ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

รักสุดฤทธิ์ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ที่หน้าตึก “คณะนิติศาสตร์” ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง...

บรรยากาศที่หน้าตึกร่มรื่น แต่นักศึกษาที่คลาคล่ำอยู่หน้าตึก ทุกคนจริงจัง ขรึม เครียด ก้มหน้าก้มตาอยู่กับหนังสือบนโต๊ะ บ้างโต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดง

“เข้าห้องสอบได้แล้ว!” เสียงนักศึกษาชายคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้บรรดานักศึกษาในอิริยาบถต่างๆแตกฮือในอารมณ์เดียวกันคือ รีบเข้าห้องสอบ!

ที่ทางเดินในคณะฯ ชนมน อยู่คง ใส่แว่นหนาเตอะ แต่งตัวถูกระเบียบเป๊ะ มืออุ้มซองข้อสอบกำลังเดินมุ่งไปที่ลิฟต์ถูกนักศึกษาหญิงสองคนชนจนซองข้อสอบร่วงจากมือแล้ววิ่งเลยไป ไม่แม้แต่จะหันมอง ชนมนก้มเก็บซองข้อสอบอย่างใจเย็น แล้วตรงไปที่ลิฟต์

นักศึกษาหญิงสองคนนั้นกำลังจะวิ่งผ่านหน้าลิฟต์ คนหนึ่งรั้งเพื่อนไว้

“เฮ้ย ไปลิฟต์ดีกว่า”

“นี่ลิฟต์อาจารย์นะโว้ย” เพื่อนทักท้วงเพราะเห็นป้ายติดที่ลิฟต์ว่า “เฉพาะอาจารย์และเจ้าหน้าที่เท่านั้น”

“ลิฟต์อาจารย์แล้วทำไม คนกำลังรีบ” คนแรกไม่สนใจฉุดเพื่อนเข้าไปในลิฟต์แล้วกดปิด พลันก็มีมือเล็กๆสอดเข้ามาดันประตูเปิดออกช้าๆอย่างแข็งแรง

ชนมนท่าทางคงแก่เรียนและแต่งตัวเชย ทำให้นักศึกษาหญิงสองคนไม่ได้สนใจ เร่งอย่างไร้มารยาทว่า

“จะไปก็รีบเข้ามา เดี๋ยวอาจารย์ก็มาเห็นหรอก”

ชนมนมองสองนักศึกษาสาวนิ่งแต่แววตาพิฆาต พลางชูป้ายคล้องคอให้ดู

“ชนมน อยู่คง ผู้ช่วยอาจารย์” (TA) ลูกจ้างชั่วคราว

นักศึกษาหญิงคนแรกแถหน้าตาเฉยว่าตนกำลังรีบ ไม่มีทีท่าว่าจะออกจากลิฟต์ ชนมนยื่นมือไปที่บัตรพูดเหี้ยม

“บัตรนักศึกษา!”

“เฮ้ย! ไปเถอะแก” นักศึกษาที่ถูกเพื่อนลากเข้าลิฟต์รีบฉุดเพื่อนออกไป หันเอ่ยกับชนมน “ขอโทษนะคะ เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” แล้วหันไปบ่นเพื่อน “ไม่น่าหาเรื่องเลย ถ้าถูกยึดบัตร เข้าสอบไม่ได้นะแก”

นักศึกษาหญิงไร้มารยาทสองคนฉุดกันออกจากลิฟต์แล้ว ชนมนจึงก้าวเข้าไปในลิฟต์ยืนตัวตรงอย่างเป็นแบบแผน ประตูลิฟต์ค่อยๆปิด และลิฟต์ก็เลื่อนขึ้นไป...

ooooooo

ที่ห้องสอบ นาฬิกาฝาผนังบอกเวลา 09.55 น.แล้ว ชนมนยืนคุมการสอบอยู่ ด้านหลังเป็นกระดาน หน้าห้องเขียนว่า “ห้องสอบวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา LW 223 เวลา 10.00–12.00 น.”

ในห้องสอบ...ข้อสอบถูกวางคว่ำครบทุกโต๊ะ บรรยากาศในห้องสอบ เงียบ เครียด

เมื่อนักศึกษาเซ็นชื่อเข้าสอบกันหมด ปรากฏว่ามีช่องว่างที่ชื่อ “นายอิทธิฤทธิ์ ปิติชาติ” ชนมนจึงเรียกชื่อ กวาดตามองหา ทุกอย่างนิ่ง เงียบ

ชนมนมองชื่อที่ว่างไม่ได้เซ็นอีกช่องหนึ่ง ปรากฏชื่อ “น.ส.มณีมันตรา พิชญนันท์” แต่ที่ช่องหมายเหตุเขียนว่า “กรณีพิเศษ เข้าสายได้ครึ่งชั่วโมง ตามเอกสารที่แนบมา” เห็นแล้วชนมนพึมพำอย่างเหนื่อยหน่าย“มาย่า... อีกแล้วเหรอเนี่ย”

ooooooo

ที่ถนนในมหาวิทยาลัย รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ กำลังขับพุ่งมาอย่างเร็วฉวัดเฉวียนซ้ำบีบแตรไล่นักศึกษาที่เดินคุยกันอยู่กลางถนนจนโดดขึ้นฟุตปาทกันแทบไม่ทัน เขาคือ นายอิทธิฤทธิ์ ปิติชาติ หรือที่เพื่อนๆเรียก “อิท” นั่นเอง

ส่วน มาย่า หรือมณีมันตรานักแสดงวัยรุ่นกำลังพุ่งแรง นั่งรถตู้มีเมนี่ผู้จัดการส่วนตัวนั่งมาด้วย รถตู้ถูก อิทธิฤทธิ์ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ปาดหน้าจนต้องเบรกเอี้ยด มาย่าหัวคะมำ เมนี่โวยวายประสาผู้จัดการห่วงดาราที่ทำเงินให้ตนมากมาย จนมาย่าต้องเร่งให้รีบไปเพราะตนสายแล้ว

อิทธิฤทธิ์มาถึงหน้าตึกก็ตีวงดริฟท์จนผิวถนนเป็นรอย เขาถอดชุดจะเดินเข้าห้องสอบ มาย่ามาถึงพอดีเช่นกัน เรียกให้รอด้วยจะได้เข้าห้องสอบพร้อมกัน แต่พอเดินมาจะเข้าห้องสอบ ชนมนปล่อยให้มาย่าเข้าไปแต่กั้นอิทธิฤทธิ์ไว้ เขาเอียงคอถามกวน

“มีไร...ครับ”

“มาสาย หมดสิทธิ์เข้าสอบ!” ชนมนเสียงเข้มหน้าเครียด

“ตามกฎ เข้าสายได้ไม่เกินสิบนาที ผมก็มาถึงคณะสิบโมงสิบเป๊ะๆไม่ถือว่าสาย!”

“ตามกฎ คุณต้องมาถึงห้องสอบสิบโมงสิบต่างหาก ถึงจะถือว่าไม่สาย ถ้าคุณไม่มัวแต่ซิ่งมอเตอร์ไซค์โชว์ออฟ”

“เมื่อกี้เขาไม่ได้เรียกว่าซิ่ง เขาเรียกว่าดริฟท์อธิบายไปก็ไม่เข้าใจ เสียเวลาสอบเปล่าๆ” พูดแล้วทำมั่วจะเดินเข้าห้องสอบ ถูกชนมนขวางไว้ บอกว่าตนเป็นคนคุมสอบและมีสิทธิ์ไม่ให้เขาเข้าห้องสอบ

อิทธิฤทธิ์ถามว่ามีสิทธิ์ในฐานะอะไร แล้วเพ่งไปที่ป้ายชื่อคล้องคอลากเสียงยาวเยาะ “อ๋อ...ลูกจ้างชั่วคราว” ชนมนสวนเสียงดังว่า ผู้ช่วยอาจารย์ ถูกอิทธิฤทธิ์กวนประสาทอ่านชื่อดังๆว่า “ชน-มน”

“ชะ-นะ-มน!”

อิทธิฤทธิ์ทำหน้ากวนชมว่าชื่อเพราะดี แล้วจะเข้าไปสอบบอกว่าเรื่องสายไม่สายเดี๋ยวให้อาจารย์ตุลาตัดสินดีกว่า เพราะ “ลูกจ้างชั่วคราวอย่างคุณไม่มีสิทธิ์” แล้วเบี่ยงตัวเข้าห้องสอบ

ชนมนข่มความโกรธไว้อย่างยากเย็น พยายามอดกลั้นไว้ แล้วทำหน้าที่ต่อ

ส่วนอิทธิฤทธิ์เข้าไปนั่งทำข้อสอบ ทีแรกก็ยังหน้าตาแจ่มใส แต่พออ่านข้อสอบยิ่งอ่านก็ยิ่งเครียด งงแล้ว

นั่งมึน! นึกถึงคำเตือนของอาจารย์ตุลาที่ว่า พรุ่งนี้สอบวิชาของตนต้องทำให้ผ่านอย่างน้อยเกรดบีไม่อย่างนั้น จีพีเอไม่ถึงเกณฑ์ นี่เป็นโอกาสสุดท้าย ถ้าสอบไม่ได้ต้องถูกรีไทร์แล้วยิ่งเครียด

มีหรือที่อิทธิฤทธิ์จะยอมถูกรีไทร์ เขาเครียดจัดในที่สุดหาทางทุจริตโกงข้อสอบ ด้วยการใช้มือถือส่งข้อความให้เจ๋ง รุ่นน้องที่ซูฮกตนให้ช่วย แต่ถูกชนมนจับได้ยึดมือถือไป บอกให้ไปรับคืนได้หลังสอบเสร็จ

ชนมนจับได้ว่าอิทธิฤทธิ์ให้เจ๋งใช้พวกเด็กเรียนและพริตตี้มาทำทีซ้อมเต้นแล้วชูคำตอบข้อสอบ พอชน–มนจับได้อิทธิฤทธิ์ขู่ว่ามีหลักฐานหรือเปล่า เดี๋ยวจะฟ้องหมิ่นประมาท ชนมนจึงฝากนักการให้ช่วยดูห้องสอบแล้ววิ่งลงไปหมายจับเจ๋งกับพวก อิทธิฤทธิ์ตะโกนบอกเจ๋งว่า “ถูกจับได้แล้วโว้ย” เท่านั้นเองเจ๋งก็ประกาศ “ภารกิจยกเลิก!” แล้วแตกหนีกันกระเจิง

ชนมนวิ่งไล่กวดจนจับเจ๋งได้ค้นในกระเป๋าเจอข้อสอบเป็นหลักฐานแน่นหนาจนเจ๋งหน้าจ๋อง

ผลคือ กระดาษคำตอบของอิทธิฤทธิ์ถูกเขียนคาดด้วยหมึกแดงตัวโตว่า “ทุจริต ปรับตก” แล้วขีดฆ่ากากะบาทอีกที

นาทีนี้อิทธิฤทธิ์รู้สึกเหมือนโลกถล่มลงมาตรงหน้า! แต่พอมาย่าเดินมาแสดงความเสียใจด้วย อิทธิฤทธิ์ก็พูดอย่างไม่ยี่หระว่า

“ตกก็ตก ไม่เห็นแคร์!” แล้วเดินเตะทุกอย่างที่ขวางหน้าระบายอารมณ์ไป

ooooooo

มาย่าสงสารอิทธิฤทธิ์ เธอเข้าไปหาชนมนขอร้องอย่าให้เรื่องนี้ถึงอาจารย์ตุลาเลย อ้อนวอนให้ปรับอิทธิฤทธิ์เป็นสอบตกเพราะเข้าสอบสาย เพราะถ้าปรับสอบตกเพราะโกงข้อสอบเขาต้องถูกไล่ออกแน่ๆ

มาย่าอ้อนวอนจนชนมนใจอ่อนยอมปรับตกเพราะเข้าสอบสาย เพราะสงสารพ่อแม่เขาไม่อยากให้อับอายขายหน้ามากกว่านี้ พูดแล้วเดินไปเลย

มาย่าตามเจออิทธิฤทธิ์ยกเท้าพาดโต๊ะนั่งเซ็งอยู่ลานหน้าตึก เข้าไปถามว่าเกรดไม่ถึงทำไมไม่บอกจะได้ช่วย ถามว่าเขาต้องถูกรีไทร์จริงเหรอ เป็นห่วงว่า “ถ้าพ่อเธอรู้ จะเกิดอะไรขึ้น”

“ก็แค่โดนด่า ฉันก็โดนพ่อด่าเป็นประจำอยู่แล้ว โดนด่าอีกเรื่องก็คงไม่ตายหรอกมั้ง”

อิทธิฤทธิ์ตอบกวนจนมาย่าโมโหฟาดแขนเขาถามว่าทำไมถึงเป็นคนแบบนี้ ก็ถูกย้อนถามกวนๆว่าก็ตกไปแล้วจะให้ทำไง?

ความเจ็บใจที่ถูกชนมนปรับให้สอบตก ทำให้อิทธิฤทธิ์คิดแก้แค้น เมื่อเจอชนมนขี่จักรยานจะกลับบ้าน ก็แกล้งขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวจนเธอล้มแต่ไม่เป็นอะไรมาก เขายังเดินมายิ้มเยาะแล้วขี่รถบิดไปอย่างสะใจ

ชนมนโกรธมาก หยิบมือถือโทร.ถึงอาจารย์ตุลาทันที...

“อาจารย์ตุลาคะ หนูมีเรื่องสำคัญจะรายงานอาจารย์ค่ะ...เรื่องสอบวันนี้น่ะค่ะ มีนักศึกษาทุจริตแอบโกงข้อสอบ!”

โทร.เสร็จ ชนมนยิ้มอย่างสะใจ!

ooooooo

พล.ต.ท.อิทธิพล ปิติชาติ นายพลผู้มีมาดเคร่ง ดุ เป็นพ่อของอิทธิฤทธิ์ เขามีลูกบุญธรรมคือ ร.ต.ต.ธรรม์ สัตยารักษ์ ที่เพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจและฝึกงานสอบสวนอยู่

วันนี้ธรรม์มาหาอิทธิพลที่เขาเรียกว่าพ่อที่ห้องทำงาน ขออนุญาตว่า หากตนฝึกงานเสร็จจะขอย้ายไปประจำที่ใต้ ไม่ยะลาก็นราธิวาส

“ทำงานที่กรุงเทพฯไปก่อน” อิทธิพลตอบทันที เมื่อธรรม์จะชี้แจงเหตุผลก็ถูกตัดบทว่า “พ่อไม่ได้ห้ามแกย้ายไปใต้แกได้ย้ายแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ พ่อมีคดีที่ต้องการให้แกช่วย เป็นคดีที่สำคัญกับพ่อมาก และสำคัญกับแกด้วย นายธรรม์”

“คดีพ่อผมหรือครับ” ธรรม์ถาม ทำให้อิทธิพลอึ้งไปกับเรื่องราวในอดีตเมื่อ 15 ปีก่อน...

เวลานั้น ร.ต.อ.เที่ยงธรรม สัตยารักษ์ พ่อของธรรม์เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ร่วมงานกันกับอิทธิพล และถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เขาจึงรับธรรม์มาเป็นบุตรบุญธรรม คิดถึงอดีตแล้ว อิทธิพลบอกธรรม์ว่า

“ใช่...คดีของเที่ยงธรรม เรากำลังจะได้ตัวฆาตกรที่ฆ่าพ่อแกแล้ว พ่อเพิ่งได้เบาะแสใหม่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ทำงานของแกไปก่อน เราเริ่มสืบคดีเที่ยงธรรมได้เมื่อไหร่ พ่อจะบอกเอง”

ธรรม์บอกว่าตนยังมีอีกเรื่องที่อยากปรึกษา แล้วเอ่ยอย่างเกรงใจว่า

“ผมได้ที่พักแล้วนะครับ ผมรบกวนคุณพ่อมามากเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่ผมควรจะอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว”

อิทธิพลตกใจเล็กน้อย ธรรม์พูดออกตัวว่า รู้ว่าเขารักตนเหมือนลูกแท้ๆอิทธิพลย้อนถามว่ารู้แล้วก็ห้ามย้ายออกไปไหน นี่คือคำสั่ง ย้ำกับธรรม์ว่า “แกก็น่าจะรู้ว่าพ่อมีอีกเรื่องที่ต้องให้แกช่วย”

ธรรม์รู้ว่าหมายถึงเรื่องอิทธิฤทธิ์  เขาถามว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง  อิทธิพลถอนใจบอกว่าเหมือนเดิมแล้วขึ้นรถไปทำงาน บอกธรรม์ว่าแล้วเจอกันที่บ้าน

ธรรม์นิ่งคิด เขาเข้าใจปัญหาระหว่างอิทธิพลกับอิทธิฤทธิ์ สองพ่อลูกนี้ดี...

ooooooo

อิทธิฤทธิ์บิดรถส่งเสียงลั่นกลับมาถึงบ้าน  ซึ่งใหญ่โตโอ่โถงสมฐานะของตำรวจยศนายพล

เพียงแค่เสียงมอเตอร์ไซค์บิดลั่นมาถึงหน้าบ้าน ยามก็รีบวอถึงป้าหนอมบอกว่าอิทธิฤทธิ์กลับมาแล้ว บรรยากาศโกลาหลคนใช้วิ่งวุ่นเพื่อเปิดเส้นทางเข้าบ้านให้

อิทธิฤทธิ์จอดรถทิ้งไว้แล้วเดินอาดๆเข้าบ้าน พลันก็ชะงักเมื่ออิทธิพลเรียก

“นายอิท! ฉันโทร.หาแกเป็นสิบๆครั้ง ทำไมไม่รับโทรศัพท์!”

“ขี้เกียจ” ตอบขวางๆแล้วจะเลี่ยงหนี ถูกอิทธิพลพูดเสียงดังปรามว่า

“ฉันรู้เรื่องแกโดนไล่ออกแล้ว มีอะไรจะแก้ตัวไหม! แกโกงข้อสอบ แกทำเรื่องเลวๆอย่างนี้ได้ยังไง!”

อิทธิฤทธิ์เดาได้ทันทีว่าต้องเป็นฝีมือของชนมนแน่ๆ แต่เมื่อถูกพ่อจับได้ก็ทำเป็นไม่แคร์ ซ้ำยังยียวนว่า

“ก็พ่อสั่งให้จบสี่ปีไม่ใช่เหรอ ไม่โกงก็ไม่จบ” อิทธิพลโมโหถามว่าแล้วจะทำยังไงต่อไป คำตอบคือ “ไม่รู้”

อิทธิพลถามว่าไม่คิดจะเรียนแล้วรึไง พอได้รับคำตอบว่ายังไงก็ได้ อิทธิพลปรามว่าอย่าทำให้ตนหมดความอดทน สั่งว่าพรุ่งนี้ไปหาอาจารย์ตุลาด้วยกัน

“ไม่!”

“ไอ้อิท! แกต้องทำตามที่ฉันสั่ง”

“ผมไม่ใช่นายธรรม์ อย่ามาสั่งผม ถ้าอับอายขายหน้าที่ผมถูกไล่ออกนักละก็ ผมไปจากบ้านนี้ก็ได้...ผมจะไปหาแม่!”

คำว่า “แม่” เหมือนจุดระเบิดให้อิทธิพลโกรธพุ่ง ตวาดลั่น “ไม่ได้! แกไปไม่ได้!!” พอถูกย้อนถามว่าทำไมจะไปไม่ได้ ก็ถูกอิทธิพลสั่ง “เลิกพูดถึงแม่แกเสียที!”

“ทำไมจะพูดไม่ได้ แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด พ่อต่างหากที่ทำผิดกับแม่ ถามจริง พ่อทำอะไรแม่ แม่ถึงต้องหนีไป พ่อมีเมียน้อยหรือว่าทำร้ายตบตีแม่! อย่าคิดว่าผมจำไม่ได้ ผมเห็นแม่ร้องไห้ทุกวัน พ่อทำให้แม่ต้องทิ้งผมไป มีพ่ออย่างนี้ ไม่มีเสียดีกว่า!”

อิทธิพลฉุนขาดตรงเข้าไปเงื้อมือจะฟาดปากแต่ก็ทำได้แค่เงื้อ...อิทธิฤทธิ์จ้องหน้าพ่ออย่างท้าทาย ทันใดนั้น ธรรม์วิ่งเข้ามาแทรกกลาง เอ่ยขอ...

“คุณพ่อครับ...นายอิทไม่ได้ตั้งใจ...”

“ใครบอก! ฉันตั้งใจ! ฉันคิดอย่างที่พูดทุกคำ!!” อิทธิฤทธิ์สวนไปทันควันด้วยน้ำเสียงดุดันจงเกลียดจงชังธรรม์แล้วจึงถอยออกไป

ธรรม์ยืนมองอิทธิพลอย่างเห็นใจ ในขณะที่อิทธิพลคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับอิทธิฤทธิ์ดี...

ooooooo

ชนมนอาศัยอยู่กับชูชัยผู้เป็นพ่อและชิน หรือชินพัฒน์น้องชายวัย 12 ที่กำลังกินกำลังนอน ซ้ำยังฉลาดเป็นกรดทะเล้นน่ารักน่าเขก  ชูชัยเปิดร้านอาหารตามสั่งหาเลี้ยงลูกๆ

ส่วนชนมนก็ทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว และมีความฝันอยากไปเรียนเมืองนอก เย็นนี้ชนมนขี่จักรยานกลับมาพร้อมเสื้อผ้าหอบใหญ่ที่รับมาซัก ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าตามอมแมมเสื้อเปื้อนฝุ่นและกระโปรงขาด!

“พี่ชนไปฟัดกับหมาที่ไหนมา” ชินปากเสีย

“ใครทำอะไรแก บอกพ่อมา” ชูชัยถามเครียด

“เจอเด็กแว้นมันหาเรื่องน่ะ ถือว่าเป็นคราวซวยแล้วกัน หนูคงไม่ต้องเจอหน้ามันอีก...”

สามพ่อลูกช่วยกันซักผ้า ชูชัยสงสารลูก บอกชนมนว่า

“ต่อไปนี้ แกไปช่วยงานอาจารย์อย่างเดียวก็พอ งานอื่นพ่อกับไอ้ชินจะทำเอง”

“เฮ้ย...ได้ไงพ่อ...พี่ชนเขาทั้งรับซักผ้า ส่งหนังสือ พิมพ์ เลี้ยงเด็ก เย็บตุ๊กตา แล้วก็ยังติวเลขอีก เราสองคงไม่ไหวหรอกพ่อ” ชินโวยสั่นหน้าจนแก้มกระเพื่อม ชูชัยถามว่าแล้วทำไมชนมนทำคนเดียวไหว “ก็เจ๊เขาเป็นซุปเปอร์วันเดอร์วูแมนทั้งแกร่ง ทั้งเก่งจนน่าขนลุก ถึงได้ไม่มีผู้ชายมาจีบจนถึงทุกวันนี้ไงล่ะ”

ชนมนมองหน้าน้องชายตาขวาง ชินยังลอยหน้าพูดต่อ “พี่ชน ถ้าลำบากนัก ก็ไม่ต้องไปมันหรอกไอ้เมือง

นอกนี่เรียนต่อโทในเมืองไทย เห็นทำงานงกๆ ทุกวันแล้วสงสาร...เออ...พี่ซักผ้ากับพ่อไปก่อนนะ ขอไปฉี่แป๊บนึง”

พูดแล้วลุกขึ้น ถูกชูชัยคว้าแขนไว้อย่างรู้ทันว่าชินจะหนีงาน ชินเลยต้องนั่งลงช่วยซักผ้าต่อ ซักไปเล่นไปแต่ก็ได้งานจนกระทั่งช่วยกันซักผ้าเสร็จ ชนมนเองเพลินกับการช่วยทำงานจนลืมเรื่องของอิทธิฤทธิ์ไปชั่วขณะ

ช่วยกันซักผ้าเสร็จ ชูชัยผัดข้าวให้กิน ชนมนเอาเงินที่ได้รับจากอาจารย์ตุลาที่ตนช่วยงานวิจัยให้พ่อ บอกว่าเอาไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ชูชัยไม่เอา ทั้งยังบอกว่า เงินที่จะเรียนต่อพ่อจะหาให้เอง

“หนูต้องสอบชิงทุนได้แน่ๆ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เอาเงินนี่ไปเถอะ”

สองพ่อลูกเกี่ยงกันไปมา ชินทำตัวเป็นตาอยู่ยื่นมือจะรับแทน แต่ไม่ได้เงิน ได้มะเหงกทั้งจากพ่อและพี่ไปคนละโป๊ก ชินกุมหัวร้องโอ๊ยทำตาปริบๆ จนชนมนกับพ่อหัวเราะขำ

สามพ่อลูกอยู่กันอย่างพอเพียง แค่ข้าวผัดจานเดียวแบ่งกันกินก็มีความสุขได้...

ooooooo

ธรรม์กลับมาอยู่บ้านตามที่อิทธิพลต้องการเขาพยายามที่จะช่วยอิทธิฤทธิ์เพื่อให้อิทธิพลคลายกังวล

ส่วนอิทธิฤทธิ์โกรธพ่อจนไม่ยอมลงมากินข้าวด้วย แต่พอตกกลางคืนหิวลงมาหาอะไรกินปรากฏว่าในตู้ไม่เหลืออะไรเลย ธรรม์จึงชงบะหมี่สำเร็จรูปให้กิน

ธรรม์พยายามญาติดีด้วย หว่านล้อมให้อิทธิฤทธิ์กลับไปเรียนใหม่เสีย เพราะนี่เป็นความผิดครั้งแรกน่าจะมีสิทธิ์ลงเรียนใหม่ ถูกอิทธิฤทธิ์ตวาดให้หยุด ธรรม์ก็ยังใจเย็นหว่านล้อมว่า

“กลับไปเรียนต่อซะ อย่าทำให้คุณพ่อไม่สบายใจ พี่ขอร้อง”

“เรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยว นายมันก็แค่เด็กเก็บมาเลี้ยง ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้น แล้วก็เลิกเรียกตัวเองว่า “พี่” ซะที ฟังแล้วจะอ้วก!!” พูดแล้วเดินปึงปังไป

ธรรม์ยังใจเย็น พยายามมองว่าอิทธิฤทธิ์เป็นเด็ก ไม่ถือสา

รุ่งขึ้นป้าหนอมไปปลุกอิทธิฤทธิ์บอกว่าคุณพ่อ ให้ลงไปพบ ถูกอิทธิฤทธิ์ลากตัวไปกอด อ้อนว่าหิว

“หิวก็ลงไปทานซิคะ นะคะ...คุณอิทของป้า นานๆ จะได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที เอ...แต่คุณธรรม์เรียนจบแล้ว ต่อไปคงได้ทานข้าวพร้อมหน้ากันทุกวัน”

อิทธิฤทธิ์เด้งผึงขึ้นทันที “อะไรนะ! มันกลับมาอยู่บ้านเหรอ” อิทธิฤทธิ์ทำหน้าแผลงฤทธิ์ พอลงมาเจอธรรม์ก็ถามทันที “ไหนว่าเรียนจบแล้วจะไปหาที่อยู่เอง”

“ฉันสั่งให้ธรรม์กลับมาอยู่บ้านเอง  บ้านนี้ก็เป็นบ้านของธรรม์เหมือนกัน  อย่าลืมว่า  ธรรม์เป็นพี่ของแก”

“ไม่ใช่ นายนี่เป็นแค่เด็กที่พ่อเก็บมาเลี้ยง”

“ไอ้อิท!!”

“ช่างเถอะครับคุณพ่อ ผมก็เป็นอย่างที่นายอิทพูดจริงๆ ผมไปทำงานก่อนนะครับ” ขณะเดินผ่านอิทธิ– ฤทธิ์ ธรรม์บอกเขาว่า “คุณพ่อมีเรื่องสำคัญคุยด้วย ฟังท่านก่อน”

ที่แท้อิทธิพลติดต่ออาจารย์ตุลาให้ช่วยหาติวเตอร์มาติววิชาที่อิทธิฤทธิ์สอบตกไว้แล้ว พออิทธิฤทธิ์ลงมา เขาบอกให้รีบไปอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวติวเตอร์จะมาแล้ว อิทธิฤทธิ์ถามว่าอะไรนะ!

พอรู้ว่าพ่อให้อาจารย์ตุลาหาคนมาติววิชาที่เขาสอบตกให้ อิทธิฤทธิ์ก็ยังทำหน้างง อิทธิพลจึงบอกรายละเอียดว่า

“ฉันคุยกับอาจารย์ตุลาให้แล้ว เขายอมให้แกลงเรียนใหม่ซัมเมอร์นี้เลย แต่แกต้องสอบให้ได้เอ และต้องทำรายงานส่ง นี่เป็นโอกาสเดียวที่แกจะเรียนจบ”

“ใครขอ?!” อิทธิฤทธิ์ถามเสียงขุ่น

ก็พอดีป้าหนอมเข้ามาบอกว่าติวเตอร์มาแล้ว อิทธิฤทธิ์ไม่หันมอง ได้ยินเสียงผู้หญิงสวัสดีอิทธิพลแนะนำตัวว่าเป็นคนที่อาจารย์ตุลาส่งมา

ที่แท้คือ ชนมนนั่นเอง!

“ไม่เรียน!” อิทธิฤทธิ์แผลงฤทธิ์ ชนมนเห็นบรรยากาศไม่ดี  เสนอว่าตนกลับไปก่อนก็ได้  ถูกอิทธิฤทธิ์ไล่ตะเพิด “กลับไปเลย!” แล้วหันขวับตาขวางใส่ชนมน

พริบตานั้น ทั้งชนมนและอิทธิฤทธิ์ต่างมองกันตะลึง เมื่อเจอคู่กรณีเก่า!

“แกไม่มีทางเลือก ยังไงแกก็ต้องเรียนกับหนูคนนี้” อิทธิพลยื่นคำขาด

“ไม่มีทาง!!” ทั้งสองตอบพร้อมกัน ต่างจ้องกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาหลายชาติ

ooooooo

เพราะมาย่าต้องเล่นละครสวมบทบาทสาวห้าวอึดถึก เธอจึงต้องไปเวิร์กช็อปคิวบู๊ ต้องฝึกยิงปืน

ปรากฏว่าครูฝึกยิงปืนของเธอคือ “พี่ธรรม์” ของเธอนั่นเอง มาย่าดีใจมากไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอกับพี่ธรรม์อีก เพราะไม่พบกันเกือบสองปีแล้ว แม้เธอจะไปที่บ้านอิทธิฤทธิ์บ่อยแต่ก็ผิดหวังทุกครั้ง เจอกันคราวนี้เธอถามทึ่งว่า

“พี่ธรรม์หล่อขึ้นหรือเปล่าเนี่ย” ถูกธรรม์ทำเสียงดุว่านอกเรื่องแล้ว เธอยังพูดอย่างปลื้มปีติว่า “ต่อไปนี้เราก็จะได้เจอกันบ่อยๆแล้ว เพราะพี่ธรรม์มีหน้าที่ฝึกย่าให้เป็นบอดี้การ์ดสาวห้าวดุเหี้ยม ได้ครูเก่งๆอย่างพี่ธรรม์ ย่าสู้ตายค่ะ” เธอชูสองนิ้วยิ้มน่ารัก ธรรม์ยิ้มให้อย่างเอ็นดู

การต้องฝึกซ้อมยิงปืนกันเป็นประจำ ทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมาก เมนี่ที่เป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัวและทำตัวเป็นแมวมองก็เอ่ยปากชวนธรรม์ไปเป็นนักแสดง แล้วฉวยโอกาสขอให้มาย่าช่วยถ่ายรูปให้ โผเข้ากระแซะแอบอิงซบซึ้งธรรม์ท่าแล้วท่าเล่า มาย่าถ่ายให้มากมายจนหันไปถ่ายอย่างอื่นแล้ว เมนี่ก็ยังซบๆกอดๆธรรม์ไม่ยอมเลิก ธรรม์กับมาย่าแอบสบตายิ้มกันขำๆ

ooooooo

เมื่อคนเรียนไม่อยากเรียนคนสอนก็ไม่อยากสอน ชนมนจึงเดินออกมาที่รถจักรยาน ถูกอิทธิฤทธิ์ออกมาขวาง ชนมนมองสงสัยว่าเขาจะทำอะไร

“อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก มาบอกแค่นี้แหละ” อิทธิฤทธิ์พูดใส่หน้า

“เสียใจย่ะ ฉันยังต้องช่วยงานอาจารย์ตุลาอยู่ นายก็อย่ากลับไปเรียนสิจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าฉัน อย่างนายเรียนไปก็เปล่าประโยชน์ สอบใหม่ก็สอบไม่ผ่านอยู่ดี กลับไปแว้นต่อเถอะไป!”

“ฉันไม่ใช่เด็กแว้น”

“จะเป็นนักซิ่งหรือเด็กแว้น มันก็ไม่แตกต่างกันหรอก มันก็ไอ้พวกขยะสังคม ขับรถกวนเมือง ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน  จะบอกให้นะ  เวลาที่พวกนายซิ่งกันบนถนนน่ะ  ชาวบ้านไม่ได้ด่าแต่พวกนาย  แต่ด่าไปถึงพ่อถึงแม่ด้วย จะทำอะไรให้รู้จักคิดบ้าง”

อิทธิฤทธิ์จ้องหน้าชนมนอย่างเจ็บใจที่มาหยามศักดิ์ศรีกัน ย้ำเสียงเข้มว่า

“ขอบอกเป็นครั้งสุดท้ายนะว่า ฉันไม่ใช่เด็กแว้น ฉันเป็นนักแข่งรถ ฉันรู้จักกฎกติกา มารยาทการแข่งรถในสนามเท่านั้น และฉันไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน จำใส่หัวไว้ด้วย ยัยป้า! แล้วอย่าได้คิดมาเป็นติวเตอร์ฉันเป็น อันขาด ไม่งั้น...เธอตายแน่!”

“ฉันไม่มีวันลดตัวไปติวให้เด็กอีคิวต่ำ ไอคิวไม่มีอย่างนายหรอก ฉันรับติวแต่เด็กดีรักเรียนเท่านั้น จำใส่กะโหลกหนาๆของนายไว้ด้วย ไอ้เด็กแว้น!!!”

อิทธิฤทธิ์ฉุนขาดกระชากชนมนเข้าไปตะคอกถามว่าอยากลองดีรึ ยัยป้า! แต่ไม่ทันทำอะไร เจ๋งรุ่นน้องคนสนิทที่แสนซื่อสัตย์จงรักภักดีก็เข้ามาบอกว่า

“พี่อิท! พี่อิท!! ไอ้ตี๋เล็กกับแก๊งของมันโชว์รถอยู่ที่สนามน่ะ ไปด้วยกันป่าวพี่” พอเห็นชนมน เจ๋งก็ตาโต “ยัยแว่นโหดมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย!”

ตอนที่ 2

ออกจากบ้านอิทธิฤทธิ์กลับมาถึงบ้านตัวเองที่เปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง ชนมนก็ทำงานทันที ช่วยพ่อเสิร์ฟอาหารเก็บจานเก็บแก้วมือเป็นระวิง

ชูชัยทำอาหารไปก็ชำเลืองดูชนมนไปอย่างเหนื่อย แทน เมื่อว่างจากทำอาหารก็รีบมาทำแทน บอกให้ชนมนไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ เธอบอกว่าไว้อ่านคืนนี้ก็ได้

“ไหนว่าวันนี้ต้องติวให้รุ่นน้องไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ติวแล้ว และหนูไม่นับไอ้เด็กแว้นนั่นเป็นรุ่นน้องหรอก หนูคงต้องไปบอกอาจารย์ตุลาหาติวเตอร์คนใหม่แทน ยังไงหนูก็ไม่มีวันไปสอนไอ้เด็กเหลือขอนั่น” พูดพลางยกกะละมังใส่จานหนักอึ้งไป ชูชัยรีบไปช่วยรับบ่นอุบอิบ...

“ไอ้ลูกคนนี้ มันจะอึดไปถึงไหน”

สองพ่อลูกวุ่นกับการทำงาน จนไม่ได้สังเกตว่าที่ฝั่งตรงข้ามร้าน มีรถสีดำคันใหญ่มาจอดอยู่ครู่ใหญ่แล้ว ภายในรถอิทธิพลนั่งมองเข้าไปในร้าน แต่เห็นอะไรไม่ถนัดเพราะมีทั้งลูกค้าและรถเอาน้ำมาส่งพลุกพล่าน

จนกระทั่ง ชนมนจะเอาเสื้อผ้าที่ซักรีดแล้ว ไปส่ง รถสีดำคันใหญ่นั้น จึงขับตามไปช้าๆ...

ที่แท้อิทธิพลต้องการมาหว่านล้อมให้ชนมนกลับไปเป็นติวเตอร์ให้อิทธิฤทธิ์เพราะมองไม่เห็นเลยว่าใครจะทำให้อิทธิฤทธิ์สอบผ่านได้ ชนมนพูดออกตัวว่าตนไม่เก่งถึงขนาดนั้น และยืนยันว่าตนจะไม่เป็นติวเตอร์ให้ลูกชายท่านแน่นอน

“หนูจบนิติศาสตร์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ได้ทุนเรียนดีตั้งแต่ชั้นมัธยมจนจบมหาวิทยาลัย จนได้มาเป็นผู้ช่วยอาจารย์ เป็นติวเตอร์ สอนได้ทุกวิชาตั้งแต่เด็กประถมจนถึงมหาวิทยาลัย”

ชนมนเริ่มหวาดๆ กับคำหว่านล้อมของคนระดับนี้ แต่ทำใจดีสู้เสือ อ้างว่าตอนนี้คิวเต็มหมดแล้ว อิทธิพลเปลี่ยนเป็นถามว่าเธอต้องการค่าติวเท่าไรตนจ่ายได้ทั้งนั้นแล้วพูดอย่างรู้ลึกรู้ดีถึงปัญหาภายในบ้านของเธออย่างละเอียดว่า

“หนูกำลังต้องการเงินไม่ใช่หรือ ทั้งค่าเรียนต่อปริญญาโท ค่าเช่าบ้านที่ยังค้างอยู่สามเดือน พ่อหนูก็ป่วยเป็นเบาหวานต้องจ่ายค่ายาเดือนละหลายพัน แล้วยังมีน้องชายที่หนูต้องรับผิดชอบอีก”

“โห...ท่านรู้หมดเลย” ชนมนตกใจเหงื่อแตก อิทธิพลพูดขู่ๆ ว่าอย่าลืมว่าตนเป็นใคร

กลับถึงบ้าน ชนมนเห็นชูชัยเอาบิลค่าน้ำค่าไฟมาวาง นับเงินตามใบแจ้งหนี้แล้วยังขาดค่าเช่าบ้านอีก ชินก็มายืนตะแหง่วๆ เรื่องทางโรงเรียนจะไปออกค่ายที่ประจวบฯ ตนอยากไปเพราะเกิดมายังไม่เคยเห็นทะเลเลย...

“แกเลือกเอา จะอดเที่ยวหรือจะอดข้าว” ชูชัยให้สิทธิ์ชินเลือก

ชนมนฟังพ่อกับน้องแล้วลุกเดินมาหาชินถามว่าเท่าไหร่ ชินบอกว่าพันสองแต่ไปตั้งอาทิตย์หนึ่ง ชนมนเอาเงินในกระเป๋าส่งให้น้อง ชูชัยเรียกติง เธอบอกพ่อว่า

“ไม่เป็นไรพ่อ เดี๋ยวหนูก็ไปหาเงินใหม่ได้” ชูชัยถามว่าจะไปหาที่ไหนตั้งพันสอง “หนูคงต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วล่ะพ่อ”

ooooooo

ชนมนตัดสินใจยอมไปเป็นติวเตอร์ให้อิทธิฤทธิ์ เพื่อแลกกับรายได้ที่จะทำให้ครอบครัวคล่องตัวขึ้นและน้องก็จะได้ไปออกค่ายกับเพื่อนๆ ด้วย

แต่เรื่องไม่ง่าย เพราะอิทธิฤทธิ์ไม่ยอมรับเธอ เย้ยว่าที่ยอมกลับมาเพราะศักดิ์ศรีกินไม่ได้ใช่ไหม ทำให้เธอฮึดขึ้นมาบอกอิทธิพลว่าตนเปลี่ยนใจไม่สอนแล้ว

“เดี๋ยวหนู! ฉันจะเพิ่มค่าเหนื่อยให้...ฉันให้ชั่วโมงละพัน!”

ชนมนชะงัก คำนวณตัวเลขในสมองอย่างเร็ว...ชั่วโมงละพัน 3 ชั่วโมงได้ 3 พัน สอนอาทิตย์ละ 5 วัน เท่ากับได้อาทิตย์ละ 15,000 เดือนหนึ่งสอน 20 วันเท่ากับจะได้ถึงเดือนละ 120,000 บาท! โอ...ตัวเลขงามเหลือเกิน!

ดังนั้น พอได้ยินอิทธิพลถามว่าตกลงไหม เธอตอบทันทีโดยอัตโนมัติว่า

“ก็ได้ค่ะ หนูจะเป็นติวเตอร์ให้นาย...เอ่อ...ให้คุณอิท หนูจะทำหน้าที่ของหนูอย่างเต็มที่เลยค่ะ รับรองคุณอิทจะต้องสอบผ่านแน่ๆ”

“ก่อนอื่น หนูคงต้องทำให้มันยอมเรียนกับหนูก่อน” อิทธิพลแนะ

สิ้นเสียงอิทธิพล เสียงป้าหนอมก็ดังมาจากวอล์กกี้ที่วางอยู่ข้างๆ บอกว่าอิทธิฤทธิ์ออกไปแล้ว ให้วอ 3 วอ 4 และ วอ 5 ใครก็ได้ช่วยจับตัวอิทธิฤทธิ์ไว้ก่อน

อิทธิพลกับชนมนมองหน้ากันแล้วลุกรีบไปดูที่หน้าบ้านพร้อมกันทันที อิทธิพลสั่งให้อิทธิฤทธิ์ที่กำลังวิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ให้หยุด แต่เหมือนยิ่งเร่งให้อิทธิฤทธิ์รีบขึ้นรถสตาร์ตแล้วพุ่งออกไปเลย

“หนูจัดการเองค่ะ” ชนมนบอกแล้ววิ่งไปที่รถจักรยานของตนปั่นออกไป ป้าหนอมตะโกนบอกให้ไปทางซอยหลังบ้าน แล้วหันบ่นกับอิทธิพลว่าวันแรกอิทธิฤทธิ์ก็แผลงฤทธิ์ใส่เสียแล้ว ชนมนจะเอาอยู่หรือ?

“ถ้าหนูชนเอาไม่อยู่ ก็ไม่มีติวเตอร์คนไหนเอาอยู่แล้วล่ะ” อิทธิพลพูดอย่างมั่นใจว่าคนสู้ชีวิตอย่างชนมนจะเอาลูกชายตนอยู่

ooooooo

เจ๋งอยู่กับจิกพ่อขี้เมา บ้านอยู่ในแหล่งชุมชนแออัด ใช้พื้นที่หน้าบ้านที่อยู่ปากซอยบ้านอิทธิพล เปิดเป็นอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์เล็กๆ

วันนี้จิกจะมาเอาเงิน 200 บาทไปลงขวด เจ๋งไม่ยอมให้บอกว่าต้องเก็บไว้ซื้ออะไหล่ให้ลูกค้า จิกเข้าแย่งจะเอาให้ได้ เมื่อไม่ได้ก็ด่าเจ๋งว่าเป็นลูกอกตัญญู ตบหน้าเจ๋งฉาดใหญ่แต่พอเงื้อมือจะตบอีกฉาด ก็ถูกมือจากข้างหลังจับยึดไว้

“พอเถอะลุง” อิทธิฤทธิ์เอ่ย จิกหันมองตาขวางถามว่าเป็นใครมาแส่เรื่องของตน “ผมก็ไม่อยากแส่หรอก ถ้าลุงไม่รังแกเพื่อนผม ผมขอเถอะนะ อย่าทำไอ้เจ๋งมันเลย”

จิกทั้งด่าทั้งขู่ให้ปล่อยตน จนอิทธิฤทธิ์ถามว่าเมาจนจำตนไม่ได้จริงๆหรือ บอกว่า

“ผม อิทธิฤทธิ์ไง จำผมได้แล้วก็คงจำพ่อผมได้นะ”

จิกจำได้ทันที รีบยกมือไหว้ถามว่าผู้การสบายดีนะ แล้วหันไปบอกเจ๋งลดลงเหลือร้อยเดียวก็ได้ อิทธิฤทธิ์จึงควักเงินตัวเองให้ไปหนึ่งร้อย แค่นี้จิกก็ยกมือไหว้ท่วมหัว ชมเจ๋งว่ามีเพื่อนดีจริงๆอวยชัยให้พรยาวเหยียดแล้วจะขอบคุณ อิทธิฤทธิ์บอกว่าไม่ต้อง

การช่วยเหลือของอิทธิฤทธิ์ครั้งนี้ยิ่งทำให้เจ๋งซาบซึ้งศรัทธาลูกพี่ของตนมากขึ้นไปอีก เจ๋งชมอิทธิพลเอาใจอิทธิฤทธิ์ว่า เป็นคนดีจริงๆขนาดตนไม่ใช่ลูกก็

ยังเผื่อแผ่บารมีมาคุ้มครองได้ขนาดนี้ อิทธิฤทธิ์ถามประชดว่าเปลี่ยนพ่อกันไหมล่ะ? เจ๋งย้อนถามว่าอยากได้พ่อขี้เมาเหรอ?

“มีพ่อขี้เมาดีกว่ามีพ่อเผด็จการล่ะวะ แค่โดนไล่ออก ก็โดนด่าจนหูอื้อ แล้วยังบังคับให้ฉันลงเรียนใหม่ แล้วก็ต้องสอบให้ผ่าน...ก็เลยไปหาติวเตอร์มาให้ฉัน”

เจ๋งชมว่าผู้การทำดีมากเลย อิทธิฤทธิ์กระชากคอเสื้อเจ๋งไปเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนถามว่า รู้ไหมว่าพ่อจ้างใครมาเป็นติวเตอร์ให้ ตะโกนใส่หูเจ๋งว่า “ก็ยัยแว่นโหดที่ไล่เตะแกนั่นไงล่ะ เป็นแก แกจะยอมเรียนกับยัยป้าขาโหดนั่นไหม!”

ขณะทั้งสองกำลังรุมถล่มชนมนขาเตะจอมโหดอยู่นั่นเอง จู่ๆก็มีไขควงสองอันลอยคว้างมาใส่หัวคนละอันอย่างแม่นฉมัง!

“โอ๊ย...ใครวะ” ทั้งสองร้องพร้อมกันแล้วเหลียวหามือมืด พอเห็นชนมนก็งง แต่สัญชาติญาณสั่งถอยไปตั้งหลักก่อน

“คุณพ่อให้มาตามคุณอิทกลับไปเรียนค่ะ” ชนมนพูดเรียบๆแสนสุภาพ

“มาได้ไงวะ” อิทธิฤทธิ์เอ่ยลอยๆมึนๆ ชนมนบอกว่าก็เพราะตนเก่งไง! แล้วเร่งให้กลับไปกับตนเดี๋ยวนี้ อิทธิฤทธิ์เปลี่ยนเป็นท้าทายทันทีว่า “เก่งจริงก็เข้ามา!”

“ได้...” ตอบเรียบๆแล้วเดินอาดๆเข้าหาหน้านิ่งๆ พอถึงตัวก็จะคว้าคอเสื้อ อิทธิฤทธิ์รีบยกมือห้าม...

“อ๊ะๆๆๆไม่ต้องใช้กำลัง กลับก็ได้” ทำทียอมแต่พอชนมนถอยไปที่จักรยาน อิทธิฤทธิ์ก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์ พลิกลิ้นเป็นว่า “กลับก็ได้ แต่ต้องตามฉันให้ทันนะ” ว่าแล้วก็บึ่งรถไปทันที

“ไอ้เด็กบ้า!” ชนมนด่าที่เสียรู้ แต่ไม่ยอมแพ้ ขึ้นจักรยานปั่นๆๆๆ จนหัวส่ายเป็นงู ตามรถมอเตอร์ไซค์ไป แต่แรงเครื่องกับแรงคนยังไงก็ตามไม่ทัน โชคดีที่เจอลุงมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เธอโดดขึ้นรถบอกลุงให้ตามมอเตอร์ไซค์คันหน้านั่นไปเลย ปรากฏว่าลุงแก่ๆกับรถเก่าๆไปไม่ทันใจ ชนมนเลยขอขี่เอง แต่ไปได้ครู่เดียวก็บอกลุงว่า

“ลุงซ้อนไปด้วยแล้วมันหนัก มันช้าน่ะ หนูขอยืมรถลุงก่อนนะ เดี๋ยวเอามาคืน” ลุงตกใจถามว่าจะคืนยังไง “อีกชั่วโมงลุงไปรับรถคืนที่บ้านผู้การอิทธิพลนะ รับรองหนูเอารถไปคืนแน่ๆ บ้านผู้การอยู่ซอย 10 ถามใครแถวนั้นก็ได้ หนูไปนะ ขอบคุณนะคะลุง”

พูดจบก็ขี่ไปเลย ลุงยังยืนงงๆ พยายามจำว่าต้องไปเอารถคืนที่ไหน

พอได้รถ ถึงจะเก่าแต่ก็ดีกว่าจักรยาน ชนมนขี่ไล่ตามอิทธิฤทธิ์ไป เห็นรถเขาติดไฟแดงอยู่ก็ลุ้นอย่าเพิ่งไฟเขียวแล้วพยายามซอกแซกขึ้นไป

อิทธิฤทธิ์เองก็ค่อยๆกระแซะขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงแถวหน้าสุดไฟเขียวพอดี! เขาออกตัวไปเป็นคันแรกทันที

“โธ่เว้ย!” ชนมนสบถหัวเสีย แต่ยังพยายามตามไป ไม่ว่าอิทธิฤทธิ์จะเข้าซอยเล็กซอยน้อยก็ตามไปได้ทุกท่ี แต่น่าเจ็บใจที่มาจนแต้มที่ขยะกองใหญ่ เพราะอิทธิฤทธิ์บิดทะยานผ่านกองขยะไปราวกับบิน แต่พอรถของชนมนมาถึงกลับไปไม่รอด พอบิดพุ่งเข้าไปในกองขยะก็จมอยู่ในนั้น เป็นอันจบสิ้นภารกิจตามล่าไปอย่างน่าเจ็บใจ!

ooooooo

ชนมนเอารถมอเตอร์ไซค์กลับมาถึงบ้านอิทธิพล เจอลุงเจ้าของรถมารออยู่แล้ว เธอขอโทษที่มาช้า จ่ายเงินให้ 1 พันบาท เห็นลุงทำหน้าอึกอักก็เพิ่มให้เป็น 2 พัน

ป้าหนอมมารู้เข้าถามว่าค่ารถอะไรถึงได้แพงขนาดนั้น ชนมนบอกว่าเรื่องยาวไว้จะอธิบายทีหลัง แต่ตอนนี้ขอเบิกล่วงหน้า 2 พันก่อน ป้าหนอมยอมจ่าย ขอแต่ให้เธอทำให้อิทธิฤทธิ์ยอมเรียนก็แล้วกัน พอเอาเงินไปจ่ายให้ลุง 2 พัน ป้าหนอมก็บ่นว่าชนมนต้องถูกหลอกแน่ๆ ด่าลุงว่าขูดรีดกันเกินไป ขอยืมขับแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงจะสึกหรอสักเท่าไหร่กัน!

ป้าหนอมบ่นพลางตบที่รถมอเตอร์ไซค์เบาๆ แต่ทำเอาชิ้นส่วนร่วงกราวลงมาเป็นเศษเหล็ก ป้าหนอมตาเหลือกตกใจรีบจ่ายให้อีก 5 พัน ปิดปากลุงไม่ให้โวย ลุงแกได้แต่ทำตาปริบๆ พูดไม่ทันป้าหนอม ชนมนเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้

จัดการเรื่องค่ารถให้ลุงแล้ว ป้าหนอมมาหว่านล้อมชนมนว่าวันนี้ให้กลับไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีกว่าเพราะอิทธิฤทธิ์คงยังไม่ทันตั้งตัว แต่ชนมนยืนกรานจะอยู่รอ นานเท่าไรก็จะรอจนกว่าอิทธิฤทธิ์จะกลับและตนได้สอนตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิทธิพล ยิ่งคิดถึงตัวเลขค่าสอนที่จะได้ เธอก็ยิ่งเด็ดเดี่ยวปักหลักรอแบบเป็นไงเป็นกัน!

ooooooo

ชนมนเอาตำรามาวางบนโต๊ะ นั่งกอดอกรอลูกศิษย์ตั้งแต่หัวค่ำจนถึง 5 ทุ่ม เธอก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม ท่าเดิม แต่อารมณ์ความรู้สึกเริ่มร้อนขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

ในที่สุด อิทธิฤทธิ์ก็กลับบ้าน เดินฮัมเพลงอารมณ์ดีมาชิลๆ เดินลอยชายผ่านโต๊ะอาหาร เห็นอะไรแว้บๆ หันมองอีกทีก็ถึงกับสะอึกสะดุ้ง “เฮ้ย! เล่นงี้เลยเหรอ”

“เริ่มเรียนกันได้แล้วเนอะ” ชนมนพยายามข่มอารมณ์ให้ใจเย็นที่สุด

ไม่เพียงอิทธิฤทธิ์จะสวนไปทันทีว่าไม่เรียน ยังไล่ให้เธอกลับบ้านไปเสีย ชนมนยืนกระต่ายขาเดียวว่าต้องสอน! ไม่กลับ!! เพราะรับเงินค่าจ้างสอนจากพ่อเขามาแล้ว เลยถูกเยาะเย้ยว่า “อ้อ...เห็นแก่เงิน”

“เออ...ใช่...ฉันไม่ใช่ลูกเศรษฐีอย่างนาย ฉันถึงต้องทนทำงานที่ฉันไม่อยากทำ ไม่ว่างานจะห่วยแตกแค่ไหนถ้าเงินดีฉันก็ต้องทำ”

อิทธิฤทธิ์หาแง่ด่าเธออีกจนได้ว่า ทำทุกอย่างเพื่อเงินได้งั้นสิ เยาะเย้ยว่าพ่อต้องจ่ายหนักแน่เธอถึงได้ยอมสอน แต่จ่ายหนักขนาดนั้นติวให้ตนอย่างเดียวก็ไม่คุ้ม หัวเราะเยาะพูดแรงๆ หมายให้เธอโกรธจะได้กลับไปว่า

“อย่างเธอน่ะ ให้ฟรีก็ไม่เอาหรอก ถ้าอยากได้เงินพิเศษก็ไปบริการพ่อฉันโน่น!” พูดแล้วหัวเราะเดินไปเลย

ชนมนเลือดขึ้นหน้า ตามไปโดดเตะก้านคอทีเดียวอิทธิฤทธิ์ก็สิ้นฤทธิ์ล้มสลบไปทันที กระนั้นชนมนก็ยังไม่ยอมกลับรออยู่อย่างพร้อมจะติวให้ตลอดเวลา พออิทธิฤทธิ์เริ่มรู้สึกตัวเขม้นมองไปที่โต๊ะ แต่เห็นชนมนยังนั่งอยู่ก็หมดสติไปอีก

ชนมนเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ลึกๆ แล้วก็แอบกลัวเหมือนกัน

ooooooo

รุ่งขึ้น พ่อลูกเผชิญหน้ากันที่โต๊ะอาหาร มีป้าหนอมเป็นคนกลางคอยลุ้นอยู่ห่างๆ ภาวนาอย่าให้เกิดเรื่องเลย

อิทธิฤทธิ์ยืนกระต่ายขาเดียวยังไงก็ไม่ยอมเรียน ในขณะที่อิทธิพลยืนยันคำเดียวว่ายังไงก็ต้องเรียน! โต้กันแบบไม่มีใครลงให้ใคร สุดท้ายอิทธิฤทธิ์บอกว่าตนเรียนก็ได้แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไล่ชนมนออก!

“เงินแสนสองของฉัน...” ชนมนที่มายืนฟังพ่อลูกโต้เถียงกันพึมพำใจหาย รู้สึกผิดนิดๆ ที่เตะก้านคออิทธิฤทธิ์ทีเดียวทำเอาเงินก้อนโตลอยวืดไปเลย

เมื่อโต้เถียงกับพ่อไม่ชนะ อิทธิฤทธิ์หุนหันออกจากห้องไปหยิบแจ็กเกตดำใส่พลางโทรศัพท์หามาย่า

“ฮัลโหล...มาย่า เธออยู่ไหน...โอเค...รอนะ” เก็บมือถือแล้วฮึดฮัดออกไปเลย ป้าหนอมพยายามเรียก แต่ไม่ได้ผล ได้แต่ยืนมองอิทธิฤทธิ์บึ่งมอเตอร์ไซค์ออกไปหน้าละห้อย

ชนมนเดินเข้าไปขอโทษอิทธิพล ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าทำร้ายอิทธิฤทธิ์เลย

“หนูทำถูกแล้วล่ะ อย่างนายอิทใช้ไม้อ่อนไม่ได้หรอก แต่ใช้ไม้แข็งก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ อย่างที่เห็นเมื่อวานใช่ไหมล่ะ”

ชนมนถอดใจบอกว่าถ้าท่านจะหาติวเตอร์คนใหม่ตนก็เข้าใจและยินดีคืนเงินค่าติวเมื่อวานให้ เพราะตนยังไม่ได้ติวอะไรให้เลย อิทธิพลบอกให้เก็บไว้คิดเสียว่าเป็นค่าเสียเวลาก็แล้วกัน ชนมนจึงเอ่ยลา

“ลาไปไหน ฉันยังไม่ได้ให้หนูออก หนูจะต้องเป็นติวเตอร์ของนายอิทต่อไป หนูจะทำยังไงก็ได้ทำให้นายอิทยอมเรียนกับหนู แล้วก็สอบผ่านให้ได้ ไม่ว่าหนูจะเลือกใช้วิธีไหนฉันก็อนุญาต แล้วถ้ามีค่าใช้จ่ายอะไร มาเบิกได้กับป้าหนอม งบไม่อั้น!”

ประโยคสุดท้ายทำเอาชนมนหูผึ่ง รีบอาสาจะไปตามอิทธิฤทธิ์ให้ ถามว่าตนควรจะไปตามที่ไหนก่อนดี นอกจากบ้านนายเจ๋งแล้วเขามีเพื่อนที่ไหนอีก ป้าหนอม เชื่อว่าอิทธิฤทธิ์ต้องไปหามาย่า ตนเป็นแฟนคลับมาย่าอยู่แล้วเดี๋ยวจะรีบเช็กให้ว่าวันนี้มาย่าจะไปไหนบ้าง ชนมนจึงขอออกไปก่อน เช็กได้ผลอย่างไรให้โทร.เข้ามือถือตนเลย ว่าแล้วกระวีกระวาดออกไปเลย

คำว่า “งบไม่อั้น” กระตุ้นความตื่นตัวเธอให้กระฉับ กระเฉงขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์

ooooooo

พอชนมนออกไป ป้าหนอมเช็กได้ข้อมูลว่าวันนี้มาย่าจะไปซ้อมยิงปืน อิทธิพลถามว่าอิทธิฤทธิ์ไม่มีเพื่อนที่อื่นนอกจากมาย่ารึไง

ป้าหนอมได้ทีสาธยายยืดยาวว่า นับแต่คุณหญิงออกจากบ้านนี้ไป อิทธิฤทธิ์ก็ไม่ยอมพูดกับใครเลยเป็นเดือนๆ ถ้าคุณท่านใจเย็นกว่านี้อีกนิดไม่เอาแต่เข้มงวดที่สั่งอะไรแล้วไม่เป็นตามคำสั่งก็ส่งเข้าโรงเรียนประจำดัดนิสัย อิทธิฤทธิ์ก็คงไม่เป็นอย่างนี้

“พ่อฉันก็สอนฉันมาอย่างนี้ ฉันได้ดีมาถึงวันนี้เพราะฉันเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร”

“ยุคคนสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ เด็กสมัยนี้เขาต้องการความรักความเข้าใจ การใช้อำนาจเข้มงวดกับลูกมีแต่ทำให้ลูกเห็นพ่อแม่เป็นศัตรู มีปัญหาอะไรลูกถึงได้วิ่งไปหาคนอื่นไงคะ คุณท่านไม่รู้สึกรึไงว่า นับวันคุณอิทก็ยิ่งห่างไกลไปจากคุณท่านทุกที...ทุกที...”

เหตุผลของป้าหนอม ทำเอาอิทธิพลพูดไม่ออก เพราะความจริงเป็นอย่างที่ป้าหนอมพูดทุกอย่าง...

ส่วนชนมนออกจากบ้านอิทธิพลมาเจอลุงมอเตอร์– ไซค์รับจ้างคนเดิม รีบโบกเรียก ลุงแกใจหายแต่เลี่ยงไม่ได้ เมื่อชนมนเอ่ยปากขอยืมรถไปสักสองชั่วโมงและวันนี้จ่ายไม่อั้น ลุงแกก็ค่อยใจชื้น แต่พอเห็นชนมนบึ้นรถออกไปก็ใจคอไม่ดี สงสารไอ้แก่คู่ชีพของตน

ooooooo

ธรรม์เป็นครูฝึกสอนการยิงปืนให้มาย่า เธอเรียนอย่างมีความสุขมาก

มาย่าเป็นเพื่อนกับอิทธิฤทธิ์ตั้งแต่เรียนอนุบาลมาด้วยกัน อิทธิฤทธิ์แอบมีใจให้เธอ แต่เธอกลับชื่นชมธรรม์ หลังจากเขาหายไปเกือบสองปี เมื่อมาพบกันอีกครั้งเธอยิ่งเห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่มีภาวะผู้นำของธรรม์ เมื่อได้มาหัดยิงปืนกับเขาเธอจึงตั้งใจเรียนอย่างมีความสุข ทั้งสองนับวันใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น

วันนี้ขณะมาย่ากำลังหัดยิงปืน โดยมีธรรม์จัดท่าให้ถูกต้องจนบางครั้งเหมือนเธออยู่ในอ้อมแขนของธรรม์

อิทธิฤทธิ์มาเห็นภาพบาดตานั้นพอดี เขาไม่พอใจเข้ามาถามว่า “ทำอะไรกัน!”

“ฝึกยิงปืนไง” มาย่าบอกแล้วกอดแขนธรรม์ไว้อย่างสนิทสนม ถามอิทธิฤทธิ์ว่า “เซอร์ไพรส์ใช่ไหมล่ะ พี่ธรรม์เป็นครูสอนยิงปืนฉัน”

อิทธิฤทธิ์ถามธรรม์อย่างดูถูกว่า เงินเดือนตำรวจไม่พอกินรึไงถึงต้องมารับจ้างฝึกยิงปืน เมนี่มาเห็นพอดีถามทึ่งว่ารู้จักกันหมดเลยหรือนี่ มาย่าแนะนำว่าอิทธิฤทธิ์เป็นน้องชายธรรม์ ก็ถูกอิทธิฤทธิ์สวนทันควันว่า “เป็นแค่คนอาศัย!”

อิทธิฤทธิ์ชวนมาย่าไปดูตนแข่งรถ คะยั้นคะยอจะให้เธอไปให้ได้ถ้าไม่ไปตนก็จะอยู่ที่นี่ เธอไปไหนก็จะไปด้วย มาย่าเลยเสนอว่าถ้าเขายิงปืนชนะธรรม์ตนก็จะไปด้วย อิทธิฤทธิ์รับท้าทันที

ooooooo

ฝีมือการยิงปืนไม่มีใครรองใคร แต่ธรรม์ตัดสินใจจะแพ้จึงกดกระบอกปืนลงทำให้ยิงพลาดเป้า อิทธิฤทธิ์ยิงเข้าเป้าหันเย้ย “ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าใครเป็นใคร” แต่ มาย่ารู้ว่าธรรม์แกล้งแพ้ถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เขาบอกว่าวันนี้มือตกไปหน่อยบอกให้เธอไปเชียร์อิทธิฤทธิ์แข่งรถเถิด

เมนี่แทรกเข้ามาไม่ยอมให้มาย่าไปกับอิทธิฤทธิ์ อ้างว่าอาเจ็กนัดไปตกลงเรื่องขึ้นค่าตัวที่เราเรียกร้องไป อิทธิฤทธิ์ยังดึงดันจะให้มาย่าไปให้ได้ก็พอดีชนมนมาถึง ถามอิทธิฤทธิ์ว่าสบายใจรึยัง ถ้ายังก็ยิงต่อได้ สบายใจเมื่อไรค่อยกลับไปเรียนอิทธิฤทธิ์เลยพาล ท้าเธอยิงปืน ถ้าเธอชนะก็จะกลับไปเรียน ชนมนรับท้าทันที!

แต่ระหว่างที่ชนมนยิงปืนนั่นเอง อิทธิฤทธิ์ก็หนีไปอีกแล้ว ชนมนถอดอุปกรณ์การยิงปืนวางแล้ววิ่งตามไปปรากฏว่าอิทธิฤทธิ์หนีไปสนามแข่งรถ เพราะมีนัดประลองฝีมือและความเร็วกับตี๋เล็กคู่ปรับเก่า แต่ตี๋เล็กเกเรขี่รถออกนอกลู่สู่ถนนใหญ่ อิทธิฤทธิ์ไม่ยอมแพ้ไล่ตามไป ผลคือถูกตำรวจจับ!

พ่อแม่ตี๋เล็กไปรับตัวตี๋เล็กที่โรงพัก แต่อิทธิฤทธิ์ไม่มีใครมารับ ขณะจะถูกนำตัวเข้าห้องขังนั่นเอง ชนมนก็มาถึง

“นายอิทธิฤทธิ์...ฉันมารับนาย นายคงไม่อยากให้ท่านผู้การรู้เรื่องนี้ นายก็เลยไม่ยอม โทร.บอกท่าน”ชนมนพูดอย่างรู้ใจ แต่กลับถูกอิทธิฤทธิ์ด่าและไล่ไม่ให้มายุ่ง

“ฉันอุตส่าห์ขับรถตามหาตั้งนาน กว่าจะรู้ว่านายอยู่โรงพักไหน ฉันพูดขอร้องตำรวจเป็นชั่วโมงๆขอเป็นผู้ปกครองนาย ขอเสียค่าปรับ รับนายกลับบ้าน ทั้งๆที่ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนาย ฉันมันโง่จริงๆไม่น่ามาเสียเวลากับเด็กเหลือขออย่างนายเลย!” ชนมนโกรธจนน้ำตาแทบทะลัก

กระนั้นอิทธิฤทธิ์ก็ยังทำหน้าเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย...ชนมนฉุนขาดตบโต๊ะปังประกาศลั่นโรงพัก

“ผู้ต้องหาชื่อนายอิทธิฤทธิ์ ปิติชาติ ไม่ประสงค์ที่จะให้ผู้ปกครองรับตัวกลับ และยินดีถูกจำคุกแทนการจ่ายค่าปรับ ดิฉันขอเสนอทำสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลแล้วส่งเข้าเรือนจำไปเลย จบ!”

แต่ถูกธรรม์ที่ได้ข่าวจากเพื่อนว่าอิทธิฤทธิ์ถูกจับอยู่ที่โรงพัก มาถึงก็ถามชนมนว่าเป็นอะไรกับผู้ต้องหา ชนมนอึกอักแล้วจึงบอกว่าเป็นติวเตอร์ของเขา

ธรรม์ยิ้มพูดเหมือนรู้จักดีว่า “อ้อ...คุณนั่นเอง” แล้วบอกตำรวจว่าจะมารับนายอิทธิฤทธิ์กลับบ้าน ชนมนคัดค้านทันที แต่ไม่สำเร็จเพราะอิทธิฤทธิ์แค่ทำผิดกฎจราจรเท่านั้น

โต้กันไปมา ชนมนอึ้งเมื่อได้ยินธรรม์เรียกอิทธิพลว่าพ่อบอกเธอว่าตนเป็นพี่ชายของอิทธิฤทธิ์แต่คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด เมื่อตำรวจนำตัวอิทธิฤทธิ์มา เขาเดินผ่านธรรม์ไปราวกับเป็นอากาศธาตุ ครั้นธรรม์ถามว่าจะกลับอย่างไรก็ถูกตวาดว่า “ไม่ต้องยุ่ง กลับเองได้!” แล้วเดินอ้าวไปอย่างหงุดหงิดเสียหน้าที่ต้องมารับความช่วยเหลือจากธรรม์

เมื่อรู้ฐานะของธรรม์ ชนมนขอโทษเขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจดูถูกแต่พูดไปเพราะกำลังโมโห ธรรม์บอกเธอว่ากับอิทธิฤทธิ์นั้น เธอคงต้องใช้ความอดทนหน่อย

ชนมนประทับใจความเยือกเย็นอดทนของธรรม์มาก เมื่อจะกลับ เธอเดินไปที่รถแต่สตาร์ตไม่ติด ธรรม์จึงเสนอว่าเอาไว้พรุ่งนี้ให้เขามายกไปดีกว่า แล้วอาสาจะไปส่งเธอ ชนมนติงว่าจะดีหรือแต่ใจยอมรับแล้ว เพียงเขายิ้มให้เธอก็เดินไปขึ้นรถเขาแต่โดยดี

ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน ชนมนได้รู้จักเขามากขึ้นจากการเล่าของเขาเองว่าพ่อเขาเป็นลูกน้องของพ่ออิทธิฤทธิ์และเสียชีวิตในหน้าที่ พ่อของอิทธิฤทธิ์จึงรับตนมาดูแลเหมือนลูกอีกคนหนึ่ง อิทธิฤทธิ์เลยกลายเป็นลูกอิจฉา แต่ก็บอกเธอว่า

“ถ้ารู้จักนายอิทมากขึ้น ชนจะเห็นว่า นายอิทเป็นคนดีนะ”

พอดีมาถึงบ้าน ชนมนขอบคุณเดินกลับเข้าบ้าน พอชูชัยรู้ว่าคนมาส่งเป็นตำรวจก็ไม่พอใจ

“พ่อบอกแล้วว่า ไม่ชอบตำรวจ!”

ชนมนงุนงงกับอารมณ์ฉุนเฉียวของพ่อ

ooooooo

อิทธิฤทธิ์กลับถึงบ้านอย่างทุลักทุเลพอกลับถึงบ้านก็ถูกธรรม์เรียกไปคุยถามว่า

จะเอารถคืนไหม ถ้าจะเอาคืนก็ให้เลิกทำตัวเหลวไหล หาจุดมุ่งหมายในชีวิตให้ได้ พรุ่งนี้ก็ให้ตั้งใจติวหนังสืออย่าก่อเรื่องกับชนมนอีก

เมื่อทั้งสองจะแยกกันไปพักผ่อน ก็ถูกอิทธิพลเรียกไว้ทั้งคู่ อิทธิพลลงโทษอิทธิฤทธิ์ด้วยการยึดบัตรเครดิตทั้งหมดและตัดเบี้ยเลี้ยงเหลือวันละ 100 บาท และตำหนิธรรม์ว่าสมรู้ร่วมคิดช่วยปกปิดความผิด สั่งพรุ่งนี้ให้อยู่บ้านดูแลอิทธิฤทธิ์ แม้อิทธิฤทธิ์จะปฏิเสธแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ พออิทธิพลออกไปก็ต่อว่าธรรม์ทันที

“ไหนคุยว่าจะปิดเรื่องให้ไง...โธ่เอ๊ย!”

เมื่อชนมนมาติวให้ เธอถูกอิทธิฤทธิ์กวนประสาทตลอดเวลา เธอต้องพยายามอดกลั้นอดทนอย่างที่สุด แต่อิทธิฤทธิ์ยังไม่หมดฤทธิ์แค่นั้น เขาแอบกดข้อความส่งไปให้มาย่าว่า “เกิดเรื่องที่บ้าน ช่วยด้วย”

มาย่าตกใจรีบมากับเมนี่เจอธรรม์เธอถามว่า “อิทมีเรื่องอะไรคะพี่ธรรม์” ทำเอาธรรม์งง บอกมาย่าว่าใจเย็นๆไม่มีอะไรพลันก็ได้ยินเสียงชนมนตะโกนอย่างโมโหมากว่า

“โธ่เว้ย จะเรียนหรือไม่เรียนหา!! หยุดเล่น แล้วนั่งลงเรียนเดี๋ยวนี้ นายอิทธิฤทธิ์!!”

มาย่าเข้าไปถามไถ่ พอรู้ว่าชนมนมาติวให้อิทธิฤทธิ์ เธอถามอิทธิฤทธิ์ว่าแล้วที่ส่งข้อความว่า “เกิดเรื่อง” มันเรื่องอะไร? คำตอบทำให้เธอทั้งโมโหและเซ็งมากคือ

“เกิดเรื่อง ‘เบื่อ’ น่ะสิ เรียนกับยัยป้านี่น่าเบื่อจะตาย มาช่วยทำให้หายเบื่อหน่อย” แล้วเดินไปกอดคอมาย่า

ทุกคนส่ายหน้ากับพฤติกรรมของอิทธิฤทธิ์ แต่มาย่าที่ถูกหลอกให้ตกอกตกใจรีบแล่นมาโมโหมาก อิทธิฤทธิ์บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจหลอกเธอ พูดได้แต่  “ฉันไม่ได้ตั้งใจหลอกเธอ ฉันขอ...” เลยถูกมาย่าตัดบทว่า

“ขอโทษไม่เป็นล่ะสิ เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิด เธอโทษแต่คนอื่น คิดให้ดีๆ ว่าที่ทำมาเนี่ย ทำถูกไหม ถ้าคิดว่าทำถูกก็ทำต่อไป ฉันก็จะไม่สนใจเธออีก แล้วก็...อย่ามาโกหกกัน ฉันเกลียดคนโกหกที่สุด!” พูดแล้วหันเดินออกไปเลย

“มาย่า...มาย่า...อย่าเพิ่งไป ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ” อิทธิฤทธิ์วิ่งตามออกไปตะโกนบอก แต่มาย่าบอกเมนี่ให้ออกรถเลย ไม่ต้องสนใจ

จากพฤติกรรมของอิทธิฤทธิ์ ทำให้ชนมนดูออกว่าเขาแคร์มาย่ามาก เชื่อว่าเขาชอบมาย่าเกินเพื่อน ทำให้ฉุกคิดที่จะใช้ความรู้สึกพิเศษนี้ให้มาย่าช่วยเขาอีกทาง

เมื่อมาย่าไปแล้ว อิทธิฤทธิ์ก็ออกจากบ้านไป ชนมนถือถุงผ้าและหนังสือเรียนออกมายืนมองอิทธิฤทธิ์หงอยๆ ป้าหนอมถามว่าไม่ติวแล้วหรือ

“วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อนแล้วล่ะค่ะป้าหนอม ถ้าเจ้าตัวไม่เต็มใจเรียน สอนอะไรไปก็ไม่เข้าสมอง แต่ยังไงหนูก็จะหาทางให้คุณอิทของป้าตั้งใจเรียนให้ได้ ถ้าป้าหนอมมีอะไรจะแนะนำก็บอกหนูได้นะคะป้าหนอมคะ ป้าหนอม...” ชนมนเรียกป้าหนอมเมื่อรู้สึกว่าป้าหนอมไม่ได้ฟังตนพูดเลย แต่กลับพึมพำ...

“คุณอิทจะไปไหนของเขานะ รถก็ไม่มี เงินก็ไม่มี...” พอนึกได้ก็หันถามชนมน “หนูชนถามอะไรนะคะ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” ชนมนตอบยิ้มๆ รู้สึกได้ว่าป้าหนอมรักและห่วงใยอิทธิฤทธิ์เหมือนลูกคนหนึ่ง ยกมือไหว้ลาแล้วไปขี่จักรยานออกไป แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า “ไม่มีรถ ไม่มีเงิน แล้วไปไหนของเขา??”

คิดแล้วแทนที่จะเลี้ยวขวากลับบ้านตัวเอง ชนมนตัดสินใจเลี้ยวรถกลับไปทางเดิม...

ooooooo

ตอนที่ 3

ชนมนปั่นจักรยานย้อนไปในซอยหมู่บ้านซอยแล้วซอยเล่าก็ไม่เห็น อิทธิฤทธิ์ เลยคิดจะกลับ พลันก็เห็นเขาเดินออกจากร้านหนังสือในหมู่บ้าน ถือถุงใส่หนังสือการ์ตูนมาสามสี่เล่ม

“นี่นาย มาทำอะไรที่นี่” ชนมนเลี้ยวจักรยานไปจอดเอี๊ยดตรงหน้าพอดี ผลคือถูกตวาดว่า ยุ่ง! แล้วจะเดินหนี ชนมนดึงแขนไว้ พูดขึงขัง “ฉันก็ไม่อยากยุ่งกับนายนักหรอกนะ แต่เห็นว่าป้าหนอมเป็นห่วงนายมาก กลัวนายไปเดินตกท่อตายที่ไหน แต่ที่จริงป้าหนอมก็ไม่น่าจะห่วงนะ รถก็ไม่มี เงินก็ไม่มี คนอย่างนายจะไปไหนได้ไกล”

“คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินใคร ฉันอยู่ของฉันได้! เธอจะไปไหนก็ไป ไปไกลๆเลยไป!”

ไล่ตะเพิดแล้วตัวเองก็ผละไป ชนมนหันมองอย่างชั่งใจว่าจะเอายังไงกับเขาดี...

อิทธิฤทธิ์ เดินไปที่ป้ายรถเมล์ นั่งรอเห็นรถแอร์มาก็ไม่กล้าขึ้นรอจนรถร้อนมาจึงแย่งกันขึ้นกับผู้โดยสาร อื่น ถูกเบียดจนเงินที่เตรียมค่ารถไว้ร่วงแต่ถูกเบียดเสียดจนต้องรีบตามคนอื่น ขึ้นไป

พอขึ้นรถได้ก็เดินแทรกไปนั่งที่ท้ายรถ พอกระเป๋ามาเก็บค่าโดยสาร ควักเงินออกมาเหลือแค่ 7 บาท เขาพึมพำกับตัวเอง “ค่ารถเท่าไหร่วะ?”

“แปดบาท” เสียงผู้หญิงข้างๆบอกพอ เงยหน้าเห็นเจ้าของเสียง อิทธิฤทธิ์ก็แทบไม่เชื่อสายตาว่าชนมนจะตามเขามาถึงนี่ ชนมนจึงจ่ายค่ารถให้เขาด้วย อิทธิฤทธิ์จะขอบคุณก็พูดไม่ออก ชนมนเดาใจออกบอกว่าไม่ต้องขอบคุณก็ได้ พรุ่งนี้อย่าลืมใช้คืนก็แล้วกัน

“แค่แปดบาท! งกชะมัด!!”

“ถึงตอนนี้แล้ว นายยังไม่รู้อีกเหรอว่า เวลาไม่มีเงินน่ะ เงินบาทเดียวก็มีค่าเกินกว่าที่นายคิด! ถ้านายอยากอยู่ได้ด้วยตัวเอง ก็ต้องรู้จักใช้เงิน ซื้อมาทำไมหนังสือการ์ตูน มันจ่ายแทนค่ารถเมล์ได้รึไง”

“เรื่องของฉัน!” ตัดบทแล้วสะบัดหน้ามองไปนอกหน้าต่างอย่างไม่อยากฟังอะไรอีก

ระหว่างนั่งในรถ อิทธิฤทธิ์เอาหนังสือการ์ตูนมานั่งอ่าน ส่วนชนมนเอาตำรามาทบทวน

นั่งรถมากันจนสุดสายที่สะพานพุทธ ผู้โดยสารพากันลง อิทธิฤทธิ์วางหนังสือการ์ตูนที่อ่านแล้วไว้บนเบาะนั่งแล้วเดินลงไป ชนมนหยิบหนังสือตามลงไปบอกว่าเขาลืมหนังสือ อิทธิฤทธิ์ย้อนถามว่าอ่านจบแล้วจะเอาไปทำไมอีก

“อ่านจบแล้วก็เอาไปขายต่อ ได้ หรือเอาไปบริจาคให้คนอื่นก็ได้ ทิ้งๆขว้างๆอย่างกับได้มาฟรีๆไม่เสียดายเงินบ้างรึไง...ฉันพูดอะไรไปนี่นาย ไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม” เขากลับบอกว่าอยากเอาไปขายต่อก็เอาไปยกให้

“นายนี่ มันเกินเยียวยาจริงๆ” ชนมนพูดอย่างหน่ายที่จะอบรมอีก เดินตามเขาไป ถามว่าไม่รู้จะไปไหนใช่ไหม แล้วพูดประชดว่า “จริงซิ นายไม่อยากให้ยุ่งด้วย ตามสบายนะ จะไปไหนก็เชิญ ไม่มีเงินแล้วจะกลับบ้านยังไง ค่ารถเมล์ก็ไม่มี”

ชน มนทำท่าไม่สนใจเดินแซงหน้าไป อิทธิฤทธิ์เรียกไว้เอ่ยปากขอยืมเงิน ชนมนควักใบละร้อยออกมา 5 ใบแต่ให้เขายืมสองร้อย ถูกอิทธิฤทธิ์ดึงไปทั้ง 5 ร้อย เธอโวยวายว่าเอาไปทำไมตั้งห้าร้อย

“แค่ห้าร้อย?” อิทธิฤทธิ์ทำเสียงจิ๊บจ๊อย

“ตั้ง ห้าร้อย! ฉันอยู่ได้เป็นอาทิตย์” อิทธิฤทธิ์หาว่าเธอเว่อร์เพราะเงินแค่นี้ตนใช้วันเดียวก็หมดแล้ว “นายนี่มันไม่รู้จักคุณค่าและมูลค่าของเงินเลยนะ” เขาย้อนถามว่าแปลว่าอะไร “โธ่เอ๊ย...ก็แปลว่านายไม่รู้จักการใช้เงินอย่างคุ้มค่าเลยน่ะสิ ไม่ได้หาเงินเองก็คิดงี้แหละ เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูว่า เงินห้าร้อยทำอะไรได้บ้าง”

ooooooo

ชนมนสวมวิญญาณติวเตอร์สอนให้ อิทธิฤทธิ์รู้คุณค่าของเงิน ใช้เงินให้เป็น ให้คุ้มค่า เธอพาไปกินอาหารริมทางที่ทั้งอร่อยทั้งถูก พาไปซื้อของมือสองที่ยังดูดีทั้งราคาก็ถูกมากด้วย

ปรากฏว่ากินกันจนพุง กาง ซื้อของกันจนหิ้วเต็มสองมือ เพิ่งใช้เงินไปแค่ 200 บาท อิทธิฤทธิ์เพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจกับชีวิตติดดินที่เขาเพิ่งได้สัมผัสจนลืม ความบาดหมางใจไปชั่วขณะ

แต่พอชนมนจะอบรมเรื่องการใช้เงินเขาก็ตัดบทประชดว่า รู้แล้ว กลับไปจะคืนให้ทุกบาททุกสตางค์จะคิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้

“ฉันไม่ต้องการให้นายขอบคุณฉัน แต่ฉันอยากให้นายรับปากว่าต่อไปนายจะตั้งใจเรียน” อิทธิฤทธิ์บอกว่าก็คนมันไม่อยากเรียน เลยถูกอบรมยาวเหยียดว่า “แต่นายต้องเรียนเพื่อตัวนายเอง ฉันไม่รู้หรอกนะว่า นายมีปัญหาอะไร แต่ทุกคนในครอบครัวก็มีปัญหากันทั้งนั้น ไอ้การที่นายทำตัวงี่เง่า มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก ทำไมนายไม่พยายามสอบให้ได้เรียนให้จบ แล้วทีนี้นายอยากใช้ชีวิตยังไง ก็ไม่มีใครบังคับนายแล้ว”

อิทธิฤทธิ์โพล่งออกไปว่าไม่ต้องมาสอน พอชนมนสวนไปว่าเด็กมีปัญหา เขาก็ท้าทายอย่างยโสอวดดีว่า

“มีปัญหาแล้วทำไม อย่างน้อยฉันก็มีเงิน ไม่ต้องทุเรศตัวเองที่จะต้องยอมทำงานทุกอย่างเพื่อเงิน แม้แต่งานห่วยๆสอนคนงี่เง่าอย่างฉัน เออ...ฉันรู้ค่าของเงินแล้ว ฉันรู้แล้วว่าเงินซื้อศักดิ์ศรีของคนได้!”

“นายอิท! คนอย่างนายนี่ทำบุญไม่ขึ้นจริงๆ” ชนมนเดินผละไปอย่างโมโหมาก

อิทธิฤทธิ์เองก็โมโหตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดดีกับเธอไม่ได้สักที...

พอก ลับถึงบ้าน ชนมนถามพ่อว่าการที่เราจะปราบผู้ชายสักคนต้องทำยังไง? ถูกชูชัยถามดุๆว่ามีใครมาจีบหรือแต่ก็บอกว่า “ปราบผู้ชายนะเหรอ จะไปยากอะไร ผู้ชายมันก็แพ้อยู่อย่างเดียวนั่นแหละ...ผู้หญิงไง!” แล้วชูชัยก็อธิบายว่า “ผู้ชายน่ะต่อให้เคยเป็นเสือ ก็กลายเป็นแมวทุกคน ผู้ชายยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ตัวเองรัก”

“แน่ะ...พ่อแอบโรแมนติกกะเขาด้วย...” ชนมนแซว ชูชัยยิ้มขรึมบอกว่า...

“มีแม่แกคนเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนพ่อได้”

คุย กับพ่อแล้ว ชนมนยิ่งมั่นใจแผนของตนที่จะดึงมาย่าให้มาช่วยปราบพยศของอิทธิฤทธิ์ ดังนั้น รุ่งขึ้นเธอเดินทางไปหามาย่าที่สนามยิงปืนทันที

ooooooo

ชนมนหว่าน ล้อมมาย่าให้มาติวกับตน ยอมลดค่าติวให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์หรือติวฟรีก็ได้ มาย่ากลัวว่าตนไปติวด้วยแล้วอิทธิฤทธิ์จะยิ่งไม่ตั้งใจเรียน
แต่ได้แรงเชียร์จากธรรม์ทำให้มาย่าตัดสินใจยอมไปติวกับชนมน ก็ถูกเมนี่แจ๋เข้ามาขวางตามเคย ธรรม์ชี้แจงว่า

“ชีวิต ของมาย่าไม่ได้มีแต่งานนะคุณเมนี่ เรื่องเรียนก็สำคัญกับมาย่าเหมือนกัน มาย่าเป็นไอดอลของเด็กๆอยู่ ถ้าหากมาย่าได้เกียรตินิยม เด็กๆจะต้องอยากเรียนเก่งเหมือนมาย่า แล้วรับรองโครงการอะไรต่อมิอะไรจะต้องมาขอให้มาย่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ คิดดูว่าต่อไปมาย่าจะทำประโยชน์ให้สังคมได้มากแค่ไหน”

เมนี่ตาลุกตกลงทันที ทุกคนดีใจมาก ธรรม์ให้กำลังใจชนมนว่า

“พี่เชื่อว่าชนจะทำให้นายอิทตั้งใจเรียนได้แน่ เข้าใจคิดนะที่ดึงมาย่าไปเรียนกับอิทด้วย”

“ชนต้องขอบคุณพี่ธรรม์ด้วย ถ้าไม่ได้พี่ธรรม์ ชนคงเกลี้ยกล่อมมาย่าไม่สำเร็จ ไงก็อย่าทิ้งกัน ช่วยๆกันไปก่อน”

ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนมจนมาย่ามองสงสัยว่า คู่นี้ไปรู้จักสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ชนมนมาติวให้อิทธิฤทธิ์ตามนัด เธอเตรียมมาอย่างดี ติวอย่างตั้งใจ แต่อิทธิฤทธิ์กลับไม่สนใจ นั่งเซื่องๆซึมๆ พอถูกถามว่าที่พูดมาเข้าใจหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบที่ทำให้ชนมนหงุดหงิดหัวเสียว่า “ก็เข้าใจตามที่อ่านนั่นแหละ”

ไม่นานมาย่าก็ร้องเสียงใสเข้ามาว่า “ขอเรียนด้วยคนนะคะ” แล้วเดินเข้ามานั่งข้างอิทธิฤทธิ์ แต่ไม่มองอิทธิฤทธิ์เลยแม้แต่น้อย อิทธิฤทธิ์กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที แต่ทำได้เพียงอึดใจเดียว พอไม่ได้รับความสนใจจากมาย่าเขาก็หันไปสนใจอย่างอื่นแทน

อิทธิฤทธิ์คิดว่ามาย่ายังไม่หายโกรธ เลยเอาไอโฟนมาฟัง เป็นเพลงแทนคำขอโทษพอดีเขาเลยเอาหูฟัง

อีกข้างใส่หูให้มาย่าฟังด้วยกัน มาย่าฉุนเลยดึงหูฟังทั้งของตัวเองและของอิทธิฤทธิ์ออกชี้ที่หนังสือตรงหน้าเขา อิทธิฤทธิ์เลยจำต้องหยิบหนังสือไปก้มหน้าก้มตาอ่าน

เมื่อหยุดพัก อิทธิฤทธิ์พยายามชวนคุยด้วยว่าวันนี้เรียนสนุกดีนะ เลยถูกย้อนถามว่านั่นเรียกว่าสนุกแล้วใช่ไหม ก็ได้รับคำตอบแบบงอแงเกเรว่า “ก็มันเบื่อ”

“เบื่อยังไงก็ต้องตั้งใจเรียน นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายขอเธอแล้วนะ” พูดแล้วเดินหนี อิทธิฤทธิ์ตามง้อว่า

“อย่าโกรธซิ เธออยากให้ฉันขอโทษ ฉันก็ขอโทษไปแล้วไง”

“ถ้าไม่รู้สึกผิดจริงก็อย่าขอโทษซะดีกว่า” พูดแล้วเดินหนีไปอีก

“อะไรวะ ขอโทษแล้วจะเอาไงอีก” อิทธิฤทธิ์บ่นหงุดหงิด ชนมนได้ยินทั้งสองโต้เถียงกันเลยเดินเข้าไปบอกว่า

“เป็นลูกผู้ชายอ่ะนะ ถ้ารู้ตัวว่าทำผิด ก็ต้องกล้าที่จะขอโทษต่อหน้า ไม่ใช่ฝากข้อความผ่านโทรศัพท์อย่างนั้นคนขี้ขลาดเขาทำกัน!”

“ใครถาม” เสียงอ้อนมาย่าเมื่อครู่กลายเป็นเสียงเขียวใส่ชนมนทันที

“แล้วที่ทำตัวเป็นแบดบอยเนี่ย คิดว่าเท่นักใช่ไหม จะบอกให้นะ แบดบอยเป็นได้แค่กิ๊กเท่านี้แหละ ไม่มีผู้หญิงสติดีๆ คนไหนที่จริงจังยอมเป็นแฟนกับเด็กแว้นไร้อนาคตอย่างนายหรอก เปลี่ยนตัวเองซะ ไม่งั้นที่หวังอะไรไว้ก็ลืมไปได้เลย มาย่าไม่มีวันมองนายแน่ นายอิทธิฤทธิ์”

ถูกชนมนพูดแทงใจดำ อิทธิฤทธิ์ก็อึ้ง กว่าจะนึกได้ชนมนก็เดินไปไกลแล้ว เลยตะโกนตามไปว่า

“เฮ้ย...ฉัน...ฉัน...ฉันไม่ใช่เด็กแว้น ไม่ใช่โว้ย!” ตะโกนแล้วยืนอึ้งต่อกับคำพูดของชนมนที่กระแทกใจอย่างแรง

พอเข้าห้องติวต่อ อิทธิฤทธิ์ทำข้อสอบไปอย่างไม่มีสมาธิ คอยแต่จะคุยกับมาย่า เมื่อเธอไม่สนเลยยอมเอ่ยขอโทษแต่ไม่ทันพูดอะไรกัน ชนมนก็บอกว่าหมดเวลา แล้วดึงกระดาษสอบไปนัดคราวหน้าจะมาเฉลยข้อสอบกัน

เป็นจังหวะที่ป้าหนอมเดินพูดวอล์กกี้ทอล์กกี้เข้ามาบอกอิทธิฤทธิ์ว่ารถมอเตอร์ไซค์ของเขามาแล้ว อิทธิฤทธิ์ดีใจมากวิ่งปรู๊ดออกไปทันที จนมาย่าพูดขำๆ แกมหมั่นไส้กับชนมนว่า

“ขาดรถเหมือนขาดใจเลยล่ะค่ะพี่ชน แล้วนี่ใครไปรับรถให้อิทเหรอคะ” มาย่ามองหน้าป้าหนอมรอคำตอบ

อิทธิฤทธิ์ดีใจที่ได้รถคืนแต่ก็เสียหน้าเสียฟอร์มที่ธรรม์เป็นคนเอารถมาให้ เขาขอบใจอย่างเสียไม่ได้

พอดีมาย่าได้รับโทรศัพท์จากเมนี่เร่งให้ไปทำงาน เธอบอกว่าไม่ต้องมารับเดี๋ยวจะรีบไปเองแล้วบอกธรรม์ให้ช่วยไปส่ง อิทธิฤทธิ์ได้ยินก็ชะงักกึก รู้สึกเสียหน้าหนักขึ้นไปอีก

เพื่อเอาชนะธรรม์ อิทธิฤทธิ์ทำเป็นได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเจ๋ง แกล้งพูดดังๆ ให้มาย่าตกใจ แล้วคว้ามือเธอลากไปที่รถตัวเองบอกให้รีบไปช่วยเจ๋งกันหน่อย รวบรัดรวดเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวทัน กว่ามาย่าจะรู้สึกตัวก็ถูกอิทธิฤทธิ์พาซ้อนมอเตอร์ไซค์บึ่งไปแล้ว

ooooooo

กว่ามาย่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็ถูกอิทธิฤทธิ์พา ไปมุมสวยริมแม่น้ำแล้ว แม้มาย่าจะโกรธแต่เมื่อได้เห็นทิวทัศน์สวยริมแม่น้ำ  ลมเย็นๆ  บรรยากาศดีๆ เธอก็รู้สึกผ่อนคลาย

อิทธิฤทธิ์ถือโอกาสนี้ขอโทษเธอและให้สัญญาว่า ต่อไปจะตั้งใจเรียนให้จบพร้อมกับเธอตามที่ให้สัญญาไว้ ถามอ้อนๆว่า “เราดีกันแล้วใช่ไหม?”

“ดีก็ได้” มาย่ายังแกล้งทำเล่นตัว อิทธิฤทธิ์ดีใจและมีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับมาย่าที่ห่างเหินกันไปนาน

แต่มีความสุขแค่ช่วงเวลาสั้นๆ  ก็ถูกตี๋เล็กกับบ๊วยมาเจอ  พอเห็นอิทธิฤทธิ์ที่แข่งรถชนะตนมาทุกสนาม  ตี๋เล็กก็เขม่น  ยิ่งเมื่อเห็นมากับมาย่านักแสดงยอดนิยมก็บอกบ๊วยว่าอยากถ่ายรูปกับมาย่า  จากนั้นบอกต่อเพื่อนๆว่าเจอน้องมาย่า เพื่อนเลยเฮกันมาทั้งแก๊ง เมื่ออิทธิฤทธิ์พามาย่าออกจากตรงนั้น ตี๋เล็กก็พาพวกไล่บี้ทันที

มือระดับอิทธิฤทธิ์มีหรือจะปล่อยให้ตี๋เล็กไล่บี้ได้ตามอำเภอใจ  เขาถอดแจ็กเกตให้มาย่าคลุม  แล้วสวมวิญญาณนักบิดพาเธอหนีพวกตี๋เล็กที่ตามมากันสี่ห้าสิบคัน!

ร้อนถึงตำรวจ  เห็นวัยรุ่นมาซิ่งกันลั่นถนนแต่หัวค่ำ ก็เอารถตำรวจเปิดไซเรนไล่ตาม  ดักตะครุบไว้ได้ทั้งหมด!

เด็กแว้นถูกจับต้อนขึ้นรถขนผู้ต้องหา  อิทธิฤทธิ์กับมาย่าโดนด้วย  มาย่าตกใจกลัวเสียภาพลักษณ์  อิทธิฤทธิ์โอบเธอให้ก้มหน้าต่ำ  เอาเสื้อแจ็กเกตคลุมหัวให้ปลอบใจเบาๆว่า

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครจำได้หรอก”

เจอนักข่าวตาไวเห็นอิทธิฤทธิ์ก็ร้องบอกกันว่าหน้าคุ้นๆ อีกคนจำได้แม่นยืนยันว่า

“ลูกผู้การอิทธิพลนี่! มีสก๊อยมาด้วย”

ความตึงเครียดครอบงำทันทีเมื่อตำรวจให้แยกหญิงชายออกจากกัน  และให้มาย่าเอาแจ็กเกตที่คลุมหัวออกเพื่อค้นตัว  ขณะมาย่ากับอิทธิฤทธิ์ยื้อเสื้อไว้สุดฤทธิ์นั่นเอง ธรรม์ที่ได้รับแจ้งจากเพื่อนตำรวจก็มาถึง เขาเข้ามาบอกว่า

“เดี๋ยวผมจัดการเอง” แล้วธรรม์ก็พาตัวมาย่าออกไป อิทธิฤทธิ์พยายามจะตามไปด้วย แต่ถูกตำรวจกันไว้และพาไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาทันที  เมื่อถึงโรงพักแล้ว  เด็กแว้นทั้งหมดก็ถูกไล่ต้อนเข้าห้องขังกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่นายอิทธิฤทธิ์ ลูกชายผู้การอิทธิพล!

อิทธิฤทธิ์รู้สึกเสียหน้ามากที่ธรรม์มาแสดงตัวเป็นฮีโร่พามาย่าออกไปต่อหน้าตนที่ต้องถูกควบคุมตัวเป็นผู้ต้องหา

ooooooo

ไม่นาน  อาม้าของตี๋เล็กก็มาเสียค่าปรับรับตัวลูกชายออกไป  บ๊วยนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องขังร้องถามลูกพี่ที่เดินกอดกับอาม้าออกไปเสียงละห้อย...

“แล้วผมล่ะ...ลูกพี่...”

จากนั้นไม่นาน ธรรม์กับชนมนก็มาประกันตัวอิทธิฤทธิ์ออกไป โดยมีผู้การอิทธิพลมายืนมองลูกชายอยู่หน้าห้องขังด้วยสายตาเย็นเยียบ จนอิทธิฤทธิ์รู้สึกขนลุกก้าวขาไม่ออกไปชั่วขณะ

ที่หน้าโรงพัก ขณะผู้การอิทธิพลเดินออกมา ก็ถูกนักข่าวรุมถามว่า  ลูกชายท่านเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กแว้นจริงหรือเปล่า? เห็นถูกจับมาหลายครั้งแต่ก็รอดมาได้เพราะเป็นลูกท่านใช่ไหม? และ...แล้วอย่างนี้ท่านจะแก้ปัญหาลูกชายอย่างไร?

ผู้การไม่ตอบ  เดินเลี่ยงไปขึ้นรถด้วยใบหน้าขรึมเครียด  แต่พอกลับถึงบ้านอิทธิฤทธิ์ก็โพล่งออกมาอย่างอึดอัดที่เห็นพ่อยืนนิ่งเงียบอยู่นานว่า

“เออ...ผมรู้ว่า  ผมทำให้พ่อขายหน้า  ผมขอ...” พูดได้แค่นั้นก็ถูกตบหน้าฉาดใหญ่  อิทธิฤทธิ์นิ่งจ้องหน้าพ่อท้า “ตบอีกซิ  ผมมันเลวขนาดนี้  ทีเดียวไม่พอหรอก”แต่พออิทธิพลจะตบอีกก็ถูกป้าหนอมถลาเข้ากอดอิทธิฤทธิ์ไว้ไม่ให้ตบบอกให้อิทธิฤทธิ์รีบขอโทษพ่อเสีย ให้รับปากว่าจะไม่ไปก่อเรื่องอีก ถูกอิทธิฤทธิ์สวนทันทีว่าโดนตบแล้วทำไมต้องขอโทษด้วย! พูดแล้วเดินปึงปังออกไปเลย

ธรรม์ มาย่า และชนมนที่ตามมาถึง ต่างไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ธรรม์ยอมรับผิดว่าตนตามใจอิทธิฤทธิ์มากไป มาย่าชี้แจงว่าอิทธิฤทธิ์ทำเพราะพยายามปกป้องตน

“พอๆ ไม่ต้องแก้ตัวให้มัน ไม่มีใครบังคับให้มันไปซิ่งรถบนถนนจนถูกตำรวจจับ ถ้าจะผิดก็ผิดที่มันคนเดียว!”

ธรรม์บอกอิทธิพลว่าคราวนี้อิทธิฤทธิ์ไม่ได้ทำผิด  ถ้าอยากรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไรก็ควรฟังมาย่า มาย่าจึงเล่าว่า...

“อิทไม่ได้ตั้งใจจะไปซิ่งรถบนถนนนะคะ อิทขี่รถพาหนูไปเที่ยว แต่อยู่ๆก็มีพวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ขี่รถไล่ตามเรา อิทกลัวว่าหนูจะมีอันตรายก็เลยขี่รถหนี อิทไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตอย่างนี้เลยนะคะ”

“ไม่ว่ามันจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันก็เกิดเรื่องไปแล้ว ฉันเป็นตำรวจ แต่ลูกชายดันทำผิดกฎหมายเสียเองแล้วนี่ก็ไม่ใช่ความผิดครั้งแรกด้วย ฉันหมดหวังกับไอ้ลูกคนนี้จริงๆ”

“เอ่อ...ถึงคุณอิทจะทำผิดแค่ไหน ท่านก็ทำรุนแรงเกินไปนะคะ” ชนมนเอ่ยเกรงๆ

“ถ้าฉันไม่สั่งสอนมัน มันจะหลาบจำไม่ทำผิดซ้ำสองซ้ำสามไหมล่ะ ฉันรู้ว่าฉันควรจะจัดการกับลูกฉันยังไง!”

อิทธิพลตัดบทแล้วเดินออกไป ชนมนมองตามอิทธิพล อดเห็นใจอิทธิฤทธิ์ไม่ได้ที่มีพ่อที่ดุและเข้มงวดขนาดนี้...

ooooooo

ชนมนพยายามที่จะหว่านล้อมให้อิทธิฤทธิ์เห็นเจตนาดีของพ่อ บอกเขาว่าเรื่องนี้พวกตนทุกคนยืนอยู่ข้างเขา ย้ำว่ามาย่าถึงกับร้องไห้ที่เห็นเขาถูกตบ

อิทธิฤทธิ์ไม่อยู่ในอารมณ์จะฟังอะไรได้แล้ว เขาร้องไห้แต่ไม่ยอมให้ใครเห็นน้ำตา เขาเจ็บปวดแต่ไม่ยอมรับความเวทนาจากใคร ทนไม่ได้ที่จะถูกมองด้วยแววตาสงสาร! เขาปฏิเสธและไล่ชนมนออกไปไม่ให้มายุ่งกับตนอีก

มีแต่ป้าหนอมคนเดียวที่เข้าหน้าเขาติด เพราะในบ้านนี้เขารักและไว้ใจป้าหนอมเพียงคนเดียวเท่านั้น!

เมื่อป้าหนอมเข้าไปหาปลอบใจให้กำลังใจ เขาถามป้าหนอมว่า “ทำไมพ่อเกลียดผมนัก”

“โถ...คุณอิท...คุณท่านไม่ได้เกลียดคุณอิทนะคะ” ป้าหนอมพลอยสะเทือนใจไปด้วย

“พ่อเกลียดแม่ พ่อก็เลยเกลียดผมด้วย แล้วทำไมพ่อไม่ให้แม่พาผมไปด้วย เกลียดผมแล้วเลี้ยงผมไว้ทำไม”

“คุณอิทฟังป้านะ คุณพ่อไม่ได้เกลียดคุณอิท ทุกอย่างที่ท่านทำ ท่านทำเพื่อคุณอิท แล้วสักวันคุณอิทก็จะเข้าใจเอง ป้าบอกได้แค่นี้แหละ ดื่มนมแล้วก็นอนเสียเถอะนะคะ พรุ่งนี้เช้าก็เป็นวันใหม่แล้ว...”ปลอบโยนแล้วป้าหนอมเดินออกไป

“ไม่เข้าใจ...ยังไงผมก็ไม่เข้าใจ” อิทธิฤทธิ์พึมพำกับตัวเอง รอยตบลบเลือนไปแล้ว แต่รอยแผลที่ใจ...ยัง เจ็บอยู่...

ในยามนี้...เขาคิดถึงแม่จับใจ...แม่ที่ออกจากบ้านนี้ไปขณะที่เขาอายุเพียง 7 ขวบ เขาร้องไห้แทบขาดใจในวันที่แม่หิ้วกระเป๋าออกจากบ้าน พยายามจะวิ่งตามแม่ไป แต่ถูกพ่อจับพาตัวเข้าบ้าน...

เขาจำได้...ก่อนแม่ไป แม่ทำตุ๊กตาแมวสีดำให้ ตั้งชื่อว่า นิลนิล วันนั้นแม่บอกว่า...

“แม่ให้นิลนิลไว้เป็นเพื่อนลูก มีอะไรก็คุยกับนิลนิลได้ จะร้องไห้ด้วยก็ได้”

วันนั้นเขาบอกแม่ว่านิลนิลใจดีเหมือนแม่เลย นฤดีเข้ากอดลูกไว้แนบอก ถามว่า “รักแม่ไหม” เขาบอกว่า “รักที่สุด” แม่กอดเขากระชับกับอก บอกด้วยความรักว่า “แม่ก็รักอิทที่สุดเหมือนกัน อย่าลืมแม่นะลูก อย่าลืมแม่...”

อิทธิฤทธิ์คิดถึงอดีต หยิบรูปที่ถ่ายกับแม่ขณะตัวเองอายุ 7 ขวบ พูดกับแม่ในรูปอย่างมุ่งมั่นว่า

“ไม่เป็นไรแม่ แม่มาหาอิทไม่ได้ อิทจะไปหาแม่เอง...”

ooooooo

วันนี้จะมีการแถลงข่าวเปิดตัวโอเจ ซุปเปอร์สตาร์ลูกครึ่งไทยเกาหลีที่จะมาแสดงหนังโดยมีมาย่าเป็นนางเอก

แต่มาย่าเสียความรู้สึกเมื่อโปสเตอร์โฆษณาที่เธอจะต้องเป็นซุปเปอร์สตาร์และโอเจเป็นบอดี้การ์ด กลับกลายเป็นเธอเป็นบอดี้การ์ดและโอเจเป็นซุปเปอร์สตาร์ เมื่อถามผู้กำกับ ก็ได้รับคำชี้แจงข้างๆ คูๆว่า

“โอเจไม่ยอมเล่นเป็นบอดี้การ์ด สั่งให้เราแก้บทเปลี่ยนให้เธอเล่นเป็นบอดี้การ์ดแทน” แล้วพูดตะล่อมให้เธอเห็นดีเห็นงามว่าเธอเล่นเป็นบอดี้การ์ดแล้วจะได้ลองบทใหม่ๆ ท้าทายๆดูบ้าง

กว่าโอเจจะมาถึงที่แถลงข่าว ก็ต้องมีพิธีรีตองมาก มายทั้งการรักษาความปลอดภัย กันบรรดาแฟนคลับ ไม่ให้เข้าใกล้ แม้กระทั่งสเปรย์ปรับอากาศก็ต้องเลือกกลิ่นที่เขาชอบ

แต่พอจะเริ่มต่อบทกัน โอเจดูนาฬิกาแล้วลุกขึ้นจะกลับ เพราะมีนัดนวดแผนไทยไว้!

มาย่าไม่พอใจมาก บ่นกับเมนี่ว่า

“หนูอุตส่าห์อ่านบทจนถึงตีหนึ่ง มารอโอเจตั้งแต่เช้า วันนี้เรามาตั้งแต่กี่โมงคะ นี่เรามารอตั้งสามชั่วโมงแต่เขามาสามวิแล้วก็กลับไปเฉยเลย ทำอย่างนี้มันใช้ได้หรือคะ”

เมนี่ผู้จัดการส่วนตัวไม่ได้ฟังมาย่าเลย เมื่อโอเจกลับไปก็คิดแต่จะใช้เวลาที่เหลือให้มาย่าทำอะไรให้ได้เงินเพิ่มขึ้น  ถูกมาย่าพูดประชดว่า ถ้าต้องทำงานกับคนอย่างโอเจตนขอเวลาไปทำใจหนึ่งวัน ยังไงวันนี้ตนก็ขอพัก เมนี่เลยพูดไม่ออก

ooooooo

เมื่อตัดสินใจจะต้องตามหาแม่ให้เจอแล้ว อิทธิฤทธิ์ค้นหารูปนฤดี เจอในกองแฟ้มที่ลิ้นชักโต๊ะใบหนึ่งเป็นรูปในวัย 30 ของนฤดี อิทธิฤทธิ์ถือรูปจะออกบ้านอย่าง รีบร้อน เจอชนมนเข้าพอดี

ชนมนพยายามหว่านล้อมให้เขากลับมาเรียนอีก ถูกปฏิเสธเด็ดขาดว่า ยังไงก็ไม่เรียน ต่อให้ถูกเธอเตะจนหัวหลุดจากบ่าก็ไม่เรียน! พูดแล้วสะบัดตัวจะออกไป ทำรูปแม่หล่น ชนมนหยิบขึ้นมาถามว่านี่คุณแม่เขาหรือ อิทธิฤทธิ์ดึงรูปคืนแล้วออกไปอย่างไม่แยแสกับเธออีกเลย

เพื่อหาแรงจูงใจที่จะให้อิทธิฤทธิ์กลับมาเรียน ชนมนถามป้าหนอมเรื่องนฤดี ป้าหนอมบอกแค่ว่า นฤดี ออกจากบ้านไปตั้งแต่เขาอายุ 7 ขวบและไม่เคยกลับมาอีกเลย ร้ายกว่านั้นคือไม่มีใครรู้ด้วยว่านฤดีไปอยู่ที่ไหน? แต่ป้าหนอมก็เตือนว่า

“หนูชนคิดจะทำอะไร อย่าเชียวนะคะ อย่าไปยุ่งกับเรื่องนี้เชียว” ทำให้ชนมนยิ่งอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างพ่อกับแม่ของอิทธิฤทธิ์ ป้าหนอมตัดบทแหยงๆว่า “อย่าถามอะไรอีกเลยค่ะ ป้าเล่าให้ฟังแค่นี้แหละ”

เพราะวันนี้มีเวลาว่างเกือบทั้งวัน มาย่าจึงโทร.นัดธรรม์มาทานข้าวเพื่อขอบคุณที่เมื่อวานเขาช่วยดึงตัวเธอออกมาได้ ทำให้ไม่มีข่าวฉาวในหน้าหนังสือพิมพ์ ขณะทั้งสองไปพบกันที่ร้านอาหารนั่นเอง ชนมนก็

โทร.เข้ามือถือธรรม์หมายจะถามเขาเกี่ยวกับเรื่องคุณพ่อคุณแม่ของอิทธิฤทธิ์ ธรรม์จึงนัดให้มาเจอกันที่ร้านอาหารเสียเลย และขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงสองสาวเอง

ชนมนดีใจที่มีมาย่าร่วมวงด้วย เพราะรู้ดีว่ามาย่า สนิทกับครอบครัวนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่มาย่าแอบผิดหวังนิดๆ ที่มีคนที่สามเข้ามาแทรกบรรยากาศส่วนตัวของตน พอมาถึงชนมนก็เริ่มเรื่องทันทีว่า ตนเพิ่งรู้เรื่องคุณพ่อคุณแม่ของอิทธิฤทธิ์แยกทางกัน ทำให้เริ่มเข้าใจว่าทำไมอิทธิฤทธิ์จึงกลายเป็นเด็กมีปัญหา บอกธรรม์ว่า

“ตอนนี้ชนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ของอิทน่ะค่ะ”

ธรรม์เลี่ยงว่าตนไม่อยู่ในฐานะที่จะบอกอะไรได้ แต่มาย่าบอกว่าอิทธิฤทธิ์เคยเล่าว่าคุณพ่อเขาไล่คุณแม่ออกจากบ้านเป็นเรื่องจริง ธรรม์จึงเอ่ยว่า

“พี่ต่างหากที่เป็นคนทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ของอิทต้องเลิกกัน” แล้วเขาก็ตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง...

ooooooo

หลังจากตบหน้าอิทธิฤทธิ์แล้ว อิทธิพลก็ใช่ว่า จะสบาย ใจ เขารู้สึกผิด คิดถึงนฤดี พึมพำอย่างสับสนว่า

“นฤดี...ผมทำผิดใช่ไหม ผมไม่ควรปล่อยคุณไป...”

อิทธิพลคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่เป็นเหตุให้เขากับนฤดีต้องแยกทางกัน...

วันนั้นเขาพาเที่ยงธรรมพ่อของธรรม์ไปปฏิบัติหน้าที่และเที่ยงธรรมเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ เขาจึงรับธรรม์ในวัย 9 ขวบมาเลี้ยง

นฤดีตำหนิเขาที่ทำให้เที่ยงธรรมตาย เพราะเขาเห็นงานสำคัญกว่าชีวิตของเพื่อน พูดอย่างทำใจไม่ได้ว่า ทำไมต้องเป็นเที่ยงธรรมด้วย

“คุณกำลังจะพูดว่า ทำไมไม่เป็นผมใช่ไหม”  อิทธิพล ถามประชดเพราะเชื่อว่านฤดียังคิดถึงเที่ยงธรรมอยู่ บอกเธอว่าจะรับธรรม์มาเลี้ยงดูเอง แต่ไม่ต้องห่วงจะไม่ให้ธรรม์เป็นภาระของเธอ

“ฉันไม่เคยคิดว่าธรรม์เป็นภาระ”

“แต่เห็นธรรม์แล้วอดคิดถึงเที่ยงธรรมไม่ได้ใช่ไหมล่ะ มันคงรู้สึกเจ็บปวดมากล่ะซิ ผมพูดถูกใช่ไหม...นฤดี”

นี่คือจุดแตกหัก นฤดีประกาศทนอยู่กับเขาอีกต่อไปไม่ได้แล้ว และก็จะไม่ทนอีกแล้วด้วย

ธรรม์รู้สึกตัวเองผิดที่เป็นเหตุให้อิทธิพลกับนฤดีทะเลาะกัน ขณะนั้นอิทธิฤทธิ์ในวัย 7 ขวบ เดินมาจ้อง ธรรม์พูดใส่หน้าเขา

“ฉันเกลียดแก ไอ้ธรรม์!”

ฟังธรรม์เล่าเรื่องแล้ว ชนมนพูดอย่างเข้าใจว่าเรื่องเป็นอย่างนี้นี่เอง ธรรม์เสนอเธอว่าเธอคงต้องหาวิธีอื่นแล้ว ตอนนี้ให้ปล่อยอิทธิฤทธิ์ไปก่อน รอให้เขาหายโกรธแล้วคงกลับมาเรียนเอง

แต่ชนมนยังจะทำตามแผนเดิม บอกธรรม์กับมาย่าว่า

“ตอนนี้คุณแม่อิทอยู่ที่ไหนไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญอยู่ที่ว่าคุณพ่ออิทจะยอมฟังแผนของชนหรือเปล่า ถ้าท่านยอมตกลงระดับอย่างท่านผู้การอิทธิพลคงตามหาคุณแม่อิทได้ไม่ยากหรอกค่ะ”

ไวเท่าความคิด ชนมนไปหาอิทธิพลที่ห้องทำงาน ปรึกษาแผนการของตนเพื่อจะดึงอิทธิฤทธิ์กลับมาเรียน

“แล้วเธอรู้เหรอว่า อิทต้องการอะไรในชีวิต”อิทธิพลถาม

“อิทเขาต้องการเจอคุณแม่ค่ะ”

อิทธิพลอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วบอกเธอว่าออกไปได้แล้ว ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขอะไรต้องต่อรองกับอิทธิฤทธิ์ทั้งนั้นอิทธิฤทธิ์มีหน้าที่อย่างเดียวคือต้องสอบผ่านและเรียนให้จบ และเธอก็มีหน้าที่สอนลูกศิษย์ของเธอไป

เมื่อชนมนบอกว่าอิทธิฤทธิ์ไม่ยอมมาเรียนกับตนแล้ว อิทธิพลโพล่งทันทีว่าเธอก็ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้ว ตำหนิว่าทำงานให้คุ้มค่ากับที่ตนจ่ายหน่อย แต่พอเธอชี้แจงว่าได้พยายามเต็มที่แล้ว ก็ถูกตัดบททันทีว่า

“งั้นฉันคงต้องหาติวเตอร์คนใหม่ ฉันไม่ต้องการติวเตอร์ที่ทำงานนอกเหนือหน้าที่ ยุ่ง จุ้นจ้านกับเรื่องของครอบครัวคนอื่น พรุ่งนี้เธอไปรับค่าเสียเวลากับป้าหนอม หมดเรื่องแค่นี้ ไปได้แล้ว”

ชนมนตะลึง มึน ช็อก คาดไม่ถึงว่าเจตนาดีของตนจะทำให้ต้องตกงาน! เธอยกมือไหว้ลาลุกเดินออกไปหงอยๆ

ส่วนอิทธิพลที่ทำท่าขึงขัง แต่พอชนมนเดินออกไปแล้ว เขาก็หงุดหงิดตัวเองที่ไล่ชนมนออกอย่างไม่มีเหตุผล...

ooooooo

ตอนที่ 4

อิทธิฤทธิ์ตามหาแม่ด้วยการขึ้นโรงพักต่างๆ  จ้างให้ตำรวจช่วยตามหาแม่จนเป็นที่อึกทึก  เพื่อนตำรวจจึงโทร.บอกธรรม์

ขณะ อิทธิฤทธิ์กำลังโวยวายพวกตำรวจบนโรงพักอยู่นั้น ธรรม์มาถึง เขาตรงมาจับบ่าอิทธิฤทธิ์อย่างแรงจนอิทธิฤทธิ์หันถามอย่างไม่พอใจ “ใครวะ!”

“นายกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวหรือเปล่า!”

“ไม่ต้องยุ่ง!” อิทธิฤทธิ์ตวาดแล้วเอาเรื่องกับตำรวจต่อ “ว่าไง พี่ตกลงจะช่วยหรือไม่ช่วย! จะได้ไปที่อื่น เสียเวลา!”

ธรรม์ขอโทษเพื่อนตำรวจแล้วลากตัวอิทธิฤทธิ์ออกไป เขาทั้งสะบัดทั้งโวยวาย  จนธรรม์ถามเสียงเข้มว่า

“จะไปด้วยกันดีๆ หรือว่า...” ธรรม์ชูกุญแจมือให้ดู อิทธิฤทธิ์จึงสงบลง สบถอย่างหัวเสีย จำต้องเดินปึงปังตามไป  พอถึงหน้าสถานีตำรวจ ธรรม์บอกว่า “นายจะทำอะไรให้นึกถึงหน้าคุณพ่อด้วย  ถ้าอยากตามหาแม่จริงๆฉันจะช่วย”

“ไม่ต้อง! ฉันตามหาเองได้ ขอร้องเลยไม่ต้องมาทำดีกับฉัน ไปเลียแข้งเลียขาพ่อฉันต่อไป  พ่อฉันใกล้จะยกทุกอย่างให้นายอยู่แล้ว  ขาดอยู่ก็แค่นามสกุลนี่แหละ อยากใช้นามสกุลพ่อฉันไหมล่ะ เดี๋ยวฉันบอกพ่อให้”

ธรรม์บอกว่าไม่ต้อง เพราะคุณพ่อเลี้ยงตนมาก็จริงแต่ตนรู้ว่าตนเป็นลูกใคร อิทธิฤทธิ์ท้าว่า

“ถ้ารู้จริงก็ให้เลิกบอกใครๆว่าฉันเป็นน้องชายนายซะที  อายล่ะซิ  ที่นายเป็นแค่เด็กที่พ่อฉันเก็บมาเลี้ยง แม่ตายตั้งแต่เกิด พ่อก็ดันโง่ไปให้มาเฟียยิงตาย ชีวิตน่าสงสารโคตรๆ!”

ธรรม์โกรธจัดตรงเข้ากระชากคอเสื้ออิทธิฤทธิ์เงื้อหมัดแล้วชะงัก  อิทธิฤทธิ์ผลักธรรม์ออกไป  พูดเย้ยว่า

“นึกว่าจะแน่! อ่อนว่ะ ไปไกลๆเลยไป  อย่าได้มาแส่เรื่องฉันอีก!” พูดแล้วเดินออกไปเลย  ธรรม์ยืนข่มใจนิ่ง

ooooooo

ชนมนเดินกลับบ้านอย่างหดหู่ที่อยู่ๆก็ถูกไล่ออก  แต่พอมาถึงบ้านก็เจอเรื่องสะเทือนใจยิ่งกว่า  ที่พ่อถูกเจ้าหนี้นอกระบบมาทวงหนี้คว่ำโต๊ะทุ่มเก้าอี้ข่มขู่คุกคามว่า ถ้าไม่ใช้หนี้ภายในอาทิตย์นี้เจอหนักกว่านี้แน่

พอพวกมันเห็นชนมนก็ตรงเข้าคุกคามลวนลาม ชูชัยจับมือมันหักกร๊อบจนมันตัวงอ แล้วประกาศ

“ลูกสาวกูห้ามแตะ! เรื่องหนี้กูจะใช้ให้ ขอเวลาสองเดือน” พอมันไม่ยอมก็บอก “ขอเดือนเดียว” แล้วบิดข้อมือมันแรงขึ้นจนมันต้องยอม  แต่ไม่วายทำกร่างขู่ว่า แล้วจะมาใหม่ ถ้าไม่มีเงินจ่ายเจ็บตัวแน่

พอชนมนรู้ว่าพ่อเป็นหนี้สองหมื่น  ยืมมาเป็นค่ายาเบาหวานและซ่อมบ้าน  เตาแก๊สก็ใกล้พัง  แต่ดอกทบต้นยังไงไม่รู้กลายเป็นห้าหมื่น  ชนมนบอกว่าเดี๋ยวตนจะเอาเงินค่าติวจัดการให้เอง บอกพ่อให้สบายใจว่า

“เดือนหน้าหนูก็ได้ค่าติวแล้ว เป็นแสนเลยนะพ่อ จ่ายหนี้ให้พ่อได้สบายใจ”

หลังจากอิทธิพลไล่ชนมนออกแล้ว  ติดต่ออาจารย์ตุลาแต่ยังหาคนมาติวให้อิทธิฤทธิ์ไม่ได้  อิทธิพลปรารภกับป้าหนอมอย่างหนักใจว่า ไม่มั่นใจว่าถ้าตนยอมทำตามวิธีของชนมนแล้ว อิทธิฤทธิ์จะตั้งใจเรียนจริง

“แต่หนูมั่นใจค่ะท่าน”  ชนมนมาได้ยินพอดี  “หนูเชื่อว่าวิธีของหนูต้องได้ผลค่ะ ท่านให้โอกาสหนูอีกสักครั้งได้ไหมคะ” ชนมนจำต้องกลืนน้ำลายตัวเองกลับมาของานคืน

“ก็ได้...ถ้านายอิทสอบผ่าน ฉันจะเป็นคนพามันไปหาแม่เอง” อิทธิพลรับปาก ชนมนจึงรีบไปบอกข่าวดีแก่อิทธิฤทธิ์

ooooooo

เมื่อชนมนไปบอกอิทธิฤทธิ์  เขาไม่เชื่อถือ ชนมน จึงให้เขาไปฟังจากปากอิทธิพลเอง

“แม่แกย้ายไปอยู่อเมริกา  มีฉันคนเดียวที่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แกเลิกตามหาแม่แกให้วุ่นวายได้แล้ว ตั้งใจเรียนไปเข้าใจไหม” อิทธิพลย้ำ

“ได้  ผมจะตั้งใจเรียนให้จบ  พ่อก็รักษาคำพูดของตัวเองด้วยแล้วกัน”

สองพ่อลูกต่างให้คำมั่นสัญญากันอย่างท้าทาย อิทธิฤทธิ์ลุกขึ้นอย่างมีความหวัง  ป้าหนอมถามว่าจะไปไหน ป้าเตรียมขนมนมเนยไว้ให้แล้ว

“ติวพรุ่งนี้ วันนี้ขอไปบอกข่าวดีกับมาย่าก่อน ผมไปนะป้า” พูดแล้วเดินออกไปเลย  ทำเอาชนมนหงุดหงิด

อิทธิฤทธิ์ไปหามาย่าที่โรงยิม  เธอกำลังซ้อมคิวบู๊กับธรรม์อยู่ ต้องต่อสู้กันในระยะประชิดคลุกวงในกัน อิทธิฤทธิ์ฉุนขาดเข้าไปดึงตัวมาย่าออกมา  แล้วบอกข่าวดีของตน มาย่าดีใจด้วยแต่ไม่ลืมย้ำว่าต้องตั้งใจเรียนไม่อย่างนั้นเขาจะอดเจอแม่

“ไงฉันก็ต้องได้เจอแม่แน่ๆ  ถ้าฉันเอาจริงสอบผ่านอยู่แล้ว  ถ้าฉันสอบผ่านเราก็จะได้เรียนจบพร้อมกันรับปริญญาพร้อมกัน  แล้วฉันก็จะไปเรียนต่อที่อเมริกากับเธอด้วย” 

อิทธิฤทธิ์ฮึกเหิมมาก  มาย่าย้ำว่าเขาต้องสอบผ่านให้ได้ก่อน  เขาสัญญาแล้วดึงเธอเข้าไปกอด “ขอบใจนะที่เป็นกำลังใจให้ฉัน”

“เล่นอะไร อย่าทำอย่างนี้อีกนะ” มาย่าตกใจผลักอิทธิฤทธิ์ออกไป

“ไม่ได้เล่น...มาย่า  ต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจเรียน  ฉันจะสอบให้ผ่าน ไม่ใช่เพื่อที่จะได้เจอแม่เท่านั้น แต่เพื่อเธอด้วยนะ”

อิทธิฤทธิ์มองหน้ามาย่านิ่งด้วยแววตาลึกซึ้ง  มาย่ามองเขาอึ้ง...แอบหนักใจ...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น อิทธิฤทธิ์มาเข้าห้องติวอย่างมุ่งมั่น มาย่ายิ้มให้เขาอย่างให้กำลังใจ ทั้งสองตั้งใจติวกันจริงจังจนชนมนพอใจ

แต่เพียงไม่นาน  อิทธิฤทธิ์ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ๋งบอกว่าถูกพ่อซ้อม  เขาวางหนังสือลุกพรวดบอกว่าต้องไปช่วยเจ๋ง  ชนมนนึกว่าเป็นแผนหลอกหนีเที่ยวของเขา วิ่งตามไปขวางไม่ยอมให้ไป  แต่อิทธิฤทธิ์ก็ไปจนได้ ซ้ำยังคว้าจักรยานเธอขี่ไปด้วย ชนมนรั้งไม่อยู่เลยกระโดดซ้อนจักรยานไป

พอไปถึงบ้านเจ๋ง  เจอเจ๋งถูกจิกซ้อมเพื่อรีดเงินอยู่

จริงๆ  พอจิกเห็นอิทธิฤทธิ์ก็ยิ้มทักบอกว่า วันก่อนให้หนึ่งร้อย วันนี้ขอแค่ห้าร้อยก็พอ อิทธิฤทธิ์ติงว่าลุงควรหางานทำจะได้มีเงินใช้ จิกตวาดว่าไม่ต้องมาสั่งสอน

“หรือลุงอยากให้คนอื่นอย่างลูกน้องพ่อผมมาสอนแทน  ลุงคงไม่อยากให้ไอ้เจ๋งมันกำพร้าพ่อใช่ไหม” เห็นจิกชะงัก อิทธิฤทธิ์ปรามต่อ “ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย อย่าทำอะไรไอ้เจ๋งอีก”

จิกหงอ รับปากว่าจะไม่ทำอีกแล้ว  อิทธิฤทธิ์เดินไปถามเจ๋งว่าเป็นไงบ้าง เจ๋งน้ำตาซึมบอกว่าไม่เป็นไร

ชนมนมองอิทธิฤทธิ์ที่ดูกล้าหาญ  เท่  ทำในสิ่งที่ถูกต้องอย่างชื่นชม  นี่เป็นแง่มุมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นเจ๋งมีแผลและฟกช้ำหลายแห่ง  ชนมนจึงให้เอายามาทำแผลให้  อิทธิฤทธิ์อยากทำบ้าง  แต่ทำไม่เป็น ใส่ยาผิดเงอะงะ  ชนมนเลยเอาไปทำเอง ถามว่านอกจากซิ่งรถแล้วเขาทำอะไรเป็นบ้าง

ได้เรื่อง!  ถูกอิทธิฤทธิ์ย้อนถามว่า  อย่างเธอนอกจากสอนหนังสือ  หายใจเข้าออกเป็นเงินแล้วคงจะไม่มีชีวิตอย่างอื่น  ถามว่าเคยใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงบ้างหรือเปล่า  ดูแคลนว่า

“อย่างเธอนี่  แค่มีผู้ชายยิ้มให้ก็คงตื่นเต้นจนหัวใจแทบหยุดแล้วมั้ง” ชนมนถามว่า หมายความว่าไง “ก็หมายความว่า ป้าแว่นอย่างเธอนี่ ไม่มีผู้ชายมองน่ะซิ”

ชนมนบอกว่าเรียกผู้หญิงว่าป้านี่หยาบคายมากรู้ไว้ด้วย ก็ถูกสวนกวนๆว่า ไม่ให้เรียกป้าได้ยังไง ก็แต่งตัวอย่างกับผีย่าผียายเข้าสิง แล้วพูดยั่วว่า พรุ่งนี้แต่งแบบนั้นมานะ พลางชี้ไปที่วัยรุ่นแต่งตัวทันสมัยสองคนที่ผ่านไป ย้ำว่าถ้าไม่อยากให้เรียกป้าก็แต่งตัวให้อิน-เทรนด์หน่อย แล้วบ่น “ทำไมพ่อไม่หาติวเตอร์สวยเซ็กซ์มาสอนฉันนะ! เห็นหน้าป้าแล้วหมด’รมณ์เรียนจริงๆ”

“งั้นก็ไม่ต้องเรียน ฉันก็หมด’รมณ์สอนนายเหมือนกัน!” ชนมนคว้าจักรยานจากอิทธิฤทธิ์ปั่นกลับไปเลย

อิทธิฤทธิ์มองตามชนมนที่ปั่นจักรยานไปอย่างหัวเสีย ขำหึๆ ที่ยั่วให้เธอโกรธได้

ooooooo

กลับถึงบ้าน ชนมนถามชูชัยว่าตนดูเป็นป้าหรือ ชูชัยบอกว่าไม่ แต่ชินบอกว่าใช่ ทั้งย้ำว่า ป้ามากๆด้วย

ชูชัยบอกให้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆใส่บ้าง ชนมน

บ่นเสียดายสตางค์ ชินที่ชอบดูพวกดาราสาวๆ และโมเมเอาเองว่ามาย่าเป็นแฟน ทำตัวเป็นกูรู สอนพี่สาวว่า

“ฟังนะพี่ชน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้า แต่อยู่ที่พี่แต่งตัวไม่เป็น ต่อให้พี่มีเงินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่หมดยกตู้ พี่ก็ได้ชุดแบบป้าๆ กลับมาเหมือนเดิม นี่ๆ พี่ต้องมีไอดอล ดูแฟนผมเป็นต้นแบบก็ได้” ชินเอารูปมาย่าให้ดู “นี่คือตัวอย่างการแต่งกายยอดเยี่ยมเหมาะสำหรับคนที่แต่งกายยอดแย่อย่างพี่”

ชนมนไปหามาย่าให้ช่วยไปช่วยเลือกเสื้อผ้าให้ มาย่าจึงเอาชุดมากมายที่แฟนคลับซื้อให้แบ่งให้ชนมนเอาไปช่วยใช้หลายชุด เมื่อเอากลับบ้านแค่หยิบมาทาบกับตัว ก็ทำให้ดูดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ รุ่งขึ้นเธอจึงเลือกชุดใหม่ใส่ไปติวที่บ้านอิทธิฤทธิ์ พยายามเลี่ยงที่จะให้ชินเห็น กลัวชินจะวิจารณ์เสียจนตนขาดความมั่นใจ

แต่ชินที่ออกไปโรงเรียนแล้วย้อนกลับมาเอาของ พอเห็นชนมนในชุดใหม่ ชินยืนมองชนมนแต่หัวจดเท้า มองที่รองเท้า-บอกผ่าน, มองที่ถุงผ้า-ไม่ผ่าน, ที่เล็บมือ-ไม่ผ่าน, ต่างหู-ไม่ผ่าน พอถึงทรงผมก็ทำหน้าเบ้บอกว่า “นี่ยิ่งไม่ผ่านใหญ่ แก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากตัดหัวทิ้ง”

ชนมนไล่ทุบ ชินวิ่งไปแอบหลังพ่อ โผล่หน้าออกมาเถียงอีกว่า

“ก็พูดความจริงอ่ะ ชุดสวยแต่หน้าป้า มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ โอ๊ย...สวยก็ได้ พี่ชนสวยที่สุดในสามโลก” ชินประชดเลยถูกชูชัยดุว่าวอนเสียจริงๆ มองลูกทั้งสองไล่ตีกันอย่างคุ้นชิน

ooooooo

เช้านี้อิทธิพลคืนกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้อิทธิฤทธิ์ บอกว่าเพราะเห็นทำตัวดี เริ่มตั้งใจเรียนคงคิดถึงอนาคตแล้วใช่ไหม อิทธิฤทธิ์ตอบอย่างไม่ยินดียินร้ายว่าตนทำเพราะอยากเจอแม่เท่านั้น

ไม่เพียงคืนกุญแจรถ หากยังถามว่าเงินพอใช้ไหม เดี๋ยวจะให้ป้าหนอมจ่ายเบี้ยเลี้ยงเพิ่มให้ แต่บัตรเครดิตเอาไว้สอบเสร็จก่อนค่อยคืน

“ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณที่คืนรถให้ผม แล้วก็ ขอบคุณที่ยอมให้ผมได้เจอแม่” อิทธิพลบอกว่าก็ไม่แน่ว่าจะได้เจอ “ผมต้องได้เจอแม่แน่! อย่าคิดว่าผมจะทำไม่ได้” พูดแล้วผลุนผลันออกไป

“แกทำได้ แต่ฉันอาจทำไม่ได้...” อิทธิพลพึมพำ เพราะไม่แน่ใจว่านฤดีจะอยากเจอลูก

พอดีธรรม์เดินลงมา อิทธิพลถามว่างานบริษัทหนังไปถึงไหนแล้ว อย่าลืมว่านอกจากงานที่โรงพักแล้วยังมีคดีพ่อเขาอีก แม้จะยังไม่ได้ข่าวคนฆ่าแต่มีคนเห็นมือขวาของมันอยู่แถวเชียงราย คิดว่ามันคงจะกลับมาค้ายาอีก

อิทธิฤทธิ์มาเห็นทั้งสองคุยกันก็หมั่นไส้ พออิทธิพลออกไป อิทธิฤทธิ์ก็ถามธรรม์ว่าคุยอะไรกัน ถูกธรรม์ปฏิเสธว่าเรื่องงานไม่เกี่ยวกับเขา อิทธิฤทธิ์ก็พาลพูดแขวะ จนป้าหนอมมาเห็นธรรม์ชมว่า วันนี้แต่งตัวหล่อมาก เดี๋ยวแมวมองมาเจออาจได้เป็นดาราด้วยก็ได้ ถูกอิทธิฤทธิ์เยาะว่า “งานตำรวจจะมีแมวมองที่ไหน”

แต่พอรู้จากป้าหนอมว่าธรรม์ไปงานแถลงข่าวหนังใหม่ของมาย่า อิทธิฤทธิ์ก็พุ่งออกไปทันที

“นั่นคุณอิทจะไปไหนคะ! วันนี้ติวนะคะ” ป้าหนอมร้องตามหลังแต่ก็หยุดอิทธิฤทธิ์ไม่ได้ เขาพรวดพราดออกไปเจอชนมน เธอถามว่าวันนี้จะไปไหนอีก อิทธิฤทธิ์บอกว่ามีธุระสำคัญไปชั่วโมงเดียวเดี๋ยวมา ถ้าไม่เชื่อให้ไปด้วยกัน แล้วเร่งให้ขึ้นรถเลย

เพราะวันนี้ชนมนนุ่งกระโปรงยาวมาเลยรุงรังกว่าจะขึ้นไปได้ก็ถูกเร่งแล้วกระชากรถออกไปจนเธอแทบหงาย

ไปถึงโรงแรมที่จัดงานแถลงข่าวหนังเรื่อง บอดี้การ์ดสุดซ่ากับซุป’ตาร์สุดแสบ ชนมนถามเซ็งๆว่านี่หรือธุระสำคัญ? เขาบอกว่า นี่เป็นหนังเรื่องแรกของมาย่าตนจะพลาดได้ยังไง

ooooooo

ที่งานแถลงข่าว บรรดาแฟนคลับของโอเจซุปเปอร์สตาร์เกาหลีพากันมาห้อมล้อมรอพบโอเจ ส่วนตัวโอเจอยู่ในห้องแต่งตัว จู่ๆเขาก็สบถออกมาเป็นภาษาเกาหลีอย่างหัวเสียว่า

“พอแล้วๆหยุดๆ ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!” เมนี่ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ “คนของคุณมันไม่ได้เรื่องน่ะซิ แหกตาดูซิ”

มาย่านั่งอ่านสคริปต์ของงานอยู่หันมองสงสัย ได้ยินเชอรี่ที่เป็นล่ามแปลบอกเมนี่ว่าโอเจไม่พอใจที่ช่างทำผมทำให้เขาดูหน้าผากกว้าง เมนี่จะให้ช่างแก้ให้ โอเจก็บ่นอีกว่าแต่งหน้าให้ตนหนาเป็นฟุต เมนี่ให้ช่างแก้ให้อีก ช่างแต่งหน้าทนไม่ไหวบ่นกันว่า

“ดูหนังหน้าตัวเองเสียก่อน หน้าพรุนอย่างกับรังผึ้ง ก็ต้องรองพื้นหนาอย่างนี้ล่ะค่ะ หนูไม่เอาปูนมาโบกก็บุญแล้ว”

โอเจก็ยังโวยวายไม่เลิก เมนี่ตำหนิช่างแล้วพาโอเจไปพักผ่อนให้อารมณ์ดีก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาแต่งหน้าทำผมใหม่แล้วรีบพาโอเจออกไป เชอรี่บ่นกับมาย่าว่า เมื่อไหร่งานจะจบๆเสียทีก็ไม่รู้ บ่นว่าโอเจมาเมืองไทยใช้ล่ามไม่เคยซ้ำกันเลยเพราะเรื่องมาก บางทีแปลผิดนิดเดียวก็วีนใส่แล้ว

มาย่าฉุกคิดว่า ในเมื่อโอเจไม่รู้ภาษาไทยแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแปลผิด? เลยคิดจะจับโกหกโอเจ แล้วเธอก็จับได้จริงๆ เมื่อแอบได้ยินโอเจยืนคุยกับเมนี่ด้วยภาษาไทย  เมนี่เตือนโอเจให้ระวังอย่าพลั้งเผลอ  ถึงคนไทยจะ รักเขาแต่รักได้ก็เลิกได้เพราะเรื่องโกหกนี่แหละ โอเจไม่พอใจถามว่า “แล้วทำไมให้ผมโกหกตั้งแต่แรกล่ะ!”

“มันเป็นเรื่องของการสร้างภาพ ดาราหน้าเกาหลีมีเกลื่อนประเทศ ก็ต้องหาจุดขายให้เธอ ทางต้นสังกัดของเธอกำชับให้ฉันดูแลเธอให้ดี เธอจะต้องเล่นให้เนียน ฉันเองก็ยังต้องแกล้งกรี๊ดกร๊าดบ้าเห่อเธอ เธอก็ต้องทำให้ได้เหมือนกัน ต่อไปห้ามหลุดเด็ดขาด!”

ooooooo

อิทธิฤทธิ์พาชนมนจะเข้าไปในงานแต่เข้าไม่ได้เพราะไม่มีบัตร เขารู้สึกเสียหน้ามาก และเสียหน้ามากขึ้นอีก เมื่อเจอตี๋เล็กที่เข้างานได้อย่างสง่าผ่าเผยเพราะเป็นญาติกับสุวิชเจ้าของหนัง

ชนมนเห็นความยุ่งยาก ถามว่ามีความจำเป็นอะไรที่เขาต้องมางานนี้ให้ได้ นอกจากอิทธิฤทธิ์จะอ้างว่าเป็นหนังเรื่องแรกของมาย่าแล้วธรรม์ก็มางานนี้ และตี๋เล็กก็มาด้วย ตนไม่ยอมให้พวกนั้นทำคะแนนเกินหน้าเด็ดขาด แต่พอชนมนถามว่าเขาชอบมาย่าหรือ อิทธิฤทธิ์ก็ทำเสียงเข้มข่มว่า

“ชอบไม่ชอบ เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย” แล้วหันเดินกลับ ชนมนถามว่าจะไปไหน “ก็กลับบ้านไปติวกับเธอไง!”

ชนมนพยายามคิดหาทางช่วยนึกได้บอกว่าธรรม์อาจช่วยได้ ถูกปฏิเสธทันทีว่า “ไม่ต้องการให้มันช่วย” แต่ไม่ทันไร ธรรม์ก็เอาบัตรมาให้สองใบบอกว่าเห็นตั้งแต่เข้างานนึกว่ามีบัตรแล้ว ส่งบัตรให้แล้วเร่งให้รีบเข้าไปเสีย อิทธิฤทธิ์หันหลังเดินไปบอกว่าไม่อยากเข้า ชนมนเลยเข้าไปกับธรรม์สองคน แต่จู่ๆอิทธิฤทธิ์ก็เดินพรวดมาแทรกกลางอ้างว่าเมื่อมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันและ “วันนี้เธอมากับฉันก็ต้องอยู่กับฉัน” พูดแล้วลากชนมนแยกไปเลย ธรรม์ได้แต่มองฤทธิ์เดชเขาขำๆ

ส่วนมาย่าก็จับโกหกโอเจได้ว่าเขาพูดไทยได้ เมื่อเธอสอนเขาพูดภาษาไทยคำน่าเกลียดที่ฟังแล้วขำ โอเจรู้แต่จำต้องทำเป็นพูดตามจนเมนี่รู้ทันถามมาย่าว่าเล่นพอหรือยัง
“ไม่พอหรอกค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปเล่นบนเวทีแถลงข่าวด้วย” เมนี่ปรามว่าโอเจเป็นพระเอกไม่ใช่ตัวตลก มาย่าโต้ว่าถ้าโอเจอยากเป็นพระเอกต่อไป โอเจก็ต้องเลิกโกหกหลอกลวงได้แล้ว พูดแล้วหันไปจ้องหน้าโอเจลักไก่ว่า

“ฉันรู้แล้วว่าคุณพูดไทยได้ ฉันเพิ่งโทร.คุยกับแม่คุณที่เกาหลี!”

“มั่วแล้ว ตอนนี้แม่ผมอยู่เมืองไทย ไม่ได้อยู่เกาหลี” โอเจโพล่งออกไป พอพลั้งปากไปแล้วก็สะดุ้งหยุดกึก

มาย่ายิ้มสมใจที่แผนง่ายๆก็จับโกหกโอเจได้จ๋ำหนับ คิดจะสาวไส้เสียให้แสบทรวง

ooooooo

มาย่าจับโกหกโอเจได้แล้ว  เธอบอกว่าตนต้องการให้โอเจสารภาพความจริง และต้องขอโทษที่หลอกลวงแฟนๆ ถ้าไม่ทำตามที่ตนบอก  ตนจะเป็นคนบอกความจริงกับทุกคนเอง

เมื่อออกไปบนเวที เมนี่พยายามสร้างภาพโอเจ

กับมาย่าที่เล่นหนังด้วยกันเป็นครั้งแรก แล้วเรียกล่ามให้มาแปล

“ไม่ต้องครับ” โอเจพูดไทยสำเนียงเกาหลี แค่นั้นเอง แฟนคลับก็กรี๊ดกันสนั่น เมนี่ทำเป็นตื่นเต้นว่าโอเจพูดไทยได้ มาย่าแทรกขึ้นว่า โอเจพูดไทยได้และมีเรื่องที่จะสารภาพ เมนี่ยังชงเรื่องให้โอเจพูดต่อ โอเจพูดช้าๆสำเนียงแปร่งๆว่า

“ผมเป็นคนไทยครับ ผมก็ต้องหัดพูดไทยให้ได้ ผมใช้เวลาหัดมาหนึ่งเดือนแล้ว แม้จะยากแค่ไหน เพื่อแฟนๆชาวไทยแล้ว  ผมต้องทำให้ได้ครับ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ” พูดแล้วยกมือไหว้เก้ๆกังๆแบบคนต่างชาติ ยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับสนั่นห้อง

เมนี่พยายามที่จะสร้างภาพให้โอเจกับมาย่ามีความรู้สึกดีต่อกันกระทั่งเป็นแฟนกัน ทำให้ตี๋เล็กที่หลงรักมาย่าอยู่ทนไม่ได้ลุกขึ้นตะโกน “ไม่เชื่อ...ไม่จริง!!” จนสุวิชต้องเตือนให้สงบสติอารมณ์หน่อย

“มันโกหก” อิทธิฤทธิ์ทนไม่ได้เช่นกัน ชนมนต้องเตือนเขาให้ใจเย็นๆเพราะพวกนั้นพูดตามสคริปต์

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563

08:15 น.