ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หน้าตลาด ทิวาเดินถือถุงยาแก้ปวดผ่านมา ชาวบ้านซุบซิบนินทากันใหญ่ว่า ทิวาไม่ใช่ลูกพัน-เทพ เจ๊กีมาตลาดได้ยินก็แปลกใจไปรู้มาได้อย่างไร แม่ค้าสวน

“ใครก็รู้ มีแต่เจ๊กีละมั้งไม่สนใจโลกภายนอกเลย”

“ไม่ใช่ลูกพันเทพแล้วลูกใคร” เจ๊กียังข้องใจ

“นั่นแน่ อยากรู้เหมือนกันละสิเจ๊”

ไม่ทันจะได้คำตอบ ทิวาโผล่พรวดมากระชากคอเสื้อเจ๊กี “ยุ่งเรื่องชาวบ้านไปทั่วนะพวกแก นางนี่... แกนี่ก็ตัวนำเลย อยากตายใช่มั้ย พวกแกด้วย ฉันจะฆ่าเรียงตัวเลย ปากมากดีนัก”

ทิวามองหน้าพวกชาวบ้านแล้วหันมาเงื้อมือจะตบเจ๊กี เจ๊กีร้องลั่นว่าตนไม่เกี่ยว ทิวาไม่สนใจกระชากลากถูมาจะตบเพื่อขู่ชาวบ้าน ไม้เข้ามาห้าม

“หยุดนะทิวา...”

“แกอีกแล้วไอ้ไม้ แกทุกที ทำไมทุกอย่างในชีวิต ฉัน แกจะต้องคอยเข้ามาขัดด้วย”

“ฉันก็ไม่อยากจะไปพัวพันกับชีวิตแกหรอก ทิวา”

“ถ้าไม่มีแกบนโลกซักคน ชีวิตฉันคงดีกว่านี้แน่”

“แต่มีแกบนโลก ฉันก็เฉยๆนะ ฉันไม่สนใจ”

ทิวาเจ็บจี๊ดในใจกับคำพูดของไม้ ผละจากเจ๊กีมาต่อสู้กับไม้ “ฉันจะฆ่าแกให้ตาย...”

ทิวาต่อสู้เหมือนหมาบ้า ไม้รับมือได้ทุกหมัด ทิวาคลั่งหันไปคว้ามีดปังตอร้านขายหมู กวาดของที่ขวางหน้าลงเกลี้ยง ไม้ร้องบอกให้เจ๊กีพาชาวบ้านหลบออกไปจากบริเวณนั้น

“ฉันเกลียดแก แล้วก็ไอ้เป๋พ่อของแก” ทิวาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“ทิวา แกไม่ควรเรียกพ่อแบบนั้น” ไม้เตือน

“มันไม่ใช่พ่อฉัน มันไม่มีทางเป็นพ่อฉัน” ทิวายิ่งบ้าหนักกว่าเดิม

ไม้ได้ทีจับทิวามัดมือไพล่หลังไม่ให้อาละวาด และเตือนสติ “ทิวา ถ้าแกยังไม่เลิกบ้า ฉันจะมัดแกไว้กลางตลาด ประจานแกแบบนี้แหละ จากที่คนรู้เรื่องของเราไม่กี่คน จะกลายเป็นรู้ทั้งตลาด แล้วทุกคนจะมามุงดูแก”

ทิวาสงบลงแต่ยังเข่นเขี้ยว ว่าตนจะฆ่าไม้ให้ได้... ทิวายอมกลับไป ไม้เดินออกมาเจอเจ๊กีและชาวบ้าน ทุกคนต่างเป็นห่วงว่าไม้จะบาดเจ็บ เจ๊กีถามถึงทิวา

“ฉันปล่อยมันไปแล้ว”

“แล้วมันจะไม่ไปทำร้ายใครเหรอ”

“คงไม่หรอกครับ ตอนนี้จิตใจทิวายังไม่ปกติดี ต้องเข้าใจเขาด้วยครับ”

“ปกติหรือไม่ปกติ อั๊วก็เห็นอีรังควานคนอื่นเขาไปทั่วอยู่แล้ว แต่ยังไงอั๊วก็ขอบใจลื้อมากเลยนะอาไม้ที่มาช่วย ไม่งั้นอั๊วกับชาวบ้านหลายคนคงแย่”

“ไม่เป็นไรครับ เอ่อ...เจ๊กีครับ ผมมีเรื่องให้เจ๊ช่วยเหมือนกัน”

เจ๊กียินดีช่วยทุกอย่าง เพราะยังรู้สึกผิดที่ลูกชายไล่เมฆออกจากงาน...

ooooooo

ในขณะที่ไกรยังพินิจพิเคราะห์คันเกียร์อยู่

จนได้กลิ่นหอมของไม้จัน เขาเริ่มสงสัยจะแกะดูพลันเจ๊กีเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ ไกรตกใจ เจ๊กีถามกำลังทำอะไร ไกรปฏิเสธ เจ๊กีเรียกไม้ให้เข้ามา ไกรหน้าตึงทันที

“เธออีกแล้วเหรอ ต้องการอะไรอีก”

“ลื้อเงียบไปเลยอาไกร อาไม้อีช่วยอั๊วจากที่ตลาดไม่ให้โดนอาทิวาทำร้าย คราวนี้ถึงคราวที่อั๊วต้องช่วยอาไม้บ้าง...ไหน ของชิ้นไหนที่ลื้ออยากขอไปให้อาเมฆ” เจ๊กีหันมาถามไม้

“มันอยู่ในมือคุณไกรครับ”

“นี่เธอยังไม่จบเรื่องคันเกียร์นี่กับฉันใช่มั้ย” ไกรฉุน

เจ๊กีสั่งให้ไกรส่งคันเกียร์มา ไกรอ้างมันเป็นทรัพย์สินบริษัท เจ๊กีโวย

“แค่เกียร์รถดัดแปลงอันเดียว ลื้อจะให้ไม่ได้เลยหรืออาไกร อั๊วสอนลื้อว่ายังไง ให้รู้จักบุญคุณคน นี่อาไม้ช่วยอั๊ว อั๊วก็ต้องตอบแทนเขา ส่งมันให้อาไม้เดี๋ยวนี้”

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ว่าคันเกียร์นี่มันพิเศษยังไง” ไกรส่งให้อย่างไม่เต็มใจ

ไม้รับมาอย่างแสดงท่าทีนอบน้อม กล่าวขอบคุณ ทั้งที่ไกรจ้องเขม็งอย่างขุ่นเคือง...

ooooooo

ในหอสมุดของวัด อบเชยเข้ามาค้นหนังสือเรื่องราวเกี่ยวกับเวตาล เพื่อหาทางแก้คำสัญญาที่ให้ไว้กับมัน จนกระทั่งเจอเรื่อง...การดูดวิญญาณของเวตาล อบเชยดีใจมาก

บริเวณลานวัด ทิวายังถูกมัดมือไพล่หลังวิ่งมา พยายามมองหาอะไรที่จะตัดเชือกได้ เจอเด็กวัด จึงเรียกให้มาช่วยแก้มัด แต่เด็กเหล่านั้นก็วิ่งหนี เพราะท่าทางเขาดูน่ากลัว ทิวาโมโหนั่งเซ็งอยู่สักพัก จู่ๆเชือกที่มัดมือก็ค่อยๆคลายออก เขาแปลกใจ แต่แล้วเวตาลก็ปรากฏตัวขึ้น

“แกมาช่วยฉัน...” ทิวาถาม

“เจ้าเป็นสหายของข้า ข้าไม่ทิ้งเจ้าให้โดดเดี่ยวหรอก”

“ก็ดี งั้นวันนี้เราไปฆ่าไอ้ไม้กันเลย”

“ใจเย็นก่อนเพื่อนข้า ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่า ร่างกายของข้ายังไม่สมบูรณ์พร้อม”

“แล้วเมื่อไหร่จะสมบูรณ์ ฉันรอไม่ไหวแล้วนะ”

“ร่างกายข้าจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีมนุษย์ยอมมอบวิญญาณของตัวให้ข้า เมื่อข้าได้ดูดวิญญาณแล้ว ข้าจะกลับมาเป็นพญาเวตาลที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง”

“ถ้ามนุษย์มอบวิญญาณให้กับเวตาลแล้ว จะได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆกับพญาเวตาลด้วยเหรอ”

“ใช่สิ ในเมื่อวิญญาณของมนุษย์ผู้นั้นอยู่ในตัวข้า เป็นส่วนหนึ่งของข้า ก็ย่อมยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆกับข้า

แค่ดวงวิญญาณเดียวที่ข้าอยากได้”

เวตาลเกลี้ยกล่อมให้ทิวาหลงเชื่อ ถามว่ามีคนมอบวิญญาณให้หรือยัง เวตาลตอบว่ามีแล้ว ไม่นานเกินรอ ตนจะยิ่งใหญ่และมาช่วยเขาได้...ทิวาเริ่มอยากจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เสียเอง

ขณะเดียวกัน อบเชยอ่านข้อความในหนังสือ “เวตาลจะสามารถดูดวิญญาณของคนที่มอบวิญญาณให้ได้เท่านั้น ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อเวตาลได้ดูดวิญญาณแล้ว จะมีอำนาจมากพอ จนสามารถแปลงเป็นคนคนนั้น จึงดูคล้ายกับว่ามนุษย์คนนั้นจะกลาย

เป็นคนที่มีอำนาจเหนือธรรมดา...จึงมีมนุษย์หลายคนเข้าใจผิด ยอมมอบวิญญาณให้เวตาล ทั้งที่ความจริงแล้ว เมื่อมอบวิญญาณให้เวตาล ก็จะกลายเป็นร่างที่ไร้ลมหายใจไปเท่านั้นเอง”

อบเชยพึมพำอย่างตกใจว่าถึงตายเลยหรือ พยายามค้นหาวิธีแก้ไขแต่ก็ไม่มี จนท้อ...เดินกลับบ้านอย่าง

เซื่องซึม เวตาลมาปรากฏตัวตรงหน้า

“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอกสาวน้อย เจ้าตีตราวิญญาณของเจ้าให้เป็นของข้าแล้ว”

“ฉันรู้ แต่ฉันขอเวลาร่ำลาคนที่ฉันรักก่อนไม่ได้เหรอ”

เวตาลย้อนถามว่ายื้อไว้คิดว่าจะเป็นโมฆะหรือ อบเชยว่ารู้ไม่ต้องมาย้ำ ตนแค่ขอเวลาสั้นๆแล้วจะไปหาถึงที่ ไม่ต้องมาคอยตามแบบนี้ เวตาลพูดเป็นนัยๆ

“เอาล่ะ ข้าจะรอ ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าใครจะมาหาข้าก่อน”

“ใครมาหาแกก่อนเหรอ...หมายความว่ายังไง”

ร่างเวตาลจางหายไป ทิ้งปริศนาไว้ให้อบเชยครุ่นคิด

ooooooo

เมื่อได้ไม้ตะพดวิญญาณคืนมา ไม้นำกลับมา

ให้เมฆ พร้อมกับบอกว่า ตนไม่ใช่ลูก ไม่อาจสืบทอดทายาทลูกผู้ชายได้ เมฆอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะจูงไม้มานั่งลง

“มานี่สิ พ่อก็มีอะไรจะให้เหมือนกัน” เมฆหยิบชุดลูกผู้ชายที่ไม้พับวางทิ้งไว้ ส่งคืนให้

“ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก พ่อก็รู้ว่าฉันเป็นลูกของพันเทพ คนที่ก่อปัญหามากมายให้ชุมชนนี้ ฉันเป็นลูกผู้ชายไม่ได้ แล้วสาเหตุที่สลับตัวฉันกับทิวา ก็เห็นอยู่ว่า พันเทพอยากได้ไม้ตะพดวิญญาณขนาดไหน ถ้าพ่อยกให้ฉัน มันก็จะเข้าแผนพันเทพทุกอย่าง”

“ก็ใช่ ต่างตรงแค่ตัวลูกเองจะยอมยกไม้ตะพดวิญญาณให้กับพันเทพรึเปล่า พ่อให้ลูกเป็นคนตัดสินใจ เพราะมันเป็นของลูกแล้ว”

ไม้ซาบซึ้งโผกอดเมฆ พันเทพเดินเข้ามาปรบมืออย่างหมั่นไส้ “ซาบซึ้งกินใจจริงๆ”

ทั้งไม้และเมฆหันไปมองอย่างไม่พอใจ พันเทพมาเพื่อรับไม้ไปอยู่ด้วยกัน ไม้ตอบว่าตนไม่พร้อมจะไป พันเทพรีบบอกว่าตนคิดถึงไม้อยากใกล้ชิดลูกมาตลอดยี่สิบปี

“ถ้าคิดถึง ทำไมถึงทำ ทำไมถึงปล่อยให้ผมโตมากับคนอื่นล่ะ”

“โธ่ลูก อย่าน้อยใจไปเลย...” พันเทพมองไม้ตะพดในมือไม้ “ลูกช่วยบอกพ่อทีว่าในมือลูกนั่นมัน...”

“มันไม่ใช่ของคนบาป”

“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง มันกลายเป็นของลูกของพ่อแล้วจริงๆ ไม้ตะพดวิญญาณ...ส่งมันมาสิลูก ส่งมาให้พ่อแท้ๆของลูก ไม่ว่าลูกจะเกลียดพ่อยังไง พ่อก็เป็นคนทำให้ลูกเกิดมา ลูกจะไม่ทดแทนบุญคุณพ่อหน่อยเหรอ ส่งมันมาให้พ่อสิลูก”

ทั้งพันเทพและเมฆต่างลุ้นกับการตัดสินใจของไม้ ไม้นิ่งสักพักก่อนจะถามพันเทพ “คุณรักผมอย่างที่คุณพูดจริงๆเหรอ”

“เธอเป็นลูกฉัน ทำไมฉันจะไม่รักเธอล่ะไม้”

“ถ้างั้น ทำไมคุณไม่ส่งไม้ตะพดเลือดของคุณให้ผมล่ะ หรือผมไม่คู่ควรพอ”

พันเทพลำบากใจ หาข้ออ้างว่าไม้ยังเด็กเกินกว่าจะดูแลไม้ตะพดถึงสองอัน ไม้หัวเราะ ทีเมฆยังยกให้ตน โดยให้ตนตัดสินใจเองทุกอย่าง พันเทพหาว่าเมฆโง่ ไม้ปรี๊ด

“คุณเรียกคนแบบนี้ว่าโง่เหรอ แล้วแบบไหนที่เรียกว่าฉลาด คนที่เลือกไม้ตะพดแล้วปล่อยให้ลูกตัวเองตกเหวลงไปตายงั้นเหรอ...ผมเกือบตายเพราะพ่อแท้ๆของตัวเอง แต่คนที่ยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยง ยอมกินสมุนไพรเพื่อให้ตัวเองมีแรงมาช่วยผมไว้ จนตัวเองต้องมาความจำเสื่อมก็คือพ่อเมฆ แล้วแบบนี้คุณคิดว่าผม

จะให้ไม้ตะพดวิญญาณกับคุณอีกงั้นเหรอ”

“เธอต้องให้โอกาสฉันพิสูจน์ตัวเองบ้างสิไม้”

“ผมให้โอกาสคุณมาตลอดชีวิตผมแล้ว คุณก็ยังทำได้แค่นี้ ผมไม่ให้โอกาสคุณอีก ถ้าคุณอยากได้ไม้ตะพดนี่นัก คุณก็ต้องแย่งมันไปจากมือผมเอง”

“ถ้าเธอเลือกจะทำแบบนั้น เธอจะเสียใจไปตลอดชีวิต”

“ไม่มีอะไรน่าเสียใจเท่ากับการมีสายเลือดเดียวกับคุณ”

“ไม้! ได้...ฉันจะแย่งมันมาจากเธอให้ได้” พันเทพตกใจกับคำพูดของไม้ จึงตั้งท่าต่อสู้

ทั้งสองสู้กันอย่างดุเดือด พันเทพเอาจุดอ่อนความใจอ่อนของไม้มาใช้ด้วยการแกล้งเจ็บที่หัวใจ ทำให้ไม้เป็นห่วงเข้าประคอง พันเทพฉวยโอกาสซัดไม้ด้วยไม้ตะพดเลือดถึงกับสลบ และจะชิงไม้ตะพดวิญญาณ แต่เมฆเข้าผลักพันเทพกระเด็นและคว้าไม้ตะพดวิญญาณมาพร้อมสู้

“แกนี่มันทุเรศจริง เจ้าเล่ห์แม้แต่กับลูกตัวเอง”

“ได้ ฉันยังไม่เอาวันนี้ก็ได้ แต่ยังไงฉันก็ต้องได้มันอยู่ดี เพราะว่าถ้าแกไม่เอามันมาให้ฉัน ทิวาลูกของแกได้ตายแทนแกแน่”

“อย่าทำอะไรบ้าๆแบบนั้นนะ” เมฆตกใจ

พันเทพให้เมฆตัดสินใจเอา แล้วเดินจากไป เมฆหันไปดูแลไม้อย่างห่วงใย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทิวายืนมองด้วยความเจ็บปวด...ในคืนนั้น ทิวาเข้าไปหาพันเทพในห้องอย่างถือวิสาสะ เพื่อบอกว่า พ่อไม่มีทางได้ครอบครองไม้ตะพดวิญญาณเพราะความเห็นแก่ตัว ทำร้ายได้แม้แต่ลูกตัวเอง จะไม่มีวันได้พบความสุขจนตาย ทำให้พันเทพยิ่งโกรธ ด่าว่าทิวา เสียแรงที่เลี้ยงมาและไล่ให้ไปอยู่กับเมฆ ไม่ต้องมาเรียกว่าพ่ออีก ทิวาเจ็บแค้นเสียใจอย่างมาก

ooooooo

เมื่อรู้ว่าตนไม่อาจเลี่ยงได้ อบเชยซึมเศร้า เห็นหน้าศรนารายณ์ก็โผกอดพูดจาเหมือนอำลา...พอรู้ว่าไม้บาดเจ็บ เธอรีบไปดูแลเช็ดเนื้อตัวให้จนไม้รู้สึกตัว ไม้ถามหาเมฆ อบเชยบอกว่าออกไปซื้อยา เธอโมโหที่พันเทพทำร้ายไม้ขนาดนี้

“นี่ถ้าฉันไม่อยู่ ไม้ต้องสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้นะ”

“พูดเหมือนว่าจะไปไหน”

“คนอย่างฉันจะไปไหนได้” อบเชยกล้ำกลืนพูด “ฉันต้มยามาไว้แล้วนะ แล้วฉันก็เขียนวิธีไว้ให้หากว่าไม้อยากจะต้มกินเอง”

ไม้ไม่ติดใจ แต่พออบเชยยื่นหัวใจกระดาษที่เขาพับให้คืนให้เขาเก็บไว้ก็แปลกใจ อบเชยอ้างว่าอยากให้เขาเก็บไว้ จะได้คิดถึงกันบ้างเวลาไม่เห็นหน้า

“นี่มันอะไรกันเนี่ย...”

“แล้วถ้าเกิดไม้อยากมองผู้หญิงคนไหน ไม้ก็...มองได้นะ ถ้าถูกใจก็เป็นแฟนกัน แล้ว...”

ไม้เห็นอบเชยน้ำตาไหลยิ่งสงสัยว่าเป็นอะไร อบเชยตัดบทขอตัวกลับ ไม้ดึงมือเธอไว้ “เธอจะไปไหน ทำไมต้องพูดอะไรแบบนั้นด้วย ฉันไม่ชอบเลย”

“ปล่อยเถอะ ถ้าฉันเห็นหน้าเธอนานกว่านี้ ฉันอาจจะไปไหนไม่ได้”

ไม้ดึงอบเชยมากอด “ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น เธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ฉันเจอเรื่องแย่ๆแค่ไหน แล้วใครจะอยู่ข้างๆฉันล่ะ”

“ฉัน...ต้องไปแล้วล่ะ สายแล้ว เดี๋ยวจะเรื่องใหญ่ ฉันขอโทษนะไม้ที่ผิดสัญญาที่ว่าจะอยู่ข้างๆเธอตลอดไป” อบเชยน้ำตาร่วง ผลักตัวออกจากไม้แล้ววิ่งออกไป

ไม้จะลุกตามแต่ยังมึนหัว ได้แต่ร้องเรียกให้อบเชยกลับมา...อบเชยวิ่งร้องไห้รำพันว่าตนยอมตายดีกว่าที่จะมอบวิญญาณให้เวตาล อย่างน้อยตนอาจจะเหลือความทรงจำดีๆกับไม้ไว้บ้าง เธอวิ่งมาถึงชายป่า ร้องเรียกเวตาลและบอกว่าอย่าหวังจะได้วิญญาณตน พลันมีเสียงเคลื่อนไหวข้างหลัง อบเชยหันไปมอง มีแสงสว่างวาบเข้าตาจนเธอตกใจ ทุกอย่างดับวูบลง
อบเชยฟื้นขึ้นมาเห็นควันขาวโพลนคิดว่าตนตายแล้ว และนี่เป็นภายในจิตใจของเวตาล ทันใด ฤาษีปรากฏตัวขึ้น เธอจึงถาม “ท่านฤาษี นี่ฉันตายไปแล้วจริงๆ ท่านก็ถูกดูดวิญญาณมาเหมือนกันเหรอ” เห็นฤาษีส่ายหน้า “แล้วท่านมาอยู่ในนี้ได้ยังไง”

“ข้าไม่ได้อยู่ที่ใดที่หนึ่ง วันนี้ข้าตั้งใจมาพบเจ้า...เจ้าดูนี่สิ” ฤาษีผายมือไปที่ผนัง เกิดภาพให้อบเชยได้เห็น

ทิวามุ่งหน้ามาหาเวตาล เพื่อมอบวิญญาณให้แก่มัน เวตาลถามย้ำว่า จิตของเขาจะเป็นทาสไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ทิวากลับพูดอย่างแน่วแน่ “ฉันไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว มีชีวิตอยู่แล้วก็ตายไปอย่างไม่มีใครรัก มันจะมีค่าอะไรล่ะ ให้ฉันได้กลายไปเป็นพญาเวตาลผู้ยิ่งใหญ่ดีกว่า”

เวตาลแสยะยิ้ม...ทิวานอนราบอยู่กับพื้น เวตาลแตะหน้าผากเขาท่องอะไรบางอย่าง สักพัก เกิดแสงวาบขึ้น ภาพบนผนังที่อบเชยมองอยู่จางหายไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.