ตอนที่ 5
วันพุธใจสงบขึ้นเมื่อได้นั่งสมาธิ จิตใจผ่องแผ้วจนรุ้งแก้วสัมผัสได้ จึงอยากให้เขามาฝึกบ่อยๆ วันพุธรับปากเพราะตัวเองก็รู้สึกดี โดยไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงจะเกิดเรื่องที่บ้าน!
มาลินกลับบ้านก็อาละวาดใส่กวงกับเสริม ผีร้ายที่เกี่ยงงอนไม่เฝ้าบ้านเพราะกลัวอิทธิฤทธิ์เหรียญของวันพุธ และสามีตามกฎหมายก็ตกในมนตร์เสน่ห์ของเธอจนไม่เป็นอันทำอะไร เมื่อเจอพินทุอรที่กลัวผีจนต้องขนพระพุทธรูปไปไว้ในห้องนอน ก็หมดความอดทนลากตัวลูกเลี้ยงสาวไปทำโทษในห้องเก็บของ!
อาการขัดขืน ต่อปากต่อคำของพินทุอรทำให้มาลินปรี๊ดแตก ลากตัวลูกเลี้ยงสาวไปขังในห้องเก็บของที่มีรูปถ่ายของเลี้ยงในนั้น ก่อนส่งกวงในสภาพของผีเลี้ยงไปหลอกหลอนจนแทบเสียสติ
เสียงกรีดร้องของพินทุอรทำให้เสริมเริ่มรู้สึกตัว แต่เมื่อถามจากมาลินกลับได้คำตอบทำร้ายจิตใจ
“ฉันจะบอกอะไรแกให้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยรักแกเลย ฉันรักนี่...ทรัพย์สมบัติพัสถานในบ้านของแก แล้วก็มรดกมหาศาลที่รายล้อมอยู่รอบตัวแกต่างหาก แล้ววันนี้ฉันก็เจอคนที่ฉันรัก แล้วฉันก็คิดว่าเขารักฉันแล้ว”
มาลินหมายถึงอาคมเศรษฐีหนุ่มเพื่อนเฮียเปี๊ยกที่มาติดพัน เสริมเจ็บใจมากแต่ขยับตัวไม่ได้ ได้แต่ฮึดฮัดคนเดียวในห้อง โชคดีที่อุไรกลับมาทันและเอาน้ำมนต์เก้าวัดที่เพิ่งได้จากหลวงตาอ่ำให้ดื่มจึงรู้สึกตัว
เสริมยิ้มบางๆให้อุไร โล่งใจและสมเพชตัวเองที่ชักศึกอย่างมาลินเข้าบ้าน ก่อนบอกให้แม่บ้านเก่าแก่ไปช่วยพินทุอรซึ่งน่าจะถูกจับขังไว้ เพราะตัวเองจะต้องแกล้งทำเหมือนโดนของต่อไปเพื่อไม่ให้มาลินไหวตัว
วันพุธร้อนใจมาก เพราะให้รุ้งแก้วโทร.หาน้องสาวคนเดียวตลอดทางนั่งรถกลับแต่ติดต่อไม่ได้ อุไรให้ช่วยกันหาตามห้องต่างๆ โดยมีมาลินมองตามด้วยสีหน้าสะใจที่ทำให้พวกบ้านเสริมวิ่งพล่านได้
เสียงกรีดร้องของพินทุอรดังลั่นทั่วบ้าน จนในที่สุดวันพุธ รุ้งแก้วและอุไรก็ช่วยออกจากห้องเก็บของได้สำเร็จ พินทุอรเห็นหน้ากวงเป็นเลี้ยง เลยเข้าใจว่าผีที่ตามหลอกหลอนเธอคือเลี้ยงหรือคนในรูปถ่าย อุไรไม่เชื่อ หันไปเอาเรื่องมาลินที่เป็นต้นเรื่องลากพินทุอรมาขัง
มาลินไม่สะทกสะท้าน และเริ่มปั่นหัววันพุธว่าเป็นเพราะผีในรูปถ่ายที่อุไรกับเสริมเซ่นไหว้
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ...พุธ...คิดดูก็แล้วกัน ทุกวันก็ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ แต่วันนี้นังอุไรหายหัวไปจากบ้าน...ก็ดันมีเรื่องเกิดขึ้น พุธคิดดูสิว่าใครน่าจะเป็นคนทำ”
อุไรโกรธมาก เต้นผาง “อย่าใส่ร้ายอิฉันนะคะ”
“ใส่ร้าย...ใส่ร้ายอะไร ก็แกไม่ใช่รึที่ปลุกผีไอ้คนที่อยู่ในรูปให้มาสิงฉัน แล้วก็เกิดเรื่องนี้ขึ้น พุธ...เธอเป็นคนฉลาด ลองใช้สติคิดดูก็แล้วกันว่าที่ฉันพูดน่ะ...จริงหรือไม่จริง”
พูดวางระเบิดแล้วผละไป ทิ้งอุไรกับรุ้งแก้วมองหน้ากันเครียดๆ ไม่รู้จะแก้ตัวให้เลี้ยงเช่นไร เพราะเวลานี้วันพุธโกรธมากและหมายมั่นปั้นมือจะจัดการผีในรูปถ่ายให้ได้!
ooooooo
อาคมทดสอบความขลังของเหรียญที่ซื้อจากทศกับธงชาติด้วยวิธีการต่างๆนานา ทั้งให้ลูกน้องคนสนิทนอนกับเหรียญ หรือแม้แต่ใช้ปืนจ่อยิง!
เลี้ยงรู้สึกเหมือนโดนหยาม ตั้งท่าจะออกจากโลงไปเอาเรื่อง แต่หลวงตาอ่ำก็ถอดจิตมาห้ามไว้เหมือนเคย
“โยมเลี้ยง...อย่าผิดสัจจะที่ให้ไว้กับหลวงตา...ละความพยาบาทให้ได้ ความพยาบาทจะเป็นไฟเผาไหม้ดวงจิตโยมเลี้ยงที่กำลังก่อกุศลอยู่”
ไม่ใช่แค่เหรียญหรือเงินปากผีที่ถูกดูถูก รูปถ่ายของเลี้ยงที่บ้านเสริมก็ถูกวันพุธเผาแทบไม่เหลือซาก เลี้ยงเสียใจมาก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะรับปากหลวงตาอ่ำไว้จะบำเพ็ญเพียรจนกว่าพลังจะฟื้น
อาคมอยากรู้เรื่องเหรียญให้มากกว่านี้ เลยไป ปรึกษาจูหยวนถึงศาลเจ้า จนรู้ว่าเป็นเหรียญของเลี้ยง จึงอยากขอให้ซินแสใหญ่ช่วยสืบหาอิทธิฤทธิ์ของเหรียญนี้
จูหยวนรับปากเพราะเห็นแก่เงินค่าจ้าง เลี้ยงรับรู้ได้ด้วยพลังจิตพิเศษ โกรธมากจนต้องไปอ้อนวอนหลวงตาอ่ำ
“มีแต่คนรบกวนผม ผมไม่อยากถือศีล ปฏิบัติภาวนาแล้ว”
“เวลานี้สภาพจิตใจของโยมเลี้ยงแย่มาก ไม่มีสมาธิ ขาดพลัง อ่อนแอที่สุด เอายังงี้...หลวงตาจะทำกำแพงแก้วล้อมบ้านโยมไว้ไม่ให้ใครเห็น แต่โยมเลี้ยงต้องไม่รับรู้เรื่องราวคนอื่นด้วย จะได้ไม่ต้องยุ่งกัน”
“แต่ผมห่วงลูก”
“ทุกคนล้วนมีกรรมเป็นแดนเกิด แดนตายของตน ก้าวล่วงห่วงหาผู้อื่นก็ไม่เกิดผลดอก...กลับเข้าไปเสีย”
กำแพงแก้วของหลวงตาอ่ำทำให้จูหยวนมองไม่เห็นและสัมผัสถึงเลี้ยงไม่ได้ เมื่ออาคมมาหาเพื่อขอคำตอบเรื่องเหรียญแต่เช้า จึงยังไม่มีคำตอบจะให้ เพราะตามหาเจ้าของเหรียญไม่พบ
“แต่ฉันแน่ใจว่ามันยังอยู่ ยังไม่ไปเกิดหรอก อาจจะหลบไปที่ไหนสักแห่ง อีกไม่นานมันจะกลับมามีอิทธิฤทธิ์อีกครั้ง ถ้าเสี่ยมีโอกาสสะสมเหรียญนี้ก็รีบทำเข้า”
“ขอแค่ผมอยากขายเหรียญได้เท่านั้นแหละครับ อย่างอื่นผมไม่สนใจหรอกว่ามันเป็นใครที่ไหน ต่อไปเหรียญนี้จะมีอิทธิฤทธิ์ก็ช่างมันเถอะครับซินแส”
“อย่าลืมที่สัญญาไว้ก็แล้วกัน ถ้าเสี่ยไม่แบ่งเงินให้ฉัน เสี่ยก็คงรู้เองว่าเสี่ยจะได้อะไรตอบแทน”
อุไรเอาน้ำมนต์เก้าวัดจากหลวงตาอ่ำพรมรอบบ้าน กวงอยู่ไม่ได้หนีกลับไปหาจูหยวนในสภาพบาดเจ็บสาหัส ส่วนวันพุธไม่สบายใจเรื่องเผารูปถ่ายของเลี้ยง จนต้องชวนรุ้งแก้วไปทำบุญที่วัด
“ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่พ่อบังเกิดเกล้าของข้าพเจ้า...ขอให้หายจากความเจ็บความป่วย ห่างไกลจากความตาย มีแต่ความสุขตลอดไป”
ผลบุญจากวันพุธทำให้เลี้ยงเบาสบาย ปลื้มใจมากที่ลูกชายทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้...แม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม
อาคมส่งจือกับเซี้ยลูกน้องคนสนิทไปกวาดซื้อเหรียญทั้งหมดจากทศกับธงชาติ ตันเห็นแล้วไม่สบายใจ รวมทั้งเรื่องผ้ายันต์ของหลวงตาด้วย จึงตัดสินใจไปสารภาพความจริงกับหลวงตาอ่ำ
“เหรียญของคุณท่าน...มีคนมาขอซื้อจากธง... ธงชาติ”
หลวงตาอ่ำถึงกับอึ้งไป ก่อนทวนความจำตันที่เคยคิดขโมยเงินปากผีของเลี้ยง
“ตันจำได้ไหม...ใครมีเหรียญคุณท่านอยู่กับตัว... อันตรายแค่ไหน”
ตันหน้าซีด จำได้ดีว่าตนเคยถูกเลี้ยงเล่นงาน หลอกหลอนจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนถึงวันนี้
“หลวงตาไม่อยากให้ไอ้สองตัวนั่นเป็นอย่างเอ็ง โยมเลี้ยงเขาต้องโกรธ ต้องตามจองเวรจองกรรม...ยิ่งเวลานี้เขาหันมาปฏิบัติอีกครั้ง ฤทธิ์เดชที่เคยหายไปจะกลับมา อาจมากขึ้นด้วยซ้ำ...”
เสริมไม่ได้บอกใครว่าหลุดพ้นจากมนตร์เสน่ห์ของมาลินแล้ว มีเพียงอุไรที่ทราบเพราะนำน้ำมนต์เก้าวัดมาให้ดื่มเสมอ แต่กระนั้นเขาก็แทบอดกลั้นไม่ไหว เมื่อเห็นพินทุอรถูกเมฆาลวนลามไม่เว้นแต่ละวัน โชคดีที่วันพุธมาช่วยทันทุกครั้ง แต่สถานการณ์ในบ้านก็ไม่น่าไว้ใจเลย
เมฆาหัวเสียที่ถูกวันพุธซ้อมและขู่จะทำร้าย โวยวายกับพี่สาวให้เร่งมือทำอะไรสักอย่าง
“เมื่อไหร่พี่จะไล่พวกมันออกไปจากบ้านนี้ซะที บ้านนี้จะได้มีแต่เราสองคน...ผมเกลียดมัน อยากฆ่ามัน”
“ฆ่าแน่...แต่ต้องไม่ใช่ฝีมือเรา ฉันจะหาทางให้มันตายอย่างทรมานที่สุด”
“พี่จะทำยังไง”
“ผีไง...ผีฆ่าใคร ไม่จำเป็นต้องหาหลักฐาน!”
ooooooo










