ตอนที่ 15
พิณมองการ์ดแต่งงานของเดือนกับสุดเขตในมือแล้วเศร้าใจยิ่งนัก อีกไม่กี่วันผู้หญิงที่เขารักหมดหัวใจจะเป็นของคนอื่นแล้ว พิณได้แต่นั่งทอดอาลัย คำหล้าเดินเข้ามาหา กำลังอ้าปากจะบอกพิณว่าเธอจะแต่งงานกับศรีไพร แต่ต้องหุบปากไม่พูดเรื่องตัวเองเมื่อเหลือบเห็นการ์ดแต่งงานของเดือนกับสุดเขต
“เดือนทำอย่างนี้กับพี่พิณได้อย่างไร เดือนใจร้ายมาก”
“เดือนไม่ได้ทำผิดต่อพี่ พี่เป็นอดีต...ส่วนชื่อผู้ชายในการ์ดเป็นอนาคตของเดือน...เมื่อกี้คำหล้าจะบอกอะไรพี่” พิณรีบเปลี่ยนเรื่องพูด
“เรื่องของฉันไม่สำคัญหรอก พี่พิณ...ฉันรู้นะพี่กับเดือนยังรักกัน อย่าทรมานตัวเองกันเลยจ้ะ คืนดีกับเดือนเถอะ” คำหล้าเห็นพิณนั่งนิ่ง สีหน้าหม่นหมอง คิดหาทางช่วย...
ขณะเดือนกำลังง่วนกับการจัดเตรียมถ้วยชามไว้สำหรับเลี้ยงอาหารแขกเหรื่อ คำหล้าโผล่เข้ามาชวนเดือนไปข้างนอก อ้างมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เดือนกำลังยุ่ง เอาไว้คุยกันตอนเธอเอาการ์ดแต่งงานไปให้ตาสีกับยายสาแล้วกัน คำหล้าไม่ยอม ขอให้เดือนไปกับเธอเดี๋ยวนี้
ครู่ต่อมา คำหล้าพาเดือนมาที่วัดประจำหมู่บ้าน ทางวัดมีการจัดงานทำบุญสรงน้ำพระต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เธอบอกให้เดือนรอตรงนี้ก่อน แล้วเดินไปหาพิณที่ยืนหันหลังให้ พิณต่อว่าคำหล้าทันที
“หายไปไหนมาคำหล้า ชวนพี่มาทำบุญแล้วก็บอกให้พี่รออยู่แถวนี้ ส่วนตัวเองหายไปเฉยเลย”
“ฉันไปตามคนมาทำบุญกับพี่จ้ะ...อยู่โน้นไง” คำหล้าพยักพเยิดให้พิณหันกลับไปมองด้านหลัง ชายหนุ่มเห็นเดือนยืนอยู่ ถึงได้รู้ว่าถูกคำหล้าหลอกให้มาเจอเดือน
“พี่พิณ...เดือน...จะทำอะไรก็รีบทำซะนะก่อนจะสายเกินไป รักกันก็หาทางกลับมาอยู่ด้วยกันให้ได้อย่ายอมแพ้อุปสรรค” คำหล้าพูดจบ ผละจากไปทิ้งให้พิณกับเดือนอยู่กันตามลำพัง อดีตคู่รักมองสบตากันด้วยสายตารักใคร่ พิณเป็นฝ่ายหลบตา หันหลังจะเดินหนี เดือนเรียกไว้
“พี่พิณจ๊ะ...ไหนๆก็มาแล้ว อยู่ทำบุญกับฉันนะจ๊ะ”
พิณถอนใจเฮือก อยากหนีเดือนแต่ไม่เคยหนีพ้นสักครั้ง ทั้งสองคนพากันเดินไปสรงน้ำพระที่ลานหน้าวัดซึ่งทางวัดอัญเชิญพระพุทธรูปจากในโบสถ์มาประดิษฐานไว้
“คนยังมากันไม่เยอะนะจ๊ะ”
“อยู่ระหว่างเดินทางน่ะ พรุ่งนี้วันสงกรานต์ คนคงแน่นวัด”
พิณตักน้ำอบไทยใส่ขันใบเล็กๆให้เดือนสรงน้ำพระ มือของทั้งคู่แตะกันพอดี เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านปลายนิ้ว พิณสะดุ้งปล่อยขันน้ำตกพื้น รีบขอโทษเดือน แล้วตักน้ำอบให้ใหม่
“สรงน้ำพระกับฉันนะจ๊ะพี่พิณ ปีนี้เราได้ทำบุญสงกรานต์ด้วยกัน เป็นปีสุดท้าย”
เดือนมองพิณด้วยสายตาเว้าวอน ชายหนุ่มใจแทบละลายยอมสรงน้ำด้วยขันใบเดียวกับเธอ จากนั้นทั้งสองคนจุดธูปไหว้พระและปิดทองร่วมกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนพิณคงมีความสุขมาก แต่ตอนนี้สถานะของทั้งคู่เปลี่ยนไปแล้ว เขาต้องคอยระวังตัวแจ ไม่อยากทำให้เดือนตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน
ooooooo
อากาศเดือนเมษายนร้อนตับแตก แสวงซึ่งเคยอยู่แต่ในห้องแอร์เย็นๆ มาเจออากาศแบบนี้ถึงกับเหงื่อซกบ่นร้อนไม่หยุด อัญชลีแนะให้ไปกระโดดลงแม่น้ำมูลจะได้คลายร้อน บุญอาสาจะขี่จักรยานไปส่ง
“ขืนว่ายน้ำตอนกลางวันแสกๆขึ้นมาได้ตัวดำปี๋ เดี๋ยววันแต่งงานหนูเดือนผมไม่หล่อ”
“แหม...อย่างกับตัวคุณขาวจั๊วะอย่างนั้นแหละค่ะ คุณน่ะผิวสองสีนะ” อัญชลีกระเซ้า
ระหว่างนั้น สุดเขต มาลัย กับนพขับรถกลับจากไปเอาชุดแต่งงานในเมือง บุญสั่งญาติของตนเองเอาน้ำเย็นในกระติกมาให้นพและมาลัยดื่ม มาลัยร้องห้าม
“ไม่ต้องหรอกจ้ะตาบุญ ฉันตักเองก็ได้จ้ะ ไม่ต้องทำเหมือนเราเป็นแขกหรอก อีกไม่กี่วันเราก็จะเกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
สุดเขตหิ้วชุดแต่งงานของเขากับของเดือนเดินเข้าบ้าน อัญชลีเห็นชุดแต่งงานของเดือนแล้วอดนึกถึงตอนที่เพ็งใส่ในวันแต่งงานไม่ได้
“วันนั้นแม่เพ็งสวยมาก....ตอนนี้ลูกสาวเอาชุดใส่แต่งงานแม่มาใส่ ก็ต้องสวยเหมือนแม่”
“แน่อยู่แล้วคุณ แม่ลูกเขาสวยเหมือนกัน” แสวงเสริม
สุดเขตขอตัวจะเอาชุดไปให้เดือนลอง เผื่อต้องเอากลับไปแก้ที่ร้าน แต่พอรู้จากบุญว่าเดือนไม่อยู่ไปวัดกับคำหล้า สุดเขตนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ ตัดสินใจออกไปตาม
ooooooo
ที่ลานวัดประจำหมู่บ้าน พิณยื่นซองการ์ดแต่งงานคืนให้เดือน
“พี่ใส่ซองแล้ว วันงานคนต้องเยอะ พี่กลัวไม่มีโอกาสคุยกับเดือน พี่อยากให้เดือนกับมือพี่เอง...พี่ขออวยพรให้เดือนกับคุณสุดเขตมีความสุข อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะจ๊ะ”
เดือนได้ฟังคำอวยพรจากพิณแล้วน้ำตาจะร่วง แต่ต้องกล้ำกลืนเอาไว้
“เมื่อไหร่พี่ได้เป็นลุง เดือนส่งข่าวมาบอกพี่ด้วยนะจ๊ะ พี่จะให้ของรับขวัญหลาน...พี่ไปก่อนล่ะจ้ะ”
เดือนมองพิณเดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ก้มมองซองการ์ดแต่งงานในมือ ก่อนจะวิ่งตามมาร้องเรียกพิณให้รอก่อน ทั้งคู่มองสบตากันด้วยสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก อยากจะโผกอดกันใจจะขาด แต่ทำไม่ได้ เดือนค่อยๆ ยื่นตัวการ์ดข้างในซองให้พิณ
“พี่ลืมเก็บไปจ้ะ”
“ไม่ได้ลืม...พี่ไม่อยากเก็บไว้” พิณพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่นใจ
เดือนกลั้นน้ำตาต่อไปไม่ไหว ปล่อยโฮ พิณต้องกะพริบ ตาถี่ๆไม่ให้น้ำตาไหล ไม่อยากให้เดือนรู้ เขาเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าเธอ
“ฉันฝันมาตลอดว่าสักวัน ฉันกับพี่พิณจะได้เดินแจกการ์ดแต่งงานของเรา”
“ความฝันก็คือความฝันจ้ะเดือน ทุกคนต้องอยู่บนความจริง แม้ความจริงจะทำให้เราเจ็บปวดก็ตาม”
“คำว่าเจ็บปวดยังน้อยไป มันเป็นความทุกข์มหาศาลที่ฉันต้องแบกรับไปทั้งชีวิต เป็นความทุกข์ที่ฉันเลือกที่จะเดินไปหามันเอง เพราะฉันไม่อาจทำตามความฝันของตัวเองได้ พี่พิณจ๋า...มีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากให้พี่รับรู้ไว้...ฉันรักพี่...และจะรักตลอดไป ไม่มีใครหรือสิ่งไหนในโลกนี้จะมาเปลี่ยนแปลงความรักที่ฉันมีต่อพี่ได้ พี่พิณคือผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในหัวใจฉัน” เดือนพรั่งพรูความในใจออกมาหมดเปลือก
สุดเขตมาตามหาเดือน ได้ยินเธอบอกรักพิณเต็มสองหู เสียใจมากรีบหันหลังเดินกลับ พิณหันมาเห็นด้านหลังสุดเขตไวๆตกใจ รีบบอกเดือนให้ตามไปดู เดือนวิ่งตามสุดเขตทันตรงที่จอดรถ เกรงเขาจะเข้าใจผิดรีบอธิบายว่าเธอไม่ได้แอบมาหาพิณ เราสองคนเจอกันโดยบังเอิญ สุดเขตปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติ
“ไปคุยกับพิณต่อเถอะเดือน”
“คุณได้ยินฉันคุยกับพี่พิณหรือคะ” เดือนใจคอไม่ดี
“ได้ยินอะไรหรือ ฉันเดินไปเห็นเธอคุยกับพิณก็เดินออกมาเลย ไม่อยากรบกวนน่ะ”
“คุยจบแล้วค่ะ...เรากลับกันเถอะ” เดือนเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ สุดเขตเหลือบเห็นพิณรีบเดินไปหา เดือนวิตกกังวลไม่รู้เขาจะไปพูดอะไรกับพิณ มองตามไม่วางตา สุดเขตพูดกับพิณอย่างไม่อ้อมค้อม
“รู้กันแค่เราสองคนนะพิณ เมื่อกี้ผมได้ยินเดือนบอกคุณว่าเดือนรักคุณมาก”
พิณตกใจ รีบพูดแก้ตัวให้เดือน “แต่เดือนรักคุณมากกว่าถึงได้แต่งงานกับคุณ”
“ไม่ต้องพูดให้ผมดีใจหรอกพิณ ผมชินซะแล้วกับการเป็นพระรอง พูดตามตรงเลยนะ ผมไม่อยากเสียเดือนไป ผมรักเดือนมาก แต่ถ้าเดือนมาบอกผมว่าต้องการล้มเลิกการแต่งงาน ผมก็ไม่ขัดข้อง”
“ล้มงานแต่งไม่ได้นะครับ การ์ดก็แจกไปแล้ว เดือนจะเสียหาย”
“ผมจะรักษาชื่อเสียงเดือน บอกทุกคนว่าผมเป็นฝ่ายทิ้งเดือนไปเอง พิณ...ผมขอเอาเกียรติของลูกผู้ชายเป็นประกัน ถ้าเดือนตัดสินใจเลือกคุณ ผมจะไม่รั้งไว้ ผมจะคืนเดือนให้คุณ”
สุดเขตเดินกลับมาที่รถทำเหมือนไม่มีอะไรทั้งที่ใจปวดร้าว เดือนสงสัยเขาพูดอะไรกับพิณ ชายหนุ่มโกหกว่าแค่ไปทักทายเฉยๆ พิณไม่สบายใจ เกรงงานแต่งงานของเดือนกับสุดเขตจะพังเพราะตนเอง
ooooooo
พิณกะจะมาต่อว่าคำหล้าที่วางแผนหลอกให้เขาไปเจอเดือนจนสุดเขตตามมาเห็น แต่พิณกลับต้องตกใจแทบช็อกเมื่อรู้จากตาสีว่าคำหล้าจะแต่งงานกับศรีไพร เขาตำหนิเธออย่างแรงที่ตัดสินใจโง่ๆแบบนั้น
“พี่ว่าฉันโง่ก็ยอม ฉันจะ 20 แล้ว ไม่แต่งตอนนี้ฉันก็ต้องค้างเติ่งอยู่บนคาน”
“อย่ามาดื้อตาใส เอาเหตุผลข้างๆคูๆมาหลอกพี่ บอกพี่มาสิ ทำไมยอมแต่งงานกับไอ้ศรีไพร แคนรู้เข้าจะช้ำใจแค่ไหนรู้ไหม”
“โอ๊ย...พี่แคนไม่แยแสฉันหรอกจ้ะ เมื่อวันก่อนฉันไปหาพี่แคนในเมือง พี่แคนไม่แม้แต่ทักฉันสักคำ ดังแล้วลืมตัวลืมคนเคยรัก ลืมคนที่เฝ้ารอ แล้วฉันจะเสียเวลารอพี่แคนไปอีกทำไม”
“เลยประชดรักแต่งงานกับไอ้ศรีไพร คำหล้าว่าพี่ทรมานตัวเองปล่อยให้เดือนแต่งกับคนอื่น แต่คำหล้ากลับจะเอาตัวเองไปลงนรกกับไอ้ศรีไพร”
“อยู่กับไอ้ศรีไพรมันไม่ทุกข์หรอกจ้ะเพราะฉันไม่ได้รักมัน มันทำร้ายจิตใจฉันไม่ได้ แต่กับพี่แคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่พี่แคนทำร้ายจิตใจฉัน ทำให้ฉันร้องไห้ได้ทุกวี่ทุกวัน ฉันไปเก็บเสื้อผ้าล่ะ เดี๋ยวไอ้ศรีไพรจะมารับ”
คำหล้าวิ่งหนีขึ้นบ้านไปดื้อๆ พิณเป็นห่วงเธอมาก บอกให้ตาสีกับยายสาช่วยกันห้ามลูกสาว อย่าปล่อยให้เธอไปแต่งงานกับศรีไพร ตาสาว่ามีคนที่ห้ามคำหล้าได้คนเดียวแต่เขาไม่กลับมาห้าม พิณรู้ดีตาสีหมายถึงแคน ต้องทำอะไรสักอย่าง จะปล่อยให้คำหล้าไปอยู่กับศรีไพรไม่ได้เด็ดขาด
ooooooo
เดือนกลับถึงบ้าน รีบลองสวมชุดแต่งงานให้มาลัยกับอัญชลีช่วยดู พอดีหรือยัง อัญชลีทักท้วง ตรงเอวเสื้อหลวมไปหน่อย แต่ไม่ต้องส่งไปแก้ที่ร้านให้เสียเวลา เธอกับมาลัยช่วยกันเย็บประเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ แล้วนึกขึ้นได้ เอาเครื่องเพชรมาให้เดือนสวมวันแต่งงาน จะไปหยิบมาให้
“ฉันก็เอาเครื่องเพชรมาให้ว่าที่ลูกสะใภ้เหมือนกัน เราให้หนูเดือนลองสวมดูแล้วกันว่า เครื่องเพชรของใครเข้ากับชุดหนูเดือนมากกว่า”
สุดเขตเข้ามาหาเดือนพอดี มาลัยเลยฝากเดือนไว้กับลูกชายครู่หนึ่ง เธอกับอัญชลีจะไปหยิบเครื่องเพชรมาให้เดือนลอง จังหวะนั้น มีเสียงเอะอะดังมาจากหน้าบ้าน สุดเขตกับเดือนออกมาดู เห็นบุญกำลังออกปากไล่พิณไปให้พ้นๆ พิณไม่ไปไหนทั้งนั้น เขามีเรื่องสำคัญจะขอร้องสุดเขตให้ช่วย แล้วเล่าเรื่องคำหล้ากับแคนให้นักร้องหนุ่มฟัง สุดเขตไม่รอช้า รีบคว้ามือถือโทร.หาผู้จัดการส่วนตัวของแคน
“ผมสุดเขตนะครับ อยู่กับแคนหรือเปล่า ให้แคนมาพูดสายหน่อยมีเรื่องด่วน”
ผู้จัดการรีบส่งมือถือให้แคน บอกว่าสุดเขตมีธุระจะคุยด้วย แต่พอรับสายแคนต้องแปลกใจที่กลับกลายเป็นพิณมาพูดแทน
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้แคน คำหล้าจะแต่งงานกับไอ้ศรีไพร วันนี้”
“หลอกกันเล่นแล้วพิณ คำหล้าเกลียดไอ้ศรีไพรมาก ไม่แต่งกับมันหรอก”
“คำหล้าประชดแก เลยจะแต่งกับมัน ถ้าแกคิดว่าฉันหลอกเล่นก็ไม่ต้องกลับมา ปล่อยให้คำหล้าตกเป็นเมียไอ้ศรีไพรไป” พิณว่าประชด
แคนฟังน้ำเสียงจริงจังของพิณแล้ว คงไม่ได้ล้อเขาเล่น สั่งให้คนขับรถตีรถกลับอุบลฯทันที ผู้จัดการไม่ยอมให้แคนเบี้ยวงานนี้เด็ดขาด ถ้าคิดถึงแฟน รอเสร็จงานก่อนแล้วค่อยไปหา แคนไม่สน ปีนข้ามเบาะไปที่นั่งแถวที่สอง เพื่อจะเปิดประตูรถตู้ คนในรถช่วยกันจับวุ่นวายไปหมด แต่ไม่มีใครเอาอยู่ แคนเปิดประตูรถตู้จนได้ แถมทำท่าจะกระโดดลงไปทั้งๆที่รถยังแล่น ผู้จัดการร้องลั่น
“ยอมแล้วเว้ยๆ...กลับอุบลฯก็ได้”
คนขับรถเลี้ยวกลับตามคำสั่งของผู้จัดการ รถตู้แล่นมาได้สักพัก ต้องติดแหง็กไม่ขยับไปไหน เพราะมีอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันปิดถนนทุกช่อง แคนร้อนใจลงไปบอกรถที่จอดขวางให้ช่วยขยับรถ เขามีธุระสำคัญต้องรีบไปจัดการ ไม่มีใครสนใจมัวแต่เถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่งว่าใครผิดใครถูก แคนกลับไปที่รถตู้
“รถแล่นไปต่อไม่ได้ ฉันจะไปหารถเอาข้างหน้านะ”
แคนวิ่งปรู๊ดออกไปทันทีไม่ฟังเสียงทัดทานของผู้จัดการตัวเอง วิ่งไปตามถนนสายหลักมุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลฯ คอยโบกรถที่แล่นผ่านไปมา กว่าจะมีรถสักคันใจดีจอดรับ เล่นเอาแคนเหงื่อตก
ooooooo
ในเวลาเดียวกัน พิณเห็นคำหล้าหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาจากบ้านตรงเข้ายื้อยุดขอร้องให้ทบทวนเรื่องแต่งงานกับศรีไพรอีกที แคนกำลังเดินทางกลับมาแล้ว คำหล้าไม่เชื่อว่าแคนจะกลับมาหาเธอ ป่านนี้หลงระเริงกับชื่อเสียงไปแล้ว สุดเขตช่วยพูดเกลี้ยกล่อมคำหล้าอีกแรง
“คิวงานแคนแน่นมาก เลยกลับมาหาคำหล้าไม่ได้ ผมรู้เพราะผมช่วยดูคิวงานให้แคน”
“ผู้ชายก็เข้าข้างกัน ฉันไม่เชื่อคุณหรอก คุณสุดเขต”
“น้อยใจพี่แคน ก็ว่าพี่แคนตอนที่เขากลับมาสิ อย่าหนีไปแต่งงานกับศรีไพร” เดือนทักท้วง
“ทีเดือนยังแต่งงานกับผู้ชายที่เดือนไม่รักได้เลย ทำไมฉันจะแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันเกลียดไม่ได้”
เดือนโดนคำหล้ายอกย้อนถึงกับอึ้ง จังหวะนั้น ศรีไพรกับสมุนขับรถมาถึงพอดี ศรีไพรจัดแจงฝากเนื้อฝากตัวกับตาสีและยายสาในฐานะว่าที่ลูกเขย คำหล้ารำคาญ เร่งศรีไพรรีบพาเธอไปแต่งงานไวๆ
“อุวะ...เจ้าสาวข้าใจร้อนเป็นไฟ...ไปกันจ้ะยอดรัก”
ศรีไพรโอบเอวคำหล้าจะพาไปขึ้นรถ พิณจับแขนเธอไว้ไม่ยอมให้ไป สองหนุ่มยื้อยุดคำหล้ากันไปมา ศรีไพรยัวะ ต่อยพิณโครม ดำกับขาวช่วยลูกพี่รุมทำร้ายพิณ สุดเขตทนดูพิณโดนรุมไม่ได้เข้าไปช่วย คำหล้าเหลืออดตะโกนสั่งให้ทุกคนหยุดต่อสู้กันได้แล้ว สองฝ่ายผละออกจากกัน
“พี่พิณ...ขอบใจที่พี่เป็นห่วง แต่ฉันโตแล้วพึ่งตัวเองได้”
“แปลเป็นไทยให้ฟังนะ คำหล้าบอกเอ็งว่า อย่าสอด” ศรีไพรด่าพิณแล้วหันมาชวนตาสีกับยายสาว่าที่พ่อตาแม่ยายไปเป็นสักขีพยานการแต่งงานของเขากับคำหล้า...
พิธีแต่งงานของคำหล้ากับศรีไพรจัดแบบประเพณีจีน คู่บ่าวสาวจุดธูปไหว้ฟ้าดินและวิญญาณเถ้าแก่เส็ง ไม่มีญาติพี่น้องฝ่ายเจ้าบ่าวมาแม้แต่คนเดียว ศรีไพรยกน้ำชามาเคารพ
ตาสีกับยายสา ตาสีทนไม่ได้ปัดถ้วยน้ำชากระเด็น ศรีไพรโมโห เงื้อหมัดจะต่อย แต่กลับเปลี่ยนใจ
“เห็นแก่ที่เป็นพ่อตาข้า แต่อย่ามีครั้งที่สอง” ศรีไพรขู่แล้วหันมาทำพิธีต่อ
พิณ เดือนกับสุดเขตยืนดูอยู่หน้าบ้านศรีไพร พิณกระวนกระวายใจมากเมื่อไหร่แคนจะมาถึงสักที สุดเขตโทร.ไปถามผู้จัดการของแคน ได้ความว่าแคนแยกไปหารถกลับมาที่นี่เองนานแล้ว...ฝ่ายแคนกว่าจะมาถึงหมู่บ้าน เย็นย่ำใกล้มืดลงรถได้ก็วิ่งหน้าตั้งเข้าหมู่บ้าน
ooooooo
มืดแล้วได้เวลาศรีไพรกับคำหล้าต้องเข้าห้องหอ ศรีไพรตกแต่งห้องหอด้วยผ้าสีแดงตามประเพณีจีนทุกอย่างในห้องเป็นสีแดงไปหมด ตาสีกับยายสามาส่งตัวคำหล้าเข้าห้องหออย่างเสียไม่ได้ คำหล้านึกหวั่นขอร้องให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันก่อน แต่ศรีไพรไม่ยอม
“ได้เวลาส่งตัวแล้ว...ไอ้ดำ ไอ้ขาว พาน้าสีกับน้าสาไปส่งบ้าน แล้วไล่ไอ้พวกกากเดนที่อยู่หน้าบ้านข้ากลับไปด้วย บอกว่าข้าจะเข้าหอกับเมีย”
พอดำกับขาวพาตาสีกับยายสาออกจากห้องหอ ศรีไพรรีบปิดประตูห้องล็อก ตาสีกับยายสาพยายามทุบประตูเรียกให้ศรีไพรเปิด ดำกับขาวรีบลากสองผัวเมียถูลู่ถูกังลงไปข้างล่าง คำหล้าขอร้องศรีไพรให้รอก่อนได้ไหม ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะเข้าหอด้วย
“เนื้อเข้าปากเสือ เสือไม่กลืนลงคอก็โง่เต็มทน”
คำหล้าหวาดกลัวเดินหนีไปรอบห้อง ศรีไพรเดินไล่อย่างสนุกสนาน ยิ่งเธอหนี เขายิ่งพอใจ ศรีไพรวิ่งไล่จนหนำใจแล้วดึงคำหล้ามาที่เตียงลงมือปลุกปล้ำ ทันใดนั้น ประตูห้องถูกถีบโครม แคนเข้ามากระชากศรีไพรออกจากคำหล้า แล้วรัวกำปั้นใส่ไม่ยั้ง
สองหนุ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด ข้าวของในห้องหอที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามพังยับ ศรีไพรสู้แคนไม่ได้ถูกจับมัดมือมัดขาติดกับเตียง ก่อนจะชิงตัวคำหล้าไป ศรีไพรได้แต่มองตาม แค้นใจมาก
ooooooo
แคนพาคำหล้ามาส่งบ้าน ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่คำหล้าปลอดภัย ถ้าเขามาช้ากว่านี้นิดเดียว เธอคงโดนศรีไพรรังแกไปแล้ว คำหล้าพูดประชดว่าศรีไพรไม่ได้รังแกเธอ แต่เธอเต็มใจแต่งงานกับเขาเอง
“ผู้ชายคนเดียวที่คำหล้าต้องเข้าหอด้วยคือพี่แคนคนนี้ ก่อนกลับกรุงเทพฯพี่จะให้พ่อแม่มาสู่ขอคำหล้า แล้วพาคำหล้าไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน”
“ขอฉันไปอยู่ด้วยแล้วก็ทิ้งๆขว้างๆฉันเหมือนอย่างที่ผ่านมาน่ะหรือ ฉันไม่เอาหรอก...พี่รู้ไหม...หลายปีมานี่ ฉันเหงาแค่ไหน เห็นคนรักเขาเดินจูงมือกัน แต่ฉันไม่เห็นแม้แต่เงาของพี่” คำหล้าตัดพ้อ น้อยใจ
“พี่จะไม่ทิ้งคำหล้าไปไหนอีกแล้วจ้ะ พรุ่งนี้เราไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่วัดกัน หวานชื่นให้คู่อื่นๆอิจฉาตาร้อนกันไปเลย” แคนออดอ้อนเอาใจ
“ไม่กลัวแฟนเพลงเห็นหรือ”
“เห็นก็ดีสิ พี่จะได้ประกาศไปเลยว่าพี่มีแฟนแล้วและ ก็รักแฟนมากด้วย”
“โกหก”
“ยังไงพี่ก็จะรอคำหล้าอยู่ที่วัด”
“ดี...พี่จะได้ลิ้มรสชาติการรอคอยบ้าง” คำหล้าพูดจบ
วิ่งเข้าบ้าน
พิณแวะมาดูคำหล้าได้ยินทุกคำที่คู่รักคุยกัน แนะแคนให้หมั่นง้อ เดี๋ยวคำหล้าก็หายโกรธ แคนไม่คิดอย่างนั้น คำหล้าเป็นหญิงใจเด็ด เขาเกรงเธอจะไม่ให้อภัยเขา พิณเข้ามาตบบ่าแคนให้กำลังใจ...
ครู่ต่อมา แคนกลับถึงบ้านตรงไปกราบเท้าพ่อกับแม่ พร้อมกับยื่นเงินปึกใหญ่ที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงตัวเองให้ ยายมีถามอย่างห่วงใยว่าเดินสายร้องเพลงเหนื่อยไหม แคนพยักหน้า เหนื่อยสายตัวแทบขาดต้องกินต้องนอนบนรถตลอด ตามาบอกให้แคนเก็บเงินจำนวนนี้ไว้เป็นค่าสินสอดสู่ขอคำหล้า
“ฉันตั้งใจเอาเงินนี้มาให้พ่อกับแม่จ้ะ ส่วนเงินสินสอด ฉันกำลังจะได้เงินค่าร้องเพลงอีกก้อน”
“ไอ้ศรีไพรมันวนเวียนจ้องจะเอาคำหล้าเป็นเมีย ข้าอยากให้เอ็งรีบตบแต่งกับคำหล้าแล้วพาคำหล้าไปให้ห่างจากไอ้ศรีไพรมัน”
“ทำตามที่พ่อบอกเถอะบักแคน พ่อแม่ไม่อยากได้เงินได้ทองจากเอ็งสักบาท ขอแค่เอ็งกลับมาเยี่ยมบ้านบ้าง เราสองคนก็ชื่นใจแล้ว”
“บุญของฉันที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่” แคนก้มกราบแทบเท้าพ่อกับแม่อีกครั้งอย่างซาบซึ้งใจ
ooooooo
ในวันสงกรานต์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ชาวบ้านส่วนหนึ่งพากันเข้าวัดทำบุญสรงน้ำพระอีกส่วนหนึ่งสาดน้ำเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน แคนพาพ่อกับแม่มาทำบุญที่วัด ชะเง้อมองหาคำหล้าไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ ตามามั่นใจว่าคำหล้าต้องมา แนะแคนให้ลองเดินหาเดี๋ยวก็เจอ ชาวบ้านเห็นแคน
นักร้องขวัญใจของพวกตน ต่างรุมล้อมขอประแป้ง
“ลูกเราดังอย่างกับดาราแน่ะพ่อ” ยายมีกับตามามองลูกชายอย่างปลาบปลื้ม...
บนศาลาวัดแห่งเดียวกัน เดือน บุญ สุดเขตกับครอบครัว รวมทั้งอัญชลีและแสวงมาร่วมทำบุญกระดูกให้เพ็ง เดือนเห็นยังไม่มีที่กรวดน้ำอาสาไปหยิบให้ บุญเจอตาสุกเพื่อนเก่าแก่ไม่ได้เจอกันนาน ขอปลีกตัวไปคุยกับเพื่อนก่อน จะได้บอกข่าวเดือนจะแต่งงาน พอบุญกับเดือนคล้อยหลัง แสวงแอบนินทา
“ท่าทางบุญแกดีใจมากเลยนะครับที่หนูเดือนจะแต่งงาน เมื่อวานผมไปตลาดกับแก แกเที่ยวพูดว่าอีกหน่อยจะมีหลานให้อุ้มแล้ว”
อัญชลีหันไปกระเซ้าสุดเขต “รีบทำให้บุญแกสมหวังไวๆนะคะ”
“มีหลานเร็วๆก็ดีลูก แม่ยังพอเลี้ยงไหว”
“อ้าว...ต้องแย่งกันหน่อยแล้วคุณมาลัย หนูเดือนก็เหมือนลูกฉัน ฉันเป็นยายก็อยากเลี้ยงหลานเหมือนกัน” ยังไม่ทันไร มาลัยว่าที่คุณย่ากับอัญชลีว่าที่คุณยายแย่งกันเป็นคนดูแลหลาน แสวงเลยหาทางออกให้ เพื่อความยุติธรรมของทั้งสองฝ่าย ให้สลับวันกันเลี้ยงหลานคนละวัน
สุดเขตเห็นพวกผู้ใหญ่พูดคุยเรื่องงานแต่งงานกับเรื่องมีหลานกันอย่างชื่นมื่นแล้วหนักใจ เพราะรู้ว่าเดือนไม่ได้อยากแต่งงานหรืออยากสร้างครอบครัวกับตน นิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนตัดสินใจเดินไปหาเดือนเพื่อสะสางเรื่องค้างคาใจ แต่พอเห็นหน้าหญิงคนรัก เขากลับไม่กล้าพูดกับเธอตรงๆว่าเขาได้ยินที่เธอพูดกับพิณเมื่อวาน ได้แต่พูดอ้อมไปอ้อมมา
“ถ้าเธอมีเรื่องเก็บไว้ในใจ ถึงเวลาต้องพูดแล้วเดือน อีก 4 วันก็จะถึงวันแต่งงานของเราแล้ว”
“ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ”
“ผู้ใหญ่คาดหวังกับเรามาก ถ้าเกิดมีเหตุให้การแต่งงานถูกยกเลิกกะทันหัน ผู้ใหญ่ต้องผิดหวังโดยเฉพาะพ่อเธอ”
“อะไรทำให้คุณคิดว่าการแต่งงานของเราจะถูกยกเลิกคะ”
“หัวใจเธอบอกว่าอย่างไรล่ะเดือน”
“หัวใจฉันบอกว่าอีกไม่กี่วัน ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ”
ถึงเดือนจะให้คำยืนยัน แต่สุดเขตอดเป็นกังวลไม่ได้ งานแต่งงานของเขากับเดือนอาจจะไม่มีก็ได้
ooooooo
ในเวลาเดียวกัน ขณะที่คนอื่นๆสนุกสนานกับเทศกาลวันสงกรานต์ พิณกลับนั่งซึมอยู่ในห้องพักคนเดียว ครูตะวันกับสายไหมอยากให้พิณลืมเรื่องทุกข์ใจ พากันเอาปืนฉีดน้ำมาฉีดใส่ พิณบ่นอุบ
“หมอไหมก็เป็นไปกับครูตะวันด้วย”
“วันนี้วันสงกรานต์ ไปเล่นสาดน้ำกันเถอะพิณ”
“ไม่มีแก่ใจเล่นจ้ะหมอ”
“ผิดหวังเรื่องความรักไม่เห็นต้องทำให้เรื่องอื่นๆในชีวิตหม่นหมองไปด้วยเลย” ครูตะวันอยากให้พิณหายเศร้าเลยฉีดน้ำใส่เป็นการใหญ่
สายไหมนึกสนุกช่วยครูตะวันอีกแรง ข้าวของในห้องพิณเปียกน้ำไปหมด พิณรีบเอาผ้ามาซับหนังสือเห็นกระดาษโน้ตพับครึ่งวางอยู่ใกล้ประตูห้อง หยิบขึ้นมาเช็ดน้ำ พอพลิกออกอ่านจึงเห็นว่าเป็นโน้ตที่ทองสาเขียนบอกที่ซ่อนปืนซึ่งศรีไพรใช้ยิงบัวผัน
พิณไม่รอช้าชวนครูตะวันและสายไหมตรงไปยังจุดที่ทองสาเขียนบอกไว้ในกระดาษโน้ต จากนั้นทั้งสามคนช่วยกันขุดหาปืน เจอห่ออย่างเรียบร้อยไว้ในผ้า
“ถึงเวลาที่ไอ้ศรีไพรต้องชดใช้ความผิด” พิณมองปืนในมือสีหน้าเอาเรื่อง
ooooooo
ขณะแคนกำลังชะเง้อคอมองหาคำหล้าอยู่ที่ลานหน้าวัด ศรีไพรขับรถแหวกฝูงชนเข้ามาหาอย่างบ้าคลั่ง ชักปืนออกมาจะยิงแคน ชาวบ้านพากันหลบเข้าที่กำบังกันโกลาหล
“ใครไม่เกี่ยวถอยไป ข้าจะฆ่าไอ้คนที่มันหยามเกียรติข้า” ศรีไพรตะโกนก้อง ตามาเอาตัวบังลูกชายไว้
“ยิงข้าเลยไอ้ศรีไพร ระบายความแค้นลงมาที่ข้าให้หมด แล้วเลิกจองเวรจองกรรมลูกข้าเสียที”
“อยากไปยมโลกนัก งั้นฉันจะซื้อตั๋วไปให้แล้วจะส่งลูกชายลุงตามไปติดๆ”
ศรีไพรหันปืนเล็งตามา ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไกหลวงพ่อเข้ามาขอบิณฑบาตชีวิตตามากับแคนไว้ ถึงศรีไพรจะชั่วช้าก็ยังพอมีจิตสำนึกไม่ลงมือฆ่าแคนในวัด เอาปืนจี้บังคับแคนขึ้นรถของเขาขับออกไป สวนกับคำหล้าที่แต่งตัวสวยเตรียมมาเล่นน้ำสงกรานต์กับแคน ศรีไพรจอดรถ เอาปืนจ่อหัวแคนให้คำหล้าดู
“ข้าไม่ได้เอ็ง ใครหน้าไหนก็ต้องไม่ได้” ศรีไพรว่าแล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
ตามากับยายมีวิ่งออกมาจากวัด เห็นศรีไพรบึ่งรถไปไกลแล้ว ยายมีใจเสีย ขอร้องคำหล้าหาทางช่วยแคนด้วย คำหล้าเห็นรถของสุดเขตจอดอยู่หน้าวัด รีบวิ่งตรงไปยังศาลาวัด ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของลานจอดรถ ผู้คนในนี้เลยไม่รู้ว่า เมื่อครู่ศรีไพรบุกมาจับตัวแคนไป คำหล้าปรี่เข้าไปหาสุดเขต ขอร้องให้ช่วยแคนด้วย...
ไม่นานนัก สุดเขตขับรถพาเดือนกับคำหล้ามาถึงทางจะเลี้ยวไปบ้านศรีไพร เจอพิณ ครูตะวันกับสายไหมปั่นจักรยานสวนออกมา คำหล้าร้องบอกพิณว่า
“ไอ้ศรีไพรจับพี่แคนไป พวกเรากำลังจะไปช่วย”
“พวกพี่เพิ่งไปบ้านศรีไพรมา มันไม่อยู่บ้าน”
คำหล้าคิดไม่ออก ศรีไพรจะจับตัวแคนไปไว้ที่ไหน พิณแนะให้แยกกันตามหา
ooooooo
ศรีไพรกับสมุนมารขาวมารดำช่วยกันลากแคนไปยังเรือหางยาวที่จอดเทียบท่าริมแม่น้ำมูล
“ฆ่าเอ็งแล้ว ข้าจะเอาศพไปทิ้งในแม่น้ำโขง ศพเอ็งจะได้ไม่ลอยขึ้นมาเหมือนศพนังบัวผัน”
แคนขัดขืนไม่ยอมลงเรือ ศรีไพรเอาด้ามปืนฟาดหัวแคนจนทรุด แล้วสั่งให้ดำกับขาวลากลงเรือ...
ด้านครูตะวัน พิณ และสายไหมขี่รถจักรยานมาตามถนนเลียบแม่น้ำมูล เห็นแคนถูกศรีไพรกับสมุนคุมตัวอยู่บนเรือหางยาว รีบขี่รถตีคู่ไปกับเรือของศรีไพรที่แล่นอยู่ในแม่น้ำ ศรีไพรมองมาที่ฝั่งเจอพิณกับพวกปั่นรถจักรยานตาม รีบสั่งให้ดำบังคับเรือออกไปกลางแม่น้ำ
พิณเห็นเรือของศรีไพรดับเครื่องลอยนิ่งอยู่กลางแม่น้ำมูล รีบจอดรถจักรยาน สุดเขตขับรถตามมาจอดใกล้ๆ คำหล้าถามพิณว่าเจอแคนไหม พิณชี้ไปที่เรือกลางแม่น้ำ แล้วกวาดตามองไปรอบบริเวณ พบชาวบ้านคนหนึ่งนั่งตกปลาอยู่บนเรือพาย เขารีบวิ่งไปหา
“ขอยืมเรือหน่อยจ๊ะ”
ครูหนุ่มเอาเรือพายออกไปช่วยแคน โดยมีสุดเขตกับครูตะวันลงเรือไปด้วย เดือน คำหล้า และสายไหม ยืนอยู่
ริมฝั่ง มองตามเรือพายเคลื่อนห่างออกไปด้วยความเป็นห่วง...
ศรีไพรได้จุดเหมาะจะจัดการศัตรูหัวใจ ชักปืนขึ้นมาหมายจะยิง แต่แคนขยับจะโดดหนีลงน้ำ ศรีไพรสั่งให้ดำกับขาวจับตัวไว้ ดำกับขาวจับแคนขึงพืดให้ศรีไพรยิงหน้าอก แคนขัดขืนดิ้นรนสุดฤทธิ์ จังหวะนั้น พิณ ครูตะวันกับสุดเขตพายเรือมาใกล้เรือหางยาว ศรีไพรหันไปยิงใส่พิณกับพวกจนต้องหลบนอนราบไปกับเรือ
พิณตะโกนต่อรองกับศรีไพร “ข้าเจอปืนที่เอ็งใช้ฆ่าบัวผันแล้ว ทองสาเอาไปฝังไว้หลังโรงเรียน ถ้าไม่อยากติดคุกก็ปล่อยตัวแคน ไม่อย่างนั้น ข้าจะเอาปืนไปให้ตำรวจ”
ศรีไพรตกลงรับข้อเสนอ พิณค่อยๆพายเรือจอดเทียบเรือของศรีไพร บอกให้ปล่อยแคนก่อน เขาถึงจะส่งปืนให้ ศรีไพรพยักหน้าให้สมุนปล่อยตัวแคน พิณยื่นปืนที่ศรีไพรใช้ฆ่าบัวผันให้เป็นการแลกเปลี่ยน แคนยังไม่ทันก้าวพ้นเรือหางยาว ศรีไพรเล่นไม่ซื่อ ยื้อแย่งปืนจากมือพิณแล้วสั่งสมุนให้จับตัวแคนไว้
ดำกับขาวคว้าแขนแคนไว้ได้หนึ่งข้าง ขณะที่สุดเขตกับครูตะวันช่วยกันดึงแขนอีกข้างทำให้เรือพายโคลง ครูตะวันเห็นท่าไม่ดีคว้าไม้พายฟาดใส่ดำกับขาวจนต้องปล่อยแขนแคน สุดเขตช่วยดึงแคนลงเรือพายจนได้ พิณกับศรีไพรยังยื้อแย่งปืนกันไปมา ปืนหลุดมือตกน้ำจมหายไป
ศรีไพรหัวเราะลั่น “ทีนี้เอ็งก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดข้าแล้ว นังบัวผันตายฟรี ส่วนพวกเอ็งก็กำลังจะตามไปอยู่กับมัน” แล้วยิงท้องเรือพายหลายนัดทำให้เรือรั่ว “สายน้ำตรงนี้แรงมากต่อให้ว่ายน้ำแข็งก็ว่ายไปไม่ถึงฝั่ง”
นักเลงชั่วสั่งให้สมุนเอาเรือเข้าฝั่ง พิณไม่ยอมให้ศรีไพรหนี โดดชนตกน้ำไปด้วยกันทั้งคู่ สุดเขต แคนกับครูตะวันกระโจนขึ้นเรือหางยาวต่อสู้กับดำและขาวแย่งปืนสองคนนั่นมาได้สำเร็จ ศรีไพรสู้พิณไม่ได้ถูกจับหัวโขกกราบเรือหลายทีจนแน่นิ่ง พิณปีนขึ้นเรือหางยาว ปล่อยให้ศรีไพรค่อยๆจมน้ำ ขณะครูตะวันกำลังสตาร์ตเครื่องเรือหางยาว ศรีไพรโผล่ขึ้นจากน้ำพยายามจะขึ้นเรือ ทำให้เรือเอียงวูบ สุดเขตพลัดตกน้ำ
พิณโดดลงไปช่วยสุดเขตพามาเกาะเรือ แล้วว่ายน้ำลากศรีไพรไปให้ห่างจากเรือ กระแสน้ำแรงทำให้ทั้งคู่จมหายไปด้วยกัน ครูตะวันรีบสตาร์ตเครื่องเรือหางยาวจะเข้าไปช่วย แต่ไม่มีวี่แววของพิณ
ooooooo
การหายสาบสูญไปของพิณ ทำให้สุดเขตตัดสินใจเลื่อนงานแต่งงานออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทั้งๆที่นพพ่อของเขาไม่เห็นด้วย สุดเขตสงสารเดือนมาก คงต้องรอให้เดือนทำใจเรื่องพิณได้ก่อนค่อยว่ากันอีกที...
ผ่านไปหลายวันมีคนพบศพศรีไพรลอยมาติดตลิ่งแต่ไม่มีศพพิณ ทุกคนเริ่มทำใจ พิณคงจะจากไปแล้วเช่นกัน คำแปง และครูตะวันจึงนิมนต์พระมาทำพิธีทางศาสนาให้พิณที่ริมแม่น้ำมูล ทุกคนต่างอาลัยอาวรณ์พิณ โดยเฉพาะคำหล้ากับแคนร้องไห้เป็นเผาเต่าที่ต้องสูญเสียคนที่พวกตนรัก...
เดือนไม่ยอมไปร่วมงานศพพิณ เพราะทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ เธอไปเก็บกวาดทำความสะอาดห้องพักให้พิณ ครูตะวันกับสายไหมกลับจากงานศพ เอารูปถ่ายของพิณกับกระถางธูปจะมาเก็บไว้ที่ห้องพัก
เดือนไม่พอใจมาก “เอาออกไปนะครู อย่ามาตั้งในห้อง พี่พิณกลับมาเห็นจะโกรธเอา นี่ฉันกวาดถูห้องให้พี่พิณ พี่พิณกลับมาจะได้ไม่บ่นว่าห้องสกปรกรกรุงรัง”
ครูตะวันกับสายไหมช่วยกันพูดให้เดือนทำใจยอมรับความจริง พิณจากพวกเราไปแล้ว เดือนโกรธไล่ครูตะวันกับสายไหมออกจากห้อง สุดเขตที่มาอยู่เป็นเพื่อนเดือนพลอยถูกหางเลขโดนไล่ไปด้วย...
ครู่ต่อมา สุดเขตกลับถึงบ้านบุญ เห็นพ่อแม่ของเขา อัญชลีกับแสวงขนกระเป๋าเสื้อออกมาวางเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ สุดเขตฝากพ่อดูงานแทนเขาด้วย เขาขออยู่กับเดือนที่นี่จนกว่าเธอจะทำใจเรื่องพิณได้ หลังจากส่งพ่อ แม่ อัญชลีกับแสวงขึ้นรถกลับกรุงเทพฯแล้ว สุดเขตแวะมารับเดือนที่ห้องพักของพิณ ไม่เจอเธออยู่ที่นั่น ถามครูตะวันกับสายไหมก็ไม่รู้เดือนไปไหน สุดเขตนึกเป็นห่วงรีบออกตาม...
ด้านเดือนมาตามหาพิณที่ตลาดในหมู่บ้านอีกแห่งที่อยู่ติดกัน เดินถามชาวบ้านไปทั่ว มีใครช่วยผู้ชายขึ้นจากแม่น้ำมูลบ้างหรือเปล่า คนในหมู่บ้านของเธอคนหนึ่งตกน้ำหายไป แต่ไม่ได้ความอะไร พลันเดือนเห็นหลังพิณไวๆ เดินปะปนกับชาวบ้านในตลาด ดีใจรีบวิ่งไปหา ปรากฏว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พิณ อากาศร้อนจัดประกอบกับเดือนเดินตากแดดมาตั้งแต่เช้ายันเที่ยงเลยหน้ามืดเป็นลม ดีที่สุดเขตวิ่งมารับตัวเธอไว้ได้ทัน
เขาพาเดือนกลับมานอนพักที่บ้านของเธอ พออาการทุเลาเดือนจะออกตามหาพิณอีก สุดเขตสงสารหญิงคนรักมาก บอกให้พักผ่อนให้หายก่อน เขาจะออกตามหาพิณให้เอง...
บ่ายวันเดียวกัน ชายหาปลาเจอร่างผู้ชายมีแผลแตกที่หัวลอยน้ำมาติดเนินทรายแห่งหนึ่งในแม่น้ำมูล ชายหาปลาตกใจ รีบพายเรือไปแจ้งตำรวจ แต่พอเขาพาตำรวจกลับมาที่เนินทรายร่างนั้นหายไปแล้ว
สุดเขตกับแคนว่าจ้างเรือล่องไปตามลำน้ำมูลค้นหาศพพิณผ่านมาเจอพอดี เข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นได้ความว่าชายหาปลาเจอศพมาเกยตื้นที่เนินทรายตรงโน้น พอสอบถามถึงรูปพรรณสัณฐานและเสื้อผ้าที่ศพสวมใส่ตรงกับพิณไม่ผิดเพี้ยน สองหนุ่มรีบกลับมาบอกเรื่องนี้กับเดือน แต่เธอไม่เชื่อ
“คุณสุดเขตกับพี่แคนได้เห็นศพพี่พิณหรือเปล่า ถ้าไม่ได้เห็นกับตา งั้นก็ไม่แน่ว่าเป็นพี่พิณ”
บุญบอกให้เดือนปลงเสียบ้างพิณตายไปแล้ว ตายไปหลายวันแล้ว เดือนไม่อยากฟัง เดินหนีเข้าห้องล้มตัวลงนอนบนเตียง ซุกหน้ากับหมอนร้องไห้คิดถึงพิณ...
พิณรอดชีวิตมาได้อย่างที่เดือนเฝ้าภาวนา ที่ตำรวจกับชายหาปลาไม่เจอร่างของเขาเนื่องจากพระธุดงค์ผ่านมาพบเข้า จึงช่วยพาไปปฐมพยาบาลที่ที่ท่านปักกลดอยู่ พิณจำอะไรไม่ได้ หัวเขากระแทกหินใต้น้ำอย่างแรงทำให้ความจำเสื่อม...
ที่แปลงผักของคำหล้า แคนเห็นคำหล้าต้องลำบากตรากตรำกว่าจะได้เงินจากการปลูกผักขาย เขาอาสาเลี้ยงดูเธอเองและจะพาเธอไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ตาสีไม่ยอม
ถ้าจะเอาลูกสาวของแกไปอยู่ด้วย แคนต้องให้ผู้ใหญ่มาพูดจาสู่ขอคำหล้าและจัดงานแต่งให้สมฐานะก่อน แคนนิ่งคิดอยู่ในใจถ้าต้องแต่งงานอย่างเปิดเผยอาจจะกระทบชื่อเสียง
นักร้องดังของเขา จึงขอกลับไปปรึกษากับต้นสังกัดก่อน
“ไม่ต้องยกเหตุผลมาอ้าง พี่กลัวเสียแฟนเพลง เสียความนิยม แต่ไม่กลัวเสียฉันไป...ใช่ไหม” คำหล้าว่าพลางน้ำตาคลอเบ้าทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ แคนถึงกับพูดไม่ออก...
ถึงเวลาที่แคนต้องกลับกรุงเทพฯ ขณะนั่งมาในรถตู้ แคนเห็นท้องไร่ท้องนาในหมู่บ้านตัวเองมีแต่ความแห้งแล้ง พอรถแล่นผ่านบ่อน้ำของหมู่บ้าน พบว่าชาวบ้านขนถังมาตักน้ำจากแหล่งน้ำแห่งเดียวของที่นี่เอาไปใช้ ความแร้นแค้นของชาวบ้านทำให้แคนสะเทือนใจมาก คิดหาทางจะทำอย่างไรให้คนในหมู่บ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เขาเปลี่ยนใจไม่กลับกรุงเทพฯ สั่งให้รถตู้พาไปพบครูตะวันเพื่อขอความช่วยเหลือ
ไม่นานนัก ครูตะวันเรียกประชุมชาวบ้าน แคนแนะให้ชาวบ้านปลูกพืชจำพวกถั่วหรือพืชผักที่ใช้น้ำน้อย ชาวบ้านเกี่ยงตรงที่พืชผักที่แคนว่าต้องใช้เงินลงทุนไม่น้อย ครูตะวันหาทางแก้ปัญหาเรื่องเงินไว้แล้ว
“ครูจะตั้งสหกรณ์บ้านแม่มูล ทุกคนเอาเงินมาฝาก มีน้อยฝากน้อย มีเยอะฝากเยอะ จากนั้นเราก็เอาเงินสหกรณ์ไปซื้อพันธุ์พืชมาแจกจ่าย ขายผักได้ก็เอาเงินมาคืนสหกรณ์ ถือเป็นเงินสะสมของพวกเราทุกคน”
พอชาวบ้านรู้ว่าต้องฝากเงิน บางคนไม่เข้าร่วมโครงการ อ้างเงินจะกินยังไม่มีจะเอาเงินที่ไหนไปฝาก ถึงแคนจะขอประเดิมฝากเงินเข้าสหกรณ์หนึ่งหมื่นบาท ชาวบ้านกลุ่มนี้ก็ไม่ร่วมโครงการอยู่ดี พากันกลับ
คำหล้าแอบภูมิใจที่แคนคิดช่วยชาวบ้าน แต่ที่ไม่แสดงออกเพราะยังงอนเขาอยู่ แคนประกาศกับชาวบ้านที่เหลือ พรุ่งนี้เขาจะไปซื้อเมล็ดพันธุ์ถั่วมาแจก ใครอยากเอาไปปลูกให้ยกมือขึ้น มีชาวบ้านไม่กี่คนยกมือ พวกที่ไม่อยากได้ทยอยกันกลับ แคนผิดหวังมากที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือ...
ขณะเดียวกัน พิณกลับจากไปถามชาวบ้านใกล้จุดที่พระธุดงค์ปักกลด แต่ไม่มีใครเคยเห็นหน้าเขามาก่อน พระธุดงค์แนะให้พรุ่งนี้ลองไปถามที่โรงพักเผื่อมีใครแจ้งคนหาย ตำรวจจะได้ติดต่อกับครอบครัวพิณได้
ooooooo
พิณเดินตามพระธุดงค์ออกบิณฑบาตแต่เช้า อีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงบ้านเดือน พิณขอตัวไปโรงพักเดือนกับสุดเขตมารอตักบาตรหน้าบ้านเลยคลาดกัน พระธุดงค์รับบิณฑบาตแล้วสวดให้พร เดือนเรียนถามท่านว่ามีบทสวดบทไหนที่ท่องแล้วส่งผลให้ได้เจอคนที่พลัดพรากบ้าง ตอนนี้เธอทุกข์ใจมาก มีหลายครั้งที่นึกอยากตาย สุดเขตตกใจที่ได้ยินเดือนพูด พระธุดงค์เทศน์เตือนสติว่า
“เกิดเป็นมนุษย์นั้นว่ายากแล้ว การเป็นมนุษย์ที่มีปัญญานั้นยากยิ่งกว่า ปัญญาจะช่วยให้เรามีสติไม่ยึดติดกับอวิชชา ไม่ยึดติดกระทั่งความสุขและภาพมายาทั้งหลายทั้งปวง”
เดือนพนมมือฟังพระธุดงค์เทศน์อย่างตั้งใจ...สุดเขตกังวลใจมากเกรงเดือนจะคิดสั้น ตอนสายของวันเดียวกัน เขาพาเธอไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดป่าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากหมู่บ้านเพื่อให้จิตใจสงบ บอกให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าจะสบายใจ ถ้าเขาเจอพิณเมื่อไหร่จะรีบพามาหา...
พิณกลับจากโรงพักมาหาพระธุดงค์ด้วยความผิดหวัง ไม่มีใครแจ้งความคนหาย เขาอาจไม่มีญาติพี่น้องหรือไม่ครอบครัวของเขาก็ไม่ต้องการเขาแล้ว พระธุดงค์เทศน์สั่งสอนว่าคนที่ปล่อยให้จิตฟุ้งซ่านคือคนโง่ อย่าคิดอะไรมากเดี๋ยวความจำของพิณก็กลับมาเอง จากนั้น พระธุดงค์เก็บกลดเพื่อธุดงค์ต่อ
“ขอผมไปกับพระคุณเจ้าด้วยนะครับ เดินทางไปเรื่อยๆ อาจเจอคนที่รู้จักผมสักคน”
พระธุดงค์ไม่ขัดข้อง พิณช่วยท่านเก็บข้าวของเครื่องใช้ แล้วแบกกลดเดินตาม ไม่นานนัก พระธุดงค์พาพิณมายังวัดป่าแห่งเดียวกับที่เดือนมาบวชชีพราหมณ์ ช่างประหลาดเหลือเกินทั้งที่อยู่วัดเดียวกันแท้ๆ แต่เดือนและพิณกลับไม่ได้พบเจอกันเหมือนมีกรรมมาบัง...
ดึกคืนนั้น พิณนอนไม่หลับ กลุ้มใจที่ตัวเองความจำเสื่อม พระธุดงค์ออกจากสมาธิเห็นพิณนั่งกอดเข่าเจ่าจุก เลยเทศน์สั่งสอนให้เขารู้จักปล่อยวางความทุกข์ จิตใจจะได้สงบ พิณก้มกราบพระธุดงค์แล้วเข้านอนข่มใจอย่างที่พระธุดงค์สั่งสอนถึงหลับได้...
ในเวลาเดียวกัน ภายในที่พักของผู้มาบวชชีพราหมณ์ คนอื่นๆพากันหลับหมดแล้ว เหลือเดือนที่ยังข่มตาไม่ลง จึงลุกขึ้นสวดมนต์ แล้วอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
“ขอให้บุญกุศลที่ลูกมาปฏิบัติธรรม ช่วยให้ลูกได้พบพี่พิณด้วยเถิด” เดือนกราบหมอน ก่อนล้มตัวลงนอนแต่หลับไม่ลงเพราะข่มใจไม่ได้
ooooooo
เช้าวันถัดมา สุดเขตขับรถผ่านที่นาของแคน แปลกใจที่เห็นแคนขะมักเขม้นพรวนดิน รีบจอดรถลงไปถามทำไมยังไม่กลับกรุงเทพฯ แล้วงานที่ต้องไปโชว์ ตัววันนี้จะทำอย่างไร แคนวานสุดเขตช่วยพูดกับทางต้นสังกัดให้ด้วย เขาไม่มีเจตนาจะทิ้งงาน แต่ผู้คนที่ บ้านเกิดของเขายังลำบากอยู่เขาจะทิ้งไปได้อย่างไร
“แคนต้องกลับไปพูดกับทีมงานเอง ผมยกย่องที่แคนเป็นคนดีมีสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเกิด แต่แคนก็ต้องรับผิดชอบต่องานที่ทำด้วย” สุดเขตพูดเตือนสติ
แคนจำต้องกลับกรุงเทพฯกับสุดเขตเพื่อเจรจากับต้นสังกัดด้วยตัวเอง พอคำหล้ารู้ว่าแคนจะกลับกรุงเทพฯ ก็โกรธ ต่อว่าเขาที่เห็นงานทางกรุงเทพฯสำคัญกว่าการฟื้นฟูบ้านเกิด แคนแค่จะกลับไปยกเลิกงานทางกรุงเทพฯ แล้วจะรีบกลับมา แต่คำหล้าไม่เชื่อ...
ทันทีที่ถึงกรุงเทพฯ แคนเข้าบริษัทต้นสังกัดเพื่อขอเลื่อนคิวงานโชว์ตัวและงานพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมดไปก่อนอีกสามเดือนค่อยว่ากันใหม่ แต่นพไม่ยอม แคนเซ็นสัญญาไว้กับทางบริษัทก็ต้องทำตามสัญญาจะบิดพลิ้วไม่ได้ แคนยืนยันจะกลับบ้านให้ได้ นพเสียงเขียว ถ้าทำงานให้บริษัทไม่ได้ก็ให้ฉีกสัญญาทิ้ง
สุดเขตต้องไกล่เกลี่ยขอให้เจอกันครึ่งทาง ขอร้องพ่อยอมให้แคนกลับบ้านหนึ่งอาทิตย์ อีกอาทิตย์ถัดมาค่อยเข้ามาทำงานให้บริษัท นพเตือนแคนโปรโมตเพลงต้องทำต่อเนื่องไม่ใช่มาๆหายๆ ถ้าแฟนเพลงลืมหน้าเป็นอันจบกัน แคนชักลังเล จะกลับบ้านต่างจังหวัดตามที่ลั่นวาจาไว้หรือจะอยู่ทำงานที่กรุงเทพฯ...
ครูตะวันยังไม่ท้อใจ เรียกประชุมชาวบ้านอีกครั้ง คราวนี้ชาวบ้านเริ่มเห็นคล้อยตามเขา แต่พอคำหล้าบอกว่าแคนคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีทำโครงการนี้กลับกรุงเทพฯไปแล้วและจะไม่กลับมาที่นี่อีก ชาวบ้านเลยถอดใจทยอยกันกลับ ครูตะวันต่อว่าคำหล้า ผิดใจกับแคนก็ไม่ควรมาชักใบให้เรือเสีย ทำลายโครงการดีๆที่จะช่วยเหลือชาวบ้านแบบนี้ และที่สำคัญเขาเชื่อมั่นแคนจะต้องกลับมาตามที่รับปากเอาไว้...
น้ำขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำในบ่อน้ำของหมู่บ้านถึงขั้นชกต่อยกันอุตลุด คำหล้าเห็นชาวบ้านทะเลาะแย่งน้ำกัน น้ำตาคลอคับแค้นใจในความเห็นแก่ตัวของทุกคน ตะโกนต่อว่าลั่น
“น้ำมีอยู่น้อยนิดแทนที่จะแบ่งกัน กลับแย่งกันอย่างกับอีแร้งลง จริงอยู่อีสานบ้านเราแห้งแล้ง แต่ถ้าพวกเราสามัคคีกันร่วมใจกันพัฒนาบ้านเกิด ต่อให้ดินแห้งเป็นผง ต่อให้แม่น้ำมูลแห้งจนเห็นเนินทราย บ้านเราก็จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำใจของพวกเราเอง” คำพูดของคำหล้าทำให้พวกชาวบ้านละอายแก่ใจ...
แปลงผักของคำหล้าขาดน้ำแห้งตายหมด คำหล้าขาดรายได้เลี้ยงครอบครัวเลยมาของานสายไหมทำที่สถานีอนามัย สายไหมให้คำหล้าช่วยดูแลความสะอาดของสถานที่ คำหล้าจัดชั้นหนังสือเห็นหนังสือพิมพ์บันเทิงพาดหัวข่าวว่า “แคน เมืองอุบล ลาวงการชั่วคราว กลับบ้านเกิด” นึกเสียใจที่ไม่เชื่อใจคนรัก
ooooooo
ในที่สุด สุดเขตขับรถพาแคนกลับบ้านต่างจังหวัด พอแคนลงจากรถถึงกับตะลึง ชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยกันปลูกถั่วในที่นาของเขา จากแปลงนาที่เคยแห้งแล้ง ตอนนี้เขียวสดด้วยต้นถั่ว แคนขอบใจชาวบ้านมาก ไม่คิดมาก่อนจะได้เห็นคนบ้านเราร่วมแรงร่วมใจกันแบบนี้ ยายมียกความดีให้คำหล้าที่ช่วยพูดจนชาวบ้านหันมาร่วมใจกัน แคนชวนคำหล้าพลิกฟื้นบ้านเกิดของเราร่วมกัน คำหล้ายังงอนแคนไม่หาย ยักท่าใส่
“ที่ฉันทำไปก็เพราะบ้านแม่มูลเป็นบ้านเกิดของฉัน ไม่เกี่ยวกับพี่แคน”
ยายมีกับตามาชวนแคนลงไปช่วยชาวบ้านปลูกถั่ว แคนไม่รอให้บอกซ้ำถลกขากางเกงลงไปลุยทันที แถมชวนสุดเขตร่วมวงด้วย แคนพรวนดินไปพลางร้องเพลงกับชาวบ้านไปด้วยอย่างสนุกสนาน...
สหกรณ์หมู่บ้านแม่มูลเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ชาวบ้านต่างให้ความร่วมมือเอาเงินฝากเข้าสหกรณ์กันคนละเล็กน้อยตามกำลัง แคนฝากเงินร่วมกับชาวบ้านหนึ่งหมื่นบาทตามที่เคยลั่นวาจาไว้ เงินของสหกรณ์ที่ได้จากชาวบ้าน ครูตะวันกับ สายไหมเอาไปซื้อเมล็ดพันธุ์พืชแจกจ่ายสมาชิกทุกคน จากนั้น แคนชวนชาวบ้าน ช่วยกันขุดลอกคลองที่ตื้นเขิน และขุดบ่อน้ำแห่งใหม่เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้เป็นโครงการถัดมา...
หลังจากจำวัดที่วัดป่าหลายวัน พระธุดงค์ออกธุดงค์ต่อโดยมีพิณเดินแบกกลดตามหลัง ขณะเดินมาใกล้บ้านเกิดตัวเอง พิณได้ยินเสียงดนตรีของคณะแม่มูลลำเพลิน ซึ่งมาเล่นดนตรีฉลองให้ชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจกันขุดบ่อน้ำและปลูกพืชผล เสียงร้องเพลงขับกล่อมของคำแปง ฟังคุ้นหูพิณมากจนต้องเดินมาดู เห็นแคน คำหล้า ครูตะวัน สายไหม กับชาวบ้านกำลังเซิ้งกันอย่างสนุกสนาน ส่วนคำแปงร้องเพลงอยู่บนเวที
พิณจำใครไม่ได้สักคน เดินกลับมาหาเรียนพระธุดงค์ให้ทราบ พระธุดงค์กับพิณจึงเดินทางต่อ บักหนานชาวคณะแม่มูลลำเพลินเห็นพิณจากระยะไกลๆ ไม่แน่ใจจะใช่หรือเปล่า รอจนเพลงจบตะโกนบอกแคน เมื่อครู่นี้เขาเห็นพิณ แคนหาว่าตาฝาด
“แวบแรกฉันก็นึกว่าตัวเองตาฝาด มองไปอีกทีก็ยังเห็นครูพิณยืนอยู่ ครูมองมาที่พวกเราด้วย”
แคนหันไปยังทิศทางที่บักหนานบอก ไม่เห็นพิณยืนอยู่ ชวนคำหล้า ครูตะวัน และสายไหมออกตามหา แต่คว้าน้ำเหลว พากันคิดว่าเป็นวิญญาณของพิณมาปรากฏตัว เพราะเป็นห่วงพวกชาวบ้าน
“วางใจเถอะพิณ...ฉัน คำหล้า ครูตะวันกับหมอไหม จะสานต่ออุดมการณ์ของพิณเอง” แคนพึมพำ...
ในเวลาต่อมา ขณะสุดเขตขับรถจะไปหาเดือนที่วัดป่า เห็นพิณเดินตามหลังพระธุดงค์มาตามถนน ความที่รถแล่นเร็ว สุดเขตไม่แน่ใจจะใช่พิณหรือเปล่า เบนรถจอดข้างทาง หันไปดูอีกทีเห็นหลังพิณไวๆเดินหายเข้าป่าข้างทาง สุดเขตจ้ำพรวดๆ ตาม เดินหาในป่าก็ไม่เจอ จังหวัดนั้น เสียงมือถือของเขาดังขึ้น
ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบมือถือขึ้นมารับสาย ทำให้กุญแจรถหล่นไม่รู้ตัว บริเวณที่เขาอยู่สัญญาณไม่ดี ได้ยินเสียงพ่อของเขาไม่ชัดเจนขอวางสายก่อน หาสัญญาณได้แล้วจะโทร.กลับ สุดเขตหาพิณไม่เจอ เดินกลับมาที่รถถึงได้รู้ว่ากุญแจรถหาย รีบกลับเข้าป่า ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาหากุญแจรถ พิณยื่นกุญแจรถมาตรงหน้า ถามว่าหาสิ่งนี้อยู่ใช่ไหม สุดเขตเงยหน้าขึ้นมอง เห็นพิณยืนอยู่ตกใจแทบช็อก
พอสุดเขตรู้ว่าพิณความจำเสื่อม เขาบอกพิณให้รู้จักชื่อตัวเอง พิณจำไม่ได้ว่าตัวเองชื่อ “พิณ” สุดเขตจะพาเขาไปหาเดือน ซึ่งตอนนี้บวชชีพราหมณ์อยู่ที่วัดป่าเผื่อจะนึกอะไรออก พิณไม่รู้คนชื่อเดือนเป็นใคร สุดเขตกล้ำกลืนความเจ็บช้ำใจบอกว่าเป็นคนรักของพิณ แล้วแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนของพิณชื่อสุดเขต พิณหน้าตาสดชื่นขึ้นทันที ในที่สุดเขาก็เจอคนรู้จัก ครู่ต่อมา สุดเขตพาพิณมาถึงวัดป่า
พิณแปลกใจมาก เขานอนวัดนี้ คนรักของเขาก็นานที่นี่เช่นกัน แต่ทำไมไม่เจอกัน สุดเขตเข้าไปในส่วนที่เป็นที่พักของผู้มาบวชชีพราหมณ์ไม่ได้ จึงวานผู้หญิงคนหนึ่งไปตามเดือนให้ เดือนดีใจมากที่รู้ว่าพิณยังไม่ตาย รออยู่ที่ลานหน้าวัด รีบจ้ำพรวดมาหาแต่พอได้เจอกัน เดือนต้องตะลึงเพราะเขาจำเธอไม่ได้
ooooooo
เพื่อกระตุ้นความทรงจำของพิณ สุดเขตกับเดือนพาพิณมาที่ห้องพักของเขา เดือนหยิบรูปถ่ายของพิณให้ดู บอกว่าเขาเป็นครูโรงเรียนนี้สอนเลขกับภาษาไทย ครูตะวันกับสายไหมมาช่วยกันฟื้นความจำให้พิณอีกแรง แต่พิณยังจำอะไรไม่ได้สักอย่าง
“เป็นเพราะสมองครูพิณถูกกระแทกอย่างรุนแรงค่ะ ครูพิณเล่าว่าตอนฟื้นขึ้นมามีแผลที่ศีรษะ ไปให้หมอที่เชี่ยวชาญด้านสมองตรวจดูนะคะ” สายไหมแนะนำ
สุดเขตจะออกค่าใช้จ่ายให้เอง ถ้าพิณอยากจะไปรักษาที่กรุงเทพฯก็ได้ เขารู้จักหมอเก่งๆหลายคน พิณอยากรักษาที่อุบลฯมากกว่า สายไหมจะลองโทร.ถามเพื่อนที่เป็นพยาบาลในตัวเมืองว่าหมอด้านสมองออกตรวจเมื่อไหร่ แคนกับคำหล้ารู้ข่าวพิณ รีบมาหาที่ห้องพัก เห็นพิณยังไม่ตาย ดีใจเข้ามาทักทาย พิณมองทั้งคู่งงๆ ไม่ว่าแคนกับคำหล้าจะเล่าให้ฟังว่าตัวเองเป็นลูกเต้าเหล่าใคร พิณก็จำไม่ได้อยู่ดี...
คำแปงรู้ข่าวพิณยังไม่ตายแต่ความจำเสื่อม จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญให้เขาที่บ้านของเธอ เชิญผู้อาวุโสในหมู่บ้านมาผูกข้อมือเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวพิณและขอให้หายเจ็บหายป่วย ความจำกลับมาเร็วๆ หลังเสร็จพิธีบายศรีสู่ขวัญ สายไหมเร่งสุดเขตรีบพาพิณไปโรงพยาบาลในตัวเมืองไวๆ เธอนัดหมอด้านสมองไว้ให้ตอนบ่ายสามโมง รถสุดเขตนั่งไม่พอ แคนกับคำหล้าเลยไม่ไปด้วย
เดือนเปิดประตูรถให้พิณนั่งหน้าคู่กับสุดเขต พิณจะขอนั่งด้านหลัง เดือนไม่ยอม อ้างคนป่วยต้องนั่งสบายๆข้างหน้าไม่ต้องเบียดกับใคร สุดเขตเห็นเดือนรักและเอาใจใส่พิณ แอบน้อยใจ...
ฝ่ายแคนกับคำหล้าขึ้นมาคุยกับคำแปงบนบ้าน คำแปงชวนแคนไปแสดงคอนเสิร์ตในงานบุญบั้งไฟที่ยโสธรด้วยกัน แคนเกิดความคิดจะจัดงานบุญบั้งไฟที่หมู่บ้านของพวกเราให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ชักชวนคำแปงร่วมมือด้วย คำแปงตอบตกลงทันที จากนั้น แคนกับคำหล้าเรียกประชุมชาวบ้าน หว่านล้อมให้พวกนั้นร่วมมือร่วมใจกันอีกครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักงานบุญบั้งไฟของพวกเราให้ได้ พวกเราจะได้มีรายได้เพิ่ม ชาวบ้านทุกคนขอร่วมวงด้วย ต่างแยกย้ายกันไปหาไม้ไผ่มาทำบั้งไฟ...
สุดเขตเห็นเดือนคอยดูแลพิณอย่างดีได้แต่ยิ้มเศร้า ยอมรับความจริงว่าเดือนรักพิณมากกว่าตน กลับมาเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมกลับกรุงเทพฯ เดือนตามมาขอร้องเขาอย่าเพิ่งไป แม้เธอจะยังรักพิณอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่า
จะกลับไปหาเขา สุดเขตมองออก ถึงตัวเดือนจะไม่กลับไปหาพิณแต่ใจของเธอกลับไปนานแล้ว
“แต่เดือนรักคุณนะคะคุณสุดเขต”
“ฉันเชื่อว่าเธอรักฉัน ซึ่งฉันซาบซึ้งใจมาก แต่ความรักไม่มีที่พอสำหรับคนสามคน” สุดเขตตัดใจ ขึ้นรถขับออกไป เดือนมองตามสุดเขตจากไปอย่างใจหาย
ooooooo
แคนเหลาไม้ไผ่ทำหางบั้งไฟตั้งแต่เมื่อเย็นวานจนเช้าวันนี้ก็ยังไม่สำเร็จ คำหล้าแนะให้ไปตามพิณมาช่วย พิณมีฝีมือด้านงานไม้นั่งทำอยู่ครู่เดียวก็เป็นรูปเป็นร่าง คำหล้า หันไปแซวแคน
“ตามพี่พิณมาทำตั้งแต่เมื่อวาน ป่านนี้ใกล้เสร็จแล้ว”
แคนแค่อยากโชว์ฝีมือบ้าง คำหล้าให้แคนโชว์แต่เสียงอย่างเดียวพอเรื่องอื่นไม่ต้องโชว์ อายคนอื่นเปล่าๆ แคนไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย บอกชาวบ้านที่มาช่วยกันทำบั้งไฟให้วางมือก่อน เขานัดคำแปงซ้อมขบวนแห่บั้งไฟ แล้วชวนพิณไปด้วยกัน ชาวบ้านไปรวมตัวกันตั้งขบวนแห่บริเวณสถานที่จัดงานบุญบั้งไฟ คำหล้าเห็นพิณยืนดูเฉยๆ ชวนเข้าร่วมขบวนแห่ด้วย พิณส่ายหน้า ขอเป็นผู้ชมดีกว่า
“บั้งไฟของพวกเราออกสุดท้าย เราต้องปิดท้ายขบวนให้ดี ให้คนมาเที่ยวประทับใจ ปีหน้าจะได้กลับมาอีก” สิ้นเสียงแคน การซ้อมเริ่มต้น
ชาวบ้านเดินฟ้อนรำอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมีคำหล้าเป็นคนนำขบวน พิณมองขบวนซ้อมแห่บั้งไฟรู้สึกคุ้นตาเหมือนเคยเห็น อยู่ๆความทรงจำของเขาก็กลับมา จำแคน คำหล้า คำแปง ยายมี ตามา ยายสา ตาสี และชาวบ้านที่ร่วมขบวนซ้อมแห่บั้งไฟได้ทุกคน พิณยิ้มกว้างดีใจที่ความจำกลับคืนมา...
แคนพลอยดีใจไปกับพิณ พาเขาซ้อนมอเตอร์ไซค์คันใหม่ของแคนเองมาส่งบ้านเดือนเผื่อพิณจะจำหน้าเดือนได้ แต่พอเห็นหน้าเขากลับจำเดือนไม่ได้ บุญตามมาสมทบ พิณจำพ่อของเดือนไม่ได้เช่นกัน แต่สายตาเย็นชาที่บุญมองมาทางเขาทำให้พิณสงสัยแต่ไม่ได้พูดอะไร เดือนถามแคนทำไมพิณถึงจำแคนได้
“พิณเห็นพวกพี่ซ้อมขบวนแห่บั้งไฟเลยจำงานแห่พระเวสได้ แล้วเลยจำพวกเราได้ทุกคน”
“หมอที่โรงพยาบาลบอกว่า ถ้ามีสิ่งกระตุ้น ความทรงจำพิณจะกลับมา...มากับเดือนจ้ะพี่พิณ”
เดือนจูงมือพิณไปที่ต้นคูนริมแม่น้ำมูลชี้ให้ดูชื่อพิณกับเดือนที่สลักไว้ตรงลำต้น พิณส่ายหน้าจำไม่ได้ เดือนพาพิณลงไปนั่งที่ท่าน้ำที่ซึ่งเขามานอนหนุนตักเธอเป็นประจำ พิณก็จำไม่ได้อีกจนเดือนนึกน้อยใจ...
แคนยังเข้าหน้าคำหล้าไม่ติด ชวนไปไหนก็ไม่ยอมไปด้วย เขาเลยเข้าทางตาสีกับยายสาแทน แคนแวะไปทำธุระในตัวเมืองก็มีของติดไม้ติดมือมาฝาก ตาสีเข้าข้างแคนออก นอกหน้า เตือนคำหล้าให้งอนแต่พองาม มากไปไม่น่ารัก แคนเห็นตาสีให้ท้าย ถือโอกาสชวนคำหล้าไปนั่งรถเล่น ทีแรกคำหล้าทำท่าไม่ยอมไป ตาสีต้องคะยั้นคะยอ คำหล้าใจอ่อน ยอมซ้อนมอเตอร์ไซค์แคนไปนั่งกินลมชมดาว...
หลังจากส่งคำหล้าเรียบร้อย แคนกลับถึงบ้านเห็นพิณนั่งรออยู่ พิณอยากรู้ทำไมพ่อของเดือนถึงไม่ชอบหน้าตนเอง แคนไม่อยากให้พิณสนใจบุญ พยายามจำเดือนให้ได้ดีกว่า พิณสงสัย ก่อนตัวเขาจะความจำเสื่อมความสัมพันธ์ของตนกับเดือนเป็นอย่างไรกันแน่...
คืนวันเดียวกัน พิณนอนคิดนั่งคิดถึงเดือนกับบุญพ่อของเดือนและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเดือน อยู่ทั้งคืนจนปวดหัว ต้องกินยาแก้ปวดที่หมอสั่งให้
ooooooo
ใกล้งานบุญบั้งไฟของหมู่บ้านเข้ามาทุกที แคนโทร.ไปขอร้องสุดเขตช่วยบอกสถานีวิทยุในเครือของเขา ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้ว่าที่หมู่บ้านของแคนจะมีการจัดงานบุญบั้งไฟ
“ผมจะบอกดีเจให้พูดก่อนเข้าช่วงข่าว แล้วจะติดต่อไปที่สถานีวิทยุท้องถิ่นในต่างจังหวัดที่รู้จักกันให้ช่วยประชาสัมพันธ์ ให้...เอ่อ...แคน...พิณกับเดือนเป็นอย่างไรบ้าง”
แคนสงสารเดือนมาก พิณจำทุกคนได้หมด แต่กลับจำเดือนไม่ได้ สุดเขตคิดหาทางช่วยเดือนกับพิณให้สมหวัง วานแคนช่วยส่งรูปถ่ายของทั้งคู่มาให้เขาที่กรุงเทพฯ...
ในเวลาเดียวกัน หมอนัดเอกซเรย์สมองพิณซ้ำอีกครั้ง ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ รอยช้ำเมื่อครั้งก่อนหายไป ความจำของพิณถึงเริ่มกลับมา สายไหมสงสัยทำไมพิณถึงจำไม่ได้หมดทุกคน
“หมอสันนิษฐานว่าที่สมองคนไข้ไม่จำคนบางคนหรือเรื่องบางเรื่อง เป็นเพราะสมองส่วนการรับรู้ไม่อยากกลับไปรับรู้อีก อาจเป็นเรื่องที่คนไข้เสียใจมากหรือเจ็บปวดทางร่างกายมากจนอยากลืม”
พิณสงสัย เดือนทำอะไรให้เขาเจ็บปวดจนอยากลืม พยายามซักไซ้ไล่เรียง แต่เดือนปฏิเสธว่าไม่มีอะไร พิณหันไปถามครูตะวันกับสายไหมแทน ทั้งคู่เลี่ยงไม่ยอมตอบให้ไปคุยกันเอง
เดือนหวั่นใจเกรงพิณจะรู้เรื่องที่เธอจะแต่งงานกับสุดเขต รีบไปขอร้องแคน คำหล้า กับพวกชาวบ้านที่กำลังทำบั้งไฟ ไม่ให้บอกพิณเรื่องนี้ แคนทักท้วง ถ้าความจำพิณกลับมาเมื่อไหร่ก็ต้องรู้อยู่ดี เดือนไม่คิดเช่นนั้น หมอบอก ที่พิณจำเธอไม่ได้ เพราะสมองไม่อยากจดจำเรื่องที่ทำให้เจ็บปวด ถ้าพิณรู้เรื่องที่เธอทิ้งเขาไปแต่งงาน เขาต้องจำเธอไม่ได้ตลอดชีวิต ทุกคนให้สัญญากับเดือนจะไม่พูดเรื่องนี้
เด็ดขาด จากนั้น เดือนไปขอร้องคำแปงให้ปิดเรื่องนี้เช่นกัน และตระเวนเก็บการ์ดแต่งงานที่แจกไปทั้งหมดคืน...
ตกเย็น เดือนรู้พิณยังเคืองที่เธอไม่ยอมบอกว่าเคยทำอะไรให้เขาเสียใจ ตามไปง้อถึงห้องพักชวนเขาไปนั่งเล่นที่ท่าน้ำ กว่าเดือนจะกลับถึงบ้านใกล้ค่ำ บุญตำหนิลูกสาวไปหาพิณบ่อยๆแบบนี้ไม่งาม เธอมีคู่หมั้นอยู่แล้ว เดือนไม่ได้คิดจะกลับไปคบพิณ เธอแค่ไปดูแลเขาเท่านั้น บุญเกรงชาวบ้านจะนินทา แนะให้ลูกกลับกรุงเทพฯ เขาจะดูแลพิณให้เอง เดือนยืนยันจะไม่ไปไหนจนกว่าพิณจะจำเธอได้
“เห็นใจผู้ชายอีกคนที่รออยู่ทางกรุงเทพฯบ้างนะเดือน”
เดือนรู้สึกผิดต่อสุดเขตที่ทำให้เขาเสียใจทั้งๆที่เขาดีกับเธอและครอบครัวมาตลอด
ooooooo
พิณขี่จักรยานผ่านที่นาของแคน เห็นแคนกำลังรดน้ำต้นถั่วที่ออกฝักสะพรั่ง แวะทักทายชวนไปช่วยชาวบ้านต่อเวทีสำหรับงานบุญบั้งไฟที่จะจัดขึ้น พิณเกรงคนจะมาเที่ยวงานน้อย เพราะพวกเราปิดใบปลิวเชิญชวนเที่ยวงานแค่ไม่กี่ที่ แคนรู้ทันที พิณไม่ได้ฟังรายการวิทยุ
“วิทยุหลายสถานีออกข่าวงานบั้งไฟบ้านเรา คุณสุดเขตติดต่อสถานีให้น่ะ”
พอได้ยินชื่อสุดเขต พิณถือโอกาสถามแคนว่าสุดเขตเป็นเพื่อนเขากับเดือนได้อย่างไร ในเมื่อสุดเขตอยู่กรุงเทพฯ แต่เขากับเดือนอยู่อุบลฯ แคนอึกๆอักๆเลี่ยงที่จะตอบ ทำให้พิณคาใจเรื่องสุดเขต...
ทันทีที่ได้รับรูปถ่ายเดือนกับพิณจากแคน สุดเขตเอารูปพิณกับเดือนมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวความรักของทั้งคู่ โดยใส่เพลงเกี่ยวกับความรักประกอบ อัดลงแผ่นวีซีดี แล้วส่งไปรษณีย์ มาให้พิณ พอพิณได้ดูวีซีดีแผ่นนี้ ภาพความทรงจำดีๆเกี่ยวกับเดือนผุดขึ้นมาในสมองเขาเป็นฉากๆ สุดเขตบรรยายตบท้ายวีซีดีว่า
“เดือนรักคุณมาก เขียนจดหมายหาคุณแทบทุกวัน อย่าทำให้เดือนเสียใจ”
พิณนึกถึงจดหมาย รีบวิ่งกลับไปห้องพักของตัวเอง ค้นจดหมายที่เดือนเขียนมาถึงเขาตอนไปอยู่กรุงเทพฯ พิณอ่านจดหมายแล้ว ความทรงจำเก่าเมื่อครั้งที่เดือนถูกพ่อแม่บังคับให้ไปเรียนต่อกรุงเทพฯ ผ่านเข้ามาในความคิดคำนึงของพิณ เขาถึงกับยิ้มหน้าบาน วิ่งไปขออนุญาตครูตะวันไปหาเดือน ครูตะวันติงใกล้เวลาเข้าสอนแล้ว พิณต้องไปเจอเดือนให้ได้ เขาจำเดือนได้แล้ว ครูตะวันพลอยดีใจไปกับ
พิณ
ครู่ต่อมา พิณมาถึงบ้านเดือนแต่เธอไม่อยู่ไปหาคำหล้า เจอบุญกำลังจุดธูปไหว้เพ็ง พิณจำบุญกับเพ็งได้ บุญดีใจ พิณจำได้แล้วเดือนจะได้กลับกรุงเทพฯเสียที เลยอนุญาตให้พิณรอเดือนที่นี่ พิณนั่งรอนานชักเมื่อย เดินดูอะไรเรื่อยเปื่อยไปถึงตู้โชว์ สะดุดตาของสิ่งหนึ่งมีกระดาษสีทองติดอยู่ ข้อความในกระดาษชิ้นเล็กๆเขียนว่า “ที่ระลึกงานมงคลสมรส เดือน...สุดเขต 18 เมษายน 2554”
พิณถึงกับช็อก ภาพความทรงจำเกี่ยวกับเดือนและสุดเขตพรั่งพรูออกมา ทั้งภาพตอนเดือนหมั้นกับสุดเขต ภาพเหตุการณ์ที่พิณกับเดือนกลับมาคบกันช่วงที่เขาไปตามบัวผันที่กรุงเทพฯ และที่สำคัญที่สุด ภาพวันที่เดือนเอาการ์ดแต่งงานมาให้ พิณจำได้ทุกอย่าง ความเจ็บปวดรวดร้าวใจโถมเข้าใส่...
ไม่นานนัก เดือนกลับถึงบ้าน พอรู้จากพ่อว่าพิณจำได้แล้ว ดีใจมากรีบวิ่งไปหา ถามพิณว่าจำเธอได้แล้วหรือ พิณมองเดือนด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรัก ก่อนจะตัดใจโกหกว่าจำไม่ได้ เดือนนิ่วหน้า เมื่อครู่นี้พ่อของเธอเพิ่งบอกว่าพิณจำเธอได้แล้ว
“พี่ทักลุงบุญ บอกว่าจำลุงบุญได้ แต่พี่ไม่ได้พูดว่าพี่จำเดือนได้สักคำ พี่มาขอบใจเดือนที่ช่วยดูแลพี่...พี่ไปแล้ว ต้องกลับไปสอน” พิณข่มความเสียใจ เดินจากไป เดือนมองตามด้วยความผิดหวัง
ครูหนุ่มเดินน้ำตาคลอกลับโรงเรียน เสียใจที่ความรักของเขากับเดือนจบแล้ว คิดว่าเดือนแต่งงานกับสุดเขตไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาตามวันที่ระบุในของชำร่วย...
พิณแสร้งว่าความทรงจำเรื่องเดือนยังไม่กลับมา หลอกเดือนได้แต่หลอกสายตาจ้องจับผิดของครูตะวันไม่ได้ เขารู้พิณจำเดือนได้แล้วแต่ทำไมต้องทำเป็นจำไม่ได้ พิณถูกจับโกหกได้เดินหนี ครูตะวันเดินตามคาดคั้นให้บอกความจริง พิณรู้เรื่องเดือนแต่งงานแล้ว เขาเห็นของชำร่วยงานแต่งงานของเธอกับสุดเขต
ครูตะวันบอกพิณเข้าใจผิด งานแต่งล่มเพราะพิณหายตัวไป แนะให้เขาใช้โอกาสนี้กลับมาคืนดีกับเดือน พิณเองก็ดูแลเดือนได้ พิณจะดูแลเดือนได้อย่างไร ลำพังเงินเดือนของเขายังไม่พอเลี้ยงตัวเอง
“ผมขอถามครูตะวัน ถ้ามีผู้ชายดีๆฐานะมั่นคงมารักหมอไหม ตัวหมอไหมเองก็รักเขาจนตกลงปลงใจแต่งงานกับเขา ขณะที่ครูถึงจะรักหมอไหมมาก แต่รู้อยู่แก่ใจแต่งกับหมอไหมแล้ว หมอไหมต้องมากัดก้อนเกลือกิน ลูกเกิดมาก็ลำบาก ครูจะเลือกทำแบบผมไหมครับ”
ครูตะวันพยักหน้ายอมรับ เป็นเขาก็คงเลือกทำแบบเดียวกับพิณคือ เสียสละ
ooooooo
งานบุญบั้งไฟบ้านแม่มูลมีชาวบ้านต่างหมู่บ้านและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานกันอย่างคึกคัก หมู่บ้านที่ส่งบั้งไฟเข้าแข่งขันร่วมเดินขบวนแห่บั้งไฟกันอย่างสนุกสนาน โดยมีบั้งไฟของหมู่บ้านแม่มูลเดินปิดท้าย ชาวบ้านแม่มูลฟ้อนรำอย่างสวยงามสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว
สุดเขตมาร่วมงานนี้ด้วย เดือนแปลกใจทำไมเขาไม่บอกล่วงหน้าว่าจะมา สุดเขตมีเรื่องอยากคุยด้วยชวนเดือนไปหาที่เงียบๆคุยกัน พิณหันมาเห็นพอดีลอบเดินตามทั้งคู่ไป พอเจอมุมปลอดคน สุดเขตไม่รอช้าถามเดือนกับพิณเป็นอย่างไรกันบ้าง วีซีดีที่เขาส่งมา ช่วยให้พิณจำเดือนได้ไหม เดือนเพิ่งรู้เรื่องนี้ ซาบซึ้งใจกับสิ่งที่สุดเขตทำให้ จับมือเขามากุมไว้ สุดเขตเตือนไว้ระวังพิณจะมาเห็น
“ลืมแล้วหรือคะ คุณเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเดือน”
สุดเขตยิ้มปลื้ม ส่วนพิณแอบฟังอยู่ ดีใจที่เดือนกับสุดเขตยังไม่ล้มเลิกการแต่งงาน...
ไม่นานนัก การแข่งขันจุดบั้งไฟเริ่มต้นขึ้น แคนตั้งกฎไว้หมู่บ้านไหนจุดบั้งไฟไม่ขึ้นต้องถูกโยนลงแม่มูล มีหลายหมู่บ้านโดนทำโทษ บั้งไฟของบ้านแม่มูลขึ้นสูงกว่าใครๆจึงได้รางวัลชนะเลิศ ชาวบ้านแม่มูลต่างพากันดีใจที่งานบุญบั้งไฟครั้งนี้ประสบความสำเร็จ แคนคนต้นคิดยิ้มหน้าบาน
หมู่บ้านที่จุดบั้งไฟไม่ขึ้นตอนแข่งขัน เอาดินประสิวมาอัดเพิ่มแล้วจุดใหม่ บั้งไฟระเบิดพุ่งไปในแนวราบตรงเข้าหาเดือนอย่างรวดเร็ว เดือนตกใจยืนตัวแข็งทื่อ พิณดึงเธอพ้นอันตรายได้อย่างเฉียดฉิว
“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม โดนบั้งไฟตรงไหนหรือเปล่า ถ้าเดือนเป็นอะไรไป พี่จะอยู่อย่างไร” พิณถามรัวเป็นชุดแล้วกอดเดือนไว้แน่นอย่างลืมตัว เดือนเลยจับได้ว่าเขาจำเธอได้ พิณรู้ตัวความแตกรีบปล่อยมือ หันไปฝากสุดเขตให้ดูแลเดือนด้วย แล้วเดินหนีไปดื้อๆ สุดเขตบอกให้เดือนรีบตามพิณ แต่เธอกลับยืนเฉย...
หลังจากนอนคิดมาทั้งคืนจะจัดการอย่างไรกับปัญหารักสามเส้า รุ่งขึ้นพิณมาหาเดือนกับสุดเขต ขอร้องให้ทั้งคู่แต่งงานกันตามแผนเดิมที่วางเอาไว้ เขาขอเป็นคนที่สูญเสียเองเพื่อให้เดือนมีความสุข สุดเขตกลับอยากให้เดือนได้อยู่กับพิณคนที่เธอรักมากกว่า พิณไม่เห็นด้วย
“รักใครมากกว่าไม่สำคัญคนไหนเหมาะสมกว่าต่างหากสำคัญ คุณเหมาะสมกับเดือนมากกว่าผม”
เดือนปล่อยโฮ ทรมานใจมากถ้าจะต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง เธอรักทั้งคู่ คนหนึ่งเสียสละให้เธอทุกอย่าง ส่วนอีก
คนหนึ่งทำทุกอย่างเพื่อเธอ เดือนมองพิณสลับกับสุดเขตไปมา พิณรู้แล้วจะจัดการปัญหานี้ได้อย่างไร
“พรุ่งนี้บ่ายโมง...เดือนไปเจอพี่ที่ริมแม่น้ำมูล” พิณพูดจบ ผละจากไป
ooooooo
บ่ายโมงของวันรุ่งขึ้น เดือนต้องตกใจสุดขีดเมื่อมาถึงจุดนัดพบ เห็นพิณกระโดดน้ำตายจมหายไปต่อหน้าต่อตา ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันลงไปงมหาพิณอยู่นานสองนาน แต่ไร้วี่แวว...
เดือนมาที่ห้องพักของพิณ เผื่อพิณจะกลับมาเหมือนครั้งก่อนที่จมหายไปในแม่น้ำมูลแต่ยังเอาตัวรอดมาได้ แต่คราวนี้เธอต้องผิดหวังเจอเพียงห้องว่างเปล่า เดือนเดินไปนั่งที่เตียง ลูบไล้ตามที่นอนอย่างอาลัยอาวรณ์ หยิบหมอนข้างมากอด ร้องไห้จนหลับไปทั้งน้ำตา ขณะเดือนหลับมีใครบางคนเข้ามาเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างเบามือแล้วเดินจากไป...
ครบเจ็ดวันตั้งแต่พิณโดดน้ำฆ่าตัวตาย เดือนชวนสุดเขต ทำบุญตักบาตร พระที่มารับบิณฑบาตเห็นสีหน้าหมองเศร้าอมทุกข์ของเดือน เทศน์เตือนสติ
“สีกา...เมื่อเราเผชิญกับความพลัดพราก เรามักมอง ความทุกข์ของตัวเองว่ายิ่งใหญ่กว่าขุนเขา ทว่าแท้จริงแล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ชีวิตคนไม่จีรังยั่งยืน สีกาจงเผชิญความพลัดพรากด้วยใจสงบเถิด”
เดือนจิตใจสงบขึ้นมาก หลังจากได้ฟังพระเทศน์ ทำใจยอมรับความจริงได้แล้วว่าพิณตาย ชวนสุดเขตมาจุดธูปไหว้วิญญาณพิณที่ริมแม่น้ำ ขอให้วิญญาณของเขาพบแต่ความสุข สงบตลอดกาล...
แคนกลับกรุงเทพฯ ด้วยความผิดหวังเนื่องจากยกขันหมากมาสู่ขอคำหล้าแต่เธอตั้งข้อแม้เขาต้องพิสูจน์ให้เธอเห็นก่อนว่าแต่งงานกันแล้วเขาจะไม่ทิ้งขว้างเธอเหมือนตอนเป็นแฟนกัน ถ้าทำไม่ได้เธอไม่มีวันแต่งงานด้วย แคนจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร เอาเรื่องนี้มาปรึกษาสุดเขต
“มันมีวิธีอยู่ แคนพร้อมจะเอาชื่อเสียงตัวเองไปเสี่ยงไหมล่ะ”
แคนยอมทำทุกอย่าง ขอเพียงให้คำหล้าเชื่อมั่นในตัวเขา สุดเขตจัดการนัดแถลงข่าวให้แคนที่บริษัททันที นักข่าวบันเทิงจากหลายสำนักมารอฟังแคนแถลงข่าวอย่างเนืองแน่น
“วันนี้ที่ฉันเชิญพี่ๆนักข่าวมาจะแถลงข่าวสำคัญจ้ะ ฉันจะแต่งงาน ฉันคบหาดูใจกับผู้หญิงคนนี้มานานแล้ว ที่ฉันบอกให้ทุกคนรู้เพราะฉันไม่อยากให้เมียฉันต้องหลบๆซ่อนๆเหมือนเมียดารานักร้องบางคน กราบเรียนมิตรรักแฟนเพลงของแคน เมืองอุบล แคนหวังใจว่าแฟนเพลงจะยังรักแคนคนนี้เหมือนเดิมนะจ๊ะ”
คำแถลงข่าวของแคนออกอากาศทุกช่องทั้งทีวีและวิทยุรวมทั้งหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ...
ในที่สุด คำหล้ายอมแต่งงานกับแคน สุดเขตรับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ขณะที่เดือนเป็นเพื่อนเจ้าสาว งานจัดขึ้น
ที่บ้านคำหล้า มีพิธีหมั้นในตอนเช้า ตอนบ่ายเป็นพิธีรดน้ำสังข์ งานแต่งงานเป็นไปอย่างเรียบง่ายในแบบฉบับของชาวอีสาน...
ก่อนกลับกรุงเทพฯ เดือนขุดต้นคูนต้นเล็กๆจะเอาไปปลูกที่กรุงเทพฯ ไว้เป็นอนุสรณ์ถึงพิณ
ooooooo
1 ปีต่อมา...เดือนตัดสินใจแต่งงานกับสุดเขต พิธีแต่งงานจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายหญิงที่อุบลฯ ชาวบ้านที่รู้จักชอบพอกับครอบครัวเดือนมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ตกเย็น มีงานเลี้ยงฉลองสมรส บริเวณบ้านตกแต่งอย่างสวยงาม หน้างานจัดเป็นซุ้มดอกไม้ สุดเขตกับเดือนในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนรอรับแขกอยู่หน้าซุ้ม
แต่แล้วแขกที่ไม่มีใครคาดคิดก็ปรากฏตัวขึ้น เดือนเห็นพิณเดินถือกล่องของขวัญเข้ามา ถึงกับช็อกเป็นลมล้มฟุบ ทุกคนในงานพากันตกตะลึง สุดเขตตั้งสติได้รีบเข้ามาดูเดือน สายไหม คำหล้า แคน กับครูตะวันตามมาสมทบ สายไหมรีบเอายาดมมาอังจมูกเดือนสักพักก็รู้สึกตัว เดือนจ้องพิณไม่วางตา ค่อยๆเอามือจับตัวเขา เลื่อนไปจับใบหน้าจนแน่ใจว่าไม่ใช่ผี ถามว่าหายไปไหนมา
“ร่อนเร่ไปหลายที่ ได้ข่าวว่าเดือนแต่งงาน พี่เลยกลับมาแสดงความยินดี...คุณสุดเขต...คุณได้เพชรล้ำค่าไปครอง หมั่นดูแลรักษาให้ดีนะครับ”
ครูตะวันต่อว่าพิณที่หลอกพวกตนเสียสนิทว่าจมน้ำตาย พิณชวนครูตะวันเข้าไปคุยต่อในงาน เดือนมองตามพิณ สับสนในใจ อยากรู้ทำไมเขาต้องหลอกใครต่อใครว่าตาย ขณะที่สุดเขตสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ สุดเขตอยากให้พิณกับเดือนสะสางเรื่องค้างคาใจกันและเปิดโอกาสให้เดือนได้ตัดสินใจเรื่องรักสามเส้าใหม่อีกครั้ง จึงออกอุบายให้ทั้งคู่ได้พบได้พูดคุยกันตามลำพัง
เดือนไม่รอช้าถามพิณทำไมต้องหลอกทุกคนว่าตาย พิณรู้ดีถ้าเขายังอยู่ สายใยของเราสองคนไม่มีวันขาดสะบั้น
เขาอยากให้เธอเดินหน้าต่อไปไม่จมปลักอยู่กับเขากับความรักความหลังในอดีต เดือนยอมรับว่าความตายของพิณ ทำให้เธอเต็มใจเข้าพิธีแต่งงานกับสุดเขตในวันนี้ หากเป็นปีก่อนเธอคงแต่งงานทั้งน้ำตา
“เพราะพี่รู้ พี่ถึงแกล้งตายเพื่อเดือน”
“แต่สายใยระหว่างเราสองคนแม้มันจะบางลง...แต่ยังเหนียวแน่นตัดยังไงก็ตัดไม่ขาด”
“อย่างน้อยพี่ก็ดีใจที่ได้ยินว่าวันนี้เดือนแต่งงานด้วยความเต็มใจ พี่เชื่อว่าการแต่งงานเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่หลอมรวมดวงวิญญาณสองคนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เดือนกับคุณ
สุดเขตกำลังจะเป็นคนคนเดียวกันแล้ว ส่วนพี่...จะเป็นพี่ชายที่แสนดีของเดือน”
เดือนน้ำตาคลอ เธอก็จะเป็นน้องสาวที่แสนดีของเขาเช่นกัน...
พิณยังตัดใจจากเดือนไม่ขาด ยิ่งได้เห็นคู่บ่าวสาวหวานใส่กันตอนขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อ ยิ่งช้ำใจ ต้องขอตัวกลับก่อน ครู่ต่อมา พิณกลับถึงห้องพักของตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เจ็บปวดรวดร้าวใจ
ที่คืนนี้ผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ กำลังเข้าห้องหอกับชายอื่น...
เดือน สุดเขต กับบุญเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯแต่เช้า
บุญจะย้ายไปอยู่กับเดือนเพราะที่นี่ไม่มีใครดูแล ในเมื่อพ่อไปอยู่กับเธอที่กรุงเทพฯ เดือนไม่คิดจะกลับมาที่นี่อีกแล้ว ขอไปบอกลาพิณเป็นครั้งสุดท้าย พิณกับเดือนจากลากันด้วยดี จากนี้ไป เส้นทางชีวิตของเธอกับเขาคงยากที่จะกลับมาบรรจบกันอีก
ooooooo
พิณมองแม่น้ำมูลเบื้องหน้า สายน้ำยังคงไหลเหมือนชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป เขาหวังสักวันเดือนจะลบความทรงจำเกี่ยวกับตัวเขาได้หมดสิ้น ส่วนเขาไม่มีวันหยุดรักเดือน
“ความสุขของผม...คือการช่วยให้เด็กยากจนในชนบทรู้หนังสือ หลายคนชื่นชมว่าผมเป็นคนมีอุดมการณ์ ผมกลับมองว่า ผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองรัก...สายน้ำแม่มูลยังคงไหลเอื่อยๆ ผ่านเวลาและความทรงจำของคนมากมาย บางคนจบชีวิตในสายน้ำแม่มูล บางคนก็จากแม่มูลไปอยู่ที่ห่างไกล และยังมีหลายคนที่อยู่สานอุดมการณ์ของลูกแม่มูล”
“สายน้ำแม่มูลหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวอีสานมาช้านาน แม่มูลสอนให้เรารู้จักแบ่งปัน ทำความดีเพื่อบ้านเกิด ไม่ว่าลูกแม่มูลอยู่ไหน ความดีงามนี้จะยังคงอยู่ในจิตใจลูกแม่มูล
ทุกคน...ตลอดไป”
ooooooo
-อวสาน-










