ตอนที่ 11
สุดเขตเพิ่งรู้จากบิ๋มว่าวันนี้เดือนลางานกลับบ้านต่างจังหวัดก็คิดว่าเธอหนีไปกับพิณ เขาโกรธจัดถึงกับเอาสมุดคิวงานที่เดือนรับผิดชอบดูแลขว้างลงพื้น สมุดกระเด็นไปตกตรงเท้านพกับมาลัยที่เดินเข้ามาพอดี นพหน้าเครียดขึ้นมาทันทีเรียกลูกชายเข้ามาพบที่ห้องทำงาน ตำหนิสิ่งที่เขากระทำเมื่อครู่
“ไม่พอใจอะไรก็ห้ามระบายใส่พนักงาน เดี๋ยวพนักงานจะไม่เคารพแก”
“ช่างสิครับ ผมไม่แคร์”
“ทำไมลูกถึงไม่ไปกับหนูเดือน ทางบ้านหนูเดือนมีเรื่อง...ถึงลูกกับหนูเดือนจะทะเลาะกันอยู่ แต่ในฐานะคู่หมั้น เวลานี้ลูกต้องไปอยู่เคียงข้างหนูเดือน แม่หนูเดือนป่วยหนัก” มาลัยใส่เป็นชุด
สุดเขตชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะทำตัวเป็นปกติ ขอดูคิวงานก่อนถ้าไม่ติดอะไรเขาอาจจะไป แล้วออกจากห้องทำงานนพราวกับไม่สนใจไยดีเรื่องเดือน แต่พออยู่คนเดียว สุดเขตกลับมีสีหน้ากังวลเป็นห่วงเดือน พึมพำอย่างน้อยใจ ทำไมเธอถึงไม่บอกเขาว่าแม่ป่วย...
ทองสากับเถ้าแก่เส็งมีปากเสียงกัน เถ้าแก่เส็งต้องการให้ทองสาแต่งงานกับลูกชายเถ้าแก่ร้านขายยา แต่ทองสาไม่แต่ง จะแต่งกับพิณคนเดียวเท่านั้น ศรีไพรโพล่งขึ้นทันที
“ไอ้พิณมันอินังขังขอบเอ็งซะที่ไหน เห็นว่ามันกลับมาจากกรุงเทพฯแล้ว ไม่เห็นมาหาเอ็งเลย”
“พี่พิณต้องสอนหนังสือ”
เถ้าแก่เส็งรับปากกับเถ้าแก่ร้านขายยาไว้แล้ว เดือนหน้าเขาจะมาสู่ขอ ทองสาขู่ถ้าพ่อบังคับให้แต่งงานกับไอ้ตี๋ร้านขายยา เธอจะหนีออกจากบ้านแล้วไม่กลับมาอีก เถ้าแก่เส็งยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นไม่ได้ สั่งดำกับขาวเอาตัวทองสาไปขังไว้ในห้องของเธอ เฝ้าไว้อย่าให้หนี ดำกับขาวไม่รอช้าลากตัวทองสาขึ้นห้อง ทองสาขัดใจกรีดร้องลั่น ศรีไพรมองตามน้อง แล้วหันมาทางเถ้าแก่เส็ง
“เตี่ย...ฉันเป็นพี่ อันที่จริงฉันต้องแต่งก่อนน้องถึงจะถูก”
ตี๋หนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดหาทางเอาคำหล้ามาเป็นเมีย คิดชั่วๆได้อย่างนั้น ศรีไพรก็ตรงไปหาคำหล้าที่บ้านทันที ทวงหนี้ที่ตาสีเซ็นสัญญาเงินกู้ไว้ ตาสีกับยายสาไม่มีเงินให้ ศรีไพรจัดแจงแบกคำหล้าขึ้นบ่าจะเอาตัวไปใช้หนี้แทน คำหล้าไม่ยอม สู้สุดฤทธิ์แต่สู้แรงศรีไพรไม่ได้ ถูกจับยัดใส่รถไปจนได้
ครู่ต่อมา ศรีไพรจับคำหล้าโยนลงบนเตียงในห้องนอนของเขา ดำรู้งานรีบปิดประตูห้องให้ ขณะคำหล้ากำลังจะเสียทีให้ศรีไพร เถ้าแก่เส็งเปิดประตูผลัวะเข้ามาขัดจังหวะ
“ทองสาจะผูกคอตาย”
ศรีไพรตกใจ สั่งดำเฝ้าคำหล้าไว้ให้ดี แล้วจ้ำพรวดๆไปที่ห้องนอนของน้องสาว...
ตาสีกับยายสากำลังบ่ายหน้าไปบ้านเถ้าแก่เส็งเพื่อไปช่วยคำหล้า พิณขี่จักรยานสวนมาพอดี ตาสีขอร้องพิณไปช่วยลูกสาวของเขาที ถูกศรีไพรฉุดจะเอาไปทำเมีย พิณไม่รอช้ารีบปั่นจักรยานไปบ้านเถ้าแก่เส็ง
ooooooo
ศรีไพรมาถึงหน้าห้องทองสาเห็นขาวพยายามพังประตูห้องเข้าไป รีบช่วยขาวถีบประตูจนเปิด ปรากฏว่าทองสาไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ใช้ผ้าปูที่นอนมัดต่อกับผ้าห่มต่างเชือกกำลังจะปีนหนีลงทางหน้าต่าง ศรีไพรคว้าตัวไว้ได้ทัน ทองสากัดพี่ชายจมเขี้ยวเลยถูกเขาตบสั่งสอน ศรีไพรสั่งขาวเอาเชือกมามัดทองสาแล้วเฝ้าไว้
จัดการปราบน้องสาวเรียบร้อย ศรีไพรกลับมาหาคำหล้า ไม่พูดพล่ามกระโจนใส่ปลุกปล้ำจะถอดเสื้อ จังหวะนั้นมีเสียงพิณตะโกนเรียกศรีไพรดังขึ้น ศรีไพรชักยัวะหมูจะหามดันมีคานเข้ามาสอด สั่งให้ดำเฝ้าคำหล้าแล้วลงมาจะเอาเรื่องพิณ เถ้าแก่เส็งได้ยินเสียงเอะอะ ตามมาดู พิณตะคอกถามศรีไพร คำหล้าอยู่ไหน
“เอ็งอย่ายุ่งเรื่องของผัวเมีย”
“ผู้หญิงเขาไม่ได้รัก ก็ไปดักฉุดเขามา เขาเรียกผู้ชายที่ทำแบบนี้ว่าอะไรรู้ไหม...ไอ้หน้าตัวเมีย”
ศรีไพรโกรธ พุ่งเข้าใส่พิณ ทั้งคู่ชกต่อยกันอุตลุด ข้าวของในบ้านล้มระเนนระนาด ดำกับขาวได้ยินเสียงโครมคราม ต่างทิ้งหน้าที่เฝ้าคำหล้ากับทองสาลงไปช่วยลูกพี่ คำหล้าเห็นไม่มีคนเฝ้ารีบหนี วิ่งผ่านหน้าห้องทองสา ชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นทองสาถูกจับมัดไว้บนเตียง ทองสาขอร้องคำหล้าช่วยแก้มัดให้ที
“ทำไมฉันต้องช่วยแก”
“เตี่ยจะจับฉันแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันไม่รู้จัก สงสารลูกผู้หญิงด้วยกันเถอะคำหล้า ฉันต้องหนี”
คำหล้าชั่งใจครู่หนึ่ง ตัดสินใจแก้มัดให้ สองสาววิ่งหนีลงมาข้างล่าง ทองสาคว้ากุญแจรถคันเก่าของพ่อติดมือไปด้วย วิ่งนำคำหล้าออกมาหน้าบ้านตรงไปขึ้นรถ เถ้าแก่เส็งเห็นทองสาหนี รีบวิ่งตาม คำหล้าตะโกนเรียกพิณซึ่งกำลังซัดกันนัวเนียกับศรีไพร ดำและขาว พิณร้องบอกคำหล้าหนีไปก่อน
“เร็วสิคำหล้า” ทองสาเร่ง
พอคำหล้าขึ้นรถ ทองสารีบออกรถไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เถ้าแก่เส็งจะวิ่งมาถึงตัวรถ เถ้าแก่เส็งตะโกนบอกศรีไพรหยุดเรื่องพิณไว้ก่อน ไปเอาตัวทองสากลับมาก่อน ศรีไพรกับพวกรีบเอารถออกตาม พิณรีบปั่นจักรยานตามไปอีกทอด ทองสาขับรถเกียร์ธรรมดาไม่เป็น ไม่รู้จะเข้าเกียร์อย่างไร มัวแต่ก้มมองเกียร์ไม่ได้มองถนน ทำให้รถวิ่งแหกโค้งลงข้างทาง ตัวรถด้านคนขับฟาดกับต้นไม้ทั้งคนทั้งรถสิ้น
ฤทธิ์
น้ำมันเบนซินจากถังน้ำมันเริ่มไหลนองพื้น คำหล้าได้สติก่อน เห็นไฟลุกที่ห้องเครื่องตกใจ รีบปลุกทองสาให้รู้สึกตัว ทองสาเห็นไฟไหม้ตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกปลดเข็มขัดนิรภัยไม่ออก
คำหล้าช่วยดึงก็ดึงไม่ออกเช่นกัน เถ้าแก่เส็ง ศรีไพรกับสมุนมาถึงที่เกิดเหตุ ทองสาร้องเรียกให้พ่อกับพี่ชายช่วยแต่ไม่มีใครยอมเสี่ยงชีวิต กลัวรถจะระเบิด พิณมาถึงทิ้งจักรยานวิ่งเข้าไปที่รถ ประคองคำหล้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยออกมาก่อน แล้วรีบกลับไปช่วยทองสา ดึงเข็มขัดนิรภัยสุดแรงจนหลุด พาทองสาหนีออกจากรถได้ทันก่อนรถจะระเบิดเพียงเสี้ยววินาทีเดียว ทองสามองพ่อกับพี่ชายตัวเองด้วยสายตาขมขื่น
“เตี่ยกับพี่ศรีไพรปล่อยให้ฉันตาย...พี่พิณเป็นคนอื่น แต่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยฉัน แต่เตี่ยกับพี่ชายแท้ๆยืนมองฉันตายได้...ดี...งั้นฉันจะตายไปจากเตี่ยกับพี่ศรีไพรจริงๆ” ทองสาวิ่งร้องไห้ไปอย่างเจ็บปวดใจ
เถ้าแก่เส็งมองตามลูกสาวด้วยความละอายใจ ขยับจะตามแต่ศรีไพรห้ามไว้ ทองสาหายโกรธเมื่อไรก็กลับมาเอง แล้วหันไปทำตาเยิ้มใส่คำหล้า ชวนกลับไปทำเรื่องที่ทำค้างไว้
“จะเอาคำหล้าไปข้ามศพข้าไปก่อน...เรื่องหนี้สินก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของหนี้สินสิ...ถ้าแกหมิ่นน้ำใจคำหล้าอีก ข้าเอาเรื่องแน่ อย่านึกว่ามีอิทธิพลแล้วทุกคนต้องกลัว บ้านนี้ เมืองนี้ต้องมีความยุติธรรมเหลืออยู่บ้างแหละน่า” พิณมองหน้าศรีไพรเอาเรื่อง
เถ้าแก่เส็งเห็นผู้คนเริ่มมามุงดูกันมากขึ้น กระซิบบอกศรีไพรปล่อยคำหล้าไปก่อน ศรีไพรมองตามพิณพาคำหล้าซ้อนท้ายรถจักรยานไปอย่างเคียดแค้น
ooooooo
เด่นดวงให้แคนหาประสบการณ์บนเวทีด้วยการเป็นหางเครื่องไปก่อน แต่เพราะไม่มีทักษะเรื่องนี้ แคนเลยเต้นไม่ถูกจังหวะ เด่นดวงมาดูการซ้อมถึงกับออกปากจะเป็นนักร้องต้องเต้นให้เป็น สั่งแคนตั้งใจฝึกฝน...
ใกล้ถึงเวลาแสดงคอนเสิร์ต ฝนเหมือนจะตั้งเค้า เด่นดวงกลัวฝนตกสั่งให้ผู้จัดการไปเอาตะไคร้กับธูปมา ขออาสาสมัครหนึ่งคนมาปักตะไคร้ สาวๆในวงพากันยืนนิ่ง แคนอาสาจะปักให้
“เฮ้ย...เอ็งยังบริสุทธิ์อยู่อีกเหรอวะไอ้แคน” เด่นดวงกระเซ้า
“สาบานได้ ตั้งแต่เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ ไอ้แคนไม่เคยคิดร้ายกับใคร ฉันเป็นคนบริสุทธิ์ใจจ้า” แคนพาซื่อ ชาวคณะโห่ลั่น ตะโกนแซวแคนว่า เขาเอาคนบริสุทธิ์แบบอื่น ไม่ใช่บริสุทธิ์ใจ เด่นดวงหัวเราะชอบใจ
“มันหน้าด้านอาสา ก็ให้มันปักแล้วกัน”
แคนปักตะไคร้กับธูป อธิษฐานต่อฟ้าดินขอให้คืนนี้ฝนไม่ตก...ช่างบังเอิญเหลือเกิน คืนนี้ท้องฟ้าโปร่งไม่มีเมฆหมอกบดบัง เด่นดวงมองท้องฟ้ายิ้มพอใจ ขอจองตัวแคนสำหรับคอนเสิร์ตครั้งหน้า แคนยินดีเป็นอย่างยิ่ง ผู้ชมเริ่มทยอยเข้ามาจับจองที่นั่งเพื่อชมคอนเสิร์ต
“คนเยอะจังนะพี่ ฉันไม่เคยแสดงต่อหน้าคนเยอะเท่านี้เลย” แคนมองผู้ชมอย่างตื่นเต้น
“ขึ้นเวทีบ่อยๆเอ็งก็หายตื่นเต้นเองแหละ...พี่ถึงให้เอ็งหาประสบการณ์ไปก่อนไง”
แคนพยักหน้ารับคำ ถึงจะไม่ได้ร้องเพลงอย่างที่ใฝ่ฝัน แต่อย่างน้อยคืนนี้เขาก็จะได้ขึ้นเวทีใหญ่...
ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านของคำหล้า คำแปงส่งกระดาษจดที่อยู่เพื่อนของเธอที่จังหวัดขอนแก่นให้คำหล้า บอกให้หลบศรีไพรไปอยู่ที่นั่นสักพัก คำหล้าไม่อยากทิ้งพ่อกับแม่ไปไหน เกิดศรีไพรมารังแกพวกท่าน แล้วใครจะคอยเป็นไม้กันหมาให้ ยายสาขอร้องคำหล้ารีบหนี พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง
ทันใดนั้น ศรีไพรกับพวกบุกเข้ามาในบ้าน คำแปงพยายามขอร้องศรีไพรอย่าทำอะไรคำหล้า แต่ไม่ได้ผล ศรีไพรผลักเธอพ้นทาง ย่างสามขุมเข้าไปหาคำหล้า กึ่งถามกึ่งข่มขู่ จะยอมเป็นเมียเขาไหม
“กราบเท้าข้า 3 ที แล้วจะยอมเป็น”
ศรีไพรผละจากคำหล้าไปจับตัวตาสี ขู่จะพาไปโรงพัก ให้ตำรวจจับขังคุกโทษฐานเบี้ยวหนี้ ยายสาขอร้องอย่ารังแกคนแก่ ศรีไพรไม่ได้รังแกใคร เขาแค่มาทวงเงินคืน สัญญาเงินกู้ที่ตาสีเซ็นอยู่ในมือเขา ไม่ว่าจะอย่างไรตาสีก็ผิดวันยังค่ำ ในเมื่อไม่มีเงินก็ต้องติดคุก
จากนั้นไม่นาน คำหล้า ตาสี ยายสา กับคำแปงมานั่งอยู่ที่โต๊ะจ่าเวร คำหล้ารออยู่นานสองนานไม่เห็นศรีไพรแจ้ง ความลงประจำวันสักที โวยวายตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ ศรีไพรบอกให้ตำรวจจับตาสีเข้าคุก คำหล้าเข้าไปขวาง ถามจ่าเวรจับพ่อของเธอข้อหาอะไร
“ไม่ใช้หนี้คุณศรีไพร มีสัญญาเงินกู้เป็นหลักฐาน” จ่าเวรว่าแล้วพาตาสีเดินไปทางห้องขัง ยายสาร้องไห้เดินตาม คำหล้าฝากคำแปงดูแลพ่อแม่ของเธอสักครู่ เธอจะไปตามคนมาช่วย แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป พักใหญ่ คำหล้ากลับมากับครูตะวันและพิณ ครูตะวันขอใช้ตำแหน่งข้าราชการครูประกันตัวตาสี
“คดีนี้ต้องใช้เงินประกันแสนหนึ่ง...ใช่ไหมจ่า” ศรีไพรขยิบตาให้จ่าเวร ซึ่งรู้กันกับศรีไพร รีบรับคำทันที
“เอ็งซื้อคนไว้แล้วนี่หว่าไอ้ศรีไพร” คำหล้าโวยลั่น
“ผมแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานได้นะครับ” จ่าเวรขู่ พิณยกข้อกฎหมายขึ้นมาค้าน
“ตามกฎหมาย ถ้าไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ ใช้ตำแหน่งข้าราชการประกันตัวได้นี่ครับ”
จ่าเวรยืนยันตามที่ศรีไพรว่า คดีนี้วงเงินประกันหนึ่งแสนบาท ถ้าไม่มีเงินมาประกัน ตาสีก็ต้องนอนห้องขัง พิณกับ ครูตะวันหมดทางช่วย คำหล้าวิ่งเข้าไปเกาะลูกกรงห้องขังร้องไห้ สงสารพ่อ ศรีไพรยื่นข้อเสนอถ้าคำหล้าไม่อยากให้พ่อลำบากนอนห้องขังก็ให้ไปกับเขาแล้วเขาจะบอกจ่าเวรให้ปล่อยตาสี คำหล้าตัดใจ
“ก็ได้ ข้าจะยอมหลับหูหลับตาเป็นเมียเอ็ง”
ตาสีเอาแขนลอดลูกกรงมากอดคำหล้าไว้ ไม่ยอมให้ ไปกับศรีไพร คำหล้าทนเห็นพ่อต้องอยู่แบบนี้ไม่ได้ ตาสีทนได้ จะให้นอนห้องขังกี่คืนกี่เดือนก็นอนได้ ขอร้องลูกอย่าสละ
ตัวเองเพื่อเขา คำหล้า ตาสี กับยายสากอดกันร้องไห้ผ่านลูกกรงห้องขังอย่างน่าสงสาร
ooooooo
คอนเสิร์ตคณะเด่นดวงเริ่มแสดงตามเวลา แคนในชุดหางเครื่องตื่นเต้นที่เห็นคนดูมากมาย เลยเต้นไม่พร้อมกับหางเครื่องคนอื่น แม้จะเป็นเพลงช้าก็ตาม หางเครื่องที่เต้นอยู่ข้างแคน จะถูกแคนเตะบ้าง ตวัดมือตบเอาบ้างเป็นระยะๆ แต่คอนเสิร์ตก็ยังดำเนินไปได้ จนกระทั่งเด่นดวงขึ้นร้องเพลงจังหวะเร็วสนุกสนาน
หางเครื่องเต้นกันเร็วจับจังหวะยาก แคนเต้นไปชนเพื่อนหางเครื่องล้ม พอลุกขึ้นมาก็งง จำท่าเต้นไม่ได้ เริ่มเต้นตามหางเครื่องคนอื่นแบบมั่วๆ จังหวะหนึ่ง แฟนเพลงเอาพวงมาลัยมาให้เด่นดวงหน้าเวที
ขณะเด่นดวงกำลังก้มลงให้แฟนเพลงคล้องพวงมาลัย แคนหมุนตัวผิดจังหวะ เซไปชนเด่นดวงตกเวที คนดูส่งเสียงฮือฮา นักดนตรีและหางเครื่องต่างหยุดกันหมด แคนมองลงไปด้านล่างหน้าเวที เห็นเด่นดวงนอนร้องโอดโอย ผู้จัดการรีบปราดเข้าไปประคองเขาพาไปหลังเวที แคนรีบวิ่งตามมาหน้าจ๋อย เห็นผู้จัดการหยิบยาแก้ฟกช้ำจะมาทาที่ขาให้เด่นดวง แคนรีบอาสาจะทายาให้ เด่นดวงด่าแคนเป็น
ชุด
“อวดตัวว่าเก่งนักเก่งหนา เป็นนักร้องอาชีพ กะอีแค่ท่าเต้นง่ายๆเอ็งยังเต้นไม่ได้เลย...ไอ้แคน...ต่อไปนี้เอ็งห้ามขึ้นเวที ถ้าข้าเห็นเอ็งเสนอหน้าขึ้นเวทีอีก เอ็งเก็บข้าวของย้ายไปอยู่วงดนตรีอื่นได้เลย”
แคนเสียใจมาก เดินคอตกออกมานั่งซึมอยู่หลังเวที น้อยใจในโชคชะตาตัวเอง
ooooooo
พอสุดเขตรู้ว่าเพ็งแม่ของเดือนป่วยเป็นมะเร็งก็เป็นห่วงโทร.ไปที่โรงพยาบาลซึ่งเธอพักรักษาตัวอยู่ ปลอมเป็นผู้บริจาคใจดีไม่ประสงค์ออกนามขอบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งยากไร้ให้ได้ทำคีโม...
เดือนป้อนข้าวแม่ที่อาการทรุดลงทุกวัน เพ็งหน้าหมองคล้ำขอบตาลึกเหมือนคนใกล้ตาย เพ็งกินอาหารได้ไม่กี่คำก็อาเจียนเลอะเสื้อผ้า เดือนต้องลูบหลังให้จนแม่อาการคลื่นไส้ลดลง...
ขณะบุญเตร่อยู่แถวห้องโถงของโรงพยาบาล เจอพิณหิ้วของมาเยี่ยมเพ็งเต็มไม้เต็มมือถึงกับออกปากไล่ อ้างเพ็งไม่อยากเห็นหน้าเขา
“ลุงบุญจ๊ะ ลุงกับป้าเพ็งเห็นฉันมาตั้งแต่เล็ก ฉันขึ้นไปวิ่งเล่นบนบ้านของลุงออกบ่อย ฉันก็เหมือนลูกหลานลุงกับป้า หลานคนนี้ขอเข้าไปเยี่ยมป้าสักครู่เถอะจ๊ะ”
บุญนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินนำพิณไปที่ห้องพักผู้ป่วยของเพ็ง...
ในเวลาเดียวกัน พยาบาลนำข่าวดีเรื่องได้รับเงินบริจาคช่วยเหลือค่าทำคีโมมาแจ้งให้เดือนกับเพ็งรู้
“ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รักษาหายจากโรงพยาบาลเรา บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ ป้าแกทำเคมีบำบัดได้แล้วนะคะ ไม่ต้องเสียเงิน...อีกเดี๋ยวจะมาพาไปห้องทำเคมีบำบัดนะคะ”
เดือนกับเพ็งดีใจมาก เพ็งสีหน้าสดชื่นขึ้นทันตา เดือนเร่งแม่ให้รีบล้างเนื้อล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวจะได้ไปทำคีโม แล้วเลื่อนม่านรอบเตียงผู้ป่วยปิดเพื่อเช็ดตัวให้แม่ บุญพาพิณเข้ามาเห็น ร้องถามทำอะไรกันอยู่
“ล้างตัวให้แม่จ๊ะพ่อ แม่อาเจียนอีกแล้ว...เอ่อ พ่อจ๋า แม่จะได้ทำคีโมแล้วนะจ๊ะ มีคนใจบุญบริจาคเงินช่วยผู้ป่วย ยากไร้”
“สาธุ...ขอให้ผลบุญแห่งความดี ส่งกลับไปยังผู้ใจบุญคนนั้นด้วยเถิด”
เดือนยื่นชุดเลอะอาเจียนของเพ็งออกมานอกม่าน รบกวนพ่อเอาใส่ตะกร้าให้ที พิณคว้าตะกร้าใส่เสื้อเพ็งเข้าห้องน้ำเอาไปซักให้อย่างไม่รังเกียจ เดือนเปิดม่านออกมากับเพ็งเลยไม่เห็นพิณ เห็นแต่ถุงของเยี่ยมวางอยู่ พอเพ็งรู้จากบุญว่าเป็นของเยี่ยมของพิณ ก็สั่งให้บุญเอาไปให้ห้องข้างๆ เธอไม่อยากได้ พิณกำลังซักชุดให้เพ็งอยู่ในห้องน้ำได้ยินเข้าถึงกับสะอึก เพ็งอยากเจอสุดเขตมากถามเดือนเมื่อไรเขา
จะมา
“งานเขายุ่งนะจ๊ะ มาไม่ได้”
“ตามเขามาหาแม่ให้ได้ แม่ต้องเจอเขาก่อนตาย เทียบกับไอ้พิณแล้ว คุณสุดเขตเหมือนเทวดา เสกอะไรต่อมิอะไรให้เดือนได้สารพัด ส่วนพิณมันเป็นยาจก มีแต่จะฉุดเดือนให้ลงไปลำบากกับมัน”
พิณฟังเพ็งพูดถึงตนแล้วพยายามกล้ำกลืนความเสียใจ หันไปตั้งใจซักชุดให้เพ็งต่อ...
มาลัยอยากให้สุดเขตกับเดือนคืนดีกัน สั่งบิ๋มเคลียร์คิวทั้งหมดของสุดเขต แล้วกำชับให้ลูกชายตัวดีไปหาเดือนวันนี้ เลย สุดเขตไม่ยอมไป มาลัยต่อว่าทำไมถึงใจดำกับเดือนนัก
“ใครใจดำกันแน่”
“หนูเดือนทำอะไรลูก” มาลัยมองหน้าลูกชายสีหน้าฉงน สุดเขตนิ่งเฉยไม่บอกแม่เรื่องเดือนจูบกับพิณ
ooooooo
เปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่เสร็จ เดือนประคองแม่จะเข้าห้องน้ำ บุญรีบมาขวางทันที เกรงเพ็งจะเข้าไปเจอพิณโกหกว่าพื้นห้องน้ำลื่น เมื่อครู่เขาทำแชมพูหกไว้ยังไม่ได้ล้าง
“งั้นแม่รอแป๊บหนึ่งนะจ๊ะ เดือนล้างห้องน้ำให้ก่อน”
เดือนเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปเจอพิณก็ตกใจ พิณรีบส่ายหน้าเป็นทำนองไม่ให้หญิงสาวเอะอะ เดือนรู้งานรีบปิดประตูห้องน้ำ แกล้งพูดเสียงดัง
“แชมพูหกเยอะมาก พื้นลื่น พ่อพาแม่ไปขอเข้าห้องน้ำห้องข้างๆเถอะจ้ะ”
“ได้อย่างไรเล่าเดือนเราไม่รู้จักเขา...กลัวแม่ลื่นเดือนก็เข้าไปกับแม่ด้วยสิ ช่วยจับแม่ไว้”
“จะลื่นทั้งคู่น่ะสิจ๊ะแม่ ไปขอเข้าห้องน้ำพยาบาลก็ได้”
“ไปพ่อพาไปเอง”
เพ็งชักสงสัย สองพ่อลูกมีลับลมคมในอะไรกัน จะเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปดู แต่พยาบาลกับเจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นเข้ามาในห้องพักเสียก่อน
“มารับป้าไปทำคีโมค่ะ”
“ไปเข้าห้องน้ำที่ห้องคีโมเถอะจ๊ะแม่ จะได้ไม่เสียเวลา...พ่อไปกับแม่ก่อนนะจ๊ะ เดือนล้างห้องน้ำแล้วจะรีบตามไป” เดือนพยายามไล่แม่ทางอ้อม พอพยาบาลพาเพ็งออกไป พิณกับเดือนก็ออกจากห้องน้ำ เดือนสงสัยพิณมาตอนไหนทำไมเธอไม่เห็น พิณมาตอนเดือนกำลังเช็ดตัวให้แม่ของเธอ
“งั้นพี่พิณก็ได้ยินที่แม่เดือนพูด...อย่าน้อยใจนะพี่พิณ” เดือนปลอบ พิณยิ้มรับเหมือนทำใจได้
“พี่ซักชุดให้ป้าเพ็งแล้วพี่เอาไปตากก่อน เดี๋ยวจะเก็บกวาดห้องให้แล้วจะรีบออกไปก่อนป้าเพ็งกลับมา”
“มีแม่บ้านทำอยู่แล้วจ้ะ”
“พี่อยากปรนนิบัติป้าเพ็ง พี่คงมีปัญญาทำให้ได้แค่นี้นะเดือน” พิณยิ้มเศร้า เอาเสื้อของเพ็งไปตากที่ระเบียงห้องพัก แล้วกลับมาเก็บของในห้องให้เข้าที่เข้าทาง เดือนมองชายคนรักอย่างซาบซึ้งใจ...
หลังจากทำห้องให้เพ็งเสร็จ พิณแวะไปเยี่ยมตาสีที่โรงพัก ยายสาขอร้องให้เขาช่วยตาสีออกไปที พิณไม่รู้จะทำอย่างไร ตำรวจบอกว่าตาสีต้องหาเงินไปใช้หนี้ศรีไพรก่อน ถึงจะออกจากห้องขังได้
“เงินตั้งแสนจะเอาที่ไหนไปใช้มัน เงินที่ขายผักได้ก็พอแค่ใช้ไปวันๆ” คำหล้าสีหน้าท้อแท้ พิณสงสารคำหล้ากับครอบครัวมากคิดหาทางช่วยพวกนั้นหาเงินใช้หนี้ศรีไพร...
ครู่ต่อมา พิณชวนคำหล้ามายังแปลงผักของเธอ สอนเธอทำปุ๋ยชีวภาพ โดยใช้ผลไม้ที่มีอยู่ในสวนหลังบ้านเธอเอง สูตรของพิณจะใช้มะละกอสุก กล้วยสุก น้ำมะพร้าวและกากน้ำตาล นำมะละกอสุกกับกล้วยสุกมาบดให้ละเอียด จากนั้น นำทั้งสองสิ่งมาคลุกรวมกันในถังน้ำ เอาน้ำมะพร้าวเทตามลงไป คนให้เข้ากันแล้วใส่กากน้ำตาล คนต่อจนผสมกันดี
“ยุ่งยากหน่อย แต่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ย สารชีวภาพ พวกนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย หมักทิ้งไว้หนึ่งคืน พรุ่งนี้ถึงเอาไปรดผักที่ปลูกจะขึ้นงาม”
“พี่พิณไปเอาสูตรมาจากไหนจ๊ะ”
“ถามจากเกษตรอำเภอ แปลงผักที่โรงเรียน พี่ก็ทำปุ๋ยชีวภาพรดเหมือนกัน ผักปลอดสารพิษพวกนี้ขายได้ราคาดี คำหล้าจะได้มีเงินเหลือไปใช้หนี้ไอ้ศรีไพร”
คำหล้าดีใจมาก ความหวังที่จะได้เห็นพ่อของเธอออกจากห้องขังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา...
ตั้งแต่พิณสอนเด็กนักเรียนให้รู้จักปลูกผักและเลี้ยงไก่ไว้เก็บไข่กิน อาหารกลางวันที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของทุกคน ทำให้เด็กๆในโรงเรียนมีอาหารกลางวันกินอิ่มท้องกันถ้วนหน้า ส่วนแปลงผักของคำหล้าก็เจริญงอกงามขายได้ราคาดี เพราะปุ๋ยชีวภาพของพิณ และเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำเอาไว้ใช้หนี้ศรีไพร
ooooooo
ตั้งแต่แคนชนเด่นดวงตกเวที เด่นดวงไม่รักไม่เอ็นดูแคนเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ซื้อของกินอะไรมาฝากพวกชาวคณะก็จะไม่มีเผื่อแผ่มาถึงเขา แคนได้แต่ยืนมองน้อยใจ แต่ไม่ท้อ...
คืนนี้ วงดนตรีเด่นดวงมีแสดงคอนเสิร์ต แคนช่วยชาวคณะจัดเวทีอย่างขยันขันแข็งเช่นเคย หลังจากจัดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แคนมองเวทีแล้วนึกภาพตัวเองขึ้นร้องเพลงต่อหน้าผู้คนมากมาย ได้ใส่ชุดนักร้องเต็มยศ มีแฟนเพลงเอาพวงมาลัยมาคล้องคอให้ แคนอยากทำอย่างฝันสักครั้ง จังหวะเหมาะเด่นดวงไม่อยู่ พอดีเข้าเมืองไปนวดคลายเส้น แคนหันไปขอร้องชาวคณะ
“อย่าบอกพี่เด่นดวงนะ”
แคนคว้าไมค์ขึ้นมาจ่อปาก แล้วหลับตาฝันเห็นตัวเองกำลังร้องเพลงต่อหน้าแฟนเพลง ทันใดนั้น มีเสียงเด่นดวงตะโกนเรียก “ไอ้แคน” อย่างไม่พอใจ แคนสะดุ้งตื่นจากฝัน รีบวางไมค์
“ข้าสั่งเอ็งแล้ว ห้ามขึ้นเวทีอีกเด็ดขาด...แล้วเอาไมค์ข้าไปร้องอีก”
“ขอโทษจ้ะพี่ ฉันจะไม่ทำอีกแล้วจ้ะ”แคนยกมือไหว้เด่นดวงปลกๆ
“เอ็งอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ เต้นก็ไม่ได้ เป็นนักร้อง
ก็ไม่ได้ ข้าว่าอาชีพนักร้องไม่เหมาะกับเอ็ง ไปหาอาชีพอื่นทำเหอะเผื่อจะรุ่ง”เด่นดวงพูดอย่างไม่ไว้หน้า แคนเสียใจมากที่ถูกไล่ทางอ้อม เดินคอตกลงจากเวที แอบไปร้องไห้คนเดียว...
ถึงเวลาแสดงคอนเสิร์ต ขณะดาวตลกประจำวงดนตรีเด่นดวง แดนอีสาน กำลังแสดงอยู่บนเวที จิ๊กโก๋ด้านหน้าเวทีซึ่งเขม่นกันมาพักใหญ่ ตรงเข้าตะลุมบอนกันอุตลุด ผู้จัดการรีบวิ่งเข้าไปบอกเด่นดวงที่กำลังนั่งจกส้มตำอยู่หลังเวทีว่าคนดูตีกัน เด่นดวงทิ้งส้อมจ้ำพรวดๆขึ้นเวที ประกาศใส่ไมค์
“อย่าตีกันพี่น้อง เราคอเพลงเดียวกันทั้งนั้น”
พวกจิ๊กโก๋ไม่สนใจตีกันไม่หยุด จิ๊กโก๋คนหนึ่งโดนรุม วิ่งหนีไปสะดุดสายไฟข้างเวที สายไฟหลุดจากเต้าเสียบไมค์ดับ ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด คนดูแตกกระเจิง วิ่งหนีกันอลหม่าน แคนซึ่งกำลังเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเตรียมออกจากคณะได้ยินเสียงปืน รีบพุ่งขึ้นไปหาเด่นดวงบนเวทีด้วยความเป็นห่วง
“หนีเร็วพี่ เดี๋ยวโดนลูกหลง”
เด่นดวงไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเอง พยายามตะโกนบอกคนดูอย่าตื่นตระหนกเดี๋ยวจะเหยียบกันตาย แต่คนดูไม่ฟัง ต่างเบียดเสียดหนีตายจะออกไปให้ได้ แคนเห็นท่าไม่ดี ร้องเพลงฮิตของเด่นดวงแบบสดๆไม่ใช้ไมค์ น้ำเสียงอันไพเราะของแคน สะกดคนดูให้หยุดฟัง
ความโกลาหลเมื่อสักครู่ เปลี่ยนเป็นความสงบ ทุกคนเงียบกริบฟังแคนร้องเพลง แม้แต่เด่นดวงเองก็นิ่งฟังเหมือนต้องมนต์สะกด...
หลังคอนเสิร์ตเลิก เด่นดวงเดินเข้ามาหาแคน ชมไม่หยุดปากว่าน้ำเสียงดีมากมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แล้วตำหนิตัวเด่นดวงเองที่เกือบจะทำให้วงการเพลงลูกทุ่งเสียเพชรเม็ดงามอย่างแคนไป
“กลับไปกรุงเทพฯพี่จะเอาเอ็งไปฝากที่ค่ายเพลงให้เป็นนักร้อง”
“พี่ไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหมพี่”
“คนอย่างเด่นดวง แดนอีสาน พูดจริงทำจริงเว้ย พี่จะผลักดันเอ็งให้ถึงที่สุดเลย ไอ้แคน”
แคนกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ โผกอดเด่นดวง แล้ววิ่งไปกอดคนในคณะดนตรีคนโน้นทีคนนี้ที พร้อมกับตะโกนลั่น “ฉันจะได้เป็นนักร้องแล้ว...ฝันของฉันใกล้เป็นจริงแล้ว”
ooooooo
คำหล้ารวบรวมเงินค่าขายผักได้หนึ่งพันบาท เอามาใช้หนี้ศรีไพรต่อหน้าตำรวจเพื่อให้เป็นพยาน
“ฉันเอาเงินงวดแรกมาผ่อนคืนไอ้ศรีไพร แล้วฉันจะผ่อนใช้หนี้จนกว่าจะหมด ปล่อยตัวพ่อฉันได้แล้ว”
ศรีไพรไม่ยอม คำหล้าต้องคืนงวดเดียวหนึ่งแสนบาทรวมดอกเบี้ยด้วย พิณคัดค้านทันที ในสัญญาเงินกู้ของศรีไพรไม่ได้ระบุ ต้องคืนเงินครบเมื่อใด คำหล้าสามารถผ่อนใช้ไปเรื่อยๆได้ ตำรวจนำสัญญาเงินกู้ของศรีไพรมาอ่านก็เห็นด้วยกับพิณ ศรีไพรเล่นแง่จะเอาสัญญามาเขียนต่อท้ายว่าห้ามผ่อน ครูตะวันโวยลั่น
“ศรีไพรทำอย่างนี้เท่ากับแก้ไขสัญญาโดยผิดกฎหมาย ถ้าจ่ายอมให้ทำ ผมจะร้องเรียนท่านผู้ว่าฯ ระหว่างครูกับไอ้นักเลงหัวไม้ที่เคยถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตาย ท่านผู้ว่าฯจะเชื่อใคร”
ตำรวจไม่กล้าเข้าข้างศรีไพร รีบไขกุญแจห้องขังปล่อยตัวตาสี ด้วยความที่นั่งอยู่ในห้องขังนาน ตาสีเลยลุกไม่ไหว ครูตะวันกับพิณต้องเข้าไปช่วยประคอง ศรีไพรไม่ยอมรามือ ตามมาขู่คำหล้า ถ้าเดือนหน้าไม่เอาเงินมาผ่อนใช้หน้ี เขาจะลากคอตาสีเข้าตะรางอีก
“มีพ่อค้ามารับซื้อผักที่สวนข้า ให้ราคาดี ข้ามีเงินผ่อนคืนเอ็งแน่ไอ้ศรีไพร” คำหล้าเชิดใส่
ศรีไพรเจ็บใจมาก ผลุนผลันออกจากโรงพัก จากนั้น พาสมุนคู่กาย ดำกับขาวไปที่แปลงผักของคำหล้า จัดการทำลายแหลกเละไม่เหลือซาก...
ขณะเดียวกัน เพ็งอาการทรุดลงเรื่อยๆเนื่องจากแพ้คีโม ร่างกายผ่ายผอม ผมบนหัวร่วงเป็นกระจุกๆ หมอไม่มีทางเลือกจึงต้องสั่งให้หยุดทำคีโม ในเมื่อทำคีโมไม่ได้ รักษาด้วยวิธีอื่นก็ไม่มี เพ็งรู้ตัวคงอยู่ได้อีกไม่นาน สั่งให้เดือนตามสุดเขตมาพบเธอเร็วที่สุดก่อนเธอจะตาย เดือนอึกๆอักๆ อย่างเห็นได้ชัด
“ทำตามที่แม่ขอสิเดือน ไปโทร.หาคุณสุดเขตเดี๋ยวนี้” บุญเร่งรัด
เดือนหนีไม่ออก จำใจโทร.เข้ามือถือของสุดเขต แต่บังเอิญจังหวะไม่ดี สุดเขตติดโทร.คุยงานอยู่อีกสายหนึ่ง พอเขาวางหู เสียงเรียกเข้ามือถือก็เงียบ เดือนคิดว่าสุดเขตอยู่กับแฟน เลยไม่โทร.หาอีก ฝ่ายสุดเขตเห็นเบอร์ไม่ได้รับสายเป็นของเดือน มองนิ่ง ก่อนจะวางมือถือไว้อย่างเดิม
ooooooo
สายวันถัดมา พิณ คำหล้า และคำแปงมาเยี่ยมเพ็ง พิณรู้ตัวไม่เป็นที่ต้องการของเพ็ง ขอยืนรออยู่หน้าห้องปล่อยให้คำหล้ากับคำแปงเข้าไปเยี่ยมกันสองคน คำหล้ารับปากจะกระซิบบอกเดือนให้ว่าพิณมา พิณยิ้มให้เธอแทนคำขอบใจ ทันทีที่คำแปงเข้าไปยืนใกล้ๆเตียงคนป่วย เพ็งซึ่งเพ้อหนักจับมือคำแปงไว้
“คุณสุดเขตมาแล้ว...คุณสุดเขตฝากเดือนด้วยนะคะ”
“ไม่ใช่คุณสุดเขตจ้ะแม่เพ็ง”บุญพยายามอธิบาย
แต่เพ็งไม่ฟัง ยังคงพร่ำเพ้อซ้ำๆฝากสุดเขตช่วยดูแลเดือนให้ด้วย เดือนเห็นแม่เพ้อหนัก รีบออกไปตามหมอ เจอพิณยืนอยู่หน้าห้อง แต่อารามรีบร้อนเธอเลยไม่ได้ทักทายอะไร พิณมองเข้าไปในห้องพัก เห็นเพ็งจับมือคำแปงแน่น เพ้อเรียกคำแปงว่าสุดเขตแล้วเศร้าใจ...
หมอตรวจอาการของเพ็งเสร็จแล้วส่ายหน้าเป็นทำนองหมดหวัง เดือนปล่อยโฮโผกอดแม่ที่นอนเพ้อไม่ได้สติ ทั้งคำหล้า คำแปงและบุญที่ยืนล้อมเตียงต่างสะเทือนใจน้ำตาซึมไปด้วย เพ็งเพ้อขึ้นมาเบาๆว่า
“เดือน...แม่รักเดือนมากนะลูก”
“เดือนก็รักแม่จ้ะ แม่จ๋า...”
ในเมื่อหมดหวังจะรักษาเพ็งต่อไป บุญตัดสินใจพาเมียคู่ทุกข์คู่ยากกลับบ้าน...
เย็นวันเดียวกัน ชาวบ้านที่สนิทสนมรักใคร่กับเพ็ง ทยอยขึ้นบ้านของเพ็งเพื่อร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญคนป่วย ซึ่งเป็นประเพณีของชาวอีสานที่เชื่อกันว่า คนเจ็บไข้ได้ป่วยนานๆ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า“ป่วยปี”มีสาเหตุมาจากขวัญออกจากร่างกาย จึงจำเป็นต้องทำพิธีสู่ขวัญให้เพื่อเรียกขวัญให้มาอยู่กับร่างคนป่วย
ชาวบ้านทำพานพุ่มบายศรีตามประเพณี โดยให้เพ็งนอนหลับอยู่กลางวงบายศรี คำแปงซึ่งเป็นแม่งานเอาสายสิญจน์มาผูกข้อมือเพ็ง แล้วสวดคาถาพึมพำ เดือนนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นมีพิณจับมือปลอบใจอยู่ข้างๆ น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก สักพัก เพ็งลืมตาขึ้น ดูมีสติไม่เพ้อเหมือนตอนอยู่โรงพยาบาล เห็นพิณจับมือเดือนแล้วไม่ค่อยพอใจ เรียกลูกเข้ามาหา เดือนปรี่เข้าไปจับมือแม่ขึ้นมาแนบแก้มตัวเองด้วยความ
ดีใจ
“คุณสุดเขตมาหรือยัง...เดือน”
“เอ่อ...กำลังมาจ้ะแม่”เดือนจำต้องโกหกเพื่อให้แม่สบายใจ
ooooooo
เถ้าแก่เส็งผ่ายผอมไปมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับกลุ้มใจเรื่องทองสาหนีออกจากบ้าน เขาไปตามหาที่ห้องพักซึ่งลูกเคยอยู่ที่กรุงเทพฯก็ไม่เจอ ทองสาหายตัวไปเดือนๆแล้วไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ศรีไพรซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆกลับไม่ใส่ใจ
“ไปไหนไม่รอด มันก็ซมซานกลับมาเองแหละเตี่ย”
ระหว่างนั้น ดำกับขาวเพิ่งกลับมาจากตลาด รีบรายงาน
ศรีไพรว่า ป้าเพ็งใกล้ตายแล้ว เห็นพวกชาวบ้านไปทำพิธีสู่ขวัญให้ที่บ้าน แต่เท่าที่ฟังพวกชาวบ้านพูดกัน ท่าทางป้าเพ็งคงไม่รอด ศรีไพรยิ้มร้าย นึกสนุกอยากออกไปหาเรื่องแกล้งพวกชาวบ้าน...
ในเวลาต่อมา ขณะคำแปงยังคงทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้เพ็งอยู่นั้น ศรีไพรกับพวกบุกขึ้นมาบนบ้านพร้อมกับพวงหรีดสีดำมีชื่อเพ็งติดอยู่
“ขอฉันร่วมพิธีด้วยคนนะ”ศรีไพรว่าแล้ว โยนพวงหรีดไปกลางวงบายศรี
พวงหรีดตกตรงเพ็งพอดีถึงกับช็อก บุญลุกขึ้นชี้หน้าด่าศรีไพรอย่างหยาบๆคายๆ พิณโกรธจัด คว้าพวงหรีดได้ก็ลากคอเสื้อศรีไพรออกจากบ้าน ดำกับขาวเข้ามาขวาง พวกชาวบ้านทนไม่ไหวช่วยกันจับสองสมุนชั่วเอาไว้ พิณลากคอศรีไพรลงมาข้างล่างแล้วเหวี่ยงลงพื้น จากนั้นตรงเข้าชกต่อยไม่ยั้ง ศรีไพรตั้งหลักไม่ทันโดนอัดสะบักสะบอม เท่านั้นยังไม่พอ พิณเอาพวงหรีดคล้องตัวศรีไพรไว้
“ไปตายซะไอ้ศรีไพร”
พิณถีบโครมจนศรีไพรล้มหัวทิ่ม ชาวบ้านต่างสะใจเห็นศรีไพรโดนยำ ศรีไพรเจ็บใจมาก ขู่อาฆาตพิณไว้ วันหลังจะมาทวงคืน แล้วรีบชวนดำกับขาวกลับ...
ทางด้านเดือนกับบุญพาเพ็งหนีเข้ามานอนในห้อง คำหล้าตามเข้ามาบอกให้ทุกคนสบายใจว่าพิณไล่ศรีไพรไปแล้ว เพ็งรู้ตัวดีว่าใกล้ตาย ถามเดือนทำไมสุดเขตไม่มาสักที
“ใกล้ถึงแล้วจ้ะแม่”เดือนจำเป็นต้องโกหกอีกครั้ง
“เดือน...สัญญากับแม่จะไม่กลับไปรักไอ้พิณ แม่ไม่อยากให้เดือนลำบาก...สัญญากับแม่สิเดือน”
เดือนอึดอัดใจมากสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายทนแม่รบเร้าไม่ไหว จำใจให้คํามั่นสัญญากับแม่ จะไม่กลับไปรักพิณอีก
“วิญญาณแม่จะคอยดูลูกอยู่ ขอให้ลูกทำตามที่สัญญาไว้”เพ็งจ้องหน้าเดือนสีหน้าจริงจัง...
ค่ำแล้ว แต่คำแปงกับพวกชาวบ้านยังคงทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้เพ็งไม่หยุด ตอนนี้เพ็งหลับไปแล้วเดือนลูบตัวแม่ที่กำลังจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ พิณโผล่หน้าเข้ามาดู เดือนเกรงแม่ตื่นขึ้นมาเห็นจะไม่พอใจ รีบดึงมือพิณพาออกไปหน้าบ้าน พิณเห็นหญิงคนรักสีหน้าไม่สบายใจจึงพูดปลอบ
“ทำใจเรื่องแม่นะเดือน ไม่มีใครหนีความตายพ้น วันหนึ่งเดือนก็ต้องตาย พี่ก็ต้องตาย ถ้าภพหน้ามีจริง...เราคงได้ไปพบกันอีก”
เดือนหน้าสลด น้ำเสียงเศร้ามาก “คนที่จะได้เจอกันในภพหน้าต้องเป็นคนที่มีวาสนาต่อกัน...แต่เดือนกับพี่ เราไม่มีวาสนาต่อกัน ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนๆเราก็จะไม่ได้เจอกันอีก”
“ทำไมเดือนถึงพูดอย่างนี้ล่ะ” พิณใจคอไม่ดี
“เดือนสัญญากับแม่ว่าจะไม่กลับไปรักพี่อีก...พี่พิณ...ถ้าวันนี้แม่เดือนเป็นอะไรไป เดือนจะจากพี่ จากแม่มูลกลับไปอยู่กรุงเทพฯแล้วไม่หวนกลับมาที่นี่อีกจนวันตาย”
“อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลยเดือน...เดือนกำลังโศกเศร้า”
เดือนร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ พิณดึงเธอมากอดไว้เพื่อปลอบใจ เป็นจังหวะเดียวกับสุดเขตขับรถมาจอดหน้าบ้านพอดี พิณกับเดือนรีบผละจากกัน สุดเขตลงจากรถเดินเข้ามาหา สีหน้าและแววตาเรียบเฉยเดาอารมณ์ไม่ออก แต่พอมายืนเผชิญหน้ากัน เขากลับด่าเดือนไม่ยั้ง
“จิตใจเธอทำด้วยอะไรเดือน แม่เธอป่วยหนักแต่เธอกลับมายืนกอดกับผู้ชายคนที่แม่เธอเกลียด”
“ใช่...เดือนมันเลว...เดือนทำให้แม่เสียใจ”
“รู้ แต่เธอก็ยังทำเพราะเธอเป็นคนอ่อนแอ เธอไม่เคยเอาชนะความไม่ดีในใจตัวเองได้...เธอจะทำให้พ่อแม่ของเธอผิดหวังเสียใจอีกครั้งแล้วครั้งเล่า” สุดเขตต่อว่าเป็นชุด
พิณทนไม่ได้ขอร้องสุดเขตหยุดว่าเดือนได้แล้ว แค่นี้
เธอก็เสียใจเรื่องแม่ของเธอมากพอแล้ว สุดเขตหันมาเล่นงาน
พิณแทน กล่าวหาเขาเป็นต้นเหตุของเรื่องระหองระแหงระหว่างเดือนกับพ่อและแม่ รู้ทั้งรู้ พ่อแม่ของเดือนเกลียดก็ยังดื้อดึง
ไม่ยอมออกจากชีวิตเดือน พิณย้อนทันที
“ถ้าพ่อแม่เดือนรู้ว่าคุณทิ้งเดือนไปมีคนอื่น คุณคิดว่าพ่อแม่เดือนจะเกลียดใครมากกว่ากัน”
“อย่าทะเลาะกันเลยค่ะเดือนขอร้อง...คุณสุดเขตคะแม่เดือนอยากเจอคุณ แม่เพ้อถึงคุณตลอด”
“ที่ฉันขับรถมาจากกรุงเทพฯก็เพื่อมาเยี่ยมแม่เธอ แต่ฉันกลัวว่าพอเจอแม่เธอแล้วฉันจะอดใจไม่ได้ บอกแม่เธอว่าฉันเห็นเธอกับพิณกอดกัน เอาไว้คราวหน้าฉันจะมาเยี่ยมแม่เธอใหม่” สุดเขตพูดจบ เดินกลับขึ้นรถขับออกไปดื้อๆ ไม่สนใจคำร้องขอให้ขึ้นไปหาแม่ของเดือน...
ครู่ต่อมา เดือนกับพิณกลับขึ้นบ้าน สายไหมและครูตะวันตามขึ้นมาสมทบ ครูตะวันถามเดือนเมื่อครู่นี้รถใครแล่นสวนออกไปเกือบเฉี่ยวรถจักรยานของเขา พอรู้เป็นรถของสุดเขตคู่หมั้นของเดือน สายไหมถึงกับชมสุดเขตเป็นคนมีน้ำใจมาก หมอที่โรงพยาบาลบอกเธอว่า เขาเป็นคนออกค่าทำคีโมให้เพ็งแต่ขอร้องไม่ให้หมอบอกเดือน หญิงสาวชะงักไม่รู้มาก่อน สุดเขตคือผู้บริจาคใจดีคนนั้น
ooooooo
ขณะเดียวกัน ศรีไพรคิดแก้แค้นพิณ สั่งให้สมุนเอาเส้นลวดมาขึงขวางถนนไว้ จังหวะที่ดำขยับจะไปล่อพิณมาติดกับ รถของสุดเขตแล่นเข้ามาใกล้ แสงไฟหน้ารถส่องกระทบเส้นลวดที่ขึงอยู่กลางถนน สุดเขตตกใจ กระแทกเบรกเต็มแรงรถเสียหลักไถลลงข้างทางสิ้นฤทธิ์อยู่ตรงนั้น...
เดือนคว้ามอเตอร์ไซค์ของเพื่อนบ้านจะขี่ไปตามสุดเขตกลับมา พิณอาสาไปตามให้เอง บอกเดือนให้อยู่ดูแม่ที่นี่ พอพิณขี่รถมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นดำกำลังใช้ปืนจี้สุดเขต ขณะที่ขาวเข้าไปค้นตัวหาของมีค่า เขาบิดมอเตอร์ไซค์พุ่งใส่ดำกับขาว จนต้องกระโดดหลบไปคนละทิศคนละทาง แล้วตะโกนลั่น
“ขึ้นรถ”
สุดเขตไม่รอช้าโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ทันที พิณขี่รถย้อนกลับไปทางบ้านเพ็งอย่างรวดเร็ว ศรีไพรชักปืนจะยิง แต่รถมอเตอร์ไซค์แล่นพ้นระยะกระสุนไปไกลแล้ว...
อาการเพ็งเพียบหนัก เริ่มหายใจติดๆขัดๆ เดือนใจเสียวิ่งออกมาตามสายไหมให้เข้าไปดูแม่ คำแปงหยุดทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ พวกชาวบ้านต่างใจคอไม่ดี...สายไหมเข้าไปจับชีพจรเพ็ง พบสัญญาณชีพอ่อนมากบอกเดือนให้ทำใจ แล้วออกมารายงานคำแปงกับพวกชาวบ้าน
“เห็นทีป้าเพ็งจะอยู่อีกไม่นานแล้วจ้ะแม่ครู”
คำแปง คำหล้า ยายสากับชาวบ้านบางส่วนพากันร้องไห้ คำแปงชวนทุกคนร่วมกันสวดมนต์ ส่งเพ็งให้จากไปอย่างสงบ เสียงสวดมนต์ดังเข้าไปถึงในห้องเพ็ง
“สวดมนต์นะจ๊ะแม่...จะได้ไปดี” เดือนว่าแล้วช่วยกันกับพ่อจับแม่พนมมือ...
พิณบิดมอเตอร์ไซค์พาสุดเขตกลับมาบ้านเพ็ง บอกให้นักร้องหนุ่มรีบขึ้นไปหาเพ็ง สุดเขตตั้งแง่ ในเมื่อพิณอยากเป็นลูกเขยเพ็ง แล้วให้เขาเข้าไปทำไม
“นี่ไม่ใช่เวลาที่เราสองคนจะมาทะเลาะกันนะครับ แม่เดือนอาจอยู่ไม่พ้นคืนนี้”
สุดเขตตกใจ “อะไรนะ...ผมไม่คิดว่าแม่เดือนป่วยหนักขนาดนี้”
พิณเร่งสุดเขตให้รีบขึ้นไป เดี๋ยวไม่ทันกาล เพ็งอยากพบเขามาก สุดเขตไม่ต่อความอะไรอีก รีบเดินไปที่บันไดบ้าน เห็นพิณไม่เดินตาม หันมามอง
“คุณเป็นคนที่แม่เดือนอยากเจอ ไม่ใช่ผม” พิณว่าแล้วทรุดตัวลงนั่ง ตั้งใจจะส่งวิญญาณเพ็งตรงนั้น
สุดเขตพยักหน้ารับรู้ก้าวฉับๆขึ้นบ้าน พอคำหล้าเห็นสุดเขตมารีบพาเข้าไปหาเพ็ง เดือนดีใจบอกแม่ว่าสุดเขตมาแล้ว เพ็งค่อยๆลืมตาขึ้นมอง เอื้อมมือจะจับมือสุดเขต แต่ไม่มีแรง ชายหนุ่มเลยจับมือเพ็งไว้
“แต่งงานกับเดือนนะคะคุณสุดเขต ถือเป็นคำขอครั้งสุดท้ายของฉัน...นะคะ...แต่งงานกับเดือน”
สุดเขตรับปากอย่างลำบากใจ รู้แก่ใจดีว่าเดือนไม่ได้รัก เพ็งค่อยๆจับมือเดือนกับสุดเขตวางคู่กัน
“แม่ไม่มีโอกาสรดน้ำสังข์ลูกสองคน แม่ขออวยพร ตรงนี้เลย ขอให้ลูกทั้งสองครองรักกันจนแก่เฒ่า อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข...ฝากเดือนด้วยนะคุณสุดเขต ดูแลเดือนของฉันด้วย”
“ผมจะดูแลเดือนให้ดีที่สุดครับ...ผมสัญญา”
“ขอบใจ ฉันตายตาหลับแล้ว” เพ็งหันไปทางบุญ “ชาติหน้าฉันใด ขอให้ฉันเกิดมาเป็นเมียพี่อีก”
“แม่จ๋า...ชาติหน้า เดือนขอเกิดเป็นลูกแม่อีกนะจ๊ะ”
“เดือนลูกแม่...” เพ็งพูดได้เท่านั้นก็สิ้นลม เดือนร้องเรียกแม่ลั่น แล้วโผซบอกร้องไห้โฮ
พิณได้ยินเสียงเดือน รู้ทันที เพ็งตายแล้ว ยกมือขึ้นพนม “ไปสู่สุคตินะป้าเพ็ง ฉันเคยล่วงเกินป้าด้วยกาย วาจา ใจก็ขอให้อโหสิต่อกัน” พิณอธิษฐานจบ ใบไม้ใบหนึ่งหลุดจากขั้ว ปลิวตกลงมา...
คำแปงนำชาวบ้านสวดส่งวิญญาณเพ็งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อธิษฐานขอให้เพ็งไปดี เดือนกับบุญสวมกอดร่างไร้วิญญาณของเพ็ง ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจตายตาม
ooooooo










