ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ต้นรักริมรั้ว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เสียงไซเรนรถพยาบาลดังขอทางมาบนถนนที่จอแจ รถบนท้องถนนพากันหลีกทางให้อย่างยากลำบาก

    เมื่อไปถึงโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลเอาเตียงมารับคนป่วยคือคุณย่ายอแสงเข็นเข้าไปยังห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน

    รถของยศภัทร ลูกชายคนเดียวของคุณย่ายอแสงเข้ามาจอด แล้วยศภัทร กมลาลูกสะใภ้ และนันทิดากับชลัช เพื่อนบ้านที่สนิทสนมประดุจญาติ พากันตามเข้าไปที่ห้องฉุกเฉินอย่างเร่งรีบเคร่งเครียด

    “เดี๋ยวก่อนคุณ” คุณย่ายอแสงบอกบุรุษพยาบาลที่กำลังจะเข็นเตียงเข้าห้องฉุกเฉิน แล้วกวักมือเรียก “ตายศ คุณชลัช ตากบ หนูบัวมาหรือยัง” คุณย่าถามถึงกษิดิฐหรือกบ และนลินหรือบัว หลานชายและลูกสาวเพื่อนบ้าน ก็พอดีทั้งสองมาถึง ถลาเข้าไปหาคุณย่า

    “คุณย่าเป็นยังไงบ้างคะ?”

    “คุณย่าต้องไม่กลัวนะครับ คุณย่าแข็งแรงบึกบึน ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”

    “ตากบ...หนูบัว...ย่ามีเรื่องจะขอ...” นลินบอกว่าคุณย่าอยากได้อะไรบอกมาเลย คุณย่าจับมือทั้งสองมาประสานกัน “ย่าอยากให้บัวกับกบแต่งงานกัน”

    บ้านของกษิดิฐชื่อว่า “บ้านต้นรัก” ส่วนบ้านของนลินหรือบัว ชื่อว่า “บ้านชมบัว” สองบ้านมีรั้วติดกัน แม้ไม่ใช่ญาติก็สนิทกันเหมือนญาติ จนคุณย่าขอให้สองบ้านดองกันก่อนท่านจากไป

    นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน...

    ooooooo

    น่าแปลก...คืนนี้นลินนอนฝันถึงคุณย่า ตื่นเช้าจึงใส่บาตรกับคุณแม่คือนันทิดาและคุณพ่อคือชลัช

    “ใส่บาตรให้คุณย่าแล้วสบายใจจัง...แปลกนะคะ คุณย่าเสียไปสามปี บัวไม่เคยฝันถึงคุณย่าเลย เพิ่งจะมาฝันเมื่อคืนนี้เอง” นลินปรารภอย่างไม่สบายใจนัก

    นันทิดาบอกว่าคุณย่าอาจจะอยากบอกอะไรลูกหรือเปล่า นลินติงว่าถ้าจะบอกก็น่าจะฝันเรื่องอื่น ไม่ใช่ฝันตอนที่คุณย่าขอให้บัวกับ...กบแต่งงานกัน

    “คุณย่าอาจจะอยากให้บัวกับกบกลับมาแต่งงานกันอีกไงลูก” นันทิดาเชื่อเช่นนั้น

    “หยุดพูดเถอะคุณ” ชลัชขัดเสียงขุ่น “เรื่องนั้นมัน จบไปตั้งสามปีแล้ว ป่านนี้นายกบคงจะมีเมียมีลูกอยู่ที่อเมริกาแล้วมั้ง”

    “แต่ดาเชื่อว่า คุณป้ายอแสงท่านคงเห็นอะไรของสองคนนี้ถึงได้บอกว่ากบกับบัวเกิดมาคู่กัน!”

    “แม่คะ...การแต่งงานครั้งนั้น บัวยอมเพราะความจำเป็น แต่ถ้าจะให้บัวแต่งงานกับกบอีก บัวคงไม่แต่งแล้วล่ะค่ะ เพราะมันคงไม่มีความจำเป็นอะไรที่ทำให้บัวต้องแต่งงานกับกบอีก” พูดแล้วดูนาฬิกา “อุ๊ย...หกโมงครึ่งแล้ว บัวไปทำงานก่อนนะคะ ต้องไปรับยัยมิ้นต์ด้วย” พูดพลางรีบเดินเข้าบ้านไปหยิบของเพื่อไปทำงาน นันทิดามองตามลูกสาวพูดยิ้มๆ

    “ยายบัวเอ๊ย...อย่าดูถูกเรื่องโชคชะตานะ อะไรที่เราไม่คิดว่ามันจะเกิด มันก็อาจเกิดขึ้น คนที่เราคิดว่าใช่ มันอาจจะไม่ใช่ แต่คนที่เราคิดว่าไม่ใช่ โชคชะตาอาจจะกำหนดว่าเป็นคนที่ใช่ก็ได้นะ”

    นันทิดาพูดอย่างเชื่อและมั่นใจว่า นลินกับกษิดิฐจะต้องกลับมาเจอกันอีก

    ooooooo

    นลินไปรับมัญจาหรือมิ้นต์เพื่อนรักที่ต้องไป คุยกับลูกค้า ระหว่างนั่งรถไป นลินมือหนึ่งจับพวงมาลัยรถ อีกมือถือไอแพดดูสตอรี่บอร์ดงานโฆษณา ส่วนมัญจาก็ฟังเพลง “หากันเจอ” จากวิทยุในรถอย่างอินกับเนื้อเพลง

    นลินเอื้อมมือมาปิดวิทยุในรถ บอกเพื่อนรักว่าที่รับมาเพื่อไปคุยงานกัน ไม่ใช่ให้มาฟังเพลงรัก มัญจาถามเชิงบ่นว่างานชิ้นนี้เราส่งให้ลูกค้าไปแล้วจะมาคุยอะไรกันอีก นลินพยายามบอกเพื่อนว่าไปดูเผื่อมีอะไรเพิ่มเติมให้ลูกค้า ไม่ใช่ทำงานเสร็จแล้วก็เสร็จเลย...

    นลินทำท่าจะร่ายยาวประสาคนพิถีพิถันการทำงาน แต่ถูกมัญจาขัดขึ้นก่อนว่า

    “ทุกอย่างของเธอต้องสมบูรณ์แบบ...ฉันได้ยินเธอพูดคำนี้กรอกหูมาตั้งแต่เรียนมัธยมจนจบมาทำงาน ไม่เบื่อบ้างรึไงฉันว่าเธอควรรีแลกซ์กับชีวิตบ้างนะ อายุก็จะสามสิบแล้ว ระวังเถอะ เอาแต่ทำงานทั้งปี เงยหน้าอีกที...ว้าย! ขึ้นคาน...” มัญจาพูดเพลินพอนึกได้ก็รีบแก้ “อุ๊ย...ลืมไปว่าเธอแต่งงานแล้ว ไม่เรียกว่าขึ้นคาน”

    นลินเหนื่อยใจกับเพื่อนคนนี้ เธอย้ำอีกทีอย่างขึงขังว่า เรื่องของตนกับกบจบไปแล้ว ตอนนี้นายกบก็อยู่อเมริกา เราไม่มีทางได้เจอกันอีก!

    “ใครจะไปรู้ โชคชะตาอาจจะเล่นตลกก็ได้ ไม่แน่นะบัว...นายกบอาจจะกลับมาแล้วแต่เธอไม่รู้ก็ได้”

    พูดแล้วมองไปนอกหน้าต่างรถเห็นมีเหตุการณ์อะไรอยู่ เลยพูดไปเรื่อยเปื่อยแต่ถูกเผงว่า “ดีไม่ดี นายกบอาจจะเป็นคนที่มีเรื่องกับแท็กซี่ตรงนั้นก็ได้”

    มัญจาชี้ให้ดูแท็กซี่ที่จอดอยู่ข้างทาง มีคนมุงดูคนขับแท็กซี่ที่กำลังเถียงกับผู้โดยสารคนหนึ่งอยู่

    ผู้โดยสารคนนั้นคือกษิดิฐจริงๆ! เขากลับมาโดยไม่บอกทางบ้านหมายเซอร์ไพรส์ จ้างแท็กซี่จากสนามบินกลับบ้านที่นนทบุรีถูกแท็กซี่พาอ้อมไปถึงสาทร เขาโมโหลงจากรถและจะไม่ยอมจ่ายค่าโดยสารเพราะถูกโกง บอกให้แท็กซี่เอาบัตรประจำตัวมาตนจะโทร.ไปร้องทุกข์

    แต่ในที่สุดกษิดิฐก็ให้เงินคนขับแท็กซี่ไปสองพันเกินกว่าราคาตามมิเตอร์เสียอีก เพราะเห็นรูปลูกของแท็กซี่ที่หล่นลงมาขณะยื้อแย่งบัตรประชาชนกัน เป็นรูปเด็กสองคน คนหนึ่งเพิ่งสองขวบยืนอยู่กับอีกคนที่พิการ ให้เงินแล้วบอกแท็กซี่ว่า

    “เก็บเงินไว้พาน้องไปหาหมอนะลุง แล้ววันหลังอย่าโกงมิเตอร์อีก”

    ให้เงินแท็กซี่ไปจนหมด ไม่รู้จะกลับบ้านได้อย่างไร จึงขอยืมมือถือของแท็กซี่โทร.กลับไปหากมลาคุณแม่เขาที่บ้านเล่าเหตุการณ์ให้ฟังแล้วขอให้พ่อมารับหน่อย ตอนนี้อยู่ที่สาทร

    กมลาหันบอกยศภัทรที่กำลังถ่ายรูปของกินอวดคนบนเฟซบุ๊กอยู่ พอรู้ว่ากษิดิฐอยู่สาทรก็ร้องโอ๊ยบอกว่าไกลเกินให้กลับมาเองก็แล้วกัน พอกมลาหว่านล้อมก็แนะนำว่า

    “ให้ไอ้กบไปยืมเงินหนูบัวสิ ออฟฟิศหนูบัวอยู่แถวนั้นนี่”

    “เออจริงด้วย...แหม...แท็กซี่นี่ก็ช่างพาอ้อมไปที่นั่นนะ อยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานหนูบัวเลย สงสัยคุณย่าจะดลใจอยากให้กบไปเจอหนูบัวอีก” แล้วกมลาก็บอกกษิดิฐตามที่ยศภัทรแนะนำ

    กษิดิฐถามอย่างตื่นเต้นว่าออฟฟิศคุณนายบัวอยู่แถวนี้หรือ พูดติดตลกว่า

    “ดีเหมือนกัน ไปเยี่ยมอดีตภรรยาซะหน่อยดีกว่า แล้วคุณนายบัวทำงานที่ตึกชื่ออะไรครับแม่” ถามพลางมองหา

    ooooooo

    อาคาร “ภัทรแอดเวอร์ไทซิ่ง” คือที่ทำงานของนลิน เธอกับมัญจามาถึงแล้ว ระหว่างแวะซื้อกาแฟ มัญจาโทร.คุยกับแฟนเด็กดี๊ด๊าหน้าบาน

    “การมีแฟนเด็กต้องทำตัวแบ๊วอย่างนั้นด้วยเหรอ?”  นลินอดแขวะไม่ได้ มัญจาเลยเสนอให้ลองดูไหมจะหาให้สักคน “ฉันไม่ชอบเด็ก เธอหยุดเรื่องความรักกับฉันเลย ตอนนี้ชีวิตฉันมีแต่เรื่องงาน”

    แต่มัญจายังชวนไม่เลิก นลินตัดบทเซ็งๆ ว่า

    “นี่มิ้นต์ ถ้าฉันจะมีใครสักคน เขาต้องเป็นผู้ใหญ่ ดูดี  มีความคิด หน้าที่การงานมั่นคง พูดเพราะ อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น ใช้เวลาว่างกับการดื่มกาแฟ อ่านหนังสือธุรกิจ และที่สำคัญ เขาชอบซื้อกุหลาบบอกรักฉันทุกวัน”

    “สมบูรณ์แบบขนาดนั้น  ก้มดูงานเธอต่อไปเถอะ ชาตินี้คงหาไม่เจอ” มัญจาหมดอารมณ์  นลินเลยแหย่บ้างว่า

    “ไม่แน่นะ...วันนี้โชคชะตาอาจเล่นตลกส่งเขามาหยิบกาแฟแก้วเดียวกับฉันก็ได้”

    พอดีพนักงานชงกาแฟให้นลินกับมัญจาเสร็จเอามาวางที่เคาน์เตอร์ “ฮอตแกรนด์เด วานิลลาลาเต้ค่ะ”

    นลินเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟ ก็มีอีกมือหนึ่งเอื้อมมาหยิบแก้วเดียวกันพอดี!

    “คุณติณณ์” นลินมองอึ้ง ติณณ์ปล่อยมือจากแก้วกาแฟ บอกให้เธอเอาไปก่อน ต่างเกี่ยงให้อีกฝ่ายเอาก่อนก็พอดีพนักงานเอามาให้อีกแก้ว ติณณ์รับแก้วกาแฟ หันเอ่ยกับนลินว่า “แล้วเจอกันในออฟฟิศนะครับ” ก่อนเดินแยกไป

    ติณณ์เดินไป มือหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกมือถือหนังสือธุรกิจภาษาอังกฤษ  มัญจามองแล้วหันบอกเพื่อนรักว่า

    “คุณติณณ์ MD โสด พูดเพราะ สุภาพที่สุดในสามโลก แถมยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณอณุกา CEO ของ ภัทรแอดเวอร์ไทซิ่งอีกต่างหาก  อุ๊ย...ยังไม่หมด  แถมยังดื่มกาแฟและอ่านหนังสือธุรกิจอีก คุณสมบัติเป๊ะเลย นี่ถ้าคุณติณณ์ซื้อดอกกุหลาบให้เธอทุกวัน โอ้โห...สมบูรณ์แบบ”

    “เพ้อเจ้อ...” นลินทำหน้านิ่งกลบเกลื่อนความ รู้สึกลึกๆของตัวเอง ถือแก้วกาแฟเดินไปที่ลิฟต์ มัญจาเดินตามพูดอย่างติดลมเรื่องที่ติณณ์หยิบกาแฟแก้วเดียวกับนลิน เมื่อนลินบอกว่าตนไม่คิดอะไรกับติณณ์เลย มัญจาก็ยังแกล้งพูดยั่วว่า

    “เหรอออ...เอ๊ะ ฉันได้ข่าวว่าคุณอณุกาจะให้คุณติณณ์ไปดูงานที่บริษัทสาขาเกาหลีวันมะรืนนี้แล้วนี่  อย่างนี้เธอก็หมดหวังน่ะสิบัว”

    “ใครบอก ถ้าปีนี้ฉันได้เลื่อนตำแหน่ง  ฉันก็มีสิทธิ์ได้ไปทำงานที่สาขาเกาหลีเหมือนกัน” นลินเผลอ

    “นั่นไง...เธอยอมรับแล้ว ฮ่าๆๆ มิน่า ปีนี้เธอถึงตั้งใจทำงานกว่าปีอื่น เพราะเธอหวังจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วได้ไปทำงานที่สาขาเกาหลีกับคุณติณณ์นี่เอง”

    “ใครไปเกาหลีกับคุณติณณ์เหรอ?” ดารินทร์ เพื่อนรุ่นพี่โผล่มาถาม สองสาวเลยชะงักไม่อยากให้ความลับนี้แพร่งพรายไปกว่านี้

    ooooooo

    ขณะที่ทั้งสามเดินออกจากลิฟต์  ดารินทร์บอกว่าเรื่องปลื้มคุณติณณ์นั้นไม่ใช่เรื่องผิด ขนาดตนมีครอบครัวแล้วยังปลื้มเลย

    นลินตัดบทว่าเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วเพราะคนอย่างติณณ์ไม่สนใจตนหรอก

    “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะบัว บัวน่ะทั้งสวย ทั้งเก่ง บัวเห็นรางวัลในห้องทำงานของคุณอณุกาไหม นั่นน่ะ มาจากฝีมือบัวทั้งนั้น” ดารินทร์ลุ้นเต็มที่ นลินถอนใจย้อนถามอย่างติดค้างคาใจว่า

    “ถ้าบัวเก่งจริงๆ ทำไมบัวทำงานมาสามปี ถึงไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่งเลยล่ะคะ”

    “ในฐานะที่พี่เป็นพี่ใหญ่ ทำงานที่นี่มาห้าปี พี่ขอยืนยันว่าที่นี่ไม่ได้ใช้ความเก่งตัดสินว่าพนักงานคนไหนควรได้เลื่อนตำแหน่งหรอก แต่เขาใช้...”

    ดารินทร์ชักกึก เมื่อสารัชหนุ่มครีเอทีฟผู้มีฝีมือวิ่งออกมาบอกว่า

    “คุณบัว พี่รินทร์ คุณมิ้นต์...มีเรื่องแล้วครับ!”

    “เรื่อง” ที่ว่านี้คือ อณุกาสั่งไล่มนัญญาออกจากงานเพราะคิดว่ามนัญญาไปอ่อยคุณปราณสามีเด็กของตน!

    มนัญญายืนยันว่าตนถูกปราณจับก้น ปราณอยู่ในห้องนั้นด้วย ด่ามนัญญาว่าหลงตัวเอง อย่างตนหรือจะไปจับก้นเธอ

    อณุกาเจ้าของบริษัทวัย 40 ผู้มีรังสีอำมหิตแผ่กระจายจนบรรดาพนักงานหวั่นเกรงกันทั้งบริษัท เธอ หลงใหลปราณสามีวัย 30 ที่ทั้งหล่อและมีเสน่ห์ในการพูด ไม่เชื่อคำชี้แจงของมนัญญา สั่งไล่เธอออกจากงาน

    “หนูออกก็ได้ แต่หนูขอบอกไว้เลยนะว่า ถ้าคุณยังหลงสามีเด็กจนไม่มีความคิดอย่างนี้ วันนึงคุณจะเสียใจ!”

    ผลคือ ถูกอณุกาสั่ง รปภ.มาลากเธอโยนออกไปนอกบริษัท มนัญญาลุกขึ้นเดินกะเผลกๆทั้งด่าและแช่งอย่างเจ็บใจ

    “โอ๊ย...แกทำกับฉันเกินไปแล้วนะยัยอณุกา หลงผัวเด็กจนโงหัวไม่ขึ้น นังวัวแก่กินหญ้าอ่อน ขอให้บริษัทแกเจ๊ง!! ขอให้ภัทรแอดเวอร์ไทซิ่งล่มจม!!”

    กษิดิฐเดินมาถึงหน้าบริษัทพอดี เขามองสภาพของมนัญญาที่เดินร้องไห้พลางด่าแช่งบริษัท  แล้วหันมองป้ายชื่อตึก

    “นี่คุณนายบัวทำงานบริษัทนี้เหรอเนี่ย  แล้วคุณนายบัวจะโดนอย่างนี้ไหมเนี่ย”

    ที่แผนกครีเอทีฟ มัญจา นลิน และดารินทร์ ยังคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสยอง มัญจาเตือนนลินว่าเธออาจจะเป็นรายต่อไป  นลินถามว่าตนเกี่ยวอะไรด้วย

    “เกี่ยวอย่างยิ่งเลยล่ะบัว เพราะบัวคือผู้หญิงไร้คู่คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในบริษัทนี้” ดารินทร์พูดอย่างมีประสบการณ์ มัญจาฟันธงว่านลินคือเหยื่อรายต่อไปของคุณปราณ

    “ไปกันใหญ่แล้ว...มันเป็นไปไม่ได้หรอก” นลินพูดขำๆ

    เวลาเดียวกัน ที่ห้องทำงานของอณุกา เธอถามติณณ์ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องที่มาหาว่ามีธุระอะไรหรือ ติณณ์บอกว่าจะคุยเรื่องครีเอทีฟที่จะเลือกไปทำงานที่สาขาเกาหลี ถามว่าเธอตัดสินใจหรือยังว่าจะเลือกใคร

    “พี่ก็มองๆไว้สองสามคน  แต่ที่มีผลงานเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็น นลิน” ติณณ์แอบยิ้มบอกว่าตนก็คิดไว้เหมือนกัน อณุกาเปิดแฟ้มประวัติดู ฉุกคิดอะไรได้ “เอ๊ะ...นลินเขามีแฟนรึยังนะ”

    ติณณ์ชะงัก งงว่าทำไมอณุกาถึงถามคำถามนี้

    ooooooo

    สารัชที่ตามจีบนลินมา 3 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับความสนใจ  เสนอตัวขอเป็นแฟนกับนลินเพื่อความปลอดภัยของเธอ  นลินบอกว่าความโสดหรือไม่โสดมันไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลยกับการทำงาน

    “เกี่ยวสิ...พี่บอกแล้วไงว่าบริษัทนี้ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งพนักงานที่ความเก่ง  แต่พิจารณาที่ความโสดหรือไม่โสด” ดารินทร์พูดแล้วเหลียวซ้ายแลขวาลดเสียงลง “พี่ไม่ได้นินทาเจ้านายนะ แต่ใครๆก็รู้ว่าคุณอณุกาทั้งรักทั้งหลงคุณปราณขนาดไหน ดูกรณียัยนัญเป็นตัวอย่างสิ เห็นชัดเลยว่า ในสายตาคุณอณุกาน่ะ คุณปราณคือเทพบุตร พูดอะไรก็ถูกไปหมด  ตรงกันข้ามกับความจริงที่พวกเรารู้กันดีว่า คุณปราณคือหมาล่าเนื้อดีๆนี่เอง”

    “คิดมากไปรึเปล่าคะ ในบริษัทเราก็ยังมีพนักงานใหม่ที่ไม่มีแฟนเข้ามาทำงานเยอะแยะ” นลินติง

    ดารินทร์บุ้ยใบ้ให้ดูพนักงานใหม่ที่เข้ามา  แต่ละคนไม่อ้วนเป็นตุ่ม  ก็ดำเป็นเหนี่ยงหรือไม่ก็เป็นทอมบอย ย้ำว่า

    “นี่พี่จริงจังนะบัว ถ้าบัวยังไม่มีแฟน คุณปราณต้องพุ่งมายุ่งกับบัวแน่ๆ แล้วมันจะทำให้บัวพลาดโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งปีนี้” มัญจาก็เสริมว่าแล้วจะพลาดโอกาสไปทำงานที่สาขาเกาหลีกับติณณ์ด้วย

    นลินมองไปที่ห้องทำงานของติณณ์ นึกในใจว่าจะไม่ให้พลาดโอกาสเลื่อนตำแหน่งปีนี้เด็ดขาด เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ตนได้ทำงานใกล้ชิดติณณ์ ถามมัญจากับดารินทร์ว่า

    “นี่ทุกคนกำลังจะบอกให้บัวรีบหาแฟนอยู่ใช่ไหม?”

    “เยส!!” ทั้งสองตอบเป็นเสียงเดียวกัน

    ooooooo

    กษิดิฐต้องตามหานลินให้เจอเพราะไม่อย่างนั้นไม่มีค่ารถกลับบ้าน เขาเจอเธอมากับมัญจา ดารินทร์และสารัชที่หน้าลิฟต์ ความเป็นคนสนุกสนานเฮฮากอปรกับสนิทกับนลินเป็นอย่างดี เลยเข้าไปทัก

    “สวัสดีจ้ะเมียจ๋า...”

    นลินกับมัญจาอุทานอย่างคาดไม่ถึง ส่วนดารินทร์กับสารัชตะลึงอึ้งที่ชายคนนั้นเรียกนลินว่า “เมีย” กษิดิฐถูกนลินลากเข้าลิฟต์ไปทุบอั้กๆ พอเห็นนลินโกรธจริงๆ กษิดิฐก็เสียงอ่อยว่า แค่ล้อเล่น โกรธอย่างนี้ไม่เล่นแล้ว นลินจึงเลิกทุบ

    ดารินทร์กับสารัชคาดคั้นเอากับมัญจาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่ จนมัญจาต้องยอมบอกความจริงว่า สองคนนี้เคยแต่งงานกันมาก่อน ทั้งสองตะลึงไปอีกครั้ง

    ติณณ์มาเห็นบรรยากาศแปลกๆ ถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า

    เมื่อนลินรู้ว่ากษิดิฐดั้นด้นมาหาตนเพื่อขอค่ารถกลับบ้าน เลยควักให้ไปหนึ่งพันบาท พอดีมัญจามาบอกนลินว่าคุณติณณ์เรียกไปคุยที่ห้อง นลินชะงักดีใจจนรีบเดินไป กษิดิฐพึมพำอย่างไม่พอใจว่า

    “ท่าทางคุณติณณ์จะเป็นคนสำคัญมากนะเนี่ย บัวได้ยินชื่อปุ๊บไม่ลาเราสักคำชักอยากรู้แล้วสิว่า คุณ ติณณ์นี่เป็นใคร”

    นลินไปหาติณณ์ที่ห้องทำงาน เขาบอกเธอว่าจะไปทำงานที่สาขาเกาหลีสามเดือน แล้วบอกอีกว่า

    “ครีเอทีฟที่จะไปทำงานที่นั่น ผมอยากให้เป็นคุณ...ผมชอบงานของคุณ ผมคิดว่าถ้าคุณได้ไปทำงานที่นั่น คุณคงได้วัตถุดิบสร้างงานดีๆ มากขึ้น ผมเลยเสนอชื่อคุณกับพี่ณุกาไปแล้ว พรุ่งนี้คงได้คำตอบ”

    นลินดีใจมาก ติณณ์บอกว่าเรื่องที่จะคุยกับเธอมีแค่นี้ แล้วอวยพรให้เธอโชคดี นลินขอตัวไปด้วยหัวใจพองโต พอออกจากห้องเธอก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดๆ ปราณผ่านมาเห็น เขามองเธอตาเป็นมัน บ่นตัวเองว่า

    “เราพลาดยายบัวไปได้ยังไงเนี่ย?”

    เพื่อนๆ และดารินทร์ถามว่าไปพบคุณติณณ์มีข่าวดีอะไรหรือ นลินบอกว่าถ้าอยากรู้คืนนี้ไปฉลองกัน ปราณแอบฟังอยู่ที่ประตู ยิ้มร้ายอย่างมีแผนทันที

    ระหว่างกินดื่มกันในร้านอาหารกึ่งผับนั่นเอง ดารินทร์ได้รับโทรศัพท์จากปภพว่าลูกไม่สบายจึงขอตัวกลับก่อน ทุกคนเลยตัดสินใจกลับกันหมด มัญจาขอติดรถดารินทร์ไปด้วยเพราะไปทางเดียวกัน สารัชอ้อนขอติดรถนลินไปลงที่ถนนข้างหน้าด้วย นลินเปิดประตูรถให้ขึ้น

    ปราณซุ่มดูอยู่ พอรถนลินขับออกไป เขาก็ขับตามไปทันที

    ขับมาได้ครู่ใหญ่นลินบอกสารัชว่าจะลงที่ไหนให้บอก สารัชขอไปลงที่หน้าบ้านเธอก็แล้วกัน ปากหวานว่า อยากเห็นเธอถึงบ้านโดยปลอดภัย พูดไม่ทันขาดคำ ก็มีรถแท็กซี่มาชนท้ายโครม!

    กษิดิฐยังไม่กลับบ้านที่เมืองนนท์ เขาแวะไปกินข้าวที่บ้านนันทิดาก่อน  ถามว่ารู้จักคนชื่อคุณติณณ์ไหม นันทิดานิ่งพยายามนึกว่าติณณ์เป็นใคร?

    ooooooo

    ติณณ์กินข้าวเป็นเพื่อนอณุกาเพราะคืนนี้ปราณบอกว่าติดธุระกินเลี้ยงกับลูกค้า เมื่อเขากลับถึงคอนโดฯ จึงลงมือจัดกระเป๋าเตรียมเดินทางพรุ่งนี้

    ปรากฏว่ากุญแจกระเป๋าอยู่ในลิ้นชักจึงไปหยิบ พอเปิดลิ้นชักเห็นรูปนลินสมัยเรียนมหาวิทยาลัยถ่ายกับเพื่อนๆอย่างร่าเริงก็ชะงัก เดินไปเปิดกระเป๋าทำงานหยิบกุหลาบขาวออกมาดูพึมพำเศร้าๆ

    “เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมซื้อดอกไม้มาแต่ไม่กล้าให้คุณ”

    ติณณ์เอากุหลาบดอกนั้นไปปักรวมกับกุหลาบอีก 2,700 ดอกในแจกันที่แห้งเฉาไปตามกาลเวลา ทั้งหมดเป็นดอกกุหลาบขาวที่เขาตั้งใจซื้อให้นลิน นับแต่เธอเรียนปีหนึ่งจนบัดนี้เป็นเวลา 7 ปีแล้ว แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่กล้าเอาไปให้เธอ มันจึงมาปักรวมกันที่แจกันจนแห้งเฉาไปตามลำดับ ติณณ์มองกุหลาบพึมพำ

    “ครบดอกที่สองพันเจ็ดร้อยพอดี...นี่ผมแอบรักคุณสองพันเจ็ดร้อยวันแล้วเหรอเนี่ย...” แล้วตัดสินใจวันนี้จะโทร.บอกเธอ แต่พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากลับไม่กล้า “ไม่กล้ายังไงก็ยังไม่กล้าอยู่อย่างนั้น...นายติณณ์เอ๊ย...

    ใครคว้าเขาไปแล้วจะรู้สึก” ติณณ์บ่นอย่างท้อใจกับความขี้อายของตัวเอง

    ooooooo

    ขณะกษิดิฐนั่งดูทีวีรอนลินกลับนั่นเอง นันทิดา ก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกบอกว่า รถถูกชนแม่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะตนมีเพื่อนอยู่ด้วย แต่กษิดิฐเป็นห่วงจึงขอเอารถของชลัชออกไปดู

    ที่แท้เป็นแผนของปราณ เขาจ้างแท็กซี่มาชนท้ายรถนลิน แล้วทำทีมาเจอโดยบังเอิญ แสดงความเป็นสุภาพบุรุษและหัวหน้าที่รับผิดชอบดูแลลูกน้อง บอกนลินว่าเรื่องแท็กซี่ที่ชน และรถที่เสียหายตนจะรับผิดชอบดูแลให้ทั้งหมด ทำทีได้กลิ่นเหล้าอ้างว่า ข้างหน้ามีด่านถ้าตำรวจตรวจจับได้จะเสียประวัติ ชวนทั้งสองคนขึ้นรถตนไปด้วยกัน เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้านเอง

    ถึงกลางทางสารัชจะอาเจียน ปราณจอดรถให้ลงไปอาเจียนข้างทาง แล้วฉวยโอกาสทิ้งสารัชขับรถพานลินไป นลินถามว่าทำไมทิ้งสารัชไว้ข้างทาง บอกให้หยุดรถเดี๋ยวนี้

    “ใจเย็นๆน่า ผมไม่พาคุณไปทำอะไรหรอก คุณไม่เห็นหรือว่านี่เป็นทางไปบ้านคุณ ผมสัญญาว่าไม่พาคุณออกนอกเส้นทางหรอก...ถ้าไม่จำเป็น”

    กษิดิฐขับรถมาถึงปากซอยหมู่บ้านก็ต้องหัวเสียเมื่อเจอป้าย “ข้างหน้ามีการก่อสร้าง” เขาต้องเลี้ยวรถไปออกอีกทาง พร้อมกับกดมือถือถึงนลิน ปรากฏว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับ นลินเองก็เอามือถือขึ้นมากดพอดี จึงรู้ว่าแบตหมด! เธอยิ่งกระวนกระวายใจ เมื่อมองไปนอกรถเห็นไม่ใช่เส้นทางกลับบ้าน

    “คุณปราณ!! คุณจะไปไหนเนี่ย” นลินถามอย่างใจเสีย ปราณอ้างว่า ทางเข้าบ้านเธอเขาปิดซ่อมถนนจึงต้องมาทางนี้ “นี่มันโรงแรมม่านรูดนี่คะ คุณเลี้ยวเข้ามาทำไม!”

    “มันเป็นทางลัด...ผมไม่ได้หมายถึงทางลัดไปบ้านคุณ แต่หมายถึงทางลัดให้คุณได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงานเร็วขึ้นต่างหาก” พลางเอื้อมมาจับมือนลิน “อยู่นิ่งๆอย่าดื้อ แล้วทุกอย่างจะดีเอง”

    นลินคิดหาทางออกเครียด เมื่อหลอกว่าตนถ่ายคลิปตอนเขาขู่ไว้ก็ถูกปราณจับได้ นลินเลยภาวนาขอให้คุณย่าส่งใครก็ได้มาช่วยตนด้วย แต่สุดท้ายเธอก็ช่วยตัวเองได้เมื่อปราณจะลวนลาม เธอเตะผ่าหมากจนทรุด แล้วคว้ากระเป๋าวิ่งออกมา

    กษิดิฐขับรถมาเจอสารัชยืนโบกรถอยู่กลางถนน พอสอบถามรู้ว่าปราณขับรถพานลินไปทางไหน เขาขับรถตามไป เจอนลินวิ่งออกมาและปราณไล่ตามอย่างหน้ามืด กษิดิฐพุ่งเข้าต่อยปราณคว่ำไปกับพื้นแล้วพานลินขึ้นรถไป

    “เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่!” ปราณคำรามตามหลัง

    ooooooo

    กษิดิฐถามนลินว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้เรื่องก็จะพาเธอไปแจ้งความ หัวเด็ดตีนขาดเธอไม่ยอมไปแจ้ง ความ เพราะถ้าแจ้งความเรื่องแดงขึ้นมาเธอต้องถูกอณุกาไล่ออกแน่ๆ

    “ออกก็ออก!” กษิดิฐโมโหมาก

    “ไม่มีทาง ตอนนี้บัวกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง บัวไม่ยอมออกเด็ดขาด”

    จนมาถึงหน้าบ้านนลินแล้วยังเถียงกันไม่จบ นลินไม่ยอมออกจากงาน และไม่กลัวว่าปราณจะมาทำอะไรอีก แต่กษิดิฐยืนกรานว่า “แต่กบไม่ยอม พรุ่งนี้กบจะไปบอกเรื่องนี้กับเจ้านายของบัว แล้วบัวก็ลาออกซะ”

    “กบมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้บัวออก กบไม่รู้หรอกว่าสามปีที่ผ่านมา บัวต้องทำงานหนักขนาดไหนกว่าจะได้มีโอกาสเลื่อนตำแหน่งอย่างตอนนี้ บัวไม่ยอมให้ใครมาทำลายโอกาสของบัวเด็ดขาด!”

    ก่อนเดินเข้าบ้าน นลินยังย้ำกับกษิดิฐว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่เด็ดขาด

    ชลัชกลับถึงบ้านก่อนแล้ว เมื่อนลินกลับมากับกษิดิฐ ชลัชเดินผ่านกษิดิฐไปหาลูกสาวทันที ถามด้วยความเป็นห่วงมองสภาพเสื้อผ้าเนื้อตัวที่มอมแมม ถามว่าไปทะเลาะกับใครมาหรือว่าฝ่ายนั้นทำอะไรลูก

    “เปล่าค่ะพ่อ พอดีรถบัวโดนชนแล้วมันดับกลางถนน บัวเลยต้องเข็นรถเข้าข้างทางน่ะค่ะ”

    นันทิดาขอบใจกษิดิฐที่พาบัวกลับมา กษิดิฐแกล้ง พูดยั่วชลัชที่ไม่ชอบหน้ากันว่าไม่เป็นไร ไปรับอดีตภรรยาแค่นี้เรื่องเล็ก ชลัชไม่พอใจสวนทันทีว่า “อย่ามาเรียกลูกสาวฉันอย่างนั้นนะ!”

    นลินเกรงจะมีเรื่องกัน บอกกษิดิฐให้กลับบ้านเสีย ปรากฏว่าเขาจะมาอยู่บ้านต้นรักของคุณย่าที่อยู่ติดกัน ทำให้ชลัชยิ่งหัวเสียดักคอว่า หวังว่าคงมาอยู่คนเดียวนะ

    พูดไม่ทันขาดคำ เสียงรถของยศภัทรกับกมลาก็แล่นเข้ามา ยศภัทรกับกษิดิฐทักทายกันประสาพ่อลูกที่ถอดแบบกันมา ทั้งขี้เล่น ยียวน และไม่ทุกข์ร้อนกับอะไร ซึ่งขัดหูขัดตาขัดใจชลัชที่เป็นคนจริงจังกับชีวิตนัก มีแต่กมลากับนันทิดาที่ทักทายกันอย่างรักใคร่เหมือนเดิม

    ชลัชกับยศภัทรนั้นเหมือนขมิ้นกับปูน นลินเห็นบรรยากาศเริ่มไม่ดีจึงขอตัวไปพักผ่อน หันไปกระซิบกษิดิฐว่า

    “อย่าลืมเรื่องที่เราคุยกันไว้นะ”

    กษิดิฐไม่ตอบรับและไม่แสดงว่ากำลังคิดอะไรกับเรื่องปราณ แต่พอนลินแยกตัวไป ยศภัทรก็มากระซิบถามว่า

    “เรื่องที่หนูบัวซุบซิบกับกบเมื่อกี๊...มันเรื่องอะไร?”

    กษิดิฐนิ่ง ลังเลใจว่าจะบอกเรื่องปราณกับพ่อดีไหม

    ooooooo

    พอเดินเข้าบ้าน ชลัชก็บ่นกับนันทิดาอย่างหงุดหงิดว่าไม่รู้จะกลับมากันทำไม

    “แต่ดาว่าดีออกนะ อย่างน้อยเวลาคุณกับบัวไป ทำงาน  ดาจะได้มีคุณยศกับคุณกมลาคุยเป็นเพื่อนเหมือนเมื่อก่อน”

    “งั้นคราวนี้คุณได้มีเพื่อนคุยสมใจอยากแน่ เพราะคุณยศของคุณมันรวย  งานการไม่ต้องทำ  เปิดแค่ร้านหนังสือหาเรื่องคุยกับลูกค้า กินเงินสมบัติเก่าก็ไม่มีวันอดตาย...” ชลัชพูดประชดอย่างมีอารมณ์

    “พูดเบาๆสิคะคุณ เดี๋ยวคุณยศก็ได้ยินหรอก ยังไงเราก็ควรรักษาน้ำใจเขาไว้บ้าง อย่างน้อยคุณป้ายอแสง ก็เคยช่วยพวกเราไว้ตอนพ่อโดนฟ้องล้มละลายน่ะ”

    “เพราะพ่อสำนึกบุญคุณไง ถึงเคยจำใจยกลูกบัวให้แต่งงานกับนายกบ พูดแล้วก็บ่นอย่างหงุดหงิด ทำไมไม่อยู่อเมริกาไปซะเลย!” ชลัชเดินขึ้นบ้านไปแล้วนันทิดาหันมาถามนลินว่า

    “บัวรู้ไหมว่าทำไมอยู่ๆตากบถึงย้ายกลับมา” นลินถามว่าทำไมหรือ นันทิดาพูดยิ้มๆว่า “เพราะคุณย่าดลใจ”

    “อะไรนะคะแม่”

    “แม่คิดอย่างนั้นจริงๆนะ ก็ดูสิ อยู่ดีๆบัวก็ฝันถึงคุณย่า แล้วก็เป็นวันเดียวกับที่ตากบกลับมา แม่ว่าคุณย่ายอแสงไปดลใจให้กบกลับมาดูแลบัวเหมือนเมื่อก่อนก็ได้นะลูก เห็นไหมว่าพอกบมาวันแรกก็ช่วยบัวแล้ว”

    นันทิดาหมายถึงกษิดิฐไปช่วยพานลินกลับบ้าน แต่นลินคิดถึงเหตุการณ์ที่กษิดิฐบุกเข้าไปช่วยเธอพ้นเงื้อมมือของปราณ แต่เธอบอกแม่ว่า

    “มันก็แค่เรื่องบังเอิญน่ะค่ะแม่ กบกับบัวต่างคนต่างอยู่ คงไม่ต้องมาช่วยเหลืออะไรกันอีก บัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

    นันทิดามองตามนลินขึ้นไป แล้วหันมองรูปของคุณย่ายอแสงที่ตั้งอยู่ติดฝาผนัง พึมพำ...

    “ทุกอย่างมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหมคะคุณป้า...ดาอยากรู้จริงๆ ว่าโชคชะตาจะทำยังไงต่อไปถึงจะทำให้เด็กสองคนนี้กลับมาคู่กัน”

    ooooooo

    ที่บ้านต้นรักของกษิดิฐ พ่อลูกนั่งคุยกันท่าทางจริงจัง ยศภัทรชะเง้อดูเห็นกมลาไม่อยู่จึงหันคุยกับลูกต่อ

    “ถึงขั้นพาหนูบัวเข้าโรงแรมมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วนะตากบ! พ่อว่าหนูบัวควรลาออก”

    “ผมพูดจนปากจะฉีกถึงกระเพาะแล้ว แต่หลานบัวสุดที่รักของพ่อไม่ฟัง แถมยังยืนยันว่าจะทำงานที่นั่นต่อ พ่อก็รู้ว่าหลานสาวสุดที่รักของพ่อเวลาดื้อขึ้นมา ต่อให้เอารถถังมาขวางบัวยังเตะรถถังกระจาย”

    “งั้นเป็นหน้าที่ของแกต้องคอยปกป้องหนูบัวแล้ว”

    “เฮ้ย...มันหน้าที่อะไรของผม” กษิดิฐแกล้งโวยวาย

    “ก็หน้าที่ที่คุณย่าเคยสั่งไว้ไง...จำไม่ได้แล้วเหรอ” ยศภัทรยํ้า

    เมื่อถูกดักคอว่ากลับจากอเมริกาแล้วมาอยู่บ้านคุณย่าทั้งที่ไม่มีความสะดวกอะไรเลย เพราะยังจำคำสั่งเสียของคุณย่าได้ใช่ไหม กษิดิฐก็ทำเฉไฉว่า

    “ที่ผมมาอยู่บ้านคุณย่าเพราะผมวางแผนไว้นานแล้วว่า ถ้าเรียนจบก็จะรีบกลับมาเปิดบริษัทของตัวเอง แล้วบ้านคุณย่าอยู่ในเมือง ไปไหนมาไหนก็สะดวกกว่าบ้านสวนก็เท่านั้นเอง... ผมไปอาบนํ้านอนดีกว่า” พูดแล้วเดินขึ้นบันไดไปเลย

    “ตากบ...เคยได้ยินไหมว่า สายบัวมันตัดไม่ขาดเพราะมันมีสายใย!” ยศภัทรตะโกนตามหลังลูกชายไปแล้วหันไปพยักพเยิดกับรูปคุณย่ายอแสง “เนอะ...แม่เนอะ...”

    ooooooo

    กษิดิฐเดินเข้าห้องนอน  เขาจะไปอาบนํ้า หยิบผ้าขนหนูไปยืนหน้ากระจก มองสร้อยคอที่ร้อยแหวนวงหนึ่งไว้ เขาหยิบแหวนขึ้นมาดู นึกถึงวันแต่งงาน...

    เช้าวันนั้น นลินเป็นคนสวมแหวนวงนี้ที่นิ้วเขา มีคุณย่ายอแสงนั่งเป็นประธานในพิธี คุณย่าจับมือทั้งสองมาประสานกัน พูดกับกษิดิฐ...

    “กบ...ต่อไปนี้ หนูบัวเป็นสมบัติชิ้นสำคัญของกบ กบต้องใช้ชีวิตและหัวใจดูแลปกป้องหนูบัว อย่าให้ใครมาทำร้ายหนูบัวทั้งกายและใจนะกบ สัญญากับย่านะ”

    กษิดิฐปล่อยแหวนลงช้าๆ บอกกับรูปคุณย่ายอแสงว่า...

    “กบไม่เคยผิดสัญญา แต่มันผ่านไปสามปีแล้วบัวอาจจะมีคนที่อยากให้ดูแลเขาแทนกบแล้วก็ได้”

    เวลาเดียวกัน  นลินนั่งมองรูปคุณย่ายอแสงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอคิดเครียดเรื่องปราณ มองมือตัวเองที่ไปหยิบกาแฟแก้วเดียวกับติณณ์ เธอถอนใจ...หันมองรูปคุณย่ายอแสง เอ่ยกับคุณย่า...

    “คุณย่าขา...บัวอยากไปทำงานที่เกาหลีจริงๆนะคะ บัวขอให้คุณย่าดลใจคุณปราณไม่ให้บอกเรื่องคืนนี้กับคุณอณุกาเลยนะคะ...คุณย่า...”

    ooooooo

    ปราณกลับถึงบ้านก็ถูกอณุกาซักไซ้ทันทีว่าบอกแล้วว่าให้กลับไม่เกินเที่ยงคืน ทำไมถึงกลับเอาป่านนี้

    “ขอโทษครับคุณอณุกา พอดีลูกค้าเขาติดลมน่ะครับ เดี๋ยวผมขอไปอาบน้ำก่อนนะ วันนี้เหนื่อยมากเลย” ปราณก้มๆปิดบังรอยช้ำที่หน้า ทำให้อณุกายิ่งสงสัยดึงมือแล้วจับหน้าหันมาพอเห็นรอยช้ำที่หน้าปราณก็ตกใจ

    “หน้าไปโดนอะไรมา??”

    “เอ่อ...คือ...” ปราณอึกอัก

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น นลินพนมมือท่วมหัวภาวนาให้วันนี้ได้ข่าวดี ได้เลื่อนตำแหน่ง เหตุการณ์ร้ายๆใดๆขอให้ผ่านแล้วก็ผ่านเลยด้วยเถิด...

    เธอเดินไปที่หน้าต่างที่ตรงกับหน้าต่างบ้านกษิดิฐ ได้ยินเขาบอกกมลาว่าวันนี้จะไปแถวสาทร เธอผลุบกลับหน้าเสีย

    “สาทร? อย่าบอกนะว่านายกบจะไปบอกคุณอณุกาเรื่องเมื่อคืน” ร้อนใจจนทนไม่ได้ตะโกนข้ามหน้าต่างไป “นายกบ! รอบัวด้วย!!” แล้วรีบกลับมาแต่งตัว

    แต่งตัวเสร็จลงมา ชลัชถามว่ารถลูกยังอยู่ที่อู่ใช่ไหม เดี๋ยวพ่อจะไปส่ง

    “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวบัวไปกับกบ” บอกพ่อแล้วเห็นกษิดิฐเดินมาขึ้นรถ เธอรีบตะโกน “กบ...รอด้วย...”

    ‘‘ทำไมลูกบัวต้องไปกับนายกบ” ชลัชถามนันทิดาอย่างไม่พอใจ พอนันทิดาบอกว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตา เขาก็ได้แต่ร้อง “โว้ววววว...” อย่างอัศจรรย์ใจแล้วเดินหงุดหงิดเข้าบ้านไป

    ทันทีที่นลินขึ้นรถ เธอถามกษิดิฐว่าจะไปที่สาทรทำไม เขาตอบนิ่งๆกวนๆว่าไปธุระ เธอไม่เชื่อดักคอว่าจะไปบอกอณุกาเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม เขาก็ยังคงพูดคำเดิมสั้นๆว่า ไปธุระจริงๆ พอถูกคาดคั้นหนักเข้าก็ตัดบทว่า

    “เอาน่า...ธุระอะไรเดี๋ยวบัวก็รู้เองแหละ” พูดแล้วก็เลี้ยวรถเข้าปั๊มน้ำมัน เธอสงสัยว่าเขาเข้าไปทำไมในเมื่อ น้ำมันยังไม่หมด พอถามเขาก็อ้างว่า หิวน้ำ พอเร่งให้เร็วๆ ตนสายแล้ว เขาก็พูดอย่างไม่ย่ีหระว่า ถ้ารีบก็นั่งมอเตอร์ไซค์ไปก่อนเลย

    “ไม่! บัวจะไปกับกบ บอกตรงๆว่าบัวไม่ไว้ใจกบ!”

    ระหว่างที่กษิดิฐเดินไปมินิมาร์ท นลินเหลือบเห็นติณณ์กำลังเติมน้ำมันอยู่ เธอใจหายวาบ เพราะถ้าติณณ์มาเห็นตนกับกษิดิฐมีหวังติณณ์ต้องรู้เรื่องตนกับเขาแน่ๆเลยปรับเบาะเอนลงจนนอนราบ หลบให้พ้นสายตาติณณ์

    เป็นเรื่องอีกจนได้ เมื่อกษิดิฐโผล่ที่ประตูมินิมาร์ทตะโกนให้นลินเอาเงินไปให้หน่อยเพราะเงินตนไม่พอ นลินไม่กล้าลงไป ตะโกนตอบหลบๆว่าให้มาเอาเอง พ่อตัวแสบตะโกนโพนทะนาทันที...

    “จะไม่เอามาให้ใช่ไหม...เมียจ๋า...เอาเงินมาให้ผัวหน่อย ผัวเงินไม่พอ ออกมาเร็วๆสิจ๊ะเมียจ๋า...”

    นลินอยากจะกลั้นใจตายตรงนั้นเลย ซุ่มเงียบจนติณณ์เติมน้ำมันเสร็จออกไป เธอจึงรีบลงจากรถวิ่งไปลาก

    กษิดิฐเข้าไปในมินิมาร์ท ทั้งขู่ทั้งปรามว่า

    “ถ้ากบยังทำให้บัวขายหน้าอย่างเมื่อกี้อีกล่ะก็...บัวจะไม่พูดกับกบอีก รีบไปจ่ายเงิน บัวสายแล้ว”

    เลยถูกโวยว่าเธอยังไม่ได้ให้เงินเลย

    นลินค้นกระเป๋าสะพายวุ่นวาย หากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ ฉุกคิดได้ก็ตกใจอุทาน

    “หรือว่า...!!!”

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”
    28 ก.ย. 2563

    09:01 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 09:47 น.