ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ออกจากบ้านอิทธิฤทธิ์กลับมาถึงบ้านตัวเองที่เปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง ชนมนก็ทำงานทันที ช่วยพ่อเสิร์ฟอาหารเก็บจานเก็บแก้วมือเป็นระวิง

ชูชัยทำอาหารไปก็ชำเลืองดูชนมนไปอย่างเหนื่อย แทน เมื่อว่างจากทำอาหารก็รีบมาทำแทน บอกให้ชนมนไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ เธอบอกว่าไว้อ่านคืนนี้ก็ได้

“ไหนว่าวันนี้ต้องติวให้รุ่นน้องไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ติวแล้ว และหนูไม่นับไอ้เด็กแว้นนั่นเป็นรุ่นน้องหรอก หนูคงต้องไปบอกอาจารย์ตุลาหาติวเตอร์คนใหม่แทน ยังไงหนูก็ไม่มีวันไปสอนไอ้เด็กเหลือขอนั่น” พูดพลางยกกะละมังใส่จานหนักอึ้งไป ชูชัยรีบไปช่วยรับบ่นอุบอิบ...

“ไอ้ลูกคนนี้ มันจะอึดไปถึงไหน”

สองพ่อลูกวุ่นกับการทำงาน จนไม่ได้สังเกตว่าที่ฝั่งตรงข้ามร้าน มีรถสีดำคันใหญ่มาจอดอยู่ครู่ใหญ่แล้ว ภายในรถอิทธิพลนั่งมองเข้าไปในร้าน แต่เห็นอะไรไม่ถนัดเพราะมีทั้งลูกค้าและรถเอาน้ำมาส่งพลุกพล่าน

จนกระทั่ง ชนมนจะเอาเสื้อผ้าที่ซักรีดแล้ว ไปส่ง รถสีดำคันใหญ่นั้น จึงขับตามไปช้าๆ...

ที่แท้อิทธิพลต้องการมาหว่านล้อมให้ชนมนกลับไปเป็นติวเตอร์ให้อิทธิฤทธิ์เพราะมองไม่เห็นเลยว่าใครจะทำให้อิทธิฤทธิ์สอบผ่านได้ ชนมนพูดออกตัวว่าตนไม่เก่งถึงขนาดนั้น และยืนยันว่าตนจะไม่เป็นติวเตอร์ให้ลูกชายท่านแน่นอน

“หนูจบนิติศาสตร์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ได้ทุนเรียนดีตั้งแต่ชั้นมัธยมจนจบมหาวิทยาลัย จนได้มาเป็นผู้ช่วยอาจารย์ เป็นติวเตอร์ สอนได้ทุกวิชาตั้งแต่เด็กประถมจนถึงมหาวิทยาลัย”

ชนมนเริ่มหวาดๆ กับคำหว่านล้อมของคนระดับนี้ แต่ทำใจดีสู้เสือ อ้างว่าตอนนี้คิวเต็มหมดแล้ว อิทธิพลเปลี่ยนเป็นถามว่าเธอต้องการค่าติวเท่าไรตนจ่ายได้ทั้งนั้นแล้วพูดอย่างรู้ลึกรู้ดีถึงปัญหาภายในบ้านของเธออย่างละเอียดว่า

“หนูกำลังต้องการเงินไม่ใช่หรือ ทั้งค่าเรียนต่อปริญญาโท ค่าเช่าบ้านที่ยังค้างอยู่สามเดือน พ่อหนูก็ป่วยเป็นเบาหวานต้องจ่ายค่ายาเดือนละหลายพัน แล้วยังมีน้องชายที่หนูต้องรับผิดชอบอีก”

“โห...ท่านรู้หมดเลย” ชนมนตกใจเหงื่อแตก อิทธิพลพูดขู่ๆ ว่าอย่าลืมว่าตนเป็นใคร

กลับถึงบ้าน ชนมนเห็นชูชัยเอาบิลค่าน้ำค่าไฟมาวาง นับเงินตามใบแจ้งหนี้แล้วยังขาดค่าเช่าบ้านอีก ชินก็มายืนตะแหง่วๆ เรื่องทางโรงเรียนจะไปออกค่ายที่ประจวบฯ ตนอยากไปเพราะเกิดมายังไม่เคยเห็นทะเลเลย...

“แกเลือกเอา จะอดเที่ยวหรือจะอดข้าว” ชูชัยให้สิทธิ์ชินเลือก

ชนมนฟังพ่อกับน้องแล้วลุกเดินมาหาชินถามว่าเท่าไหร่ ชินบอกว่าพันสองแต่ไปตั้งอาทิตย์หนึ่ง ชนมนเอาเงินในกระเป๋าส่งให้น้อง ชูชัยเรียกติง เธอบอกพ่อว่า

“ไม่เป็นไรพ่อ เดี๋ยวหนูก็ไปหาเงินใหม่ได้” ชูชัยถามว่าจะไปหาที่ไหนตั้งพันสอง “หนูคงต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วล่ะพ่อ”

ooooooo

ชนมนตัดสินใจยอมไปเป็นติวเตอร์ให้อิทธิฤทธิ์ เพื่อแลกกับรายได้ที่จะทำให้ครอบครัวคล่องตัวขึ้นและน้องก็จะได้ไปออกค่ายกับเพื่อนๆ ด้วย

แต่เรื่องไม่ง่าย เพราะอิทธิฤทธิ์ไม่ยอมรับเธอ เย้ยว่าที่ยอมกลับมาเพราะศักดิ์ศรีกินไม่ได้ใช่ไหม ทำให้เธอฮึดขึ้นมาบอกอิทธิพลว่าตนเปลี่ยนใจไม่สอนแล้ว

“เดี๋ยวหนู! ฉันจะเพิ่มค่าเหนื่อยให้...ฉันให้ชั่วโมงละพัน!”

ชนมนชะงัก คำนวณตัวเลขในสมองอย่างเร็ว...ชั่วโมงละพัน 3 ชั่วโมงได้ 3 พัน สอนอาทิตย์ละ 5 วัน เท่ากับได้อาทิตย์ละ 15,000 เดือนหนึ่งสอน 20 วันเท่ากับจะได้ถึงเดือนละ 120,000 บาท! โอ...ตัวเลขงามเหลือเกิน!

ดังนั้น พอได้ยินอิทธิพลถามว่าตกลงไหม เธอตอบทันทีโดยอัตโนมัติว่า

“ก็ได้ค่ะ หนูจะเป็นติวเตอร์ให้นาย...เอ่อ...ให้คุณอิท หนูจะทำหน้าที่ของหนูอย่างเต็มที่เลยค่ะ รับรองคุณอิทจะต้องสอบผ่านแน่ๆ”

“ก่อนอื่น หนูคงต้องทำให้มันยอมเรียนกับหนูก่อน” อิทธิพลแนะ

สิ้นเสียงอิทธิพล เสียงป้าหนอมก็ดังมาจากวอล์กกี้ที่วางอยู่ข้างๆ บอกว่าอิทธิฤทธิ์ออกไปแล้ว ให้วอ 3 วอ 4 และ วอ 5 ใครก็ได้ช่วยจับตัวอิทธิฤทธิ์ไว้ก่อน

อิทธิพลกับชนมนมองหน้ากันแล้วลุกรีบไปดูที่หน้าบ้านพร้อมกันทันที อิทธิพลสั่งให้อิทธิฤทธิ์ที่กำลังวิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ให้หยุด แต่เหมือนยิ่งเร่งให้อิทธิฤทธิ์รีบขึ้นรถสตาร์ตแล้วพุ่งออกไปเลย

“หนูจัดการเองค่ะ” ชนมนบอกแล้ววิ่งไปที่รถจักรยานของตนปั่นออกไป ป้าหนอมตะโกนบอกให้ไปทางซอยหลังบ้าน แล้วหันบ่นกับอิทธิพลว่าวันแรกอิทธิฤทธิ์ก็แผลงฤทธิ์ใส่เสียแล้ว ชนมนจะเอาอยู่หรือ?

“ถ้าหนูชนเอาไม่อยู่ ก็ไม่มีติวเตอร์คนไหนเอาอยู่แล้วล่ะ” อิทธิพลพูดอย่างมั่นใจว่าคนสู้ชีวิตอย่างชนมนจะเอาลูกชายตนอยู่

ooooooo

เจ๋งอยู่กับจิกพ่อขี้เมา บ้านอยู่ในแหล่งชุมชนแออัด ใช้พื้นที่หน้าบ้านที่อยู่ปากซอยบ้านอิทธิพล เปิดเป็นอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์เล็กๆ

วันนี้จิกจะมาเอาเงิน 200 บาทไปลงขวด เจ๋งไม่ยอมให้บอกว่าต้องเก็บไว้ซื้ออะไหล่ให้ลูกค้า จิกเข้าแย่งจะเอาให้ได้ เมื่อไม่ได้ก็ด่าเจ๋งว่าเป็นลูกอกตัญญู ตบหน้าเจ๋งฉาดใหญ่แต่พอเงื้อมือจะตบอีกฉาด ก็ถูกมือจากข้างหลังจับยึดไว้

“พอเถอะลุง” อิทธิฤทธิ์เอ่ย จิกหันมองตาขวางถามว่าเป็นใครมาแส่เรื่องของตน “ผมก็ไม่อยากแส่หรอก ถ้าลุงไม่รังแกเพื่อนผม ผมขอเถอะนะ อย่าทำไอ้เจ๋งมันเลย”

จิกทั้งด่าทั้งขู่ให้ปล่อยตน จนอิทธิฤทธิ์ถามว่าเมาจนจำตนไม่ได้จริงๆหรือ บอกว่า

“ผม อิทธิฤทธิ์ไง จำผมได้แล้วก็คงจำพ่อผมได้นะ”

จิกจำได้ทันที รีบยกมือไหว้ถามว่าผู้การสบายดีนะ แล้วหันไปบอกเจ๋งลดลงเหลือร้อยเดียวก็ได้ อิทธิฤทธิ์จึงควักเงินตัวเองให้ไปหนึ่งร้อย แค่นี้จิกก็ยกมือไหว้ท่วมหัว ชมเจ๋งว่ามีเพื่อนดีจริงๆอวยชัยให้พรยาวเหยียดแล้วจะขอบคุณ อิทธิฤทธิ์บอกว่าไม่ต้อง

การช่วยเหลือของอิทธิฤทธิ์ครั้งนี้ยิ่งทำให้เจ๋งซาบซึ้งศรัทธาลูกพี่ของตนมากขึ้นไปอีก เจ๋งชมอิทธิพลเอาใจอิทธิฤทธิ์ว่า เป็นคนดีจริงๆขนาดตนไม่ใช่ลูกก็

ยังเผื่อแผ่บารมีมาคุ้มครองได้ขนาดนี้ อิทธิฤทธิ์ถามประชดว่าเปลี่ยนพ่อกันไหมล่ะ? เจ๋งย้อนถามว่าอยากได้พ่อขี้เมาเหรอ?

“มีพ่อขี้เมาดีกว่ามีพ่อเผด็จการล่ะวะ แค่โดนไล่ออก ก็โดนด่าจนหูอื้อ แล้วยังบังคับให้ฉันลงเรียนใหม่ แล้วก็ต้องสอบให้ผ่าน...ก็เลยไปหาติวเตอร์มาให้ฉัน”

เจ๋งชมว่าผู้การทำดีมากเลย อิทธิฤทธิ์กระชากคอเสื้อเจ๋งไปเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนถามว่า รู้ไหมว่าพ่อจ้างใครมาเป็นติวเตอร์ให้ ตะโกนใส่หูเจ๋งว่า “ก็ยัยแว่นโหดที่ไล่เตะแกนั่นไงล่ะ เป็นแก แกจะยอมเรียนกับยัยป้าขาโหดนั่นไหม!”

ขณะทั้งสองกำลังรุมถล่มชนมนขาเตะจอมโหดอยู่นั่นเอง จู่ๆก็มีไขควงสองอันลอยคว้างมาใส่หัวคนละอันอย่างแม่นฉมัง!

“โอ๊ย...ใครวะ” ทั้งสองร้องพร้อมกันแล้วเหลียวหามือมืด พอเห็นชนมนก็งง แต่สัญชาติญาณสั่งถอยไปตั้งหลักก่อน

“คุณพ่อให้มาตามคุณอิทกลับไปเรียนค่ะ” ชนมนพูดเรียบๆแสนสุภาพ

“มาได้ไงวะ” อิทธิฤทธิ์เอ่ยลอยๆมึนๆ ชนมนบอกว่าก็เพราะตนเก่งไง! แล้วเร่งให้กลับไปกับตนเดี๋ยวนี้ อิทธิฤทธิ์เปลี่ยนเป็นท้าทายทันทีว่า “เก่งจริงก็เข้ามา!”

“ได้...” ตอบเรียบๆแล้วเดินอาดๆเข้าหาหน้านิ่งๆ พอถึงตัวก็จะคว้าคอเสื้อ อิทธิฤทธิ์รีบยกมือห้าม...

“อ๊ะๆๆๆไม่ต้องใช้กำลัง กลับก็ได้” ทำทียอมแต่พอชนมนถอยไปที่จักรยาน อิทธิฤทธิ์ก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์ พลิกลิ้นเป็นว่า “กลับก็ได้ แต่ต้องตามฉันให้ทันนะ” ว่าแล้วก็บึ่งรถไปทันที

“ไอ้เด็กบ้า!” ชนมนด่าที่เสียรู้ แต่ไม่ยอมแพ้ ขึ้นจักรยานปั่นๆๆๆ จนหัวส่ายเป็นงู ตามรถมอเตอร์ไซค์ไป แต่แรงเครื่องกับแรงคนยังไงก็ตามไม่ทัน โชคดีที่เจอลุงมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เธอโดดขึ้นรถบอกลุงให้ตามมอเตอร์ไซค์คันหน้านั่นไปเลย ปรากฏว่าลุงแก่ๆกับรถเก่าๆไปไม่ทันใจ ชนมนเลยขอขี่เอง แต่ไปได้ครู่เดียวก็บอกลุงว่า

“ลุงซ้อนไปด้วยแล้วมันหนัก มันช้าน่ะ หนูขอยืมรถลุงก่อนนะ เดี๋ยวเอามาคืน” ลุงตกใจถามว่าจะคืนยังไง “อีกชั่วโมงลุงไปรับรถคืนที่บ้านผู้การอิทธิพลนะ รับรองหนูเอารถไปคืนแน่ๆ บ้านผู้การอยู่ซอย 10 ถามใครแถวนั้นก็ได้ หนูไปนะ ขอบคุณนะคะลุง”

พูดจบก็ขี่ไปเลย ลุงยังยืนงงๆ พยายามจำว่าต้องไปเอารถคืนที่ไหน

พอได้รถ ถึงจะเก่าแต่ก็ดีกว่าจักรยาน ชนมนขี่ไล่ตามอิทธิฤทธิ์ไป เห็นรถเขาติดไฟแดงอยู่ก็ลุ้นอย่าเพิ่งไฟเขียวแล้วพยายามซอกแซกขึ้นไป

อิทธิฤทธิ์เองก็ค่อยๆกระแซะขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงแถวหน้าสุดไฟเขียวพอดี! เขาออกตัวไปเป็นคันแรกทันที

“โธ่เว้ย!” ชนมนสบถหัวเสีย แต่ยังพยายามตามไป ไม่ว่าอิทธิฤทธิ์จะเข้าซอยเล็กซอยน้อยก็ตามไปได้ทุกท่ี แต่น่าเจ็บใจที่มาจนแต้มที่ขยะกองใหญ่ เพราะอิทธิฤทธิ์บิดทะยานผ่านกองขยะไปราวกับบิน แต่พอรถของชนมนมาถึงกลับไปไม่รอด พอบิดพุ่งเข้าไปในกองขยะก็จมอยู่ในนั้น เป็นอันจบสิ้นภารกิจตามล่าไปอย่างน่าเจ็บใจ!

ooooooo

ชนมนเอารถมอเตอร์ไซค์กลับมาถึงบ้านอิทธิพล เจอลุงเจ้าของรถมารออยู่แล้ว เธอขอโทษที่มาช้า จ่ายเงินให้ 1 พันบาท เห็นลุงทำหน้าอึกอักก็เพิ่มให้เป็น 2 พัน

ป้าหนอมมารู้เข้าถามว่าค่ารถอะไรถึงได้แพงขนาดนั้น ชนมนบอกว่าเรื่องยาวไว้จะอธิบายทีหลัง แต่ตอนนี้ขอเบิกล่วงหน้า 2 พันก่อน ป้าหนอมยอมจ่าย ขอแต่ให้เธอทำให้อิทธิฤทธิ์ยอมเรียนก็แล้วกัน พอเอาเงินไปจ่ายให้ลุง 2 พัน ป้าหนอมก็บ่นว่าชนมนต้องถูกหลอกแน่ๆ ด่าลุงว่าขูดรีดกันเกินไป ขอยืมขับแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงจะสึกหรอสักเท่าไหร่กัน!

ป้าหนอมบ่นพลางตบที่รถมอเตอร์ไซค์เบาๆ แต่ทำเอาชิ้นส่วนร่วงกราวลงมาเป็นเศษเหล็ก ป้าหนอมตาเหลือกตกใจรีบจ่ายให้อีก 5 พัน ปิดปากลุงไม่ให้โวย ลุงแกได้แต่ทำตาปริบๆ พูดไม่ทันป้าหนอม ชนมนเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้

จัดการเรื่องค่ารถให้ลุงแล้ว ป้าหนอมมาหว่านล้อมชนมนว่าวันนี้ให้กลับไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีกว่าเพราะอิทธิฤทธิ์คงยังไม่ทันตั้งตัว แต่ชนมนยืนกรานจะอยู่รอ นานเท่าไรก็จะรอจนกว่าอิทธิฤทธิ์จะกลับและตนได้สอนตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิทธิพล ยิ่งคิดถึงตัวเลขค่าสอนที่จะได้ เธอก็ยิ่งเด็ดเดี่ยวปักหลักรอแบบเป็นไงเป็นกัน!

ooooooo

ชนมนเอาตำรามาวางบนโต๊ะ นั่งกอดอกรอลูกศิษย์ตั้งแต่หัวค่ำจนถึง 5 ทุ่ม เธอก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม ท่าเดิม แต่อารมณ์ความรู้สึกเริ่มร้อนขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

ในที่สุด อิทธิฤทธิ์ก็กลับบ้าน เดินฮัมเพลงอารมณ์ดีมาชิลๆ เดินลอยชายผ่านโต๊ะอาหาร เห็นอะไรแว้บๆ หันมองอีกทีก็ถึงกับสะอึกสะดุ้ง “เฮ้ย! เล่นงี้เลยเหรอ”

“เริ่มเรียนกันได้แล้วเนอะ” ชนมนพยายามข่มอารมณ์ให้ใจเย็นที่สุด

ไม่เพียงอิทธิฤทธิ์จะสวนไปทันทีว่าไม่เรียน ยังไล่ให้เธอกลับบ้านไปเสีย ชนมนยืนกระต่ายขาเดียวว่าต้องสอน! ไม่กลับ!! เพราะรับเงินค่าจ้างสอนจากพ่อเขามาแล้ว เลยถูกเยาะเย้ยว่า “อ้อ...เห็นแก่เงิน”

“เออ...ใช่...ฉันไม่ใช่ลูกเศรษฐีอย่างนาย ฉันถึงต้องทนทำงานที่ฉันไม่อยากทำ ไม่ว่างานจะห่วยแตกแค่ไหนถ้าเงินดีฉันก็ต้องทำ”

อิทธิฤทธิ์หาแง่ด่าเธออีกจนได้ว่า ทำทุกอย่างเพื่อเงินได้งั้นสิ เยาะเย้ยว่าพ่อต้องจ่ายหนักแน่เธอถึงได้ยอมสอน แต่จ่ายหนักขนาดนั้นติวให้ตนอย่างเดียวก็ไม่คุ้ม หัวเราะเยาะพูดแรงๆ หมายให้เธอโกรธจะได้กลับไปว่า

“อย่างเธอน่ะ ให้ฟรีก็ไม่เอาหรอก ถ้าอยากได้เงินพิเศษก็ไปบริการพ่อฉันโน่น!” พูดแล้วหัวเราะเดินไปเลย

ชนมนเลือดขึ้นหน้า ตามไปโดดเตะก้านคอทีเดียวอิทธิฤทธิ์ก็สิ้นฤทธิ์ล้มสลบไปทันที กระนั้นชนมนก็ยังไม่ยอมกลับรออยู่อย่างพร้อมจะติวให้ตลอดเวลา พออิทธิฤทธิ์เริ่มรู้สึกตัวเขม้นมองไปที่โต๊ะ แต่เห็นชนมนยังนั่งอยู่ก็หมดสติไปอีก

ชนมนเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ลึกๆ แล้วก็แอบกลัวเหมือนกัน

ooooooo

รุ่งขึ้น พ่อลูกเผชิญหน้ากันที่โต๊ะอาหาร มีป้าหนอมเป็นคนกลางคอยลุ้นอยู่ห่างๆ ภาวนาอย่าให้เกิดเรื่องเลย

อิทธิฤทธิ์ยืนกระต่ายขาเดียวยังไงก็ไม่ยอมเรียน ในขณะที่อิทธิพลยืนยันคำเดียวว่ายังไงก็ต้องเรียน! โต้กันแบบไม่มีใครลงให้ใคร สุดท้ายอิทธิฤทธิ์บอกว่าตนเรียนก็ได้แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไล่ชนมนออก!

“เงินแสนสองของฉัน...” ชนมนที่มายืนฟังพ่อลูกโต้เถียงกันพึมพำใจหาย รู้สึกผิดนิดๆ ที่เตะก้านคออิทธิฤทธิ์ทีเดียวทำเอาเงินก้อนโตลอยวืดไปเลย

เมื่อโต้เถียงกับพ่อไม่ชนะ อิทธิฤทธิ์หุนหันออกจากห้องไปหยิบแจ็กเกตดำใส่พลางโทรศัพท์หามาย่า

“ฮัลโหล...มาย่า เธออยู่ไหน...โอเค...รอนะ” เก็บมือถือแล้วฮึดฮัดออกไปเลย ป้าหนอมพยายามเรียก แต่ไม่ได้ผล ได้แต่ยืนมองอิทธิฤทธิ์บึ่งมอเตอร์ไซค์ออกไปหน้าละห้อย

ชนมนเดินเข้าไปขอโทษอิทธิพล ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าทำร้ายอิทธิฤทธิ์เลย

“หนูทำถูกแล้วล่ะ อย่างนายอิทใช้ไม้อ่อนไม่ได้หรอก แต่ใช้ไม้แข็งก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ อย่างที่เห็นเมื่อวานใช่ไหมล่ะ”

ชนมนถอดใจบอกว่าถ้าท่านจะหาติวเตอร์คนใหม่ตนก็เข้าใจและยินดีคืนเงินค่าติวเมื่อวานให้ เพราะตนยังไม่ได้ติวอะไรให้เลย อิทธิพลบอกให้เก็บไว้คิดเสียว่าเป็นค่าเสียเวลาก็แล้วกัน ชนมนจึงเอ่ยลา

“ลาไปไหน ฉันยังไม่ได้ให้หนูออก หนูจะต้องเป็นติวเตอร์ของนายอิทต่อไป หนูจะทำยังไงก็ได้ทำให้นายอิทยอมเรียนกับหนู แล้วก็สอบผ่านให้ได้ ไม่ว่าหนูจะเลือกใช้วิธีไหนฉันก็อนุญาต แล้วถ้ามีค่าใช้จ่ายอะไร มาเบิกได้กับป้าหนอม งบไม่อั้น!”

ประโยคสุดท้ายทำเอาชนมนหูผึ่ง รีบอาสาจะไปตามอิทธิฤทธิ์ให้ ถามว่าตนควรจะไปตามที่ไหนก่อนดี นอกจากบ้านนายเจ๋งแล้วเขามีเพื่อนที่ไหนอีก ป้าหนอม เชื่อว่าอิทธิฤทธิ์ต้องไปหามาย่า ตนเป็นแฟนคลับมาย่าอยู่แล้วเดี๋ยวจะรีบเช็กให้ว่าวันนี้มาย่าจะไปไหนบ้าง ชนมนจึงขอออกไปก่อน เช็กได้ผลอย่างไรให้โทร.เข้ามือถือตนเลย ว่าแล้วกระวีกระวาดออกไปเลย

คำว่า “งบไม่อั้น” กระตุ้นความตื่นตัวเธอให้กระฉับ กระเฉงขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์

ooooooo

พอชนมนออกไป ป้าหนอมเช็กได้ข้อมูลว่าวันนี้มาย่าจะไปซ้อมยิงปืน อิทธิพลถามว่าอิทธิฤทธิ์ไม่มีเพื่อนที่อื่นนอกจากมาย่ารึไง

ป้าหนอมได้ทีสาธยายยืดยาวว่า นับแต่คุณหญิงออกจากบ้านนี้ไป อิทธิฤทธิ์ก็ไม่ยอมพูดกับใครเลยเป็นเดือนๆ ถ้าคุณท่านใจเย็นกว่านี้อีกนิดไม่เอาแต่เข้มงวดที่สั่งอะไรแล้วไม่เป็นตามคำสั่งก็ส่งเข้าโรงเรียนประจำดัดนิสัย อิทธิฤทธิ์ก็คงไม่เป็นอย่างนี้

“พ่อฉันก็สอนฉันมาอย่างนี้ ฉันได้ดีมาถึงวันนี้เพราะฉันเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร”

“ยุคคนสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ เด็กสมัยนี้เขาต้องการความรักความเข้าใจ การใช้อำนาจเข้มงวดกับลูกมีแต่ทำให้ลูกเห็นพ่อแม่เป็นศัตรู มีปัญหาอะไรลูกถึงได้วิ่งไปหาคนอื่นไงคะ คุณท่านไม่รู้สึกรึไงว่า นับวันคุณอิทก็ยิ่งห่างไกลไปจากคุณท่านทุกที...ทุกที...”

เหตุผลของป้าหนอม ทำเอาอิทธิพลพูดไม่ออก เพราะความจริงเป็นอย่างที่ป้าหนอมพูดทุกอย่าง...

ส่วนชนมนออกจากบ้านอิทธิพลมาเจอลุงมอเตอร์– ไซค์รับจ้างคนเดิม รีบโบกเรียก ลุงแกใจหายแต่เลี่ยงไม่ได้ เมื่อชนมนเอ่ยปากขอยืมรถไปสักสองชั่วโมงและวันนี้จ่ายไม่อั้น ลุงแกก็ค่อยใจชื้น แต่พอเห็นชนมนบึ้นรถออกไปก็ใจคอไม่ดี สงสารไอ้แก่คู่ชีพของตน

ooooooo

ธรรม์เป็นครูฝึกสอนการยิงปืนให้มาย่า เธอเรียนอย่างมีความสุขมาก

มาย่าเป็นเพื่อนกับอิทธิฤทธิ์ตั้งแต่เรียนอนุบาลมาด้วยกัน อิทธิฤทธิ์แอบมีใจให้เธอ แต่เธอกลับชื่นชมธรรม์ หลังจากเขาหายไปเกือบสองปี เมื่อมาพบกันอีกครั้งเธอยิ่งเห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่มีภาวะผู้นำของธรรม์ เมื่อได้มาหัดยิงปืนกับเขาเธอจึงตั้งใจเรียนอย่างมีความสุข ทั้งสองนับวันใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น

วันนี้ขณะมาย่ากำลังหัดยิงปืน โดยมีธรรม์จัดท่าให้ถูกต้องจนบางครั้งเหมือนเธออยู่ในอ้อมแขนของธรรม์

อิทธิฤทธิ์มาเห็นภาพบาดตานั้นพอดี เขาไม่พอใจเข้ามาถามว่า “ทำอะไรกัน!”

“ฝึกยิงปืนไง” มาย่าบอกแล้วกอดแขนธรรม์ไว้อย่างสนิทสนม ถามอิทธิฤทธิ์ว่า “เซอร์ไพรส์ใช่ไหมล่ะ พี่ธรรม์เป็นครูสอนยิงปืนฉัน”

อิทธิฤทธิ์ถามธรรม์อย่างดูถูกว่า เงินเดือนตำรวจไม่พอกินรึไงถึงต้องมารับจ้างฝึกยิงปืน เมนี่มาเห็นพอดีถามทึ่งว่ารู้จักกันหมดเลยหรือนี่ มาย่าแนะนำว่าอิทธิฤทธิ์เป็นน้องชายธรรม์ ก็ถูกอิทธิฤทธิ์สวนทันควันว่า “เป็นแค่คนอาศัย!”

อิทธิฤทธิ์ชวนมาย่าไปดูตนแข่งรถ คะยั้นคะยอจะให้เธอไปให้ได้ถ้าไม่ไปตนก็จะอยู่ที่นี่ เธอไปไหนก็จะไปด้วย มาย่าเลยเสนอว่าถ้าเขายิงปืนชนะธรรม์ตนก็จะไปด้วย อิทธิฤทธิ์รับท้าทันที

ooooooo

ฝีมือการยิงปืนไม่มีใครรองใคร แต่ธรรม์ตัดสินใจจะแพ้จึงกดกระบอกปืนลงทำให้ยิงพลาดเป้า อิทธิฤทธิ์ยิงเข้าเป้าหันเย้ย “ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าใครเป็นใคร” แต่ มาย่ารู้ว่าธรรม์แกล้งแพ้ถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เขาบอกว่าวันนี้มือตกไปหน่อยบอกให้เธอไปเชียร์อิทธิฤทธิ์แข่งรถเถิด

เมนี่แทรกเข้ามาไม่ยอมให้มาย่าไปกับอิทธิฤทธิ์ อ้างว่าอาเจ็กนัดไปตกลงเรื่องขึ้นค่าตัวที่เราเรียกร้องไป อิทธิฤทธิ์ยังดึงดันจะให้มาย่าไปให้ได้ก็พอดีชนมนมาถึง ถามอิทธิฤทธิ์ว่าสบายใจรึยัง ถ้ายังก็ยิงต่อได้ สบายใจเมื่อไรค่อยกลับไปเรียนอิทธิฤทธิ์เลยพาล ท้าเธอยิงปืน ถ้าเธอชนะก็จะกลับไปเรียน ชนมนรับท้าทันที!

แต่ระหว่างที่ชนมนยิงปืนนั่นเอง อิทธิฤทธิ์ก็หนีไปอีกแล้ว ชนมนถอดอุปกรณ์การยิงปืนวางแล้ววิ่งตามไปปรากฏว่าอิทธิฤทธิ์หนีไปสนามแข่งรถ เพราะมีนัดประลองฝีมือและความเร็วกับตี๋เล็กคู่ปรับเก่า แต่ตี๋เล็กเกเรขี่รถออกนอกลู่สู่ถนนใหญ่ อิทธิฤทธิ์ไม่ยอมแพ้ไล่ตามไป ผลคือถูกตำรวจจับ!

พ่อแม่ตี๋เล็กไปรับตัวตี๋เล็กที่โรงพัก แต่อิทธิฤทธิ์ไม่มีใครมารับ ขณะจะถูกนำตัวเข้าห้องขังนั่นเอง ชนมนก็มาถึง

“นายอิทธิฤทธิ์...ฉันมารับนาย นายคงไม่อยากให้ท่านผู้การรู้เรื่องนี้ นายก็เลยไม่ยอม โทร.บอกท่าน”ชนมนพูดอย่างรู้ใจ แต่กลับถูกอิทธิฤทธิ์ด่าและไล่ไม่ให้มายุ่ง

“ฉันอุตส่าห์ขับรถตามหาตั้งนาน กว่าจะรู้ว่านายอยู่โรงพักไหน ฉันพูดขอร้องตำรวจเป็นชั่วโมงๆขอเป็นผู้ปกครองนาย ขอเสียค่าปรับ รับนายกลับบ้าน ทั้งๆที่ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนาย ฉันมันโง่จริงๆไม่น่ามาเสียเวลากับเด็กเหลือขออย่างนายเลย!” ชนมนโกรธจนน้ำตาแทบทะลัก

กระนั้นอิทธิฤทธิ์ก็ยังทำหน้าเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย...ชนมนฉุนขาดตบโต๊ะปังประกาศลั่นโรงพัก

“ผู้ต้องหาชื่อนายอิทธิฤทธิ์ ปิติชาติ ไม่ประสงค์ที่จะให้ผู้ปกครองรับตัวกลับ และยินดีถูกจำคุกแทนการจ่ายค่าปรับ ดิฉันขอเสนอทำสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลแล้วส่งเข้าเรือนจำไปเลย จบ!”

แต่ถูกธรรม์ที่ได้ข่าวจากเพื่อนว่าอิทธิฤทธิ์ถูกจับอยู่ที่โรงพัก มาถึงก็ถามชนมนว่าเป็นอะไรกับผู้ต้องหา ชนมนอึกอักแล้วจึงบอกว่าเป็นติวเตอร์ของเขา

ธรรม์ยิ้มพูดเหมือนรู้จักดีว่า “อ้อ...คุณนั่นเอง” แล้วบอกตำรวจว่าจะมารับนายอิทธิฤทธิ์กลับบ้าน ชนมนคัดค้านทันที แต่ไม่สำเร็จเพราะอิทธิฤทธิ์แค่ทำผิดกฎจราจรเท่านั้น

โต้กันไปมา ชนมนอึ้งเมื่อได้ยินธรรม์เรียกอิทธิพลว่าพ่อบอกเธอว่าตนเป็นพี่ชายของอิทธิฤทธิ์แต่คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด เมื่อตำรวจนำตัวอิทธิฤทธิ์มา เขาเดินผ่านธรรม์ไปราวกับเป็นอากาศธาตุ ครั้นธรรม์ถามว่าจะกลับอย่างไรก็ถูกตวาดว่า “ไม่ต้องยุ่ง กลับเองได้!” แล้วเดินอ้าวไปอย่างหงุดหงิดเสียหน้าที่ต้องมารับความช่วยเหลือจากธรรม์

เมื่อรู้ฐานะของธรรม์ ชนมนขอโทษเขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจดูถูกแต่พูดไปเพราะกำลังโมโห ธรรม์บอกเธอว่ากับอิทธิฤทธิ์นั้น เธอคงต้องใช้ความอดทนหน่อย

ชนมนประทับใจความเยือกเย็นอดทนของธรรม์มาก เมื่อจะกลับ เธอเดินไปที่รถแต่สตาร์ตไม่ติด ธรรม์จึงเสนอว่าเอาไว้พรุ่งนี้ให้เขามายกไปดีกว่า แล้วอาสาจะไปส่งเธอ ชนมนติงว่าจะดีหรือแต่ใจยอมรับแล้ว เพียงเขายิ้มให้เธอก็เดินไปขึ้นรถเขาแต่โดยดี

ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน ชนมนได้รู้จักเขามากขึ้นจากการเล่าของเขาเองว่าพ่อเขาเป็นลูกน้องของพ่ออิทธิฤทธิ์และเสียชีวิตในหน้าที่ พ่อของอิทธิฤทธิ์จึงรับตนมาดูแลเหมือนลูกอีกคนหนึ่ง อิทธิฤทธิ์เลยกลายเป็นลูกอิจฉา แต่ก็บอกเธอว่า

“ถ้ารู้จักนายอิทมากขึ้น ชนจะเห็นว่า นายอิทเป็นคนดีนะ”

พอดีมาถึงบ้าน ชนมนขอบคุณเดินกลับเข้าบ้าน พอชูชัยรู้ว่าคนมาส่งเป็นตำรวจก็ไม่พอใจ

“พ่อบอกแล้วว่า ไม่ชอบตำรวจ!”

ชนมนงุนงงกับอารมณ์ฉุนเฉียวของพ่อ

ooooooo

อิทธิฤทธิ์กลับถึงบ้านอย่างทุลักทุเลพอกลับถึงบ้านก็ถูกธรรม์เรียกไปคุยถามว่า

จะเอารถคืนไหม ถ้าจะเอาคืนก็ให้เลิกทำตัวเหลวไหล หาจุดมุ่งหมายในชีวิตให้ได้ พรุ่งนี้ก็ให้ตั้งใจติวหนังสืออย่าก่อเรื่องกับชนมนอีก

เมื่อทั้งสองจะแยกกันไปพักผ่อน ก็ถูกอิทธิพลเรียกไว้ทั้งคู่ อิทธิพลลงโทษอิทธิฤทธิ์ด้วยการยึดบัตรเครดิตทั้งหมดและตัดเบี้ยเลี้ยงเหลือวันละ 100 บาท และตำหนิธรรม์ว่าสมรู้ร่วมคิดช่วยปกปิดความผิด สั่งพรุ่งนี้ให้อยู่บ้านดูแลอิทธิฤทธิ์ แม้อิทธิฤทธิ์จะปฏิเสธแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ พออิทธิพลออกไปก็ต่อว่าธรรม์ทันที

“ไหนคุยว่าจะปิดเรื่องให้ไง...โธ่เอ๊ย!”

เมื่อชนมนมาติวให้ เธอถูกอิทธิฤทธิ์กวนประสาทตลอดเวลา เธอต้องพยายามอดกลั้นอดทนอย่างที่สุด แต่อิทธิฤทธิ์ยังไม่หมดฤทธิ์แค่นั้น เขาแอบกดข้อความส่งไปให้มาย่าว่า “เกิดเรื่องที่บ้าน ช่วยด้วย”

มาย่าตกใจรีบมากับเมนี่เจอธรรม์เธอถามว่า “อิทมีเรื่องอะไรคะพี่ธรรม์” ทำเอาธรรม์งง บอกมาย่าว่าใจเย็นๆไม่มีอะไรพลันก็ได้ยินเสียงชนมนตะโกนอย่างโมโหมากว่า

“โธ่เว้ย จะเรียนหรือไม่เรียนหา!! หยุดเล่น แล้วนั่งลงเรียนเดี๋ยวนี้ นายอิทธิฤทธิ์!!”

มาย่าเข้าไปถามไถ่ พอรู้ว่าชนมนมาติวให้อิทธิฤทธิ์ เธอถามอิทธิฤทธิ์ว่าแล้วที่ส่งข้อความว่า “เกิดเรื่อง” มันเรื่องอะไร? คำตอบทำให้เธอทั้งโมโหและเซ็งมากคือ

“เกิดเรื่อง ‘เบื่อ’ น่ะสิ เรียนกับยัยป้านี่น่าเบื่อจะตาย มาช่วยทำให้หายเบื่อหน่อย” แล้วเดินไปกอดคอมาย่า

ทุกคนส่ายหน้ากับพฤติกรรมของอิทธิฤทธิ์ แต่มาย่าที่ถูกหลอกให้ตกอกตกใจรีบแล่นมาโมโหมาก อิทธิฤทธิ์บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจหลอกเธอ พูดได้แต่  “ฉันไม่ได้ตั้งใจหลอกเธอ ฉันขอ...” เลยถูกมาย่าตัดบทว่า

“ขอโทษไม่เป็นล่ะสิ เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิด เธอโทษแต่คนอื่น คิดให้ดีๆ ว่าที่ทำมาเนี่ย ทำถูกไหม ถ้าคิดว่าทำถูกก็ทำต่อไป ฉันก็จะไม่สนใจเธออีก แล้วก็...อย่ามาโกหกกัน ฉันเกลียดคนโกหกที่สุด!” พูดแล้วหันเดินออกไปเลย

“มาย่า...มาย่า...อย่าเพิ่งไป ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ” อิทธิฤทธิ์วิ่งตามออกไปตะโกนบอก แต่มาย่าบอกเมนี่ให้ออกรถเลย ไม่ต้องสนใจ

จากพฤติกรรมของอิทธิฤทธิ์ ทำให้ชนมนดูออกว่าเขาแคร์มาย่ามาก เชื่อว่าเขาชอบมาย่าเกินเพื่อน ทำให้ฉุกคิดที่จะใช้ความรู้สึกพิเศษนี้ให้มาย่าช่วยเขาอีกทาง

เมื่อมาย่าไปแล้ว อิทธิฤทธิ์ก็ออกจากบ้านไป ชนมนถือถุงผ้าและหนังสือเรียนออกมายืนมองอิทธิฤทธิ์หงอยๆ ป้าหนอมถามว่าไม่ติวแล้วหรือ

“วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อนแล้วล่ะค่ะป้าหนอม ถ้าเจ้าตัวไม่เต็มใจเรียน สอนอะไรไปก็ไม่เข้าสมอง แต่ยังไงหนูก็จะหาทางให้คุณอิทของป้าตั้งใจเรียนให้ได้ ถ้าป้าหนอมมีอะไรจะแนะนำก็บอกหนูได้นะคะป้าหนอมคะ ป้าหนอม...” ชนมนเรียกป้าหนอมเมื่อรู้สึกว่าป้าหนอมไม่ได้ฟังตนพูดเลย แต่กลับพึมพำ...

“คุณอิทจะไปไหนของเขานะ รถก็ไม่มี เงินก็ไม่มี...” พอนึกได้ก็หันถามชนมน “หนูชนถามอะไรนะคะ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” ชนมนตอบยิ้มๆ รู้สึกได้ว่าป้าหนอมรักและห่วงใยอิทธิฤทธิ์เหมือนลูกคนหนึ่ง ยกมือไหว้ลาแล้วไปขี่จักรยานออกไป แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า “ไม่มีรถ ไม่มีเงิน แล้วไปไหนของเขา??”

คิดแล้วแทนที่จะเลี้ยวขวากลับบ้านตัวเอง ชนมนตัดสินใจเลี้ยวรถกลับไปทางเดิม...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.