ตนสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ชื่อว่าแปลกๆ แต่ดีเจชิงประกาศอย่างตื่นเต้นขึ้นว่า

“ประกาศสละโสดกันเรียบร้อยแล้ว แสดงความยินดีกับทุกคู่ทุกหมู่เหล่าด้วยครับ มอบเพลงนี้ให้เลย สำหรับความรักที่เบ่งบานกลางหัวใจทุกดวง”

เพลงโรแมนติกดังขึ้น ทุกคนกรี๊ดกันสุดสวิง เมเปิ้ลกับน้ำผึ้งเตรียมชิ่งแต่ไม่ทัน พีลากน้ำผึ้งไปทางหนึ่ง และกฤษก็หิ้วเมเปิ้ลไปอีกทาง แม้วลัยจะออกไปเต้นรำกับเป้แต่ใจไม่เป็นสุขเพราะห่วงเพื่อนที่ชิงกันประกาศสละโสดทั้งที่ยังไม่เห็นใครมีแฟนเลยสักคน!

วายุลากลินีไปถามว่าเธอมีแฟนแล้วหรือ ลากแรงไปหน่อยพอหยุดหันมาเธอเลยถลำเข้าซบอกเขาเต็มๆ วายุกลับเป็นฝ่ายตกใจขอร้องอย่าเพิ่งจับตนทุ่มเพราะยังเจ็บซี่โครงอยู่เลย ลินีกลั้นขำไม่อยู่ วายุเห็นเธอหัวเราะเลยยิ้ม ต่างสบตากันค้าง

พอรู้สึกตัวลินีผละออกแล้วเดินหนี วายุตามไปแต่ไม่เจอเพราะเธอหลบมุมจนเขาเดินผ่านไปแล้ว เธอพูดเยาะว่า

“ฉันไม่มีทางตกเป็นเหยื่อของคุณเด็ดขาด!”

ooooooo

ส่วนพีลากน้ำผึ้งออกไปถามว่ามีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมตนไม่รู้เรื่อง น้ำผึ้งบอกว่าเขาจะไปรู้ได้ยังไงในเมื่อตนก็เพิ่งรู้เมื่อกี๊นี้เอง ยอมรับว่าตนไม่ยอมให้เมเปิ้ลมาหักหน้าเลยประกาศไปอย่างนั้น บอกให้เขาช่วยหาให้หน่อยได้ไหม

“เอ๊ะ หรือว่าคุณดี หย่าแล้วนี่ แต่ไม่เอาพ่อม่ายลูกติด ฉันเกลียดเด็ก แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับเพื่อนฉันนะ ไม่งั้น...ฉันจะ”

“คุณเป็นผู้หญิงที่ไร้สติที่สุดที่ผมเคยรู้จัก เรื่องเก่ายังไม่ทันได้แก้ข่าว ก็สร้างเรื่องใหม่ให้ผมต้องปวดหัว พรุ่งนี้คลิปที่คุณประกาศว่าจะแต่งงานจะต้องว่อนอยู่ในอินเตอร์เน็ต”

น้ำผึ้งท้าว่าไม่แคร์จะไล่ตนออกเลยก็ได้ แต่พอถูกพีถามว่าแน่ใจหรือว่าไม่แคร์ แล้วยกผลเสียจากการกระทำ ของเธอขึ้นมาชี้ให้เห็นว่า เธออาจถูกนักข่าวรุมประณามกระทั่งฝังเธอจมดินไม่ได้ผุดได้เกิดในวงการที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเธอเลยก็ได้ น้ำผึ้งได้สติบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะแถลงข่าวว่าตนเป็นคนฉีกสัญญากับเขาเอง เขาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน

พูดแล้วน้ำผึ้งผละไปทันที พีศทรรษจะตามแต่มือถือเขาดังขึ้นก่อน เป็นสายจาก “ที่บ้าน” เขารับสายบอกว่ากำลังจะกลับเดี๋ยวนี้ แต่รีบเดินตามน้ำผึ้งออกไป

กฤษฎาดูแลเมเปิ้ล เธอเมาจนนั่งหลับ เขาจึงจับเอนมาพิงไหล่ให้หลับสบาย นึกสนุกขึ้นมาจับหน้าเธอเชิดหยิ่งตามแบบของเธอแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่น

ooooooo

แต่หลังจากสามสาวประกาศเอาชนะคะคานกันว่าจะแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าแล้ว ต่างก็ตกอยู่ในความทุกข์กังวล เพิ่งรู้สึกตัวว่าปากพาเดือดร้อนแท้ๆ!

สามสาวต่างนึกถึงเรื่องในอดีตที่ทำให้พวกตนที่เคยแซ่บด้วยกันตลอดมาถึงกับความสัมพันธ์ขาดสะบั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเรียนในมหาวิทยาลัย...

เวลานั้นน้ำผึ้งรักอยู่กับโจ้ แต่เมเปิ้ลกับลินีจับได้ว่าโจ้มีกิ๊กจึงบอกน้ำผึ้ง แต่น้ำผึ้งกลับมองว่าเพื่อนอิจฉาที่ตนมีความสุข  จนทะเลาะกันใหญ่โตถึงขนาดเลิกคบกัน น้ำผึ้งประกาศในวันนั้นว่า

“ต่อไปนี้ ฉันจะไม่อยู่ให้นังเมเปิ้ลกดหัวให้อยู่ต่ำกว่ามัน  ฉันจะไม่ทนให้นังลินีมันมาคอยสาระแนเรื่องของฉัน ฉันจะไม่ทนฟังนังวลัยคาบข่าวเอาเรื่องฉันไปนินทาลับหลัง โจ้คือคนที่ฉันไว้ใจและไม่มีทางหักหลังฉันเหมือนพวกแก  ฉันคือคนแรกที่จะแต่งงานให้ผู้หญิงมีปัญหาอย่างพวกแกผิดหวัง!”

ครั้งนั้น เมเปิ้ลกับลินีก็แตกคอกันเมื่อเมเปิ้ลตำหนิลินีว่าไปยุ่งกับเรื่องของน้ำผึ้งมากไป ลินีโต้ว่าตนทนเห็นเพื่อนตกเป็นเหยื่อของผู้ชายเลวๆไม่ได้ ขอร้องเมเปิ้ลอย่าโยนความผิดให้ตนคนเดียวเลย ด่าเมเปิ้ลว่า

“นิสัยตัวเองไม่ผิด คิดไม่เคยพลาดเนี่ย เลิกสักทีเถอะ ฉันเบื่อ!”

“ฉันก็เบื่อที่แกสาระแนไปยุ่งกับครอบครัวชาวบ้าน ในเมื่อไม่มีผู้ชายคนไหนดี เกลียดนักก็ไปบวชชีซะ”

วลัยเห็นเพื่อนเคืองกัน เตือนสติเพื่อนว่า

“แต่ฉันไม่เคยเบื่อพวกแกนะ ไม่มีใครนิสัยดีไม่มีข้อเสียหรอก พวกเราเป็นมนุษย์ พวกเรากลม...”

วลัยพูดไม่ทันจบก็ถูกเมเปิ้ลกับลินีตวาดให้เงียบไปเลย แล้วด่าว่า “เชิญแกอยู่ในโลกของความเห็นแก่ตัว สนใจแต่เรื่องของตัวเองไปเถอะ หึ...นังน้ำผึ้งมันคิดถูกอยู่อย่างเดียว ผู้หญิงอย่างแกไม่มีใครเอา”

“ฉันนี่แหละที่จะประกาศแต่งงานก่อนพวกแกทุกคน!” เมเปิ้ลข่ม ลินีไม่ยอมประกาศว่าข้ามศพตนไปก่อนถ้าจะทำอย่างนั้น เมเปิ้ลพูดใส่หน้าลินีว่า “งานศพแก ฉันไม่มีทางไปเผาผี!”

ทั้งเมเปิ้ลและลินีต่างสะบัดหน้าใส่กันแล้วหันหลังเดินแยกกันไป วลัยอึ้ง เหวอ ได้แต่ร้อง...

“เฮ้ยยยยยยย!!! อะไรวะเนี่ย!!!”

แต่นั้นมา ความสัมพันธ์ที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก็พังทลายไม่มีชิ้นดี!

ooooooo

น้ำผึ้งคิดถึงอดีตแล้วร้องไห้โฮออกมาจนทุกคนตกใจ

เมเปิ้ลหายเมาลงจากรถจะขับเอง กฤษถามว่าเธอยอมรับความจริงไม่ได้ถึงกับต้องโกหกทุกคนว่ามีแฟนแล้วทั้งๆ  ที่ไม่มีหรือ เมเปิ้ลถามว่าเขาอายุเท่าไหร่ พอรู้ว่ายี่สิบห้าก็ปรามาสว่าอีกนานกว่าจะเข้าใจชีวิต กฤษติงว่าเธออายุมากกว่าตนสิบปีแต่ก็ไม่เห็นเธอเข้าใจชีวิตมากกว่าตน ถามว่าหลังจากคืนนี้ตนยังเป็นลูกน้องเธอควบตำแหน่งแฟนกำมะลอต่อหน้าเพื่อนเธอเพื่อป้องกันการเสียหน้าหรือเปล่า

เมเปิ้ลนิ่ง กฤษถามว่าถ้าตนเป็นแฟนกำมะลอของเธอไม่ได้ล่ะ?

“ก็ตามใจเธอ แต่ถ้าความลับเรื่องนี้ถึงหูนังเพื่อนตัวร้ายของฉันว่าฉันอุปโลกน์เธอให้เป็นแฟนฉัน ฉันฆ่าเธอแน่ ไม่เชื่อคอยดู!” พูดแล้วกระชากรถขับออกไปเลย กฤษฎามองตามอย่างนึกสนุกกับการได้ใกล้ชิดสาวที่ทั้งแสบและแซ่บคนนี้

ooooooo

พีศทรรตกลับถึงบ้านก็หงุดหงิดเมื่อรู้ว่า ธัญรดาเมียที่แม่หามาให้แต่หย่ากันแล้ว เธอนัดจะพาญาดาลูกที่เขารักปานดวงใจไปเที่ยวแล้วมาช้าปล่อยให้ลูก รอจนหลับ

พีศทรรตกับธัญรดาทะเลาะกันรุนแรง แต่เมื่อธัญรดาจะกลับกานดาแม่ของพีมาเรียกไว้บอกว่ามีเรื่องจะคุย ไล่พีให้ไปดูแลลูกบอกว่า เมื่อกี๊เห็นหลานนั่งแอบดูพ่อกับแม่ทะเลาะกัน

เมื่อพีไปหาญาดา เจอลูกกำลังอาละวาดกับแต้วพี่เลี้ยงร่ำร้องจะไปหาแม่ พีบอกลูกว่าแม่คุยกับย่าอยู่คุยเสร็จจะมาหา ปลอบโยนให้เงียบเสีย

กานดาหว่านล้อมให้ธัญรดากลับมาคืนดีกับพีศทรรต เธอไม่เชื่อว่าเขาจะรักตน กานดาขอให้เธออย่าวู่วาม ถ้าเธอทำให้เขาเห็นว่าเธอเป็นแม่ที่ดีได้ เขาอาจจะเปิดใจและรักเธอได้ไม่ยาก ย้ำว่า “หนูมีโอกาสครั้งที่สองแล้ว” แต่ธัญรดาไม่มั่นใจ

ลินีได้รับช่อดอกไม้ป่า พอเห็นการ์ดที่ติดมาด้วยเขียนว่า “ผมจริงใจนะ...วายุบุตร” ลินีก็งุนงงแกมฉุนว่ารู้ชื่อกับนามสกุลจริงของตนได้ไง แต่ก็อดใจเต้นตึ้กตั้กไม่ได้

แต่พนมพ่อของวายุผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจกลางคืน เขากำลังสนใจเรื่องที่วายุถูกลินีฟ้องกรณีลวงเด็กสาวไปขายบริการ เขาเตือนวายุว่าให้ระวังตัวด้วย เรายังไม่รู้ว่าใครคือคนบงการ มันอยู่ในที่มืด สิริมาเสนอว่าควรหาทางเคลียร์กับทนายความของมูลนิธิฟ้าหลังฝนว่าธุรกิจของเราไม่เคยมีเบื้องหลัง

พนมถามวายุว่าเคยทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจหรือเปล่าถึงได้ตามจองล้างจองผลาญ วายุบอกว่าตนไม่เคยทำร้ายผู้หญิง พนมสรุปว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นพวกมองโลกในแง่ร้าย ใจแคบ ยืนยันว่า

“เราทำธุรกิจสร้างความบันเทิงให้คนกลางคืน ภาพลักษณ์อาจดูไม่ดีนัก แต่ไม่ได้แปลว่าเลว เพราะเราทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ป๊าไม่ชอบคนคิดแบบนี้”

สิริมายิ้มพอใจเพราะรู้ดีว่าวายุกำลังสนใจลินี ในขณะที่วายุเอง เมื่อคิดถึงลินีแล้วก็หนักใจ

ooooooo

เมเปิ้ลที่เพิ่งประกาศกลางงานแต่งของวลัยว่าอีกหนึ่งเดือนตนจะแต่งงาน กำลังถูกคุณหญิงแสนสุข ผู้เป็นย่าหมายตาให้จับคู่กับตรัยคุณ ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวพจน์ทายาทของบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่

วันนี้คุณหญิงแสนสุขนัดเจ้าสัวพาตรัยคุณมาดูตัวกัน ทั้งสองแทบจำกันไม่ได้เพราะตรัยคุณไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่เด็กและเพิ่งกลับมาเพราะเจ้าสัวจะปลดเกษียณและให้เขามาดูแลธุรกิจแทน

คุณหญิงแสนสุขชื่นชมตรัยคุณที่เป็นลูกว่ามีแต่ทำให้พ่อแม่สบายใจ ตรัยคุณพูดอย่างภูมิใจว่า

“ครับคุณหญิงย่า ผมถึงไม่ยอมแต่งงานกับใครนอกจากคนที่คุณพ่อคุณแม่เห็นชอบเท่านั้น”

พอเมเปิ้ลลงมา คุณหญิงแสนสุขก็เรียกไปบอกว่าเจ้าสัวพจน์ คุณเบญ และตรัยคุณมา ถามว่าจำตรัยคุณได้ไหม ตรัยคุณยิ้มให้ เมเปิ้ลรู้สึกคุ้นหน้า เพราะคืนหนึ่งเธอเคยเห็นเขาออกจากผับเกย์กับเพื่อนชาย เธอมองหน้าเขาจนคุณหญิงแสนสุขถามว่าทำไมจ้องหน้าพี่เขาอย่างนั้นล่ะ

“คุ้นหน้าจังเลยค่ะ เหมือนเคยเจอ...” ตรัยคุณถามว่าเจอที่ไหนหรือ เมเปิ้ลตอบตรงเผงว่า “ผับเกย์”

ตรัยคุณอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วหัวเราะร่าบอกเจ้าสัวว่าวันนั้นตนไปกับปีเตอร์ เจ้าสัวจำได้ว่าปีเตอร์เป็นคู่ค้าของเรา ตรัยคุณบอกว่าปีเตอร์เป็นเกย์ ทำให้คุณหญิงแสนสุขถึงกับถอนใจโล่งอก ส่วนเมเปิ้ลมองตรัยคุณด้วยสายตาคมกริบจนเขาต้องยกน้ำจิบแก้เก้อ

เมื่อไปนั่งคุยกันที่มุมหนึ่งในบ้าน แม้ตรัยคุณจะพยายามแอ๊บแมนแต่ก็เผลอกระดกนิ้วก้อยขณะยกถ้วยกาแฟดื่ม เลยถูกเมเปิ้ลพูดตรงจนเขาสำลักกาแฟว่า ผู้ชายที่เป็นโสดจนอายุสี่สิบกว่าไม่เป็นเกย์ก็อยากละทางโลก

ตรัยคุณปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นอย่างที่เธอตั้งข้อสังเกต เมเปิ้ลบอกว่าถ้างั้นก็เป็นแบบที่สาม ตรัยคุณยืนยันว่าตนเป็นโสดเพราะยังไม่เจอเนื้อคู่ แล้วเปลี่ยนเป็นย้อนถามว่าเธอก็ยังเป็นโสดไม่มีใครมาจีบบ้างหรือ

มือถือของเมเปิ้ลดังขึ้น เธอขอโทษแล้วกดเปิดข้อความ ปรากฏคลิป “ก๊วนคานทองประกาศแต่งงาน” เป็นภาพเธอประกาศแต่งงานกับกฤษฎา เธอตกใจตาค้าง จนตรัยคุณมองแปลกใจ

ooooooo

น้ำผึ้งดื่มจนเมาไปนอนแทรกกลางคู่บ่าวสาวในคืนส่งตัวเข้าหอ ทั้งยังละเมอด่าโจ้ว่าไอ้หน้าปลวก พอถูกวลัยถามว่าเลิกกับโจ้เพราะอะไร ก็ตะแบงไปว่าคนมันละเมอพูดพล่ามไร้สาระไปอย่างนั้นเอง

วลัยไม่เชื่อ พอดีมีโทร.เข้ามือถือน้ำผึ้ง วลัยถามว่าแฟนเหรอ น้ำผึ้งถามงง ๆ ว่า “ใคร! แฟนฉัน??” วลัยเลยฟันธงว่าน้ำผึ้งโกหกเรื่องแฟนที่จะแต่งงานกันในอีก 1 เดือนข้างหน้า พอดีมีโทร.เข้ามาอีก น้ำผึ้งเลยตีขลุมโมเมว่าเป็นแฟนรับสายทักทาย แล้วรีบออกไปเลย

ที่แท้เป็นสายจากพีศทรรตโทร.มาเรียกให้ออกไปคุยเรื่องเธอฉีกสัญญากับทางบริษัท เธอเล่นตัวว่าไม่มีอะไรจะคุย พอเขาขู่ว่าจะเรียกค่าเสียหายห้าสิบล้าน น้ำผึ้งตกใจถามว่าแล้วจะให้ไปเจอกันที่ไหน

ฝ่ายลินี ผอ.เห็นคลิปประกาศแต่งงานก็อนุญาตให้เธอลาพักได้เพื่อไปหาคนที่ส่งดอกไม้ให้ได้ทันเวลาที่ประกาศไว้ ลินีบอกกุ๊งกิ๊งว่าตนแยกไม่ออกว่าเวลาไหนทำงานเวลาไหนพักผ่อนเพราะสิ่งที่ทำทุกวันน้ีคือชีวิตที่ลงตัว

“แน่ใจเหรอ ว่านี่คือชีวิตที่ลงตัวของพี่จริงๆ” กุ๊งกิ๊งถาม

“อะไรที่ทำให้เธอคิดว่าพี่ไม่ควรแน่ใจ พี่ไม่อยากมีใครมาแบ่งเวลาไปจากการทำงานที่พี่รัก” กุ๊งกิ๊งดักคอว่าเธอไม่อยากมีใครเพราะกลัวเจ็บต่างหาก กลัวเพราะมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในอดีต แต่ไม่ใช่ทุกคนจะต้องเจอในสิ่งที่เธอเคยเจอ

“เอาเถอะ อย่าคุยเรื่องนี้เลย พี่มีเรื่องต้องไปสะสางกับคนที่ทำให้ ผอ.คิดว่าพี่ควรจะลาพักร้อนแล้วไปหาเขา” ลินีตัดบทมองช่อกุหลาบป่าในมืออย่างคิดแค้น

ลินีเอาดอกไม้ป่าช่อนั้นไปที่ออฟฟิศของวายุ พอเจอก็เอาดอกไม้คืนให้ สิริมาเห็นวายุมีแขกจึงขอตัวออกไป บรรดาพนักงานพากันซุบซิบว่าเธอคือผู้หญิงในคลิปก๊วนคานทองประกาศแต่งงาน สิริมาดูคลิปแล้วถึงกับใจสั่น

ลินีเอาช่อดอกไม้ป่ามาคืนให้แต่วายุไม่รับคืนถือว่าให้แล้วเธอจะเอาไปทำอะไรก็ได้ ลินีเลยโยนลงถังขยะ วายุดักคอว่าถ้าเธอคิดจะทิ้งก็คงไม่ต้องเอามาทิ้งถึงที่นี่ ที่มานี่เพราะอยากเห็นหน้าตนมากกว่า พอลินีจะกลับ วายุถามว่า รถเสียจะกลับยังไง

พอดีวลัยที่ไม่เชื่อว่าเพื่อนๆ มีแฟนและประกาศจะแต่งงานในอีก 1 เดือนเหมือนกัน เลยนัดทุกคนมา

พบกันอ้างว่าเพื่อขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว ระบุให้ทุกคนพาแฟนที่จะแต่งงานมาด้วย มิฉะนั้นจะถือว่าเพื่อนโกหก!

วลัยโทร.มานัดลินีพอดี ลินีคอแข็งขึ้นมาทันทีถามว่าใครบอกว่าตนโกหก  พรุ่งนี้จะพาแฟนไปให้พรรคพวกดูตัว แต่พอวางสายแล้วก็ถามตัวเองว่า

“แล้วฉันจะหาใครมาเป็นแฟนทันเนี่ย พรุ่งนี้เนี่ยนะ...โอยยยยย”

“พรุ่งนี้ผมว่างนะ คุณลินี คนไม่มีแฟนแต่โกหกว่ามี” เสียงวายุลอยเข้ามา

“คุณ!!!” ลินีตกใจแต่ก็เห็นทางออกและความหวังรำไรขึ้นมา

ooooooo

น้ำผึ้งไปพบพีศทรรตที่ร้านกาแฟในห้าง พอเจอกันเขาถามทันทีว่า ยังอยากทำงานในวงการอยู่ไหม น้ำผึ้งย้อนถามว่าถ้าไม่ทำแล้วจะเอาอะไรกิน

เมื่อน้ำผึ้งยังอยากทำงาน พีเสนอว่าเราต้องร่างสัญญาแนบท้ายกันว่าห้ามทำตัวเหวี่ยงไม่ว่ากับใคร ห้ามไปที่สาธารณะแล้วให้สัมภาษณ์หรือพูดอะไรก็ตามที่ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากตน พอน้ำผึ้งอึ้ง พีพูดเหมือนอบรมว่า

“น้ำผึ้ง เราทำงานด้วยกันมานาน ผมรู้จักคุณดี คุณเป็นคนที่มีฝีมือและวินัยสูงมาก คุณเกิดมาเพื่อเป็นศิลปินแต่อาชีพคุณกำลังจะพังเพราะความขี้อิจฉา อารมณ์ร้อนซึ่งแก้ไม่หายของคุณ”

การเจอกันครั้งนี้ น้ำผึ้งตกใจเมื่อรู้ว่าพีศทรรตมีภรรยาและลูกสาววัย 7 ขวบแล้ว เขาให้ญาดาอยู่กับคุณแม่ตัวเองแยกมาคุยกับน้ำผึ้ง แต่ญาดาหวงคุณพ่อจึงมาตาม จนธัญรดาต้องมาตามและสัญญาว่าวันนี้แม่จะอยู่กับลูกทั้งวัน ญาดาจึงยอมไป

แต่ก็มีเรื่องให้ปวดหัว เมื่อโตโต้เปิดเห็นคลิปประกาศแต่งงานของน้ำผึ้งแล้วเอามาให้พีศทรรตดู เขาถึงกับเอามือกุมขมับ ส่วนน้ำผึ้งก็โมโหประกาศลั่น  “ใครถ่ายคลิป ฉันจะไปฆ่ามัน!”

ooooooo

หลังจากเมเปิ้ล “อ่าน” ตรัยคุณออกแล้ว เธอบอกคุณหญิงย่าว่า

“คุณย่าขา หนูไปประชุมก่อนนะคะ มีงานด่วนมาก อ้อ...คนนี้ไม่ผ่านค่ะ หนูไม่ชอบ ปฏิเสธไปเลยนะคะ” พูดแล้วเดินออกไปเลย คุณหญิงแสนสุขเรียกไว้ไม่ทัน เลยพูดกับตัวเองแทนว่า

“แต่คนนี้ย่าชอบ  และจะไม่ยอมบอกผ่านได้ยินไหม!!”

เมเปิ้ลเดินไปถึงลานจอดรถก็ได้รับโทรศัพท์จากวลัย เธอถามรีบๆว่า ว่าไง ไว้ค่อยคุยได้ไหมเพราะตนรีบ

“โอเค สั้นๆ พรุ่งนี้ร้านเก่า หกโมงเย็น ฉันเลี้ยงขอบคุณพวกแก ให้พาแฟนเด็กแกมาด้วยนะ”

เมเปิ้ลจะบอกว่าตนเลิกกันไปแล้ว แต่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกวลัยขัดขึ้นอย่างรู้ทันว่า “ถ้าแกบอกว่าเลิกแล้ว ชัวร์เลยนะ แกโกหกพวกฉันเมื่อคืน ฉันว่าสองคนนั่นมันคงหัวเราะเยาะฟันหักเลยนะ” เมเปิ้ลสวนไปทันทีว่าใคร

บอกว่าตนโกหก วลัยตัดบทว่า “งั้นก็พามาให้ป้าๆ ได้ชื่นใจ สองคนนั้นรับปากฉันแล้วว่าจะมาชัวร์ แล้วเจอกันนะจ๊ะ เมเปิ้ล”

วลัยกดตัดสายแล้วทำมือโอเคกับเป้ ส่วนเมเปิ้ลพอวางสายจากวลัยก็ร้องอย่างหงุดหงิดปวดหัว “โอยยยยย!!!” พอดีกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น มองไปเห็นกฤษฎายืนยิ้มแฉ่งโบกมือให้ ร้องบอกว่า

“หยาดทิพย์ให้ผมมาขับรถให้ครับ กลัวคุณจะแฮงก์ขับไม่ไหว อายุเยอะแล้วฟื้นตัวยาก”

“โอยยยยย...ไอ้เด็กบ้า!!!” เมเปิ้ลร้องและด่าอย่างเหลืออดเหลือทน

ooooooo

หลังจากเจรจากันแล้ว น้ำผึ้งถามพีศทรรตว่าจะเอาอย่างไรตนยอมทุกอย่างแล้ว เขาบอกให้อยู่เฉยๆ แล้วชี้แจงว่า

“ไม่ต้องออกสื่อ ผมจัดการเอง โตโต้นัดนักข่าวพรุ่งนี้ที่ออฟฟิศ ผมจะแถลงข่าวครั้งเดียว ตอบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงานของน้ำผึ้งที่ยังจะถ่ายละครต่อไป และเรื่องปากพล่อย ในงานแต่งนั่นว่ามันไม่เป็นความจริง”

น้ำผึ้งยอมรับว่าตอนนั้นตนปากพล่อย แต่จริงๆแล้ว ลึกๆ ก็เอาจริง โตโต้เพิ่งไปซื้อน้ำกลับมาถามว่าเอาอะไรหรือ

“ผู้ชายไง! เพราะฉะนั้นไม่ต้องแถลงข้อนี้ ฉันจะต้องหาผู้ชายเป็นของตัวเองให้ได้จริง ๆ ภายใน 1 เดือน” น้ำผึ้งมุ่งมั่น

ธัญรดากับญาดาฟังน้ำผึ้งแล้วทำหน้าสยอง รีบพากันผละไปอย่างรังเกียจ พอดีมือถือน้ำผึ้งดังขึ้นเป็นสายจากวลัย น้ำผึ้งรับสายพูดเสียงขุ่นว่าตนกำลังดราม่า มาคุมาก แต่พอฟังวลัยพูดก็ตกใจ แต่ทิฐิขึ้นมาตอบไปทันทีอย่างมั่นใจมากว่า

“ได้ ฉันไม่พลาดแน่นอน หกโมงเย็นพรุ่งนี้เจอกัน!”

พอพีรู้ว่าพรุ่งนี้เธอจะต้องมีแฟนไปโชว์ตัวกับเพื่อนที่แค้นแสนเกลียด พีสั่งให้แคนเซิลไปเลยแล้วบอกความจริงไปว่าเธอโกหก น้ำผึ้งไม่ยอม พีจำต้องยอมเธอเลยตีขลุมว่า งั้นจะบอกสื่อว่าเขาคือผู้ชายคนนั้นของ

ตนแล้วจะล้างมือจากวงการไปแต่งงานกับเขา ท้าขู่ ๆว่า “อยากให้ลูกที่เป็นเด็กมีปัญหาของคุณมีปัญหามากกว่าเดิมรึเปล่า เอาสิ!!”

พีศทรรตได้แต่มองความแสบของเธออย่างเจ็บใจ

ooooooo

ความตึงเครียดเกิดแก่สามสาวปากไวใจทิฐิที่ไม่ยอมเสียหน้าให้กับสามหนุ่มที่ตกเป็นเหยื่อ

วายุบุตรยิ้มกริ่ม ถามลินีอย่างเป็นต่อว่า “ว่าไง ถ้าไม่พาผมไปโชว์ตัวกับเพื่อน ๆ ในฐานะแฟน ความจริงอาจจะถูกเปิดเผยว่าคุณโกหก งานนี้ไม่จำเป็นต้องสืบ มีแต่เสียๆๆ”

ลินีได้แต่จ้องหน้าวายุบุตรอย่างไม่พอใจ รู้ตัวว่างานนี้ตนไม่มีทางเลือกมากนักแล้ว

ส่วนกฤษฎาก็แย่งกุญแจรถจากเมเปิ้ลบอกหน้าตาเฉยว่า “จริงๆ แล้ว หยาดทิพย์ไม่ได้บอกผมให้มาหรอกครับ ใจผมสั่งให้มาเอง” เมเปิ้ลได้แต่มองอึ้ง...

น้ำผึ้งยื่นหน้าไปหาพีศทรรตทำเสียงทะเล้นอย่างเป็นต่อ “ติ๊กต่อกๆๆ เอาไง เลือกเอา ยอมหรือไม่ยอม”

พีศทรรตจ้องน้ำผึ้งที่ทำหน้าไม่แคร์อย่างเจ็บใจ

ooooooo

ตอนที่ 3

เมเปิ้ลเห็นแววตาซุกซนสดใสของกฤษแล้วก็รู้สึกสดชื่นหัวใจจนอดยิ้มไม่ได้แต่ก็ยังวางฟอร์มดุให้บอกมาสิว่าใจสั่งมาว่าอย่างไร

กฤษพูดหน้าซื่อๆว่าคิดเอาเองว่าถ้าอยากทำคะแนนเข้าตาเธอก็ให้มาขับรถไปส่งออฟฟิศเพราะหยาดทิพย์บอกว่าเธอจะไม่มีสติขับรถแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าบอสพยายามโทร.หาเพื่อนัดประชุมแต่เธอไม่รับสายเลยและตอนนี้ไทเกอร์ผู้ช่วยของเธอก็ไปประชุมแทนแล้ว

ผู้ช่วยของเมเปิ้ลคือไทเกอร์นั่นเอง เขาไปรายงาน บอสชายที่กำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งว่าไม่มีใครติดต่อเมเปิ้ลได้เลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย ตนเลยมาแทน แล้วถามว่าเห็นคลิปนั่นหรือยัง หมายใส่ไฟเมเปิ้ลให้สาแก่ใจ

ไทเกอร์รายงานว่าเด็กคนนั้นมาฝึกงานได้ไม่กี่วันไม่รู้ไปแอบกินกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้เม้าท์กันทั้งตึกเลย สงสัยว่าที่ติดต่อไม่ได้เพราะเมื่อคืนดึกและก็หนักไปหน่อย บอสแค่พยักหน้ารับรู้ ไทเกอร์ยิ้มกริ่มที่ได้โอกาสใส่ไฟเมเปิ้ล

เมเปิ้ลฟังกฤษแล้วเปิดมือถือดู ตกใจมากเมื่อเห็นเบอร์บอสโทร.เข้ามาจริงอย่างที่กฤษบอก เธอเร่งกฤษ ให้รีบพาไปเร็วๆ ด่าไทเกอร์ว่า เผลอไม่ได้เลื่อยขาเก้าอี้ตนตลอด

คุณหญิงแสนสุขมองจากข้างบนถามอิ่มว่า เมเปิ้ลไม่เคยพาผู้ชายเข้าบ้าน ถามว่าเคยพามาตอนที่ตนไม่อยู่บ้านไหม อิ่มบอกว่าไม่เคย คุณหญิงมองอย่างกังวลที่เห็นเมเปิ้ลมีผู้ชายมาหาถึงบ้าน

ฝ่ายพีศทรรตตกลงยอมให้น้ำผึ้งควงไปโชว์เพื่อนได้ แต่พรุ่งนี้เธอต้องแถลงข่าวกับสื่อว่า เธอเลิกกับแฟนแล้ว

“ถูกนักข่าวจับได้แหงๆ ว่าเต้าข่าว สร้างกระแส ไม่! ฉันไม่ยอมให้ตัวเองดังเพราะถูกจับได้ว่าสร้างกระแส” โตโต้ติงว่าทำแบบนั้นฆ่าตัวตายชัดๆ เธอจะหาแฟนที่ไหนได้ทันพรุ่งนี้ ไม่มีขายในเซเว่นเสียด้วย

ทันใดนั้น เสียงแผดร้องอย่างเกรี้ยวกราดของญาดาแว่วมาเพราะขัดใจที่ต้องการให้ธัญรดาหยิบของให้ แต่เธอกำลังติดพันคุยโทรศัพท์สั่งงานเลยให้แต้วหยิบให้ พีศทรรตเดินอ้าวมาดู พอญาดาฟ้องเขาไม่อยากทะเลาะกับธัญรดาต่อหน้าลูกจึงบอกให้กลับไปคุยกันที่บ้าน

น้ำผึ้งเห็นถึงความรักความอบอุ่นที่มีให้ลูกของพีศทรรต เธอพึมพำอย่างแสนเสียดายว่า

“ทำไมฉันมองข้ามคุณพีศทรรตไปได้นะโตโต้” โตโต้ขอร้องว่าอย่าเลย เพราะเท่าที่ผ่านมาบอสก็ต้องตาม

ล้างตามเช็ดให้เธอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว “ก็มีแต่ผู้ชายคนนี้ที่ทนฉันได้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก โอ๊ย...ของดีอยู่กับตัว ใกล้เกลือกินด่างจริงๆ ไปโตโต้ ไปตั้งศูนย์เตรียมออกตัวแรง”

น้ำผึ้งหัวเราะอารมณ์ดี โตโต้มองอย่างสยองแทนพีศทรรตแต่ก็รีบตามไป

ส่วนลินี หัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมให้วายุไปเป็นแฟนกำมะลอเด็ดขาด บอกว่าตนยอมเสียหน้ากับเพื่อนดีกว่าเปิดโอกาสให้ผู้ชายอย่างเขาเข้ามาอยู่ในชีวิตมากไปกว่านี้ บอกวายุก่อนผละไปว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก นอกจากในศาล

ต่อมาสิริมาบอกวายุว่าผู้หญิงคนนั้นถอนแจ้งความแล้วอ้างว่าจำคนผิดและกำลังจะออกจากกรุงเทพฯ

“เอาตัวมา!” วายุสั่งเข้ม สิริมาถามว่าคนนี้จริงจังมากหรือ เขาชะงักสั่ง “ช่วยพิมพ์การ์ดแต่งงานให้ผมหน่อย” สิริมาถามว่าของใคร วายุเขียนชื่อลงในกระดาษส่งให้ สิริพรรับไปดูแล้วตกใจ มองหน้าตาค้าง

ooooooo

วันนี้ ขณะน้ำผึ้งออกกำลังอยู่ที่ฟิตเนส จู่ๆ ลินีก็โผล่เข้ามา น้ำผึ้งถามว่าไม่ทำงานหรือ แล้วแฟนล่ะ?

ลินีบอกว่าตนลาพักร้อน ส่วนแฟนทำงาน น้ำผึ้งถามอีกว่าทำที่ไหน ลินีฉุนที่ถูกจับผิด ตัดบทว่าตนต้องการความ สงบขณะออกกำลังกาย

“คนที่เกลียดผู้ชาย โลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยเปิดตัวกับใครอย่างแกแบบนี้ไง จะให้ฉันเชื่อหรือว่าแกมีแฟนจริงๆ”

ลินีสวนไปทันทีว่าอย่าห่วงเรื่องของตนเลย ห่วงตัวเองเถอะ ถ้าหาผู้ชายมาอ้างเป็นแฟนไม่ทัน แล้วใช้ผู้จัดการของตัวเองมันไม่เวิร์กหรอก น้ำผึ้งตอบอย่างมีดีว่า “พรุ่งนี้รู้กัน ใครกันแน่ที่โกหกเรื่องจะลงจากคาน”

เข้ามาท้าทายเย้ยหยันกันแล้วต่างก็สะบัดบ๊อบใส่กันก่อนแยกไปคนละทาง แต่แล้วก็เดินไปเจอเมเปิ้ลกับกฤษเข้าด้วยกันจนได้ กฤษยกมือไหว้ทั้งสอง ลินีประชดเมเปิ้ลทันทีว่า

“มีสัมมาคารวะดีนะ ท่าทางเป็นคนดี มีอนาคต แต่มาเป็นแฟนนังนี่ พี่ว่าซวย!”

“ไปเถอะกฤษ เค้าเบื่อพวกขี้อิจฉากับพวกบ้านแตกขาดความรัก ชิ!” เมเปิ้ลควงกฤษเดินลิ่วไปจนทั้งสองด่าไม่ทัน

แต่ทั้งสองก็แอบไปได้ยินเมเปิ้ลดุกฤษที่คว้ามือเธอที่จะเข้าไปหาบอสในห้องน้ำว่าให้รอข้างนอกดีกว่า เมเปิ้ลชะงักยอมรอ น้ำผึ้งอุทานตาโตว่า “ต๊าย นังเมเปิ้ลแพ้ทางเด็ก”

เมเปิ้ลดึงมือกลับ ตำหนิกฤษว่า “ทีหลังอย่าลืมบ่อยแล้วกัน จำไว้ ไม่ใช่แฟนกันจริงๆ”

น้ำผึ้งกับลินีที่แอบดูแอบฟังอยู่หลังต้นไม้เทียม อุทาน “หา!!!” พลางโผล่ออกจากต้นไม้เทียม เมเปิ้ลเห็นพอดี

“พวกแก...แอบฟังฉันอยู่เหรอ!!”

น้ำผึ้ง ลินีและโตโต้มองหน้ากันอึ้งที่ถูกจับได้คาตา

ooooooo

วายุให้ลูกน้องไปดักอุ้มเด็กสาวที่แจ้งความว่าถูกเขาล่อลวงไปค้าประเวณี ปรากฏว่าเด็กสาวไม่รู้จักเขา วายุหว่านล้อมให้เธอบอกมาว่าใครเป็นคนจ้างเธอใส่ความตน

เด็กสาวไม่กล้า วายุขู่ว่า “ถ้าไม่พูด ผมจะพาคุณไปแถลงข่าวกับผม ผมจะบอกกับสังคมว่า คุณสารภาพกับผมแล้ว ว่าใครคือคนบงการ รับรอง คนที่อยู่ในความมืดคนนั้นมันต้องพลิกแผ่นดินตามล่าคุณ แล้วฆ่าปิดปาก!

“บอกแล้วค่ะ ฉันบอกแล้ว!!” เด็กสาวกลัวลนลาน หลังจากนั้น วายุให้ลูกน้องพาเธอไปส่งให้ถึงที่อย่างปลอดภัย ลูกน้องถามว่า แล้วจะเอาอย่างไรต่อไป
“ฉันไม่ปล่อยให้มันเล่นฉันอยู่ฝ่ายเดียวแน่” วายุคำราม วางแผนย้อนรอยตัวการ

เมเปิ้ลถูกเพื่อนจับได้ว่าขู่กฤษว่าไม่ใช่แฟนกันจริง พูดที่มุมหนึ่งในฟิตเนสให้ได้ยินทั่วกันว่า

“เพราะแม่ของกฤษเป็นคนชอบขู่ ที่กฤษรักฉันเพราะฉันเหมือนแม่เขามาก ฉันก็เลยต้องทำตัวเหมือนแม่เขา คือขู่ ยิ่งขู่มากก็จะยิ่งรักฉันมาก โดยเฉพาะขู่ว่าไม่ใช่แฟนตัวจริง กฤษจะกลัวมาก ใช่ไหมจ๊ะกฤษ” พูดแล้วชวนกฤษออกไป พอกฤษไปไม่ทันใจก็หันมาขู่ “ตามมาสิ เดี๋ยวก็ไม่ให้เป็นแฟนตัวจริงหรอก เร็ว!”

กฤษรีบตามไป เขาหัวเราะขำ ๆ พอเมเปิ้ลถามว่าขำอะไร กฤษตอบกลั้วหัวเราะว่า “รู้ไหมว่าคุณเหมือนแม่ของผมมากจริงๆ” เธอโมโหสั่งให้พอ

เมเปิ้ลเดินมาเจอไทเกอร์ เธอจิกใส่ทันทีว่า “รอให้ฉันตายก่อนเถอะค่อยยึดเก้าอี้ฉัน”

“คงไม่ต้องรอหรอก ผู้หญิงน่ะ พอมีเรื่องผู้ชายคล้ายๆ ว่างานก็จะเสีย ที่เห็นตัวอย่างง่ายๆ ชัดๆ คือ โทร. ตามพี่ไม่ได้ คงพิสูจน์สมมติฐานที่ผมว่าได้เป็นอย่างดี”

พูดแล้วปรายตาไปทางกฤษ “กระดูกเด็กหนุ่มมันคงกรุบๆ ดีนะ อร่อยดีไหม หึๆ”

พูดแล้วไทเกอร์รีบเดินออกไป เมเปิ้ลด่าไม่ทัน ได้แต่จิกตาตามไปอย่างเจ็บใจ

ooooooo

หลังจากไทเกอร์เป่าหูใส่ไฟเมเปิ้ลแล้วคิดว่าบอสจะเชื่อและไม่พอใจเมเปิ้ล บอสเรียกเมเปิ้ลมานั่งคุยโดยมีไทเกอร์ร่วมอยู่ด้วย ส่วนกฤษยืนสำรวมอยู่ห่างๆ เขายกมือไหว้บอสอย่างนอบน้อม

ตอนที่ 4

เมเปิ้ลไม่กล้าพูดเรื่องกฤษฎาให้คุณย่ารู้ แต่แล้วความก็มาแตกเพราะความปากเปราะของจิลลา เมื่อเมเปิ้ลบอกคุณย่าว่าแฟนตนยังไม่เกิด จิลลาทักท้วง ทันทีว่า

“อ้าว...ที่ตัวเองประกาศจะแต่งงานด้วยไง แหม อย่าเขินซิ” เมเปิ้ลพยายามเรียกปรามพี่สาวให้รู้ตัวแต่จิลลายังคุยจ้อว่า “ในคลิปไง คุณย่าได้ดูคลิปหรือยังคะ โอ๊ย! จิลกับเพื่อนดูกันในเครื่อง กรี๊ดกันเครื่องแทบแตก เออ...แล้วตัวเองไม่ได้บอกคุณย่าเหรอเรื่องแฟน แล้วทำไมคุณย่าถึงยังจะหมั้นตัวเองกับพี่ตรัยล่ะ ทำไม?”

“จิล หยุดพูดเดี๋ยวนี้!!” เมเปิ้ลเบรกอย่างสุดทน แต่คุณย่าสั่งจิลลาให้พูดต่อ จิลลารู้ตัวบอกว่าหมดเรื่องพูดแล้ว คุณย่าถามเมเปิ้ลว่าเด็กฝึกงานคนนั้นใช่ไหม พอเมเปิ้ลกลั้นใจพยักหน้าเท่านั้น คุณย่าก็เป็นลมไปเลย

ความโกลาหลเกิดทันที เมเปิ้ลสั่งให้รีบเอารถออกพาคุณย่าไปโรงพยาบาล และเรียกป้าอิ่มให้มาช่วยพยุงคุณย่าไปขึ้นรถ ปากก็พร่ำบอก

“คุณย่าขา...คุณย่า...รอเดี๋ยวนะคะ หนูกำลังจะพาไปโรงพยาบาลค่ะ”

คุณย่าแสนสุข กระปลกกระเปลี้ยอย่างแสนทุกข์ด้วยความผิดหวังในตัวเมเปิ้ล

ooooooo

ลินีถูกสิริมาขังไว้ในห้องทำงานของวายุ เธอพยายามร้องให้คนช่วยเปิดประตูแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน ครั้นจะโทร.บอกแบตก็หมด จะชาร์จก็ลืมเอาเครื่องชาร์จมา

ลินีเดินงุ่นง่านหาทางแก้ปัญหา เห็นโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของวายุก็ดีใจปราดเข้าไป แต่พอยกหูก็จำเบอร์โทร.ใครไม่ได้เลย

 สิริมาทำทีตามวายุไปถามว่าเจอลินีไหม เขาบอกว่าไม่ทัน เธอแนะให้โทร.หา แต่พอวายุเอามือถือจะโทร.เธอก็แกล้งทำเป็นเซหน้ามืดบอกว่าจะอาเจียน ทำให้วายุต้องหันมาสนใจเธอบอกให้กลับบ้านไปก่อนให้ลูกน้องดูแลแทนก็ได้

“ช่วยขับรถให้หน่อยได้ไหม ฉันขับรถไม่ไหว” สิริมาอ้อนหมายให้วายุออกไปจากออฟฟิศจะได้ตัดปัญหาเรื่องลินีถูกขังอยู่ในห้องทำงานของเขา วายุหลงกลประคองเธอไปที่รถ สิริมาแอบยิ้มอย่างสมใจ

เมื่อวายุขับรถไปส่งเธอที่บ้าน เธอชงกาแฟให้ดื่มถามว่าติดต่อลินีได้ไหม เขาบอกว่าไม่ได้ บ่นว่าลินีสัญญาว่าจะรอแล้วทำไมไม่รอ สิริมาได้ทีใส่ไฟว่าจะไปเอาอะไรแน่นอนกับผู้หญิงวัยนี้ ดูเธอมั่นใจและถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่ แล้วถามว่าเพราะอย่างนี้ใช่ไหมเขาถึงชอบเธอ บ่นตัวเองว่า

“ฉันคงโชคร้ายที่เกิดมาเป็นคนซื่อสัตย์กับความ รู้สึกของตัวเองมากเกินไปมันทำให้คุณหมดความสนใจในตัวฉันอย่างรวดเร็ว เร็วจนฉันตั้งตัวไม่ทัน”

วายุบอกว่าเป็นเพราะเราไปกันไม่ได้มากกว่าเพราะเราเหมือนกันเกินไปจนทำให้ความรู้สึกที่มีให้เธอไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความไว้วางใจและเชื่อใจย้ำว่า “คุณคือเพื่อนแท้ของผม”

เมื่อวายุจะกลับ เขาบอกเธอพักผ่อนให้เยอะๆ ถ้ายังไม่หายก็โทร.บอกจะพาไปหาหมอ สิริมารีบกลับเข้า ไปแอบร้องไห้ด้วยความผิดหวังเสียใจ

ooooooo

เวลาเดียวกัน พีศทรรตก็มีปัญหากับคุณหญิงกานดาผู้เป็นแม่ เขาถูกแม่อ้างสิทธิ์ว่า

“แม่มีสิทธิ์ที่จะปกป้องลูกชายของแม่ไม่ให้ตก เป็นเหยื่อของผู้หญิงที่คิดจะใช้เต้าไต่หวังเกาะแก”

“คุณแม่รู้จักน้ำผึ้งดีพอที่จะตัดสินใจว่าเธอเป็นคนแบบนั้นเหรอครับ ผมขอบอกคุณแม่ไว้ตรงนี้เลยแล้วกันว่าผมตัดสินใจแล้วที่จะคบหาดูใจกับน้ำผึ้ง”

คุณหญิงเสียงดังว่าไม่ได้ เขาถามว่าทำไมถึงไม่ได้ คุณหญิงอ้างว่าไม่มีความเหมาะสม

“ผมเคยเชื่อคุณแม่ว่าธัญรดาเหมาะสมที่จะแต่งงาน กัน แต่สุดท้ายมันก็ล่มไม่เป็นท่า ทิ้งความเจ็บปวดให้กับทุกฝ่าย คราวนี้ผมจะไม่เชื่อในความเหมาะสมอีกแล้วแต่ผมจะเชื่อหัวใจของผมเอง”

คุณหญิงกานดาแกล้งจะเป็นลม พีศทรรตพูดอย่างรู้ทันว่า “ผมรู้ว่าช่วงนี้คุณแม่สุขภาพแข็งแรงมากไม่มีอาการหัวใจอ่อนแออย่างที่เคยโกหกผมในวันนั้นเพื่อ บีบให้ผมตอบตกลงแต่งงานกับธัญรดา” คุณนายถามว่า แกรู้? “ผมรู้ทุกอย่างครับแต่ผมก็ปล่อยเลยตามเลยแต่คราวนี้...ขอนะครับเพราะผมจะไม่มีทางยอม” พูดแล้วเดินออกไปเลย

คุณหญิงกานดาไม่เหลืออาการจะเป็นลมเลย แต่มองตามพีศทรรตไปอย่างเจ็บใจ ร้อนใจ เป็นกังวล

ooooooo

พีศทรรตโทร.เล่าให้น้ำผึ้งฟัง เธอถามทึ่งว่ากล้าพูดกับแม่เขาขนาดนั้นเลยหรือ เขาบ่นๆ ว่ารู้สึกบาปยังไงไม่รู้

“ไม่บาปหรอก แค่ไม่ได้บุญเพราะทำให้พระใน บ้านทุกข์ใจ” แล้วให้กำลังใจว่า “คุณทำถูกแล้ว พ่อกับแม่ ให้ชีวิต แต่ชีวิตเป็นของเรา จะดีจะเลวขอให้เราได้เลือกเอง สุดท้ายผลจะเป็นยังไง เราก็จะขอรับผิดชอบเอง แม่น่ะอยู่เฉยๆ เหอะ คอยอยู่เคียงข้าง คอยสนับสนุนและเลียแผลให้ลูกก็พอ” พูดแล้วถาม “ไงคมบาดใจไหม กระทืบไลค์ให้บ้างก็ได้นะจ๊ะ ไม่ว่ากัน”

พีศทรรตติงว่านี่ออกแนวด่าแม่ตนมากกว่า แล้วยุ ให้เธอมาบอกกับแม่ตนด้วยตัวเองตนอยากให้แม่ได้ยิน

“เอาฉันไปขึ้นเขียงให้แม่คุณเชือดรึไง” พีศทรรตถามว่าไม่อยากสู้เพื่อความรักของเราหรือ น้ำผึ้งนิ่งไปเขาถาม “ทำไมเงียบไป ว่าไง”

“เสียใจ ฉันขอสู้ด้วยวิธีอื่น การต่อสู้กันระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้ที่ถูกรังเกียจ ขอให้มันเกิดขึ้นแค่ใน ละครที่ฉันเล่นเถอะ ราตรีสวัสดิ์”

น้ำผึ้งวางสายไปแล้ว พีศทรรตนั่งอึ้งแล้วยิ้มด้วยความรู้สึกดีกับน้ำผึ้งโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ก่อนกลับไป สิริมาให้แม่บ้านล็อกกุญแจห้องทำงานของวายุไว้ สั่ง รปภ.ว่าจากนี้ไปกลางคืนห้ามใครเข้าไปในออฟฟิศนาย เพื่อความปลอดภัย ก่อนออกเวรค่อยไปไขกุญแจออก

ลินีคอยอยู่จนหลับไป ตื่นขึ้นมาลองไปเปิดประตู ปรากฏว่าเปิดได้ เธอรีบออกไปทันทีเธอบังคับถามเบอร์ ของวายุจากยามแล้วใช้โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานเขาโทร. ออกทันที

พอวายุรับสายเธอบอกว่าตนอยู่ในห้องทำงาน เขาตั้งแต่เมื่อคืน เพราะถูกสิริมาล็อกกุญแจขังไว้ ตนทั้งหิวข้าวหิวน้ำ แต่ร้องเรียกไม่มีใครได้ยินเลย วายุตกใจ เธอถามว่าไม่เชื่อใช่ไหม ให้เขารออยู่โรงพยาบาลเดี๋ยวจะแบกสังขารไปให้ดู!

“อะไรของเขา...สิริมาเหรอ??” วายุนึกสงสัยว่าทำไมสิริมาถึงทำแบบนั้น

ลินีไปถึงโรงพยาบาลก็ควานหาเหรียญในกระเป๋า เข้าไปโทร.ในตู้สาธารณะ เจอวายุยืนอยู่ในนั้นแล้วเขา มองเธอตกใจอุทาน “คุณ...โทรมมาก” ลินีกำลังจะวีน ใส่แต่นึกได้ว่ายังไม่ได้แปรงฟัน เลยบอกให้รอก่อนเดี๋ยวมาแล้ววิ่งออกไป ทำให้วายุยิ่งงง ทั้งแปลกใจทั้งขำ ท่าทางของเธอ

ooooooo

เพราะพีศทรรตอยากให้น้ำผึ้งไปคุยกับคุณแม่เขาอย่างที่พูดกับเขา น้ำผึ้งบอกว่าตนจะทำ ตามวิธีของตัวเอง แล้ววันนี้เธอก็แต่งตัวเหมือนพจมาน สว่างวงศ์ ถือกระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมคุณหญิงกานดาแต่เช้า

พีศทรรตตกใจงุนงงกับลุคประหลาดของเธอน้ำผึ้งถามหาคุณแม่เขา คุณหญิงได้ยินถามเสียงเข้มออกมาว่า

“ถามหาฉันทำไม”

น้ำผึ้งก้มไหว้คุณหญิงอย่างชดช้อยสวยงาม เอ่ยอ่อนหวาน “หนูกราบสวัสดีค่ะคุณแม่ขา...” แล้วคลานเข่าเข้าไปมอบกระเช้าของเยี่ยมให้ คุณหญิงพูดห้วนๆว่าวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ

น้ำผึ้งขอให้แตะพอให้รู้ว่ารับแล้วคุณหญิงบอกว่าไม่รับ น้ำผึ้งตื๊อหน้าซื่อตาใสว่า “แต่หนูอยากให้”

น้ำผึ้งพรรณนาถึงความรักของตนกับพีศทรรตและขอความเห็นใจ คุณหญิงทนไม่ได้สั่งพีศทรรตให้เอาน้ำผึ้งออกไปเสียและอย่าให้มาเหยียบบ้านนี้อีก เมื่อน้ำผึ้งทำเฉยคุณหญิงกราดเกรี้ยวว่า

“ยังไม่ไปอีก ได้ ฉันไปเอง แล้วจำไว้เลยนะว่าฉันไม่มีทางยอมรับความสัมพันธ์ของเธอกับตาพีหัวเด็ด ตีนขาดยังไงฉันก็ไม่ยอม” พูดแล้วเดินฟึดฟัดออกไปเลย

น้ำผึ้งคุกเข่าจนเมื่อยเลยลุกขึ้นนั่ง พีศทรรตตำหนิว่าเธอทำเกินไปแล้ว

“คุณขอให้ฉันมาเจรจากับแม่คุณเองนะ แม่คุณเองก็ใช่หยอกซะเมื่อไหร่ อุตส่าห์อ่อนน้อมถ่อมตนแต่จิกด่าไม่ปรานีเลยสักคำ”

“แต่ยังไงคุณก็เป็นเด็ก แม่ผมเป็นผู้ใหญ่ การเอาชนะใจท่านต้องด้วยความดีไม่ใช่ความแรง”

ขณะทั้งสองกำลังตึงเครียดกันนั่นเอง แต้วเข้ามาบอกพีศทรรตว่าน้องญาดาตัวร้อนจี๋เลย ทั้งพีศทรรตและน้ำผึ้งตกใจ รีบพาญาดาไปโรงพยาบาล ระหว่างทางก็ช่วยกันดูแลญาดาจนแต้วพึมพำว่า

“เหมือนพ่อแม่ลูกกันจริงๆ เลยนะเนี่ย”

ooooooo

เช้านี้ กฤษฎาไปถึงออฟฟิศรู้จากหยาดทิพย์ว่าเมเปิ้ลเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน เขาตกใจถามว่าโรงพยาบาลไหน

หยาดทิพย์ปรามอย่าเสียงดังเพราะ บก.ไม่ชอบให้ใครรู้เรื่องส่วนตัวมาก บอกว่าเดี๋ยวบ่าย บก.ก็คงเข้า แต่กฤษก็ยังร้อนใจถามหยาดทิพย์ว่า เมเปิ้ลอยู่โรงพยาบาลไหน โดยไม่รู้ว่าไทเกอร์แอบฟังอยู่ เขายิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

ไทเกอร์ฉวยโอกาสที่เมเปิ้ลไม่อยู่ ถามเจ๊ฟูถึงการดีลงานเรื่องคนที่จะมาขึ้นปกสถานที่ถ่ายปก เจ๊บอกไปตามจริง แต่พอเจ๊ถามว่าถามไปทำไมไทเกอร์ย้อนถามว่า

“ผมเป็นผู้ช่วย บก. จะขอรู้ความคืบหน้าบ้างไม่ได้รึไง ไม่เห็นเหรอว่า บก.ยุ่งมากขนาดไหน ไหนจะเรื่องแฟนเด็ก ไหนจะเรื่องที่บ้าน เรื่องส่วนตัวทั้งนั้น!”

ครู่หนึ่งไทเกอร์เห็นไม่มีใครอยู่ เขาหยิบมือถือขึ้นโทรออก ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง ไทเกอร์รีบพูด...

“กำลังจะจ่ายเงินทำสัญญากันแล้วนะ อย่าช้า แล้วก็...ถ้าอยากเป็นเล่มแรกที่เข้าไปถ่ายที่นั่นก็รีบหาข้อเสนอที่เหนือกว่า เดี๋ยวผมจะส่งเมล์ไปให้ว่าทางนี้ดีลอะไรไว้บ้าง”

ที่แท้ไทเกอร์แอบส่งข้อมูลให้แมกกาซีนคู่แข่ง!

ooooooo

เมเปิ้ลยังเฝ้าคุณย่าอยู่ที่โรงพยาบาล วุฒิถามว่าทำไมคุณแม่ถึงได้เป็นแบบนี้ เมเปิ้ลเล่าให้พ่อฟังแล้วถามว่า

“หนูทำถูกหรือผิดคะคุณพ่อ หนูทำให้คุณย่าป่วย”

“หนูทำถูกแล้วที่เลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวหนู เอง เรื่องทำให้คุณย่าป่วยมันเป็นเรื่องที่หนูไม่ได้ตั้งใจ” เมเปิ้ลบอกว่า คุณย่าไม่ได้คิดอย่างนั้น คุณย่าโกรธตนมาก “ท่านมีประสบการณ์จากตัวพ่อ จากพี่สาวเรา และท่านก็รักหนูมาก หวังไว้มาก อยากให้หนูมีคู่ชีวิตที่ดีที่สุด หนูต้องเข้าใจท่านนะ อย่าโกรธท่าน ให้เวลาท่านหน่อย ถ้าหนูทำให้คุณย่าเห็นว่าการตัดสินใจของหนูดีที่สุดและทำให้หนูมีความสุข ท่านจะใจอ่อนเอง”

เมเปิ้ลไม่แน่ใจในความรักครั้งนี้ วุฒิให้กำลังใจ ว่า “ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หนูอาจเลิกกับแฟนหรืออาจจะแต่งงานกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ” ทำให้เมเปิ้ลสบายใจขึ้นวุฒิแซวลูกสาวว่าคราวนี้มาผิดฟอร์ม เธอถามว่าผิดอย่างไร

“ลูกสาวพ่อคนนี้ ปกติจะมั่นกับทุกอย่างที่ทำ อีกอย่างไม่เคยไม่สวยถ้าออกจากบ้าน แต่นี่...”

 เมเปิ้ลยิ้มเขินๆ บอกว่ารีบไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยแม้แต่ฟันก็ไม่ได้แปรง

กฤษมาถึงพอดี เมเปิ้ลยิ่งรู้สึกอายสภาพตัวเอง วุฒิถามว่าใครหรือเธอบอกว่าแฟนเหลือบเห็นในร้านมีแปรงสีฟันขายเธอขอเงินจากวุฒิเพราะไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์มา รีบไปซื้อแปรงและยาสีฟันเข้าห้องน้ำแปรงฟัน วุฒิจึงชวนกฤษไปกินกาแฟบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย

เมเปิ้ลไปเจอลินีที่เข้ามาแปรงฟันเหมือนกันพอดีเลยพูดกระแนะกระแหนกันตามเคย

เมเปิ้ลแก้หน้าตัวเองว่าพาคุณย่าเข้าโรงพยาบาลเมื่อคืนชุดนี้ชุดเมื่อวาน ลินีบอกว่าตนไม่ได้กลับบ้าน ถูกเมเปิ้ลจิกทันทีว่าพอมีแฟนได้ก็แรดเลยหรือบ้าน ช่องไม่กลับ

เป็นเรื่องทันที! ลินีด่าเมเปิ้ลว่าคิดว่าตัวเองดีอยู่คนเดียวหรือ ด่าว่าเธอใช้เงินซื้อใจเด็ก พอถูกจี้ใจดำ เมเปิ้ลด่าคืนทันที ต่างด่ากันไปมา ไม่สะใจเลยสาดน้ำใส่กัน

น้ำผึ้งเปิดประตูเข้ามาพอดีเลยเจอลูกหลงเข้า เต็มๆเปียกไปกับเขาด้วยแต่เพราะเป็นห่วงญาดาน้ำผึ้งด่าทั้งสองแล้วรอออกไปเอาผ้าบิดน้ำหมาดๆเช็ดตามข้อพับให้ญาดา พีศทรรตถามว่ารู้ได้ยังไงว่าต้องเช็ดตัวแบบนี้ตอนไข้สูงเคยมีลูกหรือ

“บ้า...ก็ในบทที่ฉันเคยเล่นไง เคยต้องปฐม พยาบาลเด็ก ฉันก็จำมาใช้ เห็นไหมชีวิตจริงกับละครมันเอื้อประโยชน์กัน เอามาใช้ได้”

“ถ้าคุณกำลังทำคะแนนเพื่อให้ผมหลงรัก อยากรู้ว่า ในขณะเดียวกันคุณจะรักผมด้วยหรือเปล่า”

“พูดเลย รักไม่รักไม่สำคัญ สำคัญที่คุณเพอร์– เฟกต์ที่จะเป็นสามีฉัน อาจจะมีลูกติด แต่ก็โอเคยอมรับได้ กำขี้ดีกว่ากำตด”

“น้ำผึ้ง! ไม่พูดอะไรเลยจะดีกว่านะ ไดอะล็อกคุณมัน...เฮ้อ...” พีศทรรตถอนใจยาวหมดอารมณ์ที่จะคุยเลย

ooooooo

วุฒิชวนกฤษไปดื่มกาแฟ ถามว่าทำไมเขาถึงชอบผู้หญิงที่แกกว่า กฤษอึกอัก วุฒิตัดบทว่าไม่ต้องตอบหรอก แต่สิ่งที่สำคัญรักลูกสาวตนแน่นะ

“เอ่อ...ครับ...คุณพ่อคุณแม่ไม่คัดค้านใช่ไหมครับ” วุฒิถามว่าจะคัดค้านอะไรล่ะก็รักกันแล้วนี่ กฤษโล่งอกรีบขอบคุณ มารยาทบอกว่าก็เหลือแต่ด่านคุณย่าเท่านั้น ถ้ารักกันจริงก็ฝ่าฟันกันไปให้ได้ กฤษเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง

“แต่ถ้าจับได้ว่ามาหลอกลูกสาวผม โกหกพวกผมเมื่อไหร่...ตาย!”

ความจริงจังของวุฒิและมารยาท ทำเอากฤษสยองแล้วเขาก็สะดุ้งโหยงเมื่อเมเปิ้ลในสภาพเปียกชุ่มเยินไปทั้งตัวมายืนอยู่ข้างหลัง กฤษถึงกับอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา

 “คุณเมเปิ้ล!!!”

ooooooo

วายุเห็นสภาพของลินีแล้วผงะสุดตัวถามขำๆ ว่าไปฟัดกับใครมา พอลินีโกรธ เขาขอโทษบอกว่าไม่ขำแล้ว เธอจึงเล่าว่า

“ฉันถูกขังอยู่ในห้อง โดยที่คุณสิริมาเป็นคนล็อก เธอตั้งใจขังฉันไว้” วายุบอกว่าสิริมาไม่ใช่คนร้ายกาจ อย่างนั้น “ผู้หญิงทุกคนมีความร้ายกาจอยู่ในตัว โดยเฉพาะเวลาที่กำลังจะถูกแย่งของรัก”

มือถือของวายุดังขึ้นวายุรับสายทักเสียงอ่อนโยน “สิริมา... เสร็จแล้วหรือ ได้... ผมจะไปเจอคุณเดี๋ยวนี้” ลินีเลยบอกว่างั้นเราไปถามเธอด้วยกันเลย วายุจูงมือเธอไปทันที

สิริมาตกใจเมื่อเห็นลินีมากับวายุ ลินีถามว่าตกใจหรือที่เห็นตนอยู่ตรงนี้แทนที่จะแห้งตายอยู่ในห้องทำงานของวายุเพราะเธอจงใจล็อกประตูขังตนไว้

น้ำผึ้งกับพีทรรตได้ยินเสียงลินี ด้วยความอยากรู้น้ำผึ้งเลยกระเถิบเข้าไปนั่งใกล้ๆ เงี่ยหูฟังอีกฟากหนึ่งเมเปิ้ลที่ยังไม่ยอมกลับก็เดินมากับกฤษยืนฟังอีกคู่หนึ่ง

วายุถามสิริมาว่าเธอทำจริงหรือ เธอยอมรับ แต่อ้างว่านึกว่ากลับไปแล้ว ลินีโกรธจนปากสั่นด่าลั่น

“โกหก!!”

แม้เมเปิ้ลกับน้ำผึ้งจะไม่กินเส้นกับลินี แต่เมื่อเพื่อนถูกแกล้งก็ไม่พอใจ

ลินีกับสิริมาโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน สิริมาปากแข็งว่าตนไม่ได้ทำ อ้างว่าวายุรู้ดีว่าตนไม่ชอบโกหก วายุก็รับรองว่าสิริมาไม่ใช่คนแบบนั้น  บอกลินีให้ใจเย็นๆ ลินีเย็นไม่ไหวถามสิริมาว่าถ้าเธอไม่ได้ทำแล้วตนจะขังตัวเองไว้เพื่ออะไร!

“เพื่อรอให้วายุไปหา แล้วจะได้...ใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณคิดจะทำอะไร”

“ต่ำ!” น้ำผึ้งกับเมเปิ้ลทนไม่ได้ด่าสิริมาพร้อมกัน

คนเริ่มสนใจมามุงดูมุงฟังกันมากขึ้น พีศทรรตกับกฤษเตือนสติสามสาว ลินีไม่ยอมหยุดเพราะเรื่องยังไม่จบ น้ำผึ้งถามว่าแล้วจะเอายังไง เมเปิ้ลโพล่งไปว่า “ทำอย่างที่พวกเราเคยทำ!” สิ้นเสียงก็ช่วยกันลากสิริมาออกไปเคลียร์กันข้างนอก สามหนุ่มตกใจรีบตามไป วายุถามว่าพวกเธอจะทำอะไรสิริมา

“พวกคุณไม่ต้องห่วงหรอก พวกฉันแค่ต้องการเคลียร์กับคุณคนนี้อย่างปัญญาชน ไม่ต้องกลัวว่าจะทำอะไรรุนแรง” เมเปิ้ลบอก แต่ลินีกลับพูดว่ามันก็ไม่แน่หรอก น้ำผึ้งยืนยันว่าลินีพูดจริง เพราะคราวก่อนเธอก็ต่อยโจ้แฟนเก่าของตนตาแตกมาแล้ว

สิริมาโวยวายว่าตนเสียเวลามากพอแล้ว ลินีบอกว่าจะให้โอกาสเธออีกครั้ง สารภาพความจริงมาเสียดีๆ

“ความจริงคือ ฉันไม่มีทางทำให้วายุเสียใจไม่ว่าเรื่องอะไร และฉันก็ไม่โง่แกล้งคุณด้วยวิธีตื้นๆ อย่างนี้ อย่าสร้างเรื่องให้วายุคิดว่าฉันกำลังจะแย่งวายุจากเธอ ทะเลาะตบตีเพื่อแย่งผู้ชายกันเนี่ยนะ ใครต่ำกันแน่!!”

เจอความกลอกกลิ้งของสิริมาแบบนี้ สามสาวก็อึ้ง สามหนุ่มก็สับสน ลินีพูดจากประสบการณ์ในการทำงานของตนว่าผู้ชายที่ชอบใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงและผู้หญิงที่ใช้ความรุนแรงต่อกันเพราะผู้ชายเป็นต้นเหตุนั้น ทีแรกตนก็ไม่เข้าใจเท่าไร จนเจอกับตัวเองจึงรู้ว่า เป็นการทำเพื่อให้ได้ตัวผู้ชายมาทั้งที่ผู้ชายก็ไม่ได้รักหรือมีเยื่อใยอะไรด้วย พูดแล้วสรุปให้ฟังว่า

“จากความเสียใจ กลายเป็นเจ็บใจและทำใจไม่ได้ถ้าเห็นเขาไปเป็นของคนอื่น อย่างน้อยถ้าเขาไม่รักฉันก็ขอแค่อย่ามีใครให้ฉันต้องเจ็บใจ ฉันพูดถูกไหมคุณสิริมา”

สิริมาถูกแทงใจดำได้แต่อึ้ง ลินียิ้มเยาะเชิดใส่แล้วถอยไป น้ำผึ้งถามว่าแค่นี้หรือ เมเปิ้ลถามว่าแล้วจะจบยังไง?

“ไม่ได้มีบทสรุปให้กับตอนจบทุกเรื่องหรอกนะ เคสนี้ให้ผู้ชมตัดสินเอาเอง” ลินีตอบแล้วเดินไปเลย

วายุละล้าละลัง สิริมาถามว่าเขาเชื่อตนไหม วายุบอกว่าเชื่อ แต่เดี๋ยวจะให้เด็กขับรถมารับเธอเพราะดูท่าทางเธอโอเคแล้ว ตนเป็นห่วงลินีพูดแล้วรีบตามลินีไปเลย น้ำผึ้งกับเมเปิ้ลดีใจจนลืมตัวหันไปแปะมือกันพูดอย่างสะใจพร้อมกันว่า

“มันต้องแบบนี้!!”

แต่พอนึกได้ว่ายังเคืองกันอยู่ ต่างก็สะบัดหน้าใส่กันแล้วแยกไปกันคนละทาง ทิ้งให้สิริมายืนเจ็บใจแทบกระอักเลือดอยู่ตรงนั้นคนเดียว!

ooooooo

กฤษฎาไปส่งเมเปิ้ลที่บ้านอ้างว่าหยาดทิพย์มอบหมายให้ตนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเธอ จึงต้องช่วยทุกอย่างต้องตามประกบประชิด

เมเปิ้ลด่าว่าซื่อบื้อหรือจงใจแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเพราะเขาเป็นแค่แฟนหลอกๆ และตัวเขาเองก็มีแฟนแล้ว ถามว่าทำแบบนี้ทำไม กฤษฎาเตือนเธอว่าอย่าซีเรียสกับชีวิตเกินไป ทำไมต้องขึงขังจริงจังตลอดเวลา เมเปิ้ลดุว่า ชีวิตเป็นเรื่องจริงจังอย่าล้อเล่น

“คุณมองไม่เห็นจริงๆเหรอครับ หรือว่าตั้งใจจะไม่มอง” กฤษถาม เมเปิ้ลย้อนถามว่ามองอะไร “มองผมไง”

“มองเธอ เห็นแต่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยังไม่รู้จักโต และชอบลองของ” พูดแล้วกระทืบเท้ากฤษ เขาถามว่ามากระทืบไลค์ตนทำไม “เท้าฉันไม่เคยไลค์มีแต่รำคาญ! และอย่ามาส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ย ฉันขออยู่บนคานหรูๆ ดีกว่าลงมาเจอผู้ชายเจ้าชู้หลายใจ โดยเฉพาะเด็กเลวอย่างเธอ!” ด่าแล้วเดินหนีไป กฤษอึ้ง มึน ถามตัวเองงงๆว่า

“พลาดตรงไหนเนี่ย??”

ส่วนเมเปิ้ลพออยู่กับตัวเองก็ด่ากฤษว่าชอบทำให้หวั่นไหว เตือนตัวเองว่าจะต้องไม่คิดอะไร ไม่หวั่นไหว ต้องเข้มแข็ง ต้องเกลียดเด็ก ไม่กินเด็ก!!

ooooooo

พีศทรรตอุ้มญาดาเข้ามาในบ้าน น้ำผึ้งเดินตามยิ้มหวานญาติดีด้วยแต่ถูกญาดาแลบลิ้นใส่ เธอเลยแอบด่า “เด็กนรก” ด่าแล้วตกใจเมื่อเห็นแต้วเดินอยู่ข้างหลัง

น้ำผึ้งถามไม่เต็มเสียงว่าเป็นแบบที่ตนว่าไหม แต้วตอบทันทีว่า ว่าค่ะแต่เก็บไว้ในใจไม่กล้าพูดเหมือนเธอ น้ำผึ้งแสดงความเห็นใจว่าแต้วคงเจอสถานการณ์เลวร้ายทุกวันใช่ไหม แต้วตอบเบาๆ ว่า “ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงนะ ต่อไปฉันจะมาช่วยแบ่งเบาภาระการรับมือกับน้องญาดาจากแต้วเอง” แต้วรีบปฏิเสธกลัวมาแย่งงานตน น้ำผึ้งบอกว่า “ไม่ได้มาแย่งงานเธอ แต่มา...”

“แย่งสามีคนอื่น!” เสียงธัญรดาแทรกเข้ามา ทั้งสองสะดุ้งหันมอง เห็นเธอยืนหน้าเครียด ถามเข้ม “ว่ายังไงคะ คุณน้ำผึ้งปินัทธา ยินดีด้วยนะคะ ได้ข่าวว่า เพิ่งจะตกลงคบหาดูใจกับพีศ”

“เมื่อกี๊คุณว่าใครแย่งสามีคนอื่น” น้ำผึ้งตาขวางเสียงเขียว ธัญรดาตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่าว่าเธอนั่นแหละ

แต้วเห็นบรรยากาศกำลังระอุรีบฉากไปรายงานพีศทรรตทันที

พีศทรรตกำลังหว่านล้อมญาดาให้ทานยาที่แต้วเอามาให้ครบจะได้หายเร็วๆ พ่อไปแล้วจะรีบกลับ ญาดาถามถึงคุณแม่ เขาบอกว่า “พ่อโทร.บอกคุณแม่ให้แล้ว เดี๋ยวเขาก็มา ตอนนี้หนูหลับก่อนนะ” ญาดาถามว่าตื่นมาตนจะเจอคุณแม่ใช่ไหม พีศทรรตรับปาก หอมแก้มลูกแผ่วเบาก่อนออกไปเงียบๆ เจอแต้วหน้าตื่นมาบอกว่าน้ำผึ้งกับธัญรดากำลังจะตบกัน เขาเดินอ้าวไปทันที

ออกมาเจอน้ำผึ้งกับธัญรดากำลังโต้เถียงกันเอาเป็นเอาตาย ธัญรดาแฉว่าไม่รู้หรือว่าพีศทรรตมีแฟนอยู่กี่คนตอนนี้ ทีแรกน้ำผึ้งก็ไล่เรียงให้ฟัง พอนึกได้กลัวเสียฟอร์มเลยตัดบทว่าไม่สนใจ เลยถูกธัญรดาด่าว่า เธอคือดาราขาเสียบ

“รดา!! พูดอะไรของคุณ อย่ายุ่งเรื่องของผม” พีศทรรตเสียงดัง

น้ำผึ้งควงแขนพีศทรรตทันที บอกว่าไม่เป็นไรตนรับได้ ตนรู้เห็นเรื่องเด็กในเครือของเขาทุกคน และขอบคุณธัญรดาที่ช่วยเตือนความจำของตน เชิดหน้าพูดอย่างไม่แคร์ว่า

“ไม่ต้องห่วงค่ะ หลังจากการแถลงข่าววันนี้ พีศจะมีฉันคนเดียว เพราะเราสองคนกำลังจะมีปัจจุบันและอนาคตร่วมกัน อดีตเลวๆที่ผ่านพ้นมาขอให้ลืมมัน ใช่ไหมคะพีศ” พีศทรรตอึกอัก เธอย้ำเสียงเขียว

“ใช่-ไหม-คะ-พีศ”

พีศทรรตตอบลนๆว่าใช่ แล้วรีบชวนไปกันเพราะใกล้เวลาแล้ว หันบอกธัญรดาว่า ลูกรอเธออยู่ ขอให้เธออยู่กับลูกจนกว่าตนจะกลับ น้ำผึ้งพูดต่อว่า “และฉันก็จะกลับมาด้วยเพื่อช่วยดูแลว่าที่ลูกสาว ไปค่ะพีศ”

น้ำผึ้งควงพีศทรรตเดินผ่านธัญรดาไปอย่างจงใจเยาะเย้ย ธัญรดามองตามอย่างแค้นใจ เจ็บใจนัก!

เมื่อเข้าไปในห้องญาดา ธัญรดาไม่แม้แต่จะแตะตัวลูก ยืนมองห่างๆ พูดอย่างอาฆาตว่า

“ลูกของฉัน พีศของฉันเป็นของฉัน...ไม่ใช่ของแก...นังน้ำผึ้ง!!” พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์เดินออกจากห้องไปหมายมาดจะใช้ญาดาเป็นตัวกันน้ำผึ้งออกไปจากพีศทรรตให้ได้!

ooooooo

เพราะลินีบ่นหิวมาก วายุจึงพาเธอไปทานอาหารในโรงแรมเดียวกับที่พีศทรรตกับน้ำผึ้งจะแถลงข่าว ปรากฏว่าเธอกินหมดเกลี้ยงทุกอย่างอย่างรวดเร็ว

พอกินอิ่มก็จะกลับ แต่พอวายุบอกว่ามื้อนี้ตนเลี้ยง เธอก็เปลี่ยนใจสั่งของหวานเพิ่มทันที วายุรู้สึกสบายใจมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอ

วายุจะพาเธอไปส่งบ้าน เธอยังไม่กลับเพราะจะรอฟังการแถลงข่าวของน้ำผึ้งกับพีศทรรต เขาพาเธอเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้า พาเธอแวะซื้อชุดที่โชว์บนตัวหุ่น ทำให้เธอดูสดใสอ่อนวัยขึ้น ระหว่างนั้นเอง วายุบอกเธอว่า

“ผมเห็นเขาต้อนรับนักข่าวเข้าห้องแถลงข่าวไปหมดแล้วและกำลังจะปิดประตู” ลินีตื่นเต้นขึ้นมา วายุคว้ามือเธอพาเดินเร็วๆไปยังห้องแถลงข่าว

นาทีนี้ ลินีมองวายุ เริ่มมีความรู้สึกดีๆกับผู้ชายคนนี้ขึ้นในใจ...

ooooooo

เวลาเดียวกัน กฤษรอเมเปิ้ลเพื่อรับเธอไปทำงาน รอจนหลับไปหลายงีบ แต่พอเธอลงมา เขาก็มองอึ้ง เพราะเธอแต่งตัวกระชากวัยทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ดูเด็กไปจนเขามองอึ้ง ทำเอาเมเปิ้ลเขินกับสายตาเขาไปเหมือนกัน

โอกาสนี้ กฤษทบทวนคำขอร้องของเขาต่อเธอเมื่อครั้งที่จะถูกเธอปาของใส่ที่ถูกขัดใจว่าขอเปลี่ยนเป็นปาดอกไม้ใส่ได้ไหม ไม่อย่างนั้นตนจะประกาศให้คนทั้งออฟฟิศรู้ว่าตนกับเธอเป็นแค่แฟนกำมะลอและจะบอกให้คุณย่าจับเธอแต่งงานกับเกย์ไปเลย เจอคำขู่คอขาดบาดตายนี้เข้า เมเปิ้ลก็ยอม

วันนี้เขาขอเพิ่มอีกข้อคือขอให้ยิ้มหวานๆ เมเปิ้ลเลยประชดด้วยการฉีกยิ้มให้

เมื่อไปถึงออฟฟิศ ไทเกอร์เข้ามาทักจ้องหน้าเมเปิ้ลนิ่งจนเธอติงว่ามองเหมือนไม่เคยเห็น ไทเกอร์ทักว่าวันนี้มาแปลก เมเปิ้ลถามว่ายิ้มนำมาก่อนใช่ไหม บอกอย่างภูมิใจว่า “แฟนพี่บอกให้ยิ้มเยอะๆ ยิ้มแล้วพี่สวย” พูดแล้วควงกฤษเดินผ่านไป ไทเกอร์จิกตามองตามพึมพำ “เดี๋ยวก็ยิ้มไม่ออก หึๆ”

บรรดาพนักงานในออฟฟิศต่างพากันงึด ทึ่ง กับการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองของเมเปิ้ล

ooooooo

ที่หน้าห้องแถลงข่าว พีศทรรตถามน้ำผึ้งว่าพร้อมไหม เธอบอกว่าพร้อมแต่มือสั่นจนเขาบอกให้ใจเย็นๆ ย้ำกับเธอว่า

“จำไว้ พูดแค่คำว่าค่ะ ที่เหลือผมจัดการเอง”

ลินีกับวายุเข้ามาในห้อง วายุชี้ให้ดูน้ำผึ้งกับพีศทรรตว่าดูๆ สองคนนั้นรักกันดีน่าจะไปได้สวย ลินีบอกว่าอาจจะเป็นได้ถ้าชีวิตรักมีแค่เขาสองคน วายุถามว่าหมายถึงมือที่สามหรือ?

“และมือที่สี่ ห้า หรืออาจจะหกเจ็ดแปด ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าเส้นทางความรักของน้ำผึ้งไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” วายุถามว่าเธอมาเพราะอยากรู้ความเป็นไปของเพื่อน เธอเป็นห่วงหรือ ลินีตอบทันทีอย่างไม่ต้องคิดว่า “เปล่า...มาสมน้ำหน้า!”
วายุฟังชัดแต่ไม่เชื่อว่าเธอจะหมายความอย่างที่พูดจริงๆ

ที่ประตูทางเข้าห้องแถลงข่าว น้ำผึ้งยังพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นด้วยการทำโยคะท่าสุริยนมัสการ พีศทรรตมองอย่างระอาใจ บอกให้พอได้แล้ว เธอบอกว่ายังไม่พร้อม แต่พอโตโต้วิ่งมาบอกว่าเมอร์ดี้มาอยู่ในห้องแล้วเท่านั้น เธอถามว่ามาทำไม โตโต้บอกว่ามาจับผิดป้า เท่านั้นเอง น้ำผึ้งก็พร้อมขึ้นมาทันที

ที่แท้โตโต้หลอกให้เธอฮึด พอสำเร็จก็หันไปคุยโวกับพีศทรรตว่า

“ได้ผลค่ะบอส ว่าแต่ว่าแน่ใจกันทั้งสองคนนะว่าจะพร้อมเล่นละครหลอกคนทั้งประเทศ”

“ป้ายอม เพื่อเป้าหมายสูงสุด ผัว ๆ ๆ ๆ ๆ”น้ำผึ้ง ของขึ้นเต็มที่ จนโตโต้พึมพำขำๆว่า ชะนีชัดเจน

ooooooo

ปัญหาเกิดกับออฟฟิศของเมเปิ้ลทันที เมื่อเช้านี้เจ๊ฟูได้รับโทรศัพท์จากตมิสาเลขาของพีศทรรต บอกแคนเซิลงานขึ้นปกของน้ำผึ้งกับเมอร์ดี้ที่เคยคุยกันไว้

เจ๊ฟูโวยวายว่าแคนเซิลได้ไง และขอคุยกับเจ้านายของเธอ

ไทเกอร์นั่งฟังอยู่เขายิ้มสะใจ กฤษที่เพิ่งถ่ายเอกสารเสร็จเดินมาเห็นไทเกอร์ยิ้มสะใจก็มองอย่างแปลกใจ สงสัย

เมเปิ้ลสั่งหยาดทิพย์ให้ไปจ่ายมัดจำค่าตัวน้ำผึ้งกับเมอร์ดี้ ก็พอดีเจ๊ฟูหน้าตื่นเข้ามาโดยไม่ได้เคาะประตู ถูกเมเปิ้ลฉีกยิ้มตำหนิว่าไม่เคาะประตูเสียมารยาทเดี๋ยวโดนด่า เจ๊ฟูบอกว่าไม่เคาะแล้วเพราะมีเรื่องด่วนมาก

พอเมเปิ้ลฟังเจ๊ฟูเล่า รอยยิ้มก็หายไปจากหน้า เจ๊ยังเล่าอย่างไม่หายตกใจว่า

“ฟูไม่เข้าใจ ทำไมโลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน รับงานของแมกกาซีนเราก่อนกำลังจะวางเงินบ่ายนี้แล้วแท้ๆ กลับบอกว่าแคนเซิลเพราะคู่แข่งเราจ่ายเงินก่อน”

“ก็เจ๊ดีลวันเซ็นสัญญายังไงให้มันล่าช้าขนาดนี้ล่ะ วงการนี้ใครเร็วใครดีใครได้นะจะบอกให้” ไทเกอร์แทรกขึ้น

กฤษถามว่าคู่แข่งถ่ายปกคอนเซปต์เดียวกับเราเลยหรือ เจ๊บอกว่าไม่รู้ แต่ที่รู้ ใช้ทั้งน้ำผึ้งและเมอร์ดี้เหมือนที่เราคิดทำ เมเปิ้ลถามว่าความลับรั่วไหลไปได้ยังไง เจ๊โบ้ยให้ถามไทเกอร์ดู ไทกอร์ปฏิเสธทันควันว่าตนไม่รู้อะไร เพราะวันๆตนมัวแต่ทำงานของตัวเอง
งานของคนอื่นตนไม่เคยก้าวก่าย

“เจ๊ฟู...บอสของ GT แถลงข่าวอยู่ห้องไหน” เมเปิ้ลพุ่งไปหาเป้าหมายทันที

ooooooo

ขณะพีศทรรตกำลังแถลงข่าวอยู่โดยมีน้ำผึ้งคอยแทรกเป็นระยะว่า “ค่ะ...ค่ะ...” แต่บางครั้งทนไม่ได้เธอก็แย่งตอบ โดยเฉพาะที่นักข่าวถามว่าความรักครั้งนี้จะลงเอยด้วยการแต่งงานหรือไม่ แล้วพีศ-ทรรตอึกอัก

“แน่นอนค่ะ แต่งแน่ค่ะ เพราะตอนนี้บอกเขาไปทุกวันว่าพร้อมมาก ช่วยลากลงจากคานทองที”

คำตอบของน้ำผึ้งเรียกเสียงหัวเราะขำกันไปทั้งห้อง

“เราจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด อนาคตจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับวันนี้ครับ” พีศทรรตแถลงต่อ นักข่าวถามเรื่องที่น้ำผึ้งถูกตัดบทและส่งให้เมอร์ดี้ขึ้นเป็นนางเอกแทนว่าจริงไหมเพราะอะไร พีศทรรตสบตาน้ำผึ้งส่งสัญญาณไม่ให้พูด เมอร์ดี้ฉวยโอกาสเดินไปนั่งประกบพีศทรรต บนเวทีทันที

“คุณจะปล่อยให้เด็กนั่นมาแย่งซีนฉันอีกกี่ครั้งกี่หนกันคุณพิศ!!” น้ำผึ้งเสียงเขียว พีศทรรตรีบขอร้องอย่าเพิ่งของขึ้น ฝ่ายเมอร์ดี้ก็ลอยหน้าลอยตาแถลงว่า

“ในฐานะที่เมอร์ดี้ถูกพาดพิง เลยขออนุญาตร่วมให้ข้อมูลกับพี่ๆสื่อทุกคนค่ะ แต่ต้องให้เกียรติคุณ

พีศทรรตเป็นคนบอกพี่ๆนะคะ เพราะคุณพีศทรรตคือผู้จัดการของเมอร์ดี้ที่เมอร์ดี้ไว้วางใจให้ดูแลชีวิตของเมอร์ดี้ค่ะ”

แต่พอพีศทรรตเริ่มเกริ่นว่า “สำหรับเรื่องนี้ ทางผู้จัดและสถานีเห็นว่า...” น้ำผึ้งก็แทรกขึ้นทันทีว่า

“น้ำผึ้งอารมณ์ร้ายและร้อนเกินไปที่เหวี่ยงใส่นักแสดงรุ่นน้องที่มาสายจนถึงขั้นขอลาออกจากกองถ่าย” น้ำผึ้งโพล่งขึ้นตำหนิตัวเองและถล่มเมอร์ดี้ จนนักข่าวพากันฮือฮา พีศทรรตกับโตโต้สบตากันเหงื่อซึม เมอร์ดี้ตกใจคิดไม่ถึงว่าน้ำผึ้งจะกล้าพูดออกมาอย่างนั้น

นักข่าวได้ทีซักทันทีว่านักแสดงรุ่นน้องที่มาสายคือใคร น้ำผึ้งกำลังจะบอกก็ถูกพีศทรรตตัดบทว่า

“ความจริงก็คือ มีการเข้าใจผิดในการสื่อสารเล็กน้อย ทำให้คิวการถ่ายทำไม่ลงตัว เกรงว่าจะเกิดปัญหาต่อการทำงานของส่วนรวม น้ำผึ้งจึงจำเป็นต้องถอนตัวจากการทำงาน ผมพูดได้เพียงแค่นี้ ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับทางผู้จัดและสถานีครับ ขออนุญาตยุติการแถลงข่าวแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณทุกๆท่านมากครับ”

พีศทรรตปิดการแถลงข่าวทันที แล้วลากทั้งน้ำผึ้งและเมอร์ดี้ออกไป โตโต้รีบตาม นักข่าวกรูกันตามแต่ถูก รปภ.สกัดไว้ เมเปิ้ลที่เข้ามาจะเอาเรื่องพีศทรรตจึงลุกเดินออกไป เจ๊ฟูตามไปติดๆ

ลินีเห็นเมเปิ้ล ถามกฤษที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ว่าเมเปิ้ลมาทำไม

“มีปัญหาเรื่องดีลน้ำผึ้งกับคุณเมอร์ดี้ไปถ่ายปกครับ จู่ๆ ทาง GT ก็แคนเซิลไม่รับงานเรา ทั้งที่ติดต่อไว้แล้ว แต่กลับไปรับงานของแมกกาซีนคู่แข่งเรา คุณเมเปิ้ลมาเคลียร์กับบอสคุณน้ำผึ้ง”

“เละแน่ คุณพีศทรรต” ลินีฟันธงอย่างรู้ฤทธิ์เดชของเมเปิ้ลดี กฤษฟังแล้วรีบลุกตามเมเปิ้ลไป ลินีลุกตามไปอีกคน วายุเรียกไว้ เธอหันบอกเขาว่า “เรื่องชาวบ้านคืองานของฉัน ณ ตอนนี้...จบเปล่า??” พูดแล้วเดินอ้าวออกไปเลย วายุมองตามอย่างรู้สึกเหนื่อยกับความเอาการเอางานกับเรื่องชาวบ้านของเธอมาก

ooooooo

พีศทรรตลากทั้งน้ำผึ้งและเมอร์ดี้ออกไปตำหนิอย่างรุนแรงว่าบอกแล้วทำไมไม่เชื่อกันบ้าง  พูดแทรกกันขึ้นมาจนเสียเรื่องหมด แล้วจะทำมาหากินกันอย่างไรต่อไปในวงการนี้!

เมอร์ดี้กับน้ำผึ้งต่างเสียงอ่อยยอมรับผิด พีศทรรตพูดก่อนเดินผละไปว่า “ถ้าวางแผนเอาไว้แล้วไม่ทำตามแผนแต่ทำตามใจ ทุกอย่างในชีวิตมันก็จะยุ่งเหยิงเละเทะ เชื่อผมเถอะ ผมหวังดีกับคุณทั้งสองคน”

พีศทรรตจะไปหาอะไรดื่มแก้เซ็ง ก็เจอเมเปิ้ลกับเจ๊ฟูออกมาขวาง กฤษกับไทเกอร์ตามมาติดๆ พอโตโต้เห็นเมเปิ้ลเท่านั้นถึงกับขนหัวลุกพึมพำ “งานเข้า!!!”

พีศทรรตหันขวับถามว่ามีเรื่องอะไร โตโต้หน้าเหลือสองนิ้ว ชี้แจงเสียงประหม่า

“คือ...เมื่อเช้าทางเราเพิ่งรับเงินมัดจำและเซ็นสัญญาถ่ายปกป้าน้ำผึ้งกับน้องเมอร์ดี้ให้กับแมกกาซีนอีกฉบับหนึ่งที่ไม่ใช่ ‘IT’S A MUST THAILAND’ น่ะค่ะ”

ทั้งน้ำผึ้งและพีศทรรตตกใจ เมเปิ้ลด่าว่าทำเหมือนโตโต้กับเจ้านายไม่รู้กันอย่างนั้นแหละ น้ำผึ้งโต้แทน

พีศทรรตว่าถ้ารู้แล้วจะตกใจอย่างนี้หรือ

พีศทรรตสั่งโตโต้ให้อธิบายมา! โตโต้บอกว่า “เพราะทางโน้นให้เงินสูงกว่ามาก เวลาทำงานก็น้อยกว่า ทำให้เราสามารถเอาเวลาไปรับงานอย่างอื่นได้อีก แล้วก็...เขาจ่ายเร็วกว่าด้วยค่ะ...หนูก็เลย...”

“ไร้มารยาททางวิชาชีพที่สุด!” เมเปิ้ลด่า

ทั้งพีศทรรตและน้ำผึ้งต่างอึ้ง แม้ลินีจะเห็นใจเพื่อนทั้งสองแต่ไม่อยากยุ่ง จึงปลีกตัวไปเงียบๆ วายุรีบตามไป

ooooooo

วายุตามลินีออกมาถามว่ากลับบ้านได้แล้วหรือ เธอบอกว่ารู้เรื่องแล้วจะอยู่ไปทำไม เขาแกล้งยั่วว่า นึกว่าจะอยู่ช่วยเพื่อนแก้สถานการณ์เพื่อความปรองดองและสมานฉันท์

ลินีปรามว่าไม่ต้องยุ่งเรื่องของตน แล้วคว้าถุงเสื้อผ้าจากมือวายุจะแยกไป เขาจับมือไว้มองเครียด ขึงขังจนลินีตกใจ ที่แท้เขาแค่พูดยั่วว่าอย่าคิดถึงตนจนไม่เป็นอันทำอะไรก็แล้วกัน เธอถลึงตาชักสีหน้าใส่ว่าไม่มีทาง แล้วรีบเดินเลี่ยงไป แต่พอพ้นสายตาวายุ ก็เขินจนเดินขาแทบขวิดมือไม้เกะกะไปหมด รีบเดินงุดๆ ไปกลัวเขาจะจับอาการได้
 
ส่วนที่ร้านอาหารในโรงแรม การเผชิญหน้ากันระหว่างพีศทรรต น้ำผึ้งและโตโต้ฝ่ายหนึ่ง กับเมเปิ้ล กฤษฎา เจ๊ฟูและไทเกอร์อีกฝ่าย บรรยากาศตึงเครียด
 
พีศทรรตยอมรับผิดและขอโทษเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โตโต้เองก็ยอมรับว่าตนคิดสั้นไปหน่อย
 
“ถ้าฉันรู้ก่อน มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอน” น้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ถูกเมเปิ้ลถามเย้ยว่า
 
“แกจะทำอะไรได้น้ำผึ้ง เพราะแกไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจรับงานเองทุกอย่างมีผู้จัดการคอยชี้เป็นชี้ตายให้แก”
 
“ถ้าเป็นคนอื่นฉันไม่คิดมาก ขอแค่ไม่เบี้ยวค่าตัว ฉันจบ ใครจะวัวจะควายฉันไม่แคร์หรอก แต่นี่คนที่เสียหายคือแก ที่เป็น...” น้ำผึ้งชะงัก เมเปิ้ลถามว่าเป็นอะไร น้ำผึ้งเฉไฉไปว่า “เป็นชะนีปากกรรไกร ใครจะอยากไปทำให้แกโกรธ แกได้ตามด่าถึงตัวอย่างที่ทำอยู่นี่ไง”
 
“ฉันเคยเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของบริษัทคุณ แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนทัศนคติต่อคุณใหม่ ความซื่อสัตย์และความไว้เนื้อเชื่อใจมันซื้อได้ด้วยเงินจริงๆ” เมเปิ้ลใส่พีศทรรตรุนแรง
 
“ความจริงผมไม่เคยคิดเห็นแก่เงินแบบนั้น... แล้ว...ผมจะชดใช้ให้คุณได้ยังไง”
 
“มันสายไปแล้ว คุณชดใช้ไม่ไหวหรอก อีกอย่างฉันก็ไม่ยอมให้คุณได้แก้ตัว ฉันจะให้คุณจำมันจนขึ้นใจไปชั่วชีวิตว่าทีหลังอย่ามาไร้มารยาทกับฉัน!”
 
เมื่อเมเปิ้ลกับลูกน้องลุกไปแล้ว พีศทรรตบอกโตโต้ว่าเราคงต้องคุยและทำความเข้าใจหลักการทำงานกันใหม่ โตโต้รับคำจ๋อยๆ

ทั้งพีศทรรตและน้ำผึ้งต่างรู้สึกผิดและเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้ำผึ้งปรารภขณะเดินไปขึ้นรถว่า

“นังเมเปิ้ลมันต้องกัดฉันไม่ปล่อยแน่”

น้ำผึ้งตัดสินใจจะไม่ถ่ายภาพปกให้ใครทั้งนั้น พีศทรรตท้วงติงว่า เขาจ่ายเงินงวดแรกและเซ็นสัญญากันแล้ว เธอบอกว่าเซ็นได้ก็ยกเลิกได้ ส่วนเรื่องจะถูกฟ้องนั้น น้ำผึ้งพูดอย่างไม่แยแสว่า

“ก็ให้มันรู้ไปว่าเขาจะกล้าฟ้อง ถ้าฉันจะเป็นคนแฉเองว่าไอเดียที่จะมีฉันและยัยเมอร์ดี้ถ่ายแบบคู่กันเป็นของนังเมเปิ้ล และเขาก๊อบปี้มา” พีศทรรตติงว่าเมเปิ้ลอาจไปก๊อบปี้ของเขามาก็ได้ “ไม่มีทาง! รู้ไหมฉายามันคืออะไร เมเปิ้ลออริจิ! นางไม่เคยทำอะไรที่ได้ชื่อว่าลอกเลียนแบบใคร”
“คุณทำแบบนี้ทำไม  นอกจากไม่ได้เงินแล้วยังต้องเสียเงินเสียชื่อ”

“แต่ฉันไม่มีวันยอมเสียศักดิ์ศรี! เราสร้างปัญหาให้กับคนคนหนึ่ง แล้วยังจะมีหน้ารับเงินใครได้อีกเหรอ ฉันทำไม่ได้ เมื่อคนหนึ่งเสียก็ต้องไม่มีใครได้ จบ!”

พีศทรรตอึ้ง กลุ้มกับการตัดสินใจของน้ำผึ้ง เขาเครียดจนออกรถไปเลย น้ำผึ้งยืนเหวอที่ถูกทิ้งเอาดื้อๆ

ooooooo

ส่วนเมเปิ้ลกลับไปนั่งเครียดที่ออฟฟิศจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จู่ๆเธอก็ลุกขึ้น ไทเกอร์ถามว่าจะไปไหนหรือ แล้วเรื่องภาพปกตกลงจะเอาอย่างไรเพราะใกล้จะปิดต้นฉบับแล้วเดี๋ยวโปรดักชั่นไม่ทัน

“ฉันเคยทำงานไม่ทันไหม?!” เมเปิ้ลย้อนถามทุกคนส่ายหน้าตาปริบๆ “งั้นก็รอไป” แต่พอหยาดทิพย์ถามอีกคนว่า บก.จะออกข้างนอกหรือ? จะไปไหน? ก็ถูกเหวี่ยงใส่ว่า “เรื่องของฉัน!”

“อย่าลืมงานเย็นนี้นะคะ บก.” หยาดทิพย์ย้ำเตือน

“ฉันไม่ไป ส่งคนอื่นไปแทน แล้วก็ไม่ต้องโทร.หาฉัน ถ้ามีเรื่องอะไรด่วน รอได้ก็รอ แต่ถ้ารอไม่ได้ก็ตายไปซะ!”

ทุกคนอึ้ง ไทเกอร์มองอย่างหมั่นไส้ ในขณะที่กฤษฎามองอย่างเป็นห่วง

ลินีโทร.หาวลัย ฟังเพลงรอสายแสนหวานจนหลุดไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีใครรับ เพราะวลัยกับเป้กำลังป้อนเค้กให้กันอยู่อย่างดื่มด่ำที่ร้านกาแฟในฟิตเนสไม่แยแสกับเสียงเรียกของมือถือ จนเมเปิ้ลเข้ามากระชากทั้งสองจากภวังค์พูดหน้าตึงว่า

“ฉันมาจองตัวคุณเป้เป็น personal trainer ตอนนี้ให้ผัวทำงานก่อนได้ไหม” แล้วถามเป้ว่าพร้อมหรือยัง เป้ปาดเหงื่อบอกว่ารีบไปเลย วลัยมองตามพึมพำว่า มันไปกินหมามาจากไหน ก็พอดีมือถือเธอดังขึ้นอีก พอกดรับสาย เสียงลินีก็แหวมาว่าทำไมไม่รับสาย มัวทำอะไรอยู่!

ด่ากันพอได้ระบายอารมณ์แล้ว ลินีถามว่า...

“เออ...แก...ฉันมีเรื่องจะเม้าท์ ไม่รู้แกรู้เรื่องหรือยัง เค้าเม้าท์กันให้กระฉ่อนในเฟซบุ๊กเลยนะ ไม่รู้ใครเอาไปโพสต์แชร์ต่อๆ กันมา ว่าน้ำผึ้งแคนเซิลงานถ่ายแบบปกของ IT’S A MUST THAILAND ชื่อแมกกาซีนนี่คุ้นๆนะ”

“ก็ของเมเปิ้ลไง”

“เออ...ใช่ๆ อย่างนี้ก็แปลว่า น้ำผึ้งกับเมเปิ้ลก็ต้องมีเคืองกันสิ”

“ปกติมันก็แทบจะฉีกอกเวลาเจอหน้ากันอยู่แล้วนะ นี่มีประเด็นใหม่มาอีกเหรอ ไม่ฆ่ากันตายเลยรึไง มิน่า หน้าเมเปิ้ลมันถึงเป็นตูด” ลินีถามว่าแล้วเธอได้คุยกับน้ำผึ้งบ้างหรือยัง วลัยบอกว่าเดี๋ยวโทร.ไปเลย

พอวางสาย วลัยก็พูดอย่างรู้ทันเพื่อนว่า “ทำมาเป็นชวนเม้าท์ อ้าปากก็เห็นไส้ติ่งแกแล้ว”

ooooooo

ขณะวลัยกำลังกดหาเบอร์น้ำผึ้งอยู่นั่นเอง เจ้าตัวก็เข้ามานั่งข้างๆ วลัยตกใจถามว่ารู้ได้ไงว่าตนกำลังอยากเจอ

“แต่ฉันอยากตาย” น้ำผึ้งฟุบหน้ากับโต๊ะอย่างหมดอาลัย “ฉันกำลังจะหมดตัว ฉันกำลังจะถูกคุณพีศตัดความสัมพันธ์ ฉันกำลังจะไม่มีใครเหลือในชีวิตอีกแล้วนอกจากแก...ไปตายด้วยกันไหม...”

วลัยถามว่าที่คลั่งนี่เพราะแคนเซิลงานของเมเปิ้ลใช่ไหม น้ำผึ้งเงยหน้าถาม “แกรู้เรื่องได้ไง!” พอวลัยบอกว่าลินีเป็นคนโทร.บอก น้ำผึ้งก็ด่าทันทีว่าสาระแนเรื่องของคนอื่น ถามว่าลินีรู้ได้ไง เอาข่าวจากไหน เพราะนี่เป็นเรื่องวงในสุดๆ

“มันรู้ได้ยังไงไม่สำคัญเท่ากับมันเป็นห่วงแกกับเมเปิ้ล มันเลยโทร.หาฉันให้คุยกับพวกแก” วลัยตัดบท

น้ำผึ้งอึ้งไป วลัยถามว่า “จำที่ฉันพูดในวันแต่งงานของฉันได้ไหมว่า จริงๆ แล้วพวกแกคิดถึงกันและเป็นห่วงกัน แต่อีโก้ทำให้พวกแกสร้างกำแพงปิดความรู้สึก ความหวังดีอาจจะไม่ได้มาในรูปแบบของคำพูดสวยหรู แต่อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้แกขัดหูขัดตา”

น้ำผึ้งบอกว่าความหวังดีของลินีไม่มีประโยชน์อะไรเลยตอนนี้ วลัยให้กำลังใจว่า ยังไงน้ำผึ้งก็อุ่นใจได้ว่าตอนเธอตายจะมีลินีนี่แหละไปงานศพเธอ พูดให้หายเครียดแล้ววลัยถามว่า ตกลงเรื่องเป็นยังไงกันแน่?

“มันเป็นความผิดพลาดของผู้จัดการฉัน ที่เห็นเงินก้อนโตสำคัญกว่าข้อตกลงที่คุยกับเมเปิ้ลไว้ก่อนแล้วเป็นมั่นเป็นเหมาะ ไปตกลงรับงานของอีกปกหนึ่งก่อนหน้าที่ทางเมเปิ้ลจะจ่ายเงินและทำสัญญาไม่กี่ชั่วโมง โดยที่ฉันกับคุณพีศไม่รู้เรื่อง ฉันเลยจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามสัญญาด้วยเงินส่วนตัวของฉันเอง วลัย...ไม่รู้กี่ล้าน หมดตัวแน่เลย...”

น้ำผึ้งปล่อยโฮออกมาจนวลัยอึ้ง เครียดไปกับเพื่อนด้วย

วลัยปลอบน้ำผึ้งให้ใจเย็นๆ เรื่องนี้ควรมีทางออก แล้วนึกได้ปรารภว่า มิน่าล่ะ พอเมเปิ้ลมาปุ๊บก็เหวี่ยงเพื่อนปั๊บเลย เพราะเรื่องนี้เอง น้ำผึ้งตกใจถามว่าเมเปิ้ลอยู่ที่นี่หรือ ย้ำกับวลัยว่าอย่าบอกนะว่าตนมา แล้วอย่าบอกเรื่องที่ตนคุยให้ฟังด้วย

“แล้วถ้าฉันบอกล่ะ”

“ขอให้ผัวแกมีกิ๊ก ฉันไปล่ะ” น้ำผึ้งแช่งจุดอ่อนไหวที่สุดของวลัยแล้วกลับไปเลย

แม้วลัยจะกรี๊ดแทบสติแตกในตอนแรกแต่พอคิดแผนแก้เคล็ดออกก็บอกเป้ว่าตนจะบอกเป้แล้วเป้ไปบอกเมเปิ้ลอีกทีแบบนี้คำสาปของน้ำผึ้งก็ไม่เป็นผล เป้เห็นด้วย วลัยบอกให้เขาฟังให้ดีแล้วเอาไปพูดต่อให้เป๊ะ

ooooooo

เป้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาไปหาเมเปิ้ลที่ยังปั่นจักรยานอยู่บอกว่าน้ำผึ้งเพิ่งกลับไป เห็นเมเปิ้ลชะงัก เป้เล่าว่า

“คุณน้ำผึ้งบอกวลัยเรื่องยกเลิกงานถ่ายแบบปกให้กับแมกกาซีนคู่แข่งของคุณแล้ว”

เมเปิ้ลมองหน้าเป้อย่างประหลาดใจ ทำให้เขาใจชื้นเล่าต่อว่า

“อาจจะต้องชดใช้ค่าผิดสัญญาเป็นเงินมากอยู่ น้ำผึ้งบอกว่าไม่อยากทำงานรับเงินทั้งๆที่ทำให้คุณเสียหาย ยอมจ่ายเงินส่วนตัวเพื่อรักษาจุดยืนในการ

ทำงานของตัวเอง นั่นก็คือ จะไม่เหยียบหัวใครเพื่อความสำเร็จเด็ดขาด น้ำผึ้งมีศักดิ์ศรีเมื่อมีคนหนึ่งเสีย ก็จะไม่มีคนอื่นได้เพราะเธอ”

“มันอาจจะแกล้งพูดสร้างภาพผ่านพวกคุณเพื่อให้เข้าหูฉัน”

“น้ำผึ้งเป็นคนงกมากขนาดไหนคุณก็รู้พอๆ กับที่ผมรู้ น้ำผึ้งไม่มีวันหมดตัวให้กับการสร้างภาพ แถมยังเสี่ยงต่อการถูกแมกกาซีนฉบับอื่นแบล็กลิสต์อีก มีแต่เสียกับเสีย เหตุผลเดียวที่คนงกๆอย่างน้ำผึ้งจะทำแบบนี้ได้คือ เพื่อรักษาน้ำใจของเพื่อนต่างหากครับ”

เมเปิ้ลทั้งตกใจ ประหลาดใจ ยังไม่อยากเชื่อว่าน้ำผึ้งจะยอมถึงขนาดนี้เพื่อรักษาน้ำใจตน

ขณะที่ยังไม่เชื่อสนิทใจในสิ่งที่เป้เล่า เมเปิ้ลไปขึ้นรถจะกลับ ก็เจอกฤษฎาพรวดขึ้นมานั่งคู่ เธอกำลังสับสนไล่เขาลงจากรถตนอยากอยู่คนเดียว ถ้าไม่ลงจะไล่ออกจากงาน

กฤษบอกว่าตนไม่อยากให้เธอเครียด เธอมีทีมงานคอยช่วยทำไมไม่ให้พวกเขาช่วยคิด เมเปิ้ลยังยึดมั่นถือดีบอกกฤษไม่ต้องมายุ่ง เด็กอย่างเขาไม่มีทางเข้าใจความซับซ้อนของเรื่อง กฤษเลยพูดเป็นการเป็นงานว่า

“ผมเคยคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นไอดอล และอยากเรียนรู้งานจากคุณ อยากทำงานเก่งเหมือนคุณ คุณคือแรงบันดาลใจของผม แต่พอมาเจอตัวจริงถึงได้รู้ว่า จริงๆแล้วคุณเป็นคนอ่อนแอ ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเองมีแต่ความกลัว”

“ฉันไม่เคยกลัว”

“คุณกลัว! กลัวว่าความคิดของตัวเองจะไม่ดีพอ กลัวคนอื่นจะดีกว่า จึงแสดงออกด้วยการบ้าอำนาจเพราะจะได้เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ IT’S A MUST THAILAND จะไม่มีทางขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งถ้ายังมีหัวหน้าอย่างคุณ!”

เมเปิ้ลของขึ้นสั่งให้หยุดพูดเดี๋ยวนี้ กฤษบอกว่าตนพูดหมดพอดี เธอประกาศไล่เขาออก กฤษตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า “แล้วแต่ศรัทธาครับ” มองเธอด้วยความผิดหวังแล้วถอยออกไป

เมเปิ้ลอึ้ง คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินแง่มุมที่แหลมคมจาก “เด็กบ้า” คนนี้ ต่อมเซลฟ์ถูกกระทบอย่างแรง!

ooooooo

จากการช่วยกันเป็นกาวใจของวลัยกับเป้ ทำให้ทั้งเมเปิ้ล ลินีและน้ำผึ้ง ต่างคิดถึงความสัมพันธ์ในสมัยเรียนในมหาวิทยาลัย

เวลานั้นทั้งสามรักกันมาก มีโต๊ะของกลุ่มที่น้ำผึ้งแกะสลักไว้ว่า “น้ำผึ้ง DRAMA QUEEN” เวลานั้นเธอบอกเพื่อนๆว่าสักวันตนจะไปให้ถึง วงการบันเทิงจะต้องมอบฉายาดราม่าควีนให้ตน ลินีเชื่อว่าเธอทำได้ เมเปิ้ลถามว่า

“แต่สัญญาได้ไหม ถ้าแกเป็นดาราที่ประสบความสำเร็จขนาดนั้นละก็ ช่วยไต่เต้าไปแบบขาวสะอาด ฝ่าฟันด้วยฝีมือ อย่าเหยียบหัวแทงข้างหลังคนอื่น ใช้วิชามารเหมือนที่ฉันเคยดูในละครในหนังได้ไหม”

“ก็จริงนะ ความสำเร็จที่ได้มาแต่ปราศจากความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ มันไม่น่าภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ตาม” ลินีพูดแล้วชมตัวเองว่าคมนะ เมเปิ้ลเสริมสำทับว่า

“ถ้าแกอยากให้เพื่อนภูมิใจว่าแกเป็นของแท้ตัวแม่จริง ถ้าแกไม่อยากเห็นพวกฉันเอาปี๊บคลุมหัวเวลาบอกใครๆว่าเป็นเพื่อนแกละก็...อย่าเลวเด็ดขาด! อันนี้

ไม่คมแต่ฉลาดพูด โอเคไหม”

“สบายใจได้ น้ำผึ้ง ปินัทธา ไม่เคยทำให้เพื่อนผิดหวังจ้ะ”

นั่นเป็นสัญญาใจที่น้ำผึ้งให้กับเพื่อนๆและยึดมั่นตลอดมาและในวันนี้ วันที่ทดสอบสัญญาใจ น้ำผึ้งก็ทำได้อย่างไม่ลังเล จึงเป็นเสมือนจิตวิญญาณที่ทำให้ทุกคนคิดถึงโต๊ะตัวนี้ ต่างมาที่โต๊ะนี้ จึงมาพบกันอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อมาเจอกันต่างก็นั่งเงียบในที่ประจำตำแหน่งของตัวเองในอดีต...มีอักษรที่สลักไว้ยังชัดเจนอยู่บนโต๊ะว่า “น้ำผึ้ง DRAMA QUEEN”

“บางอย่างก็ไม่สามารถลบเลือนไปได้ตามกาลเวลา ต่อให้ผ่านไปกี่สิบปีก็ตาม” ลินีเอ่ยขึ้น

“เหมือนที่แกแกะโต๊ะว่า น้ำผึ้ง DRAMA QUEEN และ...ที่แกเคยให้สัญญากับฉันตอนที่แกเขียนประโยคนี้ในวันนั้น ถึงฉันจะเกลียดแกแต่ฉันแยกแยะได้ว่า ดีชั่วมันคนละอย่าง ขอบใจที่รักษาสัญญา” เมเปิ้ลพูดต่อ

แต่พอพูดถึงปัญหาที่บาดใจจนแตกคอกัน ทั้งสามต่างก็มีทิฐิขึ้นมา ไม่มีใครยอมใครจนโต้เถียงกันอีก

“ยอมรับผิดบ้างสักเรื่องมันจะทำให้แกขาดใจตายหรือไงหา!” ลินีถาม น้ำผึ้งโต้ว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด “ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่จำเป็นต้องมานั่งเสียเวลาแบบนี้อีก”

ลินีลุกเดินออกไปเลย เมเปิ้ลลุกตาม น้ำผึ้งนั่งน้ำตาซึมตะโกนตามหลัง “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันทำดีที่สุดของฉันแล้ว นังบ้า!” แล้วเอาปากกาออกมาขีดฆ่าอักษรที่ตัวเองสลักไว้อย่างเจ็บใจ

นักศึกษารุ่นน้องมาเห็นถามว่าทำอะไรโต๊ะของตน พอเห็นว่าเป็นน้ำผึ้ง ก็อุทานพร้อมกัน

“ดารา!!”

“ถ่ายคลิปเลย ดารามือบอน” นักศึกษาชายบอกแล้วเอามือถือมาถ่ายคลิป น้ำผึ้งจะเหวี่ยงใส่ก็ไม่กล้า รีบลุกเดินหนีไป พวกนักศึกษาพากันมองอย่างไม่พอใจ นักศึกษาหญิงคนหนึ่งบอกเพื่อนที่ถ่ายคลิปไว้ว่า

“โพสต์เลยแก!!”

ทุกคนสุมหัวกันเข้ามาดูการโพสต์คลิปน้ำผึ้งขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์กกันอย่างสะใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิ๊ดสะก๊าดบ้านทุ่ง EP.7 เถ้าแก่เส็ง พยายามเสนอขายเครื่องจักรให้ ณกรกานดา
15 เม.ย. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 02:12 น.