ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พลับพลึงสีชมพู

SHARE
  • แนว
  • :
  • ดราม่า - โรแมนติก
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ศรีทอง ลดาวัลย์
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • พิมบงกช
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ชุติกุล สุตสุนทร
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • แอนดริว เกร้กสัน,อามีนา กูล

พลับพลึงสีชมพู ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

27 ปีก่อน...

ณ โถงวังเทวาสถิตย์ มีงานพิธีหมั้นจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ดอกไม้สดสวยบานสะพรั่งทุกแจกัน เป็นพิธีหมั้นระหว่าง หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ กับพันโทวินิตนายทหารหนุ่ม มีวงดนตรีไทยบรรเลงเพลงหวานตลอดเวลา...

พระองค์หญิงวิสุทธิโสภีกับพระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ ประทับที่เก้าอี้ประธาน อีกด้านเป็นนายพลผู้มาเป็นผู้ใหญ่ของพันโทวินิต

“ลูกสาวเรายังเด็กนัก นี่ถ้าไม่ใช่ท่านแม่ทัพมาเป็นเถ้าแก่ เห็นทีจะไม่ยกให้ละ” พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์เอ่ย

“เป็นพระกรุณา กระหม่อมเองก็เมตตาผู้พันวินิต พ่อแม่รึก็สิ้นเสียแต่ยังเยาว์ ทิ้งไว้แต่มรดกมากมาย ถึงร่ำรวยเป็นหนุ่มเนื้อทอง ก็น่าสงสาร” นายพลเย้าหยอกสร้างบรรยากาศ

ม.จ.กิรติโสภณ สบตาเขินพันโทวินิตเขินๆ

“เงินทองมีไว้มันก็ดี แต่ถ้าเป็นคนดีมีศีลมีธรรม รักเดียวใจเดียว จะยิ่งวิเศษ จริงไหมคะ” พระองค์หญิงเอ่ย

“จริงที่สุดกระหม่อม” นายพลยิ้มแย้ม ผู้ใหญ่

ทั้งสามสรวลเสกันอย่างรื่นรมย์

พระองค์หญิงหันไปมองนาฬิกา เป็นเวลา เก้าโมงห้านาที

ooooooo

ที่ห้องเตรียมอาหารในวัง...

สาวใช้ทยอยยกถาดอาหารจากในครัวมาตั้งเตรียม ทิวาเอ่ยกับราตรีและเพื่อนๆว่า

“ทรงสนทนารอฤกษ์อยู่ เร็ว...เร้ว...จะสวมแหวนแล้ว พวกเราออกไปดูกัน” บรรดาสาวคึกคักตื่นเต้น ทิวากับราตรีประคองถาดเครื่องน้ำชาและของว่างเดินตามกันออกไปวางที่มุมโถง แล้วรีบลงนั่งชะเง้อดูพิธีอย่างปลาบปลื้ม

พระองค์หญิงเหลือบมองนาฬิกา ใกล้จะเก้าโมงเก้านาทีแล้ว จึงหันมองท่านนายพล

“สวมแหวนท่านหญิงได้แล้ว วินิต” ท่านนายพลเอ่ย พันโทวินิตหยิบแหวนจากกล่องที่เปิดอยู่ หยิบแหวนออกมา เอื้อมไปรับมือท่านหญิงที่ค่อยๆยื่นออกมา แหวนกำลังแตะที่ปลายนิ้วนางเรียวงาม

“หยุดเดี๋ยวนี้!!” เสียงแหลมปานฟ้าผ่าดังก้องจนทุกคนสะดุ้ง “ฉันไม่ยอมให้คุณหมั้นกับใครเด็ดขาด คุณวินิต!”

พระองค์หญิงตวาดถามว่า “เธอเป็นใคร บังอาจเข้ามาแสดงกิริยาหยาบในวังของฉัน”

“กราบขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันชื่อจริยา เป็นภรรยาของคุณวินิต”

“หล่อนเป็นเมียผู้ชายคนที่กำลังจะหมั้นกับลูกสาวฉันงั้นรึ!” พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ลุกยืน

“ไม่ใช่แค่เมียเพคะ แต่กำลังเป็นแม่ของเด็กในท้องนี่” จริยาก้มมองท้องตัวเอง

“ท้อง!!” หม่อมเจ้าหญิงอุทาน มองหน้าวินิต ในขณะที่จริยายังประกาศให้รู้ทั่วกันว่า

“ใช่! ฉันจำเป็นต้องมาทวงสิทธิ์ให้กับลูก...ไม่ให้น้องเกิดมาโดยไม่มีพ่อ!”

วินิตหน้าซีดสนิทมองหน้าหม่อมเจ้าหญิงขยับถอยออก พยายามจะชี้แจงว่าตนไม่...ไม่...จริยาถามทันทีว่า

“ไม่ปฏิเสธใช่ไหมคะคุณวินิต ว่าคุณกับฉันเป็นอะไรกัน คุณก็รู้ว่าคุณไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับใคร นอกจากฉัน!”

ท่านนายพลลุกยืนค้อมไหว้พระองค์เจ้ามรุพงษ์และพระองค์หญิงซึ่งยืนหน้าตึงเครียด หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณร้องไห้วิ่งหนีออกไปจากโถงขึ้นห้องบรรทม จริยามองตาม ยิ้มอย่างพอใจ ส่วนวินิตพยายามหว่านล้อมจริยา

“ออกไปจากวังของฉันไป ไปให้พ้น แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก!!” พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ตวาดไล่

พันโทวินิตกราบบาทแล้วถอยออก จริยาสะบัดตามไป ท่านนายพลเดินตามออกไปอีกคน

ทุกคนในงานแตกตื่นตกใจ พระองค์เจ้ามรุพงษ์ เหวี่ยงหัตถ์ปัดแจกันดอกไม้แตกกระจาย ดอกไม้ที่เบ่งบานกลีบปลิดปลิวกระจาย...

ooooooo

หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ...นอนร้องไห้น้ำตาไหลพราก...ลุกเดินไปที่หน้าต่าง...ก้มมองท้องตัวเอง... เศร้า...เครียด...

ที่หน้าห้องบรรทม พระองค์เจ้ามรุพงษ์กับพระองค์หญิง เดินไปมาเครียดหนัก...

“ลูกหญิงไม่ออกจากห้องเลยเพคะ”

“ไอ้ผู้ชายสารเลว มีเมียมีลูกแล้วยังมีหน้าพาแม่ทัพภาคมาสู่ขอลูกเรา”

“ลูกหญิงรักผู้ชายคนนี้มากด้วยเพคะ”

“นี่ถ้ามันมาทำผิดประเพณีกับลูกเรา แบบที่ทำกับผู้หญิงคนนั้นล่ะก็...จะฆ่าเสียให้ตายทั้งคู่เลย”

หลังประตูในห้องบรรทม... ม.จ.กิรติโสภณ ได้ยินทุกถ้อยคำที่พ่อพูด ก้มมองท้องตัวเองอย่างหวาดหวั่น...

คืนหนึ่งหลังจากนั้น... ม.จ.กิรติโสภณ เก็บเสื้อผ้าจากตู้ หยิบกล่องแหวนในโต๊ะออกมาเปิดดูแล้ววางในกระเป๋าเดินทาง เปิดหน้าต่างมองออกไปเบื้องล่างอย่างระแวดระวัง...

“หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ จำเป็นต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต แบบที่คนไทยเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้านั่นแหละ...” แนนซี่เพื่อนรักของหม่อมเจ้าหญิงที่อยู่อังกฤษ รำพึงอย่างเข้าใจและเห็นใจ

จนเมื่อเวลาผ่านไป...แนนซี่มองหม่อมเจ้าหญิงเพื่อนรัก ที่ไกวเปลกล่อมทารกเพศชาย แนนซี่เอ่ยยิ้มๆ...

“เธอเลือกที่จะเลี้ยงเด็กชายน้อยคนนี้เพียงลำพังในต่างแดน อาจเป็นเพราะเธอรักผู้ชายคนนั้นมาก จนไม่อยากให้บิดาไปทำร้ายเขา หรืออาจจะเพราะเธอต้องการรักษาพระเกียรติของสกุลวงศ์...” จนเวลาผ่านไป 6 ปี จึงได้รับคำตอบว่า

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ ฉันต้องหักใจอย่างมากที่จะไม่ติดต่อกลับไปหาใครที่เมืองไทยอีก...” ม.จ.กิรติ นอนมองเด็กชายวิศรุตวัย 6 ขวบที่นั่งเล่นอยู่บนเตียงข้างกาย “ลูกอาจจะเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจอะไรที่เราเล่านะแนนซี่ แต่ฉันอยากให้เขารู้ไว้บ้าง...เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด...ฉันอยากจะฝากฝังเขาไว้กับเธอ จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาโตพอจะกลับไป...”

แนนซี่ถามว่ากลับทำไม ที่ผ่านมาเธอเคยส่งจดหมายไปก็ไม่มีใครตอบมา แม้เด็กชายวิศรุตจะยังเด็กมากแต่ก็พยายามจำคำพูดของแม่ที่พยายามพูดกับแนนซี่ทั้งที่ไอหนักเป็นระยะ

“มันอาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง...ยังไงเสีย เขาก็ต้องกลับไปทวงสิทธิ์ของเขา” ม.จ.กิรติพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เอื้อมหยิบกล่องแหวนที่หัวเตียงหยิบแหวนออกมา “แหวนนี่จะทำให้เขาได้รับสิ่งที่เขาควรได้รับ ...แหวนเทวาสถิตย์” เอ่ยแล้วพยายามสวมแหวนให้วิศรุต แต่แหวนร่วงจากมือ วิศรุตคว้าไปถือไว้

“รอโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนค่อยใส่จ้ะ ไม่ต้องห่วงหรอกนะหญิงกิรติ...ฉันจะทำตามที่เธอต้องการ จะดูแลลูกชายเธอ จนกว่าเขาพร้อมที่จะกลับไป”
เป็นคำมั่นสัญญาจากเพื่อนรักก่อนที่ ม.จ.กิรติจะจากไป

จนเมื่อประกอบพิธีศพที่อังกฤษเสร็จ แนนซี่กับเด็กชายวิศรุต ออกจาก Funeral Home มือประคองโถอัฐิหน้าเศร้า วิศรุตมือถือช่อลิลลี่ แนนซี่ถามวิศรุตขณะมาขึ้นรถว่า

“จำได้ไหม ว่าแม่สั่งอะไรไว้”

“จำได้ฮะ...ผมไม่อยากโตเลย...”

ooooooo

20 ปีต่อมา...เรือลำหนึ่งแล่นมาจอดที่ท่าน้ำ วิศรุต หนุ่มหล่อ เท่ ก้าวขึ้นท่าน้ำ หยุดมองตัวบ้านเบื้องหน้านิ่ง

พลันก็ชะงัก เมื่อธาราเดินตรงมาหาในมือถือแอร์เมล

“คุณวิศรุต...ไปขับเรือเล่นเหรอคะ จดหมายค่ะ มาส่งเดี๋ยวนี้เอง”

วิศรุตรับจดหมายไปแกะอ่าน เป็นจดหมายของแนนซี่ที่เขียนด้วยลายมืออย่างสวยงาม

“หลานรัก...หวังว่าหลานคงสนุกกับชีวิตที่เมืองไทย ส่วนป้าสบายดีและกำลังจะเดินทางไกลไปเที่ยวทิเบตกับเพื่อนๆ หลานคงรู้ว่าป้าเกลียดอินเตอร์เน็ต ดังนั้นเราคงไม่ได้ติดต่อกันอีกสักพัก...ที่เขียนมาครั้งนี้ ก็เพื่อจะเตือนไม่ให้หลานลืมคำสั่งของแม่ว่าให้มาเมืองไทยเพื่ออะไร อย่ามัวเพลินกับการใช้ชีวิต จนลืมเป้าหมายของชีวิตนะหลานรัก...ป้าจะเขียนมาอีกครั้ง เมื่อกลับจากทิเบตจ้ะ ...รัก...แนนซี่”

วิศรุตถอนใจ พับจดหมายช้าๆ มองแหวนที่สวมอยู่อย่างใช้ความคิด

“อย่าลืมไปรับแขกที่สนามบินนะคะ ธาราเตรียมห้องพักไว้พร้อมแล้ว” ธาราที่แอบมองปลื้มอยู่เดินมาเตือน

“ไม่ลืมหรอก จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” วิศรุตบอก พลางเดินผ่านพลับพลึงกอเล็กๆที่มีป้ายเขียนไว้ว่า

“Greenery Homestay”

ooooooo

ตอนที่ 2

พิสิฐโทรศัพท์ถึงน้ำมนต์ เป็นเวลาที่น้ำมนต์เดินลากกระเป๋าใบใหญ่ออกมาตามทางผู้โดยสารขาเข้า พอเสียงมือถือดังเธอก็บ่นว่าเพิ่งเปิดเครื่องก็โทร.มาพอดีเลย เชื่อว่าต้องเป็นลิลลี่แน่ๆ

“เฮ้ย!” น้ำมนต์อุทานเมื่อดูหน้าจอ เตรียมตั้งสติกดรับ “ฮัลโหล...น้ำมนต์ค่ะ”

ตอนที่ 3

พิริยพงษ์บอกหญิงประสงค์สมว่า“พี่จะทำให้ดู” ไม่นานก็ทำให้ดูด้วยการมาดักพบหญิงประสงค์สมขณะกลับจากไปเรียนภาษาอังกฤษ

หญิงประสงค์สมรู้ว่าพี่ชายต้องการอะไร บอกว่านี่ยังไม่ถึงครึ่งเดือนเลยถามว่าต้องการใช้เท่าไร พิริยพงษ์บอกว่าสองพัน แล้วจุ๊ปากให้เบาๆ กลัวลูกน้องท่านย่าได้ยิน เดี๋ยวจะโดนเทศน์สิบสามกัณฑ์

ตอนที่ 4

ที่บ้านพลโทวินิต ราชโยธิน วินิตากลับมาเล่าให้คุณหญิงจริยาผู้เป็นแม่ฟังว่า ท่านย่าของคุณชายไม่โปรดตนแน่ๆ จริยาบอกว่าเขาไม่มีท่าจะชอบคนบ้านเราหรอก แต่พ่อของลูกสิเห่อเจ้า เห่อตระกูลนี้นัก

แก้วกิริยาน้องสาวของวินิตามาบอกพี่สาวว่าปล่อยให้คุณพ่อรับแขกอยู่ได้ ให้ไปช่วยรับแขกได้แล้ว คุณหญิงจริยาจึงบุ้ยใบ้ให้วินิตาไปรับแขก

ม.ร.ว.พิริยพงษ์กำลังปรึกษาพลโทวินิตเรื่องจะเชิญไปที่วังสักครั้ง พลโทวินิตโบกมือบอกว่าใครๆก็รู้ว่าท่านไม่รับแขก ตนเคยพยายามมานานแล้ว ก่อนที่วินิตาจะรู้จักคุณชายเสียอีก พิริยพงษ์ถามว่าจะไปพบท่านย่าด้วยเรื่องอะไรหรือ

“ผมอยากได้ที่ดินผืนหนึ่งของพระองค์หญิง ส่งคนไปเจรจากี่รอบก็ไม่ทรงให้เข้าพบ...บางทีอาจจะเป็นการดีที่วินิตาจะช่วยพ่อ” บอกวินิตาว่า “ถ้าลูกทำให้พระองค์หญิงทรงยอมขายที่ดินผืนนั้นให้พ่อ พ่อจะขอบใจมาก”

เมื่อวินิตาเดินไปส่งพิริยพงษ์ที่รถ แก้วกิริยาถามคุณหญิงว่าของกำนัลที่คุณชายเอามาให้เป็นอะไรหรือถึงทำให้คุณหญิงแม่ยิ้มออก จริยาไม่ให้ดู เมื่อจริยาอยู่กับพลโทวินิตตามลำพังจึงถามว่าทำไมถึงอยากได้ที่ดินนี้นักจะเอาไปทำอะไร พลโทวินิตบอกว่า “คุณไม่ต้องรู้หรอก”

“แต่ฉันรู้ ฉันไม่ยอมให้คุณเสียเงินเพียงเพราะอยากจะเอาใจอดีตว่าที่แม่ยายคุณหรอก จำไม่ได้เหรอว่า เขาไล่เราอย่างกับหมูกับหมา ไม่ให้เฉียดใกล้วังเขาอีก”

“ผมไม่ได้อยากจะเข้าวัง ผมแค่อยากจะซื้อที่ดินอีกผืนหนึ่งของพระองค์หญิง” จริยาสวนทันทีว่าตนจะเก็บเงินของเราไว้ให้ลูก “ลูกทุกคนก็มีเงินส่วนที่เขาควรได้รับแล้ว แต่ส่วนนี้ผมขอ...ผมขอสิทธิ์ให้กับคนที่ไม่เคยได้รับ”

เมื่อพลโทวินิตเดินไปแล้ว จริยาค้อนลมค้อนแล้งพึมพำอย่างขัดใจ

“คนที่ไม่เคยได้รับ...ฮึ! มันไม่ควรได้รับหรอก เพราะมันสาบสูญไปแล้ว!!”

ooooooo

หลังจากวันนั้น พระองค์หญิงสังเกตคุณหญิงประสงค์สมชมว่า พักนี้หน้าตาสดชื่นกว่าเมื่อก่อน ได้ออกนอกวังบ้างดีกว่านั่งทำการฝีมือยู่แต่ในวังใช่ไหม

“ค่ะท่านย่า ไปเรียนก็ได้ความรู้ด้วย” แต่พอท่านย่าถามว่าเจอวิศรุตอีกไหม คุณหญิงก็อึ้งไปอย่างอึดอัดใจไม่นึกว่าท่านย่าจะถามถึงคนนอกวัง
ครู่เดียว คุณหญิงรวบรวมความกล้าโทร.ถึงวิศรุต เขาอยู่ที่โฮมสเตย์เดินมาก้มหยิบหนังสือพิมพ์ที่สโรชาแอบมองปราดแล้วเพิ่งวาง พลางรับสาย

“สวัสดีครับคุณหญิง...บ่ายนี้ น่าจะว่างครับ... ที่ไหนนะครับ...วังเทวาสถิตย์?”

สโรชาหูผึ่ง จำได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้ พอนึกออกก็พึมพำ “วังเทวาสถิตย์...ที่ป๊าบอกนี่!!” ดังนั้นเมื่อมีโอกาสจึงเลียบเคียงถามว่า วังเทวาสถิตย์เป็นอย่างไร มีเจ้าหญิงเจ้าชายอะไรไหม วิศรุตฟังแล้วรู้ทันทีว่าเธอแอบฟังการคุยโทรศัพท์เมื่อกี้ตอบแบบขอไปทีว่า “วังก็คือวังนั่นแหละ ใหญ่โตโอ่อ่า ใหญ่กว่าบ้าน”

เมื่อถามแล้วยังไม่รู้ในสิ่งที่อยากรู้เลยถามตรงๆว่า เขาจีบคุณหญิงสมประสงค์อยู่หรือเปล่า อ้อมแอ้มว่าบังเอิญได้ยิน

“เขาชื่อคุณหญิงประสงค์สม ไม่ใช่สมประสงค์ และฉันก็ไม่ได้จีบ บังเอิญว่าผู้ใหญ่ในวังนั่นอยากพบฉัน ฉันก็ต้องเข้าไปพบ เท่านั้นเอง”

“โฮ้โห...ชาววังเรียกพบ” สโรชาทำตาโต วิศรุตไม่สนใจลุกขึ้นสั่งเฝ้าบ้านให้ดี สโรชาทำเสียงเห่าโฮ้งๆ เขาถามว่าเห่าทำไมเป็นหมาหรือ สโรชาทำตาโตบอกว่าก็เห็นสั่งให้เฝ้าบ้านดีๆ วิศรุตเห็นความทะเล้นของสโรชาก็เขกหัวเบาๆ กำชับให้เฝ้าบ้านดีๆแล้วออกไป

พอวิศรุตออกไป สโรชาก็หายทะเล้นกลายเป็นนั่งเครียด คิดถึงที่ป๊าพูดถึงวังเทวาสถิตย์ว่าเจ้าของ

ไม่ยอมขาย มีคนพยายามไปตื๊อหลายรายแต่ก็เข้าไม่ถึง เขาเป็นเจ้าอยู่วังเทวาสถิตย์ แล้วก็ยิ้มดีใจเมื่อจับต้นชนปลายได้ว่า ที่แท้ก็วังที่คนเข้ายากนี่เอง

แต่พอโทร.ไปหา พิสิฐไม่พูดด้วย บอกว่าถ้ามีอะไรจะพูดกับพ่อก็ให้เข้ามาเจอกัน

ooooooo

เมื่อน้ำมนต์มารับสโรชาไปพบพิสิฐที่ร้านอาหารหรู แทนที่พิสิฐคุยธุระกลับชวนกินโน่นกินนี่ ถ่วงเวลาเพราะอยากอยู่กับลูกนานๆ กินอิ่มแล้วจึงบอกให้คุยธุระกัน

พอสโรชาบอกว่าวิศรุตเข้าออกวังได้สะดวกมาก พิสิฐหูผึ่งให้เรียกเขามาคุยเดี๋ยวนี้เลย สโรชาเลยต้องรีบกลับแต่พอออกมานึกได้ว่าต้องซื้อกับข้าวเข้าบ้าน เลยสั่งจากร้านไปมากมาย

พระองค์หญิงคุยกับวิศรุตอย่างเพลิดเพลิน คุยทั้งชีวิตส่วนตัวและเป้าหมายชีวิต ยิ่งคุยก็ยิ่งชอบ จนเมื่อพิริยพงษ์พาวินิตามา วิศรุตจึงลากลับ พระองค์หญิงบอกว่าว่างเมื่อไหร่ก็มาคุยอีก วังเทวาสถิตย์ยินดีต้อนรับเสมอ แล้วให้คุณหญิงไปส่ง ระหว่างนั้นเดินสวนกับพิริยพงษ์ คุณชายมองวิศรุตอย่างไม่ถูกชะตา

วิศรุตยังไม่ทันออกจากวังเทวาสถิตย์ก็รับได้รับโทรศัพท์จากพิสิฐเชิญพบด่วน

เมื่อคุณชายพิริยพงษ์พาวินิตาเข้าพบท่านย่า เขาถามท่านย่าว่าผู้ชายเมื่อกี้เป็นลูกเต้าเหล่าใครไม่เคย

เห็นหน้า พระองค์หญิงบอกว่าเป็นครูสอนภาษของหญิงประสงค์สม พิริยพงษ์ถามทันทีว่าเขามาจีบน้องหญิงหรือ ไปเรียนไม่กี่ครั้งพ่วงครูหนุ่มเข้าวังเสียแล้ว ท่านย่าติงว่า “อย่าคิดอกุศลกับน้อง ผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้คิดอะไรกับหญิงประสงค์สมหรอก ย่ารู้”

พิริยพงษ์เห็นท่านย่าอารมณ์ดี ชงวินิตาว่าอยากทูลอะไรท่านย่านะ แต่พอวินิตาบอกว่าคุณพ่ออยากจะซื้อที่ดินผืนหนึ่งของพระองค์หญิงเท่านั้น ท่านก็สีหน้าเย็นชาจนวินิตาหน้าเสีย แล้วคุยเรื่องอื่นอย่างไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ ครู่เดียวท่านก็ลุกเดินไปอย่างไปประสงค์จะร่วมสนทนาด้วย

ooooooo

สโรชาซื้ออาหารจากร้านกลับไปมากมาย ล้วนแต่เป็นอาหารดีๆ วิศรุตมองอาหารถามว่าอาหารดีๆ ทั้งนั้นซื้อหรือทำเอง สโรชากับธาราตอบมั่วกันไปมาว่า ซื้อ...ทำเอง สุดท้ายก็โมเมว่าก็ปนๆกันไปนั่นแหละ

วิศรุตบอกว่าจะซื้อหรือใครทำตนก็กินได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าค่ากับข้าวไม่พอก็ให้บอก

พอกินอิ่มเก็บของเข้าครัว ธาราถามสโรชาว่าตกลงซื้อจากที่ไหน สโรชาตอบมั่วไปอีกว่าซื้อจากตลาด แต่ตลาดไหนไม่รู้เพราะนั่งรถหลงเลยซื้อมา

ฝ่าวิศรุตครุ่นคิดสงสัยว่าทำไมพิสิฐถึงรู้ว่าตนเข้าออกวังเทวาสถิตย์ได้ เอะใจว่าอาจรู้จากสโรชา เห็นไปนั่งเอาเท้าแกว่งน้ำเล่นที่ศาลาก็ไปถามว่าเอาเรื่องที่ตนเข้าวังเทวาสถิตย์ไปเล่าให้ใครแถวนี้ฟังหรือเปล่า สโรชาทำไก๋ถามว่าคนแถวนี้? ไม่มี ถามว่าทำไมหรือ วิศรุตเลยสงสัยว่าจะเป็นคนในวัง แล้วเล่าเรื่องพิสิฐให้ช่วยเจรจาซื้อที่ดินจะให้ค่านายหน้าอย่างงามให้ฟัง

เล่าแล้วบ่นว่าตนไม่ได้อยากเข้าวังเลย และตนจะทำอะไรต่อเมื่ออยากทำเท่านั้น

เมื่อกลับถึงห้องพัก วิศรุตหยิบแหวนมาเปิดดูรูปคุณหญิงกิรติโสภณ ดูแล้วถามตัวเองอย่างสับสนว่า

“วังเทวาสถิตย์...เราจะเข้าไปในฐานะอะไร?”

ooooooo

เรื่องย่อละคร พลับพลึงสีชมพู

วิศรุต มรุพงษ์ (แอนดริว เกร็กสัน) เจ้าของโฮมสเตย์ Greenery Homestay พบรอยย่ำดินข้างกอพลับพลึงหน้าทางเข้าบ้าน พอแหวกดูก็พบหญิงสาวหน้าตามอมแมมซุกนอนคุดคู้หลับสนิท จึงปลุกเรียกเข้าบ้านด้วยความสงสารเข้าใจว่าเป็นเด็กจรจัด โดยไม่รู้ว่าที่แท้เธอคือสโรชา สุนทรเกษม(อมีนา กูล) ทายาทมหาเศรษฐี ซึ่งเพิ่งกลับจากต่างประเทศ แต่ถูกโจรในคราบแท็กซี่ล่อลวงมาทำร้าย จนต้องหนีกระเซอะกระเซิงกลางสายฝน มาซุกอยู่ใต้กอพลับพลึงใหญ่ตลอดคืน สโรชาไม่บอกวิศรุตว่าตนเองเป็นใคร ปล่อยให้วิศรุตตั้งชื่อเธอว่าพลับพลึง

วิศรุตให้พลับพลึงอาศัยอยู่ด้วยในฐานะคนงานใหม่ สโรชาตื่นเต้นกับบรรยากาศโฮมสเตย์ที่มีทั้งบรรยากาศริมคลอง สวนผักออร์แกนิค และคนร่วมชายคาอัธยาศัยดี ที่นี่นอกจากนายวิศรุตหน้าขรึม ยังมีประพันธ์(กนกฉัตร มารยาทอ่อน) หนุ่มนักขายที่คิดว่าตัวเองเจ้าเสน่ห์ สุทิศ(เดชดินทร์ ฉายทองดี)บริกรจอมกะล่อน และธารา(ธงธง มกจ๊ก) หนุ่มหน้าสวยขี้ใจน้อย สามสมุนที่ทำให้ชีวิตมีสีสัน

สโรชาแอบกลับบ้านไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง นายพิสิฐ(มนตรี เจนอักษร)เป็นนักธุรกิจใหญ่มีอำนาจเงินล้นฟ้า แต่ไม่เคยขัดใจลูกสาวได้ ยอมให้ลูกเล่นสนุกกับการ แปลงกายสลับไปมาระหว่างการเป็นคุณหนูลิลลี่ที่คฤหาสน์กับพลับพลึงคนงานบ้านวิศรุต โดยมีน้ำมนต์ (สุมนทิพย์ เหลืองอุทัย)เพื่อนรักที่บินตามมาจากยุโรป เป็นผู้ช่วย

สุทิศกับธาราเป็นคู่กัดขัดคอกันเป็นประจำ โดยมีประพันธ์คอยปราม สามคนล้วนฉลาดหูตาไว ทำให้พลับพลึงต้องเจ้าอุบายในการปลอมตัวมากขึ้น น้ำมนต์เตือนให้ระวังความเจ้าชู้ของประพันธ์ แต่ที่น่ากลัวกว่าคือยายหวาน(วิยะดา อุมารินทร์) ชาวสวนข้างโฮมสเตย์ ที่คอยแอบมองอย่างสอดรู้

พลับพลึงช่วยวิศรุตปลูกผักไร้ดิน เขาเปรียบงานนี้เหมือนตนเอง ที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวไร้ราก พลับพลึงแอบชอบเจ้านาย ส่วนวิศรุตก็แอบพอใจในตัวสาวแสนซื่อคนยาก ต่างไม่รู้เทือกเถาเหล่ากอซึ่งกันและกัน

นายพิสิฐอยากได้ที่ดินผืนใหญ่ในเขตจังหวัดนนทบุรี เพื่อพัฒนาเป็นมัลติเพล็กซ์และหมู่บ้านจัดสรรรองรับการขยายตัวของเมือง เขาให้น้ำมนต์ช่วยสืบจนรู้ว่าเจ้าของคือพระองค์หญิง(นันทวัน เมฆใหญ่)แห่งวังเทวาสถิตย์ ผู้ทรงมีกิตติศัพท์ว่าถือพระองค์ ไม่รับแขกแปลกหน้า โดยเฉพาะใครก็ตามที่คิดจะมาซื้อที่ดิน เพราะทรงมีพระประสงค์จะเก็บไว้ให้พระนัดดาที่หายไป

พระองค์หญิงทรงเป็นชายาของพระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ผู้วายชนม์ไปแล้ว ทรงมีหลานย่าสองคน คือม.ร.ว.พิริยพงษ์(วริษฐ์ ทิพโกมุท) และม.ร.ว.ประสงค์สม(เปรมสินี รัตนโสภา) แม้มิใช่นัดดาแท้ๆ แต่ก็ประทานพระเมตตาเลี้ยงดู คุณชายพิริยพงษ์นั้นแสดงออกชัดว่าอยากได้มรดก ส่วนคุณหญิงประสงค์สมเป็นคนไม่ยินดียินร้าย พอใจในสิ่งที่ได้รับตามสภาพ ความเรียบร้อยน่ารักของคุณหญิงทำให้วิศรุตซึ่งได้พบคุณหญิงในโรงเรียนสอนภาษา รู้สึกเอ็นดูอย่างน้องสาวคนหนึ่ง คุณหญิงประสงค์สมเสี่ยงเชิญวิศรุตเข้าวัง น่าแปลกที่วิศรุตได้รับพระเมตตาเป็นพิเศษ ประทานอนุญาตให้เข้าออกวังอย่างสะดวกดาย ทั้งที่วังนั้นไม่เคยต้อนรับคนนอก

สโรชารู้จากน้ำมนต์ ว่าวิศรุตเข้านอกออกในวังเทวาสถิตย์อย่างสะดวก ก็ขอให้พ่อจ้างวิศรุตเป็นผู้ติดต่อซื้อที่ดินจากเสด็จพระองค์หญิง วิศรุตรับหน้าที่นี้เพราะเขาต้องการเข้าวังเทวาสถิตย์อยู่แล้ว

ม.ร.ว.พิริยพงษ์ไม่พอใจอย่างมาก ที่วิศรุตกลายเป็นคนโปรดพระองค์หญิงโดยไม่มีเหตุผล เขาคาดหมายว่าท่านย่าต้องประทานมรดกทุกอย่างให้เขากับน้องสาว สิ่งเดียวที่เขากังวลคือการที่พระองค์หญิงทรงเฝ้ารอพระธิดาที่หายสาบสูญไปนานเกือบสามสิบปี เพราะหม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ(คัทลียา แมคอินทอช)นั้นหายไปขณะทรงครรภ์ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบุตรหรือธิดาก็จะต้องเป็นทายาทสายตรง การที่วิศรุตปรากฏตัวในวัยใกล้เคียงกับทายาทที่หายไปจากวังเทวา.. ทำให้คุณชายพิริยพงษ์กระวนกระวายใจนัก กลัวมีคนมาแย่งสมบัติ

แต่คุณชายมีแผนสองที่จะได้ครอบครองที่ดินผืนงาม เพราะวินิตา(โชติกา วงศ์วิลาศ)คนรักของคุณชายเป็นธิดาคนโตของนายพลโทวินิต ราชโยธิน(จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) ที่ต้องการซื้อที่ดินผืนนี้เช่นเดียวกัน พลโทวินิตมีอดีตที่บาดหมางกับพระองค์หญิง จนไม่กล้าเข้ามาเฝ้าฯเพื่อติดต่อซื้อด้วยตนเอง จึงส่งวินิตามาทาบทาม แต่พระองค์หญิงไม่พระทัยอ่อน โดยเฉพาะกับคนตระกูลราชโยธิน

คุณหญิงจริยา ราชโยธิน(กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) รู้สาเหตุดี เพราะเธอคือต้นเหตุแห่งความบาดหมางนั้น เมื่อครั้งพลโทวินิตเป็นเพียงนายพันโทวินิต ได้มาติดพันชอบพอหม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ พระธิดาพระองค์หญิง.. แต่ในวันที่จะมากราบทูลสู่ขอ พันโทวินิตกลับต้องรับคำแต่งงานกับนางสาวจริยา ที่หลอกว่าตั้งท้องและจะไปร้องเรียนผู้บังคับบัญชาหากไม่ยอมรับ

หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณอับอายจนหนีหายไปจากวัง หลายเดือนต่อมาจึงมีจดหมายจากเพื่อนหญิงชาวอังกฤษชื่อแนนซี่ (ดวงใจ หทัยกาญจน์)ถึงพระองค์หญิง ว่าทรงให้กำเนิดทารกเพศชายที่อังกฤษ พระองค์หญิงไม่ได้ข่าวจากพระธิดาอีกเลย

ส่วนนางสาวจริยาก็ได้แต่งงานกับนายทหารหนุ่มสมความตั้งใจ แม้ภายหลังความจริงปรากฏว่าไม่ได้ตั้งท้อง ก็ตกกะไดพลอยโจน จนมีลูกสาวสองคนคือวินิตา และ แก้วกิริยา(พะเพื่อน) ซึ่งอายุห่างกันหลายปี

การที่วิศรุต มรุพงษ์ ทูลพระองค์หญิงว่าเขาเคยอยู่อังกฤษในวัยเด็ก ประกอบกับท่วงทีกิริยาที่ถูกชะตา ทำให้พระองค์หญิงทรงหวังว่าเขาจะเป็นพระนัดดาแท้ ๆ ที่ทรงเฝ้ารอ แต่เมื่อทรงถามซักไซ้ วิศรุตกลับทูลปฏิเสธไม่เคยได้ยินชื่อท่านหญิงกิรติโสภณ ซึ่งทำให้คุณชายพิริยพงษ์เบาใจ .. แต่ก็ยังไม่วางใจนัก

สโรชามีความสุขกับการเป็นพลับพลึง วิศรุตเองก็รู้สึกชีวิตมีความหมายขึ้น เมื่อมีผู้หญิงบอบบางมาให้ดูแล สลับกับการต้องไปปะทะคารมกับสโรชาจอมเฮี้ยวที่ออฟฟิศโรงแรมในเวลาที่ต้องไปติดต่องาน

วันหนึ่งเขาให้พลับพลึงดูแหวนโบราณที่สวมติดนิ้วเสมอ แล้วบอกว่า หากจะหมั้นผู้หญิงสักคน เขาคงมีเพียงแหวนวงนี้ เพราะเป็นสิ่งมีค่าที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้ พลับพลึงฟังแล้วซึ้งใจ เพราะลำพังโฮมสเตย์ที่รับลูกค้าในราคาย่อมเยาไม่น่าจะทำเงินรายได้ให้วิศรุตเท่าใดนัก

ธาราเกิดปัญหาการเงินทางบ้านอย่างแรง วิศรุตต้องหาเงินช่วยเหลือเฉพาะหน้าโดยแอบจำนำแหวนวงงามกับนายพิสิฐเป็นการฉุกเฉิน ให้นายพิสิฐช่วยเก็บรักษาไว้อย่างดี สโรชามาเห็นก็ขอดู พบว่าแหวนเปิดหัวออกได้ ภายในเป็นภาพหญิงสาวคุ้นตา สโรชาขอยืมจากพ่อไปชั่วคราวเพื่อทบทวนคิด

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:53 น.