ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชนมนโทร.บอกธรรม์ว่าอิทธิฤทธิ์ไปอยู่บ้านเจ๋ง เขาบอกป้าหนอม ป้าโล่งใจเพราะบ้านเจ๋งอยู่ใกล้ๆ นี่เอง แต่ก็เชื่อว่าอิทธิฤทธิ์คงไม่ยอมกลับบ้านง่ายๆ และอิทธิพลก็ไม่มีวันที่จะไปง้อลูกอยู่แล้ว ไม่มีทางยอมตามใจอิทธิฤทธิ์ง่ายๆ

“แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตามใจไม่ ตามใจนะครับ มันเป็นเรื่องที่คุณพ่อตกลงกับอิทไว้ตั้งแต่แรก คุณพ่อมากลับคำทีหลัง อิทเขาก็มีสิทธิ์จะโกรธ ผมถามจริงๆเถอะครับที่คุณพ่อมีปัญหากับคุณน้าฤดี เป็นเพราะผมรึเปล่า”

“ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะคะ” ป้าหนอมตกใจ

“วัน แรกที่ผมมาอยู่ที่นี่ คุณพ่อกับคุณน้าฤดีก็ทะเลาะกันใหญ่โต หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันคุณน้าก็ออกไปจากบ้านนี้แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย” ธรรม์ถามหน้าเศร้า

“คุณธรรม์ไม่เกี่ยวอะไรเลยค่ะ โถ...นี่คุณธรรม์คิดอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้ว คุณท่านกับคุณผู้หญิงมีปัญหาสะสมมานานหลายปีแล้ว ไม่เกี่ยวกับคุณธรรม์จริงๆ”

“ถ้าไม่เกี่ยวกับผม แต่ก็ยังเกี่ยวกับพ่อของผมใช่ไหมครับ...ป้าหนอมครับ...” ธรรม์คาดคั้นนิ่มๆ ป้าหนอมได้แต่อึกอักอ้ำอึ้งไม่ตอบอะไร

ooooooo

เช้า นี้ อิทธิฤทธิ์มานั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งกับชินที่ร้าน ชนมนเข้ามาถามเรื่องที่แนะนำให้ไปขอให้ ธรรม์ช่วยสืบที่อยู่ของแม่ว่าคิดอย่างไร

อิทธิฤทธิ์ตอบอย่างทิฐิว่า “คนอย่างฉันไม่มีวันไปขอให้ไอ้ธรรม์มันช่วย” พูดแล้วเห็นชูชัยที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ เหลือบมอง ก็พูดแก้ตัวว่า “ฉันไม่ได้อวดดี แต่ฉันอยากจะพยายามด้วยตัวเองก่อน แล้วค่อยไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น”

ชนมนพูดกระทุ้งให้คิดว่าธรรม์ ไม่ใช่คนอื่น เขาเองต่างหากที่ “เยอะ” ตลอด อิทธิฤทธิ์ไม่ยอมรับยืนยันแต่ว่าตนหาที่อยู่ของแม่เองได้ แต่ถึงตอนนี้รู้ที่อยู่ของแม่ก็ไม่มีเงินไปหาอยู่ดี ชินแทรกขึ้นว่าเห็นด้วย ลูกผู้ชายต้องยืนหยัดต่อสู้ด้วยตัวเอง ชมแล้วปะเหลาะให้ไปส่งที่โรงเรียนหน่อย

ที่แท้ชินอยากนั่งรถมอเตอร์ไซค์ อิทธิฤทธิ์ไปอวดเพื่อน ไปถึงหน้าโรงเรียนก็ให้เขาดริฟต์รถโชว์ พออิทธิฤทธิ์ตกลงก็ขอให้ซิ่งรอบสนามโรงเรียนอีกสองสามรอบ พอได้ก็ขออีก คราวนี้ให้ซิ่งพุ่งขึ้นตึกเรียนให้ฮือฮาไปทั้งโรงเรียนเลย

“เฮ้ย...ไม่ได้ ทำงั้นได้โดนจับแน่ เอางี้นายกำลังเล็งสาว คนไหนไว้ นายก็ชี้ให้ฉันดู แล้วเดี๋ยวฉันจะซิ่งรถโชว์หญิงให้”

ชิน บอกว่าตนมีรักเดียวใจเดียวไม่มีวันเปลี่ยนใจจากมาย่า แล้วขออีก คราวนี้ขอให้ช่วยคิดว่าจะซื้ออะไรให้เป็นของขวัญวันเกิดมาย่าดี ทำให้อิทธิฤทธิ์เพิ่งจำได้ นึกตำหนิตัวเองที่ยุ่งกับเรื่องของตัวเองจนลืมสนิท

ในขณะที่คนใกล้ชิดลืม วันเกิดมาย่า จนเธอรู้สึกเหงานั้น เมนี่ก็ถือเค้กเข้ามา เธอดีใจนึกว่าเมนี่จะฉลองวันเกิดให้ตน แต่กลายเป็นว่าเมนี่เอามาฉลองวันเกิดให้นุกนิก ที่ร้ายมากคือ เป็นการจัดฉากทำร้ายความรู้สึกของมาย่า นุกนิกทำเป็นมีแฟนคลับส่งข้อความเข้ามาอวยพรมากมาย ทำให้มาย่ายิ่งรู้สึกเศร้า เหงาอย่างที่สุด

ที่แท้ไม่ใช่วันเกิดของนุกนิก แต่เธอจงใจขโมยซีนมาย่า ทำให้มาย่าเจ็บปวดในวันที่ควรจะมีความสุข

ooooooo

แต่ ในอีกมุมหนึ่งของมาย่า เธอมีคนที่รัก ห่วงใย คิดถึง จำวันเกิดและตั้งใจจัดฉลองให้ แม้จะไม่ฟู่ฟ่า หรูหราแต่ทุกคนจริงใจ ตั้งใจจัดงานวันเกิดให้เธอสุดจิตสุดใจ นั่นคือพวกอิทธิฤทธิ์ เจ๋ง ตี๋เล็ก และบ๊วยนั่นเอง

ทุกคนวางแผนจัดงานวันเกิดเซอร์ไพรส์มาย่า ตี๋เล็กที่มีฐานเศรษฐกิจดีกว่าเพื่อนเวลานี้ บอกเพื่อนๆว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงินเดี๋ยวตนให้อาม้าเป็นสปอนเซอร์ให้ พวกเราแค่ช่วยกันออกแรงก็พอ

“งั้นต้องมีเค้กด้วยนะพี่อิท เรื่องนี้สำคัญที่สุด!” บ๊วยเสนอ

อิทธิฤทธิ์ คิดถึงป้าหนอมทันที เขาโทร.ไปหาป้าหนอมขอให้ช่วยทำเค้กวันเกิดให้มาย่า ป้าหนอมรับปากด้วยความเต็มใจยินดีบอกว่าจะทำให้สุดฝีมือเลย แล้วอ้อน “คุณอิทขา...กลับบ้านเถอะนะคะ”

เป็นจังหวะที่อิทธิพลเดินมาได้ยินพอดี พูดแทรกขึ้นว่า “ไม่ต้องไปง้อหรอก เงินหมดเมื่อไหร่ มันก็กลับมาเอง” เสียงลอดเข้าไปในโทรศัพท์ อิทธิฤทธิ์โกรธขึ้นมาอีก บอกป้าหนอมว่า

“แค่นี้นะป้าหนอม ไม่ต้องห่วง ผมอยู่ได้...แต่ไงผมก็คิดถึงป้าหนอมนะครับ”

“โถ...คุณอิทของป้า...” ป้าหนอมน้ำตาคลอเสียงเครือ กดมือถือแล้วหันมองอิทธิพลเชิงตัดพ้อ อิทธิพลมองป้าหนอมแล้วเดินออกไปเงียบๆ ส่วนอิทธิฤทธิ์สีหน้ายิ่งมุมุ่งมั่นที่จะไม่กลับบ้านเด็ดขาด!

ชนมนกับชินอยากให้ธรรม์คืนดีกับมาย่า อุตส่าห์พากันไปหาเขาที่สถานีตำรวจชวนไปงานวันเกิดของมาย่า ถูกปฏิเสธนิ่มๆ ว่าไปไม่ได้เพราะติดงานและฝากขอโทษมาย่าด้วย

“ไม่ไป เราก็ไม่ง้อ เป็นผมนะอะไรที่ทำให้พี่มาย่ามีความสุขผมทำให้ได้ทุกอย่างเลย อย่าว่าแต่แค่ไปงานวันเกิด ไม่รู้ว่าพี่มาย่ายอมเป็นแฟนกับคนอย่างพี่ธรรม์ได้ไง คนไม่มีหัวใจ!” ชินด่าไฟแลบ จนชนมนปรามว่าเว่อร์ไปแล้ว เธอแก้ต่างให้ธรรม์ว่า พี่เขาติดงานแล้วหันไปพูดกับธรรม์ว่า

“แต่ชนอยากให้พี่ธรรม์ไปนะคะ ชนแน่ใจว่าคนที่ย่าอยากให้ไปอวยพรวันเกิดในวันนี้ที่สุด ก็คือพี่ธรรม์”

ธรรม์นิ่งคิดอย่างตัดสินใจ...

ooooooo

แก๊งสามซ่ากับอิทธิฤทธิ์ไปหาซื้ออุปกรณ์ตบแต่งงาน หอบหิ้วกันมาหยุดที่หน้าบ้านมาย่าแต่เข้าไม่ได้เพราะไม่มีกุญแจ เลยต่อตัวปีนรั้วเข้าไป

ชนมนกับชินเพิ่งมาถึงหิ้วทั้งของขวัญและเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ชนมนมีทั้งกุญแจรั้วและกุญแจบ้าน อิทธิฤทธิ์กับแก๊งสามซ่าเรียงแถวกันขนของเข้าบ้าน แล้วลงมือตบแต่งสถานที่กันอย่างค่อนข้างวุ่นวาย จนสุดท้ายอิทธิฤทธิ์กับชนมนช่วยกันยกป้าย Happy Birthday Maya!! ขึ้นติดผนัง

เจ้าตัวมาย่ายังอยู่ที่ห้องแคสติ้งแต่วันนี้เธอซ้อมไม่ดีนัก หลังจากซ้อมเสร็จอรุณวตีเรียกมาย่าไปคุยส่วนตัว พามาย่าเข้าไปนั่งที่มุมสงบ มาย่าวางซองการ์ดวันเกิดกับกุหลาบเล็กๆ 2-3 ดอกบนโต๊ะ อรุณวตีถามว่า “มีปัญหาอะไร?”

“หนูไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีจริงๆค่ะ หนูให้สัญญา... หนูจะไม่ทำผิดพลาดอย่างวันนี้อีกค่ะ”

อรุณวตีมองการ์ดวันเกิดและดอกกุหลาบถามว่าวันนี้วันเกิดเธอหรือ มาย่ายิ้มเศร้าตอบว่าใช่ แต่มีแฟนคลับ สองสามคนที่ยังจำวันเกิดตนได้ อรุณวตีมองหน้าเอ่ย

“เธอกำลังเสียดายวันเวลาที่เธอเคยรุ่งโรจน์ถึงสุดขีด ไปไหนมาไหนมีแต่คนรุมล้อมเอาใจ แต่อยู่ดีๆวันนึงทุกอย่างก็หายวับไปกับตา...ชีวิตก็เป็นอนิจจังแบบนี้แหละ”

“หนูไม่เสียดายค่ะคุณวตี ดีเสียอีกนะคะตอนนี้ต้องใช้ความสามารถเพื่ออยู่ในวงการนี้ได้ต่อไป ไม่ใช่แค่หนูสวย หนูน่ารัก หนูมีความสุขมากกว่าเมื่อก่อนอีก”

“แต่วันนี้เธอดูไม่มีความสุขเลย...”

“คนทั้งโลกไม่ต้องจำวันเกิดของหนูก็ได้ แต่คนที่หนูรัก...พ่อแม่...พี่ธะ...” เธอหยุดกึกก่อนพูดต่อว่า “ไม่มีใครจำวันเกิดหนูได้เลย มันไม่ใช่เรื่องสำคัญใช่ไหมคะ แต่หนูรู้สึก...ชีวิตว่างเปล่า หนูไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย...ความรู้สึกที่ไม่มีใครเหลือในชีวิต...” เสียงสุดท้ายเธอเครือแผ่วหายไปในลำคอ...

“เธอเป็นเด็กขาดความรัก ขาดความอบอุ่นอย่างมาก คนชอบพูดกันว่า คนรักคือครึ่งหนึ่งในชีวิตที่หายไปซึ่งมันไม่จริง เธอจะต้องทำชีวิตตัวเองให้สมบูรณ์เสียก่อนก่อนที่จะไปรักใคร ไม่มีใครเติมเต็มชีวิตเราได้ นอกจากตัวเราเอง ความรักทำให้เธอไขว้เขว เธอควรหยุดเรื่องรักแต่มามุ่งมั่นเรื่องงานอย่างเดียว”

“คุณวตี...”

“ถ้าเธอตัดขาดจากแฟนตำรวจของเธอได้ ฉันถึงจะช่วยดึงศักยภาพในการแสดงของเธอออกมาได้ ลองไปคิดดูแล้วกัน” พูดแล้วอรุณวตีลุกเดินไปทิ้งมาย่าให้อยู่กับตัวเองตรงนั้นคนเดียว...

ooooooo

มาย่ากลับถึงบ้านเศร้าๆ จึงไม่ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงในบ้าน เธอเดินเข้าบ้านไม่ทันไร มือถือก็ดังขึ้น เธอดีใจมากเมื่อเห็นว่าเป็นสายจากแม่

แม่มาย่าโทร.มาบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิด แม่โอนเงินมาให้แล้ว มาย่าเสนอว่าช่วงพักสองอาทิตย์ก่อนเปิดกล้องขอบินไปหาแม่ได้ไหม ถูกแม่ปฏิเสธ ตกลงกันว่า สไกป์คุยกันก็ได้ เธอวางสายจากแม่เศร้าๆ

“เซอร์ไพรส์!!” เสียงบรรดาเพื่อนๆที่ซ่อนตัวอยู่โผล่ออกมาร้องพร้อมกัน ยิงพลุสายรุ้งกระดาษใส่มาย่าพร้อมคำอวยพร “สุขสันต์วันเกิด!!” มาย่ายังไม่ทันหายตะลึง อิทธิฤทธิ์กับตี๋เล็กก็คว้ากีตาร์มาเล่นเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทุกคนร้องเพลงพร้อมกันด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแจ่มใส

ชนมนยกถาดใหญ่ใส่คัพเค้กฝีมือป้าหนอมเข้ามา ทุกชิ้นปักเทียนที่จุดไว้แล้ว มาย่ามองเพื่อนๆที่มารายล้อมอย่างอบอุ่น ตื้นตัน พูดน้ำตาคลอ “ขอบคุณทุกคนนะคะ ...ขอบคุณ...”

ทุกคนอวยพรให้มาย่า เธอยิ้มตาเป็นประกายมีความสุข ขอบคุณทุกคนและเข้ากอดชนมนกับอิทธิฤทธิ์ บรรดาแก๊งสามซ่าอ้าแขนรอกอดแต่รอเก้อ

เพื่อนๆจัดงานวันเกิดให้มาย่าทั้งอวยพรมอบของขวัญที่ทำเองด้วยใจ ร้องเพลงและเต้นกันอย่างสนุกสนาน ทำให้มาย่าลืมความหม่นหมองไปชั่วขณะ แต่พอทุกคนกลับไปแล้ว เธอก็รู้สึกว้าเหว่อ้างว้างเหมือนเดิม

ooooooo

ธรรม์กลับบ้านเห็นคัพเค้กที่ยังเหลืออยู่อีกเป็นสิบชิ้น ป้าหนอมบอกว่าอิทธิฤทธิ์โทร.มาให้ช่วยทำเค้กวันเกิดให้มาย่าแต่ตนแต่งหน้าเค้กไม่ค่อยเก่งเลยทำคัพเค้กแทน บอกธรรม์ให้ชิมดู แล้วเลียบเคียงถามว่า “คุณธรรม์จะไม่ไปจริงๆเหรอคะ”

“วันเกิดของย่า...ผมอยากให้เขามีความสุข”

“ถึงคุณมาย่าจะได้ฉลองวันเกิดกับเพื่อนฝูง ก็ไม่มีความสุขเท่ากับที่ได้ฉลองกับคนที่เธอรักหรอกค่ะ แต่ถึงจะหมดรักกันแล้ว คนเราก็ยังมีความห่วงใยเหลืออยู่ไม่ใช่หรือคะ ตอนนี้มีเวลาดูแลกันได้ ก็ดูแลกันไปเถอะค่ะ ไม่งั้นคุณธรรม์จะมาเสียดายที่ปล่อยให้วันเวลาดีๆผ่านเลยไป”

ป้าหนอมพูดแล้ว ธรรม์นิ่งคิดอย่างตัดสินใจ

ขณะมาย่ากำลังเก็บบ้านที่ยังเกลื่อนด้วยสายรุ้งเศร้าๆเหงาๆอยู่นั้น ก็มีเสียงธรรม์อาสาว่า “พี่ช่วยนะ...” แล้วรีบเข้ามาช่วยเก็บกวาดอย่างกระตือรือร้น มาย่าดีใจแต่ความน้อยใจยังอัดอั้น เลยก้มหน้าเก็บของไปเงียบๆจนธรรม์เอ่ยขอโทษที่มาช้า มาย่าจึงหันมองอย่างทนที่จะงอนต่อไปไม่ไหวแล้ว

ความรู้สึกดีๆกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว แม้จะมีตัดพ้อต่อว่ากันบ้าง แต่ก็เป็นไปอย่างมีเหตุผลทั้งสองฝ่าย ธรรม์เอ่ยจากความรู้สึกห่วงใย ปรารถนาดีว่า

“พี่ไม่อยากให้ชีวิตของย่าต้องมาพังเพราะพี่อีก เราอยู่ห่างๆกันก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะไม่ดูแลย่าอีก...”

“แต่กว่าจะมา ก็จะเลยวันเกิดย่าแล้วนะ ไหนล่ะคะของขวัญ” เธอแกล้งทวง แต่ธรรม์มีมาให้จริงๆ เขาเอาแหวนจากกระเป๋ากางเกงวางบนฝ่ามือมาย่า เป็นแหวนทองคำขาวดีไซน์เก๋ๆ เรียบๆ

มาย่ามองอย่างแปลกใจ ธรรม์ถามว่าไม่ชอบหรือ เธอแกล้งบ่นว่าน่าจะสลักชื่อเราสองคน “M แอนด์ T” หรือ “Love forever” แบบสวีตๆหน่อย แล้วให้ดูของขวัญที่ชนมนทำให้เป็นที่คาดผมมีคำว่า L-O-V-E ธรรม์ฟังแล้วรู้ว่าถูกแกล้ง จับเธอหันมา เอาที่คาดผมออก แล้วหยิบแหวนที่วางในมือเธอเมื่อครู่นี้ สวมให้ที่นิ้วนางซ้ายช้าๆ บอกย้ำกับเธอว่า

“ต่อไปนี้ให้ใส่แหวนของพี่คนเดียว...พี่ให้แหวนไม่ใช่เพราะต้องการผูกมัดย่านะ แต่พี่อยากให้ของที่ย่าจะใส่ติดตัวได้ตลอดเวลา ไม่ว่ารักไม่ว่าโกรธกัน ก็อย่าถอดออก แล้วขอไว้อย่าง ถ้าทะเลาะกันห้ามถอดแหวนขว้างใส่หน้าพี่เด็ดขาด”

มาย่าบอกว่าตนไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว ชมตัวเองว่าปีนี้รู้สึกโตขึ้นเยอะ ธรรม์หยอกว่าไม่เชื่อเพราะเดี๋ยวก็ต้องงอแงใส่ตนอีก เธอถามอ้อนน่ารักว่า “ไม่งอแงกับพี่ธรรม์ แล้วจะให้ย่าไปงอแงกับใครล่ะคะ” ธรรม์โอบมาย่าให้หัวแนบไหล่ตน พูดอย่างอบอุ่นว่า “ยอมให้คนนึง...”

“พี่ธรรม์...มีคนเคยบอกย่าว่า ทุกอย่างในโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แล้วเราจะดูแลกันอย่างนี้ไปได้อีกนานแค่ไหนคะ”

“เราก็จะดูแลกันไปให้นาน...นานจนถึงที่สุด แต่พี่ตอบไม่ได้หรอกนะว่า “ที่สุด” ของเราสองคนจะนานแค่ไหน”

มาย่าพิงไหล่ธรรม์เงียบๆ ต่างไม่มีคำพูดใดๆ แต่ในใจต่างรู้อยู่ลึกๆว่า เรา...อาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป...

ooooooo

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง อิทธิฤทธิ์มองหางานที่จะทำให้มีรายได้ เจอใบประกาศจับคนร้ายปล้นร้านทองรางวัลนำจับได้ถึงหนึ่งแสนบาท ชี้เบาะแสจนจับได้ให้ห้าหมื่น

อิทธิฤทธิ์มั่นใจว่างานนี้ตนทำได้ ยิ่งเมื่อจำได้ว่าเคยชนไหล่กับคนร้ายในรูปไปเมื่อหลายวันก่อน เขาถ่ายรูปโจรไว้แจกจ่ายพรรคพวกให้ช่วยกันสืบจับ

ไม่นานก็จับได้สมใจ! แต่พอเอาตัวไปส่งตำรวจ กลับกลายเป็นว่า คนร้ายในรูปรายนี้เพิ่งได้รับประกันตัวออกไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง! อิทธิฤทธิ์แทบหมดแรงแต่ยังไม่เท่ากับเสียหน้ามาก จนยอมขอร้องธรรม์ว่าอย่าบอกพ่อเรื่องนี้นะ

“ไม่บอกอยู่แล้ว ทีหลังจะทำอะไรก็ปรึกษากันก่อน ดีที่นายดำเกิงไม่เอาเรื่องนาย นายอิท...ฉันพร้อมที่จะช่วยนายนะ แต่ถ้านายยังไม่พร้อม ก็ไม่เป็นไร”

“ถ้าอยากช่วย ช่วยหาที่อยู่แม่ให้ฉันได้เปล่าล่ะ” น้ำเสียงยอมอ่อนข้อลง แต่พอเห็นธรรม์นิ่ง ก็ฮึดขึ้นมา “ทำไม! ไม่ได้เหรอ? พ่อสั่งไว้ล่ะสิ ฉันรู้ว่านายต้องทำทุกอย่างตามคำสั่งของพ่อ แต่ครั้งนี้ถือว่าฉันขอร้องแล้วกัน นายจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ให้ฉันเรียกนายว่า “พี่” ก็ได้นะ”

แต่พอธรรม์ยิ้มแบบรับข้อเสนอ อิทธิฤทธิ์กลับลังเล เมื่อพลั้งปากไปแล้วก็ฝืนใจเรียก แต่ยังกระดากปากเรียกเป็น “เพ่...เพ่...” ธรรม์เลยพูดขำๆว่า

“ไม่ต้องหรอก ฉันอยากให้นายเรียกด้วยความเต็มใจมากกว่า ฉันจะช่วยหาที่อยู่ของคุณแม่นายให้ แล้วถ้าไม่ไหวเมื่อไหร่ ก็กลับบ้าน ทุกคนรอนายอยู่” ธรรม์พูดอย่างอบอุ่นตบไหล่เบาๆ อย่างสนิทสนมแล้วเดินออกไป

อิทธิฤทธิ์มองตามธรรม์ไปด้วยความรู้สึกที่มีอยู่ลึกๆในใจตลอดมาว่า ธรรม์ดีกับตนมาตลอด

ooooooo

ผ่านงานวันเกิดแล้ว มาย่าไปทำงานที่บริษัทด้วยอารมณ์แจ่มใสยิ้มแย้มเบิกบานใจ เจอนุกนิกเสแสร้งมาตีสนิท เห็นแหวนที่นิ้วนางมาย่า ก็จงใจถามเสียงดังว่าเป็นแหวนหมั้นหรือ? แล้วคว้ามือไปดูอย่างไร้มารยาท พูดเสียงดังอย่างจงใจให้คนรอบข้างได้ยินว่า “หมวดธรรม์ขอพี่มาย่าแต่งงานแล้วหรือคะ!?” พอเหลือบเห็นอรุณวตีก็ทำเป็นตื่นเต้นแต่จงใจฟ้องว่า

“คุณวตีคะ พี่มาย่าหมั้นแล้วค่ะ แล้วนี่จะแต่งงานกันเมื่อไหร่คะพี่มาย่า นุกนิกดีใจด้วยจริงๆ นี่เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเลยนะคะ เวลาดาราขาลงก็มักจะหาทางออกด้วยการแต่งงานนี่แหละค่ะ”

“พี่ไม่ได้หมั้น และยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน แหวนนี่เป็นของขวัญวันเกิด”

“ไม่ใช่แหวนหมั้น ก็ต้องเป็นแหวนคู่รักใช่ไหมล่ะคะ สวีตกันจังเลย นุกนิกอยากมีแฟนบ้างแล้วล่ะ แต่ตอนนี้นุกนิกขอโฟกัสเรื่องงานก่อน ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของคนอื่นน่ะค่ะ วันเกิดพี่มาย่าเมื่อไหร่เหรอคะ ไงก็แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะ พี่มาย่า”

นุกนิกมาป่วนแล้วมายาสาไถยทำเป็นกอดมาย่าแล้วเดินยิ้มหน้าใสออกไป ส่วนอรุณวตียังยืนมองมาย่า

อยู่ มาย่าดูท่าทีก็รู้ว่าอรุณวตีไม่เห็นด้วยที่ตนยังคบธรรม์อยู่ พูดเมื่อมาย่าสบตาว่า

“ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่ก็ยังอดเสียดายไม่ได้”

“หนูจะตั้งใจแสดงอย่างเต็มที่ค่ะ หนูจะไม่ทำให้คุณวตีผิดหวัง”

อรุณวตีมองมาย่าอย่างผิดหวังก่อนเดินผละไป มาย่ามองแหวนที่นิ้วนางซ้ายด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นว่าจะทำทั้งงานและความรักให้ดีให้ได้

ooooooo

วันนี้เจ๋งบอกอิทธิฤทธิ์อย่างไม่สบายใจว่าเสาร์นี้พ่อจะกลับมาอยู่บ้าน พ่อคงอยู่ไม่กี่วันพอได้งานใหม่ก็ต้องรีบไปบอกว่างานก่อสร้างก็อย่างนี้แหละ แต่เราอยู่ด้วยกันสามคนก็ได้ ตนจะออกมานอนข้างนอกเอง

ขณะนั้นเอง เจ๋งก็วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าธรรม์มา อิทธิฤทธิ์ลืมหมดทุกเรื่องวิ่งอ้าวออกไปหาธรรม์ถามว่าได้ข่าวแม่แล้วหรือ ธรรม์บอกว่า “ฉันรู้แล้วว่าคุณแม่นายอยู่ที่ไหน”

ปรากฏว่านฤดีกลับเมืองไทยได้สองอาทิตย์แล้ว อิทธิฤทธิ์ดีใจจนแทบกระโดดกอดธรรม์ ขอที่อยู่ของแม่แล้วออกไปหาเดี๋ยวนั้นเลย

อิทธิพลรู้ว่านฤดีกลับเมืองไทย ไปปรึกษาชูชัยอย่างหนักใจว่าจะทำอย่างไรดี ชูชัยบอกให้รีบไปหานฤดีเสีย เพราะอย่างไรเสียอิทธิฤทธิ์ก็ต้องรู้และไปหาจนเจอ ฉะนั้นเขาควรให้อิทธิฤทธิ์รู้ทุกอย่างจากปากตัวเอง ย้ำว่า...อย่าถ่วงเวลาเลย

อิทธิพลยังไม่พร้อม และพยายามหาทางอื่นที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากัน

“ไม่มีทางอื่นแล้ว แกรู้ว่านฤดีกลับมาเมืองไทยแล้วคิดเหรอว่าลูกแกจะไม่รู้ แกต้องรีบแก้ไขปัญหานี้ซะ นี่เป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อ!” ชูชัยตอกย้ำจนอิทธิพลคิดหนักว่าจะหาทางอธิบายเรื่องนฤดีกับอิทธิฤทธิ์อย่างไร

อิทธิฤทธิ์โทร.บอกชนมนให้ไปหาแม่ด้วยกัน เขาเร่าร้อนตื่นเต้นจนแทบทำอะไรไม่ถูก ดูทุกอย่างช้าไม่ทันใจไปหมด เมื่อรับชนมนแล้ว เธอถามว่าเจอแม่แล้วจะพูดอะไรเป็นคำแรก อิทธิฤทธิ์คิดอย่างตื่นเต้น พอนึกได้ก็บอกเขินๆว่า

“แม่...นี่อิทนะ...จำอิทได้ใช่ไหมครับ...อิทคิดถึงแม่ที่สุด!!” พูดแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับเห็นแม่อยู่ตรงหน้า

ไปถึงหน้าบ้านนฤดี อิทธิฤทธิ์จอดรถ บอกให้ชนมนเข้าไปด้วยกัน เธอบอกให้เขาเข้าไปคนเดียวดีกว่า อิทธิฤทธิ์ตื่นเต้นจนมือเย็น ชนมนเร่ง “ไปเร็วเข้า! คุณแม่นายรออยู่...”

“ฉันพร้อมแล้ว!!” อิทธิฤทธิ์สูดลมหายใจเต็มที่ ค่อยๆ ก้าวเข้าใกล้ประตูรั้วอย่างมั่นใจ ด้วยความรู้สึกหัวใจพองโตว่าสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีนี้แล้ว!!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.