ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จินจูยังไม่ละความพยายามที่จะทำให้ไข่มุกยอมรับเธอให้ได้ เป็นฝ่ายเข้าหาลูกตลอดแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จสักครั้ง...วันนี้ก็เช่นกัน จินจูเข้ามาพูดคุยชวนไปซื้อชุดคลุมท้องก็ถูกไข่มุกปฏิเสธอีกเหมือนเดิม

“หนูไปไม่ได้หรอกค่ะ มีธุระ”

“ไข่มุก...ให้แม่ทำหน้าที่ของแม่บ้างไม่ได้เหรอลูก”

“ขอบคุณนะคะ แต่ไม่เป็นไร หนูอยู่มาได้ตลอดชีวิตโดยไม่มีคุณ ถึงตอนนี้คุณจะแสดงว่ารักหนูแค่ไหน แต่มันสายไปแล้ว”

ไข่มุกเดินเลี่ยงไป จินจูแทบหมดแรง อยากจะตามก็ก้าวขาไม่ออก ยืนหน้าเศร้าน้ำตาซึม แทยอนรู้เห็นโดยตลอด เข้ามาปลอบก่อนถามเธอว่า

“ทำไมไม่บอกเขาไปว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะผม”

“พี่มีบุญคุณกับฉันมาก สิ่งที่ทำอาจจะผิด แต่พี่ก็ทำเพื่อฉัน”

“ผมเห็นแก่ตัว ทำเพื่อตัวเองจนทำร้ายคุณกับลูก”

“ปาร์ค จินจูมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะพี่ ไม่งั้นอาจจะเป็นได้แค่ผู้หญิงในสลัม พี่เป็นคนพาฉันขึ้นมาถึงจุดนี้... แล้วจะให้ฉันเนรคุณได้ยังไง” จินจูเสียงสั่นเครือ แทยอนรู้สึกสงสารเธอเหลือเกิน...

ขณะที่จินจู เศร้าสะเทือนใจ...อีกด้านหนึ่งไข่มุกเองก็น้อยใจและรู้สึกผิด หลบไปร้องไห้คนเดียว สักครู่คีรินทร์ผ่านมาเห็น เธอรีบปาดน้ำตาทิ้งแล้วทำตัวปกติกลบเกลื่อนความรู้สึก

“ร้องอีกแล้ว ทำไมต้องร้องไห้ประจำเลย ระวังจะติดถึงลูกนะ”

“ของอย่างงี้ติดกันได้ด้วยเหรอ” ไข่มุกถามเสียงแข็ง

“จะดุไปไหนเนี่ย ฉันเคยอ่านเจอวิจัยจากต่างประเทศนะ ว่าถ้าแม่เอาแต่ร้องไห้ โตไปลูกก็มีโอกาสจะขี้แย ขี้มูกโป่งสูงมาก”

ไข่มุกเชื่อสนิทรับปากไม่ร้องไห้อีกแล้ว คีิรินทร์อมยิ้มขำๆ ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา จากนั้นชวนเธอไปเที่ยว

“จะไปไหนคะ ฉันต้องซ้อมโยคะ จะได้เปิดคอร์สได้ไวๆ”

“เปิดช้าไปวันสองวัน ฟิตเนสไม่เจ๊งหรอกน่า” คีรินทร์จูงมือไข่มุกเดินไปด้วยกัน

ไข่มุก หน้ามุ่ยตลอดทาง แต่พอถึงเรือนจำก็ยิ้มออก ดีใจที่เขาพามาเยี่ยมแม่วันดี...วันดีดูสดชื่นต่างจากแต่ก่อนมาก บอกไข่มุกว่าไม่ต้องห่วงแม่ ลูกเขยให้คนมาเยี่ยมบ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่ก็มาเอง คอยมาถามสารทุกข์สุกดิบเป็นประจำ

“ทำไมหนูไม่เห็นรู้เลย เขาแอบมาตอนไหน”

“ก็ มัวเอาแต่งอนจะรู้อะไร เฮ้อ เอ็งก็อย่าเล่นแง่นักเลยนังมุก ชีวิตก็แค่เนี้ย แม่อยู่ในนี้คิดอะไรได้ตั้งเยอะ ตอนนี้ก็ชินแล้ว ทำตัวดีๆคงได้ลดโทษบ้าง ไม่แน่นะ อาจจะได้ออกไปอยู่กับเอ็งเร็วขึ้นก็ได้”

“แม่...หนูคิดถึงแม่จัง”

“แม่ก็คิดถึง เอ็งก็ดูแลตัวเอง ดูลูกในท้องให้ดีๆ อย่างอนผัวให้มาก คีรินทร์เป็นคนดีกว่าที่เห็น...แล้วก็รักเอ็งมากกว่าที่คิดนะ”

ถ้อยคำ ของวันดีทำให้ไข่มุกเก็บมาครุ่นคิดทบทวน แต่อย่างแรกที่เธอทำหลังออกจากเรือนจำก็คือกอดคีรินทร์และขอบคุณที่เขาดูแล ช่วยเหลือแม่เธอมาตลอด

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก อะไรที่ทำให้เธอมีความสุข ฉันจะทำทุกอย่าง”

ไข่มุก ซาบซึ้งจนพูดไม่ออก คีรินทร์ลูบศีรษะเธอเบาๆอย่างอ่อนโยน รักใคร่...แต่พอออกรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน ไข่มุกเกิดงอนขึ้นมาอีกเพราะมีการพูดคุยกันเรื่องนุชนารถ คีรินทร์ต้องง้ออยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะเหลือบเห็นข้างกระจกรถมีอะไรบางอย่างติดเลอะเทอะ ไข่มุกให้เขาจอดเพื่อลงไปเช็ด แต่เขาไม่ยอม บอกว่าเจอปั๊มแล้วค่อยจอดดีกว่า

คี รินทร์ตัดสินใจถูกต้อง เพราะข้างกระจกคือไข่ผสมกาว แสดงว่ามีคนจงใจทำ เมื่อกลับมาเล่าให้ คนที่บ้านฟัง ทุกคนลงความเห็นว่าเป็นฝีมือมิจฉาชีพแน่

“สมัยนี้มันทำเป็นแก๊ง คนนึงปา คนนึงดักปล้น ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ก็บ่อย ดีนะลูกแม่ฉลาดไม่หลงกลพวกมัน”

“จำ ไว้นะไข่มุก พวกกวนเมืองพวกนี้ถ้าเจออีกอย่าฉีดน้ำล้างเป็นอันขาด ไข่ผสมกาวมันจะแข็งติด มองไม่เห็นกว่าเดิม เราต้องขับไปจอดที่คนเยอะๆ พวกนั้นจะได้ไม่กล้าทำอะไร”

ไข่มุกพยักหน้าเข้าใจ แต่แล้วก้มหน้านิ่งอย่างขมขื่น เมื่อนุชนารถเข้ามาประชิดคีรินทร์ท่าทางเป็นห่วงมาก ชลลดากับภัททิมาเพิ่งกรีดกรายลงมา เห็นไข่มุกเข้าก็จิกตาใส่อย่างไม่พอใจ

“อ้าว...แล้วแม่นี่มาทำไม”

“ทำไมจะมาไม่ได้ นี่บ้านฉันไม่ใช่บ้านหล่อน ให้ใครไปใครมาก็เรื่องของฉัน”

มณี สวนกลับจนชลลดาอึ้งเหวอ ไข่มุกไม่อยากมีปัญหา บอกว่าตนแวะมาเยี่ยมคุณมณีเดี๋ยวจะกลับโรงแรมแล้ว ภัททิมาเบะปากพลางขยับเข้าหาคีรินทร์ ทำท่าจะกอดแต่วืดเพราะเขาหลบวูบ

ชล ลดาชำเลืองมองคนโน้นคนนี้แล้วตีหน้าเศร้าตัดพ้อคีรินทร์ “พามาถึงบ้าน น้าอดน้อยใจแทนลูกไก่ไม่ได้จริงๆ ดูสิ เป็นถึงเมียหลวงต้องมาคอยเกรงใจเมียน้อย”

“ลูกเธอน่ะสิเมียน้อย เห็นแล้วขวางหูขวางตาทั้งแม่ทั้งลูก อยากจะไล่ไปพ้นๆ ติดแต่บุญคุณค้ำคอ” มณีปรายตามองเขมทัต แต่เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ออกความเห็น

“แต่ยังไง ก็เมีย ชลเสียใจนะคะที่คุณพี่คิดอย่างนี้ ถ้าคุณรินทร์ไม่เห็นหัวลูกไก่ ไม่เห็นหัวน้า ไม่เห็นความสำคัญของเรา ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม อีกไม่นานชลคงต้องขอรบกวนครั้งสุดท้าย ช่วยทำศพชลกับลูกด้วยนะคะ”

ทุก คนอึ้งกิมกี่ หวั่นใจหากที่ชลลดาพูดมาเป็นเรื่องจริง...ครั้นคีรินทร์ไปส่งไข่มุกที่ โรงแรมแล้วจะขอนอนค้างด้วย เธอจึงไม่ยอมโดยเด็ดขาด

“เมื่อกี้ไม่ได้ยินที่คุณชลลดาพูดเหรอคะ คุณกลับไปนอนบ้านเถอะ”

“เขา ก็ตีหน้าเศร้าไปงั้นแหละ ที่จริงคงจงใจขู่ กะจะแบล็กเมล์ฉันมากกว่า อย่าไปเชื่อเชียวนะ ถึงจะแกล้งแอ๊บเศร้าแค่ไหนก็ไม่ต้องสน พวกนั้นหลอกผมไม่ได้หรอก ไม่ต้องไปสนใจ”

“ไม่สนได้ไงคะ”

“โธ่...ก็บอกแล้วไงว่าแค่ขู่ ให้ฉันนอนด้วยคนนะ”

“แต่ถ้าเกิดเขาทำจริงล่ะ ชีวิตคนสองคนเชียวนะ เราจะมีความสุขได้เหรอคะ ถ้าเป็นอย่างนั้น”

ขณะ ที่คีรินทร์เว้าวอนแต่ท่าทางจะไม่สำเร็จ...มณีอยู่ที่บ้านกำลังแอบมอง พฤติกรรมชลลดาที่ถือเชือกเดินไปเดินมามองหาทำเลเหมาะๆจะผูกคอตาย นานเข้าชักใจไม่ดี ปรี่เข้าไปถามให้แน่ใจ

“จะทำอะไรยะ”

“ก็คุณพี่อยากให้ชลตายนี่คะ”

“หล่อนประชดฉันเหรอ”

ชล ลดาพูดพร่ำโทษมณีต้องการให้ตนตาย กำลังจะสมใจ มณีตาเหลือกถอยหลังกรูด วิ่งหนีและตะโกนลั่นว่าชลลดาบ้าไปแล้ว ภัททิมาวิ่งสวนเข้ามา เห็นเชือกในมือแม่ก็ตกใจพูดปากคอสั่น

“เราต้องตายจริงๆเหรอคุณแม่ ลูกไก่กลัวเจ็บ”

“จะ บ้าเหรอ ใครจะไปยอมตายคะคุณลูก แม่ก็ขู่นังแก่ไปงั้นแหละ คนอย่างแม่ไม่ยอมตายง่ายๆหรอก แกล้งกดดันพวกมันเล่น” ชลลดาหัวเราะร่าอย่างสะใจ ภัททิมาเหวอไปนิดก่อนเค้นเสียงหัวเราะตามไปด้วย

ooooooo

แท ยอนหาโอกาสพูดคุยกับไข่มุกตามลำพัง หวังกล่อมให้เธอยอมรับจินจู แต่ไม่พูดตรงๆ อ้อมค้อมไปเรื่องงาน บอกว่าหนังของเธอกำลังดังมากที่เกาหลี แฟนคลับอยากพบตัวจริง สนใจไปโชว์ตัวที่โน่นบ้างไหม?

“อย่าดีกว่าค่ะ หนูไม่อยากไป”

“ทำไมล่ะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้มีโอกาสแบบนี้”

“แต่ถ้าทุกคนรู้ความจริงเรื่องหนู คุณจินจูของคุณจะเดือดร้อน เขาเป็นซุปตาร์นะคะ ไม่ควรจะมีเรื่องเสื่อมเสีย”

“อย่าโกรธเขาเลย จินจูไม่ได้เป็นคนผิด เขารักเธอมาก”

“แล้วใครผิดคะ หนูงั้นเหรอ”

“ไม่ใช่...ไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่...”

แทยอนชะงัก ยังไม่กล้าพูดความจริง ไข่มุกไม่เข้าใจและไม่ซักไซ้ คิดแต่น้อยใจชะตาชีวิตของตนเอง

คี รินทร์หางานให้นุชนารถทำที่โรงแรม เป็นงานพยาบาลที่เธอถนัด ในแต่ละวันมีลูกค้าที่มาพักเจ็บไข้ได้ป่วยไม่มากนัก ถือเป็นงานสบายที่เธอต้องขอบคุณคีรินทร์อย่างสูง

“ผมอยากให้คุณได้เปิดหูเปิดตาเจออะไรใหม่ๆในชีวิตบ้าง ไม่แน่นะ เดี๋ยวอาจมีหนุ่มมาจีบตรึมก็ได้”

“พูดอย่างนี้แสดงว่าเราจะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วใช่ไหมคะ คุณจะทิ้งนุช ไม่ดูแลนุชแล้วใช่ไหม”

“ผมดูแลคุณในฐานะเพื่อนได้ เพราะยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าในฐานะอื่น...”

“ไม่ต้องพูดค่ะ นุชเข้าใจ แล้วระหว่างไข่มุกกับลูกไก่ ตัวจริงของคุณคือใครคะ”

คีรินทร์เลือกที่จะไม่ตอบคำถามนี้ เพราะรู้ดีว่าเลือกใคร นุชนารถก็ต้องเสียใจอยู่ดี...แต่ถึงไม่ตอบ

การกระทำของเขาก็ชัดเจนว่ารักไข่มุกกับลูกมาก

คีรินทร์ดูแลเอาใจใส่ไข่มุกดีมาก ว่างเมื่อไหร่ต้องมาอ่านนิทานให้ลูกฟัง ของบำรุงก็ไม่เคยขาด แถมไข่มุกอยากไปกินอะไรที่ไหนก็ตามใจ

วันหนึ่งไข่มุกอยากกินข้าวต้มร้านข้างทาง คีรินทร์ขับรถพาไป แต่ขากลับเกือบเอาชีวิตไม่รอดทั้งคู่

เพราะรถเบรกไม่อยู่ โชคดีที่คีรินทร์มีสติตลอดเวลา ตัดสินใจเลี้ยวลงเฉียดต้นไม้เบาๆ รถจึงสงบนิ่ง ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

ooooooo

ชลลดายังเดินหน้ากลั่นแกล้งเอาคืนมณี คราวนี้ป่วนด้วยการทำเป็นยั่วยวนเขมทัตตั้งใจให้มณีตีอกชกตัวบ้าคลั่ง ปรากฏว่าได้ผล แต่ตัวเองกับเขมทัตก็เกือบแย่เหมือนกัน โดนมณีอาละวาดวิ่งพล่านหนีออกจากห้องทำงานแทบไม่ทัน

“คิดจะแย่งผัวฉันเหรอ แกตาย!”

มณีวิ่งไล่กวดชลลดากับเขมทัตออกมาเจอคีรินทร์กับไข่มุก ชลลดาหลบวูบหลังคีรินทร์ มณีตามมายื้อยุดฉุดแขนอย่างเอาเรื่อง

“ออกมาเลย เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกับฉัน รินทร์หลบไปสิ...หน็อย ทำขู่ฆ่าตัวตาย วันนี้หล่อนได้ตายสมใจแน่ ออกมา ไปหลบหลังลูกฉันทำไม บอกให้ออกมาไง”

ชลลดาร้องวี้ดว้ายหลบซ้ายขวา “ออกไปก็ตายสิ ผีบ้าเข้าสิงรึไงคะคุณพี่”

“เดี๋ยวครับแม่ โอ๊ยๆๆ นั่นแขนผม อย่าหยิก”

มณีตกใจรีบปล่อยแขนลูกชาย เขมทัตกระแอมกระไอก่อนเอ่ยปากขอร้องภรรยา ทำไปทำมาจะเหนื่อยเอง

“ขอทีเถอะคุณ”

พูดขาดคำ มณีจัดหนักไปหนึ่งที เขมทัตถึงกับหงายเงิบ เบ้าตาแทบแตก เห็นดาวระยิบระยับกลางวันแสกๆ ชลลดาหันรีหันขวางชักกลัวจริง ตัดสินใจวิ่งหนี แต่มณียังวิ่งไล่ไม่ลดละ

คีรินทร์ประคองเขมทัตที่ครางฮือเป็นนกถึดทือลุกขึ้นยืน “อูย...แม่แกนี่สุดยอดมวยเอกไทยไฟท์จริงๆ”

“เป็นไรมากไหมครับพ่อ ยังมองเห็นรึเปล่า”

“เห็น...เห็นดาวน่ะสิ”

ไข่มุกอดขำเขมทัตไม่ได้ แล้วเหลือบไปเห็นนุช–นารถที่แอบมองมา นุชนารถสีหน้าเรียบนิ่งแต่แววตาอิจฉาริษยาไข่มุก...

ผลการไล่ล่า...ชลลดาฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว ต้องมาพึ่งห้องพยาบาลช่วยทำแผล พอเห็นนุชนารถก็ช็อกตาตั้ง ถามระรัวด้วยความกลัว

“นุชนารถ...เธอมาทำงานที่นี่ได้ยังไง”

“คุณรินทร์ให้มาทำ...โดนฟัดซะเละ เข้ามาสิ จะได้ทำแผล”

“ไม่ทำแล้ว เดี๋ยวแกฆ่าฉันคามือแน่”

“นี่ จะทำหรือไม่ทำ ฉันจะได้เตรียมยาล้างแผล”

“ใครจะยอมทำกับคนโรคจิต ฉันไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า”

นุชนารถเคืองชลลดา ดึงคอเสื้อให้เข้ามานั่งที่เก้าอี้ บังคับว่าต้องทำ ชลลดาปัดป้องพัลวันแต่กระนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยไป แถมหยิบกรรไกรขึ้นมาถือ

ชลลดากรี๊ดลั่นตาเหลือกลานและคอพับคออ่อนไปในที่สุด คีรินทร์เดินผ่านห้องแต่ไม่เอะใจอะไร เพราะนุชนารถยืนเอาตัวบังชลลดาไว้แล้วยิ้มหวานให้เขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากนั้นไม่นาน นุชนารถทิ้งชลลดาไว้ในห้อง ตั้งใจขู่ให้ผวาเล่นเพื่อความสะใจ...แล้วไปประจ๋อ

ประแจ๋เอาใจคีรินทร์ หวังจะได้กลับมาคบกันฉันคนรัก

เหมือนอย่างเดิม แต่คำพูดของเขากลับตอกย้ำถึงความห่างเหิน

“ผมดีใจที่คุณสนุกกับงานที่นี่นะ แล้วตอนนี้มีหนุ่มๆมาปิ๊งบ้างหรือยังครับ คุณพยาบาลเจ้าเสน่ห์”

“คุณก็รู้...นุชไม่เคยมองใครนอกจากคุณ”

คีรินทร์ถอนใจ จับมือหญิงสาวและสบตาอย่างอ่อนโยน เอ่ยวาจาแสนนุ่มนวล

“นุช...ชีวิตเราต้องรู้จักให้โอกาสตัวเอง ผมกำลังเป็นพ่อคน มีครอบครัวของตัวเองที่ต้องดูแล คุณเองก็ต้องเปิดใจเปิดรับคนใหม่ๆเข้ามาในชีวิต ผมจะดีใจมากถ้าคุณได้เจอคนที่ดีและรักคุณจริงๆ”

“แต่นุชรักคุณคนเดียว”

“เชื่อผมนะ ยังมีผู้ชายคนอื่นที่ดีกว่าผมเยอะแยะ คุณเป็นคนน่ารักต้องได้เจอคนที่ดีแน่”

คีรินทร์ปล่อยมือเธอแล้วหันหลังเดินจากไป นุชนารถมองตามอย่างเจ็บปวดร้าวรานใจ

ooooooo

คีรินทร์พาไข่มุกไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าเด็กแข็งแรงแต่ยังต้องคอยระวังเพราะเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย หมอจึงกำชับสามีให้ดูแลภรรยาอย่างดี

เมื่อออกจากห้องหมอมาแล้ว คีรินทร์รับปากจะดูแลไข่มุกกับลูกให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้เสียใจ ไข่มุกฟังแล้วหน้าเศร้า นึกถึงผู้หญิงทุกคนที่ยังพัวพันอยู่กับเขา

“แต่คุณยังมีอีกหลายคนที่ต้องดูแล ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากให้สามียังยุ่งกับผู้หญิงคนอื่น ถ้าคุณอยากดูแลฉันกับลูกก็ต้องเคลียร์ให้ได้ก่อน”

“ก็จะพยายามแล้วกัน”

“ต้องถึงกับพยายาม ก็อย่าเหนื่อยเลยค่ะ” เธอพูดจบก็เดินหนีอย่างงอนๆ คีรินทร์ถอนใจ แอบบ่นว่าคนท้องเอาใจยาก ตนทำอะไรก็ผิดไปหมด

ขณะเดียวกันที่บ้านเขมทัต...ชลลดากำลังตีหน้าเศร้าต้องการคำตอบเรื่องลูกสาวของตน ตกลงจะเอายังไง

“ก็ไม่ทำไม ฉันยังให้อยู่ในบ้านก็บุญโขแล้วย่ะ อยากจะเขี่ยทิ้งเต็มที” มณีตวัดเสียงอย่างรังเกียจ ชลลดาสะอึกด้วยความโกรธ แต่ก็ฉลาดพอที่จะไม่ตอบโต้ แสร้งบีบน้ำตาขอความเห็นใจ

“แต่ใครๆก็รู้ว่าลูกเราจะแต่งงานกัน ขืนไม่จัดงานซะที ได้โดนนินทาแน่ๆ”

“ตอนนี้ใครจะนินทาอะไรก็เชิญ ฉันชินแล้ว เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาก็หมดเรื่อง”

คำตอบของมณีทำให้ชลลดาสะอึกอีกครา สบตากับภัททิมาอย่างรู้กันว่าวิธีนี้ไม่ได้ผลแน่ แล้วยิ่งแค้นใจหมั่นไส้มณีมากขึ้นไปอีกเมื่อเธอโผไปประคับประคองไข่มุกที่เข้ามาพร้อมคีรินทร์

“ค่อยๆนั่งนะไข่มุก ตัวจริงเสียงจริงมาแล้ว ลูกแร้งลูกกาหลบไป เพราะว่าวันนี้ฉันจะจัดปาร์ตี้ต้อนรับ ไข่มุกในฐานะสะใภ้คนเดียวของบ้านนี้”

มณีประกาศหักหน้าสองแม่ลูกอย่างจัง แถมยังลอยหน้าส่งสายตาเยาะเย้ยอย่างสะใจ ชลลดาโกรธมากแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินกระแทกเท้าปึงปังออกไป ส่วนภัททิมาก็เจ็บใจ แอบกระซิบอาฆาตไข่มุก อย่าหวังว่าจะมีความสุขไปได้ตลอด

แม้ไม่รู้ตัวมาก่อนว่ามณีจะจัดปาร์ตี้ต้อนรับแต่ไข่มุกก็ให้ความร่วมมือด้วยการลงครัวทำอาหารเองทุกอย่างโดยมีช้อยเป็นลูกมือ แต่อาหารจานไหนก็ไม่ถูกใจมณีกับหนูนาเท่าส้มตำรสเด็ด ทุกคนกินกันเอร็ดอร่อย แม้แต่ชลลดากับภัททิมาที่ตอนแรกปากดีดูถูกดูแคลนฝีมือไข่มุก พอลิ้มชิมรสชาติกลับอยากกินต่อ แต่ต้องน้ำลายสอต่อไปเพราะมณีไม่ยอมให้ร่วมวง

เย็นวันนี้เอง คีิรินทร์ตกใจมากเมื่อช่างซ่อมรถโทร.มาบอกว่าสายเบรกมีรอยถูกตัด ไข่มุกรู้เข้าก็พลอยกังวลและเป็นห่วงคีรินทร์ แสดงว่าต้องมีคนประสงค์ร้ายต่อเขาอย่างแน่นอน แต่นับว่าโชคดีที่เหตุการณ์วันนั้นทั้งเธอและเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ

เช้าวันรุ่งขึ้นคีรินทร์ออกไปทำงานตามปกติ ขณะเขาลงรถจะเข้าโรงแรมมีชายสามคนโผล่พรวดมารุมชกต่อยจนเกือบแย่ถ้าไม่ได้เดชกับ รปภ.อีกสองคนเข้ามาช่วยเหลือ ส่วนคนร้ายหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คีรินทร์ยิ่งต้องระวังตัว โชคดีที่ครั้งนี้เขมทัตสั่งเดชให้คอยคุ้มกันเพราะนึกสังหรณ์ใจตั้งแต่เรื่องรถถูกตัดสายเบรกแล้ว

“ขอบคุณพ่อมากครับ ถ้าไม่ได้เดชช่วยผมคงแย่เหมือนกัน อยากรู้นักว่าใครส่งพวกมันมา”

“เราทำธุรกิจไม่รู้หรอกว่าจะไปขวางทางคนอื่นเข้าตอนไหน แล้วเรื่องที่รถโดนตัดสายเบรกพอรู้ตัวคนทำรึยัง”

“ยังครับ”

“ระวังตัวเองให้มากๆ ศัตรูที่มองไม่เห็นน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

ฟังคำเตือนของพ่อแล้ว คีรินทร์ถึงกับถอนใจอย่างเคร่งเครียด

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน นุชนารถออกไปซื้อเสื้อผ้าโดยไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งแอบติดตามเธอทุกฝีก้าว กระทั่งเข้ามาในร้านที่ค่อนข้างปลอดผู้คน เขาคนนั้นก็ปรากฏตัว

วัฒนานั่นเอง! เขาทำให้เธอตกใจมากแทบก้าวขาไม่ออก พึมพำปากคอสั่น “คุณ...คุณยังไม่ตาย”

เขาแสยะยิ้มมุมปาก มองหญิงสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ นั่นยิ่งทำให้เธอระแวง ถามว่ากลับมาทำไม จะเอาอะไรอีก

เมื่อได้ยินคำตอบของเขา เธอถึงกับหน้าซีดปฏิเสธพัลวัน “ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว รินทร์มีบุญคุณมาก ชีวิตฉันดีขึ้นได้ก็เพราะเขา กลับไปซะ ยังไงฉันก็ไม่มีวันทำร้ายเขา”

“แล้วถ้าไม่ใช่คีรินทร์”

“ใคร?...คุณจะทำร้ายไข่มุกกับเด็กในท้องเหรอ”

“ช่วยผมกำจัดไข่มุก คุณก็ได้ไอ้รินทร์ไป หรืออยากเป็นเมียน้อยไปตลอดชาติก็ตามใจ เลือกเอาแล้วกัน”

วัฒนาสบตาเธออย่างท้าทาย นุชนารถมองตอบ กำมือแน่นอย่างตัดสินใจไม่ถูก...แล้วหลังจากนั้นไข่มุกก็ถูกคุกคามอย่างหนักด้วยคนที่วัฒนาส่งเข้าไปเรียนโยคะ จุดประสงค์คือต้องการให้เธอแท้งลูก แต่ไม่สำเร็จเพราะไข่มุกมีคีรินทร์คอยดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา

เมื่อแผนแรกไม่ได้ผล วัฒนาเริ่มแผนสองในเช้าวันถัดมา ส่งคนตามไข่มุกที่ออกไปตลาดกับมณีแล้วทำทีว่าเข้ามาวิ่งราวกระเป๋า ทั้งที่ความจริงจงใจทำร้ายไข่มุกให้แท้ง แต่เพราะความเก่งกาจวิชาหมัดมวยของไข่มุก และมีมณีร่วมด้วยช่วยกัน คนของวัฒนาเลยต้องล่าถอยไปในที่สุด

มณีห่วงทั้งไข่มุกและหลานในท้อง สำรวจเป็นการใหญ่ก่อนถามลูกสะใภ้ว่ามันได้อะไรไปบ้างหรือเปล่า

“ไม่ค่ะ มันไม่ได้จะเอาเงิน แต่จะเอาชีวิตหนู” ไข่มุกตอบอย่างมั่นใจ มณีฟังแล้วแทบช็อก!

หลังจากไข่มุกโดนคุกคามหลายครั้งทำให้คีรินทร์เริ่มสงสัยว่าชลลดากับภัททิมาอาจอยู่เบื้องหลัง พอมาคาดคั้นสองแม่ลูกก็ปฏิเสธพัลวันว่าพวกตนไม่รู้ไม่เห็น และอย่ามากล่าวหากันลอยๆโดยไม่มีหลักฐาน แถมชลลดายังโบ้ยไปที่นุชนารถเพราะเคยมีประวัติมาก่อน แต่เจ้าหล่อนสวนทันควันว่าอย่ามาใส่ความกัน ตนไม่เกี่ยว

มณีกับคีรินทร์นิ่งไปอย่างลังเล นุชนารถตีหน้าเศร้ายืนยันอย่างน่าสงสาร

“นุชไม่ได้ทำนะคะ รินทร์เชื่อนุชนะ”

คีรินทร์ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างเชื่อใจ “ผมเชื่อว่านุชไม่ได้ทำ”

“อ้าว...ไหงงั้นล่ะคะรินทร์ แบบนี้ก็หาว่าเป็นฝีมือลูกไก่น่ะสิ”

“ถ้าไม่ใช่หล่อนสองคนแล้วจะใคร”

“คุณมณี ช่างเถอะค่ะ ยังไงหนูก็ไม่ได้เป็นอะไร” ไข่มุกตัดปัญหา

“โถหนู...ใจดีเหลือเกิน แต่กับคนแบบนี้ไม่ต้องใจดีด้วยหรอก นิสัยลูกแร้งลูกกาเลี้ยงไม่เชื่อง”

“อุ๊ย คุณแม่ขา...คุณแม่มณีว่าลูกไก่เป็นลูกแร้งอีกแล้ว งั้นคุณแม่ก็ต้องเป็นอีแร้งตัวแม่สิคะ”

“ดีแต่ด่าๆๆๆ คนอย่างฉันถ้าทำก็เชิดหน้ารับความจริงย่ะ ไม่ใช่ พวกหมาลอบกัด” ชลลดาปรี๊ดแตกแล้วเดินมาประจันหน้ามณีอย่างเหลืออด เขมทัตเห็นท่าไม่ดีรีบเดินเข้ามากั้นกลาง

“เอาล่ะๆ แยกกัน ทะเลาะอะไรอายเด็กบ้าง อายุไม่ใช่น้อยๆแล้วนะคุณ”

ชลลดาขยับเข้ามาทำท่าจะออเซาะเขมทัต แต่มณีสกัดขาไว้จนเกือบหน้าทิ่ม พอตั้งหลักได้ก็ยืนมองมณีอย่างแค้นเคือง ส่วนคีรินทร์มองไข่มุกที่ยืนนิ่ง สีหน้าไม่บอกอารมณ์ ตัดสินใจเอ่ยปากให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านดีกว่า เกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนคอยช่วย

“ไม่เป็นไร ฉันคงไม่ซวยซ้ำสองหรอกมั้งคะ”

“จะดื้อไปถึงไหนฮึ” คีรินทร์เริ่มเสียงขุ่น

“มาอยู่บ้านเถอะ หนูเองก็ท้องทำอะไรไม่ค่อยสะดวก เชื่อลุงนะ” เขมทัตช่วยอีกแรง มณีเองก็รบเร้าเพราะเป็นห่วงจริงๆ “กลับมาที่นี่ใกล้หูใกล้ตา พวกชั่วๆจะได้ไม่กล้าทำอะไร”

นุชนารถมองไข่มุกอย่างอิจฉาที่ทุกคนให้ความสำคัญ แต่ดูท่าไข่มุกยังคิดหนักจึงไม่อยากรับปาก...หลังจากนั้นเธอได้คุยสองต่อสองกับคีรินทร์ โดยไม่รู้ว่านุชนารถแอบมองอยู่ห่างๆ

“เรื่องที่มีคนมาทำร้ายฉัน อย่าบอกคุณจินจูนะคะ ไม่อยากให้เขาเป็นห่วง”

“ไหนว่าไม่แคร์แม่ไง” คีรินทร์กระเซ้ายิ้มๆ ไข่มุกปากแข็งไม่ยอมรับ เลยโดนเขาแหย่ให้อีก “ถ้าไม่แคร์ ทำไมต้องกลัวเขาเป็นห่วง”

“ก็แค่ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ”

“เฮ้อ คนปากแข็งหน้าตาเป็นอย่างงี้นี่เอง... เหมือนกับเรา รักเราแท้ๆ แต่ไม่เคยพูดว่ารักสักคำ...ใจร้าย”

คีรินทร์ไม่พูดเปล่า เข้านัวเนียกอดรัดไข่มุก นุชนารถเห็นดังนั้นก็หน้าบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์ และตัดสินใจเข้าไปขัดจังหวะก่อนที่จะมีฉากเลิฟซีนให้บาดตาบาดใจ

“คุณมณีให้มาตาม หนูนาเป็นไข้ค่ะ”

“เดี๋ยวผมรีบไปดู” คีรินทร์ผละออกจากไข่มุก นุชนารถลอบยิ้มแล้วเดินตามเขาไป โดยมีไข่มุกรั้งท้ายไปด้วย

หนูนาปวดหัวตัวร้อนอ้อนคีรินทร์กับไข่มุกแต่นุชนารถไม่ยอมให้ไข่มุกเข้าใกล้อ้างว่าคนท้องควรอยู่ไกลๆดีกว่า เดี๋ยวไข้หวัดจะติดถึงเด็ก

“จริงด้วย ลูกติดขึ้นมาเรื่องใหญ่นะคุณ ถอยมาๆ ให้นุชจัดการเถอะ เขาเก่ง”

“ตั้งแต่เกิดก็สามวันดีสี่วันไข้ เป็นโน่นเป็นนี่ตลอด นี่ถ้าไม่มีเธอ...ฉันจะทำยังไง ต่อไปก็อย่าคิดมากจนโกรธแค้นอะไรอีกเลยนะ ฉันรับรองว่าจะดูแลเธอให้อยู่อย่างสบายที่สุดนะนุชนารถ”

นุชนารถมองมณีแล้วยิ้มรับแทนคำตอบ รู้สึกเป็นต่อไข่มุกหลายขุม ทั้งยังปากหวานใส่คีรินทร์ว่าเพื่อเขา เธอทำได้ทุกอย่าง ไข่มุกฟังแล้วอดคิดมากไม่ได้ รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความหมาย

ตกกลางคืน คีรินทร์สังเกตเห็นไข่มุกเงียบขรึมไม่ค่อยพูดจาก็พอเดาออกว่าต้องมีอะไรในใจ

“เธอเป็นอะไร ดูไม่ค่อยร่าเริงเลย หึงนุชใช่มั้ย”

ไข่มุกไม่ตอบแต่ค้อนให้ คีรินทร์หัวเราะชอบใจ แหย่อย่างอารมณ์ดีว่า “รักฉันมากล่ะสิ”

“ใครบอก เพียงแต่รู้สึกว่าคุณนุชนารถจะกลับตัวได้เร็วขนาดนี้เชียวเหรอ”

“โธ่ ขนาดองคุลีมาลยังกลับใจได้เลย นุชคงไม่ถึงขั้นแย่ขนาดนั้นหรอก แต่ฉันว่าเธอหาเรื่องหึงฉันมากกว่า ใช่ไหมล่ะ”

ไข่มุกเมินหน้าหนีอย่างงอนๆ คีรินทร์กลัวเธอหนี รีบสวมกอดเอาไว้

“หึงนะ หึงเยอะๆ ฉันชอบ แต่จำไว้ว่ายังไงเธอกับลูกก็เป็นที่หนึ่งมาก่อนคนอื่นเสมอนะ”

“เอ๊ะ บอกว่าไม่ได้หึง”

“อาการฟ้องขนาดนี้ เชื่อตายแหละ”

คีรินทร์หัวเราะชอบใจทำท่าจะจุ๊บแก้ม ไข่มุกเบี่ยงตัวออก เดินหนีขึ้นบันได แต่เขายังก้าวตามไม่ลดละ ยิ้มกริ่มอย่างนึกสนุก

“จะหนีไปไหน ชิ่งกันเหรอ”

พูดจบก็พุ่งพรวดไปกอดเธอแน่นและก้มหน้าลงทำท่าจะจูบ ทันใดภัททิมาโผล่ออกจากห้องกระแอมเสียงดังจนทั้งคู่ชะงักกึก ผละออกจากกัน

ภัททิมาเดินเข้ามาแทรกกลางและเบียดไข่มุกออกห่างด้วยสะโพก พลางยื่นหน้ายื่นตาออดอ้อนคีรินทร์เสียงหวาน

“รินทร์ขา...แล้วทีนี้จะจัดคิวกันยังไง มีตั้งสามคน ไหนจะกิ๊กเก่าคุณอีก ถ้าลำเอียงลูกไก่ไม่ยอมนะ”

“ฉันขอตัวไปนอนก่อน เชิญจัดคิวกันตามสบาย”

“คิวเคิวอะไร เดี๋ยวสิไข่มุก...ลูกไก่ออกไปก่อน”

ภัททิมาไม่ฟัง เกาะแขนเขาแน่นไม่ยอมปล่อย “ไม่รู้แหละ ลูกไก่เอาสี่วัน ที่เหลือจะให้ใครก็เอาไป คนเป็นเมียต้องรู้จักใจกว้างใช่ไหมคะรินทร์ วันนี้คิวไข่มุกนอนห้องรินทร์ คืนพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ลูกไก่มานอนนะคะ”

ภัททิมารวบรัดตัดความแล้วเขย่งตัวหอมแก้ม

คีรินทร์ฟอดใหญ่ ไข่มุกหมั่นไส้ สะบัดหน้าเดินหนีเข้าห้องปิดประตูดังปัง

ooooooo

คีรินทร์หนักใจกับความเป็นอยู่ภายในบ้านและยังไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร แต่ถึงยังไงเขาก็รักและให้ความสำคัญไข่มุกมากกว่าใครเสมอ

หลังจากเมื่อตอนหัวค่ำภัททิมาทำให้ปวดหัว เขาคิดหนักก่อนตัดสินใจเข้าไปตื๊อไข่มุกในห้อง ปรากฏว่าเธอยังหน้างอง้ำไม่หายงอน แต่เขาทำใจดีสู้เสือ พูดปะเหลาะไปมาจนไข่มุกเผลอยิ้ม

“ดีใจจังที่เธอกลับมาอยู่ห้องนี้อีก”

“ไม่ต้องมาพูดเลย”

“จริงๆนะ ไม่มีเธอ ฉันเหงามาก”

“เหงาอะไร ฉันไม่อยู่คงมีคนอื่นมาอยู่เป็นเพื่อนคุณเยอะแยะ”

“ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีดนะครับ ห้องนี้ให้คนขี้งอนคนเดียว”

“ว่าใครขี้งอน”

“ใครก็ไม่รู้ ทั้งขี้งอน ขี้หึง เป็นคุณแม่แล้วงอนบ่อยๆเดี๋ยวลูกออกมาหน้างอนะ เมื่อกี้พูดแรงไป ขอโทษนะครับคุณแม่”

คีรินทร์ยิ้มกริ่ม ขยับเข้าสวมกอดทางด้านหลัง ไข่มุกหมั่นไส้ฟาดเพี๊ยะที่แขน แต่กลับโดนเขากอดแน่นขึ้นไปอีก “ยกโทษให้ฉันนะไข่มุกจ๋า...นะๆๆ”

เห็นท่าทีออดอ้อนของเขาแล้วไข่มุกกลั้นยิ้มไม่อยู่ คีรินทร์มองเห็นในกระจกก็ยิ้มกระหยิ่มใจ

“ไปอาบน้ำนอนกันนะ อาบพร้อมกันพ่อแม่ลูก”

ไข่มุกหน้าแดงเขินอาย แววตาอ่อนลง คีรินทร์ได้ใจทั้งกอดทั้งจูบเธออย่างรักใคร่...

ส่วนที่ห้องชลลดา...สาวใหญ่กำลังเดินไปเดินมาในห้องอย่างหงุดหงิดเหมือนขบคิดอะไรบางอย่างซึ่งภัททิมาไม่เข้าใจว่าแม่เป็นอะไร

“ใครกันที่ทำร้ายนังมุกแล้วโยนมาให้เรารับกรรม เฮ้ย...ลูกไก่ ดูหน้าแม่หน่อยสิ”

“ทำไมคะคุณแม่ ก็ย่นเท่าเดิม อุ๊ย ตีนกาเพิ่ม”

“ว้าย...อย่าหยาบคายสิลูก อยากรู้ว่าหน้าแม่ร้ายนักเหรอถึงคิดว่าเป็นเราทำอยู่ได้ เซ็งจิต เซ็งๆๆ”

“นึกว่าคิดอะไร ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง แต่จะว่าไปเราก็ทำเขาไว้เยอะนี่คะ”

“งั้นเราต้องสืบหาให้ได้ว่าใครมันทำ แม่ไม่ยอมเป็นแพะรับบาปเด็ดขาด”

“แล้วคุณแม่สงสัยใครคะ” ภัททิมาเอียงหน้าทำตาบ้องแบ๊ว...ชลลดาถอนใจดังเฮือก เอือมระอาลูกสาวเหลือเกิน!

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล
13 พ.ย. 2562
14:45 น.