ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รากบุญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เวลาเดียวกัน ร่างลาภิณที่โรงพยาบาลถูกนำเข้าห้องไอซียูด่วนเพราะหัวใจหยุดเต้น หมอและ พยาบาลช่วยกันปั๊มหัวใจยื้อชีวิตเขาไว้เต็มที่

วิญญาณลาภิณที่ห้องคอนโดฯของปริมปรากฏแสงวาบแล้ววิญญาณก็ถูกดูดหายไปทันที ไปปรากฏที่ห้องไอซียูยืนดูร่างตัวเองที่หมอกับพยาบาลกำลังปั๊มหัวใจกันอย่างตึงเครียด วิญญาณลาภิณมองงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

เจติยามาถึงหน้าห้องไอซียู เห็นชูจิตยืนร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอพูดให้กำลังใจ ชะเง้อมองเข้าไปในห้องไอซียู เห็นวิญญาณของลาภิณค่อยๆเดินเข้าใกล้ร่างตัวเอง เจติยารู้ถึงสถานการณ์ตึงเครียดนั้น เธอรีบประคองชูจิตไปนั่ง บอกให้ตั้งสมาธิอธิษฐานขอผลบุญที่เคยทำมาช่วยให้ลาภิณปลอดภัย แล้วเธอก็หยิบมือถือขึ้นโทร.อย่างร้อนใจ
“ฐา...ตอนนี้แกอยู่ไหน...” เธอนิ่งฟัง บอกเพื่อนว่าอย่าเพิ่งถามอะไรทั้งนั้น เร่งว่า “แกรีบไปบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลย แล้วบอกแม่หรือนทีก็ได้ ให้ไปหยิบกล่องตรงโต๊ะเขียนหนังสือให้แก แล้วแกรีบเอากล่องมาให้ฉันที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเลยนะ...แกไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น เร็วที่สุด เข้าใจไหมฐา!”

ตัดสายจากนิษฐาแล้ว เจติยาหันมองเข้าไปในห้องไอซียูอย่างร้อนใจ

ooooooo

ไม่นานนัก นิษฐาก็มาถึง เจติยาวิ่งลงไปเคาะกระจกถามว่าได้ไหม พอได้กล่องจากนิษฐาก็ถือวิ่งกลับเข้าโรงพยาบาลทันที

เจติยาอุ้มกล่องรากบุญไปที่มุมหนึ่ง เหลียวซ้ายแลขวาก่อนมองกล่อง เห็นมีเหรียญ “ดาวทุกข์” ติดอยู่ครบสามดวงพร้อมจะขอพรได้แล้ว เธอประคองกล่อง ตั้งสติรวบรวมสมาธิอธิษฐานขอพรทันที

“กล่องรากบุญ...ฉันขอให้แก...ช่วยคุณลาภิณให้รอดพ้นจากความตาย ขอให้หายเป็นปกติเดี๋ยวนี้”

สิ้นเสียงขอพร กล่องรากบุญก็เปิดออกมีแสงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ! วิญญาณลาภิณถูกดูดกลับเข้าร่างทันที เส้นสัญญาณชีพกระตุกขึ้นมาแล้วเริ่มส่งสัญญาณเป็นปกติ...
ลาภิณค่อยๆลืมตาขึ้นงงๆ

วันต่อมา หมอยอมรับอย่างอัศจรรย์ใจว่า

“ตั้งแต่ผมเป็นหมอมา ไม่เคยเห็นคนไข้เฉียดตายที่ไหนฟื้นตัวเร็วเท่านี้มาก่อนครับ”

ร่างกายลาภิณกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วจนหมออนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้ ชูจิตบอกเขาว่า เมื่อครู่นี้ปริมโทร.มา บอกว่าจะมาเยี่ยม แล้วบ่นๆว่า

“หายหัวไปเลย ไม่เคยมาดูดำดูดี พอรู้ว่าต้นอาการดีขึ้นหน่อยล่ะรีบมาทันทีเลย”

ลาภิณบอกแม่ว่าออกจากโรงพยาบาลตนจะไปบริษัททันทีเพราะมีงานที่ต้องสะสางด้วยตัวเอง ไม่อยากให้ช้าแม้แต่วินาทีเดียว นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนถามว่า “คุณแม่รู้เรื่องปริมกับน้าพิสัยมานานรึยังครับ”

ชูจิตตกใจที่เขารู้เรื่องนี้ และพอลงมาข้างล่างก็เจอปริมมาถึงพอดี เธอขับรถปราดเข้ามาจอดรีบลงไปฉอเลาะอย่างห่วงใยลาภิณ ทั้งแก้ตัวว่าที่ไม่ได้มาเพราะทำใจไม่ได้ที่จะเห็นเขาอยู่ในสภาพนั้น

ลาภิณมองเธออย่างเย็นชา ชวนชูจิตรีบไปกันเพราะตนมีเรื่องต้องชำระอีกมาก ปริมจะตามไปด้วย ลาภิณบอกว่านี่เป็นธุระส่วนตัว เธอตัดพ้อว่าเขาไม่เคยเย็นชากับตนแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นหรือ เราเป็นแฟนกันนะ

ชูจิตชิงตอบแทนว่า “คนเราลองตื่นจากความตายมาได้ ก็ต้องหลุดพ้นจากความโง่งมงายได้เหมือนกัน” ส่วนลาภิณบอกเธอว่า

“ลาภิณที่เป็นแฟนเธอได้ตายไปแล้ว ผมไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ สิ่งที่ผมเห็นผมได้ยินมันมากเกินจะต้องฟังคำอธิบายอะไรอีกแล้ว เราจบกันแค่นี้นะปริม” พูดแล้วขึ้นรถไปเลย

ปริมน้ำตาร่วงผล็อย พร่ำพูดแต่ว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ๆ ทั้งๆที่ตัวเองกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแท้ๆ

ooooooo

ลาภิณไปปิดป้ายประกาศปลดพิสัยจากทุกตำแหน่งในบริษัทที่บอร์ดในนิราลัย พิสัยมาเห็นถึงกับช็อก

“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามผมได้เลย” เสียงลาภิณพูดอยู่ข้างหลัง พิสัยหันมองช็อกเป็นครั้งที่สองเมื่อเห็นลาภิณในสภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติยืนมองเขาด้วยสายตาเย็นชาอย่างพร้อมที่จะเผชิญหน้ากันทุกเรื่อง!

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกันในห้องทำงาน พิสัยพูดขู่ๆว่าตนมีโปรเจกต์ที่ต้องรับผิดชอบอยู่และไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีเท่าตนด้วย แต่ลาภิณพูดอย่างไม่แยแสว่า ตนยอมตัดนิ้วร้ายทิ้งเสียดีกว่านิราลัยต้องเสียหายมากกว่านี้

พิสัยขู่ให้ทบทวนว่าถ้าให้ตนออกตอนนี้นิราลัยต้องเสียผลประโยชน์เท่าไร อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานเลย

เมื่อลาภิณยืนยันคำสั่งเดิมทั้งขู่กลับไปว่า ถ้ารื้อฟื้นเรื่องคดีความเก่ากันขึ้นมา เขาจะเป็นคนที่ต้องเดือดร้อนที่สุด พิสัยชี้หน้าลาภิณพูดอย่างแค้นใจ “แกจะมาทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้ ฉันอยู่นิราลัยมาก่อนแก รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับที่นี่...”

ลาภิณไม่สะดุ้งสะเทือน กดสายภายในสั่งเลขาหน้าห้อง “เรียกฝ่ายรักษาความปลอดภัยเข้ามาห้องผมเดี๋ยวนี้เลย!”

พิสัยหันหลังเดินออกไป ปิดประตูกระแทกใส่ลาภิณปังใหญ่ ลาภิณยิ้มสะใจกับการเปิดศึกซึ่งหน้าครั้งนี้

พิสัยไม่ยอมแพ้ ออกไปหาปราณที่ยืนรออยู่ ด่าทอต่อว่าที่ช่วยให้ตนอยู่นิราลัยต่อไปไม่ได้ ปราณย้ำว่าเขาต้องรีบเป็นเจ้าของกล่องรากบุญก่อน ถ้าสำเร็จอย่าว่าแต่กลับเข้าทำงานที่นิราลัยเลย ต่อให้อีกสิบนิราลัยเขาก็ขอได้ ยกตัวอย่างลาภิณว่าขนาดกำลังจะตายกล่องรากบุญยังช่วยได้เลย

“ก็เงื่อนไขของแกมันวุ่นวายเสียเหลือเกิน นังเด็กนั่นก็ฉลาดเป็นกรด คงไม่หลงกลฉันง่ายๆแล้ว”

“จะวุ่นวายยังไง แกก็ต้องทำให้ได้ ถ้าแกอยากเป็นเจ้าของกล่องรากบุญ”

“ก็ได้...แต่ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่จะต้องสะสางก่อน คนอย่างฉันไม่มีวันยอมให้ไอ้ต้นมาไล่เหมือนหมูเหมือนหมาได้ตามใจชอบหรอก” พิสัยแววตาอาฆาตอำมหิต

ปราณมองพิสัยอย่างพอใจที่จะได้คนอย่างนี้เป็นเจ้าของกล่องรากบุญคนต่อไป

ooooooo

หลังจากเจติยาแสดงท่าทีชัดเจนว่าตนกับหมวดนวัชเป็นได้แค่พี่น้องกัน ทำให้หมวดเสียใจมากหงอยเหงาเศร้าซึม นิษฐาสงสาร บอกเจติยาให้ไปคุยกับหมวดบ้าง เจติยาไม่อยากไปรื้อฟื้นความรู้สึกเดิมๆของนวัชอีก และรู้แก่ใจดีว่านิษฐาแอบชอบเขาอยู่ เลยยุให้ไปปลอบแทน หยอกเพื่อนว่า มัวแต่แอบรักแอบห่วงเขาลับหลังอย่างนี้ใครเขาจะเห็น ยุให้กล้าๆหน่อย

หมวดนวัชยังทำใจไม่ได้ ทำงานไม่มีสมาธิ จนเมื่อไปจับบ่อนก็ถูกนักพนันที่หนีตำรวจตีหัวแตกเลือดอาบ

นิษฐาได้ข่าวรีบไปหาที่คลินิก ดูแลหมวดอย่างใส่ใจใกล้ชิด แต่หมวดก็ไม่ยินดียินร้าย จนนิษฐาน้อยใจพึมพำว่าถ้าเป็นเจมาหมวดคงอารมณ์ดีขึ้นเยอะ

นวัชถูกพูดแทงใจดำเลยยิ่งหงุดหงิดถามว่าจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อเจติยาพูดออกมาชัดเจนขนาดนั้นแล้ว พูดอย่างน้อยใจว่า “พี่จะเป็นจะตายยังไง เจเขาก็ไม่มาสนใจไยดีพี่หรอก”

“แต่ฐาสน...” นิษฐาสวนไปทันที เอาแก้วน้ำส้มใส่มือให้เขาดื่มแล้วเดินก้มหน้างุดออกไป ทั้งอายทั้งน้อยใจจนน้ำตาร่วง ส่วนนวัชมองอึ้ง รู้สึกตัวว่าพาลกับเธอเกินไป ถอนใจออกมาอย่างรู้สึกผิด...

ooooooo

ด้วยความรู้สึกดีๆทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ลาภิณไปหาเจติยาที่ห้องแต่งศพเพื่อขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิตตนไว้ และในเวลาที่ชีวิตเขาอยู่ในวิกฤติ เขายังสื่อสารกับเธอได้ ทั้งยังได้รับรู้เรื่องปริมกับพิสัยที่ในยามปกติไม่เคยเฉลียวใจเลย

แต่เมื่อเขากลับ ลืมมือถือไว้ที่นั่น เจติยาจึงเอาตามไปคืน

เป็นจังหวะที่เชิด ปลอมตัวเป็นพนักงานทำความสะอาดเข้ามาหมายลอบฆ่าลาภิณตามคำสั่งของพิสัย เชิดเล็งปืนไปที่หัวลาภิณหมายนัดเดียวให้ตายคาที่ เจติยาเห็นพอดีเธอตกใจสุดขีดร้องเรียก “คุณลาภิณคะ...”

ลาภิณหันมาเห็นเชิดเล็งปืนใส่ก็กระโจนเข้าแย่งปืน เจติยานึกได้วิ่งไปกดปุ่มเตือนภัยไฟไหม้ สัญญาณเตือนภัยดังไปทั่วบริษัท พนักงานแตกตื่นออกมา ทำให้เชิดตกใจวิ่งหนีไป ลาภิณจะตาม เจติยาร้องห้าม...

“อย่าตามค่ะ เรามีกล้องวงจรปิด ให้ตำรวจเป็นคนจัดการต่อเถอะค่ะ”

หลังจากนั้นทั้งสองไปให้การตำรวจที่โรงพัก นวัชเอาภาพสเก็ตช์คนร้ายให้ดู เจติยาดูแล้วบอกว่าเหมือนคนนี้แหละหมวดนวัชบอกว่าเรามีหลักฐานหลายอย่างเชื่อว่าต้องจับตัวคนร้ายได้เร็วๆนี้ ลาภิณจึงเอ่ยฝากหมวดไว้ด้วย

“ถ้าเป็นคนเดียวกับที่ยิงคุณคราวที่แล้วก็ดีสิคะ งานนี้จะได้สาวให้ถึงต้นตอไปเลย” เจติยาหันไปพูดกับลาภิณ เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นฝีมือใคร

ออกจากโรงพัก ลาภิณบ่นหิวชวนเธอไปหาอะไรทานกันก่อน เจติยาอ้างว่ามีงาน บอกให้เขาโทร.ตามแฟนมาดีกว่า ลาภิณจึงบอกเธอว่า “ผมกับปริมเลิกกันแล้ว” เจติยาอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

นวัชแอบดูอยู่จากมุมหนึ่งของโรงพัก เห็นเจติยากับลาภิณเดินออกไปกันอย่างสนิทสนมก็ได้แต่มองอย่างเจ็บปวด

ooooooo

วันต่อมา ตำรวจที่ติดตามคดีนี้มารายงานนวัชว่ารู้ตัวคนร้ายที่ดักยิงลาภิณแล้ว นวัชลุกพรวดถามว่ามันคือใคร

ตำรวจรายงานว่า มันชื่อเชิด แต่รายงานไม่ทันจบนวัชก็เซจะล้ม มึนหัวจนพูดไม่ออก เพื่อนตำรวจจึงพาไปส่งที่บ้าน เจติยาอยู่บ้านพอดีจึงไปช่วยพาเข้าบ้านของเขา เพื่อนตำรวจคนนั้นบอกเธอว่า

“หมวดแกเป็นอะไรไม่รู้นะครับ ทำงานไม่พักไม่ผ่อน ไม่ใช่เวรก็จะอยู่เป็นเพื่อน บอกกลับบ้านแล้วเหงา ร่างกายคนไม่ใช่เครื่องจักร ถึงได้วูบไป”

“ค่ะ...” เจติยาฝืนยิ้มอย่างรู้แก่ใจว่า นวัชเป็นอย่างนี้เพราะอะไร...

เป็นโอกาสที่จะให้นิษฐาทำคะแนนอีก ซึ่งเธอก็ดูแลปรนนิบัติหมวดอย่างดีเยี่ยม ทั้งยังชวนพูดคุยให้คลายเครียด จนหมวดนวัชรู้สึกผ่อนคลาย

เจติยามาแอบดูอยู่ เห็นนิษฐาคุยจนนวัชยิ้มออกและทานข้าวด้วยกัน เธอยิ้มก่อนถอยกลับไป...

ปรากฏว่าลาภิณมาอยู่แถวหน้าบ้านนวัช เห็นเธอจึงกดแตรเรียก เธอตกใจถามว่ามาทำไม เขาบอกว่าอยากเห็นกล่องรากบุญ ขอดูกล่องที่ช่วยชีวิตตนหน่อยได้ไหม

หารู้ไม่ว่าปริมทำใจไม่ได้ เธอสะกดรอยตามลาภิณมา เมื่อเห็นเจติยาพาลาภิณไปที่บ้านเอากล่องรากบุญให้ดู ปริมลุยเข้าไปอาละวาด หาว่าเจติยาเป็นมือที่สามแย่งลาภิณไปจากตน พุ่งเข้าหาจะฆ่าเจติยาให้ได้ เมื่อลาภิณห้ามไม่ได้ผล เขาจึงจับเธอลากออกไปจากบ้านเจติยา

ปริมประกาศว่าตนจะทำอย่างนี้อีก ถ้าเขาไม่เลิกยุ่งกับเจติยา ลาภิณย้ำว่าเราไม่ใช่แฟนกันแล้ว เราจบกันไปแล้ว ปริมจึงใช้ไม้อ่อน อ้อนถามว่าตนผิดอะไรจึงต้องเลิก ใครเป่าหูอะไรเขาอีกหรือ

“ไม่มีใครเป่าหูผมทั้งนั้นล่ะ ผมเห็นมากับตาตัวเอง แล้วผมก็ไม่อยากพูดถึงมันอีก ผมไม่เหลือความรู้สึกดีๆกับคุณแล้ว รู้ตัวบ้างไหม!”

ลาภิณขึ้นรถขับออกไป ปริมมองขวับไปที่หน้าต่างบ้าน เจติยาหลบไม่ทัน ถูกปริมจ้องจิกด้วยสายตาอาฆาตแค้น

ooooooo

เมื่อทีวีออกข่าวและภาพสเก็ตช์มือปืนที่ยิงลาภิณ พิสัยตกใจมากเรียกปองกับย้งมาพบที่ร้านกาแฟเย็นนั้นเลย ให้เงินทั้งสองไปหลอกเชิดมาเก็บเสียแล้วแบ่งเงินกัน เพราะขืนปล่อยไว้เราทั้งสามคนไม่รอดแน่ ระหว่างนั้นพิสัยก็จับสังเกตทั้งสองอย่างไม่ไว้ใจ

แต่เมื่อไปพบเชิดตามนัด ปองทำใจไม่ได้ที่จะเก็บเชิดเพราะเป็นเพื่อนกัน ทั้งสามปรึกษากันว่าแล้วจะกลับไปบอกพิสัยอย่างไรดี

ไม่ทันคุยกัน ทั้งสามก็ถูกพิสัยที่ตามเก็บทีละคน ปองถูกยิงนัดเดียวตายคาที่ เชิดถูกยิงหัวไหล่แล้วยิงซ้ำที่อกจนตกน้ำหายไป เหลือย้งยกมือไหว้ร้องขอชีวิต แต่ก็ถูกพิสัยยิงอย่างเลือดเย็นตายไปอีกคน

ศพของปองกับย้งถูกส่งมาที่นิราลัย ขณะเจติยาจะแต่งศพนั่นเอง ศพย้งก็คว้ามือเธอ มองหน้าร้องขอ...

“บอกความจริง”

เมื่อลาภิณรู้ เขาบอกว่างานนี้ฝีมือพิสัยแน่นอน เจติยาหนักใจที่ศพบอกได้แค่ว่าใครฆ่าเขาเท่านั้น สื่อสารมากกว่านั้นไม่ได้ ลาภิณวิเคราะห์ว่า

“ถ้าให้ฉันเดา ปองกับย้งทำงานกับน้าพิสัยมานาน น่าจะรู้ความลับอะไรหลายอย่าง น้าพิสัยก็เลยจำเป็นต้องฆ่าปิดปากเพราะกลัวโดนหักหลัง”

เที่ยงพอดี ลาภิณชวนเจติยาไปทานข้าวกันเธอขอไม่ไปเพราะไม่อยากเป็นขี้ปากใคร พูดทีเล่นทีจริงว่า ไม่อยากถูกปริมยิงทิ้งด้วย ลาภิณพูดขำๆว่า “อย่างปริมจะทำอันตรายใครได้”

“คุณรู้จักผู้หญิงน้อยไป” เจติยาจ้องหน้าเขาก่อนเดินหนีไป ลาภิณมองตามแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ

ooooooo

หมวดนวัชกับตำรวจพากันไปที่โรงพยาบาลชานเมืองแห่งหนึ่ง มาดูตัวคนป่วยที่หมอทางนี้เพิ่งผ่าเอากระสุนออก

หมอบอกว่าคนป่วยยังพักอยู่ในห้อง ตอนนี้คงกำลังหลับอยู่ หมวดนวัชถามว่าโดนยิงมาด้วยหรือ

“ครับ...มีชาวบ้านไปพบตัวเมื่อตอนเช้า เขาพามาส่งที่นี่ ผมเลยผ่าตัดให้ แต่จำได้ว่าหน้าตาเหมือนในประกาศจับ ผมก็เลยแจ้งตำรวจไปน่ะครับ”

แต่พอหมอพาหมวดเข้าไปดู ปรากฏว่าคนเจ็บหายไปแล้ว หมอบ่นงงๆว่าหายไปไหน  เมื่อกี้ยังสลบอยู่เลย หมวดนวัชไปคลำที่เตียง พบว่ายังอุ่นๆอยู่ คาดว่าคงหนีไปได้ไม่นาน สั่งตำรวจที่มาด้วย “รีบไปตามหาเร็ว”

ooooooo

วันนี้เจติยาทะเลาะกับนทีเพราะดูผลสอบแล้วตกเกือบหมดทุกวิชา เจติยาดุด่าน้องว่าเกเรไม่สนใจเรียน ต่อไปจะไม่ส่งเรียนแล้ว

นทีโมโหบอกให้เลิกยุ่งกับตนเสียที ตนรำคาญแม่ก็รำคาญแต่ไม่อยากพูดให้เสียใจเท่านั้น

“ถ้าแกคิดว่าตัวเองแน่นักก็อย่าดีแต่ปาก เก่งจริงก็ออกไปอยู่ที่อื่นสิ ลองไม่มีแม่ไม่มีพี่ น้ำหน้าอย่างแก จะมีปัญญาเอาชีวิตรอดได้สักกี่วัน”

นทีฮึดขึ้นมาหนีออกจากบ้าน มยุรีเสียใจมากบอกเจติยาว่าน้องเองก็เสียใจที่ทำข้อสอบไม่ได้ ด่าตัวเองว่าโง่ น้องพยายามแล้วแต่ทำได้แค่นี้ ทำให้เจติยารู้สึกผิด รีบตามนทีออกไป

เจอปริมที่กลางซอย เธอจอดรถเรียกให้เจติยาขึ้นรถ เห็นเจติยาลังเล ปริมเอาปืนออกมาขู่จึงต้องยอมขึ้นรถไป

แต่พอไปถึงที่มืดเปลี่ยว ปริมบังคับให้เธอลงจากรถ ระหว่างนั้น ปริมพล่ามด่าเธอว่าแย่งลาภิณไปจากตน เจติยาบอกว่าตนไม่ได้คิดอะไรกับลาภิณ ปริมสวนไปว่าถ้าไม่มีอะไรก็ไปจากเขาและออกไปจากบริษัทเสีย แล้วตนจะไว้ชีวิต

เจติยานิ่งไป ปริมตวาด “เงียบทำไม ทำไม่ได้ใช่ไหม งั้นแกก็ตายเสียเถอะ”

“คุณต้น...” เจติยาแกล้งร้อง พอปริมหันมองเธอวิ่งหนีทันที ถูกปริมขับรถจะพุ่งชน แต่วินาทีที่จะถึงตัวนั่นเอง เกิดแสงสว่างวูบเข้ามาป้องกันเจติยาไว้ เจติยาสลบทันที ส่วนรถของปริมที่พุ่งมาอย่างแรงก็หยุดกึกขยับไม่ได้เลย

ขณะนั้นเอง มีหนุ่มสาว 3-4 คนขับรถผ่านมาจอดลงดู ปริมตกใจนึกว่าตัวเองขับรถชนเจติยาตาย ร้องไห้เหมือนคนสติแตกอยู่ในรถ

“ใครมาช่วยมัน” ปราณที่ยืนจ้องเจติยาอยู่คำรามหน้าถมึงทึง

เจติยาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล มยุรีไปถึงถามหมอว่าลูกตนเป็นอย่างไรบ้าง หมอบอกว่า ไม่เป็นอะไรเลย นวัชงงมากเพราะพยานยืนยันว่าเห็นปริมขับรถพุ่งเข้าชนจนสลบ

ลาภิณจึงให้หมอเช็กให้ละเอียดอีกที ตนจะเป็นเจ้าของไข้เอง...

ขณะเจติยาสลบไม่ได้สตินั้น ในอีกมิติหนึ่ง เธอพบตัวเองเดินอยู่ในที่เวิ้งว้าง ถามตัวเองว่า “นี่ฉันตายไปแล้วเหรอ”

มีเสียงลึกลับตอบมาว่า เธอแค่หลับไปเท่านั้น เดี๋ยวก็ตื่น ตนเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้เอง เจติยาถามว่าเขาเป็นใคร เป็นวิญญาณที่อยู่กับกล่องรากบุญใช่ไหม

“วิญญาณที่อยู่กับกล่องตอนนี้ คือเจ้าปองเจ้าย้ง ไม่มีอำนาจพอที่จะทำอะไรแบบนั้นได้หรอก” เจติยาถามว่า แล้วทำไมเขาถึงรู้เรื่องกล่องรากบุญ “ฉันรู้ เพราะฉันคือผู้ที่สร้างมันขึ้นมาน่ะสิ”

ที่แท้ นั่นคือเสียงมัจจุราชนั่นเอง!!

เจติยาให้การกับตำรวจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ มยุรีถามว่าทำไมให้การไปอย่างนั้น เธอให้เหตุผลกับแม่ว่า เพราะตนไม่ได้เป็นอะไรและน่าเห็นใจปริม เพราะเธอทำไปด้วยความหึงหวงลาภิณ

เสียงลึกลับในความฝัน ยังเป็นสิ่งที่เจติยาติดใจสงสัยว่าเป็นใคร ภาวนา “ขอฝันถึงคนเมื่อคืนต่ออีกทีเถอะ”

ooooooo

นทีหนีออกจากบ้านก็ไปค้างกับเพื่อน พิสัยเจอจึงชวนทำงานกับตน อ่อยว่า ทำงานไปเรียนไปจะได้ไม่ต้องแบมือขอเงินพี่กับแม่ใช้อีก นทีไหว้ขอบคุณที่เขาให้โอกาสตน

พิสัยใช้นทีทำงานเพราะเชื่อว่าแม้เจติยาจะขัดแย้งกับนที แต่ถ้าน้องมีอันตรายถึงชีวิต เชื่อว่าเจติยาต้องช่วยแน่ แม้แต่สละความเป็นเจ้าของกล่องรากบุญ เขายังได้รับข่าวจากปราณว่า เชิดกำลังย้อนกลับมาเล่นงานเขาแล้ว

“นี่ไอ้เชิดยังไม่ตายเหรอ!?” พิสัยตกใจมาก

เพียงวันต่อมา เชิดก็ไปที่บริษัทนิราลัย แต่เข้าไม่ได้เพราะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พอจะกลับก็เห็นรถของชูจิตเข้ามา เชิดรีบไปขวางรถบอกว่าตนมีเรื่องสำคัญจะบอกว่า ตนคือคนที่ยิงลาภิณ พอเชิดถอดแว่นดำออกชูจิตก็อุทาน

“นายเชิด!”

หลังจากนั้น ชูจิตให้คนขับรถเอายาและเงินไปให้เชิดที่ห้องพักในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง จากนั้นคนขับรถโทรศัพท์ให้คุยด้วย ชูจิตถามเชิดว่า จะช่วยตนเอาผิดกับพิสัยได้อย่างไร

เชิดบอกว่าตนรวบรวมหลักฐานเล่นงานพิสัยไว้แล้ว เล่าว่าหลังจากตนฆ่าทนายปุ่นแล้วไปค้นรถพบหลักฐานทั้งหมดจึงเก็บเอาไว้ ชูจิตถามว่าตอนนี้หลักฐานอยู่ที่ไหน

“ถ้าคุณนายอยากได้ก็ต้องให้เงินผมมาก่อน แล้วถ้าผมหนีพ้นเมื่อไร ผมจะบอกที่ซ่อนให้”

“แกต้องการเงินเท่าไหร่แลกกับหลักฐานทั้งหมด” ชูจิตถามแล้วรอคำตอบหน้านิ่งขรึม

เมื่อพิสัยรู้ว่าเชิดไม่ตายและกลับมาเล่นงานตน เขาบอกปราณว่า ชูจิตต้องรู้ความจริงว่าตนเป็นคนบงการฆ่าลาภิณแน่

“จะรู้หรือไม่รู้ ค่อยว่ากันทีหลัง แต่ตอนนี้แกต้องปิดปากมันก่อน” ปราณจ้องพิสัยส่งพลังชั่วร้ายให้ อึดใจเดียว สีหน้าแววตาพิสัยก็อำมหิตขึ้นมา หยิบแว่นดำสวมลงจากรถไปอย่างนักฆ่า!

ooooooo

นทีกลับบ้าน ยังความดีใจแก่แม่และเจติยามาก แต่ก็ดูแปลกที่นทีมีเงินใช้สบายมือ ทั้งยังมีสมาร์ทโฟนใช้ด้วย พอรู้ว่าได้จากพิสัย เจติยาเตือนน้องด้วยความเป็นห่วงว่า ให้อยู่ห่างๆ คนนี้ไว้ เพราะเขาไม่ใช่คนดี ทำอย่างนี้เขาต้องหวังผลอะไรแน่

“ผมได้งานทำแล้ว คุณพิสัยคือเจ้านายของผม เขาให้ผมทำงานหลังเลิกเรียน” พูดแล้วบอกมยุรีว่า “ผมจะอยู่บ้านนี้จนจบ ม.6 แล้วผมจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกนะครับแม่”

เจติยาพยายามเตือนสตินที มยุรีห้ามไว้บอกว่า น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง ปล่อยน้องไปก่อน เดี๋ยวจะหนีเตลิดไปอีก

มยุรีทรุดนั่งอย่างเหนื่อยใจ แต่เจติยาครุ่นคิดสงสัยว่าพิสัยจะมาไม้ไหนกับตนอีก?

ooooooo

ส่วนเชิดที่ไปพักอพาร์ตเมนต์ จู่ๆก็มีเด็กหนุ่มเอาอาหารมาส่ง เขาไม่เปิดประตูรับ เด็กหนุ่มจึงเอาแขวนไว้ที่ลูกบิด เห็นว่าปลอดภัยแล้ว เชิดจึงเปิดประตูหยิบอาหารเข้าห้องล็อกประตูไว้ตามเดิม ส่วนเด็กหนุ่มไปรับค่าจ้างจากพิสัยที่อยู่แถวนั้น

คืนนี้เอง ลาภิณก็ได้รับแจ้งจากหมวดนวัชว่าเชิดตายแล้ว มีพยานเห็นเชิดวิ่งออกจากห้องอย่างทุรนทุราย พักเดียวก็ขาดใจตาย เป็นไปได้ว่าอาจถูกวางยา แต่หมวดก็ย้ำว่านี่เป็นข้อสันนิษฐานของตน ยังต้องรอผลการชันสูตรก่อน ถามชูจิตว่า

“ขอโทษนะครับคุณชูจิต อพาร์ตเมนต์นี้เป็นของคุณใช่ไหมครับ” ชูจิตตอบไม่เต็มเสียงว่าไม่ใช่ของตนคนเดียว หมวดถามอีกว่า “แล้วพอจะทราบไหมครับ ทำไมนายเชิดถึงมาพักอยู่ห้องนี้ได้ ปกติห้องนี้เป็นของคุณ สำรองไว้ให้พนักงานไม่ใช่เหรอครับ”

ลาภิณมองหน้าแม่เขม็ง ชูจิตหน้าเจื่อนไม่กล้าสบตา รู้ว่าเขาต้องโกรธตนแน่ๆ

เมื่อไปคุยกันที่ห้องนั่งเล่น ลาภิณตัดพ้อต่อว่าแม่ที่เอาแต่ปกป้องน้องชายไม่ห่วงตน ถ้าแม่บอกความจริงตนตั้งแต่แรก ตนก็ต้องระวังตัวมากกว่านี้ คงไม่ต้องถูกยิงจนเกือบตาย ถามอย่างรับไม่ได้ว่า

“เรื่องวันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าไอ้เชิดไม่ตาย แม่ก็คงเอาหลักฐานทั้งหมดมาทำลายทิ้งแล้วปล่อยให้เรื่องเงียบไปอีกใช่ไหมครับ” ทั้งตั้งข้อสังเกตว่า “เมื่อเชิดตายไปแล้ว น้าพิสัยก็คงลอยนวลอีกตามเคย บางที...แม่อาจจะอยู่เบื้องหลังการตายของไอ้เชิดก็ได้”

ชูจิตเสียใจที่ลาภิณเข้าใจผิดตนเช่นนั้น และยิ่งเสียใจเมื่อลาภิณพูดประชดก่อนออกไปว่า

“ผมล่ะอยากเกิดเป็นน้องชายคุณแม่เสียจริงๆ”

สายวันรุ่งขึ้น พิสัยบุกเข้าไปในห้องทำงานของชูจิต บอกว่าได้ข่าวมีคนตายที่อพาร์ตเมนต์ เขาชะโงกเข้าไปจ้องหน้าพูด “ยังไงเราก็พี่น้องกัน มีอะไรก็น่าจะคุยกันดีๆได้นี่ครับ”

เจติยาเอาน้ำอุ่นมาให้ชูจิตกินยาพอดี ชูจิตมองเธอด้วยแววตาหวาดกลัว เจติยาอ่านสถานการณ์ออก แกล้งถามว่า

“คุณท่านจะเข้าประชุมด้วยไหมคะ ทุกคนรอท่านอยู่ค่ะ”

ชูจิตรีบลุกคว้ากระเป๋าจะออกไป พิสัยจ้องเจติยาอย่างรู้ทัน ขู่ชูจิตว่า “ถ้าวันนี้พี่จิตไม่ว่าง วันหลังเราค่อยคุยกันใหม่” พูดแล้วเป็นฝ่ายออกจากห้องไป ชูจิตนั่งลงอย่างหมดแรง เจติยาเตือนว่าต่อไปต้องระวังพิสัยให้มากกว่านี้ เพราะหมาจนตรอกทำได้ทุกอย่าง

“เธอเองก็เหมือนกัน ระวังตัวเอาไว้ด้วย”

“ค่ะ” เจติยารับคำ แววตากังวล เพราะลึกๆแล้วเธอรู้ว่าพิสัยพยายามเล่นงานตน แต่เป้าหมายตอนนี้คือนทีเท่านั้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 17:06 น.