สมาชิก

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

ตอนที่ 13

เมเปิ้ลเขินวิ่งหนีมาไม่ทันไรก็ได้รับไลน์จากกฤษ นัดอีกห้าวินาทีเจอกัน เพื่อนๆทั้งลุ้นทั้งแซว เมเปิ้ลเขินจนเดินขาแทบขวิดกันออกไป

กฤษกำลังเดินมาหาเมเปิ้ลเช่นกัน แต่ถูกวายุโผล่จากไหนไม่รู้มากระชากตัวออกไปอย่างร้อนใจ พอเมเปิ้ลไปถึงภายในห้าวินาที เหลียวมองใจตุ๊มๆต่อมๆ แล้วก็กลายเป็นใจหายเมื่อไม่มีวี่แววของกฤษเลย น้ำผึ้งกับวลัยบอกว่าเธอถูกเด็กหลอกแล้ว แต่เมเปิ้ลก็ยังไม่สิ้นหวัง บอกเพื่อนทั้งสองที่นั่งกินของว่างกันไปโต้เถียงกันไปว่า

“พวกแกทะเลาะกันไปก่อนนะ ขอไปจิกแฟนก่อน” พูดแล้วบอกว่าเขิน ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสใช้คำนี้เมื่ออายุสามสิบห้า แล้วเดินเริงร่าออกไป

แต่แทนที่จะเจอกฤษ กลับเจอน้ำฟ้าใบหน้าซีดเซียว แววตาปวดร้าวบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย พอเดินไปที่ชายทะเล เมเปิ้ลถามว่ามีอะไรจะพูดก็พูดมาเลย

น้ำฟ้าถามว่าเห็นว่าคุยกับกฤษเข้าใจแล้ว? เมเปิ้ลตอบอย่างผ่าเผยว่าเราตกลงจะคบหากันในฐานะแฟน แล้วย้อนถาม

“จะมาแสดงความยินดีหรือ อย่าเลยฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะดีใจกับความสัมพันธ์ของพวกฉัน และฉันก็จะไม่มีทางเชื่อคำพูดของเธอ ถ้าคิดจะมาพูดใส่ร้ายป้ายสี เพื่อทำให้ฉันไขว้เขวหรือเปลี่ยนใจไปจากกฤษ” เมเปิ้ลตีกันทันที

น้ำฟ้าบอกว่าตนไม่ได้มาเพื่อพูดสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ถามว่าจำตอนที่ตนตกน้ำได้ไหม ยอมรับว่านั่นเป็นความตั้งใจทำเพื่อดึงความสนใจจากกฤษ แม้กระทั่งด้วยวิธียอมเสี่ยงตาย เมเปิ้ลด่าว่าเธอมันโรคจิต

“เพราะฉันรักกฤษมากต่างหาก แล้วฉันก็สามารถทำอย่างนั้นได้อีก จะกี่ร้อยกี่พันครั้ง ฉันก็ทำได้” เมเปิ้ลถามว่าคิดว่าชีวิตตัวเองเป็นของเล่นหรือ “เปล่า...ฉันจริงจังกับชีวิตฉันต่างหาก ถ้าฉันต้องเสียกฤษให้คุณฉันยอมตาย”

น้ำฟ้าจ้องหน้าเมเปิ้ลบอกว่า “ไปจากกฤษซะ ไม่อย่างนั้น ฉันจะตายให้ดู ฉันตายได้โดยไม่เสียดายชีวิต เพราะถ้าไม่มีกฤษ ฉันก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไมและฉันจะทำมันจริงๆ หรือคิดจะแลกระหว่างชีวิตฉันกับความรักของเธอ”

น้ำฟ้าจ้องหน้าเมเปิ้ลอย่างน่ากลัว จนเมเปิ้ลผงะ นึกกลัวใจผู้หญิงคนนี้ขึ้นครามครัน

ooooooo

กฤษถูกวายุดึงไปเพื่อขอกุญแจเรือ กฤษเอากุญแจเรือให้แต่ตอนนี้ไม่มีคนขับ วายุบอกว่าตนขับได้กฤษตัดสินใจไปด้วย เพราะลินีเป็นเพื่อนเมเปิ้ลและที่สำคัญตนรู้จักเส้นทางบนเกาะดี มีเบาะแสอะไรจะได้ช่วยได้

วายุตกลงแต่ขออย่าให้ใครรู้อีก เพราะไม่อยากให้เป็นห่วงกัน

“แต่ผมรู้แล้ว” เสียงเป้แทรกเข้ามา “และควรจะมีผมร่วมทางไปด้วย สามคนยังไงก็ดีกว่าสองคน”

วายุตกลงไปกันสามคน แล้วทั้งสามก็พากันวิ่งหายไป

แต่ที่เกาะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เมื่อญาดาหายไปทั้งธัญรดา พีศทรรต และแต้วพากันหาวุ่นไปหมด พีศทรรตสั่งโตโต้ให้ทำงานแทนเพราะตนต้องตามหาญาดา

ส่วนวลัยที่ชีวิตกำลังหวานชื่นเห็นเป้หายไปนานก็เอะอะโวยวายว่าผัวหาย เที่ยวถามใครต่อใครให้วุ่นไปหมด

อึดใจต่อมาโตโต้ก็มาปรึกษาน้ำผึ้งว่าญาดาหายไป ตอนนี้บอสกำลังตามหาแต่สั่งให้พวกเราทำงานกันไปจะทำไงดี

วลัยเสนอทันทีว่าต้องไปตามเด็กก่อน ถูกน้ำผึ้งสวนทันควันว่า

“ไม่! ฉันมาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ได้มาเพื่อยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร จะวัวจะควายฉันไม่สนใจอีกแล้ว” น้ำผึ้งทำเชิดไม่สนใจทั้งที่ใจร้อนรุ่ม

พีศทรรต แต้ว และธัญรดาแยกกันตามหาญาดา แต้วกับพนักงานคนหนึ่งเดินมาหาพีศทรรต เขาถามว่าเป็นไงบ้าง

แต้วบอกว่าถามพนักงานแถวนี้ไม่มีใครเห็นญาดาเลย แล้วร้องไห้โฮ โทษว่า

“เพราะคุณพีศกับคุณรดานั่นแหละ ทะเลาะกันต่อ หน้าน้อง ไม่แคร์ความรู้สึกของน้องเลย เห็นไหมคะ เสียใจจนหายไป ตอนนี้จะแคร์ลูกตัวเองกันได้หรือยัง!” พีศทรรตถามว่าทำไมตนจะไม่แคร์ แต่ธัญรดาด่าแต้วว่าเป็นขี้ข้าอย่ามาตะคอกตน “เป็นขี้ข้าแต่ยังแคร์น้องมากกว่าแม่แท้ๆ พ่อแท้ๆ ของแกเสียอีก หาน้องเจอแล้วบอกเลย แต้วลาออก!”

ธัญรดาไล่ส่งเลย แต่พีศทรรตขอให้ใจเย็นๆ แต้วของขึ้นเถียงฉอดๆอย่างหมดความเกรงใจว่า

“ไม่เย็นค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...เมื่อคืนคุณรดานั่งกรอกหูน้องญาดาอยู่ได้ตั้งค่อนคืนว่าพ่อเลวยังงั้นพ่อเลวยังงี้ แม่ดีๆ เขาไม่ทำกันหรอก ตัวทะเลาะกัน นั่นมันเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่เกี่ยวกับเด็ก แต้วไม่ออกก็ได้”

ธัญรดาถามว่าตกลงจะออกหรือไม่ออก แต้วบอกว่าออกแน่ถ้าต้องไปเลี้ยงน้องที่บ้านธัญรดาตนจะไม่ขอทน แล้วชวนพนักงานไปหาญาดาต่อ พออยู่กันสองคน พีศทรรต บอกธัญรดาว่า

“ถ้าลูกเป็นอะไรไป ผมจะไม่ยกโทษให้คุณเลยจำไว้!”

ooooooo

พิภพพาสิริมาและหญิงสาวอีกกว่า 10 คนมาอยู่ที่โกดังซึ่งอยู่อีกมุมหนึ่งของเกาะตะวัน  สั่งสิริมาให้ติดต่อวายุ เธอบอกว่ามือถือวายุไม่มีสัญญาณ

“อย่าตุกติกนะ โทร.ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะโทร.ติด ฉันจะเชือดมันให้พวกเธอดูเป็นขวัญตาก่อนจะออกเดินทางไกลไปกับพวกนั้น”

ช้างมารายงานว่าลินีมาถึงท่าเรือแล้ว พิภพสั่งเจตต์ให้คุมตัวสิริมาไว้ สั่งมาร์กให้ติดต่อมิสเตอร์เหงียนแจ้งว่าสินค้าเราพร้อมส่งแล้วให้เตรียมโอนเงินได้เลย

พอพิภพออกไป เจตต์เดินมาหาสิริมามองหน้าอย่างรู้กัน เจตต์ถามว่าเธอจะทำร้ายวายุได้จริงๆหรือ สิริมาบอกว่าตนจะไม่ยอมลากวายุเข้ามาเด็ดขาด ย้ำกับเจตต์ว่า

“แกก็เหมือนกัน ทำในสิ่งที่แกต้องทำ จำไว้ว่าที่แกอาสาวายุมางานนี้เพราะอะไร”

“ผมไม่ลืมแน่ว่า น้องสาวผมต้องตายเพราะฝีมือพวกมัน ตำรวจจะต้องจับมันได้พร้อมหลักฐาน มันต้องถูกเช็กบิลอย่างสาสม!”

“ตามติดพวกมันให้ดี หาทางรายงานตำรวจให้ได้ว่ามันจะไปส่งสินค้าที่ไหน” สิริมาย้ำ เจตต์พยักหน้า

ooooooo

ลินีมาถึงท่าเรือก็โทร.ติดต่อกุ๊งกิ๊ง ถูกลูกน้องพิภพจับได้แย่งมือถือโยนลงทะเลแล้วคุมตัวเธอหายไปในป่ารก ทำให้ลินีรู้ตัวว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่ตัวเองคิดไว้แล้ว

กุ๊งกิ๊งตกใจที่สัญญาณมือถือของลินีหายไป ตำรวจบอกว่าพวกมันอาจไหวตัวทันกลัวถูกติดตามเลยกำจัดอุปกรณ์สื่อสารของลินีทำให้กุ๊งกิ๊งเป็นห่วงกลัวลินีจะได้รับอันตราย

ลินีถูกคุมตัวไปหาพิภพ เธอถามว่าทำไมต้องทำกับตนเหมือนไม่ไว้ใจกัน

“ก็เพราะไม่ไว้ใจแล้วน่ะสิครับ!” พิภพตอบอย่างไม่ไว้หน้า ลินีรู้ถึงสัญญาณอันตราย เธอเริ่มมองหาทางหนีทีไล่

ลินีถูกจับไปมัดติดกับสิริมา ลินีเห็นหญิงสาว 10 กว่าคน ในห้องก็ยิ่งโกรธแค้นพิภพ ถูกสิริมาประชดว่าชะตาจะขาดอยู่แล้วยังทำอวดเก่ง ถูกพิภพตวาดให้เงียบ เขาหัวเราะหยันพูดเยาะเย้ยทั้งสองว่า...

“ผู้หญิงเวลาที่เกลียดขี้หน้ากัน พลังมันรุนแรงพอๆกับระเบิดเลยนะว่าไหม ฮ่ะๆๆ” แล้วเดินไปหาลินี “คุณมันรนหาที่เองนะ ลาออกจากงานอยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้แล้ว”

ลินีแค้นใจถุยน้ำลายใส่หน้ามัน ช้างจะเข้าเล่นงานเธอ พิภพยกมือห้ามบอกว่าอย่าทำให้สินค้าบอบช้ำเดี๋ยวราคาตก ลินีจึงรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกส่งไปขายพร้อมกับหญิงสาวเหล่านั้น ด่าว่าไม่นานมันจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำเอาไว้

“มั่นใจขนาดนั้นเชียว... ที่พลาดถูกจับได้แบบนี้ไม่ใช่เพราะความมั่นใจของตัวเองเหรอ”

สิริมาแว้ดให้ลินีหยุดตีฝีปากได้แล้ว พิภพหันมาถามว่าเธอติดต่อวายุได้หรือยัง สิริมาบอกว่ามือถือวายุไม่มีสัญญาณ

“แต่ฉันว่าตอนนี้ ไม่เป็นอย่างนั้นนะ” ว่าแล้วก็กดเข้ามือถือวายุทันที ทั้งลินี สิริมาและเจตต์ต่างมองอึ้ง ลุ้น

ooooooo

วายุ กฤษ และเป้ไปถึงท่าเรือที่ปลอดคน กุ๊งกิ๊งอยู่กับตำรวจนอกเครื่องแบบที่นั่น วายุถามตำรวจว่า 

“สารวัตรบอกผมว่าพวกคุณรออยู่ที่นี่ ได้ข่าวคืบหน้าอะไรบ้างหรือยัง”

“สายของเรารายงานมาแล้วว่า เรือยอชต์ของไอ้เสี่ยพิภพอยู่กลางทะเลใกล้ท่าเรือนี่แหละ ส่วนจุดนัดส่งสินค้ากำลังรอความชัดเจนอยู่” ตำรวจบอก

กุ๊งกิ๊งบอกว่าสิริมาก็อยู่บนเรือด้วย วายุถามว่าสิริมาเกี่ยวอะไรด้วย ไม่ทันมีใครพูดอะไร มือถือของวายุก็ดังขึ้น เขากดดูบอกทุกคน “เบอร์ไอ้พิภพ!!” ตำรวจพยักหน้าให้รับ

พิภพบอกวายุว่า ที่รีสอร์ตมีเรือสปีดโบ๊ตเขาคงจะมาได้สบายๆ ย้ำว่า

“แต่จำไว้นะ ถ้าฉันเห็นหรือได้กลิ่นตำรวจตามแกมาละก็...นังลินีกลายเป็นอาหารมื้อเที่ยงของฉลามแถวนี้แน่”

ooooooo

ที่รีสอร์ต การเตรียมถ่ายปกยังดำเนินต่อไปท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่ดีนัก น้ำผึ้งกับเมอร์ดี้ต่างก็คุมเชิงกัน ค่อนแคะกันตลอดเวลา

ตมิสากับโตโต้ที่ได้รับหน้าที่จากพีศทรรตให้จับตาติดตามความประพฤติของเมอร์ดี้ พอเห็นเมอร์ดี้เข้าห้องน้ำ ตมิสาก็ตามไปดู ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ แต่ครู่เดียว น้ำผึ้งก็ได้รับข้อความจากเมอร์ดี้ว่า

“นังน้ำผึ้งมันมองหนูด้วยสายตาเหยียดหยาม ทุกคนก็ตามจับผิดหนู แต่หนูไม่พลาดให้พวกมันจับผิดได้หรอก ยังไงหนูก็จะหาทางทำให้นังน้ำผึ้งมันอยู่ไม่ได้ มันจะต้องเจ็บเหมือนกับที่มันเคยทำกับหนู รักนะคะคุณแม่ พรุ่งนี้เจอกัน”

น้ำผึ้งอึ้ง งง พอเอาไปให้โตโต้ดู โตโต้ฟันธงว่าเมอร์ดี้ส่งผิดคน เพราะแม่ของเมอร์ดี้ไม่ใช้สมาร์ทโฟนรับส่งได้แค่ sms พูดอย่างสะใจว่า “พลาดอย่างแรง หนูขออนุญาตถ่ายหน้าจอไว้เป็นหลักฐานนะคะ”

“จะทำอะไรก็ทำเถอะ ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งกับมันอีก” น้ำผึ้งพูดอย่างเบื่อหน่าย ตัดหางปล่อยวัด

ระหว่างนั้นเจ๊ฟูถามน้ำผึ้งว่าลูกของพีศทรรตหายไปหรือ น้ำผึ้งตอบอย่างไร้ความรู้สึกว่า

“ใช่ค่ะ แต่เรามีงานต้องทำกันไม่ใช่เหรอคะ ให้เขาตามหากันเองเถอะ แต่งหน้าค่ะ” น้ำผึ้งพยายามสะกดจิตให้ใจเย็นๆ

โตโต้ทนไม่ได้ เมื่อเห็นเมอร์ดี้เดินมาก็ออกไปจ้องหน้าอย่างชิงชัง ตมิสาด่าโตโต้ว่ามาดราม่าอะไรตอนนี้รีบมาดึงโตโต้ออกไป แต่โตโต้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดประชดลอยๆ ว่า

“ต้องตอนนี้เท่านั้น เพราะมันใกล้จะถึงไคลแม็กซ์และพบจุดจบของตัวละครในอีกไม่ช้า...ขอให้โชคดี”

เมอร์ดี้มองตามโตโต้อย่างแปลกใจแล้วเริ่มกังวลถามตัวเองว่า

“มันหมายถึงฉัน...มันจะทำอะไร??!!”

พอตมิสาลากโตโต้ไปแล้ว ได้อ่านข้อความที่โตโต้ถ่ายจากจอมือถือของน้ำผึ้งก็พึมพำสมเพช

“เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ฉันควรจะเช็กชื่อดีๆ ก่อนจะส่งข้อความให้ใครว่าส่งถูกคนแล้วจริงๆ”

“นั่นก็ใช่! และเรื่องนี้ก็สอนให้เรารู้ว่า กรรมทำงานด้วยตัวของมันเอง โดยที่เราไม่ต้องไปเสียเวลา พยายามตามถ่ายคลิปมันเพื่อจับผิด จะได้เอาเวลาไปช่วยตามหาลูกบอสที่หายไป”

“อะไรนะ!!” ตมิสาตกใจ

ooooooo

พิภพสั่งมาร์กให้ไปดูสถานการณ์ข้างนอกให้แน่ใจว่าวายุบุตรมาคนเดียวแน่และให้เจตต์ตามไปช่วยด้วย

เจตต์พยายามหาข้อมูลในการทำงานรวมทั้งสภาพ การณ์ภายใน จนถูกมาร์กสงสัยกระชากคอเสื้อไปเอาเรื่องเจตต์รีบขอโทษบอกว่าตนแค่อยากช่วยเท่านั้น

เมื่อได้ข้อมูล เจตต์เข้าห้องน้ำส่งข้อความให้วายุ พอออกมาถูกมาร์กเร่งให้รีบลงเรือ เจตต์ขอโทษบอกว่าวันนี้ตื่นเต้นเลยเข้าห้องน้ำบ่อย แล้วรีบลงเรือสปีดโบ๊ต มาร์กขับออกไปทันที

วายุกับเพื่อนคุยกับตำรวจที่ท่าเรือ ทราบจากตำรวจว่าจุดนัดพบเพื่อส่งสินค้าอยู่ที่ไหน และตอนนี้ตำรวจกำลังมุ่งหน้าไปแล้ว ส่วนกุ๊งกิ๊งก็จะประสานกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่นี่ให้เตรียมความช่วยเหลือเหยื่อไว้ ถามวายุว่าจะเอายังไงดี

ตำรวจบอกว่ามันจะส่งลินีกับสิริมาไปกับสินค้าด้วย กฤษฎาไม่เชื่อว่ามันจะยอมปล่อยลินีกับสิริมาแลกกับวายุอย่างที่มันบอก

“มันต้องการกำจัดผม” วายุบอก ปัญหาจึงมีว่า เมื่อทะเลเปิดใครไปใครมาก็เห็นกันหมดจะทำอย่างไร แต่ทั้งเป้และกฤษก็ไม่ยอมให้วายุไปคนเดียว

“เราจะวางแผนกันเพื่อช่วยเหลือทุกคนให้กลับมาอย่างปลอดภัย และผมจะไปกับพวกคุณด้วย” สารวัตรบอก

ในที่สุด ทุกคนได้ไปเพื่อช่วยกัน โดยใช้ผ้าใบที่ท้ายเรือคลุมอำพรางตัวเป้กับสารวัตรไว้

“คุณแน่ใจนะว่ากำชับพนักงานรีสอร์ตดีแล้วให้บอกตามที่สั่ง” วายุถามกฤษ

“ไม่ต้องห่วง พนักงานผมไม่เคยขัดคำสั่ง วางใจเถอะ ไม่มีใครสงสัยหรอก” กฤษรับรอง

และความจริงก็เป็นอย่างที่กฤษบอก พนักงานทุกคนที่รีสอร์ตพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป้ตามวายุกับลินีไปดูเขาแข่งว่าวนานาชาติที่หาดป่าตอง แม้วลัยจะไม่เชื่อแต่ก็ไม่มีข้อมูลอื่นที่น่าเชื่อกว่า

น้ำผึ้งทำใจแข็งไม่สนใจเรื่องญาดาหายได้ไม่นาน ในที่สุดก็ทนจิตใต้สำนึกที่รู้ผิดชอบชั่วดีไม่ได้ ขอหยุดการถ่ายทำปกเพื่อไปช่วยตามหาญาดา

เมื่อน้ำผึ้งขอลาเหลือเมอร์ดี้คนเดียวก็ทำอะไรไม่ได้ เมอร์ดี้กรี๊ดอย่างเจ็บใจ ถามว่าตนผิดอะไรถึงต้องโดนแบบนี้

“ผิดที่เอาแต่อารมณ์ไม่ฟังใครไงคะ ถ้าใช้สมองให้มากกว่าปาก ก็จะไม่โดนแบบนี้หรอก คุณน้ำผึ้งไปช่วยตามหาลูกสาวคุณพีศทรรตที่หายตัวไปเมื่อเช้าและเจ๊ก็กำลังจะให้ทีมงานออกไปช่วยด้วยเหมือนกัน โอเคไหม?!”

เมอร์ดี้เจอของจริงก็อึ้ง ตกใจ

“ไม่โอเคก็ต้องโอเค ถ้าอยากถ่ายก็เอากล้องไปถ่ายเอง”

พูดแล้วเจ๊ฟูเดินไปเลย เมอร์ดี้ยืนเหวอ โกรธจนจะกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ออก

ooooooo

วลัยร้องไห้คร่ำครวญที่เป้หายไป กว่าเมเปิ้ลจะทั้งปลอบทั้งดุจนสงบได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ไม่ทันไรก็มีเรื่องให้แทบช็อกอีกเมื่อหยาดทิพย์บอกว่า

“เออีโทร.มาบอกว่าสปอนเซอร์หลักยกเลิก พอรู้ว่าคุณน้ำผึ้งจะขึ้นปกถอนเลยค่ะ”

เมเปิ้ลแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่กลัวรายได้ไม่เข้าเป้าต้องถูกบอสเล่นงานตายแน่ คิดจะไปคุยกับสปอนเซอร์เองก็พอดีเจ๊ฟูวิ่งหัวฟูมาบอกว่า ขอเบรกกองแป๊บเพราะน้ำผึ้งไปช่วยตามหาลูกคุณพีศทรรตที่หายไปแต่เช้ายังหากันไม่เจอเลย

เรื่องราวต่างๆ ถาโถมเข้ามามากมายจนเมเปิ้ลตั้งสติแทบไม่ทัน ถามหาไทเกอร์ หยาดทิพย์บอกว่าเจรจาต่อรองขอทำสกู๊ปเปิดบ้านมรดกโลกอยู่ เมเปิ้ลทึ่งที่ไทเกอร์ทำงานยากนี้ได้สำเร็จ

ระหว่างเดินไปกับวลัย หยาดทิพย์และเจ๊ฟูนั้น เมเปิ้ลก็โทร.สั่งงานไทเกอร์ว่า

“แกกลับกรุงเทพฯไปคุยกับสปอนเซอร์หลักที่เพิ่งถอนไปให้เขาเปลี่ยนใจให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้ลิ้นของแกกี่แฉกๆ ก็ตาม งานนี้จะเป็นตัวชี้วัด ถ้าทำไม่ได้ไม่ใช่แค่ฉันที่อาจถูกบอสไล่ออก พวกแกก็จะซวยกันยกชุด!”

สั่งงานเสร็จทั้งหมดก็ช่วยกันออกตามหาญาดา

ooooooo

ทุกคนตามหาญาดากันจนค่อนวันแล้วยังไม่มีวี่แววเลย ต่างคาดเดากันไปต่างๆนานา

พีศทรรตกับธัญรดาต่างห่วงใยญาดาจนลืมความบาดหมางใจกัน เมื่อเจอกันพีศทรรตถามธัญรดาว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่ายังไม่เจอเลย ถามว่าแจ้งตำรวจเลยดีไหม พีศทรรตให้ตามหากันอีกสักรอบแน่ใจว่าไม่อยู่ในรีสอร์ตแล้วค่อยไปแจ้งความกัน

“ฉันกลัว...” ธัญรดาร้องไห้ออกมา พีศทรรตเข้าไปกอดปลอบอย่างเข้าใจกันว่าใจเย็นๆ ตั้งสติก่อนค่อยๆ คิดว่าลูกอยู่ที่ไหน น้ำผึ้งเดินมาจากอีกมุมหนึ่งเห็นพีศทรรต กอดธัญรดาอยู่ก็ชะงัก ยืนดูเงียบๆ

ธัญรดาขอโทษพีศทรรต ยอมรับว่าตนผิดที่พาลูกมาใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้นเขา พีศทรรตยังกอดเธอไว้นิ่งฟัง

“ฉันมันเลว ฉันขอโทษ ฉันทนไม่ได้ที่เห็นคุณมีความสุข เพราะฉันเจ็บ ฉันก็อยากเห็นคุณเจ็บ ฉันมันเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง จนลืมความรู้สึกของลูก แต้วพูดถูก แม่ดีๆ ที่ไหนกันทำอย่างที่ฉันทำ ฉันไม่สมควรจะเป็นแม่คนเลย”

“ไม่มีใครไม่เคยทำผิดหรอกนะรดา...อย่าโทษตัวเองคนเดียวเลย ผมก็ผิดที่ไม่เคยพูดจาดีๆกับคุณใช้แต่อารมณ์ เราสองคนมีส่วนที่ทำให้ลูกหนีไป” พีศทรรตยอมรับความบกพร่องของตนเช่นกัน ต่างกอดกันด้วยความเสียใจที่ทำให้ลูกหนีหายไป

เมเปิ้ลและวลัยเดินมายืนข้างหลังน้ำผึ้งอย่างเข้าใจความรู้สึกของเพื่อน น้ำผึ้งถามว่า

“แกได้ยินแล้วใช่ไหม เขาสองคน คงจะเข้าใจกันได้แล้วสินะ คนที่มาทีหลังอย่างฉันก็ควรจะถอดใจ และถอยออกมาอย่างจริงจัง” แต่พอฉุกคิดได้ น้ำผึ้งบอกว่า “ไม่สิ...ยังถอยไม่ได้ ฉันต้องช่วยพวกเขาตามหาลูกให้เจอก่อน เป็นสิ่งดีๆเพียงสิ่งเดียวและเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำให้คนที่ฉันรัก”

น้ำผึ้งปาดน้ำตา เดินออกไปทันที เมเปิ้ลกับวลัยมองหน้ากันพูดอะไรไม่ออก ต่างเดินตามน้ำผึ้งไป

ในที่สุด น้ำผึ้งเอาประสบการณ์ของตัวเองในวัยเด็ก สอบถามแต้วถึงอุปนิสัยใจคอของญาดา แต้วนึกได้บอกว่า

“เวลาที่น้องญาดาเสียใจที่เห็นคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันแกชอบไปแอบ”

ฟังแต้วแล้ว น้ำผึ้งคาดว่าที่ที่ญาดาจะเข้าไปแอบได้ภายในห้องก็มีแต่ตู้เสื้อผ้า น้ำผึ้งตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้า ทุกคนตะลึง เมื่อเห็นญาดาซุกตัวอยู่ในนั้น ดวงตายังแดงช้ำ แก้มยังเปื้อนน้ำตา น้ำผึ้งโผเข้าอุ้มญาดาออกมากอดไว้อย่างอบอุ่นแนบแน่น

น้ำผึ้งกอดปลอบถามว่าทำไมลูกถึงมาอยู่ในนั้น ญาดาพูดเสียงแผ่วเบาว่าตนไม่อยากได้ยินคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกัน ไม่อยากให้ใครเห็นตน อยากหายไปจากโลกนี้จะได้ไม่ต้องได้ยินอะไรอีก น้ำผึ้งฟังแล้วสงสารญาดาจนน้ำตาซึม หันไปตำหนิพีศทรรตและธัญรดาที่เป็นต้นเหตุทำให้ญาดาตกอยู่ในภาวะเช่นนี้  จนทั้งสองที่รู้สึกตัวเองผิดอยู่แล้วยิ่งรู้สึกผิด

น้ำผึ้งส่งญาดาให้ธัญรดาแล้วถอยออกมา พีศทรรต รีบเข้าไปกอดลูกไว้อีกคน เมเปิ้ลกับวลัยเข้าใจความรู้สึกของเพื่อน แต่ไม่ทันพูดอะไร น้ำผึ้งก็เอ่ยขึ้นก่อนว่า

“เมเปิ้ล วลัย ไปเถอะ ให้พ่อแม่ลูกเขาได้อยู่พร้อม หน้ากันเสียที” พูดแล้วค่อยๆเดินออกไปน้ำตาเอ่อ

ระหว่างทาง วลัยกับเมเปิ้ลพยายามให้กำลังใจน้ำผึ้ง เธอพูดกับเพื่อนขำๆ ทั้งที่เศร้ามากว่า

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันทำใจมาระดับหนึ่งแล้วว่า วันนี้มันต้องเกิดขึ้น พ่อแม่ลูก ครอบครัวสายสัมพันธ์ตัดขาดกันได้ยาก” น้ำผึ้งเชื่อว่าไม่นานความรักความอบอุ่นในครอบครัวต้องเกิดขึ้นเพราะธัญรดาแสดงความรักความห่วงใยญาดามาก  ซึ่งเป็นสิ่งที่พีศทรรตต้องการมาตลอด มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องหัวใจอะไรๆมันก็ไม่ยากที่จะแก้

น้ำผึ้ง...ปินัทธา ดาราที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเจ้าอารมณ์ แต่จิตใต้สำนึกของเธอ มีคุณธรรมและงดงาม เมื่ออยู่ในภาวะที่ต้องเลือกเช่นนี้ เธอยอมรับความจริงและตัดสินใจเลือกคุณธรรมได้อย่างหน้าชื่นแม้ตัวเองจะอกตรม... เจ็บปวด...

ooooooo

กฤษกับวายุไปถึงท่าเรือหน้าโกดัง ช้างส่องกล้องบอกพิภพว่าวายุไม่ได้มาคนเดียว มีคนขับเรือมาด้วย พิภพบอกว่านั่นคือเจ้าของรีสอร์ตเกาะตะวัน ช้างถามเสี่ยว่ายิงทิ้งเลยดีไหม

“เฮ้ย...เดี๋ยวมันจะรู้ตัว ต้องให้มันอุ่นใจก่อนว่ามีคนขับเรือพาผู้หญิงกลับไม่อย่างนั้นมันอาจจะไม่ยอมขึ้นมาบนเรือ”

พิภพให้ช้างไปพบวายุ ช้างถามวายุว่าเสี่ยให้มาคนเดียวทำไมถึงมาสองคน วายุอ้างว่าตนไม่รู้ทิศทางขืนมาคนเดียวมีหวังหาไม่เจอแน่

“แกไปคนเดียว ส่วนไอ้ตี๋ รออยู่ที่นี่” ช้างสั่ง

วายุถูกช้างกับลูกน้องคุมตัวเข้าไป ส่วนกฤษถูกเอาปืนจี้คุมอยู่ข้างนอก กฤษพยายามสำรวจทางหนีทีไล่ ส่วนสารวัตรกับเป้ที่อยู่ใต้ผ้าใบก็แง้มผ้าใบดูเห็นลูกน้องพิภพมองมาพอดี ทั้งสองหยุดนิ่งกลัวมันเห็นจนแทบกลั้นลมหายใจ

เมื่อวายุพบกับพิภพ เขาทวงสัญญาทันทีว่า เมื่อตนมาแล้วก็ให้ปล่อยลินีกับสิริมาเสีย พิภพหัวเราะเยาะว่าสองคนนี้จะต้องถูกส่งเป็นสินค้าไปพร้อมกับผู้หญิงพวกนั้น ลินีบ่นวายุว่าไปเชื่อมันทำไม สติดีหรือเปล่า

“ผมยอมตาย ถ้าจะทำให้คุณปลอดภัย” วายุตอบหนักแน่น จนทั้งลินีและสิริมาอึ้ง

พิภพหัวเราะเย้ยสิริมาว่าเห็นหรือยังว่าวายุรักลินีแค่ไหน แล้วพูดกับวายุอย่างสะใจว่า สิริมาแอบมาคุยกับตนเพื่อให้ตนทำลายผู้หญิงที่เขารักแลกกับข่าวความเคลื่อนไหวของเขาที่จ้องจะเปิดโปงตน สิริมาถูกแฉเธอขอโทษวายุ พิภพยังเยาะหยันสิริมาว่า เพียงเพื่อผู้ชายคนเดียวก็ทำให้เธอยอมได้ทุกอย่าง “แม้กระทั่ง...ยอมเสียตัวกับฉัน”

ทั้งวายุและลินีตกใจ วายุถามสิริมาว่าทำไมเธอต้องทำถึงขนาดนั้น

ระหว่างนั้น วายุจับตาดูปืนพกที่เอวของพิภพ เมื่อเขาจะเข้าไปตบลินีที่ด่าเขาว่าเป็นเดนนรกไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง วายุจึงพุ่งเข้าไปแย่งปืนจากเอวพิภพ เมื่อแย่งปืนได้เขาสั่งพิภพให้หยุดอย่าเข้ามา ช้างยิงปืนส่งสัญญาณให้กำลังข้างนอกเข้ามาช่วย กำลังตำรวจที่ซุ่มอยู่กรูกันออกมา ยิงต่อสู้กันจนลูกน้องพิภพเหลือเพียงสามคน แต่ในที่สุดก็ถูกสอยร่วงหมด

วายุเดินเข้ามาถามพิภพว่า รู้ไหมว่าหนอนบ่อนไส้ที่เขาพยายามหาตัวนั้นเป็นใคร เมื่อวายุบอกว่าคือเจตต์พี่ชายของเหยื่อที่ถูกพิภพตามฆ่าหลังจากหนีออกมาได้บอกแล้วถามพิภพว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่เป็นน้องสาวเขาหรือคนที่เขารักถูกกระทำอย่างที่เหยื่อของเขาโดน เขาจะรู้สึกอะไรบ้างไหม

“ไม่ว่ะ! เพราะอย่างเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่หรือเจ็บปวดได้ คือ แกชนะฉัน แกได้ แต่ฉันไม่ได้”

ทุกคนอึ้งกับคำตอบจากปากของคนใจสัตว์คนนี้!

ooooooo 

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด