กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

มายาสีมุก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ไข่มุก เด็กสาววัย 20 แสนสวยจิตใจดีงามและมีความกตัญญู ความยากจนทำให้เธอทำงานทุกอย่างที่สุจริตเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

วันนี้เธอวนเวียนอยู่ในกองถ่ายละคร ถูกเรียกไปเป็นสตั๊นต์เกิร์ลแสดงเป็นสาวในชุดนางเสือแทนกีกี้นางร้ายตัวจริงเธอแสดงโลดโผนห้อยโหนโจนทะยานได้อย่างคล่องแคล่วสวยงาม แต่มาพลาดท่าตอนสุดท้ายตกลงมาจุกแอ้ก ถูกผู้กำกับไล่และธุรกิจใช้ให้ไปตามตัวกีกี้ นางเอกตัวจริงมาเข้าฉาก

ไปตามกีกี้เจอกำลังพลอดรักอยู่กับคีรินทร์เพลย์บอยรูปหล่ออยู่หลังราวแขวนเสื้อผ้านักแสดง โดนด่าซ้ำเพราะมาขัดจังหวะกำลังปล้ำกันมันหยด

พอได้รับเงินค่าจ้างก็รีบเอากลับบ้านไปให้วันดี แม่ที่รอรับเงินอยู่ที่บ้านโทรมๆ ในชุมชนแออัด

“สองร้อยอีกแล้ว มันจะหักยุบหักยิบอะไรนักหนาวะนังมุก หรือว่าเอ็งเม้มไว้ อย่าให้ข้ารู้นะโว้ย” วันดีโวยลั่น

“จะมีเหลือให้เม้มเหรอจ๊ะแม่ ได้มาเท่าไรฉันก็ให้แม่หมดทุกที แสดงแทนเขา เจ็บหลังแทบหักยังไม่เจ็บใจเท่าโดนหักสองเด้ง”

วันดีบ่นไม่หยุดว่าจะมาหักอะไรกับนักแสดงต๊อกต๋อย ไข่มุกแจกแจงอย่างเจ็บใจว่า

“มันหักหมดแหละแม่ ก็คนที่เรียกฉันหักค่านายหน้าไป 60 แถมมาไถค่ารถอีก 40 เลือดซิบเลย ไม่ให้ก็ไม่เรียกอีก ทำไงได้แม่”

วันดีบ่นว่าทำทั้งวันได้น้อยกว่าตนขายส้มตำอีก ไข่มุกหยอกว่าบ่นนักงั้นไม่ต้องเอา ฉวยเงินคืนจากวันดี โดนวันดีด่าไม่ทันจบ เม่นพ่อขี้เมาก็มาข้างหลังวันดีคว้าเงินไป แถมด่าวันดีว่านิสัยไม่ดีหากินกับลูก

“ไอ้เม่น ไอ้เลว การงานไม่รู้จักทำ ดีแต่ไถข้าเอาคืนมา” วันดีหันไปทะเลาะกับเม่นแทน ไข่มุกบอกเม่นว่าอยากได้ก็เอาไปแล้วไปให้ไกลๆเลย

“ถ้าไม่อยากให้ข้าทำอะไรแม่เอ็ง ก็หาเงินมาให้ข้าเยอะๆสิวะ ไม่งั้น ไม่ใช่แค่นังวันดี แต่เอ็งก็จะโดนด้วย”

เม่นกำเงินแน่นขู่ดุดันแล้วเดินไป ไข่มุกกับวันดีมองตามเม่นไปอย่างแค้นใจ

ooooooo

วันนี้ไข่มุกเลยต้องไปขายส้มตำตูดไก่ย่าง เธอตำส้มตำด้วยลีลานักบู๊หนังกำลังภายใน ควงครกควงสากอย่างคล่องแคล่ว แม้แต่ตูดไก่ที่จะปิ้งก็ยังโยนขึ้นเอาไม้เสียบกลางอากาศอย่างแม่นยำ

พวกลูกค้าที่มารอซื้อดูลีลาขายของไข่มุกจนลืมไปเลยว่ามายืนรอส้มตำอยู่

ยังไม่ทันมีใครได้ส้มตำ เสียงนกหวีดของเทศกิจก็ทำลายบรรยากาศหมดสิ้น ไข่มุกเข็นรถหนี พวกลูกค้าก็แตกกันกระเจิง

“ทำไมดวงจู๋อย่างนี้วะไอ้มุก...ขายยังไม่ได้สักกะบาท ต้องวิ่งขาขวิดอีกแล้ว” ไข่มุกเข็นรถหนีขึ้นสะพานเตี้ยๆ

พอจวนตัวก็กระโดดขึ้นหลังคารถที่ติดกันเป็นพืดอยู่บนถนน กระโดดจากหลังคารถคันนี้ไปคันโน้นลีลาไม่แพ้จาพนม

“มาถ่ายหนังอะไรบนรถข้าวะ...ลงไป” เจ้าของรถคันหนึ่งโผล่หน้าต่างรถออกมาด่า

ไข่มุกโดดจากหลังคารถลงไปเข็นรถหนีต่อ เทศกิจวิ่งไล่จนลิ้นห้อย จำต้องปล่อยไข่มุกหนีไป

ooooooo

เขมทัตเจ้าของโรงแรมห้าดาวพ่อของคีรินทร์หนุ่มเพลย์บอย อยากให้ลูกชายคนเดียวมีภาพลักษณ์ที่ดีและดูแลกิจการต่อจากตน วันนี้จึงเรียกประชุมกรรมการบริษัท เสนอว่า

“ผมขอเสนอที่ประชุมบอร์ดนะครับ ว่าจะให้คีรินทร์ขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการ ดูแลทุกอย่างแทนผม”

ผู้ร่วมประชุมซุบซิบกัน คนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่าตนเห็นด้วยแต่คีรินทร์ยังอายุน้อย เสนอว่าวัฒนาน่าจะเหมาะสมกว่า คีรินทร์แย้งทันทีอย่างไม่พอใจว่า ตนกับวัฒนาอายุเท่ากันเป็นเพื่อนกัน มันน้อยกว่าตรงไหนไม่ทราบ

“แต่คุณวัฒนามีครอบครัวแล้ว ดูภูมิฐานกว่าหนุ่มสำอาง ตำแหน่งนี้ต้องเป็นคนมีความรับผิดชอบ ถ้ามีครอบครัวแล้วดูจะมีวุฒิภาวะดีกว่า” บอร์ดอีกคนชี้แจง

“โสดไม่โสดไม่เกี่ยวมังครับ คุณคีรินทร์ก็มีความรู้ความสามารถไม่น้อยไปกว่าผม” วัฒนาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและเป็นลูกน้องของคีรินทร์เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

“ถ้าอย่างนั้น ที่ประชุมก็ต้องโหวต แต่ดูเสียงส่วนมากจะไปทางคุณวัฒนานะ” บอร์ดอีกคนเสนอ ทุกคนเห็นด้วย

คีรินทร์นิ่งไป รู้สึกเสียหน้ามาก

ooooooo

บ้านหลังไม่ใหญ่และไม่หรูหรานัก แต่ออกแนวผู้ดีเก่า เป็นบ้านของชลลดา หญิงวัย 45 หน้าตาเค็ม เขี้ยว แววตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ เธอคือเจ้าหนี้ที่เหมือนเจ้าชีวิตของวันดี

ที่ห้องรับแขก ชลลดานั่งเชิดอยู่บนเก้าอี้ มองไข่มุกกับวันดีที่นั่งหน้าเศร้าที่พื้นหยันๆ พูดจิกอย่างถือตัว

“ดอกเก่าก็ยังส่งไม่ครบ ยังมีหน้ามาขอกู้ใหม่อีกเหรอยะ เห็นฉันเป็นตู้เอทีเอ็มรึไง”

“คุณนายขา...อิฉันเดือดร้อนจริงๆ วันนี้ก็โดนเทศกิจจับ ทุนหายกำไรหด ตูดไก่ก็เสียหมด สงสารเถอะค่ะ ขอสักสองสามพันไปทำทุน” วันดีอ้อนวอนจนแทบจะกราบ

ทันใดนั้น เสียงเอะอะดังเข้ามา เป็นเสียงของภัททิมาลูกสาววัย 23 ปีของชลลดาที่ถอดแบบนิสัยแม่บวกนิสัยแย่ของตัวเองที่เปรี้ยวซ่าหลงตัวเอง กำลังโวยวายตามหลังสาวใช้พม่าที่หิ้วกระเป๋าจะกลับบ้านทั้งที่เพิ่งมาทำงานได้แค่ 5 วัน

ชลลดามองขวับไปที่ไข่มุกทันที เสนอเงื่อนไขว่าถ้าวันดีจะยืมเงินก็ให้เอาไข่มุกมาทำงานบ้านก่อนก็แล้วกัน

“หนูทำไม่เป็น...หนูเป็นเด็กขี้เกียจ” ไข่มุกรีบบอก

“ถ้าไม่มา ฉันก็ไม่ให้ยืมเงินต่อ แล้วทั้งต้นทั้งดอกคืนมาให้หมดวันนี้ ตอนนี้เลย! แต่ถ้าให้อยู่...”

“คุณนายจะยกดอกเบี้ยให้หมดเลยใช่ไหม” วันดีถามอย่างตื่นเต้น ถูกด่าว่าดอกเบี้ยตั้งสี่แสนห้ายกให้ก็บ้าแล้ว นิ่งคิดก่อนเสนอว่า

“เอางี้ ฉันลดดอกให้แสนนึง แต่ต้องทำสัญญาให้นังนี่ทำงานอยู่บ้านฉันห้าปี แต่ถ้าเบี้ยวหนีไปก่อน แกต้องชดใช้คืนให้ฉันเป็นสามเท่า”

วันดีถามว่าไม่เค็มไปหน่อยหรือ ชลลดาอ่อยว่าระหว่างทำงาน จะให้เงินเดือนเดือนละสี่พันห้า วันดีติงว่าถูกไปตอนนี้ค่าแรงวันละสามร้อยแล้ว ก็ต้องได้เดือนละเก้าพัน พูดแล้วแอบบ่น “ผู้ดีทำไมตกเลขวะ”

ชลลดายอมเพิ่มให้เป็นเดือนละห้าพันจ่ายล่วงหน้าหนึ่งเดือน แล้วรีบควักเงินมานับ วันดีกำลังจะโวยพอเห็นเงินเลยพูดไม่ออก ชลลดาบอกว่าถ้าตกลงเดี๋ยวเซ็นสัญญาแล้วเอาเงินไปเลย

ไข่มุกฟังการต่อรองและดูอาการของแม่แล้วอยากจะร้องไห้ เชื่อว่าแม่ต้องยอมคุณนายแน่ๆ

ooooooo

หลังการประชุมกรรมการบริษัท เขมทัตเรียกคีรินทร์ไปนั่งในห้องทำงาน ถามลูกชายว่าจำอายง-ยุทธเพื่อนพ่อที่ตายไปแล้วได้ไหม คีรินทร์บอกว่าจำได้รางๆ ถามว่าทำไมหรือ

“เราสองคนเคยคุยกันว่า จะให้แกแต่งงานกับลูกสาวเขา” คีรินทร์ตกใจทักท้วงว่านี่มันหมดยุคคลุมถุงชนเข้าสู่ยุคพกถุงยางแล้ว “พวกบอร์ดพูดถูก กรรมการผู้จัดการควรมีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องมีวุฒิภาวะที่จะดูแลบริษัท และพนักงานเกือบพันคนได้ ไม่ใช่เพลย์บอยจีบคนโน้นยุ่งกับคนนี้ พ่อต้องการให้แกแต่งงานกับลูกสาวยงยุทธ”

คีรินทร์อึ้งที่ถูกพ่อจับมัดมือชกรวบรัดรวดเร็วแบบนี้

ooooooo

ไข่มุกถักเปียหิ้วกระเป๋ามอซอมาเป็นคนรับใช้บ้านชลลดา ก็ถูกพิพัฒน์แฟนของภัททิมาเข้ามาทำกรุ้ม กริ่มจะแต๊ะอั๋ง แทนที่จะว่าพิพัฒน์ ภัททิมากลับด่าไข่มุกว่า

“ไม่ทันเข้าบ้านก็ออกลาย อย่าให้รู้เชียวนะ แม่ตบเหงือกฉีก”

ตอนที่ 2

ไข่มุกถูกอุ้มขึ้นรถตู้ไป แต่ด้วยความฉลาดมี ไหวพริบ ใช้ทั้งเล่ห์กลมายากอปรกับมีฝีมือเป็นสตั๊นต์เกิร์ล คิวบู๊จึงต่อสู้เอาตัวรอดไปได้ พอหลุดจากมันก็ตะโกน

“ช่วยด้วย ขโมย ตำรวจมาแล้ว...ช่วยด้วย”

แค่นั้นพวกคนร้ายก็เปิดกับแน่บ

รุ่งขึ้น พอชลลดารู้ว่าไข่มุกมีเรื่องที่หน้าบ้านก็ด่าว่าเป็นตัวพกความซวยมา เพราะเมื่อก่อนไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เลย ไข่มุกยืนยันว่าตนไม่มีศัตรูที่ไหน ชลลดาคาดว่าอาจจะเป็นฝีมือพวกสาวๆของคีรินทร์ที่เป็นลูกเจ้าพ่อก็ได้

“ดีนะที่แม่ให้ไข่มุกปลอมเป็นลูกไก่ ไม่งั้นซวยตายชัก โดนอุ้มไปแล้วอาจโดนปู้ยี่...”

“ปู้ยำ...” ไข่มุกต่อให้แล้วร้องอย่างสยอง “โอย...หนูว่าแล้วมันต้องจับผิดตัวแน่...นี่ขนาดยังไม่แต่งยังมีอุ้มจะไปปู้ยี่ปู้ยำ ต่อไปไม่ปาดคอหนูเหรอ แล้วจะทำไงดีล่ะคะคุณผู้หญิง”

ชลลดาบอกว่ามีทางเดียวต้องรีบแต่งเสียจะได้หมดปัญหา พอเข้าไปอยู่บ้านโน้นแล้วคงคุ้มหัวได้ ไข่มุกไม่ยอมในเมื่อคุณลูกไก่ไม่แต่งก็ให้คุณนายแต่งแทนจะได้โขกเขาถนัดๆว่าแล้วยกมือไหว้ขอลาเลย

“แกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น รับค่าสินสอดล่วงหน้ามาแล้ว หน้าตาก็เห็นกันไปแล้ว ห้ามเบี้ยว พวกนี้มันก็แค่ขู่ไม่ทำจริงหรอก” ไข่มุกพูดจะร้องไห้ว่ามันขู่แต่หนูเจ็บ ชลลดาบอกว่าให้เอายาหม่องป้ายเดียวก็หาย เห็นไข่มุกอึกอักเลยดุ “อย่าเรื่องมาก ไปทำงานบ้านได้แล้ว”

ไข่มุกจะพูดอะไรอีกก็ถูกตัดบทอย่างเกรี้ยวกราดว่าอย่าให้ตนมีน้ำโห ขืนเบี้ยววันดีได้ติดคุกแน่ ไข่มุกเลยต้องเดินหน้าจ๋อยไป แต่ไปไม่ทันพ้นก็ได้ยินเสียงแม่ลูกคุยกันเลยหยุดแอบฟัง

“ให้มันแต่งไปแล้วจะหมดเรื่องจริงเหรอแม่ เรื่องนี้มันดูน่ากลัว”

“พวกนั้นมันอาจเอาจริงก็ได้ แต่ไม่เป็นไร อย่างมากนังไข่มุกมันก็ตายแทนไป พวกเราไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว”

“ตายแทน...ใครจะยอม อยู่ไม่ได้แล้วเรา” ไข่มุกพึมพำหน้าซีดเผือด

ooooooo

แต่งงานแทนยังพอกล้ำกลืน แต่ตายแทนใครจะยอม ไข่มุกตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าหิ้วกระเป๋าหนีออกจากบ้าน พอมาถึงกลางซอย เจอคีรินทร์ขับรถเอาถุงที่เธอลืมไว้มาคืน ไข่มุกรีบยกกระเป๋าปิดหน้าเดินงุดๆ

คีรินทร์จอดรถเดินตามถามว่าจะไปไหน ไข่มุกยิ่งกลัวเดินบิดไปอย่างเร็ว ถูกคีรินทร์แซวประสาคะนองพูดตามจังหวะที่ไข่มุกเดินบิด ยักซ้าย...ยักขวา...ไข่มุกยิ่งเร่งฝีเท้า คีรินทร์ก็พูดตามจังหวะสะโพกบิดอย่างสนุกสนาน

สุดท้ายคีรินทร์เข้าประชิดตัวถามว่า “วันนี้คุณเพี้ยนป่าว ผมจะพาคุณไปดูผ้า...ผ้าปูเตียง เดี๋ยวซื้อผิดซื้อถูกไม่ตรงรสนิยมคุณจะว่าได้ เออ...แล้วเราแยกห้องนอนกันดีไหมต่างคนต่างได้เป็นส่วนตัว”

“ไม่ต้องแยกห้อง แยกกันไปเลยดีกว่า” ไข่มุกวิ่งหนีไปเลย

“อ้าว...วิ่งเลย ถามเรื่องแยกห้องแค่นี้โกรธเลยเหรอ เฮ้อ...ผู้หญิงเข้าใจยากจริงเว้ย”

ไข่มุกวิ่งไปรอรถเมล์ที่ป้าย นึกว่าหนีคีรินทร์พ้นแล้ว ครู่เดียวเขาก็มาสะกิดไหล่ เธอถามหัวเสียว่าจะตามมาทำไมอีก แยกกันไปเลย ขอร้องอย่ายุ่งกับตนได้ไหม

ทั้งคู่โต้เถียงตอแยกันเสียงดังจนคนรอรถเมล์หันมอง ไข่มุกขู่ว่าถ้าไม่เลิกยุ่งตนจะร้องให้คนช่วย คีรินทร์ นึกว่าเธอไม่กล้าท้าว่าแน่จริงก็เอาเลย

“ช่วยด้วยค่ะ ไอ้โรคจิตจะจับฉันข่มขืน ช่วยด้วยค้า... ใครก็ได้ช่วยที” คีรินทร์ยืนเหวอ มอเตอร์ไซค์รับจ้างร่างใหญ่พลเมืองดีมีแก่ใจมาช่วย คีรินทร์รีบบอกว่าเราเป็นแฟนกัน ไข่มุกโต้เสียงดัง “ไม่จริง...ไม่ได้เป็น”

พอดีรถเมล์มา ไข่มุกกระโดดขึ้นรถไปเลย คีรินทร์ จะตาม ถูกพวกมอเตอร์ไซค์รับจ้างขวางไว้แล้วรุมกันเข้ามาอัดคีรินทร์เสียน่วม

คีรินทร์มาบ้านชลลดาในสภาพปากเจ่อตาเขียว ถามชลลดาว่าลูกไก่จะรีบไปไหนถึงต้องทำกับตนขนาดนี้ ชลลดาปดไปตามน้ำว่าเธอจะรีบไปเล่นโยคะ การเดินเร็วๆเป็นการวอร์มจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปถึงก็เล่นได้เลย รับปากว่าลูกไก่กลับมาเมื่อไรจะอบรมและให้มาขอโทษเขา

“ผมขอเบอร์มือถือเขาหน่อย อยากคุยให้รู้เรื่อง” คีรินทร์ตื๊อ ชลลดาปดว่าไม่มี เขาไม่เชื่อเธอเลยปดใหม่ว่าลูกไก่ไม่ได้เอาไป คีรินทร์พูดอย่างรู้ทันว่า “ผมรู้แล้ว เขาไปหาผู้ชายอีกคนใช่ไหมถึงได้ช่วยปิดกันนัก”

ฝ่ายไข่มุกกว่าจะหนีกลับบ้านเช่าของตัวเองได้ก็แทบเอาตัวไม่รอด พอกลับถึงบ้านก็ถูกวันดีด่าหาว่าไม่ระวังตัวเองสั่งให้กลับไปบ้านนั้นเสีย ไม่อย่างนั้นจะจับส่งกลับไปเอง

คืนนี้ไข่มุกดูหนังเกาหลีในห้อง เป็นหนังกำลัง ภายในที่จินจูแสดง จินจูแสดงความรักที่มีต่อลูก ปกป้องลูกด้วยชีวิต ก็นึกน้อยใจชีวิตของตัวเอง พึมพำน้ำตาอาบหน้า...

“จินจู...ทำไมแม่หนูถึงไม่สู้เพื่อลูกอย่างคุณ...”

หลังจากจินจูรับปากว่าจะมาเมืองไทยแล้ว เธอเตรียมเดินทาง แทยอนไม่อยากให้เธอไปถามว่าต้องไปกี่วัน

“งานมีกำหนดแค่สามวัน...แต่อาจจะอยู่ต่อ” เห็นแทยอนไม่สบายใจเธอยกคำพูดของเขามาเตือนใจเขาว่า “คุณบอกฉันตลอดว่าทุกอย่างเป็นอดีต แล้วทำไมวันนี้คุณถึงยังกลัวอดีต”

แต่แล้วจินจูก็ไม่ได้เดินทางเพราะเธอก้าวพลาดตกบันไดเท้าแพลง แทยอนแอบดีใจ ในขณะที่ปาปารัสซี่ ที่ติดตามการเคลื่อนไหวของจินจูตลอดเวลาถ่ายภาพเหล่านั้นไว้ได้ทั้งหมด

ooooooo

วันดีไปหาชลลดาที่บ้าน ขอขึ้นค่าตัวไข่มุกเพราะนอกจากต้องปลอมตัวแต่งงานกับคีรินทร์แล้วยังต้อง เสี่ยงตายด้วย ขอเพิ่มอีกสองหมื่นเผื่อค่าทำศพ ต่อรองกันไปมาสุดท้ายลงตัวที่ห้าพัน ส่วนที่เหลือหลังแต่งค่อยว่ากัน ชลลดาตัดบทตะเพิดว่าถ้าไม่เอาก็กลับไปขายส้มตำตามเดิม

แต่แล้วก็มีเรื่องให้ต้องวุ่นวายอีก เมื่อภัททิมาเห็นความหล่อเท่ของคีรินทร์ก็คลั่งไคล้ บอกชลลดาว่าตนไม่ยอมให้ไข่มุกปลอมตัว และจะแต่งเอง ทำเอาชลลดามึน โดนภัททิมางอแงหนักเข้าก็ชักฉุน เสียงดังใส่ว่า

“อย่ามาโทษแม่นะ เราเองแหละใจร้อน แทนที่จะเจอคีรินทร์แล้วค่อยตัดสินใจ ดันปฏิเสธไม่เอาท่าเดียว แล้วเป็นไงล่ะ นังไข่มุกเอาไปกินเลย มาโวยตอนนี้สายไปแล้วย่ะ”

“ไม่เห็นสายเลย ก็โกหกไปว่าเราลองใจหรืออะไรก็ได้” ภัททิมาตะแบงจะเอาคีรินทร์คืนให้ได้

ชลลดาปวดหัว เพราะขืนทำแบบนั้นมีหวังโดนบ้านโน้นโกรธตาย “คราวนี้ นอกจากจะไม่ได้สินสอดเกือบสิบล้านแล้ว ยังต้องใช้หนี้เก่าให้เขาด้วย แถมต้องโดนโขกหนี้กลับแน่ ทบดอกอีก แล้วพิพัฒน์ล่ะ จะเอาไปไว้ไหน”

ภัททิมาบอกว่าพิพัฒน์นั่นเป็นลูกไก่ในกำมือเฉดหัวไปเมื่อไรก็ได้ ชลลดาทนลูกตื๊อไม่ไหว รับปากจะ จัดการให้แต่ต้องรอเวลา เพราะตอนนี้มีคนจ้องเล่นงานเจ้าสาวของคีรินทร์อยู่ ปล่อยให้ไข่มุกเป็นตัวล่อไปก่อน

สองแม่ลูกทั้งร้ายทั้งแสบพอกัน วางแผนแล้วหัวเราะชอบใจ ชลลดาย้ำว่ารอไข่มุกถูกฆ่าเมื่อไร ลูกไก่ค่อยสวมรอยกินสองต่อ แม่ก็ได้เงิน ลูกก็ได้ผัวอีกคน แล้วถามลูกไก่ว่า แค่เห็นหน้าคีรินทร์ครั้งเดียวอาการหนักถึงขนาดนี้เลยหรือ

“ทั้งหล่อทั้งเท่ระดับเทพซะขนาดน้านนนน..”ภัททิมา หัวเราะระริกรีบเอามือเช็ดปากแบบน้ำลายหก

ชลลดาเห็นความซ่าของลูกสาวแล้วอึ้งสุดๆ

ooooooo

คีรินทร์พาไข่มุกนั่งรถไปครู่เดียวก็จอดถามว่าร้องไห้ทำไม หึงตนหรือ ไข่มุกบอกว่าไม่ได้หึงแต่มันเครียด เหนื่อยอึดอัดหลายเรื่อง แต่ก็ไม่บอกว่าเรื่องอะไร

ระหว่างนั้น คนร้ายสองคนที่ได้รับคำสั่งทางโทรศัพท์ มันทวนคำสั่งว่า“สั่งสอน แต่ไม่ตาย”แล้วบึ่งมอเตอร์ไซค์ตามรถของคีรินทร์ไป พอถึงก็แกล้งชนท้ายให้คีรินทร์ลงมาเจรจา ระหว่างนั้น อีกคนก็ไปลากไข่มุกลงจากรถ แต่เล่นกับไข่มุกไม่ได้ง่ายอย่างที่มันคิด

ไข่มุกใช้ความสามารถพิเศษการเป็นสตั๊นต์เกิร์ลของตนต่อสู้กับคนร้าย โชคดีที่สายตรวจผ่านมา เธอรีบตะโกนขอความช่วยเหลือ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีพากันขึ้นรถบึ่งหนีไป แต่คีรินทร์กระเป๋าสตางค์หายไประหว่างต่อสู้

พากันกลับมาที่บ้านคีรินทร์ นุชนารถรีบมาดูแลทำแผลให้คีรินทร์อย่างเป็นห่วง หาว่าเพราะเขากำลังจะแต่งงานเลยมีแต่เรื่องร้ายๆ จิกตาใส่ไข่มุกเปรยๆว่า

“ดวงสองคนจะชงกันหรือเปล่าคะ ยังไม่แต่งยังแรงขนาดนี้ นี่เขาเรียกว่าดวงมารนางกาลี”

เขมทัตเอะใจว่า ถ้าคนร้ายต้องการชิงทรัพย์ทำไมต้องทำร้ายกันถึงขนาดนี้ แต่มณีเห็นด้วยกับนุชนารถ เป็นห่วงคีรินทร์เตือนให้ต้องระวังตัวไว้ บอกไข่มุกให้เอาวันเดือนปีเกิดมาจะเอาไปผูกดวงดู ไข่มุกอึกอัก เพราะขืนให้ความแตกแน่

“แม่ครับ วันเดือนปีเกิดไม่สำคัญอะไรหรอก ผูกดวงมา ถ้าไม่ตรงกัน พ่อจะยกเลิกงานแต่งเหรอ”เขมทัตยืนยันว่ายังไงก็ไม่เลิก มณียืนกรานว่าตนจะไม่ยอมให้ใครมาฉุดดวงของลูกเด็ดขาด แล้วเร่งไข่มุกให้เอาบัตรประชาชนมา ตนจะจดเอง สุดท้ายคีรินทร์ต้องบอกว่ากระเป๋าสะพายของเธอถูกพวกนั้นเอาไปแล้ว ตัดบทว่า “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือเรื่องดวง”

“ผมเห็นด้วยกับลูก ดวงไม่สำคัญเท่าการกระทำรินทร์...พ่อว่าเราไปส่งหนูลูกไก่กลับบ้านก่อนดีกว่า เดี๋ยวคุณชลลดาจะเป็นห่วง เหนื่อยมาทั้งวันแล้วด้วย จะได้พักกัน”เขมทัตตัดบท คีรินทร์รีบพาไข่มุกออกไป

นุชนารถจิกตามองไข่มุกที่คีรินทร์พาออกไปแบบ... ฝากไว้ก่อนเถอะ! แต่ไม่กล้าทำอะไรเปิดเผยเพราะคีรินทร์ขู่ไว้ว่าถ้ายังอยากอยู่บ้านนี้ต่อไปก็ต้องทำใจให้ได้

ooooooo

กลับถึงบ้านชลลดา ไข่มุกถูกภัททิมากระแนะกระแหนว่าปลื้มจนหน้าจะล้นออกมาแล้ว เสร็จกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะ

“ยังไม่เสร็จ หนูไม่เอาผัวก่อนแต่งหรอกค่ะ”

ไข่มุกตอบซื่อๆถูกภัททิมาหาว่าว่าตน พูดเยาะว่า“เขาแต่งกับเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นฉัน พ่อฉันกับพ่อเขาเป็นเพืื่่อนรักกันมาก ถ้าลองรู้ว่าเธอไม่ใช่ฉัน เขาไม่มีวันแลผู้หญิงกระจอกอย่างเธอหรอก จำใส่กะลาหัวไว้”

“หนูไม่เคยลืมว่าตัวเองเป็นใคร ต้องฝืนทำทั้งที่ไม่ได้อยากก็เพื่อแม่ แต่งไปไม่รู้จะเจออะไรบ้าง จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้”

ภัททิมาเยาะเย้ยว่า อย่าคิดว่าจะได้เป็นเมียเศรษฐีไปตลอด อีกไม่นานก็ต้องกลับไปอยู่ดงน้ำเน่าอย่างเดิม พอดีพิพัฒน์เข้ามา เห็นไข่มุกในชุดสวยถึงกับมองตะลึง ภัททิมาหยิกบิดแหวใส่ว่า

“ถึงกับตาค้างเลยเหรอ เดี๋ยวได้ตาเขียว ผู้ชายเหมือนกันหมด”

“โอ้ย...เจ็บนะ แค่จะเข้ามาบอกว่าแม่ไข่มุกมา”

ไข่มุกดีใจนึกว่าแม่จะมาอวยพรงานแต่ง แต่ที่แท้วันดีมาถามว่า เขาให้เงินมาเตรียมงานใช่ไหม แบ่งแม่มั่งสิ...

กระซิบบอกว่าชลลดาวางแผนให้ไข่มุกสูบเงินจากบ้านนั้น ได้แล้วอย่าลืมจิ๊กไว้ให้แม่บ้างอย่าไปให้นังคุณนายหมด ไข่มุกฟังแล้วน้อยใจ ถูกวันดีด่าต่ออีกว่า “เป็นหนูตกถังข้าวสารแล้วทำเศร้าทำไม เดี๋ยวปั๊ด...โดน!”

ooooooo

ในวันแต่งงาน ชลลดาพาไข่มุก ภัททิมาและพิพัฒน์เข้ามาที่โรงแรม พอเห็นโรงแรมถึงกับอึ้ง ภัททิมาบอกว่านี่ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีดแล้วท่าทางจะหลายร้อยล้าน บ่นกระฟัดกระเฟียดว่า

“ทำไมไม่บอกว่าคีรินทร์รวยขนาดนี้ ทั้งหล่อทั้งรวยหาง่ายที่ไหน เสียดายเป็นบ้า”

“เอาน่า ส่งนังไข่มุกไปเป็นกองหน้าก่อน เปลี่ยนใจตอนนี้ช้าไปแล้ว”

พิพัฒน์ที่เดินอยู่ข้างๆได้ยินแว่วๆถามว่าแม่ลูกจะเปลี่ยนอะไร ชลลดาชิงตอบว่าลูกไก่อยากเปลี่ยนรองเท้าเพราะคับไปแต่ไม่ทันแล้วให้ทนใส่ไปก่อน

คีรินทร์เดินมารับ เห็นไข่มุกในชุดเจ้าสาวถึงกับอึ้งชมเหมือนเพ้อ...

“เจ้าสาวของผมสวยมาก...สวยที่สุด ในบรรดาผู้หญิงที่ผมคบมา”

ไข่มุกเขินก้มหน้างุด ส่วนภัททิมาฟังแล้วยิ่งอิจฉาจิกตาใส่ไข่มุก แต่พอหันไปทางคีรินทร์ก็ยิ้มหวานทิ้งสายตาอ่อย...

รัตนาหรือน้องหนูนาตื่นเต้นดีใจมากที่วันนี้จะได้พี่สะใภ้แสนสวย เมื่อนุชนารถเข็นรถเข้ามาก็เร่งให้รีบพาไปหาไข่มุก นุชนารถมองไข่มุกอย่างริษยา แกล้งไม่ให้ไป แม้แต่วัฒนาก็ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นเจ้าสาวของคีรินทร์บอกเพื่อนว่าช่วยหาแบบนี้ให้สักคน เอาสวยแค่ครึ่งนี้ก็พอ

“สวยและน่ารักเป็นที่สุด เลือกไม่ผิดจริงๆถ้ายงยุทธยังอยู่คงปลื้มใจมาก ขอบใจมากคุณชลลดาที่ยกลูกสาวให้”

มณีก็ยังอดที่จะกระแนะกระแหนไม่ได้แต่ก็ต้องเก็บความไม่พอใจไว้ เพราะตัวเองหัวเดียวกระเทียมลีบสู้พ่อลูกที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยไม่ได้

เมื่อคู่บ่าวสาวมาไหว้ เขมทัตพยักพเยิดให้มณีมอบของรับไหว้ให้ มณีมองอย่างเสียดาย ไข่มุกเองก็ไม่อยากรับ แต่ชลลดากับภัททิมาที่นั่งอยู่ข้างๆลุ้นให้รับกระทั่งกระทุ้งแขนให้ยื่นมือไปรับ

มณีที่ทำท่าจะให้ก็เสียดายชักเข้าชักออก ไข่มุกที่ไม่อยากรับก็ถูกกระทุ้งแขนให้ยื่นมือไปรับ สุดท้าย ชลลดากลัวไม่ได้เลยยื่นมือไปรับเองพูดหน้าตาเฉยว่า “มานี่...แม่เก็บให้ จะได้ไม่หาย”

ขณะภายในงานที่จัดเล็กๆกำลังชื่นมื่นกันนั้น เงาร้ายกำลังเกาะกลุ่มมุ่งเข้ามาในงาน เมื่อแองจี้ น้องแพรว และกีกี้ กิ๊กของคีรินทร์รวมตัวกันมาป่วนไม่ยอมให้คนเคยกันของตนแต่งงาน ทั้งสามผลักประตูผัวะเข้าไป

“คุณแต่งงานกับใครไม่ได้นะคีรินทร์ ห้ามแต่ง... แองจี้ไม่ยอม” แองจี้แผดเสียงขึ้นก่อน

“น้องแพรวก็ไม่ยอม”

“ยังไงก็ไม่ยอมเด็ดขาด” กีกี้นักแสดงนางร้ายออกมาร้ายนอกจอ

สามสาวสามัคคีกันเข้ามา แต่พอถึงตอนจะเอาตัวคีรินทร์ก็แย่งกันเอง ตะลุมบอนกันจนเละทั้งสี่คน คีรินทร์ถามทั้งสามว่าใครบอกว่าตนจะแต่งงานวันนี้ ทั้งสามตอบเหมือนกันว่าใครบอกก็ช่างมันขึ้นที่มือถือตนก็พอ

หารู้ไม่ อีแอบตัวร้ายคือนุชนารถที่แอบส่งข้อความ “คีรินทร์จะแต่งงานพรุ่งนี้” ให้บรรดากิ๊กทั้งสามของคีรินทร์ให้มาป่วนที่งานแล้วเฝ้าดูอย่างสะใจ

แต่หลังจากนั้นไม่นาน งานดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น

เพราะคีรินทร์ขู่สามสาวว่าอาละวาดแค่นี้พอแล้ว ถ้าใครยังไม่หยุดอย่าหาว่าตนใจร้ายก็แล้วกัน ต่อรองกับทั้งสามว่าจะปฏิบัติต่อทุกคนเหมือนเดิม จากนั้นตกลงเป็นรายตัว

เขารับปากกับกีกี้ว่าจะตามไปรับไปส่งที่กองถ่ายเหมือนเดิม รับปากกับแองจี้ว่าเธอไปช็อปปิ้งที่ไหนก็จะตามไปช่วยถือของอย่างทุกครั้ง ส่วนกับน้องแพรวก็จะพาไปดินเนอร์ รับไปทานข้าวกันสองต่อสองใต้แสงเทียนบ่อยๆ

สามสาวขู่ว่า ถ้าผิดสัญญาเมื่อไร โดนเชือดแล้วโยนให้เป็ดแน่! คีรินทร์สะดุ้งรีบเอามือกุมเป้าแล้วโอบเอาใจ แต่มีแค่สองแขน สามสาวเลยกระแทกกันไปเบียดกันมา คนนั้นปลิ้นออกคนนี้เบียดเข้า วุ่นวายกันก่อนแยกย้ายไป

ooooooo

ไข่มุก เจ้าสาวตัวปลอมถูกส่งเข้าหอ ก็คิดหาทางเอาตัวรอด เมื่อเข้าห้องน้ำเห็นเสื้อผ้าพับกองเป็นตั้ง ก็เอามาใส่ซ้อนๆกันเสียจนอ้วนตุ๊ ป้องกันตัวเองไว้แน่นหนา

กว่าจะเอาตัวรอดได้ในคืนนี้ก็เล่นเอาเหงื่อตก ต้องใช้ทั้งเล่ห์กลมารยากระทั่งลีลาบู๊

รุ่งเช้าต้องผ่านด่านทดสอบอีก เมื่อที่บ้านคีรินทร์จัดอาหารแบบฝรั่งเต็มรูปแบบ ไข่มุกใช้ช้อน ส้อม มีด ไม่เป็น ยิ่งถูกมองอย่างจับผิดจากมณีและนุชนารถก็ยิ่งเงอะงะ จนคีรินทร์สงสารต้องทำให้ดู ไข่มุกแอบมองแล้วทำตามพอเอาตัวรอดไปได้แม้จะค่อนข้างทุลักทุเล

ปัญหาที่ไม่น่ามาเกี่ยวกับตัวก็เข้ามาเกี่ยวจนได้ เมื่อมณีจะไปเรียนเต้นรำ บอกว่าตอนนี้มีโปรฯไปสองจ่ายหนึ่งพูดแล้วมองไปทางเขมทัต เขารีบบอกว่าตนไม่ไปเพราะเต้นเป็นแล้ว คีรินทร์รู้แกวรีบบอกแม่ว่าตนขอบาย มือชั้นนี้แล้วไม่ต้องเรียน มณีจึงหันไปทางนุชนารถ ฝ่ายนั้นบอกว่าไปไหนไม่ได้เพราะต้องคอยดูแลน้องหนูนา

“ตัวเลือกสุดท้าย ลูกไก่! เธอนั่นแหละ” มณีจำต้องหันมาทางไข่มุก ไข่มุกสะดุ้งเฮือกพยายามจะปฏิเสธ

“ไปเหอะ...ไปเป็นเพื่อนแม่เขาหน่อย สนุกออกคุณ” คีรินทร์ลุ้น ไข่มุกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั่งทำตาปริบๆ

ooooooo

ด้วยความรักและหวังดีต่อลูกสะใภ้ เขมทัตถามคีรินทร์ว่าวางแผนจะไปฮันนีมูนกันที่ไหนหรือยัง คีรินทร์บอกว่าคงจะไปใกล้ๆแถวนี้ เขมทัตจึงยื่นซองให้บอกว่า ถือว่าเป็นของขวัญจากพ่อกับแม่ก็แล้วกัน

“โห...ไปโซลเลยเหรอครับนี่” คีรินทร์เปิดซองดูอุทานอย่างตื่นเต้น

“โรงแรมที่นั่นเขาชวนเราไปร่วมหุ้นด้วย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไปดูกันหน่อย ได้ทั้งฮันนีมูนทั้งทำงานด้วย สองต่ออย่างนี้ จะได้ไม่มีใครว่าได้ว่าหนีไปเที่ยว”

คีรินทร์หันไปถามไข่มุกว่าเอาพาสปอร์ตมาหรือเปล่า ไข่มุกทำหน้างงถามว่าอะไรปอดๆหรือ

“พาสปอร์ต ก็หนังสือเดินทางไง อย่าบอกนะว่าเธอไม่เคยไปเมืองนอกน่ะ”

ไข่มุกยิ้มแหยๆไม่กล้าถามต่อ มณีจับตาดูอยู่ มองอย่างสงสัยแต่ไม่พูดอะไร

พอเข้าห้องนอน ไข่มุกรีบโทรศัพท์ไปบอกชลลดา ถูกด่าว่าขืนให้เห็นพาสปอร์ตก็พังหมด จะโกหกอะไรก็ว่าไป ให้หาทางออกเอาเองแต่อย่าให้ความแตกก็แล้วกัน

“แต่หนูไม่รู้จะโกหกยังไงนะคะคุณผู้หญิง คุณเขมทัตก็ให้ตั๋วมาแล้ว คุณรินทร์ก็เร่งจะเอาพาสปอร์ต”

“โอ๊ย...วุ่นวายจริงนังไข่มุก หาเรื่องสะตอไปเหอะ เดี๋ยวก็เอาตัวรอด ง่ายๆแค่นี้ยังต้องให้สอน แค่นี้นะเสียเวลาจริงๆ” ชลลดาทั้งด่าทั้งบ่นแล้ววางสายเลย

ไข่มุกจำต้องแก้สถานการณ์เอง โกหกคีรินทร์ว่าพาสปอร์ตหาย เขาบอกว่าไปทำใหม่อาทิตย์เดียวก็ได้ โกหกตะแบงไปหลายอย่างก็เอาตัวไม่รอด เลยบอกไปดื้อๆว่าตนไม่ชอบไปต่างประเทศเพราะกลัวเครื่องบิน

“ไม่อยากไปก็บอกมาตรงๆ อย่ามาอ้างเลยฮันนีมูน ไปคนเดียวใครเขาเรียกฮันนีมูนกัน” คีรินทร์พูดอย่างขัดใจแล้วลุกไป

ช้อยเอาขนมมาวางบนโต๊ะตรงหน้าไข่มุกมีทั้งเค้กกล้วยหอม ขนมขบเคี้ยวหลายอย่าง ไข่มุกมองอย่างสนใจ หยิบขึ้นมาชิมรู้สึกอร่อย หยิบขนมมอง คิดถึงแม่ขึ้นจับใจ

ไข่มุกจำได้ว่า ตอนช่วยแม่ขายส้มตำ กว่าจะขายได้สักถุงก็ต้องออกลีลาเรียกลูกค้าจนเอ็นแทบพลิก แม่เห็นร้านข้างๆขายเบเกอรี่น่ากินก็บ่นเบาๆ

“แหม่ หน้าตามันยั่วน้ำลายเหลือเกิน เค้กอะไรแพงชะมัด ถุงละตั้งร้อยกว่า ขายส้มตำกี่ครกวะถึงจะได้กิน ให้รวยก่อนเหอะ แม่จะกินให้แหลกเลย”

ไข่มุกเหลือบเห็นกล่องพลาสติกข้างๆเลยแอบเอาขนมใส่ในกล่อง เห็นช้อยเดินมาก็เอาซ่อนไว้ข้างหลัง ช้อยมาเห็นขนมหมดก็โวยวายว่าขนมหายไปไหนหมด เห็นไข่มุกมีพิรุธก็เข้าไปดูถามว่าซ่อนอะไรไว้

น้องหนูนาเห็นช้อยจะเอาเรื่องไข่มุก จึงออกรับแทนว่าตนเก็บขนมเองจะเอาไปกินบนห้อง ขอร้องป้าช้อยอย่าบอกพี่นุช แม่ช้อยจะไม่เชื่อแต่เห็นเป็นลูกเจ้านายเลยไม่เอาเรื่อง แค่ปรามว่าต่อไปอย่าทำเหมือนคนไม่เคยกินแบบนี้อีก

ไข่มุกขอบคุณหนูนาที่ช่วยตน มองกล่องขนมอย่างดีใจที่จะได้เอาของที่แม่อยากกินไปให้กิน

ooooooo

เพราะไม่มีเงินใช้หนี้ วันดีถูกเจ้าหนี้ส่งนักเลงมายึดของในบ้าน วันดีขอทีวีไว้ดูละคร มันบอกว่าให้เอาอย่างอื่นมาแทน วันดีจึงเทกระป๋องเก็บของเบ็ดเตล็ดออกมา เจอไข่มุกกับสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กจึงเอาให้แลกกับทีวี

นักเลงไม่เอาบอกว่าเป็นไข่มุกปลอมกับสร้อยสังกะสี ปาไข่มุกกับสร้อยใส่หน้าวันดีแล้วพากันขนของออกไป สวนกับไข่มุกที่รีบเอาขนมมาให้แม่กิน วันดีเห็นขนมที่อยากกินมานานก็ดีใจ ชมว่าไข่มุกเป็นเมียเศรษฐีไม่กี่วันก็มีขนมแพงๆมาให้กินแล้ว หยิบขนมกิน

เอ๊า...กินเอา จนขนมแค้นคอ ไข่มุกต้องรีบเอาน้ำให้กิน

ระหว่างนั้น ไข่มุกเห็นสร้อยไข่มุกหล่นที่พื้นถามว่าสร้อยอะไร เอามาจากไหน

“ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว” วันดีโกหก ไข่มุกชมว่าสวย เลยบอกว่าถ้าชอบก็เอาไป ไข่มุกดีใจมากบอกว่านี่เป็นของขวัญชิ้นแรกที่แม่ให้เลยนะ

“เออ...ของขวัญจากแม่แกไง” พูดแล้ววันดีสีหน้าแปลกๆ รีบเปลี่ยนเรื่อง “ได้สร้อยแล้วก็ต้องขอเงินไอ้ผัวเศรษฐีมาให้ฉันด้วย เอาทีวีใหม่แบบจอแบนๆ อันโตๆ เลยนะ อีคนแถวนี้จะได้รู้ว่านังวันดีเป็นแม่ยายเศรษฐีแล้วฮ่าๆๆ”

ไข่มุกฟังแล้วถอนใจ เพราะใครๆก็มีแต่สั่งให้ตนรีดเงินจากคีรินทร์ไปให้ทั้งนั้น

ooooooo

มาอยู่บ้านคีรินทร์ไม่นาน ไข่มุกรู้สึกถึงความเค็มและความชิงชังที่มณีมีกับตน แม้กระทั่งนุชนารถก็แสดงกิริยารังเกียจ กีดกัน

เพราะริษยาไข่มุกที่มาเชิดหน้าชูตาในบ้าน กลัวคีรินทร์จะเบื่อตน นุชนารถอารมณ์เสียก็ระบายเอากับน้องหนูนา วันนี้ก็ทิ้งน้องหนูนาแอบไปพลอดรักกับคีรินทร์ พอน้องหนูนาเรียกหาก็โมโหที่ถูกขัดจังหวะ มาถึงก็ผลักน้องหนูนาล้มลง ไข่มุกมาเห็นรีบเข้าประคองน้องหนูนา ต่อว่านุชนารถที่เป็นพยาบาลแต่ทำกับลูกเจ้าของบ้านแบบนี้

นุชนารถยิ้มเยาะพูดเป็นนัยว่ารู้ได้ไงว่าตนเป็นแค่พยาบาล ถามว่า คิดว่าตัวเองเป็นเมียคีรินทร์คนเดียวรึไง และ...มาทีหลังอย่าให้มันมากนัก เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ไข่มุกงงๆกับคำพูดและท่าทีคุกคามของนุชนารถ

เมื่อได้ใกล้ชิดและฟังความน้อยใจของน้อง

หนูนาที่บอกว่า ตนเกิดมาเดินไม่ได้ แม่ก็ไม่รัก พ่อก็

ทำงาน พี่คีรินทร์ก็อยู่แต่กับสาวๆ ส่วนพี่นุชก็ชอบดุตลอด ทำให้ไข่มุกยิ่งสงสาร บอกว่าจะคอยเป็นกำลังใจให้เอง น้องหนูนาดีใจยื่นนิ้วก้อยให้สัญญา ไข่มุกยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวบอกว่า “ยิ่งกว่าสัญญาอีกนะ”

ooooooo

เพราะเดินพลาดเท้าแพลงทำให้จินจูเดินทางมาไทยไม่ได้ ขณะอยู่โรงพยาบาลเธอฝันร้ายว่า คลอดลูกออกมาแล้วลูกตาย เมื่อเล่าให้แทยอนฟังว่าเมื่อคืนฝันร้ายอีกแล้ว แทยอนถามหน้าสลดว่า

“เมื่อไหร่...เธอจะลืมเรื่องนี้สักที”

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” จินจูตอบน้ำตาร่วง

แทยอนกอดจินจูที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นไว้ ทั้งที่กอดกัน ไว้ในอ้อมอก แต่จินจูกลับรู้สึกเหมือนอยู่ห่างจากเขาเหลือเกิน...

ooooooo

เพราะขอเบอร์โทรศัพท์ของไข่มุกจากชลลดาไม่ได้ คีรินทร์จึงซื้อไอโฟนให้ บอกให้ทิ้งอันเก่าไปเสีย ขู่ว่าถ้าเห็นใช้เครื่องเก่าที่แอบมีเบอร์กิ๊กไว้มีเรื่องแน่

ไข่มุกบ่นว่าตนใช้แบบธรรมดาง่ายๆดีกว่า แบบนี้แพงเกินไป คีรินทร์ดักคอว่าอย่าทำเป็นคนดีไปหน่อยเลย ตนรู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว ทีจองกระเป๋าใบละเกือบแสนยังทำได้ แล้วยื่นหน้ามาว่า แต่ถ้าอยากตอบแทนเปลี่ยนเป็นจูบ สองทีแล้วกัน

ว่าแล้วก็จู่โจมจูบเอ๊า...จูบเอาแบบไม่นับเลย ไข่มุกหลบ ปัดป้องพัลวัน ทันใดนุชนารถผลักประตูผัวะเข้ามาบอกหน้าตึงว่า “คุณท่านให้มาตามค่ะ คุณรินทร์” คีรินทร์ผละออกไปอย่างรู้อารมณ์ บอกว่าไปทำงานต่อดีกว่า นุชนารถถามประชดว่าไปทำงานหรือไปรับกีกี้ที่กองถ่ายกันแน่ แล้วหันมาจิกใส่ไข่มุกว่า

“เมียอยู่นี่แท้ๆ แต่เจ้าตัวไปรับสาวอื่น อย่างว่า เมียไม่มีทะเบียนก็ไม่มีความหมาย น่าสงสารจริงๆ” พูดแล้วเดินเชิดออกไป ไข่มุกมองตามแบบ...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

ooooooo

เพราะนานๆจะมีหนังของจินจูมาฉายสักครั้ง วันนี้ ไข่มุกจึงไปดูหนังอย่างมีความสุขที่จะได้ดูดาราในดวงใจ บังเอิญได้ที่นั่งติดกับคธา นักดนตรีวัย 45 ผู้มีความสามารถและยึดมั่นในความรัก

ทั้งคู่ดูหนังและคุยกันประสาแฟนพันธุ์แท้ของจินจู ไข่มุกเล่าเรื่องจินจูเกิดอุบัติเหตุเท้าแพลงจนต้องเข้าโรงพยาบาล คธาฟังแล้วตกใจมาก มองหน้าไข่มุกอย่างทึ่งที่เธอติดตามข่าวจินจูอย่างใกล้ชิด พลันคธาก็ตะลึงเมื่อมองเธอเต็มตา ไข่มุกถามว่าเป็นอะไร เขาบอกว่า รู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

เพราะคธาฝีมือการเล่นดนตรีได้เพราะพริ้งและเป็นคนสุภาพอ่อนโยนหนักแน่น คีรินทร์จึงให้เซ็นสัญญาเล่นดนตรีที่โรงแรมด้วยความหวังว่าจะเรียกแขกได้

ฝ่ายไข่มุกเอาตัวรอดจากคีรินทร์มาได้หลายคืนแต่ก็ต้องหากลเม็ดเด็ดพรายมาเอาตัวรอดจากความพยายามจะเป็นสามีของคีรินทร์

คืนนี้ก็ทำเป็นหลับ แต่พอคีรินทร์บอกว่าซื้อ

ดีวีดีเซตหนังของจินจูมาฝาก ก็หูผึ่ง พอเขาทำทีวางไว้ก็แอบหยิบ ถูกคีรินทร์จับได้ บอกว่าตั้งใจซื้อมาให้แต่ต้องขอของตอบแทนก่อน เสนอเงื่อนไขว่า

“แค่หอมให้แผ่นเดียว ถ้าจูบให้สอง แต่ถ้าทั้งหมด...ต้องเลิฟๆกัน แล้วตอนเช้าเอาไปยกเซตเลย”

ไข่มุกอยากได้ แต่ก็ไม่อยากแลก ถูกคีรินทร์จู่โจมก็เอาหมอนกั้นเขาเลยจูบหมอนเข้าไปเต็มรัก คราวนี้เลยรุกหนัก

“หน็อย...จะเกินไปแล้ว คืนนี้เป็นไงเป็นกัน ฉันต้องเผด็จศึกเธอให้ได้” ว่าแล้วโดดเข้าหาเลย

คืนเดียวกัน พิพัฒน์มาไถเงินจากภัททิมาอีก เธอไม่ให้ก็ถูกพิพัฒน์หาว่ามีเป้าหมายจะไปคบลูกเศรษฐีแล้วทิ้งตนหรือ อย่าหวังเลย เพราะ “ฉันไม่โง่ปล่อยเธอไปหรอก ผีเน่าอย่างเธอต้องคู่กับโลงผุอย่างฉัน หรือไม่ก็รอให้ฉันตายก่อนค่อยไปเป็นเมียมัน” ด่าแล้วเดินหัว
เสียออกไป สวนกับชลลดาที่เดินเข้ามาหาลูกสาว

ภัททิมาบอกแม่ว่า ตนเบื่อพิพัฒน์เต็มทีแล้ว แต่เขาไม่ยอมเลิก จะทำอย่างไรดี ชลลดาจิกตาร้ายบอกว่า “แม่มีวิธี!”

พิพัฒน์เห็นชลลดาเข้าไปในห้อง ก็ทำท่าว่าลืมของย้อนกลับมาแอบฟัง ได้ยินภัททิมาถามแม่ว่าจะทำอย่างไร

“ถ้ามันไม่ไปเองก็ต้องกำจัดมันให้พ้นทางไปซะ” ภัททิมาถามว่าแบบไหน “ก็ฆ่ามันทิ้งไง!”

พิพัฒน์ได้ยินเต็มสองหูถึงกับผงะหน้าซีดเผือด...

ooooooo

ตอนที่ 3

ความพยายามของคีรินทร์ล้มเหลวอีกจนได้... เขาไม่ได้แอ้มไข่มุกแถมยังเจ็บตัวให้อับอายขายหน้าคนในบ้านแต่กลบเกลื่อนแก้ตัวว่าเป็นอุบัติเหตุ ทั้งที่ตัวเองหื่นกามจนล้มหน้าฟาดเตียงดั้งแทบหัก

ฟังลูกชายแล้วมณีถึงกับถอนใจ บ่นพึมว่าเพิ่งแต่งงาน ไม่ทันไรเจ็บไม่ได้หยุด เดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ชักลางไม่ดี คีรินทร์ขี้เกียจฟังแม่บ่น และอยากเอาชนะเผด็จศึกภรรยาคนสวยให้จงได้จึงออกอุบายชวนเธอไปธุระนอกบ้าน หนูนาขอไปด้วยก็ไม่ยอม อ้างว่าตนต้องไปหลายแห่งอาจจะแวะโรงพยาบาลด้วยเพื่อให้หมอเอกซเรย์กระดูกดั้งจมูก

นุชนารถมองตามคีรินทร์จูงมือไข่มุกออกไปอย่างหึงหวง ส่วนแม่มณีของคีรินทร์หมั่นไส้ถึงกับลากเสียงสูง

“ดู๊ดู...นายรินทร์เราทำตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ วันนี้ก็เกงานอีก ฉันล่ะไม่อยากจะพูด สงสัยมีเมียแล้วจะเสียคน”

“อย่างกับเมื่อก่อนมันขยันนักนี่ อยู่กับสาวๆมากกว่าอยู่กับงาน หวังว่ามันมีเมียแล้วจะรับผิดชอบขึ้นบ้าง แต่ท่าจะเหลว” เขมทัตพูดแล้วส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมของลูกชายเสียจริง

คีรินทร์ให้ภรรยาเป็นสารถีขับรถหรูของตน ไข่มุกเคยขับแต่สองแถวรับจ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เธอซิ่งได้ใจมาก พอไปถึงคอนโดฯส่วนตัวที่ชายหนุ่มจงใจหลอกมาเชือดแต่ทำทีว่าอยากอวดห้อง หญิงสาวรู้แกวรีบบอกทันทีที่เขาจะพาเที่ยวสวรรค์ว่า ตนมีประจำเดือน ทำเอาเพลย์บอยหงุดหงิดหมดอารมณ์

“นี่ฉันอุตส่าห์เอาใจพามาบรรยากาศดีๆก็ไม่ชอบ อะไรก็ไม่เอา คนแต่งงานกันแล้วมีอะไรกันมันก็เรื่องธรรมดา ฉันไม่เคยเจอใครเรื่องมากอย่างเธอ เล่นตัวมากไปแล้ว ชักเซ็ง เข้าใจมั้ย”

“ก็ฉันยังไม่พร้อมนี่ ปุ๊บปั๊บให้มีอะไรกันได้ไง ถึงแต่งงานแล้วก็เถอะ”

“หาข้ออ้างสารพัด ฉันว่าเธอมีคนอื่นมากกว่า”

“ฉันจะไปมีใคร วันๆตำแต่ส้ม...เอ๊ย...ทำแต่งาน เอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน”

“เขาเป็นใคร บอกมาเถอะ เพื่อนสมัยเรียนหรือหนุ่มที่รู้จักกันตามผับ คบกันมานานแล้วล่ะสิ”

“ไปกันใหญ่แล้ว ฉันว่าไม่มีก็ไม่มีจริงๆ”

“เห็นเธอติ๋มๆแบบนี้ร้ายไม่ใช่เล่น ยอมรับว่าดูเธอไม่ออกจริงๆ”

คีรินทร์ทำหน้าเซ็งปนสงสัย...จำใจพาเธอกลับออกจากคอนโดฯด้วยความเสียดาย แต่สำหรับไข่มุกนั้นใจชื้นขึ้นเป็นกอง พูดจาเอาใจจะพาเขาไปกินส้มตำ

“ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลยลูกไก่ ผมคิดมานานแล้ว คุณดูมีพิรุธยังไงไม่รู้ ต้องมีใครสักคนแน่ เป็นเมียเขามานานหรือยังล่ะ คบกันตั้งแต่อยู่อเมริกาสินะ นึกว่า จะแฟร์ๆเล่าให้ฟัง แต่คุณก็มีความลับ แล้วต่อไปเราจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง แค่เริ่มต้นก็ไม่เปิดใจกันแล้ว ว่ามาเถอะ”

“คุณจะคิดไปคนเดียวก็ตามใจ แต่ฉันไม่มีใครแน่”

คีรินทร์โมโห คิดแต่ในมุมของตนว่าเธอโกหกเลยจอดรถกะทันหันแล้วไล่เธอลงกลางทาง ไข่มุกหน้าเสีย เดินน้ำตาคลอเจ็บใจที่ตัวเองต้องมาเจอคนเอาแต่ใจแบบนี้ ทันใดมีมอเตอร์ไซค์โฉบมาจอดข้างเธอ สองหนุ่มเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะหมายลวนลามแต่ไม่สำเร็จแถมยังเจอวิทยายุทธ์แบบหนังจีนเข้าไปจนมึนหัวหูอื้อตาลายวิ่งตามเธอไม่ไหว

หลังจากได้ยินชลลดาหมายหัวจนเสียววาบไปทั้งตัว พิพัฒน์หายไปตั้งหลักคืนหนึ่งก่อนกลับมาออดอ้อนแฟนสาวอยากรู้ว่าเธอคิดจะฆ่าตนจริงหรือ ภัททิมาตกใจแต่ยิ้มขำทำกลบเกลื่อนว่าแม่ของตนคงอารมณ์ค้างเลยพูดเอามันไปอย่างนั้นเอง คนทั้งคนจะฆ่าได้ยังไง

เมื่อชลลดารู้เรื่องก็ไม่พอใจลูกสาว หาว่าใจอ่อนแบบนี้ทุกทีพิพัฒน์ถึงเกาะได้เกาะดี ภัททิมาไม่ใส่ใจแต่อยากรู้ว่าแม่เก็บของจะไปไหน ชลลดาตอบอย่างไม่กระดากปากว่าจะไปบ่อนแถวชายแดนสักสองวัน มีเงินแล้วต้องหาวิธีให้มันงอกเงย ลูกสาวได้ฟังก็หูผึ่ง แบมือหราขอส่วนแบ่งเงินสินสอดที่แม่ให้ไข่มุกเอาชื่อของตนไปหากิน ชลลดารับปากอย่างเสียไม่ได้ จะโอนให้ห้าหมื่น แต่ไม่วายประชดลูกว่าถ้าเป็นเมียคีรินทร์คงไม่ต้องมาขอแม่แบบนี้ มีหวังผัวให้ใช้เดือนละสามสี่แสน

คำพูดนี้เองทำให้ภัททิมาซึ่งหมดรักพิพัฒน์แล้วอยากได้คีรินทร์ตัวเนื้อสั่น ตรงข้ามกับไข่มุกที่ไม่เคยพิศวาสชายเจ้าชู้ประตูดินอย่างเขาเลย แต่เพราะตกกระไดพลอยโจนไปแล้วจึงเลือกไม่ได้ ต้องทำตัวเป็นสะใภ้แสนดีพาแม่สามีไปเรียนเต้นรำอยู่เป็นประจำ

วันนี้ก็เช่นกัน ไข่มุกพามณีไปเรียนเต้นรำโดยไม่รู้ว่ามีคนร้ายคอยจับตาหาจังหวะจัดการเธอตามใบสั่งของใครบางคน แต่เพราะความฉลาดไหวพริบดีของไข่มุกทำให้เธอเอาตัวรอดมาโดยที่มณีก็ร่วมด้วยช่วยกันทั้งๆที่ไม่รู้ตัวว่ามีคนปองร้าย

เสร็จจากการเรียนเต้น แม่ผัวกับลูกสะใภ้แวะกินก๋วยเตี๋ยวก่อนกลับเข้าบ้าน เจอนุชนารถกำลังจะเอารถออกไปล้าง มณีรีบโบกมือให้จอดแล้วมอบหน้าที่ล้างรถให้ลูกสะใภ้หน้าตาเฉย ย้ำว่ายุคนี้ต้องประหยัด กินก๋วยเตี๋ยวมาพุงกางแล้วต้องย่อยอาหารเสียบ้าง

ขณะที่ไข่มุกในชุดกางเกงขาสั้นเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนเซ็กซี่กับเสื้อยืดสีอ่อนสดใสกำลังล้างรถอยู่นั้นคีรินทร์กลับมาเจอจ้องมองเธอตาถลน นึกสนุกถอดเสื้อตัวเองออกแล้วเข้าไปนัวเนียช่วยเธอ แต่ความจริงหวังอย่างอื่นมากกว่า กะว่าพอเธอเคลิ้มจากการลูบไล้แล้วจะได้ไปต่อกันในห้อง แต่ผิดคาด สาวเจ้าไม่เล่นด้วยแถมยังฉีดน้ำใส่เขาซะเปียกปอนไปด้วยกัน

คีรินทร์ถึงกับหมดสนุก เดินดุ่มหน้ายุ่งเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นุชนารถที่เฝ้ามองแต่แรกรีบก้าวตามเข้าห้อง ตัดพ้อต่อว่าด้วยความหึงหวง

“สนุกจังนะคะ เปียกกันหมดทั้งสองคน นุชนึกแล้วว่าต้องมีวันนี้ นอนกันทุกคืน อยู่กันทั้งวันซะขนาดนี้จะบอกว่าไม่ชอบอีกรึไง นุชไม่เชื่อแล้ว”

“ลูกไก่ไม่ได้สำคัญอะไรกับผมหรอก ก็แค่ผู้หญิงคนนึง”

“แน่ใจเหรอคะ เห็นเกรงใจ เอาใจกันจะแย่”

“กับคนนี้...เอาใจยิ่งกว่า” คีรินทร์ยิ้มกรุ้มกริ่มดึงนุชนารถมากอดและจูบแก้ม...แค่นี้อาการงอนของหล่อนก็เลือนหายเป็นปลิดทิ้ง จูบตอบเขาอย่างเร่าร้อนแล้วชวนไปต่อที่ห้องอื่นเดี๋ยวเมียเขามาเห็น คีรินทร์สวนทันทีว่าตนไม่ใช่คนกลัวเมีย ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น

จังหวะนี้เอง ไข่มุกเดินมาถึงหน้าห้องได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะข้างในก็สงสัย เปิดประตูเข้าไปเห็นทั้งคู่กอดจูบกันบนเตียงก็ผงะ นุชนารถมองมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะที่คีรินทร์เองก็ทำไม่สนใจ ให้คู่ขาบอกเมียของตนไปว่าเรายังไม่ว่าง ไข่มุกรู้สึกโดนหยามอย่างแรง เอ่ยปากขอโทษที่มาขัดจังหวะแล้วผลุนผลันกลับออกมาทันที

นุชนารถยิ้มสะใจแล้วจะสานต่อกิจกรรมบนเตียงแต่คีรินทร์ซึ่งลึกๆรู้สึกผิดต่อเมียไม่เล่นด้วย อ้างว่าเหนื่อยอยากอาบน้ำ ให้เธอออกไปก่อน...แค่นี้สาวคู่ขาถึงฉุนกึก ประชดว่านี่หรือไม่กลัวเมีย พูดจบก็สะบัดหน้าออกมาอย่างขัดใจ แล้วไปพาลเอากับไข่มุก หาว่าไม่มีมารยาทเข้าห้องไม่เคาะประตู เลยเจอยอกย้อนเข้าให้อย่างเจ็บแสบว่าตัวเธอเองก็หัดมียางอายเสียบ้าง

นุชนารถทั้งโกรธทั้งอาย มองตามไข่มุกที่เดินกลับห้องด้วยสายตาอาฆาต ไข่มุกเข้ามาเงียบเชียบไม่พูดไม่จาทำเหมือนคีรินทร์ไม่มีตัวตน เขาจึงออกตัวว่าเธอเองไม่ยอมทำหน้าที่เมีย เขาก็ต้องหาคนอื่นไม่ใช่ความผิดของตน

ไข่มุกไม่สนใจ หยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าเรียบเฉย คีรินทร์เริ่มโมโห สั่งเสียงขุ่นให้เธอพูดอะไรบ้าง อยากด่าก็ได้ ไม่ต้องทำเงียบให้ตนรู้สึกผิดแบบนี้ แต่หญิงสาวก็ยังไม่ปริปาก ปิดประตูห้องน้ำแล้วต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเขาขว้างตะกร้าผ้าใส่ประตูดังปัง ขัดใจที่เธอไม่โต้ตอบ

หลังจากนั้นไม่นาน ไข่มุกตัดสินใจออกจากบ้านเดินออกไปรอรถเมล์ เขมทัตนั่งรถยนต์ผ่านมาเห็น แปลกใจทำไมลูกสะใภ้ไฮโซถึงสมถะได้ขนาดนี้...ไข่มุกไปหาวันดี เจอนักเลงขนอุปกรณ์ทำมาหากินของแม่มากลางซอย เธอต่อปากต่อคำอยู่พักหนึ่งแต่ไม่เกิดผล ทั้งรถเข็น ครก สาก และหม้อไหมันเอาไปเกลี้ยง

เมื่อเข้ามาในบ้าน ปรากฏว่าวันดีกำลังหัวเสียเพราะถูกหวยกิน ส่วนเม่นก็เมาหัวราน้ำเหมือนเคย แถมยังรีดไถเงินวันดีจนมีปากเสียงกันลั่นบ้าน ไข่มุกทนเห็นพ่อทำร้ายแม่ไม่ไหวเข้าห้ามแต่ผลักพ่อแรงไปหน่อยเลยล้มหกคะเมน

“แกกล้าทำข้าเหรอ นังเนรคุณ เลี้ยงมาแต่ตีนเท่าฝาหอย ไม่งั้นป่านนี้เอ็งตายไปนานแล้ว อีลูกโดนแม่ทิ้ง ไม่มีใครเขาเอา” เม่นด่ากราด วันดีตกใจหยิบจานสังกะสีเขวี้ยงใส่ทีละใบสองใบดังลั่นไปหมด

“ปากเสียอีกแล้ว เอ็งจะไปไหนก็ไปเลยไป ก่อนข้าจะทนไม่ไหว ไอ้เม่นสารเลว”

เจอของจริงเม่นก็เผ่นเหมือนกัน ไข่มุกข้องใจถามแม่ว่าเมื่อกี้พ่อพูดอะไร ตนเป็นลูกแม่จะโดนทิ้งได้ยังไง แม่เคยทิ้งตนด้วยหรือ วันดีหน้าเจื่อนพูดอ้อมแอ้มว่าเปล่า ไปฟังอะไรกับคนอย่างมัน เมาแอ๋ขนาดนั้นพูดจารู้เรื่องที่ไหน ไข่มุกไม่ติดใจ เปลี่ยนเรื่องอยากรู้ว่าแม่เป็นหนี้เท่าไหร่ วันดีบอกว่ากู้มาห้าพันแต่ตอนนี้กลายเป็นสามหมื่น แม่จนตรอก ไม่มีเครื่องมือทำมาหากินแล้ว ลูกพอมีเงินก็เอามาให้แม่บ้าง

ไข่มุกจนใจเพราะตัวเองไม่มีงานทำจะมีเงินได้ยังไง วันดีจึงแนะให้ไปอ้อนขอจากผัวเศรษฐี ไข่มุกฟังเฉย นึกน้อยใจแม่ที่คิดแต่จะขอเงินจากตัวเอง แต่เพราะแม่กำลังทุกข์ยาก เธอจึงโทร.หากัสจังกะเทยที่เป็นธุรกิจกองถ่ายเพื่อของานทำ ปรากฏว่าทีมงานกำลังต้องการสตั๊นต์เกิร์ลเล่นแทนนางเอกคิวบู๊ในคณะเชิดสิงโตต้องใส่หัวแป๊ะยิ้ม ไข่มุกรับงานนี้ทันทีแต่โชคไม่ดีดันไปเจอกีกี้แล้วมีปัญหากันรุนแรงถึงขั้นกีกี้สั่งให้เธอกราบเท้าทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด คีรินทร์ที่มาหากีกี้ก็รู้้เห็นว่าเธอผิดจึงคัดค้านไม่เห็นด้วย แต่เขาจำไข่มุกที่ใส่หัวแป๊ะยิ้มไม่ได้ จำได้แต่ลีลาบู๊ที่รู้สึกชื่นชอบจนติดตา...ในที่สุด ไข่มุกจำใจกราบเท้ากีกี้เพื่อตัดปัญหา ไม่งั้นงานเดินต่อไม่ได้เพราะหล่อนแข็งขืนเหลือเกิน ไม่ฟังแม้แต่คำขอร้องของคีรินทร์ที่แอบสงสารสตั๊นต์เกิร์ลฝีมือเยี่ยม

ooooooo

ตอนที่ 4

ได้เงินค่าจ้างมาแล้วไข่มุกรีบเอาไปให้วันดี แต่กลายเป็นว่าทำดีไม่ได้ดีกลับโดนเธอบ่นให้รู้สึกน้อยใจว่าดันโง่ไปทำงานตัวประกอบต๊อกต๋อยเงินน้อยแถมยังเดี้ยงมาอีก

“แม่ก็บ่นแบบนี้ทุกที หนูขอเถอะเรื่องแสดงเนี่ย หนูอยากกลับมาอยู่บ้านเต็มทนแล้ว ขายส้มตำ เป็นตัว ประกอบอย่างเดิม สบายใจกว่าเยอะ”

“ดับเบิ้ลโง่อย่างนี้แล้วจะไม่ให้ข้าบ่นได้ยังไง ทำกันมาตั้งกี่ปี เคยพอกินที่ไหน”

“ถ้าพ่อเม่นไม่ไถเงินไปกินเหล้า แม่ไม่เล่นหวย มันก็มีเหลือ คนอื่นเขายังมีเงินเก็บเลย”

“วุ้ยนังนี่ อย่าเอาคนอื่นมาเทียบโว้ย ฟังแล้วหงุดหงิด แล้วไม่ต้องมาด่าข้ากับไอ้เม่น จำใส่กะลาหัวเลย ถ้าไม่มีพวกข้าสองคนป่านนี้เอ็งตายไปนานแล้ว หน็อย...ไปอยู่บ้านเศรษฐีไม่เท่าไรทำอวดดีมาสั่งสอนนังวันดี”

“แม่พูดอะไรแปลกๆ เหมือนมุกไม่ใช่ลูกแท้ๆ” ไข่มุกเปรยหน้าเศร้า เดินเลี่ยงเข้าห้องมองรูปจินจูที่ตัดแปะข้างฝาแล้วตาแดงจะร้องไห้ วันดีที่รู้ว่าตัวเองพลาดพูดมากไปก้าวตามมาแก้ตัวเสียงอ่อย

“แม่กลุ้มใจเลยพูดบ้าบอไป เอ็งอย่าถือสาแม่ ถ้าไม่ใช่ลูกจะเลี้ยงมาเรอะ อดมื้อกินมื้อมาด้วยกันตลอด จำได้มั้ย”

“อดบ้างอิ่มบ้างมันก็บ้านเรานะแม่ คนบ้านนั้นเขาใจร้าย นิสัยไม่ดี ไม่อยากอยู่เลย มุกไปอยู่โน่นเหมือนตัวคนเดียวในโลก จะไม่ไหวแล้ว”

ไข่มุกสะอึกสะอื้นอย่างอัดอั้น วันดีลูบหัวปลอบเธอไปมาว่าโลกเรามันก็แบบนี้ ถ้าหง๋อมันก็ยิ่งเล่นงาน รู้แบบนี้เรายิ่งต้องหาทางกอบโกยเงินมาเยอะๆ รวยเมื่อไหร่จะได้ไม่ต้องไปง้อพวกมัน

สุดท้ายวันดีก็ไม่วายจบลงด้วยเรื่องเงินอีกตามเคย... ไข่มุกหน่ายใจ ทำใจกลับไปบ้านคีรินทร์แต่ระหว่างทางเดินเข้าซอยเจอวัฒนาโดยบังเอิญจึงติดรถเขามา คีรินทร์เห็นก็หึงหวงอาละวาดว่าเธอต่างๆนานาโดยมีนุชนารถคอยผสมโรงซ้ำเติม

“เมียคนเก่งของฉันทำอะไรเองได้หมด ไม่ว่าจะทั้งต่อหน้าหรือลับหลัง ลูกล่อลูกชนไม่ใช่เล่นนะเธอ ไอ้พวกหนุ่มๆที่เคยคบหายไปไหนหมด ถึงต้องมาเกี่ยวไอ้วัฒน์”

“เฮ้ยรินทร์...บ้าไปแล้ว อย่าเข้าใจผิดสิเพื่อน ลับหลังอะไร ผมเจอคุณลูกไก่เดินอยู่กลางซอยก็แวะรับมาแค่นั้นเอง ขาเจ็บซะขนาดนี้จะให้เดินกลับมาเองได้ยังไง”

คีรินทร์เห็นรอยฟกช้ำที่ขาไข่มุกก็อึ้งไปนิดก่อนบอกว่าตนจัดการเองได้ ที่นี่มีพยาบาลอยู่ทั้งคน นุชนารถทำทีเข้าไปดูแผลไข่มุกแล้วเหน็บแนมว่าแผลเล็กนิดเดียวแต่ทำท่าเหมือนต้องผ่าตัด คีรินทร์ได้ทีแดกดันว่าเมียตนเก่งเหลือเกิน รถในบ้านมีหลายคันไม่ขับต้องไปเดินเร่หาคนจอดรับ จงใจไปหรือเปล่า

ไข่มุกไม่พอใจแต่ไม่ตอบโต้ เดินเลี่ยงไป แต่คีรินทร์ ยังตามฟาดงวงฟาดงาไม่ลดละ แถมพาดพิงถึงวัฒนาโดยไม่แคร์ว่าเขาได้ยินแล้วจะรู้สึกอย่างไร ที่สุดไข่มุกทนไม่ไหวเถียงเข้าให้บ้าง แล้วประกาศว่าเธอจะให้บทเรียนกับเขาเอง จะได้เลิกนิสัยเสีย เอาแต่ใจตัวเอง...

เขมทัตเห็นไข่มุกอยู่ว่างๆจึงให้ไปช่วยงานที่โรงแรม โดยให้วัฒนาพาเธอเลือกดูแต่ละแผนกก่อนตัดสินใจ ไข่มุกเห็นงานแต่ละอย่างก็ปฏิเสธเพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีความรู้ความสามารถ แต่เขมทัตซึ่งเข้าใจว่าเธอเป็นนักเรียนนอกมั่นใจว่าเธอต้องทำได้จึงพาเดินดูด้วยตัวเอง

สุดท้ายไข่มุกสะดุดตากับฟิตเนสที่ไม่ค่อยมีลูกค้าใช้บริการ เธอเสนอตัวขอสอนเต้นมวยด้วยลีลาแปลกใหม่เร้าใจหวังดึงดูดลูกค้า ซึ่งลีลาที่เธอโชว์แต่ละท่วงท่างามสง่าและเก่งกาจจนเขตทัตไม่อาจปฏิเสธ แต่คีรินทร์รู้เห็นกลับไม่พอใจ ไม่ยอมให้เมียของตนโชว์ละครลิงนี่เด็ดขาด ให้อยู่บ้านเฉยๆแล้วจะให้เงินเดือนสามหมื่น

“ไม่เอาค่ะ ฉันอยากทำงานหาเงินเอง ไม่อยากรบกวนคุณ”

“เออ ดีๆ มันต้องให้ได้อย่างนี้ถึงสมกับเป็นลูกสะใภ้ลุง งั้นหนูลูกไก่มาทำงานที่ฟิตเนสได้เลย ลุงให้ห้าหมื่น แถมรถอีกคัน”

“ได้ไงล่ะพ่อ นี่พ่อสนับสนุนให้เมียผมมาเต้นล่อผู้ชายเลยนะ ผมไม่เอาด้วยหรอก”

“มวยบู๊เนี่ยนะคะล่อผู้ชาย...ตรงไหน” ไข่มุกจ้องหน้าคีรินทร์เขม็ง

“นั่นสิ หนูลูกไก่ไม่ใช่แกนะที่ล่อกับใครต่อใครไปเรื่อย ดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ว่าแกสักคำ แล้วนี่เขามาทำงานแท้ๆยังจะห้ามอีก พ่อสั่งไว้ตรงนี้เลยว่าให้เขาทำ มีปัญหาอะไรมั้ย”

คีรินทร์อึ้ง ไม่กล้าหืออือเมื่อเขมทัตเอาจริง ไข่มุกแอบยิ้มดีใจ เดินนำออกจากห้องทำงาน คีรินทร์รีบก้าวตามมากระชากแขนเธอแล้วสำทับเสียงขุ่น

“เธออย่าคิดว่าจะมาโปรยเสน่ห์ที่นี่ได้นะลูกไก่ ถึงพ่อจะให้ท้ายเธอแต่ฉันไม่ยอมอยู่เฉยแน่”

ไข่มุกสีหน้าเอือมระอา ปลดแขนเขาออกแล้วเดินต่อไป คีรินทร์ฉุนเฉียวเดินไปดักหน้า

“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว นี่เธอแก้แค้นฉันเรื่องนุชนารถ กีกี้ แองจี้ น้องแพรวใช่มั้ย คิดจะแก้เผ็ดแบบนี้ไม่ง่ายไปหน่อยรึไง”

“เข้าใจผิดแล้วค่ะ คุณไม่ได้สำคัญสำหรับฉันมากพอที่จะทำเรื่องอย่างที่คุณคิดได้ ฉันแค่อยากทำงานหาเงินแล้วก็สนุกกับงานที่ฉันทำได้เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับคุณเลย”

ไข่มุกยิ้มเย็นแล้วเดินเลี่ยงไป คีรินทร์อึ้งปนงง ทำตัวไม่ถูกไปอึดใจหนึ่ง พอหายงงก็ตะโกนไล่หลัง

“ฉันไม่มีความสำคัญกับเธอเลยหรือไง...ตอบมาสิ”

ปรากฏว่าถามไปแล้วยิ่งหัวเสียหนักกว่าเดิมเพราะไม่ได้คำตอบแถมเธอยังเชิดหน้าไม่เหลียวหลังกลับมามอง

ooooooo

เขมทัตทำตามที่พูดไว้ซื้อรถป้ายแดงให้ลูกสะใภ้ หนูนาเห็นก็ดี๊ด๊าอยากนั่งรถใหม่ บอกว่าเล็กกะทัดรัดน่ารักดี ไข่มุกตอบรับด้วยความเต็มใจและจัดแจงให้หนูนาขึ้นนั่งเบาะหน้า มณียืนมองหมั่นไส้ แขวะขึ้นลอยๆว่าได้สินสอดไปตั้งสิบกว่าล้านยังไม่มีปัญญาซื้อรถให้ลูกสาว ต้องลำบากคนอื่นจัดการ ไม่รู้จะเค็มไปไหน

“น่าคุณ...นี่ก็ซื้อแบบถูกๆไม่กี่แสนเอง อย่าบ่นไปเลย เดี๋ยวแก่เร็วนะ”

มณีค้อนสามีที่ออกรับแทนลูกสะใภ้ พอไข่มุกชวนไปนั่งรถเล่นก็เชิดใส่ กลัวจะพาไปประสานงากับใครเข้า ไข่มุกจึงออกรถไปกับหนูนาตามลำพัง คีรินทร์ขับรถสวนเข้ามาจอดหน้าบ้าน ถามนุชนารถที่ยืนหน้าตึงอยู่คนเดียวว่าลูกไก่พาหนูนาไปไหน

“ไม่รู้สิคะ ท่าจะเห่อรถใหม่น่าดู พอคุณลูกไก่มาอยู่ที่นี่หนูนาทำฤทธิ์ใหญ่เลยค่ะ ดื้อสารพัด นุชเตือนอะไรก็ไม่ฟังเพราะมีคนให้ท้าย นี่นุชบอกจะไปด้วยก็ไม่ยอมให้ไป ภรรยาคุณนี่เก่งนะคะ เข้ามาไม่เท่าไหร่ปั่นให้ทุกคนป่วนไปหมด วันนี้ยังขนาดนี้ ไม่รู้ว่าวันหน้าจะขนาดไหน”

นุชนารถจีบปากจีบคอใส่ไคล้ไข่มุก พอเห็นคีรินทร์ผลุนผลันทำท่าจะไปขึ้นรถก็รีบดึงแขนถามว่าจะตามมันไปหรือ

“ถ้ามันที่คุณพูดหมายถึงลูกไก่ คราวหน้าใช้คำให้ดีกว่านี้ เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นเมียผม” คีรินทร์เสียงเข้มไม่พอใจ นุชนารถโกรธจี๊ดสวนกลับทันใด “ไม่ต้องย้ำหรอกค่ะ นุชรู้ว่ามัน...เป็นเมียคุณ”

คีรินทร์ถอนใจแล้วขึ้นรถขับออกไป ทิ้งความเจ็บ แค้นใจไว้ให้นุชนารถจนทนอยู่เฉยไม่ได้ โทร.สั่งใครบางคนจัดการไข่มุกเอาให้เสียโฉมยับเยิน หมอไม่รับทำศัลยกรรม ส่วนคีรินทร์อย่าให้ถึงตาย เอาแค่พิการก็พอ

ไข่มุกพาหนูนาไปศูนย์การค้า หนูนานั่งรถเข็นมองโน่นนี่อย่างตื่นตาเพราะแทบไม่เคยมา ในหนึ่งปีออกจากบ้านนับครั้งได้ เพราะทุกคนเห็นเธอเป็นภาระ โดยเฉพาะนุชนารถที่บอกว่าพาไปไหนด้วยก็เกะกะน่ารำคาญ ไข่มุกได้ฟังยิ่งสงสารเด็กหญิงพิการจะพาไปหาของอร่อยกิน แต่จู่ๆมีชายฉกรรจ์วิ่งเข้ามากระชากกระเป๋า เธอต่อสู้และแย่งคืนมาได้ พร้อมกันนั้นก็ประเคนทั้งหมัดเข่าแข้งใส่มันโดยมีหนูนาช่วยเหลือเท่าที่ทำได้

สุดท้ายหมอนั่นเปิดแน่บ ส่วนคีรินทร์พุ่งเข้ามาแทน ไข่มุกยั้งเท้าไม่ทันเลยเตะเข้าให้เต็มรักถึงกับร้องโอดโอยหน้าเหยเก หญิงสาวรีบขอโทษ คีรินทร์เสียฟอร์มนิดๆ เปลี่ยนเรื่องพาหนูนาไปกินอาหาร ระหว่างนี้ก็วิเคราะห์ไปด้วยว่าโจรคิดยังไงทำไมถึงมากระชากกระเป๋าไข่มุก ทั้งที่เธอไม่ได้ใส่ของมีค่าอะไรสักอย่าง หรือเห็นว่าเธอสวย หนูนาขานรับทันทีว่าพี่ลูกไก่สวยและเก่งด้วย

“ชมกันเข้าไป เราก็ด้วยหนูนา...ทีหลังอย่าทำอีก ไม่ต้องซ่าตามแบบพี่เขา มันอันตรายเข้าใจมั้ย”

“เข้าใจค่า...” หนูนารับคำเสียงใส คีรินทร์อมยิ้มมองเลยไปยังไข่มุก ถามว่าเอาอะไรอีกไหม สั่งมากินเหมือนแมวดม

“พอแล้วค่ะ ฉันจะอิ่มแล้ว”

“เธอนี่แปลก ได้กินฟรียังจะทำท่าเกรงใจ ไม่เหมือนแม่เธอเลย นี่ถ้าเป็นคุณชลลดานะ มีหวังสั่งแล้วสั่งอีก กะให้ฉันล่มจมแน่”

“ไม่ขนาดนั้นมั้งคะ”

“น้อยไปสิ แต่เธอกับแม่เธอนี่คนละขั้วจริงๆ คุณชลลดาเป็นประเภทช่างเรียกร้อง จะเอา เอาเยอะที่สุด มากที่สุด แต่เธอกลับทำตัวเหมือนเป็นลูกคนใช้ ใครให้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ไม่ให้ก็ไม่ขอ นี่ฉันถามจริงๆเหอะ เธอเป็นลูกแท้ๆหรือเขาเก็บมาเลี้ยงกันแน่”

ไข่มุกนิ่งอึ้ง ก้มหน้ามองจานอาหารเงียบๆไม่ยอมพูดความจริง...ออกจากร้านอาหาร คีรินทร์และไข่มุกแยกกลับรถคนละคัน หนูนานั่งรถไข่มุกออกไปก่อน ส่วนคีรินทร์ออกตัวทีหลัง  โดยไม่รู้ว่ามีชายหน้าเหี้ยมขี่มอเตอร์ไซค์ไล่กวด กระทั่งจอดรถข้างทางเพราะยางแบน เกือบถูกคนร้ายจ้วงแทงถ้าไม่เตะสวนเข้าหว่างขามันเสียก่อน

คนร้ายจุกแอ่กหน้าเขียวและเกือบโดนเตะซ้ำถ้าไม่รีบวิ่งหนีไปขึ้นมอเตอร์ไซค์...คีรินทร์สงสัยแต่คิดไม่ออกว่าตัวเองมีศัตรูที่ไหน หรือว่าจะเป็นพวกติดยาติดพนัน แต่วัฒนาฟังแล้วไม่ปักใจอย่างนั้น มันอาจเป็นโจรมืออาชีพหรือไม่ก็มีใครสั่งให้มาเก็บ

“แต่ฉันไม่มีศัตรูที่ไหนนี่หว่า ธุรกิจก็แฟร์ โปร่งใสทุกอย่าง”

“อาจจะมีแต่นายไม่รู้ ศัตรูที่มองไม่เห็นยิ่งน่ากลัว นายจะไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้ากำลังคิดร้ายกับนายหรือเปล่า” วัฒนาพูดแล้วเบือนหน้าหนี ดวงตาฉายแววแข็งกระด้างแอบแค้นที่โดนข่มมาตลอด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คีรินทร์เครียดไม่น้อย กลับเข้าบ้านคืนนั้นถึงกับนอนก่ายหน้าผากคิดหนัก บ่นให้ไข่มุกฟังจนได้ข้อสรุปจากเธอว่าคงเป็นศัตรูที่เกิดจากความเจ้าชู้ของเขา พอเขาแต่งงานก็อาจจะมีสาวคนไหนไม่พอใจ หรือไม่ก็แค้นมานานที่เขาเจ้าชู้ คีรินทร์ยอมรับว่าคงมีบ้างแต่ไม่น่าถึงขนาดนี้

“ไม่แน่หรอกค่ะ ทำอะไรไว้เยอะนี่”

คีรินทร์ค้อนปะหลับปะเหลือก แล้วทำท่ากรุ้มกริ่มใส่เผื่อฟลุกได้กุ๊กกิ๊กประสาผัวเมีย แต่ไข่มุกบ่ายเบี่ยงอีกตามเคย อ้างว่ายังไม่พร้อม เราไม่ได้รักกันจะมีอะไรกันได้ยังไง

“โห...โบราณมากๆ นี่ฉันจะบอกให้ สมัยนี้บางทีลูกสองยังไม่รักกันเลย ไหนข่าวว่ากิตติศัพท์เธอจัดเต็มใส่ไม่ยั้ง ของจริงดันทำเหงียมหงิมกับสามีซะงั้น ไม่รู้ล่ะ ยังไงคืนนี้ไม่รอดแน่”

“คุณคงได้ข่าวมาผิด ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”

“แน่ะ โก่งค่าตัวด้วย ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องแอ๊บ ระดับนี้ต้องให้ถึงพริกถึงขิง เอาแบบแซ่บเว่อร์ ซี้ดซ้าดต้มยำเรียกพี่” คีรินทร์โผเข้ากอด ไข่มุกหลบวูบพร้อมกับล่อหลอกให้เขาเสียท่า สัญญาจะไม่บังคับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจ

“อย่างผมน่ะมีแต่ผู้หญิงมาเสนอ รู้ไว้ด้วย ระดับนี้ไม่ต้องง้อใคร”

“ดีค่ะ งั้นภรรยาที่ไม่เต็มใจอย่างฉันขอไปนอนก่อนนะคะ”

คีรินทร์อ้าปากค้าง แต่แล้วเกิดลูกฮึดย้ำสัญญาและขอรอจนกว่าเธอจะเป็นฝ่ายร้องขอเอง ไข่มุกได้ทีสำทับว่าพูดคำไหนคำนั้น ห้ามกลับคำ

“แน่นอน แต่เธอเองนั่นแหละอย่ามาสะกิดก็แล้วกัน” ว่าแล้วต่างคนต่างนอน แต่พอไข่มุกหลับปุ๋ย คีรินทร์ชะโงกหน้าแอบมอง อยากจะจูบก็ไม่กล้า ติดสัญญาที่ไม่น่าปากไวพูดไปเลย...

นุชนารถเจ็บใจที่คนของตนทำงานไม่สำเร็จแถมยังมาทวงเงินค่าจ้าง เธอออกไปพบเขาที่ชุมชนแออัดแล้วเกือบถูกเม่นกระชากกระเป๋าถ้าไม่เอามีดออกมาขู่จนเม่นไม่กล้า วิ่งล้มลุกคลุกคลานหนีไป ด้านคีรินทร์พยายามหาตัวคนบงการหลังจากตนเองโดนลอบทำร้าย แต่เมื่อเรียกกิ๊กทั้งสามคนมาซักถามเพื่อจับพิรุธก็ไม่มีใครน่าสงสัยสักคน

วันเดียวกัน เขมทัตเล็งเห็นว่าภรรยาอวบจัดมีไขมันส่วนเกินจึงบังคับให้เธอไปเรียนเต้นกับไข่มุกที่ฟิตเนสในโรงแรม แรกๆมณีเหนื่อยหอบและเริ่มท้อ แต่พอนานเข้าก็สนุกไปกับลีลาแปลกใหม่ของลูกสะใภ้ เต้นจนได้เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว คีรินทร์เห็นแล้วทึ่ง แต่ก็แสดงความไม่พอใจชุดที่ไข่มุกใส่ หาว่าเซ็กซี่มากเกิน

“ชุดเซ็กซี่ไปหน่อยเปล่า โชว์เนื้อโชว์หนังล่อตะเข้ ไหนก้มดูซิว่าเห็นหน้าอกมั้ย”

“ก็ไม่นี่คะ ปกติเขาใส่กันเซ็กซี่กว่านี้อีก”

“ยอกย้อนลวดลายได้อีก ทีหลังใส่เสื้อยืดกางเกงวอร์มนะ อ้อ แล้วถ้าใครมาจีบก็บอกไปเลยว่ามีผัวแล้ว ผัวหวง”

ไข่มุกส่ายหน้าเซ็งๆแล้วเดินหนี พอดีวัฒนาเข้ามาบอกเธอว่ามีสมาชิกบางคนอยากให้จัดเป็นคลาสพิเศษเฉพาะพวกเขา ไข่มุกตกลงและเดินไปกับวัฒนาด้วยรอยยิ้ม โดยมีสายตาหึงหวงของคีรินทร์จ้องตามอย่างหมั่นไส้

คีรินทร์ไม่พอใจวัฒนาถึงกับปฏิเสธข้อเสนอในที่ประชุมไม่อนุมัติโครงการใหม่ๆของเขา วัฒนารู้ว่าคีรินทร์ จงใจหักหน้าจึงดักคอทันทีที่ออกจากห้องประชุม แต่คีรินทร์ไม่ตอบคำถามแถมยังใช้อำนาจเจ้านายไล่เขาทางอ้อม

กีกี้ แองจี้ แพรว...สามกิ๊กของคีรินทร์มาเจอมณีเรียนเต้น ทุกคนรุมล้อมเข้ามาเอาใจและเปรยว่าอยากเรียนเต้นด้วย มณีไม่ค่อยชอบพวกหล่อนอยู่แล้วจึงโบ้ยให้ไปคุยกับลูกสะใภ้ของตน พอกีกี้เห็นหน้าตาไข่มุกก็คุ้นมาก เหมือนเคยเจอที่ไหนแต่นึกไม่ออก

และแล้วสามกิ๊กก็หาทางเล่นงานเมียถูกต้องตามกฎหมายของคีรินทร์ด้วยการสมัครคลาสพิเศษในฟิตเนสแล้วหาทางรุมสกรัม แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ไข่มุกรู้ทันเอาคืนทุกคนถ้วนหน้าจนเคล็ดขัดยอกไปตามกัน

เสร็จงานไข่มุกจะกลับบ้าน คีรินทร์ขับรถปาดหน้าจนเธอสะดุ้ง มองเข้าไปในรถเห็นสามกิ๊กของเขานั่งหน้าสลอน คีรินทร์จงใจยั่วให้เมียหึงด้วยการชวนเธอไปกินข้าวด้วยกัน เผอิญวัฒนาเดินผ่านมา ไข่มุกตอบทันทีว่าเพื่อนกินข้าวของตนมาพอดี ว่าแล้วก็หันมาเจรจากับวัฒนาสองสามคำก่อนเดินยิ้มแย้มคู่กันไป คีรินทร์เจ็บใจมากออกรถอย่างแรงจนสามกิ๊กหงายหลังร้องกรี๊ด

ขณะกินข้าวกันสองต่อสอง วัฒนาพยายามล้วงข้อมูลภรรยาคนสวยของคีรินทร์ซึ่งเขาเข้าใจว่าเธอคือลูกสาวเปรี้ยวซ่าของชลลดา บอกว่าตนงงมากเมื่อรู้ว่าคีรินทร์จะแต่งงานทั้งที่ตนไม่เคยเห็นเธอมาที่โรงแรม รู้จักกันนานไหมก่อนแต่งงาน

“ไม่นานหรอกค่ะ อาจจะเร็วกว่าที่ทุกคนคิดด้วยซ้ำ”

“แล้วเจอกันได้ยังไงครับ ผมหมายถึงไปเจอกันที่ ต่างประเทศหรือเปล่า ผมเป็นเพื่อนมหา’ลัยกับรินทร์พอจบเขาก็ไปต่อโท ผมเรียนโทที่เมืองไทยนี่ ที่บ้านไม่รวยส่งไปเมืองนอกไม่ไหว แต่คุณน่ะรู้จักกับรินทร์หลังจากที่เขาจบโทแล้วนะ เพราะเพื่อนเมืองนอกเขา ผมก็รู้จักเกือบทุกคน”

ไข่มุกไม่ตอบคำถาม ทำทีนำเสนออาหารจานอร่อย วัฒนาตักกินพลางลอบมองยิ้มนิดๆ รู้เท่าทันว่าเธอฉลาดหาเรื่องเลี่ยงตอบ...ด้านคีรินทร์กลับบ้านด้วยความหึงหวง ตกกลางคืนคิดจะรวบหัวรวบหางเมียให้จงได้ พอเจอเธอบ่ายเบี่ยงอีก ก็เลยประชดประชันและพาดพิงถึงวัฒนา หาว่าเธอกับเขากิ๊กกันในที่ทำงาน ไข่มุกระอาจนไม่อยากคุย

“กับผัวไม่คุย จะคุยกับไอ้วัฒน์ใช่มั้ย กินไปคุยไป ทีหลังคงนอนไปคุยไปล่ะสิ ไม่รู้ล่ะ ยังไงคืนนี้ฉันจะนอนกับเธอให้ได้”

“อย่านะคะ ไหนว่าสัญญากันแล้ว”

“ยกเลิก...เรื่องอะไรจะยอมให้เธอนอนกับคนอื่นฟรีๆ ผัวอยู่นี่ทั้งคน”

คีรินทร์เข้ากอดรัดแต่โดนไข่มุกศอกกลางลำตัวตามด้วยหมัดเต็มหน้าแล้วเหวี่ยงไปนอนนับดาวบนเตียง เดือดร้อนนุชนารถต้องมาทำแผลให้ ในขณะที่คีรินทร์ก็พยายามทบทวนว่าลีลาบู๊แบบนี้เคยเห็นที่ไหน สักครู่นึกได้วันที่ไปหากีกี้ที่กองถ่ายเห็นสตั้นต์เกิร์ลในชุดแป๊ะยิ้ม

รุ่งขึ้น คีรินทร์ไปดักเจอไข่มุกที่ฟิตเนสด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่อง เอ่ยอย่างรู้ทันว่า “โกหกได้เก่งมาก แต่เสียใจด้วยที่ฉันรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเธอแล้ว”

ไข่มุกหน้าเสียใจหายวาบ ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก!

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มังกร” หลอนหนัก ฝันถึงสาวสไบชุดแดงเรียกหา!
9 ธ.ค. 2562

17:03 น.