ตอนที่ 5
วันรุ่งขึ้น ขณะดาวนิลกำลังถูบ้าน ทรงพลโทร.มาทวงสัญญา เย็นนี้ว่างไหมให้มาเจอกันที่โรงแรม จะกี่โมงก็ได้เขาจะรอ เธอมาถึงเมื่อไหร่ให้โทร.บอกด้วย หรือจะให้ไปรับก็ได้ เธอรีบบอกว่าไม่เป็นอะไรไปเองได้แต่อาจจะถึงค่ำหน่อยประมาณสองทุ่ม มัวแต่คุยโทรศัพท์ทำให้เธอไม่ทันเห็นผึ้งแอบฟังอยู่ตั้งแต่แรก
“ได้ครับ ผมจะรอที่ห้องอาหาร แล้วเจอกันครับ” ทรงพลวางสายโดยไม่รู้ว่าแม่นมน้อยแอบฟังอยู่ ฝ่ายดาวนิลวางสายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข แล้วถูบ้านต่อ ผึ้งทำทีว่าเพิ่งเดินมาถึงพร้อมเสื้อลูกค้าในมือ กำชับว่างานด่วน ดาวนิลขอให้เธอเอาไปแขวนไว้ในห้องตัดเสื้อได้เลย ถูพื้นเสร็จจะเข้าไปทำ
“นี่วันนี้ฉันว่าจะออกไปดูหนังหน่อย แกจะไปไหนหรือเปล่า ฉันจะได้ให้ปิดร้านแทน”
“ฉันจะไปไหนได้ล่ะ งานเยอะแยะ”
“วันนี้คุณนายก็ว่าจะรีบออกไปธุระข้างนอก ดีเลยฉันจะได้ออกไปเที่ยวไวๆ” ผึ้งทำทีเดินออกไป ดาวนิลไม่ได้เอะใจรีบไปค้นที่ราวแขวนผ้าหาชุดสำหรับจะใส่คืนนี้โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าอยู่ในสายตาของผึ้งตลอด...
ณ ห้องประชุมช่อง 7 สี หลังจากถกกันอยู่นาน ผู้บริหารช่องกับผู้จัดละครก็ได้ข้อสรุปว่าละครเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิดกล้องจะมอบบทให้กับดาวนิล เนื่องจากอยากจะปั้นให้เป็นนางเอก หลิวหลิวรู้ข่าวนี้ดีใจสุดๆที่เด็กในสังกัดกำลังจะได้ขึ้นทำเนียบเป็นนางเอกทั้งที่เพิ่งเข้าวงการไม่นาน...
ฝ่ายดาวนิลรอจนทั้งคุณนายติ๊ดและผึ้งไปกันหมดแล้ว จัดแจงหยิบชุดลูกค้ามาสวมเตรียมจะไปหาทรงพลตามนัด แต่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อคู่หูนายบ่าวกลับเข้ามา คุณนายติ๊ดเห็นดาวนิลอยู่ในชุดของลูกค้าก็โวยวายเสียงลั่น กล้าดีอย่างไรถึงเอาเสื้อลูกค้ามาสวม เธอรู้ตัวว่าทำผิดรีบขอโทษ เดี๋ยวจะถอดชุดคืนให้ ผึ้งยุคุณนายติ๊ดให้เอาเรื่อง ดาวนิลกลัวมากวิ่งหนีขึ้นไปขังตัวเองอยู่ในห้อง ผึ้งตามมาทุบประตูปังๆให้เปิด
“นังดาวนิล ฉันเอาแกออกมาได้เมื่อไหร่ ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึกเลย” คุณนายติ๊ดที่ตามมาตะคอกใส่อย่างโกรธเกรี้ยว ดาวนิลทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นร้องไห้ มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น หลิวหลิวโทร.มาเพื่อแจ้งข่าวดีแต่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอก็ชะงัก ดาวนิลขอร้องให้หลิวหลิวมารับด้วย เธออยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว
“ตายแล้วเกิดอะไรขึ้น” หลิวหลิวได้ยินเสียงคุณนายติ๊ดพยายามพังประตูเข้ามายิ่งตกใจ บอกให้ดาวนิลรออยู่ที่นั่นจะรีบไปรับ เธอวางสายแล้วรีบเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ถอดชุดลูกค้าออกเปลี่ยนไปสวมชุดตัวเอง...
ขณะที่ดาวนิลเตรียมจะหนีไปจากคุณนายติ๊ด ทรงพลจัดโต๊ะสำหรับกินดินเนอร์กับดาวนิลไว้อย่างสวยงาม อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก แม่นมน้อยกับทรงวุฒิแอบมองอยู่อย่างใจจดจ่อรอการมาถึงของฝ่ายหญิง...
ทางด้านผึ้งกับคุณนายติ๊ดยังคงพยายามจะพังประตูห้องดาวนิลเข้าไปแต่ไม่สำเร็จ พลันมีเสียงกริ่งประตูร้านดังขึ้น ดาวนิลสบช่องเปิดประตูห้องวิ่งสวนออกมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า คุณนายติ๊ดกับผึ้งไล่ตามไปติดๆ ดาวนิลเปิดประตูร้านได้ชวนหลิวหลิวให้รีบไป แต่คุณนายติ๊ดตามมาทันเสียก่อน สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้
หลิวหลิวถามว่ามีเรื่องอะไรกัน คุณนายติ๊ดหาว่าดาวนิลขโมยของก็เลยต้องสั่งสอน เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ขโมยแค่ยืมมาใส่ แล้วทีคุณนายเอาเปรียบเธอทุกอย่าง จิกใช้ให้ทำงานด่วนไม่ให้เงินเพิ่มสักบาททั้งที่ไปชาร์จเงินลูกค้ามาแล้ว คุณนายติ๊ดโทษว่าเธอสมยอมเองเพราะไม่มีปัญหาหางานใหม่ทำ หลิวหลิวนึกอะไรขึ้นได้
“งานใหม่? นึกได้เลย...ดาวนิลคะพี่มีงานมาให้”
ดาวนิลตกปากรับคำโดยไม่ถามด้วยซ้ำว่างานอะไรเพราะต้องการจะลาออกจากที่นี่ คุณนายติ๊ดดูแคลนว่าน้ำหน้าอย่างเธอจะไปทำอะไรได้ หรือว่าหลิวหลิวจะปั้นนังนี่เป็นดารา แล้วแผดเสียงหัวเราะดังลั่น หลิวหลิวงงทำไมจะปั้นไม่ได้ คุณนายตัวแสบแฉว่าดาวนิลไม่ใช่แค่เป็นช่างตัดเสื้อแต่เคยขายตัวมาก่อน เท่านั้นไม่พอมันยังเคยมีลูกมาแล้วด้วยหนึ่งคน หลิวหลิวแทบล้มทั้งยืน คุณนายติ๊ดยังไม่สาแก่ใจ แฉเพิ่มเติมอีก
“ก็เพราะแม่มันเละเทะ ลูกก็เลยออกมาพิการหาพ่อก็ไม่ได้จนต้องเอาไปฝากไว้ให้พ่อมันเลี้ยงที่บ้านนอก ส่วนตัวมันก็เข้ามาหาผู้ชายใหม่อยู่ในกรุงเทพฯนี่ไงล่ะ” คุณนายติ๊ดลอยหน้าฉอดๆ ดาวนิลเหลืออดปรี่จะเข้าไปตบสั่งสอน แต่ถูกผึ้งล็อกตัวไว้ ก่อนจะกลายเป็นฝ่ายถูกตบไปสองทีซ้อน หลิวหลิวเข้าไปช่วยดึงดาวนิล ออกมา
“ฉันไล่แกออกนังดาวนิล แล้วฉันจะคอยดูว่าชีวิตแกจะกระเสือกกระสนหนีกำพืดตัวเองไปได้สักกี่น้ำ”
ดาวนิลคว้ากระเป๋าเดินลิ่วออกจากร้าน โดยมีหลิวหลิววิ่งตาม
ooooooo
ระหว่างขับรถมาตามถนน หลิวหลิวเห็นดาวนิลเอาแต่นั่งเงียบ ถามว่าโอเคไหม เธอเหม่อมองไปนอกหน้าต่างรถ ทวงถามที่ว่ามีข่าวดีจะบอกมันคืออะไร หลิวหลิวไปคุยกับช่องมาแล้ว ทางนั้นมีบทจะให้เธอเล่น
“ดีแล้วค่ะ พี่รับงานไปเลยนะคะ บทไหนฉันก็เล่นทั้งนั้น”
หลิวหลิวอยากรู้ว่านี่เราจะไปไหนกันเห็นดาวนิลนั่งนิ่งไม่ตอบจึงตัดสินใจพาเธอไปที่ห้องพักของตัวเอง...
ดาวนิลมัวแต่วุ่นๆทำให้ลืมนัดกับทรงพลสนิทใจ เขานั่งรอเธออยู่ที่ร้านอาหารเป็นชั่วโมงแล้วแต่ไม่มีวี่แววว่าจะมาแถมไม่โทร.บอกกล่าวอีกต่างหาก ทรงวุฒิซึ่งยังแอบมองอยู่กับแม่นมน้อยชวนให้กลับกันได้แล้ว เบื่อจะรอแล้ว แม่นมน้อยไม่ยอมกลับ ในเมื่อทรงพลรอได้เราก็ต้องรอได้...
เมื่อมาถึงห้องพัก หลิวหลิวอดถามไม่ได้ว่าที่คุณนายติ๊ดพูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ดาวนิลเอาแต่ก้มหน้า อีกฝ่ายจึงเชื่อเต็มร้อยว่าเป็นเรื่องจริง บ่นอุบทำไมประวัติของเธอถึงได้เลวร้ายนัก ตนยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทุกอย่างกำลังจะดีอยู่แท้ๆ ดาวนิลเองก็ไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้นถ้าสามารถเลือกได้
“พี่ไม่ไหวแล้ว น้องนอนพักไปนะคะ คืนนี้พี่จะไปค้างบ้านเพื่อนให้มันหายเครียด โอ๊ย ชีวิตหลิวหลิวนี่มันแย่จริงๆเลย” ว่าแล้วหลิวหลิวออกจากห้อง ดาวนิลทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ดาวนิลเห็นเป็นเบอร์ของทรงพล ตัดสายทิ้งทั้งน้ำตา...
ด้านทรงพลเห็นดาวนิลไม่รับสายก็รู้ทันทีว่าเธอเบี้ยวนัด ยังไม่ทันจะขยับไปไหน แม่นมน้อยเข้ามายืนข้างๆถามว่ารอใครอยู่ เขาไม่อยากกินข้าวคนเดียว ถือโอกาสนี้ชวนท่านกินข้าวเป็นเพื่อนแทนที่ดาวนิล
ooooooo
ในเมื่อฟ้าประทานโอกาสมาให้แล้ว หลิวหลิวจึงตัดสินใจให้ดาวนิลเดินหน้าต่อ ทิ้งอดีตไปให้หมด
“ถ้าน้องอยากจะอยู่ในวงการนี้ น้องต้องสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ ปล่อยให้ดาวนิลคนเก่ามันตายไปค่ะน้อง ...น้องต้องกลายเป็นดาวนิลคนใหม่ที่ประวัติเลิศทุกอย่าง น้องไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเหรอคะ”
“ฉันต้องทำอย่างไรคะ”
“อันดับแรกเลยนะ เลิกเรียกตัวเองว่าฉัน ให้เรียกชื่อตัวเองแทน เข้าใจไหม”...
หลิวหลิวแต่งประวัติดาวนิลใหม่ระหว่างถูกผู้กำกับถามถึงเรื่องนี้ในที่ประชุมช่อง โดยแต่งเรื่องว่าเธอเป็นลูกกำพร้าพ่อแม่ตายหมด ย้ายไปอยู่กับอาที่เมืองนอกตั้งแต่เล็กๆ ส่วนที่กลับมาเมืองไทยเพราะอาเสียชีวิตต้องกลับมาจัดการทรัพย์สินที่เป็นชื่อของอาทางนี้ บังเอิญหลิวหลิวไปเจอเข้าก็เลยชวนเข้าวงการ
“ให้แน่ๆนะหลิวหลิว บทเรื่องนี้เกิดมาก ถ้ามีปัญหาทีหลัง...” ผู้กำกับพูดยังไม่ทันจบ หลิวหลิวชิงตัดบท
“รับรองว่าไม่มีค่ะ เราจะเปิดกล้องได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ดีคะ” หลิวหลิวยิ้มให้ผู้กำกับอย่างมั่นใจ...
ทางฝ่ายเทวัญแวะมาหาดาวนิลที่ร้านคุณติ๊ดพร้อมของฝากมาให้กลอง แต่ต้องผิดหวังที่ไม่เจอเธอ แถมคุณนายติ๊ดยังใส่ไฟว่าเธอหนีตามผู้ชายไปแล้ว เขางงไม่หายไม่เห็นเธอพูดอะไรตอนที่คุยกันวันก่อน
“มันคงไม่กล้าน่ะสิคะ คุณหมอจะไปห่วงอะไรมันมากมายคะ มันออกจากร้านไปติ๊ดงี้แทบจะอยากทำบุญร้านล้างซวย ถ้าไม่ติดว่าคุณหมอเป็นคนฝากมาทำงาน ติ๊ดคงไล่มันออกไปนานแล้วล่ะค่ะ”...










