ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไฟหวน

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ไฟหวน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

คุณหญิงมณีเพิ่งให้กำเนิดลูกน้อยได้ไม่นานก็ล่วงรู้ว่านายพลเทพผู้เป็นสามีแอบมีเมียน้อยอยู่แถบชานเมือง ที่สำคัญหล่อนกำลังท้องแก่ใกล้คลอดแล้วด้วย นี่เองทำให้คุณหญิงมณีโกรธมากแต่ไม่กระโตกกระตาก แอบจ้างวานสร้อยสาวใช้คนสนิทไปจัดการให้สิ้นซาก อย่าให้นังอุ่นกับลูกของมันมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

อุ่นอาศัยอยู่กับอิ่มพี่สาว ในคืนนั้นเองขณะอยู่กันตามลำพัง อุ่นเริ่มมีอาการปวดท้องและคลอดก่อนกำหนดด้วยตัวเองที่บ้าน ทารกน้อยออกมามีปานแดงขนาดใหญ่ที่ต้นขาขวาแต่ไม่ร้องสักเอะและตัวซีดจนน่ากลัว อุ่นเกรงว่าลูกสาวจะตายจึงบอกให้พี่สาวอุ้มลูกไปหาหมอเพราะตัวเองเพิ่งคลอดเดินไม่ไหว

อิ่มรีบร้อนอุ้มลูกของน้องสาวออกไปไม่นานสร้อยก็พาคนร้ายเข้ามาวางเพลิงเผาบ้าน ตั้งใจให้อุ่น ตายทั้งกลมคากองไฟ แต่อิ่มยังไปได้ไม่ไกลหันมาเห็นเปลวเพลิงแดงฉานจึงวิ่งย้อนกลับมาดูแล้วพบว่าบ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง และพอเห็นสร้อยยืนบงการอยู่ก็จำได้ว่าเป็นคนของบ้านนายพลเทพ หนำซ้ำสร้อยยังเลือดเย็นใช้มีดแทงอุ่นตายคากองไฟ

อิ่มเห็นภาพนั้นเต็มตา เธอกลัวมากรีบอุ้มหลานสาววิ่งหนีไป แล้วถูกรถยนต์ที่ผกานั่งมากับแขกของหอโคมแดงชนเข้าอย่างจังจนป้าหลานกระเด็นไปคนละทิศ อิ่มหัวแตกเลือดอาบแต่ก็ยังพยายามตะเกียกตะกายไปหาหลานที่ร้องไห้เสียงดังอยู่อีกฟากถนน ผกาลงจากรถมาดูด้วยความตกใจ อิ่มเห็นหน้าผกาชัดเจนก่อนจะหมดสติ จากนั้นผกาก็พาทั้งคู่ไปส่งโรงพยาบาล ฝากฝังหมอให้รักษาโดยเธอขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง เนื่องจากรู้สึกถูกชะตากับเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูคนนี้

ด้านสร้อยกับมือวางเพลิงกลับออกไปโดยเข้าใจว่าอุุ่นตายทั้งกลมเพราะสภาพภายนอกของอุ่นที่สร้อยเห็นท้องยังใหญ่อยู่ประสาคนเพิ่งคลอดลูก เมื่อคุณหญิงมณีได้รับรายงานจากสาวใช้ก็ยิ้มย่องลำพองใจว่าตนหมดเสี้ยนหนามแทงใจเรียบร้อยแล้ว และกำชับสร้อยห้ามพูดเรื่องนี้ให้ใครรู้อย่างเด็ดขาดโดยเฉพาะนายพลเทพ

วันรุ่งขึ้น ผกาแวะมาดูเด็กน้อยที่โรงพยาบาลอีกครั้ง หมอบอกว่าเด็กปลอดภัยไม่เป็นอะไรเลย แต่แม่เด็กยังไม่ได้สติจึงยังไม่ทราบว่าอาการบาดเจ็บที่ศีรษะของเธอจะมีผลอะไรบ้างหรือเปล่า ผกาเข้าใจตามที่หมอพูดว่าอิ่มคือแม่ของเด็กน้อย และขอตัวไปดูอาการ ปรากฏว่าอิ่มลืมตาเห็นผกาก็กรีดร้องอย่างหวาดกลัว ภาพที่อุ่นโดนสร้อยแทงตายติดตาจนเธอสติแตก ลุกพรวดวิ่งหนีพร้อมกับร่ำร้องว่ากลัวแล้ว อย่าฆ่าตนอีกคนเลย!

ผกางุนงงสงสัย มองพยาบาลช่วยกันวิ่งไล่จับอิ่มแต่ก็ไม่มีใครต้านได้ เธอวิ่งหนีออกจากโรงพยาบาลหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หมอสันนิษฐานว่าอาการบาดเจ็บที่ศีรษะคงทำให้คนไข้เกิดอาการสับสน และถ้าเธอไม่กลับมา คงต้องหาคนอุปการะเด็ก ผกาซึ่งถูกชะตากับเด็กน้อยจึงอาสารับมาเลี้ยงดู โดยไม่สนใจคำพูดทักท้วงของบรรดาเพื่อนร่วมอาชีพในหอโคมแดง

“ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงหากิน...แต่การที่ฉันรับเด็กคนนี้มาเลี้ยงให้มีที่อยู่ที่กินมันก็ดีกว่าให้เด็กไปอยู่สถานสงเคราะห์หรือไปเป็นขอทานอยู่ข้างถนนไม่ใช่รึ ส่วนที่ว่าโตขึ้นแล้วเขาจะเป็นอะไร นั่นก็สุดแท้แต่บุญวาสนาที่เขาทำมาในชาติก่อนก็แล้วกัน ฉันจะตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่าบุปผา...ให้เข้ากับชื่อผกาของฉัน ที่แปลว่าดอกไม้เหมือนกัน”

เมื่อผกายืนกรานอย่างนั้น ทุกคนจึงสงบปากสงบคำและเฝ้าดูเด็กหญิงบุปผาเติบโตภายในหอโคมแดงเรื่อยมา...จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป 18 ปี บุปผาเป็นสาวสะพรั่งหน้าตาสวยงามและเจริญรอยตามอาชีพเดียวกับผกาด้วยความเต็มใจ ส่วนผกาได้ผันตัวเองเป็นเจ้าของหอโคมแดงที่มีลูกค้าทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาใช้บริการไม่ขาดสาย

แน่นอนว่าความสดใหม่ของบุปผาทำให้ผู้ชายที่มาใช้บริการต่างหมายปองเธอจนคนอื่นๆตกกระป๋องรายได้หดหาย พากันหมั่นไส้ดาวเด่นดวงใหม่และเกิดระหองระแหงกันอยู่เนืองๆ ส่วนนักเที่ยวก็แย่งบุปผาแทบจะเข่นฆ่ากันตายเป็นรายวัน

วันนี้ก็เช่นกัน กำพลกับศักดิ์ชัยทะเลาะแย่งตัวบุปผาถึงขนาดกำพลชักปืนออกมาจะยิงศักดิ์ชัยทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายมาทีหลัง ผกาเข้าห้ามสองหนุ่มและตัดสินด้วยการให้บุปผาเป็นคนเลือกเองว่าจะขึ้นห้องกับใคร ปรากฏว่ากำพลถูกเลือกเพราะผกาชอบลูกชายนายพลมากกว่าลูกพ่อค้าอย่างศักดิ์ชัย

กำพลติดใจลีลาตื่นเต้นเร่าร้อนของบุปผาที่ไม่เหมือนสาวคนอื่น เธอมักสรรหาวิธีแปลกใหม่มาปรนเปรอเขาอย่างไม่รู้เบื่อ และไม่ว่ากับชายใดที่เธอขึ้นห้องด้วย ทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ายอดเยี่ยมมาก จึงไม่แปลกที่เธอจะมีค่าตัวแพงและถูกชายรุมแย่งอยู่เป็นประจำ

ooooooo

มัทนา...ลูกสาวคนเดียวของคุณหญิงมณีกับนายพลเทพเพิ่งได้เป็นนิสิตใหม่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังพร้อมกับพลอยเพื่อนสนิท ความสวยโดดเด่นของมัทนาเป็นที่ต้องตาตรึงใจนิสิตชายทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน แต่เธอไม่ได้ให้ความสนใจใครเลย นอกจากมุ่งมั่นตั้งใจเรียนเพียงอย่างเดียว

เลิกเรียนเย็นวันนี้ มัทนากับพลอยต่างก็รอรถที่บ้านมารับกลับ ปรากฏว่ารถที่บ้านพลอยมาก่อนซึ่งคนขับไม่ใช่นายด้วงอย่างเคยแต่เป็นชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ พลอยเห็นหน้าเขาชัดถึงกับวิ่งเข้าใส่ด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“พี่เพชร! พี่เพชรกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย”

“เมื่อบ่ายนี้เอง พี่เลยอาสานายด้วงมารับน้องสาวพี่ด้วยตัวเอง อยากเห็นน้องสาวในชุดนิสิตใหม่จะแย่อยู่แล้ว” เพชรมองน้องอย่างเป็นปลื้มแล้วมองเลยไปข้างหลัง เห็นสาวน้อยอีกคนยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม ชายหนุ่มประทับใจดวงตาคู่นั้นทันที

“พี่เพชรจำยายมัทไม่ได้หรือคะ มัทนา เทพบริบาล ลูกสาวท่านนายพลเทพกับคุณหญิงมณีไงคะ” พลอยแนะนำเพื่อนรักอย่างภูมิใจ เพชรชะงักเล็กน้อยก่อนพูดโพล่งตรงไปตรงมา

“มัทนา...ยายมัทที่ชอบร้องไห้ขี้มูกโป่งน่ะเหรอ”

“เดี๋ยวนี้ยายมัทไม่ร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วค่ะ แต่กลายเป็นสาวสวย หนุ่มๆตามจีบกันเกรียว”

“พลอย...” มัทนาเอ็ดเพื่อนเบาๆ

“ก็มันเรื่องจริงนี่ เออ...แล้วนี่เธอจำพี่เพชรได้รึเปล่า พี่เพชรไปเรียนทหารที่อังกฤษเสียหลายปี ไปตอนที่เรายังเด็กๆกันอยู่เลยน่ะ”

“ก็คลับคล้ายคลับคลาอยู่”

“ดีละ ถ้าเช่นนั้นพี่กลับมาอยู่บ้านคราวนี้คงได้ไปมาหาสู่กันเหมือนเคย”

เพชรมองมัทนาตาไม่กะพริบ พลอยกระแอมเตือนก็ไม่ได้ยิน มัทนาเขินเสมองหารถที่บ้าน พอนายสินมาจอดเทียบก็รีบบอกลาสองพี่น้องแล้วขึ้นรถทันที เพชรเหลียวมองตามไม่เลิก พลอยเลยกระเซ้าพี่ชายว่าหลงเสน่ห์ยายขี้มูกโป่งเสียแล้วหรือ

“เมื่อครู่น้องบอกว่า...น้องมัทมีหนุ่มๆตามจีบกันเกรียว แล้วน้องมัทเธอตกลงปลงใจกับใครรึยังล่ะ”

“ยังหรอกค่ะ บางทีเนื้อคู่ของยายมัทอาจจะเป็นพี่เพชรก็ได้นะ”

“ขอให้มันจริงเถอะ”

“น้องก็อยากได้ยายมัทเป็นพี่สะใภ้เหมือนกันค่ะ ยายมัทน่ะรูปก็สวย รวยทรัพย์ ชาติตระกูลก็ดี การศึกษาก็ดี พี่เพชรจะหาผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้วค่ะ”

เพชรยิ้มพราย จับจ้องมองตามรถมัทนาไปด้วยแววตาเป็นประกายเคลิ้มฝัน แต่ดูเหมือนมัทนาไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักนิด เธอสนใจแต่ว่าทำไมวันนี้นายสินมาช้านัก ซึ่งนายสินบอกว่าคุณหญิงให้ตนเอารถไปซื้อต้นไม้ดอกไม้มาตกแต่งบ้าน มัทนาเลยเดาทันทีว่าเร็วๆนี้คงจะมีแขกมาบ้านอีก

เมื่อรถผ่านตลาด มัทนาให้นายสินแวะก่อนเธอจะซื้อผลไม้ฝากแม่ แต่ลงเดินไม่ทันถึงร้านก็เกิดเรื่องระทึกใจขึ้น หญิงสาวเจอชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ด้วยความสงสารจึงอาสาพาเขาไปหาหมอโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนร้ายที่ตำรวจกำลังตามจับ กระทั่งตำรวจวิ่งกรูมาแล้วคนร้ายยิงสกัดพร้อมกันนั้นก็จับเธอเป็นตัวประกัน นายสินจอดรถเสร็จเดินมาเห็นคุณหนูของตนตกอยู่ในอันตรายก็จะเข้าไปช่วย แต่คนร้ายยิงสวนจนเขาโดดหลบแทบไม่ทัน

มัทนาถูกจับเป็นตัวประกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่ตำรวจจะสยบคนร้ายลงไปนอนหายใจรวยรินอยู่กับพื้น แทนที่มัทนาจะวิ่งหนี เธอกลับเข้าช่วยเหลือจะพาเขาไปหาหมอทั้งที่ตำรวจบอกว่านายคนนี้เพิ่งปล้นชาวบ้านมาเมื่อคืน

“อย่าลำบากเลยครับคุณหนู ให้เป็นธุระของตำรวจดีกว่า”

“ถึงเขาจะเป็นคนร้าย แต่เขาก็เป็นคนคนหนึ่งเหมือนกันนะนายสิน ชีวิตของเขาก็มีค่าไม่ต่างอะไรไปจากเรา”

ไอศูรย์เดินมาได้ยินคำพูดของเธอพอดี รู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก เดินตรงเข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นหมอขอดูอาการคนเจ็บ มัทนาไม่รู้จักเขามาก่อนแต่ก็ขอบคุณและรู้สึกประทับใจเขาเช่นกัน

คนร้ายถูกส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลโดยหมอไอศูรย์ มัทนาขอบคุณเขาอีกครั้งที่ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยไม่เกี่ยงงอนว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย

“ผมเป็นหมอ ผมเลือกที่จะช่วยชีวิตคนโดยไม่เลือกว่าเขาเป็นใคร”

“คุณทำให้ฉันคิดถึงคำว่าเมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก”

“แต่คุณทำให้ผมคิดถึงคำว่า...งามนอก งามใน”

“คุณชมฉันเกินไปแล้วค่ะ”

“ผมไม่ได้ชม ผมพูดอย่างที่ผมคิด”

หนุ่มสาวสบตากันด้วยความรู้สึกดีๆ นายสินเห็นว่าค่ำแล้วเข้ามาแทรกชวนมัทนากลับ เกรงท่านนายพลกับคุณหญิงจะเป็นห่วง มัทนาจึงลาคุณหมอ และไม่ลืมบอกชื่อแซ่ของกันและกัน

กลับถึงบ้าน มัทนากำชับนายสินไม่ให้บอกใครเรื่องวันนี้ แต่ทำมาทำไปตัวเองถูกคุณหญิงมณีซักเพราะเห็นคราบเลือดที่เสื้อเลยต้องพูดความจริง คุณหญิงกับนายพลตกใจมากแต่พอรู้ว่าลูกสาวไม่ได้รับบาดเจ็บ ใดๆก็โล่งใจ แล้วให้ลูกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แม่มีเรื่อง จะคุยด้วย

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน ที่หอโคมแดงเกิดเรื่องระหอง ระแหงระหว่างโสเภณีรุ่นพี่กับรุ่นน้อง มุกอิจฉาบุปผาที่มีแขกแย่งตัวไม่เว้นวัน พอสองสาวเปิดศึกแขวะกันไปด่ากันมาแล้วผกาเข้าห้าม มุกก็หาว่าผกาเข้าข้างบุปผาเพราะเห็นว่ากำลังเป็นตัวเรียกแขก ทั้งที่ตนทำงานรับใช้ที่นี่มาตั้งนานแต่ไม่เคยเห็นความดี

“ก็เพราะเห็นน่ะสิ แม่จึงยังเลี้ยงหล่อนไว้จนทุกวันนี้ไง”

“แม่เห็นนังบุปผามันสาว มันสวย มันสดกว่าฉัน แม่ก็ยกย่องเชิดชูมัน แต่คอยดูเถอะ คนอย่างมันไม่มีวันเห็นใครดีไปกว่าตัวมันเองหรอก”

มุกทิ้งคำพูดชวนคิดแล้วเดินสะบัดหนี บุปผาเห็นผกานิ่งเงียบไปก็รีบเข้ามาพะเน้าพะนอเอาใจ

“แม่อย่าไปฟังพี่มุกนะ ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงขายตัวแต่ฉันก็ไม่ใช่คนอกตัญญู ฉันมีวันนี้ได้ก็เพราะแม่ เพราะฉะนั้นถ้าวันไหนฉันเกิดได้ดิบได้ดีขึ้นมา ฉันจะไม่มีวันทิ้งแม่ ไม่เชื่อแม่คอยดู”

บุปผาเริ่มต้นตอบแทนบุญคุณผกาด้วยการมอบ น้ำหอมราคาแพงที่แขกประเคนมาให้จำนวนมาก โดยแบ่งบางส่วนให้เดือนกับสิรี แต่ไม่ยอมให้มุกกับพิกุลที่อยู่คนละฝ่าย มุกเจ็บใจและหมั่นไส้แอบไปบ้วนน้ำลายลงในถ้วยแกงของบุปผา แต่กลายเป็นว่าพิกุลมากินแทนเพราะความตะกละ...

ทางด้านหมอไอศูรย์ กลับถึงบ้านทราบจากคุณ หญิงแจ่มจันทร์มารดาว่ามีแขกมารอพบ และแขกคนนั้นก็ทำให้หมอหนุ่มประหลาดใจระคนตื่นเต้น

“เพชร! กลับเมืองไทยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย”

“ผมเพิ่งกลับมาถึงเมื่อกลางวันนี้เองครับพี่ต้น แล้วไปไหว้ผู้ใหญ่มาทั่วเมืองก่อนจะไปรับยายพลอยกลับจากมหาวิทยาลัย แล้วก็มาแวะมาบอกข่าวว่าผมกลับมาแล้วที่นี่เป็นที่สุดท้ายครับ”

ไอศูรย์มองพลอยในชุดนิสิตที่ยืนอยู่ข้างเพชร สาวน้อยสบตาเพื่อนพี่ชายด้วยใจเต้นตึ๊กตั๊กหลงรักเขาแต่แรกเห็น ยิ่งได้ยินเขาชื่นชมว่าเก่งมากที่เข้าอักษรศาสตร์จุฬาได้ เธอยิ้มแก้มแทบปริและแอบมองเขาบ่อยครั้งขณะสนทนากับเพชร

ทางด้านมัทนา...หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอเข้าไปหามารดาในห้องนอนเพราะก่อนหน้านี้ท่านบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย คุณหญิงมณีลูบศีรษะลูกสาวอย่างรักใคร่พลางเกริ่นถึงความห่วงใยที่ลูกเติบใหญ่จนเข้ามหาวิทยาลัยได้เห็นโลกกว้างและเรียนรู้ชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วหนทางที่จะก้าวเดินไปข้างหน้านั้นย่อมมีทั้งสุขและทุกข์

ท่านนายพลอยู่ในห้องด้วย ชำเลืองมองอย่างนึกรู้ว่าคุณหญิงจะโยงเข้าเรื่องอะไร เขารู้สึกหนักใจไม่น้อย ไม่อยากเห็นลูกสาวถูกคลุมถุงชน แต่คงขัดเจตนารมณ์ภรรยาไม่ได้...ในที่สุดคุณหญิงก็เข้าประเด็นว่าอยากมั่นใจว่าคนที่จะอยู่เคียงข้างลูกในวันที่พ่อกับแม่ไม่อยู่ในโลกนี้แล้วเขาต้องเป็นคนดีจริงๆ

“แม่อยากให้หนูหมั้นกับลูกชายของเพื่อนแม่ แม่ให้คนไปสืบประวัติมาหมดแล้ว เขาเป็นคนดี ชาติตระกูลดี เรียนจบจากเมืองนอก และไม่มีเบื้องหลังในชีวิตอะไรให้น่ากังวล แม่คิดว่าเขาเหมาะสมกับลูกสาวคนเดียวของแม่มาก...หนูไม่ได้รักกับใครที่ไหนอยู่ใช่ไหมลูก”

มัทนาคิดค้านอยู่ในใจไม่อยากหมั้นกับใครตอนนี้ แต่เพราะความหัวอ่อนไม่เคยขัดใจแม่เลยสักครั้งทำให้สาวน้อยตอบเสียงแผ่วเมื่อถูกท่านถามย้ำว่าเธอไม่ได้รักชอบอยู่กับใครใช่ไหม

“ไม่มีค่ะคุณแม่”

“งั้นก็ดีแล้ว อาทิตย์นี้แม่จะได้นัดเพื่อนแม่ให้พาลูกชายมาเที่ยวที่บ้านเรา หนูจะได้ทำความรู้จักกับพี่เขาไว้”

“ค่ะคุณแม่” มัทนารับคำอย่างง่ายดาย แต่พอออกจากห้องมาก็หน้าเศร้าอยากจะร้องไห้ นึกถึงหมอไอศูรย์ผู้ชายที่รู้สึกประทับใจแต่แรกเห็น....

ขณะเดียวกันในห้อง นายพลเทพล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยสีหน้าหนักใจ เหลือบมองคุณหญิงมณีที่เพิ่ง กราบพระเสร็จอย่างเกรงใจก่อนจะถาม

“คุณหญิงคิดดีแล้วหรือ ผมเกรงว่ามันจะเป็นการบังคับฝืนใจลูก...ถ้าลูกไม่ชอบ”

“ดิฉันเชื่อว่า...ดิฉันคิดไม่ผิดหรอกค่ะ แล้วคนเป็นแม่ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกกันทั้งนั้น โดยเฉพาะลูกคนเดียวอย่างยายมัท”

นายพลเทพลอบถอนใจและไม่พูดอะไรอีก คุณหญิงมณีพลิกตัวนอนหันหลังให้สามีคล้ายจะหลับ แต่จริงๆ แล้วยังลืมตาอยู่ คิดถึงอดีตที่ทำให้ตนเองเข้าใจว่าลูกของนายพลเทพมีมัทนาเพียงคนเดียวเมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนที่คุณหญิงมณีตั้งท้อง...

ชไม เพื่อนของคุณหญิงซึ่งมีความสามารถเรื่องดูดวงได้ทำนายว่าลูกในท้องเป็นผู้หญิง และคุณหญิงจะมีลูกได้แค่คนเดียวเท่านั้น แต่คุณหญิงไม่เชื่อคิดว่าเป็นเพียงคำพูดไร้สาระ เพราะเธอกับสามีอายุยังไม่มากและสุขภาพแข็งแรงจึงไม่มีเหตุอะไรเลยที่จะต้องมีลูกคนเดียว

คุณหญิงมณีโกรธชไมถึงขนาดต่อว่ากันอย่างรุนแรงทั้งๆที่ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมานาน...แต่แล้วเรื่องราวดูเหมือนจะเป็นจริงดังคำทำนายของชไม เมื่อถึงกำหนดคลอดลูกคุณหญิงมณีปวดท้องทุรนทุรายอยู่หลายวัน จนกระทั่งในที่สุดก็คลอดลูกสาวออกมาแล้วเกิดอาการเลือดเป็นพิษ หมอบอกว่าเธอจะไม่สามารถมีลูกได้อีก ไม่เช่นนั้นจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิต ทำให้คุณหญิงเสียใจมากและคิดถึงชไมขึ้นมาจับใจ

เมื่อร่างกายหายป่วยเป็นปกติแล้วคุณหญิงมณีจึงพาลูกไปขอโทษชไม...ชไมดูดวงให้ลูกสาวเพื่อน แล้วถึงกับตกใจเมื่อคำทำนายออกมาว่าหนูน้อยมัทนาจะต้องตายเพราะพี่น้องร่วมสายเลือด แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อคุณหญิงมณีไม่สามารถมีลูกได้อีกแล้ว และนายพลเทพก็ไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้ด้วย

แต่เพื่อความมั่นใจ คุณหญิงมณีสั่งการสร้อยไปสืบจนรู้ว่านายพลเทพแอบมีสาวชาวบ้านชื่ออิ่มเป็นเมียน้อยและเธอกำลังท้องแก่ใกล้คลอด คุณหญิงโกรธแทบคลั่งก่อนจ้างวานสร้อยไปเผาบ้านอุ่นให้วอด อย่าให้มีใครรอดชีวิต โดยเฉพาะอุ่นกับลูกในท้อง

หลังจากมั่นใจว่าอุ่นตายทั้งกลมตามที่สร้อยกลับมารายงาน แต่ถึงกระนั้นคุณหญิงมณีก็ยังไม่วางใจเสียทีเดียว กังวลเรื่องคำทำนายของชไมที่ว่าจะมีพี่น้องร่วมสายเลือดมาฆ่ามัทนาในอนาคต เนื่องจากสามีของเธอยังหนุ่มแน่นสามารถมีลูกกับหญิงอื่นได้อีก เธอจึงสั่งสร้อยไปหาหมอยาฝีมือดีเพื่อซื้อยาที่ทำให้นายพลเทพกินแล้วเป็นหมันมาให้ จากนั้นก็วางยาสามีเรื่อยมาโดยโกหกว่าเป็นยาบำรุงจนเขาเป็นหมันสมใจ...

ตอนที่ 2

เพชรมากับน้องสาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของมัทนา ชายหนุ่มตั้งใจมากราบคุณหญิงมณีกับนายพลเทพหลังจากไปเรียนเมืองนอกหลายปี...

คุณ หญิงมณีจับสังเกตสีหน้าท่าทีเพชรที่มองมัทนาอย่างไม่ชอบใจ แววตาเขาบ่งบอกว่าหลงใหลพึงพอใจ หญิงสาว แต่ด้วยมารยาทคุณหญิงจึงไม่พูดหรือแสดงออก ทั้งที่อยากจะบอกเต็มแก่ว่าลูกสาวตนมีผู้ชายที่เหมาะสมรออยู่แล้ว

ขณะ เดียวกันนั้นที่โรงพยาบาล ไอศูรย์กำชับบุปผาหลังจากเย็บแผลที่ฝ่ามือให้เธอแล้วว่าต้องกินยาแก้อักเสบ วันละสามเวลา และต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน แรกๆควรมาทำที่โรงพยาบาล แต่พอแผลแห้งจะทำเองที่บ้านก็ได้ บุปผาจ้องหมอตาเป็นมัน รับปากรับคำและพนมมือไหว้กระชดกระช้อยอย่างมีจริต แต่หมอไม่ได้สนใจเธอสักนิด นอกจากเห็นว่าเป็นคนไข้

เมื่อกลับถึงหอ โคมแดง บุปผาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ซื้อขนมนมเนยมาฝากแม่ผกาและเพื่อนร่วมอาชีพ แต่มุกที่ไม่ลงรอยกันอยู่ไม่กินแถมยังแขวะหาเรื่อง เลยเกิดตบตีกันอุตลุดทำให้ผกาเหนื่อยหน่ายใจ จับบุปผาแยกไปที่ห้องแล้วซักถามที่มาที่ไปทำไมถึงถูกมีดบาดมือจนต้องเย็บแผล แต่คงไม่ใช่อุบัติเหตุแน่

“แม่รู้ทันฉันเสมอเลย ก็ฉันเคยบอกแม่แล้วนี่นะ ว่าผัวฉันในอนาคตน่ะเขาเป็นหมอ”

“เขาเป็นถึงหมอ แล้วเขาจะ...”

“มา เอาผู้หญิงหากินอย่างฉันเป็นเมียรึเปล่า...แม่จะพูดอย่างนี้ใช่ไหม” ผกาพยักหน้ายอมรับ บุปผาเชิดหน้าพูดอย่างมุ่งมั่นว่า “ฉันก็จะไม่ให้เขารู้สิว่าฉันเป็นผู้หญิงหากิน”

“แล้วบุปผาดูดีๆรึยังว่าเขามีลูกมีเมียแล้วหรือยัง”

“ฉันไม่รู้หรอกว่าเขามีลูกมีเมียแล้วหรือยัง แต่ถึงจะมีแล้วฉันก็ไม่สน มีได้ก็เลิกได้”

“บุปผา...ผู้ หญิงอาชีพอย่างเรานี่เกิดมาก็มีกรรมมากแล้วนะลูก ไม่งั้นเราคงไม่ต้องมามีอาชีพที่ผู้คนในสังคมเขารังเกียจเรากันอย่างนี้หรอก แม่ไม่อยากให้บุปผาทำบาปทำกรรมอะไรให้มากไปกว่านี้อีก แย่งผัวแย่งเมียคนอื่น มันบาปนะลูกนะ”

“ฉันไม่กลัวบาปหรอกจ้ะแม่ มัวแต่กลัวบาป ก็คงต้องขายตัวไปจนตาย ฉันบอกแม่แล้วไงจ๊ะ ว่าจะไม่ยอมขายตัวไปจนหมดสภาพอย่างพี่มุกพี่พิกุลหรอก คนอย่างอีบุปผามันจะต้องได้ดีกว่านี้”

บุปผามั่นใจในตัวเองอย่างยิ่ง ในขณะที่ผกามีสีหน้ากังวลว่าสิ่งที่บุปผาพูดจะเป็นได้แค่เรื่องเพ้อฝัน

ooooooo

ที่แท้ หมอไอศูรย์คือผู้ชายที่คุณหญิงมณีอยากได้เป็นลูกเขย และคุณหญิงแจ่มจันทร์แม่ของเขาก็ต้องการมัทนาเป็นสะใภ้ ผู้ใหญ่จึงตกลงกันเอาไว้แล้ว เพียงแต่รอหนุ่มสาวพบเจอและทำความรู้จักกันเท่านั้น

หารู้ไม่ว่าทั้ง คู่เคยเจอกันแล้วครั้งหนึ่ง และต่างฝ่ายก็ประทับใจกันแต่แรกเห็น แต่วันนี้ไอศูรย์ผิดนัดกับแม่ที่จะพาไปบ้านเพื่อนเพราะมีคนไข้ด่วน คุณหญิงแจ่มจันทร์จึงเลื่อนไปคราวหน้าโดยไม่ยอมเกริ่นอะไรให้ลูกรู้ ด้วยมั่นใจว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เธอบอกให้ลูกทำ ลูกไม่เคยขัดคำสั่งเธอสักครั้ง

วันรุ่งขึ้น เพชรขับรถไปส่งพลอยที่มหาวิทยาลัยและเจอมัทนาตามที่ตั้งใจ เขาแสดงออกว่าชื่นชอบเธอด้วยการมอบหนังสือเล่มหนึ่งให้ ฝ่ายพลอยก็ช่วยเชียร์หลังจากพี่ชายกลับไปแล้ว สาธยายว่าเขาเห็นหน้ามัทนาครั้งเดียวก็หลงใหลได้ปลื้มหัวปักหัวปํา เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน อยากให้เธอเปิดใจรับเขาหน่อย

มัทนาพูด ไม่ออก เสมองข้ามไปข้างหลังพลอย แล้วสีหน้าตื่นตะลึงขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อเห็นหมอไอศูรย์เดินโปรยยิ้ม เข้ามา พลอยหันไปเห็นก็ตะลึงไปอีกคน

“พี่ต้น!” พลอยอุทานแล้วมองหน้าเพื่อนรักสลับกับชายหนุ่มที่ตัวเองปลื้มปริ่มอยู่ไปมา....

เมื่อทั้งสามคนได้นั่งคุยกันสักครู่ พลอยเปรยว่าไม่น่าเชื่อว่าโลกจะกลมขนาดนี้ และถามคุณหมอว่ามาทำอะไรที่นี่

“พี่ก็แค่ผ่านๆมา แล้วบังเอิญเห็นน้องพลอยกับคุณมัทนาพอดี ก็เลยเข้ามาทักน่ะ”

“แหม...โลก กลมๆของเราสามคนนี่ยังเต็มไปด้วยความบังเอิญอีกนะคะ บังเอิญยายมัทรู้จักกับพี่ต้น บังเอิญพี่ต้นรู้จักกับพลอย แถมพลอยบังเอิญเป็นเพื่อนสนิทกับยายมัทอีก ต้องเอาเรื่องนี้กลับไปเล่าให้พี่เพชรฟังสักหน่อยแล้ว”

พลอยพูดจบก็เห็นมัทนากับไอศูรย์มองตากัน...เธอลอบถอนใจด้วยความกังวล รู้สึกทะแม่งๆกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่

ooooooo

บุปผา มาทำแผลและตั้งใจมาเจอหมอไอศูรย์ที่โรงพยาบาลแต่คลาดกันนิดเดียว จึงฝากกระเช้าผลไม้ไว้กับพยาบาลแล้วเดินหน้าตูมออกมาเจอนายสินอย่างไม่คาด คิด

สินดีใจมากรีบลงจากรถมาทักบุปผา พอเห็นเธอมีผ้าพันแผลที่มือก็สอบถามด้วยความเป็นห่วง บุปผากลับตอบอย่างไม่แยแสความรู้สึกเขาเลยสักนิด

“ถ้าไม่เป็นอะไรแล้วจะต้องพันผ้าพันแผลไว้ อย่างนี้เรอะ ถามอะไรโง่ๆ”

สินหน้าเจื่อนไปนิดแล้วรีบเอาใจสาวสวยต่อ “แล้วนี่บุปผาจะไปไหนจ๊ะ ให้ฉันไปส่งนะ ฉันมีรถมาด้วย”

บุปผาเหลือบมองรถด้วยท่าทีพอใจ เพราะหรูหราไม่ใช่เล่น

“ฉันเพิ่งไปส่งคุณหนูที่มหาวิทยาลัยมาน่ะ เย็นๆ ถึงค่อยไปรับ บุปผาจะไปไหน ให้ฉันไปส่งนะ”

สิน ยิ้มประจบเอาใจบุปผาเต็มที่ ปรากฏว่าบุปผายิ้มหวานตอบเพราะเห็นแก่ประโยชน์ ยอมให้เขาไปส่งถึงหอโคมแดง แต่พอลงจากรถปุ๊บก็เดินหนีอย่างเย็นชา อย่าว่าแต่รับปากยอมขึ้นห้องตามที่นายสินขอ แม้แต่เอ่ยคำขอบคุณที่เขามาส่งก็ไม่มีหลุดออกจากปากหล่อน!

ทางด้าน พลอยที่เริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของมัทนากับไอศูรย์ แต่พอจะซักถามมัทนาก็ชิงบอกเสียก่อนว่าแม่ของตนกำลังจะให้หมั้นกับลูกชาย เพื่อน ฝ่ายเพชรที่หลงรักมัทนาเต็มเปาก็ตั้งใจไปปรึกษาไอศูรย์ว่าจะทำอย่างไรดี แต่รายนั้นถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินชื่อมัทนา เทพบริบาล เพราะเธอคือสาวน้อยที่เขาพึงพอใจอยู่เช่นกัน

ตกเย็นไอศูรย์กลับเข้า บ้านทราบจากมารดาว่าจะให้เขาหมั้นกับลูกสาวเพื่อนที่ชื่อมัทนา เทพบริบาล ชายหนุ่ม ดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็แอบหนักใจไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเพชรเพิ่งมาบอกเมื่อเช้าว่ารักชอบมัทนาอยู่ ส่วนเพชรก็เพิ่งรู้จากพลอยว่ามัทนากำลังจะหมั้นกับผู้ชายที่แม่หาให้ เขาร้อนใจหนักกว่าเดิมตั้งใจมาหารือไอศูรย์ แต่กลายเป็นว่าต้องโมโหโกรธาเมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือไอศูรย์นั่นเอง

เพชรลุกพรวดจ้องหน้าไอศูรย์อย่างแค้นเคืองสุดขีด ไอศูรย์พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

“เพชร...ฟังพี่ก่อน พี่ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแม่พี่จะให้พี่หมั้นกับคุณมัทนา”

“แต่พี่ต้นก็รู้ว่าผมชอบน้องมัทนาอยู่ ถ้าพี่ต้นไม่ได้ชอบอยู่กับน้องมัทนา พี่ต้นก็ควรจะปฏิเสธการหมั้นสิครับ”

ไอศูรย์นิ่งอึ้ง เพชรรู้แล้วว่าอาการนิ่งของเขาคือการยอมรับว่าชอบมัทนาเหมือนกัน

“เพชร...ถึงจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่เราสองคนก็ยังจะเป็นพี่น้องกันได้อยู่ใช่ไหม”

เพชร ไม่ตอบ เดินหน้าบึ้งออกไปเลย ไอศูรย์ถอนใจด้วยความกลัดกลุ้ม...ต่อมาเมื่อพลอยพอรู้เรื่องนี้จากพี่ชายก็ รู้สึกเคืองมัทนาไม่น้อย ไปต่อว่าเธอถึงบ้าน แต่พอฟังคำอธิบายของเพื่อนที่ไม่รู้มาก่อนว่าผู้ชายที่แม่หาให้คือหมอ ไอศูรย์ พลอยก็สงบลงได้บ้าง...

ooooooo

บุปผากำลังหลับสบายใน ห้องส่วนตัว เสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงเรียกของผกาทำให้หล่อนหงุดหงิดรำคาญ พอรู้ว่าศักดิ์ชัยมาและต้องการขึ้นห้องกับเธอก็ยิ่งอารมณ์เสีย ฝากผกาไปบอกเขาทีว่าวันนี้เธอไม่รับแขก

ผกาทำท่าหนักใจ บุปผาจะกลับเข้าห้อง แต่ยังไม่ทันก้าวขาศักดิ์ชัยก็พรวดพราดขึ้นมากระชากแขนเธอไว้

“บุปผา...คุณปฏิเสธผมหลายครั้งแล้วนะ ทำไม ผมมีอะไรน่ารังเกียจนักเหรอ”

“ปล่อยฉันนะคุณศักดิ์ชัย”

“ไม่ปล่อย! วันนี้คุณต้องขึ้นห้องกับผม”

บุปผา ไม่เล่นด้วยสะบัดตัวออก ศักดิ์ชัยยิ่งเคือง ยื้อยุดเธอไปมา ที่สุดก็โดนเธอผลักเซเสียหลักหงายหลังกลิ้งตกบันไดท่ามกลางเสียงร้องวี้ด ว้ายของสาวน้อยสาวใหญ่ในหอโคมแดง

ศักดิ์ชัยนอนแน่นิ่งไม่ได้สติอยู่เชิงบันได มุกวิ่งมาเห็นพูดโพล่งด้วยความตกใจสุดขีด

“นังบุปผา แกผลักคุณศักดิ์ชัยตกบันไดเหรอ พ่อเขามาเอาเรื่องแกตายแน่!”

บุปผาหน้าซีดหน้าเสีย แล้วกุลีกุจอช่วยพวกผกาพาศักดิ์ชัยไปส่งโรงพยาบาล แต่พอนึกอะไรได้ก็กระซิบถามผกาว่าทำไมต้องเอาเขามาที่นี่ด้วย

“ก็ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุด หมอเก่งที่สุดน่ะสิ บุปผาเอ๊ย...คุณศักดิ์ชัยเขาเป็นถึงลูกพ่อค้าใหญ่ พลัดตกบันไดลงไปขนาดนั้นไม่คอหักตายคาบ้านเราก็บุญถมไปแล้ว ยังไงๆเราก็ต้องพาเขามาหาหมอที่เก่งที่สุด”

บุปผาหน้าไม่ดีหันมองรอบทิศ เห็นหมอไอศูรย์กำลังถูกตามตัวเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ก็รีบหลบหลังผกาทันที

“เป็นอะไรไปบุปผา”

“ฉันกลับไปรอฟังผลที่บ้านได้ไหมแม่”

“ไม่ ได้ เราน่ะเป็นตัวต้นเหตุก็ควรจะอยู่รอดูอาการคุณศักดิ์ชัยเขาที่นี่ เดี๋ยวพ่อคุณศักดิ์ชัยเขาก็คงจะมา บุปผาจะหลบหน้าพ่อเขาไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปกว่าเดิม”

“ฉันไม่ได้จะหลบหน้าพ่อคุณศักดิ์ชัยสักหน่อย”

“แล้ว จะหลบหน้าใคร” พูดไปแล้วชักเอะใจ เปลี่ยนเป็นโน้มหน้ามากระซิบถามบุปผา “อย่าบอกนะว่าหมอที่บุปผาเคยพูดถึงให้แม่ฟัง เขาทำงานอยู่ที่นี่น่ะ”

“ไม่ใช่ แค่ทำงานที่นี่ เขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้เลยละแม่ แล้วถ้าเขารู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงหากิน เขาก็จะไม่เอาฉันน่ะสิ แม่ให้ฉันกลับบ้านนะ แล้วเรื่องคุณศักดิ์ชัยจะเอายังไงค่อยว่ากัน”

ผกา นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำใจ เห็นแก่อนาคตของบุปผา...เมื่อกลับมาถึงหอโคมแดงคนเดียว บุปผาก็ถูกมุกเพ่งเล็งจับผิดอีกว่า

“ทำไมกลับมาก่อนคนเดียว นี่อย่าบอกนะว่าคุณศักดิ์ชัยตายแล้วน่ะ”

“บ้า! เขายังไม่ตายย่ะ หมอกำลังรักษาอยู่”

“แล้วนี่หล่อนกลับมาบ้านทำไม แล้วคนอื่นๆล่ะ”

บุปผาไม่สนใจจะตอบคำถาม เดินตรงไปใช้โทรศัพท์ หมุนฉับๆโทร.หาใครบางคน

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่...ผกา เดือน และสิรีพากันกลับมา บุปผาถลาเข้าไปถามผกาอย่างร้อนใจว่าศักดิ์ชัยเป็นยังไงบ้าง

“พ้นขีดอันตรายแล้ว”

บุปผา โล่งอก แต่ไม่ทันไรก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม รวมทั้งคนอื่นๆก็พลอยตกอกตกใจไปด้วยเพราะพงษ์ศักดิ์พ่อของศักดิ์ชัยพรวดพราด เข้ามาพร้อมลูกน้อง โวยวายถามหาคนที่ผลักลูกชายตกบันได จะเอาตัวไปส่งตำรวจ

แต่ ก่อนที่บุปผาจะถูกรวบตัว กำพลก้าวเข้ามาแทรกกลาง “ใจเย็นๆสิครับเจ้าสัว เรื่องที่เกิดขึ้นน่ะมันเป็นอุบัติเหตุ บุปผาไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”

“ลื้อเป็นใครวะ มาสาระแนเรื่องของคนอื่น รู้ไหมอั๊วเป็นใคร”

“ผม รู้ว่าเจ้าสัวเป็นใคร และผมก็เชื่อว่าเจ้าสัวก็รู้จักพ่อผมดีเหมือนกัน” กำพลแนะนำชื่อเสียงเรียงนามบิดาซึ่งเป็นนายทหาร และย้ำว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเราคงตกลงกันได้อย่างเงียบๆ

พงษ์ศักดิ์ ท่าทีเกรงบารมีบิดากำพล เม้มปากแน่นอย่างเจ็บใจ ในขณะที่บุปผายิ้มอย่างผู้มีชัย...หลังจากเคลียร์กันเรียบร้อย พงษ์ศักดิ์พาลูกน้องกลับไปแล้ว บุปผาสำนึกบุญคุณกราบแทบอกกำพลด้วยท่าทีกระชด กระช้อย

“บุปผาต้องกราบขอบคุณคุณกำพลมากนะคะที่ มาช่วยบุปผา นี่ถ้าไม่ได้คุณกำพล บุปผาคงต้องแย่แน่ๆ”

มุกยืนซุบซิบกับผองเพื่อนอยู่อีกมุม จ้องบุปผาอย่างชิงชัง แน่ใจแล้วว่าที่แท้บุปผาโทร.หากำพลนี่เอง

“ฉัน ว่าบุปผามันเก่งนะที่คิดได้ว่าต้องโทร.หาคุณกำพลน่ะ เพราะพ่อค้าคนไหนๆก็ต้องกลัวต้องเกรงใจพวกทหารทั้งนั้นแหละ คุณกำพลเขาเป็นลูกนายทหารใหญ่” พิกุลพูดซื่อๆ แต่มันทำให้มุกอารมณ์เสียแหวใส่เสียงเขียว

“เออ! ไม่ต้องพูดแล้ว”

บุปผายิ้มหวานเอาใจกำพลและพร้อมรับใช้อย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนที่เขาช่วยเจรจากับพ่อของศักดิ์ชัย แต่วันนี้กำพลอยากให้เธอดูแลเพื่อนคนหนึ่งของเขาที่กำลังเครียดๆเรื่องผู้หญิง บุปผารับปากอย่างง่ายดาย พอเห็นหนุ่มคนนั้นสาวเจ้าก็ตาวาวพึงพอใจ รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาและการแต่งกายดูดีมีรสนิยม แม้จะมาในสภาพเมามายไปหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ

เพื่อนของกำพลก็คือเพชรนั่นเอง เพชรกำลังเสียใจอกหักจากมัทนา เขาดื่มเหล้าก่อนตามกำพลมาที่หอโคมแดงแล้วได้ขึ้นห้องกับบุปผาที่ยินดีบริการด้วยความเต็มใจ เพชรเผลอพูดชื่อมัทนาออกมาหลายครั้งทำให้บุปผาคาดเดาได้ไม่ยากว่าเขาคงอกหักจากเธอคนนั้น

เย็นวันเดียวกัน มัทนากับไอศูรย์ได้เจอกันอย่างเป็นทางการที่บ้านของฝ่ายหญิงซึ่งนายพลเทพกับคุณหญิงมณีต้อนรับคุณหญิงแจ่มจันทร์กับลูกชายด้วยความยินดี ยิ่งเห็นท่าทางหนุ่มสาวเข้ากันได้ดี ผู้ใหญ่ทุกคนก็สบายใจ โดยเฉพาะแจ่มจันทร์อยากให้หมั้นกันเร็วๆ มณีเห็นดีเห็นงามชวนแจ่มจันทร์ไปหาหมอดูที่เชียงใหม่เพื่อดูฤกษ์มงคลให้ลูกของเรา โดยยืนยันว่าเธอคนนี้มีญาณทิพย์ดูแม่นราวกับจับวาง...

วันต่อมา บุปผาไปล้างแผลที่โรงพยาบาลและได้พบไอศูรย์ตามใจปรารถนา แต่พูดคุยกันไม่กี่คำหมอก็ขอตัวเพราะล้างแผลเป็นหน้าที่ของพยาบาล ระหว่างนี้เองบุปผาได้ยินพวกพยาบาลคุยกันว่าหมอไอศูรย์กำลังจะหมั้นกับลูกสาวคุณหญิงมณี เธอถึงกับอารมณ์เสียกลับออกมาหลังจากทำแผลเสร็จ แล้วเดินชนหญิงคนหนึ่งที่คล้ายคนบ้าร่ำร้องหาแต่หลานสาวที่พลัดพรากจากกันไป

บุปผาผลักไสไล่ตะเพิดให้เธอไปถามหาในโรง พยาบาลโดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วหญิงคนนั้นคืออิ่มป้าแท้ๆ ของเธอนั่นเอง!

เมื่อกลับมาถึงหอโคมแดง บุปผาเล่าเรื่องหมอไอศูรย์กำลังจะหมั้นกับลูกสาวผู้รากมากดีให้ผกาฟัง ผกาเลยสอนสั่งและอยากให้บุปผาถอดใจอย่าไปแข่งบุญแข่งวาสนากับคนที่สูงส่งกว่า แต่บุปผาดึงดันไม่ยอม ยืนกรานว่ายังไงตนก็ต้องแต่งงานกับไอศูรย์ให้ได้

เพียงวันถัดมาบุปผาก็วางแผนให้กำพลสอนขับรถ ซึ่งเธอหัวไวใช้เวลาไม่นานก็ขับเป็นและพาเขาไปวนเวียนแถวโรงพยาบาลอ้างว่าแถวนี้รถไม่เยอะ ขับคล่องกว่าที่อื่น ความจริงแล้วเธอรอไอศูรย์ออกเวร จากนั้นก็ขับรถตามเขาไปจนถึงบ้านเทพบริบาล และได้รู้เห็นด้วยว่านายสินคือคนขับรถของบ้านนี้ บุปผาเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในหัวทันที

ไอศูรย์แวะมาหามัทนาและอยู่พูดคุยกับพ่อแม่ของเธอที่ต้อนรับอย่างเป็นกันเอง การสนทนาครั้งนี้ทำให้ไอศูรย์แน่ใจว่านายพลเทพอยากมีลูกหลายคนแต่ติดขัดที่คุณหญิงมณีท้องแรกเลือดเป็นพิษส่งผลให้ท้องอีกไม่ได้ มณีนั่งฟังอยู่ด้วยเริ่มไม่วางใจ แอบสั่งสร้อยให้ไปซื้อยาจากตาเถามาอีก ตั้งใจให้สามีกินต่อเนื่องเพื่อความมั่นใจว่ามัทนาต้องเป็นลูกคนเดียวของท่านนายพล

ส่วนนายพลเทพ หลังจากไอศูรย์กลับไปแล้วก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่อุ่นท้องแก่ใกล้คลอด เขานับวันรอด้วยความดีใจเพราะชอบเด็ก แต่แล้วความหวังต้องล่มสลายเมื่อทราบข่าวว่าบ้านอุ่นถูกไฟไหม้ซึ่งชาวบ้านบอกว่าอุ่นถูกไฟครอกตายพร้อมลูกในท้อง...

ooooooo

หลังจากไปเห็นนายสินที่บ้านเทพบริบาลมาเมื่อวาน...วันนี้บุปผาจึงผุดแผนใหม่ขึ้นมาโดยไม่บอกใครแม้แต่ผกา!

บุปผายอมขึ้นห้องกับนายสินเป็นครั้งแรกด้วยความเต็มใจทำให้ใครต่อใครถึงกับงุนงงสงสัย เพราะแต่ไหนแต่ไรบุปผาไม่เคยแยแสคนระดับล่างโดยเฉพาะคนที่เป็นขี้ข้าไม่มียศมีเกียรติ

หลังปรนเปรอนายสินจนเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วบุปผายังหยอดคำหวานว่าเธอชอบเขา ทำเอานายสินหัวใจพองโตอยากได้ยินชัดๆอีกสักครั้ง

“ฉันชอบนายสิน...แต่แม่ผกาบอกฉันว่าให้ฉันเลือกขึ้นห้องแต่กับพวกเศรษฐีไปก่อนเพราะอีกหน่อยพอฉันแก่ หมดความสาวความสวยแล้วฉันก็คงจะเลือกมากอย่างนี้ไม่ได้อีก นายสินรู้ไหมว่าพวกเศรษฐีน่ะเขาจ่ายหนักก็จริง แต่เขาก็เล่นฉันหนักหนาเหมือนกัน บางครั้งนะ...ฉันถึงกับจับไข้เลยทีเดียว”

ตอนที่ 3

คุณหญิงมณีกับคุณหญิงแจ่มจันทร์ไปหาชไมหมอดูชื่อดังที่ เชียงใหม่โดยพาสร้อยกับโฉมบ่าวคนสนิทของพวกตนมาด้วย...ผลการดูดวงไอศูรย์กับ มัทนาทำให้สองคุณแม่ยิ้มออกเพราะเขาและเธอเป็นเนื้อคู่กันมาหลายชาติภพ แต่พอได้ยินชไมทำนายต่อไปต่างคนก็ยิ้มค้าง ความวิตกกังวลเกาะกุมใจโดยทันใด

“แต่ในชาตินี้ดิฉันยังไม่เห็นดวงชะตาว่าจะลงเอยกันได้ หนำซ้ำหนูมัทนายังดวงร้าวอีกต่างหาก เพราะจู่ๆ ก็มีดาวมฤตยูมาทับลัคนา”

“ดวงร้าว! หมายความว่าลูกมัทของดิฉันจะตายหรือคะคุณชไม”

“ยังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะคุณหญิง แค่ดวงร้าว ยังไม่ถึงกับดวงแตกแต่ก็ไม่ค่อยดีนัก”

คุณ หญิงมณีร้อนใจถามว่าจะแก้ไขได้ยังไง ชไมหลับตาชั่วครู่แล้วบอกให้พามัทนาขึ้นมาหาตนที่นี่ ตนจะทำพิธีต่อดวงชะตาให้ ส่วนคุณหญิงแจ่มจันทร์ก็ต้อง พาลูกชายมาด้วยเพราะดวงเขาเกื้อหนุนกับดวงมัทนา ต้องให้เขาทำบุญร่วมกันจะได้ช่วยค้ำดวงให้มัทนาอีกแรง

สองคุณหญิง รับปากมั่นเหมาะก่อนบอกลาชไมแล้วลงจากเรือนพร้อมสร้อยกับโฉม...มณียังกังวล ในคำทำนายจึงกำชับทุกคนห้ามบอกใครเด็ดขาด ขอให้รู้กันเพียงแค่เราสี่คนเท่านี้พอ หากไอศูรย์กับมัทนาหรือท่านนายพลถามเรื่องฤกษ์หมั้นตนก็จะบอกว่าชไมให้พา เจ้าตัวขึ้นมาผูกฤกษ์ด้วยตนเอง

ด้านบุปผาที่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านเทพ บริบาลสมใจอยากโดยหลอกใช้สินเป็นตัวช่วย ยามนี้เธอต้องเก็บกลั้นความหงุดหงิดรำคาญที่บรรดาคนรับใช้ต่างพากันซักไซ้ อย่างแปลกใจเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าสินมีน้องสาว แถมแสงลูกชายของสร้อยก็ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าพี่น้องหน้าตาไม่เหมือนกันเลย สินโมโหแสงที่จ้องจับผิด สวนกลับว่าทำไมพี่น้องต้องหน้าเหมือน และตนจะพาญาติมาอยู่กี่คนก็ไม่ใช่เรื่องของใคร ถ้าเจ้าของบ้านท่านอนุญาต แสงเลยสงบปากแต่ยังไม่วายเหลือบมองบุปผาอย่างติดใจในความสวย

สินพา บุปผาไปอยู่ห้องสะอาดสะอ้านแต่ไม่มีการตกแต่งอะไรมากเกินไปกว่าข้าวของ จำเป็น บุปผามองรอบห้องแล้วแอบทำหน้าเซ็ง สินอดใจไม่ไหวเมื่ออยู่กันสองต่อสองโถมตัวเข้ากอดหอมบุปผาอย่างรักใคร่ แต่เธอสะบัดออกห่างทันใดด้วยความตกใจและรังเกียจ

“นี่...ทำอะไรเนี่ย”

“ก็ จะขอชื่นใจบุปผาหน่อยน่ะสิจ๊ะ บุปผาจะไม่ให้รางวัลฉันบ้างเลยเหรอ ฉันอุตส่าห์พาบุปผาเข้ามาอยู่ในบ้านนี้อย่างที่บุปผาต้องการแล้วไงจ๊ะ”

บุปผา ปรับท่าทีอ่อนลงเพราะยังต้องหลอกใช้สินต่ออีกนาน ยอมเอียงแก้มให้เขาหอมอีกทีแล้วรีบขยับออกห่าง อ้างว่าไม่อยากให้ความลับของเราแตกตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ ขืนท่านนายพลรู้ว่าเราโกหกมีหวังโดนไล่ออกทั้งคู่

“จ้ะๆ ฉันจะทำงานเก็บเงินให้ได้มากๆ แล้วเราจะได้ออกจากบ้านนี้ไปสร้างครอบครัวด้วยกันสักวันหนึ่งนะ”

บุปผา พยักหน้าแกนๆ สินดีใจรวบตัวหญิงสาวมากอดอีกครั้ง บุปผายอมให้กอดแต่แอบเบ้ปากรังเกียจแล้วเริ่มหลอกถามถึงคุณหนูมัทนาคนสวยว่า มีคู่รักหรือยัง

“มีแล้ว เป็นหมอชื่อไอศูรย์ เป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิงแจ่มจันทร์ นี่ก็เห็นว่าอีกไม่นานจะหมั้นกัน...”

สินพูดไปเรื่อย ดีใจได้มีเรื่องพูดคุยกับบุปผามากกว่าที่เคย ในขณะที่บุปผาสีหน้าสนใจข้อมูลเกี่ยวกับไอศูรย์เป็นอย่างยิ่ง...

วัน เดียวกันที่หอโคมแดง บรรดาสาวๆพากันตกใจเมื่อผกาบอกให้รู้ว่าบุปผาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว และไม่ว่าทุกคนจะซักถามหรือคาดเดากันยังไง ผกาก็ไม่ปริปากบอกว่าบุปผาไปอยู่ที่ไหนเพราะตกลงกันไว้ว่าห้ามบอกใครจนกว่า บุปผาจะไปได้ดี

ooooooo

ด้วยความใจดีมีเมตตาของไอศูรย์ทำให้ อิ่มได้อาศัยอยู่ในโรงพยาบาล แต่แล้วบ่ายวันนี้อิ่มก็ก่อเรื่องระทึกใจแย่งทารกคนหนึ่งจากอ้อมอกแม่วิ่ง หนีไป

ทั้งแม่เด็กและพยาบาลช่วยกันวิ่งไล่กวดแต่ก็ตามไม่ทัน และอาจสูญเสียทารกน้อยไปถ้าไอศูรย์ไม่ช่วยจับตัวอิ่ม ไว้...อิ่มจำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง สติเลื่อนลอยคอยเพรียกหาแต่หลานสาวที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่แบเบาะ ไอศูรย์เห็นแล้วยิ่งเวทนา ซื้อตุ๊กตามาให้อุ้มแทน นอกจากนี้เขายังฝากฝังหมอปรีชาที่เป็นจิตแพทย์ให้ดูแลรักษาแกด้วย

ส่วน ที่บ้านเทพบริบาล บุปผาวางตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อย เก็บซ่อนข้าวของมีราคาที่พกติดตัวมาจากหอโคมแดงไว้มิดชิดเพื่อไม่ให้ใคร สงสัย แต่ผิวพรรณผุดผ่องของเธอก็ทำให้มัทนาแปลกใจ เธอไม่เหมือนคนบ้านนอกคอกนาอย่างที่บอก

เมื่อคุณหญิงมณีกับสร้อยกลับ จากเชียงใหม่มาเห็นบุปผา คุณหญิงไม่ว่าอะไรสามีและลูกที่รับน้องสาวนายสินไว้ทำงาน ในขณะที่สร้อยรู้สึกไม่ถูกชะตาบุปผาแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อหน้าเจ้านาย หลบไปคาดคั้นจับผิดกันในครัวต่อหน้านายสินและคนรับใช้อื่นๆ

“เนี่ยเหรอมือคนทำไร่ทำนา มือไม่ด้าน เล็บก็ยาว บอกฉันมาตามตรงนะนายสิน นังนี่เป็นเมียแกใช่มั้ย”

สิน อึกอักคิดคำโกหกไม่ทัน บุปผาหัวไวกว่าชิงตอบแทน “คือว่าฉันหยุดทำนามาพักใหญ่แล้วจ้ะ เพราะพ่อกับแม่คิดจะเอาฉันไปขายซ่อง เขาว่าจะได้เงินดีกว่าทำนา พี่สินรู้เรื่องเข้าก็เลยรีบไปพาตัวฉันมาที่นี่ ก่อนจะถูกขายซ่องน่ะจ้ะ”

สร้อยนิ่งไป แต่ยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว ทับทิมแม่ครัวประจำบ้านซึ่งรุ่นราวคราวเดียวกันท่าทางรำคาญเลยพูดโพล่ง

“นัง สร้อย แกมันขี้ระแวงเกินไปแล้วมั้ง ไอ้สินมันบอกว่าน้องก็น้องสิ แล้วรูปร่างหน้าตาอย่างนังบุปผานี่มันก็น่าจับขายซ่องจริงซะด้วย แกเลิกสงสัยได้แล้ว”

สร้อยไม่พูดอะไรอีก นอกจากจ้องหน้าบุปผาเขม็ง มีลางสังหรณ์บางอย่างทำให้ไม่ชอบหน้าผู้หญิงคนนี้เอาเสียเลย...

การ หายตัวไปของบุปผาทำให้กำพลซึ่งเป็นแขกประจำถึงกับหัวเสีย คาดคั้นผกาอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบว่าบุปผาไปอยู่ไหน ต้องรอให้เธอติดต่อกลับมาเอง กำพลตึงตังออกจากหอโคมแดงบ่ายหน้าไปหาเพชรที่บ้านและเจอพลอยเพิ่งกลับจาก เรียนหนังสือ ความน่ารักของพลอยทำให้กำพลแอบมองไม่วางตา เพชรสังเกตเห็นแต่ยังไม่พูดอะไร จนกระทั่งน้องสาวผละไปถึงดักคอขู่เพื่อนว่า

“ฉัน รู้นะว่าแกสนใจยายพลอย แต่บอกก่อนนะ ห้ามแกทำเล่นๆกับน้องสาวฉันเป็นอันขาด ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่ ชีวิตนี้ฉันมีกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้นนะโว้ย”

“เออ...รู้น่า” กำพลยิ้มกริ่ม มองตามพลอยไปจนลับตา

เย็น วันเดียวกัน ไอศูรย์แวะมาหามัทนาที่บ้าน เล่าเรื่องหญิงกลางคนที่ตนช่วยเหลือไว้ให้เธอฟัง คาดว่าแกคงเสียใจมากที่หลานหายก็เลยเสียสติ

“แล้วพี่ต้นพอรู้ไหมคะว่าหลานแกหายไปไหน”

“เรา ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับป้าคนนี้เลย คงต้องรอให้หมอปรีชารุ่นพี่ของพี่ที่เป็นจิตแพทย์ช่วยดูแลรักษาอาการให้แก จนกว่าจะดีขึ้น ก็อาจจะพูดจากันรู้เรื่องขึ้นได้บ้างน่ะ”

“น่าสงสารจริง งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นมัทเลิกเรียนแล้วมัทจะแวะไปเยี่ยมคุณป้าคนนี้ดีไหมคะ”

“ก็ดีเหมือนกันจ้ะ บางทีถ้ามีใครไปเยี่ยมไปพูดไปคุยกับแกบ้าง อาการแกอาจจะดีขึ้นบ้างก็ได้”

“งั้นพรุ่งนี้มัทจะไปค่ะ”

คุณ หญิงมณีกับสร้อยแอบมองอยู่มุมหนึ่ง เห็นหนุ่มสาวพูดคุยกันดีถ้อยทีถ้อยอาศัยก็ยิ้มปลื้ม ทุกอย่างดูราบรื่นดังใจไม่มีอะไรน่ากังวล...แต่อีกมุมบุปผาจ้องเขม็งมายัง คู่รักด้วยแรงอิจฉาริษยา แล้วทำท่าจะออกจากที่ซ่อนแต่ถูกนายแสงดึงไหล่ไว้เต็มๆมือ

บุปผาไม่พอใจแสงอย่างมาก หันขวับมาใช้เล็บยาวๆข่วนหน้าเขาหลายที

“แหม...ล้อเล่นแค่นี้เล่นกันเสียแรงเลยนะจ๊ะบุปผา”

“ฉันไม่ชอบให้เล่นอย่างนี้ ไม่ชอบให้ใครถูกเนื้อต้องตัว”

“โอ๊ะโอ้ว...หวงเนื้อหวงตัวซะด้วย รู้มั้ยยิ่งหวงตัว ผู้ชายยิ่งชอบ บุปผาคงไม่เคยต้องมือชายมาก่อนล่ะสิ”

“ใช่ เพราะฉะนั้นพี่แสงรู้อย่างนี้แล้วก็อย่ามาเล่นอะไรอย่างนี้กับฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องพี่สิน”

พูดจบบุปผาก็เดินอารมณ์เสียออกไป แสงมองตามและพึมพำกับตัวเองอย่างมาดหมาย

“ยิ่งสะอาดบริสุทธิ์เท่าไหร่ ไอ้แสงคนนี้ก็ยิ่งชอบโว้ย”

แต่ แสงหารู้ไม่ว่าบุปผาก็หมายมั่นปั้นมือเช่นกันว่า ถ้าเขาทำรุ่มร่ามกับเธออีกเมื่อไหร่ได้เจอดีแน่...แกรู้จักคนอย่างนังบุปผา น้อยไปเสียแล้ว!

แม้ถอยห่างออกมาแล้วแต่บุปผาก็ยังชะเง้อคอยาวเฝ้า มองไอศูรย์อย่างหลงใหล สร้อยกับสวิงจะเอาของว่างขึ้นไปบนตึกผ่านมาเห็น สร้อยไม่ไว้ใจตีหน้ายักษ์ไล่บุปผาไปล้างผักในครัว แล้วพอตกกลางคืนมีโอกาสอยู่ตามลำพังกับคุณหญิงมณี สร้อยก็จาระไนให้ฟัง

“สร้อย ว่าน้องสาวนายสินนี่ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลย สร้อยรู้สึกว่ารูปร่างหน้าตามันไม่เห็นเหมือนคนที่เพิ่งมาจากบ้านนอกเลยค่ะ แต่มันว่ามันหยุดทำนามาพักใหญ่แล้ว เพราะพ่อแม่จะเอามันไปขายซ่อง สินรู้เรื่องเข้าก็เลยรีบไปพาตัวมาที่นี่ ก่อนจะถูกขายน่ะค่ะ”

“มันก็เป็นไปได้นี่ แล้วสร้อยติดใจสงสัยอะไรเหรอ”

“นายสินทำงานกับเรามาตั้งนาน ทำไมเราไม่เคยรู้เลยล่ะคะว่ามีน้องสาว น้องสาวจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ”

“ก็เพราะนายสินทำงานกับเรามานานน่ะสิ ฉันถึงไม่คิดว่านายสินมันจะมาโกหกเราเพื่ออะไร”

“แล้ววันนี้ตอนที่คุณต้นมาหาคุณหนู สร้อยก็เจอมันมาแอบดูอยู่ด้วยค่ะ ท่าทางอยากรู้อยากเห็นชอบกล”

“เด็ก บ้านนอกน่ะ ก็คงจะอยากรู้อยากเห็นไปตามประสา ฉันว่าไม่มีอะไรหรอก แต่ถ้าสร้อยยังไม่ไว้ใจก็คอยตามดูมันหน่อย ถ้ามีอะไรผิดปกติค่อยมาบอกฉัน”

“ค่ะ” สร้อยรับคำแต่สีหน้ายังคลางแคลงใจบุปผาไม่หาย...

ขณะ นั้นเอง บุปผากำลังย่องขึ้นมาบนเรือนเพื่อใช้โทรศัพท์โทร.หาผกาที่หอโคมแดง...ผกา ดีใจที่บุปผาติดต่อมาแต่ยังไม่ทันซักถามอะไรกันสัญญาณก็ขาดหายและเงียบไปใน ที่สุด

ที่แท้บุปผารีบตัดสายเพราะกลัวสร้อยมาเห็น และพอจวนตัวก็กระโดดหนีลงจากเรือนจนข้อเท้าแพลง สินต้องพากลับเรือนแล้วจะนวดยาให้แต่เธอปฏิเสธเพราะเกรงเขาจะทำมากกว่านั้น

สิน กลับออกจากห้องบุปผาด้วยความผิดหวัง เดินไปทางห้องตัวเองโดยไม่รู้ว่าแสงซุ่มดูอย่างแปลกใจในความสัมพันธ์ของทั้ง คู่ที่บอกใครต่อใครว่าเป็นพี่น้อง แต่พฤติกรรมชวนสงสัย...เขาต้องจับตาดูให้รู้ความจริงในสักวัน!

ooooooo

คุณ หญิงมณีเก็บคำทำนายของชไมที่ว่าดวงชะตามัทนาไม่ดีนักเพราะมีดาวมฤตยูทับ ลัคนา มานอนครุ่นคิดจนเครียดและไม่อาจหลับตาลงได้ เช้าขึ้นเลยมีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่นเหมือนทุกวัน เมื่อสร้อยขึ้นมาถามว่าจะให้บุปผาทำหน้าที่อะไรในบ้านบ้าง คุณหญิงยังคิดอะไรไม่ออกจึงให้ช่วยงานครัวไปก่อน

สร้อยกลับลงไปแล้ว คุณหญิงเดินมาหาพ่อลูกที่เตรียมตัวออกจากบ้านไปทำภารกิจของตน มัทนาอยู่ในชุดนิสิตพนมมือไหว้แม่ด้วยรอยยิ้ม

“แม่ขา...เย็นนี้เลิกเรียนแล้วมัทจะแวะไปหาพี่ต้นที่โรงพยาบาลหน่อยนะคะ”

“จะนัดกันทำไมไม่ไปที่บ้านโน้น หรือบ้านนี้ล่ะลูก”

“คือว่ามัทจะไปเยี่ยมคนไข้พิเศษของพี่ต้นน่ะค่ะ”

“คนไข้พิเศษ ใครกันลูก” นายพลเทพนิ่วหน้าแปลกใจ...

ใน เวลาเดียวกันนั้น คนไข้พิเศษของไอศูรย์กำลังเพลิดเพลินอยู่กับตุ๊กตาที่ห่อผ้าราวกับเด็กทารก หมอปรีชากับไอศูรย์ยืนมองเธออยู่ห่างๆอย่างเวทนา

“พี่ตั้งชื่อคนไข้ พิเศษคนนี้ของต้นว่ารุ่ง เพื่อสะดวกแก่การเรียกชื่อ ตอนนี้พี่ให้ยากล่อมประสาทไว้ เธอเลยอยู่ในอาการสงบลงได้อย่างที่เห็นนี่แหละ”

“พี่ปรีชาว่าเธอเป็นอย่างนี้เพราะอะไรครับ”

“พี่ คิดว่าที่เป็นอย่างนี้คงเป็นเพราะเธอสูญเสียหลานไปด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง เด็กอาจจะตายหรืออาจจะถูกขโมยตัวไปก็ได้ เธอถึงได้หมกมุ่นอยู่กับการตามหาเด็กแบบนี้”

“แล้วพี่ปรีชาคิดว่าป้ารุ่งนี่จะมีโอกาสหายเป็นปกติไหมครับ ความจำกลับมาเหมือนเดิมได้ไหมครับ”

“ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะบอก แต่ถ้าแกกินยาที่พี่จัดให้โดยไม่ขาด แกก็คงจะไม่อาละวาดแล้วละ”

ไอศูรย์พยักหน้ารับทราบ หวังว่าป้ารุ่งคงจะหายวัน หายคืน ความจำกลับคืนมาในเร็ววัน...

เช้า วันเดียวกัน เพชรตั้งใจไปส่งพลอยที่มหาวิทยาลัย เหมือนเคย แต่ก่อนขึ้นรถพลอยทำหนังสือเล่มหนึ่งหลุดมือและรูปถ่ายของไอศูรย์ที่เก็บไว้ ข้างในหล่นออกมา เพชรรู้ทันทีว่าน้องสาวยังตัดใจจากไอศูรย์ไม่ได้ จึงเตือนด้วยความหวังดี ไม่ต้องการเห็นเธอเจ็บปวดเพราะผู้ชายคนเดียว แต่พอถูกน้องย้อนถามบ้างว่า แล้วพี่ตัดใจจากมัทนาได้หรือยัง เพชรก็นิ่งอึ้งพูดไม่ออก

ด้านกำพลเพื่อนสนิทของเพชรก็แวะเวียนมาที่ หอโคมแดงไม่เว้นวัน สอบถามความคืบหน้าเรื่องบุปผาอย่างร้อนใจ มุกเห็นช่องทางได้เงินจึงเสนอตัวเมื่ออยู่กันตามลำพัง

“มุกเชื่อว่าบุปผาต้องบอกแม่ผกาแน่ว่าย้ายไปอยู่ที่ไหน มุกจะช่วยสืบจากแม่ผกาให้เอาไหมล่ะคะว่า บุปผามันย้ายไปอยู่ที่ไหน”

“ถ้าเธอช่วยสืบเรื่องบุปผาให้ฉัน แล้วเธอได้อะไร”

“เงินไงล่ะคะ ผู้หญิงขายตัวอย่างมุกจะอยากได้อะไรล่ะคะถ้าไม่ใช่เงิน”

“ตกลง ถ้าเธอสืบจนรู้ว่าบุปผาย้ายไปอยู่ที่ไหนได้จริง ฉันจะให้เธอหมื่นนึง”

“หนึ่งหมื่น!” มุกตาโตด้วยความตื่นเต้น พยักหน้าตกลงทันที...

ขณะ ที่กำพลกระวนกระวายอยากเจอบุปผา...หารู้ไม่ว่าเธอไม่ได้ไปไหนไกลเลย ยังอยู่ในพระนครและอยู่ในบ้านผู้ดีที่มีผู้คนนับหน้าถือตาเสียด้วย สายวันนี้บุปผาเป็นลูกมือให้คุณหญิงมณีที่ลงครัวเอง ซึ่งไม่คาดคิดว่าบุปผาจะสร้างความดีความงามได้ใจคุณหญิงไปเต็มๆ ด้วยการเอาตัวเองบังคุณหญิงที่วิงเวียนเพราะอดนอนเกือบล้มกระแทกกระทะร้อนๆ บนเตา

บุปผาโดนพริกคั่วร้อนๆหกใส่ขาปวดแสบปวดร้อนแต่ไม่ปริปากร้อง สักแอะ คุณหญิงตกใจรีบให้สร้อยไปเอายาสีฟันสมุนไพรมาทาแผล และเฝ้ามองบุปผาที่อดทนมากอย่างชอบใจ

“ทนเอาหน่อยนะ เดี๋ยวเดียวก็คงค่อยยังชั่วแล้ว เป็นเพราะเมื่อคืนฉันนอนคิดอะไรดึกไปหน่อยน่ะวันนี้เลยหน้ามืด นี่ถ้าบุปผาไม่ผลักฉันออก พริกคั่วร้อนนั่นก็คงหกราดฉันแทนแน่ๆ ขอบใจนะบุปผา เธอเจ็บตัวแทนฉันจริงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง”

คุณ หญิงยิ้มบางๆ หยิบเงินในกระเป๋าจำนวนหนึ่งส่งให้บุปผา “เอ้า...ฉันให้เป็นสินน้ำใจที่หล่อนช่วยฉัน รับไว้สิ แล้วเย็นนี้หล่อนก็ติดรถไปกับนายสินที่จะออกไปรับคุณหนูที่มหาวิทยาลัยด้วย ไปแวะซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ตามใจชอบ ก่อนไปรับยายมัทนะ”

บุปผาพนมมือไหว้ก่อนรับเงินมา ยิ้มตาใสแสร้งปั้นหน้าดีใจเหมือนเด็กๆ คุณหญิงมณีมองอย่างเอ็นดู ในขณะที่สร้อยยังมีสีหน้ากังวลและระแวง

ooooooo

เมื่อได้โอกาสออกนอกบ้าน บุปผาเอาใจสินด้วยการซื้อเสื้อให้หนึ่งตัวเพื่อความแนบเนียนเพราะยังต้องหลอกใช้เขาอีกนาน สินไม่รู้อะไรก็ยิ้มย่องดีใจ เดินประจ๋อประแจ๋กันในตลาดสักพักก่อนพากันกลับมาขึ้นรถเพื่อไปรอรับมัทนาที่มหาวิทยาลัย

ขณะทั้งคู่ก้าวขึ้นรถ แสงเดินอยู่อีกฝั่งกับเดือนโสเภณีในหอโคมแดง เดือนเห็นด้านหลังบุปผาก็จำได้ตะโกนเรียกโหวกเหวกแต่เธอไม่ได้ยิน และรถก็ออกไปเสียก่อนที่เดือนจะวิ่งมาถึง แสงแปลกใจถามเดือนว่าเรียกใคร พอได้ยินคำตอบว่าเพื่อนชื่อบุปผา แสงถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวด ทวนชื่อบุปผาไปมาอย่างข้องใจ

ถึงมหาวิทยาลัย บุปผาเบื่อนายสินเต็มแก่จึงขอตัวไปเดินเล่นฆ่าเวลารอมัทนา แล้วเกือบเผชิญหน้ากำพลที่มากับเพชรเพื่อรับพลอยกลับบ้าน โชคดีที่บุปผาตาไววิ่งหนีไปเสียก่อน กำพลซึ่งเห็นหญิงสาวไวๆวิ่งตามไม่ลดละ เพชรไม่รู้อะไรแต่ก็วิ่งตามเพื่อนมาด้วย

บุปผาซ่อนตัวมิดชิดแอบมองกำพลเหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างหงุดหงิด เพชรตามมาทันถามเพื่อนหนุ่มว่า วิ่งมาทำไม?

“ฉันคิดว่าฉันเห็น...” กำพลหยุดกึกนึกได้ว่าไม่ควรให้เพชรรู้ว่าเห็นบุปผา เปลี่ยนเป็นบอกว่าเห็นคนรู้จัก

“ใคร? คงไม่ใช่ผู้หญิงหรอกนะ ถ้าใช่ฉันจะไม่ช่วยแกเรื่องยายพลอยอีก”

“ไม่ใช่ผู้หญิงหรอก ผู้ชายน่ะ แต่ช่างเถอะ ฉันคงตาฝาดไปเอง”

“ไปๆ ป่านนี้ยายพลอยเลิกเรียนแล้วมั้ง เดี๋ยวออกมาไม่เห็นเราจะบ่นเอาอีก”

เพชรลากกำพลเดินไป บุปผาค่อยๆโผล่ออกจากที่ซ่อนถอนใจโล่งอกที่กำพลไม่เห็นเธอ แต่แล้วบุปผาก็สะดุ้งโหยงเมื่อมัทนาเดินเข้ามาจับแขนเธอ ถามว่ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้

“บุปผามาเดินดูตึกเรียนน่ะค่ะ มัวแต่ดูเพลินบุปผา เลยหลงทาง”

มัทนาไม่ว่ากระไร ยิ้มขำบุปผาอย่างเอ็นดู...ด้านกำพลที่ยังค้างคาใจเพราะมั่นใจว่าเห็นบุปผา แต่พอเจอพลอยเขาก็เก็บเรื่องนั้นไว้ก่อน แสดงท่าทีเอาอกเอาใจเธอเป็นพิเศษก่อนพาไปกินอาหารอร่อยๆ ส่วนมัทนาที่พาบุปผากลับไปหานายสินที่รถ เธอยังไม่มุ่งหน้ากลับบ้าน แต่ให้นายสินพาไปที่โรงพยาบาล บุปผาตื่นเต้น ดีใจที่จะได้พบไอศูรย์ แต่พอไปถึงได้ยินพยาบาลทักทายมัทนาฐานะว่าที่คู่หมั้นหมอไอศูรย์ หล่อนก็แอบหน้าตูมตึงหมั่นไส้ พยาบาลมองเลยไปยังบุปผาแล้วรู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

บุปผาเคยมารักษาแผลมีดบาดกับหมอไอศูรย์ก็จริง แต่เวลานั้นเธอแต่งหน้าจัด การเจอกันครั้งนี้ในสภาพที่ไม่ได้แต่งหน้าและการแต่งตัวก็เรียบร้อยมิดชิดทำให้หมอหนุ่มจำเธอไม่ได้เมื่อมัทนาพามาแนะนำ

“นี่บุปผาค่ะพี่ต้น เป็นน้องสาวนายสินคนขับรถที่บ้านน่ะค่ะ นายสินเพิ่งไปรับตัวมาจากบ้านที่ต่างจังหวัด มาอยู่ที่บ้านน้องมัทได้สองวันเองค่ะ”

“งั้นหรือครับ หน้าคล้ายๆคนไข้พี่คนหนึ่งเลย ชื่อบุปผาเหมือนกันด้วย แต่คนไข้พี่คนนั้นท่าทางจะเป็นคนในพระนครนี่มากกว่า”

“งั้นคงไม่ใช่จริงๆแหละค่ะพี่ต้น เพราะบุปผาเพิ่งมาจากต่างจังหวัดได้สองวันนี่เองค่ะ”

ไอศูรย์พยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็พามัทนาไปหาคนไข้พิเศษของตน โดยมีบุปผาเดินรั้งท้ายมาด้วย อิ่มหรือที่หมอปรีชาตั้งชื่อให้ว่าป้ารุ่งเห็นบุปผาก็เรียกอุ่นดังลั่น ทิ้งตุ๊กตาในมือถลาเข้าหาด้วยความดีใจ

“อุ่น...แกยังไม่ตายเหรอเนี่ย ฉันดีใจจริงๆเลยที่แกยังไม่ตาย ฉันดีใจจริงๆ”

บุปผาตกใจพยายามดิ้นหนี ไอศูรย์เข้าช่วยอีกแรงกว่าจะแยกสองคนออกจากกันได้ แต่อิ่มยังร้องโวยวายตลอดเวลาจะไม่ยอมให้พยาบาลพาตัวไป

เมื่อกลับมาที่ห้องทำงานหมอไอศูรย์ มัทนาถามเขาว่าใครคืออุ่น ทำไมป้าคนนั้นถึงเรียกบุปผาว่าอุ่น

“พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับน้องมัท ตั้งแต่รับป้ารุ่งมารักษาตัวอยู่ที่นี่ แกไม่เคยเอ่ยชื่อใครเลย แม้แต่ชื่อของตัวแกเอง ก็เพิ่งจะมีวันนี้ละครับที่แกเรียกชื่ออุ่น”

“สงสัยบุปผาจะหน้าเหมือนคนที่ป้าแกเคยรู้จักนะคะ”

“เป็นไปได้ครับ...ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป พี่อาจจะต้องขอตัวคนของน้องมัทให้มาช่วยพี่หมอปรีชาทำการรักษาป้ารุ่งบ้างได้ไหมครับ เผื่อว่าความจำของป้ารุ่งอาจจะดีขึ้น หรือกลับมาจำความได้เหมือนอย่างเดิม”

“เอาสิคะ แต่ทั้งนี้ต้องแล้วแต่เจ้าตัวเขาด้วยนะคะ ไงจ๊ะบุปผา ยินดีจะช่วยงานหมอไอศูรย์บ้างได้ไหม”

“ได้สิคะ ช่วยคนถือว่าได้บุญกุศลเยอะนี่คะคุณหนู เผื่อว่าบางทีบุญกุศลจะส่งให้บุปผาสมหวังกับใครเขาบ้างในชาตินี้”

มัทนายิ้มขำเพราะไม่รู้นัยที่แท้จริงของบุปผาที่หมายมั่นปั้นมืออยากได้ไอศูรย์เป็นสามี..

ฝ่ายเดือนซึ่งมั่นใจว่าเห็นบุปผาที่ตลาดเมื่อตอนเย็น...ตกกลางคืนเธอเล่าให้ผกากับเพื่อนพ้องร่วมอาชีพฟัง ผกาไม่พูดอะไรให้เป็นพิรุธ ขณะที่มุกพยายามปะติดปะต่อแล้วสรุปว่าบุปผาไม่ได้ไปไหนไกลแต่ยังอยู่ในพระนครอย่างแน่นอน...เวลาเดียวกัน แสงก็คอยจับผิดบุปผาที่กำลังจะกลับห้องพักในเรือนคนใช้ เขาคาดคั้นเธอว่าวันนี้ไปตลาด มาใช่ไหม บุปผาทำท่าไม่พอใจตวัดเสียงใส่อย่างกวนๆ

“ถ้าใช่...แล้วพี่แสงจะทำไม”

“เธอไม่ใช่น้องสาวพี่สินใช่ไหม...ฉันรู้นะว่าเธอไม่ใช่น้องสาวพี่สิน เธอไม่ได้เพิ่งมาจากบ้านนอก ไม่งั้นเธอจะรู้จักกับผู้หญิงที่อยู่หอโคมแดงได้ยังไง บอกมานะว่าเธอเป็นใครกันแน่บุปผา”

แสงกระชากแขนบุปผา หน้าตาดุดันเอาจริง บุปผากลัวซะที่ไหน ตบหน้าเขาเต็มแรงแล้วตะโกนลั่นว่าแสงจะปล้ำเธอ สินวิ่งนำหน้าบรรดาคนรับใช้เข้ามาตะบันหน้าแสงด้วยความโมโหสุดขีด สองหนุ่มแลกหมัดกันไปมาครู่หนึ่งก่อนที่สร้อยจะสยบพวกเขาด้วยน้ำถังใหญ่สาดใส่จนเปียกปอน แล้วแสงก็ยืนยันว่าตนไม่ได้ปล้ำบุปผา...สินยังโมโหไม่หาย สวนทันควันว่า

“ถ้าไม่ได้ปล้ำแล้วทำไมบุปผาถึงต้องโวยวายเพราะตกใจขนาดนั้นด้วย ไอ้แสง! ฉันเห็นสายตาที่แกมองบุปผาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในบ้านนี้แล้ว ฉันรู้ว่าแกคิดอะไรอยู่”

พูดขาดคำ สินพุ่งเข้าใส่แสงอีก คนอื่นๆต้องช่วยกันแยกตัวออกอย่างโกลาหล สร้อยตะโกนลั่นจนสองหนุ่มหยุดกึก

“พอได้แล้ว! ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณหญิงให้ตัดเงินเดือนพวกแกคนละ3 เดือนเลย...ไม่มีใครอยู่ในเหตุการณ์กับพวก แกสองคน เพราะฉะนั้นก็มีแต่พวกแกเท่านั้นที่รู้ความจริงว่าแกมีเรื่องอะไรกัน เอาเป็นว่าเรื่องวันนี้ให้เลิกแล้วต่อกันไป แล้วไอ้แสง ถ้าไม่จำเป็นแกก็อยู่ห่างๆนังบุปผามันไว้ ไอ้สินมันหวงน้องสาวมัน แกก็อย่าไปยุ่ง เข้าใจมั้ย”

แสงเม้มปาก จำใจพยักหน้ารับคำสั่งแม่ แต่ยังไม่วายจ้องหน้าบุปผา ตั้งใจว่าสักวันเขาต้องเปิดโปงให้ได้ว่าบุปผาคือใครกันแน่!

เมื่อสินพาบุปผากลับมาส่งที่ห้องก็กำชับเธอว่า “ต่อไปนี้บุปผาต้องระวังไอ้แสงให้ดีนะ ฉันรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ แต่บุปผาเป็นเมียฉัน ฉันจะไม่มีวันยอมให้มันแตะต้องบุปผาเป็นอันขาด”

“จ้ะ....พี่สินไปนอนเถอะ”

สินกลับออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่บุปผาเครียดกว่าหลายเท่ากลัวความลับแตก สงสัยว่าแสงรู้เรื่องหอโคมแดงได้ยังไง ตกดึกคืนนั้นบุปผาย่องเข้าไปแอบใช้โทรศัพท์บ้านคุณหญิงโทร.หาผกาบอกเล่าว่า

“ตอนนี้ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านเทพบริบาลแล้ว แต่ฉันมาพูดโทรศัพท์กับแม่บ่อยๆไม่ได้นะ เพราะถ้าใครมาเห็นจะสงสัยเอาได้ แต่ฉันจะพยายามหาทางส่งข่าวถึงแม่เป็นระยะๆนะจ๊ะ”

“จ้ะๆ แม่เข้าใจ”

“เออนี่แม่ ที่ฉันโทร.มานี่ ฉันมีเรื่องอยากจะขอให้แม่ทำอะไรให้ฉันอย่างนึงด้วยจ้ะ”

ผกาตั้งใจฟังและทำตามคำขอของบุปผาในวันรุ่งขึ้นทันที โดยประกาศให้ทุกคนในบ้านรับรู้พร้อมกันว่า ต่อไปนี้ถ้ามีลูกค้าเก่ามาถามถึงบุปผา ทุกคนต้องบอกว่าบุปผาย้ายออกไปแล้ว ไม่รู้ไปไหน

“เราก็ไม่รู้จริงๆนี่จ๊ะแม่ว่านังบุปผาออกไปอยู่ที่ไหน อยู่ๆมันก็เก็บกระเป๋าหายไปเลย ไม่ล่ำลาคนในบ้านสักคน ทั้งๆที่เคยกินเคยนอนอยู่ด้วยกันทุกวัน” พิกุลพูดซื่อๆ ต่างจากมุกที่พยายามตะล่อมเอาความจริงจากผกา

“แต่คุณกำพลก็คงจะอยากรู้อยู่ละนะจ๊ะแม่ ว่านังบุปผามันไปอยู่ที่ไหน วัวเคยขาม้าเคยขี่ มันตัดกันไม่ขาดหรอก แม่จ๋า...นังบุปผามันไปเป็นเมียเก็บใครเหรอ มันถึงต้องเป็นความลับนักว่ามันไปอยู่ที่ไหนน่ะ”

“เออน่า แกไม่ต้องรู้หรอก แล้วถ้าเป็นคนอื่นมาถามหานังบุปผาละก็ ให้บอกไปเลยว่าไม่เคยมีคนชื่อบุปผาอยู่ที่นี่”

หลายคนร้องอ้าวแล้วตั้งท่าจะซักต่อ แต่ผกาไม่เปิดโอกาส ตัดบทเสียงแข็งจนทุกคนไม่กล้าตอแย “เถอะน่า...แม่สั่งให้พูดยังงี้ก็พูดไปสิ อย่าถามมากได้มั้ย”

ooooooo

ตอนที่ 4

หลังจากรับฟังผกาแล้ว มุกเป็นคนเดียวที่ยังติดใจสงสัยเรื่องการหายตัวไปของบุปผา อีกทั้งเธอรับปาก กำพลไว้ว่าจะช่วยสืบเพื่อแลกเงินหนึ่งหมื่นบาท วันนี้เธอจึงโทร.ตามเขามาที่หอโคมแดงแล้วนั่งรถออกไปด้วยกัน

กำพลจอดรถที่สวนสาธารณะลงมาพร้อมมุกที่ดูเริงร่าเป็นพิเศษ

“คุณกำพลรู้ไหมคะว่านังพวกที่หอโคมแดงน่ะมันตื่นเต้นกันใหญ่ที่คุณกำพลไปรับมุกออกมาจากบ้านน่ะค่ะ”

“ก็เธอบอกว่ามีเรื่องบุปผาจะบอกฉัน ฉันก็ต้องรับเธอออกมาน่ะสิ ตกลงรู้แล้วเหรอว่าบุปผาอยู่ที่ไหน”

มุกส่ายหน้าแทนคำตอบ กำพลชะงักผิดหวังอย่างแรง

“อ้าว...แล้วเธอตามฉันมาทำไมล่ะ เสียเวลาจริง”

“ถึงมุกจะไม่รู้ว่านังบุปผาไปอยู่ที่ไหน แต่ก็รู้ว่า มันยังอยู่ในพระนครนี่ละ เพราะมีคนเห็นมันเดินอยู่ในตลาด แล้วเมื่อเช้าแม่ผกายังสั่งแปลกๆเรื่องนังบุปผาอีกด้วยว่า ถ้ามีใครมาถามหามันให้บอกว่าไม่เคยมีคนชื่อบุปผาอยู่ที่หอโคมแดง”

กำพลพยักหน้ารับรู้ มุกยิ้มกริ่ม แบมือหราทันที

“ไหนล่ะคะคุณกำพล หนึ่งหมื่นที่ว่าจะให้มุกน่ะ ถ้ามุกเอาข้อมูลเรื่องนังบุปผามาบอก”

“ตราบใดที่ฉันยังไม่เจอตัวบุปผา เธอก็ยังจะไม่ได้เห็นเงินหมื่นนั่นหรอก” กำพลเสียงแข็งแล้วเดินหนีไปทันที ทิ้งมุกยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน กระทืบเท้าอย่างเจ็บใจ...

วันเดียวกันที่บ้านมัทนา...บุปผาช่วยสร้อยลำเลียงอาหารขึ้นไปบนตึกและได้เห็นหน้านายพลเทพชัดๆ หญิงสาวรู้สึกแปลกๆโดยไม่รู้สาเหตุ ทำชามแกงหกใส่ท่านจนโดนสร้อยตวาดด่าว่าซุ่มซ่าม แต่นายพลกับคุณหญิงไม่ถือสา บอกว่าเด็กบ้านนอกก็อย่างนี้แหละ ยังหยิบจับอะไรไม่ค่อยถูก บุปผาเลยใจชื้นขึ้นเป็นกอง แล้วครู่ต่อมา ก็ยิ้มร่าดีใจเมื่อมัทนาขออนุญาตมารดาพาเธอไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยฟื้นความจำให้คนไข้ของหมอไอศูรย์แล้วคุณหญิงไม่ขัดข้อง

ooooooo

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลพร้อมมัทนา บุปผาเสนอตัวยินดีช่วยเหลือเต็มที่ ไอศูรย์ขอบคุณเธอแล้วให้หมอปรีชาอธิบายแทน

“หมอต้นบอกผมว่าป้ารุ่งดูจะถูกชะตากับคุณมากกว่าใคร หมอเลยอยากให้คุณค่อยๆคุยกับเขาเรื่องสัพเพเหระอะไรก็ได้ ให้เขาคุ้นเคยกับคุณเสียก่อนแล้วค่อยขยับไปการรักษาขั้นต่อไปทีหลัง”

“ได้ค่ะหมอ” บุปผารับปากแข็งขัน หลังจากนั้นก็ไปนั่งลงตรงหน้าป้ารุ่ง โดยมีไอศูรย์ ปรีชา และมัทนายืนมองอยู่ห่างๆ

บุปผาแนะนำตัวเองแต่ป้ารุ่งกลับพูดโพล่งว่าชื่ออุ่น แล้วแกก็ยืนยันอยู่อย่างนั้นจนบุปผาต้องคล้อยตาม

“เอ้า...อุ่นก็อุ่น” บุปผาตอบรับด้วยรอยยิ้ม ป้ารุ่งหรือชื่อจริงคืออิ่มยิ้มรับและจับมือบุปผากุมไว้ ดีใจเหมือนได้เจอคนคุ้นเคย...ทั้งสามคนที่ยืนมองอยู่พากันโล่งใจที่ป้ารุ่งท่าทางเป็นมิตรกับบุปผา

แต่ผ่านไปไม่นาน ป้ารุ่งเกิดอาละวาดพุ่งเข้าบีบคอมัทนาเพราะแรงยุของบุปผาที่แอบกระซิบว่าเธอคนนั้นเอาหลานของป้าไป มัทนาถูกบีบคอเกือบแย่ถ้าไอศูรย์กับปรีชาช่วยไม่ทัน

หลังจากปรีชาพาป้ารุ่งกลับห้องพักไปแล้ว ไอศูรย์ปลอบขวัญมัทนาที่ยังตระหนกตกใจไม่หาย บุปผาเฝ้ามองอย่างริษยา ที่สุดก็อดรนทนไม่ไหวเข้ามาแทรกกลางทำทีเป็นห่วงเจ้านายของตน

“คุณหมอไปดูอาการป้ารุ่งเถอะค่ะ เดี๋ยวบุปผาดูแลคุณหนูเอง”

“ไม่เป็นไร บุปผาตามไปดูป้ารุ่งเถอะ ผมจะดูน้องมัทเอง”

บุปผาแอบทำหน้าไม่พอใจและจำต้องเดินไป แต่ไม่วายหันกลับมามองไอศูรย์ที่ดูแลมัทนาอย่างดีด้วยความอิจฉา...

หมอปรีชาฉีดยาระงับประสาทให้อิ่ม โดยมีบุรุษพยาบาลช่วยจับตัวแกไว้ ครู่เดียวอิ่มก็หลับลงเพราะฤทธิ์ยา บุปผาเดินมาเมียงมองหน้าห้องแล้วพึมพำอย่างขัดใจ

“ฮึ! อีป้าบ้า! แกน่าจะบีบคอนังคุณหนูขี้แยนั่นให้คอหักตายไปเลย”

หลังจากนั้นไม่นาน ไอศูรย์ออกมาส่งมัทนากับบุปผาขึ้นรถกลับบ้าน เขายังห่วงใยว่าที่คู่หมั้น ถามแล้วถามอีกว่าไม่เป็นอะไรแน่นะ บุปผาแอบมองหมั่นไส้แต่พอเห็นนายสินมองมาก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ

“มัทเจ็บไม่มากหรอกค่ะ แต่ตกใจมากกว่า”

“ก็น่าตกใจอยู่หรอกที่อยู่ๆป้ารุ่งแกก็ลุกขึ้นมาทำร้ายคนอย่างนี้ ทั้งๆที่ระยะหลังมานี่ป้ารุ่งแกสงบลงมากแล้ว”

“ลงว่าเป็นคนบ้า เราเดาใจเขาไม่ออกหรอกค่ะคุณหมอ”

“ป้ารุ่งแกไม่ได้บ้าสักหน่อยบุปผา แกความจำเสื่อมต่างหาก...แล้วป้ารุ่งแกก็คงไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายน้องมัทหรอกค่ะ พี่ต้นอย่าบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อคุณแม่น้องมัทนะคะ น้องมัทไม่อยากให้ท่านกังวล”

ไอศูรย์พยักหน้ารับ แต่บุปผาคิดค้านอยู่ในใจเพราะมีแผนบางอย่าง ครั้นกลับถึงบ้านเทพบริบาล บุปผาปากสว่างเล่าให้คนรับใช้ฟัง ไม่นานนักเรื่องก็รู้ถึงหูคุณหญิงมณีและนายพลเทพ

“เกิดเรื่องร้ายแรงอย่างนี้ขึ้น ทำไมมัทไม่เล่าให้แม่ฟัง”

“แล้วคุณแม่รู้เรื่องนี้มาจากที่ไหนคะ”

“แม่จะรู้เรื่องมาจากไหนมันก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ ทำไมมัทไม่เล่าให้แม่ฟัง”

“ก็มัทไม่อยากให้คุณแม่ตกใจนี่คะ”

“แล้วมัทเป็นอะไรมากรึเปล่าลูก”

“มัทไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณพ่อ แค่ตกใจเท่านั้น”

คุณหญิงเป็นห่วงลูกสาวคนเดียว ประกาศไม่ยอมให้ไปช่วยงานที่โรงพยาบาลอีก เช่นเดียวกับนายพลที่กลัวลูกสาวเป็นอันตรายเพราะท่าทางคนไข้ของไอศูรย์จะไว้ใจไม่ได้ บุปผาได้ยินอย่างนั้นลอบยิ้มสมหวัง รีบเสนอตัวทันที

“ถ้างั้นให้บุปผาไปช่วยคุณหมอไอศูรย์คนเดียวก็ได้ค่ะ เพราะปกติป้ารุ่งแกก็พูดแต่กับบุปผาคนเดียวอยู่แล้วค่ะ”

สร้อยระแวง ไม่อยากให้บุปผาไปใกล้ชิดไอศูรย์ จึงขัดคอโดยเร็ว “ไม่ดีมั้ง ฉันว่าให้พวกหมอเขารักษายายป้าบ้านั่นกันไปเองเถอะ อย่างแกจะไปช่วยอะไรเขาได้”

บุปผานิ่งไปทันที โกรธสร้อยแต่ไม่แสดงออก แต่มัทนากลับเห็นดีด้วย

“ถ้าคุณแม่ไม่ให้มัทไปก็ให้บุปผาไปเถอะนะคะ มัทไม่อยากให้พี่ต้นรู้สึกว่ามัทรับปากเขาแล้วไม่รับผิดชอบ”

คุณหญิงมณีนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบตกลง สร้อยสีหน้าเป็นกังวล ในขณะที่บุปผาดีใจแต่เก็บซ่อนความรู้สึก เหลือบมองสร้อยอย่างเคืองๆ

เพราะแค้นใจที่สร้อยคอยกีดกันขัดขวางตนอยู่เรื่อย บุปผาแอบเข้ามาในครัวเอาแปรงสีฟันถูในปากตัวเองแล้วคนลงในถ้วยไข่ตุ๋นใบหนึ่งที่กำลังเดือดปุดๆอยู่บนเตา...

เวลานั้นสร้อยยังอยู่บนตึก พูดคุยกับคุณหญิงมณีด้วยเรื่องบุปผาอย่างเป็นกังวล

“จะดีรึคะคุณหญิง ที่จะให้แม่บุปผาไปที่โรงพยาบาลตามลำพังน่ะค่ะ สร้อยกลัวค่ะ ปล่อยให้ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ใกล้ชิดกันมากๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้นะคะคุณหญิง”

“ที่โรงพยาบาลนั่นคนออกจะเยอะแยะ แม่บุปผาไม่ได้ไปอยู่กับพ่อต้นตามลำพังสองคนเสียหน่อย แล้วอีก อย่างฉันก็มั่นใจว่าผู้ชายอย่างพ่อต้นไม่ใช่ผู้ชายมักง่าย”

“ว่าได้หรือคะ ท่านนายพลก็ไม่ใช่ผู้ชายมักง่ายเหมือนกันล่ะค่ะ แล้วเป็นไงคะ ถ้าตอนนั้นเราไม่ได้สืบจนรู้เรื่องนังอุ่นกับลูกมันเสียก่อน ป่านนี้คุณหญิงคงได้มีลูกเลี้ยงอายุพอๆกับคุณหนูมัทนาแล้วล่ะค่ะ”

คุณหญิงมณีหน้าเครียดขึ้นมาทันที แต่พยายามตัดใจไม่คิดมาก บอกสาวใช้คนสนิทว่า

“เอาเถอะ...เรื่องนั้นมันก็ผ่านมานานแล้วจะไปพูดถึงมันทำไมอีก แล้วตอนนี้ท่านนายพลก็อยู่กับร่องกับรอย และไม่มีโอกาสมีลูกกับใครได้อีกแล้ว”

สร้อยจำต้องนิ่งเงียบไป ทั้งที่ใจยังระแวงบุปผา...ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไรแต่รู้สึกไม่ถูกชะตาบุปผาเอามากๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“แม็กกี้ อาภา” รับบทคุณแม่ครั้งแรก และต้องเจอเรื่องลึกลับ ใน “ตุ๊กตา”
20 เม.ย. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 07:43 น.