ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้มีกรุ๊ปทัวร์จากยุโรปยกเลิกห้องพักที่จองไว้เพราะทนบรรยากาศจอแจหน้าโรงแรมไม่ไหว วัฒนากระตุ้นให้คีรินทร์จัดการพ่อค้าแม่ขายขั้นเด็ดขาด ขืนยืดเยื้อนานไปงบประกอบการสิ้นปีไม่สวยแน่

“นี่เป็นโรงแรมของฉัน ฉันไม่ปล่อยให้ขาดทุนหรอก ขอบใจที่เตือน”

คีรินทร์พูดขาดคำ ภัททิมาหน้าตื่นมารายงานว่าแย่แล้ว สงสัยฝั่งตรงข้ามจะไฟไหม้ควันโขมงเต็มไปหมด คีรินทร์ร้อนใจรีบออกไปดู ที่แท้วันดีปิ้งไก่ ยืนพัดเตาจนควันตลบ

“ทำอย่างงี้ได้ไง ควันโขมงยังกับไฟไหม้ รู้ไหมว่ามันเป็นมลพิษ ที่โลกร้อนก็เพราะเจอคนไม่มีจิตสำนึกแบบป้านี่แหละ”

“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง รู้แต่ฉันปิ้งไก่ขายแล้วหนักหัวใคร”

“ไม่หนัก แต่เป็นพิษ ดับเตาเลิกขายได้แล้ว”

“หน็อย...ทำมาเป็นสั่ง ใหญ่โตมาจากไหนกัน ไอ้ลูกเขยเฮงซวย เพราะแกนั่นแหละฉันถึงต้องมาตากแดด ขายของริมถนนแบบนี้...ไม่ดับโว้ย มีปัญหาอะไรมั้ย” วันดีท้าทาย คีรินทร์ฉุนจัด เหลือบเห็นไข่มุกเดินมาก็หน้าตูมเข้าใส่

“มีอะไรคะ คุณมาที่นี่ทำไม”

“ก็แม่เธอปิ้งไก่จนควันโขมง แขกในโรงแรมตกใจกันหมด ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้เลิกขาย ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง”

“คุณนั่นแหละไม่รู้เรื่อง ถ้าเลิกขายแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้หนี้”

“ก็บอกแล้วไงว่าจะขึ้นเงินเดือนให้”

“ก็บอกแล้วเหมือนกันว่าไม่เอา อย่าเอาเงินมาฟาดหัวฉัน”

คีรินทร์โกรธหันรีหันขวางจะพังรถเข็น ไข่มุกกางกั้นไม่ยอมให้เขาทำลายเครื่องมือทำมาหากินแถมเหน็บแนมว่าคนรวยอย่างเขาไม่เข้าใจหรอก

“เออ ฉันไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นแหละ พอใจหรือยัง บอกให้เลิกก็เลิกซะสิ จะทำตัวมีปัญหาอะไรนักหนา...โธ่เว้ย” คีรินทร์โวยวายเผลอปัดครกหล่นแตกกระจาย เขารู้สึกผิดแต่ทำเก๊กเสียงแข็งใส่ “ไหนๆก็แตกแล้ว ก็เลิกขายมันซะเลย”

“เสียใจ รู้จักแม่ยายอย่างนังวันดีน้อยไปแล้ว” วันดีหยิบครกใต้รถเข็นออกมาโชว์ ยักคิ้วหลิ่วตาท้าทาย “แตกได้แตกไป ยังมีอีกหลายอันเว้ย”

คีรินทร์อึ้งกิมกี่ ผลุนผลันกลับเข้าโรงแรมอย่างหัวเสีย ไข่มุกเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เหนื่อยกายและใจจนเผลอแสดงออกต่อหน้าจินจู

“ฉันรู้จักบริษัทเกาหลีในไทยหลายแห่ง พอจะฝากหนูให้ทำงานได้นะ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากขนาดนี้”

“คุณรินทร์ให้คุณมาพูดใช่ไหมคะ”

“เปล่า...ฉันเป็นห่วงหนู”

“คนจนไม่มีทางเลือกมากหรอกค่ะ อะไรที่หาเงินได้ก็ต้องทำ”

“ใช่ แต่คนมีความสามารถอย่างหนูยังทำอย่างอื่นได้เยอะแยะ ไข่มุก...เลิกทำร้ายตัวเองเพื่อประชดคนอื่นสักทีเถอะ”

ไข่มุกแววตาเจ็บปวด น้อยใจและคิดว่าตัวเองไม่มีค่า จินจูเข้าใจจะเอื้อมมือไปจับแต่ไข่มุกหดมือหนี

“คนที่มาจากข้างถนนจะทำอะไรได้คะ นอกจากเป็นแม่ค้าอยู่ตามถนน ทำดีแค่ไหนก็ยังโดนดูถูกเหยียดหยาม ขอบคุณที่อยากช่วย แต่หนูขอไปตามทางของหนู ไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ”

ไข่มุกผละออกมา สวนกับคธาที่อ้าปากจะทักแต่ไม่ทัน จินจูเดินเข้ามาพูดกับเขาหน้าเศร้า

“ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บและเสียใจแทนเด็กคนนี้เหลือเกิน ทั้งที่เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันสักนิด”

“คงเพราะเขาอายุพอๆกับลูกเรา...อย่าคิดมากนะจินจู”

“จะพอมีทางไหนช่วยเขาได้บ้างไหมคะ ฉันอยากเห็น ไข่มุกกลับมาสดใสเหมือนเดิม ไม่ใช่มีแต่ความทุกข์แบบนี้”

คธาฟังแล้วคิดหนัก อยากช่วยเหลือไข่มุกเพราะสงสาร ที่สำคัญจินจูจะได้คลายกังวล

ooooooo

ไข่มุกกลับเข้ามาสอนฟิตเนส แต่ยังไม่ทันเริ่มก็โดนกี้ แองจี้ และแพรววิพากษ์วิจารณ์ดูถูกดูแคลนว่าเป็นแม่ค้าข้างถนน ไข่มุกตอบโต้เพราะทนไม่ไหว สองฝ่ายเลยตั้งท่าจะฟ้อนเล็บใส่กัน วัฒนาเห็นดังนั้นวิ่งเข้ามาห้ามและตำหนิสามสาวเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน

“แหม...ดูเป็นห่วงกันมากจริงนะ ขออนุญาตคีรินทร์ รึยัง” กีกี้ยิ้มหยัน

“ฝันไปเถอะไอ้วัฒน์” คีรินทร์พูดโพล่ง เดินหน้าตึงเข้ามากลางวง

“นายเข้าใจผิด ฉันแค่ไม่อยากให้คุณมุกถูกรุมทำร้าย นายเองก็เหมือนกัน เป็นสามีแท้ๆทำไมไม่ปกป้องบ้าง อย่าทำร้ายจิตใจคุณมุกนักเลย”

“ผู้หญิงคนนี้เป็นของฉัน จะยกขึ้นหิ้งหรือจะเตะลงดินมันก็อยู่ที่ฉัน หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

“นายเป็นบ้าไปแล้ว...ไปเถอะครับ อย่าสนใจพวกนี้เลย”

ไข่มุกเสียใจ มองคีรินทร์อย่างตัดพ้อ แล้วทำท่าจะไปกับวัฒนา แต่คีรินทร์กระชากแขนเธอไว้

“จะไปไหน ตราบใดที่ฉันยังไม่เบื่อ จะกิ๊กใหม่หรือใครก็แตะไม่ได้ทั้งนั้น รอไปก่อนนะ ถ้าเบื่ออาจจะโอนต่อให้”

ไข่มุกอึ้งอีกครา ผิดหวังและเสียใจ สะบัดมือคีรินทร์ ออกแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป วัฒนารับไม่ได้ตำหนิคีรินทร์ทำเกินไปแล้ว

“อ๋อเหรอ ฉันว่านี่ยังแค่เริ่มต้น ต่อไปจะมีมากกว่านี้ ถ้านายยังไม่เลิกยุ่งกับเมียฉัน”

สองหนุ่มประสานสายตาเข้มดุ ประกาศสงครามอย่างเปิดเผย...ไข่มุกหลบเข้ามาร้องไห้ในห้องน้ำ สามสาวยังตามมาเยาะเย้ย เธอเลยจัดหนักให้คนละกระบวนท่าแล้วบอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง จากนั้นบุกไปถึงห้องทำงาน คีรินทร์ เปิดประตูผางและผลักภัททิมาพ้นทาง

“ไงแม่ค้า ไม่ไปขายส้มตำล่ะ ป่านนี้ลูกค้ารอแย่แล้ว...” เขาพูดไม่ทันขาดคำ ฝ่ามือไข่มุกฟาดหน้าดังฉาด “เฮ้ย ตบฉันทำไม”

“ถึงฉันจะจน จะมาจากข้างถนน แต่ก็มีศักดิ์ศรี ฉันจะไม่ยอมให้คุณเหยียดหยามอีกต่อไปแล้ว”

คีรินทร์อึ้งหนัก ทำท่าจะพูดแต่ไข่มุกชี้หน้าพร้อมกับแผดเสียง

“หยุด! ยังพูดไม่จบ แล้วต่อไปถ้ายังว่าฉันต่อหน้าคนอื่นอีก ฉันก็จะตบคุณต่อหน้าคนพวกนั้น”

“พูดจบหรือยัง”

“จบแล้ว” ไข่มุกทำท่าจะเดินออกไป คีรินทร์คว้าแขนดึงตัวเข้ามาจูบหนักหน่วง พอเธอเงื้อมือจะตบ เขาชี้หน้าส่ายนิ้วไปมาด้วยท่าทียียวน

“เอาสิ แลกกัน ตบอีกจูบอีก จะฟัดให้ปากบานเลยคราวนี้”

ไข่มุกทั้งโกรธทั้งเขิน ลดมือลงแล้วเดินออกไป ภัททิมามองคีรินทร์ตาลอย เพ้อว่าอยากโดนตบจูบแบบนี้จัง

ooooooo

ค่ำนั้น จินจูแวะมาชวนไข่มุกกินข้าวให้ชวนแม่ไปด้วยก็ได้ ไข่มุกแบ่งรับแบ่งสู้เพราะเกรงใจ แต่เมื่อโดนตื๊อหนักเข้าก็ปฏิเสธไม่ลง ขอตัวไปดูแม่ก่อน ไม่รู้เดินไปทางไหน

วันดีไปซื้อโอเลี้ยง เดินกลับมาเห็นจินจูคุยกับไข่มุกก็รีบหันหลังเดินหนี ไข่มุกตามหาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะเจอ

“มาอยู่ตรงนี้เอง...ไปกินข้าวกับคุณจินจูกัน เขาอยากเจอแม่ จะเลี้ยงข้าวด้วย”

“ไม่ไป เรื่องอะไรต้องไปปั้นหน้ากินหรูเป็นผู้ดี นังคุณจินจูอะไรของเอ็งก็ด้วย มาตีสนิทอย่างงี้ต้องการอะไรหรือเปล่า เทียวมาหา มาเลี้ยงข้าวกันอยู่ได้”

“หนูไม่เห็นมีอะไรที่เขาอยากได้เลย เราเป็นเพื่อนกันเฉยๆ รู้จักกันตั้งแต่เกาหลี เขาคงถูกชะตามั้ง”

“ชะตาจะขาดล่ะไม่ว่า อยู่ห่างๆไว้เลยนะ ไอ้พวกคนรวยไว้ใจไม่ได้ ยิ่งดังยิ่งรู้หน้าไม่รู้ใจ ระวังโดนจับไปขายเนื้อสดนะโว้ย”

“โธ่แม่ เขาเป็นซุปตาร์ในดวงใจหนูนะ ไม่ทำอย่างนั้นหรอก”

“จะยังไงก็ช่าง แม่สั่งให้เอ็งห้ามยุ่งเด็ดขาด เอาเวลาไปง้อผัวเศรษฐีดีกว่าจะได้สบายทั้งคู่...เอากระป๋องตังค์มา แล้วจะไปไหนก็ไป เดี๋ยวเก็บร้านเอง”

“สรุปว่าให้ไปใช่ไหมแม่ พูดตั้งนานนึกว่าไม่ให้ไปแล้ว”

“เออ แต่ให้วันนี้วันสุดท้าย ต่อไปห้ามยุ่งอีกเด็ดขาด ไม่งั้นไม่ต้องมาเรียกข้าว่าแม่”

ไข่มุกหน้าเสียที่โดนสั่งห้าม แต่พอไปเจอดาราในดวงใจก็ยิ้มได้ คธามากับจินจูด้วย ทั้งหมดกินข้าวต้มร้านข้างทางอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะจินจูเจริญอาหารมากจนไข่มุกอดทักไม่ได้ว่าท่าทางชอบข้าวต้มกุ๊ย

“ฉันชอบร้านข้างทาง นึกถึงตอนเด็กๆที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน ได้กินร้านแบบนี้ก็หรูแล้ว” ไข่มุกฟังแล้วทำหน้าไม่อยากเชื่อ จินจูยืนยันด้วยรอยยิ้ม “เรื่องจริง...เชื่อสิ จำไว้นะไข่มุก คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกจะเป็นคนดีได้ หนูเองก็เป็นคนดี แถมยังสวยและเก่ง รับรองว่าไปได้อีกไกล เชื่อสายตาฉันเถอะ เก่งไม่แพ้แมวมองหรอกน่า”

“คงยาก...ไม่ใช่สิ คงไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ”

“เชื่อฉันเถอะ หนูต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้แน่นอน”

จินจูให้กำลังใจเต็มที่ ไข่มุกยิ้มบางๆไม่มั่นใจแต่วัฒนาที่เดินเฉียดเข้ามายิ้มกว้าง ทักทายทุกคนอย่างคุ้นเคยก่อนจะนั่งร่วมโต๊ะตามคำชวนของคธา

“มื้อนี้ผมขอเป็นเจ้ามือนะ จัดตะเกียบมาเลยครับคุณมุก ผมหิวท้องกิ่วแล้ว”

ทุกคนอมยิ้มกับท่าทางขี้เล่นของชายหนุ่ม หารู้ไม่ว่าสีหน้าเป็นมิตรนั้นซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้มิดชิด...เวลาเดียวกันนั้น คีรินทร์อยู่ที่ร้านส้มตำ เขามาถามหาไข่มุก วันดีตอบเสียงขุ่นเพราะยังหมั่นไส้ไม่หาย

“มันไปกินข้าวกับยายซุปตาร์เกาหลีนู่น ถามทำไม จะมาง้อก็ฝากฉันง้อได้ คิดไม่แพง”

“แล้วรู้ไหมว่าไปที่ไหน”

“ไม่รู้...เอ๊ย...อาจจะรู้ แต่เอามาสักห้าพันก่อนจะได้คิดออก”

“ไม่ให้ จะเอาไปทำไม ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน”

“ก็เป็นแม่ยายไง เมียคุณน่ะลูกฉันนะ ไอ้ลูกเขยขี้งก ไม่ให้ก็ไปเลยไป๊ เกะกะคนเก็บของ”

“นิสัยเหมือนคุณชลลดาไม่มีผิด เป็นพี่น้องกันเปล่าเนี่ย นิสัยผิดกับลูกสาวลิบลับ ถามจริงเหอะ เก็บไข่มุกมาเลี้ยงรึเปล่า”

“เออ ถ้าไม่เอามาตอนนั้นได้นอนให้มดแทะไปแล้ว”

“ว่าไงนะป้า”

วันดีนึกได้รีบเอามือปิดปากตัวเองแล้วจะเข็นรถหนี คีรินทร์รีบดักหน้าคาดคั้นว่าเก็บไข่มุกมาเลี้ยงใช่ไหม?

“เปล่า...ถอยไป ถอยไปสิ ไม่งั้นชนนะ”

“ไปเอามาจากไหน ขโมยลูกใครมา พ่อแม่จริงๆของเขาเป็นใคร”

“จะใคร...ก็ฉันนี่ไง นังมุกน่ะลูกฉันเอง อย่าถามมาก รำคาญ เงินไม่ให้ยังจะถามเยอะ เซ็งโว้ย” วันดีทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน เข็นรถหนีไป...

ooooooo

หลังอาหารมื้ออร่อยในค่ำนั้น ไข่มุกมาส่งจินจูที่ห้องพักและได้ยินเธอคุยโทรศัพท์กับนักสืบเรื่องตามหาใครบางคน ซึ่งนักสืบขอจบงานเนื่องจากไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม จินจูร้องไห้อย่างหมดหวังและระบายความทุกข์ใจออกมาทำให้ไข่มุกรู้ว่าเธอกำลังตามหาลูกสาวชื่อยองแอ

“เขาเป็นลูกของฉัน ลูกที่ไม่มีใครรู้...เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วฉันเพิ่งเข้าวงการ หนังเรื่องแรกที่พี่แทยอนกำกับทำให้ชื่อเสียงเราทั้งคู่ดังในชั่วข้ามคืน...ฉันได้มาเล่นหนังร่วมทุนระหว่างไทยเกาหลี แล้วก็ได้พบผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นรักแรกและเป็นพ่อของยองแอ แต่เพราะใครคนหนึ่งทำให้เราถูกแยกจากกัน ชีวิตตอนนั้นเหลือแต่ลูกในท้องที่เป็นความหวังทำให้ฉันยังหายใจอยู่ได้...จนวันที่คลอด เขาบอกว่ายองแอตาย ฉันถูกพากลับเกาหลีทันที”

ไข่มุกนิ่งฟังด้วยความสงสาร น้ำตาพาลจะไหลตามจินจูที่เล่าไปสะอื้นไป

“ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เองว่าที่แท้ยองแอยังไม่ตาย ถึงได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ให้นักสืบไม่รู้กี่คนต่อกี่คนออกตามหา แต่ก็ไม่มีเบาะแสอะไรเลย ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ยองแออยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง”

“ผู้ชายคนนั้น...รักแรกของคุณคือคุณคธาใช่ไหมคะ”

จินจูพยักหน้าแทนคำตอบ ไข่มุกกอดปลอบและผละไปเปิดประตูเมื่อได้ยินเสียงเคาะ คธาเข้ามาด้วยท่าทีร้อนใจ ถามจินจูว่าได้รับสายจากนักสืบแล้วใช่ไหม เธอพยักหน้าทั้งน้ำตา คธาเข้ามาโอบกอดด้วยความสงสาร

“เราจะไม่มีวันได้เจอลูกแล้วใช่ไหม คธาคะ...ฉันอยากเจอลูก อยากกอดลูก”

“อย่าเพิ่งใจเสีย ถึงเขาจะไม่สืบต่อ แต่ผมจะช่วยคุณตามหายองแอเอง ไม่ต้องห่วงนะจินจู ลูกของเราต้องปลอดภัย เขากำลังรอเราอยู่”

“ใช่ค่ะ หนูก็เชื่อว่าคุณสองคนต้องได้พบยองแอแน่นอน”

จินจูสบตาไข่มุกแล้วดึงตัวเข้ามากอด...รู้สึกมีกำลังใจอย่างประหลาด

ooooooo

สายวันถัดมา คีรินทร์พาเทศกิจไปจับร้านค้าแผงลอยฝั่งตรงข้ามโรงแรม วันดีโวยวายด่าทอคีรินทร์ไม่ไว้หน้า กระนั้นก็ไม่ทำให้รอดพ้นการถูกจับและเสียค่าปรับทั้งที่ยังขายไม่ได้กำไรสักบาท

ทวยไทยส่งลูกน้องมาจ่ายค่าปรับแทนแม่ค้าทุกคน ไข่มุกสงสัยว่าเขาเป็นใครแต่ซักถามเท่าไหร่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากอ้างตัวว่าอยากช่วยเหลือสังคม สงสารคนจนโดนรังแก

“อย่ามาโกหกดีกว่า โลกนี้ไม่มีของฟรีหรอก ถ้าไม่หวังผลจะช่วยทำไม บอกมาดีกว่าว่าต้องการอะไร”

“สงสัยมากจริงนะน้อง ไปๆๆ ไปขายต่อกันได้แล้ว เคลียร์จบ แยกย้าย”

พูดจบเขารีบเดินจากไป ไข่มุกยังคาใจบ่นกับวันดีว่าต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ ไม่ใช่ญาติไม่ใช่เพื่อนจะมาช่วยทำไม

“จะสงสัยอะไรนักหนาวะ จะยังไงก็ช่าง มันมาช่วยมาจ่ายค่าปรับให้ก็ดีแล้วจะไปสนใจทำไม คิดมากปวดหัว กลับไปขายส้มตำต่อเร็วเข้า”

สองแม่ลูกเดินตามกันไปโดยไม่รู้ว่าวัฒนาแอบมองอยู่ห่างๆ รอยยิ้มเขาผุดพรายอย่างเจ้าเล่ห์...

กลับมาขายส้มตำได้ไม่นานมีนักข่าวหลายคนมาขอสัมภาษณ์ไข่มุกเรื่องเป็นภรรยาเศรษฐีอย่างคีรินทร์แต่ทำไมยังขายส้มตำ ไข่มุกบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหนี แต่วันดี แฉอย่างมันปากแลกกับเงินที่นักข่าวให้มา

ไม่ทันข้ามวันมีคนตั้งกระทู้ด่าคีรินทร์ในอินเตอร์เน็ตอย่างสาดเสียเทเสีย บอร์ดผู้บริหารไม่พอใจเพราะกระทบถึงชื่อเสียงโรงแรม เขมทัตรู้สึกไม่ดีเช่นกัน ให้คีรินทร์คุยกับไข่มุกอย่างจริงจังสักที

เมื่อเขายื่นคำขาดให้เธอเลิกขายส้มตำหน้าโรงแรมก่อนที่ชื่อเสียงของตนจะป่นปี้มากกว่านี้ ไข่มุกปฏิเสธทันที

“ไม่ได้...ฉันจะขายต่อ ไม่งั้นจะเอาเงินที่ไหนใช้หนี้ แค่ค่ากินค่าอยู่ก็ไม่พอแล้ว”

“อยากหยิ่งไม่ยอมให้ขึ้นเงินเดือนเอง ช่วยไม่ได้ เธอน่ะพูดอะไรไม่เชื่อกันบ้าง ก่อเรื่องตลอด เคยนึกถึงฉันบ้างมั้ย เห็นแก่หน้าไอ้คนนี้บ้างรึเปล่า ยังจะขายส้มตำให้ฉันโดนด่าอีก คิดได้ไง”

“งั้นก็บอกทุกคนไปสิว่าฉันไม่เกี่ยวข้องกับคุณแล้ว ไม่ใช่ภรรยาคุณอีกต่อไป ชื่อเสียงจะได้ไม่เสียไง”

“พูดแล้วไม่เสียใจทีหลังนะ”

“ไม่มีวันเสียใจค่ะ ระหว่างเรามันจบแล้ว”

คีรินทร์อึ้ง ไข่มุกเองพูดแล้วก็ใจหาย สบตาเขาอย่างน้อยใจ

“เธอแน่ใจนะไข่มุก...แน่ใจแล้วเหรอ”

ไข่มุกไม่ตอบ แต่สีหน้าแววตาเด็ดเดี่ยวจนคีรินทร์แอบเจ็บอยู่ลึกๆ เมื่อถูกผู้หลักผู้ใหญ่ถามความคืบหน้าเรื่องจัดการภรรยาอีกครั้งในห้องประชุม คีรินทร์จึงตอบชัดว่าไม่ต้องจัดการอะไรอีกแล้ว เราไม่เกี่ยวข้องกัน เธอไม่ใช่ภรรยาของตนอีกต่อไป วัฒนากับทวยไทยลอบสบตากันอย่างสะใจ ครั้นตกเย็นเลิกงาน วัฒนาเริ่มตีสนิทไข่มุกด้วยการพาเธอไปส่งบ้านแล้วอยู่กินข้าวตามคำชวนของช้อย

คีรินทร์กลับมาได้ยินเสียงหัวเราะจึงเดินเข้าไปในครัว หน้าตึงทันทีที่เห็นวัฒนา

“แกมาที่นี่ทำไม”

“ก็มาส่งคุณมุกตั้งแต่เย็น แต่ติดลมคุยเพลิน ป้าช้อยเลยชวนกินข้าว”

“รวยนะ ใครมาชวนกินข้าวหมด เดี๋ยวจะตัดเงินเดือนมาเป็นค่าข้าว”

ช้อยหน้าเจื่อน มองคีรินทร์อย่างเกรงๆ แล้วเลี่ยงออกมารีดผ้า

“นายก็ด้วย หัดเกรงใจซะบ้าง มานั่งกินข้าวกับเมียคนอื่นทั้งที่ผัวยืนอยู่ทนโท่”

“แต่นายประกาศในที่ประชุมว่าคุณมุกไม่ใช่ภรรยาแล้วนี่ แล้วจะมาบอกว่าเป็นอะไรกันอีกได้ไง”

“ก็พูดไปงั้นแหละ รำคาญไอ้พวกชอบไล่บี้คนอื่น”

“ลูกผู้ชาย...พูดแล้วไม่คืนคำไม่ใช่เหรอคะ” ไข่มุกพูดโพล่ง แววตาตัดพ้อ

“ใช่ แต่ฉันไม่ใช่ลูกผู้ชาย เป็นผู้ชายเฉยๆ คืนคำก็ไม่แปลก...งอนอะไรนาน เสียเวลาจู๋จี๋หมด ยิ้มหน่อยเร็ว”

คีรินทร์เข้ามาโอบไหล่ไข่มุกและไล่วัฒนากลับ อย่าอยู่ขัดคอ เห็นแล้วขวางหูขวางตา ไข่มุกหน้าตึงแกะมือเขาออก

“คุณไม่มีสิทธิ์ไล่คุณวัฒนา เขาเป็นแขกของฉัน”

“แต่นี่บ้านฉัน เธอก็เมียฉัน ทำไมจะไล่คนที่มายุ่งกับเมียคนอื่นไม่ได้”

“มันจบแล้วค่ะ เรื่องระหว่างเราไม่มีอีกแล้ว คุณเองก็ไปประกาศให้ทุกคนรู้แล้วจะมายุ่งอะไรกับฉันอีก พอเถอะคุณรินทร์ ฉันเป็นคนนะคะ ไม่ใช่ของที่เดี๋ยวคุณก็จะเอา เดี๋ยวก็เตะทิ้ง”

“ในเมื่อฉันทำสิ่งดีๆที่นายทำให้คุณมุกไม่ได้จะมาเดือดร้อนทำไม ประกาศโจ่งแจ้งขนาดนั้นก็น่าจะทำตามที่ตัวเองพูดสิ”

คีรินทร์จ้องหน้าวัฒนาอย่างไม่พอใจ “ฉันไม่ปล่อยให้คนที่หลอกฉันไปมีความสุขง่ายๆหรอก นายอย่ายุ่งดีกว่า เดี๋ยวตำแหน่งจะหลุดไม่รู้ตัว”

“คุณเกลียดฉันมากเลยใช่มั้ย” ไข่มุกเสียงเครียดอย่างคับแค้น

“ใช่ แต่ถึงโคตรเกลียดยังไง ฉันก็ไม่มีวันปล่อยเธอ”

“คุณอยากเห็นฉันทรมาน อยากให้เจ็บปวดเสียใจไปอีกนานแค่ไหน บอกมาสิคุณคีรินทร์ แค่ไหนถึงจะสาแก่ใจ”

“จนกว่าเธอจะได้รับโทษอย่างสาสม”

“หยุดเสียทีเถอะรินทร์ จะทำร้ายคุณมุกไปถึงไหน”

“แส่อะไรด้วย” คีรินทร์ผลักอกวัฒนา ไข่มุกแทรกตัวเข้ามาขวาง มองหน้าคีรินทร์อย่างไม่ยอมแพ้ สั่งห้ามเขาทำร้ายวัฒนา “อ๋อ ปกป้อง ห่วงเหลือเกิน...เลือกมาเลยดีกว่าระหว่างฉันกับมัน เธอจะเลือกใคร”

ไข่มุกนิ่งไปอึดใจแล้วหันมาหาวัฒนา...คีรินทร์เจ็บจี๊ดที่ใจ มองตามทั้งคู่เดินออกไปด้วยกันตาขวาง

ooooooo

ภัททิมากับชลลดากลั่นแกล้งไข่มุกด้วยการทำทีมากินส้มตำที่ร้านและแอบใส่แมลงสาบคลุกเคล้าลงไปแล้วร้องเอะอะว่าส้มตำสกปรก จะฟ้องสาธารณสุขมาปิดร้าน จินจูกับคธารู้เห็นการกระทำของสองแม่ลูกแต่แรกและแอบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน จากที่โวยวายเลยกลายเป็นเจื่อนจ๋อยรีบถอยฉากไปอย่างเจ็บใจ

ขณะไข่มุกไหว้ขอบคุณคธากับจินจู วันดีกำลังจะเดินเข้ามาเห็นเข้าก็ตกใจหน้าซีดรีบเดินหลบออกไป พอเย็นนั้นกลับถึงบ้านเช่า วันดียังไม่คลายกังวล ผิดกับไข่มุกที่ชื่นชมสองคนนั้นอย่างสุดปลื้ม

“โชคดีนะแม่ที่คุณคธากับคุณจินจูมาช่วยไว้ ไม่งั้นต้องโดนปิดร้านแน่”

“แม่ว่าไปหาที่ขายใหม่กันมั้ย ไปไกลๆหน่อย”

“อ้าว ย้ายทำไมล่ะแม่ ที่นี่ก็ขายดี ลูกค้าติดกันเยอะ”

“ผัวเก่าเอ็งก็ไม่อยากให้ขาย ไหนๆก็ไหนๆย้ายเหอะ”

“เรื่องคุณรินทร์ช่างเขาเถอะ ถ้าเราจะย้ายไปที่อื่น ที่ไหนๆก็มีเจ้าที่เจ้าทางขายกันอยู่แล้ว ขืนไปขายแข่งเดี๋ยวก็โดนไล่โดนแกล้งอีก หนูว่าเราปักหลักสู้ตรงนี้แหละแม่ อย่าไปเริ่มต้นใหม่อีกเลย”

วันดีฟังแล้วอึ้ง แววตาสับสนกังวลเรื่องจินจู ทันใดเม่นถีบประตูเข้ามาในสภาพเมามาย แบมือขอเงินวันดีไปซื้อเหล้าอีก

“ไม่มี...ไม่ช่วยหาแล้วยังมาไถอีก ไปไกลๆ คนกำลังหงุดหงิด”

เม่นโมโหพุ่งเข้าไปจิกผมตบวันดีแล้วแย่งเงินหมดเกลี้ยง แถมผลักไข่มุกกระเด็นติดข้างฝาและทำท่าจะเตะวันดีซ้ำถ้าไข่มุกไม่พนมมือขอร้อง...

ooooooo

แทยอนไปเกาหลีแล้วกลับมาเมืองไทยอีกครั้งพร้อมโปรเจกต์ใหม่ ซึ่งการกลับมาครั้งนี้แทยอนพูดคุยกับคธาด้วยดีเหมือนทำใจยอมรับแล้วว่าตนเองพ่ายแพ้ในความรักของเขากับจินจู

“ต่อไปนี้เราอย่าพูดเรื่องเก่าๆอีกเลยนะ ว่าแต่ทางเกาหลีว่าไงบ้างพี่แทยอน”

“เร่งเรื่องโปรเจกต์ใหม่น่ะ อาทิตย์หน้าจะเปิดแถลงข่าวจัดประกวดคัดเลือกสาวไทยเป็นนางเอกใหม่ประกบปาร์คจินจู ถ้าไม่รังเกียจผมอยากเชิญคุณมาร่วมโปรเจกต์ด้วย เราต้องการคนที่มีความสามารถ...ช่วยหน่อยได้ไหม”

“ผมจะลองดู” คธาตอบรับ

“นางเอกคนใหม่...เป็นใครก็ได้ใช่ไหมพี่แทยอน”

แทยอนพยักหน้า จินจูยิ้มกริ่มนึกถึงใครบางคน... หลังจากงานแถลงข่าวเสร็จสิ้น จินจูนำใบสมัครไปให้ไข่มุกด้วยตัวเอง

“ให้หนูไปแข่งกับคนเป็นพันเป็นหมื่น คงไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ไง หนูมีความสามารถจะเก็บไว้ไม่ให้คนอื่นเห็นสักครั้งก็น่าเสียดาย นี่แหละโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตหนู”

“แต่คนอย่างหนู แม่ค้าส้มตำจนๆจะทำได้เหรอ”

“ลองดูก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่ แต่บอกไว้ก่อนนะ ฉันสนิทกับหนูก็จริง แต่งานนี้ไม่มีเส้นสายเด็ดขาด ถ้าได้ก็เพราะความสามารถของหนูเอง ถึงเวลาที่ต้องออกจากหลังม่านมาเป็นนางเอกตัวจริงแล้วนะไข่มุก”

ไข่มุกนิ่งคิด มองใบสมัครในมืออย่างตัดสินใจไม่ถูก จินจูสำทับอีกครั้งด้วยความหวังดี

“อนาคตอยู่ในมือหนูเองนะ”

หลังจากใคร่ครวญข้ามคืนไข่มุกก็ตัดสินใจมาสมัคร เจอพวกกีกี้และภัททิมาดาหน้ามาสมัครเช่นกัน สี่สาวพูดจาถากถางดูแคลนไข่มุกต่างๆนานา แต่ก็ไม่ทำให้เธอล้มเลิกความตั้งใจ อยากลองดูสักตั้งเพื่ออนาคตตัวเอง

ภัททิมาหมั่นไส้ไข่มุกไม่หาย กลับถึงบ้านเห็นคีรินทร์ดื่มเหล้าก็ถามหยั่งเชิงว่าคงกลุ้มใจเรื่องที่ไข่มุกเข้าประกวดเป็นดารา

“เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา ผมไม่เกี่ยวข้องแล้ว”

“คงคิดว่ามีจินจูเป็นเส้นก๋วยจั๊บหนุนหลัง ถึงไม่ชนะแต่ก็คงมีพวกเสี่ยๆมาขอเลี้ยง ต่อไปเขาก็ต้องไม่ง้อคุณแล้ว มีทางที่ดีกว่าให้เกาะ”

“ตอนนี้เขาก็ไม่ง้อผมแล้ว”

“ว่าแล้ว...สงสัยกำลังหาคนใหม่ให้ควั่ก ลูกไก่เข้าใจค่ะ คุณคงเหงามาก ไม่เป็นไรนะคะ ยังไงก็จะอยู่ข้างคุณ”

ภัททิมายิ้มหวานทำเป็นเข้าอกเข้าใจ รินเหล้าดื่มไปด้วยกัน ไม่นานก็แย้มยิ้มสมใจเมื่อเขาดึงตัวเข้ามากอด...

เช้าขึ้นกีกี้ซื้อขนมนมเนยมาเต็มสองมือ ทักทายมณีอย่างเอาใจ “มอร์นิ่งค่ะคุณแม่ขา กีกี้เอาขนมมาฝาก เอาไว้ทานกับกาแฟตอนเช้านะคะ เนี่ยบึ่งไปซื้อหลังเลิกกองตอนตีห้าแล้วแวะมาเลย อยากให้ทานตอนยังร้อนๆ”

“ขอบใจนะ เอ้าไข่มุก...รับไปจัดสิ”

ไข่มุกขยับเข้ามาตามคำสั่งมณี ชลลดาเบ้หน้าหมั่นไส้ พูดลอยๆเป็นปริศนาชวนสงสัย

“เอาใจกันน่าดู โถ...แต่น่าสงสาร ทำไปก็ไม่มีประโยชน์...อะไรๆมันเปลี่ยนไปแล้ว”

“อะไรเปลี่ยนไปยะ พูดให้รู้เรื่องหน่อย” มณีแว้ดใส่

ไม่ทันที่ชลลดาจะว่ากระไร คีิรินทร์เดินลงบันไดมา กีกี้ทักเสียงหวานและทำท่าจะวิ่งไปจูบ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นภัททิมาใส่ชุดนอนเซ็กซี่เดินตามลงมาควงแขนเขา

“ลูกลิงลูกชะนีที่ไหนมาร้องแต่เช้า ถอยไปห่างๆ สามีฉันเลย”

“แค่คู่กิ๊กอย่างเธอทำมาเรียกว่าสามี ทึกทักไปรึเปล่ายะ”

“ถามผู้ชายเขาดูสิ ฉันน่ะไม่ใช่คู่กิ๊กคู่กั๊กอย่างเธอหรอกย่ะ อย่างฉันน่ะของจริง”

ถ้อยคำแสดงตัวของภัททิมาเล่นเอาทุกคนยืนอึ้ง กีกี้มองหน้าคีรินทร์แล้วแว้ดใส่ภัททิมาอย่างเอาเรื่อง

“แก...แกมอมเหล้าหลอกคุณรินทร์ใช่ไหม ใช่ไหม คะรินทร์ หน็อย...วางแผนเป็นนางร้ายเกรดบี อย่านึกว่าฉันโง่นะยะ”

“เปล่า ผมตั้งใจ แล้วก็รู้ตัวดีด้วย...เรื่องเมื่อคืนผมเต็มใจ” คำตอบของคีรินทร์ทำให้ทุกคนช็อก ไข่มุกเสียใจมาก ประสานสายตากับเขาอย่างน้อยใจ

เมื่อออกไปทำงานที่โรงแรม ไข่มุกแสดงความอ่อนแอต่อหน้าจินจู เธอร้องไห้อย่างสุดกลั้น จินจูซักถามและปลุกปลอบด้วยความสงสาร

“มีอะไรอยากเล่าให้ฉันฟังมั้ย”

“มันจบไปแล้วค่ะ หนูไม่อยากพูดถึง เหมือนคุณเคยพูดไว้ เวลาเขาทำให้เราเจ็บ มันทรมานจริงๆ”

“เวลา...จะช่วยให้หนูลืม ถ้ามีความรักแล้วต้องร้องไห้ สู้ไม่มีดีกว่า”

“หนูควรจะรู้ว่าตัวเองไม่มีค่าอะไรเลย”

“อย่าตำหนิตัวเอง หนูต้องเข้มแข็ง อย่าให้ชีวิตต้องเสียหลักเพราะผู้ชายคนเดียว”

“ขอบคุณค่ะ ต่อไปหนูจะไม่ร้องไห้ให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีก”

“ดีมาก อย่าให้ฉันต้องเห็นน้ำตาหนู หนูยังมีอนาคตอีกยาวไกล ยังมีเรื่องดีๆรออยู่ข้างหน้า อะไรไม่ดีก็ลืมมันซะ อย่าลืมว่าเรามีงานสำคัญที่ต้องทำ”

ไข่มุกพยักหน้ารับ แววตามุ่งมั่น พยายามตัดใจจากคีรินทร์

ooooooo

ในขณะเดียวกันคีรินทร์ยังอยู่ที่บ้าน นั่งหน้าเครียด เพราะชลลดาเร่งรัดให้แต่งงานกับภัททิมา เขมทัตกับมณีกระอักกระอ่วนใจจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ฟังสองแม่ลูกพล่ามเพ้อฝัน

“ชลอดตื่นเต้นแทนคุณพี่ทั้งสองไม่ได้จริงจริ๊งที่จะได้ลูกสะใภ้ของจริงนิ้งกว่าเพชร ฤกษ์ดีสิ้นเดือนนี้...แต่งเลยนะคะ”

“ลูกไก่ก็ปลื้มแทนคุณรินทร์ค่ะ คราวนี้ได้เมียเกรดเอสมใจ ไม่ใช่ฉบับก๊อปปี้เกรดห่วยอย่างนังไข่มุก”

“สิ้นเดือน...ใครจะไปเตรียมงานทันกันยะแม่คุณ งานแต่งงานนะ ไม่ใช่กินแชร์โต๊ะจีน” มณีกระแทกเสียง

“ฉันจัดเต็มให้เองค่ะพี่มณี จะดูแลให้เหมือนเป็นแม่คุณรินทร์ เป็นเมียพี่เขมเลย รับรองสามวันเสร็จ”

มณีไม่พอใจค้อนชลลดาปะหลับปะเหลือก ย้ำว่าเป็นแม่ยายคีรินทร์ก็พอ ไม่ต้องถึงขนาดเป็นเมียคุณเขม

“ลูกไก่ตัวจริงเขาเสนอมาแล้ว แกจะว่าไง” เขมทัตเข้าเรื่องรอคำตอบจากลูกชาย

“เพ้อกันไปใหญ่แล้ว ผมยังไม่เคยพูดว่าจะแต่งงานสักคำ”

“อ้าว...พูดแบบนี้จะชิ่งเหรอคะคุณรินทร์”

“ไม่ใช่ชิ่งครับ แต่เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับการแต่งงานอะไรเลย ลูกไก่เป็นฝ่ายเข้ามาหาผมในห้อง มันก็ แค่นั้น คบกันแบบนี้ก็ดีแล้วจะต้องไปคิดเรื่องแต่งงานอะไรกัน”

ภัททิมาทนไม่ไหวโวยวายไล่ทุบตีคีิรินทร์ที่เดินหนี ตัดพ้อต่อว่าเขาใจร้าย ทำแบบนี้กับเธอได้ยังไง แต่เขาไม่สนใจแถมยังตะคอกใส่อย่างหงุดหงิด

“โอ๊ยเจ็บ...พอแล้ว ผีบ้าสิงหรือไง”

“จะไม่ให้บ้าได้ไง คุณปู้ยี่ปู้ยำลูกไก่บุบสลายทั้งกายทั้งใจขนาดนี้ ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ต้องแต่ง”

“อย่างคุณผ่านมาเท่าไหร่แล้ว จะมาแอ๊บเป็นสาวไร้เดียงสาให้ผมรับผิดชอบ ไม่อายปากบ้างหรือไง”

ภัททิมาโดนแทงใจดำจนกรี๊ดลั่นเสียงสั่นเครือ “คนบ้า...ทำไมใจร้ายกับลูกไก่แบบนี้ ถึงจะเคยมีใครต่อใคร แต่ก็ไม่มีใครเหมือนคุณ ลูกไก่รักคุณนะคะ”

“ไม่ต้องมาบังคับทั้งทางตรงทางอ้อมไม่ต้องคิดเลย คนอย่างผมถ้าจะแต่งกับใครก็เพราะอยากแต่งเอง ไม่ใช่ให้ใครมากดดัน”

คีรินทร์เดินหนี ภัททิมาร้องกรี๊ดอย่างขัดใจ คว้าแจกันขว้างไล่หลังเกือบโดนเขมทัตที่ลุกขึ้นพอดี

“ชอบเขวี้ยงของแบบนี้ ต่อไปแกงานหนักแน่...ถามจริงเถอะที่แกทำกับลูกไก่เพราะประชดไข่มุกใช่ไหม”

“พ่อเข้าใจผิดแล้วครับ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีค่าให้ผมต้องทำขนาดนี้”

พูดขาดคำ ตุ๊กตาเซรามิกลอยวืดมาหล่นแตกใกล้ๆ สองพ่อลูกสะดุ้งโหยง รีบแยกย้ายกันไปให้พ้นเขตอันตราย

ooooooo

วันดีเห็นแก่เงินเข้ามารวมกลุ่มในม็อบพ่อค้าแม่ค้าประท้วงโรงแรมหาว่ารังแกคนจน ไข่มุกไม่เห็นด้วยพยายามห้ามปรามแม่แต่ท่าทางจะไม่สำเร็จ

“แม่อย่ายุ่งกับเขาเลย หยุดขายวันนึงรายได้หดนะ

ไม่คุ้มหรอก”

“ใครว่าไม่คุ้ม ไอ้ลูกโง่ เดี๋ยวคอยดูนะ”

วันดีเดินปรี่ไปยังลูกน้องทวยไทยที่เอาข้าวกล่องมาแจก ขอทีเดียวสามกล่อง แถมได้เงินมาอีกห้าร้อยแล้วเดินกลับมาคุยอวดไข่มุกหน้าระรื่น

“คุ้มไหมล่ะ แค่เย้วๆตามพวกมันไป ได้คนละตั้งห้าร้อย ตำทำไมวะส้มตำ มาชูป้ายแหกปากในม็อบดีกว่า”

“แบบนี้ก็ม็อบจัดตั้งน่ะสิแม่”

“หน็อย...ทำพูดดี จะม็อบจัดหรือม็อบตั้ง ข้าร่วมหมด ไม่สนเว้ย ขอให้ได้เงินเป็นพอ”

วันดีฮึกเหิม ลากไข่มุกมาถือป้ายประท้วงด่าทอเจ้าของโรงแรม คีรินทร์ขับรถผ่านมาเกือบโดนทุบกระจกถ้าไม่ตัดสินใจขับหนีเข้าโรงแรม หนึ่งในม็อบเซถลาและตะโดนด่าหาว่าเขาจะขับรถชน วันดีผสมโรงยกใหญ่ ไข่มุกหน้าเสียไม่รู้จะห้ามยังไง

คีรินทร์ไม่สบอารมณ์ เข้ามาเจอวัฒนาจี้เรื่องม็อบเข้าอีกก็ยิ่งหัวเสีย

“นายเห็นพวกม็อบแล้วใช่ไหม เมื่อเช้านักข่าวมากันเต็มไปหมด งานนี้จงใจทำลายชื่อเสียงนายกับโรงแรมชัดๆ”

“อยากทำอะไรให้ทำไป ฉันไม่สนใจคนพวกนี้ ดีแต่ใช้ความรุนแรง ไม่เคยคุยกันด้วยเหตุผล” พูดจบเดินหนีทันที...วัฒนามองตาม ยิ้มหยันอย่างสะใจ

ไข่มุกเข้ามาในฟิตเนส วอร์มร่างกายเตรียมสอนเต้น เหลือบเห็นคีรินทร์เดินหน้าตึงเข้ามา เธอเมินหนีไม่สนใจ ทำหูทวนลมกับสิ่งที่เขาจงใจพูดกระทบกระเทียบ

“จะไม่แสดงความยินดีกับฉันและลูกไก่ตัวจริงหน่อยรึไง อย่างน้อยเขาก็ไม่เสแสร้ง ไม่โกหกฉันเหมือนเธอ”

หญิงสาวทำเหมือนไม่ได้ยินจะเดินไปอีกทาง เขากระชากแขนดึงเธอเข้ามาใกล้
“ได้ยินที่พูดไหม...ทีตอนนี้ทำเงียบ เมื่อกี้เพิ่งไปถือป้ายด่าฉันอยู่หยกๆ เธอนี่แสบสันจริงๆ บทจะแอ๊บเป็นคนดีก็เนียนมาก แต่เสียใจฉันไม่หลงกลคนอย่างเธออีก ไอ้เซ่อคนนี้มันตาสว่างหายโง่แล้ว รู้ไว้ด้วย”

เขาสบตาเธออย่างทั้งรักทั้งแค้น เหวี่ยงจนเธอล้มลง แล้วเดินหนีไปอย่างไม่แยแส ไข่มุกน้อยใจและคับแค้นใจ น้ำตาแทบร่วง...

ooooooo

ในวันคัดเลือกผู้สมัคร ไข่มุกโดนพวกกีกี้กับภัททิมาดูแคลนอีกเหมือนเคย แต่เธอไม่สนใจ เดินเลี่ยงไปมุมหนึ่งและคิดไม่ถึงว่าจะเจอกัสจัง

“อุ๊ยตาย คุณน้องขา...มาประกวดกับเขาด้วย”

“เจ๊ก็มาประกวดด้วยเหรอคะ”

“แหม...ถ้าเขาเอากะเทย สวยๆอย่างเจ๊ก็เข้าวินไปแล้วล่ะย่ะ นี่มาช่วยงานกองประกวด งานช้างชนช้างแบบนี้เลิฟที่สุด ว่าแต่น้องสาวเจ๊ไปไงมาไงถึงยอมออกจากหอยสังข์มากับเขาได้ล่ะ”

“เจ๊จะว่าหนูไม่เจียมก็บอกมาเหอะ หนูชินแล้ว โดนมาเยอะ”

“โน้ว...ใครบอก เธอนี่แหละเริ่ดมาก แววฉายออร่าเจิดเลิศล้ำ นี่ถ้าโชคช่วยฟ้าเปิดเบิกทางมีหวังได้หนึ่งในสิบแน่นอน กะเทยคอนเฟิร์ม”

“เจ๊ยอซะหนูจะบินได้แล้ว ขอบคุณเจ๊มากนะคะ”

“ย่ะ สู้ๆแล้วกัน วงการเนี้ยโหดนะ ไม่เจ๋งจริงอยู่ไม่ได้หรอก มีฝีมืออย่ากั๊ก ใส่ให้เต็มไปเลย” กัสจังทำท่าสะดีดสะดิ้ง จับแก้มไข่มุกไปมาอย่างเอ็นดู

ถึงเวลาคัดเลือก ผู้สมัครต่างก็ตอบเหตุผลของตัวเอง ต่อหน้าคณะกรรมการ ซึ่งส่วนใหญ่โอ้อวดและสร้างภาพ ยกเว้นไข่มุกที่พูดความจริงอย่างเป็นธรรมชาติว่า

“ฉันเป็นลูกแม่ค้าส้มตำและเป็นแฟนหนังของคุณจินจูมาตั้งแต่เด็ก และก็ทำงานเป็นนักแสดงแทนคิวบู๊ ในกองถ่ายเลยทำให้ชอบการแสดง ถึงจะไม่เคยมีหน้าโผล่บนจอสักครั้ง ที่มาสมัครเพราะรักในการแสดงและอยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถทำงานนี้ได้ดีแค่ไหน และข้อสำคัญที่สุด อยากได้ร่วมทำงานกับซุปเปอร์สตาร์ในดวงใจค่ะ”

กรรมการฟังแล้วปรบมือเกรียว จินจูกับแทยอนส่งยิ้มให้กำลังใจไข่มุก ขั้นตอนต่อไปเป็นการโชว์ความสามารถ แต่ละคนทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด มีบ้างที่ซ้ำกัน แต่ที่ไม่เหมือนใครก็คือการโชว์หมัดมวยและรำดาบของไข่มุก

ใช้เวลามากพอสมควรกว่าจะคัดเลือกผู้เข้ารอบได้สิบคน ไข่มุกเป็นหนึ่งในนั้น ทำให้พวกกีกี้กับภัททิมาที่เข้ารอบมาด้วยไม่พอใจอย่างแรง รวมหัวกันคัดค้านเสียงแข็ง

“ไม่ได้ค่ะ ผู้หญิงคนนี้ไม่มีสิทธิ์เข้ารอบ...มีผัวแล้ว”

“ใช่ค่ะ กรรมการเฉดหัวมันไปเลย นังคนนี้สิบแปดมงกุฎ หลอกผู้ชายให้แต่งงานด้วย”

เสียงผู้คนฮือฮา นักข่าวถ่ายรูปกันวูบวาบ ไข่มุกหน้าเสียวางตัวไม่ถูก แพรวกับภัททิมาส่งเสียงขับไล่ไข่มุก ทำเอากรรมการเลิ่กลั่กรีบหารือกัน

“ผมว่าคัดอีกคนมาแทนดีกว่า ป้องกันปัญหา”

จินจูไม่เห็นด้วย เอ่ยเสียงดังฟังชัด “แต่เด็กคนนี้มีความสามารถ คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยซ้ำ แล้วเรื่องมีสามี...ในเมื่อไม่ได้จดทะเบียนก็เรียกว่าแต่งงานไม่ได้”

“ผมเห็นด้วยกับคุณปาร์ค เราไม่ควรตัดสิทธิ์ เพราะเขาไม่ได้ทำผิดกติกา เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องส่วนตัว”

ซอนซาเลิกคิ้วมองจินจูกับแทยอน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างนึกรู้ว่าจินจูเข้าข้างไข่มุก

เมื่อภายในห้องเหลือแค่คณะกรรมการกับผู้เข้ารอบสิบคน แทยอนประกาศอย่างเป็นทางการ

“ผมในฐานะตัวแทนกรรมการทุกคน ขอประกาศให้คุณไข่มุกมีสิทธิ์ในการเข้าประกวดและเก็บตัวฝึกซ้อมเหมือนผู้เข้าประกวดทั้งเก้าคน”

“แต่เขาเคยแต่งงานแล้ว แถมยังมีประวัติฉาวโฉ่จนผู้ชายทนไม่ไหวไล่ออกจากบ้านด้วยซ้ำ”

“ฉันไม่ยอมเด็ดขาด”

กีกี้กับแองจี้คัดค้านหัวชนฝา จินจูเลยต้องออกโรงเอง

“ถ้าอย่างนั้นพวกคุณมีใบทะเบียนสมรสมายืนยันหรือเปล่า ถ้าไม่มีแสดงว่ายังไม่ได้แต่ง และมีสิทธิ์เข้าร่วมการคัดเลือกอย่างถูกต้อง”

“แต่มันไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ผ่านผู้ชายมาตั้งกี่คนไม่รู้ นังนี่จะทำให้ภาพลักษณ์ของหนังเสื่อมเสียนะคะ” ภัททิมาหน้าตาไม่ยอมแพ้

“นั่นเป็นเรื่องส่วนตัว และไม่ได้มีกฎห้าม แต่ถ้าคุณบอกอย่างนั้น เพื่อความเหมาะสมฉันจะให้หมอมาตรวจความบริสุทธิ์ทุกคน ถ้าคนไหนไม่ใช่ก็ตกรอบไป ต้องการแบบนี้ใช่ไหม”

บรรดาสาวๆที่คัดค้านหน้าซีดเผือด เพราะแต่ละนางมีประวัติโชกโชน เลยต้องกลับคำว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก เราหยวนๆกันไปดีกว่า แบบว่าปรองดองกัน

กีกี้ไม่พอใจภัททิมา กระซิบลอดไรฟันได้ยินกันสองคน “แกเกือบทำเราตกรอบทุกคนแล้วไหมล่ะ นังลูกไก่เน่า”

“ใครจะรู้ว่าแบ็กดีขนาดนี้ เซ็งไก่” ภัททิมากระซิบตอบ...แต่ไม่ว่าจะเซ็งแค่ไหน ยามนี้ต้องฉีกยิ้มหวานๆเพื่อโชว์ความมั่นใจว่าตัวเองใสซื่อ

ooooooo

เป็นอันว่าไข่มุกได้เข้ารอบสิบคน หญิงสาวกลับ

เข้าบ้านด้วยความดีใจ แต่พอวันดีรู้เรื่องก็หน้าตึง กระแทกตัวนั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์

“แล้วอย่างงี้ใครจะช่วยแม่ขายของล่ะ เล่นหนีไปเล่นละเม็งละคร เก็บตัววุ่นวายอีก”

“ตอนนี้แม่ขายที่ไหนล่ะ หนูเห็นไปรับจ้างม็อบ ยืนเย้วๆอยู่”

“ถึงงั้นก็เหอะ แกคนเดียวก็ขายได้นี่หว่า นี่ดันไป ออดิช่งดิชั่น แถมยังเข้ารอบอีกซะงั้น แล้วจะให้แม่ทำไง”


“แต่ถ้าชนะได้เงินรางวัลห้าแสนนะแม่ ไม่รวมค่าแสดงหนังอีก”

วันดีตาพองก๋า เปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลัน “แล้วไม่บอกแต่แรก ไปเลยเอาให้ได้นะยะ แล้วก็ไม่ต้องมาย่งมาเยี่ยมข้า เดี๋ยวใครเขารู้ว่าขายส้มตำคะแนนจะตกเอา”

“หนูไม่ได้ปิดนะ บอกเขาไปตั้งแต่แรก ไม่เห็นน่าอายตรงไหน”

“เฮ้อ...เอ็งนี่มันดีเหมือนแม่ไม่มีผิด สายเลือดแรงไม่ทิ้งแถวจริงๆ”

“แหม...จะชมตัวเองก็ไม่บอก อ้อมค้อมจริงๆ

แม่เรา ก็แม่เลี้ยงมา...หนูก็ต้องดีเหมือนแม่สิ”

“แต่วันหนึ่งถ้าได้ดิบได้ดีอาจจะทิ้งแม่คนนี้ก็ได้”

“ไม่มีทางหรอก แม่เป็นแม่ หนูไม่มีวันทิ้งเด็ดขาด”

“แน่นะ เอ็งพูดแล้วห้ามลืมนะ”

“จ้ะแม่ ยังไงหนูก็จะอยู่กับแม่ ดูแลแม่ให้ดีที่สุด ถึงสบายแล้วก็ไม่ทิ้งแน่นอน สัญญาจ้ะ” ไข่มุกเข้าไปกอดวันดีแน่น...วันดีกอดตอบ แต่สายตาหม่นๆไม่วางใจ กลัวความจริงเปิดเผย

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก
19 พ.ย. 2562
07:15 น.