ตอนที่ 5
นอกจากเรื่องเหรียญลายดอกไม้ที่ทำให้เฮียเปี๊ยกเซียนพระเพื่อนรักต้องตาย อาคมก็หมกมุ่นเรื่องของมาลินจนอดใจไม่ไหว ต้องให้คนไปสืบหาเบอร์บ้านเสริม และโทร.ชวนเธอมากินข้าว
เลี้ยงยังเก็บตัวเงียบในโลงศพ บำเพ็ญเพียรและสะสมบุญ ทั้งที่ทำเองและจากคนอื่นๆ โดยเฉพาะจากรุ้งแก้วกับอุไรที่หมั่นทำบุญกรวดน้ำให้เขาเสมอ จนพลังฟื้นตัวและแก่กล้าขึ้นเรื่อยๆ
วันพุธได้พักจากเรื่องวุ่นๆในบ้าน เลยมีเวลาคิดใคร่ครวญเรื่องเหรียญหรือเงินปากผีมากขึ้น รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับผีเลี้ยงที่เขาเห็นกับตาว่าทำร้ายคนในครอบครัวครั้งหลังสุด
รุ้งแก้วรับฟังความอึดอัดใจของแฟนหนุ่มด้วยสีหน้าเป็นกังวล ไม่สบายใจที่เขาคิดถึงเลี้ยงในแง่ร้าย เธอมั่นใจว่าเลี้ยงไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ เพราะแม้ตอนนี้เธอก็ยังติดต่อเขาไม่ได้ แต่ดูเหมือนวันพุธจะปักใจแล้ว
“พุธไม่รู้จะจัดการกับผีไอ้เลี้ยงนั่นได้ยังไง”
“รุ้งไม่เชื่อหรอกว่าผีที่ชื่อเลี้ยงจะทำร้ายใครในบ้านพุธ”
“รุ้ง...รุ้งพูดเหมือนกับว่ารู้จักคุ้นเคยกับไอ้ผีตัวนี้งั้นแหละ รู้ไหมว่าป้าอุไรเกือบตายเพราะมัน”
“พุธเคยไม่เชื่อเรื่องผีนี่ แล้วทำไมตอนนี้...”
“ถ้าไม่เห็นกับตา ไม่เกิดขึ้นกับตัวเองก็คงไม่เชื่อ แต่นี่มันเกิดขึ้นในบ้านพุธไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเลยนะรุ้ง”
สองหนุ่มสาวนั่งคุยกันในร้านอาหารสีหน้าเคร่งเครียด ต่างจากอีกคู่ในร้านอาหารอีกร้านห้างเดียวกัน สบตาดูดดื่มราวกับจะกลืนกินกันและกัน!
มาลินกับอาคมนั่นเองที่นั่งจีบกันแบบไม่แคร์สายตาใคร
“ผมไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงสวยๆอย่างคุณมาลินจะสนใจเรื่องไสยศาสตร์กับเขาด้วย”
“ลินก็แค่สนใจค่ะ ไม่ได้เก่งกาจอะไร...คุณอาคมล่ะคะ”
“ผมก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันครับ ผมเป็นพ่อค้า...ขายทุกอย่างที่ขวางหน้า ได้เครื่องรางอะไรมาผมก็ขายหมด”
“อย่าเห็นลินเป็นสินค้าไปด้วยก็แล้วกัน...ลินไม่ยอมจริงๆ”
“ถ้าคุณมาลินเป็นสินค้า ก็ต้องเป็นสินค้าราคาพิเศษ”
“คุณอาคมไม่มีสิทธิ์ตั้งราคาให้ลิน...ลินต้องตั้งราคาให้ตัวเองค่ะ”
อาคมแกล้งทำหน้าผิดหวัง ก่อนถามเสียงอ้อน
“งั้นถ้าผมสนใจสินค้าชิ้นเนี้ย...อยากรู้จัง...แพงไหม”
“เอ...จะขายดีไหมน้า...ขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน”
สองหนุ่มสาวหัวร่อต่อกระซิกเนินนานแบบไม่สนใจใคร ไม่รู้เลยว่าวันพุธกับรุ้งแก้วผ่านมาเห็นโดยบังเอิญ อับอายและโกรธแทนเสริมมาก แต่ทำอะไรไม่ได้... นอกจากพากันไปทำบุญ
ooooooo
รุ้งแก้วพาวันพุธไปทำบุญเพื่อสงบสติอารมณ์และสะระตะเรื่องราวทุกอย่างให้ดีขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าทศกับธงชาติก่อเรื่องชั่วร้ายด้วยการขายต่อเหรียญจำนวนหนึ่งให้อาคม แต่ถูกจือกับเซี้ยกดราคาเหลือเหรียญละไม่กี่พัน
เลี้ยงรู้จากญาณพิเศษเรื่องเหรียญถูกขายทอด และดูถูกว่าเป็นของขลังกระจอก เลยของขึ้น ตั้งท่าจะไปอาละวาดให้หายแค้น โชคดีที่หลวงตาอ่ำถอดจิตมาห้ามไว้
“หลวงตาก็ทราบ...เหรียญทุกเหรียญคือดวงจิตของผม มันทำร้ายเหรียญ...ก็เท่ากับมันทำกับผม”
“หลวงตาขอบิณฑบาต...ไม่ใช่เพื่อใครหรอกนะ เพื่อตัวโยมเลี้ยงเอง อย่าลืมสิ...โยมเลี้ยงตั้งสัจจะกับหลวงตาแล้ว...อย่าผิดสัจจะ ทำใจให้สงบเถอะ...คนที่โยมเลี้ยงอยากพบกำลังจะมาหา”
คนที่เลี้ยงอยากพบคืออุไร แม่บ้านเก่าแก่บ้านเสริม ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ความลับเรื่องเขา วันนี้...เพราะเรื่องทุกข์ร้อนในบ้าน ทำให้เธอตัดสินใจมาขอของดีจากหลวงตาอ่ำไปปราบผี
“จิตที่กล้าแข็งและผ่านการฝึกอย่างดีจะเป็นปราการให้โยมอุไรชนะมาร...แต่ที่ผ่านมาโยมหมกมุ่นอยู่กับความเศร้าโศกจนไม่ได้ปฏิบัติ ทำไมไม่กลับไปปฏิบัติเหมือนเดิมล่ะ หลวงตาไม่มีของดีอะไรหรอกโยม... ไสยศาสตร์เป็นเรื่องดำมืด ไม่ใช่ทางออกของปัญญา หลวงตาจะไม่กลับไปหามันอีกแล้ว”
“เจ้าค่ะ...แต่ผีนั่นมันโกหกว่ามันเป็นวิญญาณของคุณท่านน่ะสิคะ”
“โยมเลี้ยงน่ะรึ ไม่จริงหรอก อย่าไปเชื่อ”
“อิฉันไม่เคยเชื่อ แต่ระยะหลังๆ อิฉันติดต่อกับคุณท่านไม่ได้เลย อิฉันก็เลยเป็นห่วงคุณท่าน”
หลวงตาอ่ำพาอุไรไปเจอเลี้ยงที่บ้านร้าง และทิ้งให้ทั้งสองคุยกันตามลำพัง
“ขอบใจอุไร...ที่ยังภักดีต่อฉัน เธอไม่เหมือนเจ้าเสริมที่มันทรยศฉัน”
“ตอนนี้คุณเสริมน่าสงสารมากเจ้าค่ะ”
“มันต้องทุกข์ทรมานมากกว่านี้ มันเลี้ยงลูกฉันไม่ดี เธอคงจำได้นะอุไรว่ามันรับปากฉันว่ายังไง”
“ดิฉันไม่เคยลืมเจ้าค่ะ...”
เลี้ยงหวนคิดถึงอดีตยี่สิบปีก่อน ตอนที่ภรรยาของเขา แม่แท้ๆของวันพุธกับพินทุอรยังมีชีวิต แต่เขาไม่ค่อยได้สนใจเธอกับลูก มัวบ้าคลั่งฝึกไสยเวทย์ มนตร์ดำเพื่อเอาชนะคู่ปรับอย่างจูหยวนเพื่อครองความเป็นหนึ่ง
ภรรยาของเลี้ยงพยายามห้ามไม่ให้เขาฝึกวิชามารเหล่านี้ด้วยความกลัวและเป็นห่วง แต่เขาไม่เคยฟัง
“เธอไม่เข้าใจหรอก คุณไสยจะทำให้ฉันมีทุกสิ่งทุกอย่าง มันเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่สักวันเธอจะต้องยอมรับมัน”
“ไม่ค่ะ...ตราบใดที่คุณพี่ยังหมกมุ่นอยู่แต่ในห้องนี้ เราหย่ากันดีกว่า ดิฉันเลี้ยงลูกได้”
“อย่าพูดยังงี้นะ เธออยากทำอะไรฉันไม่เคยห้าม เธอก็ไม่ควรห้ามฉัน...จำไว้ ออกไป! คืนนี้ฉันจะปล่อยของ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าออกนอกห้อง”
“บาปกรรม...ลมเพลมพัดไปถูกใคร คนนั้นก็ต้องรับเคราะห์ ทั้งๆที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับคุณพี่เลย”
“เธออยากให้ของมันเข้าตัวฉันหรือยังไง คนเรียนวิชาก็ต้องปล่อยของ แล้วฉันไม่ได้ปล่อยลมเพลมพัดอย่างที่เธอเข้าใจหรอก...ฉันปล่อยไปถึงคนที่มันท้าทายฉัน...ไป ออกไปได้แล้ว!”
แล้วบาปกรรมก็ตามสนองเขา เมื่อลมเพลมพัดที่เขาทำขึ้นเข้าร่างของภรรยาสุดที่รักจนตาย จูหยวนรู้เรื่อง ก็สะใจมาก และไม่รอช้าบุกมาถึงบ้านเพื่อเยาะเย้ย
“นี่แก...กล้าเข้ามาในบ้านฉันเหรอจูหยวน”
“แกส่งของไปถึงฉัน...มันไม่ได้ทำร้ายฉัน แต่มันทำให้เมียแกต้องตาย แกฆ่าเมียแกเอง...ไอ้เลี้ยง”
พูดจบก็หายร่างไป ทิ้งเลี้ยงให้ตะโกนไล่หลังด้วยความแค้นใจ
“ไอ้จูหยวน...ไอ้จูหยวน กูจะตามจองล้างจองผลาญมึง ต่อให้ต้องตายกูก็ไม่กลัว...ไอ้จูหยวน!”
ooooooo
การสูญเสียภรรยาสุดที่รักทำให้เลี้ยงคลั่ง ถึงกับปฏิญาณตัวเองจะปราบจูหยวนให้ได้ และเพื่อทุ่มเทให้กับการฝึกวิชา เขาจึงตัดสินใจยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้เสริม
“จงทำให้มันงอกเงยแล้วเก็บไว้ให้ลูกของฉัน...เลี้ยงเขาให้ดี ให้เขาเข้าใจว่าเป็นลูกแก...รับปากฉันได้ไหมเสริม”
“ครับ...คุณท่าน ผมจะเลี้ยงคุณหนูให้เหมือนเป็นลูกของผม”
“คุณท่านจะไปอยู่ที่ไหนคะ” อุไรถามพลางกลั้นสะอื้น
“ฉันปลูกบ้านไว้ที่หลังป่าช้าแห่งหนึ่งย่านชานเมือง ฉันจะเรียนวิชาไสยเวทย์ให้เก่งกล้าเพื่อแก้แค้นให้เมียฉัน ตราบใดที่ฉันยังเอาชนะไอ้จูหยวนไม่ได้...ฉันยอมตาย!”
“อิฉันขอไปเยี่ยมคุณท่านบ้างได้ไหมคะ”
“ได้สิ...ถ้าสัญญาว่าจะรักษาความลับเรื่องฉันเป็นพ่อของวันพุธและพินทุอรไว้ ขอให้ฉันเป็นคนบอกเขาเอง...ถ้าไม่รักษาสัญญาฉันจะฆ่าแกทั้งสองคน!”
อุไรกับเสริมไปส่งเลี้ยงที่บ้านหลังป่าช้าหรือบ้านร้างในปัจจุบัน ตันที่ตอนนั้นยังสติดี ผ่านมาเห็นก็อดเตือนตามคำหลวงตาอ่ำไม่ได้ว่าเจ้าที่ตรงนั้นแรง เลี้ยงได้ยินกิตติศัพท์ชื่อเสียงของหลวงตามานานเลยขอไปเจอ
“หลวงตาคงรู้แล้ว ท่านถอดจิตได้ หูทิพย์ ตาทิพย์”
“อย่างงั้นเชียวรึ...หลวงตาปรากฏตัวให้ผมได้ชมบารมีของหลวงตาหน่อยสิครับ ผมรู้นะว่าหลวงตาอยู่แถวนี้”
หลวงตาอ่ำปรากฏกายทิพย์ให้เห็นเพียงแวบเดียวก็หายไป ตันเลยอาสาพาไปที่กุฏิ
“ผมมากราบหลวงตาครับ”
“นึกยังไงถึงได้มาอยู่บ้านนั้นเล่าโยม”
“สงบดี ผมชอบ...ผมจะเอาไว้ทำอะไร หลวงตาคงรู้แล้ว”
“คุณไสย...เป็นวิชาแห่งความดำมืด ไม่ได้ช่วยให้มนุษย์ไปสู่ความหลุดพ้นได้นะโยม”
“แต่หลวงตาก็ยังร่ำเรียนมัน”
“หลวงตาก็ข้ามพ้นมันมาแล้ว ยังเหลือแต่โยม เชื่อหลวงตาเถอะ...ปฏิบัติสมาธิตามหลักศาสนาดีกว่า มันจะนำโยมไปสู่ความหลุดพ้น วิญญาณเมียของโยมคงดีใจ”
คำบอกเล่าถึงภรรยาสุดที่รักทำให้เลี้ยงตาโต แต่เมื่อถูกหลวงตาเทศน์หนักเข้า เลี้ยงก็ทนไม่ไหว ขอตัวดื้อๆ หลวงตาอ่ำมีจิตเมตตาอยากช่วยเตือนสติเลยใช้พลังพิเศษไปปรากฏตัวให้เลี้ยงเห็นอีกรอบ
“เป็นพระ...ทำไมไม่อยู่ส่วนพระ มายุ่งกับผมทำไม”
“อิทธิฤทธิ์มักนำความตื่นเต้นมาสู่คนเสมอ แต่ความตื่นเต้นสู้ความสงบมิได้หรอก อิทธิฤทธิ์จึงสู้บุญฤทธิ์มิได้....ถ้าโยมมีวิชา หลวงตาก็มี แต่หลวงตาไม่เคยคิดว่าหลวงตาเหนือกว่าคนอื่น เลิกเรียนคุณไสยเสียเถิด”
“ผมรู้ว่าหลวงตามีฤทธิ์เหนือคนอื่น แล้วก็เหนือผมด้วย...แต่ผมอยากรู้ว่าหลวงตาทำยังงี้กับผมทำไม”
“หลวงตาจะบอกว่าถ้าวันนี้โยมเก่ง วันหน้าอาจมีคนเก่งกว่าโยมก็ได้ ประลองวิชากันไม่สิ้นสุด...แต่ถ้าเราปฏิบัติสมาธิด้วยจิตอันสงบ ผ่องใส ละพยาบาทไม่อิจฉาอาฆาตกัน ช่วยกันให้ก้าวไปสู่ทางหลุดพ้น...จะไม่ดีกว่าหรือโยม”
เลี้ยงส่ายหน้า ประกาศกร้าว “ไม่...ตราบใดที่ผมยังเอาชนะมันไม่ได้ ผมจะไม่เลิก แม้ผมตายไปกี่ภพกี่ชาติ ผมก็จะผูกพยาบาทจองเวรกับมันไม่มีสิ้นสุด!”
เลี้ยงดึงตัวเองจากอดีต นึกเสียดายเวลาและโอกาส หากยอมเชื่อคำสอนหลวงตาอ่ำตั้งแต่วันนั้น วันนี้เขาคงมีชีวิตปกติสุขและได้อยู่กับลูกทั้งสอง
อุไรนั่งฟังพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนถามเรื่องประลองฝีมือกับจูหยวน เลี้ยงเล่าว่าฟาดฟันกับซินแสคู่ปรับด้วยไสยเวทขั้นสูง ก่อนเพลี่ยงพล้ำเกือบตาย จึงตัดสินใจปลุกเสกเหรียญเงินปากผี
หลังวันประลอง เลี้ยงเรียกเสริมกับอุไรมาเป็นพยานเพื่อขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้ายจากหลวงตาอ่ำ
“ตั้งแต่วันที่ไอ้จูหยวนมาทำลายพิธีวิหคภูต มันก็ส่งของมาระรานผมตลอด ผมเลยร่ำเรียนวิชาคุณไสยหนักขึ้น จนวันนี้ผมมั่นใจว่าผมเหนือกว่ามัน ผมจะต้องชนะมันให้ได้”
“ไม่คิดทางอื่นไว้บ้างหรือโยมเลี้ยง”
“คิดสิครับ...ถ้าผมแพ้ ผมก็ตายก่อนอายุขัย วิญญาณผมต้องเป็นสัมภเวสีเร่ร่อน ผมจึงขอให้หลวงตาสะกดวิญญาณผมไว้ ผมจะได้ไม่ต้องเร่ร่อนไปเหมือนวิญญาณทั่วไป”
“ไม่ได้หรอกโยม...มันเป็นบาป หลวงตาฝืนกฎของชีวิตใครไม่ได้ โยมเลี้ยงตายก็ต้องไปชดใช้กรรมตามที่ก่อไว้”
“ผมยังไม่อยากไปชดใช้กรรม รอให้ถึงอายุขัยก่อน... ผมถึงจะไป”
เสริมกับอุไรมองหน้ากันงงๆ ก่อนหันไปถามเลี้ยง
“คุณท่านจะให้หลวงตาทำอะไรหรือครับ”
“ใช้เหรียญทองนี่ใส่ปากให้เป็นเงินปากผี ส่วนเหรียญเงินนี่ใช้โรยรอบศพ...ตั้งศพไว้ในบ้าน ไม่ต้องทำพิธีอะไร นอกจากสะกดวิญญาณผมไว้...หากใครเอาเหรียญออกจากโลงศพแม้เพียงเหรียญเดียว มนต์ที่หลวงตาสะกดวิญญาณผมไว้จะคลายออกทันที ผมจะกลับมามีอิทธิฤทธิ์ที่ร้ายแรงกว่าตอนที่มีชีวิตอยู่”
อุไรกลัวจนร้องไห้ “คุณท่านต้องไม่เป็นยังงั้น คุณท่านต้องไม่เป็นอะไรค่ะ”
“อย่าคิดมาก...เธอกับเสริมต้องเลี้ยงลูกฉันให้ดีสมกับที่รับปากฉันไว้ ไม่เช่นนั้น...ฉันจะไม่ให้อภัยเธอสองคน!”
เลี้ยงกับอุไรดึงตัวเองจากอดีตอีกรอบ แม่บ้านเก่าแก่สงสารและเห็นใจอดีตเจ้านายมาก แต่ต้องขอตัวกลับเมื่อถึงเวลา โดยรับปากจะช่วยดูแลปกป้องวันพุธกับพินทุอรอย่างดี
หลวงตาอ่ำรออยู่แล้ว เมื่ออุไรมากราบลาจึงมอบน้ำมนต์เก้าวัดให้เป็นของป้องกันตัว แม่บ้านเก่าแก่บ้านเสริมดีใจมาก แต่แอบเสียดายเมื่อหลวงตาบอกว่ามีผ้ายันต์อีกผืนแต่หายไปไหนไม่รู้...
ooooooo










