ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ธรรม์ยังติดใจสงสัยว่าทำไมอิทธิพลจึงไม่อยากให้อิทธิฤทธิ์ได้พบแม่ ถามป้าหนอมก็ไม่ได้รับคำตอบ จนอิทธิพลเดินเข้ามาถามว่าตอนนี้อิทธิฤทธิ์อยู่ไหน

“ตอนนี้อิทน่าจะถึงบ้านคุณน้าฤดีแล้วล่ะครับคุณพ่อ ทำไมครับ ทำไมคุณพ่อถึงไม่อยากให้อิทได้เจอกับคุณน้า...ทำไมครับคุณพ่อ”

อิทธิพลไม่ตอบ แต่ทรุดนั่งกุมขมับอย่างว้าวุ่นใจ จนถนอมบอกว่ายังไงธรรม์ก็เป็นคนในครอบครัว อิทธิพลจึงตัดสินใจจะเล่า แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี...

ตั้งหลักอยู่นาน อิทธิพลจึงเริ่มเล่าเรื่องในอดีตด้วยสีหน้าเจ็บปวดว่า

“ฤดีกับพ่อรู้จักกันมาก่อน พ่อเราสองคนเป็นตำรวจรุ่นเดียวกัน ฤดีก็เลยมาสนิทกับเพื่อนๆพ่อด้วย ทั้งพ่อของหนูชนแล้วก็เที่ยงธรรมพ่อของแก...แกเหมือนเที่ยงธรรมทุกกระเบียดนิ้ว เข้มแข็ง มุ่งมั่นเรื่องงาน ที่สำคัญจิตใจดี เที่ยงธรรมไม่มีครอบครัว ก็เลยรักเพื่อนยิ่งกว่าอะไร อะไรๆก็ยอมให้เพื่อนได้ แม้แต่ผู้หญิงที่มันรัก...แกคงเดาได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

“คุณน้าฤดี...” ธรรม์พึมพำใจหวิว

“แล้วฤดีก็รักพ่อของแกด้วย ทั้งสองรักกัน แต่เที่ยงธรรมกลับยอมหลีกทางให้พ่อ ทันทีที่เรียนจบก็รีบแต่งงานไปกับแม่แก...ฤดีถึงได้ยอมแต่งงานกับพ่อ ไอ้คำพูดของคนโบราณที่ว่า อยู่ๆไปก็รักกันเอง มันใช้ไม่ได้ผลกับทุกคู่...ยิ่งอยู่ด้วยกันเราก็ยิ่งทรมานใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย...”

“คุณพ่อไม่ได้รักคุณน้าหรือครับ”

“รักสิ ฤดีเป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่พ่อรัก แต่ฤดีไม่ได้รักพ่อเลย ปัญหามันเริ่มต้นจากตรงนี้แหละ...”

อิทธิพลทบทวนความหลังอย่างสะเทือนใจว่า

“พ่อได้แต่งงานกับฤดีเพราะผู้ใหญ่จัดการ พ่อรู้ ฤดีไม่เคยมีความสุขกับชีวิตแต่งงานเลย ถึงเราจะมีนายอิท ก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น การที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันได้ต้องมีทั้งความรักและความเข้าใจ แต่เราไม่มีทั้งสองอย่าง เราได้แต่รอ...รอวันปิดฉากชีวิตคู่เท่านั้น...”

“แล้ววันนั้นก็คือวันที่ผมเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้” ธรรม์ยังคิดว่าตนเป็นเหตุหนึ่งของปัญหา

“ไม่ใช่...วันที่เที่ยงธรรมตายต่างหาก ฤดีโทษว่า ที่เที่ยงธรรมตายเป็นความผิดของพ่อคนเดียว ไม่มีเที่ยงธรรม ชีวิตก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป  เขาอยากลืมทุกอย่างที่นี่ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีใครรู้จัก”

ป้าหนอมที่ฟังอยู่ด้วยตลอดเวลา พูดแทรกขึ้นว่า “เห็นไหมล่ะคะคุณธรรม์ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับคุณธรรม์เลย ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณอิทเป็นยังไงบ้าง...”

ป้าหนอมขอตัวไปดูอิทธิฤทธิ์ บ่นว่าไม่รู้เปิดมือถือหรือยัง แล้วเดินเลี่ยงออกไป

“คุณน้าฤดีบอกว่า อยากลืมทุกอย่างที่นี่ แล้วอิทล่ะครับ” ธรรม์ถามต่ออิทธิพลนิ่ง สีหน้ามีแต่ความหมดหวัง จนธรรม์ต้องนิ่งไม่กล้าถามอีก...

ooooooo

อิทธิฤทธิ์ใจเต้นแรงเมื่อเห็นนฤดีเดินยิ้มออกจากบ้านมาเปิดประตูรั้ว เขามองแม่อย่างมีความสุข เมื่อนฤดีเดินมาถึงอิทธิฤทธิ์ถลาเข้าหาแม่ด้วยความดีใจสุดๆ

“คุณเอกที่โทร.มาเรื่องบ้านเมื่อเช้าใช่ไหมคะ” นฤดีถามยิ้มแย้ม

อิทธิฤทธิ์หน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าแม่จำตนไม่ได้จริงๆและนฤดีก็คลายยิ้มเมื่อคาดคะเนอายุเขาน้อยกว่าที่น่าจะเป็น

“จำผมไม่ได้หรือครับ” อิทธิฤทธิ์ถามใจแป้วๆ นฤดีมองอย่างพยายามทบทวนแล้วขอโทษที่จำไม่ได้จริงๆ “ผม...ผม...อิทครับ...อิทธิฤทธิ์ครับ...แม่”

“อิท...” นฤดีอุทานตะลึง

อิทธิฤทธิ์มองนฤดีอย่างมีความหวังว่าแม่จะต้องดีใจที่ได้เจอตน แต่นฤดีกลับมองเขาอย่างว้าวุ่นลำบากใจเหมือนไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี

ooooooo

เมื่อพาอิทธิฤทธิ์เข้าไปนั่งในบ้านซึ่งสภาพเหมือนไม่มีคนอยู่ ค่อนข้างโล่งไม่มีเครื่องเรือนอะไรนัก

“นั่งก่อนสิ” นฤดีเอ่ยเหมือนไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี อิทธิฤทธิ์มองหน้าแม่อย่างผิดคาด ถามว่าทำไมแม่มองตนเหมือนคนแปลกหน้า นฤดีฝืนยิ้มพูดด้วยท่าทีที่ห่างเหินว่า “เราก็เหมือนคนแปลกหน้ากันจริงๆ เราไม่ได้เจอกันเป็นสิบๆปีแล้วนะ”

“ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อ เราก็คงได้เจอกันเร็วกว่านี้ ผมเรียนจบแล้ว ผมกำลังหางานทำ ผมมีอิสระที่จะทำทุกอย่างตามที่ต้องการแล้ว ผมจะไม่ให้พ่อมากีดกันเราสองคนอีก”

“อิทเข้าใจผิดแล้ว คุณพ่อเขาไม่ได้กีดกันเราสองคน”

“แม่ไม่ต้องแก้ตัวแทนพ่อเลย ผมรู้ว่าพ่อโกรธแม่ ก็เลยไม่ยอมให้แม่มาพบผม พ่ออยากทำให้แม่เจ็บใจ ต่อไปนี้ผมจะไม่ให้พ่อมาทำร้ายเราสองคนอีกต่อไป แม่ไม่ต้องอยู่คนเดียวแล้ว ผมจะดูแลแม่เอง”

“นี่คุณพ่อไม่เคยบอกอิทเลยเหรอว่า เราตกลงกันไว้ว่ายังไง” อิทธิฤทธิ์ถามหน้าเจื่อนว่าแม่พูดเรื่องอะไร “วันที่แม่ออกมาจากบ้าน คุณพ่อกับแม่ตกลงกันไว้ว่า เราจะไม่พบกันหรือติดต่อกันอีก แม่ยกอิทให้เป็นสิทธิ์ของคุณพ่อคนเดียว แม่จะไม่ไปเกี่ยวข้องด้วยอีก”

“แต่แม่ก็กลับมาหาผม...” อิทธิฤทธิ์รู้สึกดีที่แม่ยังรักคิดถึงตนอยู่

“แม่กลับมาเพื่อจัดการขายบ้าน บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่คุณตาคุณยายทิ้งไว้ให้แม่ อีกสามสี่วันน่าจะเรียบร้อย แล้วแม่ก็จะกลับ อิท...คุณพ่อเขาไม่เคยกีดกันเราสองคน เขาโทร.บอกแม่เรื่องอิททุกอย่างแล้ว แต่แม่เป็นคนปฏิเสธไม่ขอเจออิทเอง แม่...แม่ขอโทษ”

“ทำไมครับแม่...ทำไม...” เสียงอิทธิฤทธิ์แผ่วหายไปในลำคออย่างสับสน เจ็บปวด

“อิท...เรื่องนี้เป็นความผิดของแม่เอง แม่ตัดสินใจผิดพลาดที่แต่งงานกับคุณพ่อทั้งที่เราไม่ได้รักกัน แล้วเรื่องก็คงไม่จบลงอย่างนี้ ไม่งั้น ชีวิตแม่ก็จะ... ไม่มีอิสระที่จะเลือกทางเดินของชีวิตตัวเอง แม่เดินออกมาจากชีวิตทุกคน ดีกว่าที่เราจะทนอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข แล้วแม่เชื่อว่า คุณพ่อเขาเลี้ยงอิทได้และเลี้ยงได้ดีด้วย”

“แม่เคยคิดถึงผมบ้างหรือเปล่า” เสียงอิทธิฤทธิ์เครือสะท้าน นฤดีบอกว่าตนนึกถึงอยู่บ่อยๆ “แค่นึกถึง...แต่ไม่ใช่คิดถึง...ผมคิดถึงแม่ทุกวัน ผมจำวันที่แม่เดินร้องไห้ออกไปจากบ้านได้ติดตา ผมนึกว่าพ่อไล่แม่ไป แม่คงร้องไห้คิดถึงผมทุกวัน แต่...เปล่าเลย แม่มีความสุขทุกวันที่ไม่มีผมอยู่ในชีวิต...”

“อิท...อิทน่าจะเข้าใจแม่นะ ถ้าเลือกได้อิทไม่อยากเลือกทางเดินเองเหรอ”

“ครับ...ผมอยากเลือกเอง ผมเลือกที่จะไปจากพ่อเพื่อที่จะได้ตามหาแม่ ผมพยายามแทบตายที่จะได้เจอแม่ แต่ผมกลับมาถูกแม่ทิ้งอีกครั้ง!”

ขณะนั้นเอง สามีใหม่ที่เป็นฝรั่งของนฤดีเดินออกมาจากบ้าน อิทธิฤทธิ์ช็อก! แล้วมองนฤดีอย่างเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด บอกแม่ที่ตนโหยหามาตลอดชีวิตด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดว่า

“ผมเข้าใจแล้ว ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ไปเป็นส่วนเกินในชีวิตของแม่ ขอให้แม่มีความสุขกับครอบครัวใหม่นะครับ”

อิทธิฤทธิ์ผลุนผลันเดินออกไปทันที นฤดีหันมองสามีใหม่พะวักพะวนไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ooooooo

ป้าหนอมโทร.ถามชนมนจึงรู้ว่าอิทธิฤทธิ์เข้าไปหานฤดีในบ้านยังไม่ออกมา ตนรออยู่ข้างนอก

แต่พอฟังป้าหนอมพูดแล้ว ชนมนเป็นห่วงอิทธิฤทธิ์ขึ้นมา ถามงงๆว่า

“ทำไมล่ะคะ ทำไมแม่คุณอิทถึงไม่อยากเจออิท...ค่ะๆหนูไม่ไปไหนหรอกค่ะ หนูจะอยู่เป็นเพื่อนอิท...ได้ค่ะๆ”

ป้าหนอมบอกอิทธิพลกับธรรม์ที่ฟังอยู่ด้วยว่าอิทธิฤทธิ์กับนฤดีเจอกันแล้วจริงๆ เราคงทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากรอ แต่อิทธิพลร้อนใจกลัวอิทธิฤทธิ์จะมีปัญหา สั่งป้าหนอมให้คนเอารถออก ถูกธรรม์ท้วงติงว่า

“คุณพ่อเชื่อใจอิทเขาสักครั้งเถอะครับ ผมว่าเขาโตพอที่จะรับมือกับเรื่องนี้ได้ อิทต้องคิดได้ครับคุณพ่อ สุดท้ายเขาต้องรู้ว่าเขาควรจะทำยังไง”

ป้าหนอมเห็นด้วยกับธรรม์รับปากอิทธิพลว่าจะคอยติดตามข่าวจากชนมนและรายงานให้ทราบทุกระยะ

แต่พออิทธิพลเดินออกไป ธรรม์ตามไปเรียกไว้ไม่ทันพูดอะไร อิทธิพลก็พูดขึ้นก่อนว่า

“พอรู้ว่าแกคิดยังไง ปัญหาของชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ใช่ความผิดของเที่ยงธรรมหรือความผิดของใครทั้งนั้น” ธรรม์จึงบอกว่าตนแค่อยากรู้ว่าตนเป็นลูกของผู้ชายที่แย่งความรักเขาไป ทำไมถึงทนเลี้ยงดูตนมาได้ “พ่อเลี้ยงแกมาได้ยังไง...ทำไมต้องถาม ก็แกเป็นลูกชายของพ่อ!”

อิทธิพลตอบหนักแน่นตบไหล่ธรรม์อย่างรักใคร่แล้วเดินไป ธรรม์ยืนอึ้งซึ้งใจในความรักที่ได้รับ...

ooooooo

อิทธิฤทธิ์เดินอ้าวออกจากบ้าน นฤดีรีบตามพลางเรียก อิทธิฤทธิ์ชะงักหันมองด้วยแววตาที่หมดใจไปแล้ว...

นฤดีบอกว่าไม่อยากให้เราจากกันแบบนี้ อิทธิฤทธิ์เก็บกลั้นความเจ็บปวดพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า ให้คิดเสียว่าตนไม่เคยมาที่นี่ ตนก็จะคิดว่า “ผมไม่เคยมีแม่!” นฤดีหน้าสลดตัดพ้อว่า ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจแม่แต่ต่อไปก็จะเข้าใจเอง

อิทธิฤทธิ์บอกว่าตนเข้าใจ “แต่ผมสงสัยอย่างเดียว แม่พลาดที่แต่งงานกับพ่อ แล้วผมล่ะ ผมก็เป็นความผิดพลาดของแม่ด้วยหรือเปล่า ผมไม่น่าเกิดมาเลยใช่ไหมแม่! ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน...ผมไม่น่าเกิดมาเลย...”

ยิ่งพูดอิทธิฤทธิ์ก็ยิ่งเจ็บปวดจนร้องไห้ แต่พอเดินออกมาเห็นชนมนยืนมองอยู่ เขาเดินผ่านเธอไปเช็ดน้ำตาจนแห้ง นึกโมโหตัวเองที่ต้องเสียน้ำตา!
อิทธิฤทธิ์พาชนมนไปที่สนามแข่งรถทิ้งเธอให้นั่งบนอัฒจันทร์แล้วตัวเองก็ลงไปที่สนามแข่งทั้งซิ่งทั้งดริฟต์ในสนามอย่างบ้าคลั่งจนชนมนเป็นห่วงตะโกนขอร้องให้พอ แต่อิทธิฤทธิ์ไม่ได้ยิน

จนเมื่อเขาไปจอดรถที่กลางสนาม ชนมนวิ่งลงไปหาเอาหมวกกันน็อกสีชมพูวางที่เบาะ เรียกอย่างสงสารจับใจ

“อิท...”

“ฉันไม่เป็นไร! ไม่เป็นไรจริงๆ!! แค่นี้ไม่ตายหรอก” แล้วตะโกนสุดเสียงเหมือนบอกตัวเองว่า “ไม่เป็นไร! ไม่เป็นไรโว้ย!!”

“อิท...” ชนมนจะเข้าไปกอด แต่เขากลับเบี่ยงตัวหลบกลัวใจจะทนไม่ได้ ทำเสียงแข็งบอกว่าไม่ต้อง แต่พอชนมนโผเข้าไปกอด อิทธิฤทธิ์กลับเป็นฝ่ายกอดเธอไว้แน่น ยิ่งเมื่อชนมนบอกว่า “เธอยังมีฉันอยู่นะ” น้ำตาลูกผู้ชายก็ทะลักออกมาอย่างสุดจะกลั้นไว้ได้ พูดเสียงสะท้านสะอื้นจนชนมนรู้สึกว่า...

“ห้ามทิ้งฉันนะ ชน...สัญญาสิ”

“ฉันสัญญา...”

ทั้งสองกอดกันแน่นให้กำลังใจกัน ต่างน้ำตาไหลพรากด้วยความเต็มตื้นซาบซึ้งสะเทือนใจ...

ooooooo

ชนมนสะเทือนใจเรื่องของอิทธิฤทธิ์ เมื่อกลับ ถึงบ้าน เธอโผเข้ากอดชูชัยจากข้างหลังพูดอย่างซาบซึ้งใจว่า

“ขอบคุณนะพ่อ ที่พ่อไม่เคยคิดทิ้งหนูกับน้อง” ชูชัยถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอเธอบอกว่าวันนี้อิทไปเจอคุณแม่เขามา ชูชัยเดาได้ว่าคงอาการหนัก ชนมนถอยออกมามองหน้าพ่อถาม “พ่อรู้เรื่องคุณแม่อิทด้วยเหรอ”

เมื่อชูชัยเล่าให้ฟัง ชนมนพูดอย่างสะเทือนใจว่า “หนูสงสารอิทเขาจังเลย มีแม่ที่ไม่รักลูกตัวเองด้วยเหรอ พ่อ?” ชูชัยเชื่อว่านฤดีรักลูกแต่อาจไม่มีความผูกพัน พูดอย่างมั่นใจว่า ถ้าหากต้องตายแทนลูก นฤดีก็ตายแทนอิทธิฤทธิ์ได้ ชนมนคิดไม่ตก ถามว่าทำไมนฤดีไม่ดีใจและทำไมต้องทำร้ายจิตใจอิทธิฤทธิ์ขนาดนั้น แค่จะโกหกว่ารักและคิดถึงลูกมันยากนักหรือ?

“ไม่มีใครหนีความจริงพ้น แกก็เห็นอยู่แล้วว่า ผลของการปิดบังความจริงมันเป็นยังไง แล้วนายอิทก็จะผ่านช่วงนี้ไปได้เอง ตอนนี้พ่อห่วงแกมากกว่าไอ้ชน ความสุขทุกข์ของแกขึ้นอยู่กับนายอิทมากเกินไปแล้ว แกไม่มีชีวิตของแกบ้างรึไง?”

ชินยังติดใจสงสัย ถามว่าแล้วเรื่องของอิทธิฤทธิ์จะทำอย่างไรต่อไป ชนมนบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่...ในเรื่องร้ายก็มีเรื่องดีเกิดขึ้น เมื่ออิทธิฤทธิ์ช็อกกับความคาดหวังกับแม่อย่างรุนแรง ทำให้เขามองเห็นถึงความรักความห่วงใยของพ่อที่มีต่อตนตลอดมา เขาตัดสินใจกลับบ้าน!

ป้าหนอมกับธรรม์ดีใจมาก ธรรม์บอกว่า เขาตัดสินใจถูกแล้วที่กลับบ้าน อิทธิฤทธิ์ยิ้มให้ยอมรับว่า

“คนอย่างฉันไปไหนไม่ได้ไกลหรอก สุดท้ายก็ต้องกลับมาอาศัยพ่อเหมือนเดิม” ธรรม์บอกว่าบ้านนี้เป็นของเขา “บ้านของนายด้วย ฉันขอโทษ ไม่ใช่นายแต่เป็นฉันที่ทำให้แม่ไป ฉันโทษคนผิดมาตลอด ฉันมันโคตรโง่เลย”

อิทธิฤทธิ์เดินออกไป แม้เขาจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ธรรม์ก็รู้ว่า เขาเจ็บปวดมากเพียงใด...

เมื่อเข้าห้องนอน อิทธิฤทธิ์เห็นการ์ดที่เขาทำเพื่อเป็นของขวัญในวันพบแม่แล้วก็ยิ่งเจ็บปวด เขาหยิบทิ้งถังขยะแต่มันยังบาดตาบาดใจ จึงเอาถังขยะโยนออกไปนอกห้องแล้วปิดประตูโครม

อิทธิพลกลับมาเห็นการ์ดใบนั้นกระเด็นจากถังขยะ อยู่หน้าห้องอิทธิฤทธิ์ เขาถามป้าหนอมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ป้าหนอมขอให้เข้าไปปลอบหน่อย อิทธิพลตอบหน้านิ่งว่า

“ฉันไม่รู้ว่ามันจะยังพูดกับฉันอีกรึเปล่า ปล่อยให้อยู่คนเดียวไปสักพัก” พลันก็ได้ยินเสียงกีตาร์แว่วออกมาเบาๆ เป็นเพลงเศร้าเหงาที่สะท้อนถึงความรู้สึกของคนเล่น อิทธิพลพลอยเศร้าไปด้วย แต่เมื่อป้าหนอมเตือนว่าจะทำอะไรก็รีบทำเสีย เขากลับย้อนถามว่า “ฉันจะทำอะไรได้อีก...”

“ตอนนี้คุณท่านคนเดียวที่จะพูดกับคุณผู้หญิงได้ คุณอิทไม่ต้องการอะไรมากหรอกค่ะ ไม่ต้องมีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แค่ให้รู้ว่าพ่อแม่รักก็พอแล้ว...”

อิทธิพลมองการ์ดใบใหญ่ที่อิทธิฤทธิ์ทำให้แม่อย่างครุ่นคิด จากการ์ดที่ทำด้วยกระดาษธรรมดาๆใบนี้ เขาเห็นถึงความรักความโหยหาแม่ของอิทธิฤทธิ์ และเมื่อการณ์เป็นเช่นนี้ เขาก็ยิ่งเข้าใจความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับลูก...

ooooooo

ที่โรงละครมีการถ่ายรูปฟิตติ้งกันอยู่ นุกนิกกับแม็กซ์คู่พระนางถ่ายด้วยกันโดยมีเมนี่เจ้ากี้เจ้าการจัดท่าให้ อรุณวตีมองคู่พระนางนิ่งอยู่นาน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่เข้าคู่กันเลย

ขณะนั้นเอง มาย่าเข้ามายืนรอคิวถ่ายต่อ อรุณวตี บอกมาย่าให้ไปถ่ายคู่กับแม็กซ์ดู เพียงไปยืนคู่กัน อรุณวตีก็พูดทันทีว่า “คู่นี้เหมาะสมกันมาก!”
นุกนิกตาร้อนกลัวมาย่าจะแย่งบทโรสลินไปจากตน ทั้งอ้อนทั้งขู่เมนี่ให้กีดกันมาย่าให้ได้ หรือไม่ก็เฉดหัวออกไปจากละครเรื่องนี้เลย ขู่ว่าถ้าทำไม่ได้จะขอให้สุวิชเปลี่ยนผู้จัดการใหม่ให้ตน!

เป็นเวลาที่ชนมนกับธรรม์นัดมาย่าคุยกันเรื่องจะจัดเลี้ยงฉลองที่อิทธิฤทธิ์สอบผ่าน นุกนิกเห็นธรรม์ มาย่า และชนมนคุยกันอย่างสนิทสนม ก็ฟ้องอรุณวตีว่ามาย่านัดแฟนมาอีกแล้ว แต่อรุณวตีรู้ทัน แม้จะไม่พอใจมาย่าแต่ไม่หลงกลนุกนิก

ส่วนแม็กซ์พระเอกของเรื่องเข้าไปเตือนธรรม์ เรื่องความสัมพันธ์กับมาย่า ถูกธรรม์มองว่าเขาคิดอะไรกับมาย่า

แม็กซ์ชี้แจงกับธรรม์ว่าตนไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับมาย่า เพียงแต่อยากได้มาย่าเป็นนางเอกคู่กับตนเท่านั้นละครถึงจะออกมาดีและดังแน่ ธรรม์เย้ยว่าพูดราวกับเขาจะทำให้มาย่าเป็นนางเอกได้อย่างนั้นแหละไม่ง่ายไปหน่อยหรือ

“ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก ผมเชื่อว่าคุณวตีอยากได้ย่าเป็นโรสลิน ถ้าย่าจะจริงจังกับงานแสดงไม่วอกแวกไปเรื่องอื่น คนที่จะช่วยให้ย่าได้กลับไปเป็นนางเอกได้เหมือนเดิมคือหมวดไม่ใช่ผมหรอกครับ” พูดแล้วเดินไปกับผู้จัดการส่วนตัว

“พี่ธรรม์ไม่ต้องคิดมากนะคะ ย่าได้เล่นละครเรื่องนี้ ย่าเขาก็ดีใจแย่แล้ว” ชนมนปลอบใจ

“แต่ถ้าย่าได้เล่นเป็นนางเอก มันก็ดีต่ออนาคตของย่าไม่ใช่เหรอชน...” ธรรม์ตอบอย่างครุ่นคิด

ooooooo

รุ่งขึ้น อิทธิฤทธิ์ตื่นสาย ลงมาเจอป้าหนอมถามว่าพวกเขาไปทำงานกันหมดแล้วหรือ แล้วพ่อว่ายังไงบ้าง

ป้าหนอมบอกว่าคุณท่านดีใจมากที่เขากลับบ้าน บอกข่าวดีอีกว่าคุณท่านกำลังไปหานฤดีเพื่อช่วยเขาอยู่ อิทธิฤทธิ์ก็ออกจากบ้านไปทันที

จากการที่อิทธิพลยอมไปหานฤดีและเอาการ์ดที่อิทธิฤทธิ์ตั้งใจทำเพื่อมอบเป็นของขวัญวันแรกที่เจอแม่ไปให้นฤดีดูเธอถึงกับน้ำตาคลอ อิทธิพลขอร้องว่ามีปัญหากับตนก็ขอให้ลงที่ตนคนเดียวอย่าไปลงที่ลูกเลย พูดอย่างสะเทือนใจว่า

“อิทไม่ต้องการอะไร นอกจากได้เห็นหน้าคุณบ้าง ได้รู้ว่าคุณยังต้องการลูกอยู่”

“แม่เขาไม่ต้องการผม พ่อจะขอร้องไปทำไม ผมก็ไม่ต้องการแม่แล้ว กลับบ้านกันเถอะพ่อ เสียเวลา!”

อิทธิฤทธิ์ที่มาถึงได้ยินพอดีเลยโพล่งออกไปแล้วพากันเดินออกไป

นฤดีตามออกมาขอโทษอิทธิฤทธิ์ที่ตนทำหน้าที่ของแม่ไม่ได้ ถึงตนจะทิ้งเขาไปแต่ก็ไม่ได้รักเขาน้อยลง ถามว่า คนรักกันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันเสมอไปไม่ใช่หรือ?

“ผมจะพยายามเข้าใจก็แล้วกันนะครับ ผมกลับได้ยังพ่อ” อิทธิฤทธิ์ตัดบท อิทธิพลบอกให้ไหว้ลาแม่ด้วย เขาจำใจเดินเข้าไปหา นฤดีดึงเขาเข้าไปกอด อิทธิฤทธิ์จึงกอดตอบ

“แม่รักอิทนะ อิทเป็นคนเดียวที่แม่ลืมไม่ได้”

“แม่ลืมผมเถอะ ถ้าอดีตทำให้แม่เจ็บนัก แม่ก็ลืมผม ลืมพ่อไป ผมพูดจริง ผมว่านี่เป็นทางออกเดียวของเรา แม่คิดถูกแล้วที่ตัดสินใจไปจากเรา ลาก่อนครับแม่” อิทธิฤทธิ์พูดอย่างจริงใจ ด้วยความปรารถนาดี ไหว้ลาอีกครั้งแล้วหันหลังเดินไป

อิทธิพลกับนฤดีมองหน้ากัน ก่อนที่อิทธิพลจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“คราวนี้คุณได้มีชีวิตใหม่อย่างที่คุณต้องการแล้วฤดี เราไม่มีอะไรค้างคาใจกันอีกต่อไป แต่หากวันไหนที่คุณเปลี่ยนใจ ถ้าคุณอยากจะพบลูก...”

“คุณเป็นทั้งพ่อและแม่ที่ดีที่สุดของอิทแล้ว เราอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า ลาก่อนค่ะ พล...”

อิทธิพลเดินมาบอกอิทธิฤทธิ์ “ไป...อิท...กลับบ้านเรา” อิทธิฤทธิ์กอดปลอบใจที่แม่ไม่ไยดีพ่อเลย พูดอย่างภูมิใจว่า

“ผมมีพ่อคนเดียวก็พอ” อิทธิฤทธิ์เสียใจที่ในอดีตเคยแผลงฤทธิ์กับพ่อ เอ่ยน้ำตาไหล “ผมขอโทษ ผมขอโทษพ่อ...”

อิทธิพลพลอยน้ำตาคลอไปด้วย แต่ทำใจแข็งเสียงเข้มมาดแมน “เออๆรู้แล้วๆไป กลับบ้านกัน!”

“ยังไม่กลับบ้านได้เปล่าพ่อ” อิทธิฤทธิ์ถามอ้อนๆ อิทธิพลมองหน้าลูกอย่างสงสัยด้วยแววตาอ่อนโยน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.