ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้ อิทธิฤทธิ์นัดชนมนไปที่สนามแข่งรถ พอชนมนมาถึงเขาวิ่งเข้าไปกอดยกตัวลอยเหวี่ยงหมุนไปรอบตัวจนชนมนต้องบอกให้พอ แล้วแสดงความดีใจกับเขา

แม้อิทธิฤทธิ์จะรู้ว่าชนมนรู้ผลสอบของตนจากอาจารย์ตุลาแล้ว แต่ก็อยากบอกด้วยตัวเองให้เธอภูมิใจว่า

“แต่ไงเธอก็ต้องรู้จากปากฉัน ชน...ฉัน-สอบ-ได้-เอ!!! เพราะเธอ...ฉันถึงสอบผ่าน ขอบคุณมากนะ”

ขณะจะดึงชนมนเข้าไปกอดอีกก็ต้องชะงักกับเสียงอึกทึกของเจ๋ง ตี๋เล็กและบ๊วย ที่โผล่มาห้อมล้อมเขากับชนมน

“ดีใจด้วยนะครับ พี่อิท” เจ๋งพูดก่อนเพื่อน

“ผมดีใจกับพี่ด้วยจริงๆ” ตี๋เล็กพูดตาม

“สวดยอดมากเลยพี่อิท!!” บ๊วยพูดสุดท้ายสมชื่อ

แล้วทั้งสามก็ยิงพลุกระดาษใส่อิทธิฤทธิ์พร้อมกัน ตามด้วยเสียงเป่าปากปี๊ด...ปิ๊ว...แล้วตะโกนพร้อมกัน

“Congratulations...s...s...s!” ต่างลากเสียงเอสยาวจนน้ำลายฟุ้ง อิทธิฤทธิ์กับชนมนมองทั้งสามหัวเราะขำๆ

ไม่ เพียงเท่านั้น ทั้งสามยังซิ่งมอเตอร์ไซค์ผาดโผนชูป้าย “ดี-ใจ-ด้วย-นะ” แล้ววี๊ดบูม!! กันครื้นเครงพอทิ้งป้ายก็ลงจากรถคว้าพู่ปอมๆขึ้นมาเต้นเชียร์กันยึกยือ จนอิทธิฤทธิ์บอกชนมนว่าไม่ไหว ทนดูไม่ไหวแล้วเขาลากชนมนออกไป สามซ่าหลับหูหลับตาเต้นกันเสร็จหันมอง ปรากฏว่าอิทธิฤทธิ์ไม่อยู่แล้ว ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ooooooo

ธรรม์มองหน้าอิทธิพลอย่างรอฟังความ เห็นอยู่ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าอิทธิฤทธิ์รู้ว่าไม่ได้ไปพบแม่ตามสัญญา ป้าหนอมขอร้องธรรม์อย่าเพิ่งถามอะไรกันตอนนี้เลย

“ผมไม่จำเป็นต้องรู้ใช่ ไหมครับ แต่อิทต้องการคำอธิบายเรื่องนี้แน่ อิทรอที่จะได้พบคุณน้าฤดีมาตลอดชีวิต ถ้าคุณพ่อพาอิทไปพบคุณน้าฤดีไม่ได้ ก็ไม่น่าจะไปให้ความหวังกับเขา” ธรรม์เอ่ย อิทธิพลบอกว่าตนรู้แต่ตนทำไม่ได้จริงๆ “ถ้าคุณพ่อไม่อยากเจอหน้าคุณน้าฤดี ผมพาอิทไปเองก็ได้ครับ”

อิทธิพลนิ่ง ป้าหนอมบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ธรรม์คิด แต่พอเขาถามว่าเรื่องเป็นอย่างไร ไม่น่ายากเลยเพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอิทธิพลคนเดียว

“พ่อตัดสินใจแล้ว พ่อจะไม่ให้นายอิทไปพบกับแม่ แกไม่ต้องถามอะไรมาก ก็อย่างที่แกว่าแหละ เรื่องนี้แกไม่จำเป็นต้องรู้” อิทธิพลตัดบท

“ผมรู้ครับ นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว ผมไม่เกี่ยว...” เสียงธรรม์น้อยใจจนป้าถนอมต้องรีบชี้แจงว่า

“คุณ ธรรม์ไม่เกี่ยวอะไรคะ เกี่ยวกันทุกคน ทั้งคุณท่าน คุณผู้หญิง คุณเที่ยงธรรม เกี่ยวพันกันนุงนังๆไปหมดค่ะ” แล้วป้าหนอมก็ต้องหยุดกึกเมื่อถูกอิทธิพลเรียกปราม แต่ธรรม์ยังติดใจถามว่า

“พ่อผมเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยครับ”

ไม่มีใครตอบ อิทธิพลเดินออกจากห้องไปเงียบๆ ธรรม์ได้แต่มองตามอย่างไม่หายสงสัย...

ooooooo

อิทธิพลไปนั่งในห้องทำงานที่บ้าน เขานิ่งคิดถึงอดีตด้วยใบหน้าเครียดจัด...

เป็น เหตุการณ์ก่อนที่นฤดีจะออกจากบ้าน...วันนั้นอิทธิพลเดินมาหยุดตรงหน้านฤดี เรียกเธออย่างอยากจะพูดอะไรด้วย ถูกนฤดีมองขวับตัดบทเสียงเข้ม

“คุณ เปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอกค่ะ เราอยู่ด้วยกันไป ก็มีแต่จะเจ็บปวดกันไปทั้งสองฝ่าย เราอย่าโกหกกันอีกต่อไปเลย เรารู้ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกันแล้วว่า เราจะ ต้องมีวันนี้”

“ก็ได้ ถ้าคุณอยากจบ...เราก็จบกันแค่นี้ คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกมาแล้วกัน”

“พรุ่งนี้ฉันจะย้ายไปอยู่บ้านแม่ก่อน”

“พรุ่งนี้!? คุณคงคิดเรื่องนี้มานานแล้วสินะ”

“ทำอย่างกับว่าคุณไม่เคยคิด เราเพียงแต่รอว่าใคร จะเป็นคนเริ่มก่อนเท่านั้น”

“แล้ว ลูกล่ะ” อิทธิพลถาม นฤดีนิ่งไม่ตอบ แต่สบตาอย่างตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่เอาลูกไปด้วย อิทธิพลถามเสียงปร่าปวดใจอีกว่า “แล้ว...นายอิทล่ะ...ฤดี...”

อิทธิพลนั่งเครียดอยู่กับอดีตที่ยังปวดใจอยู่ตราบจนวันนี้...

ป้า หนอมเข้ามาอย่างรู้ใจเจ้านาย อยากให้เขาโทร. หานฤดีอีกสักครั้ง เชื่อว่าถ้านฤดีรู้ว่าอิทธิฤทธิ์อยากพบ แม่ เธออาจใจอ่อนก็ได้ อิทธิพลพูดอย่างท้อใจว่าตนโทร.ไปอีกแต่เธอไม่รับสาย

“โธ่เอ๊ย...เรื่องก็ ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว ทำไมคุณผู้หญิงถึงไม่ยอมลืมสักที ชีวิตคนเราสั้นนิดเดียว เรื่องอะไร ที่อภัยกันได้ก็น่าจะอภัยให้กันนะคะ”

“ฤดีไม่มีวันที่จะยกโทษให้ฉันหรอก ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่เคยทำให้ลูกเมียมีความสุขได้เลย”

“เรื่อง นี้เป็นความผิดของคุณท่านที่ไหน นี่คุณอิท ก็โตแล้ว อิฉันว่าถึงเวลาแล้วที่คุณอิทจะรู้เรื่องความจริง คุณ อิทจะได้เข้าใจว่า ทำไมคุณท่านถึงได้ทำตามสัญญาไม่ได้”

“ไม่ล่ะ...นายอิทไม่รู้เรื่องน่ะดีแล้ว มันคงไม่เกลียด ฉันมากไปกว่านี้หรอก”

อิทธิพลนั่งนิ่ง เครียด ขรึม จนป้าหนอมต้องเงียบและถอยออกไปเอง...

ooooooo

ที่ สนามแข่งรถ อิทธิฤทธิ์พาชนมนหลบไปจาก นักซิ่งสามซ่าที่มาแสดงความยินดีด้วย เขาพาเธอไปอีกมุมหนึ่ง เอาหมวกกันน็อกสีชมพูหวานแหววใส่ให้

ชนมนถามว่า ให้ตนทำไมเพราะตนไม่ได้ขี่มอ– เตอร์ไซค์ อิทธิฤทธิ์ไม่ตอบแต่พาเธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปอย่างเบิกบานใจ แล้วถามว่า

“เข้าใจความหมายหรือยัง ฉันจะไม่มีใครมาซ้อน ท้ายรถฉันอีกนอกจากเธอ ชน...เธอจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่จะได้ซ้อนท้ายมอไซค์ฉัน”

ชน มนแกล้งถามว่า แล้วทำไมหมวกกันน็อกต้องเป็นสีชมพูด้วย อิทธิฤทธิ์เลยขโมยหอมแทนคำตอบ บอกอย่างอิ่มใจว่า “รู้ไหม ทำไมต้องสีชมพู ก็ตอนนี้ทุกอย่างสำหรับฉันเป็นสีชมพูไปหมด ฉันไม่เคยมีความสุขอย่างนี้มาก่อน มีความสุขที่สุดในชีวิต...” เขากอดเธอไว้อย่างมีความสุขล้นหัวใจ ที่เวลานี้ทุกอย่างสมหวังไปหมด...

อิทธิฤทธิ์ พาชนมนซ้อนท้ายซิ่งผ่านสามซ่าที่ยังหอบพู่ปอมๆ และป้ายเชียร์กันพะรุงพะรังวิ่งมาหา พอ เห็นอิทธิฤทธิ์ซิ่งรถผ่าน ก็พากันบ่นเสียดายที่อุตส่าห์ซ้อมการแสดงมาทั้งคืนแต่ไม่ได้โชว์ เลยสุมหัวกันคิด ตี๋เล็ก เป็นหัวโจกเสนอว่า

“ไหนๆตอนนี้เราก็เป็นพวก เดียวกันแล้ว เรามาตั้งชื่อแก๊งกันดีกว่า” บ๊วยถามว่าแก๊งอะไรดี เจ๋งเสนอให้ถามพี่อิทก่อนดีไหม ตี๋เล็กนึกได้โพล่งออกมาว่า “แก๊งพี่อิท...อิทธิฤทธิ์ เราก็ต้องเป็นแก๊ง สุดฤทธิ์!!”

ทั้งสามชูพู่ปอม เฮกันอย่างถูกอกถูกใจ

ส่วน อิทธิฤทธิ์พาชนมนซ้อนท้ายซิ่งรอบสนาม แล้วพาออกนอกสนามแข่ง พุ่งฉิวไปบนท้องถนน เขาชูมือขวาประกาศชัยชนะอย่างสุดเท่...วันนี้...โลกช่างสดใสสวยงามเหลือ เกิน...

ooooooo

กลับถึงบ้านแล้ว ชนมนยังนั่งยิ้มอิ่มใจกับความสุข จนชินทักว่าไปทำอะไรมา นั่งยิ้มจนแก้มแทบปริอยู่แล้ว

ชนมนสะดุ้งจากภวังค์ ปรับสีหน้าบอกว่าไม่มีอะไร แค่ดีใจที่อิทธิฤทธิ์สอบผ่านเท่านั้น ชูชัยได้ทีบอกว่าเมื่อสอบผ่านแล้วก็ดีจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก ชนมนตกใจถามว่า จะไม่ให้เจอกันอีกเลยหรือ ถูกย้อนถามว่าแล้วทำไมต้องเจอกันอีก

“แหม...ก็คนเป็นแฟน...” ชินปากไว แต่พูดไม่ทันจบก็ถูกชนมนขัดขึ้นว่า

“เพื่อน! คนเป็นเพื่อนกัน ก็ต้องเจอกันบ้าง จริงๆ แล้วอิทเป็นคนดีนะพ่อ ตอนที่เราถูกไอ้เก่งกาจจับตัวไป เขาไม่ห่วงชีวิตตัวเองเลย เขายอมเสี่ยงตายเพื่อหนู เขาชอบมอเตอร์ไซค์ แต่เขาไม่ได้เป็นเด็กแว้นกวนเมือง เขาแข่งรถอย่างถูกกฎหมาย แล้วนี่เขาก็เลิกทำตัวเป็นเด็ก มีปัญหาแล้ว เขาตั้งใจจนสอบผ่าน คนเคยได้เอฟแต่มาได้เอนี่ ไม่ใช่ง่ายๆนะพ่อ”

“อัจฉริยะชัดๆ” ชินทำตัวเป็นลูกคู่แข็งขัน

“พ่อ อาจเห็นอิทเป็นเด็กรวยมีแต่คนตามใจ แต่จริงๆแล้วอิทเขาไม่ค่อยมีความสุข อิทน่ะมีปัญหากับท่านผู้การตลอด พ่อลูกคู่นี้ไม่เคยเข้าใจกันเลย อิทเขามีแง่มุมที่พ่อยังไม่รู้จัก ถ้าพ่อให้โอกาสเขา...”

“เฮ้ย...พอ!” ชูชัยเบรกเสียงดัง ชินถามแทนใจพี่สาวว่าตกลงพ่อจะเอายังไง จะให้เขาเจอกันหรือเปล่า “ให้เจอกันก็ได้ เป็นเพื่อนกันไปก่อน เราไม่รู้หรอกว่า ไอ้นี่มันจะดีแตกเมื่อไหร่” พูดแล้วเดินออกไปอย่างไม่ยอมเสียฟอร์ม

“เฮ้อ...โล่งใจ...ได้พี่เขยกับเขาซะที” ชินพูดหน้า ตายจนน่าตบ แต่นาทีนี้ชนมนทำได้แค่ด่าแก้เขิน...

“ไอ้บ้าชิน” แต่เขินจัดไปหน่อยเลยตีเข่าใส่ชินจนทรุดนั่งหน้ามุ่ยทำแก้มป่อง...

ooooooo

เมนี่พยายามที่จะให้นุกนิกซ้อมบทให้มากเพื่อเวลาถ่ายจะได้ผ่านฉลุย อีกทั้งยังหาหนังสือแอคติ้งมาให้อ่านเผื่อว่าอรุณวตีถามอะไรจะได้ตอบได้ นุกนิก
บอกว่าไม่ต้องห่วง ตนเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว เมนี่อย่าหลุดเองก็แล้วกัน

“คุณ สุวิชก็นะ ทำไมต้องปั้นประวัติน้องนุกนิกซะเลิศหรู อยู่อเมริกาตั้งแต่ห้าขวบลี้ จบการแสดงที่นิวยอร์กงี้ แล้วยังเคยทำงานที่ฮอลลีวู้ดอีก ล้ำเลิศไปหน่อยไหมคะ” เมนี่บ่นกระปอดกระแปด

นุกนิกจิกเตือนเมนี่ว่า อย่าลืมว่าสุวิชปั้นตนขึ้นมาเพื่อให้แทนมาย่า ฉะนั้นตนก็ต้องเหนือกว่ามาย่าทุกทาง เมนี่ติงว่าเดี๋ยวนี้เขาเช็กประวัติกันง่ายจะตาย นุกนิกพูดอย่างไม่แคร์ว่า

“ใครจะไปขุดรูปเก่า หรือแฉประวัตินุกนิก ก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ นั่นแสดงว่านุกนิกดังแล้ว ดีซะอีกนะคะ นุกนิกจะได้เป็นข่าวไม่หยุด”

แต่ ไม่ว่านุกนิกจะทำตัวเด่นเอาการเอางานต่อหน้าอรุณวตีอย่างไร เมนี่จะพยายามชื่นชมนุกนิกให้อรุณวตี ฟังอย่างไร อรุณวตีก็ยังมองว่า มาย่าเป็นนักแสดงที่เล่นบทอะไรก็ได้ ทั้งยังพูดให้นุกนิกสำเหนียกเมื่อไม่ใส่ใจซ้อมจนจำบทไม่ได้ว่า “อย่าได้พลาดอีกล่ะ ทุกอย่างในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” ขณะเดียวกัน ก็พูดกับมาย่าอย่างชื่นชมกลายๆว่า “ฉันเชื่อแล้วว่า เธอรักนวนิยายของคุณแม่ฉันจริงๆ”

แม้ภายนอกนุกนิกจะทำตัวแอ๊บแบ๊วใสซื่อ แต่ลึกๆแล้วก็คิดกังวลคำเตือนของอรุณวตี หาทางแกล้ง

มาย่าเพื่อชิงเป็นฝ่ายได้เปรียบ เมื่อสบโอกาสไม่มีใครอยู่ในห้องแคสติ้ง นุกนิกแอบหยิบมือถือของมาย่าจากกระเป๋ามากดหาเบอร์โทรของธรรม์แล้วกดฝาก ข้อความถึงธรรม์ เธอทำอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครจับได้

ธรรม์ได้รับข้อความ จากมาย่าก็ร้อนใจ เป็นห่วง รีบไปหาเธอที่ห้องซ้อม ธรรม์พรวดพราดเข้าไปในห้องซ้อมขณะที่ทุกคนกำลังซ้อมกันคร่ำเคร่ง เมนี่ได้ทีตำหนิทันทีว่า “มาย่า! ยังไงล่ะเนี่ย ปล่อยให้แฟนเธอเข้ามาได้ไง!”

“ไปจัดการเรื่องส่วนตัวให้เรียบร้อย แล้วถ้ามีปัญหาชีวิตมากนัก ไม่สามารถให้เวลากับงานได้เต็มที่ ก็ลองพิจารณาตัวเองนะมาย่า” อรุณวตีพูดนิ่งๆและเรียกมาย่าว่า “มายา” ให้เพี้ยนอย่างตั้งใจ

มาย่าใจเสียกลัวงานจะหลุดไปอีก ส่วนธรรม์ยืนหน้าชาที่ถูกมองเหมือนตัวประหลาด

เมื่อเคลียร์กัน จึงรู้ว่ามีคนแกล้งมาย่าด้วยการแอบส่งข้อความถึงธรรม์ให้เขาเป็นห่วงและรีบมาหาทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน ธรรม์ถามมาย่าว่ารู้ใช่ไหมว่าเป็นฝีมือใคร

“คู่แข่งของย่ายังไงล่ะครับ” แม็กซ์ตอบแทน ธรรม์ขอคุยส่วนตัวกับมาย่า แม็กซ์เตือนว่า “เรื่องนี้หมวดช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ แต่หมวดอย่าทำให้ย่าต้องมีปัญหาอีกก็พอแล้ว”

ธรรม์มองแม็กซ์อย่างไม่พอใจ แม็กซ์ชี้แจงว่า “ผมขอโทษที่ต้องพูดตรงๆย่าต้องถูกพักงานก็เพราะมีข่าวกับหมวดเกือบดับไปแล้วครั้งนึง ผมกับย่าผ่านอะไรๆมาเหมือนกัน กว่าเราจะถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การได้เล่นละครของคุณวดีเป็นโอกาสครั้งสำคัญของเราทุกคน ถ้าพลาดก็ไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ผมว่าถ้าไม่จำเป็นหมวดธรรม์อย่ามาที่นี่อีกดีกว่า”

มาย่าเรียกปรามแม็กซ์อย่างไม่พอใจ แต่ธรรม์กลับบอกว่า “เขาพูดถูก พี่ไม่ควรมาที่นี่” พูดแล้วเดินหงอยๆออกไป แม็กซ์บอกมาย่าว่า ตนพูดด้วยความหวังดี แล้วชวนเธอไปซ้อมบทต่อกัน

ooooooo

อิทธิฤทธิ์กำลังอยู่ในโลกที่สวยงามมาก ความรักก็ราบรื่น ความใฝ่ฝันที่จะได้เจอแม่ก็ใกล้เข้ามาแล้ว เขาเอากระเป๋าเดินทางมาวาง หอบเสื้อผ้ามาเลือก เตรียมถึงขั้นว่าจะหาของขวัญอะไรให้ถูกใจแม่ดี

อิทธิพลเข้ามาในห้องลูกชาย เห็นอิทธิฤทธิ์เตรียมข้าวของพร้อมจะเดินทาง ที่ทำให้เขาสะเทือนใจอย่างมากคือการ์ดขนาดกระดาษเอ 4 ที่อิทธิฤทธิ์บรรจงเอารูปตัวเองในวัยเด็กจนถึงมหาวิทยาลัยมาแปะพร้อมคำบรรยายที่โหยหาแม่...

อิทธิพลหยิบการ์ดใบนั้นขึ้นดูอย่างสะเทือนใจ แล้ววางลงที่เดิมเดินออกไปอย่างปวดใจ

ระยะนี้...อิทธิพลพยายามเลี่ยงที่จะพบอิทธิฤทธิ์ แต่ก็ถูกอิทธิฤทธิ์ดักเจอจนได้เพื่อทวงสัญญาที่จะพาไปหาแม่ แต่พอถามว่า เราจะไปหาแม่กันเมื่อไหร่ดี ก็ได้รับคำตอบที่ทำให้เขาช็อก ว่า

“แกเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว”

อิทธิฤทธิ์บอกว่าถ้าพ่องานมากไม่มีเวลาก็ให้บอกที่อยู่แม่มาตนจะไปหาแม่เอง ก็ได้รับคำตอบห้วนๆว่า

“ฉันให้แกไปหาแม่ไม่ได้!”

“พ่อจะผิดคำพูดเหรอ ชอบสอนนักว่า ให้ทำตัวเป็นลูกผู้ชาย พูดแล้วกลืนน้ำลายตัวเอง นี่มันใช่ลูกผู้ชายรึเปล่า!”

ป้าหนอมพยายามเข้ามาบอกให้ใจเย็นๆ แต่อิทธิฤทธิ์ฟิวส์ขาดแล้วเขารับฟังอะไรไม่ได้แล้ว หาว่าพ่อหลอกตนให้สอบผ่าน พาลหาว่าป้าหนอมกับธรรม์ก็สมรู้ร่วมคิดด้วย ประกาศเป็นตายอย่างไรตนก็ต้องเจอแม่ให้ได้ คาดคั้นขอเหตุผลจากพ่อว่าทำไมตนจึงไปหาแม่ไม่ได้ ถูกตวาดกลับว่า “ไม่มีเหตุผล!”

“ได้! ในเมื่อพ่อไม่มีเหตุผล ผมก็ทำตัวไม่มีเหตุผลได้เหมือนกัน!!” พูดแล้วพรวดพราดขึ้นห้องตัวเองเอาเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเป้หนีออกจากบ้านไป หุนหันพลันแล่นชนิดที่ใครก็ไม่อาจขัดขวางได้

ป้าหนอมอ้อนวอนให้อิทธิพลห้ามปราม อิทธิพลพูดไม่กี่คำ เมื่อรั้งอิทธิฤทธิ์ไว้ไม่อยู่ก็ไล่ตะเพิดจะไปไหนก็ไปเลย!

ธรรม์เข้าไปหว่านล้อมก็ถูกอิทธิฤทธิ์ต่อต้านประชดประชัน จนธรรม์ฉุนปรามาสว่า คนอย่างนายจะไปไหนได้ ทำให้อิทธิฤทธิ์ยิ่งฮึดเดินอ้าวออกจากบ้านไปตะโกนท้าทิ้งท้ายใส่หน้าธรรม์ว่า “ก็คอยดู!”

ออกจากบ้านกะทันหัน ไม่รู้จะไปไหน อิทธิฤทธิ์จึงไปหาเจ๋งที่บ้าน เจ๋งบอกให้อยู่ที่บ้านตนไปก่อนก็ได้อยากกลับบ้านเมื่อไรก็บอกเพราะสภาพบ้านตนทั้งแคบทั้งสกปรกรกรุงรัง อิทธิฤทธิ์มั่นใจว่าอยู่ได้ ตนจะต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้!

ooooooo

มาย่ากับชนมนไปหาธรรม์ที่บ้านเพื่อหาทางช่วยดึงอิทธิฤทธิ์กลับมา แต่มาย่ากับธรรม์ยังงอนๆ กันอยู่ ทำให้ชนมนตัดสินใจแยกไปหาอิทธิฤทธิ์คน
เดียว บอกทั้งสองว่าอยู่แก้ปัญหาของตัวเองกันไปก่อนก็แล้วกัน

เพราะรู้ว่าอิทธิฤทธิ์สนิทกับเจ๋งมากจึงไปหาที่นั่นก่อน เจอเจ๋ง ตี๋เล็ก และบ๊วย กำลังชนแก้วนมต้อนรับลูกพี่อยู่พอดี เธอเข้าไปบอกว่าถ้าสนุกพอแล้วก็กลับบ้าน อิทธิฤทธิ์สวนทันควันว่าไม่กลับ ตนจะอยู่ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพ่ออีกต่อไป!

ชนมนพยายามให้เขาคิดถึงการดำรงชีวิตต่อไปว่าจะอยู่อย่างไรในเมื่อเขามีเงินติดตัวมาแค่สามพันบาท อิทธิฤทธิ์หาว่าเธอคิดแต่เรื่องเงิน พาลถามประชดว่าถ้าตนไม่มีเงินเธอก็จะเลิกคบใช่ไหม

“ฉันจะเลิกคบกับนายก็เพราะความงี่เง่าของนาย นี่แหละ” พูดใส่หน้าแล้วเดินหนีไป อิทธิฤทธิ์จึงรู้สึกตัวว่าพูดแรงไป

เมื่อชนมนกลับถึงบ้าน เจออิทธิพลมานั่งปรึกษาชูชัยเรื่องอิทธิฤทธิ์อยู่ เมื่อเขาจะกลับ ชนมนเดินตามออกมาคุย พยายามถามว่าทำไมไม่พาอิทธิฤทธิ์ไปหาแม่ ถูกตัดบทว่า “ปัญหาของผู้ใหญ่ไม่เกี่ยวกับเด็ก” ส่วนเรื่องที่อิทธิฤทธิ์หนีออกจากบ้านนั้น อิทธิพลพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า “อิทไปไหนไม่รอดหรอก เดี๋ยวก็กลับมา เด็กดื้อด้านอย่างนั้น พูดยังไงก็ไม่ฟัง ตอนนี้มันอยากทำอะไรก็ปล่อยมันไป”

ฟังอิทธิพลแล้ว ชนมนเริ่มเห็นใจอิทธิฤทธิ์ แสดงความคิดเห็นตรงไปตรงมาว่า

“คุณลุงพูดเหมือนอิทเป็นคนผิดฝ่ายเดียว ถ้าหากคุณลุงรักษาคำพูด อิทก็คงไม่ทำอย่างนี้หรอกค่ะ อิทเป็นลูกนะคะไม่ใช่ลูกน้องของคุณลุง ถึงต้องทำตามคำสั่งอย่างเดียวโดยห้ามมีคำถาม อย่างนี้คุณลุงกับอิทไม่มีวันเข้าใจกันหรอกค่ะ!”

เป็นคำพูดที่ทำให้อิทธิพลได้คิด แต่ก็ไม่อาจทำอะไรตอนนี้ได้

ooooooo

เพราะไม่อยากรบกวนเจ๋ง อิทธิฤทธิ์เอาเงินให้เจ๋งหนึ่งพันบาทไว้ใช้จ่ายขณะตนมาอยู่ด้วย

แต่ความจริงที่เขาต้องเผชิญคือ สภาพแวดล้อมที่คับแคบ แออัด ห้องน้ำห้องส้วมเล็กสกปรก แม้แต่น้ำอาบก็กะปริบกะปรอย ฉี่ในห้องน้ำก็ให้เก็บไว้ราด
ครั้งเดียวตอนเช้าเลย อาหารก็ฝืดคอกลืนไม่ลง แค่นี้เขาก็ละเหี่ยใจแล้ว...คิดถึงคำทักท้วงของธรรม์ก่อนจะหุนหันออกจากบ้านแล้วก็เริ่มหวั่นไหวว่า...จะอยู่ไหวไหมเนี่ย...

เพื่อช่วยตัวเองให้อยู่ให้ได้ อิทธิฤทธิ์จึงไปของานทำที่ร้านของชูชัย ถูกชูชัยปฏิเสธ เขาต่อรองว่าไม่รับค่าจ้างก็ได้ขอแต่ได้กินข้าววันละสามมื้อก็พอ

“คิดได้แค่นี้เองเหรอ!” ชูชัยถาม ขณะนั้นชนมนถือถุงขยะเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ ชูชัยพูดกับอิทธิฤทธิ์เสียงอ่อนลงว่า “กลับบ้านไปเสียเถอะ” อิทธิฤทธิ์ไม่ยอมกลับยืนยันจะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เลยถูกชูชัยอบรมเตือนสติว่า

“ผิดแล้ว! ถ้าไม่ไหวจริงๆ เราก็ต้องรู้จักขอความช่วยเหลือจากคนอื่น มันไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีลดลงหรอก แต่ถ้าเอาตัวเองไม่รอดแล้วยังทำหยิ่ง เขาเรียกว่า โง่แล้วอวดดี!” พูดแล้วเดินเข้าร้านไปเลย

อิทธิฤทธิ์นิ่งคิด จนชนมนทิ้งขยะเสร็จเดินกลับมา เขารีบเข้าไปขอโทษ ถามว่ายังโกรธตนอยู่ใช่ไหม

“ฉันไม่ได้โกรธ แต่ผิดหวังในตัวนายมากกว่าทำไมนายไม่ให้ฉันช่วย นายกลับหาเรื่องให้ฉันไปจากนาย”

อิทธิฤทธิ์ยอมรับว่าตนไม่รู้ คงเป็นเพราะกลัวเธอจะโกรธ แต่ครั้งนี้ทนไม่ไหวจริงๆ อยู่บ้านไม่ได้ ทนเห็นหน้าพ่อไม่ได้ต่อไป พูดเสียงสะท้านว่า “ฉัน-เกลียด-พ่อ!” ถามว่าตนจะไม่ได้เจอแม่จริงๆใช่ไหม เพราะไม่มีเงินเลยแม้แต่ค่าน้ำมันรถก็ไม่รู้จะมีเติมได้อีกกี่วัน ชนมนบอกให้เขาใจเย็นๆหางานทำค่อยๆเก็บเงิน ให้กำลังใจว่า

“ถ้าเราพยายามนะ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้หรอก ฉันจะช่วยนายเอง” อิทธิฤทธิ์มีกำลังใจขึ้นทันที บอกว่าปีหน้าเราจะไปหาแม่ด้วยกัน “นายอาจจะได้ไปเจอคุณแม่เร็วกว่านั้น ถ้าหากนายจะทำตามที่ฉันบอก รับปากฉันมาว่าจะเชื่อและทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง!”

อิทธิฤทธิ์ชะงักหรี่ตามองอย่างระแวงว่า ชนมนจะต้องให้ทำอะไรที่ตนไม่อยากทำแน่ๆ!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ
20 ม.ค. 2563
08:10 น.