ตอนที่ 5
ดาวนิลแนะให้โทร.ไปถามทางนั้นหน่อยก็ดี เขาจะได้เห็นว่าเราใส่ใจ หลิวหลิวสวนทันทีว่าไม่มีใครทำอย่างนั้น แล้วขอตัวก่อน ตนต้องเข้าประชุม ดาวนิลขอร้องว่าถ้ามีงานอีกอย่างลืมเรียกใช้เธอ
“ถ้ามีพี่จะเป็นฝ่ายโทร.ไปบอกเองค่ะ แค่นี้นะคะ”...
ดูเหมือนเทพแห่งโชคจะเข้าข้างดาวนิล แพมมี่ โทร.มาขอถอนตัวจากละครเมื่อเช้านี้ โดยให้เหตุผลว่าละครเรื่องนี้ให้เธอเป็นแขกรับเชิญเล่นแค่ตอนเดียว เธอก็เลยไม่เล่น กองละครป่วนไปหมดต้องเรียกประชุมด่วน ผู้จัดละครโวยวายให้หลิวหลิวรับผิดชอบ จะต้องหาคนมาเล่นแทนแพมมี่ หลิวหลิวนึกไม่ออกเพราะกะทันหัน จะไปหาดาราดังๆตอนนี้ ใครจะมีคิวให้ สุดท้ายก็นึกถึงดาวนิลขึ้นมาได้ รีบโทร.หา
“พี่หลิวหลิวมีงานแสดงละครจะมาเสนอน้องค่ะ แต่เป็นแค่ดารารับเชิญนะคะ ออกตอนเดียวสนใจไหม”
“สนใจค่ะ แล้วค่าตัวจะได้มากกว่าคราวทีแล้วไหมคะ หนูต้องลางานไป”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องนั้นพี่จัดการเอง งั้นแค่นี้ก่อน นะคะ” หลิวหลิววางสายแล้วหันไปยิ้มให้ผู้จัดละคร
แจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อย ผู้จัดละครเห็นรูปดาวนิลที่ถ่ายวันเดินแฟชั่นโชว์ชมว่าสวยแบบไทยแต่ดูทันสมัยซึ่ง
หาได้ยากมาก ถามว่าไปได้มาจากไหน หลิวหลิวฉีกยิ้ม คุยอวดว่าตัวเองตาเหยี่ยวขนาดนี้จะพลาดได้อย่างไร...
ดาวนิลดีใจที่จะได้เล่นละคร รีบโทร.ไปเล่าให้ช่อเอื้องฟัง เธอดีใจไปกับพี่สาวด้วยที่ได้ทำงานที่ชอบ มีเสียงกลองร้องดังเข้ามาในสาย ดาวนิลขอคุยกับแกหน่อย ช่อเอื้องยื่นมือถือเข้าไปใกล้ๆเด็กน้อยบอกให้ทักทายดาวนิล กลองส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนทักทาย ดาวนิลถึงกับน้ำตาซึม ไม่ได้มีแค่ช่อเอื้องเท่านั้นที่ดาวนิลอยากให้รู้ถึงข่าวดีนี้ เธอยังโทร.หาเทวัญอีกด้วยแต่เขาติดคนไข้อยู่ พยาบาลรับสายเสร็จเข้าไปแจ้งเขาว่าเธอโทร.หา
เทวัญวานให้พยาบาลโทร.กลับไปบอกดาวนิลทีว่าทุ่มตรงเขาจะรับไปกินข้าวด้วย...
ทางด้านกล้วยกับอ้อยเปิดดูหนังสือดาราหาจนตาแฉะไม่พบรูปหรือประวัติดาวนิล ตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจจะไม่ใช่คนในวงการ ทรงวุฒิซึ่งรู้เท่าทันความต้องการของแม่นมน้อยจึงไปสืบเรื่องดาวนิลมาให้ รู้แค่ว่า ทรงพลไปเจอเธอที่งานเดินแบบก็เลยติดต่อให้มาถ่ายแบบให้สปาของเรา ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือทรงพลลงทุนไปดูวันที่เธอถ่ายแบบ แม่นมน้อยพึมพำถ้าเป็นแบบนี้คงต้องระวังเอาไว้หน่อย ทรงวุฒิกระเซ้าทันที
“นี่เรดาร์สแกนว่าที่พี่สะใภ้ผมเริ่มทำงานอีกแล้วใช่ไหมครับ”
ooooooo
ทรงพลถูกใจดาวนิลมากอยากเจออีก รอจนใกล้เลิกงานจึงสั่งให้เลขาฯโทร.หาหลิวหลิวเพื่อขอเบอร์โทร.ดาวนิล อ้างจะนัดให้ไปดูรูปที่ถ่ายไป หลิวหลิว ท้วงทำไมต้องนัดไปดู ทางนั้นจะเอารูปไหนไปใช้
ก็เชิญได้เลยทางเราไม่เรื่องมาก เลขาฯยืนยันจะขอเบอร์ติดต่อเธอให้ได้ หลิวหลิวขอถามดาวนิลก่อนแล้วจะโทร.กลับไป
จากนั้นไม่นาน หลิวหลิวแวะมาถามดาวนิลเรื่องนี้ถึงร้านตัดเสื้อ เธอกลับบอกว่าให้เบอร์ของเธอไปได้เลย เธอจะได้เป็นคนปฏิเสธเขาเอง เขาจะได้ไม่ตื๊ออีก
“งั้นเหรอ ก็ได้ งั้นเดี๋ยวพี่โทร.ไปบอกเขาก่อนนะ พี่ไปล่ะต้องแวะไปนวดสักหน่อย เมื่อยมาก” พูดจบหลิวหลิวออกจากร้าน ดาวนิลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดีใจที่เขาอยากเจอเธอเช่นกัน เป็นจังหวะเดียวกับผึ้งถือเสื้อลูกค้าเข้ามาเห็นเธอก็แดกดันว่าทำงานหนักจนเป็นบ้าไปแล้วหรือ ถึงยิ้มอยู่คนเดียว
“ลูกค้าให้มาแก้ตรงเอว ทำดีๆล่ะ ชุดนี้แพงนะแก” ผึ้งมองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน กระซิบว่าวันนี้ตนจะรีบออกไปดูหนัง ให้ดาวนิลปิดร้านให้ด้วย ตนจะกลับดึกหน่อย อย่าปากมากไปบอกคุณนายก็แล้วกัน จากนั้นเดินอย่างสบายอารมณ์ออกไป ไม่กี่อึดใจต่อมา ทรงพลโทร.มาหา ดาวนิลตื่นเต้นมากแต่ต้องเก็บอาการไว้ ถามว่า มีธุระอะไรหรือเปล่าถึงโทร.มา
“เออ...คือเราทำภาพเสร็จแล้วนะครับ ผมเลยจะโทร.มาถามว่าคุณอยากตรวจดูก่อนทางเราจะเอาไปใช้หรือเปล่า” ทรงพลพูดจบก็เขินเองเพราะข้ออ้างดูจะฟังไม่ขึ้นนัก ดาวนิลไม่ขัดข้องเขาจะใช้ภาพไหนเชิญได้เลย
“แต่ว่าถ้าอยากให้เข้าไปดู ดิฉันก็ยินดีค่ะ เพราะเป็นงานแรกก็อยากแน่ใจว่าจะออกมาดี”
“งั้นคุณสะดวกเย็นนี้เลยไหมครับ”
ดาวนิลไม่ขัดข้อง อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่สปาของทรงพล แล้ววางสายมือยังสั่นไม่หาย ตื่นเต้นดีใจที่จะได้เจอเขาตัวต่อตัว แล้วนึกขึ้นได้ว่าจะเอาชุดที่ไหนใส่ไปหาเขา ก่อนจะมองไปที่ชุดลูกค้าซึ่งแขวนอยู่...
ทางฝ่ายเทวัญตรวจคนไข้เสร็จพอดีตอนที่พยาบาลเข้ามาบอกว่าเมื่อครู่นี้ดาวนิลโทร.มายกเลิกนัด เนื่องจากมีธุระด่วน ฝากขอโทษเขาด้วยแล้วจะนัดมาใหม่อีกครั้ง เทวัญพยักหน้ารับคำสีหน้าผิดหวัง...
ในเวลาต่อมา ดาวนิลในชุดหรูดูดีของลูกค้าที่ร้านมาพบทรงพลที่สปาตามนัด ใช้เวลาดูภาพที่ติดโชว์หน้าทางเข้าสปาไม่ถึงห้านาทีก็เสร็จเรียบร้อย เธอเห็นเขานิ่งเงียบไปก็เลยขอตัวกลับ เขาร้องห้ามเสียงหลง ยังไม่ทันจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันเลยจะกลับแล้วหรือ เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อดาวนิล
“ดาวนิล ชื่อแปลกดีนะครับ ผมทรงพลนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก...ถ้าคุณดาวนิลไม่รีบไปไหน ผมขอเชิญกินอาหารเย็นที่โรงแรมได้ไหมครับ คือวันนี้เชฟจะลองทำอาหารเมนูใหม่มาให้ชิมน่ะครับ ให้กินคนเดียวดูเหงาๆอย่างไรก็ไม่รู้” ทรงพลมองดาวนิลอย่างรอคำตอบ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอทำเป็นลังเลทั้งที่อยากกินอาหารร่วมโต๊ะกับเขาใจแทบขาด ก่อนจะตอบตกลง...
ระหว่างที่ดาวนิลกินอาหารหรูในโรงแรม คำปันกับช่อเอื้องกินมื้อเย็นอย่างกระเบียดกระเสียรมีเพียงน้ำพริกกับผักต้ม หวังจะช่วยดาวนิลประหยัดเงินที่อุตส่าห์หามาให้พวกตนใช้อย่างยากลำบาก
ooooooo
ขณะทรงพลกำลังกินดินเนอร์หรูอย่างมีความสุข อยู่กับดาวนิลในห้องอาหารของโรงแรม ทรงวุฒิเข้ามาทักทาย พร้อมกับแนะนำตัวเองให้กับคู่นัดของพี่ชายรู้จักว่าเป็นน้องของทรงพลชื่อทรงวุฒิ ทรงพลหนีไม่ออกจำต้องแนะนำน้องชายให้รู้จักกับดาวนิลพรีเซ็นเตอร์สปาของเรา
ทรงวุฒิสบช่องถามเผื่อแม่นมน้อยด้วยว่าไปรู้จักกับทรงพลตอนไหนหรือเรียนที่อเมริกาด้วยกัน ระหว่างที่ดาวนิลยังคิดหาคำตอบ มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้นราวกับระฆังช่วยชีวิตเอาไว้ เธอจะรับสายแต่นึกขึ้นได้ว่ามือถือของตัวเองเป็นรุ่นราคาถูกจึงขอตัวไปรับสายข้างนอก ปรากฏว่าเป็นผึ้งโทร.มา เพิ่งกลับจากไปข้างนอกแต่เข้าร้านไม่ได้ ไม่ได้เอากุญแจติดไป สั่งให้ดาวนิลมาเปิดประตูให้เพราะคิดว่าอยู่ในร้าน เธอถึงกับตาเหลือก
“ฉัน...กำลังอาบน้ำอยู่ แชมพูเต็มผมเลย รอเดี๋ยวนะ” ดาวนิลวางสายแล้วเดินลิ่วออกไปเรียกแท็กซี่ โดยไม่ลืมโทร.บอกทรงพลว่ามีธุระด่วนขอตัวกลับก่อน ขอโทษด้วยที่ออกมากลางคัน เขาอาสาจะไปส่ง แต่เธอไม่ยอมอ้างว่าขึ้นรถแท็กซี่แล้ว จากนั้นก็วางสาย ทรงพลวิ่งตามออกมาหน้าโรงแรมแต่คลาดกัน ทรงวุฒิที่ตามมาด้านหลังไม่วายกระเซ้าโชคไม่ดีเธอไม่ได้ทิ้งรองเท้าแก้วไว้เสียด้วย ทรงพลหันขวับ
“เพราะแกแน่ๆเลยเจ้าวุฒิ ไปซักเขาแบบนั้นเขาก็คงไม่สบายใจ เลยหาเรื่องกลับ”
“อ้าว ซวยเลย” ทรงวุฒิบ่นอุบ ทรงพลนึกเสียดายที่ได้อยู่กับดาวนิลแค่ช่วงเวลาสั้นๆ...
หลังจากขอร้องให้แท็กซี่สวมวิญญาณตีนผี ในที่สุดดาวนิลก็มาถึงร้านได้ทันเวลา แอบย่องเข้าทางประตูหลังร้าน รีบถอดชุดของลูกค้าออกกองหลบๆไว้ เอาชุดอยู่บ้านมาสวมมีผ้าขนหนูพันผมให้เหมือนเพิ่งสระผมใหม่ๆ วิ่งมาเปิดประตูหน้าร้านโดยไม่ยอมเปิดไฟ ผึ้งบ่นอุบทำไมถึงช้านัก แล้วมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณา
“นี่แกเพิ่งอาบน้ำเสร็จเหรอ ทำไมแกเหมือนแต่งหน้าเลยล่ะ”
ดาวนิลปฏิเสธว่าเปล่า ผึ้งโวยลั่นเห็นอยู่ว่าแต่งจะยังปฏิเสธอีก คุณนายไม่อยู่เอาแต่แต่งตัวแบบนี้ตนจะไปฟ้องให้ท่านเล่นงาน แล้วถามว่าชุดลูกค้าเสร็จหรือยัง พรุ่งนี้เช้าต้องเสร็จไม่อย่างนั้นศพไม่สวยแน่
“ไม่อยู่หน่อย อู้งานดีนักนะแก” บ่นเสร็จ ผึ้งเดินขึ้นข้างบน ดาวนิลถอนใจโล่งอกที่รอดตัวไปได้...
ทรงวุฒิแสบได้โล่แอบโทร.ฟ้องแม่นมน้อยว่าทรงพลพาผู้หญิงไปกินข้าวสองต่อสองที่โรงแรม กล้วยกับอ้อยที่นั่งดูทีวีอยู่ใกล้ๆถึงกับหูผึ่ง รีบปิดทีวีเพื่อที่จะได้ยินเสียงการสนทนา ก็เลยโดนท่านเล่นงานระบายอารมณ์ที่ทรงพลจะมีแฟนใหม่ ในเวลาต่อมา ทรงพลเดินยิ้มกลับเข้าบ้าน แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเจอแม่นมน้อยรอท่าอยู่ ถามว่ามีอะไรดีหรือถึงเดินยิ้มแบบนั้น ทรงพลส่งกระเป๋ากับเสื้อสูทให้กล้วยกับอ้อย
“ไม่มีนี่ครับ ทำไมวันนี้นมนอนดึกจัง เอ๊ะ หรือว่ามีใครมาบอกอะไร”
แม่นมน้อยย้อนถามแล้วเขามีอะไรให้ใครมาบอกหรือเปล่า ทรงพลหัวเราะกลบเกลื่อน ไว้มีเมื่อไหร่จะรีบบอกท่านคนแรก แล้วหอมแก้มท่านอย่างเอาใจก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป แม่นมน้อยรู้ทันทีว่าต้องมีอะไรแน่นอน สั่งให้กล้วยกับอ้อยเตรียมรับมือกับสาวคนใหม่ของเขา...
ทรงพลเข้าห้องปิดประตูเรียบร้อยรีบโทร.ถามดาวนิลว่ามีอะไรหรือเปล่า ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมเห็นรีบร้อนออกไป เธอขอบคุณที่เขาโทร.ถาม ทุกอย่างเรียบร้อยดี ต้องขอโทษด้วยที่หายออกมาแบบนั้น
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ดีซะอีกผมจะได้เจอคุณดาวนิลอีกรอบ วันนี้คุณยังไม่ทันได้ชิมของหวานเลยถ้าไม่กลับมาชิม เชฟผมคงเสียใจแย่”
ดาวนิลอ้างพักนี่ยุ่งๆคงไม่สะดวก ทรงพลไม่เร่งรัดอะไรไว้เธอว่างเมื่อไหร่ค่อยโทร.บอก เธอวางสายยิ้มอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่าขณะที่คุยสายกับเขา เทวัญพยายามโทร.หาเธอก็เลยโทร.ไม่ติด
ooooooo
ช่อเอื้องได้ยินพ่อบ่นว่าตาเบลอๆ ตัดสินใจจะพาไปให้หมอตรวจ เอากลองไปฝากเลี้ยงไว้เสร็จสรรพกลับมาจูงพ่อออกจากบ้าน คำปันบ่นอุบไม่เห็นจะต้องวุ่นวายไปหาหมอ คนแก่ก็ตาฝ้าฟางเป็นเรื่องธรรมดา เธอต้องขอร้องไปตรวจให้สบายใจไม่เห็นจะเป็นอะไร
“เออ วันนี้พี่ดาวนิลเขาบอกว่าจะไปแสดงอะไรนะ”
“พี่เขาไม่ได้บอก บอกแค่ว่าเป็นงานแสดง พ่ออยากโทร.คุยกับพี่เขาหน่อยไหมล่ะ”
คำปันเกรงจะเป็นการรบกวนลูกจึงปฏิเสธทั้งที่อยากโทร.หาใจแทบขาด ช่อเอื้องรู้ทัน จัดการต่อสายให้ดาวนิลซึ่งอยู่ในชุดไทยโบราณแบบเจ้านายกำลังให้ช่างทำผมให้เตรียมจะเข้าฉาก ได้ยินเสียงเรียกเข้ามือถือก็รีบรับสาย คำปันโทร.มาอวยพรให้การแสดงของเธอราบรื่น พรจากพ่อทำให้ดาวนิลมีกำลังใจเต็มเปี่ยม จังหวะนั้นทีมงานเข้ามาตามตัวเธอไปเข้าฉาก ดาวนิลขอตัววางสายก่อน เสร็จงานแล้วจะโทร.กลับไปหา คำปันรับคำส่งมือถือคืนให้ช่อเอื้องซึ่งบ่นอุบยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าพ่อตาเบลอๆกำลังจะพาไปหาหมอ
“ดีแล้วที่ไม่บอก พี่เขาจะได้มีสมาธิแสดง เราน่ะมีอะไรก็ชอบไปเล่าให้พี่เขาฟัง พี่เขาไปทำงานหาเงินที่กรุงเทพฯก็ลำบากพอแล้ว อย่าให้เขาต้องมากังวลกับเรื่องทางนี้”...
กองละครมาตั้งกองถ่ายทำกันกลางป่า เนื่องจากเป็นฉากที่ดาวนิลในเรื่องถูกพวกทหารทรยศไล่ล่ามาตามทางในป่าพร้อมกับห่อผ้าใส่สมบัติ เธอต้องวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานแต่สุดท้ายก็หนีไม่รอด พวกทหารตามมาทัน ไม่ได้จะแย่งแค่ห่อผ้าใส่สมบัติ แต่ต้องการสร้อยคอที่เธอสวมอยู่ด้วย
ดาวนิลตีบทแตกกระจุยทั้งที่เพิ่งเล่นละครเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังไม่เรื่องมาก สแตนด์อินไม่มี เธอก็ยอมเล่นเอง แม้เป็นฉากที่เธอต้องตกลงไปในบ่อน้ำซึ่งดำปิ๊ดปี๋ ทำให้ได้ใจทั้งผู้กำกับและทีมงานไปเต็มๆ...
หลังอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย หลิวหลิวขอร้องดาวนิลทีหน้าทีหลังไม่ต้องทุ่มเทขนาดนี้ก็ได้จ่ายสามร้อยเล่นไปสามล้าน ทั้งกระโดดบ่อ วิ่งล้มลุก คลุกคลานแบบนั้นเขียวไปทั้งตัวแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พ่อเคยสอนฉันว่าเวลาแสดงเราต้องทำให้เต็มที่”
“แต่นี่มันวงการมายานะคะน้อง เราเกิดมาสวยเราเป็นดารา เราจะต้องสบาย” หลิวหลิวพูดไม่ทันขาดคำ ผู้กำกับเข้ามาแจ้งว่ามีละครเรื่องใหม่กำลังจะเปิดกล้อง หาตัวนางรองกันอยู่ ดาวนิลสนใจหรือเปล่า หลิวหลิวยังไม่ทันจะพูดอะไร ดาวนิลชิงบอกว่าสนใจ หลิวหลิวรีบพูดแทรกว่าต้องขอดูบทก่อน
“งั้นเดี๋ยวจะให้ทีมงานติดต่อไปแล้วกัน”...
ดาวนิลเนื้อเต้นอยากเล่นละครเรื่องใหม่เรื่องนี้ แต่หลิวหลิวกลับไม่เห็นด้วย ในเมื่อเราเปิดตัวดีแล้ว ถึงเป็นแค่ดารารับเชิญแต่ก็เด่นมากแล้ว เรื่องอะไรจะไปรับเล่นบทรอง ดาวนิลตื๊อสุดชีวิตจะขอเล่นให้ได้ หลิวหลิวไม่อยากขัด หากอยากเล่นตนจะไปดูบทให้แต่ค่าตัวต้องเป็นเหมือนเดิม 60 : 40 แม้จะรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ แต่ด้วยความที่อยากเล่นละครมากทำให้ดาวนิลยอมทำทุกอย่าง...
ที่เชียงใหม่ หมอตรวจดวงตาของคำปันแล้ว ยืนยันว่าจำเป็นต้องผ่าตัด ปล่อยไว้นานไม่น่าจะดี ในเมื่อใช้สิทธิ 30 บาทได้ก็น่าจะรีบผ่าจะได้เห็นดีขึ้น คำปันขอรออีกหน่อยหนึ่งก่อน อยากให้ลูกสาวคนโตกลับมาจากกรุงเทพฯก่อน หมอไม่ขัดข้องถ้ารอไม่นาน ไว้ลูกสาวของคำปันกลับมาเมื่อไหร่ให้รีบบอกหมอด้วย...
เมื่อได้อยู่กันตามลำพังพ่อลูก ช่อเอื้องแนะให้พ่อโทร.บอกดาวนิลจะได้รีบกลับมาบ้าน คำปันไม่ต้องการให้เธอต้องมากังวลกับเรื่องของตนเดี๋ยวจะไม่เป็นอันทำงาน อีกอย่างสายตาของตนก็แค่มัวนิดหน่อยไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ช่อเอื้องไม่เข้าใจ ถ้าอย่างนั้นทำไมพ่อต้องรอให้พี่ดาวนิลกลับมาด้วย
“ถ้าพ่อต้องอยู่โรงพยาบาล แกกับกลองจะอยู่กันที่นี่ยังไงสองคน ไหนจะค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก เอาน่า พ่อไม่เป็นไรหรอก รอให้พี่เขากลับมาดีแล้ว”
จังหวะนั้นดาวนิลโทร.เข้ามือถือพอดี บอกว่าทำงานเสร็จแล้ว ผู้กำกับชอบที่เธอแสดงมากจึงเสนองานให้อีกงานหนึ่ง ทำให้เธออาจจะต้องกลับบ้านช้ากว่ากำหนดแต่ก็จะได้เงินมากขึ้นและอาจจะมากพอให้พ่อได้ตั้งคณะใหม่ คำปันบอกให้เธอทำงานไปได้เลยไม่ต้องห่วงทางนี้ ทุกคนอยู่ได้สบายดี แล้วถามว่าชอบงานใหม่ชิ้นนี้ไหม ดาวนิลชอบมาก รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้ทำงานนี้
“ยังไงฉันจะโทร.หาพ่อกับช่อเอื้องบ่อยๆนะ งั้นแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ”
“โชคดีนะลูก ดูแลตัวเองดีๆล่ะ” คำปันวางสายแล้วหันมาเห็นสายตาของช่อเอื้องที่จ้องอยู่ รีบตัดบท “พี่เขาทำงานต่ออีกแป๊บเดียวเดี๋ยวเขาก็กลับ พ่อรอได้แข็งแรงจะตาย ไม่เป็นไรหรอกน่า”










