ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รากบุญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ผีปองกับผีย้งยังร้อนใจที่เจติยายังช่วยพวกตนไม่ได้ วันนี้มาทวงสัญญา พอรู้ว่าเจติยายังไม่มีพยานหลักฐานเอาผิดพิสัยได้ ผีย้งบอกว่า พยานหลักฐานที่เชิดเก็บไว้นั้น ตนรู้ว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหน

เพียง สายๆ เจติยากับลาภิณก็ออกเดินทางไปหาหลักฐานตามที่ผีทั้งสองบอก กว่าจะถึงกระท่อมในสวนต่างจังหวัดก็เย็นแล้ว ลาภิณกับเจติยาจึงแยกกันหาหลักฐาน ลาภิณเข้าไปในกระท่อมส่วนเจติยาเดินหาบริเวณรอบกระท่อม

เจติยาขุดเจอหลัก ฐาน ส่วนลาภิณถูกปราณเข้าสิง เมื่อเจติยาได้หลักฐานมาแล้ว ปราณในร่างลาภิณบอกว่าอยากเอาหลักฐานกลับไปให้ตำรวจเร็วๆ พอขึ้นรถก็ขับตะบึงไปจนเจติยาต้องเตือนให้เพลาๆลงกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อ มีรถสวนมา ลาภิณที่ถูกปราณเข้าสิงอยู่ก็เหยียบคันเร่งจนมิด กะชนประสานงาให้ย่อยยับไป เจติยาตกใจ พลันก็ได้ยินเสียงลึกลับที่เคยได้ยินในฝันบอกอยู่ข้างหู

“ตั้งสติให้มั่น เจ้าของกล่องรากบุญมีอำนาจเหนือกล่อง รวมทั้งอำนาจทุกอย่างที่เกิดจากกล่อง”

“แกอีกแล้วเรอะ! แกเป็นใครกันแน่” ปราณตะคอกถามเสียงลึกลับนั้น

นาที เป็นนาทีตายนั้น เจติยาหลับตารวบรวมสมาธิตามที่เสียงลึกลับบอก แล้วเอื้อมมือไปจับตัวลาภิณไว้ พริบตานั้นเกิดแสงสว่างวาบทั่วตัวลาภิณ พร้อมกับร่างของปราณถูกเปลวไฟลุกท่วม มันแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดก่อนหายไป

เจติยาดึงพวงมาลัยหักหลบ ลาภิณได้สติรีบช่วยอีกแรง รถหมุนคว้างไปตามแรงเหวี่ยง เจติยาหลับตาปี๋รอความตาย

ลาภิ ณขับรถมาส่งเจติยาที่บ้านในสภาพงงๆ ว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมจำอะไรไม่ได้เลย เจติยาบอกว่าเวลานั้นเขาถูกบางอย่างครอบงำอยู่ เป็นวิญญาณผู้ชาย ตนก็ไม่เคยเห็นเขาแต่รู้ว่าเขาไม่ได้หวังดีกับตนแน่ๆ

ส่งเจติยาแล้ว ลาภิณหยิบกระเป๋าหลักฐานที่ไปขุดมาได้จากพื้นหน้ารถมาวางบนเก้าอี้ สีหน้าครุ่นคิด...

เมื่อกลับถึงบ้าน ชูจิตจะช่วยเอาเอกสารไปเก็บ ลาภิณขอเอาไปเก็บเองที่ห้องทำงาน ทำให้ชูจิตรู้สึกลูกไม่ไว้ใจตน

ปราณ บอกพิสัยว่าลาภิณเอาเอกสารไปเก็บในเซฟห้องทำงานที่บ้าน ให้เวลา 10 นาทีรีบไปเอามาเสีย ตนช่วยอะไรไม่ได้มากกว่านี้ เพราะวันนี้เสียพลังไปมาก ย้ำว่าเวลา 10 นาทีต้องทำให้สำเร็จ พิสัยถามว่าถ้าเกินกว่านั้นจะเกิดอะไรขึ้น

“แกรู้เท่าที่ควรรู้ รีบเข้าไปได้แล้ว” ปราณสั่งหน้านิ่ง

ooooooo

พิสัยเข้าไปเปิดเซฟไม่ออกเพราะลาภิณเปลี่ยนรหัสใหม่ แต่เขาก็เปิดจนได้ รีบเอาหลักฐานใส่กระเป๋า แต่จู่ๆชูจิตก็โผล่เข้ามาเห็นพอดี ต่างตกใจ ชูจิตบอกให้เอาถุงเอกสารให้ตนเดี๋ยวนี้

พิสัยไม่ยอมให้ ชูจิตเข้าแย่ง ถูกพิสัยล็อกคอ ชูจิต จิกเล็บลงไปจนผิวหนังพิสัยติดเล็บขึ้นมาก่อนจะสิ้นใจตาย พิสัยตกใจปล่อยร่างชูจิตรีบหอบกระเป๋าหลักฐานหนีออกไป ทิ้งศพชูจิตนอนตายตาเหลือกอยู่ที่มุมโถงบ้านนั้นเอง!

เจติยากำลังนอนหลับ เธอถูกชูจิตมาปลุกบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย พอมองไปก็เห็นชูจิตนั่งก้มหน้าอยู่ บอกว่ามาขอความช่วยเหลือ เพราะลาภิณกำลังตกอยู่ในอันตราย ขอให้เธอช่วยดูแลแทนตนด้วย แต่พอตื่นขึ้นมาจึงรู้ว่าตัวเองฝันไป

ทันใดนั้นมีเสียงโทร.เข้ามือถือ เธอรีบรับสาย “ฮัลโหล...อ้าวคุณลุง...มีอะไรรึเปล่าคะ” เธอเงียบฟังปลายสาย แล้วถามอย่างตกใจสุดขีด “คุณท่านตายเมื่อไหร่คะลุง!”

ooooooo

เจติยาไปถึงบ้านลาภิณก็เจอตำรวจมาเก็บหลักฐานต่างๆรอบบ้านแล้ว เธอถามลุงทวีว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณท่าน

ลุงทวีบอกว่าได้ยินแว่วๆว่าถูกรัดคอจนตาย นวัชบอกว่าเท่าที่ตรวจดูมีการต่อสู้เกิดขึ้นในบ้านแต่ร่องรอยไม่ชัดเท่าไร น่าแปลกที่ไม่มีของมีค่าอะไรหายนอกจากกระเป๋าเอกสารที่ลาภิณเอากลับมาเมื่อวาน

“งั้นเจก็พอจะเดาได้แล้วล่ะค่ะว่าเป็นฝีมือใคร” เจติยาพูดอย่างโกรธแค้น แล้วถามหาลาภิณ ลุงทวีบอกว่าอยู่ในห้องทำงาน “งั้นเจไปหาคุณลาภิณก่อนนะคะ”

ไปเจอลาภิณนั่งซึมเศร้าอยู่ในห้อง เจติยาแสดงความเสียใจด้วย เขาบอกให้นั่ง กำลังอยากคุยด้วยอยู่พอดี

ลาภิณตำหนิตัวเองว่าเป็นลูกที่ไม่ได้ความ เอาแต่อารมณ์ ทำให้คุณแม่ต้องเสียใจอย่างที่เธอเคยพูดไว้จริงๆ เขาหยุดกลืนความรู้สึกที่ตีบตื้นขึ้นมาก่อนพูดต่อด้วยเสียงเครือว่า “แต่กว่าจะสำนึกก็สายเกินไปแล้ว”

เธอปลอบใจว่า วิญญาณของคุณท่านต้องทราบแล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร และอยากพูดอะไรกับคุณท่าน

ลาภิณเสียงสะท้านคอตีบตันตาแดงก่ำ เขาไม่อยากให้เธอเห็นความอ่อนแอพยายามสะกดกลั้นไว้ เจติยาเข้าใจความรู้สึกของเขา จึงขอตัวเพื่อให้เขาได้อยู่กับตัวเองสักพัก

ลาภิณคว้ามือเธอจับไว้แน่น น้ำตาค่อยๆไหลออกมา เขาเงยหน้ามองเธอเอ่ยเสียงเครือ “กอดฉันไว้ได้ไหม” เจติยาสงสารจับใจโน้มตัวไปกอดเขาไว้อย่างอบอุ่น ลาภิณเอ่ยเสียงสั่นเครือ “อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ ฉันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ”

ooooooo

พิสัยเอาหลักฐานที่ได้จากชูจิตไปเผาในถังปูน เขามองอย่างสะใจแต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้ที่ต้องแลกมันมาด้วยการฆ่าพี่สาวตัวเองกับมือ

ปราณพูดอย่างเลือดเย็นว่าถ้าเขาไม่ฆ่าชูจิต เขาเองก็อาจต้องติดคุก เพราะอย่างไรเสียชูจิตก็ไม่เห็นน้องดีกว่าลูกแน่

“ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้ต้น ถ้ามันไม่เกิดมา นิราลัยก็ต้องเป็นของฉัน แล้วฉันก็ไม่ต้องถลำจนต้องฆ่าพี่จิตตายกับมือ”

ปราณบอกว่าให้มาคิดเรื่องที่รุ่งโรจน์ของตัวเองหลังจากได้เป็นเจ้าของกล่องรากบุญดีกว่า ชี้ว่า

“แกต้องทำให้เจติยาสละความเป็นเจ้าของกล่องให้ได้อย่างที่แกโม้ไว้เสียก่อน”

“ฉันทำได้แน่ แกคอยดูไปก็แล้วกัน” พิสัยยิ้มร้าย ส่วนปราณยิ้มสะใจที่จะได้เจ้าของกล่องที่เลวได้ถึงใจอย่างเขา

หลังจากนั้น พิสัยนัดพบปริมถามถึงคุณพ่อเธออ้างว่าอยากจะชี้เบาะแสเรื่องยาเสพติดให้ อ่อยว่า ถ้าเธอช่วยตน ก็เท่ากับเธอได้เล่นงานเจติยาด้วย แต่ถ้าไม่ช่วยก็ตามใจ ปริมสนใจจี๋ขึ้นมาทันทีถามว่า “คุณมีแผนการอะไร”

ooooooo

ไม่นาน ก็เกิดเรื่องร้ายแรงกับนที เมื่อลูกน้องของพิสัยมาฝากนทีเอาของไปส่งแทนเพราะตัวเองมีงานด่วน นทีทำให้อย่างมีน้ำใจ แต่พอถึงกลางทางถูกตำรวจเรียกตรวจ พบว่าของที่ให้เอาไปส่งนั้นยัดไส้ยาบ้าไว้ นทีถูกจับทันที!

เมื่อตำรวจเรียกพิสัยไปสอบถามเพราะเป็นเจ้าของบริษัท พิสัยปฏิเสธว่าไม่มีพนักงานคนที่นทีอ้าง พอนทียืนยันก็ด่าว่าผิดหวังจริงๆที่ตนให้โอกาสคนผิด นทีสติแตกโวยวายว่าตนไม่ได้ทำ จนตำรวจสั่งให้เอาตัวไปสงบสติอารมณ์

พิสัยหางตาใส่นทีอย่างสะใจ ที่ตกเป็นเหยื่อในแผนการของตนอย่างง่ายดาย

เมื่อเจติยาไปตามเรื่อง นทีก็ยังโวยวายว่าตนไม่ได้ทำผิด ตนถูกพวกนั้นหลอกใช้ เจติยาบอกน้องให้สงบสติอารมณ์เสีย โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่ต้องหาพยานหลักฐานไปหักล้างเท่านั้น

ขณะนั้นเอง นทีเห็นพิสัยเดินออกมาจากข้างใน เขาตะโกนถามว่า “แกใส่ความฉันทำไม” ถูกพิสัยหันมาตวาดอย่างดุดัน ด่านทีว่าเนรคุณ เป็นเรื่องชาวนากับงูเห่าแท้ๆ ขู่ว่าแค่ติดคุกเรื่องยาเสพติดก็หมดอนาคตแล้วอย่าให้ต้องพ่วงคดีหมิ่นประมาทไปอีกคดีเลย ยิ้มเยาะใส่นทีแล้วเดินออกไป เจติยาทนไม่ได้วิ่งตามไปถามว่า

“คุณต้องการอะไร เลิกเล่นละครได้แล้ว คุณจัดฉากใส่ความนทีทำไม”

“แล้วเธอคิดว่าฉันทำไปทำไมล่ะ” พิสัยย้อนอย่างท้าทาย เจติยาบอกว่าต้องการอะไรให้พูดมาตรงๆดีกว่า พิสัยพูดเป็นนัยว่า “อีกไม่นานก็คงมีคนบอกเธอเองแหละว่าต้องทำยังไงบ้าง ถึงตอนนั้น ขอให้เธอคิดให้รอบคอบก็แล้วกัน”

พอพิสัยขึ้นรถออกไป นิษฐาถามว่า “มันต้องการอะไรของมัน” เจติยาเองก็คิดไม่ออกเหมือนกัน...

บรรยากาศห้องสวดศพของชูจิตจัดเหมือนของสารัช แขกทุกคนแต่งชุดขาวเหมือนกันหมด

ทวีเดินมาบอกลาภิณว่า เจติยาโทร.มาขอโทษที่วันนี้มาช่วยงานไม่ได้เพราะนทีถูกตำรวจจับ ขณะนั้นเองปริมก็เข้ามาขัดจังหวะ เธอแสดงความเสียใจกับเขา แล้วมองไปรอบๆ เอ่ยว่า “จัดห้องเหมือนตอนศพคุณพ่อเลยนะคะ”

เมื่อปริมไปไหว้ศพ พอจะปักธูปลงกระถาง เธอรู้สึกเหมือนมีมือเย็นๆมาจับไว้ไม่ให้ปักธูป พอหันมองเห็นชูจิตจ้องถมึงทึงอยู่ เธอหวีดร้องสุดเสียงตะโกน “ไป...อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันกลัวแล้ว”

ลาภิณมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอละล่ำละลักบอกว่าคุณแม่มาจับมือตนไม่ให้ปักธูป แขกในงานพากันตื่นกลัว ลาภิณลากปริมออกไปถามว่ามาสร้างความวุ่นวายอะไรอีก เธอทำให้ทุกคนคิดว่าแม่ตนเป็นวิญญาณผีร้ายไปแล้ว

ปริมยืนยันว่าตนเห็นจริงๆ ลาภิณตัดบท “คุณกลับไปเสียเถอะ ถ้าคุณพูดจริง ก็แสดงว่าแม่ไม่ต้องการให้คุณอยู่ในงานของท่าน ขอบคุณมากที่มา ผมไม่ส่งนะครับ” พูดแล้วเดินหน้าเครียดกลับเข้าไป ปริมมองตามอย่างเจ็บใจอยากเอาชนะ

ooooooo

หมวดนวัชช่วยประกันตัวนทีออกมา คืนนี้นทีจึงได้กลับมานอนบ้าน เจติยาเตือนน้องว่าให้เก็บตัวอยู่ในบ้านอย่าไปก่อเรื่องอะไรอีก ถูกมยุรีติงว่าให้พูดกับน้องดีๆ น้องกำลังขวัญเสีย โดนตำรวจจับขนาดนี้น้องคงขยาดแล้วล่ะ

เจติยาเห็นแม่น้ำตาคลอก็สงสาร จับมือแม่ปลอบใจแล้วขึ้นห้องตัวเอง เปิดลิ้นชักหยิบกล่องรากบุญขึ้นมาวางบนโต๊ะ

“กล่องรากบุญใช่ไหม” เสียงชูจิตถามจากข้างหลัง เจติยาตกใจหันขวับ ชูจิตบอกว่าไม่ต้องกลัว มองกล่องรากบุญเอ่ย “มหัศจรรย์จริงๆ กล่องใบเล็กนิดเดียว แต่กลับบันดาลได้ทุกอย่าง”

เจติยาบอกว่าถ้ามันตกไปอยู่ในมือของคนร้ายก็จะเป็นโทษ ชูจิตจึงเข้าใจว่าทำไมสารัชถึงได้ยกกล่องให้เธอ เพราะมั่นใจว่าเธอจะไม่มีวันใช้มันในทางที่ผิด แล้วเอ่ยปากขอให้เธอช่วยลาภิณด้วย

“ถ้าจะให้คุณลาภิณปลอดภัย ก็ต้องให้คุณพิสัยรับโทษ” เจติยาเสนอ

“บอกความจริงกับตำรวจว่าพิสัยเป็นคนฆ่าฉัน”

เจติยาบอกว่าตอนนี้ไม่มีหลักฐานอะไรเอาผิดเขาได้เลย ชูจิตบอกเธอว่า ยังมีหลักฐานสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เอาผิดเขาได้แน่นอน “หลักฐานนั้นอยู่ที่ศพของฉันไงล่ะ”

ทันใดนั้นมีลมกระโชกเข้ามาทางหน้าต่างห้อง พลันชูจิตก็จางหายไป เจติยามองไปเห็นปราณยืนอยู่บนกำแพงรั้วบ้านจ้องเธอเขม็ง เธอวิ่งออกจากห้องไปที่กำแพง หางตาเห็นเงาของปราณผ่านไปทางถนนหน้าบ้านแล้ว เธอวิ่งตามไปร้องท้า

“แน่จริงอย่าหนีซิ” พริบตานั้นปราณก็มายืนจังก้าตรงหน้า เธอจ้องหน้าถาม “คุณต้องการอะไรจากฉัน”

“เธอน่าจะรู้ดี ว่าคนอย่างเธอครอบครองของมีค่าอะไรไว้ ทั้งๆที่เธอไม่คู่ควรกับมัน คราวนี้ฉันมีข้อต่อรอง ถ้าเธอยอมสละความเป็นเจ้าของกล่อง ฉันจะช่วยน้องชายเธอ”

เจติยาคิดได้ทันทีว่าปราณเกี่ยวข้องกับพิสัย พูด อย่างไม่หวาดหวั่นว่า “ยิ่งรู้อย่างนี้ฉันยิ่งไม่มีวันยกกล่องรากบุญให้เด็ดขาด ถ้าคนอย่างนายพิสัยได้กล่องไปจะมีแต่คนต้องเดือดร้อน” ปราณขู่ว่าเธอยื้อกล่องไว้นานเท่าไร คนรอบตัวเธอก็ยิ่งเดือดร้อนมากขึ้นเท่านั้น ถูกเจติยาด่าว่ารังแกเด็กกับคนแก่แบบนี้ยังมีจิตใจเป็นคนอยู่หรือเปล่า

“แล้วใครว่าฉันเป็นคนล่ะ” ปราณยิ้มร้าย ขาดคำก็พุ่งเข้าใส่เจติยา เธอตกใจยกมือปัดป้อง พริบตานั้นร่างปราณแตกกระจายเป็นอณูดำๆแล้วหายไป เธอตกใจมองไปรอบๆไม่มีใครเลยนอกจากความมืดรอบตัว...

เมื่อไปเล่าให้ลุงทวีฟัง แกเองก็แปลกใจไม่เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้มาก่อน คาดว่าที่พิสัยแคล้วคลาดมาได้ตลอดอาจเพราะนายคนนี้อยู่เบื้องหลัง เตือนเจติยาให้ระวังตัวให้มากขึ้น

“อาจจะเป็นเพราะมีเป้าหมายเดียวกันก็ได้มังคะลุง ทั้งคุณท่านกับปอง ย้ง ก็ต้องจัดการกับคุณพิสัยทั้งนั้น”

“ก็เป็นไปได้นะ แล้วถ้าหนูเจทำตามคำร้องขอได้ครั้งนี้ จะได้ดาวทุกข์ทีเดียวพร้อมกันสองดวงรึเปล่าก็ไม่รู้นะ”

เจติยานิ่งไป เพราะตนก็ไม่เคยคิดเหมือนกัน

ooooooo

จู่ๆนทีก็เก็บเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านไปอีก แต่เจอลาภิณที่ปากซอย พอเขาเรียกนทีก็วิ่งหนี ลาภิณตัดสินใจจอดรถทิ้งไว้ไล่ตามไปจับนทีไว้ได้ เขาพาไปนั่งคุยกันที่สวนสาธารณะ
นทีเล่าความอัดอั้นของตนให้ลาภิณฟัง เขาจึงเล่าเรื่องของตัวเองที่เคยคิดเหมือนนทีเวลานี้ให้ฟังว่า

“น้าพิสัยเขาทำทุกอย่างได้ดีกว่าพี่มาตลอด พี่อดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองเป็นแค่คนห่วยๆ ทำอะไรก็ ล้มเหลวไปเสียหมด ที่จริงพี่ก็เป๋ไปพักใหญ่นะ แต่พอคุณพ่อเสีย พี่ก็เริ่มคิดได้ ถ้าพี่ยังดูถูกตัวเองต่อไปก็มีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ไปเรื่อยๆ”

นทีฟังอย่างมีความรู้สึกร่วมเพราะปัญหาตรงกัน ลาภิณเล่าถึงจุดเปลี่ยนของตัวเองว่า

“ทางเดียวที่จะแก้ปมนี้ให้ได้ ก็คือพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นว่าพี่ไม่ใช่คนห่วยแตกอย่างที่เขาคิด แต่ถึงพี่จะพิสูจน์ตัวเองได้ ตอนนี้ก็ไม่มีใครเหลืออยู่ชื่นชมแล้ว พี่ไม่เหลือทั้งพ่อทั้งแม่ ไม่มีใครสักคน” พูดถึงตอนนี้ลาภิณก็เศร้าไป ครู่หนึ่งจึงบอกนทีว่า “แต่เรายังมีแม่ ยังมีพี่เจคอยสนับสนุน คอยรอดูความสำเร็จอยู่นะ”

นทีนิ่งอึ้งไปอย่างคล้อยตาม ลาภิณมองหน้าเขา เตือนสติให้กำลังใจว่า

“เรายังมีเวลาแก้ไขนะนที ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เราจะเลิกดูถูกตัวเองได้เสียที อย่าให้คิดได้ช้าเกินไปเหมือนพี่อีกคนล่ะ ไม่มีอะไรจะทำให้เราภาคภูมิใจได้เท่ากับเวลาที่เราเห็นพ่อกับแม่ภูมิใจในตัวเราหรอกนะนที”

จากบทเรียนของตัวเอง ลาภิณช่วยให้นทีได้คิดเขาจึงพากลับบ้าน นทีขอโทษแม่ ท่ามกลางความปลื้มปีติของทุกคน

ooooooo

ในวันไปลอยอังคารชูจิต ปริมพยายามแทรกเข้ามา แต่พอเห็นเจติยาก็กระแนะกระแหนว่านอนบ้านเศรษฐีหลับสบายดีไหม จนโต้เถียงกัน ลาภิณได้ยินพูดแทรกขึ้นว่า

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนเคยค้างบ้านนี้ทั้งนั้น” พูดแล้วจ้องหน้าปริม “ผมสงวนสิทธิ์ไว้ให้เจ้าสาวของผมคนเดียว...” ปริมดี๊ด๊าคิดว่าเป็นตน แต่ลาภิณหันมองหน้าเจติยา พูดต่อว่า “ถ้าเจติยาไม่ปฏิเสธ”

ปริมแค้นแทบคลั่งทุบตีลาภิณ จนเขาขอให้เธอเลิกวุ่นวายกับชีวิตตนและอย่ามาที่นี่อีก

เมื่อปริมกลับไปแล้ว ลาภิณกับเจติยาจึงพากันไปลอยอังคาร ระหว่างนั้นลาภิณมองหน้าเจติยาอย่างลึกซึ้ง เอ่ยขอกับโถใส่อังคารของชูจิตว่า “ช่วยผมด้วยนะครับแม่”

กลับจากลอยอังคาร เจติยานัดพบกับนวัชที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง เพื่อถามข่าวการจับตัวคนที่หลอกใช้นทีไปส่งยาบ้าจนถูกจับ นวัชบอกว่าตำรวจกำลังล้อมจับอยู่ แต่เขาก็ยังสงสัยว่า พิสัยจะแกล้งนทีทำไม

“แต่เจพอจะเข้าใจค่ะ เจจะต้องหาทางพิสูจน์ดีเอ็นเอเขาให้ได้ เพราะเจมั่นใจว่าเนื้อเยื่อที่พบในเล็บคุณท่านต้องเป็นของคุณพิสัยแน่นอน”

แล้วเจติยาก็หาทางจะเอาเลือดพิสัยมาพิสูจน์ด้วยการเอากล่องรากบุญไปให้เพื่อแลกกับการให้เขาช่วยเหลือนทีพ้นคดี เธอแอบเอาเข็มไปเตรียมแทงนิ้วเขาขณะรับกล่องรากบุญ แต่ไม่มีจังหวะทำได้ จนพิสัยเอากล่องรากบุญไปที่รถ เห็นศพชูจิตนั่งตายอยู่ในรถ เขาตกใจผงะล้มศอกครูดกับพื้นจนเลือดออก

เจติยาดีใจมากรีบเอาผ้าเช็ดหน้าขาวที่เตรียมมาซับเลือดเขาเก็บไว้ แล้วรีบกลับทันที

เมื่อพิสัยเอากล่องรากบุญให้ปราณดู ปราณเอะใจว่าเจติยาไม่น่าให้กล่องง่ายๆอย่างนี้ เตือนว่าอย่าได้ประมาทเพราะผู้หญิงคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่คาดไม่ถึง

“เอาสิ...ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงตัวเท่ามด จะเก่งสักแค่ไหน แต่ตอนนี้แกช่วยฉันเรื่องผีพี่จิตก่อน ดีกว่า ฉันเห็นเห็นจริงๆ ไม่ได้ตาฝาด ตามมาหลอกกัน กลางวันแสกๆเลย”

ทันใดนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูห้อง ปราณบอกว่าตำรวจอยู่หน้าห้อง ให้พิสัยไปเปิดประตูและทำตัวให้เป็นปกติ

หมวดนวัชมาเชิญพิสัยไปให้ปากคำเพิ่มเติมเพราะตนได้พยานบุคคลเพิ่มเติมมา แล้วให้ดูตัวลูกน้องพิสัยคนนั้น ถามว่า

“พอคุ้นหน้าบ้างไหมครับคุณพิสัย”

ลูกน้องพิสัยหน้าจ๋อยสนิท ส่วนพิสัยหน้าซีดเผือด คาดไม่ถึงว่าตำรวจจะจับตัวลูกน้องคนนี้มาได้...

แต่เมื่อไปที่โรงพัก พิสัยกับทนายก็เอาตัวรอดได้อ้างว่าคนงานลาออกไปนานแล้วตนจำหน้าไม่ได้

ooooooo

เจติยาเอาผ้าเช็ดหน้าที่ซับเลือดพิสัยเตรียมมอบให้นวัช พอดีนิษฐามายืมชุด เธอวางถุงใส่ผ้าซับ เลือดไว้แล้วขึ้นไปเอาชุด ระหว่างนั้น ปราณมาสะกดจิตนิษฐาแล้วเอาถุงใส่ผ้าเช็ดหน้าไป ชูจิตมาขัดขวางก็ถูกปราณทำร้ายจนหายไป

เจติยาลงมาเห็น เธอสั่งปราณให้เอาถุงคืนมา ปราณไม่ยอมคืน เธอจับมือปราณหักข้อมือ พริบตานั้นเกิดไฟลุกท่วมมือปราณจนมันต้องปล่อยถุงผ้าซับเลือดนั้นทิ้งแล้วแตกกระจายหายไปทันที

เจติยารีบไปดูนิษฐาที่ตื่นขึ้นมางงๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ ตนมึนหัวมาก แล้วพิงโซฟาหลับไปอีกครั้ง

เมื่อเจติยาไปเล่าให้ลุงทวีกับลาภิณฟัง ลุงทวีวิเคราะห์ว่าปราณคงไม่ใช่แค่คนที่อยากได้กล่องรากบุญ ธรรมดา ส่วนลาภิณติดใจเรื่องที่เจติยาจับต้องตัวปราณแล้วเกิดไฟลุก ถามหยอกว่าไม่ใช่ฝันไปนะ

ลุงทวีบอกว่าตนรู้เรื่องกล่องรากบุญก็เท่าที่ได้เล่ามา แต่ถ้านึกอะไรได้อีกก็จะเล่าให้ฟัง ส่วนลาภิณชวนเจติยาไปดูอะไรบางอย่าง

สิ่งที่ลาภิณเอาอวดเจติยาคือโปรเจกต์ที่เขาทำคืบหน้าไปเยอะ รอแต่ธนาคารอนุมัติเงินกู้เมื่อไรก็จะเห็นนิราลัยโกอินเตอร์กันแน่นอน เจติยาชมว่าเขาได้พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเป็นคนมีความสามารถ ลาภิณบอกว่าเธอมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ตนทำงานสำเร็จ

คุยกันไม่ทันเสร็จดี ลาภิณก็ได้รับโทรศัพท์จากทางธนาคารแจ้งการชะลอเงินกู้ไว้ก่อน

เมื่อไปเคลียร์กันที่ธนาคาร เจอปริมเดินสวนกันพอดี ลาภิณจึงฉุกคิดได้ว่า พ่อของเธอสนิทกับผู้บริหารที่นี่ทำให้โครงการของเขาถูกชะลอ ทำให้ลาภิณยิ่งรับไม่ได้บอกปริมว่าจากนี้ไปเราไม่เหลืออะไรติดค้างกันอีกแล้ว!

ปริมกลับไปอย่างเจ็บแค้น เธอเดินไปขึ้นรถน้ำตาคลอ เพราะแทนที่แผนการของเธอจะทำให้ลาภิณหวนกลับมาคืนดี กลับถูกเขาตัดบัวไม่เหลือใย

ooooooo

ฝ่ายลุงทวียังติดปัญหาไปคิดทบทวน จนนึกได้ว่าเมื่อ 20 ปีก่อนตนเป็นคนเอากล่องรากบุญไปฝังทิ้ง ถูกปราณถามว่าทำแบบนี้ทำไม

เวลานั้นแกตกใจมาก บอกปราณเสียงประหม่าว่า

“ผมกลัวมัน ผมไม่รู้ว่าผมจะต้องตายเพราะมันวันไหน แล้วผมก็ไม่มีอะไรจะขอจากมันอีกแล้ว ผมเลยตัดสินใจฝังมันเสีย จะได้จบๆกันไป”

“ไอ้ขี้ขลาด คนอย่างแกมันไม่คู่ควรที่จะเป็นเจ้าของกล่องรากบุญ หาเจ้าของใหม่ให้กล่องเสีย แล้วไปให้พ้น!”

แต่พอลุงทวีถอยออกมาก็สะดุดกับกล่องรากบุญที่ตนเพิ่งฝังไป พอหันมาอีกทีปราณก็หายไปแล้ว

เวลาเดียวกันพิสัยหาทางดิ้นสุดฤทธิ์ โทรศัพท์ถึงผู้ที่เคยช่วยตน แต่ถูกปฏิเสธเพราะทางตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา ที่สำคัญคือ เวลานี้นอกจากเศษเนื้อเยื่อจากศพชูจิตแล้วยังมีเลือดของเขาด้วย

“แล้วมันเอาเลือดผมไปตรวจดีเอ็นเอได้ยังไง” พิสัยคิดทบทวน พอนึกได้ว่าเจติยาเอาไปตอนที่เขาหกล้มเลือดออกที่ศอก ก็ตกใจกลัวสุดขีด แต่ปลายสายวางไปแล้ว เขามองไปรอบๆ ร้องถามลนลาน “ปราณ แกมีพลังจิตไม่ใช่เหรอ ได้ยินที่ฉันพูดไหม มาช่วยฉันหน่อยสิ”

“หนีไปเดี๋ยวนี้” เสียงปราณก้องขึ้น

พิสัยตกใจเหงื่อแตกพลั่ก เพราะที่หน้าคอนโดฯรถตำรวจสองคันแล่นมาจอดแล้ว พิสัยรีบหยิบปืน เงินสดจำนวนหนึ่งกับกระเป๋าใส่ของและเอกสารหนีออกจากห้อง

ตำรวจมาถึงก็ไม่เจอตัวพิสัยแล้ว แต่ที่แท้พิสัยยังหนีไม่พ้นจากคอนโดฯ เขาลงมาเจอตำรวจรออยู่หน้าคอนโดฯ ก็รีบหลบไป เจติยากับนิษฐามาดูเหตุการณ์ เห็นพิสัยกำลังขึ้นแท็กซี่หนีพอดี

“รีบตามไปเร็วฐา ฉันโทร.บอกพี่หมวดก่อน” เจติยาร้องบอก นิษฐาจึงขับรถตามแท็กซี่ไป

ตามแท็กซี่ไปเห็นพิสัยเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง เจติยาโทร.หานวัชไม่มีคนรับสาย นิษฐาบอกให้เธอพยายามอีก ส่วนตนจะโทร.ไปที่โรงพักเอง

ขณะสองสาวง่วนกับการโทรศัพท์นั่นเอง พิสัยก็มาเคาะกระจกรถเรียกแล้วจับไปมัดไว้ในบ้าน แล้วเขาก็โทรศัพท์บอกเส้นทางมาบ้านให้ใครบางคน ไม่นานปริมก็มาถึงพร้อมกระเป๋าเดินทางที่เตรียมมาให้เขา

พิสัยกับปริมช่วยกันมัดมือมัดเท้ามัดปากเจติยากับนิษฐา เขาบอกให้ปริมเฝ้าไว้ตนจะไปถอยรถของสองสาวซ่อนก่อน ปริมบอกให้มาเร็วๆ ตนจะรีบกลับ

เมื่อพิสัยกลับมา ปริมเอากระเป๋าและของที่เขาต้องการมาให้ แล้วทวงซีดีที่เขาเอาไว้เป็นไม้ตายขู่เธอ พิสัยไม่ให้ บอกว่าตนพ้นชายแดนปลอดภัยก่อนค่อยคืน

“ข้ามชายแดนแล้วนายจะจัดการกับอีสองตัวนั่นยังไง” ปริมถาม พิสัยมองหน้าเธอยิ้มเจ้าเล่ห์

คืนนี้ ขณะพิสัยนอนหลับ เขาถูกผีปองและผีย้งหลอกหลอนจนขวัญหนีดีฝ่อ ร้องลั่นด้วยความกลัวสุดชีวิต วิ่งไปทางประตูห้อง พลันประตูห้องก็เปิดเข้ามา ชูจิตยืนอยู่หน้าห้องหน้าซีด ถามน้ำตาไหล พูดด้วยความเสียใจอย่างที่สุดว่า

“พิสัย เธอฆ่าพี่ได้ลงคอ เธอทำกับพี่ได้ยังไง”

“ไป! อย่ามายุ่งกับกู ไปให้พ้น!!” พิสัยหลับหูหลับตายิงไปทั่วห้องด้วยความหวาดกลัวเหมือนคนเสียสติ

นิษฐากับเจติยาถูกมัดไว้อีกห้อง ได้ยินเสียงโวยวายและเสียงปืน นิษฐาถามงงๆว่าพิสัยโวยวายอะไร แต่เจติยายิ้มอย่างรู้แก่ใจว่า มีคนมาช่วยพวกตนแล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:31 น.