ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สิ่งที่อบเชยฟังมาจากเจ๊กีว่า ไม้กับแพรวาเป็นแฟนกัน ทำให้เธอถึงกับซึมเศร้า เดินใจลอยกลับบ้านเจอไม้ยืนรออยู่ จึงทำหน้าไม่ถูก บอกเขาไปว่าพ่อไม่อยู่เข้าไปในตัวจังหวัดไม่กลับบ้าน

“เปล่า...ฉันมาหาเธอน่ะแหละ มีเรื่องจะคุยด้วย”

“เอ่อ ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องบอกฉันหรอก ฉันไม่อยากรู้...ปล่อยให้ฉันเข้าใจอย่างที่ฉันเข้าใจเถอะ ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น ให้ฉันได้อยู่ตรงที่เดิมที่ฉันเคยอยู่เถอะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ถามอะไร ไม่ไปวุ่นวายกับใครทั้งนั้น”

“เธอพูดเรื่องอะไร...” ไม้ฟังแล้วงง

อบเชยตัดบทชวนไม้เข้ามาทานข้าวด้วยกัน ว่าแล้วก็เดินนำเข้าไป...อบเชยฝืนยิ้มทำเหมือนปกติ จัดอาหารวางบนโต๊ะ บอกไม้ว่ามีแต่ของโปรดของเขาทั้งนั้น ไม้ยิ่งงงถามเป็นอะไร

“เปล่านี่ กินกันเถอะ ฉันหิวจะแย่” อบเชยกินทำไม่สนใจ พอไม้จะพูด เธอก็เลี่ยงไปหยิบของจะเอามาเพิ่ม แต่พอหลบเข้ามาในครัว น้ำตาที่กลั้นไว้ก็แตกซ่านออกมา พยายามปลอบตัวเอง “อย่าร้องสิอบเชย เธอต้องเข้มแข็งกว่านี้ เธอต้องไม่ทำให้ไม้ลำบากใจนะ”

แต่ดูจะไม่เป็นผล น้ำตายิ่งพรั่งพรูออกมา ไม้ตามเข้ามา เธอรีบหลบหน้าปาดน้ำตา ไม้สงสัยถามว่าเป็นอะไร อบเชยปฏิเสธไม่เป็นอะไรแค่หาถุงลอดช่องไม่เจอ ไม้เห็นถุงขนมวางหราอยู่ใกล้ๆ จึงหยิบยื่นให้ และได้เห็นหน้าชัดๆ “อบเชย เธอร้องไห้เหรอ”

“เปล่า...ฝุ่นมันเข้าตาน่ะ”

ไม้ดึงมืออบเชยให้เข้ามาประชิด “พัดลมในครัวคงแรงมากสินะ ถึงพัดฝุ่นเข้าตาได้...อบเชย เธอเป็นอะไร”

อบเชยส่ายหน้าไม่สบตา ไม้จึงดึงเธอมากอดแนบอก ลูบหัวอย่างปลอบโยน อบเชยสะอื้นตัวสั่นกระซิบกับเขาว่า “ถ้ากอดฉันแล้ว อย่าปล่อยนะ”

เวลาผ่านไป ไม้พาอบเชยเข้านอน บอกเธอว่าดึกแล้วตนควรจะกลับเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี แต่อบเชยคว้ามือไม้ไว้ “รอให้ฉันหลับก่อนได้มั้ย ฉันไม่อยากเห็นเธอเดินออกไป”

“นี่ตกลงเธอจะไม่บอกฉันสักนิดเลยใช่มั้ย ว่าเธอมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ”

“ขอแค่ไม้ยังอยู่กับฉันก็พอ” อบเชยยังส่ายหน้าจับมือเขาไว้ไม่ปล่อย

ไม้ถอนใจปล่อยให้เธอจับมือไว้จนเธอหลับ...และเขาก็เผลอหลับไปด้วย ไม้สะดุ้งตื่นมองอบเชยที่ใบหน้ามีคราบน้ำตา หลับตาพริ้มเหมือนเด็กๆเขาลูบหัวเธออย่างเอ็นดู

“ใครทำอะไรเธอนะอบเชย...” และเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้ไม้โน้มตัวเข้าไปใกล้ เกือบจะจูบอบเชย แต่เขารู้สึกตัวเสียก่อน ถอยห่างออกมาส่ายหน้าก่อนจะรีบเดินออกไป

ooooooo

ระหว่างทางที่ไกรมาส่งแพรวา เขาอดไม่ได้ที่จะถามเธอว่า เธอคิดอย่างไรกับไม้ แพรวาตอบตามความรู้สึกว่าไม้เป็นคนดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือตนมาตลอด

“ผมไม่ได้ถามว่าไม้เป็นคนยังไง ผมถามว่าคุณคิดยังไงกับไม้”

“แค่รู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรมากกว่านั้นค่ะ”

“แค่นั้นก็มากไปแล้ว” ไกรรู้สึกไม่พอใจ

“ที่คุณรู้สึกว่ามาก อาจเพราะคุณไม่เคยถามว่าฉันคิดยังไงกับคุณ”

“แล้วคุณคิดยังไงกับผม”

“ฉันพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้เรามาอยู่ตรงจุดนี้”

“คุณอย่าลืมความรู้สึกนี้นะ” ไกรยิ้มอย่างพอใจ ยื่นมือไปจับมือแพรวา...

เมื่อได้ดื่มยางเลือดเข้าไป อาการของพันเทพก็หายเป็นปลิดทิ้ง กลับมาแข็งแรงดังเดิม สิ่งแรกที่เขาจะทำคือ ไปจัดการล้างแค้นเต็กกงถึงบ้าน เต็กกงตาเหลือกตกใจ

“ทำไม...ถึงกับสะดุ้งเลยเหรอ คนคาบข่าวคนเดิมเขาไม่ได้บอกเหรอว่าฉันน่ะหายดีแล้ว” พันเทพถามเยาะๆ

เต็กกงถูกมัดอยู่บนเตียงนอน พันเทพต้องการให้เขารู้สึกถึงหัวอกคนที่นอนฟังข่าวกิจการตัวเองย่อยยับ แล้วโทร.สั่งสมุนพังวินรถตู้ของเต็กกงให้สิ้นซาก

เช้ามา ทิวาเสียใจที่พันเทพหายเป็นปกติเพราะตน แต่ไม่เคยมาขอบใจตนสักคำ เวตาลโผล่มาหัวเราะฮึๆ “แล้วเจ้ายังจะให้โอกาสกับเขาอีกมั้ยล่ะ ข้าเห็นเจ้าน่ะ ทำร้ายคนได้ทุกคน แต่ยกเว้นพันเทพที่เอาแต่ทำร้ายเจ้า”

“อย่ามาพูดทำเป็นรู้ดีหน่อยเลยน่า”

“ต่อไปนี้เจ้าจงตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรกับพันเทพดี”

ทิวาตอบว่าตนตัดสินใจแล้ว เวตาลให้ช่วยบอกสิ่งที่อยู่ในใจของเขา ทิวาพูดด้วยความแค้นใจ “ทางเดียวที่จะทำให้ฉันมีอำนาจ คนนับถือ และยอมสยบให้ฉันคือไม้ตะพด”

“พูดได้ถูกใจข้านัก ดูเหมือนว่า...อะไรๆจะสนุกขึ้นแล้วสินะ...” เวตาลหัวเราะก้อง

ooooooo

ขณะที่จันทร์กำลังซ่อมรถอยู่ในอู่ เจ๊กีมาวานให้ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของไกร จันทร์จึงเห็นว่าไกรเกิดวันและโรงพยาบาลเดียวกับทิวาก็แปลกใจ และที่ช่องกรุ๊ปเลือดกลับถูกขีดไว้ พลันไม้เข้ามาถามว่าทำอะไร จันทร์รีบเก็บเอกสารไม่อยากให้ไม้เห็นในตอนนี้

ไม้มาถามเรื่องอบเชยมีปัญหาอะไร จันทร์เองก็ไม่รู้เพราะเธอไม่ได้มาปรึกษา พอดีไกรเข้ามาบอกไม้ว่า ขอคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องทำงาน จันทร์โล่งอกที่ไม้ยังไม่เห็นเอกสาร

ไกรเปิดฉากคุยกับไม้ตรงๆว่า อยากคุยเรื่องแพรวา ไม้ตกใจคิดว่าแพรวาเป็นอะไร

“เปล่า ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้น มีแต่เรื่องที่อยากจะขอร้อง” เห็นไม้ทำหน้างง ไกรทวงบุญคุณ “ฉันเคยช่วยเธอไว้ใช่มั้ยไม้”

“คุณมีบุญคุณกับผมมาก ช่วยสอนการต่อสู้ให้ผมด้วย”

“งั้นก็ดี ฉันอยากจะใช้บุญคุณทั้งหมดที่ทำให้เธอ ขอร้องเธอบางเรื่อง...ฉันอยากจะขอให้เธออย่ายุ่งเกี่ยวกับแพรวาอีก จะได้มั้ย...ฉันไม่สบายใจนักที่เห็นเธออยู่ใกล้กับแพรวา”

“โธ่ นึกว่าเรื่องอะไร แต่ผมกับคุณแพรวาไม่ได้มีอะไรนะครับ”

ไกรขอให้ไม้รับปาก แถมย้ำ ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ ไม้รับปากอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

ooooooo

วันต่อมา ทิวาเข้ามาทวงบุญคุณกับพันเทพ ทำเอาพันเทพยั้วะถามว่าต้องการอะไรกันแน่

“ผมเป็นคนให้ชีวิตพ่ออีกครั้ง ผมเลยอยากจะใช้สิทธิ์ขออะไรพ่อบ้าง” ทิวามองร่ม “ผมขอร่มคันนั้นได้มั้ยครับ”

“จะไม่ขอมากไปหน่อยเหรอทิวา” พันเทพเยาะ

ทิวายืนกรานว่าไม่ต้องการอย่างอื่น พันเทพไม่พอใจ ตั้งท่าท้าให้เข้ามาแย่งเอาไป ทิวาไม่อาจสู้พันเทพได้ จึงขอให้วางร่มก่อน แต่พันเทพรู้ทัน ถ้าวางคงโดนแย่งไป ทิวาพูดอย่างน้อยใจ

“พ่อเก่งเรื่องการต่อสู้มาก แต่พ่อก็เลือกที่จะไม่สอนผม ให้ผมไปเรียนกับศรนารายณ์แทน เพราะพ่อกลัวว่าจะมีวันนี้ใช้มั้ย”

“ฉันผิดรึไง ที่เป็นคนรอบคอบน่ะ” พันเทพใช้ร่มไม้ตะพดฟาดทิวาอย่างแรงจนกระอักเลือดสลบไป “ฉันพยายามทำให้มันดีแล้ว เธอบังคับให้ฉันทำแบบนี้เอง ทิวา...”

วันนี้ไม้พาเมฆมาตรวจเช็กร่างกายตามที่หมอนัด พันเทพพาทิวาที่จมกองเลือดมาโรงพยาบาลเช่นกัน เมฆกับไม้ได้ยินพยาบาลคุยกันให้ประกาศออกไปขอคนบริจาคเลือดกรุ๊ปโอ

เมฆปรี่เข้าถามพันเทพ “ทิวาเป็นอะไร ทิวาเป็นอะไร”

“ก็แค่หาเรื่องใส่ตัว”

“แกเป็นคนทำทิวาใช่มั้ย...ใช่มั้ย” เมฆเค้นถาม แต่พันเทพนิ่งเฉย

พยาบาลวิ่งวุ่น เมฆรีบเข้าไปเสนอตัวบริจาคเลือด ไม้ตกใจจะห้ามแต่เมฆไม่ฟังเสียง ตามพยาบาลไป พันเทพหัวเราะ

“หึๆดูพ่อเธอจะเป็นเดือดเป็นร้อนกับไอ้ทิวาจังเลย ทั้งที่ทิวาก็สร้างเรื่องกับพ่อเธอไว้เต็มไปหมด เธอกำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่มั้ยไม้”

“ฉันจะคิดยังไงก็เรื่องของฉัน”

“เธอไม่สงสัยบ้างเหรอ ว่าทำไม ทิวาลูกของฉันบาดเจ็บ ฉันจึงได้แต่นั่งดูอยู่เฉยๆ”

“เรื่องนั้นไม่น่าแปลกกใจ เพราะแกมันเลือดเย็นอยู่แล้วพันเทพ”

“ฉันก็อยากจะช่วยมันหรอกนะ แต่ทำไงได้ เลือดในตัวมันกับเลือดในตัวฉัน มันเข้ากันไม่ได้ แต่มันดันไปเข้ากันได้กับไอ้เมฆ พ่อของเธอ”

“คนกรุ๊ปเลือดตรงกันมีถมเถ”

“ฉันพยายามยื่นความจริงให้เธอ ถ้าเธอยังเพิกเฉยต่อมันแบบนี้ มันก็คงต้องแล้วแต่เธอ”

ไม้ครุ่นคิด พันเทพมาแตะบ่า “ฉันเห็นแววบาง อย่างในตัวเธอนะ ถ้าเธอมาอยู่กับฉัน ฉันจะสนับสนุนให้เธอยิ่งใหญ่กว่าใครๆ”

“แกกำลังพูดสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดที่ฉันเคยได้ยินมา แกไม่รู้ตัวเลยรึไงว่า สิ่งที่แกกำลังชวนฉันไป นั่นมันคือสิ่งที่ตกต่ำมาก”

“คนเราจะมีจิตใจสูงส่งไปเพื่ออะไร ทำเพื่อคนอื่นได้อะไรหาไม้ เธอต้องการเพียงคำชมเล็กๆน้อยๆที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแค่นั้นเหรอ อำนาจต่างหากที่มันมีตัวตน ความเกรงกลัว การยอมรับนับถือ นั่นต่างหากของจริง”

“ขอโทษนะ ฉันคงไม่มีวันทำให้แกสมหวังหรอกพันเทพ ตั้งแต่ฉันโตมา พ่อฉันไม่เคยสอนให้ฉันคิดแบบนั้น”

“พ่อเหรอ...จะบอกอะไรให้นะ ฉันรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่เธอเรียกไอ้เมฆนั่นว่าพ่อ เพราะความจริงแล้วน่ะ คนที่เป็นพ่อของเธอ...” พันเทพไม่ทันพูดจบ เมฆเปิดประตูออกมา

ไม้รีบเข้าประคองพาเมฆกลับออกไป พันเทพพึมพำ “แกเลี้ยงไม้มาดีเกินไป มันเลยทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้นไอ้เมฆ...”

ooooooo

ไกรขับรถผ่านมา เห็นอบเชยยืนเหม่ออยู่จึงบีบแตรเรียกให้ขึ้นรถ เขาถามเธอว่ามีเรื่องไม่สบายใจหรือ อบเชยพยักหน้าเศร้าๆว่านิดหน่อย ไกรจึงถามถึงไม้ว่า

ความสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้าง เห็นเธอนิ่งเงียบจึงแน่ใจ

“งั้นก็แปลว่าเรื่องไม่สบายใจคือเรื่องไม้”

“แล้วคุณกับคุณแพรวาล่ะคะ” ไกรชะงักพูดไม่ออก อบเชยยิ้มนิดๆ “คุณก็ไม่ได้ดีกว่าฉันเท่าไหร่หรอก”

“ปกติดูเธอเข้มแข็งกว่านี้นะอบเชย”

“ฉันอ่อนแอจะตายค่ะคุณไกร ฉันว่าฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีไม้...ไม้จะให้ฉันเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่ฉันยังได้อยู่ข้างๆเขาก็พอ”

“อบเชย...” ไกรมองอบเชยแบบไม่อยากจะเชื่อ

“คนเข้มแข็งจริงๆ เขาไม่พูดประโยคแบบนี้กันหรอก ใช่มั้ยคะ”

“ทำแบบนั้นแล้ว...เธอมีความสุขเหรอ”

“ความทุกข์ ยังไงมันก็เป็นความทุกข์ค่ะ ไม่ว่าจะอยู่เฉยๆหรือว่าตามหึงหวงหรือตามราวีทุกคนที่เข้ามายุ่งกับคนที่เรารัก สุดท้าย...มันก็คือความทุกข์อยู่ดี”

ไกรชมว่าอบเชยเชี่ยวชาญความรักมากกว่าตน อบเชยย้อนถามว่าเขาจะจัดการเรื่องเขากับแพรวาอย่างไร ไกรถึงกับอึ้ง...

ในขณะที่ทิวานอนรับเลือดของเมฆที่ให้ชีวิตใหม่อยู่ที่โรงพยาบาล พันเทพยังเล่นงานเต็กกงให้หายแค้น เต็กกงโอดโอยว่าตนแค่ทำรถเสียหายไปไม่กี่คัน เข้าอู่แป๊บเดียวก็ออกมาแล้ว

พันเทพโต้ “คิดว่าเรื่องแค่นั้นเหรอ คนอย่างแกมันเลี้ยงไว้ได้ซะที่ไหน จับลูกฉันไปตั้งกี่ที ฉันเตือนก็แล้วว่าอย่ามายุ่งกับฉัน กับครอบครัวฉันและธุรกิจของฉัน แต่พอเห็นฉันป่วยเข้าหน่อย แกก็หาเรื่องลอบกัดอีก
จนได้ แล้วแกคิดว่าแค่ส่งคนมาถล่มรถ ปอ. ของแกแล้วจะจบ แกคิดผิดแล้ว”

ฉันยอมรับว่าที่ฉันทำน่ะผิด แกปล่อยฉันไปเถอะคราวนี้ฉันสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับแกอีก”

“หึๆคราวก่อนแกก็พูดแบบนี้ แกก็ไม่ทำตาม แล้วแกคิดว่า คำพูดพล่อยๆ ของแกจะมีน้ำหนักให้ฉันเชื่อเหรอ”

เต็กกงถามจะเอาอย่างไร พันเทพหัวเราะว่าจะเอาทุกอย่าง...

ในอู่รถของเจ๊กี จันทร์นั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องกรุ๊ปเลือด ว่าถ้าพ่อแม่มีเลือดกรุ๊ปอะไร ลูกจะต้องเป็นกรุ๊ปอะไรบ้าง ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง ไม้เข้ามาถามว่าอ่านอะไรดูเครียด จันทร์ปัดว่าไม่มีอะไร พอดี ชาญวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอก

“เมื่อกี้ฉันเห็นพวกแก๊งวินมอเตอร์ไซค์ขับกันไปเป็นพรวนเลย ต้องมีเรื่องที่ไหนแน่ๆ”

“ถ้างั้นก็แย่ละ เรารีบไปช่วยดีกว่ามั้ย” ไม้กังวลใจ

“แหมๆพูดยังกับว่าตัวเองเป็นลูกผู้ชายงั้นแหละ” ชาญแขวะ

“เห็นชาวบ้านเดือดร้อน พี่จะทนยืนดูเฉยๆได้รึไง” ไม้ย้อนถาม

“ทั้งที่เดือดร้อนในที่คนเลว แกก็จะช่วยรึไง” จันทร์ถาม

“ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองทั้งนั้น เขาไม่ควรมารับเคราะห์เพราะคนทะเลาะกันแค่ไม่กี่คน” ไม้ให้เหตุผล

จันทร์กับชาญเถียงไม่ออก ต้องวิ่งตามไม้ไปด้วย...ทั้งสามมาถึงอู่รถ ปอ.ของเต็กกง เห็นไฟไหม้ พนักงานส่งเสียงร้องให้ช่วยระงม สักกับพวกตะโกนให้เผา ใครขวางเอาให้ตาย

“แบบนี้ไม่ทำเกินไปหน่อยเหรอ ชาวบ้านเขาเกี่ยวอะไรด้วย” ไม้ร้องถาม

“พวกแกนั่นแหละเกี่ยวอะไร คนของเจ๊กีไม่ใช่เหรอ พวกรถ บขส.มายุ่งอะไรกับพวกรถ ปอ. เห็นว่าไม่ถูกกันนี่”

จันทร์โต้แล้วพวกวินมอเตอร์ไซค์ทำไมมาราวีเขาไปทั่ว สักตอบว่าพวกตนเป็นนักรบรับจ้าง ถ้าอยากจะเล่นงานให้ไปเล่นงานพันเทพโน่น แต่ชาญว่าพวกตนต้องเล่นงานตรงนี้เพราะไม่อย่างนั้นคงมีคนตายเป็นเบือ ว่าแล้วทั้งสองฝ่ายก็เข้าต่อสู้กัน จันทร์ให้ไม้เข้าไปช่วยคนข้างใน เป็นโอกาสดีที่ไม้มีทางแปลงตัวเองเป็นลูกผู้ชายเข้าไปช่วยผู้คนที่ติดอยู่ในกองไฟ ไม้โบกไม้ตะพดวิญญาณวูบหนึ่ง ไฟค่อยๆดับลง พนักงานและชาวบ้านต่างดีใจ

จันทร์กับชาญต่อสู้กับพวกของสักอย่างดุเดือด เกือบพลาดท่า โชคดีที่ลูกผู้ชายเข้ามาช่วย ชาญดีใจร้องบอก “ลูกผู้ชาย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

“หนักข้อขึ้นทุกวันนะพวกแกเนี่ย” ลูกผู้ชายเข้าสู้กับพวกสักจนกระเจิงหนีกันไป

“ขอบคุณมากครับลูกผู้ชาย เป็นเกียรติมากที่เราได้มาต่อสู้ร่วมกันอีก แล้วนี่ไอ้ไม้ไปไหนล่ะ” ชาญเข้ามาอย่างปลื้มสุดๆ

จันทร์เข้ามาสมทบและชักเป็นห่วงไม้ ชวนกันเข้าไปดูข้างใน ลูกผู้ชายฉวยโอกาสหลบฉากออกไป...จันทร์ วิ่งเข้ามาด้านในไม่เห็นไม้ แปลกใจว่าหายไปไหน ไม่ทันไร ไม้เดินออกมา ชาญถามว่าไปไหนมา ไม้ตอบว่า ไปดับไฟ ด้านใน ชาญเห็นไฟสงบลงจึงไม่ติดใจและบอกไม้ต้องขอบคุณลูกผู้ชายที่มาช่วย ไม้ทำเป็นเสียดายที่ไม่ได้เจอ

ooooooo

การนัดพบของราตรีกับลูกรัฐมนตรีที่ร้านอาหาร ราตรีตื่นเต้นดีใจ สั่งอาหารมารอท่า จนแล้ว จนรอดเขาก็ยังไม่มา เธอเริ่มหงุดหงิด ถือว่าเป็นลูกคนใหญ่คนโตแล้วจะมาสายได้หรือ จึงโทรศัพท์ไปต่อว่าอย่างลืมตัวว่า ตนมาในลักษณะของแพรวา

“ฮัลโหล นี่ฉันรออยู่ที่ร้านอาหารนะ ไม่เห็นคุณมาถึงซักที...ลืม ทำไมพูดแบบนั้น...ก็รีบแต่งตัวออกมาสิคะ ฉันรออยู่...ไม่มา...ก็ได้ ไม่มาก็ไม่มา งั้นฉันจะไปหา...หมายความว่าไง มีนัดกับคนอื่น...ผู้หญิงหรือผู้ชาย...ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ถาม ฮัลโหล...อะไรวะเนี่ย” ราตรีเห็นหน้าจอโทรศัพท์ ทางนั้นวางสายไปแล้ว เธอโกรธมากเช็กบิลออกจากร้านมาอย่างหงุดหงิด

เห็นไม้ ชาญ และจันทร์ยืนอยู่ด้วยกันยิ่งหงุดหงิด “ไอ้พวกนี้อีกแล้ว โอ๊ย ทำไมชีวิตฉันถึงเจอแต่พวกผู้ชายห่วยๆนะ”

ไม้กำลังแยกกับชาญและจันทร์ ทั้งสองจะกลับไปทำงานที่อู่ ไม้เดินมาชนกับแพรวาที่เดินผ่านมาพอดี ไม้ทำตัวไม่ถูก เพราะรับปากกับไกรไว้ว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับเธออีก แพรวาทักและดึงมือไม้ไว้ “เดี๋ยวสิ เห็นหน้าฉันก็จะกลับเลยเหรอ”

ราตรีเห็นสองคนสนิทสนมกันก็หมั่นไส้ เอามือถือมาถ่ายไว้ “เทคโนโลยีนี่ช่วยเราได้ตลอดเลย ยัยแพรวานี่ตาต่ำไม่สิ้นสุดจริงๆ”

ไม้ขอตัวแยกไป แพรวามองตามงงๆ ราตรีเข้ามาแขวะ “คราวนี้ชอบแบบยาจกรึไง”

“ไม้เป็นเพื่อนฉัน” แพรวาโต้

“เพื่อนประสาอะไรต้องจับมือถือแขนกันด้วย”

“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน”

“นี่เธอจะอ่อยตั้งแต่ขอทานยันมหาเศรษฐีเลยรึไง”

“อย่ามายัดเยียดความคิดแย่ๆแบบนี้ให้ฉันนะราตรี เธอก็ลงเอยกับลูกชายรัฐมนตรี ก็น่าจะดีแล้วนี่”

“นายนั่นน่ะเหรอ ฉันไม่สนใจขนาดนั้นหรอก ฉันสนใจเรื่องอื่นมากกว่า” ราตรีแกล้งว่า “ดูๆไปแล้ว เธอก็มีนายไม้นี่อยู่อีกคน ถ้างั้นกับคุณไกร...”

“อย่ามายุ่งกับคุณไกรนะ”

“แหม สวนขึ้นมาทันทีเลยนะ”

“เธอบอกฉันแล้วว่าจะไม่ยุ่งกับคุณไกรอีก”

“ฉันเคยพูดแบบนั้นด้วยเหรอ” ราตรีแหย่

“ถ้าเธอยุ่งกับคุณไกร ฉันจะบอกความจริงทั้งหมด ว่าเธอคือฝาแฝดของฉัน”

“ฉลาดหน่อยสิแพรวา คุณไกรนั่น อาจจะหันมารับผิดชอบที่ล่วงเกินฉัน แทนที่จะคบกับเธอก็ได้ เอ๊ะๆหรือฉันจะยุ่งกับนายไม้นี่ดี เพราะถ้าคุณไกรรู้ คิดว่าฉันเป็นเธอ ก็คง...”

แพรวาหน้าเสีย ราตรีหัวเราะเยาะ...

ระหว่างที่ทิวายังไม่ฟื้น เมฆมาเฝ้าดูไม่ห่าง เขาสอบถามพยาบาลถึงความเป็นไปได้ของกรุ๊ปเลือด ถ้าพ่อแม่กรุ๊ปโอทั้งคู่ โอกาสที่ลูกจะเป็นกรุ๊ปอื่นได้ไหม พยาบาลตอบว่าไม่ได้ และถ้าพ่อแม่มีกรุ๊ปเอบีทั้งคู่ ลูกจะเป็นกรุ๊ปอะไรได้บ้าง พยาบาลตอบว่า เป็นได้ทุกกรุ๊ป ยกเว้นกรุ๊ปโอ เมฆถึงกับอึ้ง ถามอีกคำถามว่า กรุ๊ปเลือดบอกได้ไหมว่าเป็นลูกใคร
“มันไม่บอกขนาดนั้นหรอกค่ะ นอกเสียจากว่าคุณจะมีคนที่สงสัยว่าจะเป็นพ่อ แล้วก็มาตรวจ dna กัน ถึงจะบอกได้ว่าใช่พ่อลูกกันรึเปล่า”

เมฆรีบถามขั้นตอนต้องทำอย่างไรบ้าง พยาบาลอธิบายให้เอาเลือดหรือเส้นผมหรือเล็บก็ได้ทั้งสองฝ่ายมาตรวจ เมฆตื่นเต้นรีบไปเก็บเส้นผมของทิวามาทันที และเอามาให้พยาบาลใช้ตรวจกับเนื้อเยื่อในปากของตนเอง จานนั้นเขาก็รอประมาณสี่ถึงห้าวันค่อยมาฟังผล...

พันเทพนั่งครุ่นคิดอยู่ในห้องทำงาน เวตาลเข้ามาก่อกวน “เจ้าทำร้ายลูกของเจ้าได้ เพราะไม้ตะพดแค่อันเดียว”

“ก็มันคิดไม่ซื่อ คิดจะแย่งไม้ตะพดไปจากฉัน แกคิดว่าฉันจะให้มันไปง่ายๆรึไง อุตส่าห์เลี้ยงมันมา”

เวตาลย้อนว่าเป็นลูกก็ต้องเลี้ยง พันเทพสวนทันควันว่าทิวาไม่ใช่ลูก เวตาลยิ้มเยาะ ในที่สุดก็ยอมพูดออกมา พันเทพโมโหจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว เวตาลถามถึงลูกแท้ๆ

“ฉันอุตส่าห์สลับตัวมันเพื่อให้ไปสืบทอดไม้ตะพดวิญญาณ แล้วนำมันกลับมาให้ฉัน แต่ตอนนี้กลับแข็งข้อ ทำตัวเป็นศัตรูกับฉันไม่ลดละ”

“อะไรๆมันก็ไม่ได้ง่ายๆอย่างที่คิดสินะ”

พันเทพกลัดกลุ้ม จะทำอย่างไรต่อไปดี...

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.