ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเหยี่ยวดำ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3


การปรากฏตัวและหนีการจับกุมของตี๋ใหญ่ทำให้สุภาพหัวใจสลาย อาการเก่ากำเริบจนทุกคน ในบ้านตกใจมาก โดยเฉพาะสำอาง อยากให้ผัวไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอีกครั้ง

“ไม่ต้องหรอก สิ้นเปลืองเงินทองเปล่าๆ เออ... แล้วไอ้ตี๋ล่ะ ไอ้ตี๋เป็นไงมั่ง”

“ยังไม่รู้เหมือนกันพี่ ตำรวจเขาเอาเรือกระจายกันตามหา แต่ยังไม่ได้ข่าวอะไรเลย”

“เราคงช่วยมันได้แค่นี้ ที่เหลือคงต้องแล้วแต่เวรแต่กรรมของมันแล้วล่ะ”

ตี๋ใหญ่รู้ดีถึงความหวังดีและห่วงใยของทุกคนที่บ้าน แต่เส้นทางโจรที่เลือกแล้วทำให้เขาลงจากหลังเสือไม่ได้ และวันนี้เขาก็ต้องหนีรอดจากการตามจับของพวกตำรวจให้ได้!

ปื้ดนั่งรอบนเรือหางยาวรับจ้างด้วยใจจดจ่อ ก่อนถอนใจโล่งอกเมื่อตี๋ใหญ่โผล่พรวดจากน้ำมาเกาะเรือ คนขับเรือรับจ้างที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีละล้าละลัง อยากช่วยแต่กลัวตำรวจ ตี๋ใหญ่ต้องยกปืนขู่

“ขับไปเรื่อยๆ ถ้ามึงหยุด...กูยิง!”

ขาดคำเรือของพวกตำรวจ นำโดยอุดมก็ตามประกบ ตะโกนสั่ง

“ตี๋ใหญ่...แกหนีไปไหนไม่รอดแล้ว มอบตัวเดี๋ยวนี้!”

แต่นอกจากไม่ยอมจำนน ตี๋ใหญ่ยังยิงปืนสวน ปื้ดถึงกับหน้าซีด

“ทำไงดีล่ะเฮีย ขืนขับตามกันไปแบบเนี้ย เราเสร็จมันแน่เลยเฮีย”

“ถ้าอย่างนั้นก็แลกกันเลย!”

ตี๋ใหญ่กับอุดมยิงสวนกันคนละนัด กระสุนโดนทั้งสองฝ่าย คณะติดตามของทั้งสองเลยพาแยกจากกันและส่งตัวไปรักษาโดยเร็วที่สุด อุดมถูกส่งไปโรงพยาบาลดำเนินสะดวก นพวรรณเป็นคนรับเรื่องและจัดเตรียมทุกอย่าง รวมทั้งส่งข่าวให้บรรดลที่มาดูอาการเพื่อนรักที่โรงพยาบาลทันที

ส่วนตี๋ใหญ่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลไม่ได้ เลยให้ปื้ดพาไปคลินิกของปรีชา หมอหนุ่มเพื่อนสนิทที่เขาไว้ใจมากกว่าใคร ปรีชาเห็นสภาพเพื่อนก็ถึงกับอึ้ง ตี๋ใหญ่ ต้องแหวเรียกสติ

“ไอ้หมอ...อย่าบอกนะว่าไม่รักษาฉันน่ะ”

“ใครบอกกันเล่า แต่เสียเลือดมากขนาดเนี้ย แล้วที่นี่ก็ไม่มีเลือดสำรองด้วย ฉันว่ารีบไปโรงพยาบาลดีกว่า”

“ไม่...ฉันยอมตายแทนที่จะต้องถูกจับ แกแค่ช่วยผ่ากระสุนออก แล้วฉันจะรีบไปจากที่นี่”

“พูดน่ะมันพูดง่าย คลินิกฉันไม่ได้พร้อมสำหรับการผ่าตัดนะเว้ย”

“รีบๆทำเข้าเถอะน่า”

“ก็ได้...แต่ถ้าเป็นอะไรไป ห้ามโทษกันนะ”

ooooooo

ตี๋ใหญ่กับอุดมได้รับการรักษาและผ่ากระสุนออกอย่างปลอดภัยทั้งคู่ วสันต์ปรึกษากับสมศักดิ์เรื่องการจับกุมและเส้นทางหนีของพวกตี๋ใหญ่ เพราะเชื่อแน่ว่าคงบาดเจ็บหนักหนีไปได้ไม่ไกล

บรรดลโล่งใจมากที่เพื่อนรักปลอดภัย เช่นเดียวกับเนตรดาวที่เพิ่งรู้เรื่อง รุดมาดูอาการอุดมด้วยความเป็นห่วง ตามประสาคนคุ้นเคยที่เห็นหน้ากันบ่อยในระยะหลัง เลยได้รู้ข้อสันนิษฐานของพวกตำรวจซึ่งได้เบาะแสจากนพวรรณว่าตี๋ใหญ่อาจไปหลบรักษาตัวที่คลินิกของปรีชา

บรรดลรับหน้าที่เฝ้าอุดมที่โรงพยาบาล สมศักดิ์กับวสันต์เลยไปค้นคลินิกของปรีชา

“แน่ใจนะว่าตี๋ใหญ่มากบดานรักษาตัวที่นี่”

วสันต์สารวัตรมือปราบแห่งดำเนินสะดวกพยักหน้า รับ “ครับ...หมอปรีชาเป็นเพื่อนกับตี๋ใหญ่ คนแถวนี้เขารู้กันดีว่าไม่ว่าพวกตี๋ใหญ่จะเจ็บป่วยเป็นอะไร ก็ได้หมอปรีชานี่แหละคอยช่วย”

เนตรดาวกับหมีตามพวกตำรวจมาทำข่าว ตื่นเต้นมากเมื่อเห็นปรีชาออกมาจากคลินิก

“ขออนุญาตเข้าตรวจค้นคลินิกหน่อยครับ เราสงสัยว่าคุณอาจซ่อนตัวผู้กระทำความผิดไว้”

วสันต์สั่งลูกน้องกระจายกันตรวจให้ทั่ว ก่อนหันมาพูดกับหมอหนุ่ม

“หมอคงรู้นะว่าการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็มีความผิดด้วยเหมือนกัน”

ปรีชาเก็บอาการได้ดีเหลือเชื่อ ตอกเสียงเรียบ “ครับสารวัตร...ผมทราบดี แต่นอกเหนือจากนั้น ผมยังรู้หน้าที่ของผมด้วย ผมเป็นหมอ หน้าที่ของผมคือช่วยชีวิตคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม”

ระหว่างที่พวกวสันต์ค้นคลินิกของปรีชา...อุดมรู้สึกตัวเป็นครั้งแรกหลังผ่าตัด บรรดลซึ่งรับหน้าที่เฝ้ามาคุยด้วยแบบกวนๆตามประสาเพื่อนคู่หูที่รู้ใจกันมานาน

“เขาบอกว่าแกกับตี๋ใหญ่แลกกระสุนกันคนละดอกอย่างกะในหนังคาวบอย เสียดายไม่มีใครถ่ายภาพตอนนั้นไว้...คงเท่พิลึกเลยล่ะ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

“เออ...วันนี้คุณนักข่าวคนสวยมาด้วยนะ บอกเดี๋ยวจะกลับมาเยี่ยมอีก”

อุดมหน้าบานขึ้นทันทีที่รู้ว่าเนตรดาวมาเยี่ยม บรรดลหมั่นไส้เลยแกล้งแขวะ

“แต่ฉันว่าเขาน่าจะอยากสัมภาษณ์แกมากกว่าที่จะพิศวาสอะไรแกนะ”

“โหไอ้ดล...พูดดับความฝันเลยนะ”

บรรดลยิ้มขำที่เพื่อนรักต่อปากต่อคำได้เหมือนเดิม นพวรรณแวะมาดูอาการพร้อมถาดยา ตำรวจหนุ่มเลยฝากเธอดูแลแทนและขอตัวกลับเพราะอยากให้เพื่อนรักได้พักผ่อน

ooooooo

วสันต์ผิดหวังมากเพราะไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานใดๆว่าตี๋ใหญ่เคยมาที่คลินิกของปรีชา

“ขอบคุณมากหมอที่ให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ”

“ไม่มีปัญหาครับ ผมพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว”

“เออ...ขอถามอีกคำถามสิ ทำไมวันนี้หมอถึงไม่ไปโรงพยาบาลล่ะ”

“วันนี้เป็นวันหยุดของผมครับ วันไหนวันหยุด ผมก็จะมาอยู่ที่คลินิกเต็มวัน เป็นเรื่องปกติน่ะครับ”

สีหน้าของปรีชานิ่งสงบ ปราศจากพิรุธจนพวกตำรวจต้องถอย เช่นเดียวกับเนตรดาวที่พลาดสกู๊ปเด็ดอีกครั้ง

“นี่เป็นอีกครั้งที่ปฏิบัติการตามล่าตี๋ใหญ่ต้องพบกับความล้มเหลว ไม่เพียงเท่านั้น...ปฏิบัติการครั้งนี้ยังทำให้ตำรวจต้องบาดเจ็บจากการต่อสู้กับอาชญากรตี๋ใหญ่ด้วย”

ปรารถนายืนฟังรายงานสดของเนตรดาวผ่านทางโทรทัศน์ด้วยสีหน้าเป็นกังวล แล้วก็ได้หน้าถอดสี เมื่อปื้ดพาตัวตี๋ใหญ่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสเพราะถูกยิงมาที่บ้าน!

บรรดลมารอรับนพวรรณออกเวรที่โรงพยาบาล พยาบาลสาวสารภาพว่าโล่งใจมากที่เขาไม่ถูกยิง

“ตอนที่ได้ยินว่ามีตำรวจถูกยิง คนแรกที่วรรณนึกถึงคือคุณ ถึงงานพยาบาลจะต้องอยู่กับคนเจ็บแล้วก็ผู้เสียชีวิตอยู่ตลอด แต่วรรณนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเกิดเป็นคุณขึ้นมาจริงๆ...”

“ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง แต่การเป็นตำรวจหมายความว่าเรามีหน้าที่ต้องดูแลความสงบสุขของประชาชน ซึ่งบางทีเราก็อาจต้องยอมแลกด้วยชีวิตของเรา...เหมือนที่อุดมทำ”

“ค่ะ...วรรณเข้าใจและจะคอยสวดภาวนาให้พระคุ้มครองคุณให้ปลอดภัยจากคนพวกนั้น”

“ขอบคุณอีกครั้งครับ แต่งานนี้มันอันตรายจริงๆ เพราะดูท่าตี๋ใหญ่มันคงไม่ยอมให้จับเป็นแน่ๆ ทางเดียวที่จะหยุดมันได้คือต้องจับตาย”

“แล้วคนอื่นๆในแก๊งตี๋ใหญ่ล่ะคะ”

“พวกนั้นทำทุกอย่างขึ้นกับตี๋ใหญ่ทั้งนั้น ถ้าจัดการตี๋ใหญ่ได้ คนอื่นๆก็หมดพิษสง”

“ระวังตัวด้วยนะคะ”

สองหนุ่มสาวพากันออกจากโรงพยาบาลหลังจากนั้น โดยไม่รู้ตัวว่าปรีชาแอบมองตามจนลับตา...สังหรณ์และสงสัยว่านพวรรณอาจเป็นคนให้เบาะแสกับตำรวจว่าตี๋ใหญ่ไปรักษาตัวที่คลินิกเขา

ooooooo

สถานการณ์ล่าตี๋ใหญ่ตึงเครียดขึ้นทุกทีเพราะคดีที่ก่อ บรรดลเป็นห่วงนพวรรณมาก ไม่อยากดึงเธอมาเสี่ยงในฐานะคนรักของเขา แต่หัวใจก็ร่ำร้องอยากเจอเธอเรื่อยๆ เหมือนอย่างวันนี้ที่เขามาส่งเธอถึงหอพัก

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง เราจะได้เจอกันอีกไหมคะ”

“ถ้าให้พูดจากใจ...ผมอยากเจอคุณทุกเวลา อยากอยู่กับคุณทุกนาที แต่ถ้าพูดจากความเป็นจริง...ยิ่งเราพบกันบ่อยเท่าไร คุณก็ยิ่งต้องพลอยมาเสี่ยงด้วยมากขึ้นเท่านั้น”

“วรรณไม่กลัวหรอกค่ะ”

“แต่ผมกลัว...ตราบใดที่ตี๋ใหญ่กับพวกยังไม่ถูกจับ ผมไม่กล้าดึงคุณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรอกครับ”

“แล้วเมื่อไรจะถึงวันนั้นคะ วันที่พวกนั้นโดนจับจนหมด และคุณไม่ต้องเล่นละครเป็นคนอื่นอีกต่อไปน่ะ”

“สักวัน...ยังไงเราต้องลากตัวพวกมันมาให้ได้”

“ค่ะ...วรรณจะรอวันนั้น”

ความหวังจะได้สานสัมพันธ์กับนพวรรณทำให้บรรดลสวมบทจงหลานชายอาเจ็กเจ้าของอู่ดังแห่งดำเนินสะดวกอีกครั้ง เร่งเครื่องเต็มที่ จ้องแผนที่เพื่อหาแหล่งซ่อนตัวของพวกตี๋ใหญ่จนอาเจ็กต้องยื่นมือเข้าช่วย

“พวกโจรมันก็เหมือนหนูนั่นแหละ ถึงเวลาก็วิ่งพล่านออกหากิน แต่พอได้ของกินแล้วจะกลับเข้ารัง หลบซ่อนตัวเงียบกริบเหมือนไม่เคยมีตัวมีตนมาก่อน”

บรรดลนิ่งคิดตาม อาเจ็กเลยพูดต่อ “โจรอย่างพวกไอ้ตี๋ใหญ่มีที่ซ่อนตัวหลายที่ก็จริง แต่ที่ไหนล่ะ ที่พวกมันอยู่สบายที่สุด ที่ไหนที่มีของชอบของพวกมัน ลองคิดดูสิ...ที่นั่นแหละจะเป็นที่แรกๆที่มันจะไป”

“จริงด้วยเจ็ก ทำไมผมไม่นึกมาก่อนเนี่ย”

คำพูดของอาเจ็กทำให้บรรดลมุ่งหน้าสืบข่าวจากฟ้า ดาวเด่นบาร์เสี่ยปิ่นที่ตี๋ใหญ่มาติดพัน สาวบาร์คนดังชอบใจความหล่อของหลานชายอาเจ็กตั้งแต่ครั้งก่อนเลยยอมคุยด้วย แต่แล้วก็ทำหน้าเซ็ง เมื่อเขาไม่มีท่าทีสนใจเธอแม้แต่น้อย แต่อยากรู้เรื่องแก๊งตี๋ใหญ่มากกว่า โดยอ้างว่าร้อนเงิน อยากได้งานทำ

“เฮียไม่ได้มาหรอก หายหน้าไปนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนมีข่าวปล้นครั้งล่าสุดน่ะ ตั้งใจจะถามแค่นี้ใช่ไหม... ถามแล้ว ตอบแล้ว ก็ไปได้แล้ว”

“แล้วคนอื่นๆล่ะ...หนู โต ประทีป ปื๊ด หรือใครก็ได้ที่พอจะมีงานให้ฉันทำ”

“กลับไปเถอะ...ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น แล้วทีหลังถ้าจะมาถามแบบนี้อีก...ไม่ต้องมานะ!”

ooooooo

 ไม่ใช่แค่บรรดลที่ตามล่าหาข้อมูลแก๊งตี๋ใหญ่ เนตรดาวก็ทำ แต่แหล่งข้อมูลของเธอคืออุดม นายตำรวจจากกองปราบฯที่เลือกแลกกระสุนกับตี๋ใหญ่จนบาดเจ็บ

เนตรดาวแวะมาเยี่ยมอุดมถึงโรงพยาบาลและขอสัมภาษณ์ทำสกู๊ปพิเศษ

“ช่วยเล่าเหตุการณ์ตอนเผชิญหน้ากับตี๋ใหญ่ให้ฟังหน่อยค่ะ”

“ก็อย่างที่ทราบกันนั่นแหละครับ...ตอนนั้นเราตั้งใจจะจับตี๋ใหญ่ให้ได้ แต่เขาพยายามหลบหนีการจับกุมจนเกิดการต่อสู้กัน ผมโดนยิง ส่วนตี๋ใหญ่ก็โดนเข้าไปเหมือนกัน”

“แล้วคิดว่าตอนนี้ตี๋ใหญ่เป็นยังไงบ้างคะ”

“ยังไม่มีใครรู้ว่าตี๋ใหญ่หนีไปที่ไหน หรือเป็นตายร้ายดียังไง”

“คำถามสุดท้ายค่ะ คิดว่าบทสรุปของอาชญากรอย่างตี๋ใหญ่จะเป็นอย่างไรคะ”

“ไม่มีใครหนีความผิดไปได้ตลอดหรอกครับ ผมอยากบอกกับตี๋ใหญ่ ถ้าเขาดูอยู่...มอบตัวซะ ไม่อย่างนั้นมัจจุราชตามไปเอาชีวิตแกแน่!”

เนตรดาวจบการสัมภาษณ์แค่นั้นแล้วขอตัวกลับ จนอุดมถึงกับโอด

“เฮ้ย! มาเร็วไปเร็วเกินไปหรือเปล่าเนี่ย”

“คุณก็รู้ว่างานนักข่าว แค่ช้านาทีเดียวก็ถือว่าช้าไปแล้วค่ะ”

“คุณคงไม่เคยคิดเรื่องอื่นเลยสินะ นอกจากหาข่าวกับขายข่าวน่ะ”

คำพูดงอนๆของอุดมทำให้เนตรดาวลอบถอนใจยาว ก่อนขอให้หมีขนของไปรอที่รถ

“คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะคุณอุดม...อยากรู้ไหมคะว่าทำไมเนตรถึงมาเป็นนักข่าว”

“ถ้าให้ทาย...คุณคงชอบกล้อง ชอบเรื่องตื่นเต้น หรือไม่ก็คงอยากจะมีชื่อเสียงมั้ง”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ...สิ่งที่เนตรต้องการคือความจริง”

“ความจริง”

“ใช่ค่ะ...ความจริง รู้ไหม...มีคนมากมายที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากตำรวจ หนึ่งในนั้นคือพ่อของเนตรเอง”

อุดมหน้าเสีย แต่เนตรดาวไม่ได้สนใจ เล่าเรื่องพ่อในอดีตที่ถูกใส่ร้ายว่าโกงเงินบริษัท

“พ่อต้องตายในคุก เพียงเพราะตำรวจเข้าข้างอีกฝ่าย นี่แหละเนตรถึงอยากเป็นนักข่าว อย่างน้อยความจริงก็จะช่วยบางคนให้ไม่ต้องโดนอย่างที่พ่อของเนตรโดน”

เนตรดาวเล่าไปน้ำตาไหลไป อุดมรู้สึกผิดมาก แต่ไม่ทันขอโทษ นักข่าวสาวก็ขอตัวกลับ...

ooooooo

บรรดลมุ่งมั่นหาตัวสมาชิกแก๊งตี๋ใหญ่จนเจอหนูที่มาซ่อนตัวในวัด แต่ที่ทำให้ตำรวจหนุ่มประหลาดใจกว่าคือนอกจากหนู ตุ่นอดีตสมาชิกแก๊งที่เคยถูกจับพร้อมตี๋ใหญ่ก็มาซ่อนตัวที่วัดนี้ด้วย

ตอนแรกหนูจำตุ่นไม่ได้ คิดว่าเป็นพระที่จำหน้าเขาได้จากประกาศจับ เกือบจะฆ่าปิดปากแล้ว ถ้าไม่เห็นแววตาหวาดระแวงอันแสนคุ้นเคยเสียก่อน

“ตุ่นที่กระโดดรถไฟหนีคดีมากับเฮียตี๋น่ะเหรอ”

“ใช่...นั่นแหละ ถึงว่าสิทำไมรีบร้อนนัก เราก็นึกว่าไปหลบอยู่ที่ไหน ที่แท้ก็มาอาศัยผ้าเหลืองอยู่ที่นี่”

คำยืนยันจากปากหนูทำให้บรรดลในคราบจงหลานชายอาเจ็กตัดสินใจแอบโทร.หาศิริให้ส่งคนมากุมตัวตุ่น เพราะข้อมูลจากอดีตสมาชิกแก๊งอาจสาวถึงตัวตี๋ใหญ่ได้

ระหว่างที่พวกตำรวจตามหาตัวให้วุ่น...ตี๋ใหญ่มาหลบรักษาตัวที่บ้านปรารถนา เมียรักที่มีลูกชายด้วยหนึ่งคนชื่อนนท์ การมาถึงของตี๋ใหญ่ทำให้ปรารถนาดีใจแต่ก็กลุ้มใจด้วยเพราะได้ยินข่าวประกาศจับไม่เว้น แต่ละวัน

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.