ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ทองเนื้อเก้า

SHARE
ตอนที่ 14

แลทนเห็นสภาพน่าเวทนาของวันเฉลิมต่อไปไม่ไหว ความขาดสติทำให้คิดแผนร้ายวางยาเบื่อลำยองจะได้ตายจากไปไม่เป็นภาระลูกชายและน้องๆอีก แต่ปอดันเห็นขวดยาเบื่อเสียก่อน หญิงชราจึงต้องซ่อนในตู้กับข้าว ลำดวนผ่านมาเห็นแต่ไม่คิดมาก เข้าใจว่าแม่คงเอามาดักจับหนูธรรมดาเลยปล่อยทิ้งไว้ที่เดิม

ลำดวนเข้าไปเยี่ยมพี่สาวคนโตหลังจากนั้น แผลพุพองตามตัวและน้ำเหลืองไหลเยิ้มทำให้สะอิดสะเอียนจนต้องเมินหน้าหนี ไม่เข้าใจว่าหลานชายทนได้ยังไง วันเฉลิมเช็ดตัวให้แม่อย่างใจเย็นพร้อมเปรยเสียงเบาแต่หนักแน่น

“ให้ยิ่งกว่าน้ำเหลืองน้ำหนองผมก็ทนได้ครับเพราะคนป่วยคนนี้เป็นแม่ของผม”

ลำดวนส่ายหน้าปลงๆ จนใจจะห้ามปรามเพราะรู้ดีว่าหลานรักแม่มากแค่ไหน ได้แต่เตือนให้ทำความสะอาดตัวเองหลังทำแผลให้แม่ กลัวติดเชื้อโรคจะเดือดร้อนกันใหญ่ เมื่อมาเจอแม่หน้าบ้านก็อดบ่นไม่ได้เพราะสงสารหลาน

“เวรแท้ๆ ไม่รู้พี่ลำยองจะอยู่ทรมานคนอื่นเขาทำไม ตายๆไปซะจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว”

แลนั่งนิ่งเหมือนไม่ได้ยินอะไร แต่ในใจสับสนเพราะสิ่งที่คิดจะทำ วันเฉลิมดูแลแม่เรียบร้อยจึงมาลายายไปนอนบ้านปั้นเพราะต้องช่วยลำยงขนของแต่เช้า แลไม่พูดอะไรเพราะกำลังเครียดถึงแผนร้ายที่วางไว้ ส่วนลำดวนเห็นหลานหน้าอมทุกข์เลยปลอบให้ทำใจเพราะอาการลำยองไม่น้อยแล้ว

“แม่เอ็งมีแต่ทรงกับทรุด หมอเขายังบอกเลยว่าไม่มีทาง เอ็งเลิกหวังเถอะไอ้วัน เหนื่อยกายเปล่าๆ ทำงานตัวเป็นเกลียว ได้กี่บาทก็กลายเป็นค่ายาแม่เอ็งหมด สงสารตัวเองบ้างเถอะ”

วันเฉลิมเข้าใจที่น้าบอกทุกอย่างแต่ดูดายทิ้งแม่ให้ทรมานจนตายไม่ได้ สุดท้ายความกังวลแปลกๆก็ทำให้เปลี่ยนใจกลับไปค้างกับแม่แทน ลำดวนได้แต่มองตามปลงๆ...เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมเสียทีไอ้วันเอ๊ย

ฟากแลถือกระป๋องยาเบื่อหนูไปหาลำยองในห้อง เสียงร้องครวญครางเพราะความเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจบอบช้ำของหญิงชราไม่น้อย แต่ความทุกข์ระทมของหลานก็ทำให้เศร้าใจไม่ต่างกัน

“กูผิดเองที่เลี้ยงมึงไม่ดี กูมันโง่ที่ส่งเสริมมึงแต่ทางที่ผิด มึงอย่าเป็นห่วงผูกคอลูกมึงอีกต่อไปเลยนะอีลำยอง ปล่อยลูกให้มันมีอนาคตดีกว่านี้เถอะ” แลกำกระป๋อง ยาเบื่อหนูแน่น มองลูกสาวคนโตด้วยแววตาแน่วแน่ “มันคงไม่เจ็บปวดกว่าที่มึงเป็นอยู่เท่าไหร่หรอก ชีวิตมึงกูเป็นคนให้กำเนิด มันไม่ผิดหรอกที่กูจะเป็นผู้ทำลายเสียเอง”

แลจะลงมือแต่วันเฉลิมดันกลับมาก่อน หญิงชราจึงหมดโอกาสต้องนอนตาค้างทั้งคืน ความทรงจำในอดีต สมัยลำยองเพิ่งแตกเนื้อสาวหวนคืนในหัว ทั้งเรื่องวางแผนจับสันต์ เสียงทะเลาะกับปั้นและสิน ภาพลำยองกินยาดองเป็นครั้งแรกและวันที่ลำยองไปดูดวงกับพ่อปู่ว่าเป็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิด หญิงชรานั่งร้องไห้คนเดียวเงียบๆ ปวดใจเหลือเกินเมื่อตระหนักว่าหายนะทั้งหมดของลูกสาวคนโตโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง!

ooooooo

ความรู้สึกผิดเวียนวนในหัวจนแลตัดสินใจเด็ดขาดจะทำตามแผนเดิมอีกครั้ง หญิงชรารอจนเช้ามืดเพื่อรอโอกาสทองตอนวันเฉลิมไปช่วยลำยงขนของที่ตลาด ชามข้าวคลุกไข่เจียวผสมยาเบื่อพร้อมแล้วในมือแต่เธอยังมือสั่น เมื่อเข้าไปหาลูกสาวในห้องแล้วต้องตะลึงเพราะลำยองนอนลืมตามองมาเหมือนคนปกติทุกอย่าง

สาวขี้เมาไม่ร้องโอดโอยเพราะความเจ็บปวด แต่กลับถามถึงลูกชายคนโต แลตอบเสียงเรียบ

“มันไปช่วยนังลำยงจ่ายตลาดตอนเช้า สายหน่อยมันก็ไปรับไอติมมาเร่ขาย...หาเงินมาซื้อยาให้เอ็งนั่นแหละ” ลำยองสะเทือนใจ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกบางอย่าง แลเมินหน้าหนีเพราะกลัวจะใจอ่อน รีบหยิบชามข้าวส่งให้ลูกสาว “เอ็งกินข้าวซะ ไอ้วันมันต้มข้าวเจียวไข่ให้ตั้งแต่เช้ามืดแล้ว”

ลำยองจะตักกิน แลเบือนหน้าหนี ไม่อยากเห็นลูกสาวชักต่อหน้าต่อตา แต่ลำยองกลับส่งชามคืนดื้อๆ บอกจะรอวันเฉลิมกลับก่อน แลชะงัก สติและมโนธรรมหวนคืนมาเมื่อเห็นแววตาไร้พิษสงของลูกสาว สุดท้ายเลยต้องโยนชามข้าวทิ้งขยะแล้วปล่อยโฮหลังบ้านเพราะความรู้สึกผิด...อีลำยอง...กูทำมึงไม่ลง!

แลไปสงบสติอารมณ์ครู่ใหญ่จึงกลับมาดูลูกกับผัว แต่ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นชามข้าวคลุกยาเบื่อหายไปจากถังขยะเสียแล้ว หญิงชราถลาไปดูในบ้านแล้วต้องเย็นวาบไปทั้งตัวเมื่อเห็นปอนอนชักกระตุกน้ำลายฟูมปากตรงกลางบ้าน วันเฉลิมกลับมาทันจึงรีบไปตามน้าๆที่ร้านปั้น ทุกคนตกใจแทบสิ้นสติไม่คิดว่าปอจะหลงขนาดนี้

“กูไม่ได้ตั้งใจ...กูไม่ได้ตั้งใจ”

แลกอดปอร้องไห้คร่ำครวญแทบขาดใจ ลำยองได้แต่มองนิ่งๆเหมือนไม่รับรู้อะไร ส่วนชดจะพาพ่อตาไปหาหมอแต่ไม่ทันเพราะชายชราหมดลมหายใจเสียก่อน แลกรีดร้องเสียงดังราวกับมีใครมากระชากดวงใจ

“ไม่...ไอ้ปอ มึงต้องไม่ตาย กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ”

งานศพปอถูกจัดอย่างเรียบง่ายและเสร็จสิ้นหลายวันแล้ว แต่แลยังเซื่องซึมไม่พูดจากับใครจนทุกคนเป็นห่วง แม้แต่ลำยองก็มองแม่ด้วยแววตาสั่นระริก เสียใจไม่น้อยแต่ช่วยอะไรไม่ได้ สุดท้ายสาวขี้เมาจึงตะเกียกตะกายคลานออกจากบ้านด้วยใจมุ่งมั่น กว่าแลจะรู้ตัวว่าลูกสาวหายไปก็เมื่อวันเฉลิมพาสันต์มาเยี่ยมแม่ แลหน้าซีด วิ่งตามหาลูกสาวทั่วบริเวณบ้านแต่ไม่พบแม้แต่เงา

“นี่มันหายไปไหน สภาพแย่ขนาดนั้น มันจะหายไปได้ยังไง นี่กูทำอะไรผิดอีกหรือเปล่า กูทำอะไรผิดอีกไหม”

แลโวยวายเหมือนคนเสียสติ สันต์พยายามปลอบให้ใจเย็นเพราะลำยองคงไปไหนไม่ได้ไกล วันเฉลิมร้อนใจเป็นห่วงแม่ สันต์ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนบอกสองยายหลานว่าพอรู้แล้วว่าเมียเก่าน่าจะอยู่ที่ไหน...

เวลาเดียวกันที่โรงลิเกเก่าท้ายตลาด ลำยองคลานไปนอนบนเวทีด้วยความทุลักทุเล ความเจ็บปวดแล่นผ่านทั่วร่างเพราะแผลพุพองและเลือดซึ่งเริ่มไหลออกจากทวารต่างๆ ภาพความทรงจำตอนเจอสันต์ครั้งแรกย้อนคืนในหัว เธอหลงรักเขาตั้งแต่แรกเห็นเพราะประทับใจในความหล่อ...และคิดว่ายังคงรักอยู่จนถึงวันนี้

ลำยองดึงตัวเองจากอดีตแสนหวาน น้ำตาไหลพรากเพราะความรู้สึกผิดถาโถม ความเจ็บภายนอกเทียบไม่ได้กับความปวดร้าวภายใน เสียงลูกชายลอยจากไหนไม่รู้เรียกชื่อเธอลั่น ไม่กี่อึดใจต่อมาจึงเห็นเขาอยู่ตรงหน้าประคองเธอไว้ในอ้อมแขน สันต์ถลันมานั่งข้างๆ ลำยองมองหน้าลูกแล้วเลื่อนสายตาไปทางผัวเก่า ปากบางแต่ซีดเซียวค่อยๆพูดออกไปว่าคิดถึง สันต์จับมือเธอไว้ด้วยความสะเทือนใจ สภาพเมียเก่าน่าหดหู่จนพูดไม่ออก

ลำยองชักกระตุกอย่างแรงจนตัวงอเป็นที่น่าเวทนา วันเฉลิมร้องไห้โฮด้วยความสงสารแม่ สาวขี้เมาชักกระตุกอีกหลายครั้ง ตาเหลือกขึ้นข้างบนจนเหลือแต่ตาขาว วันเฉลิมกอดแม่แน่นและพยายามรวบมือเธอให้ประสานกันที่อก

“นึกถึงพระพุทธคุณเข้าไว้ครับแม่ นึกถึงพระพุทธคุณเข้าไว้ครับ”

ลำยองเกร็งไปทั้งตัว เสียงลูกชายคนโตยังวนเวียนข้างหู กระซิบให้นึกถึงพระพุทธคุณเข้าไว้ ภาพความทรงจำตั้งแต่วันเฉลิมลืมตาดูโลกและวีรกรรมแม่ดีเด่นของเธอวิ่งวนในหัวไม่หยุด น้ำตาไหลพรากที่ไม่เคยเห็นความดีของลูกจนกระทั่งนาทีนี้ สาวขี้เมายกมือสั่นเทาแตะแก้มลูกเป็นครั้งแรกและยิ้มให้บางๆ วันเฉลิมน้ำตานองและพยายามรวบมือแม่ให้กุมพนมที่อกอย่างไม่ลดละ ลำยองยิ้มให้ลูกเป็นครั้งสุดท้ายและค่อยๆหมดลมหายใจไปในที่สุด

ooooooo

การจากไปของลำยองทำให้ทุกคนเศร้าโศกมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะวันเฉลิม ร้องไห้ไม่หยุดจนทุกคนเป็นห่วง งานศพของสาวขี้เมาถูกจัดอย่างเรียบง่าย โดยมีคนในครอบครัวของแลกับปั้นมาร่วมงานทุกคืนด้วยความเต็มใจ ปั้นถือธูปไปไหว้ศพหน้าโรงและพึมพำลาอดีตลูกสะใภ้ตัวแสบเสียงเศร้า

“หมดเวรหมดกรรมเสียทีลำยองเอ๊ย ข้าอโหสิกรรมให้เอ็งนะ อะไรที่เคยล่วงเกินกัน ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจขอให้แล้วกันไป อย่าให้ผูกพันไปในชาติไหนๆอีกเลย”

ปั้นปักธูปลงกระถาง สันต์ขยับมาไหว้บ้างภาพเมียเก่าในกรอบทำให้น้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ

“ไม่ต้องทรมานอีกต่อไปแล้วนะลำยอง พี่ขอให้ลำยองได้ไปในที่สงบ”

สันต์ปักธูปแล้วมองหาลูกชาย เห็นนั่งหน้าซึมที่มุมหนึ่งจึงไปคุยด้วย หลวงลุงปิ่นตามไปสมทบและพยายามปลอบให้ลูกศิษย์คนโปรดทำใจเพราะความตายเป็นเรื่องธรรมดา

“แล้วเอ็งจะเอายังไงไอ้วัน เอ็งจะมัวนั่งนิ่งไม่รับรู้อะไรไม่ได้นะ อีกสองวันจะเผาแม่เอ็งแล้ว ตัวเอ็งจะเอายังไง”

วันเฉลิมส่ายหน้าไม่รู้ หลวงลุงปิ่นได้แต่ถอนใจ สันต์ทนไม่ได้ต้องพูดกับลูกชายตรงๆ

“วัน...ชีวิตลูกไม่ได้จบพร้อมแม่เขาหรอกนะ คิดถึงวันข้างหน้าของตัวเองบ้าง”

“วันจะอยู่กับยาย หาเลี้ยงยายกับน้องๆครับ”

สันต์อึ้ง เทวีตัดสินใจให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันเพื่อรอเรียนต่อ วันเฉลิมยังนิ่งและค่อยๆหันมาทางหลวงลุง

“หลวงลุงครับ...วันอยากบวชอีกครั้งครับ พรุ่งนี้ให้วันบวชหน้าศพแม่ได้ไหมครับ”

หลวงลุงยิ้มและลูบหัวเด็กชายเบาๆ สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้วันเฉลิมน้ำตาร่วง ความเสียใจเพราะแม่ตายยังคงอยู่ แต่ชีวิตเขาต้องเดินต่อไปข้างหน้า...ขอให้แม่ไปสู่สุคติด้วยเถอะครับ

ด้านแล...ไม่ยอมไปงานศพลูกแม้แต่วันเดียว วันๆหมกตัวอยู่ในห้องมืดสลัว โยกตัวไปมาเหมือนคนเสียสติ

“กูผิดเอง กูเลี้ยงมึงมาไม่ดี กูอยากให้มึงตายห่าจะได้ปลดห่วงหลานกูจากนรก แล้วมึงก็ตายจริงๆอีลำยอง แต่ทำไมมึงไม่ชิงตายก่อนหน้านี้ พ่อมึงจะได้ไม่ต้องรับกรรม กูไม่ได้ตั้งใจนะไอ้ปอ กูไม่ได้ตั้งใจให้มึงตายเลย”

แลหัวเราะสลับร้องไห้ราวกับคนบ้า ความรู้สึกผิดในส่วนลึกทั้งเรื่องลูกเรื่องผัวทำให้สะเทือนใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน สันต์มาเยี่ยมพร้อมกับลำยงบ่ายวันเดียวกัน เห็นสภาพอดีตแม่ยายแล้วได้แต่ถอนใจ

“ตั้งแต่พ่อตายก็เป็นแบบนี้แหละพี่สันต์ พอพี่ลำยองตายอีกคนอาการก็หนักข้อขึ้น เอาแต่ขังตัวเองในบ้านไม่ออกไปไหนแม้กระทั่งงานศพ ท่าจะเลอะตามพ่อแกไปด้วยอีกคน พี่เข้าไปดูเองแล้วกัน ฉันไปที่วัดก่อนนะ”

ลำยงออกไปแล้ว สันต์สูดลมหายใจยาวและเดินไปหาแลช้าๆ หญิงชรานิ่งไปอึดใจแล้วพยักหน้าให้เขา

“เมียเอ็ง...นังลำยอง มันตายไปแล้ว ไอ้ปอก็ตายแล้ว”

“ผมรู้แล้วครับ วันนี้บ่ายๆวันจะบวชให้แม่ของเขาครับน้าแล”

“หลานข้าต้องได้ขึ้นสวรรค์แน่ แต่ข้ายังไงก็ต้องตกนรก”

“พูดอะไรอย่างนั้นน้าแล ไม่มีใครตกนรกที่ไหนหรอก”

“ข้านี่แหละ จำที่ไอ้ปอมันกินข้าวคลุกยาเบื่อหนูได้ใช่ไหม ความจริง...ข้าตั้งใจซื้อมาเบื่อนังลำยอง” สันต์ตะลึง แลน้ำตาไหลพรากด้วยความสะเทือนใจ “ข้าตั้งใจให้มันกิน จะได้ไม่ต้องอยู่ถ่วงลูกมันให้ทนทุกข์ ข้ายอมตกนรกแต่นรกดันเอาไอ้ปอไปแทน ถ้านังลำยองมันไปเร็วกว่านี้ข้าคงไม่ต้องทำอย่างนี้”

แลร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ คร่ำครวญขอร้องให้สันต์ดูแลน้องๆของวันเฉลิมด้วยเพราะหมดอาลัยตายอยากแล้ว สันต์เข้าใจความทุกข์ใจของอดีตแม่ยายดี เห็นใจเธอไม่น้อยที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความผิดนี้ไปตลอดชีวิต

ooooooo

วันเฉลิมบวชให้แม่ในวันเผาศพ แลไม่ยอมมาร่วมงานเพราะยังรู้สึกผิด สันต์เข้าใจดีว่าสภาพจิตใจของอดีตแม่ยายย่ำแย่แค่ไหนจึงไม่ถือสา เขารับหน้าที่ขริบผมให้ลูกชายและส่งต่อให้เทวี วันเฉลิมพนมมือตั้งจิตแน่วแน่เป็นกุศลให้แม่เป็นครั้งสุดท้าย ควันไฟบนเมรุพวยพุ่งบนฟ้า ราวกับจะส่งดวงวิญญาณของลำยองไปสู่สุคติ

เณรรู้ดีว่ายายต้องทนทุกข์ทรมานกับการจากไปของโยมแม่ เช้าวันถัดมาจึงออกไปเยี่ยมถึงบ้าน แลน้ำตาคลอเมื่อเห็นชายผ้าเหลืองของหลาน ยกมือไหว้ท่วมหัวด้วยความปลื้มใจ

“เณร...ใครๆเขาพ้นเวรกรรมไปนานแล้ว แต่ยายยังต้องทรมานใจต่อไป”

“โยมยาย...บุญกุศลทั้งหมดที่เกิดจากการบวชครั้งนี้ ผมอุทิศให้โยมยายครับ”

แลอึ้ง บาปหนักในใจไม่ทำให้คาดคิดว่าหลานจะอภัย เณรยิ้มน้อยๆแล้วบอกว่ารู้มาตลอดถึงเรื่องที่ยายทำ

“โยมยายรักและหวังดีกับผมมากเกินไป ทุกคนอยากให้ผมหมดภาระทางกาย แต่มันเท่ากับเพิ่มภาระทางใจให้ผมและทุกคน เวรกรรมของโยมยายกับโยมตามีร่วมกันแค่นี้ และทุกอย่างในชีวิตผมก็เกิดจากกรรมผมเอง อนาคตของผมอยู่ที่ผ้าเหลือง ผมจะบวชให้นานและร่ำเรียนให้มากที่สุด ส่วนกุศลทั้งหมด ผมขออุทิศให้โยมยายครับ”

แลน้ำตาอาบหน้า ก้มกราบสามครั้งด้วยหัวใจปีติ หลุดพ้นจากความทรมานและปลดปล่อยบ่วงรัดใจทั้งปวง

สันต์กับเทวีมาเยี่ยมปั้นในอีกหลายวันต่อมา พยายามขอให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันแต่หญิงชราไม่ยอมไป

“แม่ไม่เหงาหรอก มีอะไรให้ทำถมไป อยู่นี่จะได้คอยใส่บาตรเณร วันพระจะได้ไปถือศีลแปดที่วัด ไม่ต้องห่วงแม่หรอก ว่างๆก็พาหลานมาหาแม่บ้างแค่นั้นก็พอ”

สันต์กับเทวีไม่เซ้าซี้เพราะเชื่อว่าแม่คงมีความสุขตามอัตภาพอย่างที่ต้องการ เหลือแต่เณรวันเฉลิมที่ทั้งสองยังห่วงเรื่องเรียนต่อ เพราะดูท่าจะไม่ยอมสึกและเรียนต่อในวิทยาลัยสงฆ์แทน เทวีพยายามบอกให้ลาสิกขาเพื่อเรียนหลักสูตรปกติ จะได้มีงานทำหาเลี้ยงน้องกับยาย แต่เณรปฏิเสธแล้วบอกว่าอาจจะบวชไม่สึกตลอดชีวิตด้วยซ้ำ

ooooooo

วันเวลาผ่านไปหลายปี พระวันเฉลิมบวชมานานจนจิตใจผ่องแผ่ว มีสติตลอดเวลา สมฤดีซึ่งโตเป็นสาวชวนยายมาใส่บาตรหน้าบ้าน วิมลมองตามพระด้วย ความชื่นใจและแจ้งข่าวว่าหลานสาวจะไปเรียนเมืองนอก

“ค่ะหลวงพี่...ดิฉันจะไปอยู่กับคุณพ่อ ท่านได้ทุนวิจัยไปค้นคว้างานที่โน่นหลายปีแล้วค่ะ”

“อีกหลายปีสินะกว่าจะได้กลับเมืองไทย หรือว่าโยมตั้งใจจะตั้งรกรากที่โน่นเลย”

“ไม่หรอกค่ะหลวงพี่ เรียนจบดิฉันก็จะกลับบ้าน บ้านดิฉันคือเมืองไทยค่ะ”

สมฤดีไปเรียนต่อนับสิบปี ส่วนพระวันเฉลิมกลายเป็นพระนักเทศน์เป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป

วิมลแวะมาถวายสังฆทานในเช้าวันหนึ่ง ชวนพูดคุยเรื่อง สัพเพเหระเหมือนที่ชอบทำทุกๆสัปดาห์ พระวันเฉลิมถามถึงสมฤดีจึงได้ความว่ากำลังจะกลับมาและอยากเป็นครู พระวันเฉลิมยิ้มน้อยๆ...ภูมิใจที่เพื่อนวัยเด็กคิดช่วยเหลือสังคม

ด้านแล...หมั่นเข้าวัดฟังเทศน์และบำเพ็ญประโยชน์ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา พระวันเฉลิมแวะมาทักทายและบอกให้พักผ่อนบ้างเพราะแก่มากแล้ว แต่แลยังปัดกวาดเช็ดถูไม่หยุดและเปรยเสียงอ่อน

“ทั้งชีวิตที่ผ่านมาอิฉันปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไม่มีประโยชน์ อิฉันอยากจะชดเชยเวลาที่หายไปเจ้าค่ะ”

“การทำงานทุกอย่างอย่างมีสติ เท่ากับได้ฝึกปฏิบัติธรรมแล้วล่ะโยมยาย”

“สาธุ...แต่ก่อนมาวัดอิฉันแค่มาขอให้ถูกหวย แต่ตอนนี้อิฉันรู้แล้วว่าต้องการอะไร อย่างที่ท่านสอนแหละค่ะ บุญก็ส่วนบุญ บาปก็ส่วนบาป ไม่มีทางหักลบกลบหนี้กันได้ เวลาอิฉันเหลือน้อย ขออุทิศให้พระศาสนาค่ะ”

พระวันเฉลิมอนุโมทนาโยมยายและหันไปยิ้มรับสันต์กับเทวีซึ่งแวะมาถามสารทุกข์สุกดิบเหมือนเคย เมื่อทราบว่าพระจะไปเรียนต่อที่อินเดียก็ปลื้มใจมาก ยินดีเหลือเกินที่ลูกชายเดินทางสว่าง ไม่ข้องเกี่ยวอบายมุขอย่างที่นึกกลัว

“ผมอยากรู้อยากเห็นให้แน่ใจ หลวงพี่อาจารย์แนะนำว่าถ้าผมได้อยู่อินเดียสักปีสองปี ผมจะรู้ซึ้งแก่นของพระศาสนา ผมจะได้รู้แน่แก่ใจว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงตรัสรู้ที่นั่น และนรกที่ผมเคยอยู่...ที่แท้ไม่ใช่นรกแต่เป็นโลกธรรมดา”

“พ่อขออนุโมทนาบุญกับท่านด้วย”

พระวันเฉลิมไปเยี่ยมน้องๆที่บ้านย่าบ่ายวันเดียวกัน กิจการค้าขายของลำยงกับลำดวนใหญ่โต ขายดิบขายดีจนเดินขาแทบขวิดทุกวัน อ้อยเพิ่งออกจากโรงเรียนพิเศษมาอยู่บ้าน เห็นพระแล้วยิ้มเขินเพราะชอบคนหล่อ ปั้นส่ายหัวขำๆแล้วเล่าเรื่องอ้อยว่าช่วยงานเล็กน้อยได้แต่ยังนับเลขไม่เก่ง พระหันไปยิ้มให้น้องสาว สั่งสอนให้ช่วยงานคนในบ้านแล้วเดินกลับวัด อ้อยกระโดดโลดเต้นยั้งอารมณ์ไม่อยู่เพราะดีใจที่พระหนุ่มรูปหล่อเสวนาด้วย

ooooooo

เหน่งโตเป็นหนุ่มวัยกำดัดและไปปรนนิบัติหลวงลุงปิ่นเหมือนที่เคยทำมาตลอดสิบกว่าปี ภาพเด็กๆนั่งหน้าสลอนฟังนิทานชาดกเรื่องพญาช้างเผือกด้วยความตั้งใจทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ เขาก็เคยมีสภาพแบบนี้เหมือนกัน

“นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความกตัญญูพ่อแม่นำความสุขความเจริญและเกราะป้องกันภัยให้เราเสมอ”

เด็กๆเฮลั่นและร้องขอให้เล่าอีก เหน่งเห็นหลวงลุงปิ่นเหยียดขาเพราะความเมื่อยเลยพาเด็กๆออกไป

“หลวงลุงพักบ้างเถอะครับ เดี๋ยวก็ไม่สบายอีก นิทานไม่ต้องเล่าแล้ว เหนื่อยเปล่าๆ”

“ไอ้เหน่ง...เอ็งมาบังคับหลวงลุงอย่างนี้เท่ากับบังคับไม่ให้หายใจนั่นแหละ” เหน่งส่ายหน้าน้อยๆบอกว่าไม่ได้หมายความแบบนั้น “เอ็งฟังให้ดีๆ ในเมื่อหลวงลุงยังทำประโยชน์ได้ก็จะทำต่อ จะมาบังคับให้นั่งๆนอนๆ ไม่ได้โว้ย”

เหน่งไม่คิดว่าเด็กๆจะรู้เรื่องนอกจากหาเรื่องสนุกฟังเท่านั้น พระวันเฉลิมแวะมาเยี่ยมหลวงลุงพอดีเลยช่วยอธิบายให้ฟังว่าการฟังนิทานชาดกเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างไร

“ดีกว่าปล่อยไปวิ่งเล่นมั่วสุมเล่นการพนัน อย่างน้อยนิทานก็ช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้ดีได้”

“ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก จะสร้างคนให้เต็มคนมันต้องสร้างตั้งแต่เป็นเด็ก เดี๋ยวนี้คนเป็นพ่อแม่มีเวลาอบรมที่ไหน อ้างแต่ต้องทำมาหากิน ขอบใจเอ็งที่เป็นห่วงหลวงลุง แต่ให้อยู่เฉยๆมันรำคาญว่ะ นอนทุกคืนมาชั่วชีวิตแล้ว อีกไม่นานก็ต้องนอนตลอดกาล จะรีบพักผ่อนไปทำไม ยังไงๆก็ได้นอนไม่ตื่นฟื้นไม่มีกันทุกคนแหละน่า”

ฟากลำยงกับลำดวนช่วยกันทำมาหากินสุดฤทธิ์ ตกกลางคืนก็ช่วยกันทำขนมขายในงานวัด โดยให้อ้อยไปช่วยด้วยจะได้ไม่อยู่เฉยๆให้เปล่าประโยชน์   อ้อยตื่นตา ตื่นใจมากเพราะไม่เคยเห็นคนเยอะแบบนี้มาก่อน โดย เฉพาะผู้ชายหล่อๆที่มีให้เห็นดาษดื่นจนแทบหัวใจหยุดเต้น ลำดวนเห็นหลานมัวเล่นหูเล่นตาก็หมั่นไส้จึงไล่ไปเล่นที่อื่น

อ้อยเตร็ดเตร่ทั่วงาน เพลิดเพลินกับการมองหนุ่มๆ รอบตัวจนเกือบลืมไปว่ามาช่วยน้าขายของ แลตามมาช่วยลูกแต่ไม่เห็นหลานก็เริ่มหวั่นใจ ตามหาเสียทั่วจนสุดท้ายไปเจอหลานสาวเดินตามกลุ่มผู้ชายวัยรุ่นต้อยๆ...กูอยากเป็นบ้าตาย...หรือว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยวะ!

ooooooo

อาการกระดี๊กระด๊าเมื่อเจอผู้ชายของอ้อยทำให้ทุกคนในบ้านเครียดหนัก ปั้นพลอยกลุ้มไปด้วยเพราะกลัวเป็นเหมือนลำยอง แลกับลำยงขอร้องให้ลำดวนช่วยดูแลบ้างแต่คงไม่ได้เรื่องนักเพราะทุกคนต่างมีภาระ

แลมองอ้อยด้วยความเวทนา “ข้าอดห่วงมันไม่ได้ยายปั้น เลือดแม่มันแรง อีกหน่อยคงเจริญรอยตามกัน”

“อย่าพูดอย่างนั้นยายแล ลำยองมันตายไปนานแล้ว เราอย่าเอาบาปไปป้ายเด็กมันเลย ฉันว่าประวัติศาสตร์มันไม่มีทางซ้ำรอยหรอกถ้าเราดูแลนังอ้อยมันดีๆ อย่าปล่อยให้ไกลหูไกลตา ยังไงก็กันเอาไว้ดีกว่าแก้ทีหลัง”

ฝ่ายเหน่งนั่งฟังเทศน์เหมือนที่ชอบทำทุกเย็น มือก็เย็บรองเท้าคู่เก่าซึ่งขาดจนมองแทบไม่เห็นสภาพเดิมอย่างคล่องแคล่วเพราะทำจนชินมือ พระวันเฉลิมผ่านมาเห็นจึงทักให้ซื้อใหม่แต่เหน่งปฏิเสธยิ้มๆ

“หลวงลุงสอนว่าเราอย่ายึดติด ท่านเล่าว่าตอนเด็กๆ รองเท้าหลวงพี่เก่ามากแต่ยังไปไหนมาไหนด้วยรองเท้าเก่าๆคู่เดียว ไอ้คู่นี้ยังพอใส่ได้ผมเลยซ่อมใส่ไปก่อนครับ”

พระวันเฉลิมปลื้มใจ เห็นฝีมือน้องไม่ธรรมดาจึงเอ่ยชมจากใจจริง เหน่งยิ้มบอกว่าชอบทำเพราะเพลินดี

“ดีแล้ว...ชอบทำอะไรก็ทำให้เต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ความจริง...เหน่งไปเรียนต่อสายอาชีวะก็ได้นะ เรียนประกอบสายอาชีพโดยตรง วันข้างหน้าจะได้ทำกิจการของตนเองเลี้ยงชีพได้”

เหน่งหูตาเป็นประกาย ยิ่งหลวงพี่ส่งเสริมทำให้เกิดแรงบันดาลใจจะเรียนต่อ พระวันเฉลิมภูมิใจมาก สั่งสอนให้ตั้งใจและมุ่งมั่นในสิ่งที่รักและอยากทำ...ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น...จำไว้เหน่งเอ๋ย

น้องๆทุกคนของพระวันเฉลิมต่างขวนขวายและแสวงหาอาชีพในแบบที่ตัวเองถนัด มีเพียงจิตราน้องสาวคนเล็กที่พระไม่ค่อยเจอหน้านักเพราะเก็บตัวไม่ชอบพบหน้าผู้คน วันหนึ่งพระจึงแวะไปเยี่ยมและถามไถ่เรื่องอนาคตเรียนต่อ จิตราก้มหน้านิ่งไม่ยอมสบตาหลวงพี่แม้แต่น้อย แถมถามคำตอบคำจนลำยงรำคาญ

“เอ๊ะนังคนนี้...อะไรก็ไม่รู้ๆสักอย่าง หลวงพี่อุตส่าห์เป็นห่วงถามไถ่ อนาคตเอ็งแท้ๆนะโว้ย”

“ก็หนูไม่รู้จะเรียนไปทำไม เรียนไปก็เท่านั้น เอาดี อะไรไม่ได้หรอก นอกจากไปเป็นคนงานโรงงานแถวนี้”

“ถ้าเอ็งมีวิชาความรู้ติดตัว มีทางเลือกก็ไม่ต้องไปเป็นคนงานเขาไง” ปั้นเสริม

จิตราเงียบไปอึดใจ พระวันเฉลิมคิดว่าน้องสับสนเลยถามถึงเพื่อนคนอื่นว่าเขาเรียนต่ออะไรกัน

“ลูกอีผู้หญิงขี้เมา เอาแต่เล่นไพ่หลายผัวจนเป็นบ้าอย่างหนู หลวงพี่คิดว่ายังจะมีใครคบเป็นเพื่อนอีกเหรอ”

ขาดคำก็ลุกพรวดกลับห้อง พระวันเฉลิมมองตามอึ้งๆ เป็นครั้งแรกที่ได้ยินน้องพรั่งพรูความเก็บกดในใจ ลำยงหน้าเสียบอกว่าจิตราไม่ยอมคบใครมานานแล้ว ปั้นได้แต่ส่ายหน้าปลงๆ...เวรกรรมแท้ๆเลยจิตราเอ๊ย

ความกังวลใจเรื่องจิตราไม่ทันหาย อ้อยก็ก่อเรื่องยุ่งในคืนเดียวกัน เด็กสาวแอบหนีออกจากบ้านกลางดึก แลวิ่งวุ่นตามหา ไปเจอหลานสาวตัวดีร้องรำทำเพลงกับกลุ่มวัยรุ่นในซุ้มงานวัด ปั้นแทบกุมขมับ ลำยงเลยหาทางแก้ให้อ้อยหัดทำไข่เค็มที่ชอบกินนักหนา ไม่ต้องขโมยของร้านและหารายได้เลี้ยงตัวเองได้ด้วย ที่สำคัญจะได้ไม่มีเวลาไปเถลไถลตามหนุ่มเหมือนเคย

แลเบาใจเรื่องอ้อยเพราะลำยงกับลำดวนช่วยสอนงาน หญิงชราตื่นเช้าไปใส่บาตรในวันต่อมา แต่เมื่อพระให้พรกลับไม่สามารถลุกขึ้นเพราะเจ็บปวดข้อกะทันหัน และหน้ามืดเซล้มลงกับพื้นไม่เบานัก แลหายใจหอบถี่และหมดลมหายใจตรงหน้าบ้านนั่นเอง

ooooooo

ข่าวการจากไปของแลมาถึงหูลูกๆหลานๆ ไม่นานหลังจากนั้น ทุกคนรับมือได้ดีเพราะได้ฟังธรรมเทศนาจากพระวันเฉลิมบ่อยๆเรื่องการเกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดาของชีวิตมนุษย์ แต่เหน่งยังทำใจไม่ได้ดีนักเพราะอยู่กับยายมาตั้งแต่เด็ก เมื่อพระวันเฉลิมผ่านมาเห็นสภาพน้ำหูน้ำตาร่วงของน้องจึงเทศนาให้เข้าใจสัจธรรมชีวิต

“ปลงซะเถอะเหน่ง เกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดาของโลก ไม่มีใครหน้าไหนหนีพ้น ไม่เว้นแม้แต่ตัวเรา”

เหน่งพยักหน้ารับทั้งน้ำตา พระวันเฉลิมลูบหัวน้องเบาๆแล้วเข้าไปเยี่ยมหลวงลุงปิ่นในกุฏิ ช่วยปรนนิบัติโน่นนี่แทนเหน่งซึ่งกำลังทุกข์ใจเรื่องยาย หลวงลุงปิ่นมองอดีตลูกศิษย์ก้นกุฏิด้วยความเอ็นดู ปลื้มใจที่เป็นคนกตัญญูเหลือเกิน

“หลวงลุงเลี้ยงผมมาตั้งแต่เล็ก เท่าที่ตอบแทนมันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำครับ”

“ฝากด้วยนะท่าน นับวันสังคมยิ่งตกต่ำ ทางไหนที่ช่วยกันประคับประคองจิตใจเด็กรอบๆวัดนี้ไม่ให้หลงไปในทางที่ผิดได้ ท่านก็ช่วยด้วยเถอะ ให้เด็กๆได้เห็นด้วยปัญญาว่าวิถีแห่งพุทธะคือหนทางแห่งความสุขสงบโดยแท้”

“หลวงลุงไม่ต้องห่วงหรอกครับ หลวงลุงเลี้ยงดูสั่งสอนผมยังไง ผมก็จะทำอย่างนั้นครับ”

สายวันเดียวกันแป้งซึ่งร่ำรวยจากการค้ายามาถวายข้าวของมากมายให้วัด พระวันเฉลิมพยายามกล่อมให้กลับใจเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล โยมน้าชายไม่สำนึกแถมตอกกลับอย่างไม่ละอายว่าอดทนไม่พอ รอให้รวยไม่ไหว

แต่เหมือนกรรมจะไม่รอให้ชดใช้ในชาติหน้า โยมน้าชายของพระวันเฉลิมถูกมือปืนคู่อริยิงดับอนาถหน้าลานวัดนั่นเอง!

หลังจัดการเรื่องศพแป้ง...พระวันเฉลิมจึงไปเยี่ยมน้องๆในบ่ายวันเดียว ปลื้มใจไม่น้อยที่อ้อยดูมีความสุขกับการทำไข่เค็มกว่าที่คิด ลำยงกับลำดวนช่วยกันดูแลประคับประคองอย่างที่แลเคยหวัง...อย่างน้อยๆมันก็หลาน ดีกว่าปล่อยไปปุเลงๆตามผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายตีนที่ไหน แต่คนที่น่าหนักใจกว่าคือจิตรา สันต์กับเทวีซึ่งมาเยี่ยมด้วยในบ่ายวันเดียวกันพยายามเกลี้ยกล่อมให้เด็กสาวเรียนพยาบาลแต่เด็กสาวกับโพล่งออกมาเสียงกร้าว

“หนูคงทนเรียนไม่ได้เพราะหนูเกลียดคนป่วย บ้านนี้มีแต่คนป่วย ไหนจะแม่ ไหนจะตา พี่อ้อยอีก...หนูเกลียด!” พระวันเฉลิมอึ้งไปอึดใจเมื่อได้ยินความในใจของน้องสาวคนเล็ก “แม่นอนครางเป็นบ้า น้ำเหลืองเต็มตัว กลิ่นน้ำเหลือง กลิ่นขี้ กลิ่นเยี่ยวมันติดจมูกหนูถึงวันนี้ ถ้าหนูต้องเรียนพยาบาล หนูคงเป็นพยาบาลที่แย่ที่สุด”

พระวันเฉลิมมองน้องอย่างเห็นใจ ปั้นสงสารและแนะให้เรียนครูจะได้ช่วยเหลือคนอื่น จิตรายังก้มหน้าไม่รับรู้ พระวันเฉลิมจึงต้องเทศนาให้น้องสาวมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ในใจที่เต็มไปด้วยอคติ

“โลกใบนี้ยังมีสิ่งที่ไม่รู้อีกมาก มันมักเกิดจากความขี้เกียจรู้ ทุกสิ่งบนโลกนี้สอนให้เรารู้ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครสอนได้คือตัวเราเอง เหมือนหนู...ที่พยายามจะไม่เข้าใจตัวเอง” จิตราก้มหน้านิ่งแล้วค่อยๆเปล่งเสียงออกมาว่าเกลียดแม่ พระวันเฉลิมส่ายหน้าน้อยๆ “หนูเกลียดแม่เพราะแม่เป็นแบบนั้น เพราะเพื่อนล้อ หนูไม่ได้เกลียดแม่จริงๆเพราะตอนแม่ป่วยหนูยังเด็ก หนูจำอะไรไม่ได้หรอก หนูเป็นทุกข์เพราะยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เพื่อนล้อต่างหากล่ะ”

จิตราอึ้งไปอึดใจ พระวันเฉลิมยิ้มเมตตาและเล่านิทานเรื่องลิงกำถั่วให้ฟัง ผลจากความตะกละและความโลภทำให้เจ้าลิงน้อยถูกกับดักในกล่องล็อกมือจนไปไหนไม่ได้ ชาวบ้านต่างมารุมล้อมจะจับตัวไปฆ่าเพราะลิงน้อยก่อความวุ่นวายไปทั่วเมืองก่อนหน้านี้ จิตรานั่งฟังตาแป๋ว พระวันเฉลิมจึงถามว่าลิงน้อยควรทำเช่นไร

จิตรายิ้มและตอบเสียงใส “คลายมือที่กำถั่วออกก็หนีได้แล้วค่ะ”

“เพียงแค่คลายสิ่งยึดติดออกซะบ้าง ปัญหาจะคลี่คลาย เขาเรียกว่าปล่อยวาง บ่อยครั้งที่การปล่อยวางไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเท่านั้น หากเป็นทางออกจากปัญหาเลยทีเดียว” จิตราพยักหน้ารับรู้และผ่อนคลายมากขึ้น พระจึงถือโอกาสสนับสนุนให้เรียนครูอย่างที่เทวีแนะนำ “ครูเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละไม่แพ้อาชีพอื่นหรอกนะจิตรา การเป็นครูจะสอนให้หลุดพ้นจากคำว่าไม่รู้...เหมือนหนูไง”

ooooooo

พระวันเฉลิมให้เงินเหน่งทำทุนเปิดกิจการเล็กๆทำรองเท้า ปานเพิ่งออกจากคุกและตัดสินใจกลับมาหาพ่อแม่ เหน่งมองชายแปลกหน้าอย่างไม่ไว้ใจในคราแรก แต่เมื่อพาไปหาหลวงพี่วันเฉลิมที่วัดจึงได้รู้ว่ามีน้าชายเพิ่มอีกคน ปานยกมือไหว้หลานท่วมหัว เมื่อพระบอกว่าปอกับแลตายแล้วก็ร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ

“เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีใครเอาชนะได้หรอกครับโยมน้าปาน ทุกอย่างเป็นไปตามกฎแห่งกรรม”

“น้าทำกรรมไว้กับคนอื่นเยอะ ชาตินี้คงชดใช้ไม่หมด ออกจากคุกมาสามเดือนแต่ไม่กล้ากลับบ้าน หางานทำไม่ได้เพราะพอเขารู้ว่าเพิ่งออกจากคุกก็ไม่รับ น้าเคยคิดจะไปปล้นเขาอีก แต่เมื่อนึกถึงความโหดร้ายในคุกทำให้ขยาดและตัดสินใจกลับบ้าน ว่าจะพึ่งพ่อกับแม่แกก็ไม่อยู่เสียแล้ว น้าเลยไม่รู้จะทำยังไง”

พระวันเฉลิมดีใจที่โยมน้าชายคิดได้และเกรงกลัวต่อบาป เพื่อเป็นการตอบแทนความดีจึงเสนอให้ไปช่วยงานเหน่งที่ร้านจะได้มีรายได้ไม่ต้องลักขโมยใครอีก ปานดีใจที่ได้รับโอกาส พระวันเฉลิมพลอยมีความสุขไปด้วยและพาโยมน้าไปหาลำดวนกับลำยง

ที่ร้านปั้น...ในที่สุดครอบครัวก็ได้กลับมาพร้อมหน้ากันสักที

เมื่อสมาชิกทุกคนในบ้านกลับมาพร้อมหน้า พร้อมตา พระวันเฉลิมจึงตัดสินใจไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียตามคำแนะนำของพระอาจารย์ สันต์กับเทวีมาเยี่ยม พยายามยับยั้งเพราะรู้ว่าโรงเรียนสงฆ์ทางโน้นยังไม่ตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่พระยืนกรานตามความตั้งใจเดิมเพราะเชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้มีค่าและมีความหมายมากกว่าแค่การไปเรียนต่อธรรมดา สันต์ไม่อยากขัดใจลูกเลยถวายทุนการศึกษาระหว่างอยู่ที่นั่น

“ค่าใช้จ่ายที่โน่นคงไม่สูงมาก ผมกะจะลงเครื่องแล้วเดินเท้าเป็นหลัก อยากสัมผัสผู้คนให้มากที่สุด” สันต์อวยพรให้เดินทางปลอดภัยและดูแลตัวเองดีๆ “โยมพ่อไม่ต้องห่วงครับ ผมรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้เป้าหมายผมคืออะไร”

ด้านเหน่ง...กิจการรองเท้าเติบโตขึ้นจนพอมีทุนรอน ตกแต่งบ้านเก่าของยายเป็นร้านเล็กๆ ปานช่วยงานแข็งขันจนทุกคนเบาใจว่าอดีตหัวขโมยคงกลับใจได้จริงๆ พระวันเฉลิมมาเยี่ยมในวันหนึ่งและยื่นเงินให้เหน่ง

“พี่ให้ไว้ทำทุน จะได้ซื้อจักรเย็บตัวใหม่ ซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ ซื้อหนังมาเย็บเอง ไม่ต้องรับจ้างเขาอย่างเดียว เหน่งเป็นคนมีฝีมือ น่าจะสร้างอะไรๆเป็นของตัวเองได้แล้ว” เหน่งเกรงใจไม่อยากรับแต่ขัดหลวงพี่ไม่ได้ “พี่ไม่ได้เดือดร้อนอะไร อยากขอบใจเหน่งด้วยซ้ำที่รับน้าปานมาอยู่ด้วย ไม่งั้นแกคงเคว้งคว้าง”

เหน่งยกมือไหว้ก่อนรับเงินมา พระวันเฉลิมยิ้มรับน้อยๆบอกถึงความหวังสุดท้ายเกี่ยวกับน้องชาย

“วันที่เหน่งประสบความสำเร็จ พี่จะมีความสุขที่สุด สร้างตัวเองให้แข็งแรง จะได้เป็นที่พึ่งของคนอื่นต่อไป”

ooooooo

ภารกิจสำคัญอีกอย่างที่พระวันเฉลิมตั้งใจจะทำให้สำเร็จคือจัดทำหนังสือนิทานสอดแทรกธรรมะซึ่งเขียนขึ้นเอง วิมลพาสมฤดีที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกมาถวายสังฆทานและเสนอตัวช่วยหาสำนักพิมพ์ให้ พระปลื้มใจมากและเล่าถึงแรงบันดาลใจของการเขียนนิทานว่ามาจากสมัยเด็กๆ

“อาตมาโตด้วยนิทานของหลวงลุง อยู่อย่างมีสติและรู้ตัวได้เพราะนิทานของหลวงลุงขัดเกลาจิตใจเอาไว้ อาตมาเลยเขียนนิทานสอดแทรกธรรมะ คำสอนของพระพุทธเจ้าที่อ่านเข้าใจง่ายให้เด็กๆได้อ่านกัน”

สันต์กับเทวีเสนอตัวช่วยด้วย เพราะเชื่อว่าหนังสือนิทานของพระจะเป็นแสงสว่างส่องใจให้ชีวิตเด็กๆหรือใครหลายคนได้ พระวันเฉลิมดีใจที่ความตั้งใจดีของตนได้รับการสนับสนุน เป็นที่มาของภารกิจต่อมาคือไปสอนหนังสือที่วิทยาลัยซึ่งสมฤดีสอนอยู่ เป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอไปเรียนต่อที่อินเดีย และที่วิทยาลัยนั่นเอง...พระจึงได้พบกับบุคคลสำคัญอีกคนในชีวิต

ตอนที่ 13

เณรวันเฉลิมสวดมนต์ทำวัตรเย็นทั้งน้ำตาเพราะเรื่องที่ได้ยินจากลำดวนเมื่อกลางวันว่าแม่ยังติดเหล้าและเข้าบ่อนทุกวันเหมือนเดิม หลวงลุงปิ่นมองมาด้วยความเวทนาและพยายามเตือนสติให้เห็นสัจธรรมของมนุษย์

“คนน่ะมันต่างจากสัตว์เดรัจฉานตรงแยกผิดชอบชั่วดีได้ ข้าว่าโยมแม่ของเณรน่ะ เขาต้องอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เขาต้องรู้ว่าอะไรเป็นความสุขหรือความทุกข์” เณรถอนใจเพราะเห็นแล้วว่าแม่ยังวนเวียนที่เดิม “จิตเขาไม่เข้มแข็งพอเณร เขาถึงต้องพ่ายแพ้ต่อมารทุกที ถึงจะสงสารโยมแม่เท่าไหร่ แต่เณรแบกโลกไว้ทั้งหมดไม่ได้ ปลงซะเถอะนะ ทำทุกอย่างเท่าที่ได้แล้วกัน ตั้งใจเรียนศึกษาธรรมและประพฤติแต่กรรมดี วันหนึ่งโยมแม่ของเณรคงจะคิดได้”

เวลาเดียวกันที่บ่อนเฮียเล้ง...ลำยองไม่ได้นึกถึงคำสัญญาใดๆ กำลังออดอ้อนขอกู้เงินเพิ่มจากเล้งเพราะที่พกมาแต่เช้าเล่นเสียหมดนานแล้ว เล้งเหล่ตาและเตือนกรายๆว่าขอเป็นรอบสองแล้ว ลำยองตื๊อไม่เลิกจนเจ้าของบ่อนใจอ่อนแต่เธอต้องพิมพ์ลายนิ้วมือในเอกสารขายฝากบ้านและที่ดินเป็นประกัน ลำยองทั้งมึนทั้งร้อนเงินเลยพิมพ์นิ้วมือส่งๆโดยไม่ทันตรวจดูเอกสารให้ถ้วนถี่ เล้งแสยะยิ้มขี้โกงแล้วส่งเงินให้สองพัน...เสร็จกูล่ะ!

เรื่องลำยองขายฝากบ้านกับเฮียเล้งเข้าถึงหูสันต์ในเช้าวันถัดมาตอนมาเยี่ยมแม่ ปั้นส่ายหัวเหนื่อยหน่ายพร้อมบอกด้วยน้ำเสียงสุดเซ็งว่าลำยองเอาบ้านกับที่ดินไปแลกกับเงินแค่ห้าหมื่นบาท สันต์ถึงกับกุมขมับวีรกรรมเมียเก่า

“อะไรนะครับ ขายฝากมันก็แค่ปีเดียวน่ะสิ แล้วเกิดหลุดเขาจะยอมให้อยู่หรือ โดนยึดแน่ๆ”

“ก็นั่นน่ะสิ ถ้าเณรรู้จะอยู่ในผ้าเหลืองได้หรือ ถึงอยู่ได้ก็ไม่เป็นสุขสงบอย่างนี้หรอก”

“เสียดายนะครับ กำนันเสืออุตส่าห์มีน้ำใจยกบ้านให้แท้ๆ ทำไมลำยองถึงล้างผลาญตัวเองกับลูกขนาดนี้”

สันต์ถอนใจหนักหน่วงแล้วชวนเทวีไปหาเณรวันเฉลิมด้วยกัน พร้อมนำของกินมากมายมาถวาย เณรจะไม่รับเพราะเกรงใจแต่เทวียืนกรานว่าตั้งใจซื้อมาทำทาน เณรเลยรับไว้และรีบขนไปให้น้องๆที่บ้าน ลำยองซึ่งยังเมาค้างมองมาด้วยแววตาเฉยชา เณรไม่ถือโกรธแถมแนะให้แม่ไปหาหมอชดเพราะเห็นบ่นปวดโน่นนี่ตลอด ลำยองรับปากส่งๆและขอเงินลูกดื้อๆ เณรอึ้งไปเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนเรื่องพูดถึงของกินมากมายแทน ลำยองไม่สนใจแถมพูดแดกดัน

“ไปอยู่สุขสบายแล้วตัดช่องน้อยแต่พอตัวเลยนะ... อีอ้อยมานวดให้กูหน่อย ไม่รู้จักบุญคุณเลย กูเป็นแม่มึงนะ”

เณรหน้าเจื่อน ค่อยๆถอยออกไปด้วยความน้อยใจ เสียใจเหลือเกินที่แม่มีอคติและไม่เคยเห็นความดีตนเลย

แต่ถึงกระนั้นลำยองก็เชื่อคำพูดของเณรจนยอมให้แม่ลากไปหาหมอชดเพื่อขอยา หมอยาตรวจอาการลำยอง จัดแจงสั่งยาให้มากมายและแนะนำให้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเพราะมีหลายอาการที่น่าจะตรวจให้แน่นอน ลำยองฟังแล้วเบ้หน้าและพูดจาค่อนแคะหมอยาเพราะเคืองที่ต้องหมดตัวเพราะหวยหลายงวด

“หมอไม่ได้เก่งจริงมากกว่า ถ้าเก่งจริง...ทำไมทายไม่แม่นล่ะ ลูกชายข้าบวชตั้งนานหลายเดือนแล้วไม่เห็นข้าจะโชคดีอย่างที่ว่าสักที ยังงี้มันโกหกหลอกลวงกันชัดๆนี่หว่า”

แลอับอายรีบลากลูกสาวกลับบ้าน ลำยองบ่นไม่เลิกเรื่องหมอชดและพาลโทษคนโน้นคนนี้ไปเรื่อยจนลำยงอดตอกกลับไม่ได้ว่าทำตัวเอง มีแต่คนคอยเตือนและช่วยเหลือทั้งนั้นแต่ไม่เคยฟัง ลำยองปรี๊ดแตกแหวใส่น้องเสียงเขียว แลเครียดจนต้องกุมขมับแต่ลำยงก็ไม่หยุดเพราะคิดว่าพี่สาวควรจะมีคนพูดใส่หน้าตรงๆเสียบ้าง

“กูจะเอาลูกกูสึกมาช่วยกันทำมาหากิน”

แลกับลำยงตาโตตกใจร้องห้ามกันใหญ่ ลำยองไม่ยี่หระและยืนยันจะสึกเณรให้ได้ สามคนแม่ลูกคงเถียงกันอีกนานถ้าลำดวนไม่วิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ที่บ้านลำยอง!

ooooooo

แลวิ่งตามลำยองกับลำดวนไปที่บ้าน เห็นภาพอ้อย เหน่งและจิตรานั่งรวมกันที่มุมหนึ่ง โดยมีลูกน้องของเฮียเล้งคอยคุมไม่ให้ร้องไห้ มีอีกสามสี่คนกำลังช่วยกันขนของในบ้านออกมากองรวมกัน ลำยองหน้าเสียโวยวายไล่ทุกคนออกไป แต่กลับถูกย้อนว่าทั้งบ้านและที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของเฮียเล้งเรียบร้อยแล้ว

ลำยองโกรธมากและตามไปเอาเรื่องเฮียเล้งถึงบ่อน แต่ถูกตอกกลับไม่ไว้หน้าว่าทำสัญญาขายฝากไว้แล้ว

“มึงโกงกูไอ้เล้ง...ขายฝากมันหนึ่งปี หมาตัวไหนมันก็รู้”

“แล้วหมาตัวไหนวะมันมาพิมพ์แปะโป้งมันเอาไว้ว่าเป็นหนี้กู ยอมยกที่ยกบ้านให้กูเนี่ย”

เล้งโยนกระดาษสัญญาที่ลำยองพิมพ์ลายนิ้วมือทิ้งไว้แล้วหัวเราะเสียงดังบาดอารมณ์ แลซึ่งตามมาด้วยถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นรอยนิ้วมือของลูก ลำยองถลาไปทุบตีเล้งอย่างบ้าคลั่ง ลูกสมุนปราดไปดึงตัวออกมาเหวี่ยงไปกองกับพื้น ลำยองปวดแปลบที่ท้องพร้อมของเหลวสีแดงฉานไหลนองเต็มพื้น!

ลำยองถูกหามส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ แลดูอาการจนค่ำจึงกลับบ้านด้วยสภาพอ่อนแรง ลำยงกับลำดวนรีบถามถึงลำยองด้วยความเป็นห่วง แลถอนใจเบาๆบอกว่าเด็กในท้องตายไปนานแล้ว เพราะพิษเหล้า ลำยงกับลำดวนอยากจะเป็นบ้าตาย แถมเซ็งเพราะต้องหมดเงินไปกับค่ารักษาพยาบาลเรื่องไม่เป็นเรื่องของลำยอง ชดฟังสามแม่ลูกแล้วสงสารเณร ไม่อยากให้รู้แต่ไม่แน่ใจว่าจะปิดได้นานแค่ไหน

เณรวันเฉลิมไปเยี่ยมโยมแม่กับน้องๆที่บ้านในอีกหลายวันต่อมาพร้อมของกินมากมายเหมือนเคย แต่ต้องตะลึงเมื่อค้นพบว่าบ้านกลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว เณรรีบไปหายายที่บ้าน ทันได้ยินแม่กับยายเถียงกันเรื่องเดิมๆ

“มึงน่ะเกิดมาทวงเวรทวงกรรมกูนังลำยอง เลี้ยงโตแล้วยังต้องเลี้ยงลูกให้อีก ปัญญาก็ไม่ได้อ่อนสักหน่อยมึงน่ะ”

ลำยองร้องไห้ฟูมฟายไม่เลิก คำพูดของแม่ไม่ระคายเคืองเพราะใจมัวแค้นเล้งที่ยึดบ้านไปไม่เลิก

“มึงมันโง่เอง เมาจนไม่มีสติ เขาให้ทำอะไรก็ทำหมด แล้วมึงจะมาตีโพยตีพายทำไมอีบ้า บ้านหลังนั้นกำนันเสือเขาอุตส่าห์ยกให้เด็กๆอยู่กันแต่มึงก็ทำลายหมด แล้วจะมาคร่ำครวญทำไม...อีลำยอง อีคนล้างผลาญ!”

ลำยองกรีดร้องเสียงดัง เณรสะดุ้งและตัดสินใจปรากฏตัว ปอซึ่งกำลังหิวเห็นหน้าหลานเลยไปขอของกิน เณรยื่นห่อข้าวของมากมายให้และถามถึงแม่กับน้องในท้องด้วยความเป็นห่วง แลถอนใจหน่ายๆแล้วบอกความจริงเรื่องเด็กในท้องว่าตายไปนานแล้ว และเรื่องบ้านที่ลำยองเอาไปขายฝากจนโดนยึดเมื่อไม่กี่วันก่อน ลำยองไม่สำนึกแถมพาลเณรว่าบวชแล้วนำแต่เรื่องซวยๆมาให้ เณรถึงกับอึ้ง แลสงสารจึงบอกให้กลับไปก่อน...เดี๋ยวมันก็ทำใจได้เอง

เณรออกจากบ้านยายเพื่อไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนฝั่งตรงข้าม พบกับแป้งซึ่งรอส่งยาระหว่างทางเลยเตือนให้เลิกเพราะเป็นบาป แป้งไม่สะทกสะท้านแถมสวนกลับหลานด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

“ไอ้ตัวบาปนี่มันเป็นยังไงวะ ไหนเอ็งลองบอกให้ข้ารู้หน่อย มันมีขนไหม มีเขาหรือเปล่า” เณรส่ายหน้าน้อยๆ แล้วบอกให้โยมน้าสงสารแลบ้าง แป้งชะงักแต่ยังไม่สำนึก “แล้วเอ็งล่ะไม่สงสารแม่เอ็งบ้างหรือไง ถึงได้หนีไปบวช แบบนี้ เอ็งมันสบายแล้วนี่หว่า  อยู่เฉยๆก็มีข้าวกิน มีคนเอา เงินมาให้ใช้  แถมยังยกมือไหว้อีกต่างหาก”

แป้งเดินอาดๆจากไปแล้ว เณรได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ...คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะรู้ซึ้ง

เวลาเดียวกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวลำยง...ปั้นแวะมาคุยกับแลเรื่องเณร กลุ้มใจไม่น้อยเพราะรู้ดีว่าเณรรักโยมแม่มากแค่ไหน แลเล่าว่าเณรไม่พูดอะไรเลยตอนรู้ว่าบ้านถูกยึด ไม่มีใครเดาถูกว่าเณรจะทำอย่างไรต่อไป ปั้นพลอยกังวลไปด้วยเพราะกลัวหลานจะทิ้งอนาคตสดใสมาลงนรกของแม่บังเกิดเกล้า

ooooooo

ลำยองเก็บตัวอยู่บ้านแม่ไม่นานก็ทนอยากเหล้าไม่ไหว แต่ไม่มีเงินเลยเลือกไปขโมยจากร้านขายของชำในตลาดจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต เจ้าของร้านตามไปด่าแลและสมาชิกคนอื่นๆในบ้านจนหูชากันไปหมด แลหมดปัญญาจะแก้ตัว สั่งให้ลำยงคืนค่า เสียหาย เจ้าของร้านรับเงินไป แต่ไม่วายด่าส่งท้าย

“ก็เท่านี้แหละ...บอกอีลำยองด้วยนะ หนหน้าถ้ามีอีกกูจะเอาตำรวจไปลากคอมันเข้าคุกแน่”

จบคำก็สะบัดหน้าจากไป ทิ้งลำยงให้มองหน้ากับแม่เซ็งๆพร้อมบ่นกระปอดกระแปดเรื่องลำยอง

“ไม่รู้ชาติที่แล้วเป็นหนี้มันหรือไงนะแม่ ชาตินี้ถึงต้องตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวอย่างนี้”

“ก็อย่างที่เขาว่านั่นแหละนังลำยง กูมันผิดเอง กูเลี้ยงลูกไม่ดี มันถึงได้เป็นแบบนี้”

ขณะที่แลต้องรับคำประณามหยามเหยียดจากวีรกรรมลูกสาว ลำยองเมาไม่รู้เรื่องและไปเตร็ดเตร่แถวโรงลิเกเก่าท้ายตลาด สาวขี้เมาร่ายรำด้วยความสนุกสนานเพราะคิดว่าตัวเองเป็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิด แต่เพราะอาการคันจากแผลพุพองทั่วตัวทำให้หงุดหงิดจนต้องลงไปนอนเกลือกกลิ้งกับพื้น ฉับพลันนั้น...มีเสียงดนตรีดังจากขบวนแห่นาค ลำยองลุกพรวดถลาไปร่วมวงด้วยความตื่นตาตื่นใจ แต่เพราะสภาพแผลทั่วตัวทำให้ผู้คนรังเกียจค่อยๆถอยห่าง สาวขี้เมาก็ไม่สนใจเต้นรำตามจังหวะจนหมดแรงและนอนหมดสติตรงลานหน้าโรงลิเกนั่นเอง!

ลำยองถูกลากกลับบ้านในเย็นวันเดียวกันแต่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็ร้องรำทำเพลงทั่วร้านจนลูกค้าแตกกระเจิงเพราะกลัวแผลพุพองและน้ำเหลืองที่เริ่มไหลเยิ้ม ลำยงกับแลได้แต่มองหน้ากันด้วยความเซ็ง

ฝ่ายสันต์กับเทวีมาหาเณรวันเฉลิมเช้าวันถัดมาเรื่องอ้อย ทราบดีว่าเณรเป็นห่วงน้องสาวคนนี้ไม่น้อยเพราะมีอาการผิดปกติทางสมองตั้งแต่เกิด หลวงลุงปิ่นรับฟังเรื่องโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษอย่างอ้อยด้วยความสนใจแต่ไม่แน่ใจว่าจะได้ผล เพราะอาการของอ้อยนั้นไม่ธรรมดาเลย แค่บอกให้อยู่เฉยๆยังยาก

“เด็กพิเศษแบบนี้ต้องได้รับการดูแลพิเศษค่ะหลวงลุง อย่างน้อยให้เขาดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นภาระคนอื่น”

เณรสบายใจมากขึ้นที่น้องสาวจะได้ไปโรงเรียนและมีคนดูแลจริงๆจังๆ เมื่อแลทราบเรื่องก็พลอยโล่งใจและชื่นชมเทวีออกนอกหน้าที่เป็นตัวตั้งตัวตีจะเอาอ้อยไปเข้าโรงเรียน เช่นเดียวกับเณรที่ซึ้งน้ำใจโยมแม่เลี้ยงมาก มีแต่แม่แท้ๆที่ก่อเรื่อง ทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวของลำยงเริ่มจะเฉาเพราะวีรกรรมร่ายรำเมื่อวันก่อน

ลำดวนกับชดเพียรเรียกลูกค้าเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลเพราะใครๆก็เมินหน้าหนี ลำยงกับแลชักเครียดเพราะกลัวขาดทุนแล้วจะไม่มีเงินเลี้ยงปากท้องคนทั้งครอบครัว แต่ต้องยั้งปากไว้ไม่โวยวายกระโตกกระตาก เพราะหากเณรรู้คงอยู่ในผ้าเหลืองไม่สุขและตัดสินใจสึกออกมาช่วยเหลือแน่ๆ

เณรอยากไปเยี่ยมโยมแม่แต่แลกับลำยงช่วยกันรั้งสุดความสามารถ อ้างโน่นอ้างนี่จนเณรยอมถอยกลับไปเรียนหนังสือ แลถอนใจหนักหน่วงแล้วเดินไปหลังบ้าน เห็นปอกับลำยองที่สติเริ่มฟั่นเฟือนทั้งคู่เถียงกันเหมือนเด็กๆ

“มึงมันบ้า...มึงไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร กูเป็นนางฟ้าโว้ย กูจะกลับวิมานของกูละ กูเบื่อ”

“มึงเป็นนางฟ้า แล้วทำไมมึงไม่เหาะขึ้นไปวะ มึงตอแหล มึงไม่ใช่นางฟ้าหรอก”

ลำยองคลั่งอาละวาดใส่พ่อ อ้อย เหน่งและจิตรากอดกันกลมเพราะกลัวฤทธิ์แม่ ปอได้แต่หัวเราะเยาะเสียงดังเพราะได้กวนประสาท แลอยากจะเป็นบ้าแต่ไม่ทันขยับ ลำยองก็วิ่งพรวดออกไปข้างนอกแล้ว!

แลจะตามแต่ต้องหมดอารมณ์เสียก่อนเมื่อเดินถึงร้านก๋วยเตี๋ยว ชาวบ้านแวะมาคุยและแจ้งข่าวร้ายที่แพร่สะพัดไปทั่วตลาด “คนเขาพูดกันทั้งซอยว่าอีลำยองเป็นฝีมะม่วง ขืนมากินก๋วยเตี๋ยวคงติดโรคกันพอดี แจกฟรียังไม่เอาเลย”

ชาวบ้านจากไปแล้ว ลำยงเข่าอ่อน นึกเคืองโชคชะตาที่ต้องซวยไม่รู้จบ...แล้วจะเอาอะไรกินล่ะคราวนี้

เวลาเดียวกันตัวซวยของบ้านเดินโซซัดโซเซไปตามทางในซอย กวาดตามองหาเหล้าเพราะอยากเต็มที ชาวบ้านผ่านมาเห็นก็แสดงท่าทางขยะแขยงไม่อยากเข้าใกล้อดีตสาวสวยที่สุดในซอยเพราะสภาพทรุดโทรมและแผลเหวอะหวะทั่วตัว ลำยองร่ายรำไปมาราวกับคนบ้า ชาวบ้านสมเพชและโยนเศษเงินให้ราวกับเธอเป็นขอทาน

ลำยองเดินลัดเลาะไปจนถึงร้านขายยาดองเจ้าประจำ สาวขี้เมาตาลุกวาวแล้วถลาไปขอซื้อเหล้าทันที เจ้าของร้านยังจำวีรกรรมวันก่อนได้เลยไล่ตะเพิด แต่ลำยองไม่สนเพราะอยากเหล้าจัด โพล่งออกไปอย่างไร้สติ

“มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร กูเป็นนางฟ้านะโว้ย เดี๋ยวกูสาปให้มึงกลายเป็นหมาเลย เอาเหล้ามาขายกูเดี๋ยวนี้”

“มึงไปไกลๆร้านกูเลยอีตัวเชื้อโรค สกปรกเหม็นเน่าไปหมดอีบ้า...ยังไม่ไปอีก เดี๋ยวกูตีตายเลย”

“เอาเหล้ามาขายกู กูมีเงินนะ ทองกูก็มีเป็นหีบๆ...”

ลำยองควักเศษเงินที่ชาวบ้านโยนให้มายื่นตรงหน้า เจ้าของร้านเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจและคว้าไม้กวาดมาไล่ตี ลำยองกระโดดหนีวิ่งไปไม่เหลียวหลังแต่ยังทำท่าคลุ้มคลั่งจนทุกคนละแวกนั้นแตกตื่นไปหมด

ooooooo

ลำยองเดินสะเปะสะปะไปเรื่อยจนไปล้มหมดสติตรงพุ่มไม้ข้างทาง เณรวันเฉลิมสะพายย่ามผ่านมาแถวนั้นพอดีแต่ไม่เห็นเพราะเป็นมุมลับตา ชดกับลำยงตามหาสาวขี้เมาจนทั่ว เมื่อเจอก็ต้องแบกสภาพเมาแอ๋กลับบ้านด้วยความทุลักทุเล ลำยองดิ้นไม่หยุดเพราะคิดว่าจะมีคนมาจับตัว แลต้องเอาผ้าก้อนใหญ่ยัดปากและจับไปอาบน้ำถึงจะสงบ

อาการของลำยองแย่ลงเรื่อยๆจนทุกคนเริ่มปลง ร้านก๋วยเตี๋ยวของลำยงต้องปิดตัวลงในอีกไม่กี่วันถัดมาเพราะไม่มีคนเข้าร้านเพราะเกรงอิทธิฤทธิ์ลำยอง เมื่อปั้นแวะมาเยี่ยมแลก็ซักถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่รู้จะขายต่อทำไมว่ะ กำรี้กำไรก็น้อย มาเจอฤทธิ์อีลำยองเข้าไปอีก มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ไม่มีใครมากินเลย”

“แล้วนี่จะไปทำอะไรกินกัน กลับไปขายขนมอย่างเคยน่ะหรือ”

ปั้นเสียดายลำยงซึ่งมีฝีมือ จึงเสนอให้ลำยงกับชดไปขายของสดที่ร้านเพราะไม่ได้ขายมานานแล้ว

“ตั้งแต่ตาสินตายข้าก็ขายแต่ของแห้ง เรื่อยๆพอแก้เบื่อกันไป มีแต่ลูกค้ามาถามหาซื้อกับข้าวของสดตลอด แต่ข้าคนเดียวทำไม่ไหว ข้ายกให้มันเลยเห็นว่าขยันทั้งผัวและเมีย หลานๆก็เอาไปเลี้ยงที่บ้านข้าได้ ข้าไม่คิดค่าเช่า” แลซึ้งใจจนน้ำตาคลอ ปั้นยิ้มน้อยๆ “ข้าเคยบอกเณรแล้วว่าจะให้น้องๆมาอยู่บ้านได้ ถึงวันนี้ข้าก็ไม่เปลี่ยนใจหรอกยายแล”

แลน้ำตาร่วงเผาะและปล่อยโฮในที่สุด “ข้าทำไม่ดีกับเอ็งสารพัด ทำไมเอ็งยังมีน้ำใจกับข้าขนาดนี้ยายปั้น”

“คนเราก็เท่านี้แหละ ใช่ว่าจะอยู่ค้ำฟ้ากันตลอดเมื่อไหร่ อีกไม่นานก็ตายจากกันแล้ว ทำดีต่อกันไม่ดีกว่าหรือ”

เมื่อสันต์ทราบเรื่องบ่ายวันเดียวกันก็ภูมิใจในตัวแม่มากที่ไม่ถือโทษแล แถมยังช่วยเหลือครอบครัวลำยอง

“ดีแล้วล่ะครับแม่ คนดีคนขยันอย่างลำยงกับผัวน่าจะได้รับสิ่งดีๆตอบแทนบ้าง อีกอย่าง...ถ้าเณรเห็นว่าน้องๆสุขสบายขึ้นจะได้สบายใจ ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือได้เต็มที่”

ปั้นพยักหน้ารับแกนๆ “สบายใจเรื่องน้อง แต่ไม่รู้เรื่องแม่จะยิ่งทำให้กลุ้มใจขนาดไหน”

สันต์ทราบเรื่องอาการป่วยของลำยองเลยตัดสินใจแวะไปเยี่ยมที่บ้านแล สภาพเมียเก่าที่เคยสวยจนใครๆต้องมองเหลียวหลังแปรเปลี่ยนเป็นหญิงสาวหน้าตาน่าเกลียดเพราะแผลพุพอง แถมยังไม่มีสติอาละวาดคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความหวาดระแวงว่าจะมาทำร้าย แลพร่ำโทษตัวเองเพราะคิดว่าลูกสาวคนโตต้องเป็นบ้าแบบนี้เพราะตน

“เพราะยาดองขวดนั้นแท้ๆเลย ถ้าข้าไม่เอาให้มันกินวันนั้น วันนี้มันคงไม่ทุเรศแบบนี้”

“น้าแลอย่าโทษตัวเองเลยครับ อะไรๆมันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวลำยองเขาเองด้วย” สันต์ควักเงินในกระเป๋าให้แลสามร้อย “เงินนี่ผมช่วยค่ารักษาลำยอง น้ารีบพาไปหาหมอเถอะนะครับ”

“ข้ากับนังลำยองทำเลวกับเอ็งสารพัด เอ็งไม่ถือโทษเลยหรือไง”

“ที่แล้วมาก็แล้วไปเถอะน้าแล ถือซะว่าเป็นกรรมที่ทำร่วมกันมา ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าต้องช่วยกันทำให้เณรสบายใจที่สุด จะได้มีสมาธิเรียนหนังสือนะน้าแล”

แลปาดน้ำตาพยักหน้ารับหงึกหงัก และบททดสอบก็มาถึงเร็วกว่าที่คิด เมื่อเณรวันเฉลิมแวะมาเยี่ยมบ่ายวันเดียวกัน ลำยงกับชดต้องโกหกว่าปิดร้านเพราะกำไรน้อยและจะไปช่วยขายของสดที่ร้านปั้นแทน เณรไม่ซักอะไรมากเพราะโล่งใจมากกว่า อย่างน้อยน้องๆจะได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องมาเบียดเสียดในห้องแคบๆ เหมือนทุกวันนี้

แต่ถึงกระนั้นคนที่เณรเป็นห่วงมากกว่ากลับหายหน้าหายตาไปหลายวัน เณรเป็นห่วงเลยตัดสินใจไปเยี่ยมถึงในห้องปอ ลำดวนพยายามส่งสัญญาณให้แม่แต่ไม่ทันเพราะเณรเข้าไปแล้ว แต่โชคยังดีเพราะลำยองนอนคลุมโปง เณรจึงไม่เห็นสภาพแผลพุพองตามตัว แลถอนใจหนักๆด้วยความโล่งใจ...อย่าเพิ่งเห็นสภาพโยมแม่ตอนนี้เลย

ooooooo

ลำยองเพ้อและอาละวาดหนักขึ้นจนทุกคนในบ้านตัดสินใจพาส่งโรงพยาบาลสำหรับคนบ้า ลำยองดิ้นรนขัดขืนสุดฤทธิ์เพราะอยากเหล้าและกลัวถูกลักตัวไปขังเหมือนในลิเก

“กูเป็นนางฟ้า ผัวกูเป็นพระอินทร์นะโว้ย กูจะสาปพวกมึงเป็นหมาให้หมดเลย”

หมอกับพยาบาลแทบแตกกระเจิงเมื่อเห็นสภาพลำยอง...ลำดวน ลำยง และชดช่วยกันอ้อนวอนให้รับตัวไปรักษาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลเพราะหมอปฏิเสธและบอกว่าลำยองมีอาการทางประสาทเนื่องจากผลข้างเคียงของโรคซิฟิลิสต่างหาก แถมยังแนะนำให้ไปโรงพยาบาลเฉพาะทางอีก สุดท้ายทั้งสามเลยต้องแบกลำยองกลับบ้านด้วยความทุลักทุเล

ลำยองไม่สนใจอะไรนอกจากโวยวายว่าด้วยเรื่องลิเกและคำทำนายว่าเป็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิด ระหว่างที่ทุกคนนั่งหน้าเหี่ยวในรถรับจ้าง สาวขี้เมาก็เอะอะและร่ายรำชุดใหญ่เหมือนกำลังแสดงบนเวทีในโรงลิเก

“พวกมึงน่ะจะตกนรกกันหมดไอ้พวกฉิบหาย เห็นคนสวยแล้วยังไม่ไหว้อีก กูไม่ได้สวยอย่างเดียวนะมึง กูรวยด้วย ทองเต็มแขนเต็มคอเลย พวกมึงเห็นไหม เงินกูมีเป็นหีบๆ เดี๋ยวกูเอามาแจกให้หมดเลย”

ทุกคนส่ายหน้าเอือมๆแต่ไม่คิดห้ามปรามเพราะรู้ว่าเปล่าประโยชน์ แต่โชคร้ายเพราะรถรับจ้างดันเสียและต้องช่วยกันเข็นไปข้างทาง ลำยองฉวยโอกาสที่ทุกคนวุ่นวายกระโจนหนีหายไปในฝูงชน ลำยง ลำดวนและชดหน้าเสีย ช่วยตามหากันให้จ้าละหวั่น...ตายแน่ๆ เกิดไปอาละวาดใครเขาเข้า ไม่ต้องถูกจับตัวเข้าโรงพักหรือวะ!

จนพลบค่ำคณะกู้ชีพมาแจ้งข่าวร้ายกับแลว่าลำยองหนีไปไหนไม่รู้ แต่ทุกคนไม่ท้อและคิดจะออกไปตามหาอีกรอบในวันรุ่งขึ้น แต่แลห้ามไว้ บอกว่ามันเลิกบ้าคงกลับมาเอง

“ปล่อยไปตามบุญตามกรรมเถอะ ขืนมัวตามมันคงไม่ต้องทำมาหากิน มันทำตัวเอง ช่างหัวมัน ข้าปลงแล้ว” ชดเลยถามถึงเณรว่าถ้ารู้จะทำเช่นไร “แล้วแต่เวรกรรมเถอะ ถ้าจะไม่ได้บวชพระเพราะกรรมเก่ามันมากก็สุดแล้วแต่เวร”

ลำยงดูออกว่าแม่ใจเสียแค่ไหนแต่ไม่ยอมพูดออกมา อดีตแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสงสารแม่มากแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ส่วนแลนั่งฟุบหน้าร้องไห้คนเดียวในห้อง ปอตื่นมาเห็นนึกว่าเมียจะสวดมนต์ขอหวยเลยขอให้โชคดีแล้วอย่าลืมปันเงินมาซื้อเป็ดพะโล้ของโปรดให้บ้าง แลไม่พูดอะไรนอกจากเอาแต่ร้องไห้หนักขึ้นด้วยความช้ำใจ...กูอยากตายจริงๆโว้ย!

ooooooo

ลำยองไม่ได้กลับบ้านนับตั้งแต่วันนั้นแต่เดินสะเปะสะปะไปตามทางจนถึงหน้าโรงงานของกวง อภิชาตซึ่งโตจนรู้ความบ้างแล้วมองมาด้วยแววตาสงสัยปนสงสาร สุดท้ายตัดสินใจมาหากวงเพื่อขอเงินไปให้ขอทาน

“น่าสงสารนะป๊า ไม่รู้มีเงินซื้อข้าวกินหรือเปล่า ขอยี่สิบสิป๊า ตี๋อยากเอาไปให้เขา”

กวงยิ้มปลื้มที่ลูกชายมีน้ำใจกับคนยากจน แต่เมื่อตามไปดูกลับต้องอึ้งเพราะขอทานที่ว่าคืออดีตเมียซึ่งไม่ได้เห็นหน้ามาหลายปี เสี่ยเจ้าของโรงงานควักเงินหนึ่งร้อยบาทให้ลูก อภิชาตรับไปยื่นตรงหน้าขอทานสาว ลำยองทะลึ่งพรวดอุทานเสียงตื่นเต้นว่าเป็นลูก กวงตกใจแผลพุพองและอเนจอนาถใจจนทนดูไม่ไหวรีบเรียกลูกชายเข้าโรงงาน

อภิชาตตะลึงไม่หายกับท่าทางคุกคามน่ากลัวราวกับคนบ้าของหญิงขอทาน ความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความรังเกียจจนต้องพูดให้ป๊าฟัง กวงกอดลูกแนบอกและห้ามไม่ให้ออกไปไล่เพราะคงจะหนีหน้าไปเองเมื่อเบื่อ อภิชาตไม่รู้เรื่องอะไรมาก แต่เมื่อเป็นคำสั่งป๊าก็เลิกสนใจและไปหมกมุ่นกับของเล่นต่อ

กวงสะเทือนใจไม่น้อยกับสภาพเมียเก่า เขาอดทนรอจนเย็นย่ำจึงพาอภิชาตกลับบ้าน ภาวนาในใจตลอดขออย่าให้เจอลำยองอีกเลยเพราะไม่อยากรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ แต่เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตเพราะสาวขี้เมายังวนเวียนแถวนั้นและพร่ำเพ้อเรียกลูกไม่หยุด กวงตัดใจขับรถผ่านไม่เหลียวหลัง...ถือว่าเราหมดเวรกรรมกันเพียงเท่านี้เถอะลำยอง

ขณะที่ลำยองหาทางกลับบ้านไม่เจอ สันต์กับปั้นไปเยี่ยมเณรวันเฉลิมกับหลวงลุงปิ่นที่วัด ปั้นถวายเพลและพูดคุยกับเณรด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ชื่นใจเหลือเกินเพราะได้ยินว่าเณรสอบผ่านนักธรรมตรีแล้ว ส่วนสันต์หลบไปปรับทุกข์กับหลวงลุงที่กุฏิเพราะกลุ้มใจเรื่องลำยองหนีออกจากบ้าน แถมยังเป็นโรคร้ายที่รอวันตายเท่านั้น

“ผมไม่แน่ใจว่าเราจะปิดความจริงจากเณรได้นานแค่ไหนกัน”

“กรรมเอ๋ยกรรม...ปลงเสียบ้างเถอะพ่อสันต์ ยกธรรมะเข้าข่มบ้าง ความจริงยังไงก็ต้องเป็นความจริงวันยังค่ำ แต่เด็กอย่างเณรน่ะถึงยังไงก็ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้หรอก”

เณรเจอโยมพ่อแล้วคิดถึงโยมแม่ เลยตัดสินใจไปเยี่ยมถึงบ้านโยมยายในตอนบ่ายวันเดียวกัน แลมารับหน้าและพยายามชวนคุยโน่นนี่ไม่ให้ถามถึงลำยอง แต่เณรไม่ละความตั้งใจ ถามถึงโยมแม่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แลถอนใจหนักหน่วงเพราะเหนื่อยจะโกหกเต็มที เลยบอกความจริงแบบครึ่งๆกลางๆว่าลำยองไม่สบายและออกไปบ่อนแล้ว

ตอนที่ 12

วันเฉลิมตื่นเช้ามาเก็บของและดูแลน้อง ส่วนลำยองนอนแผ่กลางบ้านเพราะยังเมาค้าง อ้อยกับเหน่งคลานเล่นกันอย่างสนุกสนาน ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยว่าต้องระเห็จไปนอนบ้านยายในไม่กี่วันนี้แล้ว วันเฉลิมรวบรวมเสื้อผ้าของทุกคนมามัดเป็นห่อ และออกไปหาปู่กับย่าเพื่อยืมรถเข็น

สินกับปั้นง่วนกับการทำความสะอาดที่นอนหมอนมุ้ง ให้หลานชายกับน้องๆ เมื่อวันเฉลิมมาถึงชายชราจึงอาสาตามไปช่วยขนของ เพราะคิดว่าหลานคงขนเองไม่ไหวแต่เด็กชายปฏิเสธเสียงซื่อ

“ผมแค่จะมาขอยืมรถเข็นของปู่ไปขนของครับ ใช้เสร็จแล้วผมจะรีบเอามาคืน”

ปั้นไม่ทันได้ยินบทสนทนาก่อนหน้า เมื่อเห็นหลานจึงทักด้วยความดีใจ “ไอ้วัน...ปู่เอ็งเขากวาดถูห้องที่เอ็งจะมาอยู่ไว้แล้วนะ ที่นอนหมอนมุ้งก็เตรียมตากแดดไว้ให้แล้ว เอ็งเอาน้องๆมาอยู่ด้วยกันได้เลยย่าอนุญาต”

“กลางวันเอ็งไปโรงเรียน ปู่กับย่าจะช่วยดูมันให้ เอ็งจะได้เรียนหนังสือเต็มที่” สินเสริมเต็มที่

“แล้วแม่ล่ะครับ แม่จะไปอยู่ที่ไหน”

คำถามของหลานทำให้สองปู่ย่าพูดไม่ออกวันเฉลิมเดาคำตอบได้และตัดสินใจไม่ย้ายไปไหน เพราะห่วงแม่กับน้องๆ ปั้นกับสินน้ำตาคลออยากเป็นบ้าตายเพราะสงสารหลาน...มันจะรักแม่เอาโล่อะไรขนาดนั้นวะ!

วันเฉลิมสะเทือนใจไม่น้อย เพราะลึกๆแล้วอยากไปอยู่กับปู่และย่า แต่เพราะสามัญสำนึกหน้าที่ลูกชายคนโตทำให้ทิ้งแม่กับน้องไม่ลง เมื่อวิมลทราบเรื่องเลยพยายามพูดให้คิดว่าหน้าที่เรียนหนังสือก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

“พ่อวันก็ตั้งใจเรียนหนังสือไป ความจริงน้องๆน่ะ มันหน้าที่แม่เขาต้องดูแลไม่ใช่หน้าที่พ่อวันนะ” วันเฉลิมไม่คิดเช่นนั้นเพราะเชื่อว่าคนเป็นพี่ต้องดูแลน้อง วิมลถอนใจเบาๆแล้วอธิบายเสียงอ่อน “มันก็จริงอยู่ แต่อย่าลืมว่าพ่อวันอายุเท่าไหร่ พี่ช่วยน้องเท่าที่ทำได้ เราต้องช่วยตัวเราเองก่อนนะลูก”

“แสดงว่าผมเห็นแก่ตัว ผมอกตัญญูน่ะสิครับ ไม่ช่วยแม่เลี้ยงน้อง”

“พ่อวันเอ๊ย...คิดแบบนั้นได้ยังไง กรรมของใคร...

คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบสิ ทำไมต้องรับแทนเขาด้วยวันข้างหน้าก็ว่าไปอย่าง ถ้าพ่อวันโตมีงานทำ จะช่วยส่งเงินช่วยแม่เลี้ยงน้องก็อีกเรื่อง”

วันเฉลิมนิ่งคิดตามแต่ความรักต่อแม่กับน้องทำให้ยืนยันความคิดเดิม แต่เมื่อกลับบ้านได้เจอสภาพแวดล้อมวุ่นวายยุ่งเหยิง ทำให้คำพูดเตือนสติของวิมลกลับมาในหัวอีกครั้ง

“คนเรานะพ่อวัน ช่วยตัวเองยังไม่รอดแล้วจะช่วยคนอื่นได้ยังไง เหมือนพ่อวันว่ายน้ำไม่เป็นแล้วน้องคนหนึ่งตกน้ำ พ่อวันกระโดดลงไปช่วยเลยจมน้ำตายด้วยกันทั้งคู่ แล้วน้องอีกสองคนบนฝั่งล่ะ ใครจะพากลับบ้าน”

วันเฉลิมดึงตัวเองกลับมาและก้มหน้าก้มตาเก็บของไม่หยุดเพื่อหยุดความคิดไขว้เขว เป็นชั่วโมงกว่าจะวางมือและมองกองข้าวของด้วยความภาคภูมิใจ วันเฉลิมไปบอกแม่ซึ่งยังนอนเมาแอ๋ว่าจะขนของบางส่วนไปบ้านยายและให้แม่ดูน้องแทน แต่ไม่ทันขยับทั้งแม่และลูกก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อปานวิ่งหน้าเลิ่กลั่กเข้ามาในบ้าน!

ลำยองตั้งท่าจะโวยวายเพราะน้องชายมาถึงพร้อมกองกำลังตำรวจซึ่งวิ่งวนไปมาหน้าบ้าน วันเฉลิมหน้าเสีย โตพอจนรู้ว่าน้าชายต้องหนีอะไรมาแน่ถึงมีสภาพเหงื่อแตกพลั่กและหนีหัวซุกหัวซุนเช่นนี้ ปานถลึงตาใส่หลานขู่ไม่ให้พูดมากและขอหลบอยู่ด้วยสักสองสามวัน วันเฉลิมส่ายหน้าน้อยๆแล้วบอกว่าจะย้ายออกแล้วเพราะบ้านถูกยึด ปานหน้าซีด เริ่มสติแตกเพราะไม่คิดจะเจอทางตันวันเฉลิมสงสารและพยายามกล่อมให้น้ายอมมอบตัว

“หลวงลุงบอกว่าเราหนีอะไรก็ได้ แต่หนีกรรมของตัวเองไม่ได้หรอกน้าปาน”

“ไอ้บ้า...กูเครียดจะตายอยู่แล้ว เสือกเอาคำพูดหลวงลุงมาหลอกมาหลอนกูอีก มึงนะมึง!”

ooooooo

ขณะที่ปานใกล้เป็นบ้าเพราะกลัวถูกจับ แลกับทุกคนในบ้านต้องตอบคำถามเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความงงจัด ไม่เข้าใจและไม่อยากเชื่อว่าปานจะกล้าปล้นร้านขายยา แถมแทงเจ้าของร้านจนอาการสาหัส แลอ้าปากค้างพูดไม่ออก แต่พอตั้งสติได้ก็รีบพาเจ้าหน้าที่ไปบ้านลำยองเพราะมั่นใจว่าลูกชายต้องไปหลบที่นั่นแน่

“ไอ้ปาน...เอ็งอยู่ข้างในใช่ไหม เอ็งออกมามอบตัวซะ นี่แม่เอ็งนะ เอ็งได้ยินไหม ตำรวจเขาไม่ทำอะไรมึงหรอก”

ปานเครียดหนักเพราะกลัวความผิด วันเฉลิมช่วยกล่อมอีกแรงแต่ไม่ได้ผล ปานไม่ยอมจนมุม ฮึดหยิบมีดและวิ่งพรวดออกจากบ้านไปทางถนนใหญ่ ตำรวจสองสามนายหันมาเห็นและกระโจนตะครุบตัวได้ทัน ปานล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรงแต่ยังดิ้นไม่หยุดเพราะไม่อยากติดคุก แลมาทันเห็นเหตุการณ์เลยด่าลูกชายเสียงลั่น

“ไอ้ปาน...ทำไมมึงไม่ทำมาหากินอย่างคนดีๆ

เขาทำกัน ได้เล็กได้น้อยทำไมมึงไม่รู้จักอดทน จะยากจะจนยังไงมันก็ต้องมีศักดิ์ศรี กูเลี้ยงมึงไม่ดีใช่ไหม กูไม่ได้สั่งสอนมึงใช่ไหม มึงถึงทำมาหาแดกปล้นเขากินอย่างนี้”

แลโกรธลูกมากจนลงไม้ลงมือระบายความในใจ ปานได้แต่ก้มหน้ายอมให้แม่ตีเพราะรู้สึกผิดไม่ต่างกันที่ทำให้แม่ร้องไห้และช้ำใจเช่นนี้ ลำยงต้องไปดึงแม่ออกมาและปล่อยให้ตำรวจพาปานขึ้นโรงพักเพื่อดำเนินคดี วันเฉลิมมองทุกอย่างตรงหน้าด้วยแววตาสลด สะเทือนใจเหลือเกินที่ทุกคนรอบตัวมีแต่เรื่องแย่ๆชวนให้จิตใจหดหู่

เรื่องปานถูกจับกลางตลาดและต้องติดคุกเพราะปล้นร้านขายยาแพร่สะพัดไปทั่วภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน ปั้นกับสินได้ยินว่าแลร่ำไห้และโวยวายอย่างลืมอายเพราะเสียใจที่ลูกชายทำผิดร้ายแรงก็ได้แต่ปลงสังเวช โดยเฉพาะปั้นซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแลมาตลอดและฝังใจมากว่าที่วันเฉลิมต้องตกระกำลำบากทุกวันนี้เพราะแลสั่งสอนลำยองไม่ดี

“มาเสียใจตอนนี้มันสายไปแล้ว ลูกเต้าน่ะมันต้องอบรมสั่งสอนตั้งแต่เล็กๆ ผิดก็ต้องตีจะได้หลาบจำ คนเป็นพ่อเป็นแม่ให้ท้ายลูกส่งเสริมแต่ความคิดชั่วๆ เห็นแก่ตัวเอาแต่ได้ สุดท้ายก็เป็นแบบอีแลนี่แหละ”

สินส่ายหน้าอ่อนใจ “อย่าไปทับถมมันเลยแม่ปั้น ยายแลมันสำนึกผิดแล้วล่ะ”

“ลูกเต้ามันเอาดีไม่ได้สักคน ไม่สำนึกก็แปลกแล้วล่ะ คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้แต่ต้องเลือกจะใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีได้สิวะตาสิน” พูดจบจึงหันไปทางสันต์ซึ่งมาเยี่ยมพ่อแม่และได้ยินเรื่องชวนสลดของปานแล้ว “เรื่องไอ้วัน...แม่จนปัญญาแล้วสันต์เอ๊ย เอ็งไปเกลี้ยกล่อมนังลำยองมันเองเถอะ”

สันต์หนักใจเพราะรู้ดีว่าลูกชายรักแม่มากแค่ไหน แต่ถึงกระนั้นนายทหารเรือก็ไม่ถอดใจและตรงไปหาลูกชายถึงบ้าน วันเฉลิมกำลังขนของไปบ้านแล สันต์อาสาช่วยและเสนอให้ลูกไปอยู่กับปู่และย่า ส่วนน้องๆก็เอาไปด้วยแต่ลำยองคงต้องไปอยู่บ้านแลตามเดิม วันเฉลิมปฏิเสธเสียงเบาและบอกว่าไม่สามารถทิ้งแม่ได้

“พญาช้างเผือกท่านไม่เคยทอดทิ้งแม่ของท่านเลย ถึงจะถูกจับตัวไปขังเลี้ยงดูอย่างดี ท่านก็ไม่ยอมกินอาหารสักมื้อเพราะรู้ว่าแม่ตาบอดของท่านยังไม่ได้กิน ท่านต้องให้แม่ของท่านกินอิ่มก่อนท่านถึงจะกินครับ”

สันต์พูดไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องเป็นบ้าหรือว่าภูมิใจดีที่ลูกชายเป็นคนกตัญญูรู้คุณบิดามารดาเช่นนี้

ooooooo

วันเฉลิมอุ้มน้องๆมาที่บ้านยายและฝากฝังให้ช่วยดูแลเพราะตัวเองต้องไปขนของต่อ แลยังสะเทือนใจเรื่องปานและไม่มีแก่ใจจะเจรจาด้วย วันเฉลิมสงสารยายมากและปลอบให้คลายกังวล

“อย่าทุกข์ใจเรื่องน้าปานเลยครับ อีกไม่นานก็ได้ออกมาแล้ว ผมว่าน้าปานต้องเปลี่ยนตัวเองได้ครับ”

แลฝืนยิ้มทั้งน้ำตาและช่วยหลานอุ้มน้องๆไปฝากไว้กับปอในห้อง แต่ดันลืมคล้องกุญแจด้านหน้า!...หลังจากนั้นสองยายหลานจึงกลับไปปลุกลำยองที่บ้าน แต่สาวขี้เมาไม่ยอมตื่น วันเฉลิมเลยตัดสินใจพยุงแม่ขึ้นรถเข็นของปู่และลากออกมาด้วยความทุลักทุเล สันต์กับเสือลอบมองห่างๆด้วยความเวทนา

“ข้าอยู่มาจนแก่ขนาดนี้ เห็นคนดิบๆ สันดานหยาบๆ มาไม่น้อย แต่ข้าต้องยกให้นังคนนี้ มันสุดยอดของความ ดิบความหยาบ เพราะอะไรก็ไม่มีทางขัดเกลามันได้ เอ็งรู้ไหมสันต์...อะไรที่ทำให้ข้านอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ทั้งที่ข้าน่าจะดีใจที่ได้เป็นเจ้าของบ้าน” สันต์มั่นใจว่าเป็นเพราะวันเฉลิม “แม่ลูกช่างตรงกันข้ามกันเหลือเกินสันต์เอ๊ย ไอ้วันมันไม่น่าเกิดเป็นลูกผู้หญิงพรรค์นั้นเลย พ่อแม่เอ็ง เอ็งและหลวงพี่ปิ่น...ไม่เสียแรงเลยที่สั่งสอนอบรมมันมาดี”

“เขาเกิดมาดีครับลุงกำนัน ถนนที่เขาเดินไปอาจจะขรุขระสักหน่อย แต่อยู่ที่พวกเราไม่ใช่เหรอครับที่ต้องช่วยประคับประคองให้เขาเดินไปได้ตลอดรอดฝั่งจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางของเขา”

กว่าวันเฉลิมจะลากแม่ถึงบ้านยายก็ใช้เวลาไม่น้อย น้องๆของเขาอยู่กันครบในห้องปอ แต่เจ้าของห้องตัวจริงกลับหายไปไหนไม่รู้ ทุกคนในบ้านแลแตกตื่นและตามหากันให้วุ่นเพราะปอหลงขนาดหนัก กลัวไปเดินทะเล่อ ทะล่าที่ไหนแล้วถูกรถชน วันเฉลิมใจไม่ดีและช่วยตามหาจนกระทั่งถึงวัด หลวงลุงปิ่นสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

“ถ้าผมไม่ลืมคล้องประตู ตาคงไม่เป็นอย่างนี้ครับหลวงลุง”

“เอ็งอย่าโทษตัวเองนักเลย ทุกคนมันหลงลืมผิด พลาดกันได้ทั้งนั้น ใช่ว่าใครจะอยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้นี่หว่า”

วันเฉลิมกลับไปสมทบทุกคนที่บ้านและต้องตกใจเมื่อชาวบ้านวิ่งมาบอกว่าเห็นชายแก่ถูกรถชนตายที่ถนนหน้าตลาด วันเฉลิมวิ่งนำหน้าแลไปดูแล้วต้องถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นว่าศพจมกองเลือดนั้น

ไม่ใช่ตาอย่างที่นึกกลัว แลอยากจะบ้าและตัดสินใจไปรอที่บ้าน...สร้างปัญหานัก มึงหาทางกลับบ้านเองแล้วกันไอ้ปอ!

แม้จะประกาศกร้าวไม่ตามผัว แต่แลกลับร่ำไห้ไม่หยุดเพราะเป็นห่วงคู่ชีวิตที่ล่มหัวจมท้ายด้วยกันมา วันเฉลิมทนเห็นน้ำตายายไม่ได้เลยอาสาไปตามตาอีกรอบ แต่ไม่ต้องไปไกลเลยเพราะเด็กชายพบปอยืนปากสั่นแช่น้ำในคลองหน้าบ้าน ลำยงช่วยเช็ดตัวให้พ่อ ส่วนแลด่าผัวไม่หยุดเพราะโมโหที่ทำให้ใจไม่ดีอยู่นานสองนาน

“มึงนะมึง ใครต่อใครตามหามึงให้วุ่น หาแต่เรื่องให้ตลอด แล้วมึงลงไปทำอะไรในน้ำ”

“กูลงไปงมหาอีอ้อย มึงด่ากูทุกวัน กูเจ็บนะมึง กูเอาอีอ้อยมาจากน้ำได้ มึงจะได้เลิกด่ากูสักที”

แลอ้าปากค้าง ส่วนคนอื่นๆพูดไม่ออก ปอหลงหนัก ข้อขึ้นเรื่อยๆ...จำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่เรื่องหลานตัวเอง!

ooooooo

สันต์ไม่ละความพยายามจะเกลี้ยกล่อมลูกชายเรื่องเรียน แต่ไม่อยากฝืนใจลูกเลยได้แต่กล่อมให้เรียนต่อเพราะเด็กชายหัวดี อนาคตน่าจะมั่นคงและเป็นที่พึ่งพาให้แม่กับน้องๆได้

“อาเทวีบอกว่าโรงเรียนเปิดรับสมัครนักเรียนประถมห้าแล้วนะลูก พ่อว่าจะพาวันไปฝากโรงเรียนวัดนวล แต่มันไกลไปหน่อย เดินไปเดินกลับจะเสียเวลามาก เอาโรงเรียนวัดปากน้ำบางเสาธงละกันนะ เดินใกล้หน่อย...ดีไหมลูก”

วันเฉลิมบอกว่าจะไม่เรียนต่อเพราะต้องดูแลน้อง สันต์เข้าใจว่าลูกกังวลเรื่องค่าเทอมแต่กลับกลายเป็นว่าเด็กชายรักน้องมากและอยากให้ทุกคนมีโอกาสเรียนบ้าง สันต์ถอนใจเบาๆแล้วถามเสียงอ่อน

“พ่อรู้ว่าจริงๆแล้ววันอยากเรียนใช่ไหม พ่อไม่ได้มีเงินทองมากมาย อาจไม่มีสมบัติอะไรให้วัน แต่อย่างเดียวที่พ่อให้ได้ตอนนี้คือการเรียน วันจะได้มีความรู้ติดตัว วันข้างหน้าจะได้เลี้ยงตัวเองได้นะลูก”

วันเฉลิมก้มหน้านิ่งแล้วเปรยเสียงเบา “ผมต้องถามแม่ก่อนครับ ถ้าแม่ให้เรียน ผมคงได้เรียน”

วันเฉลิมหันไปดูแลน้อง ไม่แสดงท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจอะไรจนสันต์เริ่มเครียด กลัวลูกทิ้งโอกาสเรื่องเรียนจริงๆ ลำยงเห็นใจอดีตพี่เขยมากและปลอบให้ใจเย็นๆ เพราะยังพอมีเวลากล่อมลูกอีกมาก

คืนแรกของการไปอยู่บ้านยาย วันเฉลิมต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงตะโกนโหวกเหวกของน้าๆ อาการแตกตื่นและข่าวเรื่องไฟไหม้ร้านค้าเรือนแพแถวตลาดทำให้เด็กชายวิ่งหน้าตื่นออกจากบ้านไปหาปู่กับย่าทันที สินกับปั้นกำลังวุ่นกับการโกยข้าวของมีค่าและดับไฟ แต่ดันลืมหีบเก่าที่เก็บทองหยองกับเงินของวันเฉลิมไว้ใต้เตียง สินบุกไปเอาเพราะสงสารเมีย โดยมีวันเฉลิมไปช่วยด้วย แต่สองปู่หลานก็ต้านแรงไฟไม่ไหวต้องหนีเอาชีวิตรอดออกมาก่อน

ปั้นร้องไห้โฮเพราะร้านค้าและบ้านไหม้เกือบทั้งหลัง ที่สำคัญหีบสมบัติต้องมอดไหม้ตามไปด้วย สินพร่ำขอโทษเมียและโทษตัวเองที่แก่เกินจะคว้าอะไรไว้ทัน วันเฉลิมเห็นใจย่ามากและปลอบให้ทำใจ

“ย่าครับ...อย่าเสียดายมันเลย ช่างมันเถอะ”

“เงินกับทองในหีบนั่น มันของเอ็งทั้งนั้นนะไอ้วัน ปู่กับย่าเก็บออมไว้ให้เอ็งเรียนหนังสือ หมดกันคราวนี้”

ปั้นฟูมฟายไม่หยุด สินไม่รู้จะทำยังไงเพราะคงหามาคืนยากเต็มที แต่ไม่วายสั่งเสียหลานเรื่องการเรียน

“เอ็งต้องเรียนหนังสือต่อนะไอ้วัน จะจนยากยังไงก็ต้องเรียน เอาให้จบมหาวิทยาลัยได้ยิ่งดี เอ็งจะได้มีความรู้ไว้เลี้ยงตัวเอง รับปากปู่นะว่าเอ็งจะเรียนต่อ” วันเฉลิมไม่กล้ารับปากเพราะกลัวแม่ แต่สินกลับเข้าใจว่าหลานกลัวไม่มีเงินเรียน “อย่าไปเสียดายมัน ไม่ตายก็หาใหม่ได้ ห้องเอ็งเดี๋ยวปู่ซ่อมให้ใหม่ เอ็งเอาน้องๆมาอยู่ที่นี่นะไอ้วัน”

วันเฉลิมก้มหน้านิ่งจนสินใจไม่ดี “เอ็งอย่าน้อยใจในโชคชะตาวาสนาของเอ็ง คุณค่าความเป็นคนไม่ได้อยู่ที่ใครเขาเอามายกให้ แล้วก็ไม่มีใครลักขโมยช่วงชิงจากเอ็งได้เช่นกัน เอ็งสร้างมันได้ด้วยตัวเอง เหมือนทองคำ ไงล่ะ...ที่ไม่ว่ายังไงก็ยังเป็นทองวันยังค่ำ ไม่มีทางเปลี่ยน แปลงหรือลดคุณค่าในตัวเองได้หรอก”

วันเฉลิมเข้าใจดีแต่ไม่กล้ารับปากปู่เพราะกลัวไม่มีวันนั้น ส่วนสินเหนื่อยจัดเพราะใช้แรงเยอะ เลยไปนั่งพักโดยมีปั้นไปหาน้ำมาให้ดื่ม วันเฉลิมรื้อกองข้าวของที่เสียหายตามคำสั่งย่า เผื่อจะเหลืออะไรที่พอใช้ได้ สินมองตามด้วยสายตาอ่อนแสงและเปรยกับเมียว่าอยากเห็นหลานชายคนโตบวชเหลือเกิน

“ฉันอยากให้มันบวชสักพรรษาหนึ่ง แต่ตัวเองคงไม่มีวาสนาได้เห็นชายผ้าเหลืองหลานหรอก”

“พูดอะไรแบบนั้นตาสิน ไอ้วันมันเป็นคนดี ถึงไม่ได้บวช แกก็สบายใจเถอะ จะหาเด็กที่ไหนอย่างไอ้วันมันล่ะ”

“ฉันไม่ได้อยากอาศัยเกาะชายผ้าเหลืองลูกหลานขึ้นสวรรค์หรอกแม่ปั้น ที่อยากให้มันบวชเพราะคิดว่าช่วยให้ไอ้วันมันพ้นทุกข์ได้บ้าง ทำใจได้บ้างที่มีแม่อย่างนี้ กรรมเก่าของมันช่างมากนัก บวชแล้วอาจจะช่วยให้จิตใจมันสงบทนทุกข์ทรมานได้ดีขึ้นต่างหาก พระศาสนาจะทำให้ไอ้วันมันเป็นคนเต็มคนนะแม่ปั้น”

ปั้นเห็นดีด้วยแต่คงเป็นไปได้ยากเวลานี้เพราะเงินทองทรัพย์สมบัติมอดไหม้ไปพร้อมบ้าน สินเริ่มหอบหายใจแรงและถี่เพราะเหนื่อยจัดแต่ไม่อยากบอกให้เมียกังวล แถมรวบรวมแรงสั่งปั้นให้เป็นธุระเรื่องหลานบวชให้ได้ ปั้นไม่เอะใจคำพูดแปลกๆของผัวและย้อนเสียงเรียบว่าต้องมีวันนั้นแน่เพราะเขายังแข็งแรงดี

“ถ้าไอ้วันมันได้บวช นังลำยองมันคงไม่กล้ากวนพระเจ้าหรอก ไม่ได้เรียนทางโลก ก็เรียนทางธรรมแทนแล้วกัน”

“เออ...แกไม่ต้องห่วงหรอกตาสิน ยังไงฉันต้องหาทางแยกไอ้วันออกจากแม่มันให้ได้”

สินยิ้มบางๆ ขอบใจเมียยกใหญ่ที่รับปาก อาการเจ็บหน้าอกและความเหนื่อยที่รุมเร้าทำให้ชายชราเริ่มคิดว่าตัวเองคงไม่มีวาสนาได้เห็นชายผ้าเหลืองของหลาน จึงพูดจาสั่งเสียอีกหลายคำแต่ปั้นไม่ได้จับสังเกต และเข้าใจว่าผัวคงแก่จนเพ้อเลยผละไปเก็บของ สินตัดสินใจไม่อธิบายและมองเมียกับหลานคุ้ยหาของมีค่าด้วยแววตาอ่อนแสง...ข้าคงตายตาหลับเพราะเชื่อว่าปั้นคงมีคนดูแลและหลานชายคนโตจะบวชเรียนให้

ooooooo

สินจากไปอย่างสงบระหว่างที่ปั้นกับวันเฉลิมคุ้ยหาของมีค่าในบ้าน วันเฉลิมพบทองก้อนใต้เตียง ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ที่ไม่ได้ทำให้ทองคำในหีบสูญสลายแต่ละลายไปรวมกันแทน ปั้นวิ่งหน้าตื่นไปบอกผัวแต่ต้องน้ำตาไหลพรากเมื่อพบว่าเขาไม่มีลมหายใจอีกแล้ว วันเฉลิมมองปู่กับย่าด้วยแววตาสลด เสียใจที่คนที่รักจากไปอีกคนหนึ่งแล้ว

กว่าวันเฉลิมจะกลับบ้านยายอีกครั้งก็เกือบรุ่งสาง ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บกวาดด้วยความเหนื่อยอ่อนเพราะหมดแรงไปกับการยกของหนีตั้งแต่เมื่อคืน ลำยองเห็นหน้าลูกแล้วของขึ้น ยิ่งรู้ว่าไปหาสินกับปั้นเลยยิ่งโกรธ

“ไปช่วยมันทำไม อ๋อ...มึงอยากเสนอหน้าไปให้มันเห็นว่ามึงกตัญญูรู้คุณอย่างนั้นเหรอ ถ้ามึงหวังจะได้สมบัติมันน่ะนะไอ้วัน มึงฝันไปเถอะ มันเอาไปให้ลูกกับเมียใหม่พ่อมึงหมดแล้ว”

แลหันไปแหวให้หยุดพูด ลำยองเถียงว่าลูกชายทำไม่ถูก...บ้านจะไหม้อยู่แล้วดันไปช่วยคนอื่น แลเบ้หน้าและตอกกลับ “แล้วมึงช่วยเหรอ เมาข้ามวันข้ามคืน ถ้าไฟลามมาจริงๆ กูจะปล่อยให้ไฟคลอกตายในบ้านนี่แหละ”

ปอหลงจนลืมเรื่องไฟไหม้และเข้ามาป่วนสองแม่ลูกจนแลอยากจะบ้า ลำยงไม่สนใจและถามหลานเรื่องบ้านสินกับปั้น วันเฉลิมก้มหน้านิ่งและบอกเสียงอ่อยว่าปู่ตายแล้ว ลำยองหัวเราะเสียงดังทันทีด้วยความสะใจ

“สาแก่ใจกูจริงๆ มันทำกับกูไว้มาก มึงเห็นไหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เป็นอย่างที่กูแช่งไว้ทุกอย่าง มันตายยังไงวะไอ้วัน ไฟคลอกตายเป็นตอตะโกเลยไหมวะ มันน่าจะตายห่าไปด้วยกันทั้งคู่เลยนะ อย่างนี้ต้องเลี้ยงโต๊ะจีนแล้วโว้ย”

วันเฉลิมทนไม่ได้ค่อยๆปลีกตัวออกไป ตามด้วยคนอื่นๆ ทิ้งลำยองให้ยิ้มร่าดีใจคนเดียว...สมน้ำหน้าไอ้เฒ่าสิน!

วันเฉลิมหนีไปหาหลวงลุงปิ่นและเล่าเรื่องสินเหนื่อยจนหมดลมเมื่อคืนก่อน ชดตามไปด้วยเพราะอยากช่วยหลานจัดการงานศพของสิน หลวงลุงมองลูกศิษย์ก้นกุฏิร้องไห้ไม่หยุดก็นึกเวทนาเลยเทศนาด้วยน้ำเสียงปรานี

ตอนที่ 11

วันเฉลิมอุ้มอ้อยไปฝากตาเลี้ยงเพราะลำยงกับลำดวนดูแลไม่ไหว ปอนึกสนุกเลยชวนหลานเล่นน้ำ กว่าวันเฉลิมจะกลับมาเจอก็เกือบไม่รอดทั้งพี่และน้องเพราะอ้อยกลัวลนลานจนจะฉุดให้พี่ชายจมไปด้วยกัน แลโกรธผัวมากที่เล่นไม่เข้าเรื่อง เช่นเดียวกับชดและลำยงที่ช่วยกันเช็ดตัวหลานและสั่งสอนเสียงเครียด

“ไอ้วัน...ทีหลังเอ็งอย่าทำอย่างนี้อีกนะ ถ้านังอ้อยมันรัดคอเอ็งจมน้ำไปกับมันจะทำยังไง” ชดเตือน

“ปู่ย่าเอ็ง พ่อเอ็งเล่นงานพวกข้าถึงตายแน่” ลำยงพูดแหยงๆ

“ยังไงผมก็ไม่ปล่อยให้น้องจมน้ำไปต่อหน้าต่อตาหรอกครับน้าลำยง”

ฟากลำยองถูกเหวี่ยงออกจากบ่อนพร้อมสร้อยทองที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นของปลอม บรรดาคนคุมบ่อนเตรียมกระทืบซ้ำเพราะสาวขี้เมาปากมากและโวยวายไม่หยุด แต่โชคยังเข้าข้างเพราะมีหนุ่มใหญ่ปราดมาขวางเสียก่อน

“ถ้าพวกมึงกล้าทำผู้หญิงท้อง พวกมึงไปหาผ้าถุงมานุ่งกันเลย พวกมึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร”

คนคุมบ่อนทั้งหลายหน้าจ๋อยและพากันเข้าข้างใน ทิ้งลำยองไว้กับหนุ่มใหญ่แปลกหน้าท่าทางน่าเกรงขาม สาวขี้เมาแอบกลัวนิดหน่อยแต่ยังวางท่าไม่สนใจ เมื่อเขาเตือนเรื่องหลอกเจ้ามือก็ไม่สนแถมตอกกลับไม่ให้ยุ่ง

“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอกโว้ย หลวงพี่ปิ่นกับข้า คนคุ้นเคยกันอยู่ เอ็งมันหลานหลวงพี่ ทำไมข้าจะจำไม่ได้”

ลำยองไม่ยี่หระและเดินหนี เสือหรืออดีตที่ชาวบ้านละแวกนั้นเรียกว่ากำนันเสือมองตามด้วยแววตาไม่ยอมแพ้และเดินตามไป แม้จะติดใจในความสวยสะดุดตาของหญิงสาวคราวลูกแต่คิดว่าต้องทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้

“จะคลอดลูกอยู่รอมร่อ เอ็งยังตะลอนๆเข้าบ่อนอีกหรือ ไม่สงสารลูกบ้างหรือไง ข้าเห็นแล้วมันทุเรศว่ะ”

ลำยองหันขวับมาเผชิญหน้า “ลุงคิดว่าลุงเป็นใครมาด่าฉันปาวๆ พ่อแม่ยังเอาฉันไม่อยู่เลย”

“โธ่...อีเด็กเมื่อวานซืน อย่างเอ็งน่ะเป็นลูกเป็นหลานข้าหน่อยไม่ได้ ซึ้งแน่ กินข้าวกินปลาหรือยังวะ”

ลำยองอึ้งไปเล็กน้อยเพราะคิดไม่ถึง ต่อปากต่อคำตั้งนานไม่นึกว่าเขาจะชวน สุดท้ายหนุ่มสาวต่างวัยเลยไปนั่งกินข้าวแกงในตลาด เสือแนะนำตัวเองง่ายๆโดยไม่บอกว่าเป็นใครมาจากไหน ลำยองดูเหมือนจะไม่สนนักเพราะชอบใจหนุ่มใหญ่ที่ใจถึงและเลี้ยงไม่อั้น แต่เมื่อเธอขอยืมเงินเขากลับลังเล

“เอ็งกล้ารับปากไหมล่ะว่าได้เงินแล้วจะกลับบ้าน ไม่แวะบ่อนอีก”

ลำยองคว้าเงินหมับและสะบัดหน้าจากไป สาวขี้เมาเอาไปซื้อเหล้าเช่นเคยแต่คราวนี้กลับกระเดือกไม่ค่อยลงเพราะคำพูดเตือนสติของเสือวนเวียนในหัวไม่หยุด

“ดีหรือชั่ว...คนอย่างข้าเห็นมาหมดแล้ว เอ็งฟังให้ดีนะ ได้เกิดเป็นคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะโว้ย ถ้าเอ็งสักแต่ว่าใช้ชีวิตไปวันๆอย่างไม่รู้จักใช้สติปัญญาให้สมศักดิ์ศรีความเป็นคน เอ็งก็ไม่ต่างไปจากหมูหมากาไก่หรอกว่ะ”

ลำยองเปลี่ยนใจไม่กินเหล้าแล้วซื้อไข่โหลหนึ่งเข้าบ้านแทน แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะสาวขี้เมายังไม่ถึงบ้านก็ต้องทรุดตัวกับพื้นข้างทางด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวหน้าซีดเพราะรู้ดีว่าถึงเวลาคลอดแล้ว สุดท้ายไข่โหลแรกที่ตั้งใจซื้อกลับแตกไม่เหลือ แถมตัวเองยังเกือบไม่รอด ต้องนอนตัวงอด้วยความเจ็บปวดเพราะใกล้คลอดเต็มที

ขณะที่ลำยองทุรนทุรายข้างทาง วันเฉลิมกลับไปวัดและเล่าเรื่องเกือบตายให้หลวงลุงปิ่นฟัง เด็กชายก้มหน้าก้มตาจัดการข้าวก้นบาตรด้วยความหิวโหยเพราะใช้แรงไปเยอะ ส่วนหลวงลุงได้แต่ส่ายหน้าปลงๆแล้วเทศนา

“หวังดีมีน้ำใจกับคนอื่นมันเป็นเรื่องดี แต่เอ็งต้องรู้จักประมาณตนด้วย ไม่ใช่ช่วยคนอื่นจนเดือดร้อน”

“หลวงลุงครับ...ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมขออนุญาตเอาน้องอ้อยมาที่นี่ได้ไหมครับ ยายบอกว่าช่วยเลี้ยงน้องเหน่งได้คนเดียว ขืนฝากน้องอ้อยไว้กับตา ผมกลัวว่าจะเกิดเรื่องอีกครับ”

“ตามใจเอ็ง...แต่อ้อยมันเป็นผู้หญิงนะเอ็งอย่าลืม ข้าช่วยได้แค่ดูห่างๆเท่านั้น จะให้อุ้มเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวคงไม่ได้”

วันเฉลิมเข้าใจเงื่อนไขดีแต่คิดว่าไม่มีทางเลือกดีกว่า...ถ้าเขาหวังพึ่งแม่ น้องๆคงแย่กว่านี้

ooooooo

ลำยองนอนตัวงอไม่นานก็มีชาวบ้านมาช่วยและไปตามแลให้ไปดูอาการที่โรงพยาบาล ลำดวนเลยรับอาสาอยู่เป็นเพื่อนวันเฉลิมกับน้องๆเพราะเวทนาเด็กชายที่ต้องทำทุกอย่างเอง วันเฉลิมดีใจมากที่แม่จะมีน้อง ต่างจากลำดวนและคนอื่นๆ เครียดแทบบ้าเพราะกลัวเลี้ยงลูกเป็นโขยงของลำยองไม่ไหว

ฝั่งบ้านสันต์ได้ยินเรื่องลำยองคลอดลูกอีกคนแล้วอยากกุมขมับแทน โดยเฉพาะปั้นตราหน้าเลยว่าจิตราหรือลูกสาวคนล่าสุดของลำยองจะต้องเสียคนเหมือนแม่แน่ แต่สินไม่เห็นด้วยเพราะเชื่อว่าคนเราไม่ได้เลวโดยกำเนิด

“ฉันว่าเด็กมันจะเป็นยังไง อยู่ที่เราเลี้ยงดูอบรมบ่มนิสัยมันมากกว่า”

“อบรมมันให้ปากฉีก มันก็ดีไม่ได้หรอก แกไม่เคยได้ยินหรือไง ลูกเสือลูกตะเข้น่ะ”

“แล้วอย่างไอ้วันหลานเราล่ะแม่ปั้น ทำไมมันคิดดีทำดีได้”

ปั้นเถียงไม่ออกแต่ยังพาลไปเรื่อยเพราะหมั่นไส้ลำยอง สันต์ได้แต่มองตามเศร้าๆและเปรยกับพ่อ

“สุดท้ายก็เป็นความผิดของผมอยู่ดีครับพ่อ ที่ดึงผู้หญิงอย่างลำยองเข้ามาเกี่ยวข้อง ถึงแม่ไม่พูดตรงๆผมก็รู้”

ลำยองได้กลับบ้านในอีกไม่กี่วันถัดมา สาวขี้เมานอนแผ่หราไม่ทำอะไรเหมือนเคย แลต้องดูแลให้ทุกอย่าง ตั้งแต่เตรียมข้าวของและจัดหาผ้าอ้อม ลำยองทนให้จิตราดูดนมจากอกไม่นานก็โวยวาย แลรำคาญเลยแขวะให้

“ให้นมลูกแค่นี้เจ็บจะเป็นจะตาย ทีตอนมึงทำให้มัน เกิดทำไมมึงไม่เจ็บอย่างนี้วะ สี่ห้าคนนั่งหน้าสลอนอยู่เนี่ย”

ลำยองแหวกลับว่าไม่เห็นต้องเลี้ยง แลอยากจะบ้าตายที่ลูกสาวพูดจาหน้าไม่อาย แต่ลำยองไม่สะทกสะท้าน แถมมีความคิดจะหาผัวใหม่รวยๆ จะได้ไม่ต้องลำบากเลี้ยงลูกหรือทำมาหากิน

“แม่สอนฉันเอง เกิดมาสวยอย่างฉันต้องกลัวอะไร ผู้ชายหน้าโง่ในโลกนี้มีถมไป”

“เออ...มึงก็ได้แต่ผู้ชายหน้าโง่นั่นแหละ คนดีๆที่ไหนเขาจะเอามึงจริง”

ลำยองทำหูทวนลมและทำตัวเหลวแหลกเหมือนเดิม ถึงเวลาสิ้นเดือนก็ไม่เคาะประตูทวงเงินผู้เช่าอย่างไม่เกรงใจใคร วันเฉลิมเฝ้ามองด้วยความอ่อนใจและรู้ดีว่าแม่ตามทวงค่าเช่าบ้านแต่เช้าเพราะอะไร

แลถึงกับถอนหายใจเหนื่อยหน่ายในพฤติกรรมที่แก้ไม่หายของลูกสาวคนโต นึกเวทนาหลานตาดำๆที่ต้องนอนแออัดกันในห้องเพราะไม่มีคนดูแล ลำพังวันเฉลิมคนเดียวก็แทบกระอักเพราะเด็กชายไม่ได้โตกว่าน้องๆเท่าไหร่เลย

“อีอ้อยมันตกน้ำคราวโน้น เอ็งน่าจะปล่อยให้มันจมน้ำตาย จะได้หมดภาระซะบ้าง”

“ไม่ดีหรอกครับยาย หลวงลุงสอนไว้ว่ากว่าจะได้เกิดเป็นคนแสนยาก ชีวิตทุกชีวิตมีค่าทั้งนั้นครับ”

“แล้วเอ็งไม่เจ็บใจหรือไง แม่เอ็งมันดีแต่เบ่งออกมา มันเคยสนใจไยดีน้องเอ็งบ้างไหม กี่คนๆก็ไม่พ้นเอ็งกับข้า”

“ยายครับ...ผมไม่เบื่อหรอกครับ น้องกี่คนผมก็เลี้ยงให้แม่ได้ แม่อุตส่าห์ให้ผมเกิดมาเป็นลูก ผมเป็นพี่คนโตต้องตอบแทนพระคุณแม่ครับ” แลเบือนหน้าหนีน้ำตาคลอ “แม่อาจหลงผิดไปบ้าง แต่ผมเชื่อว่าแม่ต้องคิดได้แน่ครับ”

แลอยากจะบ้าที่หลานกตัญญูไม่รู้เวลาแบบนี้ ส่วนวันเฉลิมไม่โวยวายหรือโอดครวญใดๆ ก้มหน้าก้มตาป้อนข้าวป้อนนมน้องๆสลับกับตัวเองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ooooooo

เวลาเดียวกันที่บ่อนใกล้ตลาด...ลำยองถือเงินค่าเช่าบ้านเข้าไปด้วยแววตามาดมั่น เมื่อเห็นเสือเล่นได้จึงเล่นตาม กำนันหนุ่มใหญ่ไม่ว่าอะไรแต่พอได้เงินจนพอใจเลยตัดสินใจเลิก แถมลากสาวขี้เมาออกมาด้วยเพราะเห็นว่าคงหมดตัวในไม่ช้า ถ้ายังหลงผิดคิดว่าเล่นไปเรื่อยๆจะรวยจนตั้งตัวได้แบบนี้

“มันปล่อยให้เอ็งได้จนย่ามใจแล้วมันจะถ่วงลูกเต๋าเอาคืนจากเอ็ง เอ็งจำไว้เลยนะว่าการพนันไม่ทำให้ใครรวยนอกจากเจ้ามือ เอ็งเห็นหมาแม่ลูกอ่อนตัวนั้นไหม เอ็งทายสิว่าลูกมันกี่ตัว”

ลำยองหันไปมองตามมือหนุ่มใหญ่แล้วเบ้หน้าด้วยความรังเกียจ เสือเห็นท่าเลยเฉลยยิ้มๆ

“ข้าตามไปดูมาแล้ว...สิบตัว มันมาคอยหาเศษอาหารที่คนทิ้งขว้างแถวนี้ กินจนเต็มท้องแล้ววิ่งกลับไปหาลูก สำรอกที่มันกินออกมาแบ่งให้ลูกๆจนครบทุกตัวและจนลูกมันอิ่ม มันถึงจะกินเพื่อตัวมันเอง”

ลำยองฟังแล้วอยากจะอ้วก แค่นึกภาพตามก็แทบทนไม่ไหว แต่เสือกลับคิดว่าเป็นเรื่องเศร้าที่น่าประทับใจ

“หมามันยังนึกถึงลูกมันมากกว่าตัวเอง แล้วเอ็งล่ะ มาตะลอนๆอย่างนี้ไม่สำนึกอายหมาบ้างหรือไงวะ” ลำยองของขึ้นที่เขาเอาเธอไปเปรียบกับหมา “ถ้าเอ็งประเสริฐกว่าก็ไม่เห็นต้องโกรธนี่”

ลำยองเถียงไม่ออกเพราะไม่เคยเจอคนแบบเสือ กำนันหนุ่มใหญ่หัวเราะเบาๆแล้วชวนไปกินข้าวหน้าตาเฉย ลำยองตามไปอย่างไม่ลังเล ลาภปากมาถึงทำไมต้องปฏิเสธ จะขัดใจหน่อยคือหนุ่มใหญ่ไม่ยอมสั่งเหล้า กำนันไม่พูดอะไรแต่สวนกลับหน้าตายเมื่อเธอตราหน้าเขาว่าเป็นผู้ชายไม่เต็มขั้นเพราะไม่ยอมกินเหล้า

“น้อยๆหน่อย เอ็งรู้จักข้าน้อยไป ข้าน่ะมันสุดๆมาทุกอย่างแล้ว เหล้าน่ะข้ากินจนไม่เหลือสักคน...ไม่เหลือแม้กระทั่งความเป็นคน กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว เอาคืนมาไม่ได้สักอย่าง เอ็งเลิกได้ก็เลิกซะ ข้าเตือนด้วยความหวังดี”

ลำยองฟังหูซ้ายทะลุหูขวา มั่นใจไม่น้อยว่าหนุ่มใหญ่ต้องสนใจเธอบ้างถึงตามตอแยไม่เลิก เสือมองดูหญิงสาวที่เขาติดใจความสวยด้วยสายตาเวทนา พยายามหักห้ามใจอย่างหนักไม่ให้หลงเสน่ห์แต่ทำได้ยากเต็มที สุดท้ายกำนันหนุ่มใหญ่เลยขับรถไปส่งลำยองถึงบ้านและได้พบกับวันเฉลิมที่นั่น

“บ้านนี้ผัวคนที่สองฉันซื้อให้ ส่วนไอ้นั่น...ไอ้วัน...ผัวคนแรกมันให้ไว้เป็นมรดก”

วันเฉลิมยกมือไหว้ตามประสาเด็กมารยาทดี เสือรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นและถามสารทุกข์สุกดิบอย่างอารมณ์ดี ลำยองพยายามชวนเขาเข้าบ้านสุดฤทธิ์แต่เสือไม่ยอม ไม่อยากเอาตัวไปยุ่งเพราะคิดว่าสาวขี้เมาคงจะไม่ธรรมดา ลำยองไม่ตื๊อและเดินเข้าบ้านเซ็งๆ...โธ่เอ๊ย...ไอ้แก่ กูไม่เห็นอยากจะง้อเลย!

แต่ถึงกระนั้นหนุ่มใหญ่กระเป๋าหนักก็เป็นทางเลือกที่ลำยองสนใจไม่น้อย เพราะห่วงผูกคอคือลูกเกือบครึ่งโหลและประวัติผัวมากมายจนนับไม่ถูกทำให้ไม่มีใครมาสนใจนัก แล ลำดวนและลำยงได้ฟังเรื่องหนุ่มคนใหม่ของพี่สาวแล้วอยากนอนก่ายหน้าผากด้วยความกลุ้มใจ เอือมระอาเหลือเกินที่ลำยองไม่รู้จักคิดและกลับตัวเป็นแม่ที่ดีเสียที

“ลูกมึงเป็นโขยง ผู้ชายที่ไหนมันสนใจมึงก็หน้ามืดตามัวแล้วโว้ย” แลพูดใส่หน้า

“เขาใส่นาฬิกาเรือนทอง ขับรถเก๋ง เงินในกระเป๋ามีเป็นฟ่อนๆแค่นั้นก็พอแล้ว” ลำยองสวน

“เขาชื่ออะไร เขายังไม่บอกพี่เลย เลิกฝันลมๆแล้งๆซะทีเถอะ” ลำยงแขวะ

“กูได้ดิบได้ดีมีเศรษฐีเลี้ยงดูขึ้นมา มึงอย่ามาง้อกูแล้วกัน”

ลำยองสะบัดหน้าหยิ่งๆและลงมือแต่งหน้าแต่งตาเตรียมยั่วเสือเต็มที่ แลกับทุกคนในบ้านได้แต่ส่ายหน้าเซ็งๆ...คิดได้แค่นี้กูไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามบุญตามกรรมแล้วกัน

ลำยองเดินนวยนาดกลับบ้านแล้วต้องชะงัก เห็นรถเสือจอดอยู่หน้าบ้าน หนุ่มใหญ่มองสภาพทรุดโทรมของบ้านไม้สักหลังใหญ่ด้วยความเสียดาย แต่ลำยองไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่และอ้างว่าเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว เสือไม่อยากเชื่อเพราะมั่นใจว่าผู้หญิงติดเหล้าเข้าบ่อนอย่างลำยองต้องไม่ได้เอาเงินค่าเช่าห้องมาเลี้ยงลูกอย่างเดียวแน่

วันเฉลิมเลิกเรียนแล้วไปรับน้องๆที่บ้านแล ลำยงตักน้ำก๋วยเตี๋ยวใส่หม้ออวยให้หลานพร้อมถั่วงอกไปผัดกับน้ำปลากินเป็นข้าวเย็น แลเวทนาหลานชายคนโตมากเพราะต้องรับภาระแทนแม่ทุกอย่าง ต่างจากอ้อยที่แม้จะสามขวบแล้วแต่ไม่ยอมพูดหรือเรียนรู้อะไรเลย ลำยงกลัวจะปัญญาอ่อนแต่วันเฉลิมไม่คิดเช่นนั้น แลไม่ว่าอะไรเพราะไม่อยากคิดมาก แค่ลำยองคิดหาผัวใหม่ก็แย่แล้ว!

ooooooo

วันเฉลิมกลับบ้านไปทำกับข้าว เมื่อถึงเวลาจึงไปตามแม่แล้วต้องชะงัก เห็นแม่นวดให้เสือด้วยท่าทางออเซาะ แลซึ่งตามมาช่วยหลานโวยวายจนหนุ่มใหญ่ลุกพรวดและตะลึงตาค้างเมื่อเห็นว่าแม่ของลำยองเป็นใคร

แลรู้จักกำนันเสือดีทีเดียว นึกเสียดายและสงสารหนุ่มใหญ่ไม่น้อยที่ต้องมาติดพันแม่ม่ายลูกติดเป็นโขยงอย่างลำยอง เสือหน้าเจื่อนแล้วรีบแก้ตัวว่ายังไม่คิดไกลเพราะเพิ่งรู้จักลำยอง แลไม่ค่อยเชื่อแต่ไม่อยากเซ้าซี้

“ไม่คิดก็ดีแล้ว กำนันก็แก่คราวพ่อคราวลุงมัน อย่าไปเอามันเลย กำนันจะตกนรกทั้งเป็นเปล่าๆ เมื่อก่อนฉันอาจจะดีใจที่มันได้ผัวรวยๆ ฉันจะได้สบายไปด้วย แต่เดี๋ยวนี้ฉันเลิกคิดอย่างนั้นแล้ว สันดานมันไม่ดี กำนันเอามันไม่อยู่หรอก จะหมดเนื้อหมดตัวแถมขายขี้หน้าชาวบ้านเขาเปล่าๆ”

เสือกลับไปแล้ว ลำยองพุ่งไปเอาเรื่องแม่ทันทีเพราะคิดว่าหนุ่มใหญ่เป้าหมายใหม่คงถูกกรอกหูด้วยอะไรบางอย่าง แลส่ายหน้าเอือมระอาและกล่อมให้ลูกสาวเปลี่ยนใจเพราะเสืออายุไม่น้อยแล้ว เป็นพ่อของลำยองได้เลย

“กำนันเสือเขามีหน้ามีตา คนแถวนี้นับถือเขาทั้งนั้น มึงเว้นไว้สักคนเถอะลำยอง อย่าดึงเขาต่ำไปกับมึงเลย” ลำยองปรี๊ดแตกแต่แลไม่สนใจ “นางฟ้าอย่างมึง เทวดาหน้าไหนก็เอาไม่อยู่หรอก เขาไม่กลับมาแล้วเลิกฝันซะทีอีบ้า”

ลำยองกรีดร้องโหยหวนเพราะถูกแม่ขัดขวางทางสวรรค์ วันเฉลิมเฝ้ามองตามห่างๆ สงสารแม่ที่คิดไม่ได้สักที...

ตอนที่ 10

สภาพน่ารันทดของวันเฉลิมและความเหลว แหลกของลำยองทำให้แลได้คิดและเริ่มเห็นความสำคัญของการทำมาหากิน ยิ่งเห็นแป้งลอยไปลอยมาไม่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันเลยพาลหัวเสียเพราะเบื่อเต็มที

“มึงนี่ไม่ทำอะไรสักอย่าง ดีแต่ขอเงิน ทำมาหากินบ้างได้ไหม เสียทีที่เกิดมาเป็นลูกผู้ชายนะไอ้แป้ง”

“ทำไมแม่ไม่เบ่งฉันออกมาเป็นลูกผู้หญิงล่ะ จะได้สบายอย่างพี่ลำยอง”

แลโมโหเลยฟาดด้วยทัพพี “กวนประสาทกูนัก รู้อย่างนี้กูเอาขี้เถ้ายัดปากมึงตั้งแต่เล็กๆก็ดี”

ปอยืนมองเมียด่าลูกชายแล้วพลอยอารมณ์เสียตาม อาการหลงๆลืมๆเพราะผลจากการติดเหล้าทำให้เพ้อเจ้อจนทุกคนในบ้านเลิกถือสา สันต์ผ่านมาพอดีและฝากฝังลำยงให้ช่วยดูแลวันเฉลิมเพราะเขาคงไม่ได้มาบ่อยๆ

“ทุกวันนี้แค่ทำมาหากินฉันก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้วนะพี่ ฉันไม่รับปากหรอกว่าจะช่วยพี่ได้มากแค่ไหน”

สันต์พยักหน้าเข้าใจดี ลำยงเลยตัดสินใจถามตรงๆ ว่าทำไมถึงยอมให้ลำยองเอาเปรียบเรื่องลูก

“แล้วลำยงจะให้พี่ทำยังไง พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก พี่ทำไม่ได้หรอกนะ พี่สงสารลูก”

“พี่ยืนยันอีกทีซิว่าเมียใหม่พี่จะไม่เป็นแม่เลี้ยงใจยักษ์” สันต์ไม่แน่ใจว่าลำยงต้องการบอกอะไร “ถ้าฉันเป็นพี่... ฉันจะพาไอ้วันหนี ไม่ปล่อยให้ทุกข์ทรมานแบบนี้ พี่ลำยองจะโวยวายก็ช่างหัวมัน มันไม่มีปัญญาไปตามหรอก”

สันต์อึ้งไปอึดใจเพราะไม่เคยมีความคิดนี้เลย แป้งอาสาไปชวนวันเฉลิมให้เพราะไม่อยากให้ลำยองสงสัย และดูท่าทางจะสะดวกเพราะเด็กชายอยู่กับน้องสาวตามลำพัง แป้งเข้าไปหาและบอกให้ไปหาสันต์ที่ร้านลำยง

“เขาจะพาเอ็งไปอยู่กับเขา ยายเอ็งก็เห็นด้วย เขาว่าขืนเอ็งอยู่ที่นี่เอ็งก็ไม่มีวันเจริญหรอก”

วันเฉลิมลังเลเพราะห่วงแม่กับน้อง แป้งเลยบอกว่าให้เป็นหน้าที่แลกับลำยงจัดการตามหลัง วันเฉลิมตั้งท่าจะไปเก็บของตามที่แป้งบอก แต่ลำยองโผล่มาจากไหนไม่รู้และสั่งให้ลูกชายหุงข้าว วันเฉลิมหน้าซีดเพราะเกิดมาไม่เคยโกหกแม่ ส่วนแป้งทำหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้และบอกว่ามาช่วยหลานทำอาหาร

ฟากสันต์คอยลูกที่บ้านแลด้วยใจจดจ่อ ชดมาคุยเป็นเพื่อนเพราะเห็นใจนายทหารเรือที่ต้องเหนื่อยใจกับพฤติกรรมเมียเก่า สันต์พยายามไม่คิดมากและวางแผนอนาคตของลูกคร่าวๆ ชดเห็นด้วยอย่างยิ่ง

“ไอ้วันมันเป็นเด็กผู้ชาย แทนที่มันจะได้วิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่นบ้าง แม่มันกลับจิกหัวใช้แทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ฉันเห็นด้วยที่พี่จะเอามันไปดูแลเอง”

“ถ้านังลำยองมันเกิดบ้าเลือดขึ้นมา ข้าจะเฉ่งมันเองไอ้สันต์ ไม่ต้องกลัว”

แลพลอยลุ้นไปด้วย หวังสุดใจว่าแป้งจะพาตัววันเฉลิม มาได้สำเร็จ...จะได้หมดเวรหมดกรรมกันสักที!

ขณะเดียวกันที่บ้านลำยอง...วันเฉลิมโกยข้าวของส่วนตัวลงถุง แป้งช่วยหลานแต่ก็อดบ่นไม่ได้

“เอ็งจะเอาอะไรไปหนักหนาวะไอ้วัน เดี๋ยวแม่เอ็งก็ผิดสังเกตหรอก เอาไปแค่บางอย่างพอ” วันเฉลิมยังสงสัยว่าจะแอบออกไปได้ยังไง “เอ็งก็รอจังหวะแม่เอ็งเผลอสิ เวลาเขาเล่นไพ่น่ะเขาไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว”

อ้อยร้องไห้จ้าเหมือนรู้ว่าพี่ชายจะหนีหน้า วันเฉลิมละล้าละลัง แป้งต้องกล่อมพักใหญ่กว่าจะยอมออกไป แต่โชคกลับไม่เข้าข้างเพราะลำยองมาเห็นเข้าพอดีและถามว่าจะไปไหนเพราะดูท่าทางเหมือนจะออกไปข้างนอก วันเฉลิมหน้าเสีย ส่วนแป้งกลบเกลื่อนได้แนบเนียน โดยเฉพาะเมื่อถูกลำยองถามว่าขโมยอะไรในห้องหรือเปล่า

“ห้องพี่มีอะไรให้ขโมยวะ มีแต่ขยะเน่าๆเต็มห้อง พาผู้ชายที่ไหนเข้าไปปรึกษาปัญหาชีวิต พี่ไม่อายหรือไงวะ”

ลำยองของขึ้นและจะกระโดดถีบ แป้งหนีไปได้แต่ไม่ลืมส่งสัญญาณให้วันเฉลิมตามหลังไป เมื่อถึงบ้านแลก็แจ้งข่าวดีกับทุกคน สันต์ดีใจมากและควักเงินให้ตอบแทนความดีความชอบแต่แป้งไม่ยอมรับ

“แหม...ฉันไม่ได้เห็นแก่เงินทุกทีไปหรอกน่า ครั้งนี้ ฉันทำเพื่อไอ้วันมัน แค่ได้เห็นมันไปพ้นจากพี่ลำยองก็เห็นลางๆแล้วล่ะว่าอนาคตมันต้องดีกว่าอยู่ที่นี่แน่”

ooooooo

วันเฉลิมไม่ได้ตามแป้งออกไปทันทีเพราะยังมีห่วงเรื่องแม่กับน้อง เด็กชายเหงื่อแตกพลั่กเพราะเกิดมาไม่เคยโกหกแม่ ลำยองไม่ทันสังเกตอาการลับๆล่อๆ ของลูกเพราะปวดท้องจนเดินแทบไม่ไหว วันเฉลิมเห็นอาการแม่เลยลืมทุกอย่างและจะออกไปขอยาธาตุที่ร้านลำยง ลำยองจึงถามถึงอ้อย วันเฉลิมบอกว่าอยู่บนห้อง

“เออ...ขังมันไว้ก่อน เผื่อมีน้ำก๋วยเตี๋ยวเหลือ มึงก็ขอกลับมาด้วย จะได้เอาไว้กินกับข้าว”

วันเฉลิมรับคำแล้ววิ่งออกจากบ้าน ในใจคิดอย่างเดียวว่าต้องเอายามารักษาแม่ให้ได้

ฝั่งบ้านแลได้เฮลั่นเมื่อเห็นวันเฉลิมวิ่งหน้าตื่นมา สันต์ยิ้มออกและไปหาลูกชายด้วยความยินดี เช่นเดียวกับแลที่สั่งเสียหลาน “ไปอยู่กับพ่อ ตั้งใจเรียน วันข้างหน้าจะได้เป็นเจ้าคนนายคน ไม่ต้องลำบากอย่างยายกับน้าๆ เอ็งนะ”

“เอ็งไม่ต้องกลัวแม่เอ็งหรอก นี่เป็นวิธีเดียวที่เอ็งจะพ้นไปจากที่นี่ได้ ถ้าแม่เอ็งมาอาละวาด น้าจะจัดการเอง”

ลำยงช่วยเสริมความมั่นใจ สันต์ขอบใจทุกคนและดึงลูกชายไปขึ้นเรือแต่วันเฉลิมกลับขืนตัว

“พ่อครับ...ผมไปไม่ได้หรอกครับ ถ้าผมไม่อยู่แล้วใครจะหุงข้าวและทำกับข้าวให้แม่กับน้องกิน”

สันต์อึ้งไปอึดใจเพราะนึกไม่ถึง ส่วนลำยงถอนใจเซ็งๆแล้วอธิบายความจริงที่ควรจะเป็น

“ไอ้วัน...เอ็งมันแค่แปดเก้าขวบ เอ็งจะเอาภาระอะไรมาแบกนักหนา พ่อแม่ต้องเป็นฝ่ายห่วงลูกสิ”

แลไม่เข้าใจว่าทำไมต้องคิดมากขนาดนั้น วันเฉลิมบอกว่าแม่ไม่ค่อยสบายและตนมาที่นี่เพื่อขอยาไปให้แม่ แลถึงบางอ้อและคิดว่าคงเป็นอาการอยากเหล้ามากกว่า ส่วนแป้งกลัวหลานเปลี่ยนใจเลยช่วยกล่อมอีกแรง

“ขืนเอ็งอยู่ที่นี่ อย่างเก่งเอ็งก็ได้เรียนแค่ปอเจ็ด แล้วเป็นได้แค่คนงานรับจ้างเขาไปวันๆเหมือนข้านี่ไง”

“ผมทิ้งแม่กับน้องไปไม่ได้หรอกครับ หลวงลุงสอนเอาไว้ว่าคุณค่าของคนอยู่ที่ความกตัญญูต่อพ่อแม่ครับ”

ทุกคนพูดไม่ออก โดยเฉพาะสันต์ถึงกับเบือนหน้าหนี ส่วนลำยงน้ำตาร่วงด้วยความคับแค้นใจ

“ไอ้เด็กโง่...ไอ้เด็กกตัญญูผิดเวลา เอ็งหนอเอ็ง”

ลำยงกับชดผละไปทำงาน สันต์ได้แต่ลูบหัวลูกด้วยความรักและสงสาร วันเฉลิมได้แต่ก้มหน้านิ่งน้ำตาไหลพราก อยากไปกับพ่อใจแทบขาดแต่ทิ้งแม่กับน้องไม่ลง เด็กชายเดินกลับบ้านพร้อมขวดยาธาตุในมือ ในใจนึกถึงนิทานชาดกเรื่องโปรดที่เคยอ่านกับหลวงลุงบ่อยๆ

“ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพเจ้าเป็นคนเลี้ยงมารดาผู้จักษุมืดมน เมื่อมารดาของข้าพเจ้าเว้นจากข้าพเจ้าแล้ว ก็จักถึงซึ่งความตาย เมื่อข้าพเจ้าต้องพลัดพรากจากมารดาแล้ว ความต้องการด้วยอิสริยศย่อมไม่มีแก่ข้าพเจ้า อนึ่งมารดาของข้าพเจ้าไม่ได้บริโภคอาหารมาเจ็ดวันเช้าวันนี้แล้ว เพราะเหตุพระยาช้างกล่าวดังนี้ ท่านทั้งหลายจงปล่อย นางพญาช้างโดยเร็ว พระยาช้างจงถึงความพร้อมเพรียงด้วยมารดากับญาติทั้งหลายทั้งปวงเถิด”

วันเฉลิมรีบเดินเพราะเป็นห่วงแม่ ลำยองคว้าขวดยา มากรอกเข้าปากทันทีเพราะปวดจนแทบทนไม่ไหว สาวขี้เมาผ่อนลมหายใจยาวเพราะอาการค่อยๆดีขึ้น ครู่ใหญ่ จึงเหลือบตามองลูกและถามถึงน้ำก๋วยเตี๋ยวที่สั่งให้เอามาด้วย

“มึงกินซะ ป้อนนังอ้อยมันด้วย เสียดายว่ะ ลืมบอกให้มึงซื้อเหล้ามาสักขวด”

“แม่ครับ...ผมว่าแม่ปวดท้องเพราะกินเหล้านี่แหละ แม่เลิกกินเถอะนะครับ”

“มึงกลัวกูตายหรือไงไอ้วัน ไม่ได้กินน่ะกูจะตาย ใจสั่นมือสั่นไปหมดแล้ว มึงไม่เห็นหรือไง”

ลำยองตะเกียกตะกายหาเหล้ากินจนได้ สุดท้ายสาวขี้เมาก็นอนแผ่หราบนพื้นห้องโถง วันเฉลิมตื่นมาดูแม่กลางดึกและพยุงไปนอนบนเตียงด้วยความทุลักทุเล ลำยองไม่มีสติ เมื่อเห็นหน้าลูกเลยอดพูดถึงเรื่องที่ฝังใจไม่ได้

“ถ้ากูยอมให้มึงไปอยู่กับพ่อมึงแล้วใครจะหาข้าวให้กูกินนะไอ้วัน มึงนี่ลูกกตัญญูจริงๆเลย”

ลำยองผล็อยหลับไปแล้วเพราะความเมา วันเฉลิมห่มผ้าให้แม่และผละออกไปเงียบๆ

ooooooo

พฤติกรรมเมาหัวราน้ำและข่าวฉาวเรื่องเกือบ ไปคลอดลูกในคุกทำให้วันเฉลิมถูกเพื่อนฝูงมองด้วยสายตาแปลกๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเด็กชายทนไม่ไหวที่ถูกล้อเลยมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนๆ หลวงลุงปิ่นผ่านมาเห็นเลยคว้าไม้เรียวขู่ไล่กลุ่มเด็กอันธพาลและพาวันเฉลิมที่มีแผลฟกช้ำตามตัวไปคุยด้วยที่กุฏิ

“ไอ้ที่หลวงลุงเคยสอนเอ็งไว้ว่าเจอคนพาลให้หนีห่างให้ไกล ไม่ได้อยู่ในหัวเอ็งเลยหรือ”

“ผมพยายามแล้วครับแต่ผมอดทนไม่พอ เขาล้อแม่ผม ล้อผมยังไงก็ได้ แต่ทำไมต้องล้อถึงแม่ด้วย”

“เข้าใจล่ะ...พ่อแม่ใครใครก็รัก ไอ้เรื่องระงับความโกรธมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันไม่ยากจนเอ็งทำไม่ได้หรอก ฝึกเข้าไว้ไอ้วัน ให้ไม่เห็น ไม่ได้ยินและไม่รู้ร้อนรู้หนาว สักวันเอ็งจะเข้มแข็งและไม่สะทกสะท้านต่อคำนินทาว่าร้ายอะไรทั้งนั้น ปากคนพูดเรื่องดีก็เป็นศรีแก่ตัว รู้อย่างนี้แล้วเอ็งจะยอมให้คำพูดแย่ๆมาทำร้ายเอ็งหรือ”

วันเฉลิมนิ่งพลางคิดตาม หลวงลุงปิ่นเลยพาลูกศิษย์ตัวน้อยไปแนะนำกับหลวงพี่ยรรยงพระบวชใหม่ วันเฉลิมยกมือกราบอย่างนอบน้อมจนหลวงพี่ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น

“หลวงพี่ยรรยงท่านลางานราชการมาบวช ท่านเรียน จบมหาวิทยาลัยแล้วไปเรียนต่อเมืองนอกเชียวนะไอ้วัน”

วันเฉลิมมองหลวงพี่ด้วยความทึ่ง อยากมีอนาคตดีๆ แบบนั้นบ้าง หลวงพี่ยรรยงมองมาด้วยความเมตตาและถามสารทุกข์สุกดิบอย่างเป็นกันเอง วันเฉลิมปลื้มใจมากและนั่งสนทนาธรรมและความรู้ต่างๆเป็นนานสองนาน

ขณะเดียวกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของลำยง...ลำยองเพิ่งกลับจากบ่อนพร้อมทองหยองเต็มตัวเพราะมือขึ้น ถามหาลูกชายคนโตด้วยความโมโหที่ยังไม่มารับน้องกลับบ้าน แลพยายามปลอบให้ใจเย็นแต่ลำยองไม่ฟัง

“ฉันว่ามันมัวเล่นกับเพื่อนมากกว่า ไอ้ลูกคนนี้... มันน่าตีให้เนื้อแตกนัก”

“จะอะไรนักหนา มันไม่รู้จักเล่นกับเด็กคนอื่นสิวะแปลก ใช้งานมันอย่างกับทาส ลูกตัวเองแต่ให้คนอื่นเลี้ยง”

ลำยองไม่พูดมาก ควักแบงก์ร้อยจากกระเป๋าให้แม่และบอกว่าเป็นค่าเลี้ยงดูอ้อยกับเหน่ง

“ฉันข้ามไปเล่นฝั่งนั้นมา บ่อนหรูหรากว่าฝั่งนี้ตั้งเยอะ วันก่อนฉันริบเงินไอ้วันมาได้ มันบอกพ่อมันให้ไว้” แลอยากจะบ้าตายที่ลูกสาวกล้าทำขนาดนี้ “ทำไมล่ะไหนๆ พ่อมันก็ไม่มีปัญญาหาเงินห้าหมื่นให้ฉันแล้ว ฉันก็ต้อง คอยตอดเอาอย่างนี้แหละ ทีให้ลูกล่ะให้ได้ กับฉันล่ะทำขี้เหนียว”

ลำยงทนฟังต่อไปไม่ไหวเลยแขวะเข้าให้ ลำยองไม่สะทกสะท้านแล้วบอกว่าเป็นวิธีหาเงินที่ดีจะตาย แลพูดไม่ออกและตัดสินใจไม่รับเงินเพราะรับไม่ได้ ลำยองไม่เข้าใจและคะยั้นคะยอให้เก็บไว้แต่แลปฏิเสธท่าเดียว

“กี่ร้อยกี่พันกูก็ไม่เอา มึงมันสิ้นคิด มึงไม่รู้ตัวหรือไงว่ามึงน่ะหมดความเป็นคนลงไปทุกทีแล้วอีลำยอง”

ลำยองหน้าชาเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเลยลุกหนี ไม่พอใจที่ถูกด่าทั้งๆที่หาเงินมาให้ แลแทบกลั้นใจตาย ต่างจากปอซึ่งไม่รู้เรื่องอะไร เห็นเงินวางไว้ไม่มีคนหยิบเลย รีบคว้าหมับ

“มึงไม่เอากูเอาเองอีแล กูจะเอาเงินไปซื้อเป็ดพะโล้ กูเบื่อ...หน้ากูจะเป็นก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้ว”

ด้านวันเฉลิม...นั่งคุยกับหลวงพี่ยรรยงจนเย็นจึงกลับไปถูพื้นให้หลวงลุงปิ่นที่กุฏิ หลวงพี่ยรรยงมองตามด้วยความเอ็นดูและเปรยเบาๆ “หลานหลวงลุงคนนี้ไม่เลว เลยครับ ถ้าได้เรียนสูงๆรับรองไปได้ไกล อ่านหนังสือคล่องแล้วนี่ครับ เมื่อกี้ผมให้แกเลือกหยิบหนังสือของผมไปอ่าน ไม่แน่ใจหรอกว่าแกอ่านเข้าใจหรือเปล่า แต่อายุแปดขวบได้ขนาดนี้ อย่างกับสิบสอง”

“มันโตกว่าตัว หัวมันดีแต่กรรมเก่ามันเยอะ ไม่รู้ว่ามันจะได้เรียนแค่ไหน สิ่งรอบตัวมีแต่ฉุดรั้งมันเอาไว้”

กว่าวันเฉลิมจะได้ออกจากวัดก็เวลาพลบค่ำ เด็กชายแวะรับน้องและเดินกลับบ้านพร้อมลำยงซึ่งอุ้มเหน่งตามมาด้วย ลำยองกับคนขายผลไม้ดองซึ่งมาเช่าห้องลำยองอยู่ตั้งวงกินเหล้าในห้องโถง ฉลองที่วันนี้มือขึ้น วันเฉลิมอุ้มน้องกลับมาก็ไม่สนใจจนลำยงทนไม่ไหวต้องเหน็บให้

“เออ...ดีนะ ลูกเต้าไม่สนใจ ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกแต่มีปัญญาหาเหล้ามากินได้ทุกวัน”

“กูไปกินบนหัวมึงหรือไงอีลำยง เงินกู...ไม่ได้เอาของมึงสักบาท”

ลำยงอยากกรี๊ดใส่หน้าแต่รู้ว่าไม่มีประโยชน์ ลำยองไม่ยี่หระท่าทางไม่พอใจของน้องและตะโกนสั่งลูกชายให้เอากับแกล้มเหล้ามาเพิ่ม วันเฉลิมรีบไปตามคำสั่ง โดยมีลำยงมองตามปลงๆและกลับออกไปด้วยความขัดใจ

“ทุเรศทุรังลงทุกวัน เคยส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างหรือเปล่าวะ”

วันเฉลิมปล่อยให้แม่กินเหล้าข้างนอก ส่วนตัวเองพาน้องไปเลี้ยงในห้อง ดึกดื่นถึงได้ออกมาดูแม่ แต่ต้องตะลึงตาค้างเมื่อเห็นคนขายผลไม้ดองนุ่งผ้าขาวม้าออกจากห้องแม่ เด็กชายโตพอจะรู้ว่าเกิดอะไรในห้องเลยตัดสินใจถอยฉากและกลับเข้าห้องเงียบๆ ในใจคิดปลงสังเวชและ
เป็นห่วงแม่ว่าต้องตกอยู่ในวงเวียนบาปกรรมนี้ไปถึงเมื่อไหร่

ooooooo

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน...จากเหตุการณ์คนขายฝรั่งดองออกจากห้องลำยองในคืนนั้น จนบัดนี้สาวขี้เมาก็ตั้งท้องลูกคนที่ห้าได้เกือบเก้าเดือนแล้ว ทุกคนพากันเอือมระอาพฤติกรรมเหลวแหลกแต่ไม่รู้จะตักเตือนยังไงเพราะลำยองไม่ฟังแถมด่ากลับอีกต่างหาก ตามประสาคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิด

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง...ลำดวนซึ่งหายหน้าหายตาไปเกือบปีกลับมาบ้านด้วยสภาพอิดโรยและเดินแทบไม่ไหว ลำยงกับแลตกใจและรีบพาส่งโรงพยาบาล เมื่อกลับถึงบ้านแลก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินลำยงเล่าเรื่องน้องสาว

“ลำดวนมันติดโรคผู้ชายแม่ มันสารภาพกับฉันหมดแล้ว ที่มันหายหน้าหายตาไปนานเพราะไปทำงานอย่างว่า”

แลช็อกไม่อยากจะเชื่อ ลำยงสังเวชใจและบอกว่าน้องสาวรับแขกวันละหลายคน

“ถึงเวลานี้ ไปตำหนิมันก็เปล่าประโยชน์แล้วล่ะแม่ ฉันว่าฉันเข้าใจมันนะ ใครๆก็อยากรวยอยากสบายทั้งนั้น ในเมื่อศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้แล้วจะให้ทำยังไง ถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งพอมันก็เดินทางผิดได้อย่างนี้แหละ”

ขณะที่ทุกคนในบ้านลำยองมีสภาพแย่ลงเรื่อยๆ วันเฉลิมกลับได้ข่าวดีเพราะสอบได้ที่หนึ่ง สันต์ภูมิใจในตัวลูกชายมากเพราะเรียนได้ที่หนึ่งมาหลายเทอมแล้ว หลวงลุงปิ่นปลื้มไม่แพ้กันและเตือนสติไม่ให้เหลิง ต้องแข่งกับตัวเองไม่ใช่แข่งกับคนอื่น สันต์ลูบหัวลูกด้วยความรักและบอกว่าจะซื้อของเป็นรางวัลให้

“ถ้าผมขอได้ ผมขอนมผงสำหรับทารกให้น้องอ้อย น้องเหน่งได้ไหมครับ”

สันต์กับหลวงลุงมองหน้ากันปลงๆ จนแล้วจนรอดวันเฉลิมก็ทำเพื่อคนอื่น ไม่เคยคิดทำเพื่อตัวเองเลย

ฝ่ายสินกับปั้นทราบเรื่องลำยองท้องลูกคนที่ห้าก็พลอยอึ้งเพราะไม่คิดว่าสาวขี้เมาจะปล่อยตัวขนาดนี้

“ความยับยั้งชั่งใจไม่มีศักดิ์ศรีไม่ต้องพูดถึง นึกอยากจะนอนกับใครก็นอน มันยังเป็นคนหรือเปล่าไม่รู้นะแม่ปั้น”

“แต่ก่อนมันรังเกียจอาชีพพ่อมันอย่างกับอะไรดีนะตาสิน”

“ออกมาเป็นโขยง ปีละคน สุดท้ายก็ไม่พ้นไอ้วันต้องเลี้ยง เวรกรรมอะไรของมันไม่รู้นะแม่ปั้น”

แลกับทุกคนในบ้านก็เครียดเรื่องลำยองตั้งท้องลูกคนที่ห้าไม่ต่างกันเลยเพราะเดาอนาคตได้เลยว่าภาระต้องตกเป็นของวันเฉลิมแน่ แลเจ็บใจเพราะน่าจะให้หมอจับลูกสาวคนโตทำหมันให้รู้แล้วรู้รอดหลังคลอดเหน่งแต่ไม่ทันคิด

“วัดไหนมีน้ำมนต์ดีๆบ้างวะ กูจะขอมาอาบล้างซวย กูจะตัดหางปล่อยวัดอีลำยองแล้ว มันจะเป็นไงก็ช่าง”

“แล้วไอ้ตัวเล็กตัวน้อยที่นอนเรียงแถวกันนั่นล่ะ เวรกรรมไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอกนะแม่ เกิดจากเราทำกันทั้งนั้น”

“กูเองใช่ไหมอีลำยง กูเป็นคนสอนให้มันกินเหล้าและยาดอง มันถึงได้กลายเป็นอีขี้เมาอย่างนี้”

“อย่าโทษตัวเองเลยแม่ ยังไงมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ลูกมันออกมาค่อยว่ากัน”

ฟากลำยองไม่สำนึกกับเรื่องที่ตัวเองก่อแถมหาเรื่องระรานผัวคนขายผลไม้ดองอีกต่างหาก

“ค่าห้องมึงก็ไม่เคยจ่าย ค่าเลี้ยงดูมึงก็ไม่เคยคิดจะให้กูบ้างเลย”

“แล้วใครใช้ให้มึงมาเอากูเป็นผัวล่ะ”

ขาดคำสองผัวเมียก็ตบตีกันไม่ยั้ง เสียงเอะอะโวยวายจนวันเฉลิมต้องออกมาห้าม ปานแวะมาพอดีเลยเข้าไปช่วยรุมสะกำผัวพี่สาว สุดท้ายลำยองเลยมีสภาพสะบักสะบอมนอนซมในห้องและกอดขวดเหล้าแน่น วันเฉลิมดูแลแม่ให้เข้านอนและกลับไปที่ห้องตัวเองเงียบๆ แต่ไม่วายต้องสะดุ้งตื่นตอนเช้าเมื่อได้ยินเสียงแม่แหกปากลั่นบ้าน

“มันเอาของกูไปหมดแล้ว โทรภาพกูมันก็ขโมยไป ทองของกู อุตส่าห์เก็บไว้ให้มึงมันก็เอาไปด้วย ไอ้สารเลว”

ลำยองคลั่ง วันเฉลิมต้องรั้งไว้ “ช่างมันเถอะครับแม่ ไม่เป็นไรหรอกครับ”

ลำยองยิ่งดิ้นด้วยความแค้นใจ วันเฉลิมสงสารและกอดแม่แน่นเข้า ไม่อยากให้อาละวาดมากกว่านี้

กว่าจะกล่อมแม่ให้สงบสติอารมณ์วันเฉลิมก็แทบหมดแรง เด็กชายตัดสินใจไปหาหลวงลุงปิ่นที่วัดเลยเจอกับสินที่นั่นด้วย สินเห็นใจลำยองแต่คิดว่าคงทำอะไรไม่ได้แล้ว เช่นเดียวกับหลวงลุงที่สอนให้วันเฉลิมเข้าใจสัจธรรมชีวิต

“สมบัตินอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่แม่เอ็งสิ เจ็บกี่ครั้งก็ไม่เคยจำ บทเรียนน่ะเขามีให้จำ ไม่ใช่ให้ซ้ำเดิม”

วันเฉลิมยังก้มหน้านิ่ง หลวงลุงเลยถามว่าถ้าลำยองได้ของและทองกลับมาจะดีใจไหม

“ต่อให้แม่ได้ทองคืนมา แต่แม่ไม่เลิกกินเหล้าเล่นการพนัน ผมไม่เอาหรอก”

หลวงลุงกับสินมองหน้ากันปลงๆ ขนาดเด็กยังเข้าใจปัญหาแต่ทำไมลำยองกลับคิดไม่ได้สักที!

ooooooo

ลำยองไปบ่นกับแม่ที่บ้านสายวันเดียวกัน แค้นใจไม่หายที่ถูกผัวคนล่าสุดปล้นบ้านจนไม่เหลือสมบัติสักอย่าง แลนั่งฟังด้วยความสมเพชเวทนา พยายามกล่อมให้ลูกสาวคนโตใจเย็นแต่ไม่ได้ผลเช่นเคย

“อีลำยอง...ผัวมึงคนนี้ชื่ออะไรมึงยังไม่รู้เลย แล้วมึงจะเอาปัญญาที่ไหนไปหาตัวมันเจอได้”

ลำยองกระฟัดกระเฟียด ทั้งเจ็บใจและหงุดหงิดเพราะอยากเหล้า แต่แลไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่เตือนสติลูก

“ทำใจซะเถอะมึง ลูกตั้งโขยง อีกไม่นานไอ้ที่อยู่ในท้องก็จะตามออกมาอีก มึงไม่สงสารลูกบ้างเลยหรือไง วันๆมันจะเอาอะไรกิน หัดทำมาหากินอย่างคนอื่นเขาบ้างสิโว้ย”

แลยกข้าวกับน้ำไปให้ลำดวนซึ่งยังนอนซมบนเตียง ปากก็บ่นไปเรื่อยเพราะอยากให้ลำยองกลับตัว

“เลิกเหล้าเข้าบ่อนได้ ทำไมเงินจะไม่เหลือเก็บ เกิดเป็นคนมันต้องคิดให้ได้ มันต้องรู้จักมีน้ำอดน้ำทน มึงเอาแต่ตามใจตัวอย่างนี้มีแต่บรรลัย ถ้าลูกโตแล้วมันถามว่าใครเป็นพ่อ มึงจะบอกมันว่ายังไงมึงคิดบ้างไหม”

จบคำจึงหันมาหาลูกแต่พบแต่ความว่างเปล่า... ลำยองขี้เกียจฟังแม่บ่นและเดินหายไปแล้ว!

เรื่องลำยองถูกผัวยกเค้าบ้านดังกระฉ่อนไปทั่วตลาดในเวลาไม่นาน สมาชิกบ้านสันต์ได้ยินแล้ว ต้องถอนหายใจยาวด้วยความสมเพช หวังลึกๆว่าลำยองจะคิดได้สักทีว่าควรทำตัวให้เป็นผู้เป็นคนกว่านี้

“เรื่องแย่ๆของตัวเองมักมองไม่เห็น ส่องกระจกทุกวันก็เปล่าประโยชน์ เพราะมันเห็นแต่เนื้อหนังมังสาข้างนอก”

สินส่ายหน้าปลงๆ ปั้นถอนใจโล่งอกที่อย่างน้อยก็ไม่ได้เกี่ยวดองอะไรกับลำยองแล้ว แต่สันต์กลับไม่เห็นด้วย

“ไม่หรอกครับ ยังไงมันก็เป็นบาปติดค้างในใจผม เพราะเจ้าวันเหมือนคนรับกรรมทั้งหมดไว้อยู่ดี”

สันต์เป็นห่วงลูกมากเลยแวะเอาเงินไปให้ที่วัด แต่วันเฉลิมไม่ยอมรับเพราะเกรงใจพ่อและอ้างว่ายังมีเหลือ

“เหลือก็เก็บออมสินสิลูก อันนี้พ่อให้ไว้ใหม่ วันจะแบ่งไปซื้อนมซื้อขนมให้น้องพ่อก็ไม่ว่าหรอก” วันเฉลิมถึงเปลี่ยนใจรับเงินไว้ สันต์ลูบหัวลูกด้วยความสงสาร “อาเทวีเขาไม่ค่อยสบาย ช่วงนี้พ่อคงไม่ค่อยได้มาหาวันบ่อยๆ ขาดเหลือยังไงวันไปหาปู่กับย่านะลูก พ่อจะฝากเงินไว้ที่นั่น เข้าใจไหมลูก”

วันเฉลิมรับคำและขอตัวกลับบ้าน หลวงลุงปิ่นมองตามด้วยความสงสารและเปรยกับสันต์เบาๆ

“ไอ้นี่มันปากหนัก เอ็งเชื่อข้าสิสันต์ ต่อให้ลำบากยังไงมันก็ไม่ไปหาปู่ย่ามันหรอก”

ooooooo

วันเฉลิมกลับถึงบ้านตอนเย็น เห็นแม่นอนซึมอยู่กับอ้อยและเหน่งเลยซักถามด้วยความเป็นห่วง ยิ่งได้ยินแม่บอกว่าไม่สบายเลยยิ่งเป็นกังวล วันเฉลิมไม่คิดอะไรมากและยื่นเงินที่สันต์เพิ่งให้มาตรงหน้าแม่ลำยองมีแรงขึ้นมาทันทีและถามว่าเอามาจากไหน วันเฉลิม ดูแลน้องและบอกโดยไม่มองหน้าว่าสันต์ให้มา

ลำยองดีใจจะมีเงินไปซื้อเหล้าและเข้าบ่อน แต่ไม่อยากให้ลูกแตกตื่นเลยหลอกให้ทำกับข้าวอยู่บ้าน ส่วนตัวเองจะไปซื้อยาเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบาย แต่จน แล้วจนรอดลำยองก็ไม่ได้กลับบ้านเพราะมัวไปสำเริงสำราญที่บ่อนจนเช้าและแวะไปหาแลกับลำยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในสภาพหิวโซ

“นี่มึงไปกินนอนในบ่อนอีกแล้วใช่ไหม กูเห็นมึงจ๋อยได้แค่วันเดียว” แลอดด่าไม่ได้

“เกิดเป็นคนมันต้องสู้สิแม่ แม่สอนฉันเอง สู้อย่างอดทน สักวันโชคต้องเข้าข้างบ้างแหละ”

“มึงมันทั้งโง่และบ้า กูไม่คุยกับมึงแล้ว”

แลหันไปวุ่นวายกับการขายก๋วยเตี๋ยวทิ้งลำยองให้นั่งคนเดียว ลำยงเห็นสภาพพี่สาวแล้วอดถามไม่ได้

“ไหนว่าเพิ่งถูกปล้นทองหมดเนื้อหมดตัว แล้วพี่เอาเงินที่ไหนเข้าบ่อน...อย่าบอกนะว่าเงินที่พี่สันต์ให้ไอ้วัน”

“เงินไอ้วันก็เหมือนเงินกูนั่นแหละ”

“พี่ทำได้ยังไงเนี่ย เป็นแม่ประสาอะไร เขาให้ไว้เป็นค่ากับข้าว ค่านมนังอ้อยกับไอ้เหน่ง”

“กูเอาไปต่อทุน จะได้ซื้อทองมาคืนมัน”

“เหม็นน้ำลายเปล่าๆ อย่ามาอ้างเลย คนอย่างพี่ทำอะไรเพื่อคนอื่นเป็นด้วยหรือ”

ลำยองสะบัดหน้ากลับบ้านและพาลลงกับวันเฉลิมด้วยความโมโห แถมคาดคั้นเรื่องเงินจากสันต์ วันเฉลิมน้ำตาคลอแล้วบอกว่าไปเอากับปู่และย่าได้เพราะพ่อฝากเงินไว้ให้ที่นั่น แต่เด็กชายไม่อยากไปถ้าไม่ลำบากจริงๆ

“ไม่มีจะกินขนาดนี้ ยังไม่ลำบากหรือไงวะ มึงไปหาปู่ย่ามึง บอกว่าต้องซื้อหนังสือ จ่ายค่าเทอมหรืออะไรก็ได้” วันเฉลิมพูดไม่ออก ลำยองเลยตวาดซ้ำ “ถ้ามึงไม่ได้เงิน มึงไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหน้าเลยไอ้วัน!”

วันเฉลิมไม่มีทางเลือกเลยต้องไปยืนจดๆจ้องๆหน้าร้านปู่กับย่า สินกับปั้นแปลกใจไม่น้อยเพราะร้อยวันพันปีหลานชายแทบจะไม่เคยมาหาเพราะกลัวลำยองทำโทษ วันเฉลิมตัดสินใจไม่ขอเงินตรงๆเหมือนที่แม่สั่งแต่ขอทำงานบ้านแทน ปั้นกับสินมองหน้ากันงง สังหรณ์ว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ

“เอ็งไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นไอ้วัน มานั่งนี่...มาคุยกับปู่หน่อยสิ แม่เอ็งบังคับให้มาขอเงินใช่ไหม”

วันเฉลิมอ้อมๆแอ้มๆ ไม่อยากบอกเพราะกระดากปาก ปั้นเลยถามว่าทำไมไม่ขอตรงๆ

“ผมไม่กล้าครับ หลวงลุงสอนว่าเงินทองหายาก อยากได้ต้องทำงาน ไม่มีใครอยู่เฉยๆแล้วได้เงินหรอกครับ”

สินส่ายหน้าเซ็งๆ รู้คำตอบทันทีว่าหลานมาทำงานแลกเงิน วันเฉลิมก้มหน้านิ่ง

“เอ็งบอกปู่ว่าเอ็งจะเอาเงินไปซื้อหนังสือปู่ก็ให้เอ็งแล้วไอ้วัน”

“การโกหกเป็นสิ่งไม่ดีครับ ผมไม่กล้าโกหกปู่ครับ”

ปั้นกับสินพูดไม่ออกและตัดสินใจให้หลานไปร้อยบาท คิดในแง่ดีว่าเป็นค่ากินอยู่ของหลาน ส่วนลำยองนั่งรอลูกที่บ้านด้วยความหงุดหงิดเพราะอยากเหล้าเต็มแก่ เมื่อวันเฉลิมกลับมาเลยถลาไปฟาดไม่ยั้งเพราะคิดว่าลูกคงไม่ได้ขอ

“กูนึกแล้วไม่มีผิดว่ามึงต้องไม่ได้มาสักบาท ทำไมมึงไม่รู้จักบีบน้ำตาให้ปู่กับย่ามึงสงสาร”

“แม่ครับ...วันโกหกผู้ใหญ่ไม่ได้หรอกครับ ทำไมเราพูดความจริงไม่ได้ล่ะครับแม่”

“มันเกลียดกู มันคอยแต่จะสมน้ำหน้ากู”

“ปู่กับย่าไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกครับ”

“ไปเจอมันเดี๋ยวเดียว มันหลอกให้มึงมาด่ากู มึงมันลูกอกตัญญู กูเลี้ยงมึงมา มึงไม่เคยนึกถึงหัวอกกูเลย”

ลำยองฟาดลูกจนหมดแรงล้มตัวลงนั่ง วันเฉลิมน้ำตาไหลพรากแต่ไม่วายคลานเอาเงินไปให้แม่ ลำยองไม่ทันมองและเงื้อมือจะตีลูกซ้ำแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเงิน สาวขี้เมาไม่สำนึกและดึงเงินจากมือลูกทันที

“สมน้ำหน้า ปากหนักก็เจ็บตัวฟรี จำไว้นะไอ้วัน สมัยนี้ต้องโกหกตอแหลถึงจะเจริญ ซื่อบื้ออย่างมึง...อดตาย!”

ooooooo

ขณะที่วันเฉลิมร้องไห้ด้วยความเสียใจที่แม่ไม่เคยเห็นความดี สินกับปั้นกลุ้มใจไม่น้อยเพราะคิดว่าเรื่องวันเฉลิมมาทำงานแลกเงินคงไม่จบแค่ครั้งเดียวแน่ ถึงจะสงสารยังไงแต่ก็ไม่อยากให้เงินลำยองง่ายๆ

“อย่าคิดมากเลย ไอ้ร้อยบาทนั่นน่ะ คิดซะว่าเป็นรางวัลไอ้วันที่ไม่โกหก หัวใจมันสะอาดใสแท้ๆแม่ปั้น”

“ได้ไปครั้งหนึ่ง มันคงได้ใจ เดี๋ยวก็ส่งลูกมาขออีก”

“เอาเถอะแม่ปั้น ไอ้วันมันมาขอเราดีกว่ามันไปขอคนอื่นไม่ใช่หรือ”

“นึกถึงหน้าแม่มันฉันก็อดเจ็บใจไม่ได้ เงินให้มันไปจะเป็นค่ากับข้าวสักกี่บาท ไม่พ้นเอาไปละลายในบ่อนหมด”

ฟากลำดวนทนรับสภาพตัวเองไม่ไหว แม้จะอาการดีขึ้นเรื่อยๆแต่กลัวเสียงคนนินทาเพราะเป็นโรคจากการเป็นผู้หญิงหากิน สุดท้ายเลยตัดสินใจหนีออกจากบ้านแเต่ทุกคนตื่นมาเห็นเสียก่อน

“เอ็งพูดอะไรอย่างนั้นวะ ใครๆมันก็เจ็บป่วยกันได้ทั้งนั้นแหละ เอ็งก็ดีขึ้นเยอะแล้ว อีกไม่นานก็หาย”

“แต่ฉันอาย ใครๆก็รู้กันหมดว่าฉันไปทำอะไรถึงได้เป็นอย่างนี้ ฉันทนสู้หน้าใครไม่ไหวพี่ลำยง ปล่อยฉันไปตามทางเถอะ พี่กับแม่จะได้ไม่ต้องอายหรือเป็นขี้ปากใครต่อใคร”

“กูไม่ปล่อยให้มึงไปหรอกอีลำดวน ใครมันจะว่ายังไงมึงก็ลูกกู”

ลำดวนน้ำตาร่วงกอดแม่แน่นด้วยความซาบซึ้งใจ ลำยงเห็นใจน้องแต่อยากให้ยอมรับความจริงแล้วเดินหน้า

“เกิดมาไม่มีใครไม่เคยพลาดหรอกลำดวน พี่กับแม่ไม่อายแล้วเอ็งจะกลัวอะไร แค่อย่าผิดซ้ำก็พอ”

ชดมองเหตุการณ์ตรงหน้าปลงๆแล้วช่วยเมียกล่อม “อยู่ที่นี่แหละลำดวน ช่วยกันทำมาหากิน ไม่ต้องร่ำรวยเป็นเศรษฐีเราก็มีความสุขได้ เพราะเราอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีไง”

ลำดวนซาบซึ้งใจมากและกอดแม่กับพี่สาวด้วยความซาบซึ้งใจ มีเพียงปอซึ่งหลงๆลืมๆเพราะผลข้างเคียงจากอาการติดเหล้ามองสามแม่ลูกด้วยความมึนงง...มันจะกอดอะไรกันวะ ว่าแต่อีแล...อีลำดวนมันลูกใคร!

ขณะที่ทุกคนในบ้านมีกำลังที่จะมีชีวิตอยู่มากขึ้น ลำยองอารมณ์ดีไม่แพ้กันเพราะมือขึ้น เล่นได้เงินกับทองคืนมาตั้งมากมาย ลำยงกับแลมองหน้ากันแล้วถามว่าไปเอามาจากไหน

“มันต้องมีได้บ้างล่ะแม่ ใช่จะเสียอย่างเดียว ฉันบอกแม่แล้วไงว่ายังไงฉันก็ต้องหาทองมาคืนไอ้วันให้ได้”

ลำยงอดแขวะไม่ได้ “มันจะอยู่บนคอกับแขนพี่ได้สักกี่วัน ฉันจะคอยดู เผลอๆไม่ทันข้ามวันหรอก”

“มึงอิจฉากูหรือไงอีลำยง มึงน่ะขายขนมขายก๋วยเตี๋ยวมากี่ปี ทองสักสลึงมึงยังไม่มีปัญญาหามาใส่เลย”

“ถ้ามีทองใส่แล้วทำให้ใครๆเดือดร้อน อย่ามีมันดีกว่า ทองน่ะมันวัดคุณค่าความเป็นคนไม่ได้หรอก”

ลำยองของขึ้นและทำท่าจะตบกับน้องสาว แต่ลำยงไม่ยี่หระและก้มหน้าก้มตาทำงาน ลำยองทำอะไรไม่ได้เลยพาลไปลงกับวันเฉลิมซึ่งไปทำการบ้านที่วัดและไม่ได้มารับน้องกลับบ้าน สาวขี้เมาไปตามลูกชายถึงกุฏิ หลวงลุงไม่อยากเชื่อสายตาเพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นโผล่หน้ามาให้เห็น ลำยองไม่สนใจและตั้งหน้าตั้งตาด่าลูกท่าเดียว

“มึงจะขยันเรียนให้ได้อะไรขึ้นมา จบปอสี่มึงก็ต้องไปทำงานโรงงานแล้ว” หลวงลุงเลยเอ็ดว่าคิดอะไรสั้นๆ แต่ลำยองไม่สนโต้กลับ “หนูไม่ได้เป็นพวกหนีโลกอย่างหลวงลุงนี่ ยังต้องทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง น้องมันตั้งหลายคน”

“แล้วเอ็งไม่คิดเหรอว่ามันยุติธรรมกับไอ้วันหรือเปล่า”

“ยุติธรรมอะไร มันเป็นพี่คนโตก็ต้องดูแลน้องและตอบแทนบุญคุณน้ำนมแม่ที่เลี้ยงมันมา” หลวงลุงเถียงไม่ทัน ได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่ายว่าคนอย่างลำยองคงฉุดขึ้นมาเหนือน้ำยากเต็มที “หลวงลุงสบายแล้วนี่ ข้าวปลาก็มีคนหามาให้กินฟรีๆ บ้านช่องก็ไม่ต้องเสียค่าเช่าแล้วยังจะเอาไอ้วันมาเป็นคนใช้กวาดถูอีก ไม่เอา เปรียบกันหรือไง”

หลวงลุงปิ่นอยากจะบ้าตาย วันเฉลิมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเก็บหนังสือลงกระเป๋าและก้มกราบลาหลวงลุง ลำยองสะบัดหน้าเดินนำไปแล้ว วันเฉลิมวิ่งตามต้อยๆ ทิ้งหลวงลุงเลยให้มองตามปลงๆ

“วันเอ๊ย...แม่เอ็งนี่มันอยู่ลึกยิ่งกว่าใต้ตมเสียอีก”

ooooooo

หลังเดินสะบัดออกจากวัด ลำยองลากลูกไปหาสินกับปั้นที่ร้านเพราะอยากได้เงิน มั่นใจว่าปู่กับย่ารักหลานมากพอจะจ่ายเงินให้เหมือนครั้งก่อน “รักไม่ใช่หรือไอ้หลานคนนี้ กูเอามาส่งแล้วไง แต่ไม่ให้ ฟรีนะ ชั่วโมงละร้อยเท่านั้น”

สินกับปั้นตัดใจให้เงินเพราะสงสารและอยากอยู่กับหลาน ลำยองหน้าบานรับเงินมาแล้วไปซื้อเหล้ากิน เมื่อแลรู้วีรกรรมลำยองที่หาเงินด้วยการให้เช่าลูกชายก็ลมแทบจับ แต่ลำยองไม่สำนึกแถมบอกว่าเป็นวิธีที่ดีและง่ายที่สุด!

ฝ่ายสันต์กลับมาบ้านในวันถัดมาจึงแวะมาหาลูกชายด้วยความคิดถึง ลำยองออกมารับหน้าและเริ่มหาเงินกับผัวเก่า สันต์อยากจะบ้าตายกับความคิดอดีตเมีย ไม่รู้เธอเห็นลูกเป็นอะไรถึงได้คิดวิธีหาเงินแบบนี้ได้

ตอนที่ 9

กิจการบ่อนของลำยองดีวันดีคืนเพราะเจ้าของบริการแขกขาไพ่อย่างดี วันเฉลิมหัวหมุนเพราะต้องวิ่งซื้อข้าวผัดกับโอเลี้ยงทั้งวันแลกกับเงินค่าเดินไม่กี่บาท แต่ถึงกระนั้นเด็กชายก็ไม่ปริปากบ่นเพราะไม่อยากให้แม่อารมณ์เสียและพาลลงกับคนอื่น วิมลเฝ้าดูห่างๆ ด้วยความเป็นห่วงและอยากช่วยให้เขาผ่อนคลายบ้าง

“คุณแม่หนูสมเขาซื้อของเล่นมาให้ พ่อวันไปเล่นกับน้องที่บ้านยายไหมล่ะลูก”

“วันไปไม่ได้หรอกครับ วันต้องคอยช่วยงานแม่”

วันเฉลิมกลับบ้านเย็นวันเดียวกัน ลำยองรออยู่แล้ว ด้วยความหงุดหงิดเพราะไม่มีคนรองมือรองเท้าตลอดวัน เด็กชายรับฟังคำบ่นของแม่อย่างใจเย็นเพราะเคยชิน ลำยองได้ใจเลยใช้งานใหญ่เพราะขี้เกียจเต็มที

วันเฉลิมรวบจานชามที่ชาวบ่อนกินทิ้งไว้แล้วเดินเข้าครัว เห็นข้าวสารในถังเหลือไม่ถึงหยิบมือเลยขออนุญาตแม่ออกไปซื้อ แต่ลำยองไม่ให้ไปเพราะกลัวไม่มีคนให้ใช้ วันเฉลิมหน้าเสีย เป็นห่วงอ้อยและท้องตัวเองที่ร้องโครกคราก สุดท้ายเลยต้องคว้าเอาจานอาหารที่เหลือจากชาวบ่อนมาป้อนน้องสลับกับตัวเอง

“วันนี้พี่ไม่มีน้ำข้าวให้น้องอ้อยกินหรอกนะ กินนี่แทนแล้วกัน พรุ่งนี้ถึงจะมีเงินไปซื้อข้าวสาร”

วันเฉลิมเข้านอนด้วยความหดหู่ สภาพความเป็นอยู่ในบ้านและสุขภาพของอ้อยทำให้เด็กชายคิดหนัก แต่เพราะเป็นเด็กกำลังใจทำให้ปล่อยวางง่ายและดำเนินชีวิตต่อด้วยความเข้าใจ แต่ปัญหาใหม่ก็เดินมาหาถึงบ้านเมื่อมีชายแปลกหน้าท่าทางไม่น่าไว้ใจมาขอเช่าห้องของลำยองในเช้าวันรุ่งขึ้น

วันเฉลิมไม่ชอบหน้าผู้เช่าคนใหม่นัก แต่ลำยองกลับประทับใจในความหล่อจนลดค่าเช่าให้จากเดือนละสี่ร้อยเป็นสามร้อยบาท ยิ่งรู้ว่าเป็นคนขับรถรับจ้างยิ่งถูกใจเพราะหวังได้ไหว้วานขอติดรถบ้าง วันเฉลิมได้แต่มองท่าทางแม่ด้วยความปลงแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะกลัวแม่อารมณ์เสีย แต่ความตั้งใจของเด็กชายก็พังครืนเมื่อเห็นแม่แต่งตัวล่อแหลมไปเคาะประตูห้องผู้เช่ารายล่าสุดตอนดึกคืนเดียวกันนั้น

“ห้องอยู่สบายไหมจ๊ะ” เจ้าของห้องบอกว่าร้อนและอยากได้พัดลม “ร้อนเหรอ...เปิดหน้าต่างหรือเปล่าล่ะจ๊ะ”

ขาดคำสาวขี้เมาก็มุดเข้าห้องเช่าและปิดประตูตามเงียบๆ วันเฉลิมได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยใจในพฤติกรรมของแม่ รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นในห้องแต่คงห้ามไม่ไหว สุดท้ายเลยเดินไปชงนมและป้อนให้อ้อยจนผล็อยหลับไปพร้อมกัน...สุดแท้แต่เวรแต่กรรมแล้วกัน ขอให้แม่คิดได้สักวันเถอะ

ooooooo

วันเฉลิมตื่นเช้าอย่างไม่สดชื่นนักเพราะกังวลเรื่องแม่เกือบทั้งคืน ยิ่งเห็นชาวบ่อนมือบอนขโมยเครื่องบินของเล่นที่สันต์เคยซื้อให้มาร่อนไปมาด้วยความรุนแรงยิ่งใจเสีย

“อาครับ...เครื่องบินนั่นของวัน ขอคืนเถอะครับ พ่อซื้อให้วันตั้งนานแล้ว” ขาไพ่โวยว่าขอเล่นด้วยไม่ได้หรือไง วันเฉลิมหน้าเสียแล้วตอบเสียงอ่อย “เล่นได้ครับ แต่อาต้องเล่นเบาๆนะครับ เดี๋ยวพัง”

ชาวบ่อนมองมาด้วยสายตายียวนแล้วแกล้งโยนคืน เครื่องบินร่วงตกพื้นและแตกจนแทบหาชิ้นดีไม่ได้ วันเฉลิมหน้าซีดแล้วค่อยๆเก็บชิ้นส่วนขึ้นมา น้ำตาไหลพรากด้วยความเสียดายสุดใจ เมื่อรวบรวมสติได้จึงพยายามซ่อมตามมีตามเกิดแต่ยังไม่เหมือนเดิมนัก ลำยองมาตามลูกไปซื้อของเห็นสภาพหน้าตาเลอะน้ำตาก็แปลกใจแต่ความหงุดหงิดที่ไม่มีคนรองมือรองตีนมีมากกว่าเลยตวาดลูกลั่น

“กูเรียกคอแทบแตก มามุดหัวอยู่นี่เอง ไม่เคยช่วยทำมาหากิน กูเหนื่อยสายตัวแทบขาด มึงร้องไห้ทำไม”

วันเฉลิมยื่นซากเครื่องบินให้แม่ดู ลำยองไม่รอฟังใดๆและคว้าเครื่องบินของลูกมาปาทิ้งเพราะจำได้ว่าสันต์เป็นคนซื้อให้ แถมฟาดไม่ยั้ง “แค่นี้มึงสำออยบีบน้ำตาหรือ แค่ไอ้ของเล่นกระจอกๆ จะเป็นจะตายให้ได้เลยใช่ไหมไอ้วัน” ขาดคำก็กระทืบซากเครื่องบินจนไม่เหลือชิ้นดี “ลูกค้าเต็มบ้าน มึงไม่คิดจะออกไปช่วยกู มึงนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ออกไปซื้อโอเลี้ยงกับข้าวผัดให้แขกเดี๋ยวนี้เลย”

วันเฉลิมกล้ำกลืนทำงานให้แม่ด้วยกำลังใจลดน้อยเต็มที เมื่อได้ไปถูพื้นกุฏิให้หลวงลุงปิ่นในวันถัดมาเลยถือโอกาสปรับทุกข์ด้วยเหมือนเคย หลวงลุงส่ายหน้าปลงสังเวชและบอกให้อยู่ด้วยกันที่นี่ แต่วันเฉลิมไม่กล้ารับปากเพราะเป็นห่วงแม่ หลวงลุงเข้าใจดีแต่อยากให้เด็กชายเป็นห่วงสุขภาพใจและกายของตัวเองด้วย

“คนที่มันเมามัวกับผีพนันผีอบายมุขน่ะ มันจะไปอารมณ์ดีมีความสุขอย่างคนอื่นได้ยังไงไอ้วัน”

วันเฉลิมหน้าเสีย หลวงลุงเวทนาและบอกให้ลำยองมาด่าถึงวัดได้เลยถ้าไม่พอใจเรื่องเด็กชายจะมาอยู่วัด

“วันว่าเวลาที่วันมีความสุขที่สุดมีอยู่สองเวลาครับ... เวลาอยู่โรงเรียนกับเวลาอยู่กับหลวงลุงที่นี่ครับ”

หลวงลุงยิ้มเมตตา ปลื้มใจไม่น้อยที่ลูกศิษย์ตัวน้อยใฝ่ดีและมีใจเปี่ยมสุขเมื่ออยู่ใกล้พระธรรม ส่วนวันเฉลิมก้มหน้าก้มตาถูพื้นจนเสร็จและนั่งทำการบ้านเงียบๆที่มุมหนึ่ง สินแวะมาหาพร้อมห่อพัสดุของฝากจากสันต์ซึ่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปฝึกงานที่เมืองนอกแรมเดือนแล้วอดคิดถึงลูกชายคนโตไม่ได้เพราะสายใยที่ตัดกันไม่ขาด

“เสื้อกันหนาว พ่อเอ็งเขาซื้อส่งมาให้จากเมืองนอกเมืองนาเชียวนา”

วันเฉลิมยังไม่หายงง หลวงลุงปิ่นเลยถามแทนเพราะเพิ่งได้ยินเรื่องสันต์ไปเมืองนอกเหมือนกัน

“สองสามเดือนแล้วครับหลวงพี่ มันได้ทุนไปอบรมเพิ่มเติมที่เกาะฮาวายอะไรโน่นแน่ะ”

“ไม่ยักรู้เลยนะเนี่ย ที่มันหายหน้าหายตาไปนานนี่ ที่แท้ก็ไปเมืองนอกหรอกเหรอวะ”

“ไอ้วัน...พ่อเอ็งเขาไปได้ไกลแล้วนะ เอ็งต้องดูพ่อเขาเป็นตัวอย่าง เรียนเก่งๆและตั้งใจทำงานให้ดี”

วันเฉลิมยิ้มรับหน้าบาน หลวงลุงพลอยดีใจไปด้วยเพราะไม่ได้เห็นลูกศิษย์ตัวน้อยร่าเริงแบบนี้มานานแล้ว

“มันหงอยอยู่ตั้งนาน มันคงคิดว่าพ่อมันทิ้งแล้วถึงไม่ยอมมาหาเลย”

วันเฉลิมก้มมองเสื้อยิ้มๆ สินเฝ้ามองด้วยความสงสารและปลอบใจเสียงอ่อน

“เขาไม่ได้ทิ้งเอ็งไปไหนหรอกไอ้วัน ยังนึกถึงเอ็งเสมอ ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งเสื้อตัวนี้มาให้เอ็งหรอก”

สินยื่นจดหมายที่ลูกชายเขียนฝากมาให้หลานด้วย เด็กชายกอดจดหมายและเสื้อกันหนาวแน่นเหมือนจะหาความอบอุ่นจากพ่อที่ขาดหายมานาน...ส่วนลำยองกำลังหัวเสียเพราะหาคนใช้งานไม่ได้ ปานกับแป้งมาป้วนเปี้ยนด้วยทั้งวันแต่ไม่ขยับไปไหนเพราะขี้เกียจพอๆกับพี่สาว เมื่อวันเฉลิมกลับมาลำยองเลยปรี๊ดหนักเพราะต้องเปลืองแรงทำเองตั้งหลายอย่าง แม้ลูกชายจะบอกว่าไปถูกุฏิที่วัดก็ไม่สน

“แทนที่จะรีบกลับมาช่วยซื้อของ กลับเอาหลวงลุงมาอ้าง กูรู้นะ...มึงไปคอยพ่อมึงมาโปรดใช่ไหม เดี๋ยวกูตีเลย”

ลำยองเงื้อมือจะฟาดลูกด้วยความโมโห แต่ตาดันเหลือบไปเห็นถุงกระดาษแปลกตาเลยคว้ามาดู เมื่อรู้ว่าเป็นของขวัญจากแดนไกลที่สันต์ซื้อส่งมาให้ลูกเลยอดแขวะด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

“โธ่...ไอ้หมาหัวเน่า พ่อมึงมันใจดีกับมึงไปอย่างนั้นเอง มันเห่อเมียใหม่ลูกใหม่มันมากกว่า ยังไงมึงก็ส่วนเกิน”

ลำยองขว้างเสื้อกันหนาวของลูกทิ้งอย่างไม่ไยดีแล้วเดินปึงปังจากไป ทิ้งวันเฉลิมให้มองตามจ๋อยๆแล้วเก็บของเข้าห้องไปดูแลอ้อย แต่ลำยองไม่ปล่อยให้เขาเลี้ยงน้องนานและใช้ไปซื้อของ เด็กชายไม่อยากไปเพราะเป็นห่วงน้องแต่จะไหว้วานคนอื่นก็ไม่ได้เลยจำต้องวางมือและไปตลาดด้วยตัวเอง

ooooooo

วันเฉลิมต้องเดินไปกลับตลาดอีกหลายหนกว่าจะได้นั่งพัก คนขับรถรับจ้างคู่ขาคนล่าสุดของลำยองกลับเข้ามาพอดี ลำยองเลยบอกให้จ่ายค่าเช่าด้วยเพราะครบกำหนดสิ้นเดือนแล้ว ชายหนุ่มรับปากอย่างดีและเดินเข้าห้อง ขาไพ่ได้ยินลำยองก็พากันชื่นชมด้วยความอิจฉาที่มีรายได้เข้ามาไม่ขาดสาย

“ลำยองนี่มันเสือนอนกินนี่หว่า เดือนๆอยู่เฉยๆก็มีคนเอาเงินมาให้”

“เขาเรียกหัวใสโว้ย ทำมาหากินน่ะมันต้องใช้สมองเยอะๆ ไม่งั้นเหนื่อยตาย หลังขดหลังแข็งขายผักขายปลาได้กำไรกี่สิบบาทอย่างอีย่าไอ้วันน่ะ ตายแล้วไปเกิดใหม่ดีกว่าว่ะ”

พูดจบก็เหลือบตาเย้ยๆไปทางวันเฉลิม เด็กชายก้มหน้าจ๋อยแล้วเดินเข้าห้องไปนอนกอดเสื้อกันหนาวของพ่อ หวังสุดใจว่าจะได้รับความรักและความอบอุ่นจริงๆจังๆจากพ่อกับแม่สักวัน

วันเฉลิมตื่นแต่เช้าไปทำกับข้าว ซักและตากผ้าเหมือนเคย คนขับรถรับจ้างไม่ทันเห็นเด็กชายและค่อยๆเดินลัดเลาะออกจากบ้านพร้อมพัดลมที่ลำยองซื้อให้ วันเฉลิมไม่คิดมากเพราะคิดว่าคงออกไปธุระธรรมดา ส่วนลำยองไม่ทันสังเกตว่าผู้เช่าคนโปรดชักดาบ เพราะมัวแต่หงุดหงิดที่คนเข้าบ่อนน้อยกว่าแต่ก่อน ปานซึ่งมาป้วนเปี้ยนแต่เช้าแหย่ขำๆว่าคนคงแห่ไปบ่อนอื่นเพราะมีเปิดใหม่หลายแห่ง ลำยองหัวเสียมากและพาลลงกับลูก

“เพราะมึงนั่นแหละไอ้วัน กูใช้มึงไปซื้อของให้แขก มึงทำอิดๆออดๆทุกที เขาเอือมกันหมด”

วันเฉลิมหน้าเจื่อนเพราะไม่คิดว่าจะโดนลูกหลง ลำยองไม่หยุดและถามถึงคนขับรถรับจ้างว่าเมื่อไหร่จะจ่ายค่าเช่า วันเฉลิมพาซื่อและบอกว่าเห็นออกไปตั้งแต่เช้ามืด ลำยองแทบเป็นลมและพรวดพราดไปดูบนห้อง

“พัดลมกูซื้อให้ มันเอาไปด้วย...ไอ้สารเลว เพราะมึงคนเดียวไอ้วัน...เห็นมันขนของออกไปทำไมไม่รีบปลุกกู”

ลำยองระบายอารมณ์ด้วยการฟาดวันเฉลิมไม่เลี้ยง เด็กชายตกใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กระโดดไปรอบห้องหนีมือแม่ ส่วนลำยองเมื่อหมดแรงเลยไปบ่นที่บ้านแม่ ลำยงฟังแล้วไม่สงสารและไม่อยากปลอบให้พี่สาวได้ใจ

“จะไปโทษดวงได้ยังไงวะ ก็ไอ้ที่พี่ทำมันผิดศีล มันเป็นอบายมุข มันจะหาความเจริญได้ยังไงกัน”

ลำยองโมโหและด่าทอจนทุกคนเอือม สุดท้ายเลยต้องง้อลำดวนให้พาเพื่อนมาบ้าง แต่ลำดวนปฏิเสธแถมพูดจากวนประสาท ลำยองเลยจะเงื้อมือตบน้อง แลห้ามไว้และกล่อมให้เลิกทำบ่อนแต่ลำยองไม่ยอมท่าเดียว

“แม่พูดอะไรเนี่ย...จะให้ฉันเลิกได้ยังไง วันๆเงินเข้าบ้านตั้งเท่าไหร่”

“ข้าว่าเอ็งห่วงเล่นเองซะล่ะมากกว่า” แลรู้ทันลูกสาวคนโต

“ห้องเช่าเอ็งตั้งสี่ห้าห้อง ทำห้องเช่าอย่างเดียวก็พอมั้งนังลำยอง” ปอลองเสนอบ้าง

“ไอ้ที่มีล่าสุดก็เพิ่งย้ายหนีไปเมื่อเช้านี้ ค่าเช่าก็ไม่จ่าย พัดลมฉันมันก็เชิดไปด้วย อุตส่าห์ซื้อให้มัน...ไอ้สารเลว!”

ลำยงปลอบให้ทำใจเพราะคนสมัยนี้ไว้ใจยาก คนอื่นๆคิดเหมือนกันแต่ลำยองก็ไม่ฟัง

“ช่างหัวมันได้ยังไง มันต้องมารับผิดชอบ...เพราะมันทำกูท้อง!”

ทุกคนในบ้านร้องเสียงหลง โดยเฉพาะแล “อีลำยอง... มึงว่าอะไรนะ กูฟังไม่ถนัด”

ooooooo

ข่าวเรื่องลำยองท้องลูกคนที่สี่แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว แต่วันเฉลิมไม่รู้เรื่องและก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆเหมือนเคย แป้งเห็นหลานเลี้ยงน้องโดยไม่ปริปากก็อดเวทนาไม่ได้ แล้วเลยพลั้งปากพูดเรื่องน้องคนที่สี่

“ไอ้วัน...ทำไมมึงไม่คิดเงินแม่วะ ค่าเลี้ยงน้องน่ะ ถ้าคิดมึงคงรวยไปแล้ว ยิ่งอีกหน่อยมึงจะยิ่งเป็นเศรษฐีเพราะแม่มึงจะมีน้องให้เลี้ยงอีกคนแล้วรู้เปล่า พันธุ์ดกมากเลยแม่มึงเนี่ย ถ้าเป็นแม่หมูนะมึงคงขายได้ราคาดีโคตรๆ”

วันเฉลิมอึ้งไปอึดใจแต่ไม่พูดอะไร เด็กชายอุ้มน้องสาวและพาไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านลำยง น้าสาวมองสองหลานด้วยความสงสารและพาลเคืองพี่สาวที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด เมื่อแลโผล่หน้ามาเลยถือโอกาสบ่น

“มันถลำลึกลงทุกทีแล้วแม่ ใครจะประคับประคองไหว ตัวเองยังไม่เห็นว่าชีวิตเหมือนอยู่ในขุมนรกขนาดไหน”

“พ่อนังอ้อยนี่ว่าแย่แล้ว ไอ้คนนี้ยิ่งไปกันใหญ่ เวรกรรมแท้ๆ”

“จะไปโทษเวรกรรมมันก็ไม่ถูกนักหรอกแม่ มันไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเอง”

ปอพลอยเซ็งตามไปด้วยและถามวันเฉลิมว่าเลี้ยงน้องอีกคนไหวไหม เด็กชายรับคำนิ่งๆเพราะยังไงก็เป็นน้อง

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน ท้องลำยองโตขึ้นแต่สาวขี้เมายังมีพฤติกรรมและอาชีพเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน สันต์ที่เพิ่งกลับจากดูงานเมืองนอก ได้ยินเรื่องราวจากพ่อแม่แล้วถึงกับพูดไม่ออก โดยเฉพาะเรื่องที่เมียเก่าเปิดบ้านเป็นบ่อน

“มันคงเข้าทางถนัดนั่นแหละ ได้ยินข่าวว่ามันท้องกับผัวใหม่แล้วด้วย ป่านนี้คงท้องแก่แล้วละมัง มันแบ่งห้องให้เช่าด้วย ผัวใหม่มันก็เป็นคนมาเช่าห้องนั่นแหละ ขับรถรับจ้าง” ปั้นเล่า

สันต์เบาใจเพราะคิดว่าคงช่วยทำมาหากิน ปั้นพูดไม่ออกและโบ้ยให้สินพูดแทน

“ผู้ชายมันหนีไปแล้ว ผัวของมันคนนี้ชื่ออะไรมันยังไม่รู้เลย ชาวบ้านเขาขำกันอย่างกับอะไรดี”

“นี่มันอะไรกันครับ ไม่กี่ปีเจ้าวันมีพ่อเลี้ยงสามคนแล้วเหรอ” ปั้นบอกว่ามีน้องสามคนอีกต่างหาก “ใช้ชีวิตอยู่กับบ่อน มีแต่คนมัวเมาอบายมุขอย่างนี้แล้วเจ้าวันมันจะต้องเจอกับอะไรบ้างเนี่ย”

ปั้นกับสินถอนใจเหนื่อยหน่าย ส่วนสันต์รู้สึกผิดมากและคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือวันเฉลิม บ่ายวันเดียวกันเขาจึงมุ่งหน้าไปรอพบลูกชายที่วัด สภาพผอมโซและเสื้อผ้าทั้งเก่าและขาดของลูกทำให้เขาอดสงสารไม่ได้ วันเฉลิมดีใจมากที่พบพ่อ แต่ความน้อยใจกลับถาโถมจนต้องหุบยิ้มและปลีกตัวไปนั่งเงียบๆคนเดียว

หลวงลุงปิ่นเดาว่าเด็กชายคงงอน สันต์เลยตามไปง้อและถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความคิดถึง วันเฉลิมถามคำตอบคำจนเขาใจหาย เมื่อเขาชวนมาอยู่ด้วยกันเด็กชายก็ปฏิเสธเพราะเป็นห่วงน้องกับแม่

“ที่บ้านพ่อก็มีน้อง วันก็มีเพื่อนเล่นนี่ลูก จะได้ไม่ต้องอยู่บ่อน ไม่ต้องดูคนเมาเหล้า อยู่กับพ่อ...เพื่อนบ้านพ่อเป็นทหาร เด็กๆลูกนายทหารทั้งนั้น วันจะได้สนุกไม่ต้องรับภาระเลี้ยงน้อง วันจะได้เรียนหนังสือเต็มที่”

วันเฉลิมยืนกรานปฏิเสธ แต่สันต์ไม่ยอมแพ้และคิดจะไปเจรจากับลำยองอีกครั้ง

ooooooo

กว่าวันเฉลิมจะได้กลับบ้านก็หัวค่ำ เสียงเอะอะไปทั่วซอยพร้อมกองทัพไทยมุงทำให้เด็กชายหน้าตื่นและพยายามแทรกตัวไปดูใกล้ๆ บ้านลำยองกำลังอลหม่านเพราะตำรวจเข้าบุกและจับกุมชาวบ่อนหลายคน ลำยองเมาไม่ได้สติและถูกกุมตัวไว้หน้าบ้านในข้อหาเจ้าของ วันเฉลิมหน้าเสียเมื่อเห็นแม่ดิ้นรนและโวยวายเป็นที่น่าเวทนา

ตำรวจสองสามนายพยายามพยุงลำยองไปขึ้นรถ สาวขี้เมาแถมท้องแก่สบถหยาบๆคายๆจนทุกคนเบือนหน้าหนี วันเฉลิมจะไปหาแม่แต่ถูกตำรวจดึงตัวไว้ สุดท้ายเด็กชายเลยต้องวิ่งตามรถตำรวจไปจนถึงโรงพัก

แป้งเห็นเหตุการณ์ตลอดและรีบวิ่งไปแจ้งสมาชิกที่บ้านว่าบ่อนลำยองแตก แลกับลำยงเลยทิ้งงานตรงหน้าและตามไปถึงโรงพักเพื่อขอประกันตัว แต่เมื่อไปถึงกลับต้องอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อได้ยินลำยองโวยวาย

“ปล่อยกูออกไปนะมึง มึงไม่รู้ใช่ไหมว่าผัวกูเป็นใคร เดี๋ยวกูจะให้ผัวกูเล่นงานพวกมึงให้หมดโรงพักเลย”

วันเฉลิมนั่งเกาะลูกกรงร้องไห้อยู่อีกด้าน ปากก็คร่ำครวญเรียกแม่ไม่ขาดปาก แต่ลำยองกลับไม่สนใจ

“มึงไปตามป๊ามึงมาเดี๋ยวนี้ไอ้วัน ไอ้คนพวกนี้ต้องเอาเงินฟาดหัวมันให้หมด”

วันเฉลิมพูดไม่ออก แลทนไม่ไหวเลยจัดการแหวใส่ลูกสาวลั่นโรงพัก

“อีลำยอง...กูเตือนมึงแล้วใช่ไหม มึงไม่เคยฟังกูเลย แล้วดูซิ...ขายขี้หน้าเขาไปทั้งซอย”

วันเฉลิมเห็นยายเลยเข้าไปกอดและขอร้องให้ช่วยแม่ ส่วนลำยงไปสอบถามเจ้าหน้าที่และได้ความว่าต้องส่งฟ้องศาลทุกคนหรือไม่ก็ต้องมีเงินมาประกันตัว วันเฉลิมมีความหวังแต่ลำยงกลับดับมันเสียเพราะไม่มีเงินมากพอ

“ข้าไม่มีเงินหรอกนะไอ้วัน ขายก๋วยเตี๋ยวทั้งเดือนยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของไอ้เงินประกันตัวเลย”

วันเฉลิมหน้าเสียเพราะสงสารแม่ ไม่อยากให้อยู่ในคุกนานเดี๋ยวอดตาย ลำยงกับแลจนปัญญาเพราะไม่มีเงินพอจะประกันตัวลำยอง วันเฉลิมพยายามอ้อนวอนให้ยายช่วยอีกครั้ง แลกำลังหงุดหงิดเลยโพล่งออกไปเคืองๆ

“ปล่อยให้มันอยู่ในนั้นสักพักก็ดี มันจะได้เข็ดขยาด เผื่อจะได้คิดบ้าง”

ขาดคำก็พากันเดินกลับบ้าน ทิ้งวันเฉลิมให้มองตามซึมๆแต่ไม่เสียกำลังใจ เด็กชายกลับไปดูแลน้องที่บ้านและกลับมาหาแม่ใหม่พร้อมกล่องใส่ข้าวและน้ำดื่ม ลำยองยังเมามายและส่งเสียงเอะอะจะกินเหล้าท่าเดียว แต่วันเฉลิมก็ไม่ละความพยายามเอามือสอดเข้าไปในลูกกรงและป้อนข้าวป้อนน้ำได้ในที่สุด

ฝ่ายลำยงเอาข่าวไปแจ้งบ้านสันต์เรื่องบ่อนลำยองแตก พร้อมส่ายหน้าเอือมระอากับพฤติกรรมพี่สาว ปั้นสะใจมากเพราะไม่เคยเห็นดีเห็นงามด้วยอยู่แล้วกับเรื่องการพนัน แถมภาวนาให้อดีตลูกสะใภ้เข็ดหลาบเสียบ้าง

“ไอ้คนพวกนี้มันทำมาหากินไม่เป็น หวังแต่จะได้โชคลาภจากการพนัน”

ปั้นพูดด้วยความหมั่นไส้ สินพยายามปรามให้เบาๆและถามลำยงเรื่องลำยอง

“ฉันหมดปัญญาจะช่วยแล้วลุงสิน ไอ้ค่าประกันตัวมันมีแค่ครึ่งเดียวได้มั้ง คงต้องปล่อยให้นอนมุ้งสายบัวล่ะ”

สินพลอยปลงไปด้วย สันต์ทนฟังอยู่นานแล้วถามถึงลูกชาย ลำยงถอนใจเบาๆแล้วบอกว่าตามไปเฝ้าแม่ที่โรงพัก สันต์เป็นห่วงลูกเลยตัดสินใจชวนลำยงไปหาด้วยกัน แต่เมื่อไปถึงก็ต้องอึ้งเนื่องจากโรงพักกำลังโกลาหลเพราะลำยองจะคลอดลูกในห้องขัง นายทหารเรือไม่ลังเลแม้แต่น้อยจะประกันตัวเมียเก่าและพาส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ooooooo

ข่าวลำยองเกือบคลอดลูกในโรงพักอื้อฉาวยิ่งกว่าข่าวบ่อนแตกเสียอีก หลานชายคนล่าสุดมีร่างกายปกติดี ไม่เหมือนสองคนก่อนหน้าที่ตัวเล็กและเจ็บออดๆแอดๆ ปอนึกถึงวีรกรรมของลำยองแล้วต้องบ่นกับลำยงด้วยความเซ็ง

“เวรแล้วไหมล่ะ อีกหน่อยมันก็ไม่พ้นเป็นโจร คลอดในคุกแบบนี้”

“พ่อนี่พูดไม่รู้ฟัง ก็บอกว่าไม่ได้คลอดในคุก พี่สันต์เขามาช่วยประกันตัวออกไปโรงพยาบาลทัน เข้าใจไหมเนี่ย”

“แล้วออกกี่โมง อีลำยองมันคลอดกี่โมง แม่มึงจะได้เอาเลขไปแทงหวยไง”

แลค้อนผัวแล้วถลึงตาใส่ ปอเลยหันไปทำงานจุกจิกแทน แลเลยหันไปเปรยกับลำยงเรื่องความดีของสันต์

“แม่เพิ่งรู้หรือ แต่ก่อนเห็นด่าพี่เขาไม่เว้นแต่ละวัน ว่าเลวอย่างนั้นจนอย่างนี้” แลพึมพำแก้ตัวว่าไม่รู้ ลำยงเลยอดเหน็บไม่ได้ “ได้ลูกเขยรวยแล้วไง มันเคยเจือจานมาถึงแม่บ้างไหมล่ะ”

แลหน้าม้านแล้วพาลหงุดหงิด ไม่อยากให้ลูกสาวรื้อฟื้นความคิดเก่าๆ แต่ถึงกระนั้นก็ท่ามาก เมื่อลำยงเสนอให้ทำญาติดีกับบ้านสันต์ แลกลับทำหน้าเมื่อยแล้วลอยหน้าลอยตาพูดถึงปั้นว่าขี้งก...คงทำดีด้วยยาก!

ขณะเดียวกันที่บ้านสันต์...ปั้นหงุดหงิดไม่น้อยที่ต้องเสียเงินจำนานมากประกันตัวลำยอง สินปลอบว่าให้คิดเสียว่าทำบุญทำทาน แต่ปั้นไม่เห็นด้วยเพราะทำบุญกับคนสันดานอย่างลำยองคงไม่ขึ้น

“บุญน่ะ...มันเกิดขึ้นตั้งแต่เจตนาที่จะให้แล้วล่ะแม่ปั้น”

“มีครั้งนี้ เดี๋ยวมันก็มีครั้งอื่นๆอีก วนเวียนซ้ำซาก ไม่เชื่อแกคอยดูสิตาสิน”

ปั้นเจ็บใจไม่หาย สันต์ถึงกับหน้าเจื่อนและสัญญาจะหาเงินมาคืนทุกบาททุกสตางค์

“เงินทองแม่ไม่ได้มากมาย เงินสดที่มีติดบ้านก็เอาไว้วนซื้อของทำทุนค้าขาย แม่ตะขิดตะขวงใจอีตรงที่น้ำพักน้ำแรงของแม่ สุดท้ายก็ต้องเอาไปจุนเจือผู้หญิงที่มันเคยชี้หน้าด่าแม่ฉอดๆ”

“แม่ครับ...แม่คิดซะว่าทำเพื่อหลานเถอะครับ เจ้าวันมันน่าสงสารนะครับแม่ ผมเองตัดแล้วตัดเลยไม่เคยคิดมีเยื่อใยกับผู้หญิงคนนี้แม้แต่นิดเดียว แต่เจ้าวัน... ผมตัดไม่ขาดหรอกครับแม่ จนวันตายผมก็ตัดไม่ลง”

ปั้นรู้สึกดีขึ้นเมื่อนึกถึงหลาน ส่วนสันต์กลืนก้อนสะอื้นในคอ เสียใจที่ทำให้พ่อแม่พลอยลำบากไปด้วยแบบนี้

กว่าลำยองจะได้กลับบ้านก็สองสามวันถัดมา ลำยงกับแลตามไปดูแลและลงมือฉีกผ้าอ้อมจากผ้าถุงเก่าๆเพราะคงไม่มีเงินซื้อใหม่ ส่วนลำยองไม่ช่วยแถมนอนบ่นเรื่องบ่อนแตกด้วยความแค้นใจ อยากรู้นักว่าใครเป็นคนแจ้งความ

“รู้แล้วเอ็งจะไปทำอะไรเขาให้ได้อะไรขึ้นมา” แลถามลอยๆ

“ตบมันล้างน้ำสิแม่ มันตัดทางทำมาหากินกันแบบนี้ ฉันว่ามันต้องอิจฉาฉันแน่ๆ”

ลำยงแค่นหัวเราะ “ใครเขาจะไปอิจฉาพี่กัน หากินแบบนี้มันผิดกฎหมายบ้านเมือง ยังไงเขาก็ต้องกวาดล้าง”

แลได้โอกาสเลยกล่อมให้เลิกทำบ่อน แต่ลำยองปฏิเสธทันควันด้วยความเสียดายเพราะปั้นมากับมือ

“แล้วเอ็งสนุกหรือวะ ไปนอนในคุกไม่ทันข้ามคืน เห็นเอ็งทุรนทุรายอย่างกับหมาบ้า นี่ถ้าไม่ได้เงินไอ้สันต์มาช่วยประกันตัวออกมา ลูกเอ็งคนนี้มันต้องคลอดในคุกแหงๆ”

ลำยองเบ้หน้าไม่สำนึกบุญคุณผัวเก่าจนลำยงต้องต่อว่าอย่างโกรธจัด แต่สาวขี้เมาไม่สน

“กูไม่ได้ไหว้วานให้มันช่วยกูสักหน่อย เสือกโง่มาช่วยกูเอง”

“เออ...คิดอย่างนี้ ทีหลังก็อย่าหวังว่าเขาจะมาช่วยอะไรพี่อีกก็แล้วกัน!”

ooooooo

ความคิดและพฤติกรรมของลำยองทำให้สมาชิกในบ้านเอือมระอา แต่ที่ทุกคนเป็นห่วงมากกว่าคือวันเฉลิมเพราะต้องรับภาระงานบ้านทุกอย่างและเลี้ยงน้องทั้งสองคน สันต์ตัดสินใจเด็ดขาดและเดินหน้าไปปรึกษาลำยงว่าจะเอาลูกชายไปเลี้ยงและส่งเสียให้เรียนโรงเรียนดีๆและพ้นจากสภาพน่าสมเพชเช่นนี้

“ฉันเห็นด้วย...เอามันไปเถอะ ความจริงพี่น่าจะเอามันไปตั้งนานแล้ว อยู่กับแม่มันบ้านช่องก็เน่า หนังสือหนังหาก็ไม่ได้เรียนเต็มที่ ต้องคอยเลี้ยงน้อง เวทนามันจริงๆ”

สันต์ดีใจที่มีคนสนับสนุน เหลือแต่ปราการด่านสำคัญอย่างแลว่าจะเห็นด้วยหรือไม่

“มันก็ดี...แต่เมียใหม่เอ็งจะไม่ฉีกอกไอ้วันเอาหรือ”

“โธ่...น้าแล...เขาเป็นครูบาอาจารย์นะ เขารักเด็กทุกคน หวังดีกับเด็กทุกคน”

“ข้าล่ะกลัวใจนัก แม่เลี้ยงลูกเลี้ยง เห็นมาเยอะแล้วโว้ย”

“แม่...ฉันว่าแม่ดูลิเก ฟังละครวิทยุมากไปหรือเปล่า สมัยนี้เขาไม่มีแล้ว มันพ้นยุคปลาบู่ทองแล้วแม่”

“ผมอยากให้น้าแลเห็นแก่อนาคตเจ้าวันให้มากๆ”

แลคิดนิดเดียวแล้วรับปาก อย่างไรเสียวันเฉลิมก็บริสุทธิ์เกินกว่าจะมาจมอยู่ในสภาพหดหู่แบบนี้

ฝ่ายวันเฉลิมก้มหน้าก้มตาทำงานและเลี้ยงน้องคนใหม่ที่เขาตั้งชื่อให้ว่าเหน่งจนไม่มีเวลาไปไหน วิมลพยายามชวนออกไปเที่ยวกับสมฤดีแต่เด็กชายจำต้องปฏิเสธเพราะมีภาระทั้งแม่กับน้องๆต้องดูแล เมื่อเข้าไปในบ้านก็ต้องหน้าเสียเมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างแม่กับยายเรื่องปิดบ่อนและหางานสุจริตทำแทน

“ก็แม่บอกฉันเองว่าเกิดมาต้องทำมาหากิน คนอย่างอีลำยองไม่ยอมเป็นขี้ข้าใครหรอก”

แลไม่ยอมแพ้และเข้าเรื่องสำคัญที่มาหาลูกสาวคนโตว่าให้ยกวันเฉลิมคืนสันต์ ลำยองหันขวับแล้วของขึ้น หาว่าแม่กลับใจและเปลี่ยนไปเข้าข้างผัวเก่าซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเธอมาตลอด

“แต่ก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ข้าเต็มใจช่วย ข้าเวทนาไอ้วัน มันจะได้เรียนเต็มที่ ไม่ต้องเลี้ยงน้องเป็นโขยงอย่างนี้”

“ฉันส่งเสียมันตั้งเท่าไหร่ ตอนนี้พอใช้งานได้แล้วจะเอามันไป คิดจะขอกันง่ายๆ ฝันไปหน่อยเถอะ”

แลส่ายหน้าอ่อนใจและถามว่าลำยองอยากได้เงินแลกเปลี่ยนสองหมื่นเหมือนที่เคยขอหรือเปล่า

“ฉันเลี้ยงมันตั้งห้าหกปี คิดปีละหมื่นก็เจ็ดแปดหมื่น แต่เดี๋ยวจะหาว่าหน้าเลือด ฉันลดให้ห้าหมื่นละกัน”

“เฮ้ย...เอ็งเป็นแม่มัน คิดอย่างนั้นได้ยังไงวะ เป็นแม่ต้องเลี้ยงลูกสิ”

“ไม่รู้ล่ะ จะเอาห้าหมื่นขาดตัว ไอ้เรื่องจะให้เปล่าๆ น่ะ ไม่มีทาง มันยังใช้งานได้อยู่” แลโมโหมาก ไม่คิดว่าลูกสาวจะหน้าเลือดขนาดนี้ “ทีแม่ล่ะ แม่ไม่ได้เลี้ยงลูกไว้ใช้งานเหมือนกันเหรอ พอทำมาหากินได้ แม่ก็ทวงค่ากินอยู่ เล็กๆน้อยๆ แล้วใช้งานอย่างกับอะไร ฉันน่ะขายขนมให้แม่มานานกี่ปี นังลำยงมันต้องจ่ายให้แม่ตั้งเท่าไหร่”

“อีอัปรีย์...อีลูกเนรคุณ กูน่ะเคยเอาเงินมึงจริง แต่กูไม่เคยคิดขายมึงกินนี่หว่า เลี้ยงมึงมาก็ต้องให้มึงทดแทนบุญคุณมั่ง แต่อย่างไอ้วัน...พ่อมันจะเอาไปเลี้ยงให้ดีมึงกลับจะยึดไว้ใช้งาน แถมทวงค่าเลี้ยงดูอะไรแบบนี้...อีบ้า!”

ลำยองไม่สำนึกแม้แต่น้อย แถมแถว่าเป็นโอกาสดีต้องคว้าไว้ก่อน แลถึงกับปรี๊ดแตก

“มึงมันหลงไพ่ติดเหล้าจนหมดสติแล้วอีลำยอง อีกหน่อยมึงก็หมดความเป็นคน”

ลำยองไม่สะทกสะท้าน “มันลูกฉันนี่ ฉันออกแรงเบ่งมาเจ็บจะตาย ฉันต้องใช้มันให้คุ้มสิ”

แลเต้นผ่างด้วยความโกรธ ลำยองยิ้มเยาะแล้วเล่นไพ่ ส่วนวันเฉลิม...เห็นใจพ่อแต่คงไปจากแม่ไม่ได้ง่ายๆ

ooooooo

แลผิดหวังจากลูกสาวเลยไปแจ้งข่าวกับสันต์ถึงบ้าน ปั้นเห็นหน้าคู่ปรับเลยตั้งท่าหาเรื่องเต็มที่เพราะ ไม่เชื่อว่าจะมาหาด้วยความหวังดี แลไม่สนและขอพูดธุระกับสันต์เรื่องวันเฉลิม และข่าวร้ายเรื่องเงินแลกเปลี่ยน ที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง ปั้นโกรธแทนลูกมากและคิดว่าแลไม่ได้ช่วยจริงจังและคิดค่านายหน้าแพง

“ใครเขาจะไปเชื่อมึง บ้านมึงน่ะเห็นแก่เงิน หิวเงินกันทั้งก๊ก สั่งสอนลูกให้สันดานเสียแต่เด็ก”

“มึงนี่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ ครั้งนี้กูเห็นแก่ไอ้วันจริงๆ กูยังด่ามันตั้งกระบุงโกย กูก็เหนื่อยเป็นนะโว้ยอีปั้น”

สินพยายามห้ามแต่พูดไม่ทันใครสักคน ส่วนสันต์หัวเสียจัดและตัดสินใจไปหาเมียเก่าถึงบ้าน ลำยองไม่หวั่นแม้แต่น้อยและยืนยันว่าต้องการเงินห้าหมื่นบาทแลกกับตัววันเฉลิม

“ลำยอง...ฉันเป็นข้าราชการไม่ได้ร่ำรวยอะไร จะได้หาเงินห้าหมื่นมาให้ แต่ฉันส่งเสียลูกไหวเพราะเบิกได้ รักษาพยาบาลก็มีโรงพยาบาลทหารเรือ วันเฉลิมจะได้ร่ำเรียนแล้วไม่ต้องทนอยู่กับบ่อนและโรงเหล้าอย่างนี้”

“มันจะได้ทำมาหากินเป็นเร็วๆไง เล่นไพ่น่ะคิดเลขเก่งนะ วิ่งไปซื้อของเขาก็ให้เงิน วันๆได้ตั้งหลายบาท”

สันต์ทนไม่ไหว โพล่งออกไปให้หยุดทำร้ายลูกเสียทีแต่ลำยองไม่ยี่หระ แถมเรียกร้องเงินห้าหมื่น

“แม่กับพ่อขายของไปวันๆ ถ้าร่ำรวยจะมาอยู่ที่เช่าวัดอย่างนี้ทำไม ซื้อบ้านอยู่ไปนานแล้ว”

“ห้าหมื่นบาทขาดตัวโว้ย...ไม่มีก็ไม่ต้องมาพูดกันให้เปลืองน้ำลาย”

ลำยองหัวเราะลั่นแล้วกลับเข้าบ้าน สันต์ได้แต่ข่มความโกรธ อยากทำอะไรบางอย่างให้หายแค้นแต่ต้องระงับไว้เพราะไม่อยากให้เรื่องเลวร้ายไปกว่านี้ วันเฉลิม เห็นเหตุการณ์ตลอดแต่ช่วยอะไรไม่ได้ ต้องเดินเข้าห้องจ๋อยๆและดูแลน้องๆที่ร้องโยเยไม่หยุด สงสารและเห็นใจพ่อมากแต่ก็ไม่อยากให้แม่ต้องหากินอยู่คนเดียว

สันต์กลับบ้านด้วยความผิดหวัง นั่งกลุ้มใจคนเดียวที่ริมระเบียงท่าน้ำ ปั้นกับสินได้แต่มองด้วยความเห็นใจ

“มันเป็นแม่ชนิดไหนกันตาสิน เห็นลูกตัวเองเป็นผักเป็นปลา”

“ช่วยกันสวดมนต์ เวลานี้คงไม่มีอะไรช่วยได้หรอก นอกจากขอให้คุณพระคุณเจ้าช่วยดลใจมันเท่านั้นเอง”

ปั้นทนเห็นลูกทุกข์ใจไม่ไหวเลยตัดสินใจเอาสมบัติเก่าเก็บมาให้ “ทองพวกนี้ก็ของไอ้วันน่ะ ได้มาพร้อมกับของรับขวัญไงล่ะ สามบาทกว่าเห็นจะได้ ทองของแม่อีกสองบาท เงินที่เก็บเข้าออมสินไอ้วันมีเท่าไหร่ล่ะ”

“เก็บไว้ให้ห้าปีแล้วครับ มีอยู่หมื่นกว่า ผมว่าจะเอาเงินส่วนตัวผมอีกห้าพันมารวมน่าจะได้สองหมื่นกว่า”

“ที่จริงแม่มีเงินอีกหมื่นกว่าบาท แต่คงให้เอ็งไม่ได้หรอกต้องเอาไว้ทำทุน เผื่อตายจะได้มีเงินทำศพ”

สันต์ฟังแล้วหดหู่มาก ความรู้สึกผิดเก่าเก็บถาโถมจนต้องโพล่งออกไประบายอารมณ์อันพลุ่งพล่าน

“ผมเป็นต้นเหตุของความหายนะครั้งนี้ เพราะใจเร็วด่วนได้ กรรมก็ตกกับเด็กและพ่อแม่ บาปของผมครั้งนี้ ทำบุญอีกเท่าไหร่ ปรนนิบัติพ่อแม่อีกเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมดสิ้นหรอกครับ”

สันต์กราบตักแม่ รู้สึกผิดที่ทำให้พ่อแม่ลำบาก ปั้นลูบหัวด้วยความสงสาร...เมื่อไหร่จะหมดกรรมสักทีลูกเอ๊ย

ooooooo

วันเฉลิมไม่เดือดเนื้อร้อนใจเรื่องแม่เหมือนที่คนอื่นๆเป็นกังวล เด็กชายยังใช้ชีวิตเป็นปกติและอุ้มอ้อยมาให้ลำยงเลี้ยงทุกเช้า น้าสาวรับไว้ด้วยความเวทนา ชดมองตามเซ็งๆแล้วโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ทำอย่างนี้มันเท่ากับเราส่งเสริมให้แม่มันไม่รับผิดชอบ นึกจะมีผัวก็มี ออกลูกมาแล้วก็ไม่ยอม เลี้ยงเอง”

ลำยงเข้าใจดีแต่ไม่คิดว่ามีทางเลือกดีกว่านี้ ส่วนสันต์รวบรวมเงินทั้งหมดและเอาไปให้ลำยองถึงบ้านในเช้าวันเดียวกัน สาวขี้เมาคว้าเงินหมับ ใจเต้นโครมครามเพราะไม่ได้เห็นเงินก้อนมานาน สันต์มองตามด้วยความสมเพชแล้วบอกว่าทั้งบ้านมีแค่สองหมื่นสี่ ลำยองชะงักและโยนเงินคืนทันที

สันต์หน้าเสียและพยายามต่อรอง แต่ลำยองไม่ยอมเพราะเชื่อว่าผัวเก่าต้องมีมากกว่านี้ สันต์ขอให้คิดถึงอนาคตของวันเฉลิมให้มากๆ เพราะอยู่ที่นี่คงไม่ได้เรียนหนังสือเต็มที่และต้องมีสภาพแวดล้อมไม่ดี

“อนาคต...เชอะ ไปอยู่กับแม่เลี้ยง มันก็เป็นขี้ข้าให้เขาใช้ สู้เป็นขี้ข้าให้แม่ตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ ได้บุญด้วย”

“เงินนี่ก็เก็บไว้ให้เจ้าวันแหละ ทองของแม่ด้วย ลำยองรับไว้เถอะ เราอย่าเอาลูกมาเป็นเดิมพันกันเลย”

ลำยองไม่ยอมลดทิฐิ ยิ่งสันต์ยกเรื่องอนาคตการเรียนของลูกมาอ้างก็ยิ่งหัวเสีย

“ฉันเป็นแม่มัน เบ่งมันออกมานะ ยังไงไอ้วันก็ต้องอยู่ที่นี่ อยากให้มันเรียนก็ส่งเสียเงินทองมาละกัน”

สันต์กลับบ้านไปแล้ว ลำยองโมโหไม่หายและออกไประบายกับแม่ด้วยความอึดอัด แต่กลับถูกด่าซ้ำ

“มึงมันบ้า...กูรู้ใจมึงก็ริกๆอยากได้เงินจนตัวสั่น แต่มึงมันทิฐิหนา”

“เงินอีปั้นฉันไม่เอาหรอก อีแก่นี่มันทำอะไรไว้กับฉันบ้าง จนตายฉันก็ไม่มีวันลืมเลย”

“มึงนี่เสียแรงเป็นแม่คน ถึงไม่รู้ถึงหัวจิตหัวใจคนเป็นแม่ กูจะไม่พูดกับมึงแล้ว กูเบื่อ...ยิ่งกว่าสีซอให้ควายฟัง”

แลเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ ทิ้งให้ลำยองฮึดฮัดคนเดียวเพราะไม่มีคนเข้าข้าง ลำยงเห็นท่าพี่สาวก็พอเดาเรื่องได้เลยช่วยกล่อมอีกแรงเพราะเป็นห่วงหลาน แต่ลำยองไม่ยอมและขู่จะเรียกเงินมากกว่าเดิมถ้าสันต์กล้ามาขออีก

ฟากสันต์ไปหาลูกชายที่วัดและบอกข่าวร้ายเรื่องไม่มีเงินจะไถ่ตัว วันเฉลิมนั่งก้มหน้านิ่ง สันต์เริ่มใจไม่ดีและปลอบลูกให้ตั้งใจเรียนเพราะลำยองยอมให้เขาส่งเสียแล้ว เด็กชายพยักหน้ารับแต่ไม่ยอมพูดอะไร สันต์เลยชวนออกไปซื้อของเพราะเวทนาเสื้อผ้าและรองเท้านักเรียนเก่าๆเต็มที หลวงลุงปิ่นเห็นสายตาสันต์ที่มองลูกเลยบอกให้เบาใจ

“เอ็งอย่าห่วงเลยเจ้าสันต์ ไอ้วันมันใฝ่ดี อย่างเดียวที่มันต้องเรียนรู้คือมานะและอดทน ยังไงก็เอาตัวรอดได้”

กว่าวันเฉลิมจะกลับถึงบ้านก็เกือบพลบค่ำ ลำยองยืนเท้าสะเอวรออยู่แล้วด้วยความหงุดหงิดเพราะลูกชายกลับผิดเวลา ยิ่งเมื่อรู้ว่าไปกับสันต์เลยโกรธจัดและอาละวาดเสียจนเด็กชายหน้าเสีย แถมกระชากถุงข้าวของที่สันต์ซื้อให้จนกระจายเต็มพื้น แต่สาวขี้เมายังไม่สะใจและตะโกนด่าลูกชายกระทบถึงผัวเก่าด้วยความหมั่นไส้

“อวดรวย...ทำเป็นซื้อของใหม่ให้ลูก ก็แค่เศษเงินของพ่อมึงนั่นแหละไอ้วัน เงินก้อนน่ะมันเอาไปประเคนเลี้ยงเมียใหม่ลูกใหม่หมดแล้ว กูรู้ว่าห้าหมื่นน่ะมันมีปัญญาจ่ายแต่มันตุกติก ขี้เหนียวกับกู ไหนมึงซ่อนอะไรไว้อีก”

ลำยองค้นตัววันเฉลิมและเจอเงินสามร้อยในกระเป๋ากางเกงลูก วันเฉลิมบอกว่าสันต์ให้ไว้ซื้อกับข้าว

“กูจะเอาไว้ต่อทุนกับซื้อเหล้ากิน มีปัญหาอะไรไหมไอ้วัน พ่อมึงรวย คราวหน้าก็ประจบขอมันเยอะๆ แล้วกัน”

ลำยองเหน็บเงินเข้าอกเสื้อแล้วเดินจากไป วันเฉลิมได้แต่มองตามซึมๆแล้วเก็บข้าวของขึ้นห้อง

ooooooo

ตอนที่ 8

ลำยองถอดใจเรื่องบังคับเมืองเทพให้รับผิดชอบ เช่นเดียวกับแลซึ่งจำใจรับชะตากรรม ต่างจากวันเฉลิมที่ดีใจมากและอยากให้แม่คลอดน้องผู้หญิงเพราะอยากมีน้องสาวน่ารักเหมือนสมฤดี แต่ถึงกระนั้นเด็กชายก็ไม่วายสงสัยเรื่องเมืองเทพและตัดสินใจถามละม่อมระหว่างช่วยกันทำงานบ้านในครัว

“พี่ม่อม...แม่เขาจะมีน้อง ทำไมลุงเทพไม่มาอยู่บ้านเราล่ะ เขาเป็นพ่อของน้องในท้องแม่ไม่ใช่เหรอ”

“ใช่...แต่เขาคงไม่มาอยู่หรอก บ้านเขามี เขาไม่ได้แต่งงานกับแม่วันนี่ เขาได้กันเฉยๆ”

วันเฉลิมเลิกคิ้วด้วยความงง “ไม่ได้แต่งงานแล้วทำไมมีลูกได้ล่ะ”

“คนสมัยนี้ก็แบบนี้แหละ เขาไม่ถือประเพณีกันแล้ว ชอบกันก็ได้เสียกันง่ายๆ” วันเฉลิมเดาจากสีหน้าละม่อมว่าคงเป็นเรื่องไม่ดี “มันจะดีได้ยังไงล่ะ ใจเร็วด่วนได้ ยังไม่ทันได้รู้จักนิสัยใจคอกันเลย เป็นผู้หญิง...ยังไงก็เสียเปรียบ”

วันเฉลิมยังไม่เข้าใจเพราะเห็นมีแต่คนช่วยเหลือจุนเจือแม่ตลอด ไม่น่าจะเสียเปรียบใครได้

“ก็ต้องอุ้มท้องไปเก้าเดือน ต้องเลี้ยงลูกไปอีกนาน เหนื่อยจะตายเลี้ยงเด็กน่ะ”

วันเฉลิมกลับคิดต่างเพราะอยากมีน้องผู้หญิง “เด็กผู้หญิงน่ารักดี...เหมือนหนูสมหลานยายวิมลข้างบ้านเรานี่ไงพี่ม่อม” ละม่อมเลยแกล้งถามว่าถ้าน้องเป็นผู้ชายล่ะ “ก็ได้ทั้งนั้นแหละ ยังไงก็เป็นน้องวันนี่นา”

ฟากลำยองนั่งสำรวจทรัพย์สินในห้อง สภาวะการเงินที่ติดขัดอยู่แล้วทำให้เครียดหนัก ยิ่งตั้งท้องลูกคนที่สามยิ่งแทบบ้าเพราะมองไม่เห็นทางเลยว่าจะไปเอาเงินมาจากไหน สาวขี้เมาหยิบสร้อยข้อมือเส้นเล็กซึ่งสันต์เคยให้ตอนผูกข้อมือแต่งงาน อึ้งเล็กน้อยเพราะความจริงยังฝังใจกับผัวคนแรก แลเห็นอาการลูกสาวเลยพูดปลอบ

“เก็บเอาไว้ให้ดีละกันเอ็ง ถึงเวลาเดือดร้อนจริงๆคงมีประโยชน์บ้าง”

ลำยองคิดนิดเดียวแล้วเก็บสร้อยทองลงหีบล็อกกุญแจ “ฉันจะเก็บไว้ให้ไอ้วันมัน” แลไม่ว่าอะไรแล้วถามถึงเมืองเทพว่าจะเอายังไง “ฉันมีลูกกับเขาแล้ว ยังไงเขาก็ต้องรับผิดชอบ”

ข่าวเรื่องลำยองจะมีลูกคนที่สามทำให้สมาชิกครอบครัวหนักใจแทน ลำยงสงสารและเวทนาพี่สาวเลยช่วยคิดหาวิธีทำมาหากินแบบง่ายๆ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวให้แป้งยกกองหนังสือพิมพ์ไปให้ลำยองที่บ้านและสอนพับถุงกระดาษขาย ลำยองนั่งมองตาปริบๆ ส่วนวันเฉลิมตื่นเต้นมากและตั้งใจฟังน้าสาวด้วยใจจดจ่อ

“ไม่ยากเย็นอะไรเลย ทาแป้งเปียกที่เดียวเอาไว้เยอะๆแล้วไล่พับข้าง พับตูดถุงลงไป” วันเฉลิมขอลอง ลำยงเลยส่งกระดาษให้หลานพลางสอนให้พับ “ตูดถุงอย่าให้มันตื้นไป เดี๋ยวใส่ไข่ไม่ได้ ร่วงมาแตกกันพอดี”

วันเฉลิมตั้งใจมาก ส่วนลำยองจำใจลองทำเมื่อได้ยินว่าได้เงินแค่ร้อยถุงสามบาทก็หน้าหงิก

แลพยายามพูดให้เห็นข้อดี “ข้าเห็นอีข้างบ้านมันเอาไปส่งตลาดที ได้หลายบาทอยู่นา”

แป้งแบกกองกระดาษหนังสือพิมพ์มาวางตรงหน้าแล้วเบ้หน้าเซ็งแทนพี่สาวที่ต้องหลังขดหลังแข็งพับถุงแทนการไปทำโรงงานเหมือนเมื่อก่อน แลแหวลูกชายว่าทำเสียเรื่อง ส่วนลำยงไม่สนใจและยื่นคำขาด

“ฉันจะรับซื้อหนังสือพิมพ์เก่าไว้โลละสลึง พับถุงได้ร้อยละสามบาท ลงทุนน้อย ลงแต่แรง งานก็ไม่หนักหนาอะไร ฉันช่วยพี่ได้มากที่สุดเท่านี้แหละ ที่เหลือพี่ต้องช่วยตัวเองแล้ว”

ooooooo

ลำยองคิดหนักและตัดสินใจพับถุงขายเพราะไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ โดยมีวันเฉลิมเป็นลูกมือช่วยอย่างแข็งขัน เมื่อวิมลทราบเรื่องเลยเรียกมายกกองหนังสือพิมพ์เก่าที่บ้าน อยากช่วยเหลือเด็กชายกตัญญูช่วยเหลือครอบครัว

“วันไม่มีเงินซื้อหรอกครับคุณยาย”

“ยายให้พ่อวันเฉยๆลูก เอาไปพับถุงขาย จะได้มีเงินไปซื้อขนมนะ”

ฝ่ายปั้นกับสินไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้ยินว่าลำยองกลับเนื้อกลับตัวมาทำมาหากินด้วยวิธีสุจริต โดยเฉพาะปั้นที่ปรามาสว่าคนอย่างอดีตลูกสะใภ้ขี้เกียจโดยสันดานไม่น่าจะกลับใจง่ายๆ

“มันอาจคิดกลับตัวก็ได้แม่ปั้น เห็นว่ามันท้องลูกอีกคนแล้วด้วยนา”

“ฉันว่าแล้วไหมล่ะ ริกๆอย่างมัน ผัวใหม่มันเป็นใครล่ะ”

“เจอกันในบ่อนนั่นแหละ ร่ำรวยเพราะมรดกเยอะ แต่งานการไม่ทำ เล่นอย่างเดียว”

“คงถูกใจมันเลยสิ มันคงใช้วิธีเดิมๆ ท้องจะได้จับเขาอยู่ แต่แกว่าไหมตาสิน ผู้ชายที่ไหนจะโง่ยอมให้มันจับ”

“ฉันสงสารเด็กที่จะเกิดมามากกว่า ไม่รู้อิโหน่อิ–เหน่อะไรด้วยเลย”

“ไอ้วันมันดีใจไหมล่ะ จะได้น้องใหม่เพิ่มอีกคน”

“ก็ตามประสานั่นแหละ แต่ฉันว่านะ ห่วงวันข้างหน้าดีกว่า อีกหน่อยรู้ความกว่านี้ มันจะเกลียดแม่หรือเปล่า”

ขณะที่ทุกคนจับตาดูการเปลี่ยนแปลง ลำยองนั่งพับถุงกระดาษด้วยความหงุดหงิด ไม่เข้าใจว่าทำไมนางฟ้านางสวรรค์อย่างเธอจะต้องลำบากพับถุงขายให้มือหงิกแบบนี้ สาวขี้เมามองดูนิ้วมือซึ่งเคยทาเล็บสวยกลายเป็นสีดำเพราะหมึกพิมพ์และแป้งเปียกแล้วถอนใจเซ็งๆ สุดท้ายทนไม่ไหวเลยเหยียดขายาวและตะโกนเรียกละม่อมมาทำแทน

ละม่อมไม่อยากเพราะไม่ใช่หน้าที่แถมมีงานอื่นอีกเยอะ โดยเฉพาะกับข้าวกับปลาซึ่งเจ้านายสาวเรียกหาตลอด ลำยองชักฉุนแล้วตอกเคืองๆว่ากับข้าวที่สาวใช้ทำไม่เห็นมีอะไรนอกจากไข่เจียวกับผัดผัก

“คุณอยากกินดีกว่านี้ก็ให้ค่ากับข้าวมากกว่านี้สิคะ”

“มึงนี่เถียงคำไม่ตกฟากขึ้นทุกวัน ทำไป...ถุงเนี่ยได้มาเท่าไหร่ก็เป็นเงินเดือนมึงหมด ไม่รู้กูจะพับหาสวรรค์อะไร”

ลำยองอารมณ์เสียเลยไปหาพี่น้องที่บ้าน พบลำดวนเลยขอไปสมัครงานด้วยเพราะดูท่าจะเงินดีเพราะน้องสาวแต่งตัวสวยและไม่มาขอเงินเหมือนเมื่อก่อนแต่ถูกปฏิเสธเพราะเขาไม่รับคนท้อง สาวขี้เมาเซ็งจัดเพราะเบื่อพับถุงและอยากเข้าบ่อน สุดท้ายเลยเลือกทางลัดขโมยเงินในกระป๋องของลำยงไปเล่นไพ่หน้าตาเฉย

ลำยองกำเงินในมือแน่นแล้วเดินเข้าบ่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มองหาเมืองเทพแต่ไม่เห็น พบแต่ขาไพ่คุ้นหน้าซึ่งทักทายเธออย่างตื่นเต้นเพราะไม่เห็นหน้าค่าตามาหลายวัน

“ฉันยุ่งน่ะ ต้องไปเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ตั้งหลายราย เสียเวลาจะตาย ไอ้คนพวกนี้มันเหนียวหนี้ ถ้าไม่ไปนั่งเฝ้ามันก็หายไปดื้อๆ นี่พี่เทพไม่อยู่หรอกหรือ” เพื่อนร่วมวงบอกว่าไม่เห็นมาหลายวันแล้ว ลำยองเก็บอาการเซ็งและเริ่มจั่วไพ่ แต่ไม่วายทำหน้าเบื่อหน่าย ตรงข้ามกับในใจที่อยากไพ่มาหลายวัน “เบื่อไพ่ไทยแต่ก็เอาเถอะ ดีกว่าไม่มีอะไรเล่น”

เมื่อลำยงรู้ว่าถูกขโมยเงินก็เดือดจัดและเกือบลงกับวันเฉลิมซึ่งหิ้วหม้อมาขอก๋วยเตี๋ยว แต่ทำไม่ลงเพราะเชื่อว่าหลานไม่รู้เรื่องด้วย วันเฉลิมหน้าเสียเมื่อรู้วีรกรรมแม่และตัดสินใจไปทวงคืนให้น้าสาวถึงในบ่อน ลำยองสะดุ้งเมื่อเห็นหน้าลูกเพราะมีชนักปักหลัง ยิ่งได้ยินลูกทวงเงินเลยของขึ้นหนัก

“วันไม่อยากให้ใครเรียกแม่ว่าเป็นขโมยครับ ขโมยของคนอื่นมันบาปนะครับแม่”

ลำยองเลือดขึ้นหน้าด้วยความโมโห ฉุดกระชากลากถูลูกชายกลับบ้านไปเอาเรื่องลำยงที่กล้าส่งวันเฉลิมไปหักหน้าเธอถึงในบ่อน สาวขี้เมาปาเงินตรงหน้าน้องสาวแล้วแหวว่าอย่ามาขอเงินเธอทีหลังแล้วกัน

“ใครเขาอยากได้เงินของพี่กัน พี่ซะอีกเวลามีไม่เห็นเคยเจือจานพ่อแม่พี่น้อง คนอื่นเขาทำงานสายตัวแทบขาด พี่มาลักขโมยเอาแบบนี้จะให้เรียกว่าอะไร ถ้าไม่ใช่เห็นแก่ตัว ผีพนันมันเข้าสิงจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว” ปอหัวเราะสะใจ ส่วนวันเฉลิมร้องไห้จ้า ชดสงสารเลยเข้าไปห้ามเมีย “มันน่าอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ไอ้คนที่สมควรจะอายที่สุดคือไอ้พวกไม่ทำมาหากินแต่คอยเบียดเบียนชาวบ้านคนอื่นต่างหาก”

ลำยองโกรธและประกาศกร้าวจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก แลเห็นท่าไม่ดีรีบขวางและบอกว่าเป็นพี่น้องกัน

“มันไม่ใช่น้องฉัน แม่คิดดู...มันให้ไอ้วันไปประจานฉันในบ่อน ฉันต้องเสียหน้าขนาดไหน”

ลำยงย้อนว่ายังมีหน้าให้เสียอีกหรือ ลำยองจะเอาเรื่องแต่วันเฉลิมกลับบอกว่าอาสาไปตามเอง

“มึงยังจะเข้าข้างมันอีก มึงเป็นลูกกูหรือเปล่าเนี่ยไอ้วัน”

ooooooo

ลำยองเจ็บใจมากเพราะไม่มีคนเข้าข้างแถมรุมซ้ำเติมอีกต่างหาก เลยพาลลงกับลูกชายคนโตและฟาดไม่ยั้งเพราะทำให้ขายหน้าและถูกด่า ปั้นกับสินทำธุระเสร็จผ่านมาเห็นจึงรีบห้ามแต่ลำยองไม่สนใจและประกาศว่าวันเฉลิมเป็นลูกชายและเธอจะทำยังไงก็ได้ ปั้นหัวเสียมากโต้กลับเสียงห้วนว่ายังกล้าเรียกตัวเองว่าแม่อีกหรือ

สินรีบเรียกหลานมาหาเพื่อปลอบขวัญ ลำยองโกรธมากและผลักลูกชายล้มกับพื้น

“ไปเลยสิ...แล้วมึงอย่ากลับมาเรียกกูว่าแม่อีกนะไอ้วัน โคตรเหง้าพ่อมึงน่ะ เทวดากันทั้งนั้น”

วันเฉลิมร้องไห้จ้า สินเข้ามาประคองหลาน ส่วนปั้นทนไม่ไหวต้องสั่งสอนอดีตลูกสะใภ้

“สอนลูกแต่ละอย่าง ผัวสามแล้วยังไม่รู้จักคิด ผู้ชายที่ไหนก็ไม่เอามึงหรอก จะลงนรกก็ไปคนเดียว มันเรื่องอะไรต้องฉุดไอ้วันลงไปด้วย” ลำยองปรี๊ดแตกแต่ปั้นไม่สน “ย้ายมาอยู่กับย่าเถอะวัน จะทนอยู่กับแม่พรรค์นี้ไปทำไม”

“พวกมึงเสี้ยมลูกกูอย่างนี้เอง มันถึงปากกล้ากับกู ถุย...เอานรกสวรรค์มาหลอกเด็ก พวกมึงนั่นแหละตัวดี” ขาดคำก็กระชากวันเฉลิมคืนและท้าทาย “อยากได้หลานคืนมากใช่ไหม...กูจะทรมานพวกมึงให้อกแตกตายเลยคอยดู!”

ลำยองลงมือฟาดลูกชายไม่ยั้งและกระชากลากถูไปตามทางจนปั้นกับสินต้องเมินหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ เมื่อถึงหน้าบ้านก็ทรุดตัวนั่งกับพื้นเพราะเหนื่อยที่ออกแรงมาตลอดทาง วันเฉลิมร้องไห้กระซิกๆ ลำยองเลยผลักลูกชายกระเด็นแล้วเดินเข้าบ้าน แต่ไม่วายด่าลอยๆให้ไปให้พ้นหน้า...กูเบื่อจะเลี้ยงมึงแล้ว

วันเฉลิมมองตามแม่ตาปรอยแล้วตัดสินใจไปหาหลวงลุงปิ่นที่วัดและเล่าเรื่องเมื่อบ่ายให้ฟัง หลวงลุงส่ายหน้าอ่อนใจ สงสารเด็กชายเป็นกำลังที่ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้แต่ยังเวทนาเทศนาให้เข้าใจคนเป็นแม่

“พระสงฆ์องค์เจ้าบางทียังทำผิดพลาดให้ฆราวาสกล่าวตักเตือนได้เลย นับประสาอะไรกับลูกจะสั่งสอนพ่อแม่ไม่ได้วะ ในเมื่อเห็นๆกันอยู่ว่ามันไม่ถูกไม่ควร เอ็งอย่าเสียใจไปเลยไอ้วัน” วันเฉลิมไม่อยากเห็นแม่ทำบาป “แม่เอ็งมันเป็นคนดื้อ ยึดมั่นถือมั่นในทางที่ผิด ไม่ยอมรับความจริง ถ้าเอ็งเข้าใจเขา เอ็งจะไม่โกรธเขาหรอก”

“แต่แม่ไล่วันหลายครั้งแล้วครับ แม่คงเกลียดวัน”

“มันแค่ระงับความโกรธไม่เป็น เอ็งจะถือสาทำไม หรือเอ็งนึกอยากไปอยู่กับปู่และย่าขึ้นมา”

“วันไปแม่คงยิ่งโกรธ วันไม่ชอบเห็นใครทะเลาะกันเลยครับ”

“เอ็งจำนิทานเรื่องพญาช้างเผือกเลี้ยงแม่ได้ไหม จะให้หลวงลุงอ่านให้ฟังอีกไหมล่ะ”

วันเฉลิมได้ฟังนิทานเรื่องโปรดก็เกิดปัญญาเห็นธรรมและหายน้อยใจ แต่เมื่อกลับถึงบ้านกลับต้องเศร้าใจเมื่อเห็นสภาพเมามายและอาละวาดไปทั่วของแม่ ลำยองไร้สติและโวยวายหากวงแต่ละม่อมไม่รู้เรื่อง

“อีโง่...คุณกวงผัวกูไง คนที่ซื้อบ้านหลังนี้ให้กู เขาโคตรรวยเลยนะมึง เขาเป็นเจ้าของโรงงานหลายที่ เขาซื้อทองให้กูตั้งหลายเส้น ตู้เย็นนั่นก็ด้วย โทรภาพนั่นก็ใช่ หรือมึงจะโกหกกูจริงๆ เขามาหากูตอนกูไม่อยู่ใช่ไหม”

ละม่อมมองมาด้วยความสมเพช วันเฉลิมต้องปลอบแม่ว่ากวงไม่มานานแล้ว ลำยองร้องไห้โฮและโวยลั่นว่าทุกคนทิ้งเธอไปหมด สุดท้ายสาวใช้กับเด็กชายต้องช่วยกันพยุงสาวขี้เมาไปนอนด้วยความทุลักทุเล ส่วนลำยองพอหัวถึงหมอนแล้วดูสงบขึ้น แต่ไม่วายสั่งสอนลูกชายให้ทำตัวดีๆหากกวงมาหาจริงๆ วันเฉลิมไม่อยากขัดใจเลยรับปากดิบดี

“ครับแม่...โรงเรียนจะปิดเทอมแล้ว วันจะอยู่บ้านพับถุงเยอะๆ จะได้เอาเงินมาให้แม่นะครับ”

ลำยองหมดสภาพหลับกรนไปแล้ว วันเฉลิมได้แต่มองแม่นิ่ง ในใจตั้งมั่นจะทำตามที่พูดจริงๆ

ooooooo

ลำยองกลับไปเข้าบ่อนเหมือนเดิม งานการไม่ทำและปล่อยให้ละม่อมกับวันเฉลิมหากินตามมีตามเกิด เมื่อเงินหมดเลยต้องตัดใจขายตู้เย็น วันเฉลิมมองตามด้วยความเสียดาย ละม่อมเลยลูบหัวปลอบใจ

“ผิดจากที่พี่เคยพูดไหมล่ะวัน อีกหน่อยก็โทรภาพนั่นแหละ เชื่อพี่เถอะ” วันเฉลิมนึกถึงคำแม่ที่บอกว่าขายตู้เย็นเพราะเปลืองไฟ ละม่อมเบ้หน้า “ทำไมจะไม่เปลืองล่ะวัน ก็ในนั้นไม่มีอะไรให้แช่นอกจากน้ำกิน”

ตู้เย็นขนาดใหญ่ถูกยกไปแล้ว ลำยองยืนนับเงินแล้วออกไปบ่อนเหมือนเคย วันเฉลิมไม่กล้าหือและตัดสินใจไปหาหลวงลุงที่วัด และเหมือนโชคดีเพราะเจอพ่อที่นั่นด้วย สันต์ถามไถ่ด้วยความคิดถึง โดยเฉพาะเรื่องเพื่อนฝูงที่โรงเรียน หลวงลุงอดไม่ได้เลยตอบแทนว่าวันเฉลิมคงไม่มีเวลาหาเพื่อนเพราะต้องรีบกลับบ้านไปพับถุงขาย สันต์ยิ้มให้ลูกบางๆ

“สมัยพ่อเด็กๆ พอโรงเรียนเลิกพ่อต้องรีบกลับมาช่วยปู่กับย่าขายของเหมือนกัน อย่าน้อยใจไปเลยนะลูก จะลำบากยังไงก็อย่าท้อเรื่องเรียน เงินวันพ่อยังเก็บใส่บัญชีให้เดือนละสามร้อย ตอนนี้ก็มากอยู่ ขัดสนยังไงให้มาบอกพ่อนะลูก อย่าเก็บเงียบคนเดียว” วันเฉลิมรับคำง่ายๆ สันต์ลูบหัวลูกด้วยความสงสาร “พักนี้พ่ออาจไม่ค่อยได้มาหานะลูก อาเทวีกำลังจะมีน้อง...น้องของวันนั่นแหละ อีกหน่อยจะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน”

วันเฉลิมก้มหน้านิ่ง รู้สึกเหงาเหมือนอยู่คนเดียวในโลกเพราะทุกคนรอบตัวต่างก็มีทางเป็นของตัวเองหมด

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน...ลำยองท้องโตขึ้นทุกวันแต่ไม่เลิกไปบ่อน เมืองเทพกลับมาคืนดีด้วยแต่เหมือนเป็นขาไพ่มากกว่าผัวเพราะไม่เคยสนใจดูแลลำยองเลย แต่ถึงกระนั้นสาวขี้เมาก็ตอแยไม่เลิก หวังลึกๆว่าเขาจะรับผิดชอบเธอกับลูก แลกับลำยงอดสมเพชไม่ได้และตัดสินใจช่วยตระเตรียมข้าวของเพื่อรอหลานคนใหม่

สองแม่ลูกรื้อเสื้อผ้าเก่าๆของอภิชาตที่กวงทิ้งไว้มาเตรียมไว้ แต่ผ้าอ้อมมีไม่มากพอ ลำยงเลยเสนอให้ฉีกผ้าถุงเก่ามาใช้แก้ขัด แลมองด้วยด้วยความปลงนึกถึงสมัยวันเฉลิมเกิดว่าลำยองไม่เคยยอมใช้ผ้าถุงเก่าๆ แต่ตอนนี้คงต้องยอมเพราะไม่มีจะกินอยู่แล้ว วันเฉลิมช่วยโน่นนี่แข็งขัน ลำยงสงสารแล้วพาลโกรธพี่สาวที่ตะลอนเกาะติดผัวตามบ่อนแต่ไม่เคยสนใจจะเตรียมตัวคลอดลูกเลย

“เป็นแม่แท้ๆแต่ไม่เห็นทำอะไรบ้างเลย เราทำให้มากไปหรือเปล่าแม่” แลปลอบว่ายังไงลำยองก็เป็นพี่สาวแท้ๆ “ฉันกลัวว่าคลอดแล้วมันจะโยนลูกมาให้เลี้ยงด้วยน่ะสิ ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะแม่”

ลำยงคิดแล้วขนลุกเพราะเห็นจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ แต่คนเคราะห์ร้ายที่ลำยองหมายมั่นปั้นมือจะให้เลี้ยงลูกกลับเป็นละม่อม สาวใช้ปฏิเสธเพราะเข็ดเลี้ยงน้องที่บ้านและจะลาออกสิ้นเดือนนี้ ลำยองตกใจมากและพยายามต่อรองแต่ละม่อมไม่ยอมเพราะเบื่อถูกใช้งานเยี่ยงทาสแต่เงินเดือนนิดเดียวเต็มที

“หนูจะไปหาอย่างอื่นทำ หนูมีพ่อแม่ มีน้องต้องส่งเสียอีกหลายคน ไม่ได้อิสระเสรีอย่างคุณนี่”

“กูรู้แล้ว...มึงจะไปหาผัวน่ะสิ อย่างมึงคงจะริกๆอยากมีอย่างชาวบ้านเขาใจจะขาด”

“อยากมีกันทุกคนนั่นแหละ หรือว่าคุณไม่อยากมี”

ลำยองตอกว่าหน้าตาอย่างละม่อมคงไม่มีใครเอา ละม่อมเหลืออด

“ไม่เหมือนคุณใช่ไหมล่ะ เดินไปเดินมาก็มีตั้งสามผัว แต่ไอ้ที่อยู่ในท้องนั่นน่ะ ไม่รู้จะหาพ่อได้หรือเปล่า”

ลำยองกรี๊ดลั่นและผวาไปตบเต็มแรง ละม่อมเห็นดาวระยิบระยับแล้วตบคืนด้วยความแค้น วันเฉลิมได้ยินเสียงคนตีกันเลยรีบมาห้ามแต่สู้แรงไม่ไหว สองสาวต่างวัยโถมตัวหากันด้วยความโมโห สุดท้ายสาวท้องแก่เป็นฝ่ายแพ้ล้มกับพื้นแล้วลุกไม่ขึ้น ละม่อมไม่สนใจและวิ่งไปเก็บของในห้อง วันเฉลิมตามไปห้ามแต่ละม่อมทนไม่ไหวจริงๆ

“พี่อยู่ไม่ได้แล้วล่ะวัน มันสุดจะทนแล้ว ขืนอยู่ต่ออีกนาทีเดียว พี่ต้องหมดสิ้นความเป็นคนแน่”

วันเฉลิมตามไปยื้อยุดกับละม่อมหน้าบ้าน ลำยองโผล่มาด่าสาวใช้เสียงเขียวและพาลไปลงกับวันเฉลิม โทษฐานอาลัยอาวรณ์คนใช้คู่ปรับคนใหม่ล่าสุด ละม่อมไม่สนใจเจ้านายสาวและสั่งเสียกับวันเฉลิมทั้งน้ำตา

“พี่ไปละ...อยู่ดีๆล่ะวัน อยู่ไม่ได้ก็หนีไปอยู่กับปู่ย่าซะ อย่าทนอยู่กับแม่อย่างนี้เลย เสียคนเปล่าๆ”

“อีม่อม...มึงมาสอนลูกกูแบบนี้ จะจนหรือรวย แม่ลูกเขาก็อยู่ด้วยกันมาโว้ย มึงมาสอนให้ลูกหนีแม่ มึงจะตกนรก ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด อีคนอกตัญญู กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา คนอย่างมึงไม่มีวันเจริญหรอก จะไปตายที่ไหนก็ไป”

ละม่อมกัดฟันเดินจากไม่เหลียวหลัง วันเฉลิมมองตามน้ำตาคลอ ส่วนลำยองสะใจที่ไล่สาวใช้ปากเสียไปได้

ooooooo

หลังละม่อมออกจากบ้าน หน้าที่ดูแลแม่ ทำความสะอาดบ้านและทำกับข้าวจึงตกเป็นของวัน-เฉลิมคนเดียว แต่เด็กชายไม่เหนื่อยหรือท้อเพราะคิดว่าทำเพื่อแม่ ส่วนลำยอง...แม้จะท้องแก่แต่อยู่ไม่ติดบ้าน สุดท้ายเมื่อถึงเวลาสาวขี้เมาก็น้ำคร่ำแตกกลางวงไพ่ ร้อนถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องวิ่งหน้าตื่นไปรับและพาส่งโรงพยาบาล
ลำยองคลอดลูกสาวสมใจวันเฉลิม แต่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกสองสามวัน แลจึงส่งแป้งมาอยู่เป็นเพื่อนหลานที่บ้าน วันเฉลิมดีใจและตื่นเต้นที่จะได้น้องสาว ต่างจากเมืองเทพที่ทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเมื่อแลไปแจ้งข่าวถึงในบ่อนว่าลำยองเพิ่งคลอดลูกของเขา แลหน้าชาด้วยความโกรธจนต้องด่าประจานกลางบ่อน

“ไอ้เมืองเทพ...ไอ้เทวดา อย่างมึงน่ะ มันก็เทวดาหน้าหมานั่นแหละวะ...ถุย!”

เมืองเทพอับอายแต่แลไม่สนและพุ่งออกไปไม่เหลียวหลัง...โธ่เอ๊ย ไอ้เศรษฐีที่ดินไร้ความรับผิดชอบ!

ลำยองกลับบ้านในอีกสองวันถัดมา วันเฉลิมรีบไปดูน้องด้วยความตื่นเต้น แต่ก็ต้องผงะเมื่อเห็นสภาพเหี่ยวย่นของน้อง แลกับลำยงมองมาด้วยความสงสารและปลอบให้ใจเย็นเพราะน้องสาวคงจะแข็งแรงขึ้นในไม่ช้า แลอยากตั้งชื่อให้หลานสาวคนใหม่แต่ไม่รู้จะตั้งว่าอะไร ลำยงเลยเสนอให้เรียกว่าอ้อยไปพลางๆก่อนเพราะเรียกง่ายดี

วันเฉลิมสะเทือนใจมากเมื่อนึกถึงสภาพน้องสาว เด็กชายไปปรับทุกข์กับวิมลเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร คุณยายข้างบ้านนึกรู้ตามประสาคนผ่านโลกมามากแต่ไม่อยากให้เด็กชายกังวลเลยต้องปลอบให้ทำใจ

“น้องเพิ่งเกิดก็ตัวเล็กและเหี่ยวแบบนี้ล่ะพ่อวัน”

“แต่น้องอ้อยตัวเล็กเกินไปนะครับคุณยาย หนังก็ย่นๆจนวันไม่กล้าจับ ไม่เห็นน่ารักเหมือนหนูสมเลย” วิมลส่ายหน้าน้อยๆแล้วบอกว่าสมฤดีโตแล้ว “น้องคนที่แล้วยังไม่น่าเกลียดเท่าคนนี้เลยครับ”

“อีกสักพักคงดีขึ้นล่ะลูก ถ้าเลี้ยงดีๆและได้กินอาหารดีๆบ้าง”

“แต่แม่ไม่ยอมให้น้องกินนมแม่ครับ แม่ชงนมข้นหวานให้น้องกิน”

วิมลอ่อนใจแทนเด็กชายเหลือเกิน “ไม่มีอะไรดีกว่าน้ำนมของแม่หรอกนะพ่อวัน”

วันเฉลิมคิดตามและหาโอกาสบอกแม่ แล้วก็สบช่องในเย็นวันเดียวกันเมื่อลำยองโวยวายที่อ้อยร้องไห้ไม่หยุด วันเฉลิมรีบวิ่งมาดูและโอ๋น้องด้วยความรัก ลำยองเบ้หน้าหงุดหงิดและชี้ไปที่ขวดนมบนโต๊ะไม่ไกลหัวเตียงนัก

“เอานมในขวดยัดปากมันไป เอ็งทำยังไงก็ได้ให้มันหยุดร้องสักที”

“แม่ให้น้องกินนมแม่ไม่ดีกว่าหรือครับ”

“กูไม่ให้มันกิน เอามันออกไป...กูจะนอน!”

ขาดคำก็ล้มตัวลงนอนดื้อๆ ทิ้งวันเฉลิมให้กล่อมน้องสาวด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง แต่จนแล้วจนรอดอ้อยกลับไม่หยุดร้อง วันเฉลิมจนปัญญาเลยต้องอุ้มน้องไปหายายที่บ้าน ลำยงเห็นเข้าเลยดุเสียงดัง

“เอาน้องมาทำไม แดดเปรี้ยงแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

“น้องอ้อยตัวร้อนแล้วก็ร้องไห้ไม่หยุดครับน้าลำยง พาน้องอ้อยไปหาหมอได้ไหมครับ”

ลำยงรับร่างเล็กจ้อยของหลานสาวมาอุ้มแล้วต้องตกใจเมื่อสัมผัสถึงไอร้อน แลรีบบอกให้พาไปหาหมอ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเลยต้องวางมือจากงานแล้วรีบพาหลานไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นจึงอุ้มไปส่งที่บ้าน แต่พอเห็นสภาพลำยองซึ่งวันเฉลิมบอกว่าป่วยก็อดโมโหไม่ได้เพราะรู้แน่ว่าพี่สาวไม่ได้ป่วยจริงแต่ป่วยเพราะเมา

“ปวดจนไม่มีปัญญาจะอุ้มนังอ้อยไปหาหมอหรือไง ฉันไม่รู้จะช่วยพี่ยังไงแล้วนะ ลูกในไส้ทั้งคนพี่ไม่เคยสนใจ พี่เป็นแม่ประสาอะไรเนี่ย” ลำยองหัวเสียมากแต่ลำยงไม่ยี่หระ “ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงแล้วปล่อยให้มันเกิดมาทำไม ไม่ได้ทรมานคนเดียว คนอื่นต้องพลอยรับกรรมไปด้วย โดยเฉพาะไอ้วันต้องอุ้มน้องไปทั่ว”

ลำยองปรี๊ดแตกเพราะคิดว่าลูกชายแจ้นไปฟ้องและทำท่าจะตี วันเฉลิมไปหลบหลังแล ส่วนลำยงยื่นคำขาด

“ฉันจะช่วยพี่เป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันช่วยนี่ก็ไม่ใช่เพราะเห็นแก่พี่แต่เวทนาไอ้วัน นังอ้อยก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่”

ลำยงสะบัดหน้าออกไปแล้ว ทิ้งแลให้คุยกับลำยองอย่างจริงจังว่าจะเอายังไงเรื่องลูก ลำยองได้คิดและตัดสินใจไปหาเมืองเทพเพื่อทวงถามความรับผิดชอบ แต่เมืองเทพกลับทำไม่รู้ไม่ชี้และตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า

“ผัวคนที่เท่าไหร่วะ นอนกันไม่กี่ครั้งแล้วมาเหมาว่าฉันเป็นพ่อเด็ก มันไม่ลักไก่ไปหน่อยหรือ”

“พูดอย่างนี้แปลว่าจะไม่รับผิดชอบใช่ไหม”

“รับผิดชอบให้โง่สิวะ เสนอตัวให้กูเอง กูไม่ได้รักไม่ได้ชอบเสียหน่อย” ลำยองชักฉุนที่ถูกหยามแต่เมืองเทพก็ไม่หยุด “ไปท้องกับใครมาก็ไม่รู้แล้วจะให้กูรับผิดชอบ ใช้วิธีนี้กับกูไม่ได้ผลหรอกโว้ยอีขี้เมา”

ลำยองกรีดร้องด้วยความโมโหสุดขีดแล้วพุ่งไปตบตีผัวบ้าการพนันจนวงไพ่แตกกระเจิง แต่เมืองเทพไม่สะเทือนแถมผลักเธอไปกองกับพื้นอย่างแรง “ถ้ามึงยังไม่เลิกมาวอแวกับกู มึงได้กินของอร่อยกว่านี้แน่”

ลำยองแบกร่างสะบักสะบอมกลับไปหาแม่ที่บ้าน แลตบเข่าฉาดแล้วนินทาหนุ่มใหญ่เศรษฐีที่ดินอย่างมันปาก ลำยองปาดน้ำตาด้วยความแค้นใจ ส่วนลำยงเวทนาและปลอบให้ทำใจ

“พี่เลิกเพ้อฝันได้แล้ว กลับมาอยู่กับความเป็นจริงสักทีเถอะ ไม่มีใครดูแลเราได้นอกจากตัวเอง”

“ก็พ่อปู่บอกว่ากูเป็นนางฟ้ามาเกิด กูก็ต้องเจอเทพบุตรสิ”

“แล้วพ่อปู่ของพี่น่ะมันเอาตัวรอดไหมล่ะ ถ้าแน่จริงมันจะหนีตำรวจหัวซุกหัวซุนทำไม”

ปอทนฟังอยู่นานแล้วอดไม่ได้ โพล่งออกไปให้ลูกสาวคนโตเลิกเหล้าเผื่อเก็บเงินได้บ้าง ลำยองไม่เชื่อและโต้กลับว่าพ่อยังเลิกไม่ได้เลย แลหันขวับและเปลี่ยนไปทะเลาะกับผัวแทน ลำยงส่ายหน้าอ่อนใจและบอกให้ลำยองคิดให้ดีเพราะลูกสามแล้ว อะไรๆคงไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน

ooooooo

วิมลสงสารวันเฉลิมที่ต้องแบกภาระเลี้ยงน้องกับแม่ หญิงชราข้างบ้านเลยเรียกเด็กชายมาเอาเสื้อผ้าเก่าๆของสมฤดีไปเพราะยังใหม่มากอยู่หลายตัว วันเฉลิมตื้นตันใจมากและรับไว้ด้วยความยินดี แต่เมื่อลำยองเห็นก็ฟาดหัวฟาดหางด้วยความโกรธที่ลูกชายไปเอาของคนอื่นมา เหมือนเป็นการหักหน้าคุณนายลำยองผู้ยิ่งใหญ่

“มึงเอาไปคืนเลยนะ เห็นกูเป็นขอทานหรือไง มึงนี่ไม่รู้จักรักษาหน้ากูเลยไอ้วัน ใครโยนอะไรมามึงก็รับมาหมด”

“คุณยายไม่ได้คิดว่าเราเป็นขอทานหรอกครับแม่”

“ไม่ได้คิด แต่ไอ้ที่มันทำนี่มันใช่ มึงเอาไปคืนเดี๋ยวนี้เลย”

วันเฉลิมหน้าเจื่อนด้วยความเสียใจ แลสงสารเลยช่วยพูดให้ลูกสาวใจเย็นๆและผ่อนปรนเสียบ้าง

“นังลำยอง...ปลงซะบ้างเถอะวะ นังอ้อยจะกินเข้าไปยังไม่มี มึงแหกตาดูมั่งไหม ยังริจะทำหยิ่งเป็นคุณนายบ้านไม้สัก เอ็งไม่ได้เป็นเมียเถ้าแก่กวงแล้วนะโว้ย”

“ยังไงฉันก็มีบ้านอยู่ มีโทรภาพดูแล้วกัน”

“ถุย...มีบ้าน มีโทรภาพแต่ลูกเต้าไม่มีค่าเล่าเรียน แถมอีกคนต้องกินนมข้นหวาน มึงยังจะหยิ่งอีก” ลำยองกัดฟันแน่นเพราะแม่พูดแทงใจดำ “ใครๆก็อยากช่วยเพราะเห็นแก่ลูกมึงทั้งนั้น มึงน่ะลดทิฐิบ้างสิ มันกินไม่ได้หรอก”

ลำยองสะบัดหน้าหนี วันเฉลิมเลยหยิบชุดสวยของสมฤดีให้ยายดู ดีใจที่น้องจะได้แต่งตัวสวยบ้างแล้ว

อาการของอ้อยไม่ดีขึ้นแต่โชคดีไม่ตัวร้อนเหมือนเมื่อหลายวันก่อน ลำยองรำคาญมากเพราะลูกสาวมักร้องโยเยไม่หยุด โดยเฉพาะเวลาที่เธอจะนอน วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ลำยองแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการชงนมข้นให้อ้อยกิน วันเฉลิมเดินไปอ่านฉลากข้างกระป๋องแล้วท้วงแม่ว่าเป็นนมที่ไม่ควรให้ทารกรับประทาน

“อย่าทำเป็นรู้ดีไอ้วัน ไม่ให้มันกินไอ้นี่แล้วจะให้มันกินอะไร มันไม่แหกปากร้องก็บุญแล้ว จะไปไหนก็ไปเลย”

วันเฉลิมเดินหน้าจ๋อยไปหาลำยงซึ่งมาช่วยทำความสะอาดบ้านเพราะสงสารหลานที่ต้องทำทุกอย่างเอง

“กรรมของนังอ้อย มันไม่ได้กินนมแม่เพราะแม่มันกลัวหน้าอกห้อย หน้าอกย้อย”

“แล้วเราหาอย่างอื่นที่ไม่ใช่นมข้นหวานให้น้องอ้อยกินไม่ได้หรือครับน้าลำยง”

“นมผงเลี้ยงเด็กอ่อนมันแพงอย่างกับอะไรดีไอ้วันน้าไม่มีปัญญาหรอก”

“วันว่าน้องท้องเสียบ่อยๆก็เพราะกินนมแบบนี้แหละ”

“เอ็งก็ขยันล้างขวดนม ต้มน้ำสุกไว้ให้มันแล้วกัน นังอ้อยมันโตอีกหน่อยค่อยป้อนข้าวให้มันแทน”

วันเฉลิมสงสารน้องแต่จนปัญญาจะหาอะไรที่มีประโยชน์มากกว่านี้ แถมต้องมาเจอเรื่องหนักกว่าเมื่อตัดสินใจเอาจดหมายจากทางโรงเรียนที่ทวงค่าเทอมมาให้แม่แล้วถูกด่าจนหน้าเสีย

“เอาอีกแล้ว ขยันทวงกูจริง ยังกับกูเป็นหนี้มันแน่ะ นี่มึงครบเกณฑ์เข้าปอหนึ่งแล้วใช่ไหมไอ้วัน”

วันเฉลิมพยักหน้ารับ ลำยองดึงจดหมายไปโยนทิ้งอย่างไม่ไยดีแถมประกาศกร้าว

“เลิกเรียนได้แล้วไอ้โรงเรียนนี้...แพงหน้าเลือด ย้ายมาเรียนโรงเรียนวัดนี่ ใกล้บ้านจะได้ไม่เสียค่ารถ” วันเฉลิมสะเทือนใจที่ต้องลาออก แต่ลำยองกลับไม่สงสาร “ไม่ต้องมาทำตาปริบๆ กูไม่มีปัญญาจ่ายให้มึงแล้วได้ยินหรือเปล่า”

วันเฉลิมใจเสียมากแต่ไม่รู้จะค้านยังไงเพราะรู้สถานะของครอบครัวดี ได้แต่ไปหาหลวงลุงปิ่นให้ช่วยปลอบ

“เอ็งอย่าเสียใจไปเลยไอ้วัน แม่เอ็งเขาพูดความจริงออกมาก็ดีแล้ว เอ็งจะได้ระลึกเอาไว้ว่าเอ็งไม่ได้มั่งมีเหลือเฟือ เงินทองมันเป็นของหายาก จะใช้สอยอะไรต้องคิดให้รอบคอบ เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน จะโรงเรียนราษฎร์หรือโรงเรียนวัด...มันอยู่ที่ตัวเอ็งจะขวนขวายหาความรู้ใส่ตัวได้มากแค่ไหน ยิ่งทุนน้อยเอ็งยิ่งต้องขยันมากกว่าเดิม”

วันเฉลิมรับปากอย่างว่าง่าย หลวงลุงปิ่นปลื้มและภูมิใจในลูกศิษย์ตัวน้อยมาก

“คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและทำประโยชน์ให้สังคมบ้านเมืองหลายคนก็มีชีวิตลำบากมาก่อนทั้งนั้น บางคนก็เรียนโรงเรียนวัด เอ็งต้องคิดในแง่ดีนะไอ้วันอย่างน้อยโรงเรียนก็ใกล้บ้าน ไม่ต้องเสียค่ารถ ข้าวเช้าข้าวกลางวันเอ็งก็มากินกับข้า ไม่มีอดตายหรอกโว้ย”

ฝ่ายลำยองอุ้มอ้อยไปหาแม่ที่บ้านและบ่นกระปอด กระแปดที่ต้องทนเลี้ยงลูกคนเดียว แลได้ทียุให้ลูกสาวหางานทำจะได้มีเงินมาจุนเจือลูกๆ แต่ลำยองกลัวเหนื่อยและเสนอวิธีง่ายกว่านั้น

“นังลำยงไง รับนังอ้อยเป็นลูกไปเลย เอ็งจะได้ไม่ต้องทำเองให้เสียเวลา”

“จะบ้าเหรอ ฉันไม่เอาหรอก พี่คิดได้ยังไงเนี่ย ลูกตัวเองแท้ๆ”

“ก็มันเลี้ยงยาก สามวันดีสี่วันไข้”

ลำยงส่ายหน้าเอือมระอา ปอทนฟังอยู่นานแล้วแกล้งพูดแบบขำๆแกมประชดไม่ได้

“เอามันใส่กะละมังลอยน้ำสิ ใครเก็บได้เดี๋ยวมันก็เอาไปเลี้ยงเองแหละ ลิเกมันยังเล่นแบบนี้เลย”

“นั่นมันลิเกพ่อ เรื่องจริงน่ะมันบาป จะทำอย่างนั้นได้ยังไง” ลำยงแย้ง

“เสียเวลาเลี้ยงมันทั้งวัน กูหางานทำของกูไม่ได้ แล้วจะให้ทำยังไง” ลำยองโวยวาย

แลเสนอให้ไปทำโรงงานเหมือนเคยเพราะน่าจะ เหมาะกับลูกสาวที่สุดแต่ลำยองอิดออด ลำยงเลยแขวะให้

“หนังสือก็อ่านไม่ออก คิดเลขก็ไม่เป็น พี่จะไปสมัครเป็นผู้จัดการหรือไง” ลำยองหน้าคว่ำแต่ลำยงไม่สน “เงินเล็กน้อยก็เงินทั้งนั้น ทำไปก่อนเถอะพี่ เช้าๆก็เอานังอ้อยมาทิ้งไว้ที่นี่จะช่วยเลี้ยงให้ เลิกงานแล้วค่อยมารับกลับแล้วกัน ฉันช่วยพี่เต็มที่ได้เท่านี้ล่ะ”

ooooooo

ลำยองตัดสินใจไปสมัครทำโรงงานเพราะไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ แต่สาวขี้เมากลับไม่ยอมตื่นง่ายๆเมื่อวันเฉลิมไปปลุกเช้าวันถัดมา แต่สุดท้ายก็จำใจลุกขึ้นแบบเสียไม่ได้เพราะกลัวอดตายจริงๆ
ฝั่งปั้นกับสินไม่อยากจะเชื่อว่าลำยองจะไปสมัคร งาน เพราะประวัติเก่าๆที่เคยมีบอกว่าไม่น่าจะทนทำได้ นาน โดยเฉพาะปั้นปรามาสล่วงหน้าเลยว่าไม่ได้แน่เพราะรู้จักสันดานขี้เกียจและมักง่ายของอดีตลูกสะใภ้ดี

“ตาสิน...นิสัยกับสันดานน่ะมันไม่เหมือนกันหรอกนะ นิสัยน่ะพอปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่สันดานน่ะมันติดตัวแต่เกิด แก้ยังไงก็ไม่มีวันหายหรอก อย่างนังลำยองน่ะเขาเรียกว่าสันดาน”

“จะไปจงเกลียดจงชังมันทำไมนักหนา”

“คนอย่างฉันใครดีมาฉันก็ดีตอบนะตาสิน แกอยากอโหสิกรรมให้มันก็เชิญคนเดียวเถอะ”

“ที่ฉันอยากจะเห็นมันเป็นผู้เป็นคนเพราะไอ้วันมากกว่าอะไรทั้งนั้น ถ้ามันดีขึ้นไอ้วันจะพลอยสบายขึ้นด้วย”

ปั้นค้อนไม่จริงจังนักเพราะความจริงเห็นด้วยกับผัวไม่น้อย...ขอให้จริงทีเถอะ ไอ้วันจะได้สบายสักที

ด้านลำยอง...กลับมาบ้านแม่ด้วยความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเพราะไม่ได้ทำงานใช้แรงมานาน สมาชิกทุกคนมองตามอึ้งๆแล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่างานใหม่เป็นอย่างไรบ้าง ลำยองเบ้หน้าแล้วโพล่งเสียงเครียด

“งานกุลีชัดๆ มือฉันเปื่อยไปหมดแล้ว เหม็นก็เหม็น ทั้งวันทำอยู่อย่างเดียวคือยัดผักกาดดองลงกระป๋อง”

ลำยงปลอบให้ทำใจเพราะรู้ดีว่างานหาเช้ากินค่ำเป็นแบบนี้ แต่ลำยองไม่ชอบและพาลบ่นถึงเรื่องเงินค่าจ้างที่จะออกเป็นรายเดือนไม่ใช่รายวันเหมือนเคย แลกับปอขอให้อดทน ส่วนเรื่องเงินให้ถือว่าเป็นการออมทรัพย์ไปในตัว แต่ลำยองไม่เอาด้วยและประกาศกร้าวจะหางานใหม่ในวันรุ่งขึ้น

“โรงงานอื่นมีตั้งเยอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปทำโรงงานเย็บสมุด ยังไงก็เบากว่าไอ้โรงงานบ้านี่ล่ะวะ”

ทุกคนในบ้านส่ายหน้าอ่อนใจในความหยิบโหย่งของลำยอง แต่สาวขี้เมาไม่สำนึกและเอาเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อเหล้าแต่แอบไว้ แถมโกหกวันเฉลิมว่าทำงานเหนื่อยมากและไม่มีเงินค่าขนมให้ แต่วันเฉลิมกลับไม่โกรธเลย

“ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ วันจะกินข้าวที่โรงเรียน เยอะๆ จะได้อิ่มๆ แม่เก็บเงินไว้ซื้อนมให้น้องอ้อยดีกว่าครับ”

ลำยองลำพองใจเพราะคิดว่าหลอกลูกสำเร็จ เมื่อลับตาลูกชายเลยหยิบขวดเหล้ามากระดกเข้าปากยิ้มๆ

ooooooo

ลำยองเปลี่ยนโรงงานไปเรื่อยๆแต่ไม่มีที่ไหนทำได้เกินสองวันเลยสักที่ ทุกคนในบ้านพลอยเหนื่อยใจเพราะไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงแล้ว วันนี้ก็เช่นกัน... ขณะที่ทุกคนวิ่งวุ่นขายก๋วยเตี๋ยว ลำยองกลับหอบร่างสะบักสะบอมมาขอข้าวกินและโวยวายโอดครวญถึงงานโรงงานที่หนักหน่วงเหมือนจะให้ไปตาย

“งานมันหนัก ฉันยกของจนไหล่แทบพัง ปวดแขนไปหมดแล้วเนี่ย เงินก็น้อย มันให้เป็นเงินเดือน ทุเรศว่ะ”

ทุกคนรับฟังแล้วส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา โดยเฉพาะลำยงที่ไม่อยากพูดเรื่องนี้ด้วยแล้ว

“กี่งานๆก็ไม่เอาสักอย่าง แล้วเอ็งจะไปทำอะไรกินนังลำยอง” แลเซ็งแทน

ลำยองทำหน้าเมื่อยแล้วค่อยๆยิ้มกว้างเมื่อคิดได้บางอย่าง “ฉันรู้แล้วว่าจะทำอะไร”

แลถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินความคิดสุดบรรเจิดของลูกสาวคนโต แม้จะพยายามห้ามแต่ก็ไม่ได้ผล

“ฉันตัดสินใจแล้ว บ้านนี้เป็นบ้านฉัน ไม่ใช่บ้านแม่สักหน่อย แม่จะทัดทานทำไม” แลยกเหตุผลมากมายมาค้านแต่ไม่ได้ผล “บ้านนี้มันเกือบก้นซอยไกลหูไกลตาตำรวจ ห้องคนใช้ข้างล่างก็ว่าง ข้างบนมีตั้งหลายห้อง มันต้องใช้ให้คุ้ม ห้องรับแขกไม่ต้องมีแล้ว ไม่มีแขกหน้าไหนมันมาหรอก เอาเงินมาใช้เก็บค่าต๋งดีกว่า”

ลำยองพูดพลางตะโกนเรียกวันเฉลิมมาขนของไปเก็บในห้อง เด็กชายรับปากแกนๆแล้วหันไปหายายที่ยังอึ้งความคิดลูกสาวไม่หายและถามว่าแม่คิดจะทำอะไร แลสะบัดหัวเรียกสติแล้วบอกหลานเซ็งๆ

“แม่เอ็งมันจะแบ่งห้องให้เช่า แล้วที่แย่ก็คือ... มันจะเปิดบ้านทำเป็นบ่อนด้วยโว้ย!”

วันเฉลิมพลอยนิ่งไปด้วยเพราะพูดไม่ออก แลคร้านจะพูดเลยเก็บไประบายกับคนอื่นๆที่บ้าน ลำยงสุดจะเอือมกับพฤติกรรมและความคิดของพี่สาว โดยเฉพาะเรื่องจะเปิดบ่อนในบ้านทั้งๆที่มีลูกหัวโด่ตั้งสองคน

“ข้าหมดปัญญาจะทัดทานมันแล้ว มันเห็นแต่ทางได้อย่างเดียว ทางเสียมันไม่นึกถึงเลย” แลเอ่ยปลงๆ

“แต่ฉันว่างานนี้อาจจะเหมาะกับพี่ลำยองก็ได้นะแม่ ไหนๆก็ชอบเล่นจนขึ้นสมองไปแล้ว” ลำดวนแซวขำๆ

ปอนึกสนุกแล้วแหย่ว่าจะไปเผาบ่อนลำยองให้วอดสักวัน แลหันขวับ...กูไม่ขำด้วยเลยนะไอ้ปอ!

ฟากวันเฉลิมพูดกับใครไม่ได้เลยต้องไปปรับทุกข์ที่วัด หลวงลุงถึงกับส่ายหน้าอ่อนใจในเวรกรรมของเด็กชาย

“แม่บอกว่างานสบาย อยู่เฉยๆก็มีคนเอาเงินมาให้ครับ” หลวงลุงถอนใจเอือมระอาและถามว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ “การพนันเป็นเรื่องไม่ดีครับ วันเห็นแม่ขายของในบ้าน วันเสียดาย แม่คงถอนตัวไม่ขึ้นแล้วครับหลวงลุง”

“เอ็งคิดได้อย่างนี้ก็ดีแล้ว ข้าเองไม่รู้จะช่วยยังไง เอ็งมาอยู่กับข้าไหมล่ะ ให้แม่เอ็งเฝ้าบ้านเฝ้าบ่อนไป”

“ไม่ได้หรอกครับหลวงลุง วันต้องช่วยแม่เลี้ยงน้องอ้อยครับ”

เมื่อปั้นกับสินทราบเรื่องก็ตกใจแต่ไม่ประหลาดใจนักเพราะเชื่อว่าคนสันดานอย่างลำยองคงคิดเรื่องแบบนี้ได้

“คนบางประเภท ต่อให้ด่าหยาบๆคายๆแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์แม่ปั้น”

“แล้วจะทำไง นี่ถ้าเจ้าสันต์มันรู้มีหวังอีลำยองถึงตายแน่แกเชื่อฉันเถอะ”

“แม่ปั้น...ทองน่ะ ต่อให้ตกกองไฟยังไงมันก็เป็นทองอยู่วันยันค่ำไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

“แต่ไอ้วันมันยังเล็กเกินไป มันต้องเห็นแต่เรื่อง แย่ๆทุกวัน แกไม่คิดว่ามันจะซึมซับเรื่องไม่ดีเข้าตัว มันหรือ”

“เราต้องช่วยกันประคับประคองล่ะแม่ปั้น อะไรดีอะไรเลวต้องชี้ให้เห็น ให้มันชั่งวัดตวงเป็น ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ มันถึงจะแข็งแกร่งมีภูมิคุ้มกันสำหรับตัวเองได้”

บ่อนบ้านลำยองเปิดในอีกไม่กี่วันถัดมา วันเฉลิมกลายเป็นเด็กวิ่งข้าวผัดและโอเลี้ยงไปโดยปริยาย ส่วนลำยองกลับนั่งสบายและเอาใจลูกค้าโดยไม่สนใจจะดูแลอ้อยเลย วันเฉลิมต้องไปซื้อของตามคำสั่งแม่จนเกือบถูกรถชนแต่โชคดีไม่เป็นอะไรมาก ปั้นกับสินมาช่วยและบอกให้ไปหาหมอ แต่เด็กชายกลับลากขากะเผลกพร้อมถุงอาหารไปหาแม่ที่บ้าน

“มึงมัวไปเถลไถลที่ไหนมาไอ้วัน มึงรู้ไหมว่าแขกรอกินข้าวกินน้ำอยู่ มึงไม่รู้จักมีสำนึก” วันเฉลิมบอกว่าวิ่งมาสุดความสามารถแล้ว “เนี่ยเหรอรีบของมึง มึงต้องแอบไปแวะร้านขายของเล่นแน่ๆ ตัวแค่นี้มึงหัดโกหกกูแล้วเหรอ”

ขาดคำก็ฟาดลูกชายด้วยความโมโหหิว วันเฉลิมน้ำตาคลอแล้วกลับห้องจ๋อยๆ แผลที่หัวเข่ายังสดและ สร้างความเจ็บปวดไม่น้อย แต่ไม่เท่าความเจ็บช้ำจากส่วนลึกในหัวใจที่ถูกกระทำโดยแม่บังเกิดเกล้าอย่างไม่ไยดี

ooooooo

ตอนที่ 7

สุดท้ายวันเฉลิมก็ไม่มีโอกาสบอกแม่เรื่องเงินค่ารถ โรงเรียน ละม่อมอาสาถามให้แต่เด็กชายคิดว่าไม่ควรเพราะแม่อาจอารมณ์ไม่ดีและละม่อมจะ ถูกลูกหลง สายจัดวันเดียวกันละม่อมจึงได้เห็นเจ้านายสาวกับแขกหนุ่ม เมืองเทพทำท่าจะกลับบ้าน ลำยองรั้งไว้และขอไปเที่ยวที่บ้านบ้าง แต่ต้องหน้าเสียเมื่อโดนเขาปฏิเสธเสียงเข้ม

ลำยองไปส่งผัวใหม่หน้าบ้าน เจอกับแลซึ่งแวะมาเยี่ยมลูกสาวเหมือนเคย สภาพอิดโรยและหน้าตาบูดบึ้งของเมืองเทพทำให้แลสงสัย ลำยองไม่คิดมากและเฉลยให้แม่รู้แบบไม่อายว่าเมืองเทพมานอนด้วยตั้งแต่เมื่อ คืน แลอ้าปากค้างเพราะเหนือความคาดหมาย แต่ถึงกระนั้นกลับไม่ว่าอะไรเพราะเห็นเมืองเทพรวย

“เอ็งนี่มันแน่จริงๆ เปิดปุ๊บติดปั๊บอย่างกับโทรภาพรุ่นใหม่ เป็นไงบ้างล่ะ เขารวยกว่าตากวงไหม”

“เทียบ กันไม่ติดเลยล่ะแม่ ตากวงน่ะรวยแล้วต้องทำงานงกๆ แต่พี่เทพไม่ต้องทำเพราะมีสมบัติที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้มากมายก่ายกอง วันๆไม่ต้องทำอะไรก็มีกินจนตาย” แลพลอยตื่นเต้นไปด้วย ลำยองบรรยายสรรพคุณผัวใหม่ไม่เลิก “พี่เทพเขาไม่จุกจิกอย่างตากวงหรอก...ถือว่าเป็นเสี่ย สกปรกนิดสกปรกหน่อยก็ไม่ได้ พี่เทพเขาชาวสวนเก่าแต่เป็นเศรษฐีที่ดิน เขาไม่ว่าสักคำ ตัวเองกินตรงไหนทิ้งตรงนั้นเหมือนกัน มีคนใช้ก็ให้มันเก็บกวาดสิ จริงไหมแม่”

“อืม...ไม่งั้นจะมีคนใช้ไว้ทำไมวะ แล้วเขามีลูกเมียหรือเปล่าล่ะ เดี๋ยวเอ็งจะได้เป็นเมียน้อยเขาอีก”

“สำคัญด้วยเหรอแม่ มีเงินก็พอแล้ว”

“เขาเงินเยอะ เอ็งไม่ลองชวนเขาลงทุนค้าขายอะไรบ้างล่ะวะ”

“ทำให้เหนื่อยทำไมแม่ ก็ฉันบอกแล้วว่าเขารวย ฉันว่าที่พ่อปู่เคยดูดวงฉัน พี่เทพนี่แหละเทพบุตรที่ฉันรอคอย”

บ่าย วันเดียวกัน...ละม่อมไปซื้อกับข้าวที่เรือนยายปั้น ท่าทางซื่อๆทำให้ปั้นกับสินอดถามไถ่ด้วยความอยากรู้ไม่ได้ว่าเป็นใครมาจาก ไหน ละม่อมแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง ปั้นกับสินดีใจเพราะจะได้ซักถามเรื่องวันเฉลิม แต่ครั้นได้รู้จำนวนเงินค่ากับข้าวที่ละม่อมได้จากลำยองก็แทบลมจับ โดยเฉพาะปั้นซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอดีตลูกสะใภ้มาตลอด

“อีนี่ท่ามันจะบ้าใหญ่แล้ว ใส่ทองหยองเต็มตัวอวดชาวบ้านไปทั่ว แต่เรื่องกินเรื่องอยู่นี่ทุเรศทุรังสิ้นดี”

ปั้นบ่นเคืองๆ ส่วนสินมองหน้าสาวใช้คนใหม่ของลำยองด้วยความเวทนาแล้วเปรยเสียงอ่อน

“สิบบาท...ให้ทำกินสองวัน แล้วไอ้วันมันจะอยู่ยังไง ข้าน่ะเป็นปู่แท้ๆของไอ้วันมัน”

ละม่อมอึ้งไปอึดใจ แต่ก็ยิ้มออกเมื่อสองปู่ย่าขนของกินมากมายใส่ตะกร้าเพราะกลัวหลานอดตาย

ฝ่าย ลำยองตามติดเมืองเทพไปบ่อนและเล่นจนหมดหน้าตัก แต่อยากแก้มือเลยไปขอยืม เมืองเทพไม่ว่าอะไรสักคำและยื่นให้สามร้อย ลำยองตาวาวดีใจมากไม่คิดว่าผัวหมาดๆจะให้ยืมง่ายๆ

“ยืมเยิมอะไรกัน เรากระเป๋าเดียวกันแล้วนี่...ไม่ใช่เหรอน้องลำยอง”

ลำยองดึงเงินจากผัวและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ขวัญและกำลังใจกลับมาเป็นกอง...กูต้องแก้มือให้ได้!

วันเฉลิมกลับจากโรงเรียนเย็นวันเดียวกัน หิวใจแทบขาดแต่เมื่อเห็นละม่อมยกจานกับข้าวมากมายมากองตรงหน้ากลับอดสงสัย ไม่ได้ว่ามาจากไหน ละม่อมยิ้มให้น้อยๆแล้วบอกด้วยความภูมิใจว่าปั้นกับสินให้มา

“ทีแรกพี่ ไม่รู้หรอก แต่พอแกรู้ว่าพี่ทำงานบ้านนี้เลยให้กับข้าวเต็มตะกร้าเลย มีไข่ กุนเชียง หมูหยองด้วยนะ” วันเฉลิมรู้ดีว่าปู่กับย่าเมตตาเขาเสมอ “แกยังบอกพี่เลยว่าให้ดูแลวันดีๆ ขาดเหลืออะไรก็ไปบอกแก”

วันเฉลิมพลอยยิ้มไปด้วย คิดถึงปู่กับย่าขึ้นมาจับใจ รู้ดีถ้าเลือกไปอยู่กับพ่อคงไม่อดตายแต่ก็ทิ้งแม่ไม่ลง

ooooooo

วัน เฉลิมรอแม่กลับบ้านด้วยใจจดจ่อ อยากให้แม่เห็นกับข้าวมากมายไม่ต้องอดอยากเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ลำยองกลับอารมณ์ไม่ดีเพราะเมืองเทพไม่ค้างด้วย ละม่อมรีบกันวันเฉลิมไปอีกทาง ส่วนตัวเองไปยกอาหารมาจากในครัว แต่สุดท้ายวันเฉลิมก็ถูกด่าเพราะเข้าไปจดๆจ้องๆรอถามเรื่องค่ารถโรงเรียน

“มึง ตาบอดหรือไงไอ้วัน คนกำลังกินข้าว มาแม่ครับแม่ครับอยู่ได้” วันเฉลิมหน้าเสียไม่กล้าพูดต่อ แต่ลำยองไม่ได้สังเกตแถมเข้าใจไปอีกทาง “มึงจะทวงค่าขนมหรือไง พรุ่งนี้กูจะวางไว้ให้เองแหละ”

วันเฉลิมถอยฉาก เพราะกลัวอารมณ์แม่ ละม่อมสงสารเลยกระซิบว่าจะหาโอกาสถามให้ แต่ไม่ทันไรสาวใช้กับเด็กชายต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะลำยองกระแทกเสียงถาม เรื่องกับข้าวมากมายบนโต๊ะว่ามาจากไหน

“ทำไมมึงไม่ประหยัดอีม่อม กูบอกแล้วใช่ไหมค่ากับข้าวสามสิบให้กินได้อาทิตย์หนึ่ง” ละม่อมบอกว่าจ่ายไปแค่สิบบาท “สิบบาทบ้าอะไรได้ของขนาดนี้ อย่ามาตอแหล มึงขโมยเงินกูใช่ไหมอีม่อม อย่ามาตีหน้าซื่อนะ นังหัวขโมย!”

“หนูเปล่านะคะ หนูไปซื้อกับข้าวที่แพยายปั้น พอแกรู้ว่าหนูทำงานที่นี่ แกเลยหยิบของให้ตั้งเยอะ”

ลำยองนิ่งไปอึดใจ วันเฉลิมกับละม่อมลุ้นว่าจะไม่ถูกด่า แต่ลุ้นไม่ขึ้นเพราะลำยองปัดจานข้าวกระเด็น

“อีสารเลว...มึงรู้ไหมว่ากูเกลียดไอ้อีคนแพนั้นแค่ไหน จำใส่กะโหลกไว้เลยนะ ถ้ามึงไปซื้อมันอีกมึงโดนดีแน่”

ลำยอง ปึงปังขึ้นข้างบน ทิ้งละม่อมให้อกสั่นขวัญแขวน ส่วนวันเฉลิมมองกับข้าวบนพื้นด้วยความเสียดาย แถมเศร้ากว่าเดิมเมื่อนึกได้ว่าคงหมดโอกาสถามเรื่องค่ารถโรงเรียนแน่คืนนี้ กว่าสองคนจะได้สติอีกครั้งก็ครู่ใหญ่ วันเฉลิมช่วยสาวใช้เก็บเศษอาหารและเสนอให้เอาบางส่วนไปล้างน้ำ เผื่อเอาไปปรุงอีกรอบ

“อย่าเลย...ของหล่นพื้นแล้วโบราณเขาถือว่าผีมาแย่งกิน พี่ไม่รู้ว่าแม่วันเกลียดปู่กับย่าวันขนาดนี้”

วันเฉลิมก้มหน้างุดน้ำตาคลอ “วันก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน”

ขณะ ที่ละม่อมกับวันเฉลิมทำความสะอาดชั้นล่างจนดึกดื่น ลำยองค้นตู้ในห้องอย่างรุ่มร้อน เบาใจได้หน่อยเมื่อเห็นทองอีกหลายเส้นในลิ้นชัก หวังสุดใจว่าพรุ่งนี้จะต้องถอนทุนคืนให้ได้...อีลำยองไม่ยอมหมดตัวง่ายๆหรอก โว้ย!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น...วันเฉลิมแต่งตัว ทานข้าวเช้าและไปรอรถโรงเรียนเหมือนเคย แต่เด็กชายกลับไม่ได้ขึ้นรถเพราะโรงเรียนไม่ผ่อนผันเรื่องเงินอีกต่อไป ละม่อมสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่มองตามเด็กชายเดินไปโรงเรียนด้วยท่าทางจ๋อยๆ วิมลกับสมฤดีเป็นพยานเรื่องนี้ด้วย แต่วันเฉลิมกำลังใจดีและไม่คิดจะโวยวายเลยแม้แต่น้อย

ต่างจากแลซึ่งบุกไป หาลำยองถึงในบ่อนเมื่อรู้ว่าวันเฉลิมต้องเดินไปโรงเรียน ลำยองไม่รู้เรื่องและเข้าใจว่าลูกชายตื่นสายจนขึ้นรถไม่ทัน แลจะเอาเรื่องแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเมืองเทพขอยืมเงินจากลูกสาว ลำยองปฏิเสธทันควันแต่เขาทวงบุญคุณที่เคยต่อทุนให้เมื่อวันก่อนและเอาสร้อย ข้อมือเธอไปตีราคาจนได้ แลอดใจหายแทนไม่ได้ที่ลูกสาวต้องยอมผัวคนล่าสุดขนาดนี้ แต่ลำยองกลับไม่คิดมากเพราะคิดว่าเธอกับเมืองเทพกระเป๋าเดียวกัน

แลสงบ ปากสงบคำและกลับบ้านเซ็งๆ ส่วนลำยองกับเมืองเทพเล่นต่อและเสียจนหมดตัวเหมือนเมื่อวันก่อน ลำยองพยายามปลอบให้ใจเย็นและชวนไปทานของอร่อย แต่เมืองเทพไม่ไปด้วยเพราะไม่เหลือเงินสักบาท

“สร้อยข้อมือลำยองน่ะตีราคาต่ำไป พี่เทพไม่น่าไปยอมมันเลย”

“ก็ทองไม่ดี จะเอาอะไรนักหนาวะ” ลำยองบ่นเพราะซื้อมาแพง “คิดจะทวงหรือวะ แล้วที่ฉันให้ตั้งกี่พันรู้ไหม”

ลำยอง หน้าเสีย ส่วนเมืองเทพเซ็งจัดเลยขับรถออกไปดื้อๆ ทิ้งลำยองให้กรีดร้องด้วยความอึดอัดและเดินกลับบ้านคนเดียว เมื่อกลับถึงบ้านก็ต้องหัวเสียกว่าเดิมเมื่อเห็นกับข้าวบนโต๊ะ

“นี่มึงประชดกูเหรออีม่อม เมื่อวานกับข้าวเต็มโต๊ะ วันนี้มึงเหลือแต่ไข่ต้ม”

“ก็คุณไม่ให้ค่ากับข้าวไว้นี่คะ เหลือแต่ไข่แต่น้ำมันหมดเลยทอดไม่ได้ ต้องต้มแทน”

ลำยอง พูดไม่ออกเพราะเป็นจริงอย่างที่สาวใช้บอก แต่ไม่อยากเสียหน้าเลยได้แต่ด่าตะพึดตะพือไปตามเรื่องและเริ่มถามหาวันเฉลิม ละม่อมต้องบอกความจริงว่ายังไม่กลับมาตั้งแต่บ่าย ลำยองไม่คิดถึงเรื่องรถโรงเรียนเลยแม้แต่น้อยและเข้าใจเอาเองว่าลูกชายต้อง แวะหาปั้นกับสินแน่ๆ...กูเอามึงตายแน่ไอ้วัน!

กว่าวันเฉลิมจะถึงบ้านก็ เป็นเวลามืดค่ำ ลำยองรออยู่แล้วพร้อมไม้เรียวและตรงไปกระชากลูกชายจากประตูบ้านมาซักไซ้ เรื่องกลับผิดเวลา แถมคาดคั้นให้สารภาพตามที่เธอคิดไว้ตั้งแต่แรก

“ไอ้วัน...ไอ้ลูกไม่รักดี กูสั่งมึงแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ไปแพปู่ย่ามึงอีก กูไม่ใช่แม่มึงเหรอ สั่งอะไรมึงถึงไม่เชื่อกู”

วันเฉลิมปฏิเสธเสียงสั่นเพราะกลัวท่าทางเกรี้ยว กราดของแม่ แต่ลำยองไม่เชื่อและตวาดลั่น

“ตัวแค่นี้มึงหัดโกหกตอแหล มึงนึกว่ากูรู้ไม่ทันมึงเหรอ เย็นป่านนี้มึงเพิ่งถึงบ้าน มึงไปไหนมา”

วันเฉลิมยืนยันว่าเพิ่งกลับจากโรงเรียนแต่ลำยองไม่ฟัง ละม่อมสงสารเด็กชายเลยช่วยพูด

“มึงเป็นแค่คนใช้อย่ามาแส่หาเรื่องของกูอีม่อม ส่วนมึง...ไอ้วัน...ถ้ามึงไม่โกหก มึงบอกสิว่ามึงไปไหนมา”

ละม่อมทนไม่ไหวบอกความจริงเรื่องไม่มีเงินจ่ายค่ารถโรงเรียน ลำยองอึ้งไปอึดใจแล้วแหวลูกชายที่ไม่บอก

“โรงเรียนเขาทวงนานแล้ว วันจะบอกแม่ตั้งหลายหนแต่แม่ไม่ว่าง ถึงว่างก็มีแขก หรือไม่ก็อารมณ์ไม่ดี”

วัน เฉลิมพูดไปร้องไห้ไปด้วยความเก็บกด ลำยองพูดไม่ออกเพราะไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน วันเฉลิมเลยถือโอกาสขอค่าเทอมด้วยเพราะโรงเรียนเริ่มทวงแล้ว ลำยองได้ยินเรื่องเงินเลยประสาทเสียด่าลูกชายเสียงกร้าว

“ค่าอะไรมากมาย เลี้ยงเอ็งนะจนไปเจ็ดปีกินก็เปลือง โรงเรียนก็แพง เลิกเรียนดีไหม กูไม่มีเงินส่งเสียมึงแล้ว”

“แม่...วันอยากไปโรงเรียน ถ้าแม่ไม่มีเงิน งั้นวันไปขอปู่กับย่านะครับ”

ลำยองชะงัก เหมือนถูกน้ำเย็นสาดหน้าที่ต้องให้ลูกหันหน้าไปพึ่งอดีตพ่อผัวแม่ผัวคู่ปรับ

“ไอ้ ลูกเลว...หน็อย จะไปขอเงินปู่กับย่า มึงคิดบ้างไหมว่ากูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คนบ้านพ่อมึงน่ะมันเกลียดกู มันเยาะเย้ยกูทุกวัน มึงมันอกตัญญูจะทำให้กูเสียหน้า ไปเลย...รักพวกมันมาก บูชามันมากก็ไปอยู่กับพวกมันเลย”

ลำยองกำไม้เรียวแน่นและฟาดลูกชายไม่ ยั้ง วันเฉลิมร้องไห้จ้าและกระโดดหนีแม่ไปมาเป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก ละม่อมรอจนลำยองหายบ้าจึงไปนำตัวเด็กชายมา สงบสติอารมณ์ในครัวและหาข้าวให้กิน แต่วันเฉลิมเอาแต่ร้องไห้น้อยใจแม่ที่ลงไม้ลงมือกับเขาราวกับไม่ใช่ลูก ละม่อมสงสารเลยปลอบให้ทำใจดีๆและเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่

“แม่ทุกคนรักลูกทั้งนั้นแหละ แต่บางทีแม่เขาอาจอารมณ์ไม่ดีบ้าง วันอย่าคิดอย่างนั้นนะ มันบาปรู้ไหม”

“แล้วทำไมแม่ถึงอารมณ์ไม่ดีล่ะครับ”

“เขา คงเครียดเรื่องทำมาหากิน เป็นผู้ใหญ่มันเหนื่อยนะวัน ต้องรับผิดชอบเยอะแยะ เรื่องโรงเรียนน่ะ... พี่ว่าวันไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงแม่วันคงหาเงินมาจ่ายค่าเทอมจนได้แหละ กินข้าวซะ”

วันเฉลิมไม่ สบายใจ แต่ความหิวทำให้ยอมตักข้าวเข้าปาก หวังลึกๆว่าแม่จะอารมณ์ดีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ส่วนลำยองเหม็นขี้หน้าลูกชายเลยไปหาแม่ที่บ้าน แถมขอยืมเงินลำยงไปจ่ายค่ารถโรงเรียนอีกต่างหาก

“มันจะประจานกูให้ได้อายว่าไม่มีปัญญาเสียค่ารถให้มัน”

“ไอ้วันมันยังเด็ก มันคงไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกมั้ง”

“น้อย ไปสิแม่ นี่ยังมีค่าเรียนเทอมหน้าอีก ไอ้โรงเรียนหน้าเลือด!” ปอส่ายหน้าเบาๆพลางบ่นถ้ารู้ว่าแพงแล้วส่งไปเรียนทำไม “ก็ตากวงน่ะสิ ไม่ใช่ฉันจัดแจงเสียหน่อย พอมีหรือเปล่าแม่ ให้ฉันยืมก่อน เดือนหน้าจะใช้คืน”

แลบอกว่าไม่มีเพราะลำพังตัวเองก็แทบไม่รอด ลำยองเลยหันไปขอจากลำยง

“ไหน ว่าพี่ได้มาจากคุณกวงตั้งหลายหมื่น แล้วไปไหนหมดล่ะ” ลำยองหน้าเจื่อนแล้วบอกว่าเอาไปลงทุนส่วนตัวแต่ลำยงไม่เชื่อและพูดเตือนสติ ด้วยความหวังดี “การพนันน่ะมันไม่ได้ทำให้ใครรวยขึ้นมาหรอกนะพี่ลำยอง”

แลได้โอกาสเสริม “เลิกได้ก็ดีนะนังลำยอง ทองหยองเอ็งก็ถอดให้เขาตั้งหลายเส้น แม่ยังเสียดายแทน”

ลำยองนิ่งไปอึดใจแต่ไม่สำนึกแม้แต่น้อย “แม่นั่นแหละเป็นคนพาฉันไปเล่น แล้วตอนนี้จะให้เลิกได้ยังไง”

ชด ช่วยพูดอีกแรงแต่กลับถูกด่าว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง เลยต้องก้มหน้างุดออกไปเก็บร้าน ส่วนลำยองหันไปไล่เบี้ยจากแลกับลำยงแต่ไม่มีใครช่วยได้เพราะต่างมีภาระ ลำยองโมโหมากและฮึดฮัดออกไปทันที ปอมองตามแล้วเปรยขำๆ

“กูว่ามันติดทั้งเหล้า ติดทั้งไพ่จนกู่ไม่กลับแล้วว่ะ”

แต่แลไม่ตลกด้วย...หนักใจเหลือเกินที่ลูกสาวคนโตทำตัวสำมะเลเทเมาและไร้สาระเช่นนี้

ooooooo

คำ เตือนของแลทำให้ลำยองกลับไปนั่งนับทองที่เหลือ ใจหายไม่น้อยเพราะเหลือไม่กี่เส้นอย่างที่แม่พูดจริงๆ ไหนจะภาระหนักหน่วงเรื่องค่าเรียนของวันเฉลิมและค่ากินอยู่ในบ้าน สาวขี้เมาเครียดจนเสียสติและยกเหล้ามาดื่มแก้บ้า

ด้านวันเฉลิม...ได้ยิน เสียงแม่เมาและโวยวายจนหลับไปทั้งน้ำตา เมื่อตื่นมาก็เจอกับสภาพอดๆอยากๆและต้องตามละม่อมไปเก็บผักบุ้งข้างรั้วมา ต้มจิ้มน้ำปลา แต่เพราะเป็นเด็กกำลังใจดีเลยคิดว่าแม่คงหาเงินได้เร็วๆนี้

วัน เฉลิมช่วยละม่อมทำงานบ้านจนสายจัด เมืองเทพมาจอดรถหน้าบ้านและขึ้นไปหาลำยองถึงห้องโดยไม่ทักทายเด็กชายสักคำ ลำยองแกล้งงอนกระเง้ากระงอดเมื่อเห็นหน้าผัว เมืองเทพรู้ดีจึงจูบแก้มเธอเอาใจและชวนไปบ่อนเหมือนเคย ลำยองปฏิเสธเสียงอ่อยเพราะกลัวหมดตัว เมืองเทพเลิกคิ้วไม่อยากจะเชื่อ

“จริงๆนะพี่เทพ เล่นมาไม่ถึงเดือนเงินทองร่อยหรอลงทุกที ลำยองใจคอไม่ดีเหมือนกันนะ”

“มี พี่ทั้งคน น้องลำยองจะกลัวอะไร รักจะเอาดีทางนี้ต้องกล้าได้กล้าเสีย ไม่งั้นไม่รุ่ง” ลำยองลังเลเมืองเทพเลยหอมแก้มประจบ “ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยน่า วันนี้โชคอาจเข้าข้างก็ได้ ถอนทุนได้เราจะรีบออกมาเลยดีไหม”

เมืองเทพทั้งกอดและหอมประจบ ลำยองต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก สุดท้ายก็ยอมตามไปด้วยง่ายๆ

ooooooo

สันต์สะเทือนใจมากเมื่อทราบเรื่องสุดรันทดของวันเฉลิมที่ต้องอดมื้อกินมื้อเพราะแม่ติดการพนัน ปั้นอดโมโหแทนไม่ได้เพราะข่าวคราวที่ชาวบ้านร่ำลือเกี่ยวกับอดีตลูกสะใภ้น่าตกใจและทำให้เป็นห่วงหลานชายคนเดียวเหลือเกิน

“เขารู้กันทั้งซอยว่ามันได้ผัวใหม่แล้ว ก็ไอ้พวกที่เล่นด้วยกันนั่นแหละ มันคงคิดว่าจะได้อย่างใจคราวนี้ เห็นว่าทองหยองก็ต้องถอดตีราคากันกลางวง อีกหน่อยมันคงหมดตัว เชื่อแม่สิ”

สันต์ถอนใจเหนื่อยหน่าย “ทำไมมันถึงโง่อย่างนี้ไม่มีใครเตือนเขาบ้างหรือไงครับแม่”

“จะเอาอะไรกับอีแล มันก็เล่น...แค่ทุนน้อยหมดตัวก็กลับบ้าน”

“คนเราไม่มีการศึกษาก็รู้ไม่เท่าทันชีวิตแบบนี้แหละ คนอย่างลำยองมันเห็นชีวิตเป็นเรื่องเล่นๆ” สินพูดปลงๆ

“ตัวคนเดียวก็ช่างมันเถอะครับ จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็ตามใจ แต่นี่ลูกผมทั้งคน...ทำไมมันไม่มีความคิด”

“แต่มันก็มีปัญญาจ้างคนใช้นะ วันก่อนยังโผล่มาซื้อของที่นี่ แม่เลยพอรู้ข่าวไอ้วันบ้าง”

สันต์จะถามเรื่องลูกแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเทวียกจานขนมเข้ามา ท่าทางเครียดของคนรักทำให้เธอเดาได้ว่าเขากำลังกลุ้มเรื่องวันเฉลิม สันต์ขอโทษเป็นการใหญ่ที่ต้องให้เธอมารับรู้เรื่องแย่ๆแบบนี้

“ไม่เห็นต้องขอโทษเลยค่ะ เรื่องของคุณ ความทุกข์ใจของคุณเป็นเรื่องของฉันเหมือนกัน”

สันต์ซึ้งใจมากและมั่นใจว่าเลือกคู่ชีวิตไม่ผิดแน่ครั้งนี้ เขาพาเธอไปหาวันเฉลิมที่วัดพร้อมถุงข้าวของมากมาย ทั้งจากปั้นกับสินและของเขากับเธอช่วยกันซื้อมาฝาก วันเฉลิมเห็นพ่อก็น้ำตาร่วงเผาะ สันต์ใจหายวาบ ดึงลูกมากอดแนบอกและอดใจเสียไม่ได้เมื่อคิดว่าได้ปล่อยลูกชายให้เผชิญเรื่องเลวร้ายตามลำพัง หลวงลุงปิ่นสงสารและเวทนาชะตากรรมของวันเฉลิมไม่ต่างกันและบอกให้มาหาที่วัดได้ทุกเวลาที่ต้องการ

สันต์สงสารลูกมากเลยตั้งใจพูดเปลี่ยนบรรยากาศถามว่าจะเปลี่ยนโรงเรียนหรือไม่ปีหน้า วันเฉลิมก้มหน้างุด กลั้นน้ำตาสุดฤทธิ์ด้วยความสะเทือนใจและบอกแต่ว่าไม่รู้ หลวงลุงเห็นท่าเด็กชายแล้วได้แต่บ่นเซ็งๆ

“เอ็งต้องหัดกล้าพูดกับแม่เขานะไอ้วัน อยากได้อะไรต้องบอก ไม่ใช่ให้เขากำหนดชีวิตเอ็ง”

“ลำบากยังไง วันอย่าทิ้งการเรียนนะลูก ถึงแม่เขาจะส่งเสียไม่ไหว วันต้องมาบอกนะ พ่อจะส่งเสียวันเอง”

วันเฉลิมยกมือปาดน้ำตาและพยักหน้ารับปาก สันต์ลูบหัวลูกชายด้วยความรักและถือโอกาสพาไปส่งบ้าน ละม่อมมารับถุงอาหารมากมายและอุทานด้วยความดีใจที่เด็กชายจะไม่ต้องทนกินผักต้มจิ้มน้ำปลาแล้ว

“อะไรนะ นี่อดอยากขนาดนี้เลยหรือ แล้ววันทำไมไม่บอกพ่อ ไปหาปู่กับย่าก็ได้”

วันเฉลิมก้มหน้านิ่ง ละม่อมเลยบอกว่าลำยองสั่งไว้ไม่ให้ไป ถ้าไม่อยากถูกตีเหมือนคราวก่อน สันต์กำมือแน่นด้วยความโกรธจัด เทวีต้องปลอบให้ใจเย็นเพราะสงสารวันเฉลิม นายทหารเรือข่มอารมณ์พลุ่งพล่านและควักเงินส่งให้ลูกเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น ลำยองโผล่มาพอดี เห็นหน้าผัวเก่าเลยแหวเสียงเข้มที่มาหยามถึงบ้าน สันต์ไม่ยี่หระแม้แต่น้อย แถมตอกกลับให้ช้ำใจเล่นเรื่องสภาพการเงินของลำยองว่าคงไม่พร้อมเลี้ยงลูก

“ลูกน่ะ...เลี้ยงไม่ไหวก็บอก จะเอาไปเลี้ยงเองเคยมอง นัยน์ตาลูกบ้างไหม เคยเห็นความทุกข์ของลูกหรือเปล่า”

“ไอ้วัน...มึงสาระแนไปฟ้องอะไร ฟ้องว่าต้องเดินไปโรงเรียน ต้องอดๆอยากๆงั้นเหรอ เดี๋ยวกูตีตายเลย”

วันเฉลิมใกล้จะร้องไห้เต็มแก่ ละม่อมรีบลากเข้าบ้าน ทิ้งสันต์ให้ต่อว่าเมียเก่าอย่างเดือดดาล ลำยองไม่สำนึกแถมเหลือบตาไปทางเทวีแล้วพูดเสียงเยาะหยัน “อ้อ...เนี่ยเหรอเมียใหม่ หน้าก็จืดยังคิดจะเอามาเย้ยกู”

เทวีใจเต้นเพราะไม่เคยเห็นใครกักขฬะเช่นนี้ ส่วนสันต์หัวเสียมากที่คนรักถูกค่อนแคะเสียๆหายๆ

“อย่าลามปามคนอื่น ส่องกระจกดูแลตัวเองให้ดี เหมือนผีบ้าขึ้นทุกวัน ติดทั้งเหล้าและบ่อน ไม่อายลูกหรือไง”

“มันลูกกู กูจะเลี้ยงมันยังไงก็เรื่องของกู”

สันต์โกรธจนลมออกหู ตะโกนเรียกวันเฉลิมเสียงเข้ม “วัน...ไปกับพ่อเดี๋ยวนี้เลย อย่าอยู่มันเลยบ้านนี้”

ลำยองไม่ยี่หระ “ไอ้วันมันลูกกตัญญูโว้ย มันรักแม่ มันไม่มีวันไปอยู่กับพ่อเฮงซวยที่ตบตีแม่มันหรอกโว้ย”

วันเฉลิมได้ยินเสียงพ่อแม่ทะเลาะกันแล้วก้มหน้าร้องไห้คนเดียวในห้อง แต่เสียงลำยองยังก้องเข้ามา

“ออกมาไอ้วัน ไปอยู่กับพ่อมึงซะ เขามีเมียใหม่ด้วย มึงมากราบตีนสิ เขาจะได้เมตตามึง ไอ้หมาหัวเน่า!”

สันต์เสียใจมากเพราะเรียกเท่าไหร่วันเฉลิมก็ไม่ออกมา นายทหารเรือจึงถอยกลับบ้านเซ็งๆ ส่วนลำยองดื่มเหล้าจนเมามายเหมือนเคย เรื่องบ้าบอทำให้สาวขี้เมาเสียสติและเมาหลับคาพื้นกลางบ้าน วันเฉลิมตื่นมาดูแม่กลางดึกและพยายามพยุงแม่ไปนอนด้วยความทุลักทุเล ลำยองเห็นหน้าลูกรางๆเลยตัดสินใจถามถึงเรื่องเมื่อเย็น

“พ่อมึงอุตส่าห์มารับ ทำไมมึงไม่ไปอยู่กับพ่อมึงวะ”

“ถ้าวันไปแล้วใครจะอยู่ดูแลแม่ล่ะครับ”

ฝ่ายสันต์กลับไปบ่นกับพ่อแม่ด้วยความสะเทือนใจที่ลูกชายไม่มาอยู่ด้วย เจ็บใจเหลือเกินที่ต้องทิ้งให้ลูกตกระกำลำบากตามลำพังกับแม่ซึ่งติดเหล้าและการพนันจนลูกต้องอดๆอยากๆ

“มันเป็นแม่ประสาอะไร ใจคอมันทำด้วยอะไร มันถึงดึงลูกไปลงนรกกับมัน”

เทวีสงสารและปลอบให้เขาตั้งสติ “เขาเป็นคนมีทิฐิมากค่ะสันต์ สักวันเขาจะเรียนรู้เอง” สันต์เป็นห่วงลูก “เราก็ไม่ได้ทอดทิ้งแกนี่คะ เพียงแต่วันนี้ทำได้ดีที่สุดเท่านี้เอง วันข้างหน้าต้องดีกว่านี้แน่ค่ะ อย่าเพิ่งสิ้นหวังเลย”

สันต์ยิ้มทั้งน้ำตา กระชับมือเทวีแน่น เชื่อมั่นว่าไม่ว่ามีเรื่องร้ายใดๆในวันหน้า เธอคนนี้ต้องเคียงข้างเขาแน่นอน

ooooooo

วันเฉลิมช่วยละม่อมยกลังซึ่งเต็มไปด้วยขวดเหล้าของแม่ไปขาย คนซื้อของเก่านับจำนวนขวดด้วยความพอใจและยื่นเงินให้เด็กชายยิ้มๆ วันเฉลิมยกให้ละม่อมไว้ซื้อกับข้าวแต่สาวใช้ปฏิเสธ เด็กชายเลยจะเอาไปให้แม่ อยากอวดใจแทบขาดว่าเขาหาเงินจุนเจือครอบครัวได้บ้างแล้ว

แต่ลำยองซึ่งถูกปลุกแต่เช้าแถมยังไม่หายมึนดีกลับหัวเสียสุดๆเมื่อได้ยินว่าลูกชายหาเงินมาจากไหน

“ขวดเหล้าของแม่ไงครับ ลุงเขาให้ตั้งยี่สิบห้าบาท อาทิตย์หน้าเขาจะมาซื้ออีกครับ”

วันเฉลิมยื่นเงินให้แม่ยิ้มๆ แต่ลำยองกลับปัดมันกระเด็นไปอีกทางด้วยความโมโห

“กูตื่นมามึงก็เอาเรื่องเฮงซวยมาให้เลยนะไอ้วัน กูจะตีมึงให้มือหักเลย”

ลำยองเดินไปหยิบไม้เรียว วันเฉลิมถอยฉากตกใจกลัวเพราะไม่เข้าใจอารมณ์แม่

“ทุกวันนี้ชาวบ้านเขาก็นินทากูสนุกปากกันทั้งซอยแล้ว มึงยังทำให้กูต้องขายขี้หน้าอีก...ว่าหมดปัญญาทำเงินถึงต้องขายขวดกิน ไอ้ลูกเฮงซวย ไอ้ลูกเวร ไอ้ลูกอกตัญญู!”

ลำยองฟาดวันเฉลิมไม่ยั้ง วันเฉลิมน้ำตาไหลแต่ไม่โวยสักคำ ได้แต่กระโดดหนีไม้เรียวแม่ไปรอบห้อง

สายวันเดียวกัน...ลำยองไปหาแม่ที่บ้านและบ่นเรื่องวันเฉลิมทำงามหน้าแต่เช้าด้วยการเอาขวดไปขาย

“ก็ดีแล้วนี่ ตัวแค่นี้มันยังรู้จักทำมาหากิน ไอ้ปานไอ้แป้งซะอีกโตเป็นควายแล้ว มันเคยเอามาให้สักบาทไหม”

“แต่ฉันอายชาวบ้าน แม่เข้าใจไหม คุณลำยองอยู่บ้านหลังใหญ่แต่ต้องขายขวดกิน คนมันจะนินทาฉันแค่ไหน”

แลกับลำยงถอนใจเหนื่อยหน่าย เช่นเดียวกับปอ “อ้อ...ตอนกูเข็นฝรั่งดองขายมึงคงอายเขาเหมือนกัน”

ลำยองแก้ตัวแกนๆว่าไม่เหมือนกันแต่ไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะลำยงซึ่งรู้จักสันดานพี่สาวดีกว่าใคร

“ฉันถามจริงๆเถอะ ที่ชาวบ้านเขานินทาว่าพี่เป็นอีขี้เมา แถมเข้าบ่อนทุกวันไม่ทำมาหากินพี่ไม่อายเขาเหรอ”

“นั่นมันความสุขของกู กูเข้าบ่อนกินเหล้าก็เงินกู ไม่ได้ไปเล่นไปกินบนหัวใครละกัน”

“พี่ไม่อาย แล้วพี่ไม่คิดบ้างเหรอว่าไอ้วันมันอาย”

“มันต่างหากทำให้กูอาย มันไปแบมือขอเงินอีปั้นอย่างกับขอทาน กูเสียหน้าแค่ไหนมึงคิดดู”

“พี่ลดทิฐิลงบ้างเถอะ สงสารไอ้วันมัน ยอมรับความจริงเถอะว่าพี่เลี้ยงไม่ไหว คืนให้พี่สันต์เขาเถอะ”

“กูไม่ให้ซะอย่างมีอะไรไหม พวกมันถีบหัวกูออกมาแล้วมึงจะไม่ให้กูเอาคืนได้ยังไง”

ขณะที่ลำยองด่าวันเฉลิมไม่รู้จบเด็กชายไปปรับ ทุกข์กับหลวงลุงปิ่นที่วัด เสียใจไม่น้อยที่แม่ไม่เห็นความดี หลวงลุงเวทนาเลยเทศนาโทษของเหล้าและการพนันให้ฟัง ส่วนเงินที่ได้มาก็บอกให้เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินเผื่อหิวหรือเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไรจะได้มีใช้ แต่หลวงลุงกลับต้องส่ายหน้าเซ็งๆเมื่อวันเฉลิมบอกว่าแม่เอาไปหมดแล้ว

“อย่างนี้ก็มีด้วย สุดท้ายเงินก็หมดกับเหล้าและบ่อน แม่เอ็งนี่อาการหนักเกินเยียวยาแล้วมั้ง”

“เมื่อก่อนวันยังเห็นแม่หัวเราะบ้าง แต่เดี๋ยวนี้วันไม่เห็นเลย”

“ทั้งเหล้าและการพนันมันเหมือนผีร้าย ถ้าได้เข้าสิงใครแล้วไม่ยอมออกไปง่ายๆหรอก ยิ่งใจอ่อนกับมัน มันยิ่งได้ใจ มันจะครอบงำคนคนนั้นจนไม่เหลือความเป็นคนเชียวล่ะ”

“งั้นที่แม่เป็นอย่างนี้ก็ไม่ใช่ตัวจริงๆของแม่ใช่ไหมครับหลวงลุง”

วันเฉลิมถามด้วยความหวังว่าแม่จะกลับตัวได้ หลวงลุงได้แต่ปลง...ไอ้วันเอ๊ย เวรกรรมของเอ็งจริงๆมีแม่แบบนี้!

ooooooo

แม้จะโกรธจัดที่วันเฉลิมเอาขวดเหล้าไปขาย แต่ลำยองกลับคิดได้ว่าถึงเวลาหาเงินค่าเทอมและค่ารถโรงเรียนมาให้ลูกบ้างแล้ว ซึ่งวิธีง่ายๆและเธอถนัดที่สุดได้แก่การเข้าบ่อน และโชคก็เข้าข้างเพราะลำยองมือขึ้นจนได้เงินเป็นกอบเป็นกรรม เมืองเทพพลอยตื่นเต้นไปด้วย ยิ่งได้รู้ว่าเธอตั้งใจหาเงินเป็นค่าเทอมของวันเฉลิมเลยยิ่งปลื้ม

“ไอ้ลูกชายลำยองคนนี้มันตัวเฮงนะเนี่ย”

“ลำยองกะว่าจะเล่นเป็นวันสุดท้ายแล้วพี่เทพ เสียดายทอง...ถอดไปขายตั้งหลายเส้นแล้ว ขอคืนมาสักเส้นสองเส้นก็ยังดี ไม่มีทองใส่ลำยองไม่ค่อยมั่นใจยังไงไม่รู้”

“พี่ซื้อให้น้องลำยองใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ ไอ้ทองพวกนี้มันเป็นสมบัติผลัดกันชม”

เมืองเทพพูดยิ้มๆพลางแบมือขอเงินไปต่อทุน ลำยองพูดไม่ออกและจำใจให้เขาไปอย่างเสียไม่ได้

ฟากบ้านแลกำลังซักไซ้ลำดวนซึ่งเพิ่งได้งานใหม่และต้องกลับดึกๆดื่นๆทุกคืน  แต่ได้เงินเดือนแค่สามร้อย ลำดวนบอกว่าเป็นงานร้านอาหารง่ายๆแต่ต้องอยู่ดึกและนั่งคุยเป็นเพื่อนแขก

“สามร้อยน่ะเขาให้เป็นค่าเข้างานเฉยๆ ทุกคนเขาหวังค่าทิปทั้งนั้นแหละแม่ บางคนได้คืนละเป็นพันก็มีนะ”

ปอกับแลตาโตเมื่อได้ยินจำนวนเงิน ต่างจากลำยง ที่คิดว่าน้องน่าจะหางานทำช่วงกลางวันแทน

“งานสบายเงินดีอย่างนี้มันไม่มีแล้วพี่ลำยง” ลำยงติงว่าเป็นงานอันตรายแต่ลำดวนไม่เชื่อ “ถ้าดวงจะซวย กลางวันหรือกลางคืนก็ซวยทั้งนั้นแหละ นี่มันงานในฝันของฉันเลยนะ ได้แต่งตัวแต่งหน้าสวยๆ ทำผมทุกวัน ฉันได้เจอคนดีๆตั้งเยอะแยะ ใครจะไปรู้...โชคอาจเข้าข้างฉันสักวันก็ได้ ฉันไม่มีวันเลิกงานนี้หรอก”

ด้านวันเฉลิม...กลับจากวัดและเจอปานซึ่งทำท่าทางลับๆล่อๆเหมือนรออะไรบางอย่าง เด็กชายถามไถ่ตามประสาหลานที่ดีแต่กลับถูกใช้ให้เก็บห่อของเล็กๆใส่กระเป๋าเพื่อแลกกับเงินค่าขนมนิดหน่อย วันเฉลิมไม่คิดมากและอยากได้เงินไปช่วยแม่เลยรับมาถืออย่างยินดี

วันเฉลิมเดินไปเรื่อยๆผ่านตรอกเปลี่ยวในซอยและสวนกับกองกำลังตำรวจที่วิ่งไล่จับกลุ่มเด็กวัยรุ่นข้อหาลักลอบจำหน่ายยาเสพติด เด็กชายไม่รู้เรื่องและเดินผ่านง่ายๆ แต่สุดท้ายก็ต้องอึ้งเมื่อสันต์มาเจอและเปิดห่อออก พบว่าเป็นสารเสพติดผิดกฎหมาย นายทหารเรือจูงมือลูกชายไปเอาเรื่องปานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของลำยงทันที แต่น้าชายของวันเฉลิมกลับไม่สนและเถียงข้างๆคูๆว่าแค่อยากช่วยเหลือวันเฉลิม

“ฉันแค่จะแบ่งเงินค่าขนมให้ไอ้วันมัน ไม่ดีหรือไงพี่สันต์”

“อย่าพูดเอาแต่ดีเข้าตัว รู้ไหมว่าไอ้ที่ทำมันผิด”

ปอกับแลงงว่าเรื่องอะไร สันต์ต้องบอกเสียงเครียดว่าปานหลอกให้วันเฉลิมส่งยาเพื่อตบตาตำรวจ สองตายายอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อ ส่วนลำยงมองหน้าน้องชายอย่างเหลืออด

“ไอ้ปาน...เดี๋ยวนี้ริอ่านทำเรื่องชั่วๆแล้วนะเอ็ง ไม่อยากอยู่บ้านแต่อยู่ตะรางใช่ไหม”

“ฉันแค่เป็นคนส่งของไม่ใช่คนขายเองสักหน่อย ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้”

ปอตบกะโหลกลูกชายเสียงดังฐานไม่สำนึก ส่วนลำยงอดไม่ได้ต้องสั่งสอนน้องให้รู้ดีรู้ชั่วบ้าง

“เอ็งพูดได้ไงว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยิ่งเอาไอ้วันไปเกี่ยวข้องด้วยนี่มีสมองบ้างไหม” ปานเถียงว่าอยากช่วยทำมาหากิน เลยถูกลำยงสวนทันควัน “เอ็งไม่ต้องมาแถ มีสมองต้องแยกแยะได้สิว่าอะไรถูกอะไรควร”

ปานยังยียวน ปอจะตบกะโหลกอีกทีแต่แลรีบขวางด้วยความหวงลูกชาย สองผัวเมียจึงเถียงกันลั่นบ้าน สันต์ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา มองหน้าวันเฉลิมด้วยความเป็นห่วงที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมเลวๆอย่างนี้

สันต์หน่ายจะฟังคนในครอบครัวแลเถียงกันแต่จับมือใครมาลงโทษไม่ได้เลยจูงวันเฉลิมไปส่งบ้าน และถือโอกาสสอนไม่ให้เชื่อใจใครง่ายๆเพราะอาจถูกหลอกใช้ให้เดือดร้อนเหมือนวันนี้ วันเฉลิมพาซื่อบอกว่าแค่อยากช่วยแม่เท่านั้นเพราะปานก็มีค่าขนมแบ่งให้ด้วย ไม่ได้ให้ทำเฉยๆเหมือนงานเสริมอื่น

“อย่าเห็นแก่เงินเล็กน้อยจนลืมคิดสิลูก ของในห่อนั่นเป็นของไม่ดี มันเป็นของผิดกฎหมาย” วันเฉลิมแก้ตัวจ๋อยๆว่าอยากช่วยแม่หาเงินบ้าง สันต์ถอนใจเบาๆด้วยความสงสารลูกแล้วควักเงินมาให้จำนวนหนึ่ง “เงินนี่ค่ารถโรงเรียนกับค่าเทอม บอกแม่เขาให้สละเวลาไปจ่ายให้ทางโรงเรียนซะ”

ooooooo

ลำยองยังวนเวียนในบ่อนจนเย็นจัด กำเงินในมือแน่นเพราะนับแล้วว่าเพียงพอจะจ่ายค่าเทอมกับค่ารถโรงเรียนให้วันเฉลิม เมืองเทพเสียหมดตัวเลยชวนเธอไปแก้มืออีกบ่อนเผื่อจะมีโชค แต่ลำยองไม่อยากไปเพราะกลัวหมดตัว

“ลำยองอยากกลับบ้านมากกว่า จะเอาเงินไปให้ไอ้วันมันก่อน”

เมืองเทพติงว่าเสียเวลา ลำยองเลยตัดสินใจพูดตรงๆว่าอยากเลิกเล่น

“ใจเสาะจังน้องลำยอง ตามใจนะ แต่เลิกแล้วเราคงไม่เจอกันอีก คิดถึงก็มาหาพี่บ้างแล้วกัน”

ถ้อยคำตัดเยื่อใยของเมืองเทพทำให้ลำยองลังเล ยิ่งเขามาหอมแก้มแล้วลุกจากไปดื้อๆยิ่งทำให้เธอใจหาย สาวขี้เมานิ่งไปอึดใจและก้มมองเงินในมือ ต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนักแล้วก็พ่ายแพ้ตามเขาไปบ่อนอื่นเหมือนเคย

ฝ่ายสินเอาเรื่องปานหลอกล่อให้วันเฉลิมส่งยามาฟ้องหลวงลุงและปรับทุกข์ด้วยความกลุ้มใจ  เพราะเป็นห่วงหลานที่ต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมล่อแหลมอย่างนั้น หลวงลุงถอนใจหนักหน่วงแล้วเปรยเสียงอ่อน

“ต้องโทษคนเป็นพ่อเป็นแม่นั่นแหละที่ไม่รู้จักอบรมสั่งสอนลูก”

“ก็ไอ้คนเป็นพ่อเป็นแม่มันเป็นซะเองแล้วจะยังไงล่ะหลวงพี่ จะให้โทษเวรกรรมหรือ”

“สังคมทุกวันนี้มันซับซ้อนขึ้นทุกทีโยมสิน คนเรามุ่งแต่อยากได้อยากมีจนไม่สนเรื่องผิดชอบชั่วดีแล้ว ทางดีที่สุดคงต้องสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองละมัง สังคมแย่ๆนี่คงต้องอาศัยจิตใจแข็งแกร่งเพื่อต่อสู้ละมังถึงจะรอดได้”

เวลาเดียวกันที่บ้านลำยอง...วันเฉลิมกลับไปรอแม่และตั้งใจหัดทำกับข้าวง่ายๆเผื่อฉุกเฉินต้องทำ ละม่อมช่วยสอนให้ด้วยความเต็มใจเพราะรู้ตัวดีว่าคงทนอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นาน วันเฉลิมน่าจะหัดช่วยตัวเองบ้าง

ภาพอาหารง่ายๆฝีมือตัวเองไม่ทำให้วันเฉลิมอยากชิม เด็กชายนั่งรอแม่ที่โต๊ะเป็นชั่วโมงจนค่ำมืดแต่ไม่เห็นวี่แววว่าแม่จะกลับ ละม่อมมองมาด้วยความสงสารแต่ไม่อยากให้เด็กชายทรมานความหิวของตัวเอง

“อยากอวดแม่เขาหรือ พี่ว่าเขาคงกลับดึก เอาอย่างนี้ไหม...แบ่งไว้ครึ่งหนึ่ง ยังไงก็อวดเขาได้อยู่หรอก”

“วันเอานิดเดียวพอ เหลือให้แม่เยอะๆ แม่กลับมาคงหิวนะพี่ม่อม แม่เขาทำงานหนัก”

ละม่อมสะท้อนใจ อยากบอกความจริงใจแทบขาดแต่ไม่อยากทำร้ายจิตใจเด็กชายมากไปกว่านี้ วันเฉลิมก้มหน้าก้มตาทานข้าวและดูโทรภาพรอแม่จนผล็อยหลับ แต่ไม่วายฝากละม่อมบอกแม่ว่ากับข้าววันนี้เป็นฝีมือตน ละม่อมสะเทือนใจมากและรับปากอย่างดี ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเด็กดีๆอย่างวันเฉลิมต้องทนอยู่กับแม่เฮงซวยอย่างลำยอง

ฟากลำยองตามเมืองเทพไปเล่นตามบ่อนนอกเมืองจนดึกดื่นแต่หนุ่มใหญ่เศรษฐีที่ดินกลับแก้มือไม่ได้เลย ลำยองไปบอกว่าจะกลับบ้านแต่กลับถูกเขาไถเงินไปต่อทุน ลำยองบอกว่าไม่มีแต่เมืองเทพไม่เชื่อและกระชากกระเป๋าถือเธอมาค้น คว้าได้เงินค่าเทอมกับค่ารถของวันเฉลิมที่เธอเม้มไว้มุมหนึ่ง ลำยองหน้าเสียรีบห้ามเสียงหลง

“พี่อย่าเอาไปเลย ลำยองจะเอาไว้จ่ายค่าเทอมไอ้วันมัน”

“น้องลำยองไม่รักพี่ ไม่เชื่อมือพี่แล้วหรือ”

“เอาไว้วันหลังค่อยกลับมาดีกว่าพี่”

“ทีของกูมึงเอาไปตั้งเท่าไหร่ กูยังไม่ได้ทวงสักคำ”

ลำยองจ๋อยที่ถูกผัวคนล่าสุดเกรี้ยวกราดใส่ เมืองเทพไม่สนใจและคว้าเงินไปแก้มือหน้าตาเฉย!

ooooooo

ลำยองไม่ได้กลับบ้านคืนนั้นแถมเงินก็ละลายไปกับวงไฮโลของเมืองเทพ เมื่อวันเฉลิมตื่นไปโรงเรียนและทราบจากละม่อมว่าแม่ไม่ได้กลับมาชิมอาหารฝีมือเขาเลยเดินคอตกไปโรงเรียน วิมลสงสารและเสนอความช่วยเหลือหากว่าเด็กชายต้องการ วันเฉลิมตื้นตันใจมากแต่ไม่คิดรบกวนเพราะทุกวันนี้ก็เป็นหนี้บุญคุณชาวบ้านไปทั่วแล้ว

ฝ่ายลำยองไปหาแม่สายวันเดียวกัน แลกับปอถึงกับส่ายหน้าเอือมๆที่ลูกติดการพนันจนไม่เป็นอันทำอะไร

“อีกหน่อยข้าว่าเอ็งคงไม่พ้นนอนข้างถนนหรอกว่ะ ขืนเล่นไม่เลิกแบบนี้” ปอทำนาย

“เอ็งไม่สงสารไอ้วันมันบ้างหรือไงวะ ปล่อยให้มันอยู่บ้านคนเดียว” แลถามด้วยความสงสารหลาน

“คนเดียวที่ไหนแม่ คนใช้ก็อยู่ ที่ฉันอดตาหลับขับตานอนเนี่ยก็ไปหาเงินมาส่งเสียมันเรียนนะ” ลำยองโต้

“พี่ก็เอาสีข้างเข้าถูแบบนี้ทุกที เลิกเถอะไอ้การพนันเนี่ย ขืนพี่ถลำลึกกว่านี้ พี่จะไม่มีแม้แต่บ้านให้อยู่”

ลำยงเตือนด้วยความหวังดีจริงๆ  แต่ลำยองกลับมองว่าเป็นการเยาะเย้ยถากถางและลุกพรวดออกจากบ้านไป แลมองตามด้วยความอ่อนใจเพราะคิดว่าลูกสาวคงอาการหนักเกินเยียวยาแล้ว

คนอาการหนักไม่ต่างจากลำยองคือลำดวน เมื่อสาวกลางคืนเห็นชดพี่เขยหาเงินมาให้ลำยงก็อดแขวะด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ว่ากลัวเมียหงอ ชดไม่ถือสาแต่ลำยงไม่ยอมและโต้กลับเรื่องงานกลางคืนของน้องสาวที่คิดว่าความสวยเป็นต้นทุนของทุกสิ่งจนลืมไปว่าเนื้อแท้หรือคุณค่าของจิตใจที่คนเราต้องการจริงๆคืออะไร

“เกิดเป็นผู้หญิงสวยๆก็ได้เปรียบแบบนี้แหละ ไม่ต้องแคะขนมหรือลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวไปจนตาย” ลำยงไม่ยี่หระแถมสวนว่าขอบคุณที่เตือนสติแต่ลำดวนก็ไม่ฉุกคิด “แต่ฉันคงไม่โง่อย่างพี่ลำยองหรอก ผัวแรกถ้าเขาดีจริงฉันจะจับให้อยู่หมัด ไม่ปล่อยให้หลุดรอดไปหรอก”

“เอ็งจะทำอะไรก็เรื่องของเอ็ง แต่อย่าลืมว่าเกิดมาสวยหรือขี้เหร่ มันก็ต้องรู้จักคำว่าศักดิ์ศรีตัวเองโว้ย”

จบคำก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ส่วนลำดวนได้แต่เบ้หน้าไม่เห็นด้วยเพราะไม่เข้าใจว่าศักดิ์ศรีคืออะไร!

ด้านลำยอง...กลับบ้านไปแก้ปัญหาเรื่องเงินด้วยการขายจักรเย็บผ้าและข้าวของในบ้านแลกกับเงินค่าเทอมของวันเฉลิมและเงินเดือนของละม่อม สาวใช้ส่ายหน้าอ่อนใจเมื่อเห็นว่าเงินเดือนยังขาดอีกร้อยบาทแต่ไม่หวังจะได้ หากเจ้านายรักจะเข้าบ่อนทุกวันแบบนี้ ส่วนวันเฉลิมกลับมาบอกว่าจ่ายค่าเทอมกับค่ารถเรียบร้อยแล้วด้วยเงินที่สันต์ทิ้งไว้ให้ ลำยองถึงกับเลือดขึ้นหน้าเพราะต้องเสียข้าวของหลายอย่างแลกกับเงินจำนวนดังกล่าว

“แล้วทำไมมึงไม่บอก กูต้องขายสมบัติก็เพราะมึง นี่คงบีบน้ำตาให้พ่อมึงสงสาร หาว่ากูไม่มีปัญญาส่งมึงล่ะสิ”

วันเฉลิมแก้ตัวเสียงอ่อยว่าจะบอกแม่หลายครั้งแล้วแต่เธอไม่เคยว่างหรืออยู่ติดบ้านเลย ลำยองอึ้งไปอึดใจและไล่ตะเพิดลูกชายกับสาวใช้ไปให้พ้นหน้าเพราะโมโหไม่หายที่ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ส่วนวันเฉลิมซึมมากเมื่อรู้เรื่องแม่ขายสมบัติในบ้าน ละม่อมบอกให้ทำใจเพราะคงมีแบบนี้เรื่อยๆ สุดท้ายสาวใช้กับเด็กชายก็ช่วยกันทำงานบ้านแก้เครียด ละม่อมอดไม่ได้ถามตรงๆว่าทำไมไม่ไปอยู่กับปั้นและสิน วันเฉลิมตอบกลับด้วยคำพูดที่ละม่อมไม่อยากเชื่อ

“วันไม่อยากเห็นเวลาแม่ทะเลาะกับใคร แม่พูดหยาบๆคายๆ วันกลัวแม่บาป”

ฝ่ายลำยองไปบ่นที่บ้านเรื่องวันเฉลิม แลกับลำยงเสียดายจักรแทนเลยเสนอให้คืนวันเฉลิมให้สันต์เพราะลำยองคงเลี้ยงไม่ไหวหากต้องขายสมบัติส่งเสียลูกเรียนแบบนี้ แต่ลำยองไม่ยอมเพราะไม่อยากถูกเยาะเย้ย ลำยงรับฟังด้วยความเหนื่อยหน่าย ยิ่งเมื่อพี่สาวเอ่ยปากขอยืมเงินเลยนึกรู้ว่าทองกับเงินที่กวงเคยให้ไว้คงหมดไปกับบ่อนแล้ว ทุกคนช่วยกันพูดให้ลำยองเลิกเล่นพนันและหันมาทำงานเล็กๆน้อยๆเพื่อเก็บเงิน แต่ลำยองปฏิเสธเพราะกลัวลำบาก

แต่คำพูดเตือนสติของคนในครอบครัวทำให้ลำยองคิดทำอะไรบางอย่าง เธอมุ่งหน้าไปทวงเงินที่เมืองเทพยืมไปต่อทุนเมื่อหลายวันก่อนแต่กลับถูกตอกกลับมาอย่างไม่ไยดี แต่ลำยองไม่หมดธุระกับเขาแค่นั้น เธอขอเขาแต่งงานดื้อๆเพราะคิดว่าตัวเองกำลังตั้งท้องอ่อนๆกับเขา แต่หนุ่มใหญ่กลับมองว่าเป็นเรื่องน่าขบขันที่สุด

เมื่อกลับบ้านก็เจอแลนั่งคอยทานข้าวพร้อมกับวันเฉลิม ลำยองเลยตัดสินใจบอกแม่เรื่องตั้งท้องลูกคนที่สามกับเมืองเทพ แลลมแทบจับแต่ไม่วายบอกให้ลูกสาวแต่งงานและจดทะเบียนเป็นเรื่องเป็นราว อย่าให้มันวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา ลำยองหน้าเสียแล้วบอกว่าเขาไม่ยอมจดด้วย เธอจะบังคับเขาได้ยังไง!

ooooooo

ตอนที่ 6

ลำยองนอนกอดเงินและฝันหวานถึงข้าวของมากมายที่อยากได้ เมื่อตื่นมาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวสวยไปข้างนอก วันเฉลิมพยายามถามว่าจะไปไหนเลยถูกเหวี่ยงว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง

วันเฉลิม ยืนมองแม่ถือกระเป๋าออกจากบ้านแล้วจึงไปหาชมกับชื่นในครัว สองสาวใช้ร่ำลาเด็กชาย สั่งเสียให้ดูแลตัวเองและช่วยทำงานบ้านตามที่เคยสอน วันเฉลิมมองตามทั้งสองด้วยแววตาอาวรณ์ สะเทือนใจไม่น้อยที่คนรอบตัวค่อยๆหายไปทีละคนสองคน

ลำยองเดินนวยนาดเข้า ร้านทองช่วงสายวันเดียวกัน แสงทองอร่ามทำให้สาวขี้เมาตาพร่าแต่ยังอุตส่าห์นั่งไขว่ห้างทำท่าเลือกดู ชิ้นโน้นชิ้นนี้ราวกับเป็นคุณนาย สุดท้ายก็ได้ออกจากร้านพร้อมเครื่องทองหยองเต็มตัวและตรงไปร้านเสริมสวย ช่างผมตาโตและแกล้งเหย้าว่าของจริงหรือเปล่า ลำยองถึงกับหัวเสียเพราะเพิ่งถอยมาหยกๆ

“อีนี่...เดี๋ยวเถอะมึง คนอย่างลำยองไม่ใส่ของเก๊หรอกโว้ย” ช่างเสริมสวยงงว่าลำยองไปรวยมาจากไหน “ผัวข้าซื้อให้...เอ็งไม่รู้หรือไงว่าเขาเป็นเจ้าของโรงงานกะละมังเคลือบที่ พี่น้องเอ็งไปเป็นลูกจ้างไง”

ช่างผมไม่เถียงด้วยเพราะกลัวเสียลูกค้า แต่ลำยองกลับลำพองใจเพราะคิดว่าตัวเองรวยจนราศีจับจริงๆ

ขณะ ที่ลำยองร่าเริงกับการใช้เงิน...วันเฉลิมทำงานบ้านงกๆ ทั้งซักผ้า ถูบ้านทำความสะอาดและเก็บข้าวของเกลื่อนกลาดให้เข้าที่เข้าทาง เมื่อเสร็จสิ้นจึงนั่งเล่นเครื่องบินที่พ่อซื้อให้คอยแม่กลับบ้านจนหมดสนุก แต่ก็ไร้วี่แววแม่จะกลับมา สุดท้ายเมื่อทนหิวไม่ไหวเลยไปหาหลวงลุงปิ่นที่วัด

สินซึ่งมาเฝ้าหลวงลุง เช่นกันมองหลานชายคนเดียวด้วยความสงสาร เวทนาชะตากรรมที่ต้องวิ่งไปทางโน้นทีทางนี้ทีเพื่อเอาชีวิตรอด หลวงลุงถามถึงอภิชาต วันเฉลิมเคี้ยวข้าวตุ้ยๆพลางบอกว่ากวงพาน้องไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน

“น้องไม่ค่อยสบาย ป๊าคงเอาน้องไปรักษา หายแล้วน้องคงกลับมา”

หลวงลุงกับสินสบตากันเครียดๆ แน่ใจว่าอภิชาตคงไม่กลับมาแล้ว แต่วันเฉลิมกลับไม่คิดอะไร

“ข้าวที่เหลือนั่น วันขอเอากลับบ้านได้ไหมครับ วันจะเอาไปฝากแม่”

เมื่อปั้นกับสินทราบเรื่องคนใช้บ้านลำยองลาออกและกวงพาอภิชาตไปเลี้ยงเองก็นินทากันอย่างสนุกปาก โดยเฉพาะปั้นสะใจมากที่ลำยองถูกทิ้ง

“สันดานอย่างมันไม่มีใครเขาทนอยู่ด้วยได้หรอก ขนาดคนใช้ยังเอือมระอา”

“แต่ไอ้วันยังคิดว่าพ่อใหม่จะเอาน้องกลับมาคืนนะแม่ปั้น”

“ถ้ามันคิดว่าตัวมันมีเสน่ห์จนผู้ชายเขาทิ้งมันไม่ลง มันก็น่าสมเพชนะตาสิน”

สินส่ายหน้าปลงๆเพราะรู้ดีว่าหลานชายรักและบูชาแม่มากแค่ไหน

“ฉัน น่ะไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยแม่ปั้น สงสารไอ้วันมัน เด็กมันจะรู้สึกยังไงที่เห็นแม่ตัวเองเป็นอย่างนี้” ปั้นนิ่งคิดตาม ส่วนสินถอนหายใจยาว “ถ้ามันได้คิดและปรับปรุงตัวเองใหม่ หัดทำมาหากินอย่างคนอื่นบ้างก็คงดี ฉันกลัวไอ้วันมันจะลำบากในวันข้างหน้า”

ปั้นรู้สึกไม่ต่างแต่กลับทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆและชะตากรรมของหลานให้สะเทือนใจไปกว่านี้

ลำยอง มาถึงบ้านช่วงหัวค่ำ โวยวายเรียกชมกับชื่นเพื่อขอข้าวกิน วันเฉลิมเป็นคนรับหน้าแทนและยกจานข้าวจากวัดมาวางตรงหน้าด้วยท่าทางนอบน้อม ภูมิใจลึกๆที่ได้ดูแลแม่ด้วยตัวเอง ลำยองตักข้าวเข้าปากด้วยความหิวโหยแล้วชะงักเล็กน้อยเพราะสงสัยว่าลูกชายไป เอาอาหารมาจากไหน

“วันขอหลวงลุงมาครับ กินข้าวก้นบาตรได้บุญเยอะครับแม่”

ลำยองไม่ละอายใจแม้แต่น้อยที่หาเลี้ยงลูกไม่ได้ “เออ...เอ็งนี่มันฉลาดดีนี่หว่า แบบนี้เราไม่อดตายแน่”

วันเฉลิมยิ้มรับและถามถึงน้องด้วยความคิดถึง ลำยองตอบด้วยความมั่นใจว่ากวงต้องพาน้องกลับมาเร็วๆนี้แน่

ooooooo

คำถาม ของวันเฉลิมเมื่อคืนก่อนทำให้ลำยองตัดสินใจไปหากวงถึงโรงงานเช้าวันถัดมา แต่สมัยผู้จัดการโรงงานบอกว่าเสี่ยหนุ่มไม่อยู่ ลำยองไม่เชื่อแถมเดินตามหาไปทั่วจนถึงห้องทำงานเก่าของกวง

“คุณกวงไม่มาทำงานที่นี่แล้ว เขาไปอยู่ประจำที่พระประแดงโน่น”

“ทำแบบนี้มันหนีหน้ากันนี่นา เอาลูกฉันไปแล้วทำเฉยได้ยังไง คอยดูจะฟ้องว่าขโมยลูก”

ลำยองโวยวายจนสมัยต้องให้คนงานผู้ชายมาลากตัวออกไป แต่สาวขี้เมาไม่ยอมแพ้แหวใส่หน้าสมัยว่ารวมหัวกับกวงขโมยลูกชายเธอไปหน้าด้านๆ

“ถึงฉันยกให้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกีดกันไม่ให้แม่กับลูกเจอหน้ากัน”

“ฉันไม่รู้เรื่องด้วยหรอกนะเรื่องนี้ ต้องไปคุยกับคุณกวงเขาเอง”

“โรงงานใหม่เขาอยู่ไหน ฉันจะไปตามเอง บ้านเขาด้วยนะ บอกมาว่าอยู่ที่ไหน”

“ไม่ บอกจะทำไม ไม่ใช่หน้าที่” ลำยองปรี๊ดแตกและอาละวาดว่าสมัยจงใจพรากผัวพรากเมียจนคนงานแตกกระเจิง “ฉันไม่ได้พราก ตกลงกันเองแล้วเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย บ้านผัวตัวเองยังไม่รู้จักแล้วจะโทษใคร กลับไปซะเถอะ”

ลำยองเหวี่ยงไปทั่วจนถูกโยนไปทิ้งหน้าโรงงาน สาวขี้เมาเลยยกฐานะเมียกวงมาขู่ สมัยไม่ยี่หระแถมตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า

“ก็ แค่เมียเก็บเอาไว้ทำลูกล่ะวะ” ลำยองกรีดร้องลั่นด้วยความแค้นใจแต่สมัยไม่สน “หุบปากเลยนะ...หนวกหู ถ้าลื้อไม่ออกไปดีๆ อั๊วจะให้ยามมาลากออกไป”

จบคำก็หมุนตัวเข้าโรงงาน ทิ้งให้ลำยองจ้ำอ้าวกลับบ้านด้วยความโกรธจนลมออกหู...กูต้องกลับมาใหม่แน่!

ความ จริงแล้วกวงไม่ได้ย้ายไปประจำที่อื่นอย่างที่สมัยบอกกับลำยอง แต่เขาเปลี่ยนห้องทำงานและยกห้องเก่าให้สมัยใช้แทน เสี่ยหนุ่มยืนมองลำยองเดินกระฟัดกระเฟียดจากไปด้วยความรู้สึกโล่งใจและปลงตก ส่วนสมัยเข้ามารายงานหลังจากนั้นไม่นาน เปรยว่าโชคดีเหลือเกินที่กวงเตรียมตัวรับมืออดีตเมียน้อยคนโปรดได้เป็นอย่าง ดี

“สำหรับผม...ให้เงินแล้วถือว่าจบกัน ผมรับผิดชอบลูกเอง ถ้านิสัยเขาดีกว่านี้ผมอาจเลี้ยงดูส่งเสียเขาต่อก็ได้ แต่นี่ไม่ไหว...ยิ่งเขาทำตัวต่ำเท่าไหร่ ผมยิ่งรู้สึกผิดกับลูกเมียผมมากขึ้นเท่านั้น” สมัยมั่นใจว่าลำยองจะกลับมาอีกเร็วๆนี้ กวงเห็นด้วย “เรื่องลูกน่ะเป็นแค่ข้ออ้าง ผู้หญิงคนนี้หิวเงินยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น เข็ดแล้วคุณสมัย...ผมเข็ดแล้วจริงๆ”

ลำยองหัวเสียเรื่องกวงมากเลยไปซื้อเหล้ามาดื่มย้อมใจ เมื่อแลทราบเรื่องเลยบ่นลูกสาวเสียงเข้มที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด ยกอภิชาตคืนให้เขาแล้วจะเอาอะไรมาต่อรองค่าเลี้ยงดูหลังจากนี้ ลำยองไม่รู้สึกผิดเลยแต่แปลกใจและหงุดหงิดมากกว่าว่าใครปากสว่างมาเล่าให้แม่ฟัง

แลส่ายหน้าเอือมๆ ยิ่งได้ยินลูกสาวบ่นเรื่องคนใช้ลาออกก็ยิ่งเซ็งหนักเพราะคงเดือดร้อนถึงเธอกับลูกคนอื่นๆแน่ที่ต้องไปทำงานบ้านงกๆแทน แต่ลำยองกลับขอแม่ให้ทำอย่างอื่น

“แม่แค่หาคนใช้ให้ใหม่ เอาไว้ซักผ้าถูบ้าน กับข้าวไม่ต้องทำ ฉันจะกินกับแม่ และฉันจะให้แม่เดือนละแปดร้อย” แลถามถึงวันเฉลิมกับคนใช้ว่าจะเอาอะไรกิน “สายๆกับเย็นๆแม่ก็ให้ไอ้ปานหิ้วปิ่นโตมาส่ง ส่วนไอ้วันน่ะ...เช้าๆก็ให้มันไปกินอาหารที่โรงเรียน ให้เงินมันไปซื้อกินเอง”

แลไม่รับปากแต่ซักลูกสาวคนโปรดเรื่องอภิชาต ทำไมถึงยกให้กวงง่ายๆ ลำยองเบ้หน้าแล้วตอบเสียงสะบัด

“มันเลี้ยงยากจะตายแม่ เดี๋ยวเป็นหวัด ตัวร้อน ขี้ไหลและร้องไห้ทั้งวัน หาหมออาทิตย์ละไม่รู้กี่รอบ เบื่อจะตาย ย่ามันอยากเลี้ยงเอง ให้ตั้งสามหมื่นใครไม่เอาก็โง่ละ”

แลตาโตและขอแบ่งดื้อๆ “สมัยไอ้วัน...ย่ามันให้แค่สามพัน ไอ้อภิชาตได้ตั้งสามหมื่นเลยเหรอวะ”

“ก็นั่นน่ะสิ ฉันถึงได้ให้ไปไง คุณกวงอยากได้ลูกชายหลายคน ยังไงเขาก็ต้องกลับมาหาฉันอีก แม่คอยดูเถอะ!”

ooooooo

เมื่อสันต์ทราบเรื่องเมียเก่าขายอภิชาตคืนให้กวงก็หัวเสีย ไม่เข้าใจจริงๆว่าจิตใจเธอทำด้วยอะไรถึงไม่รักหรือห่วงลูก สินเตือนสติไม่ให้บอกเทวีเพราะไม่ใช่เรื่องดีและจะทำให้รู้สึกแย่ทุกฝ่าย แต่เทวีกลับทำให้ทุกคนสบายใจและชื่นชมเพราะคุณครูสาวคนรักใหม่ของสันต์รักและเอ็นดูวันเฉลิมเป็นอย่างดี

“สันต์คะ...เดี๋ยวกินข้าวแล้ว เราไปหาวันเฉลิมกัน นะคะ”

“วันนี้วันเสาร์ ไอ้วันคงขลุกอยู่กับหลวงลุงที่กุฏินั่นแหละ” ปั้นบอกอย่างคนรู้จักหลานชายดี

“หนูซื้อขนมกับของเล่นมาฝากแกหลายอย่างเลยค่ะ”

สินซาบซึ้งน้ำใจว่าที่ลูกสะใภ้ “ขอบใจมากนะหนูเทวีที่เมตตาและเอ็นดูไอ้วันมัน”

ฝ่ายวันเฉลิมพยายามจุดเตาหุงข้าวให้แม่ แต่ลำยองมองว่าน่ารำคาญเลยไล่ให้หิ้วหม้อไปขอก๋วยเตี๋ยวจากลำยง วันเฉลิมรีบไปตามคำสั่งจนลำยงอดสงสารไม่ได้และบอกให้กินส่วนของตัวเองที่ร้านจนอิ่มค่อยยกส่วนของแม่กลับบ้าน วันเฉลิมกลัวแม่จะคอยแต่ลำยงกลับเห็นว่าควรแล้ว...คอยไม่ไหวเดี๋ยวก็เดินมาเองแหละ!

วันเฉลิมรีบกลับไปหาแม่และพบสันต์กับเทวีระหว่างทาง สองพ่อลูกทักทายด้วยความดีใจเพราะไม่เจอกันนาน

“มาอยู่กับพ่อไหมวัน พ่อได้ยินมาว่าป๊าเอาน้องไปเลี้ยงแล้ว บางทีแม่เขาอาจจะสบายขึ้นไม่ต้องห่วงวันอีกคน”

“วันต้องถามแม่ก่อนครับ”

“อาเทวีรู้จักโรงเรียนอนุบาลดีๆใกล้บ้านใหม่พ่อตั้งหลายที่นะลูก”

สันต์พยายามเกลี้ยกล่อมแต่วันเฉลิมยังแบ่งรับแบ่งสู้เพราะห่วงแม่ สันต์ได้แต่มองลูกวิ่งกลับบ้านด้วยความเซ็ง สะเทือนใจและสงสารลูกชายเหลือเกินที่ต้องมีชีวิตแบบนี้

ooooooo

ลำยองบุกไปหากวงที่โรงงานอีกครั้งเช้าวันถัดมา สมัยรีบมาขวางและบอกเหมือนเดิมว่าเสี่ยหนุ่มย้ายสาขาที่ประจำไปแล้ว ลำยองไม่เชื่อและโวยวายเสียงลั่นจนเมียหลวงของกวงต้องเดินมาดู

“ผู้หญิงที่ไหนมาตามหาผัวถึงนี่ ไม่รู้จักอับอาย”

ลำยองไม่สะทกสะท้านและโต้กลับอย่างไม่กลัว เมียกวงนึกรู้ว่าคงเป็นแม่ของอภิชาตเลยไล่ให้กลับไปเพราะไม่อยากมีเรื่องด้วย แต่ลำยองไม่ยอมตั้งท่าจะเอาเรื่องเต็มที่ ยิ่งได้รู้ว่าเป็นเมียหลวงของกวงเลยยิ่งแผลงฤทธิ์หนัก

“เนี่ยเหรอเมียคุณกวง...รูปร่างอย่างกับแม่วัว แล้วทำไมให้พ่อพันธุ์ไม่ได้สักตัวล่ะ ได้แต่ตัวเมีย”

“มันไม่สำคัญหรอกนะ เพราะฉันไม่ใช่วัวแม่พันธุ์อย่างเธอที่มีหน้าที่แค่ให้ลูกชายเขาแล้วก็หมดความหมาย แต่ฉันเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายและประเพณี เป็นเจ้าของทุกอย่างร่วมกับเขา...เธอกลับไปซะเถอะแม่ลำยอง”

ลำยองของขึ้นมากที่โดนหยามและตอกกลับด้วยความแค้นใจ สมัยเห็นท่าไม่ดีเลยไปตามคนงานมาลากลำยองออกไป แต่สาวขี้เมาไม่ยอมและถลกกระโปรงเตรียมลุยเต็มที่

“แกเอาเขาไปกกไว้คนเดียวใช่ไหมล่ะ กลัวเขาจะมีลูกชายกับฉันอีกเพราะแกมันทำพันธุ์ไม่ได้”

“ฉันไม่แลกกับคนอย่างเธอหรอก เธอเคยเป็นคนงานที่นี่น่าจะรู้ว่าแค่นั่งชุบกะละมังมือก็เปื่อยแล้ว ถ้าบังเอิญน้ำกรดพวกนั้นมันหกราดบนหน้าเธอมันจะเละแค่ไหน เก็บหน้าขาวๆสวยๆของเธอไว้หาผัวใหม่ดีกว่า” ลำยองเบิกตาโพลงที่ถูกขู่แต่เมียกวงกลับไม่ยี่หระ “ตารางน่ะเอื้อมไม่ถึงฉันหรอกนะลำยอง เพราะเงินฉันมีเป็นล้าน แค่ฉันบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ...มันก็จะเป็นแค่อุบัติเหตุ”

ลำยองพยายามขัดขืนแต่สุดท้ายก็ถูกจับโยนไปนอกโรงงานจนหน้าคะมำ สาวขี้เมาเลือดขึ้นหน้าและอาละวาดกราดทุกคนจนเป็นที่เอือมระอา เมียกวงมองมาแล้วอดเห็นใจไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อได้ยินลำยองคร่ำครวญถึงอภิชาต

“เดี๋ยวมันก็ไปของมันเองแหละครับ ซ้ออย่าไปสนใจมันเลย” สมัยปลอบแต่เมียกวงกลับคิดตรงกันข้าม “ฉันก็เป็นแม่คนเหมือนกันนะคุณสมัย”

ฝ่ายลำยองปักหลักเล่นละครไม่เลิก ยิ่งเห็นว่ามีคนสนใจก็ยิ่งโวยวายหนัก น้ำหูน้ำตาไหลพรากจนทุกคนเริ่มเชื่อว่าอดีตเมียน้อยคุณกวงอาลัยอาวรณ์ลูกชายจริงๆ เมื่อเมียกวงมาขึ้นรถก็เสแสร้งตบตาสุดกำลังเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ เถ้าแก่เนี้ยอดสงสารไม่ได้และเปรยให้ฟังว่าอภิชาตสบายดี

“ย่าเขาเลี้ยงอย่างดีเพราะอยากได้หลานชายมานาน ไม่ต้องห่วงหรอก โตอีกหน่อยเขาอาจพามาเยี่ยมเธอเอง”

“ฉันอยากเห็นหน้าลูกบ้าง ฉันนอนไม่หลับสักคืนเพราะคิดถึงลูก”

เมียกวงทำหน้าไม่ถูก เห็นใจมากเพราะเป็นแม่คนเหมือนกัน ลำยองดูออกเลยยิ่งโอดหนัก

“บอกคุณกวงว่าอย่าใจร้ายนักเลย ขอให้ฉันได้เห็นลูกบ้าง อภิชาตก็เป็นลูกฉันเหมือนกันนะ”

ลำยองฟูมฟายจนเมียกวงสะเทือนใจไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจขึ้นรถกลับบ้าน เมื่อลับหลังรถเถ้าแก่เนี้ย สาวขี้เมาจึงหยุดเล่นละครทันที...โธ่เอ๊ย นังเมียหลวงบ้า ฝากไว้ก่อนเถอะมึง กูจะมาเอาคืนทั้งลูกและผัวเลย!

ลำยองเซ็งจัดและกลับไปดื่มเหล้าแก้บ้าที่บ้าน โดยมีวันเฉลิมป้วนเปี้ยนไม่ห่างด้วยความห่วงแม่ แลมาอยู่เป็นเพื่อนทนไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อได้ยินลำยองสั่งลูกชายไปซื้อเหล้าที่ตลาดตามลำพัง

“เอ็งใช้ลูกไปซื้อเหล้าได้ไงวะนังลำยอง มันตัวแค่เนี้ย มันเหมาะมันควรที่ไหน เดี๋ยวมันก็เห็นเป็นของดีของงาม”

“ไอ้นี่มันไม่กล้ากินหรอกแม่...หรือว่าเอ็งแอบกินไปแล้วไอ้วัน”

“ไม่ครับ...หลวงลุงสอนว่าเหล้าเป็นของไม่ดี มีสิ่งชั่วร้ายในนั้นไม่ควรเข้าใกล้ครับ”

แลชื่นใจที่หลานเป็นเด็กดีผิดกับแม่ วันเฉลิมได้โอกาสจึงพยายามกล่อมแม่ให้เลิกเหล้าแต่ไม่ได้ผล

“เอ็งไม่ต้องมาสอนข้าไอ้วัน หนอยตัวเท่าลูกหมา เอ็งยกข้าวไปกินที่อื่นเลย ข้ารำคาญ”

วันเฉลิมเดินหน้าจ๋อยไปกินในครัว แลมองตามด้วยความเวทนาและหันไปบอกลูกสาวคนโตให้เลิกเหล้าเสียที แต่ลำยองไม่สนใจจะฟังและโต้ว่ากินแล้วผิวจะสวยเต่งตึงเหมือนสาวแรกรุ่น

“แต่เอ็งมันกินเยอะจนเกินบำรุงแล้ว คุณกวงเขาเอือมเอ็ง หนีหน้าเอ็งเพราะเหล้านี่แหละข้าว่า”

ลำยองนิ่งคิดแต่ไม่สำนึก แถมพาลลงกับลำดวนที่มารับจ้างซักผ้าแต่บ่นไม่หยุด

“ผ้ากองเป็นภูเขาขนาดนี้ ซักจนมือเปื่อยได้แค่สิบบาท ฉันไม่เอาหรอก”

ลำยองพยายามต่อรองเพิ่มค่าจ้างให้นิดหน่อย แต่ลำดวนไม่เอาด้วย สองพี่น้องเลยเถียงกันเสียงดังจนวันเฉลิมทนไม่ไหวและอาสาจัดการซักผ้าของแม่ให้เอง

ooooooo

สภาพลำยองเมื่อวานทำให้เมียหลวงของกวงตัดสินใจส่งสมัยไปหาถึงบ้านแต่เช้า วันเฉลิมไปตามแม่มารับแขกและรีบขึ้นรถโรงเรียน สาวขี้เมาหงุดหงิด แต่ต้องแปลกใจมากกว่าที่เห็นสมัยมาหาพร้อมซองหนาในมือ เมื่อส่งซองให้ตามคำสั่งเถ้าแก่เนี้ยเรียบร้อย สมัยจึงขับรถออกไปทันที ไม่อยากเสวนากับอดีตเมียน้อยคนโปรดของกวงเลยแม้แต่น้อย

ส่วนลำยองเปิดซองแล้วตาโต นั่งนับเงินอย่างมีความสุขจนแทบไม่สนใจจดหมายจากเมียกวงที่แนบมาด้วย

“เงินนี่ให้เธอไว้ทำทุนค้าขาย วันหน้าลูกโต ย่าเขาอาจให้มาพบ เด็กสบายดี...ไม่ต้องห่วง”

ลำยองนับเงินด้วยความตื่นเต้น “อีหน้าโง่...กูเล่นละครให้ดูหน่อยก็เสียรู้กู ชิ...ถือว่าเป็นเศรษฐี ซื้อผัวกับลูกคนละหมื่น เอาไปเหอะมึง!”

ลำยองแจ้นไปบอกข่าวดีกับแม่ถึงบ้าน มั่นใจว่าคราวนี้คงจบกับกวงแน่ๆ แลส่ายหน้าอ่อนใจ

“ข้าบอกแล้วว่าอย่าเผลอให้ลูกมันไป อย่างน้อยก็เอาไว้เป็นตัวประกัน”

“ช่างหัวมัน...แล้วไปแล้ว เดี๋ยวหาผัวใหม่รวยๆ เอาให้รวยกว่าเดิมอีก”

“อีบ้า...มึงไม่เคยได้ยินเหรอ หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์น่ะ เขาถือ...ไม่มีใครคบ”

แลกลุ้มใจที่ลูกสาวชอบคิดอะไรง่ายๆ แต่ลำยองไม่สำนึกและถามแม่ยิ้มๆ ว่าเธอยังสวยพอจะหาผัวใหม่ได้ไหม

“เอ็งยังสวยอยู่แต่ลูกตั้งสองแล้ว เอ็งจะไปสู้เด็กสิบห้าสิบหกได้ยังไงวะ”

“แม่จำได้ไหม พ่อปู่ดูดวงฉันว่าเป็นนางฟ้ามาเกิด เพราะฉะนั้น...นางฟ้าจะคู่กับอะไรได้ถ้าไม่ใช่เทพบุตร”

แลเหนื่อยเกินกว่าจะค้าน ส่วนพี่น้องคนอื่นยุให้ลำยองลงทุนทำอะไรบ้างไม่ให้เงินหมดไปวันๆ แต่ลำยองเรื่องมากและติโน่นนี่จนทุกคนรำคาญ โดยเฉพาะลำยงที่รู้เช่นเห็นชาติสันดานขี้เกียจของพี่สาวเป็นอย่างดี

“อะไรก็ไม่เอาสักอย่าง นั่งๆนอนๆ พี่คิดว่าเงินจะงอกเงยขึ้นได้เองหรือไง”

ลำยองเชิดหน้าไม่สนใจ แลเห็นลูกมีเงินเยอะเลยชวนไปลงทุนด้วยวิธีซึ่งเธอถนัดที่สุด

การลงทุนที่ว่าคือการพาลูกสาวไปบ่อนยายมูลซึ่งรู้กันทั้งหมู่บ้านว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของบรรดานักพนัน ลำยองเห็นสภาพแออัดเลยไม่อยากอยู่นาน แต่สุดท้ายเมื่อได้ลองเล่นตามคำชวนของแม่ก็ติดลมบน เล่นไม่ยอมลุกจนลืมเวลา

เวลาเดียวกันวันเฉลิมกลับจากโรงเรียน เมื่อเห็นประตูล็อกจึงนั่งรอ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นวี่แววแม่จะกลับ เด็กชายเหนื่อยและหิวมากจนต้องตักน้ำในโอ่งข้างบ้านมาดื่มลูบท้องประทังความหิว

ooooooo

ลำยองมือขึ้นเลยปักหลักไม่ลุกไปไหน เมื่อยายมูลพาละม่อมหลานสาวไปหาเพื่อสมัครเป็นคนใช้ก็ไม่สนใจ ได้แต่บอกหน้าที่ให้ทำความสะอาดบ้านและทำอาหารให้เธอกับลูกกินแลกเงินค่าจ้างสองร้อยบาทต่อเดือน ละม่อมฟังจำนวนเงินแล้วไม่อยากไปแต่ไม่มีทางเลือกมากนัก

เมื่อตกลงใจจะไปทำงานด้วย ละม่อมเลยต้องรอว่าที่เจ้านายคนใหม่เล่นไพ่จนเมื่อยขาไปหมด แต่ลำยองไม่ยอมขยับไปไหน เพราะกำลังดวงขึ้น เมื่อสาวใช้คนใหม่ถามว่าจะกลับเมื่อไหร่  ก็ถูกด่าเปิง ฐานกวนใจคนดวงเฮง

“เอ๊ะอีนี่...คนกำลังมือขึ้นมาขัดลาภซะงั้น ไปเป็นคนใช้เขาก็หัดรู้จักอดทนบ้างโว้ย”

ส่วนแลเล่นจนเงินหมดไปหลายรอบ แต่เห็นลูกสาวมีเงินมากเลยกู้มาต่อทุน ลำยองเซ็งไม่อยากให้แต่เห็นว่าแม่เป็นคนพามาเลยตัดใจให้อย่างเสียไม่ได้

ฝ่ายวิมลเห็นวันเฉลิมนั่งหงอยหน้าบ้านจึงชวนไปทานของว่างกับสมฤดี สองเด็กน้อยพูดคุยกันถูกคอจนคุณยายชวนให้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน วันเฉลิมเกรงใจไม่อยากรบกวนและขอตัวไปกินก๋วยเตี๋ยวที่บ้านยายแทน วิมลไม่อยากขวางเลยให้ขนมติดไม้ติดมือไปแทนด้วยความเมตตา

วันเฉลิมไปหาลำยงหวังได้ก๋วยเตี๋ยวสักชามสำหรับมื้อเย็น แต่ต้องผิดหวังเพราะน้าสาวปิดร้านเรียบร้อยแล้ว เมื่อผ่านไปทางบ้านปู่กับย่ากลับไม่กล้าไปหาเพราะกลัวแม่กับยายตามไปอาละวาดเหมือนทุกครั้ง สุดท้ายเลยต้องขอข้าวหลวงลุงปิ่นแต่ก็ไม่มีอะไรเหลือเพราะเย็นมากแล้ว วันเฉลิมเลยต้องประทังความหิวด้วยขนมที่วิมลให้มาตั้งแต่เย็น หลวงลุงสงสารจึงเล่านิทานชาดกให้ฟังเพื่อชดเชย

“พระเจ้าพาราณสีทรงฟังพระยาช้างโพธิสัตว์กล่าวคาถาดังนั้น จึงตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่า...ดูกรช้างผู้ประเสริฐ นางช้างผู้มีจักษุทั้งสองอันมืดหาผู้นำทางมิได้ เมื่อเดินไปสะดุดตอไม้ด้วยเท้าจะตกภูเขาชื่อว่าจัณโทณะนั้น เขาเห็นอะไรแก่ท่าน...พระยาช้างโพธิสัตว์จึงตอบว่านางช้างผู้มีจักษุมืดมนนั้น เป็นมารดาของข้าพเจ้าเอง”

วันเฉลิมฟังเพลินและผล็อยหลับ หลวงลุงมองมา ด้วยความเวทนา...ไอ้วันเอ๊ย มีเวรมีกรรมจริงๆที่มีแม่แบบนี้!

ooooooo

ลำยองหมกมุ่นกับกองไพ่ตรงหน้าเพราะกำลังมือขึ้น จนท้องร้องนั่นแหละจึงชวนแลกลับ สองแม่ลูกตื่นเต้นดีใจเพราะได้เงินมากโข แต่แล้วลำยองก็หน้าเสียเพราะเพิ่งคิดได้ว่าเล่นไพ่เพลินจนลืมนึกถึงวันเฉลิมที่คงเข้าบ้านไม่ได้

ลำยองเดินลิ่วกลับบ้านด้วยใจร้อนรน ใจหายวาบเมื่อไม่เห็นลูกชาย มีเพียงกระเป๋านักเรียนวางพิงกำแพงอยู่ ปานแวะมาขอนอนด้วยพอดี ลำยองเลยแหวใส่เพราะหงุดหงิดที่ลูกหาย จนแลต้องมาขวางเพราะเป็นห่วงหลาน

“ช่างมันก่อนเหอะ หาไอ้วันให้เจอก่อน มันกลับจากโรงเรียนคงเข้าบ้านไม่ได้ เอ็งไม่น่าเพลินขนาดนั้นเลย”

ลำยองชักสีหน้า เคืองแม่ไม่น้อยที่โทษแต่เธอ แถมพาลถึงลูกชายที่หายตัวจนเธอถูกดุ แลไม่สนใจท่าทางตะบึงตะบอนของลูกสาวและบอกให้ลองไปดูที่บ้านเผื่อหลานจะอยู่กับลำยง ลำยองจึงฝากบ้านและละม่อมกับปานแล้วรีบจ้ำอ้าวตามแม่ไป แต่ทั้งสองต้องผิดหวังเพราะลำยงบอกว่าไม่เห็นแม้แต่เงาของวันเฉลิม

ลำดวนเห็นพี่สาวคนโตร้อนรนเลยพยายามช่วยและบอกให้ไปตามที่บ้านปั้นกับสิน เพราะหลานชายน่าไปขอข้าวกินที่นั่น ลำยองกับแลของขึ้นและพุ่งไปบ้านสันต์ทันทีโดยไม่ทันไตร่ตรอง   ลำยงหันมาจ้องหน้าลำดวนดุๆ เพราะแน่ใจว่าพี่สาวกับแม่ต้องไม่ไปถามไถ่ดีๆแน่   แล้วก็จริงดังคาด...ลำยองไปหาเรื่องอดีตพ่อผัวแม่ผัวถึงในบ้าน แม้ปั้นจะบอกว่าไม่เห็นหน้าหลานชายมานานแล้ว แต่ลำยองไม่เชื่อ

“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่ออีแก่ ไอ้วันมันจะหายหัวไปไหนถ้ามึงไม่ได้เอาหมูปิ้งมาล่อมัน ไอ้วันออกมาเดี๋ยวนี้นะ”

“มึงเลี้ยงลูกยังไง ไหนว่าลูกเถ้าแก่ ดูแลกันยังไงให้หายแล้วมาพาลหาเรื่องกู มึงเป็นแม่ประสาหมาอะไรวะ”

สินเห็นท่าไม่ดีเลยพยายามไกล่เกลี่ยแต่ลำยองกับปั้นโต้ตอบกันอย่างดุเดือดจนกระทั่งปั้นหมดความอดทน

“ลูกมึงน่ะ...กูเลิกสนใจเอามาเลี้ยงตั้งชาติหนึ่ง แล้ว อีกหน่อยกูจะได้หลานใหม่ เป็นตระกูลผู้ดีไม่ใช่ลูก อีผู้หญิงสำส่อนอย่างมึง” ลำยองขู่จะไปเรียกตำรวจแต่ปั้นไม่กลัว “ไปเอามาเลย กูจะได้ฟ้องกลับข้อหาบุกรุก”

ลำยงซึ่งตามมาด้วยรีบดึงแม่กับพี่สาวออกไปและขอโทษขอโพยปั้นกับสินเป็นการใหญ่ ซึ่งกว่าสองแม่ลูกจะยอมเลิกลาแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวก็แทบหมดแรง ลำยองกับแลโมโหมากและด่าลำยงจนเธอเหลืออดโต้กลับให้ระวังปากบ้างถ้าไม่อยากถูกจับเข้าคุก

“ก็เอาเงินฟาดหัวมันไปสิวะ นังลำยองมันมีเงินเป็นฟ่อน กลัวมันทำไม” แลสวน

“แม่หยุดพูดได้ไหม คนยิ่งปวดหัวอยู่ ไอ้วันนะไอ้วัน ไปถูกรถชนหรือไปตกน้ำตกท่าที่ไหนก็ไม่รู้” ลำยองกังวล

“ถ้าไอ้วันมันเป็นอะไรไป พี่สันต์เอาพี่ตายแน่” ลำยงทำนาย

“อีปั้นมันเพิ่งพูดหยกๆว่าอีกหน่อยมันก็มีหลาน ใหม่ มันจะมาสนใจไอ้วันทำไม” ลำยองแย้ง

ลำยงส่ายหน้าอ่อนใจ คร้านจะอธิบายให้พี่สาวเข้าใจว่าสายเลือดระหว่างพ่อลูกไม่มีทางตัดกันขาดแน่

ฝ่ายปั้นกับสินนั่งมองหน้ากันด้วยความกลุ้มใจเพราะเป็นห่วงหลาน ถึงจะแสดงท่าทีเฉยชายังไงวันเฉลิมก็เป็นสายเลือดแท้ๆ...ไอ้วันเอ๊ย จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

ด้านลำยง...หลังจากตามหาไปทั่วหมู่บ้านแต่ไม่พบหลาน จึงฉุกคิดว่าวันเฉลิมน่าจะไปอยู่วัดเพราะคุ้นเคยกับหลวงลุงตั้งแต่เด็ก ลำยองกับแลจึงบุกไปตามและตะโกนโหวกเหวกจนหลวงลุงตื่นและโผล่หน้ามาด่าเสียงเข้ม ลำยองกับแลถึงกับหน้าหงอเพราะถูกดุ เลยแถตีหน้าเศร้าและบ่นวันเฉลิมเคืองๆที่ซนจนต้องมากวนหลวงลุง

“คนที่น่าตีให้ตาย แต่ไม่ใช่ไอ้วันหรอกนะ พวกเอ็งต่างหากมัวไปทำอะไรอยู่ ไอ้วันถึงเข้าบ้านไม่ได้”

ลำยองหน้าเสียแก้ตัวแกนๆ “หนูยุ่งเรื่องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องแหละจ้ะหลวงลุง”

“เอ็งจะอ้างทำมาหากินจนลืมลูกเต้า มันฟังไม่ขึ้นหรอกโว้ยไอ้ลำยอง ฉิบหายกันหมดถ้าคนเป็นพ่อแม่คิดอย่างนั้น แล้วเด็กมันจะหันหน้าไปพึ่งใครได้เวลามันหิวหรือมีปัญหา เงินมันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิตหรอกนะ หัดคิดหรือทำอะไรให้พอดีบ้าง เอ็งเป็นแม่ก็ทำหน้าที่ให้ดีอย่าให้ขาดตกบกพร่อง เข้าใจไหมที่ข้าพูดเนี่ย”

ลำยองพยักหน้าหงึกหงักเข้าใจและตัดสินใจทิ้งลูกให้นอนวัดเพราะขี้เกียจอุ้มกลับบ้าน ลำยงรอจนเดินมาพ้นเขตวัดจึงเตือนพี่สาวให้บอกวันเฉลิมไม่ให้ไปกวนหลวงลุงอีก

“บอกไอ้วันด้วยว่าทีหลังเข้าบ้านไม่ได้ ไม่มีข้าวกินก็ให้มันไปหาฉัน จะได้ไม่ต้องลำบากคนอื่น”

“ไอ้วันมันลูกข้า ข้าจะเลี้ยงมันยังไงก็เรื่องของข้า”

“แปลว่าที่หลวงลุงปากเปียกปากแฉะสอนเมื่อกี้เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาใช่ไหม...เจริญล่ะ”

ลำยองสะบัดหน้ากลับบ้าน ทิ้งลำยงให้มองตามด้วยความเหนื่อยใจ...ลูกหายอีก อย่ามาขอให้ช่วยแล้วกัน!

ooooooo

ลำยองกลับถึงบ้านแล้วไปปลุกละม่อมเพื่อสั่งให้หาข้าวให้วันเฉลิมกินวันรุ่งขึ้นก่อนไปโรงเรียน แต่พอสาวใช้คนใหม่อ้าปากขอเงินค่ากับข้าวก็หงุดหงิด แล้วตัดใจดึงเงินปึกใหญ่มานับและกรีดนิ้วหยิบให้สิบบาท

“แต่สิบบาทนี่ไม่ใช่วันเดียวจ่ายหมดนะ ทำให้มันกินได้สักสามวัน”

ด้านหลวงลุงปิ่น...ปลุกวันเฉลิมแต่เช้าให้กลับ บ้านเตรียมตัวไปโรงเรียน เด็กชายลุกขึ้นอย่างว่าง่ายและเดินกลับอย่างไม่เร่งร้อน เมื่อถึงบ้านจึงเจอกับละม่อม สาวใช้คนใหม่เอ็นดูลูกชายเจ้านายตั้งแต่แรกเห็นเพราะท่าทางนอบน้อมและไม่ถือตัว วันเฉลิมว่าง่ายและลงมือ ทานทุกอย่างตรงหน้าด้วยความเอร็ดอร่อยจนละม่อมอดยิ้มไม่ได้

“ทั้งครัวมีเท่านี้แหละ ตอนเย็นต้องกลับมากินต้มกระดูกหมูผักกาดดองนะ”

“วันกินประจำ แม่บอกว่ามันถูกดี”

“วันบอกแม่ให้ซื้อไข่ กุนเชียงมาตุนไว้บ้างสิ จะ กินแต่ผักกาดดองแบบนี้ทุกวันได้ยังไง”

ละม่อมแนะยิ้มๆ ส่วนวันเฉลิมไม่พูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินผักกาดดองอย่างไม่เบื่อหน่าย

ฟากลำยองตื่นเช้าไปหาแลที่บ้านและชวนไปบ่อน ติดใจไม่หายเพราะได้เงินเป็นกอบเป็นกำจากการลงทุนเมื่อวันก่อน แต่บ่อนการพนันดูสดใสกว่าเดิมเมื่อสาวขี้เมาเจอกับเมืองเทพหนุ่มใหญ่รูปหล่อแต่งตัวภูมิฐาน ขาประจำที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นเศรษฐีที่ดินไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ่อนนัก

“ตึกแถวริมถนนน่ะของเขาทั้งแถบ ไม่ทำงานหรอก แค่เก็บค่าเช่าตึกก็นั่งกินนอนกินแล้ว ยังมีรถให้เช่าด้วย”

แลอุทานด้วยความอิจฉา ชาวบ้านเองก็คิดไม่ต่าง กัน “พ่อแม่แกทิ้งไว้ให้ คนมีบุญก็แบบนี้แหละ วันๆเดินเข้าออกบ่อนโน้นนี้ แกขับรถเก๋งด้วยนะ ลูกเมียก็ไม่มี”

ลำยองหูผึ่งและเตรียมจับเต็มที่ ส่วนเมืองเทพสนใจลำยองไม่น้อย หญิงสาวสวยแปลกหน้าแถมใจปํ้ากล้าเสี่ยงอีกต่างหาก...ใครเล่าจะไม่สนใจ สองหนุ่มสาวจ้องตากันไปมาจนสุดท้ายจึงหาโอกาสคุยกันได้ตรงมุมลับตาในบ่อนเมืองเทพมองลำยองตาเยิ้มและเปิดฉากเกี้ยวจนเธอนึกชอบใจแต่ต้องเก็บอาการเพราะไม่อยากเผยไต๋ให้เขารู้ใจแต่แรก

“ลำยองเพิ่งมาครั้งสองครั้งเองค่ะ คุณแม่ลำยอง ชวนมาเป็นเพื่อน ลำยองเล่นพอสนุกผ่อนคลายเท่านั้นเอง”

“ส่วนผมเป็นคนขี้เบื่อ ชอบเปลี่ยนที่เปลี่ยนบรรยา– กาศไปเรื่อยมากกว่า เกิดมาทั้งที คนเราต้องรู้จักกอบโกยกำไรชีวิต หาความสุขให้เต็มที่สิครับ จริงไหมน้องลำยอง”

ลำยองยิ้มปลื้มและอดถามถึงความหมายชื่อจริงของเขาไม่ได้เพราะฟังแปลกหูไม่เหมือนใครดี

“เทพแปลว่าเทวดาไงครับ เมืองเทพคือสวรรค์ ชั้นฟ้า”

ลำยองตาโต ชื่อเขาทำให้ความเชื่อที่ฝังหัวมานานดูมีน้ำหนักขึ้น “งั้นคุณเทพก็เป็นเทพบุตรน่ะสิคะ”

“คงงั้นมั้งครับ เทพบุตรเดินดิน แต่น้องลำยองอย่าเรียกคุณเลย เรียกว่าพี่เทพก็พอ”

สองหนุ่มสาวคุยกันถูกคอจนถึงขั้นชวนไปเล่นบ่อนอื่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ทิ้งแลให้กลับบ้านคนเดียว

ooooooo

กว่าแลจะถึงบ้านก็พลบค่ำ แถมหมดตัวอีกต่างหากเพราะเสียไพ่ ลำยงเห็นสภาพแม่แล้วพอเดาออกเลยอดเตือนไม่ได้ว่าไม่ควรใช้เงินไปกับการพนัน ชดคนรักของลำยงเห็นท่าไม่ดีเลยพยายามไกล่เกลี่ยแต่ไม่ได้ผลนักเพราะสองแม่ลูกเถียงกันไม่หยุดหย่อน แลเดือดจัดและตราหน้าลูกสาวคนรองว่าคงตกนรกแน่ที่ต่อปากต่อคำกับแม่ขนาดนี้

ลำยงไม่ยี่หระเพราะเหลืออด “นรกของฉันมันคงอีกนาน แต่นรกของแม่น่ะมันเห็นอยู่รำไรคาตาแล้วล่ะ”

ขณะที่วันเฉลิมกลับบ้านไปอยู่กับละม่อม ลำยองกับเมืองเทพตระเวนตามบ่อนต่างๆจนเหนื่อยแทบหมดแรง

“น้องลำยองนี่มือขึ้นจริงๆ ใจถึงด้วย นี่ขนาดไม่เคยเล่นมาก่อนนะ”

“ลำยองได้ครูดีนี่คะ ถ้าพี่เทพไม่พาลำยองมาเปิดหู เปิดตา ลำยองคงเล่นแต่ไพ่ไทยบ้านยายมูลแหละค่ะ”

ลำยองยิ้มประจบและชวนเขาไปกินข้าวที่บ้าน แถมแวะซื้อกับข้าวเหลามากมายหวังสร้างความประทับใจกับหนุ่มคนใหม่สุดฤทธิ์

วันเฉลิมยกมือไหว้แขกของแม่อย่างว่าง่าย เมืองเทพมองเฉยแต่ลำยองไม่ว่าอะไรแถมสารภาพตรงๆว่าเด็กชายเป็นลูกกับผัวคนแรก เมืองเทพไม่ถือสา แถมตั้งวงดื่มเหล้ากับลำยองและพูดคุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระอย่างถูกคอ เมืองเทพเห็นวันเฉลิมเดินป้วนเปี้ยนแล้วอดถามลำยองไม่ได้ว่ามีลูกกี่คนแล้ว

“สองคนค่ะ ผัวละคน ไอ้วันนี่ผัวคนแรก อีกคนป๊าเอาไปเลี้ยงเอง”

“น้องลำยองนี่ตรงไปตรงมา นักเลงดีจริงๆพี่ชอบ”

วันเฉลิมถูกแม่ไล่ไปอยู่กับละม่อมเลยเดินหงอยๆ เข้าครัว อยากบอกแม่เรื่องค่ารถโรงเรียนที่ถึงกำหนดจ่ายแต่ยังไม่มีโอกาสเพราะแม่มีแขก ละม่อมสงสารและพยายามชวนคุยเปลี่ยนบรรยากาศ อยากให้เด็กชายมีความเป็นอยู่และอาหารการกินดีกว่านี้

“วันกินอะไรก็ได้พี่ม่อม ของดีๆมันแพงนะพี่ม่อม วันกลัวแม่เงินหมด”

ฝ่ายลำยองกับเมืองเทพดื่มและกินจนเศษอาหารเกลื่อนกลาดทั่วพื้นแต่ไม่มีใครสนใจจะเก็บ ลำยองแอบถามเรื่องลูกเมียของเขาแต่เมืองเทพกลับบอกว่าไม่มี

“มีเมียทำไม เป็นภาระเปล่าๆ อยู่คนเดียวอย่างนี้สบายตัวสบายใจดีกว่ากันเยอะ”

ลำยองดีใจที่เขาไม่มีพันธะเลยฉลองด้วยการชวนดื่มจนเมามายแทบประคองตัวไม่อยู่

“น้องลำยองนี่เป็นผู้หญิงคอแข็งที่สุดที่พี่เคยเจอเลยนะ”

“แปลว่าคืนนี้พี่ยอมแพ้ลำยอง”

“ยอมแพ้ก็ได้ น้องลำยองอยากได้อะไรเป็นรางวัลล่ะ”

“ลำยองอยากได้สมบัติของพี่เทพทั้งหมดเลย...ให้ลำยองได้ไหมล่ะ”

ลำยองมองมาด้วยสายตาเชิญชวน เมืองเทพรู้ทันแต่ยังรักษาท่าทีขอกลับบ้าน แต่สุดท้ายทนเสียงและท่าทางเย้ายวนของลำยองไม่ไหว เดินกอดคอตามสาวขี้เมาขึ้นห้องด้วยอารมณ์กระสัน วันเฉลิมได้แต่มองตามแม่เข้าห้องไปกับผู้ชายแปลกหน้าด้วยแววตานิ่งเฉย หนักใจไม่น้อยแต่ไม่คิดจะห้ามเพราะไม่อยากให้แม่โมโห

ooooooo

ตอนที่ 5

แลตื่นเต้นจะได้เป็นยายหลานเศรษฐีจึงป่าว ประกาศไปทั่วตลาด ปั้นกับสินได้ยินแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ สมเพชสาวใหญ่คู่ปรับเหลือเกินที่หวังเรื่องยากจะคาดเดา ส่วนแลเห็นเป็นโอกาสดีจะเยาะเย้ยสองผัวเมีย ยิ่งเห็นปั้นกับสินไม่พูดอะไรเลยยิ่งโอ่หนักว่าลูกสาวคนโตต้องได้ลูกชายแน่ๆ

“ยังไงก็ต้องได้ลูกชาย ข้าน่ะฝันติดๆกันมาหลายคืนแล้ว ฝันว่าช้างเผือกขาวไปทั้งตัวมาเดินชูงวงในซอย”

“เอ็งดูดีหรือเปล่าล่ะว่าช้างตัวผู้หรือตัวเมีย”

“มึงไม่ต้องมาอิจฉากูอีปั้น ทำเป็นคุยว่างานหมั้นสะใภ้ใหม่จะจัดใหญ่โต แน่จริงมึงคอยดูงานเลี้ยงรับขวัญหลานกูแล้วกัน เถ้าแก่เขาไม่ใช่แค่ปิดซอยเลี้ยงโต๊ะจีน เขาจะมีดนตรีกับลิเกวงใหญ่มาด้วยโว้ย”

“อ๋อเหรอ...ร่ำรวยขนาดนี้คงต้องไปจัดท้องสนามหลวง แล้วละมัง แล้วเขาบอกไหมว่าถ้าได้ลูกสาวจะจัดงานแบบไหน” แลมั่นใจว่าต้องเป็นลูกชาย “มึงหัดอยู่กับความจริง บ้างเหอะอีแล มัวแต่ฝันเฟื่อง ตกลงมาจะเจ็บตัวเปล่า”

ปั้นกับแลปะทะฝีปากกันอย่างดุเดือด สินพยายามลากเมียกลับบ้านเพราะไม่เห็นประโยชน์จะเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือแต่ปั้นไม่ยอมกลับง่ายๆ ชาวบ้านเลยได้ดูหนังสดสาวแก่จะตบกันตายอย่างเมามัน

ด้านสันต์...กลับจากโรงเรียนผ่านหน้าร้านขนมของลำยงจึงแวะทักทายตามประสาคนคุ้นเคย ลำยงอดเล่าเรื่องพี่สาวจะคลอดลูกไม่ได้ ทั้งบ้านเธอตื่นเต้นแทบแย่ ลุ้นหลานชายเพราะจะได้สบายไปทั้งชาติ แต่เธอเกรงว่าจะหวังเกินไป

“ถ้าพ่อใหม่เขาไม่เอาเจ้าวันขึ้นมา ลำยงก็บอกพี่นะเพราะพี่ยินดีรับเลี้ยงลูกเสมอ”

“อีกไม่นานพี่จะแต่งงานใหม่ มีลูกใหม่ไม่ใช่เหรอ”

“ถึงมีใหม่เจ้าวันก็เป็นลูกพี่อยู่ดี ไม่ใช่จะเป็นลูกคนอื่นเมื่อไหร่”

เวลาเดียวกันที่บ้านลำยอง...สมาชิกทุกคนในครอบครัวยกเว้นลำยงยกโขยงมานอนดูทีวีเหมือนเคย ข้าวของวางเลอะเทอะแต่ไม่มีใครเก็บ วันเฉลิมนั่งหงอยที่มุมหนึ่ง เป็นห่วงแม่จนไม่มีแก่ใจทำอะไร ปานเห็นหลานเศร้าก็นึกเวทนาแต่ปลอบไม่เป็นเลยได้แต่แกล้งแหย่ขำๆว่าอีกหน่อยหลานคงเป็นหมาหัวเน่า

“พ่อเอ็งกำลังจะมีเมียมีลูกใหม่ แล้วเอ็งจะเป็นลูกใครวะ ปู่ย่าเอ็งเขาก็ไม่เอาหรอก”

แลไม่เห็นเป็นเรื่องผิดแถมสำทับด้วยความมันปาก ลำดวนพลอยเป็นไปด้วย ชมทนไม่ไหวเลยไปลากวันเฉลิมออกมา...บ้าจริงเชียว...พูดอะไรไม่คิดถึงใจเด็กเลย!

ขณะที่กวงรอคอยด้วยความตื่นเต้นว่าจะได้ลูกชายหรือไม่ที่โรงพยาบาล...แลลุ้นไม่แพ้ลูกเขยและลงทุนจุดธูปพร้อมบนบานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ลูกสาวคนโปรดทำสำเร็จ

“เจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้านผีเรือน ขอให้นังลำยองได้ลูกชายด้วยเถิด สมหวังแล้วลูกจะถวายหัวหมู ไข่ต้ม ไก่ต้ม”

ฟากบ้านสันต์...พูดคุยกันอย่างปลงๆว่าบ้านลำยองตั้งความหวังมากไป เกิดคลอดมาเป็นผู้หญิงขึ้นมาจะยุ่ง

แต่สันต์กลับคิดตรงข้าม “ผมกลับอยากให้เขาได้ลูกชาย ให้เขาสมหวังครับแม่”

“เขาจะเมตตาไอ้วันมันน้อยลงนะ เอ็งจะปวดใจเปล่าๆ”

“ไม่หรอกพ่อ ผมว่ามีหวังขึ้นมากกว่าจะได้เจ้าวันคืนมาเลี้ยงเอง”

ฝ่ายวันเฉลิมเกาะรั้วรอลำยองหน้าบ้าน ชมต้องมาตามและกล่อมให้ไปนอน แต่เด็กชายรั้งรอเพราะเป็นห่วงแม่ อาการโอ้กอ้ากและร้องโวยวายจากความเจ็บปวดทำให้อดถามพี่เลี้ยงไม่ได้

“ตอนแม่คลอดวัน แม่เจ็บแบบนี้ใช่ไหมพี่ชม”

ชมอึ้งไปพักใหญ่เพราะสะท้อนใจในความรักและกตัญญูรู้คุณของวันเฉลิม...กว่าเด็กชายจะยอมกลับไปรอในบ้านก็อีกพักใหญ่ ชมมองมาด้วยความเวทนาแล้วอดเปรยกับชื่นไม่ได้

“ฉันละงอมแน่น้า ผ้าอ้อม ที่นอนเด็ก มีหวังเละเทะ แล้วบางทีเด็กร้องกลางดึก...อีชมตายแน่ๆ”

“คุณกวงเขาสัญญาจะขึ้นเงินเดือนให้เอ็งแล้วไง”

“ร้อยเดียว...แต่งานมันไม่เพิ่มร้อยเดียวแน่ๆ”

ชื่นปลอบให้หลานมองโลกในแง่ดีจะได้เงินเพิ่มแต่ชมไม่สบายใจเลยเพราะลำยองต้องถอนทุนคืนจนอานแน่!

ooooooo

ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุด กวงดีใจมากเมื่อได้ยินจากพยาบาลว่าได้ลูกชาย แต่ความปลื้มปีติกลับเลือนหายเปลี่ยนเป็นความเศร้าซึมเมื่อได้เห็นสภาพร่างกายเล็กจ้อยของลูก

เสี่ยหนุ่มตั้งชื่อลูกชายคนแรกว่าอภิชาต และหลังพบหมอเพื่อสอบถามเรื่องลูกชายจึงไปเยี่ยมเมียในห้องพักฟื้น ลำยองตีหน้าเศร้า ร้องครวญครางขอความเห็นใจและยิ้มหวานประจบทันทีที่เห็นกวง

“ลูกชายใช่ไหมคะ ลำยองได้ยินคุณหมอบอกว่าได้ลูกชาย”

กวงไม่มีอารมณ์ตอบโต้เพราะทุกอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด ลำยองไม่เอะใจและเข้าใจว่าเขาดีใจจนพูดไม่ออก

“คืนก่อนลำยองฝันว่ามีเทวดาเหาะลงมาจากฟ้าแล้วเอาแหวนเพชรมาให้ คุณกวงขา...ลำยองอยากได้แหวนเพชรเม็ดใหญ่ๆสักวง คุณกวงซื้อให้ลำยองนะคะรับขวัญลูก”

กวงออกจากโรงพยาบาลมารับลำดวนไปนอนค้างเป็นเพื่อนลำยองตอนดึกวันเดียวกัน ความวิตกเรื่องอาการลูกชายทำให้เขาหวนคิดถึงบทสนทนากับหมอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

“ทำไมลูกผมเป็นแบบนี้...เด็กก็ครบกำหนด แม่เด็กแข็งแรงดีไม่ใช่เหรอครับ ลูกชายคนแรกแท้ๆ”

“ลูกสาวคนก่อนๆของคุณแข็งแรงทุกคนเพราะแม่เด็กระวังกินแต่ของมีประโยชน์ แต่ลูกชายคุณคนนี้ไม่แข็งแรงเพราะแม่ดื่มเหล้าตอนท้อง ผมห้ามแล้วก็ไม่เชื่อ”

กวงปวดใจ หมอสงสารเลยปลอบให้ทำใจดีๆเพราะมีทางรักษา กวงมีความหวังแต่หมอก็อยากให้เผื่อใจ

“ถึงรอดสติปัญญาเด็กอาจไม่ดีนัก เด็กคลอดออกมาอย่างมีอาการของคนติดเหล้า จะต้องมีการให้ยาบำบัดทางด้านสมอง ถ้าให้อาหารและยาดีๆก็เจริญเติบโตได้พอสมควรไม่ถึงกับปัญญาอ่อนหรอกครับ”

กวงดึงตัวเองกลับมาเมื่อถึงหน้าบ้านเมีย เห็นวันเฉลิมที่ทนรอในบ้านไม่ไหวนั่งหงอยคนเดียวแล้วอดสะท้อนใจไม่ได้ แถมช้ำกว่าเดิมเมื่อได้ยินเด็กชายถามถึงแม่

“แม่เราสบายดีแต่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาลอีกหลายวัน”

กวงเอื้อมมือไปลูบหัววันเฉลิมเบาๆ แต่ไม่ทันได้พูดอะไร พ่อแม่และน้องๆของเมียก็วิ่งหน้าระรื่นมาซักถามเรื่องลำยองเสียก่อน กวงมีสีหน้าลำบากใจแต่ไม่มีใครสังเกตนอกจากวันเฉลิม แต่ถึงกระนั้นเสี่ยหนุ่มก็ข่มอารมณ์และบอกให้ลำดวนเตรียมตัวไปนอนเฝ้าลำยองที่โรงพยาบาล ทุกคนดีใจเรื่องหลานคนใหม่จนไม่มีใครสนใจท่าทางแปลกๆของกวง มีเพียงวันเฉลิมที่มองพ่อเลี้ยงด้วยแววตาเป็นกังวล...หรือจะเกิดเรื่องไม่ดีกับน้อง

ลำดวนไม่ได้สังเกตอาการพี่เขยเลยกระตือรือร้นไปดูหน้าหลานในห้องพักเด็ก จนเมื่อพยาบาลพาไปหาจึงถึงกับหน้าถอดสีแล้วเริ่มเข้าใจว่าทำไมกวงไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร เมื่อไปหาพี่สาวในอีกไม่กี่นาทีถัดมาก็พูดติดๆ ขัดๆ เพราะไม่รู้จะบอกอย่างไรว่าลูกชายความหวังของครอบครัวมีร่างกายอ่อนแอเพราะแม่ดื่มเหล้าหนักระหว่างตั้งครรภ์

กว่าลำดวนจะพูดได้ก็ผ่านไปหลายนาที แต่ลำยองกลับไม่กังวลเพราะเชื่อว่าหมอต้องดูแลเธออย่างดีในฐานะเมียเสี่ยใหญ่เจ้าของโรงงาน ลำดวนกระอักกระอ่วนใจมากเพราะคิดว่าอาการหลานน่าเป็นห่วงกว่านั้น

“ถ้ามึงกลับบ้าน...ฝากบอกแม่ให้หาหมอเก่งๆไว้รอกู จะได้ประคบหน้าท้องให้มันยุบ บวมขนาดนี้ใส่ชุดไม่สวย เออ...คุณกวงรับปากจะซื้อแหวนเพชรให้กูด้วย คอยดูนะ...กูจะเลือกเม็ดใหญ่กว่าที่ไอ้สันต์มันหมั้นเมียใหม่เลย”

ลำดวนพูดไม่ออก ปล่อยให้ลำยองพล่ามเพ้อฝันถึงอนาคตสวยหรูคนเดียว

ooooooo

วันเฉลิมเตรียมตัวไปโรงเรียนเช้าวันถัดมา ระหว่างรอรถโรงเรียนก็เจอกับวิมลกับสมฤดี ทำให้ความกังวลใจผ่อนคลายลงมาก แต่ถึงกระนั้นสถานะของเขาหลังมีน้องก็ทำให้ชมอดบ่นกับวิมลไม่ได้เพราะทุกคนเห็นวันเฉลิมเป็นส่วนเกิน

“หนูล่ะไม่ชอบเลย พวกยายๆน้าๆเขาชอบพูดว่าอีกหน่อยวันจะเป็นหมาหัวเน่า”

“เขาคงคิดไม่ถึงละมังว่าเด็กตัวแค่นี้ก็มีความคิดจิตใจ”

วิมลเห็นใจวันเฉลิมมาก แต่ดูเหมือนเด็กชายจะไม่คิดมากเพราะความรักน้องมีมากกว่า

ฟากแลป่าวประกาศข่าวดีเรื่องได้หลานชายทั่วตลาด แต่สะใจสุดเห็นจะเป็นการได้ไปเยาะเย้ยปั้นกับสินถึงร้าน แถมขอซื้อเหล้าไปดื่มย้อมใจด้วย ปั้นสะกดกลั้นอารมณ์แล้วแต่ไม่ไหวจึงโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“อีแล...มึงก็รู้บ้านกูไม่ขายเหล้า มึงอยากอวดบารมีลูกมึงก็ไปไกลๆเลย ไม่มีใครเขาเห่อโต๊ะจีนกับมึงหรอก”

“เออนะ...กูลืมไป ขายแต่ผักหญ้า น้ำปลา กะปิ วันๆกำไรหยิบมือจนตายลงโลง มึงก็มีปัญญาแค่นี้แหละ”

“จนหรือรวยก็เรื่องของกู ยังไงกูก็ได้คนดีมาเป็นสะใภ้ ไม่ใช่สวยแต่ข้างนอก ข้างในเหม็นโฉ่อย่างลูกสาวมึง”

แลถลกผ้าถุงเตรียมตบเต็มที่ ปั้นตั้งท่าเตรียมรับจนแลต้องล่าถอย...ฝากไว้ก่อนเถอะอีปั้น!

ฝั่งสันต์พาเทวีไปกราบหลวงลุงปิ่นที่วัด เจอกับวันเฉลิมซึ่งไปช่วยถูพื้นกุฏิอย่างตั้งใจ เทวีเห็นว่าที่ลูกเลี้ยงเป็นครั้งแรกแล้วรู้สึกเอ็นดูเพราะท่าทางนอบน้อมและมีสัมมาคารวะ ส่วนหลวงลุงปิ่นเห็นสันต์จะเริ่มต้นใหม่กับคนดีๆจึงอวยพร แต่เมื่อทราบว่ายังไม่แน่นอนเรื่องย้ายมาอยู่ด้วยกันเพราะเทวีต้องไปทำงานในเมือง

“ค่อยดูกันไปนะ แต่เป็นผัวเมียกันต้องดูแลกันให้ดี ผัวอยู่ทาง เมียไปทาง...สุดท้ายครอบครัวก็พัง”

สันต์กับเทวียกมือไหว้น้อมรับคำสอนของหลวงลุง วันเฉลิมนั่งมองนิ่งๆแต่ไม่พูดอะไรจนสันต์อดเป็นห่วงไม่ได้

“พ่ออยากให้วันรู้ไว้นะลูก ถึงแม้พ่อกับแม่ของวันจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน และวันจะมีพ่อหรือแม่ใหม่ ถ้าวันต้องการความช่วยเหลืออะไร วันมาหาพ่อได้เสมอ พ่อไม่มีวันทอดทิ้งวันไปไหนหรอก...เข้าใจไหมลูก”

วันเฉลิมรับคำแผ่วเบา ในใจไม่คิดเคืองพ่อหรือแม่แม้แต่น้อย...ยังไงพ่อกับแม่ก็เป็นที่หนึ่งในใจเขาเสมอ

ฝ่ายลำยองพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจนเกือบหายดี แต่อาการอยากเหล้ากำเริบเลยอาละวาดผู้คนไปทั่ว เมื่อพยาบาลอุ้มอภิชาตมาหา สาวขี้เมาจึงถึงกับหน้าเสียเพราะร่างกายเล็กบางของลูกไม่ใช่สิ่งที่คิดมาก่อน

“ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ ผัวฉันเขาหล่อ ฉันก็สวยแล้วนี่มันอะไร หมอเอาเด็กผิดคนมาเป็นลูกฉันหรือเปล่า”

“ไม่พลาดอย่างนั้นหรอกค่ะ เด็กไม่ค่อยแข็งแรง คุณหมอพยายามช่วยเหลือและดูแลเต็มที่ และนมจากคุณแม่จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยเด็กได้ค่ะ”

ลำยองจนมุมและจำใจให้นมลูก แต่ไม่วายบ่นกับน้องสาวอย่างหงุดหงิดที่กวงไม่มาให้เห็นหน้าเลยตั้งแต่คลอด ลำดวนบอกว่าเสี่ยหนุ่มมาเพื่อดูลูกเท่านั้น ลำยองยิ่งเครียดหนัก...หรือว่าเราสวยน้อยลง

ooooooo

งานหมั้นระหว่างสันต์กับเทวีถูกจัดในอีกไม่กี่วันถัดมาที่บ้านปั้น ปานเห็นวันเฉลิมยืนรดน้ำต้นไม้คนเดียวเลยบอกให้แวะไปดู แถมตอกย้ำว่าจะเป็นหมาหัวเน่าในไม่ช้า วันเฉลิมคิดนิดเดียวแล้วออกไปดูให้เห็นกับตา บรรยากาศคึกคักและใบหน้ายิ้มแย้มของทุกคนทำให้เด็กชายตัดสินใจแอบดูห่างๆ อดน้อยใจไม่ได้ที่พ่อจะมีครอบครัวใหม่

ด้านกวง...ไปรับลำยองจากโรงพยาบาลแต่อภิชาตต้องอยู่ในความดูแลของหมอเพราะร่างกายยังอ่อนแอ กวงสะเทือนใจมากและไม่มีอารมณ์จะพูดกับเมียจนถึงบ้าน วันเฉลิมดีใจวิ่งไปกอดแต่ถูกลำยองไล่ตะเพิดแต่เด็กชายไม่โกรธและถามหาน้องจากกวงแทน เสี่ยหนุ่มอึกอักเล็กน้อยแล้วบอกว่าอภิชาตต้องอยู่โรงพยาบาลเพราะยังไม่พร้อม

กวงขอตัวไปเก็บเสื้อผ้าบางส่วนกลับบ้านเพราะไม่อยากมาที่นี่บ่อยๆอีกแล้ว เพราะไม่พร้อมจะเจอหน้าหรือพูดคุยกับลำยองเรื่องอภิชาต แต่ลำยองคิดว่าเขากำลังนอกใจและอาละวาดขนาดหนัก

“แล้วทำไมต้องเอาเสื้อผ้าไป ไม่ใช่ไปเลี้ยงอีหนูที่ไหนเหรอ อย่าให้กูจับได้นะ จะตามไปตบให้ฟันร่วงเลย”

“เป็นบ้าหรืออยากเหล้าจนคลั่งเนี่ย ลูกจะรอดไม่รอดอยู่โรงพยาบาลนั่นแหละ ยังมีสมองคิดเรื่องแบบนี้อีกเหรอ”

“กูจะกินมันก็เรื่องของกู...เหล้าของกู”

“ที่ลูกต้องออกมาเป็นยังงี้ก็เพราะแกนั่นแหละ...รู้เอาไว้ซะ” ลำยองปรี๊ดแตก “หุบปาก...รู้จักอายชาวบ้านเขามั่ง แล้วจำเอาไว้ให้ดี ขืนยังไม่เลิกเหล้า ฉันจะไม่กลับมาที่นี่อีกเลย”

ขาดคำก็หุนหันออกจากบ้าน เจอกับวันเฉลิมซึ่งได้ยินทุกอย่างดักรอ กวงจึงได้แต่แก้ตัวเสียงอ่อน

“ป๊าไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอกนะ”

“ป๊าอย่าโกรธแม่เลยครับ แม่ไม่สบาย”

กวงใจอ่อนยวบ “ทำไมเราไม่เกิดมาเป็นลูกป๊านะ...วันเฉลิม”

วันเฉลิมเงยหน้ามองกวงทั้งน้ำตา เสี่ยหนุ่มหัวใจหล่นวูบด้วยความสะเทือนใจแล้วตัดสินใจขับรถออกไป

เมื่อแลทราบเรื่องหลานชายคนล่าสุดต้องนอนตู้อบในโรงพยาบาลเพราะลำยองกินเหล้าหนักระหว่างท้องก็บ่นอุบกลัวจะเสียผลประโยชน์และความสุขสบายไป แต่ลำยองไม่สำนึกแถมโทษอภิชาตที่อึดไม่พอ

“มันน่าเกลียดจะตาย ตัวเหี่ยวๆย่นๆเหมือนไม่ใช่ลูกคน”

“ก็มึงกินแต่เหล้าน่ะสิอีลำยอง เท่ากับมึงบังคับยัดใส่ปากลูกมึงนั่นแหละ” ลำยองไม่ยอมรับผิดจนแลอ่อนใจ “มึงดื้อเอง...หมอเขาเตือนมึงตั้งนาน เลิกได้ก็เลิกซะ แค่นี้คุณกวงเขาก็ผิดหวังมากพอละ ถ้าเขาเอือมมึงมากๆ เขาไม่กลับมาหามึงอีกเลยแล้วมึงจะทำยังไง”

“ไม่มีทางหรอกแม่ ยังไงเขาต้องกลับมาง้อฉัน ลูกชายเขาอยู่กับฉันทั้งคน ฉันไม่กลัวหรอก”

ลำยองพูดพลางกระดกเหล้าเข้าปากย้อมใจ แลได้แต่ส่ายหน้าเอือมๆ...ไม่รู้จะเตือนยังไงแล้วอีลำยอง

ooooooo

วันเฉลิมสะเทือนใจเรื่องกวงมีปากเสียงกับแม่ และเป็นห่วงน้องจนต้องไประบายกับวิมลเพราะไม่มีคนคุยด้วยที่บ้าน คุณยายข้างบ้านสงสารแต่อยากให้เขามองโลกในแง่ดีว่าทุกอย่างจะดีขึ้น วันเฉลิมต้องอดทนและพยายามดูแลน้องชายให้ดีเพราะอภิชาตคงไม่มีคนอื่น วันเฉลิมรับปากหนักแน่น ไม่มีวันปล่อยให้น้องต้องอยู่คนเดียวแน่

ฟากลำยงมองกองขนมเหลือบานเบอะด้วยความเซ็ง แลไม่ให้กำลังใจแถมยุให้เลิกขายเพราะคงเหนื่อยเปล่า ลำยงไม่ยอมแพ้และคิดจะเปลี่ยนมาขายก๋วยเตี๋ยวแทนเพราะน่าจะกำไรดีกว่า แลเห็นดีเห็นงามเพราะจะได้กินด้วย

“ทำร้านให้มันใหญ่ๆหรูๆ ให้มันสมหน้าสมตาเลยนะโว้ย ให้คนลือทั้งซอย”

“ทุนแค่นี้จะหรูได้สักแค่ไหนกันแม่”

“คิดอย่างมึงนี่ แล้วเมื่อไหร่จะรวยสักทีอีลำยง!”

กวงมาที่บ้านแต่เช้าเพื่อพาลำยองไปเยี่ยมลูกด้วยกัน แต่สาวขี้เมานอนเพลินและตื่นสายให้รอนานจนกวงเริ่มหงุดหงิดและตัดสินใจไปตามด้วยตัวเอง เมื่อเห็นสภาพเมียที่เยินจนดูไม่ได้แล้วนึกรู้ว่าคงเมาค้างจากเมื่อคืนแน่

“กินจนหน้าแดงเป็นงิ้วยังจะมีหน้าไปโรงพยาบาล ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะกินเหล้าไม่ยอมเลิก”

ลำยองไม่สำนึกแถมเถียงกลับ “ฉันกินเป็นยาต่างหาก ขืนไม่กินได้ผอมแห้งตาย”

“ไม่ผอมแห้งหรอก แต่จะเป็นอีขี้เมามากกว่า หัดดูสารรูปตัวเองซะมั่ง โผล่ไปถึงไหนก็อายเขาเปล่าๆ”

ลำยองปรี๊ดแตก วันเฉลิมได้แต่เฝ้ามองซึมๆ...เสียใจที่เห็นแม่ทะเลาะกับพ่อเลี้ยงอย่างรุนแรง

ความเครียดเรื่องลูกกับลำยองทำให้กวงประสาทเสีย การงานพลอยชะงักและผิดพลาดเพราะเสี่ยหนุ่มไม่อยู่ในอารมณ์จะทุ่มเท ผู้จัดการโรงงานซึ่งรู้เรื่องลำยองดี เห็นใจเจ้านายมากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

“ช่วงนี้มีแต่เรื่องน่าปวดหัว อันที่จริงผมผิดเองที่แส่หาเรื่อง ผมรู้สึกแย่มากที่ทำร้ายจิตใจลูกเมียผม”

“คุณกวงหวังดีต่อวงศ์ตระกูลต่างหากครับ”

“อุตส่าห์ได้ลูกชายทั้งที ทำไมถึงได้เป็นอย่างนี้”

ฟากลำยองไม่สำนึกว่าตัวเองผิดเลยไปบ่นกับแม่ที่บ้าน คิดเอาเองว่ากวงอาจเบื่อและแอบมีคนอื่นเพราะไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลยตั้งแต่เธอกลับจากโรงพยาบาล

“แม่ว่าฉันยังสวยเหมือนเดิมหรือเปล่า”

“หัวซอยยันท้ายซอย ไม่มีใครกินเอ็งลงหรอก สันดานผู้ชายก็แบบนี้ ถ้าเอ็งทำตัวดีๆให้เขาเห็นว่าเอ็งตั้งใจเลี้ยงดูลูก เขาคงไม่ทิ้งเอ็งหรอก ข้าว่าเอ็งเลิกเหล้าได้ก็เลิกเถอะลำยอง เขาอาจรังเกียจที่เอ็งติดเหล้าก็ได้”

ลำยองชะงักแต่ยังแถ “กินเป็นยา ไม่ได้ติดสักหน่อย”

เวลาเดียวกันที่กุฏิหลวงลุงปิ่น...วันเฉลิมกินข้าวเหนียวหมูทอดฝีมือย่าที่ปู่เอามาฝากอย่างเอร็ดอร่อยพลางเล่าเรื่องอภิชาตว่ายังไม่ได้กลับจากโรงพยาบาล หลวงลุงกับสินสบตากันงงๆและถามถึงกวง เด็กชายจึงบอกแม่กับพ่อเลี้ยงมีปากเสียงกันบ่อยเหลือเกิน สินกลัวหลานโดนลูกหลงถูกตีแต่วันเฉลิมรีบปฏิเสธ

“แม่ไม่ตีวันหรอกครับ แต่วันไม่ชอบเวลาแม่กินเหล้า แม่บอกกินแก้เครียด แต่ตอนแม่อารมณ์ดีแม่ก็กินนี่ครับ”

สินกับหลวงลุงหนักใจมาก...มันคงเกินเยียวยาแล้วล่ะวันเอ๋ย

ooooooo

บ้านแลกำลังวุ่นกับการก่อสร้างเพิงขายก๋วยเตี๋ยว ลำยงเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ โดยมีชดคนขับเรือซึ่งตามจีบเธอเป็นลูกมือ ลำยองเห็นน้องจริงจังเลยซักถาม เมื่อทราบว่าขายชามละไม่กี่บาทก็ดูถูกว่าต้องขายจนตาย

“ยังดีกว่าไปรับจ้างโรงงานล่ะ อย่างน้อยฉันก็ได้แสดงฝีมือเอง กำไรน้อยก็ช่างหัวมัน ค่อยๆเก็บก็เยอะเอง”

“เออ...ขายให้ได้นานๆแล้วกัน ไอ้วันจะได้มาอาศัยกินบ้าง อีคนใช้ที่บ้านมันทำกับข้าวอะไรก็ไม่รู้”

ลำยงส่ายหน้าอ่อนใจให้กับความเรื่องมากของพี่สาว แลได้ยินชื่อหลานเลยถามถึง ลำยองไม่รู้เพราะไม่เคยใส่ใจ คิดเองว่าคงกลับบ้านเลยเมื่อเลิกเรียน แต่ความคาดหมายของสาวขี้เมาผิดคาด เพราะดันไปเจอลูกชายคนโตเดินจูงมือกับสินตรงกลางสะพาน ลำยองโมโหมากและปรี่ไปหาเรื่องทันที

“อยู่ไม่ติดบ้าน วันๆเอาแต่ตะลอนนะมึงไอ้วัน”

“เอ็งจะว่าลูกน่ะ หัดมองตัวเองให้ดีซะก่อนเหอะนังลำยอง” สินโต้

“อย่ามาแส่ แม่ลูกเขาจะสั่งสอนกันโว้ย คนอื่นไม่เกี่ยว คิดจะขโมยลูกฉันล่ะสิ”

ลำยองเห็นเหรียญบาทในมือลูกชายเลยคว้ามาปาทิ้งและตวาดใส่หน้าสินเคืองๆ

“เงินแค่นี้กระจอก!” ลำยองกระชากวันเฉลิมออกไป “มึงก็เหมือนกัน เป็นขอทานหรือไง ไปเอาเงินมันทำไม”

สินโกรธมากแต่ต้องพยายามข่มอารมณ์และมองตามหลานชายถูกกระชากลากถูไปด้วยความเวทนา...ลำยองไม่พูดกับลูกสักคำจนถึงบ้านและเหวี่ยงกระเด็นลงพื้นพร้อมตวาดลั่น

“อย่าให้กูรู้นะมึงว่าแอบไปบ้านนั้น จะตีให้ตายคามือเลย กูเกลียดทั้งบ้าน ยิ่งย่ามึงยิ่งตัวดี กูเกลียดเข้าไส้”

วันเฉลิมก้มหน้านิ่งไม่เถียง ลำยองจึงไปหยิบขวดเหล้าจากตู้มาดื่มย้อมใจ วันเฉลิมเห็นแล้วอดไม่ได้และพยายามขอให้เลิกเพื่อเห็นแก่กวงกับน้อง “เวลาแม่อารมณ์ไม่ดี แม่ตีวันก็ได้แต่อย่ากินเหล้าเลยนะครับ เหล้ามันไม่ดี”

ลำยองชะงักจริงจังเมื่อเห็นสายตาลูกแต่ยังท่ามากและด่าเปิงจนเขาต้องเลี่ยงออกไป ทิ้งลำยองยืนมองขวดเหล้านิ่งแล้วตัดสินใจเก็บใส่ตู้ไว้เหมือนเดิม

วันเฉลิมไปขลุกอยู่กับชมกับชื่นในครัว สองสาวใช้สงสารมากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง นอกจากหาข้าวปลาอาหารให้ตามมีตามเกิด ชมชวนคุยเปลี่ยนบรรยากาศและถามถึงน้องชายคนใหม่ที่กวงจะไปรับวันรุ่งขึ้น แม้จะหนักใจเพราะลำยองคงใช้ให้เลี้ยงลูกจนไม่ต้องทำอย่างอื่น แต่อดชื่นใจไม่ได้เมื่อได้ยินวันเฉลิมสัญญาจะช่วยเลี้ยงอีกแรง

ฝ่ายลำยองนอนกระสับกระส่ายตลอดคืนด้วยความอยากเหล้า สาวขี้เมาข่มใจสุดความสามารถเพราะนึกถึงคำลูกชายและอนาคตของตัวเองหากเลิกไม่สำเร็จ แต่ถึงกระนั้นความทรมานทั้งกายและจิตใจทำให้ตัณหาความอยากชนะความตั้งใจดี ลำยองแพ้ใจตัวเองและเดินไปหยิบเหล้ามาดื่มในที่สุด

ooooooo

วันเฉลิมตื่นแต่เช้าไปช่วยชมรดน้ำต้นไม้ กวงขับรถมาจอดและถามถึงลำยองเพราะนัดไว้จะพาไปรับอภิชาตที่โรงพยาบาล ชมทำท่าอึกอักแล้วบอกว่าคุณนายยังไม่ตื่น กวงรอจนทนไม่ไหวต้องบุกไปตามด้วยตัวเอง

เสี่ยหนุ่มเจ้าของโรงงานเห็นสภาพยุ่งเหยิงของห้องแล้วส่ายหน้าเอือมระอา เมียน้อยสุดที่รักเมาหลับไม่ได้สติ เมื่อเขาปลุกก็งัวเงียตื่นแล้วตีหน้ามึนไม่รู้เรื่องที่นัดไว้ กวงโมโหจนขาดสติอาละวาดเสียงเข้ม

“เมาจนจำอะไรไม่ได้สักอย่าง แกมันเป็นแม่ชนิดไหนกัน เคยห่วงลูกในไส้บ้างไหม กินเข้าไปไอ้เหล้าเนี่ย”

ลำยองปรี๊ดแตก “แกก็กินกับฉัน มาด่าฉันได้ยังไง”

กวงกัดฟันข่มความโกรธ “ฉันมันโง่เองที่หลงผิด เพิ่งจะเห็นชัดๆวันนี้ว่าสันดานที่ติดตัวมา มันแก้ไขกันไม่ได้”

เสี่ยหนุ่มเดินลิ่วออกจากห้องและเรียกชมไปรับอภิชาตด้วยกันแทน วันเฉลิมขอตามไปด้วยแต่ชื่นบอกให้รอที่บ้านดีกว่า เด็กชายเลยได้แต่มองตามรถกวงจ๋อยๆ ไม่สบายใจเลยที่เห็นพ่อเลี้ยงอารมณ์เสียใส่แม่อีกแล้ว

กว่าลำยองจะตื่นอีกทีก็สายโด่ง สาวขี้เมาตรงดิ่งไปบ้านแม่ทันทีและบ่นให้ฟังอย่างหัวเสียว่าโดนผัวด่าเพราะตื่นสาย ลำยงส่ายหน้าแล้วอดเหน็บไม่ได้ว่าสมควรเพราะนัดไม่เป็นนัดมัวแต่เมา ลำยองรู้ตัวว่าผิดแต่ไม่สำนึกเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ผัวต้องดูแลตนกับลูกอย่างดี ลำยงคร้านจะโต้เลยลุกไปช่วยชดตกแต่งเพิงก๋วยเตี๋ยว แลเลยถือโอกาสเตือนลูกสาวคนโปรดให้เพลาๆเหล้าบ้าง ก่อนจะไม่เหลืออะไรเลยทั้งลูก ผัวและเงิน!

ลำยองขัดใจแต่เถียงไม่ออก ได้แต่ผลุนผลันกลับบ้านเพราะไม่มีคนเข้าใจ แล้วต้องเบ้หน้าเมื่อกลับไปเจอกวงกับวันเฉลิมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับอภิชาต เสี่ยใหญ่ลูบหัววันเฉลิมด้วยความเอ็นดู ลำยองหมั่นไส้มากแต่ไม่กล้าพูดมากเพราะมีชนักปักหลังเมื่อเช้า ส่วนชื่นเห็นกวงหิ้วถุงพะรุงพะรังมากมายมาด้วยเลยถามด้วยความอยากรู้

“ขวดนม ผ้าอ้อม ของใช้เด็กอ่อนทั้งหมด น้ำที่ใช้ชงนมต้องน้ำต้มสุกเท่านั้นนะชื่น ขวดนมต้องต้มฆ่าเชื้อ” ชมคิดว่าล้างน้ำอย่างเดียวก็พอ “ไม่ได้เด็ดขาด หมอสั่งว่าทุกอย่างต้องสะอาด ไม่งั้นลูกฉันจะไม่สบาย”

วันเฉลิมพยายามบอกให้แม่ดูน้องแต่ลำยองไม่สนใจและไปเอาอกเอาใจผัวแทนเพื่อง้อกลายๆ กลัวไม่ได้เงินไว้ใช้จ่าย เมื่อชื่นถามว่าอยากทานอะไรเลยจัดชุดใหญ่จนกวงถึงกับเซ็ง

“เอาปลากะพงผัดใบขึ้นฉ่าย เป็ดพะโล้ แล้วอะไรอีกสักอย่างดีกว่าค่ะคุณกวง”

“ฉันคงไม่อยู่กินด้วยหรอก ต้องรีบกลับไปทำงาน ฝากลูกฉันด้วยนะชม แม่ชื่น”

กวงลุกไปขึ้นรถ ทิ้งลำยองให้ฮึดฮัดคนเดียว...โธ่เอ๊ย ไม่ง้อก็ได้ไอ้ผัวเฮงซวย!

ฝ่ายวันเฉลิมแวะไปหาหลวงลุงที่วัดช่วงบ่ายและเจอพ่อกับว่าที่แม่เลี้ยงที่นั่น สันต์กับเทวีซื้อของขวัญมาให้มากมาย โดยเฉพาะหนังสือนิทานที่นายทหารเรือจงใจยื่นให้ตรงหน้าเพราะแฟนสาวเป็นคนเลือกให้

“อาเห็นวันชอบฟังนิทาน นิทานเล่มนี้สนุกมาก ตอนนี้ยังอ่านไม่ได้ก็ดูรูปไปก่อน ลองเปิดดูสิว่าชอบไหมจ๊ะ”

วันเฉลิมรับมาถือด้วยความดีใจและขออนุญาตแบ่งให้อภิชาตอ่านด้วย เทวียิ้มเมตตาแล้วเอ่ยเสียงอ่อน

“ได้สิจ๊ะ ทำไมจะไม่ได้ แต่อาว่าน้องยังเล็กเกินไปหรือเปล่า เอาไว้น้องโตอีกหน่อยค่อยแบ่งน้องก็ได้”

สันต์มองมายิ้มๆ เช่นเดียวกับหลวงลุงที่แหย่เด็กชายขำๆว่าขี้สงสารเหลือเกิน

“น้องน่าสงสารจริงๆนี่ครับหลวงตา น้องผอมแล้วไม่ค่อยสบายเลยร้องไห้บ่อยๆ”

ทุกคนมองหน้ากันเครียดๆ นึกถึงชะตากรรมของอภิชาตด้วยความเวทนา วันเฉลิมก้มหน้างุดน้ำตาคลอบอกว่าแม่ไม่ค่อยรักน้อง เทวีต้องปลอบให้มองโลกในแง่ดี “อย่าพูดอย่างนี้สิวัน...ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูกของตัวเองหรอก”

เทวียิ้มให้อย่างมีเมตตาและเข้าใจความรู้สึกของวันเฉลิม หวังสุดใจจะเป็นที่พึ่งให้เขาได้ในอนาคต

วันเฉลิมกลับบ้านพร้อมของขวัญมากมาย เมื่อลำยองรู้ว่าลูกชายได้ของเล่นจากสันต์ก็พานโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“ลับหลังกูนี่มีเวลาไปแอบเจอกันนะมึง ทุเรศ...ทำเป็นอวดรวย ซื้อของเล่นให้ลูก ไปเล่นไกลๆเลยนะมึง”

จบคำก็ก้มหน้าก้มตาทาเล็บให้ตัวเอง วันเฉลิมจะปลีกตัวออกไป แต่เมื่ออภิชาตร้องไห้จ้า เขาจึงหวนไปดูตามประสาพี่ชายแสนดี ลำยองรำคาญและตะโกนเรียกชมแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ วันเฉลิมเลยสำรวจน้องเองแล้วรู้ว่าต้องชงนมเพราะน้องหิว แต่น้ำร้อนในกระติกหมดเลยต้องไปเอาในครัว

ชมกับชื่นเร่งต้มน้ำเต็มที่แต่ไม่ทันใจลำยองที่หมดความอดทนและลุกไปชงนมให้ลูกด้วยน้ำก๊อก เมื่อชมมาถึงพร้อมวันเฉลิมก็ต้องหน้าเสียเพราะอภิชาตดูดนมที่ว่าไปแล้วกว่าครึ่ง ลำยองไม่ยี่หระเพราะคิดว่าคงไม่เป็นอะไร แต่เรื่องกลับเลวร้ายกว่าที่คิดเพราะอภิชาตท้องเสียทั้งวันทั้งคืนจนแตกตื่นกันทั้งบ้าน!

วันเฉลิมไปเกาะเตียงน้องด้วยความเป็นห่วง ชื่นกับชมคิดว่าต้องพาไปหาหมอเพราะอาการไม่ดีขึ้นเลย

“ก็คุณนั่นแหละ เอาน้ำก๊อกชงนมให้เด็กได้ยังไง”

“มึงอย่ามาโทษกูนะอีชื่น เพราะมึงนั่นแหละขึ้นมาช้า”

ลำยองไม่สนใจและโยนเงินให้สาวใช้พาอภิชาตไปหาหมอ ชื่นข่มอารมณ์โกรธและบอกวันเฉลิมซึ่งขอไปด้วยให้อยู่เป็นเพื่อนแม่กับชมที่บ้าน เด็กชายเลยต้องมองตามชื่นตาละห้อย เป็นห่วงน้องแทบแย่แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง

ooooooo

กวงไม่รู้เรื่องลูกป่วยและแวะมาเยี่ยมหลายวันถัดมา เมื่อค้นพบว่าลูกชายตัวน้อยต้องนอนในห้องคนใช้ไร้คนดูแลก็โมโหมาก และหัวเสียหนักเมื่อชื่นบอกว่าอภิชาตระเห็จมานอนที่นี่เพราะลำยองรำคาญเสียงร้องตอนดึกๆ

“วันก่อนแกท้องเสียเพราะยายแม่เอาน้ำก๊อกมาชงนม ขี้ไหลทั้งวันทั้งคืน ชมกับน้าชื่นต้องอุ้มไปหาหมอ”

“ฉันสั่งเอาไว้แล้วไงว่าให้ระวังเรื่องนมกับน้ำเด็กไม่ค่อยแข็งแรง ไม่ได้ต้มน้ำร้อนหรือไง กระติกก็มีตั้งสองใบ”

“หมดแล้วเขาไม่บอกค่ะ ฉันก็งานยุ่ง บางทีก็ไม่ทันดู ส่วนใหญ่พ่อวันเป็นคนมาบอกเรื่องน้ำสุกหมด”

กวงโกรธมากจนแทบระงับตัวเองไม่อยู่ แต่เมื่อมองไปทางวันเฉลิมและคิดใคร่ครวญพักใหญ่ระหว่างรอให้เมียตื่นจากอาการเมาค้าง เสี่ยหนุ่มจึงคิดได้ว่าต้องทำอะไรบางอย่าง เมื่อลำยองรู้สึกตัวเลยได้เห็นกวงนั่งคอยที่มุมห้อง เธอสะดุ้งเล็กน้อยและหน้าเสียเมื่อเขาถามเรื่องลูกต้องไปนอนในห้องคนใช้

“มันกวนจะตาย ตื่นได้คืนละห้าหกหน ใครจะไปทนไหว เราเสียเงินจ้างคนใช้นะต้องใช้ให้คุ้มสิ”

“เขาจะออกสิ้นเดือนนี้แล้ว ทั้งสองคนทนไม่ไหวแล้วจะทำยังไง เลี้ยงลูก หุงข้าวและซักผ้าเองน่ะ”

ลำยองโวยวายให้กวงหาคนใช้ใหม่โดยเร็วที่สุด แต่กวงปฏิเสธเสียงเรียบและจะเอาลูกไปเลี้ยงเอง

“ทำไมต้องเอาไปด้วย หาคนมาเลี้ยงที่นี่สิ”

“เอามาเลี้ยงที่นี่ เขาก็ลาออกอีกแหละ สู้เอาไปให้เขาเลี้ยงเลยไม่ได้”

ลำยองขมวดคิ้วเพราะน้ำเสียงผัวแปลกๆ กวงจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบแล้วบอกจะเอาอภิชาตไปให้อาม่าเลี้ยง ลำยองของขึ้นทันทีเพราะกลัวขาดสิ่งต่อรองมีค่าที่สุดไป

“ฉันไม่ให้หรอก ยังไงฉันก็ไม่ให้”

“ย่าเขาอยากได้หลานชาย คนจีนน่ะเขาเลี้ยงลูกชายดีนะ เผลอๆจะส่งเรียนเมืองนอกด้วย อีกหน่อยลำยองจะมีลูกอีกก็ได้ ถ้าเป็นลูกสาวค่อยเลี้ยงเอง รู้ไหม...อาม่าจะทำขวัญหลาน ให้รางวัลลำยองด้วย ไม่อยากได้เหรอ”

ลำยองชะงักกึกเมื่อได้ยินว่ามีเงินทำขวัญ แต่ยังลีลามากและอ้างว่ากลัวบ้านเขาเลี้ยงลูกไม่ดี

“ผมอยู่ด้วยทั้งคนจะไม่ดีได้ยังไง จะให้เงินลำยองไว้ใช้เล่นสักหมื่นสองหมื่น ลำยองอยากได้อะไรก็ซื้อ”

ลำยองตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงเงินก้อนโต ในใจวาดฝันจะใช้บำเรอความสุขตัวเองให้หนำใจ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่กล้าพูดตรงๆเพราะกลัวถูกจับได้ว่าเห็นแก่เงินมากกว่าลูกเลยแกล้งฟูมฟายเหมือนแม่ที่จะเสียลูกรัก

“ลูกลำยองไม่ใช่ผักปลา ถึงจะมาแลกด้วยเงิน”

“ไม่เป็นไร ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร แม่ผมเขาบอกว่าจะหาเมียใหม่ให้อีกคน เอาไว้ทำลูกชายโดยเฉพาะ” ลำยองถึงกับอึ้ง “เพราะคนนี้ไม่ค่อยแข็งแรง เขาอยากได้อ้วนๆ ขาวๆและแข็งแรง คงต้องหาแม่อายุสิบแปดไม่ติดเหล้า ไม่มีผัวมาก่อน ไม่เคยมีลูก แม่เขาทาบทามอาแปะแถวบ้านเอาไว้ แกว่าสินสอดแปดพัน ทองสองบาทก็น่าจะพอ”

ลำยองตาโตและสวนกลับทันที “เอามาสามหมื่น ทีนี้จะเอาไปไหนก็ไป”

กวงยิ้มพอใจ ส่วนลำยองฝันหวานถึงแผนใช้เงินล่วงหน้า...คราวนี้กูจะซื้อเหล้ามาตุนให้หมดตลาดเลยคอยดู!

ooooooo

วันเฉลิมพยายามขอร้องชมกับชื่นให้อยู่ต่อเพราะไม่อยากให้แม่ลำบากและน้องชายไม่มีคนดูแล แต่สองสาวใช้ทนไม่ไหวเรื่องพฤติกรรมสุดเอือมของลำยอง เงินมากมายแค่ไหนก็ซื้อความสบายใจสบายกายคืนมาไม่ได้

เด็กชายจึงต้องเรียนรู้งานบ้านเล็กๆน้อยๆและการดูแลเลี้ยงเด็กอ่อนเบื้องต้น แม้จะหนักหนาเกินเด็กขนาดเขาจะรับไหวแต่มีความสุขเพราะจะได้ดูแลแม่กับน้องด้วยตัวเอง

แต่ความฝันของวันเฉลิมกลับพังไม่เป็นท่าเมื่อกวงมาหาลำยองไม่กี่วันถัดมาพร้อมเงินสดสามหมื่นบาท แลกกับการยกอภิชาตให้เขาเลี้ยงดูเอง ลำยองตาโตเมื่อเห็นเงินและรีบคว้ามาซุกใต้หมอนอย่างหวงแหน กวงมองเหยียดๆแล้วบอกว่าสองหมื่นห้าก็น่าจะพอแล้ว

“ไม่พอหรอก ลำยองต้องเลี้ยงน้อง เลี้ยงไอ้วัน โรงเรียนอนุบาลแพงจะตาย ลำยองไม่ให้เรียนโรงเรียนวัดหรอก”

“คืนให้พ่อเขาก็หมดเรื่อง เขาเลี้ยงกันเองแหละ”

ลำยองเบ้ปากไม่ยอม “พ่อมันได้เมียใหม่ไปแล้ว เขาไม่เอามันหรอก”

“ไม่อยากกลับไปเป็นสาวก็ตามใจ”

เมื่อกวงอุ้มอภิชาตไปขึ้นรถ วันเฉลิมจึงรีบไปดักหน้าแล้วถามว่าจะไปไหน กวงถึงกับพูดไม่ออกเพราะสงสาร

“แม่เราเขาเลี้ยงน้องไม่ไหว ป๊าจะเอาไปเลี้ยงเอง ส่วนวัน...ดูแลตัวเองดีๆนะ กลับไปอยู่กับพ่อได้ก็กลับเถอะ”

จบคำแล้วรีบออกรถ วันเฉลิมมองตามเศร้าๆ... สังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้เจอกับกวงและอภิชาตอีกนาน

วันเฉลิมไม่เก็บความสงสัยเรื่องน้องกับพ่อเลี้ยงไว้คนเดียวเลยไปถามแม่ในห้อง ลำยองสะดุ้งเฮือกและรีบเอาเงินปึกใหญ่ซ่อนใต้หมอนเหมือนเดิมแล้วตะเพิดไล่เสียงเข้ม

“จะไปไหนก็เรื่องของเขาสิ แล้วมึงไม่ต้องปากดีบอกใครนะ ถ้ายายถามก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น...เข้าใจไหม”

วันเฉลิมพยักหน้ารับคำแล้วเดินออกไป ลำยองจึงหยิบเงินมานับใหม่...คราวนี้ล่ะกูจะซื้อทุกอย่างที่อยากได้เลย!

ooooooo

ตอนที่ 4

อาการติดเหล้าของลำยองหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่เหล้าชั้นดีที่กวงซื้อไว้ดื่มเองก็ไม่เว้น ชมพยายามเตือนให้เพลาลงเพราะกลัวกวงจับได้แต่ลำยองไม่สนใจแถมด่าเปิงจนสาวใช้ต้องหลบไปในครัว ชื่นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงปรามให้หลานสงบปากสงบคำลงบ้างเพราะลำยองไม่ได้อยู่ในฐานะเดียวกัน

“เอ็งก็ปากมากไป เขาเป็นเจ้านาย เราเป็นแค่ขี้ข้าริอ่านไปสั่งสอนเขา เขาจะเกลียดขี้หน้าเอา”

“แหมน้าชื่น...ฆราวาสยังสอนพระได้เลยถ้าทำอะไรไม่ถูกไม่ควร ฉันจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็ได้ เหล้าก็ใช้เงินเขาซื้อ แต่ฉันทุเรศตรงกินต่อหน้าเด็กนี่แหละ อีกหน่อยมันก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ผู้ใหญ่ยังกินได้เลย...หรือน้าว่าไม่จริง”

ชมพูดพลางมองไปทางวันเฉลิมด้วยความเวทนาส่วนชื่นคิดว่าวันเฉลิมคงมีชะตาไม่ต่างจากแม่บังเกิดเกล้านัก

“พ่อแม่พี่น้องเป็นอย่างนี้ อีกหน่อยมันก็ต้องเป็นอย่างงั้นแหละ ข้าเห็นมาเยอะแล้วเอ็งเชื่อข้าเถอะ”

ลำยองเมาหลับตอนไหนไม่มีใครรู้ รู้สึกตัวอีกทีตอนบ่ายจัดวันถัดมาเมื่อได้ยินเสียงชมกับวันเฉลิมหยอกล้อกัน

“มึงกล้าลองดีกับกูใช่ไหมอีชมถึงกล้าเอาไอ้วันขึ้นมาเล่นเสียงดังบนนี้”

“หนูไม่กล้าหรอกค่ะ แต่ถ้าไม่เอาขึ้นมาทำงานด้วยแล้วใครจะดูล่ะคะ”

ลำยองโมโหและอาละวาดหนักขึ้นจนสาวใช้ตัดรำคาญด้วยการอุ้มวันเฉลิมออกไป ทิ้งสาวขี้เมาให้ฮึดฮัดและหมุนตัวกลับไปนอนเซ็งๆ แต่รอยเลือดประจำเดือนบนผ้าปูที่นอนกลับทำให้ชะงัก สุดท้ายลำยองก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากถอดกางเกงในเปื้อนเลือดโยนลงถังผ้าใช้แล้วอย่างไม่ไยดี

กว่าลำยองจะตื่นอีกครั้งก็เกือบโพล้เพล้ แต่ไม่อยากอยู่บ้านจึงไปหาแม่และบ่นเรื่องกวงซื้อจักรเย็บผ้ามาให้แทนตู้เย็น แถมบอกให้ไปเรียนตัดเสื้อผ้าฆ่าเวลาจะได้ไม่ต้องอยู่บ้านเหงาๆ ลำยงเห็นดีเห็นงามด้วยเพราะเชื่อว่ากวงคงทนสภาพเมียเอาแต่กินกับนอนแบบนี้ไม่ไหว ลำยองถึงกับปรี๊ดแตกแต่ต้องยั้งไว้เพราะแลกลับเห็นว่าเป็นเรื่องดี

“อีกหน่อยเอ็งตัดเสื้อได้ก็ไม่ต้องจ้างใครให้เสียเงิน จะได้ตัดเสื้อผ้าสวยๆให้ข้าใส่ด้วย”

“มันเรื่องอะไรล่ะแม่ คนเรามีอันจะกินแล้วทำไมต้องทำงานให้มันเหนื่อยและเสียศักดิ์ศรีด้วย”

ลำยงฟังแล้วอยากจะเป็นบ้าเลยตัดสินใจถามพี่สาวตรงๆว่าไม่คิดยืนด้วยลำแข้งตัวเองบ้างหรือ

“กูไม่ไปเรียนให้โง่หรอก เป็นผัวก็ต้องเลี้ยงเมียสิวะ ไม่งั้นจะเอามาเป็นเมียทำไม”

ooooooo

ขณะที่ลำยองพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่กับกวง สันต์ก็เริ่มต้นจีบเทวีเพื่อนรักของน้องสาวอย่างจริงจัง โดยไปดักรอที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนของเธอแต่กลับแกล้งทำเป็นเหตุบังเอิญเมื่อเธอเห็นเข้า เทวีเห็นท่าทางแปลกๆแล้วนึกรู้ แต่กลับไม่นึกรังเกียจเขาแต่อย่างใด และพูดคุยด้วยเป็นอย่างดีจนนักเรียนนายเรือใจมาเป็นกอง

ฟากลำยอง...กลับจากบ้านแม่เย็นวันเดียวกัน เห็นกางเกงในเปื้อนเลือดของตัวเองยังกองในถังผ้าเลยตามไปอาละวาดชมที่ไม่ยอมซัก สาวใช้คู่ปรับอยากจะกรี๊ดแต่พยายามข่มอารมณ์และชี้แจงอย่างอดทน

“กางเกงในธรรมดาก็แย่แล้ว นั่นมันเปื้อนเลือดด้วย คุณซักเองเถอะ หนูซักไม่ลง เห็นแล้วสะอิดสะเอียน”

ลำยองเลยแหวว่ามาเป็นคนใช้ทำไม ชมเลือดขึ้นหน้าแต่พยายามระงับอย่างสุดความสามารถ

“หนูเป็นคนใช้ก็จริง แต่นายจ้างหนูแต่ละคน

ไม่เคยทำอะไรอนาจารอย่างนี้หรอกนะคะ โกเต็กนั่นก็เหมือนกัน คุณเอากระดาษห่อให้มันมิดชิดก่อนทิ้งได้ไหม อย่าให้มันทุเรศอุจาดตาอย่างนี้”

ชื่นเข้ามาดู ได้ยินเต็มสองหูว่าหลานสาวทะเลาะอะไรกับเจ้านายสาวขี้เมา แต่ถึงกระนั้นลำยองกลับไม่สนใจและบังคับให้ซักถ้าไม่อยากถูกตัดเงินเดือน ชมเดือดจัดเลยโพล่งเรื่องที่เก็บเป็นความลับมานาน

“กับอีแค่คุณนายบ้านที่สอง ทำบทบาทมาก ระวังเถอะจะถูกเขี่ย”

ลำยองชะงักกึก อึ้งไปครู่ใหญ่เหมือนมีใครเอาน้ำเย็นจัดมาสาดจนหน้าชาไปหมด ชื่นรีบดึงหลานออกไปและต่อว่าเสียงเข้มว่าหาเรื่องโดนไล่ออก ชมไม่ยี่หระแต่สะใจมากกว่าเพราะได้พูดในสิ่งที่อัดอั้นมานาน

“ถ้าคุณกวงจะไล่เราออกเพราะเรื่องแค่นี้ ฉันจะพูดใส่หน้าเขาเลยว่าเป็นเศรษฐีแต่มีปัญญาหาเมียน้อยได้ดีแค่นี้เอง...แค่แม่ม่ายผัวร้างแถมลูกติดด้วยอีกคน”

กว่าจะตั้งสติได้ลำยองก็ปรากฏตัวบ้านแม่อีกครั้ง แลกำลังพยาบาลปอซึ่งป่วยกระเสาะกระแสะไปขายของไม่ไหว ลำยองเห็นแล้วอเนจอนาถใจแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่ฟ้องแม่ว่าเห็นปานกับแป้งที่ถูกส่งไปขายของแทนปอเล่นซื้อสลากหวังรางวัลใหญ่จนไม่ได้ขายของ

“กลับมาแม่จะเพ่นกบาลซะไอ้พวกพ่อแม่ไม่สั่งสอน แทนที่จะช่วยกันทำมาหากิน”

แม้จะโมโหลูกชายทั้งสองมาก แลก็ไม่ได้คิดโทษจริงจังและลงมือหุงหาอาหารตามมีตามเกิดด้วยตัวเอง ลำยองตามไปปรับทุกข์เรื่องที่ได้ยินมา เครียดแทบบ้าเพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นเมียน้อยกวง

“หมายความว่ายังไง ผัวเอ็งเขามีเมียหลวงอีกบ้านหรือไง”

“ยังไม่รู้เลยแม่ ฉันได้ยินอีชมมันพูดคล้ายๆอย่างนี้แหละว่าฉันเป็นคุณนายบ้านที่สอง”

“มันมีแววนะข้าว่า อาทิตย์หนึ่งเขามาค้างด้วยคืนสองคืน ข้าว่าไปอยู่กับเมียหลวงมากกว่า”

ลำยองหน้าเจื่อนเพราะตั้งตัวไม่ติดจนแลต้องปลอบให้ทำใจเพราะทำอะไรไม่ได้แล้ว “เอ็งพูดมากไปก็ขาดทุนเปล่า เกิดเขารู้เรื่องไอ้วันขึ้นมา เอ็งค่อยบอกว่ารู้เรื่องเขาเหมือนกัน”

ลำยองยังเครียดเรื่องฐานะที่ไม่เคยฝันมาก่อน “ฉันจะกลายเป็นเมียน้อยเขานะแม่”

“ถ้าเอ็งคิดว่าแน่จริงและเอาเขาอยู่ ดึงเขามาทางเอ็งได้ เมียหลวงมันก็ไม่มีความหมายอะไรหรอกวะ”

ลำยองลังเลเพราะกลัวเสียหน้า “เอ็งคิดมากไม่เข้าเรื่อง มันธรรมดาของผู้ชายโว้ย ยิ่งผู้ชายรวยๆเขาจะมีเมียกี่คนก็ได้ ขนาดพระอินทร์ยังมีเมียสี่เลย นี่ยังไม่นับรวมพวกนางอัปสรนะโว้ย”

ลำยองไม่ได้สบายใจขึ้นแม้แต่น้อย เมื่อลำดวนกลับมาและเซ้าซี้ให้ช่วยพูดกับกวงเรื่องกลับไปทำงานโรงงานจึงจำต้องรับปากอย่างเสียไม่ได้ สาวขี้เมาเซ็งจัดจนต้องออกไปซื้อเหล้าดื่มแก้เครียด พบกับสันต์โดยบังเอิญ อดีตผัวส่ายหน้าอ่อนใจ ถามถึงลูกชายด้วยความเป็นห่วง ลำยองกลับตอกใส่หน้าเขาอย่างเย้ยหยัน

“มีปัญญาหาเลี้ยงมันเหรอ ราคาเดิมไม่ได้แล้วนะ ของแพงขึ้นทุกวัน ค่าน้ำนมมันก็ต้องขยับตามเป็นธรรมดา”

จบคำก็เดินโซซัดโซเซจากไป ทิ้งสันต์ให้มองตามด้วยความหัวเสีย เจ็บใจนักที่ไถ่ลูกชายไม่ได้สักที

ooooooo

การเจอกับสันต์ทำให้ลำยองอารมณ์ขุ่นมัวมาก อดีตอันเจ็บปวดและความจริงที่เพิ่งรู้ทำให้ดื่มหนักจนแทบทรงตัวไม่อยู่ วันเฉลิมเห็นแม่กลับมาจึงเดินไปหาและขอให้อุ้ม แต่ลำยองเมาไม่รู้เรื่อง  ตวาดลั่นให้ชมมาอุ้มออกไปไกลๆ ส่วนตัวเองนั่งดูโทรภาพแล้วหัวเราะเอิ้กอ้ากคนเดียวราวกับมันขำเสียเต็มประดา

แต่สุดท้ายความสงสัยในฐานะของตัวเองทำให้ลำยองเครียดจัดจนทนไม่ไหวและตามไปคาดคั้นชื่นซึ่งเข้ามาดูแลเก็บกวาดบ้านเรื่องคุณนายบ้านสองที่ชมพูดถึงเมื่อเย็น

“ว่ายังไงล่ะ...อีชมมันพูดหมายความว่ายังไงแล้วที่มันไม่ยอมซักกางเกงในให้กู ทำอย่างนี้มันแข็งข้อกันนี่”

“กางเกงในเปื้อนเลือดเขาไม่ซักให้กันหรอก มันสะอิดสะเอียน ของตัวเองยังไม่ค่อยอยากทำเลย”

“แล้วมาเป็นขี้ข้าทำไม สอนหลานมึงนะว่าอย่ากำเริบ ระวังจะต้องไปเป็นขอทาน”

ชื่นโกรธที่โดนหยามจึงสวนกลับอย่างไม่กลัว “เออ...จะบอกความจริงให้ก็ได้ คุณน่ะเป็นเมียน้อยคุณกวงเขามีเมียกับลูกแล้ว แต่งกันได้สี่ห้าปีมีลูกสาวสามคน นี่ก็กำลังท้องคนที่สี่ เมียเขาเป็นผู้ดีจีน พ่อแม่ร่ำรวยมีร้านค้าใหญ่โตในสำเพ็ง เขาอยากได้ลูกชายเท่านั้นแหละถึงได้มาเอาคุณน่ะ ถ้าเขาได้แล้วคงเขี่ยคุณทิ้ง รู้อย่างนี้แล้วอย่าผยองนักเลย เขารักเมียเขาจะตาย ทั้งสวย รวยและเป็นผู้ดีกว่าคุณตั้งเยอะ”

ลำยองปรี๊ดแตกขว้างแก้วเหล้าใส่ชื่น “อีชื่น... กูจะฆ่ามึง อีขี้ข้า อย่างพวกมึงต้องเป็นขี้ข้าเขาไปจนตาย!”

ชื่นหมดความอดทนและโพล่งเรื่องที่รู้มานานแต่เก็บเงียบไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว “คุณก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนักหรอก ลูกเต้าก็มีแล้ว อย่าคิดว่าจะหลอกใครเขาได้ ฉันว่าคุณกวงเขารู้แต่ไม่คิดมาก ถ้าเขาได้ลูกชายคงไม่เอาคุณแล้ว อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเด็กวันเฉลิมน่ะเป็นลูกคุณ ไม่ใช่น้องนุ่งซะหน่อย”

ลำยองกรี๊ดลั่นและตั้งท่าจะเอาเรื่องสาวใช้ แต่ทุกอย่างกลับนิ่งสงัดเมื่อทั้งหมดหันไปเห็นกวงยืนตะลึงงันตรงหน้าประตู ชื่นจะชิ่งหนีแต่กวงรั้งไว้แล้วถามหา

ความจริงเรื่องวันเฉลิมว่าเป็นลูกใครกันแน่

ชื่นอึกอักแต่สุดท้ายจึงยอมบอก “พวกที่ตลาดเขาว่าลูกคุณลำยองกับผัวคนแรกค่ะ”

กวงหน้าซีด ความจริงที่กองตรงหน้าทำให้ความรู้สึกหลงใหลที่เคยมีค่อยๆหดหาย

“แบบนี้มันหลอกกันนี่ลำยอง”

ลำยองหน้าซีดเผือดที่ถูกจับได้แต่เพราะฤทธิ์เหล้าทำให้กล้าพอจะตอบโต้ “ลำยองไม่เคยหลอกคุณสักหน่อย คุณไม่เคยถามสักคำว่าลำยองมีผัวหรือมีลูกหรือยัง มีแต่บอกรักและอยากได้ลำยองเป็นเมีย ลำยองเลิกกับเขาแล้ว จะมีผัวใหม่มันแปลกตรงไหน คุณกวงยังไม่เคยบอกนี่ว่ามีเมียกับลูกแล้วตั้งสามคน”

กวงนิ่งจนไม่มีใครเดาอารมณ์ถูก ลำยองใจไม่ดีแต่ทำใจสู้มองไปทางเขาอย่างไม่กลัวเกรง

“แล้วเย็นนี้มาทำไม นี่มันวันอังคารนะไม่ใช่วันศุกร์”

“ผมแวะโรงพยาบาลมา เมียผมคลอดลูกคนที่สี่เป็นผู้หญิง เขาเสียใจใหญ่เพราะเตี่ยผมบ่นว่าเห็นทีตระกูลจะต้องด้วนเพราะขาดลูกชายสืบสกุล”

“คุณจะกลุ้มทำไม ลูกสาวก็ลูกสาวสิ เป็นลูกสาวแล้วมันผิดตรงไหน”

กวงคว้าเหล้าใกล้มือมากระดกลงคอรวดเดียว “นั่นสินะ...เราคงต้องยอมรับความจริง”

สุดท้ายสองผัวเมียก็ไปดวลเหล้ากันในห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลำยองจึงตัดสินใจสารภาพเรื่องวันเฉลิม

“ไอ้วันน่ะมันเกิดวันเฉลิม พ่อมันเลยตั้งชื่อนั้น พ่อมันเป็นทหารเรือ...ผัวคนแรกของลำยองน่ะหล่อด้วย อีกหน่อยคงได้เป็นนายพันนายพล เขาเรียนและทำงานเก่ง”

กวงถามว่าทำไมถึงเลิกกัน ลำยองเบ้หน้าเมื่อนึกถึงความหลัง แม้เสียดายความหล่อแต่ไม่ยอมทนแน่

“มันให้ลำยองกินฝ่ามือ ขืนอยู่ต่อมันคงให้กินฝ่าตีนด้วย ลำยองไม่ทนหรอก ไม่ง้อด้วย...หาผัวใหม่ดีกว่า”

ลำยองยิ้มหวานเพราะฤทธิ์เหล้า ถามเขาเสียงอ้อนว่าไม่คิดเลิกกับเมียมาอยู่กับเธออย่างออกหน้าบ้างหรือ
กวงยกเหล้าเข้าปากแล้วตอบเซ็งๆ “เลิกไม่ได้หรอก หาเมียใหม่น่ะง่ายจะตาย แต่เลิกกับเมียแรกน่ะผิดศีลธรรม ผิดประเพณีและผิดธรรมเนียม ถึงได้ลูกสาวก็เป็นลูกแท้ๆ ใช่คนอื่น เลี้ยงให้ดีก็ทำงานสืบไปได้”

ลำยองเข้าไปคลอเคลียพร้อมป้อนเหล้าเข้าปาก “กินกันให้เมา เดี๋ยวจะได้ทำลูกชายกัน เอาให้ได้ฝาแฝดเลย”

กวงชักมึนเพราะซัดไปหลายยก เมื่อลำยองชวนตรงๆจึงถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกผิดเบาบางลงเรื่อยๆ เพราะคิดว่าเขากับเธอคงหลอกลวงไม่ต่างกันนัก!

ooooooo

เวลาเดียวกันที่บ้านสันต์...ปั้นกับสินได้ยินมาจากในตลาดว่าวันเฉลิมจะได้ดีเพราะกวงส่งเสียให้เรียน โรงเรียนเอกชน สองปู่ย่ายินดีและโล่งใจแทนหลานรักแต่ยังไม่วางใจเพราะวันเฉลิมไม่ใช่ลูกแท้ๆของกวง

“นังลำยองมันคุยฟุ้งไปทั่วซอยว่าพ่อเลี้ยงไอ้วันจะส่งเสียให้เรียนโรงเรียนเอกชนเชียวนะ”

“แต่ถ้าเขาเมตตาเอ็นดูมันจริงก็นับว่าเป็นบุญของมันนะแม่ปั้น”

“เขาอาจเอ็นดูมันวันนี้ แต่วันข้างหน้าพอเขามีลูกชาย ไอ้วันก็หนีไม่พ้นเป็นหมาหัวเน่าหรอกตาสิน”

เมื่อสันต์ได้ยินจากพ่อแม่ว่าลูกชายจะได้ไปโรงเรียนจึงรีบไปแสดงความยินดีที่วัดในเช้าวันหนึ่ง วันเฉลิมยิ้มร่าเพราะอยากไปโรงเรียนมานานจนเขาอดกอดด้วยความเอ็นดูไม่ได้ หลวงลุงปิ่นจึงสอนให้เด็กชายทำตัวเป็นนักเรียนที่ดี

“ได้ไปโรงเรียนแล้วต้องขยันตั้งใจเรียนน่ะรู้ไหม คนมีความรู้เยอะวันข้างหน้าจะไม่ลำบาก เป็นที่พึ่งได้”

วันเฉลิมรับคำดิบดี เป็นที่ชื่นใจของหลวงลุงกับสันต์ยิ่งนัก...ไอ้วันเอ๊ย...ขอให้เจริญๆนะลูก

เมื่อแยกจากพ่อกับหลวงลุงในช่วงบ่าย วันเฉลิมจึงกลับบ้านไปหาแม่ แต่ต้องตกใจเมื่อเห็นแม่มีอาการแปลกๆ และอาเจียนอย่างรุนแรง ชมกับชื่นช่วยกันเช็ดทำความสะอาดอุตลุดและชักเอะใจว่าเจ้านายสาวขี้เมาน่าจะท้อง!

กวงมาหาเมียน้อยสุดที่รักทันทีและรีบพาไปฝาก ครรภ์โดยมีวันเฉลิมขอตามไปด้วย ลำยองดีใจและมั่นใจว่าลูกในท้องต้องเป็นลูกชาย กวงใจมาเป็นกองด้วยความหวังจะมีผู้สืบสกุลและเอาใจลำยองอย่างดี จนสาวขี้เมาลำพองใจ

“คุณกวง...ลำยองอยากกินหูฉลามน้ำแดง”

“เดี๋ยวผมซื้อให้”

“ลำยองอยากได้ตู้เย็นด้วยจะได้เอาไว้แช่น้ำเย็นๆกินชื่นใจดี”

“แล้วผมจะซื้อให้”

ลำยองดีใจเนื้อเต้นที่ผัวไม่อิดออดขอผลัดวันเหมือนเคย มีเพียงวันเฉลิมที่เฝ้ามองแม่ด้วยความเป็นห่วง หวังสุดใจว่าแม่จะไม่เป็นอะไรมากและได้ออกจากโรงพยาบาลโดยเร็ว

เมื่อแลทราบว่าลูกสาวคนโตท้องลูกคนที่สองจึงป่าวประกาศไปทั่วตลาดด้วยความภูมิใจ เชื่อมั่นว่าหลานคนนี้จะนำมาซึ่งกองเงินกองทองที่เคยวาดฝันมาตลอด

“คุณกวงรักมันกว่าเดิมอีก ซื้อของดีๆให้มันกินทุกวัน เขาดูแลดีกว่าไอ้ผัวเก่าเป็นไหนๆ นี่แหละโว้ยที่เขาเรียกว่านารีมีรูปเป็นทรัพย์ ไอ้เรื่องทำงานบ้านและทำกับข้าวกับปลาไว้คอยผัวน่ะเป็นเรื่องรอง เรื่องแรกน่ะต้องสวยเข้าไว้”

คำโพนทะนาสรรพคุณและวาสนาโชคดีของลำยองจากปากแลเข้าหูปั้นในบ่ายวันเดียวกันจนเกิดความหมั่นไส้และเตือนแลให้เผื่อใจเสียบ้างเพราะคงยากจะกะเกณฑ์ให้เป็นแต่ลูกชาย

“ระวังเถอะคลอดเป็นลูกสาวเหมือนเมียหลวงจะช้ำใจเปล่าๆ ไอ้ลูกชายที่มีอยู่ก็แค่ลูกติด ใครจะเอาไปสืบสกุล”

แขวะเสร็จก็เดินแยกไป แลได้แต่มองตามคู่ปรับเคืองๆ...สักวันมึงต้องยกมือไหว้กูเพราะกูรวยกว่ามึงอีปั้น!

แม้รู้ตัวว่าท้องแต่ลำยองกลับไม่ยอมงดเหล้าเลยแม้แต่วันเดียว แลเป็นห่วงหลานคนสำคัญเลยพยายามเตือนให้เพลาๆเพราะกลัวกระทบกระเทือนจนแท้ง

“เอ็งอย่าลืมนะว่าจะได้ดีเพราะมีลูกกับเขา ยิ่งถ้าได้ลูกชาย...เมียเก่ากับลูกอีกสี่จะต้องตกกระป๋อง ทีนี้เอ็งจะได้เป็นเมียออกหน้า เมียเก่าเอาไว้ก้นครัว พ่อแม่ผัวจะยอมรับเอ็ง เอ็งอยากได้อะไรเขาจะมาประเคนให้ตรงหน้า”

ลำยองเหมือนจะคิดได้ แต่สุดท้ายก็ผลัดไปเริ่มงดวันรุ่งขึ้น แม้วันเฉลิมจะมาออเซาะและขอให้หยุดเหล้าก็ไม่ได้ผล แถมถูกแม่ขี้เมาด่าตะเพิดอีกต่างหากเพราะมานัวเนียจนเหล้าหกเกือบหมดขวด!

วันเฉลิมร้องไห้ น้ำตาผุดออกมาเป็นเม็ดเล็กๆด้วยความน้อยใจ เสียใจมากที่แม่ไม่เคยสนใจตัวเลย

ooooooo

วันเวลาผ่านไปท้องลำยองโตขึ้นเรื่อยๆ แต่สถานการณ์การเงินของบ้านแลกลับไม่ดีขึ้น แลเฝ้ามองลำยงตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินด้วยความสงสารระคนเวทนา เห็นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เทียวไล้เทียวขื่อจึงยุยงให้ลูกสาวคนรองมีผัวจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระและสบายเนื้อสบายตัวกับเขาบ้าง

“เลือกๆไปเหอะ ขึ้นคานแล้วหน้าไหนก็ไม่มาให้เอ็งเลือก อย่างเอ็งน่ะไม่มีทางได้ดีเหมือนอีลำยองหรอก”

“ฉันรู้ตัวดีว่าไม่สวยอย่างพี่ลำยอง แต่ถ้าฉันมีผัว ฉันก็ไม่คิดจะให้เขาหาเลี้ยงฉันฝ่ายเดียวหรอก”

แลอ่อนใจกับความรั้นของลูกสาว เอาเถอะ...งั้นแกคงต้องแคะขนมขายไปจนตายละวะอีลำยง!

ฟากสันต์ไปปรึกษาน้องสาวเรื่องวันเฉลิม อยากรู้ว่าลูกชายต้องเรียนอะไรบ้างที่โรงเรียนเตรียมอนุบาล แต่เหตุผลแท้จริงคืออยากไปดักรอพบเทวีมากกว่า ศรีวรรณไม่รู้เรื่องเลยนั่งอธิบายเรื่องโรงเรียนเด็กเล็กอย่างตั้งใจ

“มันก็เหมือนเอาไปฝากเลี้ยงกลางวันหรือสถานรับเลี้ยงเด็กนั่นแหละพี่สันต์” สันต์เซ็งเพราะลูกชายต้องไปโตในโรงเรียนแทนการได้อยู่กับพ่อแม่ ศรีวรรณเลยต้องปลอบให้คลายกังวล “คนสมัยนี้ทั้งพ่อกับแม่ต้องทำงานนอกบ้านตัวเป็นเกลียว หาเงินกันโครมๆ ไม่มีเวลาเลี้ยงลูกกันหรอก”

สันต์ไม่ชอบใจเพราะเชื่อว่าลูกชายน่าจะได้รับความอบอุ่นกว่านี้ แต่ถึงกระนั้นประเด็นเรื่องวันเฉลิมก็ถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งใหม่ที่มาอยู่ในความสนใจของเขาเสียก่อน ศรีวรรณจับสังเกตอาการพี่ชายตลอด แล้วถึงบางอ้อเมื่อเห็นเขาทำตาหวานและมีท่าทีเขินอายตอนเห็นเทวีมาเยี่ยมเธอที่บ้านในบ่ายวันเดียวกัน

สันต์ลอบมองเพื่อนรักของน้องสาวไม่วางตาจนศรีวรรณอดใจอ่อนเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ไม่ได้ นักเรียนนายเรือใจมาเป็นกองและตั้งหน้าตั้งตากินขนมฝีมือเทวีจนเธอยิ้มไม่หุบ กว่าคุณครูสาวจะกลับบ้านก็พลบค่ำ ศรีวรรณจึงยุให้พี่ชายตามไปส่งถึงบ้าน สันต์ดีใจมากและถือโอกาสขออนุญาตจีบเทวีอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

เย็นวันเดียวกันที่บ้านลำยอง...กวงมาหาเมียโดยไม่บอกก่อนจึงได้เห็นสภาพบ้านรกรุงรังแบบไม่เคยเจอมาก่อน ชมกับชื่นอยากบอกความจริงใจแทบขาดแต่ต้องระงับไว้เพราะไม่อยากตกงาน ได้แต่ส่งเสี่ยหนุ่มไปพักผ่อนข้างบนเพราะคงใช้เวลานานกว่าจะทำความสะอาดเสร็จ

แต่ถึงกระนั้นกวงกลับไม่หงุดหงิดมากนักเพราะมีวันเฉลิมป้วนเปี้ยนไม่ไกล ความน่ารักอ่อนน้อมและกตัญญูต่อพ่อแม่บังเกิดเกล้าทำให้กวงนึกเอ็นดูจับใจและนั่งคุยด้วยเพื่อฆ่าเวลารอลำยอง

แป้งแวะมาที่บ้านแล้วเห็นกวงจึงรีบไปตามพี่สาว กลับบ้าน ลำยองซึ่งกำลังเพลินกับของหมักดองจึงต้องผละมาเอาใจผัวอย่างเสียไม่ได้ แต่กวงไม่สนใจเธอนักเพราะติดพันบทสนทนากับวันเฉลิม ลำยองเริ่มหงุดหงิดและหัวเสียหนักเมื่อได้ยินวันเฉลิมปฏิเสธจะเรียกกวงว่าพ่อแทนสันต์

“ไม่ใช่พ่อ...พ่อวันอยู่อีกบ้าน”

น้ำเสียงซื่อๆของวันเฉลิมทำให้กวงสะท้อนใจนิดหน่อยแต่เข้าใจทุกอย่างดีเลยยอมรับความจริง ต่างจากลำยองที่ไม่ละความพยายามและบังคับลูก แต่ไม่ได้ผลเพราะวันเฉลิมไม่ทำตาม

ลำยองโกรธมากแต่พยายามข่มอารมณ์และเสชวนกวงไปกินข้าวนอกบ้านแก้เซ็ง เสี่ยหนุ่มจะไม่ยอมไปเพราะอยากเล่นกับวันเฉลิม ลำยองไม่ยอมแพ้และอ้อนว่าลูกในท้องหิว กวงจึงใจอ่อนและพาไปตามที่ขอ ชมกับชื่นแอบมองด้วยความเอือมระอากับมารยาสาไถยของเจ้านายสาว ต่างจากวันเฉลิมที่นั่งกินข้าวนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายกับใครเลย

ooooooo

สันต์แวะไปหาลูกชายที่บ้านแลแต่ไม่พบ เจอแต่ลำยงกับแลที่จ้องจะกระแนะกระแหนเขาตลอด สันต์พยายามไม่สนใจและหันไปคุยกับลำยงเรื่องวันเฉลิมตื่นเต้นได้ไปโรงเรียน ทิ้งให้แลเคืองจัดและโวยวายเสียงดังจนลำยงเหลืออด

“แม่...พอได้แล้ว แม่ไม่อายแต่ฉันอายนะ วันๆไม่ทำมาหากินแล้วมันรวยขึ้นได้ยังไง”

“มันเรื่องของบุญวาสนาโว้ย ขืนทนเป็นเมียทหารเรือกิ๊กก๊อกคงต้องอยู่แพริมคลองขายผัก ได้กำไรวันละหยิบมือ อดตายกันพอดี โชคดีแท้ๆที่สลัดมันหลุดออกมาซะได้”

สันต์ไม่ตอบโต้และยิ้มให้อดีตแม่ยายนิ่งๆ แลแค้นใจมาก ลำยงจึงต้องปลอบ

“พี่สันต์เขาคงคิดว่าเป็นโชคของเขามากกว่าที่ไม่ต้องทนมีเมียอย่างพี่ลำยอง”

ฝ่ายสันต์...ถึงไม่โกรธอดีตแม่ยายแต่ทนไม่ไหวต้องกลับไปเล่าให้พ่อแม่ฟังเรื่องถูกแลเยาะหยันและถากถาง แต่ปั้นกับสินไม่สนใจและถามถึงว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่เพราะศรีวรรณแอบมาบอก สันต์ถึงกับเขินหน้าแดงเถือก

“ผมไม่กล้าเรียกเทวีว่าแฟนหรอกครับ เพราะผมอาจแอบชอบเขาข้างเดียวก็ได้”

“เขารู้เรื่องของเอ็งหมดแล้ว แต่เขาไม่ได้รังเกียจ รังงอนอะไรไม่ใช่เหรอ”

“เขาเฉยๆนี่ครับพ่อ เจอกันทีไรก็มีแก่ใจถามถึงเจ้าวันเสมอ”

“แสดงว่าเขามีใจให้เอ็งบ้างล่ะ ว่างๆพามาให้เห็นหน้าค่าตาบ้าง จะได้คุยทับนังแลมัน”

ปั้นลุ้นสุดตัว เช่นเดียวกับสินที่ส่งยิ้มเย้าลูกชาย สันต์รับปากเขินๆเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเทวีคืบหน้าไปมาก หวังสุดใจจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้หญิงที่คู่ควรและเหมาะสมกับเขาจริงๆสักที

เวลาเดียวกันที่บ้านลำยอง...วันเฉลิมตื่นเต้นกับการลองชุดนักเรียนเป็นครั้งแรก กวงเฝ้ามองด้วยความเอ็นดู นึกวาดฝันถึงวันที่จะมีลูกชายเป็นของตัวเองจริงๆ

“ตั้งใจเรียนให้เก่งๆนะวัน วันข้างหน้าจะได้ไม่ลำบากรู้ไหม”

“รู้ครับ...โตแล้ววันจะหาเงินเลี้ยงแม่ เลี้ยงพี่ชม น้าชื่นเอง”

ลำยองหัวเราะเยาะเพราะไม่คิดว่าลูกชายจะได้ดี ต่างจากกวงที่ภูมิใจแทนและสัญญาจะส่งเข้าโรงเรียนดีๆ ลำยองเห็นผัวเอาใจแต่ลูกชายจึงทวงสิทธิ์ให้ลูกอีกคนในท้องบ้าง จนกวงต้องรับปากยกโรงงานให้เธอถึงจะพอใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้นวันเฉลิมไปเรียนหนังสือกับหลวงลุงที่วัด สันต์ตามไปเจอและอวยพรให้ลูกชายโชคดีจะได้ไปโรงเรียนในอีกไม่กี่วัน หลวงลุงปิ่นพลอยปลื้มไปด้วยและสั่งสอนให้เขาตอบแทนพระคุณกวงที่ให้อนาคตดีๆ วันเฉลิมรับปากดิบดีและก้าวไปหยิบหนังสือนิทานชาดกเล่มโปรดมาให้หลวงลุงอ่านเป็นรอบที่ร้อย

“ไม่รู้มันติดใจอะไรนักหนากับพญาช้างเผือกเนี่ย”

“พญาช้างเผือกทำอะไรล่ะลูก” สันต์สงสัย

“พญาช้างเผือกเลี้ยงแม่ตาบอดและหาหญ้ามาให้แม่กินครับ”

สันต์อึ้งเพราะไม่คิดว่าวันเฉลิมจะรักแม่ขนาดนี้ แต่เขาไม่ได้ถามอะไรและรอพาลูกชายไปส่งบ้านในบ่ายวันเดียวกัน แต่ดันเจอลำยองที่เมาแอ๋ไม่ทำอะไรเหมือนเคย

“อีชม อีชื่น...หายหัวไปไหนกันหมด อีชม...ยกทรงสีดำของกูไปไหน”

เงียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เมื่อลำยองหันมาเห็น ลูกชายก็ตวาดสั่งให้ไปเอาเหล้า สันต์โกรธมากที่เธอพูดไม่ดี

“พูดกับลูกให้มันถูกมันควรได้ไหม”

“ฉันจะพูดหรือสอนยังไงก็เรื่องของฉัน ไอ้วันมันลูกฉัน”

“ลูกเธอคนเดียวเมื่อไหร่ ลูกฉันด้วยเหมือนกัน ถ้าเลี้ยงไม่ไหวก็คืนมาเถอะ”

“นี่จะมาทวงบุญคุณว่าส่งเสียมันเดือนละสามร้อยสินะ โธ่เอ๊ย...เงินขี้ปะติ๋ว ตั้งแต่นี้ไม่ต้องเอามาแล้วโว้ย”

ขาดคำก็กระชากวันเฉลิมเข้าบ้าน ทิ้งให้สันต์โกรธจัดและเก็บไประบายกับพ่อแม่ที่บ้าน ปั้นกับสินจึงยุให้เลิกส่งเสียและเก็บเงินไปแต่งเมียใหม่ดีกว่าแต่สันต์กลับคิดไม่เหมือนกันเพราะเป็นห่วงลูก

“ผมตั้งใจเอาไว้แล้วครับแม่ วันเขาเป็นลูกผม ผมต้องรับผิดชอบจนกว่าเขาจะพึ่งพาตัวเองได้ ผมจะเก็บเงินใส่บัญชีธนาคารให้เขาทุกเดือน อายุสิบห้าหรือยี่สิบค่อยยกให้ครับ”

“ก็ดีเหมือนกัน ให้อีแม่มันเดือนละสามร้อยตอนนี้คงไม่ถึงปากท้องไอ้วันมันหรอก อีแม่เอาไปซื้อเหล้าหมด!”

ส่วนลำยองไม่สนใจคำพูดของผัวเก่าและตั้งหน้า ตั้งตาดูโทรภาพพร้อมกินเหล้าสบายอารมณ์ วันเฉลิมนั่งกอดชุดนักเรียนด้วยความตื่นเต้นเพราะจะได้ไปโรงเรียนพรุ่งนี้ แต่เมื่อเห็นแม่เริ่มเมาไม่ได้สติจึงเข้าไปห้าม

“แม่อย่ากินเลย” ลำยองโต้ว่าเป็นความสุขส่วนตัว “แม่มีความสุขแต่น้องเจ็บนะครับ แม่ไม่รักน้องเหรอครับ”

ลำยองถึงกับอึ้งเพราะลูกชายไม่เคยเตือนแบบนี้ แต่แม่ขี้เมาไม่สนใจและผลักลูกชายกระเด็นไปอีกทางด้วยความรำคาญ...ความสุขของกู...กูสุขน้องมึงก็สุขด้วยโว้ย!

ooooooo

วันเฉลิมแต่งตัวเรียบร้อยแต่เช้าและไปใส่บาตรหน้าบ้านให้หลวงลุงปิ่นอวยพรก่อนไปโรงเรียน แล้วเด็กน้อยก็ได้พบกับวิมลคุณยายข้างบ้านพร้อมกับสมฤดีหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเป็นครั้งแรก ความน่ารักของสมฤดีทำให้วันเฉลิมอดใจไม่ไหวและตามไปทำความรู้จักอย่างกระตือรือร้น

“น้องสมฤดีน่ารักจังครับ เมื่อไหร่น้องถึงจะได้ไปโรงเรียนครับ”

“น้องยังเล็กเกินไปลูก อีกสองปีเห็นจะได้ อีกหน่อยหนูก็จะมีน้องเหมือนกันนี่ ยายเห็นแม่หนูท้องใหญ่แล้ว”

วิมลนึกเอ็นดูท่าทางนอบน้อมของเด็กชายและอวยพรให้เป็นนักเรียนที่ดี วันเฉลิมปลื้มใจมากและตั้งใจว่าจะแวะมาเยี่ยมสมฤดีอีกครั้งแน่ๆ

เวลาเดียวกันในครัวบ้านลำยอง...ชมกับชื่นบ่นเรื่องพฤติกรรมน่าระอาของคุณนายขี้เมาอย่างมันปาก โดยเฉพาะชมอยากให้กวงมาเห็นสภาพเมาหัวราน้ำเช้าจรดเย็นของเมียรักใจแทบขาด ชื่นเห็นด้วยแต่อยากให้เสี่ยหนุ่มมาเพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพเด็กในท้องลำยองมากกว่า

“เตือนไปก็ไม่คุ้มกับถูกด่าตัวใครตัวมันละกัน เอ็งก็ดูเป็นเยี่ยงอย่าง เป็นผู้หญิงยิงเรือกินเหล้าเมายามันทุเรศ!”

ฝ่ายลำยองตื่นมาช่วงบ่ายก็ตรงไปหาแม่กับน้องๆที่บ้านเหมือนเคยและพูดคุยกันเสียงขรมเรื่องงานรับจ้างใหม่ล่าสุดของลำดวน แลถอนใจเซ็งๆ นึกเสียใจว่าน่าบังคับลำดวนเรียนให้จบเกณฑ์จะได้ค่าจ้างมากกว่านี้ แต่ลำยองกลับเห็นว่าสมควรแล้ว

“คิดอะไรมากวะลำดวน เกิดมาเป็นผู้หญิงได้แต่งตัวสวยทุกวันก็คุ้มแล้ว โอกาสจะเจอผู้ชายรวยๆต้องมีสักวัน”

ลำยงทนไม่ไหว “แต่งตัวสวยแต่คิดเลขไม่เป็นก็ยังพอทน เอ็งอย่าลืมสะกดคำว่าศักดิ์ศรีให้ถูกแล้วกัน”

“อีลำยง...เอ็งนี่มันแกะดำแท้ๆ ใครเขาว่าอะไรเอ็งก็ต้องขัดทุกเรื่อง”

แลขัดใจมากและตั้งท่าจะเอาเรื่องลำยงต่อ แต่แป้งวิ่งหน้าตื่นมาบอกเสียก่อนว่าปอถูกรถชนที่กลางตลาด!

ทุกคนในบ้านแตกตื่นและไปพากลับมาดูอาการที่บ้าน ปอโอดโอยและโวยวายเหมือนคนไม่มีสติ ลำยงเห็นท่าทางพ่อแล้วคิดว่าคงต้องพาไปโรงพยาบาลแต่ปอไม่ยอมไปเพราะไม่มีเงินจ่าย

“ไหนจะค่ายา ค่าหมออีก หาเรื่องแท้ๆเลยไอ้ปอ  แล้ว ไอ้แป้ง...ทำไมถึงไม่ตามจับคนขับรถที่ชนพ่อแกมาให้ได้”

“มันชนแล้วหนีไปเลยจะให้จับใครล่ะแม่ ที่ฉันรู้ข่าวก็เพราะมีคนวิ่งมาบอก เขาจำพ่อได้”

ลำยงไม่สนใจใครและเริ่มเรี่ยไรเงินเพื่อพาพ่อไปโรงพยาบาล ลำยองมีแต่ไม่ยอมให้เพราะกลัวไม่มีไปซื้อเหล้าและแต่งตัวสวย ได้แต่เจียดเศษเล็กๆน้อยๆพอแค่ยาแก้ปวดไม่กี่ซองให้แล

“ฉันต้องประหยัดเหมือนกันนะแม่ รายจ่ายฉันเยอะ ไหนจะค่าทำเล็บ ทำผม ไหนจะค่าเสื้อผ้าอีก”

ลำยงจึงต้องรวบรวมเงินจากการขายขนมแทนแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเพราะปอกลัวเข็มฉีดยา!

ปานเห็นทุกคนวิ่งกันพล่านเลยไปตามหลวงลุงปิ่นจากวัดมาดูอาการพ่อ แลตีโพยตีพายด่าผัวที่มัวแต่กินเหล้าเมายาและเผอเรอจนถูกรถชนเพราะความประมาทแท้ๆ

“ลำบากกันจะตายอยู่แล้วหลวงพี่ คนก็มาเจ็บ รถขายของพังหมด ไม่รู้จะทำมาหากินยังไงแล้ว”

“ค่อยๆคิดและตั้งสติดีๆ มันยังไม่ได้มืดมิดจนมีแต่ทางตันหรอก เพียงแต่อย่าประมาทในการใช้ชีวิต มีน้อยกินน้อย เวลามีก็หัดรู้จักเก็บออม ไอ้ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายก็ตัดมันทิ้งไป...อย่างเหล้า เป็นต้น”

ปอรู้ตัวว่าถูกว่ากระทบจึงแก้ตัวเสียงอ่อย “ฉันกินไปนิดเดียวเองหลวงพี่ แค่พอจำรสได้”

หลวงลุงปิ่นถอนใจยาว แล้วต้องเครียดกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำขอของแล

“หลวงพี่ก็ช่วยหน่อยสิจ๊ะ ฉันจะได้ลืมตาอ้าปากอย่างคนอื่นเขาได้สักที เวลาหลวงพี่เข้าฌานลึกๆแล้วเห็นเลขเด็ดก็มาบอกกันมั่ง เผื่อฉันถูกรางวัลที่หนึ่งแต่ฉันหวังไม่มากหรอกจ้ะ...แค่เลขท้ายสองตัวก็พอ”

หลวงลุงถึงกับเวียนหัวและส่ายหน้าให้กับสันดานขี้เกียจสันหลังยาวของคนตระกูลนี้...ไม้แก่มันดัดยากจริงๆ!

ooooooo
สันต์ตัดสินใจพาเทวีมาเจอพ่อแม่เป็นครั้งแรก ปั้นกับสินประทับใจว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่มากเพราะกิริยาวาจาเรียบร้อยและไม่หยิบโหย่ง ต่างจากลำยองลิบลับเหมือนมาจากคนละโลก

“บ้านช่องอาจคับแคบไปหน่อยนะหนู อยู่กันตามประสาคนทำมาค้าขายนี่แหละ”

“ไม่แคบหรอกค่ะคุณพ่อ หนูว่าน่าอยู่ดีออกลมพัดเย็นสบายทั้งวันเลย”

“พ่อผมเขาเป็นช่างไม้น่ะเทวี ทุกตารางนิ้วในบ้านนี้ฝีมือพ่อผมหมดเลยครับ”

เทวีชื่นชมสินจากใจจริง เป็นที่ชื่นชอบของปั้นอย่างมาก และแล้วก็ถึงบททดสอบสำคัญเมื่อมีลูกค้ามาซื้อของ...

ปั้นจะขยับแต่เทวีปราดมาช่วยเสียก่อน “หนูขายให้เองค่ะคุณแม่ เต้าเจี้ยวอยู่ทางนี้ใช่ไหมคะ”

เทวีช่วยงานในร้านอย่างคล่องแคล่วและมีอัธยาศัยดีจนปั้นอดเปรยลับหลังกับผัวไม่ได้

“ได้ลูกสะใภ้แบบนี้ ลูกชายเราไม่มีทางอับจนแน่ตาสินเอ๊ย”

ตกดึกคืนนั้นสองผัวเมียจึงหารือกันเรื่องสินสอดให้สันต์ไปหมั้นเทวี แหวนเพชรน้ำงามที่ปั้นแอบไปขอซื้อต่อจากเศรษฐีละแวกบ้านทำให้สันต์ซึ้งจนพูดไม่ออก

“จะได้ลูกสะใภ้ถูกใจทั้งที มันต้องเต็มที่สมหน้าสมตาเขาสิ”

“ทองอีกห้าบาท เงินสดสองหมื่นคงไม่น้อยไปหรอกนะลูก” สินเสริม

สันต์กราบเท้าพ่อแม่ด้วยความซาบซึ้งใจ ปั้นลูบหัวลูกชายด้วยความรัก

“ความสุขของเอ็งคือเป็นความสุขของพ่อแม่เหมือนกันลูกเอ๊ย”

เมื่อลำยองรู้เรื่องสันต์จะมีเมียใหม่ก็หงุดหงิดบอกไม่ถูก ยิ่งรู้จากแม่ว่าปั้นเตรียมของหมั้นมากมายให้ว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ก็ยิ่งหัวเสียหนัก อยากเห็นน้ำหน้าเหลือเกินว่าจะสวยสู้ตัวเองได้ไหม

“ข้าไม่เคยเห็นกับตาแต่เขาว่ามันสวยเหมือนกัน เป็นครูอยู่โรงเรียนอะไรไม่รู้แต่ท่าทางเป็นผู้ดีอยู่”

“พอได้แล้วแม่ เขาว่า เขาว่าอยู่นั่นแหละไม่ได้เห็นกับตาอย่ามาพูดดีกว่า”

ลำยองลุกพรวดอย่างขัดใจแต่แล้วต้องนิ่วหน้าตัวงอเพราะเจ็บท้องจะคลอด น้ำคร่ำแตกไหลนองเต็มขา แลรีบไปตามคนมาช่วย ทิ้งให้วันเฉลิมซึ่งตามมาเยี่ยมยายด้วยปราดไปประคองแม่ด้วยความเป็นห่วง

“แม่เจ็บมากเหรอครับ แม่กอดวันไว้ แม่จะได้หายเจ็บนะ”

วันเฉลิมกอดแม่แน่น  ส่วนลำยองร้องลั่นด้วย ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง...ไม่เอาแล้วโว้ย หมดคนนี้กูไม่เอาแล้ว!

ooooooo

ตอนที่ 3

สันต์กลับจากโรงเรียนเลยแวะหาวันเฉลิมที่บ้านแล พบแต่ลำยงนั่งหลังขดหลังแข็งทำขนมขายคนเดียว นักเรียนนายเรือสงสารน้องสาวอดีตเมียที่ไม่มีคนช่วยและถามถึงพี่น้องคนอื่น ว่าไปไหนกันหมด

“ลำยองเขาก็มีงานทำนี่ น่าจะช่วยแบ่งเบาได้มั่ง”

“จะ เอานิยายอะไรกับเขา ไม่เห็นจะช่วยจุนเจือสักแดง ตอนนี้เขายิ่งใช้เงินเป็นเบี้ยเตรียมตัวเป็นคุณนายเจ้าของโรงงาน เงินที่พี่ให้ไว้เลี้ยงไอ้วัน ฉันว่าไปหมดที่ร้านเสริมสวยมากกว่า...ไม่ถึงไอ้วันหรอก”

เมื่อผิดหวังจาก บ้านแล สันต์จึงไปกราบหลวงลุงและพบวันเฉลิมที่วัด หลวงลุงบอกว่าเด็กชายมาค้างด้วยตั้งแต่คืนก่อน สันต์อุ้มลูกแนบอก เกรงใจหลวงลุงเหลือเกินที่ต้องมีภาระดูแลวันเฉลิม

“มันเลี้ยงง่าย เหมือนรู้ประสาว่าแม่ไปทางพ่อไปทาง ป้อนอะไรก็กิน ถึงเวลาก็นอน แต่นิทานนี่ขอฟังทั้งวัน”

สันต์นิ่วหน้าเพราะไม่คิดว่าลูกชายจะรู้เรื่อง หลวงลุงส่ายหน้าน้อยๆแล้วเล่าถึงปฏิกิริยาของเด็กชาย

“มัน คงรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ดีกว่าปล่อยให้น้ามันอุ้มไปปุเลงๆเล่นอะไรไม่เข้าท่าหลังวัด” สันต์ยังเกรงใจแต่หลวงลุงกลับเต็มใจจะช่วยอบรมสั่งสอน “โตขึ้นมันจะเป็นยังไงก็อยู่ที่การขัดเกลามันตั้งแต่ยังเล็กนี่แหละ”

คืน เดียวกันที่ร้านอาหารจีน...กวงกับลำยองนั่งโอบกอดแนบชิดโดยไม่สนสายตาใคร เสี่ยเจ้าของโรงงานหลงใหลในตัวลำยองมากจนบอกให้เธอไม่ต้องไปทำงานเพราะเขาจะ เลี้ยงดูเอง

“พอหาบ้านได้ ลำยองก็อยู่บ้านแต่งตัวสวยไว้รอผม เป็นเพื่อนเที่ยวเพื่อนกิน แล้วก็เพื่อนนอนก็พอ”

“แหม...คุณกวงคิดจะให้ลำยองเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นหรือคะ”

“เพื่อน นอนน่ะไม่ใช่แค่เพื่อน...นอนด้วยกันก็ต้องมีลูกด้วยกัน ก็เรียกว่าเมียนั่นแหละ” ลำยองยิ้มเอียงอายน่าเอ็นดู “เราจะมีลูกชายกันนะลำยอง...คนจีนชอบลูกชาย ยิ่งมีหลายๆคนยิ่งดี เตี่ยผมอยากได้หลานชาย”

ลำยองดีใจที่เขาคิดจริงจัง นึกวาดฝันใหญ่ถึงงานเลี้ยงฉลองอวดคนทั้งหมู่บ้าน แต่กวงกลับไม่รับปากใดๆ

“ลำยองไม่เข้าใจ ประเพณีจีนเขาไม่เชิญฝ่ายผู้หญิงนอกจากญาติสนิท เขาให้ขนมหมั้นไปแจกเท่านั้นเอง”

ลำยอง หน้าจ๋อยเพราะอยากประกาศตัวเป็นคุณนายเจ้าของโรงงาน กวงต้องปลอบให้เอาข้าวของแพงๆ ที่เคยซื้อให้ไปอวดแทน แต่ลำยองไม่พอใจและเรียกร้องขออย่างอื่น กวงไม่ขัดเพราะอยากให้เธอพอใจที่สุด

กว่ากวงจะพาลำยองมาส่งบ้านก็ดึกดื่น ค่อนคืน สาวขี้เมาติดใจแสงสียามค่ำคืนและอ้อนเขาให้พาไปเที่ยวใหม่ในวันรุ่งขึ้น กวงปฏิเสธเพราะต้องไปทำงานต่างเมืองแต่รับปากจะพาไปวันหลัง ลำยองหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ไม่อยากโวยวายให้เขาเห็นธาตุแท้เร็วนักจึงลงจากรถ แต่โดยดี

สันต์ซึ่งอุ้มวันเฉลิมแอบมองดูห่างๆตลอด ลำยองเหลือบตามองพอดีแต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างงั้น อดีตผัวเลยชักฉุนและตามไปต่อว่าถึงบ้านให้นึกถึงลูกชายบ้างแต่ลำยองไม่สนใจ จนเขาเหลืออด

“วันเฉลิมไม่ใช่ลูกเธอคนเดียวแต่ลูกพี่ด้วย ความลับไม่มีในโลกนี้หรอกลำยอง สักวันแฟนใหม่เธอก็ต้องรู้” ลำยองเข้าใจว่าโดนขู่ “ไม่ได้ขู่...แต่ไปคิดดีๆ คืนลูกให้พี่ก็จบ เธอจะไปมีความสุขกับแฟนใหม่เธอยังไงก็เชิญ!”

แลได้ยินเสียงเอะอะจึงเข้า ขวางและเอาตัววันเฉลิมมาอุ้ม เมื่อสันต์กลับไปลำยองเลยระเบิดอารมณ์กับแม่อย่างสุดทนที่ผัวเก่าตามรังควาน ไม่หยุด แลเห็นใจลูกสาวแต่ไม่อยากให้หุนหันเพราะเขาอาจเอาความลับเรื่องวันเฉลิมไป เปิดโปงกับกวง แต่ลำยองไม่กลัวเพราะเชื่อว่ากวงรักเธอจริง

ฝ่ายสันต์กลับไปปรับทุกข์กับพ่อแม่ที่บ้าน ภาระต้องเลี้ยงดูลูกชายและอดีตเมียทำให้แทบหมดเนื้อหมดตัวไม่เหลือเก็บสักบาทต่อเดือน ปั้นกับสินไม่อยากให้ลูกคิดมากเพราะทำเพื่อวันเฉลิม สันต์พยักหน้ารับรู้และฝากฝังลูกชายให้พ่อแม่ดูแลระหว่างที่เขาต้องไปโรงเรียน

“พ่อไม่ทิ้งมันอยู่แล้ว ถึงสิทธิ์เลี้ยงดูจะเป็นของแม่แต่ไม่แน่ ถ้าความแตก...ผัวใหม่มันอาจไม่อยากได้ลูกก็ได้”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีครับพ่อ เขาจะได้คืนเจ้าวันให้เราอย่างเต็มใจ”

ooooooo

แลอุ้มวันเฉลิมไปฝากหลวงลุงเลี้ยงที่วัดเหมือนเคยเช้าวันถัดมา และถือโอกาสถามชาวบ้านละแวกนั้นว่ามีใครสนใจขายบ้านสวยและราคาดีไหม ชาวบ้านได้ยินก็ซักไซ้จนได้ความว่าลำยองมีแฟนใหม่ร่ำรวยและยินดีส่งเสียเธออย่างดี แลปลาบปลื้มดีใจออก นอกหน้า แล้วยิ่งชอบใจหนักเมื่อเห็นปั้นเดินผ่านมา

“พ่อปู่ถึงบอกไงว่ามันเป็นนางฟ้ามาเกิด พ่อแม่พี่น้องพลอยสบายไปด้วย ไม่ต้องทนเช่าที่วัดอีกแล้ว บ้านน่ะ...เขาจะโอนเป็นชื่อลำยองด้วย” ปั้นหมั่นไส้ทนไม่ไหวเลยเดินออกไป แลจึงตะโกนไล่หลัง “ขืนทนเป็นเมียไอ้ทหารเรือจนๆมีหวังอดตาย เป็นคุณนายมันก็งั้นๆ แหละวะ สู้เป็นเถ้าแก่เนี้ยโรงงานไม่ได้ เงินทองเป็นถุง เป็นถังโว้ย”

ปั้นของขึ้นจนต้องไประบายกับผัวและลูกที่บ้าน สินปลอบไม่ให้คิดมากเพราะคนประเภทนี้คงคิดและทำได้แค่นี้

“ฉันว่าจะไม่ใส่ใจหรอกนะ แต่ได้ยินแล้วอดโมโหไม่ได้ สันต์เอ๊ย...เอ็งตั้งใจเรียนตั้งใจทำงานนะ วันข้างหน้าจะได้เป็นนายพันนายพลกับเขาบ้าง อีแลจะได้หุบปากซะที”

สันต์ไม่คิดว่าตนจะได้ยศดีๆเหมือนคนอื่นที่มีฐานะทางบ้านดีกว่า ปั้นพยายามพูดให้กำลังใจเช่นเดียวกับสิน

“พ่อเป็นช่างไม้ แม่ขายผัก อย่างดีสุดที่พ่อแม่จะให้ลูกได้คือการศึกษา วาสนาหรือโชคลาภมันมาได้ก็ไปของมันได้ แต่การยืนบนลำแข้งของตัวเองด้วยความสามารถของเราเป็นเรื่องน่าภูมิใจกว่าอะไรทั้งนั้น”

ฟากลำยองซื้อเป็ดพะโล้และอาหารมากมายมาไหว้เจ้าที่ที่บ้าน ปอกับพี่น้องคนอื่นๆเห็นก็ตาวาวด้วยความหิวกระหาย ลำยองรีบห้ามเพราะต้องรอจนกว่าจะไหว้เสร็จ

“กูจะไปรู้ได้ยังไง นึกว่าวันนี้จะได้ลาภปาก คนจะอดตายอยู่แล้ว ของดีๆถวายเจ้าหมด”

“พ่ออย่าบ่นนักเลย ที่ฉันได้เจอเทพบุตรตัวจริงอย่างคุณกวงเนี่ย ก็เพราะฉันไหว้เจ้าที่เจ้าทางด้วยของดีๆ ไม่เคยขาด อีกหน่อยพอฉันได้แต่งงานกับเขาแล้ว ฉันจะซื้อเป็ดพะโล้ให้พ่อกินทุกวันเลยก็ได้”

สมาชิกในบ้านทุกคนเลยต้องเซ่นไหว้ แต่ไม่ทันยกกลับมาก็มีคนมาตามลำยองกับแลไปดูบ้าน สองแม่ลูกรีบไปด้วยความตื่นเต้น ปอตามไปด้วยแต่ยังละล้าละลังเพราะห่วงกิน...เสียดาย กลับมาคงไม่มีเหลือแม้แต่กระดูก!

ลำยองพากวงไปดูบ้านที่เล็งไว้เมื่อวันก่อน สภาพใหม่เอี่ยมพร้อมเครื่องเรือนครบครันทำให้เสี่ยหนุ่มตัดสินใจซื้อและโอนเป็นชื่อลำยองทันที ลำยองดีใจที่ความฝันจะมีบ้านหลังโตๆเป็นความจริงและป่าวประกาศไปทั่วหมู่บ้าน แม้แต่ปานซึ่งอุ้มวันเฉลิมไปฝากหลวงลุงเลี้ยงก็อดอวดกับสินซึ่งแวะมาเล่นกับหลานไม่ได้

“อีกไม่กี่วันพี่ลำยองเขาก็เอามันไปเลี้ยงเองแล้ว ผัวใหม่เขาจะซื้อบ้านให้”

“อ้าว...แล้วผัวใหม่เขาไม่รู้หรือว่ามีลูกติด” สินสงสัย

“พี่ลำยองว่าโอนบ้านเป็นชื่อเขาแล้วค่อยบอก ยังไงก็ให้ได้บ้านมาก่อน”

หลวงลุงส่ายหน้าให้ความร้ายกาจของลำยอง สินแสดงความยินดีเพราะคนอื่นๆคงพลอยสบายไปด้วย ปานยิ้มร่าและบอกว่าอีกหน่อยทุกคนต้องนับหน้าถือตาเขาเพราะมีเงินมากมาย หลวงลุงถอนใจเบาๆแล้วสอนเสียงอ่อน

“เอ็งไม่ต้องอยู่บ้านหลังใหญ่หรือมีวาสนาล้นฟ้าก็มีคนเต็มใจจะเรียกว่าคุณถ้าเป็นคนดี มีน้ำใจกับคนอื่น”

ปานไม่สนคำสอนและวิ่งหนีไปเล่นกับเพื่อนๆ ส่วนสินเข้าไปเล่นกับหลานชายแล้วถามยิ้มๆ

“เอ็งจะได้อยู่บ้านหลังใหญ่ๆกับเขาแล้วนะไอ้วัน ดีใจไหม”

ooooooo

ไม่กี่วันต่อมาลำยองจึงย้ายไปอยู่บ้านใหม่สมกับรอมานาน กวงแวะมาหาและย้ำว่าไม่ต้องไปทำงานแล้ว ลำยองดีใจแต่ต้องเก็บอาการและทำเป็นแกล้งถามว่าจะเอาเงินจากไหน

“ผมจะให้เงินลำยองเอง เท่ากับที่ลำยองได้รับแต่ละเดือนนะ ลำยองอยู่บ้าน ดูแลบ้านแล้วผมจะมาหาบ่อยๆ”

ลำยองหน้าเสียที่เขาไม่มาอยู่ด้วยทุกวัน กวงอ้างว่าต้องไปดูงานต่างเมืองบ่อยๆอาจจะไม่สะดวก

“งั้นคุณกวงซื้อโทรภาพให้ลำยองสักเครื่องสิคะ ลำยองจะได้เอาไว้เป็นเพื่อน” กวงบอกว่าวิทยุเครื่องเดียวคงพอแต่ลำยองไม่ยอม “พอยังไงกันคะ วิทยุฟังนานก็เบื่อ งั้นลำยองเอาทั้งวิทยุทั้งโทรภาพเลยละกันนะคะคุณกวง”

ลำยองใช้มารยาออดอ้อนจนกวงใจอ่อนรับปาก ลำยองลิงโลดและรีบไปบอกแม่เย็นวันเดียวกัน แลพลอยตื่นเต้นและยุให้ขอตู้เย็นกับเครื่องเรือนอื่นๆ ลำยองเห็นดีด้วยแต่อยากให้รอเพราะกวงจะมองว่าเธอขี้งกและช่างขอ แลไม่เห็นเป็นเรื่องแต่ไม่อยากพูดมาก ได้แต่ขอให้เอาวันเฉลิมไปอยู่ด้วย

“แล้วเกิดคุณกวงเขารู้ขึ้นมาว่ามันเป็นลูกติด ฉันไม่พังหมดเหรอแม่”

“เออๆก็แล้วแต่เอ็ง...แต่วันๆข้าเลี้ยงมันก็หมดหลายตังค์อยู่เหมือนกันนา เอ็งพอมีก็ปันๆค่ากินอยู่มาบ้าง”

ลำยองรับปากส่งๆและเทเหล้าในขวดสวยที่หิ้วมาด้วย แลเห็นลูกดื่มถี่ก็เริ่มสงสัยและขอให้เลิก

“เลิกทำไม แม่บอกเองว่ากินแล้วผิวพรรณดีเปล่งปลั่ง แล้วมันไม่ใช่เหล้าโรงนะ มันเซี่ยงชุน...แพงกว่าเหล้าโรงเยอะ” แลกลัวกวงรังเกียจลูกสาวขี้เมา “ฉันไม่ได้กินมากซะหน่อยแค่พอครึ้มๆ แม่ไม่รู้อะไร...ที่คุณกวงเขาหลงรักฉันเพราะฉันเป็นเพื่อนกินเหล้ากับเขาได้นี่แหละ”

จบคำก็กระดกพรวดเข้าปากอีกจอก แลได้แต่มองทึ่งๆแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะลูกสาวเป็นคนหาเงินมาให้

ทุกคนในบ้านลำยองมัวตื่นเต้นกับบ้านใหม่จนไม่มีใครสนใจวันเฉลิม เด็กน้อยถูกอุ้มไปทิ้งวัดตอนเช้าและมารับกลับทุกเย็นจนผู้คนในวัดชินตา หลวงลุงปิ่นเอ็นดูเด็กชายไม่น้อยเพราะความไม่ดื้อไม่ซน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อวันเฉลิมส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนจะเรียกใครสักคน หลวงลุงได้ยินแล้วยิ้มน้อยๆ

“แม่เอ็งเขาดีใจตายเลย คำแรกที่เอ็งพูดได้ก็เรียกแม่แล้ว”

ด้านกวง...มาค้างกับลำยองทุกอาทิตย์แต่ไม่ทุกวันเพราะมีภาระและภารกิจอื่นต้องดูแล ลำยองในชุดนอนกรุยกรายเกาะแขนมาส่งหน้าบ้านด้วยท่าทางกระเง้ากระงอดไม่อยากให้ไปทำงานและทิ้งเธอไว้คนเดียว

“เป็นเจ้าของโรงงานไม่ต้องไปไม่ได้หรือคะ มีผู้จัดการก็ให้เขาทำแทนสิ ไม่งั้นจะจ้างให้อยู่เฉยๆหรือไง”

“การงานบางอย่างเราต้องทำเอง จะให้คนอื่นทำแทนได้ยังไงลำยอง” ลำยองงอแงจนกวงต้องปลอบ “หาอะไรทำสิ เอางี้ดีไหม ไปเรียนตัดเสื้อ ตัดเป็นจะได้รับจ้างเขา เดี๋ยวผมซื้อจักรเย็บผ้าให้”

“อุ๊ย...ลำยองไม่เอาหรอกค่ะ ลำยองไม่ใช่กุลีนะคะถึงต้องรับใช้ใคร”

“อย่ารังเกียจเงินเล็กเงินน้อยสิลำยอง ค่อยๆเก็บค่อยๆสะสม เดี๋ยวมันก็เป็นก้อนใหญ่เอง”

“ไม่เอาล่ะค่ะ ถ้าคุณกวงจะซื้อจักรให้ ลำยองขอเป็นตู้เย็นดีกว่าโก้กว่ากันตั้งเยอะ ไม่ต้องเหนื่อยเดินไปตลาดทุกเช้าเย็นด้วย มีอะไรเราก็ตุนไว้ในตู้เย็นได้นะคะคุณกวง”

กวงผลัดให้ดูไปก่อนแต่ลำยองจะเอาให้ได้ เขาส่ายหน้าอ่อนใจแต่ไม่เคยต้านความต้องการเธอได้เลยเท่านั้นไม่พอสาวขี้เมายังขอให้เขาหาคนใช้ให้เพราะขี้เกียจทำความสะอาดบ้าน กวงบ่ายเบี่ยงเพราะคนใช้ดีๆ หายากแต่ถ้าอยากได้ก็ต้องรอ ลำยองทำหน้าเมื่อยบอกว่าเหนื่อยและอยากอยู่สบายๆบ้าง

“บ้านของเราเอง ใครเขาจะทำได้ดีไปกว่าเราเองล่ะลำยอง”

กวงทำหน้าจริงจังจนลำยองหน้าเจื่อนเพราะคิดว่าคงเปลี่ยนใจเขาไม่ได้ สาวขี้เมาเลยเปลี่ยนมาอ้อนขอพาน้องๆมาอยู่เป็นเพื่อนแทน กวงไม่ติดใจเพราะเห็นใจเมียว่าต้องอยู่บ้านคนเดียว ลำยองได้แต่ยิ้มรับแล้วหมายมั่นปั้นมือในใจว่าต้องหาทางเกลี้ยกล่อมเขาหาคนใช้ให้เธอได้สักวัน...อีลำยองไม่ทนทำงานบ้านเองให้เสียมือหรอกโว้ย!

ooooooo

สันต์กลับจากโรงเรียนก็แวะมาหาลูกชายที่บ้านแลแต่ไม่พบใครนอกจากลำยงซึ่งนั่งปอกมะพร้าวทำขนมอยู่คนเดียว นักเรียนนายเรือมองซ้ายขวาไม่เห็นใครจึงถามด้วยความสงสัยว่าไม่มีใครช่วยเลยหรือ

“โอ๊ย...จะหวังพึ่งใครได้ เขาไปสุมหัวบ้านพี่ลำยองโน่น...เห่อโทรภาพ ดูกันได้ทั้งวี่ทั้งวัน ไม่ทำมาหากิน”

สันต์ถึงบางอ้อว่าเมียเก่าย้ายไปบ้านใหม่แล้ว ลำยงเบ้หน้าบอกว่าบ้านใหญ่โตแต่สกปรกรกรุงรัง สันต์ไม่แปลกใจเพราะรู้จักสันดานเมียเก่าดี แต่ไม่คิดว่าผัวใหม่ของเธอจะชอบใจนัก

“เขาไม่อยู่ด้วยตลอด อาทิตย์หนึ่งมาที วันไหนผัวจะมาค่อยเกณฑ์น้องๆช่วยกันกวาดถู เอาผักชีโรยหน้า”

สันต์ส่ายหน้าเอือมระอาแล้วถามถึงวันเฉลิมลำยงบอกว่าอยู่ด้วยเป็นบางวันเพราะลำยองกลัวกวงรู้ความจริง

“เขายังอมความลับอยู่ คงกลัวจะตอดสมบัติ

เขาไม่ได้อีกละมัง เออ...ไอ้วันมันหัดพูดแล้วนะพี่สันต์”

สันต์ซักใหญ่ว่าลูกชายเรียกพ่อบ้างหรือไม่ ลำยงหน้าเจื่อนแล้วบอกว่าเรียกแต่แม่ น่าเจ็บใจเสียเหลือเกินทั้งที่แม่มันทิ้งๆขว้างๆตลอด สันต์จ๋อยไปถนัดตาจนลำยงสงสาร...โธ่เอ๊ยพี่สันต์ อีกหน่อยมันก็คงเรียกพ่อได้แหละ

เย็นวันเดียวกันที่บ้านลำยอง...แลกับน้องๆของลำยองนั่งดูโทรภาพกันตาไม่กะพริบ โดยมีวันเฉลิมคลานต้วมเตี้ยมไม่ห่าง รอบตัวเต็มไปด้วยข้าวของทิ้งระเกะ ระกะจนเกินจะเก็บกวาด แต่ไม่มีใครสนใจจะจัดการให้เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาพลบค่ำทุกคนจึงขอตัวกลับเพราะไม่อยากช่วยลำยองทำความสะอาดบ้านก่อนกวงจะมา

ลำยองเจ็บใจที่ต้องทำทุกอย่างเอง ส่วนแลหนีเสือปะจระเข้ไปพบสันต์โดยบังเอิญระหว่างทางกลับบ้าน อดีตลูกเขยเรียกหาลูกชายด้วยความคิดถึง แต่แลไม่ยอมให้เข้าใกล้ แถมหาว่าเขาสะกดรอยตามเธอไปหาลำยอง

“เอ็งอิจฉาลำยองใช่ไหมที่มันได้ดิบได้ดี ไม่ต้องทนกัดก้อนเกลือกินกับเอ็ง ผัวใหม่มันรวยล้นฟ้า ลำยองอยากได้อะไร...แค่ออกปากเขาก็หามาประเคนให้ ไม่ต้องอดๆอยากๆเหมือนอยู่กับเอ็ง”

“ได้ผู้ชายดีๆ ผมก็ดีใจด้วยน้าแล แต่ถ้าเลี้ยงไอ้วันไม่ดี ทิ้งๆขว้างๆได้เห็นดีกันแน่ ในเมื่อกฎหมายบอกว่าลูกต้องอยู่กับแม่ก็ไม่เป็นไร วันไหนเลี้ยงไม่ไหวผมมีสิทธิ์ร้องเอาลูกไปเลี้ยงเองได้ในฐานะพ่อ”

แลไม่พอใจและทวงค่าเลี้ยงดูวันเฉลิมหน้าด้านๆ แต่สันต์ปฏิเสธและบอกให้ลำยองมาเอาเองถ้าอยากได้ แลกัดฟันกรอดและพาวันเฉลิมเดินจากไป สันต์ได้แต่มองตามลูกชายตาปรอย...เดี๋ยวพ่อจะแวะไปหานะลูก

ในที่สุดความปรารถนาอีกอย่างของลำยองก็เป็นจริง กวงพาคนใช้สองคนน้าหลานมาให้เย็นวันเดียวกันและแนะนำว่าชื่อชื่นกับชม ลำยองสวมวิญญาณคุณนายและทำท่าทางยกตนข่มท่านจนชมทนไม่ไหวสวนกลับ

“ถ้าคุณคิดว่าอย่างฉันกับหลานรับใช้ผู้ดีอย่างคุณไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปทำที่อื่นก็ได้”

กวงต้องมาไกล่เกลี่ยและบอกให้สองน้าหลานไปพักผ่อน ลำยองรอจนทั้งสองลับตาแล้วบ่นจนเขาเหนื่อยใจ

“แม่บ้านดีๆหายากนะลำยอง ได้ชมกับชื่นนี่

โชคดีมากรู้ไหม สองคนน้าหลานขยันมาก รู้งานทุกอย่าง”

ลำยองเถียงไม่ออกเลยเฉไฉถามเรื่องเงินเดือนกวงบอกว่าสี่ร้อยเพราะต้องจ่ายให้สองคน ลำยองตาโตเพราะคิดอย่างเดียวว่าสองน้าหลานได้มากกว่าเธอซึ่งเป็นเมียแท้ๆ แต่หญิงสาวไม่เลือกโวยวายเพราะกลัวกวงไม่พอใจ

“แล้วคุณกวงไม่เพิ่มให้ลำยองหน่อยหรือคะรู้ถึงไหนอายถึงนั่น เงินเดือนคนใช้เกือบเท่าของเมียเจ้าของบ้าน”

กวงเห็นเมียท่าทีอ่อนลงจึงยอมเพิ่มให้เพราะไม่อยากมีปัญหาภายหลัง

คืนวันเดียวกันที่บ้านแล...วันเฉลิมถูกทิ้งให้เล่นคนเดียวท่ามกลางเหล่าญาติซึ่งถกเถียงกันเรื่องปัญหาเงินๆ ทองๆ ลำดวนรื้อกองเสื้อผ้าเก่าของลำยองกระจาย

และแอบเคืองพี่สาวที่ไม่เหลืออะไรให้เลย ส่วนแลเอาแต่ตักเหล้าจากโหลยาดองของลำยองเข้าปากอย่าง สบายอารมณ์

ลำยงเข้ามาเห็นแล้วทนไม่ไหวเพราะไม่อยากให้หลานชายคนเดียวอยู่กับสภาวะแวดล้อมแบบนี้ตั้งแต่เด็ก แลเบ้หน้าแล้วย้อนว่าไม่ได้ป้อนเหล้าใส่ปากหลานเสียหน่อยทำไมต้องโวยวาย

“ไม่ได้ป้อนก็เหมือนป้อนนั่นแหละ แม่ทำให้ไอ้วันเห็นเป็นเรื่องธรรมดาได้ยังไง”

“มึงไม่อยากให้เห็น มึงก็เอามันออกไปสิอีบ้า พูดจาอย่างกับว่ากูเป็นผู้ร้ายฆ่าคน”

“ผู้ใหญ่ทำให้เด็กเห็น อีกหน่อยเด็กก็ทำอย่างที่ผู้ใหญ่ทำนั่นแหละ”

ขาดคำก็อุ้มวันเฉลิมออกไป แลมองตามเซ็งๆและบ่นกับลำดวนเสียงเข้ม  “อีบ้า...สอนอย่างกับเป็นแม่กู!”

ooooooo

แม้กวงพยายามพูดให้เห็นชื่นกับชมว่าเป็นคนมาช่วยงานไม่ใช่คนใช้เท่าไหร่ แต่ลำยองกลับไม่สนใจ หาโอกาสพูดถากถางและวางตัวเป็นคุณนายผู้ดีจากตระกูลสูงส่งจนสองน้าหลานแทบทนไม่ไหว กวงต้องห้ามทัพอีกครั้งและไล่สาวใช้ทั้งสองไปนอน ลำยองไม่พอใจและต่อว่าเขางอนๆที่ให้ท้ายคนใช้

“เราต้องรู้จักอะลุ่มอล่วยบ้างสิลำยอง ใจเขาใจเราน่ะ”

“อย่างนี้เราจะใช้มันคุ้มเงินเดือนเหรอคะ”

“จะให้เขามานั่งโด่อยู่แถวนี้ แล้วลำยองกับผมจะมีความเป็นส่วนตัวกันได้ยังไงล่ะ”

ลำยองอ่อนระทวยในอ้อมกอดแกร่งและพากันไปหาความสุขในห้อง กวงซุกไซ้เมียสาวคนสวยด้วยความหลงใหล ลำยองลำพองใจและฉวยโอกาสอ้อนขอพาวันเฉลิมมาอยู่ด้วยโดยอ้างว่าเป็นน้องชายคนสุดท้องลูกหลงของแม่ กวงนิ่งไปอึดใจแล้วเอ่ยปากอนุญาตง่ายๆ

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ อีกอย่างลำยองจะได้ฝึกเลี้ยงด้วย ผมอยากได้ลูกชาย ลำยองมีลูกชายให้ผมสักคนได้ไหม”

ลำยองยิ้มหน้าแดงซ่านและยอมให้เขารักอย่างเต็มใจ แอบโล่งใจและรู้สึกผิดน้อยลงที่หาข้ออ้างพา

วันเฉลิมมาอยู่ด้วยได้...ข้าไม่ได้ทอดทิ้งแกนะโว้ยไอ้วัน ยังไงๆเอ็งก็เป็นลูกข้า

ฝ่ายแล...เมื่อถึงบ้านก็พาลลงกับสมาชิกคนอื่นด้วยความหัวเสียที่ไถเงินจากสันต์ไม่ได้ ปอโดนหนักสุดเพราะหาเงินมาไม่ได้มากดั่งใจ ลำยงถึงบ้านทันได้ยินแลโวยวายเรื่องสันต์จึงโต้แทนว่าเขาให้แล้วแต่อยู่ที่

เธอ แลตาโตและคว้ามาเก็บกับตัว ลำยงจะห้ามแต่ไม่ทัน...

ไอ้วันเอ๊ย ยายคงเอาไปเล่นหวยไม่ตกถึงแกสักบาทอีกตามเคย!

ฝั่งลำยองกับกวงมีความสุขชื่นมื่นทั้งคืนเพราะแรงเสน่หา ลำยองเห็นเขาหลงใหลร่างกายเธอก็ลงทุนยั่วยวนเพื่อขอเข็มขัดทองเพราะอยากได้มานาน กวงบ่ายเบี่ยงเพราะราคาไม่น้อย แต่ลำยองไม่เข้าใจและทำกระเง้ากระงอด

“คุณกวงไม่รักลำยอง แค่เข็มขัดทองก็ให้ลำยองไม่ได้ มันน่าน้อยใจจริงๆเลย”

“เงินทองเวลามีน่ะ มันต้องรู้จักใช้นะลำยอง จะได้มีให้เราใช้ไปนานๆ”

ลำยองตื๊อไม่หยุดแต่กวงไม่ใจอ่อน สาวขี้เมาเลยลดเป้าหมายเป็นเข็มขัดนาก กวงตัดรำคาญเลยรับปากและล้มตัวนอนต่อ...กว่าสองผัวเมียข้าวใหม่ปลามันจะออกจากห้องนอนก็สายโด่ง ชื่นกับชมรอบริการอาหารเช้าอยู่แล้วตามประสาคนใช้ที่ดี แต่ลำยองกลับทำเสียเรื่องด้วยการพูดจายกตนข่มท่านเหมือนทุกครั้งที่สบโอกาส

“บ้านผู้ดีคนใช้ต้องคลานเข่า คุกเข่า บางทีต้องหมอบด้วยซ้ำเวลาอยู่ต่อหน้าเจ้านาย”

“นั่นมันละครนะลำยอง ชีวิตจริงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ ไปเถอะชื่น ชม...จะไปทำอะไรก็ไป”

ชื่นกับชมทำตามคำสั่ง ลำยองกลัวเสียหน้าเลยสั่งให้เตรียมจัดห้องเล็กสำหรับวันเฉลิม สองคนใช้พยักหน้ารับแกนๆแล้วเดินจากไป ทิ้งลำยองให้บ่นกระปอด กระแปดกับผัวเคืองๆ

“คุณกวงน่ะ...ทำให้คนใช้เคยตัว เราศักดิ์ศรีสูงกว่ามัน มันต้องคุกเข่า คลานเข่ามาหาเราสิคะ”

“ถึงเขาจะคนละชั้นกับเรา แต่เขาไม่ใช่ทาสนะลำยอง คนจีนเขาไม่มีทาสแบบที่ลำยองอยากให้เป็นแล้ว”

“ลำยองว่าโก้จะตาย อีกอย่างเงินเดือนตั้งแพง ทำไมมันจะหมอบ จะคลานเข่ามาหาเราไม่ได้คะ”

กวงขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดจึงผละไปทำงาน ทิ้งลำยองให้กระฟัดกระเฟียดคนเดียวเพราะผัวเข้าข้างคนใช้เกินเหตุ ส่วนชมก็นินทาลำยองว่าประพฤติตัวบอกกำพืด ชื่นต้องปลอบให้ใจเย็นและเห็นแก่กวงซึ่งเคยมีบุญคุณต่อกันมา ชมได้แต่ฮึดฮัด...ฝากไว้ก่อนเถอะอีคุณนายลำยอง!

ooooooo

เช้าวันเดียวกันที่วัด...สันต์แวะไปเล่นกับวันเฉลิมและแต่งตัวให้ด้วยเสื้อผ้าใหม่ เด็กชายยิ้มแย้มหยอกล้อด้วยอย่างมีความสุขและเริ่มออกเสียงเรียกพ่อแต่ไม่ค่อยเป็นคำนัก เท่านั้นสันต์ก็สุขเหลือจะกล่าว แต่ไม่ทันพูดอะไร ปานก็มารับวันเฉลิมกลับไปหาลำยอง สันต์นิ่วหน้าเพราะไม่คิดว่าเมียเก่าจะยอมสารภาพเรื่องลูกกับผัวใหม่

“เขาไม่รู้หรอก พี่ลำยองกำชับฉันไม่ให้หลุดปาก เขาบอกผัวใหม่ว่าไอ้วันเป็นน้องคนสุดท้อง ลูกหลงของแม่”

“เออ...เจริญหรอกนะ แล้วมันคิดว่าจะปิดได้นานแค่ไหนวะ” หลวงลุงปิ่นสงสัย

“พี่ลำยองเขาได้สมบัติตั้งหลายอย่างแล้ว เขาว่า...ถึงรู้ก็ช่างหัวมัน”

เมื่อปั้นกับสินทราบเรื่องก็เคืองแทนลูกชายที่ลำยองทำตัวเหมือนผู้หญิงหากินคิดปอกลอกไปวันๆ แม้สันต์จะเห็นด้วยแต่ไม่อยากมีเวรกรรมกับเมียเก่า ได้แต่หวังว่ากวงจะรักลูกชายและส่งเสียให้เรียนหนังสือสูงๆ ปั้นกับสินไม่แน่ใจเพราะวันเฉลิมไม่ใช่ลูกแท้ๆ สันต์ทำหน้าเซ็งและขอตัวไปหาศรีวรรณน้องสาวซึ่งแยกไปอยู่ตามลำพังในเมือง

กวงซื้อเข็มขัดนากให้ลำยองตามสัญญา สาวขี้เมาดีใจและปรนนิบัติเขาอย่างดี กวงชื่นใจและยื่นเงินเดือนของเธอให้ แต่ที่ทำให้ลำยองตาโตเห็นจะเป็นเงินเดือนของชื่นกับชมเลยคิดแผนเก็บไว้ให้เอง กวงตามไม่ทันกลโกงของเมียเลยส่งให้อย่างไม่คิดอะไร ลำยองเหน็บเงินเข้าชายพกผ้าถุงแล้วอ้อนผัวเสียงหวาน

“คุณกวงไม่มาค้างบ่อยกว่านี้ล่ะคะ ลำยองคิดถึง... ตอนทำโรงงานยังได้เจอทุกวัน แต่พออยู่ด้วยกันแล้วกลับได้เจอแค่สัปดาห์ละสองวัน” กวงแนะให้หาอะไรทำแก้เหงา “แต่ลำยองเหงากลางคืนนี่คะ ไม่ใช่กลางวัน”

ลำยองยิ้มหยาดเยิ้ม กวงหอมเธอฟอดใหญ่ ปลื้มใจเหลือเกินที่เธอหลงใหลเสน่ห์เขาถึงเพียงนี้

ลำยองใส่เข็มขัดนากอวดไปทั่วจนเป็นที่ร่ำลือถึงความโชคดีของเธอ แลตามติดและเที่ยวโอ่ความรวยไปเรื่อยด้วย พลันสายตาเหลือบเห็นปั้นเก็บขวดเปล่าไปขายจึงไปพูดแดกดัน ปั้นนับหนึ่งถึงสิบแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวตอกกลับ

“งั้นก็จับเอาไว้ให้ดีๆเชียวนะผัวคนนี้ สันดานแท้ออกมาเมื่อไหร่ก็ถูกถีบหัวส่งเมื่อนั้นแหละ”

“มึงน่ะไม่ได้ขี้ตีนคุณกวงหรอก เข็มขัดนากเนี่ยเขาซื้อให้ใส่เล่นๆ อีกหน่อยก็คงหาทองหาเพชรมาให้ใส่”

“ละครในโทรภาพนี่มันทำให้คนเพ้อฝันขนาดนี้เลยหรือ เอาเถอะ...ตามสบาย คนอย่างลูกสาวเอ็งคงไม่มีวันอับจนขนาดต้องไปนั่งขายของดีอยู่โรงน้ำชาละมัง”

“อีปั้น...มึงด่าลูกกูเป็นผู้หญิงหากินหรือ มึงกับกูมาตบกันดีกว่า แน่จริงมึงอย่าเดินหนีสิอีบ้า”

ลำยองไม่อยากเถียงกับอดีตแม่ผัวเลยลากกลับ “ช่างเถอะแม่...ผู้ดีอย่างฉันไม่อยากแลกกับมันหรอก”

ลำยองไปรับวันเฉลิมจากบ้านแลแล้วสั่งให้ชม

เลี้ยงและดูแล ชมจะไม่ยอมเพราะไม่ได้รับจ้างเลี้ยงเด็กแต่ขัดคำสั่งคุณนายบ้าอำนาจไม่ได้ เมื่อลับหลังลำยองเลยนินทากับน้าและหารือจะขอขึ้นเงินเดือน ชื่นเห็นใจและเข้าใจหลานแต่เมื่อเห็นหน้าวันเฉลิมแล้วอดเอ็นดูไม่ได้

“ลูกหลงจริงหรือวะ แก่ขนาดยายแม่นั่นน่าจะหมดประจำเดือนไปตั้งนานแล้ว”

“นั่นสิน้าชื่น ถ้าบอกว่าเป็นลูกยายคุณนายยังน่าเชื่อกว่า”

สองน้าหลานมองหน้ากันเครียดๆ...หรือว่าคุณกวงจะถูกหลอกวะ!

ด้านลำดวน...ว่างงานเลยไปนั่งเล่นบ้านพี่สาว ความโอ่โถงและความสุขสบายทำให้เอ่ยปากขอมาอยู่ด้วย ลำยองแบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่อยากกวนใจกวง ลำดวนพอเข้าใจเลยขอพี่สาวช่วยพูดกับผัวให้รับเธอเข้าทำงานในโรงงานอีกครั้งเพราะไม่ได้งานใหม่อย่างที่หวัง ลำยองรับปากเพราะเห็นแก่น้องซึ่งช่วยรองมือรองเท้ามาตลอด

ลำดวนคาใจเรื่องวันเฉลิมเลยตัดสินใจถามพี่สาว ชื่นผ่านมาได้ยินพอดีแต่ก้มหน้างุดเดินจากไปเหมือนไม่ได้ยินอะไร ลำยองหน้าเสียเพราะกลัวความลับรั่วไหลไปถึงกวง ต่างจากสองน้าหลานที่ถึงกับพูดไม่ออก เรื่องราวที่ได้ยินทำให้เดาไม่ยากว่าเด็กน้อยวันเฉลิมเป็นลูกใคร แต่ยังไม่แน่ใจเพราะไม่มีคำยืนยันจากพยานเชื่อถือได้

“น้าได้กลิ่นแปลกๆไหม ฉันว่ามันแน่ซะยิ่งกว่าแน่เสียอีก”

“จะสืบให้ได้ความจริงๆมันไม่ยากหรอกวะนังชม”

ooooooo

สันต์ไปเยี่ยมศรีวรรณน้องสาวซึ่งแยกไปอยู่ในเมืองตามประสาพี่น้องและปรับทุกข์เรื่องลำยองกับวันเฉลิม ศรีวรรณเห็นใจมากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่ปลอบให้ทำใจเพราะคงไม่มีอะไรดีกว่านี้

“พี่เข็ดขยาดผู้หญิงขนาดนี้ จะมีโอกาสเปิดหัวใจรับใครเข้าไปครอบครองหรือเปล่าเนี่ย”

สันต์จะบอกว่าคงไม่ไหวแต่เพื่อนสาวคนสวยของศรีวรรณปรากฏตัวตรงหน้าเสียก่อน ศรีวรรณเห็นอาการตื่นตะลึงของพี่ชายเลยแนะนำให้รู้จักว่าเทวีคือเพื่อนสาวคนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนวิทยาลัยครู

ภาพสองสาวพูดคุยหยอกล้อทำให้สันต์หน้าแดงและใจเต้นรัวอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน ศรีวรรณพอมองออกแต่เลือกไม่พูดอะไรและรอจนเพื่อนรักกลับก่อนจึงหันมาบอกพี่ชายยิ้มๆ

“เขาสอนอยู่โรงเรียนวัดประดู่ใน ถ้าพี่สนใจต้องสานต่อเอง แต่คงต้องให้เวลาเพราะเขารู้ว่าพี่มีเมียมีลูกมาแล้ว”

“อ้าว...แล้วเขารู้หรือเปล่าว่าพี่เลิกกับเมียแล้ว ลูกเมียก็เอาไปด้วย”

“รู้...แต่มันไม่แน่นี่ว่าพี่จะกลับไปดีกับเขาอีกหรือเปล่า อาจจะเห็นแก่ลูกขึ้นมาก็ได้”

สันต์ไม่อยากบอกว่าคงไม่มีวันนั้นเพราะเขากับลำยองจบแบบไม่สวยนัก แต่คิดว่าคงเปล่าประโยชน์เพราะแค่คำพูดคงไม่มีใครเชื่อ สู้เขาพิสูจน์ให้เห็นเลยดีกว่า แต่ถึงกระนั้นเขากลับไม่กล้าบอกพ่อแม่ว่าเจอหญิงสาวคนใหม่ที่หมายปองแล้ว ปั้นกับสินไม่รู้เรื่องจึงเล่าเรื่องลำยองกับแลเดินอวดรวยไปทั่วตลาดด้วยความหมั่นไส้

“เอ็งไปเจอใครถูกใจมีสกุลรุนช่อง การศึกษาดีๆ และขยันทำมาหากินก็จีบไปเถอะ ถ้าเขาตกลงปลงใจด้วย สินสอดทองหมั้นเท่าไหร่แม่ไม่ขัด หมดตัวก็ไม่ว่า อยากเห็นน้ำหน้านังแลนัก”

“ผมไม่กล้าคิดหรอกครับ ใครจะสนใจพ่อม่ายลูกติด มันไม่ใช่แค่ภาระของผมแต่จะเป็นของเขาด้วย”

คืนเดียวกันที่บ้านลำยอง...วันเฉลิมนั่งเล่นข้างๆ แม่ซึ่งนอนดูโทรภาพและเมาไม่รู้เรื่อง เมื่อกับแกล้มหมดจึงเรียกชื่นเอามาใหม่ แต่พอไม่ได้ดั่งใจก็แผดเสียงลั่นจนสาวใช้เหลืออดและอุ้มวันเฉลิมออกมาจากแม่ขี้เมาด้วยความเวทนา

สองน้าหลานนั่งมองวันเฉลิมด้วยความสงสาร นึกถึงกวงด้วยความเห็นใจที่หลงผิดได้เมียสำมะเลเทเมา ชื่นส่ายหน้าอ่อนใจแล้วตัดสินใจเอาวันเฉลิมนอนด้วยเพราะไม่อยากให้อยู่กับแม่ขี้เมาที่คงนอนจมกองขวดเหล้าแน่คืนนี้

การคาดการณ์ของชื่นไม่พลาดแม้แต่น้อย ชมถึงกับเมินหน้าหนีเมื่อเห็นสภาพคุณนายจอมบ้าอำนาจ แม้พยายามเรียกและพยุงไปนอนแต่ลำยองเมามายและอาละวาดจนชมต้องปล่อยนอนในห้องรับแขก แต่สาวใช้ยังเวทนาจัดที่ทางให้และเอาเข็มขัดนากกับเข็มกลัดทองไปเก็บห้องให้

แต่ทำคุณกลับกลายเป็นโทษเพราะลำยองอาละวาดบ้านแทบแตก เช้าวันถัดมาเมื่อตื่นมาไม่เห็นเข็มขัดและเข็มกลัดแสนหวงแหน ชมกับชื่นต้องทิ้งวันเฉลิมไว้ในครัวและไปดูคุณนายจอมบ้าอำนาจที่ส่งเสียงกรี๊ดไม่หยุด!

ลำยองเลือดขึ้นหน้าและกล่าวหาสองน้าหลานว่าขโมยของล้ำค่าของเธอ ชมเลยลากคุณนายไปดูในห้อง ลำยองถึงกับถอนใจโล่งอกว่าทั้งสองสิ่งวางเรียบร้อยบนโต๊ะ แต่คนอดรนทนไม่ได้กลับเป็นชมซึ่งขอแขวะให้หายเคือง

“ทีหลังก็หัดดูให้ดีก่อนสิวะ ก่อนจะแหกปากโทษคนอื่นเขา”

ลำยองไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ สายวันเดียวกันเลยอุ้มวันเฉลิมไปหาแม่ที่บ้าน ชมมองตามด้วยแววตาแค้นเคือง เมื่อชื่นมาชวนคุยก็อดระบายความอึดอัดใจไม่ได้ แถมเป็นห่วงกวงที่อยากได้ลูกชายจากลำยอง

“คนจีนเขาต้องการลูกชายไว้สืบสกุล ถ้าคุณนาย บ้านโน้นรู้ล่ะก็สนุกแน่ ขนาดซื้อบ้านให้ ยังไงก็ต้อง บ้านแตก”

“ฉันน่ะมั่นใจว่าเด็กวันเฉลิมน่ะต้องเป็นลูกติดยายคุณนายบ้านนี้แน่ๆ” ชมยืนยัน

“จะสืบจริงๆมันก็ไม่ยากหรอกว่ะ” ชื่นแสยะยิ้ม

ooooooo

ลำยองเหม็นหน้าคนใช้เลยไปแทงหวยฆ่าเวลาที่บ้านแม่ แลเห็นลูกสาวคนโปรดแวะมาก็ดีใจและขอยืมเงินไปต่อทุน ลำยงทำหน้าเมื่อยแล้วอดกระแนะ-กระแหนไม่ได้เพราะไม่อยากให้แม่เอาเงินไปเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“เสี่ยงโชคมันต้องมีได้มีเสียโว้ย ไม่งั้นเขาจะเรียกว่าเสี่ยงโชคหรือ มึงไม่รู้อะไรแล้วยังมาขัดลาภกูอีก”

“ไอ้เงินที่แม่หมดไปกับหวยเนี่ย ถ้าเก็บสะสมไว้ ป่านนี้เราคงซื้อที่ได้สักแปลงแล้วละมัง เคยคิดบ้างไหม”

ลำยองไม่สนใจน้องสาวและฝากแม่แทงเผื่อ แลเลยขอร่วมทุนด้วยแต่ลำยองบอกให้แม่หาเงินมาลงเอง แลโวยวายทวงบุญคุณที่เลี้ยงดู ลำยองหงุดหงิดเรื่องคนใช้เป็นทุนเลยพาลลงกับกวงซึ่งเป็นคนหามาว่าขี้งกและไม่ตามใจเธอเหมือนก่อน แลไม่อยากซักให้เรื่องใหญ่เลยชวนลูกสาวไปร้านทำผม

ช่างเสริมสวยเห็นลำยองแต่งเนื้อแต่งตัวดีขึ้นและมีข้าวของแพงๆใช้เลยประจบสอพลอใหญ่ ลำยองชอบใจมากและโอ่ใหญ่ว่าได้ดีเพราะผัวรักผัวหลง แลรีบสำทับว่าลูกสาวคงมีลูกอีกเร็วๆนี้ ช่างผมจึงถามถึงวันเฉลิม

“อุ๊ย...เขารักและเอ็นดูมันอย่างกับอะไร เขาจะรับมันเป็นลูกบุญธรรมย่ะ”

แลโม้เต็มปากเต็มคำ ส่วนลำยองแม้จะรู้สึกแปลกแต่ดีกว่าให้ใครรู้ว่าเธอจับตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำให้กวง

กว่าลำยองจะกลับบ้านก็มืดค่ำ แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นรถกวงจอดอยู่ สาวขี้เมารีบปรับท่าทางเป็นสาวหวานและอุ้มวันเฉลิมไปรับหน้า กวงเอ็นดูเด็กชายมากเพราะความอยากได้ลูกชายเป็นทุน ลำยองพลอยดีใจที่เห็นลูกชายเป็นที่รัก กวงดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษและพาลำยองไปดูจักรเย็บผ้าที่เขาตั้งใจซื้อมาให้เธอใช้แก้เหงา ลำยองจำใจยิ้มระรื่นยินดีแต่ในใจคุกรุ่นด้วยความไม่ชอบใจ...แทนที่จะซื้อตู้เย็นให้กู!

กวงเล่นกับวันเฉลิมด้วยความชอบใจ ลำยองเกือบหลุดปากเรื่องพ่อของลูก แต่กวงไม่ทันซักชื่นก็เข้ามาบอกว่ามีคนมาหาลำยองและรอหน้าบ้าน ปอนั่นเองมาขอเงินลูกสาวเพราะถูกเมียยึดหมด

“ฉันไม่มีให้พ่อหรอก รายจ่ายฉันเยอะ ไปก่อนเถอะพ่อ เดี๋ยวคุณกวงมาเห็นเข้า”

“ทำไมวะ เห็นไม่ได้หรือไง พ่อเองยังไม่เคยเห็นหน้าลูกเขยคนใหม่เลย”

“พ่อดูสารรูปตัวเองสิ ดูได้ที่ไหน...ขืนคุณกวงเห็นเข้าจะรังเกียจเอา”

กวงออกมาดูพอดี ลำยองเลยไล่ให้พ่อกลับก่อน เมื่อกวงถามสาวขี้เมาจึงโกหกว่าเป็นขอทานมาขอเศษเงิน

“คนพวกนี้...ขืนใจดีด้วยก็เทียวกลับมากวนใจไม่หยุดหย่อนหรอกค่ะคุณกวง!”

ooooooo

ตอนที่ 2

เมื่อถูกกดดันจากที่บ้านมากขึ้น ลำยองจึงขนของและอุ้มวันเฉลิมกลับบ้านสันต์ ปั้นกับสินดีใจและ พยายามไม่หาความกับลูกสะใภ้แต่ท่าทางเย็นชาของลำยองก็ทำให้ทั้งสองแทบหมด ความอดทน

“เป็นเด็กมันต้องรู้จักอ่อนน้อมเข้าหาผู้ใหญ่ นี่แม่มันขาดการอบรมขนาดนี้ แล้วหลานเรา...”

“จะทำยังไงยายปั้น มันบัวใต้น้ำ เห็นทีจะโผล่พ้นน้ำยากเพราะคงถูกเต่าถูกปลาตอดกินหมดก่อนโผล่”

ลำยอง ไม่สำนึกแถมขโมยของกินมาให้ที่บ้านเย็นวันเดียวกัน ปอมองอาหารตรงหน้าด้วยความดีใจแต่อดรู้สึกผิดหน่อยๆไม่ได้เลยบอกเมียสั่งสอน ลำยองบ้างให้ทำตัวเป็นสะใภ้ที่ดี

“สอนๆมันมั่งก็ดีนะนังแล ไปเป็นสะใภ้เขาแล้ว มันก็น่าจะทำตัวให้เขาเมตตาไม่ใช่ให้เขาระอา”

“ไอ้ปอ...เมียนะโว้ยไม่ใช่ขี้ข้า ยังไงมันก็ต้องเป็นใหญ่ในบ้าน”

“แล้วเอ็งลองคิดดูไหม เกิดเราได้สะใภ้พรรค์นี้เข้าบ้านมั่ง เอ็งจะทำยังไง”

“สะใภ้ข้ามันต้องฟังข้าคนเดียวโว้ย”

ปอส่ายหน้าเอือมๆ ส่วนลำยงฟังพ่อแม่เถียงกันอยู่นานก็อดปลงไม่ได้...ใครมาเป็นสะใภ้บ้านนี้ซวยตายเลย!

ลำยอง กลับมาบ้านสันต์แต่ยังทำตัวขี้เกียจเช่นเคย แถมหนักข้อกว่าเก่าเพราะแอบขโมยเงินพ่อแม่ผัว ปั้นเห็นและตัดสินใจไม่เอาเรื่องต่อหน้า แต่สุดท้ายก็อดบ่นกับผัวไม่ได้

“มันมือไวจริงๆ แบบนี้เลี้ยงได้เหรอตาสิน ถึงเงินเล็กน้อยก็ไม่ควร ขัดสนจริงๆเอ่ยปากขอ ทำไมเราจะไม่ให้”

“แม่ปั้นไม่เอาเรื่องก็ดีแล้ว เดี๋ยวจะกลายเป็นชวนทะเลาะ คิดซะว่าทำทาน มันอาจจะเอาไปซื้อขนมให้ลูก”

“ฉันจะพยายามคิดให้ได้ยังงั้นแล้วกัน แต่เชื่อ เหอะ...สลึงเดียวก็ไม่มาถึงไอ้วันหรอก”

ลำยอง ฉกเงินมาได้ก็ไปลากแม่ออกจากบ้านไปหาพ่อปู่เพราะอยากรู้ใจแทบขาดว่าเมื่อ ไหร่จะเจอเทพบุตรในฝัน แลเต็มใจไปด้วยเพราะชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แถมอาจได้เลขเด็ดมาแทงหวยงวดต่อไปอีกต่างหาก ลำยงเห็นพี่สาวกับแม่กระตือรือร้นเรื่องหมอดูเลยอดค่อนแคะไม่ได้

“ถ้าเรื่องทำมาหากินเป็นปี่เป็นขลุ่ยกันได้อย่างนี้เราคงรวยกันไปนานแล้วนะแม่”

“อีนี่...อย่างที่ข้าทำอยู่เขาเรียกว่ารวยทางลัดโว้ย” แลสวนทันควัน

“อย่าไปสนใจมันเลยแม่...ปล่อยมันแคะขนมถ้วยจนมือหงิกนั่นแหละดีแล้ว” ลำยองแขวะ

ลำยงไม่สนและสวนกลับ “ที่มีกินจนมีลูกมีผัวนี่ มันไม่ใช่เพราะขนมถ้วยหรือไงวะ!”

เมื่อ ไปถึงศาลไม้เก่าแก่ท้ายหมู่บ้าน...สองแม่ลูกก็ต้องผิดหวังเพราะพ่อปู่ย้ายไป แล้วเนื่องจากถูกร้องเรียนจากชาวบ้านว่าหลอกลวงประชาชน ลำยองสอบถามผู้คนละแวกนั้นเลยรู้ว่าสินเป็นตัวตั้งตัวตี สาวขี้เมายิ่งแค้น... สาระแนจริงไอ้สิน...ฉันเลยไม่รู้เลยว่าจะได้เจอเทพบุตรของฉันเมื่อไหร่

ooooooo

เมื่อ สันต์กลับบ้านสุดสัปดาห์ต่อมาก็ต้องหงุดหงิดเมื่อเห็นสภาพห้องตัวเอง ทั้งเสื้อผ้า ของใช้มากมายทั้งของเมียและลูกกระจายเกลื่อนเต็มห้อง มีเพียงโหลยาดองที่ถูกวางและปิดด้วยผ้าอย่างดี

เมื่อสอบถามพ่อแม่ก็ได้ ความว่าลำยองพาลูกกลับมาแล้วแต่ไม่เคยอยู่บ้าน เข้ามาซุกหัวนอนตอนกลางคืนแล้วหิ้วลูกออกไปตอนเช้า สันต์จะคุยกับเมียให้รู้เรื่องเลยไปหาถึงบ้าน พบแต่ลำยงซึ่งเอือมพฤติกรรมพี่สาวเช่นเดียวกัน

“พี่ลำยองพาไอ้วันไปนั่ง ดูโทรภาพ คนแถวนี้เขากำลังเห่อกัน งานการไม่เป็นอันทำ แล้วเขาก็ไม่ได้ให้ดูฟรีๆนะ เก็บเงินคนละบาท เมียพี่เขาหอบลูกไปดูทุกวัน นี่ลำดวนชวนไปทำโรงงานแต่ท่าทางจะเหลว”

สันต์ไม่เคยคิดว่าเมียจะทำงาน ลำยงเลยช่วยไขข้อข้องใจ “โรงงานกะละมังเคลือบ ลำดวนชวนพี่ลำยองไปทำด้วยกัน” สันต์งงแล้วใครจะเลี้ยงวันเฉลิม “ก็นั่นน่ะสิ พี่ไปคุยเองละกัน แต่เชื่อฉันเถอะว่าคงไปทำได้ไม่กี่วันหรอก พี่ลำยองขี้เบื่อจะตาย ทำอะไรไม่เคยเป็นโล้เป็นพายกับเขาหรอก”

สุดท้ายสันต์ต้องไปพึ่งหลวงลุงปิ่นช่วยเทศนาให้เขาคลายความเครียดเรื่องลูกกับลำยอง

“วันไหนลำยองเขาพาลูกมาเล่นแถวนี้ ขอความกรุณาหลวงลุงช่วยอบรมสั่งสอนลูกชายผมด้วยนะครับ”

“ได้...แล้วจะช่วยอบรมให้ ถ้าชอบจะสอนหนังสือให้ก่อนเข้าโรงเรียนด้วย ดีกว่าวิ่งเล่นอยู่เปล่าๆ”

ออก จากวัดแล้วสันต์จึงไปตามหาเมียกับลูกชาย เจอนั่งดูโทรภาพที่ร้านขายของหน้าหมู่บ้านเหมือนที่ลำยงบอกเมื่อเช้า เขากล่อมให้กลับบ้านแต่ลำยองยังเฉย สันต์จึงอุ้มลูกออกไปเพียงลำพัง เมื่อลำยองกลับบ้านก็ต้องเจอกับผัวซึ่งอารมณ์คุกรุ่นเพราะเมียไม่ยอมดูแลลูก บ้านช่องถูกทิ้งให้รกและสกปรกจนเกินจะทน แต่ลำยองไม่สะทกสะท้าน แถมอ้อนให้เขาซื้อโทรภาพไว้ที่บ้านอีกต่างหาก

“ลำยองก็รู้ว่าพี่เงินเดือนเท่าไหร่ แล้วโทรภาพน่ะมันกี่พันบาท จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ”

“พี่ก็ขอแม่พี่สิ แม่พี่มีเงินเก็บตั้งเยอะ สร้อยทองเส้นเท่าโซ่รถไฟทั้งคอและแขน แกต้องมีเงินแน่ๆ”

“พี่ไม่ขอหรอก แค่นี้ก็เลี้ยงไม่โตแล้ว มีเงินเดือนก็ไม่ได้แทนคุณสักบาท เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียหมด”

“งั้นก็ง่ายนิดเดียว ขายทองไอ้วันสิ มีตั้งหลายบาท นะพี่นะ...ลำยองจะได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกไง”

“ผลาญสมบัติลูกเอาเงินมาซื้อโทรภาพเหรอ คิดอะไรบ้าๆ ไม่มีเงินก็ไม่ต้องดู ฟังวิทยุก็พอแล้ว”

ลำยอง ปึงปังเข้าห้องไปแล้ว ปั้นกับสินนอนฟัง เสียงลูกชายกับลูกสะใภ้เถียงกันแล้วเหนื่อยใจ...ดูท่าจะไปกันไม่รอดเพราะคุย กันดีๆได้ไม่เกินนาที! ส่วนสันต์ตามไปคุยกับเมียในห้อง เมื่อเธอยืนยันจะไปทำโรงงานก็ทักท้วงเพราะกลัวไม่มีคนเลี้ยงลูก แต่ลำยองรั้นจะไปให้ได้เพราะเงินที่เขาให้ทุกเดือนไม่พอใช้

“ทำไมจะไม่พอ ถ้าไม่กินยาดอง ลดทำเล็บทำผมเอาเวลามาดูแลลูก ทำความสะอาดบ้านและช่วยพ่อแม่ขายของมั่ง ผ่อนแรงคนแก่บ้างสิ จะเอาแต่กินแต่นอนได้ยังไง”

“ฉันจะหาเงินใช้เอง ไม่คอยแบมือขอเงินพี่หรอก จะให้ฉันดักดานขายของและฟังแม่พี่บ่นเหรอ...ไม่มีทาง เรื่องอะไรจะอยู่เป็นขี้ครอก กินยาดองบำรุงร่างกายก็ว่า...ทุเรศ!”

จบคำ ก็ตักยาดองเข้าปากยั่วประสาท แถมประกาศจะไปทำโรงงานและให้ลำยงเลี้ยงลูกแทน สันต์ไม่ยอมเธอเลยสวนกลับอย่างหัวเสีย “อีลำยองมันอาภัพ เสียแรงได้เป็นคุณนายนายเรือ ต้องทำงานงกๆอย่างกับขี้ข้า เมียคนอื่นเขามีวิทยุฟัง มีโทรภาพดู อีลำยองไม่มีเลย ฉันไปทำโรงงานจะได้มีเงิน ไม่ต้องให้พี่ลำเลิกว่าเอาแต่เงินพี่มาใช้”

สันต์ ส่ายหน้าเอือมๆ ส่วนลำยองโมโหจนฉุดไม่อยู่ “แล้วฉันก็จะซื้อโทรภาพ จะเอาเครื่องโตๆมาแข่งเปิดกับบ้านอื่น เอาให้ลือกันไปทั้งตำบลเลย คนอย่างอีลำยอง...มันไม่เห็นจะต้องง้อผัวเลย”

สันต์เลือดขึ้นหน้า ลำยองไม่สนเพราะโมโหจนขาดสติและโต้ว่าจะหนีจากผัวเฮงซวยโดยเร็วที่สุด

“แล้วใครใช้ให้มาเลือกผัวอย่างฉันล่ะ ทำไมไม่ไปถลกผ้ายั่วคนอื่น”

ลำยอง แหวกลับเพราะนึกว่าเขารวย สันต์เลยตอกกลับไม่ไว้หน้า “ยังดีกว่าแก สวยแต่ข้างนอก จริงๆ แล้วสกปรกมักง่าย คิดไปได้ว่าตัวเองเป็นนางฟ้า จะได้เจอเทพบุตรเลี้ยงให้นั่งกินนอนกิน โน่นแน่ะ...พวกนั่งกินนอนกิน มันอยู่แถวสะพานถ่าน งานการไม่ทำ เอาแต่นอนหากิน”

ลำยองปรี๊ดแตกโถมตัวไป ทุบตีผัวอย่างบ้าคลั่ง สันต์เหวี่ยงเธอกองกับพื้นแล้วคว้าโหลยาดองไปโยนทิ้งคลองหน้าบ้านระบาย อารมณ์ ลำยองสติแตกกระโจนลงน้ำไปควานหาของรักของหวงแต่สายเกินไปเพราะโหลหนักจมลง ใต้น้ำเสียแล้ว ลำยองกัดฟันไม่โต้ตอบแต่ไปผลัดผ้าแล้วอุ้มวันเฉลิมออกจากบ้านทันที!

สันต์ทำอะไรไม่ได้ ต้องนั่งร้องไห้มุมห้องอย่างคนจนหนทาง สินสงสารและปลอบให้ใจเย็น

“ผมผิดเองครับพ่อที่เอาเขามาเป็นเมีย”

“ลำยอง มันเมาหรือเปล่า...พรุ่งนี้ไปง้อมันดูสิ มันคงกลับมาหรอก ถ้ามันอยากได้วิทยุพ่อจะยกให้ ส่วนเรื่องโทรภาพบอกให้มันรออีกหน่อย นึกว่าซื้อให้หลานละกัน สงสารไอ้วัน” แต่สันต์ไม่เห็นทางและกลัวเมียพาลูกหนีหายไปเลย “เอ็งไปนอนเถอะสันต์ นี่ก็ดึกแล้ว ลำยองมันไม่ไปไหนหรอกนอกจากบ้านพ่อแม่มัน ไม่ต้องห่วง”

ooooooo

สันต์ ไปตามหาลูกกับเมียเช้าวันถัดมาแต่ไม่พบ ลำยงบอกว่าลำยองให้ปานน้องชายคนเล็กพาวันเฉลิมไปหาหลวงลุงปิ่นที่วัด สันต์ตามไปรับลูกกลับแต่เจอปานซึ่งเตร็ดเตร่แถวนั้นขวางไว้ก่อน สันต์รู้ดีว่าน้องคนเล็กของเมียเห็นแก่เงินเลยยื่นให้หนึ่งบาท ปานตาวาวแล้วหมุนตัวกลับไปวิ่งเล่นต่อ ไม่สนใจหลานแม้แต่น้อย

ฟากปั้นกับสินมองภาพพ่อลูกด้วยความเวทนา สังหรณ์ว่าความสุขของลูกชายคงอยู่ไม่นานถ้าต้องอุ้มลูกไปมาเช่นนี้

“เอา เงินให้มันสักก้อนดีไหมตาสิน ให้มันไปหาผัวใหม่ เราเอาหลานไว้ คนงกยังงั้นมันเอาแน่ ได้ไปไม่กี่วันก็ผลาญหมด ซื้อโทรภาพ ซื้อทองใส่ ขืนให้ไอ้วันอยู่ด้วย มันจะโตขึ้นมาเต็มคนเหรอ คงเหมือนแม่มันนั่นแหละ!”

“แต่ไอ้วันมันยังเด็กนะ ฉันว่ายังไงมันก็ต้องการแม่”

“ถ้า แม่มันให้จริงๆ ฉันจะจ้างคนมาเลี้ยงนะตาสิน ฉันยอมเสียเงิน ฉันกลัวจริงๆ นะว่าไอ้วันจะได้เลือดแม่เลือดยาย ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงล่ะช้ำใจตายกันพอดี”
เวลาเดียวกันที่หน้า โรงงาน...ลำดวนออกไปพักกลางวัน เจอพี่สาวต่อคิวรอสมัครงาน ลำยองบ่นอุบที่ต้องรอนานและตั้งท่าจะกลับแต่ลำดวนกล่อมให้อดทนเพราะอยากให้ พี่สาวได้งาน แต่การมาสมัครงานกลับไม่เลวร้ายอย่างที่คิด เมื่อลำยองได้พบนายกวงหนุ่มหล่อเจ้าของโรงงาน เธอพยายามทอดสายตาทิ้งจริตให้เขาจนได้ลัดคิวกรอกใบสมัคร หญิงสาวดีใจมากจนเก็บไปเพ้อ ใจเต้นโครมครามเหมือนเจอรักแรกพบ

ลำยองกลับ มาโม้ที่บ้านถึงความหล่อของกวง แต่ต้องทำหน้าเมื่อยเมื่อเห็นสันต์อุ้มลูกมาตามกลับบ้าน วันเฉลิมดิ้นจะไปหาแม่ ลำยองเลยรับมาอุ้มไว้แล้วหมุนตัวเข้าห้องทันที สันต์ได้แต่มองตามเก้อๆ เสียใจที่เมียไม่ยอมให้โอกาสเจรจาเรื่องลูก ลำยงเห็นใจพี่เขยมากแต่จนปัญญาจะช่วย

“ช่างเขาเถอะพี่ เขาได้งานทำแล้ว ได้ยินคุยว่าลงชื่อสมัครเป็นนางสาวตามบัตรประชาชน”

“เขาคงอยากกลับไปเป็นสาวอีก”

“ก็พี่ไม่ได้จดทะเบียนกับเขานี่ เขายังเป็นนางสาวอยู่ เขาว่าพวกหนุ่มๆ ที่โรงงานมองเขากันใหญ่”

เมื่อสันต์กลับแล้ว ลำยงจึงไปสมทบแม่กับพี่น้องในห้อง ทันได้ยินลำยองกับแลวาดฝันถึงอนาคตกับกวง

“บุญ พาวาสนาส่งแท้ๆ เอ็งต้องจับเขาให้ได้นะ ได้ผัวใหม่ขนาดเถ้าแก่โรงงานราคาเป็นล้านอย่างนี้ จะได้ตอกหน้าไอ้สันต์ โธ่เอ๊ย...โทรภาพยังไม่มีปัญญาซื้อให้เมียดู จะอวดว่าเป็นนายเรือ...ถุย! เรือเอี้ยมจุ๊นน่ะสิไม่ว่า” ลำดวนกับลำยองหัวเราะคิก “เอ็งอย่าคิดไปคืนดีกับมันเชียวนะ อย่างมากก็รับช่วงมรดกขายผักต่อ หาผัวรวยๆและขอเงินไว้มากๆ แล้วอย่าได้โง่เชียว ขอบ้าน ขอคนใช้ ขอโทรภาพ ขอวิทยุ ขอเงินทองมาให้เต็มกระเป๋า จะได้เข้าตำรา น้ำขึ้นให้รีบตัก”

ลำยองยิ้มชื่นมื่น ลำยงเลยแขวะจนเกือบถูกด่าแต่เธอก็ไม่สน...สมน้ำหน้าอยากเอาตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำดีนัก!

คืน เดียวกันที่บ้านสันต์...ปั้นกับสินยุให้ลูกชายไปเจรจากับลำยองอีกรอบเพราะ เชื่อว่าเธอคงไม่อยากกระเตงลูกชายให้แฟนใหม่ช่วยเลี้ยงด้วยแน่

“เอ็งลองไปคุยกับมันดู บอกว่าแม่ให้สามพัน แล้วทำหนังสือเป็นหลักฐานว่าให้ไอ้วันมาอยู่กับเรา”

“เงินสามพันไม่ใช่น้อยๆนา หาเก็บทั้งปียังได้ไม่ถึงเลย พ่อว่ายังไงมันน่าจะยอม”

แต่ คนรับเรื่องแทนกลายเป็นแลซึ่งตาโตเป็นไข่ห่านเมื่อได้ยินจำนวนเงินเพื่อแลก กับการยกหลานให้ไปอยู่กับพ่อ สันต์เห็นท่าแม่ยายจอมงกเลยใช้ลูกอ้อนขอความเห็นใจ

“ไหนๆลำยองเขาก็อยากกลับไปเป็นนางสาว เขาจะพ่วงลูกไปด้วยทำไม ทิ้งให้ผมเลี้ยงดีกว่า”

แลเนื้อเต้นฝันถึงเงินก้อนโตที่ชีวิตนี้ไม่เคยสัมผัส รับปากดิบดีจะช่วยพูดกับลำยอง

เวลา เดียวกันที่โรงงาน...ลำยองชะเง้อหากวงแต่ไม่พบ เลยต้องก้มหน้าก้มตาทำงานแบบขอไปที แต่สุดท้ายความหวังก็เป็นจริงเมื่อกวงเดินมาทักจนหญิงสาวหัวใจพองโต เชื่อมั่นมากว่าเขาคงเริ่มสนใจเธอบ้างแล้ว

ลำยองกลับมาละเมอเพ้อพกกับแม่และน้องที่บ้านเพราะความฝันจะได้เป็นคุณนายโรงงานเริ่มมองเห็นทาง

“แล้วเกิดเขารู้ขึ้นมาว่าจริงๆแล้วพี่เป็นแม่ลูกอ่อน เขาจะว่ายังไงล่ะ”

“นังลำดวน...เดี๋ยวข้าตบปากฉีกเลย ถ้าคุณกวงเขารู้ก็เพราะเอ็งนี่แหละ” ลำยองแหวเสียงเขียว

แล ต้องเข้าห้ามทัพแล้วเปลี่ยนเรื่องบอกว่าสันต์มาเสนอเงินสามพันแลกกับวัน เฉลิม ลำยองของขึ้นและประกาศกร้าวไม่ยอมเจรจาด้วยหากไม่ได้เงินสองหมื่นบาท

“หน็อย...คิดจะเอาเงินมาฟาดหัวคนอย่างข้า คนอย่างข้าไม่ขายลูกกินหรอกเว้ย”

“งั้นข้าจะบอกมันแล้วกันนะว่าถ้าไม่ได้สองหมื่นก็ไม่ต้องมาคุยกัน”

ooooooo

ปั้น กับสินถึงกับอ้าปากค้างในเช้าวันต่อมา เมื่อได้ยินจำนวนเงินแต่ไม่ละความพยายามจะต่อ รองโดยยกหลานมาอ้าง แลปรายตาไปทางวันเฉลิม นิดเดียวแต่ไม่ใจอ่อน ปั้นจึงเสนอเพิ่มเงินให้เป็นห้าพันอย่างใจป้ำ สันต์ช่วยพูดด้วยเพราะอยากได้ลูกมาเลี้ยงใจแทบขาด

“น้าแลครับ...นึกว่าสงสารไอ้วันเถอะ น้าช่วยพูดกับลำยองให้ผมด้วยเถอะครับ”

“สองหมื่นบาทขาดตัว ลดไม่ได้แม้แต่สลึงเดียว”

เมื่อลำยงทราบเรื่องเลยช่วยเกลี้ยกล่อม แถมยกเรื่องหากกวงรู้ว่าลำยองเคยมีลูกผัวมาก่อนแล้วจะแย่

“ท่าทางคุณกวงจะชอบนังลำยองมาก เขาอาจไม่สนก็ได้ คราวนี้ข้าจะเรียกสินสอดซักสามหมื่น ทองซักหีบ”

“ขาย ลูกสาวได้สามหมื่น ขายหลานได้สองหมื่น รวมแล้วห้าหมื่น แหม...ปลูกบ้านหลังงามๆได้เลยนะเนี่ย แม่ก็รีบๆเข้าหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวราคาตกซะก่อน หรือไม่งั้นก็ไม่ได้สักบาทเพราะถูกเศรษฐีกินไข่แดงฟรี”

ขาดคำก็ชิงหนีก่อนจะถูกด่า แลได้แต่มองตาม อย่างหัวเสีย...ปากเสียจริงๆนังลำยง!

ฝ่ายลำยองถูกกวงเรียกพบในห้องทำงานช่วงสายวันเดียวกัน หญิงสาวใจคอไม่ดีเพราะกลัวเขารู้ความจริงเรื่องสันต์กับวันเฉลิม แต่เรื่องที่กลัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นความปลื้มปีติเมื่อเขาไม่เพียงไม่รู้ความลับของเธอ แต่ยังซื้อชุดใหม่ให้เธอใส่ไปเที่ยวกับเขาเย็นนี้อีกต่างหาก

เวลาเดียวกันที่กุฏิหลวงลุงปิ่น...ปานอุ้มวันเฉลิมมาให้ช่วยเลี้ยงเหมือนเคยและไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ หลวงลุงทนไม่ไหวเลยไล่ตะเพิดทุกคนกลับบ้านและอุ้มวันเฉลิมไปเล่นบนกุฏิ ปานได้แต่มองตามเพื่อนๆ ตาละห้อยแล้วขึ้นไปรับใช้หลวงลุงแบบเสียไม่ได้

เมื่อถึงตอนเย็นลำยองก็แต่งตัวสวยไปเที่ยวกับกวง แต่ไม่ลืมฝากฝังน้องสาวหาข้าวปลาให้วันเฉลิม เมื่อลำดวนกลับถึงบ้านจึงรีบเล่าให้แม่ฟังถึงวาสนาดีๆของพี่สาว

“คุณกวงเขาซื้อชุดใหม่ให้พี่ลำยองด้วย สวยมากเลยแม่ ความจริงเขาชวนไปเที่ยวหลายหนแล้วแต่พี่ลำยองบอกว่าไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ชุดทำงานไปเที่ยวคุณกวงจะอายคนอื่น เขาเลยซื้อมาให้”

“นังลำยองนี่มันฉลาดจริงๆ มันต้องอย่างนี้สิวะ ผัวให้เงินเลี้ยงลูกเดือนละสามร้อย ไอ้สินซื้อของกินมาให้หลาน นังลำยองได้แฟนใหม่ก็น่าจะได้อีกทาง แล้วเขาพามันไปเที่ยวไหนเอ็งรู้ไหม”

ลำดวนบอกว่าแถวเยาวราช คืนนี้พี่สาวคงอิ่มอาหารเหลาแน่ แลปลื้มแทนลูกและลุ้นสุดตัวให้ลงเอยกันไวๆ

“ไปกันสองคนเกิดเขาปล้ำจะทำยังไง คนรวยเขาได้แล้วชอบทิ้งด้วยนะแม่ ไปๆมาๆจะได้แค่เสื้อผ้าชุดเดียว”

“อีบ้า อีปากเสีย...นังลำยองมันไม่โง่ขนาดนั้นหรอกโว้ย”

แต่ความกังวลของลำดวนคงสูญเปล่าเพราะลำยองเริงรื่นมากกับการไปเที่ยวครั้งแรกกับกวง เสี่ยหนุ่มเอาใจอย่างดีและปรนเปรอด้วยอาหารเหลาราคาแพงจนเธอแทบสำลักความสุขตายแต่ต้องเก็บอาการและตีหน้าเศร้าบีบน้ำตาเรียกความสงสารว่าต้องปากกัดตีนถีบแค่ไหนเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว

“อย่าเสียใจไปเลยลำยอง ลูกกตัญญูน่ะสักวันต้องได้รับสิ่งดีๆตอบแทน และค่าของมันจะยิ่งใหญ่มากด้วย”

ลำยองทำท่าเจียมตัวและไร้เดียงสาจนกวงเชื่อหมดใจว่าเธอเป็นสาวซื่อบริสุทธิ์ เมื่อพนักงานเสิร์ฟยกเหล้าจีนมาวางบนโต๊ะ สาวขี้เมาก็ได้แต่มองตาปรอยเพราะต้องรักษาภาพลักษณ์สาวแสนดี

“แม่ลำยองสอนไว้ว่าเป็นลูกผู้หญิงกินเหล้าเมายามันไม่งามค่ะ”

“ก็ไม่ต้องกินให้ถึงกับเมาสิ ลำยองไม่รู้อะไร... ผู้หญิงน่ะ กินเหล้านิดๆพอให้แก้มแดงมีเสน่ห์อย่างกับอะไร”

กวงจัดแจงเทเหล้าและยุให้ดื่ม ลำยองทำเอียงอายพอเป็นพิธีจึงกระดกรวดเดียวลงคอแล้วทำดัดจริตเบ้หน้าเหมือนเหม็นเหล้าเสียเต็มประดาทั้งที่จริงชื่นใจมากเพราะได้กินของโปรด!

กวงพาลำยองมาส่งบ้านแต่เธอกลับให้จอดใกล้ตีนสะพานเพราะไม่อยากให้เห็นสภาพบ้านซอมซ่อ กวงไม่ได้รังเกียจความจนของเธอแถมถามไถ่ถึงสมาชิกในบ้านด้วยความเข้าอกเข้าใจ

“ลำยองเป็นพี่คนโตค่ะ เหนื่อยสายตัวแทบขาดเชียว ลำยองต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยพ่อแม่หาเงิน น้องๆจะได้มีโอกาสเรียน เกิดมาจนก็ลำบากอย่างนี้ บ้านตัวเองก็ไม่มีต้องเช่าที่วัดมาปลูกตามมีตามเกิด ลำยองเคยฝันนะคะว่าสักวันจะมีบ้านของตัวเองสักหลัง พ่อแม่ลำยองจะได้สบายเสียที”

“ลูกกตัญญูอย่างลำยอง...สักวันต้องได้ดีแน่”

ลำยองทำสะเทิ้นอายเมื่อเขามองมาอย่างมีความหมาย กวงหลงใหลความสวยใสบริสุทธิ์ที่เธอจงใจฉาบหน้าจนหน้ามืด คว้าตัวสาวโรงงานคนใหม่มากอดจูบด้วยความหื่นกระหาย

“ฉันไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนสวยอย่างลำยองเลยรู้ไหม”

ลำยองทำท่าตกใจกลัวราวกับไม่เคยต้องมือชาย เมื่อกวงรุกหนักและตั้งท่าจะเกินเลยก็แกล้งดิ้นรนขัดขืนแล้วเอ่ยเสียงอ้อน “ถ้าคุณกวงจริงใจกับลำยอง...ก็อย่าทำเหมือนลำยองเป็นผู้หญิงใจง่ายอย่างนี้สิคะ”

พูดจบก็เปิดประตูด้วยท่าทางลนลาน แต่พอลับตากลับกระหยิ่มยิ้มดีใจที่ยั่วเสี่ยหนุ่มเจ้าของโรงงานเสียอยู่หมัด ส่วนกวงได้แต่ฮึดฮัดพลุ่งพล่านเพราะอารมณ์ค้างจากคู่ควงคนล่าสุด

ลำยองเดินยิ้มตลอดทางกลับบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสันต์ดักรอระหว่างทาง สันต์พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบและกล่อมให้เธอยอมรับเงินแลกกับวันเฉลิมเพื่อเห็นแก่ลูกที่ไม่มีใครดูแล แต่ลำยองยืนกรานปฏิเสธด้วยความเห็นแก่ตัวแล้วปึงปังเข้าบ้าน สันต์ได้แต่มองตามด้วยความหงุดหงิด...แล้วเขาจะไปหาเงินที่ไหนตั้งสองหมื่นบาท!

ooooooo

ลำยองกลับถึงบ้านก็ถอดเสื้อผ้ารองเท้าและโยนกระเป๋าถือไว้อีกทางเหมือนเคย แลมาเห็นแทนที่จะว่ากล่าวตักเตือนกลับตื่นเต้นอยากรู้เรื่องลูกสาวไปเที่ยวกับเสี่ยเจ้าของโรงงานมากกว่า ลำยองยิ้มเพ้อฝัน แลพลอยชื่นมื่นไปด้วยแต่แอบต่อว่าลูกสาวเซ็งๆที่ไม่ยอมพามาให้เจอบ้าง

“แม่...ขืนเขาเห็นบ้านเรามีหวังเปิดแน่บ...แม่ดูสิ... นี่มันรังหนูชัดๆ”

“จริงของเอ็ง อย่าเพิ่งให้เขามา ว่าแต่วันนี้เขาให้อะไรเอ็งมาบ้างวะ สร้อยหรือว่าแหวน”

“แหมแม่...แค่เขาพาไปกินอาหารดีๆก็หลายตังค์แล้ว”

“เอ็งมันไม่รู้จักอ้อนเขานี่หว่า เป็นแม่หน่อยไม่ได้ จะถลกผ้าให้เห็นขาอ่อนจนมือตีนอ่อนเลยเชียว”

“ไม่เอาหรอกแม่ ขืนฉันยอมเขาง่ายๆเขาก็มองว่าฉันไม่มีค่าสิ ฉันว่าฉันยั่วเขาไปเรื่อยๆดีกว่า ถ้าเขาอยากได้ฉันจริงก็ต้องหามาให้ฉันเอง แหวนทองเกลี้ยงธรรมดานังลำยองไม่ใส่หรอก มันต้องแหวนเพชร แม่คอยดูแล้วกัน”

“เออ...ได้ดีแล้วอย่าลืมแม่กับน้อง เอ็งมันวาสนาดีกว่าใคร คุณกวงนี่เขาเทพบุตรตัวจริงไม่เหมือนไอ้สันต์”

ลำยองได้ยินชื่อสันต์แล้วของขึ้น บ่นกับแม่อย่างหัวเสียที่เขาตามตื๊อเรื่องเงินแลกตัววันเฉลิม แลยังติดใจเพราะอยากได้เงินห้าพันแต่ลำยองไม่ใจอ่อน...เชื่อเหอะแม่ คุณกวงเขามีให้ฉันมากกว่านี้ เวลาเดียวกันที่บ้านสันต์...สินเห็นลูกชายนั่งซึมตรงท่าน้ำจึงไปปลอบเพราะคงยากที่ลำยองจะเปลี่ยนสันดาน

“หักใจเถอะสันต์ ผู้หญิงอย่างมัน...ลูกในไส้มันยังจะขายกิน ทั้งชาติคงไม่มีวันรู้ถึงหัวอกความเป็นแม่หรอก”

สันต์สงสารลูกที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมแย่งกันกินแย่งกันอยู่แบบนั้น พร่ำโทษตัวเองว่ามีส่วนให้ลูกต้องไปตกระกำลำบาก สินได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยใจแล้วพูดเสียงอ่อน

“ชาวบ้านฝั่งโน้นเขามาคุยให้ฟังว่าเห็นนังลำยองกับแฟนใหม่เดินควงกันแถวเยาวราช ทำยังกับเป็นสาวบริสุทธิ์”

“ผู้ชายใหม่...เขารวยเป็นถึงเถ้าแก่โรงงานนี่ครับพ่อ มันคงตั้งใจจับเขาให้อยู่”

“เขาคงไม่รู้ละมังว่ามันมีลูกมีผัวแล้ว ถ้ารู้คงไม่คว้ามันหรอก หรือไม่งั้นก็หลอกกินมันฟรีๆ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเขารู้แล้วจะยังกินมันลงอยู่หรือเปล่า”

ลำยองอารมณ์เสียแต่เช้าเพราะถูกวันเฉลิมกวน สาวขี้เมาตะโกนเรียกน้องสาวมาอุ้มออกไปและหาข้าวให้กินจะได้ไม่ต้องกินนมเธอ ลำดวนมารับหลานแล้วบอกให้พี่สาวตื่นหรือจะปล่อยให้กวงซึ่งมาหาแต่เช้ากลับก่อน ลำยองลุกพรวดแล้วจัดแจงแต่งตัวไปต้อนรับ กวงมาพร้อมถุงข้าวของมากมายและเงินให้เธอใช้จ่ายในบ้าน แต่ลำยองกลับวางแผนเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้ารองเท้าบำเรอตัวเอง...ไม่มีตกถึงท้องพ่อแม่พี่น้องสักบาท!

ลำดวนอาสาไปซื้อของเป็นเพื่อนพี่สาว ลำยองเตรียมตัวพร้อมก็อุ้มวันเฉลิมไปหาแม่ที่เพิงขายขนมเพื่อฝากเลี้ยง สันต์มาหาพอดีและขอเจรจาอีกครั้ง ลำยองยังเมินเฉยและยกลูกให้ปานอุ้มไปให้หลวงลุงปิ่นเลี้ยงแทน สันต์จึงได้แต่ยื่นเงินค่าเลี้ยงดูให้และเดินคอตกกลับบ้าน ลำยงซึ่งเห็นเหตุการณ์ตลอดช่วยพี่เขยพูดกับพี่สาวอีกครั้ง แต่ลำยองยังไม่ใจอ่อนเพราะกลัวอดเงินค่าเลี้ยงดูประจำเดือน แลเห็นดีด้วยจนลำยงเหนื่อยใจ...เฮ้อ ไม่มีใครสงสารไอ้วันเลยหรือไงวะ!

ooooooo

ลำยองกับลำดวนซื้อข้าวของกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะลำยองกว้านซื้อทุกสิ่งสนองตัณหาที่เกิดมาไม่เคยมีเงินจับจ่ายใช้สอยขนาดนี้ ลำดวนมองด้วยความอิจฉา อยากได้บ้างแต่ต้องข่มใจ ได้แต่ปะเหลาะจากพี่สาวเผื่อโชคดี

“อย่างที่พ่อปู่บอก กูน่ะเป็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิด หมดเวรกับไอ้พวกมารเมื่อไหร่ กูจะได้เสวยสุขสักที”

“พี่ได้ดิบได้ดีแล้วอย่าลืมฉันนะ ฉันอุตส่าห์มาเกิดเป็นน้องพี่อีกคน”

“เออ...กูไม่ลืมมึงหรอกลำดวน อย่างน้อยมึงก็เป็นคนทำให้กูกับคุณกวงได้พบกัน” ลำดวนยิ้มแฉ่งและอ้อนขอพี่สาวบอกกวงซื้อของให้บ้าง “เออ...มึงรอหน่อย อย่าเพิ่งตะกละมูมมามตอนนี้ เดี๋ยวไก่ตื่นกันพอดี”

ลำดวนเห็นพี่สาวอารมณ์ดีเลยอดเปรยถึงพี่เขยไม่ได้ว่าคงเสียดายพี่สาวถึงต้องลงทุนมาอ้อนวอนบ่อยๆ

“สมน้ำหน้ามัน คนอย่างกูต้องได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยโรงงานเว้ย ไม่ใช่คุณนายทหารเรือจนๆ”

สองพี่น้องเลือกเสื้อผ้ากันต่อ เงินที่กวงกับสันต์ให้เมื่อเช้าค่อยๆถูกนำมาใช้จนหมดกระเป๋าในที่สุด...

ฟากสันต์กลับไปนั่งตรอมใจที่บ้านเพราะลำยองไม่ยอมตกลงด้วยเรื่องวันเฉลิม ปั้นต้องปลอบให้คิดว่าเป็นเวรกรรมผูกกันมา หวังลึกๆว่าผัวใหม่ลำยองคงเลี้ยงดูหลานชายให้กินอยู่หลับนอนอย่างดี

“จะขาดก็แต่การอบรมเท่านั้นแหละ ตัดใจซะว่าเลือดแม่มันไม่ดี ถึงเอามาเลี้ยงให้ดียังไง สันดานแม่มันก็ต้องติดมาด้วยนั่นแหละ ขี้เกียจสันหลังยาว ปากจัดและไม่มีสัมมาคารวะ”

สันต์ฟังแล้วท้อ สินไม่อยากให้ลูกชายคนเดียวเศร้าซึมเลยช่วยพูดให้มองต่างมุม

“มันอาจไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้แม่ปั้น เกิดเป็นคนต่างจากสัตว์เดรัจฉานตรงที่สั่งสอนให้เป็นคนดีได้ไม่ใช่เหรอ”

แต่ปั้นไม่เห็นด้วยเพราะเชื่อว่าลูกชายน่าจะหาเมียใหม่ได้ดีกว่า “สันต์ยังหนุ่มแน่น อีกหน่อยก็ได้ยศสูงๆ ผู้หญิงดีๆมีอีกเยอะไม่เห็นต้องง้อนังลำยอง” พูดจบแล้วหันไปทางลูกชาย “ถ้าจะหาเมียใหม่ ช่วยหาที่มันมีการศึกษาหน่อย มีสัมมาคารวะ รู้จักทำมาหากิน ออกแขกและอบรมลูกได้ด้วย”

สันต์นิ่งไปอึดใจเพราะไม่เคยคิดแบบนี้ ปั้นได้จังหวะยุให้คิดบ้างเพื่อไม่เป็นการปิดโอกาสตัวเอง สินไม่ยินดียินร้ายแต่คิดว่าคงดีกว่าให้ลูกชายเซื่องซึมแบบนี้แน่ สันต์ได้แต่นิ่งเงียบ...หวังจะทำใจและตั้งต้นใหม่ได้ในสักวัน

ลำยองกับลำดวนซื้อของหมดแรงและไปปิดท้ายที่ร้านเสริมสวย สองพี่น้องคุยเรื่องสัพเพเหระอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งลำดวนเปิดประเด็นเรื่องสันต์ว่าอาจฉวยโอกาสฟ้องกวงเรื่องวันเฉลิมแล้วพี่สาวจะชวดตำแหน่งเถ้าแก่เนี้ยโรงงาน ลำยองเริ่มเครียด แม้แสดงออกว่าไม่แยแสแต่ก็กังวลไม่น้อยเพราะกลัวผัวเก่าจะทำจริง

เวลาเดียวกันที่กุฏิหลวงลุงปิ่น...สันต์หอบความ เครียดเรื่องลูกชายไปกราบ แต่กลับได้ยิ้มกว้างเมื่อเห็นวันเฉลิมซึ่งปานอุ้มมาทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงสาย หลวงลุงมองเด็กน้อยด้วยความเวทนาที่ต้องมาอยู่วัดตั้งแต่เด็ก

“ไอ้ปานมันว่าไอ้วันมันหมาหัวเน่าไม่มีใครเอาสักคน”

“ไม่จริงหรอกครับหลวงลุง ผมอยากได้ลูกไปเลี้ยงแต่จนปัญญา เพราะผมคงหาสองหมื่นมาให้ลำยองไม่ได้”

“นี่มันเห็นลูกในไส้เป็นผักปลาซื้อขายกันได้ด้วยเหรอ...เวรกรรม”

สันต์จะเอาลูกกลับบ้าน ปานกระโจนมาขวางแล้วบอกว่าเป็นคำสั่งแม่กับลำยองให้วันเฉลิมอยู่กับหลวงลุง สันต์พยายามกล่อมว่าเป็นเรื่องไม่ควรที่เอาภาระมาให้วัดและเสนอเงินค่าจ้างให้อีกบาท

“พี่จะเอาก็เอาไป แต่ก่อนห้าโมงเย็นพี่ต้องเอามันมาคืนที่นี่นา ไม่งั้นแม่แกเอาตายแน่”

ปานคว้าเหรียญหมับแล้วกลับไปเล่นต่อ สันต์จึงอุ้มลูกกลับบ้าน ส่วนหลวงลุงได้แต่มองตามปลงๆ...เวรกรรมแท้ๆ พ่อแม่ลูกต้องไปคนละทาง

ooooooo

ครอบครัวสันต์ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำวันเฉลิมจนอิ่มหนำแล้วปล่อยนอนกลางวันจนเย็นย่ำ ปานซึ่งเล่นเพลินและกลับบ้านโดยปราศจากหลานเลยถูกซักหนัก สุดท้ายต้องสารภาพว่ายกให้สันต์ไปเลี้ยงแทนช่วงกลางวัน ลำยองใจหล่นวูบ...ไม่ใช่กลัวลูกเป็นอันตรายแต่กลัวชวดเงินค่าเลี้ยงดูลูกที่เคยได้ทุกเดือน!

ลำยองพาแม่กับน้องสาวไปลุยถึงบ้านสันต์เพื่อทวงลูก ปั้นกับสินปกป้องลูกชายสุดฤทธิ์แต่ถูกแลตอกกลับไม่ไว้หน้าว่าขโมยหลานชายไปหน้าด้านๆ สันต์พยายามเกลี้ยกล่อมลำยองอีกครั้งเรื่องวันเฉลิม

“ลูกคนเดียว...ถ้าคิดว่าเลี้ยงไม่ได้พี่ขอล่ะลำยองพี่จะ เลี้ยงเอง อย่าเอาภาระไปโยนให้หลวงลุงปิ่นอย่างนี้เลย”

“ไอ้วันมันลูกฉัน ฉันจะเลี้ยงยังไงมันก็เรื่องของฉัน”

สันต์พยายามข่มอารมณ์อย่างมาก แต่ปั้นไม่อาจทนฟังได้อีกเลยโต้แทนลูกชาย “คนเป็นแม่มันคิดได้แค่นี้เองหรือวะ เสียทีที่เกิดมาเป็นคน หมามันยังห่วงลูก ไม่ยอมทิ้งลูกไปไหนไกลเว้ย”

แลเดือดร้อนแทนลูกสาวคนโปรด “งั้นก็ตัวเงินตัวทองน่ะสิ มึงว่าลูกกูเป็นตัวเงินตัวทอง”

“เออ...เป็นอะไรล่ะ มึงพูดเองเออเองของมึงทั้งนั้น”

สองแม่จะตบกันให้รู้เรื่อง สินเข้าห้ามแต่ปั้นโกรธจัดจนใครก็ฉุดไม่อยู่ “ไม่กลัวมีดก็เข้ามาเลยอีแล หลานคนเดียวใช่ว่ากูอยากได้นักหนา มึงคิดว่าลูกมึงหาผัวใหม่ได้ฝ่ายเดียวเหรอ ลูกกูยังหนุ่มหาเมียใหม่ดีกว่าลูกมึงได้แน่ ลูกมึงซะอีก...ถ้าผู้ชายเขารู้ว่ามีลูกผัวมาแล้วยังเอาไปทำพันธุ์ก็โง่สิ้นดี!”

แลปรี๊ดแตกจะเอาเรื่อง แต่ลำยองกลับนิ่งเงียบแล้วอุ้มวันเฉลิมจากไปดื้อๆ แลต้องตามไปด้วยแต่ไม่วายถ่มน้ำลายทิ้งทวนหน้าบ้านสันต์ด้วยความแค้นใจ ปั้นหัวเสียมาก...ถ้าสันต์กับสินไม่รั้งไว้คงกระโจนตามไปตบแล้วแน่ๆ

วันเฉลิมเหมือนจะรับรู้ความขัดแย้งของพ่อแม่เพราะร้องไห้จ้าตลอดทางจนลำยองกับลำดวนหูแทบแตก เมื่อถึงบ้านก็เจอปอกับน้องๆที่เหลือรอกินข้าว ลำยงถึงบ้านพอดี เมื่อได้ยินว่ายังไม่มีใครได้กินข้าวเย็นจึงเปรยขึ้นลอยๆเพื่อกระทบแม่กับลำยอง

“มัวแต่วุ่นวายเรื่องไม่เป็นเรื่องจนข้าวปลาไม่มีคนหุงหา ฉันว่าไอ้วันน่ะคืนพี่สันต์เขาไปเถอะ จะได้จบๆกันไป”

“กูไม่คืนให้โง่หรอก ขืนคืนก็อดเดือนละสามร้อย อยู่อย่างนี้ทรมานดี อยากให้ไอ้วันกินดีก็จ่ายมาเยอะๆแล้วกัน”

ลำยงส่ายหน้าหน่ายๆกับพฤติกรรมของพี่สาวแต่ลำยองกลับไม่สำนึก เพราะเชื่อว่าบุญคุณแม่ยิ่งใหญ่จนลูกต้องทำทุกอย่าง ส่วนลำดวนติดใจเรื่องกวงเพราะกลัวใจสันต์

“คุณกวงเขารักฉัน หลงฉันอย่างกับอะไรดี เขาไม่มีทางเชื่อเรื่องโง่ๆอย่างงั้นหรอก”

ขาดคำก็อุ้มลูกเข้าห้อง แลกับลำดวนมองหน้ากันเครียดๆ กลัวสันต์จะบอกความจริงแล้วจะชวดทุกอย่าง

ฝ่ายสันต์นั่งจับเจ่าคนเดียวในความมืดที่บ้านเพราะคิดถึงลูก สินต้องมาปลอบแล้วบอกให้ทำใจเพราะคงไม่มีเงินสองหมื่นไปไถ่ตัววันเฉลิมแน่

“ผมจะไปบอกให้ผู้ชายคนใหม่ของมันรู้ มันต้องคืนไอ้วันให้เราแน่ครับพ่อ”

“เราอาจจะได้ไอ้วันกลับมา แต่คิดดูดีๆนะ...พ่อว่ามันไม่ใช่วิธีที่ลูกผู้ชายเขาทำกัน รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ถ้านังลำยองมันอยากยกไอ้วันให้เราก็ให้มันยกมาให้อย่างเต็มใจเถอะ”

ooooooo

สันต์หมดหนทางต้องไปฝากฝังลูกชายกับลำยงให้ช่วยดูแลช่วงเขาไปโรงเรียน ลำยงรับปากด้วยความยินดีเพราะยังไงวันเฉลิมก็เป็นหลานแท้ๆ ส่วนลำยองตั้งหน้าตั้งตารอกวงที่โรงงาน และในที่สุดการรอคอยก็สัมฤทธิผลเมื่อเสี่ยหนุ่มตามเธอไปพบเป็นการส่วนตัวในห้องทำงาน

ลำยองหน้าซีดเผือดเพราะกลัวกวงรู้ความจริงแล้วเรียกไปต่อว่า แต่ความกังวลของเธอก็สูญเปล่าเมื่อเขาแค่ต้องการคุยตามลำพังและมอบของขวัญ แสนแพงมากมายให้เธอและทุกคนในครอบครัว ลำยองตีหน้าซื่อจนกวงอดใจไม่ไหวดึงตัวไปกอดจูบ เธอแกล้งปัดป้องพอเป็นพิธีและถือถุงออกจากห้องเมื่อผู้จัดการโรงงานเข้ามาหากวง

ฟากสินทราบจากลูกชายว่าปานมักอุ้มวันเฉลิมไปให้หลวงลุงเลี้ยงที่วัดจึงตามไปเล่นด้วย หลวงลุงปิ่นมองวันเฉลิมด้วยความเวทนา รู้ดีว่าอนาคตของเด็กน้อยคงไม่สวยงามอบอุ่นนัก

“โลกมันวุ่นวายอย่างทุกวันนี้เพราะคนมันทิ้งหน้าที่ ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง เป็นนักเรียนแต่ไม่ยอมไปโรงเรียน เป็นตำรวจแต่ไม่ยอมจับผู้ร้าย เป็นแม่แต่ไม่ยอมเลี้ยงลูก ไม่อบรมบ่มนิสัยให้มันเป็นคนดี”

“สันต์มันคิดจะไปขู่ลำยองอยู่เหมือนกัน เผื่อมันเปลี่ยนใจยอมยกไอ้วันให้ แต่มันทำไม่ลง”

“ดีแล้วที่ไม่ทำ ถึงได้ไอ้วันไปเลี้ยงแต่ถ้ามันโตขึ้นมาอย่างรู้สึกว่าแม่มันทอดทิ้ง มันเป็นบาปนะโยมสิน”

“ครับ...แต่เห็นบ้านนั้นใช้ชีวิตกันแล้วก็อดห่วงไอ้วันไม่ได้”

“โยมสิน...ขึ้นชื่อว่าทองน่ะนะ ต่อให้ตกน้ำตกไฟไป ยังไงก็เป็นทองอยู่วันยังค่ำ”

ทุกคนในบ้านแลตื่นเต้นกับถุงข้าวของมากมายที่กวงฝากมาให้ โดยเฉพาะแลปลื้มว่าที่ลูกเขยจนแทบจะประเคนลำยองให้วันนี้พรุ่งนี้ “คุณกวงนี่เขาเป็นคนดีจริงๆเลยนะ ไอ้สันต์มันเป็นเขยกูเป็นปีไม่เคยซื้ออะไรให้กูสักอย่าง มึงต้องเอาใจเขาดีๆเลยนะลำยอง เผื่อคราวหน้าแม่จะได้ผ้านุ่งสวยๆอวดพวกคนแถวนี้”

“ให้เขาซื้อเป็ดพะโล้มาให้พ่อบ้างสิวะ ข้าอยากกิน”

“พ่อไม่ต้องกลัวหรอก...อีกหน่อยฉันได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยคุณกวงแล้ว พ่อได้กินข้าวเหลาทุกวันแน่”

เย็นวันเดียวกันที่บ้านปั้น...สองผัวเมียช่วยกันขายของอย่างขมีขมัน ชาวบ้านผู้หวังดีมาหาและเล่าเรื่องเห็นลำยองควงเสี่ยเจ้าของโรงงานไปเดินเที่ยวเยาวราชเมื่อหลายวันก่อน

“เขาคงดีจริงๆน่ะนะ ขนาดรู้ว่านังลำยองมันมีลูกมีผัวแล้วยังรับได้” ชาวบ้านเปรย

“เขาไม่รู้มากกว่าน่ะสิ ถ้ารู้ผู้ชายหน้าไหนจะเอามัน มันไปจากที่นี่ได้ฉันก็โมทนาสาธุแล้ว” สินโต้หน้านิ่ง

ชาวบ้านจึงถามถึงวันเฉลิม ปั้นกับสินเลยเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากพูดเรื่องที่ทำให้หดหู่

เมื่อลำยองนั่งล้อมวงทานข้าวที่บ้าน ความยากจนของครอบครัวยิ่งทำให้อยากไปจากที่นี่เร็วขึ้น ลำยงหุงหาอาหารตามมีตามเกิด แล้วพลันนึกได้ว่าปานยังไม่ได้อุ้มวันเฉลิมกลับจากวัด ลำยองสั่งแป้งน้องชายอีกคนไปรับหลานแต่เขาปฏิเสธเพราะกลัวผี สุดท้ายทุกคนจึงลงมติให้ทิ้งวันเฉลิมไว้ที่วัด...นอนกับหลวงลุงสักวันคงไม่ตายหรอก!

เวลาเดียวกันที่กุฏิหลวงลุงปิ่น...วันเฉลิมเล่นไม่เลิกและคลานไปที่ชั้นหนังสือ หลวงลุงอุ้มร่างน้อยขึ้นเพื่อพาไปนอนเพราะหมดแรงจะไล่ตาม แต่วันเฉลิมกลับเอานิ้วเล็กๆจิ้มตรงหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่ง หลวงลุงหยิบมาถือแล้วก้มลงยิ้มกับเด็กน้อยในอ้อมกอด

“พระเจ้าห้าร้อยชาติ นิทานสนุกๆทั้งนั้นเลย เอ็งอยากฟังเรื่องไหนล่ะ...เรื่องนี้แล้วกัน...เตมียชาดก”

หลวงลุงเริ่มต้นอ่านชาดก วันเฉลิมนอนฟังตาแป๋วจนคนอ่านชื่นใจ...แบบนี้มันน่าอ่านให้ฟังทั้งคืน

ooooooo

เช้ารุ่งขึ้นก็ยังไม่มีใครไปรับวันเฉลิมจากวัด แต่ดูเหมือนเด็กชายจะไม่สนใจเพราะมีหลวงลุงนั่งอ่านนิทานชาดกให้ฟังตลอด “เมื่อตอนนางจันทรเทวีประสูติพระโอรสก็เป็นไปโดยง่ายและปลอดภัยดีทั้งพระมารดาและพระโอรส พ่อแม่ที่อยู่ในศีลในธรรมก็จะได้ลูกดีมาเกิด เมื่อคนดีมาเกิดก็จะเลือกเกิดในตระกูลในครอบครัวที่ดีมีศีลธรรม”

ส่วนลำยองไปทำงานตามปกติแต่วันนี้เหมือนจะเป็นวันดีเพราะกวงเรียกเธอไปพบในห้องแล้วสั่งให้หยุดงานช่วงบ่ายเพื่อเสริมสวยและไปเที่ยวกับเขาตอนเย็น

“ไม่ดีมั้งคะคุณกวง เดี๋ยวผู้จัดการแกหักเงินลำยอง แล้วก็ต้องหมั่นไส้ลำยองแน่ๆ”

“เขาไม่กล้าหรอก...เขารู้ว่าลำยองเป็นคนพิเศษของผม”

ด้านลำยองกับกวง...นั่งทานข้าวเย็นด้วยใจเปี่ยมสุข ความสัมพันธ์คืบหน้าจนกวงถึงขั้นซื้อแหวนทองเกลี้ยงให้เธอเป็นของกำนัล ลำยองดีใจแทบสิ้นสติแต่พยายามตีหน้าใสซื่อให้เขาตายใจว่าเป็นสาวตกยากผู้เจียมตัว

“ลำยองดีใจเหลือเกินค่ะ...จนคิดว่าตัวเองฝันไป คนต่ำต้อยอย่างลำยอง เกิดมายากจนข้นแค้นแทบจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมีวาสนาได้พบคนดีๆอย่างคุณกวง”

“ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้พบผู้หญิงอย่างลำยอง”

เป็นอันว่าลำยองกับกวงตกลงปลงใจเป็นคู่รักอย่างเป็นทางการ สาวขี้เมากระหยิ่มใจและพยายามให้ท่าเขามากขึ้น กวงทนไม่ไหวลากเธอไปกอดจูบอย่างเร่าร้อน ลำยองต้องแกล้งทำเป็นผลักไส้และตัดพ้อเขาเสียงเครือ

“คุณกวงเห็นลำยองเป็นดอกไม้ริมทาง เด็ดขึ้นมาเชยชมแล้วขว้างทิ้งไม่คิดจริงจัง” กวงรีบปฏิเสธว่าไม่จริง ลำยองเลยตีหน้าซื่อโอดเสียงอ่อน “งั้นคุณกวงก็ต้องพิสูจน์ให้ลำยองเห็นก่อนสิคะ”

กวงหลงเสน่ห์ลำยองจนหน้ามืดและรับปากจะซื้อบ้านให้ ลำยองปลื้มตัวแทบลอยและอารมณ์ดีพอจะไม่หัวเสียเมื่อเห็นแม่แอบซดยาดองของหวง แลพลอยตื่นเต้นและชื่นชมวีรกรรมสุดยอดของลูกสาวคนโปรดไม่ขาดปาก

“เอ็งนี่เป็นนางฟ้านางสวรรค์มาเกิดแท้ๆลำยองเอ๊ย ได้ดิบได้ดีเป็นคุณนายแล้วอย่าลืมแม่ลืมน้องนะลูก”

ooooooo

ตอนที่ 1

ท่ามกลางกลุ่มควันลอยเอื่อยเหมือนสายหมอกริมฝั่งแม่น้ำคงคาเมืองพาราณสี พระวันเฉลิมยืนมองการเผาศพด้วยอาการสงบ เสียงสวดมนต์รอบข้างทำให้จิตเกิดการปลงสังเวชเพราะเห็นสัจธรรมแท้จริงของชีวิต

“อันความทุกข์ยากที่ผจญมาและคิดว่าตัวเรานั้นน่าสังเวชหนักหนา แท้จริงเป็นเพียงฝุ่นละอองธุลีในอากาศ เมื่อเทียบกับความทุกข์ทั้งมวลในโลกยากไร้ใบนี้”

พระวันเฉลิมเหม่อมองไกลถึงเส้นขอบฟ้าสุดลูกหู ลูกตา นึกถึงภาพและเรื่องราวในอดีตที่ทำให้มาถึงตรงนี้...

ณ เรือนแพริมน้ำแสนวุ่นวายเมื่อหลายสิบปีก่อน ปั้นกับสิน...สองผัวเมียช่วยกันขายของให้ลูกค้าที่มาจ่าย ตลาดแต่เช้า โดยมีสันต์ลูกชายและนายทหารเรือยศน้อยแต่อนาคตไกลคอยช่วยไม่ห่าง ชาวบ้านต่างชื่นชมในความ กตัญญูของสันต์ สินกับปั้นภูมิใจและดีใจที่ลูกชายเป็นคนดี จะมีห่วงก็เรื่องคู่แต่คงต้องปล่อยให้เลือกด้วยตัวเอง

เวลาเดียวกันที่เพิงขายขนมไม่ไกลกันนั้น...แลกำลังช่วยลำยงลูกสาวคนที่สองขายขนม โดยมีลำยองลูกสาวคนโตตื่นแต่เช้ามานั่งชะเง้อชะแง้ไม่ห่าง ลำยงบอกให้ช่วยงานแต่ลำยองก็เฉยเพราะมัวพะวงกับเป้าหมายหนุ่มหล่อซึ่งจะเดินผ่านร้านในอีกไม่กี่นาที แลก็เห็นดีเห็นงามด้วยจนลำยงเหนื่อยใจ...ให้ท้ายกันแบบนี้พี่ลำยองถึงไม่มีใครเอา!

ขณะที่ลำยองเตรียมให้ท่าเต็มที่...สันต์ไม่รู้เรื่องและแต่งตัวออกจากบ้าน สินยุให้ลูกชายไปเที่ยวกับเพื่อนเพื่อเปิดหูเปิดตาแต่สันต์ก็ปฏิเสธง่ายๆเพราะเสียดายเงิน สินจึงแซวว่าเก็บตัวแบบนี้เมื่อไหร่จะมีเมีย ปั้นซึ่งแม้จะง่วนกับลูกค้าได้ยินก็อดเสริมผัวไม่ได้ “จะคบผู้หญิงที่ไหนก็ได้ แต่ดูให้มันดีๆนะสันต์ ไอ้ประเภทสวยฉาบฉวย วันๆไม่ทำอะไรดีแต่แต่งตัวกินนอนอย่างลูกสาวยายแลขายขนมนั่นไม่เอานะลูก ไม่ต้องมองให้เสียสายตาเลย”

สันต์รับปากแล้วออกจากบ้าน ผ่านหน้าร้านขนมของแลก็จะเดินผ่านแต่ต้องชะงักเมื่อลำยองมาดักหน้าและเชิญชวนให้ซื้อขนม สันต์ไม่ทันมารยาร้อยเล่ห์ของลำยองที่คว้าห่อขนมจากมือน้องสาวมายัดใส่มือเขา ได้แต่ยิ้มเก้อๆแล้วเดินจากไป แต่ลำยองก็ไม่หยุดแค่นั้นและตามเขาไปถึงท่าเรือข้ามฟากและชวนไปดูหนังรอบเย็น ด้วยกัน สันต์ไม่เคยเจอสาวก๋ากั่นแต่ก็ปฏิเสธไม่ออกเมื่อเจอลูกอ้อนพร้อมเสน่ห์แพรวพราวซึ่งลำยองจงใจส่งมา

ลำยองกลับมาเพิงขายขนมด้วยความลำพองใจที่ชวนหนุ่มไปเที่ยวสำเร็จ แลพลอยกระดี๊กระด๊าเพราะอยากได้ทหารเรือหนุ่มเป็นเขยใจแทบขาด ลำยงทนฟังอยู่นานก็อดกระแนะกระแหนพี่สาวไม่ได้

“ที่ลงทุนแต่งตัวสวยแต่เช้า ที่แท้ก็มาจับผู้ชายแล้วคิดเหรอว่าพี่สันต์เขาจะโง่ยอมให้พี่จับน่ะ” ลำยองปรี๊ดแตกแต่ลำยงก็ไม่สนใจ “หัดส่องกระจกดูเงาตัวเองให้ดีก่อนเถอะพี่ลำยอง ชาวบ้านเขาจะได้ไม่หัวเราะเยอะเอาทีหลัง”

สองพี่น้องตั้งท่าทะเลาะกัน แลปราดมาขวางและแหวลำยงว่าอิจฉาพี่สาวไม่เข้าเรื่อง ลำยองยิ้มเป็นต่อและสะบัดหน้าเข้าห้องไปนอน ทิ้งลำยงให้มองตามด้วยสายตาอ่อนใจที่แม่เข้าข้างพี่สาวจนจะเสียคนอยู่แล้ว

“ฉันก็ไม่อยากว่าอะไรหรอก แต่แม่ก็น่าจะรู้ว่าไอ้ที่คิดทำอยู่เนี่ยมันถูกมันควรหรือเปล่า”

“เกิดมาขี้เหร่อย่างเอ็งเนี่ยนะ ชาตินี้ก็หาผัวกับเขาไม่ได้หรอก ต้องขายขนมไปจนตายแหละวะ”

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน...แลไปซื้อของร้านสินกับปั้นและแอบขโมยไข่ แต่ก็ไม่รอดสายตาปั้นซึ่งจับสังเกตตลอด เมื่อถูกเอาเรื่อง...แลก็โวยวายกลบเกลื่อนและแถเอาตัวรอดในที่สุด ปั้นมองตามด้วยความเจ็บใจที่เอาคืนจากแลไม่ได้

“ทั้งบ้าน...ขี้ขโมยเหมือนกันหมด ฉันล่ะเกลียดไอ้คนก๊กนี้จริงๆ”

หนึ่งในคนก๊กนี้ของปั้นกลับบ้านด้วยความกะหยิ่มใจที่ขโมยได้ ปอผัวขี้เมาของแลและพ่อของลำยองตื่นมาเห็นเมียก็ขอเงินไปซื้อเหล้า แต่แลไม่ให้เลยเกิดการยื้อยุดขึ้น สุดท้ายปอก็ถูกเมียใช้สากกะเบือตีหัวไปนอนกับพื้น ส่วนแลก็อดกินไข่เพราะแตกหมด แถมลำยองซึ่งนอนอยู่ได้ยินเสียงเอะอะก็ออกมาโวยวาย ปอไม่สะทกสะท้านและขอเงินลูกไปซื้อเหล้า แต่ลำยองก็ไม่มีให้แถมยังด่าพ่อกลับอีกต่างหาก!

ฝ่ายสันต์เมื่อกลับถึงบ้านตอนเย็นก็ทานข้าวกับพ่อแม่และแต่งตัวไปข้างนอก แต่ไม่กล้าบอกว่าไปดูหนังกับลำยอง ปั้นไว้ใจลูกชายแต่ก็ไม่วายเตือนให้ระวังเรื่องผู้หญิง พลาดท่าเสียทีจะเดือดร้อนและเสียใจไปตลอดทั้งชาติ

“แม่ปั้นก็...จะไปเข้มงวดอะไรมันมาก ลูกมันถึงไม่มีแฟนกับเขาสักที” สินพูดขำๆ

“ที่ต้องเข้มงวดก็เพราะห่วงมันนั่นแหละ ได้เมียดีก็เป็นศรีแก่ตัวเอง”

“ลูกมันรู้น่า...การศึกษาก็ไม่น้อยอย่างเรา อบรมสั่งสอนก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ลูกมันคิดเองได้น่า อย่ากังวลเลย”

สันต์ออกจากบ้านได้ก็โล่งอกเหมือนเด็กหนีเที่ยว เมื่อเห็นลำยองก็ใจเต้นไม่เป็นระส่ำตามประสาหนุ่มโสดไม่เคยมีแฟน ลำยองจึงใช้ความสาวและสวยทำให้สันต์ระทวย ยิ่งได้สัมผัสกายสาวเป็นครั้งแรกก็ถึงกับร้อนวูบวาบจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ จนเมื่อดูหนังเสร็จและจะพาเธอกลับบ้าน ลำยองก็ใช้มารยาออดอ้อนให้พาไปกินข้าวต้มโต้รุ่ง สันต์ใจอ่อนอีกตามเคยเพราะหลงในเสน่ห์แพรวพราวของลำยอง

สองหนุ่มสาวใช้เวลาด้วยกันจนดึกดื่น แต่สันต์ก็ไม่รู้สึกผิดนักเพราะลำยองทำให้เขามีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “แม่น่ะถามลำยองทุกวันว่าเมื่อไหร่จะมีแฟนสักที ความจริงก็มีคนจีบลำยองหลายคนเหมือนกันนะจ๊ะ แต่ลำยองไม่สนหรอก พี่สันต์รู้ไหมว่าทำไม...ก็ลำยองอยากเป็นแฟนพี่สันต์คนเดียวนี่จ๊ะ”

สันต์ทำหน้าไม่ถูกเพราะคิดไม่ถึง ลำยองเลยถือโอกาสทิ้งสายตายั่วยวนจนเขาเคลิ้มหน้าแดง เมื่อเธอชวนไปหาความสุขด้วยกันต่อเขาก็ตอบรับเป็นอย่างดี ยินดีเหลือเกินที่จะได้ใช้ความเป็นชายให้สมบูรณ์เป็นครั้งแรกในชีวิต

กว่าสันต์จะพาลำยองมาส่งบ้านก็เกือบเช้าวันต่อมา สองหนุ่มสาวตัวติดกันตามประสาคนตกในห้วงรัก โดยเฉพาะสันต์ซึ่งยิ้มแทบไม่หุบด้วยความอิ่มเอมใจ เกิดมาก็เพิ่งเคยมีแฟนจริงๆจังๆกับเขาเสียที

ooooooo

สายวันเดียวกันที่หน้าบ้านปั้นกับสิน...ป่องน้องชายลำยองถูกจับได้ว่าเล่นพนัน ปั้นจึงสั่งสอนและไล่ตะเพิดกลับบ้าน ป่องสวนกลับอย่างเด็กไม่มีสัมมาคารวะแล้ววิ่งหนี ปั้นได้แต่มองตามเคืองๆจนสินต้องปลอบให้ทำใจ

“เด็กมันจะไปรู้อะไรแม่ปั้น คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่เคยอบรมสั่งสอน แถมยังทำเป็นตัวอย่างให้เห็นอีก”

“นึกไม่ออกเลย...ว่ามันจะโตเป็นผู้ใหญ่แบบไหนกัน”

และความหนักใจของปั้นมากขึ้นในเย็นวันเดียวกัน เมื่อเห็นสันต์หอบถุงขนมมากมายจากร้านแล หัวใจคนเป็นแม่หล่นวูบพร้อมลางสังหรณ์รุนแรงว่าลูกชายกำลังหาเรื่องใส่ตัวจนต้องเปิดอกคุยกับเขาตรงๆ

“จะคบใครแม่ก็ไม่ว่า เพราะแม่แน่ใจว่าลูกต้องเข้าตามตรอกออกทางประตู ไม่ได้ลักกินขโมยกินลูกสาวบ้านไหน แต่แม่ขออย่างเดียว...ถ้าคิดจะจริงจังก็ดูให้ดี ได้เมียดีเป็นศรีแก่ตัวนะลูก ไอ้ประเภทเลอะเทอะหยิบโย่ง วันๆไม่ทำอะไรอย่างนังลำยองลูกสาวยายแลน่ะ อย่าได้คว้ามาทำเมียเชียว จะเสียใจไปทั้งชาติ”

สันต์อึ้งไปอึดใจ พูดไม่ออกเพราะความสัมพันธ์ของเขากับลำยองมันมาไกลเกินจะหยุดแล้ว

ความสัมพันธ์ของสันต์กับลำยองยังดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งวันหนึ่ง...ลำยองก็เกิดหน้ามืดและมีอาการโอ้กอ้ากจนแตกตื่นกันทั้งบ้าน แลเข้ามาลูบหลังลูกสาวคนโปรดแล้วบ่นเซ็งๆ

“เอ็งอย่ามาไม่สบายตอนนี้นะเว้ย เงินทองยิ่งไม่ค่อยมีอยู่ ค่าหมอค่ายาไม่ใช่แค่บาทสองบาท...หรือว่าแกท้อง!”

เมื่อสันต์ทราบเรื่องลำยองก็ตาเหลือก แลเห็นท่าทางอึกอักของว่าที่ลูกเขยก็คิดว่าเขาจะไม่รับผิดชอบ

“พ่อสันต์ทำงี้ได้ไง มันดูถูกกันชัดๆ ก็นังลำยองมันออกไปเที่ยวกับพ่อสันต์มาตั้งกี่ครั้งแล้ว” ปอตาตั้งเพราะไม่เคยรู้ แลหันขวับไปมองแล้วแหวใส่ “หุบปากเลยตาปอ...ถ้าลำยองไม่ท้องก็จะไม่รับผิดชอบหรือไงพ่อสันต์”

ชาวบ้านพากันมุงและนินทาสนุกปาก ลำยงสงสารสันต์มากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ส่วนแลเห็นคนสนใจก็ยิ่งโวยใหญ่ “แล้วจะเอายังไง จะให้ลูกสาวฉันท้องโตไปเรื่อยๆไม่รับผิดชอบไม่ได้นะ ฉันก็อายชาวบ้านเหมือนกัน เป็นถึงชายชาติทหาร ถ้าคิดมาเจาะไข่แดงลูกสาวฉันฟรีๆ อีแลจะฟ้องให้ถึงกองทัพเลย...ไม่เชื่อก็คอยดู”

สันต์สับสนมากแต่คิดว่าคงต้องเจรจายาว เลยขอกลับมาคุยใหม่ตอนเย็น ลำยองเล่นบทสาวอ่อนต่อโลกร้องไห้ฟูมฟายเกาะแขนจนสันต์เครียดหนัก...ไม่คิดเลยว่าต้องเป็นพ่อคนเร็วขนาดนี้

เมื่ออาละวาดกับสันต์เสร็จ...แลก็พาลำยองไปประกาศตัวกับปั้นและสิน สองผัวเมียพูดไม่ออกจนแลเริ่มหัวเสีย “จะไม่ยอมรับผิดชอบก็บอกมาเถอะ ทำเป็นธรรมะธรรมโม ใส่บาตรทุกวัน พวกเอ็งไม่มีทางได้ขึ้นสวรรค์หรอก ลงนรกชัดๆถ้าพวกเอ็งไม่ยอมรับนังลำยองเป็นสะใภ้”

ปั้นเห็นท่าทางคุกคามก็จะตอกกลับ แลเตรียมรับอยู่แล้วและโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน “อีกสามวันถ้าพวกเอ็งไม่ยกขันหมากไปสู่ขอนังลำยองให้ถูกต้องตามประเพณี อีแลนี่แหละจะประจานไม่ให้ผุดให้เกิดกันทั้งโคตรเชียวล่ะมึง”

ขาดคำก็พาลำยองออกไป ทิ้งให้ปั้นกลุ้มใจจนเป็นลม สินได้แต่ประคองเมียไปนั่ง นึกเคืองลูกชายที่หาเรื่องให้พ่อแม่ปวดใจ ส่วนครอบครัวลำยองก็กลับบ้านด้วยความลำพองใจ มั่นใจมากว่าต้องได้ดองกับครอบครัวสันต์แน่ ลำดวนน้องสาวอีกคนของลำยองได้ยินข่าวดีของพี่สาวก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย

“เผลอแปบเดียวพี่ลำยองจะได้ผัวแล้ว ดีจังเลย... โรงเรียนก็ไม่ต้องไป อยู่บ้านให้ผัวเลี้ยงสบายใจเฉิบ”

ลำยองกระหยิ่มยิ้มและหารือกับแม่เรื่องสินสอด ลำยงทำหน้าเมื่อยและแขวะพี่สาว ลำยองปรี๊ดแตกแต่ลำยงก็ไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาขายขนมต่อโดยมีชาวบ้านผ่านไป
ผ่านมาแถวนั้นคอยซื้อไม่ขาด แลเลยโพนทะนาว่าลูกสาวท้องและจะมีผัวด้วยความภูมิใจ ชาวบ้านต่างก็ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะยินดีหรือเสียใจด้วยดีที่มีเรื่องงามหน้าใน
บ้านเช่นนี้

ฟากสันต์ก็รับศึกหนักที่บ้านเพราะปั้นไม่พอใจที่ลูกชายไปก่อเรื่องจนเป็นบ่วงรัดตัวดิ้นไปไหนไม่รอด

“จะทำอะไรไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจไว้ให้ดี ลูกหนอลูก”

“ผมขอโทษครับแม่ ผมพยายามแล้วแต่ผมสู้ใจตัวเองไม่ได้”

สินเห็นลูกถูกดุก็สงสารเลยช่วยพูดเพราะไม่เห็นประโยชน์จะตีโพยตีพาย “ลูกเราก็คงรักลูกสาวเขาจริงๆ แหละ อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้ายนักเลย ยังไงเด็กใน

ท้องก็ได้ชื่อว่าเป็นหลาน แม่ปั้นควรจะดีใจแล้วก็ภูมิใจ ที่อย่างน้อยลูกเราก็สมชายชาติทหารพร้อมจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไป”

สันต์พร่ำขอโทษพ่อกับแม่และกราบแทบตัก สองผัวเมียได้แต่ลูบหัวลูก น้ำตาไหลพรากแต่ก็ให้อภัย

ooooooo

เช้ารุ่งขึ้น ปั้นกับสินก็หอบสินสอดไปสู่ขอลำยอง แลกับปอเนื้อเต้นด้วยความเห็นแก่เงิน แต่เมื่อเห็นเป็นเงินไม่กี่พันพร้อมทองคำไม่กี่บาทก็โวยวาย ลำยองกลัวปั้นยกเลิก
งานแต่งเลยพยายามปรามแต่แลก็ไม่วายบ่นกระปอดกระแปด ปั้นกับสินได้แต่มองหน้ากันเนือยๆ เพราะเห็นเค้าวุ่นวาย แต่เพราะเห็นแก่ลูกชายที่จะได้เป็นพ่อคนเลยต้อง
เก็บอาการ

แต่ก็ใช่ว่าสันต์จะไม่เครียด...หลังส่งแม่กับพ่อกลับบ้าน ตัวเองก็อยู่ช่วยลำยองเก็บของ ก่อนกลับลำยงจึงหาโอกาสมาคุยด้วยเพราะเห็นใจเขาที่ต้องรับศึกหนักจากแม่กับ
พี่สาว

“ทนๆมันหน่อยแล้วกันนะพี่สันต์ ฉันรู้จักสันดานมันดี ยังไงก็นึกถึงลูกเอาไว้มากๆ” สันต์ขอบใจแล้วเดินจากไป ลำดวนมองตามพี่เขยแล้วตั้งปณิธานจะหาผัวหล่อและรวย​
กว่าให้ได้ ลำยงได้แต่ส่ายหน้าเอือมๆ “น้อยๆหน่อยนังลำดวน...เรียนให้จบตามเกณฑ์ที่หลวงบังคับก่อนเถอะ โง่เป็นควายน่ะ ไม่มีใครเขาอยากเอาไปทำเมียหรอก”

ฟากลำยองก็ร่ำลาแม่ไปอยู่บ้านสันต์ แลลูบหัวด้วยความยินดีที่ลูกจะมีผัวเลี้ยงดู “พวกข้าอดๆอยากๆ รู้จักส่งส่วยกลับมาบ้าง นังปั้นมันรวย เอ็งยักยอกมาทางนี้มั่งจะได้
ไม่ต้องเสียเงินซื้อ”

“แต่ท่าทางแม่ผัวฉันจะเอาเรื่องนะแม่ ไอ้ตัวพ่อน่ะไม่เท่าไหร่ มีปากแต่ไม่ค่อยพูด สงสัยน้ำลายจะบูด”

“เอ็งจะไปกลัวมันทำไมนังปั้นน่ะ มันด่าเราก็ด่ากลับ มันไม่หือกับเอ็งหรอก ยังไงหลานมันก็อยู่ในท้องเอ็ง”

ลำยองรับคำด้วยความยินดี แลยิ้มไม่หุบเพราะเชื่อว่าลูกสาวจะได้เป็นเมียนายทหารอนาคตไกล ส่วนตัวเองก็จะได้เป็นแม่ยายที่ไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป

ตกบ่าย...สันต์ไปรับลำยองมาที่บ้าน ทันได้ยินปั้นกับสินบ่นเรื่องได้ลำยองมาเป็นสะใภ้เพราะไม่มีทางเลือก ลำยองไม่สนและเดินตัวปลิวเข้าห้อง โดยมีสันต์หิ้วของตามไป
แลซึ่งตามมาส่งเห็นห้องลูกเขยเล็กก็โวยวายและจัดแจงให้ลูกสาวได้นอนห้องของปั้นกับสินซึ่งใหญ่กว่า แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะสันต์ห้ามไว้และบอกว่าจะขยับขยายให้ทีหลัง

คืนแรกของการร่วมหอลงโรงเป็นไปอย่างราบรื่น ลำยองออดอ้อนออเซาะจนผัวปลื้มตัวลอยแล้วถือโอกาสขอเงินไว้ซื้อของ สันต์ไม่คิดมากและอยากเอาใจเมียเลยหยิบให้
แต่โดยดี แล้วขอให้ช่วยงานบ้านหรือขายของกับพ่อแม่เป็นการตอบแทน ลำยองรับปากแบบขอไปที...เรื่องอะไรอีลำยองจะทำงานให้เหนื่อย เมียนะโว้ยไม่ใช่คนใช้!

เช้าวันต่อมาลำยองก็แผลงฤทธิ์จนเป็นที่เอือม–

ระอาของปั้นกับสิน หญิงสาวตื่นสายหยิบโหย่งแถมเถียงคำไม่ตกฟากจนสองผัวเมียอ่อนใจ แต่ก็พยายามทำใจ

เพราะอย่างไรเสียลำยองก็อุ้มท้องลูกสันต์อยู่ ลำยองรอจนปั้นงีบกลางวันจึงแอบขโมยของในร้านมาให้แม่กับน้องที่บ้าน แลเห็นแต่ของกินไม่มีเงินก็โวยวายจนลำยองต้อง
ปราม

“ได้ของกินก็จะเอาเงินอีก อย่าโลภมากนักเลยแม่ เอาไว้เผื่อๆวันหลังมั่ง”

“มันเอาเอ็งไปเป็นสะใภ้ จิกหัวใช้อย่างกับขี้ข้า เอ็งต้องรู้จักถอนทุนคืนให้คุ้มสิวะ”

“เจ็บใจตรงที่มันด่าว่าฉันโง่เหมือนควายมากกว่า”

“ว่าไงนะ...อีปั้นมันกล้าด่าเอ็งขนาดนี้เชียวหรือ เดี๋ยวข้าจะไปด่าคืน อีนี่...ไม่รู้ฤทธิ์อีแลซะแล้ว”

“แม่อยู่เฉยๆเหอะ...ฉันลุยเองได้ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครจะต้องเป็นฝ่ายทนใคร”

สันต์กลับถึงบ้านตอนเย็นก็ถามหาเมียรัก ปั้นถอนใจเหนื่อยหน่ายแล้วบอกว่าลำยองไปเยี่ยมแล ส่วนสินก็ซักเสื้อผ้าลูกชายหลังขดหลังแข็ง เมื่อสันต์เห็นก็แปลกใจเพราะ
คิดว่าสั่งเมียว่าให้ช่วยงานแล้ว ปั้นเห็นท่าลูกชายก็ตัดสินใจพูด “แม่ไม่ได้มีอคติแต่แกควรดูแลเมียให้ดี จะอยู่ด้วยกันก็ต้องรู้จักหน้าที่ตัวเองไม่ให้ขาดตก บกพร่องด้วย”

สันต์ซักผ้าแทนพ่อแล้วไปตามเมียกลับบ้าน ลำยองแกล้งทำกระเง้ากระงอดและอ้างว่าพ่อกับแม่เขาไม่อยากให้เธอไปอยู่ด้วย สันต์ต้องปลอบอยู่นานและถือโอกาสถาม
เรื่องสินต้องซักเสื้อผ้าเขาแทนเธอ

“ก็ทีแรกลำยองจะซักอยู่แล้ว แต่เวียนหัวเหมือนจะเป็นลม ลำยองแพ้ท้องนี่จ๊ะพี่สันต์ ลำยองเหม็นจะอ้วก”

สันต์เห็นเมียแพ้ท้องก็ใจอ่อนและพากลับบ้าน ลำยองเดินตามและแอบยิ้ม...โธ่เอ๊ย...ยังไงก็เห็นแก่ลูกแหละวะ!

ooooooo

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน...ท้องของลำยองก็โตขึ้นเรื่อยๆ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ กลับไม่กระเตื้องแม้แต่น้อย สินพยายามสอนให้ลำยองทำงานบ้านแต่ก็
ไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม เอะอะก็หาว่าแพ้ท้อง หน้ามืดจนสินต้องตัดรำคาญด้วยการบอกให้ไปนอน

ลำยองชอบใจที่หลอกพ่อผัวสำเร็จ แถมยังแอบขโมยหมูชิ้นใหญ่จากแผงของปั้นไปให้แม่กับน้องที่บ้านอีกต่างหาก เมื่อเจ้าของแผงตื่นจากงีบกลางวันมาเห็นก็ตาลุกด้วย
ความโกรธจัด

“คนประเภทไหนนะพี่สิน...ที่จนตายก็สั่งสอนกันไม่ได้แบบนี้”

ฝ่ายแลก็ชอบใจที่ลูกสาวลักของกินมาให้ถึงบ้าน ลำยองเองก็ลำพองใจเพราะเชื่อว่าหลอกพ่อแม่ผัวสำเร็จ

“เอ็งนี่มันเก่งสมเป็นลูกสาวแม่แท้ๆ น้องนุ่งพลอยสบายอิ่มปากอิ่มท้องเพราะเอ็ง แล้วนี่มันยังใช้งานแกอยู่ไหม”

“ฉันก็ทำอ้วกหลอกว่าแพ้ท้อง อ้างลูกได้ทุกครั้งแหละแม่ ท่าทางมันจะเห่อหลานเหมือนกัน”

“เอ็งนี่ฉลาดเหมือนแม่เลย ไม่ต้องไปทำให้มัน เรื่องอะไร...เมียโว้ยไม่ใช่ทาส นี่ขนาดอยู่ในท้องยังเห่อขนาดนี้ เอ็งคลอดออกมามันจะเห่อขนาดไหนวะ โกยมาเยอะๆนะโว้ยนังลำยอง”

ลำยองรับปากดิบดี แต่เมื่อแม่ถามถึงผัวก็หน้าบึ้งเพราะช่วงนี้เขากลับบ้านดึกบ่อยและอ้างว่างานยุ่ง

“เอ็งไม่รู้จริงหรือว่าแกล้งโง่วะ ข้าเห็นมาบ่อย อีตอนท้องโตนี่แหละอันตรายสุด ผัวเอ็งมันแอบนอกใจแหงๆ”

คำพูดของแม่ทำให้ลำยองร้อนรนแทบนั่งไม่ติด มั่นใจมากว่าสันต์ต้องมีคนอื่น เมื่อเขากลับบ้านก็ตั้งท่าหาเรื่องเต็มที่ สินพยายามกล่อมให้ใจเย็นแต่ก็ไม่ได้ผลเพราะลำยองโมโหจนขาดสติ เสียงทะเลาะของลูกชายกับลูกสะใภ้ทำให้ปั้นนอนไม่หลับ สินปลอบให้ทำใจเพราะเป็นเรื่องผัวๆเมียๆ ปั้นถอนใจเหนื่อยหน่าย...เวรกรรมอะไรของสันต์ก็ไม่รู้

ฝ่ายลำยองก็เอาเรื่องไม่หยุด สันต์อดทนให้เมียทุบตีระบายอารมณ์แต่ก็เหมือนไม่ช่วยอะไรเพราะดูจะอารมณ์เสียมากขึ้นอีก “พี่จะมีคนอื่นได้ไง ไปทำงานก็ห่วงแต่ลำยองกับลูก พี่ขอโทษก็ได้ พี่จะไม่กลับดึกอีกแล้ว”

“ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ทีหลังต้องให้ลำยองไปด้วยสิ อยู่แต่บ้านเบื่อจะตาย ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันกับเขาเลย”

“ได้ๆ คราวหลังพี่จะพาลำยองไปด้วยนะ”

“ไม่มีใครสงสารลำยองเลย แค่อยากกินเป็ดพะโล้ก็ไม่มีวาสนา พ่อกับแม่พี่บอกว่าจะกินทำไมมันแพง”

“งั้นเอาเงินพี่ไปซื้อ อยากกินอะไรก็ซื้อแต่เลือกที่มันมีประโยชน์กับลูกนะ”

พอมีเงินยื่นตรงหน้า ลำยองก็คว้าหมับและหอมแก้มผัวฟอดใหญ่ สันต์ถอนใจเบาๆ ดีใจที่ทุกอย่างจบได้ด้วยดี

ลำยองได้เงินจากผัวก็ไม่ได้เอาไปซื้อเป็ดพะโล้อย่างที่บอก แต่กลับเอาไปซื้อส้มตำรสจัดจ้านมาเลี้ยงที่บ้านในวันรุ่งขึ้นแทน ลำยงส่ายหน้าเซ็งๆที่พี่สาวไม่ดูแลตัวเอง แต่ไม่ทันเตือนอะไรลำยองก็ปวดท้องจะคลอดเสียก่อน

เหตุการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความอลหม่าน แลช่วยดูอาการลำยอง ส่วนลำยงกับลำดวนออกไปตามครอบครัวสันต์ ทุกคนแตกตื่นและรีบมาบ้านแล สันต์

ไม่รอช้าตวัดร่างเมียขึ้นและพาไปโรงพยาบาล แลกับปั้นมองตามด้วยความตื่นเต้น สองสาวคู่ปรับญาติดีกันเป็นครั้งแรกเพราะห่วงและเห่อหลานเหมือนกัน

ลำยองร้องโวยวายตลอดทางเพราะเจ็บท้อง ทั้งโรงพยาบาลแตกตื่นกันไปหมดเพราะหญิงสาวหน้าตาสะสวยตะโกนด่าหมอกับพยาบาลเสียงลั่นด้วยความโมโห

“เจ็บจะตายอยู่แล้ว เอามันออกมาที จะให้หลุดตรงนี้หรือไง อีหมอบ้า...จะแกล้งกูให้ตายหรือไงวะ”

ส่วนสันต์ก็ถูกสั่งให้รอข้างนอก เดินไปมาเหมือนหนูติดจั่นด้วยความห่วงเมีย ในที่สุด...ลำยองก็คลอดลูกชายร่างกายสมบูรณ์ พยาบาลออกมาแสดงความยินดีแล้วบอกว่าลูกเขามีบุญได้เกิดในวันมหามงคล สันต์ปลื้มใจมากและไปเยี่ยม เห็นลูกชายตัวแดงแต่น่ารักเหลือเกินในสายตาเขา “ลูกพ่อ...พ่อตั้งชื่อให้ลูกว่าวันเฉลิมนะ”

สันต์นั่งเฝ้าลูกไม่ยอมห่าง ส่วนลำยองก็ผล็อยหลับด้วยความอ่อนเพลีย...เจ็บเป็นบ้า เข็ดแล้วจะไม่ขอมีลูกอีก!

ooooooo

ปั้นกับสินเห่อหลานมาก จัดแจงตัดเย็บผ้าอ้อมให้หลานด้วยตัวเอง ชาวบ้านผ่านมาเห็นก็อดเอ็นดูปู่ย่าซึ่งหลงหลานตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า ต่างจากบ้านลำยองที่เห่อเหมือนกันแต่ไม่เตรียมรับขวัญใดๆเพราะเชื่อว่าครอบครัวสันต์จะรับหน้าที่นี้ได้ดีเพราะรวยกว่า ลำยงส่ายหน้าอ่อนใจแต่แลก็ไม่สนแถมยังโอ่แทนลูกสาวคนโปรดอีก

“นังลำยองมันวาสนาดีโว้ย เกิดมาสวยก็สบายอย่างนี้ ผัวรักผัวหลง เดี๋ยวพอมดลูกเข้าอู่ก็มีต่อได้เลย”

ลำยงไม่เห็นด้วยเพราะเชื่อว่าความอดทนของสันต์กับพ่อแม่เขาอาจหมดลงสักวันถ้าเห็นฤทธิ์ลำยองมากๆ

“วันๆไม่ช่วยเขาทำมาหากิน ต่อให้มีลูกเป็นโขยง สักวันพี่สันต์ก็ต้องเบื่อ”

“นังลำยองมันสวยเว้ย ผัวมันไม่มีทางเบื่อมันหรอก”

“ผู้หญิงมีลูกแล้ว ยังไงก็ต้องหย่อนยานไม่ใช่เหรอแม่ แล้วมีหลายคนมันไม่กลายเป็นแร้งทึ้งเหรอ”

แลอึ้งแล้วแหวกลับลูกสาวคนรองทันทีที่ปากเสีย แต่ลำยงก็ไม่ยี่หระเพราะคิดว่ากำลังพูดเรื่องจริง

สันต์ไปรับเมียกลับบ้านหลังผ่านไปหลายวัน ปั้นกับสินเตรียมต้อนรับอย่างดีด้วยความเห่อหลาน แต่ก็ต้องหน้าเจื่อนเมื่อลำยองทำท่าหงุดหงิดเหมือนไม่อยากให้เข้าใกล้ลูกชาย และเหตุการณ์ก็เลวร้ายลงอีกเมื่อลำยองแผลงฤทธิ์อย่างหนักและต่อว่าปั้นกับสินไม่ไว้หน้าเรื่องผ้าอ้อม

“อะไรเนี่ย...ลู