ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อิทธิฤทธิ์ไปดูการซ้อมของนักแข่งรถที่สนาม อิทธิพลตามไปด้วย

“นี่หรือโลกของแกที่พ่อไม่เคยเห็น” ถามว่าเขาจะแข่งอีกทีเมื่อไหร่ อิทธิฤทธิ์ดีใจแต่พอถามว่าพ่อจะมาดูหรือ อิทธิพลตอบมาดนิ่งว่า “ถ้าว่าง” แล้วถามว่าเขาอยากเป็นนักแข่งรถจริงหรือ ตนไม่อยากบังคับแต่อยากให้คิดดูให้ดีก่อนเรียนจบก็แล้วกันว่าอยากทำอะไรต่อ อยากทำงานหรือเรียนต่อปริญญาโท ถ้าจะเรียนต่อก็ต้องคิดเลยว่าอยากเรียนต่อด้านไหน

“พ่ออยากรู้จริงๆเหรอ เอาเรื่องจริงเลยนะพ่อ ผมไม่รู้! แต่พ่อจะเชื่อไหมถ้าผมจะบอกพ่อว่า สักวันผมจะทำให้พ่อภูมิใจในตัวผม”

“แกพยายามเรียนจบ พ่อก็ภูมิใจแล้ว พ่อเห็นแกวันนี้แล้ว พ่อยิ่งภูมิใจ!” พูดแล้วตบไหล่ลูกชายเบาๆ

อิทธิฤทธิ์ยิ้มเต็มหน้า รู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกกับคำชมครั้งแรกของพ่อ...

ooooooo

งานเลี้ยงฉลองสอบผ่านให้อิทธิฤทธิ์จัดที่บ้านชนมนนั่นเอง ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันจัดงานอย่างกระ– ตือรือร้น ที่สำคัญคือ งานฉลองครั้งนี้มีทั้งชูชัยและอิทธิพลร่วมด้วย

คนที่ขาดไม่ได้คือป้าหนอมอันเป็นที่รักของทุกคน อิทธิพลดีใจแต่ก็บอกว่างานนี้ตนควรเป็นคนจัดมากกว่า

“หนูอยากจัดให้อิทน่ะค่ะ แล้วงานวันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่มาทานข้าวด้วยกัน”

“เดี๋ยวคุณลุงก็จัดงานใหญ่ๆอีกก็ได้ครับ พี่อิทสอบได้เอตัวแรกและตัวเดียวในชีวิต อย่างนี้ต้องปิดซอยฉลองเจ็ดวันเจ็ดคืน” ชินพูดหน้าตาย เลยถูกทั้งชูชัยและชนมนยกกระชอนสุกี้เคาะหัวเสียคนละโป๊ก ทุกคนหัวเราะขำ ป้าหนอมชมว่า

“บ้านนี้น่ารักกันจริงๆ มิน่าคุณอิทถึงมาที่นี่บ่อยๆ”

ในบรรยากาศที่สนุกสนานอย่างคนในครอบครัวนี้ ชูชัยก็ยังแสดงท่าทีกีดกันอิทธิฤทธิ์กับชนมน เมื่ออิทธิฤทธิ์กับชนมนถ่ายรูปคู่ก็ยังอุตส่าห์ไปยืนแทรกกลาง และก่อนแยกย้ายกันกลับ ชูชัยยังพูดว่าจะว่าไป อิทธิฤทธิ์ก็มีส่วนเหมือนตนมาก พอถูกถามว่าเหมือนอย่างไรก็ร่ายยาวว่า

“ข้ามเรื่องหน้าตาไปก่อน เรื่องเรียน...สอบตก... ถูกไล่ออก...เหมือนกัน” อิทธิฤทธิ์แย้งทันทีว่าแค่เกือบ เหมือนเพราะตนไม่ได้ถูกไล่ออก “แค่เกือบ...มันก็ส่อถึง อนาคตแล้ว ไม่สนใจการเรียน ไม่มีเพื่อนคบ มั่วสุมกับแก๊งมอเตอร์ไซค์ ถามจริงๆเถอะ ถ้าไม่ได้ไอ้ชน นายจะสอบผ่านไหม แล้วนอกจากเรื่องมอเตอร์ไซค์ นายมีอะไรดีบ้าง ที่สำคัญเคยคิดถึงอนาคตบ้างหรือเปล่า ไปหาคำตอบให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาคุยกันเรื่องไอ้ชน”

“ได้ครับ ผมจะไปคิดดู แล้วจะมาให้คำตอบนะ ครับ” อิทธิฤทธิ์ตอบรับทันที แล้วคว้ามือชนมนเดินไปด้วยกันเลย

“เฮ้ย! จะพาไอ้ชนไปไหน” ชูชัยโวย

“ไม่มีชน ผมคิดไม่ออกหรอกครับคุณลุง” อิทธิฤทธิ์บอกหน้าตาเฉย จนชูชัยมองหน้าอิทธิพลถามว่าเห็นหรือยัง อิทธิพลย้อนถามทันทีว่า

“เห็นอะไร  ฉันก็ว่านายอิทกับหนูชนก็เหมาะสม กันดี”

ป้าหนอมกับชินสนับสนุนเป็นเสียงเดียวกัน แต่ชูชัยประกาศกร้าวว่า

“แต่ฉันไม่เห็นว่าเหมาะ! ถึงนายอิทจะเป็นลูกแก แต่ถ้ายังไร้อนาคตอย่างนี้ ยังไงฉันก็ให้คบกันไม่ได้!”

ooooooo

อิทธิฤทธิ์พาชนมนมาถึงสนามแข่งรถ ถามเธอว่าตนต้องเริ่มคิดถึงอนาคตจริงๆแล้วใช่ไหม?

ชนมนพูดอย่างเข้าใจเห็นใจว่า ไม่ต้องเครียดเขาเพิ่งผ่านเรื่องคุณแม่มาคงไม่อยากจะคิดเรื่องอื่น อิทธิฤทธิ์ยอมรับว่าที่แล้วมาตนไม่เคยคิดเรื่องอนาคตจริงๆ จังๆ เพราะคิดแต่เรื่องแม่

“อิท...ฉันเสียใจด้วยจริงๆนะ”

“ฉันไม่เสียใจ ฉันต้องขอบคุณแม่ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ ฉันคงไม่พยายามจนสอบผ่าน จนเรียนจบมาได้ ถึงแม่จะไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันฝันไว้ แต่ถ้ามองว่าเป็นเรื่องดีมันก็ดี เพราะแม่ทำให้ฉันได้เข้าใจพ่อ ไม่งั้นฉันคงเป็นลูกเลวๆต่อไป”

“นายแค่เข้าใจคุณลุงผิดเท่านั้นแหละอิท คุณลุงอาจเคยโกรธนายแต่ฉันเชื่อว่าคุณลุงไม่เคยเกลียดนาย”

“ฉันเพิ่งรู้ว่า พ่อรักฉันแค่ไหน แล้วเรื่องดีๆอีกเรื่องก็คือ ฉันได้มารู้จักเธอ ชน...เธอเป็นคนทำให้ชีวิตฉันดีขึ้นในทุกๆเรื่อง ถ้าไม่มีเธอ ฉันไม่รู้จริงๆว่าฉันจะอยู่ได้ไง”

ชนมนเอาสร้อยข้อมือมีลูกปัดตัวหนังสือ “RACE” ร้อยไว้กับสร้อยวางบนฝ่ามือเขา

“นายเคยบอกว่าอยากได้ไง อะไรก็ได้ที่ฉันทำให้ด้วยมือตัวเอง”

อิทธิฤทธิ์ปลื้มมาก แต่แกล้งอ่านอย่างที่ใจอยากได้ว่า “L-o-v-e” แล้วร้องอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆ

“เลิฟ! โอ๊ย...บอกรักอย่างนี้ ใจละลายเลย!”

“R-a-c-e” เรซต่างหาก การแข่งขัน!ชีวิตไม่เคยหนีพ้นการแข่งขัน แต่ฉันอยากให้นายแข่งขันกับตัวเอง นายสู้จนเรียนจบได้ ต่อไปนายก็จะสู้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่านายอยากทำอะไรในอนาคต นายต้องทำได้แน่!”

“ขอบคุณนะ ขอบคุณสำหรับของขวัญ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง” พูดแล้วดึงชนมนเข้าไปกอด  พูดอย่างซาบซึ้งใจว่า “ฉันอยากอยู่กับเธออย่างนี้ตลอดไป ไม่ อยากให้วันนี้ผ่านไปเลย...”

อิทธิฤทธิ์อยากตอบแทนชนมนบ้าง เขาจะนัดเดทกับเธอ วานมาย่าให้วางแผนให้ มาย่ารับปากด้วยความเต็มใจ

เป็นวันที่ชนมนรู้ผลสอบพอดีว่าสอบได้ ทั้งชูชัยและชินดีใจกันมาก แต่มาย่าขอร้องชนมนอย่าเพิ่งบอกอิทธิฤทธิ์เพราะไม่อยากให้ข่าวดีที่เธอสอบได้และต้องจากไปเรียนต่อที่อังกฤษทำลายบรรยากาศดินเนอร์ในคืนนี้

แต่พอแต่งตัวให้ชนมนเสร็จก็ต้องหนักใจว่าจะ หลบชูชัยออกไปได้อย่างไร มาย่าจึงวางแผนให้ชินหลอก ชูชัยออกไปซื้อของที่ห้างกัน แล้วพาชนมนหลบออกไปได้

ชนมนถูกมาย่าจับแปลงโฉม สวยเสียจนอิทธิฤทธิ์ ชมว่า

“วันนี้เธอสวยมาก...สวยแค่วันนี้วันเดียวก็พอนะ ไม่อยากให้ผู้ชายคนอื่นมอง หวง!เข้าใจป่าว!?”

ooooooo

ด้วยความห่วงใยอนาคตการแสดงของมาย่า วันนี้ธรรม์ไปหาอรุณวตี ถามว่าตนจะช่วยมาย่าได้ อย่างไร อรุณวตีพูดตรงๆว่าถ้ามาย่าไม่มีเขา เธอจะไปได้ไกลทีเดียว

อรุณวตีชี้ให้เห็นว่า เวลานี้ทั้งเขาและมาย่าต่างต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเอางานหรือความรัก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทั้งเขาและเธอต้องทุ่มเทกับงาน ไม่อย่างนั้นก็จะต้องสูญเสียไปทั้งสองอย่าง บอกธรรม์ว่า ตัดสินใจเลือกได้เมื่อไรให้มาบอก

“ถ้าผมบอกว่าผมเลือกแล้วล่ะครับ มีอะไรรับรองได้ว่ามาย่าจะได้กลับไปเป็นนักแสดงแถวหน้าอีก”

“ฉันให้คำมั่นกับคุณได้ ถ้าคุณเลือกทางที่ถูก มาย่าจะได้กลับมาเป็นนางเอกอีกครั้ง ฉันวางแผนอนาคตให้มาย่าไว้แล้ว” คำตอบอย่างหนักแน่นของอรุณวตี ทำให้ธรรม์ตัดสินใจได้ทันทีว่า เขาจะไปจากมาย่า...

หลังจากมาย่าส่งชนมนให้อิทธิฤทธิ์แล้ว เธอโทร. หาธรรม์ถามว่าคืนนี้ว่างไหม ธรรม์บอกว่าไม่ว่าง มาย่าผิดหวัง แต่พอธรรม์บอกให้เธอหันมาที่ 12 นาฬิกา เธอหันไปก็เห็นธรรม์ยิ้มหวานรออยู่แล้ว มาย่าดีใจมากรีบไปหาถามอ้อนว่าคืนนี้จะพาตนไปเดทที่ไหนหรือ

“เดี๋ยวก็รู้...ไป เราไปสร้างความทรงจำดีๆกัน” ธรรม์พูดอย่างมีความหมาย เพราะรู้แก่ใจว่าคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับมาย่าอย่างนี้ ผ่านคืนนี้ไป เขาก็จะไปจากเธอเพื่ออนาคตในการงานของตัวเธอเอง

ทั้งอิทธิฤทธิ์กับชนมน และมาย่ากับธรรม์ ต่างมีความสุขในรูปแบบของตัวเอง

อิทธิฤทธิ์พยายามสร้างความประทับใจแก่ชนมน นอกจากดินเนอร์กันในบรรยากาศโรแมนติกแล้ว เขายังพาเธอไปยังสนามแข่งรถ ที่ตัวแอบมาตบแต่งไว้อย่างสวยงาม

ส่วนธรรม์ก็พามาย่าไปดูละครเวทีที่เธออยากดู จนเมื่อเขาพาเธอไปส่งบ้าน มาย่าบอกว่า

“วันนี้ย่ามีความสุขจังเลยพี่ธรรม์ ตอนนี้ย่าไม่คิดเรื่องงาน ไม่คิดเรื่องอื่นเลย เวลาเราอยู่กันสองคน เที่ยวกันสบายๆ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว อยากให้ชีวิตเป็นอย่างนี้ทุกวันเลย”

“เป็นไปไม่ได้หรอกย่า พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับไป ทำงานแล้วเราก็ต้องเจอปัญหาอีก” เธอบอกว่าไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรตนต้องผ่านได้เพราะมีเขาอยู่ข้างๆ ตนไม่กลัวอะไรแล้ว ธรรม์ให้กำลังใจว่าผู้หญิงเข้มแข็งอย่างเธอถึงไม่มีตนอยู่เธอก็จะต้องก้าวข้ามทุกปัญหาไปได้ และไม่เพียงแต่จะคิดแค่วันนี้พรุ่งนี้แต่จะต้องคิดไปไกลๆถึงอนาคตของตัวเองด้วย

ก่อนจากกัน ธรรม์กอดมาย่าไว้อย่างใจหายว่าจะ ไม่ได้มาส่งเธออย่างนี้อีกแล้ว แต่พูดไม่ได้ บอกเธอได้แต่เพียงว่า

“วันนี้พี่ก็มีความสุขมาก ทุกวันของเราจะเป็นความทรงจำที่พี่จะไม่มีวันลืม...”

ธรรม์คลายกอดแล้วหันหลังเดินออกมาอย่างใจหาย...

ส่วนชนมนกลับถึงบ้านพร้อมกุหลาบช่อใหญ่อย่างอิ่มเอมใจ แต่พอมาถึงก็เจอชูชัยรอพบอยู่ถามว่าไปกับนายอิทมาใช่ไหม เธอขอโทษแทนคำตอบ ชูชัยดักคอว่า “นายอิทคงอยากจะเป็นคนแรกที่ฉลองให้แกล่ะสิ”

ชนมนบอกว่าตนไม่ได้บอกเรื่องสอบได้แก่อิทธิฤทธิ์ เพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะคิดอย่างไร ชีวิตเขาเพิ่งจะลงตัวตนไม่อยากมีเรื่องให้ไม่สบายใจอีก

“ตอนนี้เรื่องเดียวที่แกต้องคิด คืออนาคตของแกเอง รีบบอกเรื่องนี้กับนายอิทซะ ยิ่งบอกช้าก็จะยิ่งมีปัญหา” พูดแล้วชี้ไปที่โต๊ะ “กล่องบนโต๊ะเป็นของขวัญจากพ่อ”

ชนมนแกะกล่องออกดู เป็นเสื้อหนาวตัวใหญ่ เธอหยิบออกมากอดไว้ รู้สึกหนาวเยือกไปถึงหัวใจเมื่อนึกถึงวันที่ต้องจากทุกคนไปจริงๆ...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ธรรม์เข้าไปคุยกับอิทธิพลที่ห้องทำงานเรื่องขอย้ายไปอยู่ชายแดน บอกว่าตนคิดเรื่องนี้ตั้งแต่เข้าโรงเรียนนายร้อย และนี่ก็ถึงเวลาแล้ว

อิทธิพลคิดเครียด ในที่สุดตัดสินใจอนุญาต แต่บอกว่า “แกต้องไปสะสางเคลียร์ทุกอย่างที่ค้างคาอยู่ให้เรียบร้อย ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว อย่ามีเรื่องอะไรให้ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง”

ธรรม์รับปาก ป้าหนอมเตือนว่าอย่าลืมเรื่องมาย่า เรื่องนี้ไม่ใช่จะเคลียร์กันง่ายๆ ธรรม์ฟังแล้วก็อดหนักใจไม่ได้เหมือนกัน

วันนี้มาย่ามีซ้อมตามปกติ นุกนิกวางแผนแกล้ง มาย่าอีกตามเคย ทำเป็นขอให้มาย่าช่วยซ้อมบทโรสลิน ให้ มาย่ามีจิตใจดีจึงรับปากสอนให้ ในการซ้อมมีบทที่นุกนิกต้องถูกมาย่าตบ นุกนิกทำเป็นหลบไม่ทันถูกตบอย่างจัง มาย่าตกใจรีบขอโทษ ถามว่าทำไมไม่หลบอย่างที่เคยซ้อมไว้?

เมนี่ลากอรุณวตีเข้ามาในจังหวะที่นุกนิกถูกมาย่า ตบพอดี เมนี่ทำเป็นเข้ามาถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน  มาย่า บอกว่าเราซ้อมบทกันอยู่แล้วมีการผิดคิว เมนี่จัดแจงให้นุกนิกบอกอรุณวตีไปเลยว่าเกิดอะไรขึ้น นุกนิกฟูมฟายเล่าว่า

“นุกนิกผิดเองค่ะที่เผลอพูดไปว่าพี่มาย่าเหมาะเป็นโรสลินมากกว่านุกนิก พี่เขาก็คงเข้าใจผิดคิดว่านุกนิกประชด พี่มาย่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายนุกนิกหรอกค่ะ พี่เขาคงกำลังเครียดที่ต้องลดตัวมาเป็นนางร้าย อีกหน่อยก็ต้องเล่นเป็นน้าเป็นป้านางเอก เป็นนุกนิกก็คงสติแตกง่ายๆเอาเหมือนกัน”

เมนี่เล่นตามแผนทันทีว่าถึงนุกนิกจะไม่เอาเรื่องแต่อรุณวตีต้องจัดการเรื่องนี้ อรุณวตีจึงถามว่ามาย่าว่าไง? มาย่ายืนยันว่าเราแค่ซ้อมบทกันเท่านั้น ไม่ได้เป็นอย่างที่นุกนิกพูดแม้แต่คำเดียว

“ต๊ายตาย...นี่เธอหาว่าน้องนุกนิกใส่ร้ายเธองั้นเหรอ ใคร้...ใคร ที่จะโง่ให้คนตบฟรีๆ เราเห็นตำตาอย่างนี้ยังไม่ยอมรับสารภาพ ถ้ามีคนอัดคลิปไว้ละก็เธอดิ้นไม่หลุดแน่ๆ เสียดายจริงๆ ที่เราไม่มีคลิป”

หารู้ไม่! แม็กซ์ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ถ่ายคลิปไว้หมดแล้ว เขาเดินเข้ามาบอกว่า

“แต่ผมมีคลิปครับ ผมอัดเอาไว้ได้ทันพอดี ทีนี้เราจะได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่จะดิ้นไม่หลุด”

ดูคลิปแล้วทุกคนเห็นชัดว่านุกนิกแกล้งเล่นผิดคิวให้มาย่าตบ อรุณวตีถามนุกนิกว่าสร้างเรื่องเลวๆ อย่างนั้นเพื่ออะไร แม็กซ์ที่ติดตามพฤติการณ์ของนุกนิกมาตลอด ตอบแทนว่า เพื่อให้มาย่าถูกถอดจากละครรักนิรันดร์ นุกนิกกลัวถูกมาย่าแย่งบทโรสลินไป เพราะทุกคน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามาย่าเหมาะกับบทโรสลินที่สุด

เมื่อถูกจับได้เข้าตาจน นุกนิกก็หักหลังเมนี่กล่าวโทษว่าเมนี่เป็นคนวางแผนให้ตนทำอย่างนั้น เมนี่ รับไม่ไหวเลยแฉนุกนิกหมดเปลือกว่าที่แท้เธอเป็นสาวเชียร์เบียร์ ชื่อเดิมคือแน่งน้อย ทั้งยังมีรูปทั้งก่อนและหลังไปอัพหน้ามาแฉ นุกนิกเชิดหน้าอย่างไม่แยแสบอกว่าช่วยไม่ได้เพราะทุกคนต้องเอาตัวรอดอย่างที่สุวิชสอนไว้ สุวิชบอกนุกนิกว่าไม่ต้องห่วง หลุดจากเรื่องนี้ยังมีเรื่องอื่นให้เล่น ละครมีปีละเป็นร้อยๆเรื่อง แล้วควงแขนชวนไปสปากัน

ooooooo

ในที่สุดอรุณวตีตัดสินใจให้มาย่ารับบทโรสลิน มาย่าดีใจจนแทบร้องไห้ ไหว้ขอบคุณอรุณวตีสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง ถามว่าจะเริ่มซ้อมเมื่อไร ตนขอเวลากลับไปอ่านบทก่อนและต้องกลับไปบอกข่าวดีกับคนสำคัญของตนด้วย

“ไม่ต้องไปหรอก เพราะคนสำคัญของเธออยู่ที่นี่แล้ว” อรุณวตีบอกพลางมองไปข้างหลัง มาย่ามองตามเธอดีใจมากเมื่อเห็นธรรม์ยืนอยู่ ถามเสียงเครือว่า

“พี่ธรรม์...พี่ธรรม์มาได้ยังไง”

“ที่ฉันตกลงให้เธอรับบทโรสลิน เพราะเธอมีความสามารถที่เหมาะสมที่สุด ที่สำคัญหมวดธรรม์ให้คำมั่นกับฉันว่า เธอจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับละครของฉัน”

“พี่ธรรม์...” มาย่าครางออกมาเมื่อเข้าใจทุกอย่าง หัวใจที่พองโตอย่างมีความสุข ค่อยๆห่อเหี่ยวหน้าเสีย...

เมื่อได้คุยกันตามลำพังที่ล็อบบี้บริษัท มาย่าถามเสียงสะท้านน้ำตาคลอว่าทำไมธรรม์ทำอย่างนี้ เขาบอกว่า

“พี่ทำเพื่อย่า...”

“ย่าไม่ต้องการ รู้ไหมที่ผ่านมา ถ้าจะต้องเลือก ย่าเลือกพี่ธรรม์ทุกครั้ง เลือกอย่างไม่เคยลังเล พี่ธรรม์รักย่าบ้างหรือเปล่า? ทำไมถึงได้ตัดย่าออกไปจากชีวิตได้ง่ายเหลือเกิน”

“พี่เลือกที่จะไปจากชีวิตย่า ก็เพราะพี่เห็นว่าชีวิตย่าสำคัญกว่าชีวิตพี่ เราต่างก็รู้ว่าเงื่อนไขของคุณวตีจะเปลี่ยนชีวิตย่าไปทางที่ดี แค่เริ่มต้นย่าก็ได้กลับไปเป็นนางเอกแล้ว ต่อๆไปจะมีแต่งานดีๆเข้ามา”

“ไม่มีใครรับประกันได้หรอกค่ะ วงการนี้ไม่เคยมีอะไรแน่นอน”

ธรรม์ให้ความมั่นใจว่าอรุณวตีจะเป็นคนดูแลเรื่องงานให้เธอ อรุณวตีจะช่วยเจรจาฉีกสัญญาที่เธอเซ็นไว้กับสุวิช ต่อไปเธอจะเป็นอิสระเลือกงานได้เอง คนเก่ง ในวงการมีมากมาย แต่จะมีสักกี่คนที่ไม่ได้เห็นเธอเป็นสินค้าแต่เห็นคุณค่าในตัวเธออย่างอรุณวตี นี่อาจเป็นโอกาสแค่ครั้งเดียวในชีวิตของเธอ

“ขอบคุณค่ะพี่ธรรม์ ขอบคุณที่เป็นห่วงอนาคตของย่า แล้วหัวใจของย่าล่ะคะ พี่ธรรม์เคยคิดห่วงบ้างไหม” เธอถามเสียงเครือเดินเช็ดน้ำตาออกไป

“ย่า...” ธรรม์ครางออกมาอย่างปวดใจไม่น้อยกว่ามาย่า...

ooooooo

ชูชัยโทร.ตามอิทธิฤทธิ์มาพบที่ร้าน   อิทธิฤทธิ์มา อย่างสดใสร่าเริงคิดว่าชูชัยต้องมีข่าวดีแน่ๆ ถึงได้โทร.เรียกมา

แต่พอมาถึง ชูชัยกลับบอกว่าชนมนมีอะไรจะบอก เธอไม่บอกแต่ส่งจดหมายตอบรับทุนให้อ่านเอง อิทธิฤทธิ์ดีใจกับเธอ แม้จะไปถึงสองปีก็ไม่เป็นปัญหา  เพราเขาจะไปเรียนกับเธอที่อังกฤษด้วย

ชูชัยสวนทันทีว่าไม่ให้ไป หรือถ้าจะไปก็ไปเรียนที่อื่น อ้างว่าไกลหูไกลตาอย่างนั้นใครจะไปรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น หรือไม่ก็ไม่ให้ชนมนไปเรียน ทั้งอิทธิฤทธิ์และชนมนพยายามชี้แจงหว่านล้อม แต่ชูชัยยังคงยืนกระต่ายขาเดียว

เมื่อขอร้องชูชัยไม่ได้ผล อิทธิฤทธิ์ขอร้องชนมนไม่ต้องไปได้ไหม ก็ถูกปฏิเสธอีกเพราะนี่คือความใฝ่ฝันของเธอที่จะเรียนให้สูงๆ เพื่อมีงานดีๆทำ จะได้ช่วยครอบครัวได้ เมื่อขอใครก็ไม่ได้ อิทธิฤทธิ์จึงไปขออิทธิพลจะไปเรียนต่อที่อังกฤษพร้อมชนมน เร่งรัดให้ธรรม์ช่วยหาที่เรียนให้เร็วที่สุดให้ทันต้นเดือนหน้าและพ่อก็ต้องไปคุยกับลุงชูให้ตนด้วย

“ไม่ต้องไปคุยหรอก พ่อไม่ให้แกไป! แกไปเรียนต่อเพราะผู้หญิง ไม่ได้คิดถึงอนาคตตัวเอง ถ้าพ่อให้แกไป แกได้ทำให้หนูชนไม่เป็นอันเรียนแน่”

อิทธิฤทธิ์อาละวาดหาว่าพ่อลำเอียง ทีธรรม์ขออะไรก็ได้หมด ขอไปอยู่ชายแดนก็ได้

“พ่อให้ธรรม์ไป เพราะธรรม์รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ แล้วแกล่ะอิทแกรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไร แกมีจุดมุ่งหมายในชีวิตกับเขาบ้างไหมนายอิท”

“พ่อไม่ให้ไป ผมหาทางของผมเองก็ได้!” พูดอย่างอวดดีแล้วหุนหันออกไปเลย ทุกคนมองตามอย่างอ่อนใจ

ooooooo

อิทธิฤทธิ์ไปปรึกษา “แก๊งฤทธิ์” ว่าจะทำอย่างไรดี เจ๋งเสนอให้ตื๊อเพราะต๊ือเท่านั้นที่ครองโลก บ๊วยเสนอให้ฉุด ส่วนตี๋เล็กยุให้ปล้ำเลย แต่สุดท้ายเมื่อ

อิทธิฤทธิ์ได้ฟังตี๋เล็กร้องเพลงที่แสดงอารมณ์อาวรณ์คนรักก็ตัดสินใจจะใช้เพลงเป็นสื่อ

เมื่อเขาร้องเพลงที่เว้าวอนรำพันความรักความห่วงหาอาลัยต่อคนรักให้ชนมนฟังจนเธอหวั่นไหวไปกับเพลง แต่พอถามว่า “เรายังรักกันหรือเปล่า...ชน” ชนมนก็ได้แต่อึ้ง ไม่อาจตอบได้

อิทธิฤทธิ์ถามอย่างเจ็บปวดว่า “แม่ทิ้งฉันไปคนหนึ่งแล้วทำไมเธอต้องทิ้งฉันไปอีกคน” ทั้งยังพาลหาว่านี่เป็นวิธีการบอกเลิกของเธอใช่ไหม

“นายกำลังพาลหาเรื่องนะอิท นายเอาสมองที่คิดเรื่องบ้าๆนี่ไปคิดเรื่องอนาคตตัวเองดีกว่าไหม นายจะได้ไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ นายลองคิดเรื่องเรียนต่อดู เรียนอะไรก็ได้ที่นายอยากเรียน”

แต่นาทีนี้ในอารมณ์นี้ อิทธิฤทธิ์เกเรได้อย่างไม่น่าเชื่อ เลยถูกชนมนว่าเอาอย่างเจ็บแสบว่า “คนอย่างนาย ไม่เคยมีความฝัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดมาทำไมในโลกใบนี้ ถ้านายไม่มีฝัน ก็อย่ามาดับฝันของคนอื่น ขอร้อง!”

เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องชนมนถามว่าเราจะจบกันแค่นี้ใช่ไหม อิทธิฤทธิ์ตอบไปอย่างทิฐิว่า “ก็ได้...ถ้าเธออยากจบก็จบ” แต่พอชนมนเดินจากไป อิทธิฤทธิ์ก็ใจหาย เสียใจไม่อยากให้จบอย่างไม่เข้าใจกันแบบนี้เลย...

มาย่าเองก็เพิ่งรู้ว่าธรรม์จะย้ายไปอยู่ชายแดน เธอทั้งน้อยใจเสียใจที่เขาไม่บอกตน ธรรม์ขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ แต่ยืนยันว่า “เพราะพี่รักย่า พี่ถึงต้องไป”

มาย่าเสียใจไประบายกับอิทธิฤทธิ์ว่าอยากเกลียดธรรม์ อิทธิฤทธิ์บอกว่าตอนนี้ตนไม่มีเวลาจะเกลียดใคร เพราะอีกไม่นานคนที่เราเกลียดก็จะจากเราไปหมดแล้ว มาย่าถามว่าแล้วเขาล่ะ?

“ฉันไม่ไปไหนหรอก ฉันจะอยู่ตรงนี้กับเธอ” มาย่าติงว่าไม่มีใครดูแลกันได้ตลอดไปหรอก “ฉันนี่แหละจะดูแลเธอเอง ดูแลไปตลอดชีวิตเลย ฉันสัญญา” พูดแล้ว โอบมาย่าไว้อย่างปลอบใจคนในอารมณ์เดียวกัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.