ตอนที่ 12
สายวันรุ่งขึ้น พิธีรดน้ำศพเพ็งจัดขึ้นที่บ้านของเธอ ร่างของเพ็งวางอยู่บนตั่งกลางโถงบ้านมีผ้าห่มคลุมไว้ถึงช่วงอก เดือนนั่งร้องไห้กระซิกๆอยู่ข้างๆ ส่วนบุญคอยตักน้ำอบส่งให้ผู้มารดน้ำศพ
คำแปงมารดน้ำศพเป็นคนแรก คำหล้า ตาสีกับยายสาเป็นรายถัดมา ตามมาด้วยตามากับยายมี สายไหม ครูตะวัน พิณและชาวบ้านที่รักใคร่ชอบพอกับผู้ตาย หลังพิธีรดน้ำศพทุกคนต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ สักพัก สุดเขต มาถึงพร้อมกับโลงศพ ดอกไม้สดสำหรับตั้งหน้าโลงและรูปอัดขยายของเพ็ง
“รูปที่เดือนให้ไปทั้งหมดมีรูปนี้รูปเดียวที่ป้าเพ็งยิ้ม ฉันเลยเลือกอัดรูปนี้”
เดือนเอารูปแม่ไปวางบนขาตั้งรูป สัปเหร่อจะนำร่างเพ็งใส่โลง เดือนยังทำใจไม่ได้โผกอดร่างของแม่ไว้ร้องไห้คร่ำครวญ ทุกคนพลอยน้ำตาซึมไปด้วย บุญปล่อยให้ลูกร้องไห้ครู่หนึ่ง จึงพยักหน้าให้สัปเหร่อเอาร่างเพ็งใส่โลง ผู้ร่วมงานพากันพรมน้ำอบและใส่กลีบดอกไม้ตามลงไป
บุญเอาผ้าซิ่นไหมชุดโปรดของเพ็งใส่ลงไปในโลงด้วย จากนั้น สัปเหร่อเอาฝาโลงมาปิด เสียงตอกตะปูฝาโลงราวกับตอกย้ำความเสียใจลงกลางหัวใจเดือน นับจากนี้ไปเธอจะไม่ได้เห็นหน้าแม่อีกแล้ว
ooooooo
ช่วงค่ำเป็นงานสวดศพเพ็งคืนแรก ขณะที่พิณเข้ามาตามเดือนกับสุดเขตซึ่งนั่งอยู่หน้าโลงคอยจุดธูปส่งให้แขกที่มาเคารพศพเพ็งไปกินข้าว บุญพาลุงทดเพื่อนจากสกลนครเข้ามาไหว้เคารพศพเพ็งพอดี สุด-เขตจุดธูปส่งให้ ลุงทดมองหน้าชายหนุ่มแล้วรู้สึกคุ้นๆ
“เอ...หน้าเหมือนนักร้องดังที่ชื่อ สุดเขต”
“ก็นี่แหละคุณสุดเขตที่เป็นนักร้อง คุณสุดเขตเป็นคู่หมั้นหนูเดือน กำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว เสียดายแม่เพ็งมาจากไปเสียก่อนไม่ทันได้เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา” บุญอธิบาย
พิณหน้ามองเดือนสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม แต่เธอกลับหลบตาเขาไม่กล้าบอกความจริง แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เดือนตัดสินใจชวนพิณมาคุยกันที่มุมลับตาคน พิณคิดว่าเธอจะชี้แจงเรื่องที่บุญพูดเมื่อครู่ รีบบอกไม่จำเป็น เขาเข้าใจดีบุญคงยังไม่รู้เรื่องที่เราสองคนดีกันแล้วถึงได้บอกเพื่อนไปแบบนั้น
“ที่พ่อเดือนพูด พ่อไม่ได้ทึกทักเอาเอง วันที่แม่ตาย เดือนสัญญากับแม่ว่า...จะแต่งงานกับคุณสุดเขต...ถ้าเดือนไม่แต่งก็เท่ากับผิดสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ เราจะทำอย่างไรดีจ๊ะพี่พิณ”
“ให้พี่แนะนำอย่างไรล่ะเดือน...บอกให้เดือนผิดสัญญากับแม่ พี่ก็เห็นแก่ตัว...บอกให้เดือนแต่งกับคุณสุดเขตก็เท่ากับพี่ควักหัวใจตัวเองออกมาขยี้ เลือกทางไหนก็มีแต่เจ็บปวด” พิณพยายามกล้ำกลืนน้ำตาไว้ คำหล้าซึ่งแอบฟังทั้งคู่คุยกันตั้งแต่แรก ทนไม่ไหวออกจากที่ซ่อน
“ไม่เห็นต้องคิดมากเลยพี่พิณ...เดือน ในเมื่อมีแต่เจ็บกับเจ็บ เดือนก็ไม่ต้องแต่งกับคุณสุดเขต แล้วฉันว่าวิญญาณป้าเพ็งต้องให้อภัย”
“แต่นี่เป็นคำสั่งเสียของแม่ก่อนตายนะคำหล้า...ฉันต้องทำตาม” เดือนน้ำตาคลอเบ้า
คำหล้ายืนกรานถ้าเดือนแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักก็จะเป็นทุกข์ไปทั้งชีวิต เดือนอิดออด คำหล้าบีบคั้นให้เดือนตัดสินใจเลือกพิณ ห้ามทิ้งเขาไปอีก เขาเจ็บช้ำเพราะเดือนมาหลายครั้งแล้ว เดือนถูกคำหล้ารุกหนักประกอบกับไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าก็เลยเป็นลม พิณอุ้มเดือนพาเข้าไปนอนพักในห้องของเธอเอง
สุดเขตกับบุญตามมาดูด้วยความเป็นห่วง คำหล้าเอายาดมมาให้เดือนดม พอเดือนรู้สึกตัวก็ร้องห่มร้องไห้ บุญหันขวับถามคำหล้าว่าเกิดอะไรขึ้น คำหล้าอึกๆอักๆพูดไม่ออก
“ไม่มีใครทำอะไรเดือนหรอกจ้ะพ่อ เดือนร้องไห้ให้กับชะตาชีวิตตัวเอง เดือนเป็นคนมีกรรมต้องพลัดพรากจากคนที่รักคนแล้วคนเล่า เดือนเพิ่งเสียแม่ไปแล้วยังอาจเสียคนที่รักไปอีกคน แค่คิด...หัวใจเดือนก็รับไม่ไหว” เดือนว่าแล้วร้องไห้อีก สุดเขตถึงกับอึ้ง รู้ดีว่าคนรักที่เดือนพูดถึงคือพิณ
ฝ่ายพิณเห็นหญิงคนรักร้องไห้สะอึกสะอื้นแล้วสงสารจับใจ เดินเลี่ยงออกมานั่งหน้าบ้านท่าทางทุกข์ใจมาก ครูตะวันกับสายไหมนิมนต์พระมาจากวัด เรียกพิณให้มาช่วยกันจัดอาสนะให้พระนั่ง ทำให้พิณหยุดคิดถึงเรื่องตัวเองกับเดือนไปได้ชั่วครู่...พอเดือนรู้ว่าพระมาถึงแล้ว รีบปาดน้ำตาพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็งออกไปนั่งฟังพระสวด...
คำแปงรู้เรื่องสัญญาที่เดือนให้ไว้กับเพ็งก่อนเพ็งตายหาทางพูดให้พิณได้คิด รอจังหวะตอนพระสวดจบที่สามเสร็จจึงเข้ามานั่งข้างๆ ถามพิณเชื่อเรื่องบาปบุญไหม พิณสงสัยทำไมถึงถามแบบนี้
“โบราณว่าทำบุญทำบาปอะไรไว้ บาปบุญนั้นก็ติดตามเราเหมือนเงาตามตัว ลูกที่ไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อแม่ถือว่าทำบาปไม่น้อยเลย เดือนเองก็สัญญาไว้กับเพ็ง...บุญมาเล่าให้แม่ครูฟัง...บุญห่วงว่าเดือนจะตัดใจจากบักพิณไม่ได้”
“เรารักกันมาเป็นสิบปี จะให้ตัดขาดกันภายในไม่กี่วันมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ”
คำแปงถามพิณอีกครั้ง เชื่อเรื่องบาปบุญหรือเปล่า พิณพยักหน้าแทนคำตอบ
“เชื่อแล้วใจคอบักพิณจะปล่อยให้เดือนทำบาปกับแม่ที่ตายไปแล้วหรือ”
พิณมองเดือนที่นั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆ สีหน้าครุ่นคิด เขาจะต้องหาทางออกให้เดือน จะไม่ปล่อยให้เธอต้องทุกข์ใจมากไปกว่านี้ แล้วผลุนผลันออกจากงานศพตรงไปร้องไห้กับต้นคูนที่เขากับเดือนมักจะมาพลอดรักกันเป็นประจำ พิณจะร้องไห้ให้น้ำตาหมดไปจากหัวใจ ก่อนจะตัดใจจากเดือน
จากนั้น พิณในสภาพตาแดงก่ำผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก กลับมาที่โถงบ้านเพ็งซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว บุญกับเดือนเข้าห้องพักผ่อนไปแล้ว พิณจุดธูปสัญญาต่อหน้าศพเพ็ง
“ป้าเพ็ง...ฉันเป็นลูกกำพร้าไม่เคยรู้จักความรักของแม่ ฉันได้รู้ว่าความรักของแม่ยิ่งใหญ่เพียงใดก็เมื่อฉันเห็นความรักของป้าที่มีต่อเดือน ป้าเพ็งทำทุกอย่างเพื่อให้เดือนมีความสุข ฉันจะช่วยทำความปรารถนาสุดท้ายของป้าให้เป็นจริง ฉันจะทำทุกอย่างให้เดือนแต่งงานกับคุณสุดเขต” พิณสีหน้ามุ่งมั่น
ooooooo
หลังจากเด่นดวงทัวร์คอนเสิร์ตเสร็จรีบพาแคนมาให้นพดูตัวที่ค่ายเพลง นพเห็นหน้าตาท่าทางแคนเข้าที พาไปยังห้องอัดเสียงร้องเพลงให้โปรดิวเซอร์ฟัง โปรดิวเซอร์ออกปากชมแคนเนื้อเสียงดีมาก มีเอก-ลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่ติดเรื่องของเทคนิคคงต้องปรับ ปรุง เด่นดวงกวักมือเรียกแคนให้ออกมาจากห้องอัดเสียง สั่งให้ฝากเนื้อฝากตัวกับโปรดิวเซอร์ แคนรีบยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม นพมอง
อย่างพอใจ
“มือไม้อ่อนดี ผมสนใจอยากปั้นเด็กคุณนะคุณเด่นดวง แต่ปัญหาคือค่ายเราไม่เคยปั้นนักร้องลูกทุ่ง ผมขอปรึกษากับโปรดิวเซอร์ก่อนแล้วจะให้คำตอบ”
แคนไหว้นพปลกๆไม่หยุด จนนพต้องบอกให้พอ...ในเวลาต่อมา แคนกลับถึงห้องเช่ารีบเขียนจดหมายบอกข่าวดีกับคำหล้าทันที...
สองวันที่ผ่านมา คำหล้ากับครอบครัวมัวแต่อยู่ช่วยงานศพเพ็งไม่ได้แวะดูแปลงผักท้ายนา พอเห็นสภาพความเสียหาย คำหล้ารู้ทันทีต้องเป็นฝีมือศรีไพร จะตามไปแก้แค้น ตาสีทนให้ศรีไพรรังแกครอบครัวตัวเองข้างเดียวไม่ไหวอีกต่อไป ขอลุยด้วยคน แล้วสามคนพ่อแม่ลูกตรงไปบ้านเถ้าแก่เส็งด้วยความแค้น...
ตั้งแต่ทองสาหายตัวไปเถ้าแก่เส็งวันๆเอาแต่ชะเง้อคอคอยลูกสาวกลับบ้าน ถ้าวันนี้ทองสายังไม่ยอมกลับ พรุ่งนี้เขาจะออกไปตามหาตามบ้านเพื่อนๆของเธออีก ศรีไพรไม่พอใจ
“เพราะเตี่ยมัวแต่ตามหามันเลยไม่ไปดูดทราย รายได้เราหดหายไปตั้งเยอะ”
“ลูกสาวหายไปทั้งคนจะให้อั้วมีแก่จิตแก่ใจทำมาหากินอีกหรือ ลื้ออยากทำอะไรก็ทำไปเลยอาศรีไพร”
“ได้เตี่ย...ตั้งแต่วันนี้ ฉันจะคุมงานแทนเตี่ย”
จังหวะนั้น คำหล้า ตาสี และยายสาพรวดพราดเข้ามาในบ้านเถ้าแก่เส็ง ไม่พูดไม่จาตรงเข้าทำลายข้าวของในบ้านพังยับ แก้เผ็ดที่ศรีไพรบุกไปทำลายแปลงผักของพวกตน ศรีไพร ตาเหลือกตะโกนเรียกดำกับขาวให้มาช่วยกันจับคำหล้ากับครอบครัว ดำกับขาวปรี่เข้ามาลากตัวตาสีกับยายสามาเหวี่ยงทิ้งหน้าบ้าน ศรีไพรขอให้คำหล้ายอมเป็นเมียเขา เราสองคนจะได้ญาติดีต่อกันเสียที
“ข้าไม่นับญาติกับหมาลอบกัดอย่างเอ็ง” ตาสีชี้หน้าศรีไพรอย่างเอาเรื่อง
ศรีไพรขู่ตาสีให้ระวังปากไว้บ้างถ้าไม่อยากกลับไปเข้าตะรางอีกรอบ คำหล้าไม่พอใจที่ศรีไพรบังอาจมาขู่พ่อของเธอ ด่ากราดลั่น แล้วพาพ่อกับแม่กลับ ระหว่างนั้น บุรุษไปรษณีย์ นำจดหมายมาส่ง ศรีไพรคิดแผนชั่วจะตัดขาดการติดต่อระหว่างคำหล้ากับแคน ควักเงินให้บุรุษไปรษณีย์ 500 บาท ถ้ามีจดหมายจากแคนมาถึงคำหล้าให้เอามาให้เขา ศรีไพรรอจนบุรุษไปรษณีย์ลับสายตารีบเปิดจดหมายตัว
เองออกอ่าน
“ที่กรุงเทพฯให้ส่งเด็กผู้หญิงไปอีก....ไอ้ขาว เอารถออกไปตระเวนหาเด็กกัน”
ขาวทักท้วงจะขับรถตระเวนทำไมให้เปลืองน้ำมัน สู้เราไปหาตามงานที่มีชาวบ้านมากันมากๆดีกว่าต้องเจอเด็กหน้าตาจิ้มลิ้มสักคนสองคนแน่ๆศรีไพรเห็นด้วย
ooooooo
บัวผันไม่ได้ถูกยิงอย่างที่ใครๆคิดแค่พลัดตกน้ำ ชาวบ้านที่อยู่แถวริมคลองช่วยเธอไว้ พอร่างกายแข็งแรง บัวผันลอบกลับบ้าน เห็นพ่อกับแม่กำลังปิดบ้านจะออกไปข้างนอก เธอรีบหาที่ซ่อนตัวไม่กล้าสู้หน้าพ่อกับแม่ ได้ยินท่านทั้งสองคุยกันว่ากำลังจะไปงานศพป้าเพ็ง บัวผันแอบตามพ่อกับแม่...
เถ้าแก่เส็ง ศรีไพรกับสมุนมาร่วมงานศพเพ็ง เถ้าแก่เส็งเอาเงินใส่ซองร่วมทำบุญถวายพระองค์ละ 500 บาท ชาวบ้าน เห็นเถ้าแก่เส็งใส่ซองทำบุญเป็นเงินหลายบาทพากันชื่นชม บุญเดินนำเถ้าแก่เส็งเข้าไปเคารพศพเพ็งด้านใน ส่วนศรีไพรกับสองสมุนกวาดตามองหาเด็กสาวหน้าตาดีไปทั่วงาน แต่ไม่เจอสักคน ขาวบอกให้ลองเดินสำรวจดูก่อนเผื่อเจอที่สวยเตะตา ศรีไพรเดินนำสมุนทั้งสองเข้าไปในครัว
ตามาเห็นหน้าศรีไพรกับพวกเข้ามาเตร่ๆในครัวก็ออกปากไล่ แค้นใจที่ศรีไพรใส่ความว่าแคนจะฆ่าเขาจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ทั้งๆที่ความจริงแคนทำเพื่อป้องกันตัว ดำเถียงแทนลูกพี่
“ไอ้แคนมันบริสุทธิ์จริง มันจะหนีไปทำไมเล่า น้าสั่งสอนลูกยังไงให้เป็นคนเลวชั่วช้า คิดฆ่าพี่ศรีไพรที่สุดแสนจะเป็นคนดี”
ตามากับยายมีทนเห็นพวกชั่วๆพวกนี้ไม่ได้เลยเดินหนี ศรีไพรได้ทีเห็นเด็กสาวหน้าตาดีมาช่วยงานล้างจานรีบเข้าไปตีสนิท ถามไถ่มาจากไหนทำไมเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แม่ของเด็กสาวชี้แจง
“ลูกสาวฉันเองจ้ะพ่อศรีไพร พ่อมันมีเมียใหม่ เลยส่งลูกมาอยู่กับฉัน”
“มาช่วยงานในครัว ขยันนะ เห็นเด็กขยันขันแข็งแล้วอยากส่งเสริม ไปทำงานที่กรุงเทพฯไหม เพื่อนฉันที่เปิดร้านอาหารอยากได้เด็กไปช่วยงานที่ร้าน กินอยู่ฟรีได้เงินเดือนตั้งหลายพัน”
แม่ของเด็กสาวขอปรึกษากับลูกก่อน ศรีไพรเตือนให้รีบหารือกัน ชักช้าจะอดได้งาน...
ด้านบัวผันลอบตามพ่อกับแม่มาถึงงานศพเพ็ง แอบนั่งอยู่ด้านหลังเอาผ้าปิดบังใบหน้าไม่ให้ใครจำได้ อับอายถ้าชาวบ้านรู้ว่าเธอไปขายตัวที่กรุงเทพฯ ระหว่างนั้นศรีไพรกับสมุนเดินมานั่งข้างหน้าบัวผันโดยไม่ทันสังเกตเห็นหญิงสาว บัวผันมองศรีไพรด้วยสายตาเกลียดชังสุดๆ
ยิ่งได้ยินศรีไพรวางแผนหลอกล่อแม่ของพวกเด็กสาวให้ยอมส่งลูกไปทำงานกรุงเทพฯ บัวผันยิ่งแค้นใจ รอจังหวะเหมาะตอนสองแม่ลูกเข้ามาตอบรับข้อเสนอของศรีไพร บัวผันโพล่งขึ้นทันที
“อย่าไปนะ...มันหลอกไปขาย”
ศรีไพรหันขวับ ถามว่าใครพูด บัวผันเอาผ้าปิดหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ศรีไพรงง เป็นไปได้อย่างไรในเมื่อทางกรุงเทพฯส่งข่าวมาบอกว่าบัวผันตกน้ำตายไปแล้ว พ่อกับแม่บัวผันเห็นลูกสาวรีบวิ่งเข้ามากอดด้วยความคิดถึง บัวผันแฉความชั่วของเถ้าแก่เส็งกับศรีไพรให้ทุกคนได้ฟังว่าไม่ใช่เป็นคนดีอย่างที่ใครต่อใครคิด พวกนี้หลอกเธอไปขายที่กรุงเทพฯ ศรีไพรชิงพูดตัดหน้า
“เอ็งมันไม่รักดี อยากได้เงินเยอะเลยแอบขายตัว อย่ามาโทษข้า”
ชาวบ้านต่างซุบซิบเรื่องบัวผันไปขายตัว เด็กสาวอายมาก ทนสู้หน้าผู้คนไม่ได้วิ่งหนี พ่อกับแม่บัวผันรีบตาม พิณเพิ่งออกจากครัว รู้เรื่องบัวผันรีบวิ่งตามไปหน้าบ้านแต่ไม่เจอใคร ศรีไพรกับพวกชาวบ้านวิ่งตามมาดู นักเลงชั่วแก้ตัวว่าบัวผันใส่ร้ายเขากับพ่อ เขาไม่เคยหลอกใครไปขายตัว
“เป็นความจริง ฉันเห็นมากับตา...มีเด็กผู้หญิงถูกจับอยู่ในร้าน” พิณยืนยัน
“ไอ้เถ้าแก่ชั่วหากินบนความทุกข์ของเด็ก” บุญด่าลั่น เอาเงินสกปรกที่เถ้าแก่เส็งใส่ซองทำบุญมาคืน
เถ้าแก่เส็งทนสายตาเกลียดชังของชาวบ้านไม่ได้ชวนศรีไพรกลับ พ่อของบัวผันโกรธที่สองพ่อลูกตระกูลชั่วหลอกบัวผันไปขายตัวจะเข้าทำร้าย ศรีไพรชักปืนขึ้นมาขู่ ไม่มีใครกล้าหือ จำต้องปล่อยให้ศรีไพรกับเถ้าแก่เส็งกลับไป พิณขอให้ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาบัวผัน แต่เธอหนีไปแล้ว
ooooooo
หลังจากประชุมหารือกับทีมงานแล้ว นพเชิญแคนและเด่นดวงมาพบที่บริษัท เพื่อรับฟังคำตอบตกลงรับแคนเข้าเป็นนักร้องในสังกัด แต่แคนต้องเริ่มจากเป็นนักร้องฝึกหัดไปก่อน ถ้าพัฒนาการได้เร็ว ปีหน้าแคนจะได้ทำอัลบั้มแรกแน่นอน ส่วนเรื่องเซ็นสัญญา นพจะเรียกมาอีกครั้งวันหลัง
แคนดีใจมาก ก้มกราบเท้าขอบคุณเด่นดวง “เพราะพี่เด่นช่วยผลักดัน ฉันถึงมีวันนี้”
“เฮ้ย...ลุกขึ้น พี่ก็แค่ช่วยส่งเสริมเอ็ง ตัวเอ็งน่ะมันมีดีอยู่แล้ว”
“ก่อนเข้ามาในวงการนี้ ผมขอเตือนแคนไว้ก่อน อย่าเหลิงลาภยศชื่อเสียงเงินทองมันจะเข้ามาเร็ว นักร้องหลายคนดังแล้วลืมตัว สุดท้ายก็ตกอับ...สำนึกไว้เสมอว่าใครเคยมีบุญคุณช่วยเราเข้าวงการแล้วจะประสบความสำเร็จ” นพแนะนำสั่งสอนแคนด้วยความหวังดี
แคนพยักหน้ารับคำ เดินยิ้มหน้าบานตลอดทางมาที่จอดรถ จนเด่นดวงแซวให้หุบยิ้มได้แล้วระวังเหงือกจะแห้ง แคนอยากกลับบ้านต่างจังหวัดไปบอกข่าวดีให้พ่อ แม่กับคำหล้ารับรู้ แต่เด่นดวงทักท้วง ขอให้แคนอยู่เซ็นสัญญา ให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยกลับ...
ในเวลาเดียวกัน บุรุษไปรษณีย์เอาจดหมายที่แคนเขียนถึงคำหล้ามาส่งให้ศรีไพรที่บ้าน ศรีไพรรับมาแล้วฉีกจดหมายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยความสะใจ แล้วตะโกนสั่งให้สมุนเอารถออก...
คำหล้ากำลังช่วยงานอยู่ที่ร้านขายของชำในตลาดเพื่อหาเงินไปใช้หนี้ ศรีไพรนั่งรถผ่านมาเห็น จอดรถลงไปหา เจ้าของร้านขายของชำเห็นศรีไพรเข้ามาในร้านไล่ตะเพิด ร้านนี้ไม่ขายของให้ตระกูลชั่ว ศรีไพรโกรธอาละวาดพังข้าวของในร้านเสียหาย แล้วทวงหนี้เงินกู้คืนจากคำหล้า หญิงสาวไม่มีให้ ต้องรอสิ้นเดือนก่อน
“จะเอาตอนนี้ ไม่มีให้ก็ต้องเอาตัวไปผ่อนดอกแทน”
ศรีไพรกับสมุนช่วยกันฉุดคำหล้าขึ้นรถ สุดเขตกับเดือนมาซื้อธูปเทียนไว้ใช้ในงานศพ เห็นเหตุการณ์พอดี ชวนกันขับรถตามไปช่วยคำหล้า เดือนบอกให้สุดเขตใช้ทางลัดไปดักหน้ารถของศรีไพรไว้ จังหวะที่รถของศรีไพรชะลอความเร็วเพื่อแล่นหลบรถของสุดเขตที่จอดขวางทาง สุดเขตกระโดดเกาะกระโปรงรถไว้
ดำขับรถส่ายไปมาเพื่อสลัดสุดเขต แต่เขาเกาะไว้แน่น คำหล้าอาศัยทีเผลอตอนที่ศรีไพรมัวแต่มองสุดเขต กระชากปืนจากเอวแล้วจ่อหัวเขาไว้ สั่งดำให้จอดรถถ้าไม่อยากให้ลูกพี่ตาย ดำรีบทำตามสั่ง คำหล้าหนีลงจากรถแต่ศรีไพรไม่ยอมรามือตามไปเอาเรื่อง คำหล้ายกปืนจะยิง เดือนวิ่งเข้ามาห้ามไว้
“ฆ่ามันตาย ติดคุกนะคำหล้า ไม่คุ้มหรอก...ติดคุกแล้วใครจะเลี้ยงน้าสีกับน้าสาล่ะ นึกถึงพ่อแม่บ้าง”
“เอาซี่...ยิงเลย” ศรีไพรท้าทาย พร้อมกับแอ่นอกให้ยิง
“เดือนพูดถูก คนเลวอย่างแกไม่คุ้มค่ากับที่ฉันต้องติดคุก”คำหล้าลดปืนลง
ศรีไพรจะเข้ามาแย่งปืนคืน แต่สุดเขตไวกว่าคว้าปืนจากมือคำหล้าได้ก่อน โดดถีบยอดอกศรีไพรหงายหลังตึง เอาปืนจ่อหัวไว้ ดำกับขาวขยับจะเข้ามาช่วยลูกพี่ สุดเขตขู่ ถ้าเข้ามาใกล้ลูกพี่ของพวกเขาตายแน่ แล้วเอาด้ามปืนฟาดหัวศรีไพรแตกเลือดอาบ โทษฐานรังแกผู้หญิง
“ทีหลังถ้าแกรังแกเพศแม่อีก ฉันจะหากระโปรงมาให้ใส่”สุดเขตว่าแล้วยิงยางรถศรีไพรกระจุย
ศรีไพรขบกรามแน่นมองสุดเขตกับเดือนพาคำหล้าขึ้นรถกลับไปอย่างเคียดแค้น เดือนรู้แก่ใจดี ถ้าปล่อยให้คำหล้ากลับบ้าน ศรีไพรต้องมาฉุดคำหล้าไปอีก จึงวางแผนให้สุดเขตพาคำหล้าหนีไปจากที่นี่ชั่วคราว คำหล้าไม่เห็นด้วย ศรีไพรแค้นเดือนเหมือนกัน ถ้าเกิดมันเปลี่ยนใจมาฉุดเดือนแทนแล้วใครจะช่วย
สุดเขตนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบตรงไปหาพิณที่ห้องพัก เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ฝากพิณดูแลเดือนให้ด้วยเขาจะพาคำหล้าหลบไปที่อื่นสักพัก
“ให้ผมไปกับคำหล้า แล้วคุณสุดเขตอยู่กับเดือน”
สุดเขตไม่ยอม เดือนคงอยากให้พิณอยู่มากกว่า แล้วรีบพาคำหล้าออกไป ทิ้งให้เดือนอยู่กับพิณที่ห้องพัก เดือนทุกข์ใจมาก คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี อีกไม่กี่วันก็จะเผาศพแม่ของเธออยู่แล้ว
“เวลาตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตต้องใช้เหตุผลจ้ะเดือน อย่าใช้อารมณ์ความรู้สึกเด็ดขาด เดือนจงนึกถึงความถูกต้องตัดความถูกใจออกไปแล้วเดือนจะรู้ว่าเดือนควรเลือกทางไหน”
“พี่พิณพูดเหมือนอยากให้เดือนแต่งงานกับคุณสุดเขต”
“พี่แค่แนะนำ ส่วนเดือนจะฟังแล้วคิดเห็นอย่างไรก็สุดแท้แต่เดือน”
เดือนไม่เข้าใจทำไมพักนี้พิณถึงทำตัวห่างเหินกับเธอนัก พิณไม่ตอบ รีบตัดบทชวนเดือนกลับบ้าน...
ตกเย็นก่อนพิธีสวดศพจะเริ่ม ศรีไพรยกพวกมาอาละวาดในงานศพเพ็ง เดินเข้าไปใกล้โลงศพแล้วยกเท้าจะถีบ แต่พิณโดดใส่ศรีไพรเสียก่อน ทั้งคู่เปิดฉากต่อยกันอุตลุด ดำกับขาวจะเข้าไปช่วยศรีไพร แต่ถูกตามา ยายมี ตาสีกับยายสาช่วยกันยกหม้อแกงเผ็ดกำลังร้อนได้ที่มาสาดใส่ พวกนั้นไม่กล้าหือ ตามาตะโกนบอกพิณให้หลบ แล้วเอาหม้อแกงที่เหลือสาดใส่ศรีไพรถึงกับร้องลั่น ศรีไพรเห็นท่าไม่ดีล่า
ถอยกลับไป...
ดึกคืนเดียวกัน พิณเป็นห่วงความปลอดภัยของเดือน แอบมายืนยามอยู่นอกบ้านเดือนตลอดคืน ทั้งๆที่อากาศหนาวเหน็บ เช้าขึ้นพิณถึงกับจับไข้ ครูตะวันต้องพาไปหาสายไหมให้ช่วยฉีดยาลดไข้ให้ สายไหมสั่งห้ามพิณไปนั่งตากลมหนาวเฝ้ายามให้เดือนอีกเดี๋ยวไข้จะไม่หาย แต่พิณไม่สนใจตัวเอง ความปลอดภัยของหญิงคนรักสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด
ooooooo
เดือนร้อนใจมาก ยิ่งใกล้วันเผาศพแม่เข้ามา พ่อก็ยิ่งเร่งรัดให้เธอทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ก่อนแม่ตาย เดือนไม่รู้จะทำอย่างไร ไปขอคำปรึกษาจากคำแปงซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่เธอเคารพนับถือ
“เดือนทุกข์มากเลยจ้ะแม่ครู เดือนเพิ่งสูญเสียแม่ไปแล้วอีกไม่กี่วันเดือนอาจต้องสูญเสียพี่พิณไปอีกคน คนหนึ่งจากตายอีกคนหนึ่งจากเป็นแล้วเดือนจะอยู่อย่างไร”
“การพลัดพรากจากของรักเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนต้องมีคนที่รักตายจากและอีกหลายคนต้องจากคนที่รักทั้งยังมีชีวิตอยู่ เขาเหล่านั้นก้าวผ่านวันที่เลวร้ายมาได้ เดือนก็ต้องผ่านไปได้ วันหนึ่งเดือนก็จะทำใจได้”
“เดือนทำไม่ได้ เดือนไม่เข้มแข็งพอ เดือนเสียแม่ไปแล้ว เดือนทนเสียพี่พิณไปอีกไม่ได้จ้ะ”
“ไตร่ตรองดูให้ดีเดือน คำสัญญาให้ไว้กับแม่กับความรักที่มีต่อพิณ สิ่งไหนยิ่งใหญ่กว่ากัน”
เดือนร้องไห้โฮ ทุกข์ใจสาหัส พิณแอบฟังคำสนทนาของทั้งสองคนอยู่อีกมุมหนึ่งของบ้านคำแปง คิดจะทำบางอย่างเพื่อให้เดือนตัดใจจากตัวเขาได้ง่ายขึ้น...
พิณกลับห้องพัก เขียนคำไว้อาลัยเพื่อใช้ในวันเผาศพเพ็ง เขียนไปก็ร้องไห้ไป ครูตะวันกับสายไหมมาเห็นก็สงสาร สายไหมแนะพิณถ้าไม่อยากเสียเดือนไป ต้องแสดงให้เธอรู้ อย่าเอาแต่หลบหน้า พิณไม่ได้หลบหน้าเดือน ที่ทำไปทั้งหมดเพราะต้องการให้เดือนตัดใจจากเขาต่างหาก
“ในความคิดหมอ...พิณทำไม่ถูกนะ เดือนมารู้ทีหลังจะเสียใจมาก”
ครูตะวันทักท้วงสายไหมอย่าไปตัดสินใจแทนพิณ เราเป็นคนอื่นคงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาทำ สายไหมยังยืนยันคำเดิมว่าพิณคิดผิดแล้วคนที่ต้องเสียใจที่สุดคือตัวพิณเอง สายไหมพูดจบ ออกจากห้อง
“อย่าถือสาหมอไหมเลยนะพิณ ผู้หญิงไม่เข้าใจผู้ชายอย่างเราหรอก ที่เราทำไปก็เพื่อพวกเธอ”
พิณขอบใจครูตะวันมากที่เข้าใจ...
เดือนคิดมากเรื่องพิณจนเก็บเอาไปฝัน เห็นแม่มาทวงสัญญาที่เธอให้ไว้ว่าจะไปจากที่นี่ทันทีหลังงานศพแม่ ในฝันเดือนอิดออดไม่ยอมไป เพ็งถึงกับร้องห่มร้องไห้ที่ลูกเบี้ยวสัญญา เดือนสะดุ้งตื่นเหงื่อท่วมตัวทั้งที่อากาศหนาว
ooooooo
วันนี้เป็นวันเผาศพเพ็ง ทุกคนที่สนิทสนมกับครอบครัวเพ็ง ต่างมารวมตัวกันที่บ้านผู้ตาย บุญเคาะโลงศพบอกเพ็งว่าจะพาไปวัด พระสงฆ์ชักศพออกจากบ้าน โดยมีพวกผู้ชายช่วยกันแบกโลงเดินตาม สุดเขตกับคำหล้ากลับมาทันร่วมงานพิธี ยายสาทักท้วงคำหล้ากลับมาทำไม ถ้าศรีไพรมาเจอต้องเป็นเรื่องแน่ๆ
“ฉันอยากมาเผาศพป้าเพ็งจ้ะ”
คำหล้าเดินตามขบวนแห่ศพ ขณะที่สุดเขตเข้าไปช่วยแบกโลง ขบวนแห่เคลื่อนไปตามถนนในหมู่บ้านบ่ายหน้าไปทางวัด ศรีไพรกับสมุนดักรอขบวนแห่ศพเพราะรู้ว่าอย่างไรเสีย สุดเขตกับคำหล้าต้องมาร่วมงานแน่ พอขบวนแห่ศพมาถึงจุดที่ศรีไพรกับพวกยืนอยู่ มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ขบวนแห่แตกกระเจิง
“ไอ้หนุ่มกรุงเทพฯ ไม่อยากให้คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ตาย ก็ก้าวออกมา” ศรีไพรตะโกนลั่น
พิณจับแขนสุดเขตไม่ให้ออกไป สุดเขตไม่ยอมหลบอยู่หลังคนอื่น ก้าวออกมาหาศรีไพรอย่างไม่เกรงกลัว ปรามาสว่าพยานมากมายขนาดนี้ ศรีไพรไม่กล้ายิงเขาตรงนี้แน่ๆ ศรีไพรหัวเราะเยาะ
“เฮ้ย...ใครก็ได้บอกไอ้หนุ่มกรุงเทพฯนี่ที บ้านนี้เมืองนี้กฎหมายทำอะไรศรีไพรไม่ได้ กล้าผิดที่แล้วเอ็ง”
ศรีไพรยกปืนขึ้นจะยิงสุดเขต พระที่เดินนำขบวนแห่ ขอบิณฑบาตชีวิตสุดเขต ศรีไพรจำต้องลดปืนลงปล่อยให้ขบวนแห่ศพเคลื่อนต่อไปได้ แต่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่คำหล้าตลอด ตั้งใจไว้ เสร็จงานเผาศพเพ็งเมื่อใด จะต้องเอาคำหล้ามาทำเมียให้ได้...
ในเวลาต่อมา ศพเพ็งถูกยกขึ้นตั้งบนเมรุเรียบร้อย เด็กนักเรียนของพิณมารำโชว์หน้าเมรุโดยมีชาวคณะแม่มูลลำเพลินเล่นดนตรีให้ พอรำเสร็จ เดือนเรียกเด็กๆมารับรางวัล
“ขอบคุณครูตะวันมากนะคะที่ให้เด็กๆมารำในงานศพแม่เดือน”
ครูตะวันยิ้มรับ สายไหมหันมากระซิบกระซาบกับคำหล้า คนที่ให้เด็กมารำคือพิณต่างหากไม่ใช่ครูตะวัน คำหล้า แปลกใจทำไมพิณถึงไม่บอกเดือน
“เหตุผลประจำของพวกผู้ชายไง เสียสละเพื่อคนที่ตัวเองรัก แต่ไม่ถามผู้หญิงสักคำว่าอยากให้เสียสละให้เราไหม ตอนคำหล้าไม่อยู่ พิณก็ไปเฝ้าหน้าบ้านเดือน เจอลมหนาวจนเป็นไข้”
คำหล้าซึ่งเข้าข้างพิณเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งได้รู้สิ่งที่พิณแอบทำให้เดือน ทนอยู่นิ่งเฉยไม่ไหว เข้าไปถามเดือนจะเลือกใครกันแน่ระหว่างพิณกับสุดเขต เดือนถอนใจเฮือก บ่นอุบทำไมคำหล้าถึงไม่เลิกคาดคั้นเรื่องนี้เสียที คำหล้าไม่อยากให้เดือนตัดสินใจผิดพลาด จึงเล่าความจริงเกี่ยวกับพิณให้ฟัง
“พี่พิณไปเฝ้าหน้าบ้านเดือนคุ้มครองเดือนจากพวกไอ้ศรีไพร จนตัวเองเป็นไข้ เด็กนักเรียนที่มารำในงานเมื่อกี้ก็เป็นความคิดของพิณ ที่พี่พิณไม่ยอมบอกเดือนเพราะอยากให้เดือนตัดใจจากพี่พิณได้ง่ายขึ้น...เดือน...ไม่มีผู้ชายคนไหนรักเดือนทำเพื่อเดือนเท่าพี่พิณอีกแล้ว อย่าทิ้งพี่พิณไปนะ”
เดือนรู้แก่ใจดี ไม่มีใครดีกับเธอเท่าพิณอีกแล้ว แต่ที่ ยังตัดสินใจไม่ได้เพราะติดคำสัญญาที่ให้แม่ไว้...
ขณะสุดเขตกำลังอ่านประวัติและบทกลอนสดุดีเพ็ง อยู่หน้าเมรุ เดือนเดินมานั่งข้างพิณ ขอบใจที่มาช่วยคุ้มครองเธอ พิณทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่เข้าใจเดือนพูดเรื่องอะไร รีบเปลี่ยนเรื่องคุย บอกเดือนให้ฟังบทกลอนที่สุดเขตกำลังอ่านอยู่ แต่พอเดือนถามว่าใครเป็นคนแต่ง พิณโกหกว่าครูตะวันแต่งทั้งๆที่เขาแต่งเองกับมือ
ใจความของบทกลอนบรรยายถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่แม่ของเดือนมีให้เธอ แล้วตบท้ายเหมือนเตือนสติให้เดือนอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ บทกลอนซาบซึ้งกินใจจนเดือนน้ำตาร่วง สะเทือนใจจนต้องลุกหนีไปร้องไห้คนเดียวที่มุมหนึ่งของวัด พิณแอบตามมาดูห่างๆ
“ร้องเสียให้พอเดือน ตอนที่พี่ตัดใจจากเดือน พี่ก็เสียน้ำตาไปมากมาย” พิณน้ำตาคลอไปด้วย...
เสียงกริ่งเริ่มพิธีเผาศพดังก้อง ชาวบ้านต่างทยอยขึ้นเมรุวางดอกไม้จันทน์ หลายคนหลั่งน้ำตาอาลัยผู้จากไป หลังจากพิธีเผาหลอก ก็เหลือเฉพาะญาติสนิทมิตรสหายอยู่ เผาจริง สัปเหร่อเปิดฝาโลงให้ดูหน้าเพ็งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเข็นใส่เตาเผา เดือนกับบุญใส่ดอกไม้จันทน์เข้าไปในเตา ยืนมองโลงศพแม่ที่ค่อยๆมอดไหม้ สองพ่อลูกโผกอดกันร้องไห้...
หลังจากเสร็จพิธีเผาศพ เดือนขอร้องพิณ วันพรุ่งนี้ไปลอยอังคารแม่ของเธอด้วยกัน
ooooooo
เย็นวันเดียวกัน พิณแปลกใจที่เห็นสุดเขตมาหาที่ห้องพัก สุดเขตแค่อยากมาคุยด้วย พรุ่งนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่เขากับพิณจะได้เจอกัน แขกผู้มาเยือนมองสำรวจรอบๆห้อง
“ชีวิตคุณสมฤดีนะพิณ ตรงกันข้ามกับผมเลย คืนไหนไม่นอนแอร์ผมนอนไม่หลับ นั่งรถเมล์ก็ไม่เป็น เดือนชอบว่าผมว่าเป็นพวกไฮโซ”
พิณไม่เห็นด้วยที่สุดเขตโดนต่อว่า คนที่เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองอย่างสุดเขตจะให้นอนกลางดินกินกลางทรายอย่างเขาได้อย่างไร ในบางครั้งสุดเขตเองก็อยากจะมีชีวิตแบบพิณ ไม่ต้องแข่งขันกับใคร
“ลองมาอยู่อย่างผมสักอาทิตย์ คุณก็เผ่นกลับกรุงเทพฯแล้ว”
“จริงของคุณ...พิณ...ไม่ว่าพรุ่งนี้เดือนจะเลือกใคร...ขอให้เราเป็นเพื่อนกัน” สุดเขตว่าแล้วยื่นมือให้ พิณยิ้มจับมือเขาแทนคำตอบ...
เสร็จจากงานเผาศพเพ็ง แทนที่คำหล้าจะหลบหน้าไปจากหมู่บ้าน กลับตรงดิ่งกลับบ้านตัวเองพร้อมพ่อกับแม่ ตาสีกับยายสาต้องขอร้องคำแปงกับชาวคณะแม่มูลลำเพลินให้ช่วยกันเอาตัวคำหล้าไปจากที่นี่ คำหล้าแข็งขืนไม่ยอม จะให้ทิ้งพ่อแม่ได้อย่างไร ถ้าศรีไพรตามมารังควานใครจะอยู่ช่วย
“อย่างกับเอ็งช่วยอะไรข้าสองคนได้งั้นแหละ...ลากมันไปเลยแม่ครู” ตาสีพูดจบดันตัวลูกสาวออกจากบ้าน คำหล้าเกาะประตูบ้านไว้แน่น แต่ในที่สุด คำแปงกับชาวคณะก็พาตัวคำหล้ามาบ้านคำแปงจนได้
แต่พอคำแปงเผลอ คำหล้าจัดแจงจะหนีกลับบ้าน คำแปงต้องสั่งให้ชาวคณะช่วยกันจับตัวไว้และให้ผลัดเวรกันเฝ้า คำหล้ายกมือไหว้ ขอร้องคำแปงปล่อยเธอไป
“ตาสีกับยายสาก็มาไหว้แม่ครูขอให้ช่วยพาคำหล้าหนี... แม่ครูติดต่อเพื่อนที่หนองคายไว้แล้ว เขาให้คำหล้าไปอยู่ด้วยได้”
“หนองคาย...ตั้งไกล ฉันไม่ไปหรอก”
“ฟังแม่ครูนะคำหล้า ถ้าคำหล้าโดนศรีไพรจับตัวไป ตาสีกับยายสาบอกว่าจะยอมตายเพื่อช่วยคำหล้าออกมา...ถ้าไม่อยากให้พ่อแม่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปช่วยก็ต้องหนีไปก่อน พอศรีไพรมันหายบ้า แล้วค่อยกลับมา...เชื่อแม่ครู” คำแปง มองคำหล้าอย่างรอฟังคำตอบ คำหล้าสีหน้าครุ่นคิดคล้อยตาม...
ถึงวันที่แคนต้องมาเซ็นสัญญาเข้าสังกัดค่ายเพลงของนพ เขากลับมาช้าปล่อยให้เด่นดวงนั่งรออยู่นานสองนาน เลยโดนเขกหัวทำโทษหนึ่งทีฐานมาสาย แคนขอโทษที่ทำให้รอ เขาแวะไปหมอชิตซื้อตั๋วรถทัวร์กลับอุบลฯ เซ็นสัญญาเสร็จเขาจะกลับบ้านไปหาพ่อแม่และหญิงคนรัก
“ตั๋วไปอุบลฯซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ นัดกับคุณนพสำคัญกว่า”
อยู่ๆนักร้องลูกทุ่งยอดฮิตรู้สึกแน่นหน้าอก แคนถามอย่างห่วงใยเป็นอะไรหรือเปล่า เด่นดวงไม่เป็นอะไรมาก และเห็นเลยเวลานัดมาพอสมควรแล้ว รีบตัดบทพาแคนไปพบกับนพ พอถึงตอนแคนจะเซ็นสัญญา เด่นดวงกลับมีอาการทรุดหนัก หายใจแทบไม่ออก นพตกใจ สั่งเลขาฯหน้าห้องเรียกรถพยาบาลทันที...
ครู่ต่อมา เด่นดวงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอตรวจอาการอย่างละเอียดแล้วพบว่าเป็นโรคหัวใจ คนป่วยน่าจะเป็นมานานแล้วแต่ไม่เคยมาตรวจเลยไม่ทราบ เด่นดวงถึงบางอ้อ ทำไมตนเองถึงเหนื่อยง่าย ขึ้นร้องเพลงได้ไม่กี่เพลงก็หอบ หมอต้องการให้คนป่วยอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลสักระยะหนึ่งก่อน แต่เนื่องจากอาการน่าเป็นห่วงจึงต้องมีคนคอยดูแล แคนอาสาจะนอนเฝ้าให้เอง
“จ้างพยาบาลเอาก็ได้ เอ็งกลับไปบริษัทเถอะแคน เซ็นสัญญาค้างไว้”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนพี่ สุขภาพพี่สำคัญกว่า” แคนปลงกับโชคชะตาตัวเอง สัญญาเป็นนักร้องอยู่ตรงหน้าแท้ๆยังไม่มีโอกาสได้เซ็น ซื้อตั๋วรถทัวร์แล้วแต่ไม่ได้ใช้ ต้องอยู่เฝ้าผู้มีพระคุณที่โรงพยาบาล
ooooooo
เดือน สุดเขตกับบุญมาเก็บอัฐิเพ็งแต่เช้า จากนั้น ทั้งสามคนมายังจุดนัดพบกับพิณริมฝั่งแม่น้ำมูล พิณพายเรือพาเดือน สุดเขตกับบุญออกไปลอยอังคารกลางแม่น้ำ
“แม่เพ็งเติบโตเวียนว่ายในแม่น้ำสายนี้มาตั้งแต่เด็ก แม่เพ็งเคยบอกฉันว่าหากตายไปวิญญาณแม่เพ็งขอมาสถิตอยู่ในสายน้ำแห่งนี้ ฉันทำตามที่แม่เพ็งขอแล้วนะ”บุญพูดพลางน้ำตาคลอเบ้า
“ขอสายน้ำแม่มูลรับวิญญาณแม่ไปดูแลด้วยนะจ๊ะ”
เดือนกับบุญโปรยอัฐิของเพ็งพร้อมกับกลีบดอกไม้ลงแม่น้ำ เสร็จพิธีแล้ว พิณพายเรือพาทุกคนกลับเข้าฝั่ง บุญกับสุดเขตขึ้นจากเรือแต่เดือนไม่ขึ้นตาม บอกให้พ่อกับสุดเขตกลับไปก่อน แล้วขอให้พิณพายเรือออกไป พิณไม่ขยับ เดือนเลยดึงไม้พายจากมือเขามาพายเอง บุญใจไม่ดีร้องเรียกลูกลั่น
“กลับมานะเดือน เดือนสัญญากับแม่แล้วนะ”
“เดือนไม่ลืมหรอกจ๊ะพ่อ”
สุดเขตมองเดือนพายเรือห่างออกไปทุกที คิดเอาเองว่าเธอคงเลือกพิณ “เราสั่งหัวใจใครไม่ได้หรอกครับลุงบุญ ปล่อยให้เดือนทำตามหัวใจตัวเองเถอะครับ”
“เดี๋ยวเดือนก็กลับมา...อยู่รอเดือนตรงนี้ก่อนนะครับ คุณสุดเขต”
“อย่ารอเลยครับลุงบุญ เรากลับกันเถอะ”
บุญถอนใจเฮือก “...ลูกสาวผมไม่มีวาสนาได้คู่กับคุณสุดเขต”
“ผมต่างหากครับ ไม่มีวาสนาได้อยู่กับเดือน...พิณเป็นผู้ชายที่โชคดี”สุดเขตยิ้มเศร้า...
ครู่ต่อมา เดือนกับพิณพายเรือมาถึงต้นคูนริมแม่น้ำมูลที่ซึ่งทั้งคู่ใช้เป็นที่นัดพบและพลอดรักกัน พิณพยายามหลีกเลี่ยงจะอยู่ลำพังกับเดือน ขอตัวกลับไปบอกสุดเขตให้มารับเธอที่นี่ แล้วจะเลยเอาเรือไปคืน
“คืนช้าไปหน่อย เขาไม่ว่าหรอกจ้ะ...ขึ้นมาสิพี่พิณ...ไม่ว่าฤดูไหน ต้นคูนก็สวยนะจ๊ะ พี่พิณรู้ไหมทำไมเดือนถึงอยากมาที่ต้นคูนของเรา” เดือนนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพราะตัดใจได้แล้ว...“เดือนอยากมาลาต้นคูนจ๊ะ...เจ็ดวันเต็มที่เดือนเหมือนอยู่ในอุโมงค์หาทางออกไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อวานวันที่เผาแม่ เดือนถึงตัดสินใจได้ เพื่อให้วิญญาณแม่หมดห่วงเดือนจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่จ้ะ”
“แม่เดือนต้องภูมิใจในตัวเดือน”
“แต่ฉันละอายใจที่ทำให้พี่เสียใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้”
“ถ้าเดือนเลือกพี่ต่างหากจะทำให้พี่เสียใจ เสียใจต่อป้าเพ็ง ตลอดเวลาที่เรารักกัน พี่ต้องไปกราบกรานขอโทษป้าเพ็งหลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ พี่ไม่มีโอกาสกราบขอโทษป้าเพ็งแล้ว เพราะฉะนั้นพี่จะไม่ทำให้ป้าเพ็งเสียใจอีกเป็นอันขาด”
เดือนขอให้พิณกอดลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย พิณทำตามคำขอร้อง จังหวะนั้น กลีบดอกไม้ที่เดือนโปรยตอนลอยอังคารแม่ ไหลเอื่อยๆมาตามสายน้ำ
“วิญญาณแม่มาบอกว่ารับรู้แล้ว เดือนทำตามสัญญาแล้วนะจ้ะแม่ เดือนบอกลาพี่พิณของเดือนแล้ว”
พลันภาพรักในอดีตอันหวานชื่นของเดือนกับพิณผุดเข้ามาในความคิดคำนึงของเดือน เธอจะเก็บความทรงจำดีๆ เหล่านี้ไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ
ooooooo
สุดเขตขนกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองใส่รถเตรียมกลับกรุงเทพฯ พิณพาเดือนมาส่งพอดี
“ดูแลเดือนให้ดีนะครับคุณสุดเขต อย่าทำให้ป้าเพ็งผิดหวัง....เดือน...เราลากันแล้วที่ต้นคูน คงไม่ต้องบอกลากันอีกครั้งนะ พี่ไม่ชอบการบอกลา...มันเศร้าใจ”
“งั้นเราก็ลากันด้วยรอยยิ้มสิจ๊ะ”
เดือนกับพิณต่างยิ้มให้กัน แค่นั้นสำหรับการจากลากันครั้งสุดท้าย พิณหันหลังเดินจากไป เดือนมองตามชายที่เธอรักสุดหัวใจ แม้ใบหน้าจะเปื้อนยิ้มแต่น้ำตากลับคลอเบ้า บุญดีใจที่ลูกรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ เดือนขอให้สุดเขตรอเธอเก็บของสักครู่ แล้วเดินลิ่วเข้าบ้าน โดยมีบุญตามไปช่วยขนของ...
ขณะเดือนกำลังเก็บของกระจุกกระจิกใส่กระเป๋าเสื้อผ้า บุญพูดปลอบใจเดือนให้คิดเสียว่าพิณไม่ใช่เนื้อคู่กับเธอ ชาติก่อน ไม่ได้ทำบุญร่วมกันชาตินี้ถึงได้แคล้วคลาดจากกัน เดือนย้อนถาม แล้วพ่อคิดว่าเธอกับสุดเขตเป็นเนื้อคู่กันไหม สุดเขตแอบฟังสองพ่อลูกคุยกันอย่างตั้งใจ
“ต้องใช่สิลูก ลูกกับเขาอยู่ห่างกันแสนไกล วันหนึ่งบุพเพสันนิวาสก็ทำให้ลูกพบกับเขาแล้วก็หมั้นกัน”
“แต่ไม่ได้รักกัน”
“เขารักลูกมากนะเดือน พ่อเชื่อว่าวันหนึ่งความดีของคุณสุดเขตจะชนะใจลูกของพ่อได้”
“ฉันไม่มีวันรักผู้ชายคนไหนได้มากเท่ากับที่ฉันรักพี่พิณอีกแล้วล่ะจ้ะพ่อ”
สุดเขตถึงกับอึ้ง ยิ่งได้รู้เดือนรักพิณมากเพียงใดยิ่งไม่อยากให้เธอต้องฝืนใจตัวเองกลับกรุงเทพฯกับเขา รีบวิ่งตามมาขอร้องพิณช่วยกลับไปหาเดือน ส่วนเขาจะกลับกรุงเทพฯและสัญญาจะไม่มารบกวนทั้งคู่อีก
“ในเมื่อเดือนเลือกคุณแล้ว คุณมาขอร้องให้ผมกลับไปทำไม”
“เพราะผมอยากเห็นเดือนมีความสุข ยอมเสียสละเป็นคนไม่ดี ทำผิดต่อวิญญาณป้าเพ็งแล้วทำให้เดือนมีความสุขเถอะครับพิณ”
พิณไม่เรียกการกระทำแบบนั้นว่าเสียสละ แต่มันคือความเห็นแก่ตัว สุดเขตไม่สนพิณจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ ขอให้คิดแค่ว่าทำเพื่อเดือน พิณทำเพื่อเดือนแล้วด้วยการจากมา ที่เหลือเป็นหน้าที่ของสุดเขต ทำดีกับเดือนให้มากๆ พยายามทำให้เธอรักเขาให้ได้ เดือนไม่ใช่เป็นคนปิดหัวใจตัวเอง
“ไม่ว่าผมจะพยายามแค่ไหน เดือนก็ไม่มีวันรักผมเท่าคุณ”
“ให้โอกาสเดือนหน่อยสิครับ วันหนึ่งถ้าคุณไม่ท้อเสียก่อน คุณต้องเข้าไปแทนที่ผมในหัวใจเดือนได้” พิณสีหน้ามั่นใจ พลอยทำให้สุดเขตมีกำลังใจ สักพัก สุดเขตกลับมาที่รถ เห็นเดือนยืนรออยู่ พอเดือนรู้ว่าสุดเขตไปตามพิณให้กลับมา เธอเดาออกทันที พิณต้องปฏิเสธความหวังดีของเขา
“ฉันขอโทษที่ทำให้เธอกับพิณต้องพรากจากกัน”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ เดือนตัดสินใจเลือกคุณ”
“แต่เธอไม่ได้รักฉัน”
“วันหนึ่งเดือนจะรักคุณค่ะคุณสุดเขต นี่คือคำมั่นสัญญา” เดือนสีหน้าจริงจัง...
ไม่นานนัก สุดเขตขับรถพาเดือนมาถึงถนนที่จะออกจากหมู่บ้าน เขาเบนรถจอดข้างทาง ทักท้วงเดือนถ้าคิดจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน เดือนตั้งใจเดินหน้าแล้วไม่คิดจะหวนกลับไปอีก
“แต่ชีิวิตของเธอจะเป็นชีวิตที่มีแต่ร่างกายแต่ไร้หัวใจ เพราะเธอทิ้งหัวใจไว้ที่นี่...ไว้ที่พิณ”
“หัวใจเดือนก็อยู่ที่เดือนสิคะ...เราไปกันเถอะค่ะคุณสุดเขต เดือนไม่อยากถึงกรุงเทพฯมืด” เดือนนั่งนิ่งมองตรงไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับไปมองทางเดิม...
ด้านพิณกลับไปที่ต้นคูนริมแม่น้ำมูลอีกครั้ง เอามือลูบชื่อตัวเองกับเดือนที่สลักไว้บนลำต้นของต้นคูน
“เดือนมาลาแล้วถึงตาฉันมาลาบ้าง ฉันจะไม่มาที่นี่อีก เพราะมันเจ็บปวดเกินไปเวลามาที่ที่มีความทรงจำเกี่ยวกับเดือน...ลาก่อนต้นคูนของพิณกับเดือน” พิณเดินจากไปด้วยหัวใจแหลกสลาย
ooooooo
ศรีไพรตามหาคำหล้าให้ควั่กแต่ไม่เจอ เลยใช้วิธีสกปรกชั่วช้าจับตาสิีไปเป็นตัวประกัน สั่งให้ยายสาไปเอาตัวคำหล้ามาแลก ถ้าคำหล้าไม่ยอมมา ให้รอทำศพตาสีได้เลย...
ฝ่ายคำหล้าเก็บข้าวของเตรียมขึ้นรถกระบะของชาวคณะแม่มูลลำเพลิน เพื่อหนีไปอยู่บ้านเพื่อนของคำแปงที่หนองคาย คำแปงสั่งให้คนขับรถใช้เส้นทางลัดออกจากหมู่บ้าน จะได้ไม่เจอพวกศรีไพร คำหล้ารบกวนคำแปงช่วยเขียนจดหมายเล่าเรื่องทางบ้านไปให้เธอฟังบ้าง เธอจะได้รู้ข่าวคราวของพ่อกับแม่
“อย่าเลยคำหล้า เกิดศรีไพรมาค้นบ้านแม่ครูแล้วเจอจดหมายที่คำหล้าเขียนมา ก็รู้ว่าคำหล้าอยู่ไหน”
จังหวะนั้น ยายสาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกคำหล้า ศรีไพรจับพ่อของเธอไป ขู่จะฆ่าเขาทิ้งถ้าคำหล้าไม่เอาตัวไปแลก คำหล้าหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ต้องกลับไปช่วยพ่อ
“ใจเย็นๆ คำหล้า แม่ครูว่าเราไปหาบักพิณก่อน เผื่อบักพิณมีทางช่วย”
“คราวนี้ถ้าช่วยพ่อไม่ได้จริงๆ ฉันจะกลั้นใจแต่งงานกับไอ้ศรีไพร”
ooooooo










