กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ต้นรักริมรั้ว

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ต้นรักริมรั้ว ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เสียงไซเรนรถพยาบาลดังขอทางมาบนถนนที่จอแจ รถบนท้องถนนพากันหลีกทางให้อย่างยากลำบาก

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลเอาเตียงมารับคนป่วยคือคุณย่ายอแสงเข็นเข้าไปยังห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน

รถของยศภัทร ลูกชายคนเดียวของคุณย่ายอแสงเข้ามาจอด แล้วยศภัทร กมลาลูกสะใภ้ และนันทิดากับชลัช เพื่อนบ้านที่สนิทสนมประดุจญาติ พากันตามเข้าไปที่ห้องฉุกเฉินอย่างเร่งรีบเคร่งเครียด

“เดี๋ยวก่อนคุณ” คุณย่ายอแสงบอกบุรุษพยาบาลที่กำลังจะเข็นเตียงเข้าห้องฉุกเฉิน แล้วกวักมือเรียก “ตายศ คุณชลัช ตากบ หนูบัวมาหรือยัง” คุณย่าถามถึงกษิดิฐหรือกบ และนลินหรือบัว หลานชายและลูกสาวเพื่อนบ้าน ก็พอดีทั้งสองมาถึง ถลาเข้าไปหาคุณย่า

“คุณย่าเป็นยังไงบ้างคะ?”

“คุณย่าต้องไม่กลัวนะครับ คุณย่าแข็งแรงบึกบึน ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”

“ตากบ...หนูบัว...ย่ามีเรื่องจะขอ...” นลินบอกว่าคุณย่าอยากได้อะไรบอกมาเลย คุณย่าจับมือทั้งสองมาประสานกัน “ย่าอยากให้บัวกับกบแต่งงานกัน”

บ้านของกษิดิฐชื่อว่า “บ้านต้นรัก” ส่วนบ้านของนลินหรือบัว ชื่อว่า “บ้านชมบัว” สองบ้านมีรั้วติดกัน แม้ไม่ใช่ญาติก็สนิทกันเหมือนญาติ จนคุณย่าขอให้สองบ้านดองกันก่อนท่านจากไป

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน...

ooooooo

น่าแปลก...คืนนี้นลินนอนฝันถึงคุณย่า ตื่นเช้าจึงใส่บาตรกับคุณแม่คือนันทิดาและคุณพ่อคือชลัช

“ใส่บาตรให้คุณย่าแล้วสบายใจจัง...แปลกนะคะ คุณย่าเสียไปสามปี บัวไม่เคยฝันถึงคุณย่าเลย เพิ่งจะมาฝันเมื่อคืนนี้เอง” นลินปรารภอย่างไม่สบายใจนัก

นันทิดาบอกว่าคุณย่าอาจจะอยากบอกอะไรลูกหรือเปล่า นลินติงว่าถ้าจะบอกก็น่าจะฝันเรื่องอื่น ไม่ใช่ฝันตอนที่คุณย่าขอให้บัวกับ...กบแต่งงานกัน

“คุณย่าอาจจะอยากให้บัวกับกบกลับมาแต่งงานกันอีกไงลูก” นันทิดาเชื่อเช่นนั้น

“หยุดพูดเถอะคุณ” ชลัชขัดเสียงขุ่น “เรื่องนั้นมัน จบไปตั้งสามปีแล้ว ป่านนี้นายกบคงจะมีเมียมีลูกอยู่ที่อเมริกาแล้วมั้ง”

“แต่ดาเชื่อว่า คุณป้ายอแสงท่านคงเห็นอะไรของสองคนนี้ถึงได้บอกว่ากบกับบัวเกิดมาคู่กัน!”

“แม่คะ...การแต่งงานครั้งนั้น บัวยอมเพราะความจำเป็น แต่ถ้าจะให้บัวแต่งงานกับกบอีก บัวคงไม่แต่งแล้วล่ะค่ะ เพราะมันคงไม่มีความจำเป็นอะไรที่ทำให้บัวต้องแต่งงานกับกบอีก” พูดแล้วดูนาฬิกา “อุ๊ย...หกโมงครึ่งแล้ว บัวไปทำงานก่อนนะคะ ต้องไปรับยัยมิ้นต์ด้วย” พูดพลางรีบเดินเข้าบ้านไปหยิบของเพื่อไปทำงาน นันทิดามองตามลูกสาวพูดยิ้มๆ

“ยายบัวเอ๊ย...อย่าดูถูกเรื่องโชคชะตานะ อะไรที่เราไม่คิดว่ามันจะเกิด มันก็อาจเกิดขึ้น คนที่เราคิดว่าใช่ มันอาจจะไม่ใช่ แต่คนที่เราคิดว่าไม่ใช่ โชคชะตาอาจจะกำหนดว่าเป็นคนที่ใช่ก็ได้นะ”

นันทิดาพูดอย่างเชื่อและมั่นใจว่า นลินกับกษิดิฐจะต้องกลับมาเจอกันอีก

ooooooo

นลินไปรับมัญจาหรือมิ้นต์เพื่อนรักที่ต้องไป คุยกับลูกค้า ระหว่างนั่งรถไป นลินมือหนึ่งจับพวงมาลัยรถ อีกมือถือไอแพดดูสตอรี่บอร์ดงานโฆษณา ส่วนมัญจาก็ฟังเพลง “หากันเจอ” จากวิทยุในรถอย่างอินกับเนื้อเพลง

นลินเอื้อมมือมาปิดวิทยุในรถ บอกเพื่อนรักว่าที่รับมาเพื่อไปคุยงานกัน ไม่ใช่ให้มาฟังเพลงรัก มัญจาถามเชิงบ่นว่างานชิ้นนี้เราส่งให้ลูกค้าไปแล้วจะมาคุยอะไรกันอีก นลินพยายามบอกเพื่อนว่าไปดูเผื่อมีอะไรเพิ่มเติมให้ลูกค้า ไม่ใช่ทำงานเสร็จแล้วก็เสร็จเลย...

นลินทำท่าจะร่ายยาวประสาคนพิถีพิถันการทำงาน แต่ถูกมัญจาขัดขึ้นก่อนว่า

“ทุกอย่างของเธอต้องสมบูรณ์แบบ...ฉันได้ยินเธอพูดคำนี้กรอกหูมาตั้งแต่เรียนมัธยมจนจบมาทำงาน ไม่เบื่อบ้างรึไงฉันว่าเธอควรรีแลกซ์กับชีวิตบ้างนะ อายุก็จะสามสิบแล้ว ระวังเถอะ เอาแต่ทำงานทั้งปี เงยหน้าอีกที...ว้าย! ขึ้นคาน...” มัญจาพูดเพลินพอนึกได้ก็รีบแก้ “อุ๊ย...ลืมไปว่าเธอแต่งงานแล้ว ไม่เรียกว่าขึ้นคาน”

นลินเหนื่อยใจกับเพื่อนคนนี้ เธอย้ำอีกทีอย่างขึงขังว่า เรื่องของตนกับกบจบไปแล้ว ตอนนี้นายกบก็อยู่อเมริกา เราไม่มีทางได้เจอกันอีก!

“ใครจะไปรู้ โชคชะตาอาจจะเล่นตลกก็ได้ ไม่แน่นะบัว...นายกบอาจจะกลับมาแล้วแต่เธอไม่รู้ก็ได้”

พูดแล้วมองไปนอกหน้าต่างรถเห็นมีเหตุการณ์อะไรอยู่ เลยพูดไปเรื่อยเปื่อยแต่ถูกเผงว่า “ดีไม่ดี นายกบอาจจะเป็นคนที่มีเรื่องกับแท็กซี่ตรงนั้นก็ได้”

มัญจาชี้ให้ดูแท็กซี่ที่จอดอยู่ข้างทาง มีคนมุงดูคนขับแท็กซี่ที่กำลังเถียงกับผู้โดยสารคนหนึ่งอยู่

ผู้โดยสารคนนั้นคือกษิดิฐจริงๆ! เขากลับมาโดยไม่บอกทางบ้านหมายเซอร์ไพรส์ จ้างแท็กซี่จากสนามบินกลับบ้านที่นนทบุรีถูกแท็กซี่พาอ้อมไปถึงสาทร เขาโมโหลงจากรถและจะไม่ยอมจ่ายค่าโดยสารเพราะถูกโกง บอกให้แท็กซี่เอาบัตรประจำตัวมาตนจะโทร.ไปร้องทุกข์

แต่ในที่สุดกษิดิฐก็ให้เงินคนขับแท็กซี่ไปสองพันเกินกว่าราคาตามมิเตอร์เสียอีก เพราะเห็นรูปลูกของแท็กซี่ที่หล่นลงมาขณะยื้อแย่งบัตรประชาชนกัน เป็นรูปเด็กสองคน คนหนึ่งเพิ่งสองขวบยืนอยู่กับอีกคนที่พิการ ให้เงินแล้วบอกแท็กซี่ว่า

“เก็บเงินไว้พาน้องไปหาหมอนะลุง แล้ววันหลังอย่าโกงมิเตอร์อีก”

ให้เงินแท็กซี่ไปจนหมด ไม่รู้จะกลับบ้านได้อย่างไร จึงขอยืมมือถือของแท็กซี่โทร.กลับไปหากมลาคุณแม่เขาที่บ้านเล่าเหตุการณ์ให้ฟังแล้วขอให้พ่อมารับหน่อย ตอนนี้อยู่ที่สาทร

กมลาหันบอกยศภัทรที่กำลังถ่ายรูปของกินอวดคนบนเฟซบุ๊กอยู่ พอรู้ว่ากษิดิฐอยู่สาทรก็ร้องโอ๊ยบอกว่าไกลเกินให้กลับมาเองก็แล้วกัน พอกมลาหว่านล้อมก็แนะนำว่า

“ให้ไอ้กบไปยืมเงินหนูบัวสิ ออฟฟิศหนูบัวอยู่แถวนั้นนี่”

“เออจริงด้วย...แหม...แท็กซี่นี่ก็ช่างพาอ้อมไปที่นั่นนะ อยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานหนูบัวเลย สงสัยคุณย่าจะดลใจอยากให้กบไปเจอหนูบัวอีก” แล้วกมลาก็บอกกษิดิฐตามที่ยศภัทรแนะนำ

กษิดิฐถามอย่างตื่นเต้นว่าออฟฟิศคุณนายบัวอยู่แถวนี้หรือ พูดติดตลกว่า

“ดีเหมือนกัน ไปเยี่ยมอดีตภรรยาซะหน่อยดีกว่า แล้วคุณนายบัวทำงานที่ตึกชื่ออะไรครับแม่” ถามพลางมองหา

ooooooo

อาคาร “ภัทรแอดเวอร์ไทซิ่ง” คือที่ทำงานของนลิน เธอกับมัญจามาถึงแล้ว ระหว่างแวะซื้อกาแฟ มัญจาโทร.คุยกับแฟนเด็กดี๊ด๊าหน้าบาน

“การมีแฟนเด็กต้องทำตัวแบ๊วอย่างนั้นด้วยเหรอ?”  นลินอดแขวะไม่ได้ มัญจาเลยเสนอให้ลองดูไหมจะหาให้สักคน “ฉันไม่ชอบเด็ก เธอหยุดเรื่องความรักกับฉันเลย ตอนนี้ชีวิตฉันมีแต่เรื่องงาน”

แต่มัญจายังชวนไม่เลิก นลินตัดบทเซ็งๆ ว่า

“นี่มิ้นต์ ถ้าฉันจะมีใครสักคน เขาต้องเป็นผู้ใหญ่ ดูดี  มีความคิด หน้าที่การงานมั่นคง พูดเพราะ อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น ใช้เวลาว่างกับการดื่มกาแฟ อ่านหนังสือธุรกิจ และที่สำคัญ เขาชอบซื้อกุหลาบบอกรักฉันทุกวัน”

“สมบูรณ์แบบขนาดนั้น  ก้มดูงานเธอต่อไปเถอะ ชาตินี้คงหาไม่เจอ” มัญจาหมดอารมณ์  นลินเลยแหย่บ้างว่า

“ไม่แน่นะ...วันนี้โชคชะตาอาจเล่นตลกส่งเขามาหยิบกาแฟแก้วเดียวกับฉันก็ได้”

พอดีพนักงานชงกาแฟให้นลินกับมัญจาเสร็จเอามาวางที่เคาน์เตอร์ “ฮอตแกรนด์เด วานิลลาลาเต้ค่ะ”

นลินเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟ ก็มีอีกมือหนึ่งเอื้อมมาหยิบแก้วเดียวกันพอดี!

“คุณติณณ์” นลินมองอึ้ง ติณณ์ปล่อยมือจากแก้วกาแฟ บอกให้เธอเอาไปก่อน ต่างเกี่ยงให้อีกฝ่ายเอาก่อนก็พอดีพนักงานเอามาให้อีกแก้ว ติณณ์รับแก้วกาแฟ หันเอ่ยกับนลินว่า “แล้วเจอกันในออฟฟิศนะครับ” ก่อนเดินแยกไป

ติณณ์เดินไป มือหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกมือถือหนังสือธุรกิจภาษาอังกฤษ  มัญจามองแล้วหันบอกเพื่อนรักว่า

“คุณติณณ์ MD โสด พูดเพราะ สุภาพที่สุดในสามโลก แถมยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณอณุกา CEO ของ ภัทรแอดเวอร์ไทซิ่งอีกต่างหาก  อุ๊ย...ยังไม่หมด  แถมยังดื่มกาแฟและอ่านหนังสือธุรกิจอีก คุณสมบัติเป๊ะเลย นี่ถ้าคุณติณณ์ซื้อดอกกุหลาบให้เธอทุกวัน โอ้โห...สมบูรณ์แบบ”

“เพ้อเจ้อ...” นลินทำหน้านิ่งกลบเกลื่อนความ รู้สึกลึกๆของตัวเอง ถือแก้วกาแฟเดินไปที่ลิฟต์ มัญจาเดินตามพูดอย่างติดลมเรื่องที่ติณณ์หยิบกาแฟแก้วเดียวกับนลิน เมื่อนลินบอกว่าตนไม่คิดอะไรกับติณณ์เลย มัญจาก็ยังแกล้งพูดยั่วว่า

“เหรอออ...เอ๊ะ ฉันได้ข่าวว่าคุณอณุกาจะให้คุณติณณ์ไปดูงานที่บริษัทสาขาเกาหลีวันมะรืนนี้แล้วนี่  อย่างนี้เธอก็หมดหวังน่ะสิบัว”

“ใครบอก ถ้าปีนี้ฉันได้เลื่อนตำแหน่ง  ฉันก็มีสิทธิ์ได้ไปทำงานที่สาขาเกาหลีเหมือนกัน” นลินเผลอ

“นั่นไง...เธอยอมรับแล้ว ฮ่าๆๆ มิน่า ปีนี้เธอถึงตั้งใจทำงานกว่าปีอื่น เพราะเธอหวังจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วได้ไปทำงานที่สาขาเกาหลีกับคุณติณณ์นี่เอง”

“ใครไปเกาหลีกับคุณติณณ์เหรอ?” ดารินทร์ เพื่อนรุ่นพี่โผล่มาถาม สองสาวเลยชะงักไม่อยากให้ความลับนี้แพร่งพรายไปกว่านี้

ooooooo

ขณะที่ทั้งสามเดินออกจากลิฟต์  ดารินทร์บอกว่าเรื่องปลื้มคุณติณณ์นั้นไม่ใช่เรื่องผิด ขนาดตนมีครอบครัวแล้วยังปลื้มเลย

นลินตัดบทว่าเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วเพราะคนอย่างติณณ์ไม่สนใจตนหรอก

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะบัว บัวน่ะทั้งสวย ทั้งเก่ง บัวเห็นรางวัลในห้องทำงานของคุณอณุกาไหม นั่นน่ะ มาจากฝีมือบัวทั้งนั้น” ดารินทร์ลุ้นเต็มที่ นลินถอนใจย้อนถามอย่างติดค้างคาใจว่า

“ถ้าบัวเก่งจริงๆ ทำไมบัวทำงานมาสามปี ถึงไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่งเลยล่ะคะ”

“ในฐานะที่พี่เป็นพี่ใหญ่ ทำงานที่นี่มาห้าปี พี่ขอยืนยันว่าที่นี่ไม่ได้ใช้ความเก่งตัดสินว่าพนักงานคนไหนควรได้เลื่อนตำแหน่งหรอก แต่เขาใช้...”

ดารินทร์ชักกึก เมื่อสารัชหนุ่มครีเอทีฟผู้มีฝีมือวิ่งออกมาบอกว่า

“คุณบัว พี่รินทร์ คุณมิ้นต์...มีเรื่องแล้วครับ!”

“เรื่อง” ที่ว่านี้คือ อณุกาสั่งไล่มนัญญาออกจากงานเพราะคิดว่ามนัญญาไปอ่อยคุณปราณสามีเด็กของตน!

มนัญญายืนยันว่าตนถูกปราณจับก้น ปราณอยู่ในห้องนั้นด้วย ด่ามนัญญาว่าหลงตัวเอง อย่างตนหรือจะไปจับก้นเธอ

อณุกาเจ้าของบริษัทวัย 40 ผู้มีรังสีอำมหิตแผ่กระจายจนบรรดาพนักงานหวั่นเกรงกันทั้งบริษัท เธอ หลงใหลปราณสามีวัย 30 ที่ทั้งหล่อและมีเสน่ห์ในการพูด ไม่เชื่อคำชี้แจงของมนัญญา สั่งไล่เธอออกจากงาน

“หนูออกก็ได้ แต่หนูขอบอกไว้เลยนะว่า ถ้าคุณยังหลงสามีเด็กจนไม่มีความคิดอย่างนี้ วันนึงคุณจะเสียใจ!”

ผลคือ ถูกอณุกาสั่ง รปภ.มาลากเธอโยนออกไปนอกบริษัท มนัญญาลุกขึ้นเดินกะเผลกๆทั้งด่าและแช่งอย่างเจ็บใจ

“โอ๊ย...แกทำกับฉันเกินไปแล้วนะยัยอณุกา หลงผัวเด็กจนโงหัวไม่ขึ้น นังวัวแก่กินหญ้าอ่อน ขอให้บริษัทแกเจ๊ง!! ขอให้ภัทรแอดเวอร์ไทซิ่งล่มจม!!”

กษิดิฐเดินมาถึงหน้าบริษัทพอดี เขามองสภาพของมนัญญาที่เดินร้องไห้พลางด่าแช่งบริษัท  แล้วหันมองป้ายชื่อตึก

“นี่คุณนายบัวทำงานบริษัทนี้เหรอเนี่ย  แล้วคุณนายบัวจะโดนอย่างนี้ไหมเนี่ย”

ที่แผนกครีเอทีฟ มัญจา นลิน และดารินทร์ ยังคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสยอง มัญจาเตือนนลินว่าเธออาจจะเป็นรายต่อไป  นลินถามว่าตนเกี่ยวอะไรด้วย

“เกี่ยวอย่างยิ่งเลยล่ะบัว เพราะบัวคือผู้หญิงไร้คู่คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในบริษัทนี้” ดารินทร์พูดอย่างมีประสบการณ์ มัญจาฟันธงว่านลินคือเหยื่อรายต่อไปของคุณปราณ

“ไปกันใหญ่แล้ว...มันเป็นไปไม่ได้หรอก” นลินพูดขำๆ

เวลาเดียวกัน ที่ห้องทำงานของอณุกา เธอถามติณณ์ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องที่มาหาว่ามีธุระอะไรหรือ ติณณ์บอกว่าจะคุยเรื่องครีเอทีฟที่จะเลือกไปทำงานที่สาขาเกาหลี ถามว่าเธอตัดสินใจหรือยังว่าจะเลือกใคร

“พี่ก็มองๆไว้สองสามคน  แต่ที่มีผลงานเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็น นลิน” ติณณ์แอบยิ้มบอกว่าตนก็คิดไว้เหมือนกัน อณุกาเปิดแฟ้มประวัติดู ฉุกคิดอะไรได้ “เอ๊ะ...นลินเขามีแฟนรึยังนะ”

ติณณ์ชะงัก งงว่าทำไมอณุกาถึงถามคำถามนี้

ooooooo

สารัชที่ตามจีบนลินมา 3 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับความสนใจ  เสนอตัวขอเป็นแฟนกับนลินเพื่อความปลอดภัยของเธอ  นลินบอกว่าความโสดหรือไม่โสดมันไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลยกับการทำงาน

“เกี่ยวสิ...พี่บอกแล้วไงว่าบริษัทนี้ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งพนักงานที่ความเก่ง  แต่พิจารณาที่ความโสดหรือไม่โสด” ดารินทร์พูดแล้วเหลียวซ้ายแลขวาลดเสียงลง “พี่ไม่ได้นินทาเจ้านายนะ แต่ใครๆก็รู้ว่าคุณอณุกาทั้งรักทั้งหลงคุณปราณขนาดไหน ดูกรณียัยนัญเป็นตัวอย่างสิ เห็นชัดเลยว่า ในสายตาคุณอณุกาน่ะ คุณปราณคือเทพบุตร พูดอะไรก็ถูกไปหมด  ตรงกันข้ามกับความจริงที่พวกเรารู้กันดีว่า คุณปราณคือหมาล่าเนื้อดีๆนี่เอง”

“คิดมากไปรึเปล่าคะ ในบริษัทเราก็ยังมีพนักงานใหม่ที่ไม่มีแฟนเข้ามาทำงานเยอะแยะ” นลินติง

ดารินทร์บุ้ยใบ้ให้ดูพนักงานใหม่ที่เข้ามา  แต่ละคนไม่อ้วนเป็นตุ่ม  ก็ดำเป็นเหนี่ยงหรือไม่ก็เป็นทอมบอย ย้ำว่า

“นี่พี่จริงจังนะบัว ถ้าบัวยังไม่มีแฟน คุณปราณต้องพุ่งมายุ่งกับบัวแน่ๆ แล้วมันจะทำให้บัวพลาดโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งปีนี้” มัญจาก็เสริมว่าแล้วจะพลาดโอกาสไปทำงานที่สาขาเกาหลีกับติณณ์ด้วย

นลินมองไปที่ห้องทำงานของติณณ์ นึกในใจว่าจะไม่ให้พลาดโอกาสเลื่อนตำแหน่งปีนี้เด็ดขาด เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ตนได้ทำงานใกล้ชิดติณณ์ ถามมัญจากับดารินทร์ว่า

“นี่ทุกคนกำลังจะบอกให้บัวรีบหาแฟนอยู่ใช่ไหม?”

“เยส!!” ทั้งสองตอบเป็นเสียงเดียวกัน

ooooooo

กษิดิฐต้องตามหานลินให้เจอเพราะไม่อย่างนั้นไม่มีค่ารถกลับบ้าน เขาเจอเธอมากับมัญจา ดารินทร์และสารัชที่หน้าลิฟต์ ความเป็นคนสนุกสนานเฮฮากอปรกับสนิทกับนลินเป็นอย่างดี เลยเข้าไปทัก

“สวัสดีจ้ะเมียจ๋า...”

นลินกับมัญจาอุทานอย่างคาดไม่ถึง ส่วนดารินทร์กับสารัชตะลึงอึ้งที่ชายคนนั้นเรียกนลินว่า “เมีย” กษิดิฐถูกนลินลากเข้าลิฟต์ไปทุบอั้กๆ พอเห็นนลินโกรธจริงๆ กษิดิฐก็เสียงอ่อยว่า แค่ล้อเล่น โกรธอย่างนี้ไม่เล่นแล้ว นลินจึงเลิกทุบ

ดารินทร์กับสารัชคาดคั้นเอากับมัญจาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่ จนมัญจาต้องยอมบอกความจริงว่า สองคนนี้เคยแต่งงานกันมาก่อน ทั้งสองตะลึงไปอีกครั้ง

ติณณ์มาเห็นบรรยากาศแปลกๆ ถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า

เมื่อนลินรู้ว่ากษิดิฐดั้นด้นมาหาตนเพื่อขอค่ารถกลับบ้าน เลยควักให้ไปหนึ่งพันบาท พอดีมัญจามาบอกนลินว่าคุณติณณ์เรียกไปคุยที่ห้อง นลินชะงักดีใจจนรีบเดินไป กษิดิฐพึมพำอย่างไม่พอใจว่า

“ท่าทางคุณติณณ์จะเป็นคนสำคัญมากนะเนี่ย บัวได้ยินชื่อปุ๊บไม่ลาเราสักคำชักอยากรู้แล้วสิว่า คุณ ติณณ์นี่เป็นใคร”

นลินไปหาติณณ์ที่ห้องทำงาน เขาบอกเธอว่าจะไปทำงานที่สาขาเกาหลีสามเดือน แล้วบอกอีกว่า

“ครีเอทีฟที่จะไปทำงานที่นั่น ผมอยากให้เป็นคุณ...ผมชอบงานของคุณ ผมคิดว่าถ้าคุณได้ไปทำงานที่นั่น คุณคงได้วัตถุดิบสร้างงานดีๆ มากขึ้น ผมเลยเสนอชื่อคุณกับพี่ณุกาไปแล้ว พรุ่งนี้คงได้คำตอบ”

นลินดีใจมาก ติณณ์บอกว่าเรื่องที่จะคุยกับเธอมีแค่นี้ แล้วอวยพรให้เธอโชคดี นลินขอตัวไปด้วยหัวใจพองโต พอออกจากห้องเธอก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดๆ ปราณผ่านมาเห็น เขามองเธอตาเป็นมัน บ่นตัวเองว่า

“เราพลาดยายบัวไปได้ยังไงเนี่ย?”

เพื่อนๆ และดารินทร์ถามว่าไปพบคุณติณณ์มีข่าวดีอะไรหรือ นลินบอกว่าถ้าอยากรู้คืนนี้ไปฉลองกัน ปราณแอบฟังอยู่ที่ประตู ยิ้มร้ายอย่างมีแผนทันที

ระหว่างกินดื่มกันในร้านอาหารกึ่งผับนั่นเอง ดารินทร์ได้รับโทรศัพท์จากปภพว่าลูกไม่สบายจึงขอตัวกลับก่อน ทุกคนเลยตัดสินใจกลับกันหมด มัญจาขอติดรถดารินทร์ไปด้วยเพราะไปทางเดียวกัน สารัชอ้อนขอติดรถนลินไปลงที่ถนนข้างหน้าด้วย นลินเปิดประตูรถให้ขึ้น

ปราณซุ่มดูอยู่ พอรถนลินขับออกไป เขาก็ขับตามไปทันที

ขับมาได้ครู่ใหญ่นลินบอกสารัชว่าจะลงที่ไหนให้บอก สารัชขอไปลงที่หน้าบ้านเธอก็แล้วกัน ปากหวานว่า อยากเห็นเธอถึงบ้านโดยปลอดภัย พูดไม่ทันขาดคำ ก็มีรถแท็กซี่มาชนท้ายโครม!

กษิดิฐยังไม่กลับบ้านที่เมืองนนท์ เขาแวะไปกินข้าวที่บ้านนันทิดาก่อน  ถามว่ารู้จักคนชื่อคุณติณณ์ไหม นันทิดานิ่งพยายามนึกว่าติณณ์เป็นใคร?

ooooooo

ตอนที่ 2

เช้านี้ อณุกามาทำงานด้วยอารมณ์หงุดหงิด พอเจอทรายแก้วก็ถามทันทีว่านลินมาทำงานหรือยัง พอรู้ว่ายังก็สั่งให้โทร.ตามตัวมาพบตนเดี๋ยวนี้ พูดอย่างตึงเครียดว่า มีเรื่องต้องคุยกัน

ส่วนนลิน พอหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอก็พนมมือภาวนาขออย่าได้ตกอยู่ในรถของปราณเลย แต่พอมาถึงบริษัทมัญจาก็รี่เข้ามาบอกทันทีว่ามีเรื่องจะเม้าท์ให้ฟังรับรองฟังแล้วเธอต้องอึ้งแน่ๆ

ที่แท้คือมนัญญามาเล่าความร้ายกาจของอณุกาให้ฟังว่า หลังจากเธอถูกไล่ออกจากงานแล้วอณุกาก็ไปล็อบบี้บริษัทต่างๆ กระทั่งบริษัทเล็กๆ ที่เช่าตึกแถวเป็นออฟฟิศไม่ให้รับมนัญญาเข้าทำงาน มนัญญาเตือนนลินว่า

“พี่บัวต้องระวังตัวนะคะ อยู่ห่างๆนายปราณไว้ นัญไม่อยากให้คนเก่งๆอย่างพี่บัวต้องเสียอนาคตเพราะผู้ชายเลวๆคนนั้น”

มนัญญาแวะมาเล่าความร้ายกาจของอณุกาแล้วขอตัวกลับ นลินหันไปบอกกษิดิฐทันทีว่าเห็นไหม ลาออกไปแล้วเรื่องก็ยังไม่จบ กษิดิฐถามว่า บอกความจริงก็ไม่ได้ ลาออกก็ไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร

“ก็สู้ต่อไงกบ! บัวจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาโอกาสของบัวไว้”

ดารินทร์เห็นทั้งสองคุยกันอย่างมีความลับ ถามว่าบอกได้ไหมว่าคุยเรื่องอะไรกัน นลินจึงหาทางกันกษิดิฐออกไปก่อนเพราะกลัวปากไม่มีหูรูดของเขาจะทำเสียเรื่องอีก เขาบอกว่าเย็นนี้จะมารับ เธอบอกไม่ต้องจะกลับเอง กษิดิฐเลยเดินคิดสงสัยไปว่า

“แปลกๆนะ ขนาดเจอคนพาเข้าม่านรูดก็ยังไม่ยอมออก แถมยังไม่อยากให้ใครเห็นเรา หรือว่าบัวแอบชอบใครที่นี่สงสัยจะปล่อยหลานสาวคุณย่าห่างสายตาไม่ได้แล้วล่ะสิ” คิดแล้วบอกตัวเองว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

ooooooo

หลังจากดารินทร์กับมัญจาฟังนลินเล่าเรื่องปราณให้ฟังแล้ว ทั้งสองพูดอย่างโล่งอกว่าดีที่กษิดิฐไปช่วยไว้ทัน ส่วนเรื่องที่กังวลว่าจะถูกอุณกาเล่นงานนั้น ดารินทร์แนะว่าให้นลินรีบหาแฟนเสีย อณุกาจะได้ไม่เอาเรื่อง

นลินถามอย่างหนักใจว่าเวลากระชั้นอย่างนี้จะให้ตนไปหาใครมาเป็นแฟนได้ พอดีติณณ์เดินมาจะขึ้นลิฟต์เหมือนกัน ทั้งสองชี้ทันที

“คนนี้ไง”

ทั้งหมดเข้าลิฟต์ตัวเดียวกัน มัญจาชงเรื่องทันที ทำเป็นถามนลินว่าอยากรู้ว่าคุณติณณ์จะเดินทางกี่โมงไม่ใช่หรือ แล้วยุเพื่อนให้ถาม ติณณ์บอกโดยไม่รอให้ถามว่า “เครื่องผมออกห้าทุ่มครับ”

มัญจาแกล้งถามว่า “ให้บัวไปส่งไหมคะ” นลินหันไปยิ้มเก้อๆ กับติณณ์ต่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ต่างมองและหลบตากันไปมาจนต่างคนต่างเขิน มัญจากับดา–รินทร์มองทั้งสองแล้วแอบขำกันกิ๊กกั๊ก

ออกจากลิฟต์แล้ว ติณณ์ยังไม่หายตื่นเต้น จนต้องหยุดยืนพิงกำแพงบ่นตัวเอง “เป็นเอามากนะเรา”

สามสาว เดินมาเจอสารัช เขาตรงเข้ามาบอกว่าคุณอณุกาเรียกนลินไปพบโทร.เข้ามือถือหลายครั้งแต่เธอไม่รับสายนลินค้นกระเป๋าหามือถือไม่เจอ คิดว่าคงจะตกอยู่ในรถของกษิดิฐ บ่นตัวเองว่า “ทำไมมีแต่เรื่องซวยอย่างนี้นะ” เธอสูดหายใจลึกๆสบตามัญจากับดารินทร์ แล้วเดินไปทางห้องของอณุกา

ooooooo

พอเดินเข้าไปในห้องทำงานของอณุกาเห็นปราณนั่งอยู่ นลินชะงักนิดหนึ่ง พยายามตั้งสติทำตัวปกติเดินเข้าไป อณุกาบอกให้นั่ง ทักว่าดูท่าทางเธอเครียดๆ พูดเป็นนัยให้นลินเครียดยิ่งขึ้นว่า

“ฉันเข้าใจว่าเรื่องอย่างนี้เป็นใครก็เครียด...ตกลงเธอรู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเรียกเธอมาคุยเรื่องอะไร” นลินอึกอักบอกว่าไม่แน่ใจ “เหรอ...งั้นฉันจะบอกให้ ฉันเรียกเธอมาคุยเรื่อง...” พูดทิ้งไว้แล้วหันไปทางปราณ “ปราณ ฉันบอกให้เธอหยิบแฟ้มนั่นมาให้หน่อย ไม่ได้ยินรึไง”

ปราณสะดุ้งรีบไปหยิบแฟ้มให้ อณุกาจึงบอกนลินว่าเรียกมาเรื่องงาน คือเมื่อวานตนเสนอชื่อและผลงานของเธอให้หุ้นส่วนสาขาเกาหลีดูแล้ว พวกเขาโอเค แต่ติดที่เธอยังไม่มีคุณวุฒิด้านตำแหน่งงานเพียงพอ ถ้าเขาจะเลื่อนเธอจากคนตำแหน่งเล็กๆขึ้นไปอยู่ตำแหน่งใหญ่เลย ก็กลัวจะข้ามหน้าข้ามตาคนอื่น ตนจึงให้เธอโชว์ฝีมือเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอสมควรได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมครีเอทีฟ

นลินดีใจมากถามว่าตนจะได้เป็นหัวหน้าครีเอทีฟหรือ อณุกาบอกว่าขึ้นอยู่กับว่าเธอสามารถคิดแคมเปญโฆษณาประกันภัยชิ้นนี้ให้เสร็จภายในคืนนี้หรือเปล่า พลางเอาแฟ้มให้ดู

“คืนนี้เลยเหรอคะ” นลินอึ้ง

“ใช่! พรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้า ลูกค้าและหุ้นส่วนจะมาฟังเธอพรีเซนต์และถ้างานถูกใจลูกค้าเจ้าของผลงาน ก็ได้ตำแหน่งหัวหน้าทีมครีเอทีฟแล้วก็รอแพ็กกระเป๋าไปทำงานที่สาขาเกาหลีกับติณณ์ได้เลย”

“ขอบคุณค่ะคุณอณุกา บัวจะทำให้เต็มที่เลยค่ะ” นลินดีใจมาก เพราะนอกจากจะไม่ถูกเล่นงานเรื่องปราณแล้วยังมีข่าวดีเรื่องงานด้วย

แต่พอมาเล่าให้มัญจากับดารินทร์ฟัง ดารินทร์คาดการณ์ว่า

“ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ทำงานที่นี่มาก่อน ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณอณุกาพูดว่า ‘เธอรู้จักฉันน้อยไป!’ เหมือนที่เขาทำใส่ยายนัญ เมื่อนั้นแหละมีเรื่อง! แต่นี่คุณอณุกาไม่พูดแบบนั้นกับบัวก็แปลว่าสถานการณ์สงบ”

หารู้ไม่!! พอนลินออกจากห้อง อณุกาก็พูดกับปราณแววตาร้ายกาจว่า ถ้าไม่ใช่เพราะลูกค้าโทร.มาสั่งให้นลินเป็นคนคิดแคมเปญนั้น ตนไม่เอาไว้ให้มาลอยหน้าลอยตาอย่างนี้แน่ ปราณติงให้ใจเย็นๆเพราะอย่างน้อยนลินก็ทำงานเก่ง

“ฉันไม่สน! ผู้หญิงที่แกล้งเมาแล้วมายั่วสามีคนอื่นให้พาเข้าม่านรูด แต่พอผู้ชายไม่เล่นด้วย กลับไปฟ้องให้คนมารุมทำร้ายเธออย่างนี้ ฉันไม่เก็บไว้แน่!”

“แต่คุณเพิ่งบอกไปเองนะครับว่า จะให้คุณบัวเป็นหัวหน้าทีมครีเอทีฟ”

“หึ! ฉันไม่ได้บอกสักคำว่าจะให้นลินเป็น ฉันพูดว่า ถ้างานถูกใจลูกค้าเจ้าของผลงานก็ได้เป็นหัวหน้าทีม ถึงนลินจะคิดงานมาพรีเซนต์ แต่ถ้าฉันบอกว่ามันไม่ใช่ผลงานของนลิน แล้วใครจะทำอะไรได้...” พูดแล้วอณุกามองกระเป๋าสตางค์ของนลินในมือ ยิ้มเหี้ยม แววตาอำมหิต “นลิน! เธอรู้จักฉันน้อยไป!”

ooooooo

พอเพื่อนๆรู้ว่านลินไม่ถูกอณุกาเล่นงานเรื่องปราณก็พากันโล่งอก คิดว่าอณุกาคงไม่รู้ ดารินทร์เสนออีกครั้งให้นลินรีบมีแฟนเสียจะได้ปลอดภัย ลุ้นให้เธอไปส่งติณณ์ที่สนามบินคืนนี้เลย

“ถึงยังไงบัวก็ไปไม่ได้หรอกค่ะ บัวต้องรีบคิดแคมเปญ ให้เสร็จภายในคืนนี้ ตอนนี้บัวยังไม่มีไอเดียเลย”

ขณะนั้นเอง กษิดิฐโผล่เข้ามาทักกวนๆว่า “ไม่ร้องไห้ฟูมฟายอย่างนี้แปลว่ายังไม่โดนไล่ออกใช่ไหม”

“กบ...ทำไมยังอยู่อีกล่ะ?” นลินถามเซ็งๆ

กษิดิฐยิ้มกวนๆ ยักไหล่เล่าว่า ตนเช่าออฟฟิศที่นี่เปิดบริษัทออกแบบ เพื่อจะได้อยู่กับเธอทั้งวัน

“ซวยละสิบัว ขืนกบอยู่ตึกเดียวกับเราแบบนี้ เรื่องบัวเคยแต่งงานต้องเข้าหูคุณติณณ์เข้าสักวันแน่” มัญจากระซิบ

กษิดิฐจุ้นไปหมดทุกเรื่อง จนนลินขอตัวไปทำงาน บอกว่าคืนนี้คงอยู่ดึกแน่ๆ ให้เขากลับไปก่อนก็แล้วกัน สารัชขอตัวไปอีกคน พูดแดกดันลอยๆว่า ไม่ชอบนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า

“นี่บัวเขายังกล้าอยู่ทำงานดึกๆอีกเหรอ ต่อให้เจ้านายไม่เอาเรื่องแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าไอ้หมอนั่นมันจะปล่อยบัวไปนะ” กษิดิฐปรารภกับมัญจา

“ใจเย็นน่ากบ...บัวเขาห่วงงานน่ะ งานนี้มันสำคัญมาก บัวจะได้เลื่อนตำแหน่งหรือไม่ได้เลื่อนก็ขึ้นกับงานชิ้นนี้ แล้วอีกอย่าง...บัวก็คิดว่าคุณปราณไม่มายุ่งอีกแล้วล่ะ”

“แต่กบไม่คิดอย่างนั้นนะ” กษิดิฐหน้าขรึมขึ้นมา ฝากมัญจาบอกกลินด้วยว่าคืนนี้จะมารับ มัญจาบอกว่าไม่ต้องตนจะดูแลเอง เลยถูกกษิดิฐหาว่ามัญจาทำตัวเหมือนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ช่วยนลินปกปิดตนเรื่องมีคนมาจีบเธอ ถามอย่างระแวงว่า “บัวแอบปิ๊งใครอยู่ใช่ไหม?” แล้วก็ระแวงคนชื่อติณณ์ ดารินทร์เลยยุมัญจาให้ผสมโรงเสียเลย

มัญจาเล่าเป็นตุเป็นตะว่า คนชื่อติณณ์นั้นอายุห้าสิบกว่า มีลูกมีเมียแล้ว นลินไม่มีทางคิดอะไรกับติณณ์แน่นอน เพื่อให้น่าเชื่อถือดารินทร์อาสาพาไปดูคนชื่อติณณ์ แต่พอดีติณณ์เดินมา มัญจาทักทายแนะนำให้กษิดิฐรู้จักด้วย

สองสาวเจ้าเล่ห์ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เพราะที่บริษัทนี้มีคนชื่อติณณ์ถึง 3 คน ติณณ์ที่มัญจาแนะนำนั้นเป็นติณณ์ฝ่ายการตลาด หลอกกษิดิฐแล้ว มัญจาภาวนาว่า

“ขอให้กบเชื่อพวกเราด้วยเถอะ ไม่อย่างนั้น กบต้องป่วนความรักของบัวเหมือนเมื่อก่อนแน่”

ดารินทร์มีความเห็นว่า ถ้านลินกับกษิดิฐไม่ได้รักกัน การที่นลินจะรักใครย่อมเป็นสิทธิ์ของเธอ พูดแล้วตบเข่าฉาด พูดอย่างมันอารมณ์ “แหม...ถ้าเป็นอย่างที่พี่คิดเรื่องคงสนุก คุณกบชอบบัว บัวชอบคุณติณณ์ นี่ถ้าคุณติณณ์ชอบบัวด้วย โอ้โห...สุดหรรษา”

“แค่นี้ยังไม่สนุก พี่รินทร์...พี่รินทร์ต้องเจออีกคน...” มัญจานึกถึงแตงกวา คนที่เคยคบกับกษิดิฐก่อนที่เขาจะแต่งงานกับนลินตามคำขอของคุณย่า แค่นึกถึงแตงกวา มัญจาก็สยองแล้ว

ooooooo

ยศภัทรเห็นกษิดิฐเป็นคอมฯทิ้งไว้ เลยเข้าไปแอบอ่านอีเมล์ของเขา จึงรู้เหตุผลที่แท้จริงที่เขารีบกลับเมืองไทยกะทันหัน เล่าให้กมลาฟังแล้ว ทั้งสองก็ดักพบกษิดิฐเพื่อจับเท็จ

ทันทีที่กษิดิฐกลับบ้าน กมลายิงคำถามทันที

“กบ! บอกแม่มาตรงๆ ดีกว่าว่าทำไมกบถึงรีบกลับมาจากอเมริกา” กษิดิฐทำหน้าตายบอกว่าเรียนจบก็กลับ อยากกลับมาเปิดบริษัทของตัวเอง วันนี้ก็ไปเช่าออฟฟิศแล้ว อยู่ตึกเดียวกับบริษัทของนลินด้วย

กมลาดีใจที่ลูกจะได้ใกล้ชิดกับนลินจนหลงประเด็น ยศภัทรเตือนว่า

“แม่! เรื่องนั้นไว้ก่อน ลืมไปแล้วหรือว่าเรากำลัง สอบสวนตากบอยู่”

เมื่อหันกลับมาซักไซ้เรื่องอีเมล์ กษิดิฐก็ยังทำไขสือ “ก็แค่อีเมล์ ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่”

กษิดิฐใช้ความสามารถเฉพาะตัวที่ได้มาจากพ่อ เกลือกกลิ้งหาทางบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ จนกมลาพูดจริงจังว่า

“ถ้ากบเหลวไหลเรื่องอื่นแม่จะไม่ยุ่ง แต่เรื่องนี้แม่ปล่อยไม่ได้ เพราะถ้าขืนกบไม่คุยกับเขาให้รู้เรื่อง ถ้าเขาตามกบกลับมา คนที่ซวยมันไม่ใช่กบคนเดียว แต่ยังมีคนอื่นด้วย...กบก็รู้นะว่าใคร”

กษิดิฐรู้แกใจดีว่า พ่อกับแม่หมายถึงแตงกวา และถ้าแตงกวากลับมาจริงๆ นอกจากเธอจะอาละวาดตนแล้ว คนที่ต้องโดนกระหน่ำอีกคนคือนลิน

ooooooo

นลินทำงานอยู่จนห้าโมงเย็น ทั้งดารินทร์ มัญจา และสารัชต่างมีธุระต้องกลับก่อน มัญจากระเซ้าก่อน กลับว่า

“อย่าลืมคิดคำสวยๆให้สมกับเป็นครีเอทีฟไปบอกลาคุณติณณ์ล่ะ”

กษิดิฐทนไม่ได้ที่โทร.เข้ามือถือนลินแล้วเธอไม่รับสาย เพราะโทรศัพท์ของเธอตกอยู่ในรถเขาตอนค้นหากระเป๋าสตางค์ที่ปั๊ม พอสามทุ่มก็ขับรถออกไปอย่างตัดสินใจว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

ติณณ์ยังอยู่ที่ทำงาน เขาเตรียมกระเป๋าเดินทางมาพร้อมแล้ว จนสามทุ่มเขาเก็บเอกสารและปิดคอมฯ

มองกระเป๋าทำงานเห็นดอกกุหลาบสีขาวเสียบอยู่ เขาหยิบดอกกุหลาบขึ้นมาคิด...

“อีกตั้งสามเดือนกว่าจะได้เจอกัน...จะลองให้เขาสักครั้งดีไหม”

นลินเองก็ไม่มีสมาธิในการทำงาน คอยชำเลืองไปที่ห้องทำงานของติณณ์บ่อยๆ จนต้องเรียกสมาธิกลับมาตั้งใจทำงาน หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มปรากฏว่าน้ำหมด จึงเดิน ไปที่มุมกาแฟ

ติณณ์เดินผ่านมาทางห้องทำงานของนลิน เห็นอุปกรณ์การทำงานทั้งคอมพิวเตอร์และหนังสือยังวางอยู่ เขาหยิบดอกกุหลาบขึ้นมาลังเลว่าจะวางไว้บนโต๊ะดีไหม ก็พอดีได้ยินเสียงจานรองแก้วตกแตก เขาตกใจรีบเอาดอกกุหลาบใส่กระเป๋า  เมื่อนลินเก็บจานรองแก้วเงยหน้าขึ้นเห็นติณณ์ยืนอยู่ ต่างเหมือนจะพูดอะไร เลยเกี่ยงกันเขินๆ ให้อีกฝ่ายพูดก่อน

“ผมจะบอกว่าผมเพิ่งรู้ว่าพี่ณุกาให้คุณทำแคมเปญให้เสร็จในคืนนี้เหรอครับ...ยังไงก็ขอให้คุณบัวพยายามนะครับ...หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันนะครับ”
ทุกประโยคของติณณ์ นลินตอบซ้ำๆ “ค่ะ...ค่ะ... ค่ะ...” จนเขาบอกว่า “ผมไปก่อนนะครับ” เธอก็ยังตอบได้คำเดียวว่า “ค่ะ...” จนเมื่อเขาไปแล้ว เธอหัวเราะขำตัวเองว่า “พูดเป็นแต่คำเดียวว่า...ค่ะ...รึไงยายบัว?”

ฝ่ายติณณ์ เดินออกไปหยุดที่หน้าลิฟต์ เปิดกระเป๋าหยิบกุหลาบขาวขึ้นมาพึมพำกับตัวเอง

“แค่ถือดอกไม้ไปให้เขาเอง...นายติณณ์...”

ooooooo

กษิดิฐมาถึงบริษัทแล้ว เขาตรงไปที่ห้องทำงานของนลิน เธอได้ยินเสียงฝีเท้านึกว่าติณณ์คงลืมอะไร

“คุณติณณ์ลืม...” กลายเป็นกษิดิฐ ถูกเขาจับผิดทันทีว่าเมื่อกี้เรียกตนว่าอะไรนะ เป็นจังหวะที่ติณณ์ถือดอกกุหลาบย้อนมาจะให้นลิน เห็นเธอคุยอยู่กับชาย

คนหนึ่งหันหลังให้อยู่ เขาเก็บดอกกุหลาบใส่กระเป๋า หันเดินกลับไป...

กษิดิฐพาลหาเรื่องว่า เธออ้างงานเพื่ออยู่รอพบนายติณณ์ใช่ไหม นลินที่ได้ฟังดารินทร์เล่าเรื่องนี้มาก่อนแล้ว เลยตีขลุมไปตามนั้น  กษิดิฐไม่สนใจ เขาเก็บอุปกรณ์การทำงานทั้งหมดบอกให้เธอกลับไปทำต่อที่บ้าน อ้างว่า

“พ่อแม่ของกบรอกินข้าวกับบัวอยู่ วันนี้แม่เขาเลี้ยงต้อนรับกบกลับมา แม่บอกว่าถ้าบัวไม่กลับ แม่ก็จะนั่งรอ”

แต่เมื่อพากลับถึงบ้าน ปรากฏว่าทั้งพ่อและแม่เข้านอนหมดแล้ว พอถูกนลินจับผิดเขาแถไปหน้าตาเฉยว่า

“นี่มันห้าทุ่มกว่าแล้วนะจ๊ะแม่คุณ ใครจะไปนั่งหิ้วท้องรอคุณบัวได้ล่ะ ป่านนี้พ่อแม่ของกบนอนกรนสนั่นบ้านไปแล้ว”

นลินโกรธมาก กำลังจะมีเรื่องกัน กมลาก็ลงมาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ พอนลินขอโทษที่มากินเลี้ยงด้วยไม่ทันกมลาถามงงๆ ว่ากินเลี้ยงอะไร เธอเลยจับได้ว่ากษิดิฐหลอกให้ตนกลับมา เลยยิ่งโมโห แทนที่กษิดิฐจะสลด กลับเดินหัวเราะขึ้นข้างบนพูดขำๆ

“ยังหลอกง่ายจริงๆคุณนายบัวเอ๊ย...”

“นายกบ! ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ” นลินโมโหแทบคลั่ง พอกลับถึงห้องทำงานที่บ้านตัวเอง ก็รีบลงมือทำงาน อดบ่นไม่ได้ “นายกบนะนายกบ...เคยสร้างความวุ่นวายให้กับชีวิตยังไง ก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น ดีนะที่หลอกเรื่องคุณติณณ์ได้ไม่อย่างนั้นละก็...โอ๊ย...ไม่อยากจะคิด”

นลินตั้งสมาธิทำงานต่ออย่างเคร่งเครียด เพราะกลัวจะเสร็จไม่ทันเส้นตายของอณุกา

ฝ่ายกษิดิฐกลับเข้าห้องนอนยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดแผนที่จะแกล้งนลินพรุ่งนี้ได้ เขาเอามือถือชาร์จแบตปิดไฟนอน

ที่มือถือมีแสงไฟวาบๆ บอกว่ามีสายเข้า 25 มิสคอล เป็นสายจากแตงกวาเธอพึมพำหน้าตาเอาเรื่อง

“คิดว่าจะหนีแตงกวาพ้นหรือ! กบ!!”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น กษิดิฐไปนั่งรอนลินที่บ้าน ตั้งแต่หกโมงเช้า แต่ยังไม่ทันเจอกับนลิน กมลาก็เดินมาบอกว่ามีคนมารอพบที่บ้าน พอเขากลับไปก็เจอแตงกวานั่งรออยู่

แตงกวาตัดพ้อกษิดิฐว่าหลอกตนว่าจะไปเที่ยวซานฟรานกับเพื่อนแต่หนีกลับเมืองไทย เขาทำหน้าระรื่นถามว่าตนจะหนีเธอไปทำไม ถูกทั้งพ่อและแม่ถามแทนแตงกวาว่าตอนอยู่อเมริกาเขารับปากจะแต่งงานกับแตงกวาหรือ เขาเลยจับแขนแตงกวาพาไปคุยข้างนอก

กษิดิฐพูดอย่างไม่ชอบใจว่าแตงกวาเล่นอย่างนี้อีกแล้ว ที่ตนต้องหนีกลับเมืองไทยเพราะเธอเล่นพูดเรื่องแต่งงานทุกวันทั้งที่ตนไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเธอเลย

“กบรับปากรึเปล่าไม่รู้ แต่แตงกวาบอกเรื่องนี้กับพ่อไปแล้ว” กษิดิฐเสียงแข็งว่ายังไงตนก็ไม่แต่ง “คอยดูแล้วกัน แตงกวาจะทำให้กบเปลี่ยนคำพูด” เธอพูดอย่างมาดมั่น เพราะคนอย่างแตงกวาอยากได้อะไรต้องได้ กษิดิฐถามอย่างไม่สบายใจว่าเธอจะทำอย่างไร “ถ้าบอกก็ไม่สนุกสิ...กบรู้จักบริษัทภัทร แอดเวอร์ไทซิ่งไหม”

แตงกวาถามอย่างเป็นต่อแล้วขับรถออกไปเลย พอดีนลินตะโกนข้ามรั้วมาเร่งว่าจะไปกันหรือยังตนรีบ

ระหว่างนั่งมาในรถ กษิดิฐถามอย่างหวั่นใจว่าเธอได้ข่าวแตงกวาบ้างไหม พอรู้ว่าแตงกวาไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับนลินก็สบายใจ เลียบเคียงถามว่าบริษัทที่เธอทำงานอยู่ชื่ออะไร พอรู้ว่า ภัทร แอดเวอร์ไทซิ่ง ก็ชะงักอึ้งแต่รีบเก็บอาการบอกเธอว่าไม่มีอะไร แล้วจู่ๆนลินก็ถามว่าที่เกาหลีตอนนี้หนาวไหม ทำให้กษิดิฐสงสัยว่าเธอถามทำไมหรือ ใครจะไปเกาหลี?

เพราะเมื่อคืนทำงานจนเกือบไม่ได้นอน นลินหลับระหว่างนั่งรถไปบริษัท กษิดิฐดูแลเธออย่างห่วงใย เอามือป้องแสงแดดไม่ให้รบกวนการนอนของเธอ

ooooooo

อณุกามาถึงที่ทำงานแล้ว ถามทรายแก้วทันทีว่านลินทำงานเสร็จไหม ทรายแก้วรายงานว่าเธอโทร.มาบอกว่าเสร็จแล้วและพร้อมพรีเซนต์

“ดี! สมแล้วที่เป็นครีเอทีฟมือรางวัล แต่น่าเสียดาย...” อณุกายิ้มเยาะ ทรายแก้วถามว่าเสียดายอะไรหรือ?

“รีบไปตามนลินให้มาเร็วๆสิ แล้วเธอจะรู้เองว่าคุณอณุกาเสียดายอะไร” ปราณบอกทรายแก้ว

ในห้องประชุม นลินโชว์พรีเซนเตชั่นและพูดพรีเซนต์คอนเซปต์แคมเปญโฆษณาประกันอย่างมั่นใจว่า

“ดิฉัน ขอสรุปโฆษณาชิ้นนี้อีกครั้งนะคะว่าเราจะเสนอภาพประกันภัยเราเหมือนเพื่อน ข้างบ้านที่เกิดพร้อมกัน เติบโตมาด้วยกัน แล้ววันนึงเพื่อนสนิทก็ถูกลืม จน กระทั่งวันนึงที่เพื่อนอีกคนเดือดร้อน เพื่อนสนิทคนนี้ก็คือคนแรกที่ไปยืนเคียงข้าง ไม่เคยทิ้งไปไหน ซึ่งแคมเปญโฆษณาชุดนี้จะอยู่ภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า...เรามักเห็นความสำคัญของ คนใกล้ตัวเป็นคนสุดท้าย แต่เราคิดถึงคุณเป็นคนแรกเสมอ ไทยวัฒนาประกันภัย อยู่เคียงข้างคุณตั้งแต่วันแรกและตลอดไป”

ผลงานของนลินถูกใจบรรดากรรมการผู้ถือหุ้นอย่างมาก ชมนลินว่าเก่งมาก

อณุกาเหยียดยิ้ม ก้มมองข้อความในมือถือ “กำลังจะขึ้นลิฟต์ค่ะ”

เธอคือแตงกวานั่นเอง! แต่การมาของแตงกวาก็ไม่พ้นสายตาของกษิดิฐที่พาเอ็ดดี้ เด็กหนุ่มวัย 22 ปี

รุ่น น้องที่ปากไม่มีหูรูดเหมือนกัน และบางเรื่องก็ยิ่งกว่า แต่มีความรักและสำนึกบุญคุณที่กษิดิฐให้โอกาสทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จึงทั้งเคารพและรักกษิดิฐมาก พอเห็นแตงกวากำลังขึ้นลิฟต์ กษิดิฐก็พาเอ็ดดี้วิ่งขึ้นบันไดหนีไฟที่หน้าออฟฟิศของนลินแทน

นลิน ถูกเรียกเข้าไปในห้องประชุม เธอดีใจมากที่งานผ่าน แต่แล้วก็งงหน้าเผือด เมื่ออณุกาแจ้งแก่ที่ประชุมว่าเกิดความผิดพลาดเล็กน้อย แล้วบอกทรายแก้วว่า

“ทราย แก้ว! ฉันให้เธอไปตามเจ้าของความคิดคอนเซปต์นี้มา แล้วเธอไปตามนลินมาทำไม” ทรายแก้วพาซื่อบอกว่านลินเป็นเจ้าของคอนเซปต์นี้ อณุกาเสียงเข้มว่า “นลินไม่ใช่เจ้าของความคิดนี้! เธอเป็นแค่ครีเอทีฟที่มาพรีเซนต์งานให้ลูกค้าฟังเฉยๆ ส่วนเจ้าของความคิดนี้จริงๆแล้วคือ...”

สิ้นเสียงอณุกา แตงกวาก็ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ปรายตามาทางนลินเหยียดยิ้มเยาะ อณุกาแนะนำทันทีว่า

“ดิฉันขอแนะนำคุณแตงกวา เป็นหัวหน้าครีเอทีฟคนใหม่ของบริษัทภัทร แอดเวอร์ไทซิ่ง และเป็นเจ้าของคอนเซปต์ของงานนี้ค่ะ”

นลินชาไปทั้งตัว มองอณุกาและแตงกวาเหมือนเห็นโลกแตกตรงหน้า!

ooooooo

ขณะ ที่ดารินทร์ มัญจาและสารัชกำลังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั่นเอง อณุกาก็พาแตงกวามาแจ้งแก่ทุกคนว่า นี่คือหัวหน้าทีมครีเอทีฟคนใหม่ แล้วประกาศว่า

“ยังมีอีกเรื่องที่ฉันจะประกาศ ความจริงงานนี้ออกมาดีได้เพราะนลินช่วยไว้ ถ้าฉันจะไม่ให้อะไรนลินเลยก็ดูจะใจร้ายไป” แล้วอณุกาก็มอบของขวัญให้นลินเป็นกระเป๋าสตางค์ สารัชจำได้ว่าเป็นกระเป๋าสตางค์ของนลินที่หายไป สงสัยว่าไปอยู่ที่อณุกาได้อย่างไร อณุกา ยิ้มเยาะเฉลยว่า “เพราะมันตกอยู่ในรถของสามีฉันไง!”

นลินฮึดสู้ชี้แจงเรื่องที่เกิด ขึ้นคืนนั้นที่อณุกาบอกว่าเธอมอมเหล้าปราณเพื่อแบล็กเมล์หวังจะเลื่อน ตำแหน่งว่าไม่จริง เมื่อปราณออกมาด่าว่าเธอซ้ำเติมอีก นลินด่าคืนอย่างแค้นใจ “คุณมันคนลวงโลก!”

“มันจะมากไปแล้วนะ!” อณุกาปราม ประกาศไล่นลินออกจากงานแล้วควงปราณ “ไปกันเถอะปราณ ฉันมีประชุมที่สิงคโปร์อีก”

อณุกา ปราณ และแตงกวาพากันเดินไปทางลิฟต์ทันที อณุกาพูดขณะรอลิฟต์ว่า

“ความจริงพี่ก็เสียดายฝีมือของนลินนะ นลินเป็นคนเก่ง นี่ถ้านลินมีแฟนหรือแต่งงานแล้ว พี่ก็คงไม่ไล่ออกแบบนี้”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณอณุกา เรามีคุณแตงกวามาเป็นหัวหน้าครีเอทีฟแทนนลิน เราก็มีคนเก่งไม่แพ้กัน” ปราณเอ่ย

กษิดิฐมาได้ยินพอดี เขาตกใจมากเมื่อรู้ว่านลินถูกไล่ออกจากงาน และถูกแตงกวามาแย่งตำแหน่งไป

ฝ่าย นลินพอตั้งสติได้ก็วิ่งตามไป เห็นอณุกากำลังจะขึ้นรถ เธอรีบไปดักหน้าขอร้องให้ฟังตนก่อน ยืนยันว่าตนไม่มีวันจะยุ่งกับปราณ เพราะ “บัวมีแฟนแล้วค่ะ และเรากำลังจะแต่งงานกัน”

อณุกาไม่เชื่อบอกให้เธอพิสูจน์ด้วยการส่งการ์ดแต่งงานมาให้ดูในวันจันทร์หน้า ขู่ว่า

“ถ้า เธอแต่งงานจริง ฉันจะคืนตำแหน่งให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน แต่ถ้าฉันรู้ว่าเธอโกหกละก็...เธอเตรียมลาวงการโฆษณาไปได้เลย!!” จ้องหน้านลินแล้วเดินไปขึ้นรถคันหรูไป

นลินเผชิญหน้ากับแตงกวา ถามว่าทำไมต้องมาวุ่นวายกับชีวิตตนตลอดเวลา แตงกวาพูดใส่หน้าว่า

“เธอก็รู้นี่ว่าเพราะอะไร”

กษิดิฐวิ่งกระหืดกระหอบมาถามนลินว่าอณุกาไปไหน ทำให้เธอเอะใจว่าเหตุเกิดเพราะกษิดิฐนี่เอง พึมพำ...

“เพราะกบอีกแล้ว!” นลินเดินหนีไปอย่างโกรธจัด บรรดาเพื่อนๆรีบตามไป

แตงกวา มองกษิดิฐอย่างสะใจ เขาถามเธอว่าทำอย่างนี้ทำไม เธอลอยหน้าบอกว่า “แค่เรื่องความสะใจ!” ทั้งยังขู่ว่า “ถ้ากบยังดื้อไม่แต่ง กบก็ดูต่อไปแล้วกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น” แล้วกรีดกรายเข้าลิฟต์ไป

ooooooo

นลิน ไม่ยอมจำนนกับการถูกกลั่นแกล้ง เมื่อบอก อณุกาว่าตนมีแฟนแล้วและกำลังจะแต่งงาน แต่ลืมคิดไปว่าจะหาแฟนหาเจ้าบ่าวที่ไหนมาพิมพ์การ์ดแต่งงาน
กษิดิฐเป็นห่วงนลิน เย็นนี้จึงออกมาป้วนเปี้ยนแถวข้างรั้วบ้านนลิน จนยศภัทรกับกมลามาถามดักคอว่ามารอพบนลินหรือ ยศภัทรก็พูดล้อว่า

“ผู้ชายมาแอบรอสาว มันมีเหตุผลเดียวล่ะแม่ แอบพบ...ประสบรัก...”

“ตอนนี้บัวไม่อยากประสบรักกับผมหรอก แต่อยากให้ผมประสบอุบัติเหตุมากกว่า”

“ก่อปัญหาให้หนูบัวอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย? เกี่ยวกับหนูแตงกวารึเปล่า” กมลาเอะใจ กษิดิฐตอบอึกอักว่า

“เรื่องจุ๊บจิ๊บน่ะแม่ เดี๋ยวกบเอาของกินล่อ บัวก็หายโกรธเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ...กษิดิฐคอนเฟิร์มมมม”

พอดี นลินกลับมา กษิดิฐวิ่งไปที่หน้าบ้านตัวเอง ทำเสียงทะเล้นทัก “ไปไหนมาจ๊ะน้องสาว...” แล้วทำหน้าเป็นบรรยายอาหารต่างๆ ที่เธอชอบหมายให้เธอหายโกรธ  แต่นลินไม่ยอมพูดด้วย กษิดิฐเลยเปลี่ยนแผนใหม่เอานิ้วจี้เอวจนเธอดุ

“เลิกเล่นเป็นเด็กๆ เสียทีเถอะกบ!” กษิดิฐหัวเราะดีใจที่เธอยอมพูดด้วยแล้ว นลินถามอย่างเสียความรู้สึกว่า “บัวโดนไล่ออก กบไม่รู้สึกผิดเลยใช่ไหม?” กษิดิฐเลยตลกไม่ออก ถามเป็นการเป็นงานว่า

“แล้วเรื่องของบัวจะทำยังไงต่อไป”

“ก็ทำทุกอย่างที่จะได้ตำแหน่งของบัวคืนมา”

“ให้กบช่วยไหม”

“ไม่ต้อง!” นลินตัดบทแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย

ooooooo

กมลาจับตาดูอยู่ เมื่อกษิดิฐกลับเข้ามาก็ตำหนิจริงจัง

“แม่ บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เคลียร์กับหนูแตงกวาให้รู้เรื่อง เห็นรึยังว่าคนที่ซวยคือหนูบัว!! แล้วพรุ่งนี้เราต้องไปทำบุญครบรอบคุณย่าเสีย 3 ปี บ้านหนูบัวก็ไปด้วย แล้วจะมองหน้ากันได้ไหมเนี่ย?”

“ยังไงแกต้องขอโทษหนูบัว แล้วก็ช่วยหนูบัวให้ได้งานคืนมาด้วย” ยศภัทรยื่นคำขาด

“เรื่องนั้นผมรู้ แต่ที่ยังไม่รู้ก็คือ บัวจะทำอะไรเพื่อให้ได้งานคืนมา” กษิดิฐยอมรับอย่างหนักใจรุ่งขึ้น...

สองครอบครัวไปทำบุญที่วัดให้คุณย่าด้วยกัน แต่นลินหมางเมินกับกษิดิฐจนผู้ใหญ่มองกันอย่างไม่สบายใจ

ที่มุมหนึ่งของวัด นลินเดินออกมาคุยโทรศัพท์กับมัญจา

“นี่เธอหาคนจะมาเป็นแฟนฉันได้แล้วหรือมิ้นท์...ใคร?...พี่อนัทธ์...เจอเย็นนี้เลยเหรอ...ก็ได้...ฉันจะรีบไป”

คุยเสร็จหันกลับเจอกษิดิฐยืนอยู่ เขาถามว่า “นี่บัวคิดจะทำอะไร”

“ไปจัดการเรื่องตัวเองให้รอดก่อน แล้วค่อยมายุ่งเรื่องคนอื่น” นลินตัดบทอย่างหงุดหงิด

กษิดิ ฐเล่าเรื่องที่ได้ยินให้ยศภัทรและกมลาฟัง ยศภัทรจำได้ถามว่า นายอนัทธ์ที่เป็นรุ่นพี่ที่ตามจีบนลิน ตอนอยู่มหาวิทยาลัยใช่ไหม กมลาถามว่าแล้วนลินจะกลับไปนัดเขาอีกทำไม?

กษิดิฐคิดทบทวนถึง เหตุการณ์หน้าลิฟต์ที่นลิน มัญจา และดารินทร์วิ่งมาจะตามอณุกาเข้าลิฟต์ แต่เข้าไม่ทัน ได้ยินสามสาวคุยกันอย่างหนักใจ...

“ทำยังไงต่อล่ะบัว?” มัญจาถาม มองหน้าเพื่อนอย่างหนักใจ ดารินทร์เสนอว่า

“ในฐานะที่พี่มีประสบการณ์ที่นี่มาก่อน พี่ขอยืนยันว่า งานนี้บัวต้องบอกคุณอณุกาไปเลยว่าบัว มีแฟนแล้ว!”

“เจอขนาดนี้แค่มีแฟนอย่างเดียวไม่พอหรอก

พี่รินทร์ ต้องบอกว่ามีผัวไปเลย!” มัญจาเสนอเอาให้ สะใจไปเลย

“อะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่บัวได้ตำแหน่งของบัวคืน!” นลินบอกทั้งสองอย่างเด็ดเดี่ยว

คิด ทบทวนเหตุการณ์ตอนนั้นแล้ว กษิดิฐตั้งข้อสังเกตว่า “นี่บัวคิดจะหาแฟนไปโชว์เจ้านายเหรอ?” ถูกกมลาดุว่าพูดอะไรบ้าๆ “เดี๋ยวก็รู้ครับแม่ ว่าผมพูดบ้าหรือพูดจริง” กษิดิฐมองไปทางนลินอย่างมุ่งมั่นต้องหาความจริงให้ได้

นลินเห็นใกล้เวลาที่นัดกับมัญจาไว้  จึงออกอุบายให้ชลัชช่วยพากลับไปด้วยกัน

ooooooo

มัญจาช่วยเพื่อนเต็มที่  คิดถึงเพื่อนๆสมัยเรียนมาด้วยกัน นึกถึงอนัทธ์ มัญจามั่นใจว่าคนนี้เอาอยู่แน่ จึงนัดเจอกัน

ขณะนั่งรอนั้น อนัทธ์เดินเข้ามา เขาตรงไปโต๊ะข้างหลังพวกนลิน ชี้หน้าเพื่อนชายอีกคนด่าลั่น

“ที่หลบหน้าฉัน เพราะแอบมาคบกับนางชะนีนี่เองน่ะเหรอ!” ฝ่ายชายขอให้ใจเย็นๆ “โดนชะนีหน้าเหงือกแย่งผัวไป ใครจะใจเย็นอยู่ได้ หา!!”

เห็นอาการของพี่อนัทธ์แล้ว ดารินทร์เสนอว่าคงไม่ไหวแล้วล่ะ ถามนลินว่าเปลี่ยนใจเอากษิดิฐไหม?

มัญจายังไม่ถอดใจ พยายามเปิดเฟซบุ๊กหาให้ใหม่ นลินดูอยู่ด้วย บอกมัญจาว่า

“คนนี้ก็ดีนะ...พรุ่งนี้เธอนัดมาแล้วกัน ตอนนี้ใครก็ได้ เราไม่มีเวลาแล้ว”

แต่พอมัญจานัดมาพบ ปรากฏว่าเขาพาทั้งลูกและเมียมาด้วย นลินยิ่งกระวนกระวายใจเพราะพรุ่งนี้อณุกาก็จะกลับจากสิงคโปร์แล้ว

กษิดิฐจับตาดูนลินอย่างเป็นห่วง วันนี้เธอนัดพบกับเอิร์ท จึงหลบเขาออกจากบ้านโดยยืมรถของพ่อไป

เพื่อตบตากษิดิฐ แต่กษิดิฐรู้ทัน ยืมรถของเอ็ดดี้สะกดรอยตามไปจนได้

แต่กษิดิฐพลาดท่าไปเจอแตงกวาเสียก่อน เขาตกใจถามว่ามานี่ได้ไง?

“แตงกวาส่งข้อความบอกกบไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าเย็นนี้เรามีนัดกันที่นี่”

เขาหยิบมือถือขึ้นมาดู ไม่ทันเปิดอ่านก็ทำเนียนว่า

“อ๋อ...จริงด้วย แตงกวามีธุระสำคัญไหม? ถ้าไม่...กบขอตัว”

“แตงกวานัดคุณพ่อมาคุยกับกบเรื่องแต่งงานของเรา”

“แตงกวา กบกลับก่อนนะ กบมีธุระ”

“นี่กบ! พ่อแตงกวาเป็นถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี คนอื่นกว่าจะพบท่านได้ต้องจองคิวกันเป็นเดือน แต่นี่ท่านเสียสละมาเจอกบ กบควรจะนั่งรอท่าน”

“งั้น ก็ฝากขอโทษท่านด้วยแล้วกัน กบมีธุระสำคัญกว่าจริงๆ” พูดพลางลุกขึ้น แต่อภิชาติพ่อของแตงกวามาถึงพอดีจนเกือบชนกัน อภิชาติถามด้วยน้ำเสียงมีอำนาจว่า

“มีธุระอะไรสำคัญกว่าการคุยเรื่องงานแต่งของลูกสาวฉันอีกเหรอ!”

กษิดิฐเห็นมาดขรึมของอภิชาติก็นึกเสียวว่า งานนี้ไม่ง่ายเสียแล้ว

กษิดิฐถูกแตงกวาคาดคั้นเรื่องแต่งงาน จนอภิชาติถามว่า

“แล้วพ่อแม่คุณสะดวกส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอเมื่อไหร่”

กษิดิฐกำลังจะพูด แตงกวารีบขัดขึ้นว่า “เรื่องผู้ใหญ่ไม่สำคัญหรอกค่ะ เอาเป็นว่ากบพร้อมเมื่อไหร่ก็แต่งเลย”

“ผมไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานครับ” กษิดิฐตัดสินใจพูดชัดเจน เอ่ยขอโทษแล้วขอตัวลุกหนีไปเลย

ooooooo

มัญจาเจ้ากี้เจ้าการ พานลินกับดารินทร์ไปพบเอิร์ทที่เธอคัดมาให้เพื่อนเลือก

เอิร์ท เป็นชายหนุ่มล่ำสันท่าทางแมนมาก พอเห็นนลิน เอิร์ทมองอย่างพอใจมาก แต่พริบตาเดียว เอิร์ทก็ชกต่อยกับผู้ชายอีกสองคนที่เดินออกจากร้าน ป่าวประกาศความยิ่งใหญ่ว่า

“กล้ามองผู้หญิงของฉัน มันเจอกระทืบ!”

สามสาวมองเอิร์ทอย่างสยอง พากันย่องหนีออกจากร้านไป ดารินทร์ตีแขนมัญจาถามเหน็บว่า

“เป็น ไงล่ะ ผู้ชายที่แสนดีของเธอ แค่พนักงานเสิร์ฟมาคุยกับบัว พ่อล่อเข้าต้นคอพนักงานเสิร์ฟ นี่ถ้ารู้ว่า บัวจะคบเล่นๆ มีหวังกระโดดถีบบัวกลิ้งแน่ๆ”

“ทำยังไงดีล่ะเนี่ย พรุ่งนี้คุณอณุกาก็จะกลับมาแล้ว การ์ดก็ยังไม่ได้ทำ ผู้ชายก็ยังหาไม่ได้” นลินถามเครียด

กษิดิฐเห็นสามสาวเดินออกมา เขาตะโกนถามจากฝั่งตรงข้ามร้านกาแฟท่าทางกวนๆว่า

“หาแฟนไปหลอกเจ้านายได้รึยัง?”

“มันไม่ใช่เรื่องของกบ!” นลินตะโกนข้ามฝั่งไป

กษิดิ ฐใช้ไม้เดิม ตะโกนป่าวร้องให้ชาวบ้านดูนลินว่าเมียตนกำลังนอกใจ เมียใจร้ายทิ้งสามีจนๆไปหาคนใหม่ ทั้งสองตะโกนโต้เถียงข้ามถนนกันไปมา นลินประกาศว่า คืนนี้ทั้งคืนตนจะไปหาผู้ชายมาเป็นแฟนให้ได้

“กบไม่ยอม!”

“บัวจะทำ!”

กษิดิฐโมโหจะเดินข้ามถนนมาไม่ดูตาม้าตาเรือ มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาพอดี นลินตกใจตะโกน

“กบ!!”

กษิดิฐกระโดดหลบ แล้วไปนั่งที่ทางเท้า นลิน มัญจา และดารินทร์พากันมาดูอย่างเป็นห่วง

“เป็นอะไรรึเปล่ากบ” นลินเข้าไปนั่งข้างๆถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร อดีตนักฟุตบอลมหา’ลัย รถคันแค่นั้น กระโดดหลบทันอยู่แล้ว”

กษิดิฐรีบคว้ามือไว้ แต่ดึงแรงไปหน่อยร่างนลินเลยเซล้มทับเขาพอดี หน้ากับหน้าเกือบติดกัน

แตงกวาเดินตามล่ากษิดิฐมาเห็นเข้าพอดี เธอพุ่งเข้าว่านลินทันที

“ฉันคิดว่าเธอจะเอาเวลาไปทำการ์ดแต่งงานซะอีก”

นลินรีบลุกขึ้น บ่นเบาๆ “อยู่ใกล้กบทีไร งานเข้าทุกที!”

“รีบเอาการ์ดแต่งงานกับผู้ชายมาแลกตำแหน่งกับงานของเธอเร็วๆนะ ฉันอยากจะคืนให้เธอจะแย่อยู่แล้ว”

“นี่ถึงขั้นมีการ์ดแต่งงานเลยเหรอ?!” กษิดิฐตกใจเพราะเดิมทีคิดว่านลินจะหาคนมาอุปโลกน์เป็นแฟนเท่านั้น

นลินกลัวแตงกวาจะรู้แผนของตน เลยกระซิบท้ากษิดิฐว่า

“เอาสิกบ พูดให้แตงกวารู้ไปเลยว่าบัวทำอะไร ชีวิตการงานของบัวจะได้พังอย่างสมบูรณ์แบบ”

กษิดิฐชะงัก เขาเลยแกล้งชวนแตงกวาไปกัน แตงกวายิ้มเยาะนลิน ที่สุดท้ายกษิดิฐก็เลือกตน พูดเย้ยก่อนเดินไปว่า

“อย่าเสี่ยงเล่นกับฉัน ถ้าไม่อยากเจอเซอร์ไพรส์อีก!!”

นลินมองตามแตงกวาไปอย่างเจ็บใจ บอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้อย่าหวังว่าจะยอมให้อีก!

ooooooo

ตอนที่ 3

แม้ว่ากษิดิฐจะเป็นคนสนุกเฮฮาทะเล้นหน้าเป็นได้ทุกเรื่อง แต่ลึกๆแล้วเขามีความละเอียดอ่อนและรู้สึกผิดชอบชั่วดีต่อเรื่องต่างๆ เพียงแต่ไม่แสดงออก

ด้วยความเป็นห่วงนลินที่วันนี้เผชิญปัญหาหนักๆ ทั้งเรื่องกับแตงกวาและเรื่องต้องเร่งหาคนที่จะอุปโลกน์มาเป็นแฟนเพื่อรักษา ตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเอง คืนนี้เขาจึงมายืนเกร่อยู่แถวประตูบ้าน กมลามาเจอดักคอว่ามาออกกำลังหรือ เขาตอบไม่ทันคิดว่ามาดูพระจันทร์ เลยถูกยศภัทรขัดคอว่า คืนนี้เดือนมืด ไม่มีพระจันทร์

“ก็ได้ๆ ผมยอมรับก็ได้ว่าดักรอบัว”

“ยอมสารภาพไม่เหลือคมอย่างนี้ แปลว่าไปทำปัญหาให้หนูบัวโกรธอีกใช่ไหม?!” กมลาดักคอ

“เอา น่าแม่...เดี๋ยวกบเอาของกินล่อ หนูบัวก็หายโกรธเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ” ยศภัทรพูดกลั้วหัวเราะ แต่ครั้งนี้กษิดิฐไม่ขํา เขาพูดเซ็งๆหงอยๆว่า

“คราว นี้เอาของกินมาล่อเป็นถัง บัวก็ไม่สนแล้วล่ะพ่อ ไหนจะเรื่องแตงกวา ไหนจะเรื่องที่บัวต้องหาผู้ชายที่ไหนไม่รู้ไปโชว์เจ้านาย ทุกอย่างเป็นเพราะกบทั้งนั้น คราวนี้...นอกจากบัวจะไม่ยอมคุยกับกบ อาจจะเอาอีโต้มาฟันหัวกบเลยก็ได้”

“กบบบบบบบ...” เสียงหวานจ๋อยของนลินแว่วมา ยศภัทรทําหน้าล้อๆ บอกลูกชายว่าเสียงหวานขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เพราะหายโกรธก็คงเพราะโกรธมากจนบ้าไป แล้ว
นลินเดินยิ้มแย้มเข้ามาจนทุกคนแปลกใจ

“คุณลุง คุณป้าขา...บัวขอพากบไปออฟฟิศแป๊บนึงนะคะ” ว่าแล้วควงแขน “ไปกันเถอะกบ เราเสียเวลามามากแล้ว” เธอควงแขนไปที่รถของเขา

นลินให้กษิดิฐขับรถไปที่ออฟฟิศของเขา แต่ไม่ยอมบอกว่าไปทําไม

พอไปถึงก็ทำทีถามโน่นถามนี่จนกษิดิฐทนไม่ไหวถามว่าตกลงที่มานี่ต้องการทำอะไรกันแน่

“ทำการ์ด”

กษิดิฐนึกได้ทันที ถามว่าทําการ์ดแต่งงานที่จะเอาไปให้เจ้านายหรือ? หาเจ้าบ่าวได้แล้วใช่ไหม? ไปได้มา จากไหน? เขาถามเป็นชุด นลินทําเสียง อื้อฮึ...อื้อฮึ...แต่พอคำถามสุดท้ายที่ถามว่าได้เจ้าบ่าวมาจากไหน เธอตอบหน้าตาเฉยว่า

“ข้างถนน!”

“นี่จนตรอกต้องไปเอาคนไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเป็นแฟนเลยเหรอ!...มันเป็นใคร?!”

“ถ้าอยากรู้ก็รีบทำการ์ดสิ เดี๋ยวตอนใส่ชื่อเจ้าบ่าว บัวจะบอกว่าใคร” เธอยังลีลากวนประสาทจนกษิดิฐหงุดหงิดเดินงุดๆไปที่คอมพิวเตอร์  ถามเหวี่ยงๆ “ตกลงเจ้าบ่าวชื่ออะไร”

นลินก็ยังกวนประสาทไม่ยอมบอกชื่อ แต่ให้เขาเลือกลายการ์ดให้ได้ก่อน กษิดิฐเลือกลายการ์ดไปบ่นไปอย่างหงุดหงิด

“บัวคิดว่าทำอย่างนี้แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบเหรอ...ถ้าเกิดเจ้านายบัวจะไปร่วมงานด้วย บัวไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่บัวไปคว้ามาจากข้างถนนจริงๆเหรอ”

นลินเลี่ยงที่จะตอบ เอาแต่เร่งให้เขารีบเลือกลายการ์ดและรีบพิมพ์เร็ว เพราะนี่ก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว

ooooooo

ที่บ้านแตงกวา อภิชาติคอยแตงกวาอยู่ เธอกลับมาอย่างสบายใจ เห็นพ่อยังนั่งอยู่ถามอย่างแปลกใจว่า

“อ้าว...คุณพ่อ ไหนว่าพรุ่งนี้มีประชุมที่สิงคโปร์ไม่รีบเดินทางไปคืนนี้เหรอคะ”

“เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นซะ!” อภิชาติเสียงเข้ม แต่แตงกวาเดินลอยชายไปไม่สนใจ ถูกพ่อดึงแขนไว้อย่างแรง พูดเสียงเข้มกว่าเก่า “พ่อทนกับผู้ชายคนนี้มามากแล้ว พ่อเป็นถึงผู้ช่วยรัฐมนตรีนะ แต่มาโดนไอ้กระจอกที่ไหนไม่รู้มาตอกใส่หน้าว่า ไม่เอาลูกสาวตัวเอง! เลิกกับมันเสีย!!”

“ไม่! แตงกวาไม่มีวันเลิกกับกบ!” แตงกวาเสียงเข้มกว่า

“ไม่เห็นเหรอว่ามันไม่ยอมแต่งกับลูก มีศักดิ์ศรีเสียบ้างซิ!”

“พ่อไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าแตงกวายืนยันว่าวันแต่งงานของกบกับแตงกวาจะต้องเกิดขึ้น กบไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ แตงกวาจะจัดการทุกอย่างเอง ขอบคุณคุณพ่อที่อุตส่าห์เสียสละเวลาอันมีค่ามาพูดเรื่องนี้” เธอพูดประชดแล้วสะบัดขึ้นบันไดไปเลย อภิชาติหัวเสียมากหยิบมือถือกดโทร.ออกทันที

“ฮัลโหล...คุณณุกา ผมอยากจะคุยกับคุณเรื่องแตงกวากับคุณติณณ์”

เวลาเดียวกัน พอแตงกวาเข้าห้องนอน นึกถึงภาพที่กษิดิฐกับนลินล้มทับจนหน้าเกือบสัมผัสกันก็ยิ่งเจ็บใจ ยกมือถือโทร.ออกทันที “ฮัลโหล...สวัสดีค่ะพี่ต๋อง...แตงกวาอยากปรึกษาเรื่องจัดงานแต่งค่ะ”

เมื่ออภิชาติเดินทางไปสิงคโปร์แล้ว เขาไปคุยกับอณุกาที่โรงแรม ถามว่าติณณ์จะกลับมาเมื่อไร?

พอรู้ว่าอีก 3 เดือน อภิชาติถอนใจหนักหน่วง บ่นให้ฟังว่า

“นี่ถ้าแตงกวาไม่มัวตามนายกษิดิฐ  ผมคงส่งแตงกวาไปเกาหลีแล้ว จะได้รู้จักกับคุณติณณ์สักที” ปราณถามว่า กษิดิฐคือใคร อณุกาก็ระแวงว่า อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนของแตงกวา “ผมไม่ยอมรับผู้ชายห่วยๆคนนั้นเป็นอะไรกับลูกสาวผมหรอก มันไม่มีอะไรคู่ควร ผมอยากให้มันไปจากชีวิตแตงกวาเสียที”

“ใจเย็นๆ นะคะ ถ้ามีอะไรที่ณุกาช่วยได้ ท่านก็บอกเลยค่ะ เพราะท่านก็ช่วยบริษัทของณุกาไว้มาก ณุกาไม่รู้จะตอบแทนยังไง”

“ผมอยากให้แตงกวารู้จักกับคุณติณณ์เร็วๆ”

“หมายความว่า...” อณุกามองหน้าอภิชาติอย่างเดาใจ

ooooooo

เมื่อถามชื่อเจ้าบ่าวอย่างไรนลินก็ไม่ยอมบอกกษิดิฐเลือกการ์ดแล้วถามความเห็น ปรากฏว่าเธอหลับไปแล้ว

“งานของตัวเองแท้ๆ แต่ดันหลับ” กษิดิฐบ่นแล้วงึมงำอย่างคิดไม่ตกว่า “ตกลงไอ้เจ้าบ่าวกำมะลอเป็นใคร กบอยู่ทั้งคน ทำไมไม่เอากบ”

ทำงานตัวเองจนเสร็จรอแต่ชื่อเจ้าบ่าว กษิดิฐเลยนึกสนุก ลุกขึ้นมาเอากระเป๋าถือของนลินมาหยิบเครื่องสำอางออกมา แกล้งเอาเครื่องสำอางแต้มหน้านลินบ้าง เอาดินสอเขี่ยปลายจมูกเธอบ้าง แกล้งเธอแล้วตัวเองก็หัวเราะขำอยู่คนเดียว

“กี่โมงแล้วน่ะกบ?” นลินตื่นถาม พอรู้ว่าจะเที่ยงคืนแล้วเธอทำตาโตลุกขึ้นถาม “กบทำการ์ดเสร็จรึยัง”

“เกือบเสร็จ เหลือแค่ชื่อเจ้าบ่าวจะบอกได้รึยังว่าชื่ออะไร?”

นลินยิ้มกรุ้มกริ่ม “ชื่อเจ้าบ่าว...นาย...”

ไฟดับพรึบทันที นลินตกใจถามว่า ไฟดับได้ไง กษิดิฐเลยชวนออกไปข้างนอกกันดีกว่า อยู่ในนี้ไม่มีแอร์หายใจไม่ค่อยออก ว่าแล้วลุกเดินนำไป นลินรีบเดินตาม...

ooooooo

แต่ประตูเปิดไม่ออกเพราะถูกยามที่ขึ้นมาเดินตรวจล็อกไว้ก่อนไฟดับ ยามอีกคนถามเพื่อนว่าดูดีแล้วหรือว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง เมื่อไม่แน่ใจจึงพากันขึ้นมาดู ได้ยินเสียงกษิดิฐทำเสียงผีหลอกนลินก็ตกใจนึกว่าผีจริงๆ เลยพากันหนีลงไป

ไฟดับ ประตูห้องถูกล็อก ครั้นจะโทร.บอกยาม มือถือนลินซิมหาย เพราะทำร่วงเมื่อครู่นี้ ของกษิดิฐก็แบตหมด มีแต่ไอแพดของนลินที่ใช้ได้แต่ก็ไม่มีใครออนไลน์นอกจากอณุกา

นลินส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปยังอณุกาที่อยู่สิงคโปร์ แต่อณุกากำลังอยู่กับอภิชาตไม่ได้คลิกเปิดอ่านทั้งสองรอแล้วรอเล่า อากาศร้อนขึ้นทุกที กษิดิฐจึงถอดเสื้อแก้ร้อน

จนกระทั่งเช้าไฟมา นลินบอกว่าแอร์เย็นแล้วให้เขาใส่เสื้อเสีย เดี๋ยวใครมาเห็นจะคิดเลยเถิด

“สมกับเป็นครีเอทีฟจริงๆ คิดอะไรสร้างสรรค์เกินจริง เดี๋ยวค่อยใส่ เสื้อมันเหม็นเหงื่อ” พูดแล้วเหลือบมองคอมพิวเตอร์ “เอาล่ะ เกือบเสร็จแล้ว เหลือแค่ใส่ชื่อเจ้าบ่าวข้างถนน ชื่ออะไร...”

นลินทำยักท่าลีลามาก จะบอกก็ไม่บอก จนกษิดิฐฉุนถามว่า “ตกลงไอ้หมอนั่นมันชื่ออะไร!”

“นายกษิดิฐ เกียรติโยธา” บอกแล้วเห็นเขาชะงักอึ้ง ก็รีบอ้อน “เป็นเจ้าบ่าวให้บัวนะ”

“ไม่!!” กษิดิฐทำเป็นเล่นตัวทั้งที่ดีใจจนเกือบเก็บอาการไม่อยู่

นลินทั้งโมโหทั้งร้อนใจเพราะใกล้เวลาที่อณุกาจะมาทำงานแล้ว เสียงเข้มใส่กษิดิฐว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาล้อเล่นกันทั้งยังโทษว่าที่ตนต้องเดือดร้อนเพราะเขา เพราะฉะนั้นเขาต้องรับผิดชอบ

กษิดิฐอ้างว่านลินเคยฝันอยากให้ผู้ชายมาคุกเข่าจับมือขอแต่งงานใช่ไหม ตนอยากทำแบบนั้น นลินบอกว่าไม่มีทาง กษิดิฐไม่ตอบโต้แต่หันหลังจะเดินออกไป

“เดี๋ยว...ไม่คุกเข่าได้ไหม แค่จับมือขอแต่งงานอย่างเดียวพอ” นลินต่อรอง กษิดิฐยอม โดยถือเสียว่าเพราะตนมีความผิดกึ่งหนึ่งก็แล้วกัน แต่พอเขายื่นมือให้ เธอคว้าไปกัดจนเขาร้องจ๊าก “สมน้ำหน้า รีบไปทำการ์ดเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ก่อนจะไปทำการ์ด...ขอถามอีกคำเดียว เจ้านายบัวไม่เคยรู้ว่าบัวมีแฟน แล้วอยู่ๆ บัวถือการ์ดแต่งงานไปวาง บัวคิดว่าเจ้านายจะเชื่อหรือ?”

นลินกับกษิดิฐช่วยกันทำการ์ดแต่งงาน นลินเห็นหน้าตัวเองในเงากระจกหน้าต่างเปื้อนเป็นรอยนิ้วมือที่กษิดิฐแกล้งตอนเธอหลับ เธอรู้ว่าถูกแกล้งแต่ไม่มีเวลาทะเลาะกันแล้ว พยายามเช็ดเองแต่เช็ดไม่ออก กษิดิฐจึงประคองหน้าเธอไว้แล้วช่วยเช็ดให้

เอ็ดดี้จะมาทำงานบอกให้แม่บ้านขึ้นมาช่วยทำความสะอาดห้อง มาเห็นกษิดิฐไม่ใส่เสื้อหันหลังให้ประตูเหมือนกำลังก้มจูบนลินอยู่ ทั้งสองรีบถอยไป เอ็ดดี้ยิ้มๆ แต่แม่บ้านดี๊ด๊าที่จะได้มีเรื่องมันๆไปเม้าท์ในเช้านี้

นลินดีใจที่ได้การ์ดแต่งงานไปให้อณุกาทันเวลาและลึกๆก็แอบสะใจเมื่อนึกถึงแตงกวา

เวลาเดียวกัน แตงกวาก็เร่งพี่ต๋องที่เวดดิ้งแพลนเน่อร์ให้วางแผนงานแต่งให้ตน เดี๋ยวจะเข้าไปเลือกชุด ย้ำว่าแต่งเดือนหน้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่นอน

เพราะได้เวลาที่จะเอาการ์ดไปให้อณุกาแล้ว ดารินทร์จึงหาชุดมาให้นลินและเอาชุดของสามีมาให้กษิดิฐเปลี่ยน ซึ่งก็พอดี แต่งแล้วหล่อเนี้ยบ เมื่อเจ้าบ่าวพร้อม เจ้าสาวพร้อมและการ์ดแต่งงานพร้อม จึงควงกันไปหาอณุกาที่ห้องทำงาน

ooooooo

พอนลินควงกษิดิฐเข้าไปในห้องก็แนะนำให้รู้จักเจ้าบ่าวของตน ทั้งกษิดิฐและปราณต่างจำกันได้ แต่ปราณแกล้งทำเป็นจำไม่ได้

อยู่ในภาวะตื่นเต้นที่นลินกับกษิดิฐลุ้นว่าอณุกาจะเชื่อพวกตนหรือไม่

ในความนิ่งเงียบของอณุกานั้น เธอดูชื่อกษิดิฐในการ์ดแต่งงาน นึกถึงคำบอกเล่าของอภิชาติที่ไปคุยกับตนที่สิงคโปร์ ทำหน้านิ่งบอกนลินว่า

“ความจริงเธอไม่ต้องเอาการ์ดมาให้ฉันก็เชื่ออยู่แล้วว่า เธอกับคุณกบเป็นอะไรกัน” เห็นนลินดีใจ อณุกาบอกว่า “เธอกลับมาทำงานที่นี่ได้”

“บัวขอบคุณนะคะที่คุณอณุกาเชื่อว่าบัวกับกบแต่งงานกันจริงๆ”

“เป็นใครก็ต้องเชื่ออยู่แล้วถ้าได้ยินข่าวลือนั้น” อณุกาพูดอย่างมีเลศนัย

ข่าวลือที่ว่านั้น ลือมาจากวงส้มตำที่แม่บ้านคนเมื่อเช้ากำลังเม้าท์อย่างเมามันให้ยามที่เป็นผัวตัวเองฟังว่า ว่าตนเห็นกับตาเลยว่าสถาปนิกนั่นยังไม่ได้ใส่เสื้อเลย เล่าไปกินส้มตำซี้ดซ้าดไปทั้งเผ็ดทั้งมันอารมณ์ เสร็จแล้วกำชับตามธรรมเนียมว่า “พี่อย่าไปบอกใครนะ” เพียงลุกจากวงส้มตำยามคนนั้นก็เม้าท์ต่อและตบท้ายว่า “อย่าไปบอกใครนะ”

ปากต่อปากลือไวปานไฟลามทุ่ง จนแตงกวาที่เพิ่งมาถึงที่ลานจอดรถยังได้ยินยามคุยมือถือกับเพื่อนเรื่องนี้อย่างเมามัน เธอตาลุกเดินอ้าวเข้าไปในตัวตึกทันที

แตงกวาพรวดเข้าไปในห้องทำงานของอณุกาที่นลินกับกษิดิฐยังอยู่ในห้องนั้น เธอปราดเข้าชี้หน้านลินด่าลั่น

“หาวิธีอื่นไม่ได้แล้วใช่ไหม ถึงต้องทำอย่างนี้มาจับกบของฉันน่ะ ผู้หญิงที่ทำตัวเละเทะแบบนี้ ไม่สมควรที่จะกลับมาทำงานในบริษัทของเราอีก!”

“น้องแตงกวาพูดถูก ที่นลินทำตัวไม่งาม แต่พี่เป็นคนสมัยใหม่ พี่เลยคิดว่าเรื่องนั้นไม่ผิด”

“ไปค้างคืนกับผู้ชายของคนอื่นอย่างนี้ มันไม่ผิดตรงไหนคะ” แตงกวาขึ้นเสียง

“ผู้ชายของคนอื่นที่ไหน คุณกบเป็นเจ้าบ่าวของนลินนะจ๊ะ” แตงกวาโวยวายว่านลินทำเพื่อเอาตำแหน่งคืนเท่านั้น ถูกอณุกาขัดขึ้นว่า “ใจเย็นๆนะจ๊ะน้องแตงกวาพี่คิดอยู่แล้ว ใครๆต้องคิดอย่างนี้” แล้วหันไปทางนลิน “นลิน ฉันคิดว่าเธอต้องพิสูจน์ให้เห็นแล้วล่ะว่า เธอไม่ได้หลอกฉัน”

อณุกาให้นลินเลื่อนงานแต่งเป็นอาทิตย์หน้าเพื่อกลบข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วบริษัท ทั้งยังปิดปากไม่ให้เธอโต้แย้งบอกว่า “ฉันจะเป็นเจ้าภาพจัดงานให้เธอเอง”

เมื่อทุกคนออกจากห้องไปแล้ว ปราณติงว่าข่าวลือนั้นทำให้เธอเชื่อว่านลินแต่งงานจริงๆหรือ อณุกายิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า

“เหตุผลที่ฉันเชื่อ มันไม่เกี่ยวกับข่าวลือหรอกปราณ แต่มันเป็นเพราะ....” เธอเล่าเรื่องที่อภิชาติอยากให้กษิดิฐแต่งงานไปกับคนอื่นเพื่อแตงกวาจะได้เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนี้ จากนั้นเธอกดมือถือถึงอภิชาติ พูดยิ้มแย้มภูมิใจว่า

“ค่ะท่าน...ณุกาจัดการนายกษิดิฐออกจากชีวิตน้องแตงกวาได้แล้วล่ะค่ะ” พูดพลางเดินออกจากห้อง

“ไอ้กษิดิฐ! แกกับฉันได้คิดบัญชีกันแน่!!” ปราณจิกตาคำราม ส่วนแตงกวาพูดอาฆาตตาแทบลุกเป็นไฟว่า

“คอยดูนะ! งานแต่งบ้าบอนี่ จะไม่มีวันเกิดขึ้น!!”

ส่วนนลินกับกษิดิฐเดินคุยกันออกไปด้วยใบหน้าเครียด นลินปรารภว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่แล้ว จะทำยังไงดี

“มีอยู่สองอย่าง...ยอมรับความจริงแล้วลาออกเสีย หรือไม่ก็...ยอมแต่งงานกันอีกรอบ”

เป็นข้อเสนอที่นลินเครียด แต่กษิดิฐแอบยิ้มเพราะไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหนก็เข้าทางตนทั้งนั้น

ooooooo

หลังจากที่อณุกาคุยกับอภิชาติที่สิงคโปร์แล้ว เธอโทรศัพท์ไปคุยกับติณณ์ที่เกาหลี ถามว่างานเป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างโอเคไหม

คืนนี้ อณุกาโทร.ไปหาติณณ์อีก ติณณ์ฟังอณุกาแล้ว เขาชะงัก ถามงงๆว่า

“อะไรครับ...พี่ณุกาจะให้ผมกลับอาทิตย์หน้าเลยเหรอครับ?”

“ใช่จ้ะ พี่โทร.คุยกับผู้จัดการที่นั่นแล้ว เขาบอกว่างานของติณณ์เรียบร้อยทุกอย่าง ติณณ์จะกลับก่อนสามเดือนก็ได้ กลับมาเถอะนะ” พูดทิ้งไว้ให้คิดแล้วตัดสาย

“ไปงานของคุณบัว...งานอะไร”

แม้นลินจะกำหนดแต่งงานกับกษิดิฐแล้ว อณุกาก็ยังไม่วางใจ บอกปราณที่นัวเนียไม่หยุดว่า

“นี่ถ้าไม่มีประโยชน์เรื่องงานกับเรื่องที่ดึงคุณกบไปจากน้องแตงกวา ฉันไม่เอามันไว้แน่”

“แล้วคุณณุกาคิดว่าคุณแตงกวาจะยอมให้...คุณกบแต่งงานกับคุณบัวหรือครับ”

“แจกการ์ดขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ยอม แล้วจะทำอะไรได้” อณุกายิ้มอย่างสะใจ

แตงกวาแค้นคุแทบคลั่ง ออกจากห้องทำงานของอณุกาก็ตรงลิ่วไปที่บ้านกษิดิฐ กมลาบอกว่ากษิดิฐยังไม่กลับ

“แตงกวาไม่ได้มาหากบหรอกค่ะ แต่แตงกวาจะมาหาคุณพ่อคุณแม่ของบัว” นันทิดาที่มาช่วยตบแต่งกิ่งไม้ที่คุณย่ายอแสงปลูกไว้ ถามว่ามาหาตนทำไมหรือ แตงกวาไม่ตอบแต่มองหาชลัชถามว่า “นี่คุณพ่อของบัวยังไม่กลับใช่ไหมคะ งั้นรอก่อนดีกว่าค่ะ แตงกวาจะได้เล่าให้ฟังทีเดียว”

กมลารู้ฤทธิ์แตงกวามาแล้ว มองเธออย่างสังหรณ์ใจว่า วันนี้มีเรื่องบรรลัยมาให้แน่ๆ!

ooooooo

เมื่อชลัชกลับมาและฟังแตงกวาเล่าแล้ว เขาไม่เชื่อว่านลินจะไปยุ่งกับกษิดิฐอีก นันทิดาก็ยืนยันว่านลินโทร.มาบอกว่าทำงานที่ออฟฟิศทั้งคืน

แตงกวาท้าให้ถามคนทั้งบริษัทดูก็ได้ ทุกคนรู้ว่าเมื่อคืนนลินนอนกับกษิดิฐที่ออฟฟิศ บอกว่าตนต้องการเพียงความยุติธรรมเพราะทุกคนรู้ว่าตนเป็นอะไรกับกษิดิฐ แต่นลินกลับมาแย่งไปอย่างนี้ หรือเธอไม่มีปัญญา หาผู้ชายแล้ว

“มันไม่พูดเกินไปหน่อยเหรอหนูแตงกวา” ยศภัทรติง

“หรือมันไม่จริงคะ คราวที่แล้วอ้างว่าคุณย่าป่วยเลยต้องแต่ง คราวนี้จะอ้างว่าอะไรอีก? หรือจะบอกว่าท้อง”

ชลัชทนฟังไม่ได้ ไล่แตงกวาออกจากบ้านไปเดี๋ยวนี้ แตงกวาพูดเยาะว่า

“หวังว่าคุณอาจะไม่รักลูกจนยอมให้ลูกเอาผู้ชายของคนอื่นไปนะคะ” พูดแล้วยกมือไหว้ลวกๆ แล้วเดินไปพร้อมกมลาและยศภัทร

กษิดิฐกับนลินกลับมาถึงพอดี ทั้งสองเผชิญหน้ากับแตงกวา เธอบอกกษิดิฐอย่างเป็นต่อว่า

“พรุ่งนี้แตงกวาจะไปคุยกับเวดดิ้งแพลนเน่อร์เรื่องงานแต่งของเรา กบไปกับแตงกวาด้วยนะ” พูดแล้วผละไปเลย

กษิดิฐจับมือนลินจูงเข้าไปในบ้านทันที บอกเธอว่า จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส กมลากับยศภัทรตามเข้ามาด้วย แต่พอเข้าไปก็ถูกชลัชตำหนิอย่างรุนแรงว่าทำให้นลินเสียหาย กษิดิฐฉวยโอกาสนี้แสดงความรับผิดชอบด้วยการขอแต่งงานกับนลิน ว่าแล้วก็กอดนลินโชว์บอกว่า “เราสองคนรักกันครับ”

“ฉันไม่เชื่อ!!” ชลัชตะโกนใส่หน้าแล้วเดินขึ้นข้างบนไปเลย กมลากับยศภัทรเลยงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อกษิดิฐชี้แจงเรื่องเมื่อคืนและสาเหตุที่ต้องไปอยู่ที่ออฟฟิศกับนลินให้พ่อแม่ตัวเองและนันทิดาฟังแล้ว เขายืนยันว่าที่ทำไปเพื่อช่วยนลิน ตนไม่ผิด

ตอนที่ 4

ขณะที่ภายในบ้านของกษิดิฐ กำลังมีพิธีรดนํ้าสังข์แก่คู่บ่าวสาวอยู่นั้น...

ที่หน้าบ้าน รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดอย่างแรง แตงกวาลงจากรถเดินอาดๆเข้าไปในบ้าน ผ่านรูปถ่ายคู่บ่าวสาวที่ตั้งอยู่หน้างาน ก็คว้าทุ่มทิ้งด้วยความแค้น แล้วก้าวพรวดๆเข้าไปในบ้าน

เอ็ดดี้เห็นแตงกวามาก็เดาได้ว่าต้องมีเรื่องแน่ รีบเดินหลบๆ เข้าทางหลังบ้าน เป็นเวลาที่พ่อแม่คู่บ่าวสาวทยอยกันเข้ารดนํ้าสังข์และให้พร เอ็ดดี้พยายามจะบอก

กษิดิฐ แต่ไม่มีจังหวะ ก็พอดีเสียงแจกันดอกไม้กระทบพื้นแตกเพล้ง!!

“ไม่ทันแล้ว...” เอ็ดดี้พึมพำหน้าเสีย

“เอาหมวกกันน็อกไหมกบ เผื่อประวัติศาสตร์ซํ้ารอย” มัญจากระซิบถามกษิดิฐ

ประวัติศาสตร์ที่มัญจากลัวจะซํ้ารอยคือ เมื่อ 3 ปีก่อน ขณะกำลังมีพิธีรดนํ้าสังข์ให้กษิดิฐกับนลินอยู่นั้น จู่ๆแตงกวาก็โผล่พรวดเข้ามา แสยะยิ้มใส่กษิดิฐและนลิน ถามว่า

“ตกใจอะไรกัน คิดว่างานมงคลขนาดนี้ แตงกวาจะพลาดเหรอ...” พรวดเข้าไปหยิบสังข์ราดใส่หัวนลินทันที เท่านั้นไม่พอ ยังยกสังข์ทำท่าจะขว้าง กษิดิฐรีบเอาตัวบังนลินไว้ สังข์เลยถูกปาใส่กษิดิฐจนหัวแตก

แต่วันนี้ มัญจาเข้าไปขวางแตงกวาบอกว่า

“ถ้าจะก่อกวนงานแต่งกบกับบัวเหมือนคราวที่แล้วละก็ ออกไปเลย”

ผลคือ มัญจาถูกผลักกระเด็นแล้วแตงกวาก็ก้าวเข้าหากษิดิฐกับนลิน ตะโกนใส่หน้า

“นํ้าสังข์...มันไม่เหมาะกับพวกลักกิน ขโมยกิน มันต้องไอ้นี่!” พลางล้วงกระเป๋า ทุกคนตกใจนึกว่าเธอจะควักปืนออกมา กษิดิฐโผเข้ากอดนลินไว้ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เธอหยิบออกมาคือขวดเลือด เธอสาดใส่กษิดิฐ

“ออกไปจากงานแต่งลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้” ชลัชเข้ามาลากแตงกวา ยศภัทรเข้ามาช่วยอีกคน เลยกลายเป็นสองคนช่วยกันหิ้วปีกแตงกวาออกไป แต่เธอยังหันตะโกนด่าสาปแช่งลั่นห้อง

“บัว...ฉันขอให้ผลกรรมของการแต่งงานจอมปลอมนี้ ทำให้เธอพังพินาศ! บ้านร้อน! เรือนเดือด! กินนํ้าตาแทนข้าว! กินเลือดแทนนํ้า!!”

ทุกคนตกใจกับความบ้าระหํ่าของแตงกวา มีแต่ปราณที่ซุ่มดูอยู่ยิ้มอย่างสะใจ

แตงกวาถูกลากออกมานอกบ้าน ชลัชตวาดว่ามาทางไหนรีบไปทางนั้นเลย แล้วถ้ามายุ่งกับบัวอีกจะแจ้งตำรวจจับ  แตงกวาสวนทันควันว่า รู้อยู่ว่าตนเป็นใคร แค่คดีก่อกวนตำรวจตำรวจทำอะไรตนไม่ได้หรอก

“แตงกวา อารู้นะว่าหนูรักตากบ แต่ตากบรักบัว หนูต้องยอมรับความจริง” ยศภัทรเอ่ย

“ความจริงคือกบรักแตงกวาค่ะ เพียงแต่กำลังไม่รู้ใจตัวเองเท่านั้น”

“ก็ในเมื่อวันนี้กบยังไม่รู้จักใจตัวเอง แตงกวากลับไปก่อนเถอะนะ”

“เห็นแก่ที่คุณอาเป็นพ่อของกบ!! แตงกวากลับก็ได้ค่ะ” เธอหันเดินออกไป ผ่านซุ้มที่มีผ้าพันจัดเป็นทางเข้า ก็จุดไฟแช็กโยนเข้าไปที่ซุ้มผ้าอย่างสะใจ

พอเกิดไฟไหม้ ยศภัทรก็วิ่งหานํ้าดับไฟ โดยมีบรรดาหนุ่มๆหลายคนช่วย บรรยากาศแต่งงานเลยกลายเป็นวุ่นวาย ท่ามกลางความสะใจของปราณที่ซุ่มดูอยู่

ooooooo

เมื่ออภิชาติกลับไทยแล้ว อณุกาเดินกลับห้องพัก โดยมีติณณ์ตามมาส่ง

“เสียดายจริงๆที่น้องแตงกวากับคุณอภิชาติมีธุระด่วนต้องรีบกลับ...พวกเขาไม่อยู่แล้วพี่ก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม พี่กลับวันนี้เลยดีกว่า”

“ดูพี่ณุกาเกรงใจคุณอภิชาติมากเลย เขาเป็นใครเหรอครับ”

“เจ้าของธุรกิจเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย แล้วก็มีเส้นสายอยู่ทุกวงการ ถ้าเราทำให้เขาพอใจได้ เส้นสายของเขาก็ช่วยให้เราเป็นบริษัทโฆษณาอันดับ 1 ของวงการได้ไม่ยาก”

ติณณ์ติงว่าเธอก็รู้อยู่แล้วว่าวงการนี้เขาดูกันที่ผลงานไม่ใช่เส้นสาย แต่อณุกาเห็นว่างานดีอยู่แต่ถ้ามีเส้นสายช่วยมันก็จะเอื้อให้เราทำธุรกิจง่ายขึ้น เธอนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วบอกติณณ์ว่า

“พี่อยากให้ติณณ์กลับเมืองไทย” เขาถามว่าแล้วงานทางนี้ล่ะ? “ให้คนอื่นดูไปก่อน เพราะงานที่พี่อยากให้ติณณ์ทำที่เมืองไทยสำคัญกว่า” ครั้นติณณ์ถามว่างานอะไร เธออำไว้ บอกว่ากลับไปค่อยคุยกัน แต่เขาไม่ต้องกลับพร้อมตนวันนี้ก็ได้ อยู่เคลียร์งานอีกสักสองสามวันแล้วค่อยตามกลับ

“ครับ...” ติณณ์รับคำงงๆ

ooooooo

ตกกลางคืน แตงกว่าแต่งชุดราตรีสีดำจะออกจากบ้าน ถูกลูกน้องของอภิชาติสองคนมาจับตัวไว้

“ไอ้พวกบ้า! แกจับฉันไว้ทำไม ปล่อยฉันนะ”

“ขืนพวกมันปล่อย ลูกก็จะได้ไปอาละวาดที่งานแต่งไอ้กบอีกน่ะสิ มันแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว หูตาลูกยังไม่สว่างอีกหรือว่าไอ้กับมันไม่ได้รักลูก” อภิชาติเตือนสติ

เธอยืนกรานว่ากษิดิฐรักตน แต่ที่แต่งงานกับนลินเพราะถูกฝ่ายนั้นวางแผนจับ อภิชาติบอกว่าไม่ว่าจะอย่างไร เวลานี้กษิดิฐก็แต่งงานกับนลินไปแล้ว เธอจะทำอะไรได้

“แฉไงคะ...แตงกวาจะทำให้ทุกคนรู้ว่า บัววางแผนให้กบแต่งงานด้วยเพราะเรื่องงาน” อภิชาติถามว่า เชื่อหรือว่าคนอื่นจะเชื่อผู้หญิงเจ้าอารมณ์อย่างเธอ ทำให้แตงกวาจะงัก “ขอบคุณคุณพ่อมากนะคะที่ทำให้แตงกวาได้สติ” แต่พออภิชาติถามว่าจะเลิกยุ่งกับกษิดิฐแล้วใช่ไหม เธอตอบทันทีว่า “ไม่ใช่ค่ะ...แต่คุณพ่อทำให้แตงกวาได้สติว่า ไม่ควรแฉบัวด้วยคำพูดแต่ควรหาหลักฐานที่ทำให้ทุกคนเชื่อมาแฉยัยบัวให้ได้ต่างหากล่ะคะ”

ooooooo

อณุกากรีดกรายเข้ามาในงานเลี้ยงฉลองสมรส ชลัชกับยศภัทรแย่งกันเข้าไปต้อนรับเอาหน้าจนเขม่นกัน

เมื่อเข้ามาในงานแล้ว อณุกาถามยศภัทรว่า เจ้าสาวกับเจ้าบ่าวอยู่ไหน

กษิดิฐกับนลินถูกเพื่อนๆห้อมล้อมแสดงความยินดี เมื่อเพื่อนกระจายกันไปแล้ว จึงเห็นทั้งสองสวยสง่าสมกัน นลินชะเง้อมองหาอณุกา บอกกษิดิฐว่าอยากคุยกับเธอเรื่องของานคืน พอเห็นอณุกาเธอชวนกษิดิฐรีบไปหาทันที

นลินเข้าไปไหว้ขอบคุณอณุกาที่มางานตน แล้วขอพูดเรื่องงานโฆษณาประกันภัย แต่ถูกอณุกาพูดขัดขึ้นว่า

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เวียร์" ควงคู่ "ฐิสา" เต้นรำหวาน หนี "เจด้า" เอาปี๊บคลุมหัวในละคร “ยอดรักนักรบ”
16 ธ.ค. 2562

07:30 น.