ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่แค้นแสนรัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

คู่แค้นแสนรัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ไร่ข้าวโพดผืนใหญ่สีเขียวทอดยาวอวดตัวแข่งกับฟ้าใสกระจ่าง มีปุยเมฆลอยอ้อยอิ่ง เป็นความสวยงามของธรรมชาติที่เหนือจินตนาการ
ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาตินี้ เสียงหนึ่งแว้ดขึ้นจนปุยเมฆบนท้องฟ้าแทบแตกกระจาย

“ไอ้เหม่ง!! ไอ้หม่อง!!”

เป็นเสียงของอิงดาว เนาวรัตน์ สาวชาวไร่หน้าจืด แต่ไฝที่ริมฝีปากทำให้ดูเผ็ดร้อนจัดจ้านตามตำรา เธอกำลังเกรี้ยวกราดกับสองสมุนคู่ชีพ เร่งให้รีบขนข้าวโพดขึ้นรถบรรทุกขนาดเล็ก

หลังจากแว้ดใส่แล้ว อิงดาวก็เหวี่ยงต่อ “ขนข้าวโพดนะเว้ย ไม่ได้ขนวัวขนควาย เลี้ยงเสียข้าวสุก เรี่ยวแรงหายไปไหนหมด หา! ให้ไว อย่าช้า เวลามีจำกัด”

เหม่งกับหม่องรวมทั้งคนงานรีบขนข้าวโพด เหม่งกับหม่องอดแอบนินทาอิงดาวไม่ได้ว่าจะโหนคานอยู่แล้ว เพราะปากแบบนี้แหละ หม่องโทษว่าเป็นเพราะไฝเม็ดที่ปากมีปัญหาทำให้พูดมากปากจัดกัดไม่เลือก

หารู้ไม่ว่าอิงดาวมายืนฟังอยู่ข้างหลัง พอทั้งสองนินทาจบเธอพูดแทรกทันทีว่า

“แถมยังชอบเขกกระบาลแกสองคนด้วย” พูดไม่ทันขาดคำก็เขกมะเหงกสองคนไปสองโป๊ก ขู่ตบท้ายว่า “มัวแต่ เม้าท์ เดี๋ยวแม่ตัดเงินเดือนซะเลยนี่ ไป๊! เอาข้าวโพดขึ้นรถ”

พอข้าวโพดเต็มรถ อิงดาวขึ้นขับออกไปพ่นควันดำใส่หน้าทุกคนจนไอกันค่อกแค่ก

ooooooo

บนถนนหลวงที่ไม่ไกลจากไร่ข้าวโพดนัก...

รถโฟร์วิลไดรฟ์ดูดีราคาแพงคันหนึ่ง ขับพุ่งมาราวกับพายุ ภายในรถ สงกรานต์ ธนากุล พ่อม่ายลูกหนึ่ง ที่ทั้งหล่อ รวย ฉลาด เจ้าชู้ จนได้ฉายาว่า “คาสโนว่าฆ่าไม่ตาย” นั่งมากับ โรสิตา หรือโรสดารานางแบบแถวหน้า ผู้หลงตัวเองจนเป็น ที่หมั่นไส้ของคนทั้งวงการ โรสแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด ออดอ้อนสงกรานต์ว่าทำไมพามาเที่ยวทุ่งนาที่มีแต่ควาย ตนอยากไปทะเลมากกว่า

“ถ้าคุณอยากไปทะเล ผมจะกลับไปส่งคุณที่ท่ารถ” สงกรานต์พูดหน้านิ่งอย่างไม่แยแส จนโรสงอนสะบัดหน้าไปทางอื่น สงกรานต์มองแวบหนึ่ง แล้วส่ายหน้าเบาๆ

ทันใดนั้น มีรถโฟร์วิลอีกคันขับไล่มาและแซงขึ้น

ไปตีขนาบรถของสงกรานต์ เขาหันไปมอง เห็นรถคันนั้นลดกระจกลง อู๋ หรือเสี่ยอู๋ หรือชื่อจริงเผด็จศึก เอี่ยมสกุล ไฮโซหนุ่มเจ้าสำราญ เจ้าของโมเดลลิ่งผู้ได้ชื่อว่า “คาสโนว่าตัวพ่อ” คู่หูของสงกรานต์นั่นเอง

อู๋นั่งรถมากับบรรดาสาวนางแบบในสังกัด 3 คน เสียงเฮฮากิ๊วก๊าวของสาวๆกับเสียงเพลงที่เปิดสนั่นในรถ ดั่งลั่นจนแสบแก้วหู อู๋ตะโกนเย้ยสงกรานต์ว่า

“ไอ้เต่า...ปีหน้าจะถึงไหมวะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ”

อู๋ขับรถแซงขึ้นไปทันที โรสไม่พอใจยุว่าแบบนี้ดูถูกแชมป์เอฟวันอย่างเขากันชัดๆ ถามว่าจะยอมหรือ สงกรานต์บอกเธอให้นั่งดีๆแล้วเหยียบคันเร่งจนมิด รถกระชากอย่างแรงจนโรสหน้าคะมำ

สงกรานต์เห็นป้ายข้างหน้าเขียนว่า “ทางลัด” เขาหักเลี้ยวไปทันที

ooooooo

อิงดาวขับรถบรรทุกข้าวโพดมาอย่างสบายอารมณ์ พลันเธอก็ต้องเบรกจนตัวโก่งเมื่อรถสงกรานต์โผล่พรวดออกมาจากซอยข้างๆ เธอร้องเฮ้ย! ร้องด่าพลางรีบขับรถไล่ตามไปอย่างเจ็บใจ

สงกรานต์ไม่สนใจอะไรยังคงขับรถพุ่งไปอย่างเร็ว ส่วนโรสก็มารยาอ้อน ยั่วเขาอย่างกระสัน จนลืมอันตรายที่จะเกิดขึ้น นอกจากจับมือเอาเท้าพาดตักเขาแล้วยังโน้มหน้าเขาไปนัวเนีย จนรถส่ายเกือบตกข้างทาง

อิงดาวขับไอ้แก่บรรทุกข้าวโพดไล่ตามมา เห็นรถส่าย ผิดปกติ จึงเร่งขึ้นไปขนาบข้างรถของสงกรานต์ มองเข้าไปในรถอย่างแปลกใจ แล้วก็ตกใจตาเหลือกเหมือนถูกผีหลอกกลางวันแสกๆเมื่อเห็นบทรักร้อนแรงของโรส

ขณะนั้นเองมีรถสวนมา อิงดาวรีบหักรถขึ้นไปแล้วปาดหน้ารถสงกรานต์จนเขาเบรกเกือบไม่ทัน ปรากฏว่ากันชนหน้ารถของสงกรานต์อยู่ห่างจากรถของอิงดาวแค่เซ็นต์เดียว ซ้ำข้าวโพดที่รถอิงดาวกลับไหลเทลงมาที่รถของสงกรานต์เต็มไปหมด

สงกรานต์ลมออกหูลงจากรถไปด่า พร้อมๆกับที่อิงดาวก็โดดผลุงลงจากรถมาเหวี่ยงใส่เช่นกัน

“ขับรถเป็นป่าวป้า ปาดหน้าแบบนี้ได้ไง”

อิงดาวแว้ดสวนไปทันทีว่า “ฉันไม่ใช่ป้านาย แล้วนายนั่นแหละ ขับรถประสาอะไรลุ๊งงงงง”

สงกรานต์สั่งอิงดาวให้รีบเก็บข้าวโพดจากหน้ารถตนเร็วๆ จะรีบไป อิงดาวมีข้อแม้ว่าก่อนไปเขาต้องชดใช้ค่าข้าวโพดที่เสียหายก่อน โรสแถออกมาเถียงแทนว่าที่มันเสียหายเพราะเธอขับรถปาดหน้ารถแฟนตนต่างหาก

คนมีไฝริมฝีปากอย่างอิงดาวมีหรือจะยอมใคร หันมาทั้งด่าทั้งโต้โรสว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะเธอมัวแต่เล่นเลิฟซีน กับแฟนอยู่ ทำให้ตนมองจนเสียสมาธิ สงกรานต์ได้ทีด่าว่าโรคจิตชอบแอบดูชาวบ้าน แล้วหันไปชวนโรสไปกันเถอะ

อิงดาวด่าไม่ทัน ได้แต่มองรถสงกรานต์ที่ขับทับข้าวโพดจนบี้แบน กว่าจะด่าออกรถก็ไปไกลแล้ว

ooooooo

อู๋ไปถึงโรงแรมก่อนแล้ว พอสงกรานต์มาถึง อู๋ไปดึงข้าวโพดที่ปักอยู่ตรงที่ใส่ของบนหลังคารถออกถามว่าไปหลงในไร่ข้าวโพดมาหรือ สงกรานต์ขนกระเป๋าพลางบอกว่าไปเจอยัยป้ามาต่างหากสงกรานต์เล่าอย่างหงุดหงิดว่ายัยป้านั่นคงเป็นชาวสวนหน้าตาบ้านๆแถวนี้อยู่ดีๆก็ขับรถมาปาดหน้าแล้วลงมาไถเงิน น่ากลัวจริงๆ

โรสได้ทีชวนไปทะเลกันดีกว่า กลัวยัยป้านั่นยกพวกมาแก้แค้นเรา อ่อยว่าตนเอาบิกินีสีขาวตัวโปรดของเขามาด้วย

สงกรานต์ไม่สนใจ แต่อู๋กลับทำเสียงเหมือนน้ำลายหก

เมื่อมายืนคุยกันที่ริมแม่น้ำแถวๆโรงแรม อู๋จึงรู้ว่า สงกรานต์มาเพื่อที่จะหาทางซื้อที่ดินผืนสวยฝั่งตรงข้ามโรงแรมจำนวนร้อยกว่าไร่ ที่พ่อของเขามาติดต่อหลายครั้ง แต่ลูกน้องที่ส่งมาถูกไล่ยิงจนต้องเผ่นกลับไปไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว จน ไม่มีใครกล้ามาที่นี่อีก

อู๋ถามว่ายากขนาดนั้นจะยังอยากได้อีกหรือ แล้วก็ดักคอว่า พ่อลูกมีนิสัยเหมือนกันใช่ไหม อะไรที่ยิ่งยาก ก็ยิ่งต้องเอาชนะ

“ถูก...เพราะฉะนั้น อยากได้ลูกเสือมันก็ต้องเข้าถ้ำเสือ ฉันต้องหาจุดอ่อนให้เจอ แล้วฉันก็จะใช้มันทำให้ฉันได้ในสิ่งที่ต้องการ” สงกรานต์พูดอย่างมุ่งมั่น มองไปที่ไร่ฝั่งตรงข้ามแบบต้องเอามาให้ได้

ooooooo

อิงดาวมีน้องสาวชื่ออิงจันทร์ แต่เพราะอิงจันทร์ไม่ชอบการทำสวนทำไร่ อิงดาวจึงทำสวนทำไร่ส่งน้องเรียนที่กรุงเทพฯ และดูแลพ่อที่สุขภาพไม่แข็งแรง

อิงจันทร์มีเพื่อนรักคือมาริน ที่มาจากบ้านนอกด้วยกัน มารินมีปมด้อยที่หน้ามีปานแดงซีกหนึ่ง จึงไม่ชอบออกงานคบหาเพื่อนฝูง

วันนี้ อิงจันทร์กับมารินรับงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยอิงจันทร์แต่งชุดเจ้าหญิงสวยสง่างาม ส่วนมารินใส่มาสคอตชุดตุ๊กตาผู้หญิง ทั้งคู่เป็นที่รักใคร่ของเด็กๆที่พากันมาห้อมล้อมอยากใกล้ชิด

งานนี้ เมี่ยง สาวใช้ที่ทำหน้าที่ดูแล “ปีใหม่” หรือน้องภู ลูกชายจอมซนแสนแสบของสงกรานต์มาตั้งแต่เล็ก พาปีใหม่มาเที่ยวด้วย ปีใหม่แกล้งหนีไปแอบเมี่ยงที่หลังกระโปรงบานฟูฟ่องของอิงจันทร์ พอเมี่ยงมาตามหาก็มุดเข้าไปในกระโปรง

อิงจันทร์ตกใจดึงปีใหม่ออกมาดุว่าทำไมทะลึ่งแบบนี้ ปีใหม่ร้องว่าเจ็บ ตนไม่ได้ทะลึ่งแต่กำลังซ่อน อิงจันทร์จึงเข้าใจถามเมี่ยงว่ากำลังหาเด็กคนนี้อยู่หรือเปล่า เมี่ยงถลาเข้าไปจับตัวปีใหม่ไว้ ปีใหม่โกรธอิงจันทร์ ด่าว่าแม่มดใจร้าย ขู่ว่าแล้วจะเสียใจที่ทำกับตน

“เด็กบ้า...ลูกใครก็ไม่รู้ แสบชะมัด” อิงจันทร์บ่นอย่างไม่หายโกรธ พอดีโทรศัพท์ในกระเป๋าที่ห้อยคออยู่ดังขึ้น เธอรีบกดรับ

เป็นสายจากอิงดาวนั่นเอง โทร.มาถามว่าเมื่อไรจะกลับบ้าน อิงจันทร์พูดอย่างน้อยใจว่าตนไม่อยากกลับเพราะไม่ใช่ลูกรัก ที่สำคัญตนไม่ถนัดทำสวนทำไร่ ทั้งยังสมัครงานไว้หลายแห่งแต่ยังไม่ได้สักแห่ง

อิงดาวตามใจน้องแต่ถ้ามีอะไรให้โทร.หาได้ตลอดเวลา วางสายแล้วอิงจันทร์ชวนมารินไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันดีกว่า จะได้กลับ

ooooooo

โทร.คุยกับน้องแล้ว อิงดาวยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์ ใส่กระเป๋า ก็ถูกแสงผู้เป็นพ่อตบหัวผัวะถามว่า

“เอ็งไปทำอะไรไว้ ไอ้เสี่ยเม้งถึงโทร.มาด่าพ่อซะหูชา”

“แหมพ่อก็...ทำเป็นรมณ์เสีย มันไม่ใช่ความผิดของดาวนะ” อิงดาวเข้าไปอ้อนพ่อ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างทางให้พ่อฟัง ทำให้ทั้งเสียข้าวโพดและเสียเวลาจนเอาไปส่งเสี่ยเม้งไม่ทัน

แสงถามว่าแล้วไอ้บ้านั่นเป็นใครอิงดาวเองก็ไม่รู้ คาดว่าเป็นคนกรุงเทพฯขับรถราคาเป็นล้าน แสงฟังแล้วเบ้หน้า ด่าเป็นชุด...

“ไอ้พวกคนรวยก็แบบนี้แหละ เห็นแก่ตัว นิสัยเสีย จำไว้นะนังดาว ถ้าจะมีผัว อย่าเอาคนรวยมาทำผัวเด็ดขาด ข้าไม่ชอบ ข้า...”

อิงดาวเอามือปิดปากแน่นแล้วพูดแทนอย่างเดาใจพ่อออกว่า “ข้าชอบแบบครูณุ...รู้น่า พ่อพูดอย่างนี้มาเป็นชาติแล้ว” แสงเลยฝากอิงดาวให้บอกอิงจันทร์ด้วยว่าอย่าริหาผัวรวยเด็ดขาด พูดแล้วก็บ่น

“เฮ้อ...ไม่เคยกลับบ้านกลับช่อง คงลืมข้าลืมบ้านนี้ไปแล้ว”

อิงดาวฟังพ่อแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แสงถามว่ายิ้มอะไร เธอบอกว่ายิ้มดีใจที่พ่อพูดไม่หยุดแสดงว่าพ่อแข็งแรงแล้ว จากนั้นชวนเข้าบ้านเพราะจวนมืดแล้ว

ooooooo

รุ่งขึ้น พอแสงเงินแสงทองทาบขอบฟ้า สงกรานต์กับอู๋ก็พากันไปที่สวนส้ม ที่ดินที่เขาหมายมั่นปั้นมือจะซื้อให้ได้ เข้าไปเดินในสวนส้มจนแดดกล้า อู๋ถามว่ามาเดินทำไม สงกรานต์บอกว่านายแสงมีลูกสาว อู๋เห็นเหม่งกับหม่องก็ร้องเรียกถามว่าลูกสาวนายแสงอยู่ไหน

“เจ๊ไม่อยู่ครับ” เหม่งตอบ หม่องถามว่ามีอะไรกับเจ๊หรือ สงกรานต์รีบบอกว่าไม่มี ขอบใจแล้วเดินไปคุยกันอีกมุมหนึ่ง

“เจ๊เลยนะเว้ย” อู๋ทำหน้าสยองนิดๆ “เรียกเจ๊แบบนี้ สงสัยจะอ้วนเผละ ฟันเหยิน ตาหยี แกจะเสี่ยงเหรอไอ้กานต์”

สงกรานต์ฟังอู๋แล้วคิดหนัก

ooooooo

อิงดาวไม่อยู่ที่สวนส้มเพราะเอาส้มไปฝากครูวิษณุที่พ่อหมายตาจะได้มาเป็นลูกเขย เธอไปยืนดูวิษณุสอนเด็กๆที่ทั้งซนทั้งดื้อ แต่เขาก็มีวิธีหลอกล่อเด็กเสียอยู่หมัด อิงดาวชอบใจชมว่าเก่งจัง

“ณุไม่เก่งหรอก แค่เข้าใจธรรมชาติของพวกเขา ต้องรู้วิธีจูงใจ เด็กน่ะ...จูงใจง่ายกว่าผู้ใหญ่ตั้งเยอะ” วิษณุมองหน้าเธอเป็นนัย อิงดาวรู้แต่แกล้งทำเฉไฉ พูดให้กำลังใจเขาว่าปีนี้ต้องได้รางวัลครูดีเด่นแน่ๆ

เมื่อพากันออกมาที่รถมอเตอร์ไซค์เก่าๆของอิงดาวที่มีตะกร้าอยู่หน้ารถ เธอหยิบถุงส้มให้บอกว่าพ่อฝากมาให้ วิษณุรับถุงส้มพร้อมกับฝากขอบคุณพ่อด้วย

“ไปบอกเองเถอะ รายนั้นเขาทั้งรักทั้งห่วงณุยิ่งกว่าดาวอีก ดาวชักเริ่มสงสัยแล้วว่าดาวหรือณุกันแน่ที่เป็นลูกแท้ๆของพ่อ” พูดแล้วจะกลับแต่นึกได้ขอถ่ายรูปไปให้พ่อดูหน่อย เดี๋ยวพ่อจะหาว่าตนแฮฟส้มไว้ ว่าแล้วกอดคอวิษณุเข้าไปเอากล้องยื่นไปถ่ายรูป แต่พอรูปออกมามีแต่หน้าอิงดาวกับส้มเท่านั้น

ooooooo

สงกรานต์กับอู๋กลับมาพาโรสกับพวกนางแบบที่มากับอู๋ไปที่สวนส้มอีกครั้ง ทุกคนแต่งตัวอวดกันเต็มที่เดินไปเก็บส้มกินไปอย่างเพลิดเพลินราวกับเป็นสวนของตัวเอง ปอกเปลือกส้มทิ้งไปตามทาง จนเหม่งที่เดินตามมาดูบ่นว่า “ถ้าเจ๊อยู่โดนแน่”

“ใครโดนอะไร” เสียงอิงดาวถามขึ้น ไม่ทันที่เหม่งกับหม่องจะบอกอะไร อิงดาวก็โดนเปลือกส้มโยนแหมะมาลงที่หัวพอดี หันไปจึงเห็นสงกรานต์กับพวก เธอจำได้ทันที  “นั่นมันอีตาลุงบ้ากามกับแฟนมันนี่...เจอกัน!” ว่าแล้วเดินอาดๆไปหา หม่องกับเหม่งมองตาม พากันทำหน้าสยอง

ได้เรื่องจริงๆ! เมื่อพวกสงกรานต์เดินไปถึงสวนทุเรียน โรสร้องอย่างตื่นเต้นราวกับพบสิ่งมหัศจรรย์นอกโลกว่านี่

ต้นทุเรียนหรือ พลันก็ถูกลูกทุเรียนปามากลางวง ทำเอาวงแตกร้องกันลั่น สงกรานต์ถามฉุนๆว่า “ใครปามาวะ”

“ฉันปาเองเว้ย!” อิงดาวสะอึกออกไปเผชิญหน้า จากนั้นเปิดฉากอบรมสั่งสอนที่พวกสงกรานต์ทิ้งเปลือกส้มเรี่ยราด บรรยายสรรพคุณเปลือกส้มยาวเหยียด มองหน้าโรสแล้วสรุปว่า “เห็นรึยังว่าเปลือกส้มมันมีประโยชน์มากกว่าพวกคุณเสียอีก”

โรสทนฟังไม่ได้ร้องกรี๊ดแล้วเงื้อมือปราดเข้าไปตบ อิงดาวหลบโรสเลยถลาไปถึงริมท้องร่องทรงตัวไม่อยู่คว้าแขนนางแบบที่อยู่ใกล้ๆไว้ นางแบบคนนั้นคว้าแขนเพื่อนอีกคน แต่ก็ยังทรงตัวไม่อยู่เลยคว้าคนที่สามที่อยู่ใกล้กัน ผลปรากฏว่า ทั้งสี่ร่วงลงไปในท้องร่องเป็นพวง ร้องกันเจี๊ยวจ๊าวไปหมด

“มันจะมากไปแล้ว” สงกรานต์เดินเข้ามาจับแขนอิงดาวจะเอาเรื่อง แต่ไม่ทันตั้งตัวเขาก็ถูกอิงดาวผลักหงายลงไปในท้องร่อง อู๋ดูเพื่อนๆแล้วขำก๊ากเลยถูกอิงดาวผลักลงไปอีกคน

พวกที่ลงไปแช่ในท้องร่องเริ่มคันกันยุกยิก อิงดาวมองขำๆแล้วเดินกลับ

ooooooo

สงกรานต์กลับถึงบ้านที่กรุงเทพฯในสภาพ

ตัวแดงเป็นผื่นคันคะเยอ ราชศักดิ์ผู้เป็นพ่อเห็นสภาพลูกก็ไม่พอใจถามว่านอกจากไอ้ผื่นนี่แล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลยใช่ไหม

“พ่อบอกว่านายแสง เนาวรัตน์ คนนี้เข้าถึงตัวยากมันก็ต้องใช้เวลาและใช้สมอง” สงกรานต์ทำหน้าตาย ครั้นราชศักดิ์ถามว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน เขาตอบกวนกว่านั้นว่า “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” เลยโดนพ่อยกเท้ายันโครม!

สงกรานต์รู้ทางพ่อคว้าเท้าไว้ทันแล้วเขี่ยจั๊กจี้จน

ราชศักดิ์หัวเราะเอิ๊กๆ ร้องให้ปล่อย พอสงกรานต์ปล่อยตัวเองก็เลยเซแทบคว่ำ ด่า “ไอ้ลูกเวร...” แต่สงกรานต์วิ่งหนีออกไปแล้ว

สงกรานต์วิ่งออกไปชนรมิตาผู้เป็นพี่สาวและนภารัตน์ผู้เป็นแม่ พอทั้งสองเห็นผืนแดงๆที่ตัวสงกรานต์ก็ทำท่ารังเกียจ สงกรานต์บอกว่าตนตกท้องร่องน้ำสกปรกเลยเป็นผื่นคัน

นภารัตน์ได้ยินคำว่าท้อง ก็เลยคิดว่าเขาไปทำผู้หญิงท้อง สงกรานต์แกล้งแหย่แม่กับพี่สาวว่าดูๆไปทั้งสองคนก็ตึงดี ทำเอาทั้งสองยิ้มแก้มแทบปริ แต่พอสงกรานต์บอกว่าที่ว่าตึงน่ะ หูนะครับ พูดแล้วรีบเดินเลี่ยงไปก่อนจะโดนรุม ราชศักดิ์ได้ยินก็เดินหัวเราะออกมาชมลูกชายว่ามุกนี้เข้าท่า

แต่พอเจอสองแม่ลูกมองตาขวางก็แกล้งตะโกน

“นึกได้ว่ามีประชุมด่วน ไปนะ” นภารัตน์โกรธ ถามว่าทำไมต้องเสียงดัง ราชศักดิ์บอกว่าก็เห็นว่าหูตึง พูดแล้วก็เดินอมยิ้มออกไป

“ผู้ชายบ้านนี้มันเป็นยังไง กะล่อนทั้งบ้าน” นภารัตน์บ่นอย่างหงุดหงิด

ทั้งนภารัตน์และรมิตาถอนใจเฮือกๆอย่างอิดหนาระอาใจกับผู้ชายสองคนในบ้านนี้

หยอกพ่อแหย่แม่แล้ว สงกรานต์ก็ไปเล่นกับลูก คือปีใหม่ ที่เรียกตัวเองว่า “พี่ปี” ทุกคำ พ่อลูกเล่นกันอย่างสนุกสนาน สนิทสนม ดูแล้วทั้งน่ารักน่าทึ่งที่พ่อลูกเล่นกันได้ราวกับอยู่ในวัยเดียวกัน

ooooooo

อู๋ หรือเสี่ยอู๋มีน้องชายสุดที่รักคือเอี๋ยว หรือ วันทรงชัย เอี่ยมสกุล ทั้งสองเป็นลูกชายของพ่อแม่ที่เป็นเจ้าของร้านทอง

เอี๋ยวเป็นคนรักดนตรีร้องเพลงและเล่นกีตาร์ มีจีจี้ เป็นนักร้องหญิงคนเดียวของวง เขาเป็นที่รักของพ่อแม่ ดังนั้น ถ้ามีปัญหากับพ่อแม่ อู๋ก็มักจะลากเอี๋ยวไปเป็นเพื่อนและคุ้มกันตน

วันนี้อู๋ถูกพ่อเรียกไปพบด่วน เขาจึงดั้นด้นไปหาเอี๋ยวที่โรงเรียนอินเตอร์ที่เอี๋ยวกำลังร้องเพลงอยู่ หาทางพาเอี๋ยว

ออกมาได้แล้ว เอี๋ยวถามว่าป๊าเรียกกลับบ้านทำไม อู๋บอกว่าป๊าไม่ได้เรียกเอี๋ยวแต่เรียกตน ที่ต้องลากเอี๋ยวไปด้วยก็เพราะเชื่อว่า

“ป๊าเรียกด่วนแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่อง แกต้องไปกับเฮีย” พอเอี๋ยวถามว่าเกี่ยวอะไรกับตนด้วย อู๋ก็กอดคอน้องเอาใจ “ไอ้เอี๋ยว...อย่าลืมว่าแกเป็นตัวนำโชคประจำตระกูล มีแกไว้ใกล้ตัว เฮียก็อุ่นใจ เพราะถึงยังไงป๊าก็คงไม่กล้าหือกับตัวนำโชคของเรา” พูดแล้วยักคิ้วแผล็บกับน้อง

แม้เอี๋ยวจะไม่ชอบใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพี่ชายคล้องคอไว้แน่นเสียแล้ว

เมื่อเข้าไปพบป๊าที่บ้าน ฟังป๊าแล้วอู๋ลุกพรวดถามเสียงดัง

“ให้อั๊วปิดโมเดลลิ่งแล้วมาช่วยกิจการป๊าเนี่ยนะ...

ไม่มีทาง หัวเด็ดตีนขาดยังไงอั๊วก็ไม่ปิด ให้อั๊วไปอยู่ร้านทอง มีแต่อาม่า อากิ๋ม อาอี๊ อาโกวแก่ๆ อั๊วตายพอดี ป๊าอย่าลากอั๊วไปตกนรกเลยนะ อั๊วไหว้ล่ะ” อู๋ยกมือไหว้ท่วมหัว

ป๊ายอมไม่ปิดบริษัทโมเดลลิ่ง แต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่าเขาต้องไปดูตัว อู๋ตกใจหันไปมองเอี๋ยวอย่างขอความช่วยเหลือ แต่พอเอี๋ยวอ้าปาก ก็ถูกป๊าเบรกทันที

“อาตี๋เล็ก เรื่องนี้ป๊าต้องขอ อย่านึกว่าเอาอาตี๋เล็กมาด้วยแล้วอั๊วจะใจอ่อน เลือกเอาข้อ ก.ไปดูตัว หรือข้อ ข.ปิดโมเดลลิ่ง”

“ตายทุกข้อเลยเฮีย” เอี๋ยวกระซิบกับพี่ชาย อู๋ถอนใจเฮือกใหญ่พูดไม่ออก

ooooooo

คนที่ป๊าจะให้อู๋ไปดูตัวคือมดแดง หรือมานิตา อักษรโสภา ไฮโซสาวแก่นเซี้ยวคล่องแคล่ว เธอถูกพ่อและแม่กล่อมโดยยกเอาความกตัญญูและความรักที่เธอมีต่อพ่อแม่มาอ้าง ให้ไปดูตัวเช่นกัน

ถึงจะรักพ่อรักแม่และกตัญญูสักเพียงใด มดแดงก็รับไม่ได้ถามว่ายุคนี้แล้วยังจะจับตนคลุมถุงชนอีกหรือ แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมทำตามคำขอของพ่อแม่ แต่ก็มีวิธีเอาตัวรอดอย่างเจ็บแสบ

รุ่งขึ้นเธอแต่งตัวเตรียมไปดูตัวตามคำขอของพ่อกับแม่ เธอใส่ชุดกี่เพ้าแดงแจ๋ ผูกจุกผมกลมๆสองข้าง ทำผมม้าหน้าเต่อ แต่งหน้าทาปากทาแก้มแดงราวกับจะไปเล่นงิ้ว แม้ว่าพ่อกับแม่จะตกใจกับการแต่งตัวแต่พอเธอเร่งให้รีบไป ก็พากันไปก่อนที่ลูกจะเปลี่ยนใจ

สองฝ่ายนัดพบกันที่ร้านอาหารจีน

อู๋ไปกับป๊าเขาหวีผมเรียบแปล้ใส่แว่นดำนั่งสั่นขาเป็นกังวลจนป๊าต้องจับขาไว้ถามว่าสั่นทำไม ปวดฉี่หรือ อู๋ฉวย โอกาสขอไปเข้าห้องน้ำ ป๊าปรามว่าอย่าคิดหนี ไม่งั้นถูกตัดหัวไหว้เจ้าแน่

ฝ่ายมดแดงกับพ่อแม่มาถึงหน้าร้านอาหารพอดี มดแดงขอไปเข้าห้องน้ำก่อน พ่อกับแม่จึงเข้าไปรอข้างใน

อู๋ไปเข้าห้องน้ำปรากฏว่ากระดาษหมด เลยโผล่หน้าออกมา เจอมดแดงเดินเข้ามาพอดีเขาตกใจที่เห็นหน้าแดงเถือกของเธอ พอตั้งสติได้ก็บอกว่ากระดาษเช็ดมือหมดให้เอามาเติมด้วย

มดแดงเลือดขึ้นหน้าที่ถูกมองว่าเป็นพนักงานล้างส้วมด่าอู๋ว่าไอ้ตาถั่ว ส่วนอู๋ก็ด่ามดแดงว่ายัยผีจีน ทั้งคู่ด่ากันไปมา จนมดแดงทนไม่ได้เดินหนีเข้าห้องน้ำ อู๋จะตามไปทะเลาะต่อ ถูกมดแดงปิดประตูปังโดนจมูกอู๋เข้าเต็มๆจนร้องจ๊าก เธอยังอุตส่าห์เปิดประตูออกมาด่าส่งท้าย

“ฉันไม่ใช่ผีจีนนะเฟ้ย ไอ้คูโบต้า” ว่าแล้วปิดประตูอีกปัง โดนจมูกอู๋เต็มๆไปอีกรอบ

“โอยยยย จำไว้...ยัยผีจีน...” อู๋กุมจมูกโอดโอย

อู๋เดินกลับไปในร้าน เห็นป๊านั่งอยู่กับแม่มดแดง อู๋ชะงักกึกทำหน้าสยองถามตัวเอง

“นี่เหรอวะผู้หญิงที่ให้เรามาดูตัว ทำไมแก่งี้ล่ะ เผ่นดีกว่าเว้ย” ว่าแล้วอู๋ก็หลบแว้บหนีไป

ที่แท้พ่อของมดแดงก้มลงเก็บของที่หล่นบนพื้น อู๋เห็นแต่แม่มดแดงเลยเข้าใจผิด

ทุกคนรออู๋อยู่นาน จนป๊าต้องบอกว่าใจเย็นๆกำลังให้คนไปตามอู๋ที่ห้องน้ำ ไม่ทันไรก็มีพนักงานเดินเข้ามากระซิบสองสามคำ ป๊าหน้าถอดสีร้อง

“ไอ้หยา...เออ...ลูกชายอั๊ว...หนีไปแล้ว”

มดแดงโกรธสุดขีด ถึงไม่เต็มใจมาแต่ก็เสียหน้ามาก เธอกำมือแน่นด้วยความโกรธสุดๆ

ooooooo

มดแดงเป็นเพื่อนสนิทของอิงดาว ตกเย็นเธอไปหาอิงดาวที่สวน ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯนัก ขุดดินระบายอารมณ์จนเหนื่อยบ่นว่า ไม่น่าโง่ไปดูตัวกันเลย ทั้งอายทั้งขายหน้าที่ผู้ชายหนี พูดอย่างเจ็บใจว่า

“อย่าให้ฉันรู้นะว่าไอ้หมอนั่นหน้าตาเป็นยังไง ฉันจะแหกอกฆ่ามันให้ตาย”

อิงดาวหัวเราะขำๆเพื่อนที่ถือศีลไม่กินเนื้อสัตว์ แต่จะฆ่าคน ถามเพื่อนรักว่าแล้ววันนี้จะค้างที่นี่ไหม มดแดงไม่ทันตอบ เสียงครูณุก็แทรกเข้ามาว่า “ต้องค้างสิ มีน้ำพริกแมงดาของโปรดมดแดง ถ้าไม่ค้างอด...”

“โห...ครูณุ คนอะไรสุดหล่อ แสนดี แล้วยังรู้ใจอีกด้วย” มดแดงโผเข้ากอดคอครูณุอย่างสนิทสนม “นี่ ถ้าไอ้ดาวมันหยิ่งนัก ก็เปลี่ยนใจมารักมดแดงได้นะคะคุณครู”

ขณะทั้งสามกำลังคุยหยอกล้อกันอย่างร่าเริงนั่นเอง เหม่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอกอิงดาวว่าพ่อแสงแย่แล้ว อิงดาว ตกใจรีบวิ่งกลับไปที่บ้าน

พอทุกคนกลับไปถึงบ้าน เห็นเหม่งกับหม่องกำลังประคองแสงเอนลงที่เก้าอี้ แสงบอกทุกคนว่าไม่เป็นอะไรมาก เพียงแต่เอ็กเซอร์ไซส์มากไปหน่อยเท่านั้นเอง บ่นว่าถ้าอยู่เฉยๆขอตายไปเกิดใหม่ดีกว่า

อิงดาวเตือนพ่อว่าการคิดมากทำให้เครียดก็ทำให้เสี่ยงกับหัวใจวายได้เหมือนกัน แสงจึงบอกว่าตนมีเรื่องจะพูดด้วย มดแดงกับครูณุจึงหาเหตุลุกออกไปเพื่อพ่อลูกจะได้คุยกัน

แสงบอกอิงดาวว่าตนจะทำพินัยกรรมเพราะโรคที่เป็นอยู่จะไปวันไปพรุ่งก็ไม่รู้ ฉะนั้นต้องเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมเพราะไม่อยากให้ลูกทั้งสองต้องลำบากพอเห็นอิงดาวทำหน้าเศร้า แสงพูดให้สนุกว่า

“เอ็งจะเศร้าทำไมวะ เอ็งไม่เคยได้ยินเหรอ เขาว่าคนทำพินัยกรรมล่วงหน้า มันเหมือนเป็นการต่ออายุนะเว้ย”

อิงดาวเลยโผเข้ากอดพ่อไว้ บอกว่ารักพ่อมากที่สุดในโลก แสงทำให้บรรยากาศครึกครื้นด้วยการหยอกลูกว่า “ไม่ต้องมาทำซึ้ง น้ำเน่า...” สองพ่อลูกเลยหัวเราะเบาๆด้วยกัน

ooooooo

อู๋หนีการคลุมถุงชนได้ก็เร่งค้นหาดาวดวงใหม่เข้าโมเดลลิ่งต่อ บอกเอี๋ยวให้ช่วยหาเพื่อนในโรงเรียนเข้าสังกัดให้ด้วย ส่วนตัวเองก็ชวนสงกรานต์เข้าผับทำตัวเป็นแมวมอง

อิงจันทร์พามารินไปเที่ยวผับเพราะอยากให้เพื่อนเข้าสังคมแทนการเก็บตัวเพราะอายปานแดงครึ่งหน้าของตัวเอง ที่นี่ อิงจันทร์พบปะกับเพื่อนๆหลายคนโดยเฉพาะแมนที่เป็นผู้ชายนะยะ เลยนั่งคุยกันอย่างสนิทสนม

อิงจันทร์ถามแมนว่าไม่พาแฟนมาด้วยหรือ แมนบอกว่าตอนนี้ต้องห่างกันชั่วคราวเพราะแม่เริ่มระแคะระคายเลยหาชะนีมาให้ดูแลตน พูดถึงก็พอดีเกดเดินนวยนาดเข้ามา แมนขอให้อิงจันทร์ช่วยทำตัวเป็นแฟนตนหน่อย อิงจันทร์ช่วยเพื่อนเต็มที่เลยถูกเกดเขม่นเข้ามาท้าตบหาว่าแย่งแฟนตน

“เอาสิตบเลยจะได้รู้ว่าใครมือหนักกว่ากัน”อิงจันทร์ท้า เกดเลยไม่กล้า “จำไว้นะว่าแมนเขาเป็นของฉัน เลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว ถ้าฉันเห็นเธอมายุ่งกับแมนอีก เจ็บแน่” พูดแล้วก็ควงแมนออกไป

สงกรานต์ที่มองๆอิงจันทร์อยู่ ถึงกับบอกอู๋ว่าถ้าเจอผู้หญิงแบบนี้หลบให้ไกลเลย ไม่ไหวว่ะ

ooooooo

รุ่งขึ้น อิงจันทร์กับมารินต้องไปสัมภาษณ์งานแต่เช้า ทั้งสองไปที่บริษัทของสงกรานต์ที่นัดไว้ ระหว่างรออิง-จันทร์ปวดท้องขอไปเข้าห้องน้ำ มารินเลยนั่งรออยู่คนเดียว

ระหว่างนั้นมีหนุ่มๆในออฟฟิศสองสามคนมองมารินแล้วยิ้มให้ มารินหยิบหนังสือขึ้นบังหน้าเขินๆ หนุ่มๆเหล่านั้นเดินเข้ามาชวนคุย บางคนหยาบคายถึงกับดึงหนังสือในมือเธอออกเพื่อดูปานแดง

พอเห็นหน้าเธอเต็มๆทั้งสามก็หัวเราะพูดเย้ยๆว่าแบบนี้ยังกล้าออกจากบ้านหรือ กลับบ้านไปเลยดีกว่าเพราะที่นี่เขารับแต่คนหน้าตาดีๆเท่านั้น พวกนั้นพูดเสียจนมารินน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ

โชคดีที่สงกรานต์มาได้ยิน มาเห็น เขาถามสามหนุ่มว่าอยู่แผนกไหน พวกนั้นบอกว่าอยู่การตลาด

“คนทำงานฝ่ายการตลาดต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีวาทศิลป์ ผมไม่เข้าใจว่าฝ่ายบุคคลรับพวกคุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ในสายตาผมที่เป็นเจ้าของ ขอบอกว่า พวกคุณเก็บข้าวของแล้วออกไปจากที่นี่เสีย ผมไล่พวกคุณออก!”

สามหนุ่มหน้าซีดเผือด สงกรานต์หันไปจับแขนมารินพาเดินไป พลางขอโทษเธอที่แสดงอารมณ์โมโหให้เห็น มารินขอบคุณเขาที่ช่วยตนไว้แล้วจะเดินไป  สงกรานต์ถามว่าเธอไม่รอสัมภาษณ์งานแล้วหรือ

“ฉันรู้ตัวดีว่าฉันคงไม่ได้งานที่นี่หรอกค่ะ ไม่มีที่ไหนอยากรับคนหน้าตาน่าเกลียดอย่างฉันเข้าทำงานหรอก ฉันไม่ควรจะกล้าออกจากบ้านอย่างที่พวกนั้นพูดจริงๆน่ะแหละ”

สงกรานต์ถามว่าเธอมาสมัครงานตำแหน่งอะไร มารินบอกว่าพนักงานบัญชี เขาบอกทันทีว่า

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้คุณมาทำงานได้เลยนะครับ” เห็นมารินอึ้ง เขาย้ำ “พรุ่งนี้คุณมาทำงานได้”

“ขอบคุณมากนะคะ...ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ”

มารินยิ้มทั้งน้ำตา สงกรานต์ถามว่าเธอชื่ออะไร

“มาริน รักษ์ชีวินค่ะ”

“ผมสงกรานต์ ธนากุลครับ”

มารินอึ้งสนิท เมื่อรู้ว่าคนที่ช่วยตนและที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเวลานี้คือเจ้าของบริษัท เธอมองเขาด้วยแววตาซาบซึ้งประทับใจอย่างที่สุด

ooooooo

อิงจันทร์เดินกุมท้องออกจากห้องน้ำ เธอหน้ามืดจนเป็นลม โชคดีที่สงกรานต์ผ่านมาเจอ เขาประคองเธอพาขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล เมื่ออิงจันทร์รู้สึกตัว เธอถามพยาบาลว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“มีคนพาคุณมาค่ะ ดีขึ้นหรือยังคะ” พยาบาลถาม อิงจันทร์ถามถึงคนที่ช่วยตน พยาบาลบอกว่าผู้ชายคนนั้นกลับไปแล้ว “แต่เขาฝากเบอร์โทรศัพท์นี่ไว้ให้คุณ บอกว่าถ้าคุณฟื้นให้โทร.บอกเขาด้วย”

ระหว่างที่สงกรานต์อยู่ที่ลานจอดรถบริษัทนั้น มีโทรศัพท์เข้ามือถือเขาหยิบดูเห็นเป็นชื่อ “พี่ดาว” จึงรู้ว่าไม่ใช่โทรศัพท์ของตน แต่เป็นของอิงจันทร์ตกในรถขณะเขาพาส่งโรงพยาบาล

คุยกันอยู่ครู่หนึ่ง อิงดาวจึงรู้ว่าน้องไปอยู่โรงพยาบาล เธอตกใจ ถามอย่างไม่ชอบใจว่าแล้วทำไมไม่บอก ปล่อยให้พูดอยู่ตั้งนาน พอวางสายสงกรานต์ทำหน้าเหวอที่อยู่ดีๆ ก็ถูกว่าเอ๊า...ว่าเอา

อิงจันทร์ออกจากโรงพยาบาลก็เข้าตู้โทรศัพท์สาธารณะ โทร.บอกมารินว่าตนไม่เป็นอะไร เพียงแต่หิวข้าวมากไปหน่อยเท่านั้น บอกมารินให้กลับไปก่อนไม่ต้องรอ จากนั้นเธอโทร.ถึงสงกรานต์ตามเบอร์ที่เขาฝากไว้ให้

เมื่ออิงจันทร์กลับไปถึงบริษัทของสงกรานต์ เธอเข้าไปหางามแสงเดือนที่กำลังนั่งแต่งหน้าตัวเองอยู่ บอกว่ามาขอพบสงกรานต์เพราะเขานัดไว้

พอรู้ว่าเธอชื่ออิงจันทร์ งามแสงเดือนก็เบ้หน้าบอกว่าชื่อโบราณมาก ทันใดนั้นก็มีคนเรียก

“งามแสงเดือน มาเอาแฟ้มด้วย”

อิงจันทร์แอบยิ้มกับชื่อนั้น ได้ยินงามแสงเดือนบ่นที่บอกเพื่อนให้เรียกตนว่า “แซมมี่” ก็ไม่มีใครยอมเรียกสักที แล้วเธอกดอินเตอร์คอมส่งเสียงหวาน

“บอสขา...คุณอิงจันทร์มาแล้วค่ะ”

“เชิญเข้ามาเลย”

เมื่ออิงจันทร์เข้าไปพบ เธอขอบคุณเขาที่ช่วยและจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล สงกรานต์บอกว่าไม่ต้อง ถามว่าเธอมาที่นี่ทำอะไร และเป็นอะไร พอรู้ว่ามาสมัครงาน ที่เป็นลมเพราะปวดท้องตอนเช้าไม่ทันได้กินอะไร

สงกรานต์ถามว่าชื่ออะไร นามสกุลอะไร พอเธอบอกว่าชื่ออิงจันทร์ เนาวรัตน์ สงกรานต์ชะงักกึกกับนามสกุล “เนาวรัตน์” กดอินเตอร์คอมทันที

“คุณงามแสงเดือน ช่วยเอาใบสมัครงานของคุณอิงจันทร์ เนาวรัตน์ มาให้ผมด่วน” พูดแล้วหันมายิ้มกับอิงจันทร์ จนเธอสงสัยว่ายิ้มอะไร ยิ้มทำไม...

ooooooo

ตอนที่ 2

อ่านใบสมัครงานของอิงจันทร์แล้ว สงกรานต์เปรยๆว่าตนคุ้นกับนามสกุลเนาวรัตน์มากแต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน อิงจันทร์บอกว่าอาจจะไปคล้ายๆกับคนที่เขารู้จักก็ได้ สงกรานต์ไม่ติดใจถามว่าเธอมาสมัครงานตำแหน่งไหน

อิงจันทร์บอกว่าบัญชี ระหว่างนั้นเขาก็ยังอ่านใบสมัครงานของเธอ จนเจอชื่อแสง เนาวรัตน์เข้าก็ถึงกับอึ้ง พึมพำ “แสง เนาวรัตน์” อิงจันทร์ได้ยินไม่ชัดถามว่าเขาว่าอะไรหรือ สงกรานต์รีบปฏิเสธปากหวานไปตามประสาคนเจ้าชู้ว่าดีใจที่มีพนักงานสาวสวยมาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน แล้วยื่นมือไปตรงหน้า

“ยินดีต้อนรับเข้าทำงานนะครับ”

อิงจันทร์ดีใจสุดๆยื่นมือไปสัมผัสมือเขา สงกรานต์จับมือไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งยังมองหน้ายิ้มหวานให้จนอิงจันทร์เขินสะท้านไปทั้งตัว

สงกรานต์ขับรถไปส่งอิงจันทร์ที่บ้านเช่าหลังเล็กๆ ตกแต่งน่ารัก เธอขอบคุณเขาครั้งแล้วครั้งเล่าที่รับเข้าทำงานและมาส่ง สงกรานต์ขอเปลี่ยนเป็นพรุ่งนี้ทานข้าวด้วยกันได้ไหม

“ค่ะ” อิงจันทร์รับคำเขินๆแล้วเปิดประตูจะลงจากรถ เธอลืมปลดเซฟตี้เบลต์ เลยถูกกระชากจนผงะ เธอหันยิ้ม แหยๆกับเขา สงกรานต์จึงเอื้อมมือมาปลดเซฟตี้เบลต์ให้ ทำให้ใกล้ชิดกันมาก

อิงจันทร์รีบลงจากรถ หันมายิ้มให้สงกรานต์อีกที พอลงจากรถก็เขินจนหน้าแดงมองตามรถของสงกรานต์ไปใจเต้นระริก

ooooooo

อิงดาวมาคอยที่บ้าน บ่นกับมารินว่าทำไมป่านนี้น้องยังไม่กลับ ก็พอดีอิงจันทร์เดินเข้ามา สองพี่น้องโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ อิงจันทร์ถามพี่สาวว่ามาได้ไง มาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่โทร.บอก

“เอาคำถามแรกก่อนนะ พี่มาได้เพราะโทร.หาจันทร์แล้วเจอผู้ชายรับสายบอกว่าจันทร์อยู่โรงพยาบาล คำถามที่สอง พี่มาตั้งแต่ตอนเย็น ส่วนคำถามที่สาม แล้วทำไมไม่โทร.บอก จันทร์ก็ย้อนกลับไปคำถามที่หนึ่งเคลียร์!”

พออิงจันทร์บอกว่าเคลียร์ชัดเลย อิงดาวถามบ้างว่า ทำไมถึงไม่ยอมทานข้าวปลา ทำไมถึงไม่ดูแลตัวเองปล่อยให้เป็นลม โชคดีที่ผู้ชายคนนั้นพาเข้าโรงพยาบาลไม่ได้พาเข้าโรงแรม

“นี่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการด่าและต่อว่า” อิงจันทร์หยอกพี่สาว แล้วถามว่าคืนนี้จะค้างกับตนไหม

“แน่สิยะ จะให้กลับบ้านตอนดึกได้ไง เกิดอารมณ์เปลี่ยวขึ้นมากลางทางคนอื่นจะได้รับอันตราย”

อิงจันทร์กับมารินขำกิ๊ก...อิงดาวเข้าไปลูบผมน้องอย่างแสนรัก แสนห่วง

เมื่อเข้าครัวช่วยกันทำอาหารเย็น อิงดาวพูดขำๆ แถมหยอกน้องกับมารินว่า

“สองคนนี่เกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆ เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย แล้วยังมาทำงานที่เดียวกัน แผนกเดียวกันอีก แต่อย่ามาชอบผู้ชายคนเดียวกันนะ”

“ไม่มีทาง!!” สองสาวตอบพร้อมกัน

อิงจันทร์แหย่มารินว่า มารินสัญญาแล้วว่าจะอยู่บนคานเป็นเพื่อนพี่ มารินถามว่าถ้าผิดสัญญาพี่สาวจะโกรธไหม เลยถูกแซวว่าแอบมีกิ๊กแล้วหรือ มารินปฏิเสธพัลวันว่าไม่มี้...ไม่มี

อิงดาวหันมาถามน้องว่าผู้ชายคนที่ช่วยไว้ตอนเป็นลมนั้นเป็นใคร อิงจันทร์เขินไม่ยอมบอก เลยถูกพี่สาวดักคอว่าทำไมต้องหน้าแดง ชอบเขาแล้วใช่ไหม หล่อมากหรือชื่ออะไร

“ถ้าบอกแล้วเขาไม่ได้ชอบจันทร์ จันทร์ก็หน้าแตกน่ะสิ ไม่พูดแล้ว” อิงจันทร์ก้มหน้าก้มตาเด็ดผักแก้เขิน

ooooooo

ส่งอิงจันทร์แล้วสงกรานต์ไปหาอู๋ที่สตูดิโอเล่าเรื่องอิงจันทร์ให้เพื่อนรักฟัง อู๋ดีใจกับเพื่อนที่สุดท้ายก็หาจุดอ่อนของนายแสงเจอ ถามว่าสวยไหม พอรู้ว่าสวยก็จะให้พาเข้าโมเดลลิ่งตน สงกรานต์ปฏิเสธทันทีว่า “ไม่ได้เว้ย”

“แค่นี้ทำหวง ว่าแต่แกไม่สงสารผู้หญิงคนนั้นบ้างเหรอวะ ถ้าเขารู้ว่าแกจีบเขาเพราะอยากได้ที่ดิน เขาเสียใจตาย”

“แกจำผู้หญิงแรงๆที่เราเจอในผับวันก่อนได้ไหม คนนั้นแหละ ลูกสาวนายแสง อยู่ต่อหน้าฉันทำเป็นแอ๊บ ผู้หญิงแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอก นี่แกคอยดูนะ รับรองไม่เกิน 7 วันฉันต้องได้ที่ดินผืนนั้นมาให้พ่อแน่ๆ”

คืนเดียวกันนี้ อิงดาวนอนคุยกับอิงจันทร์ เธอบอกน้องว่าเห็นมีงานทำเอาตัวรอดได้ก็หมดห่วง อิงจันทร์เองก็พูดอย่างซึ้งใจว่าถ้าไม่ได้พี่เลี้ยงตนมาตั้งแต่เล็ก ตนก็ไม่ได้ดีจนถึงทุกวันนี้ พี่ก็เหมือนแม่ เพราะเลี้ยงตนมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้  พูดแล้วถามถึงพ่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง

อิงดาวจึงเล่าให้ฟังว่าพ่อไม่แข็งแรงเหมือนเก่า วันก่อนก็บอกว่าจะทำพินัยกรรมยกที่สวนที่ไร่ทั้งหมดให้ตน ส่วนที่ดินผืนที่ติดแม่น้ำยกให้น้อง

“จันทร์ไม่เอาหรอกพี่ดาว อยู่กับจันทร์ก็ไม่มีประโยชน์ พี่ดาวเก็บไว้เถอะ”พูดแล้วก็หาว ชวนพี่สาวนอนกันดีกว่า พอดับไฟ อิงดาวนึกได้หันบอกน้องว่าพรุ่งนี้จะไปส่งทั้งสองคนที่ทำงาน

ooooooo

เช้านี้ปีใหม่ตื่นสายไปไม่ทันโรงเรียน บอกให้เมี่ยงรีบไปบอกพ่อให้พาไปส่ง เพราะรู้ว่าครูที่โรงเรียนแพ้ความหล่อของพ่อถึงไปสายก็ไม่กล้าว่าอะไรตน

ส่งปีใหม่เสร็จสงกรานต์ไปที่ออฟฟิศ ขณะกำลังจอดรถก็ได้รับเมสเซจจากโรสอ้อนว่าคิดถึง ตอนนี้ตนอยู่ปารีสทั้งหนาวทั้งเหงา นัดว่าอีกสองวันกลับมาค่อยเจอกัน

อ่านเมสเสจเสร็จสงกรานต์ก็โทร.ถึงอิงจันทร์เตือนว่าเที่ยงนี้เรามีนัดกัน อิงจันทร์อยู่หน้าออฟฟิศกับพี่และเพื่อนตอบรับเขินๆพลางพากันเดินเข้าไปในตึก

อิงดาวจับสังเกตอยู่ถามน้องว่าใคร คนที่ช่วยเมื่อวานนี้ หรือเปล่า มารินก็กระเซ้าว่าลองโทร.หาแบบนี้แสดงว่าเขาต้องสนใจเธอแน่ๆ อิงจันทร์ยิ่งมีพิรุธ ตอบเขินๆว่าไม่รู้สิ ทำให้อิงดาวกับมารินยิ่งมั่นใจยิ้มให้กันแบบ...ชัวร์...

เมื่อพากันไปถึงโต๊ะทำงาน อิงดาวบอกน้องกับมารินว่าจะเอาต้นไม้มาให้วางบนโต๊ะเพราะเขาพูดกันว่าจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยในที่ทำงาน ทำให้ไม่เครียด

ระหว่างนั้นงามแสงเดือนเดินยักย้ายมามองด้วย

หางตาถามลอยๆว่าใคร อิงดาวย้อนถามว่า “แล้วเธอเป็นใคร” งามแสงเดือนมองเหยียดๆบอกว่าคงไม่ใช่คนแถวนี้ถึงไม่รู้จักตน

“เออ...ฉันรู้จักแต่ควาย แถวบ้านฉันมีแต่ควาย แต่จำใจต้องมาที่นี่เพราะน้องสาวมีกรรมต้องมาทำงานกับคนแถวนี้” อิงดาวพูดใส่หน้า จนงามแสงเดือนร้องกรี๊ดๆเรียกรปภ.ให้มาเอาตัวอิงดาวออกไป

“จันทร์ ริน ทำงานที่นี่ระวังติดเชื้อบ้านะ พี่ไปล่ะ” อิงดาวบอกน้องทั้งสองแล้วหันไปเสียงดังใส่งามแสงเดือนที่ยืนขวางอยู่ “หลีก!” งามแสงเดือนกระโดดหลีกแทบไม่ทัน แต่พออิงดาวออกไปแล้วก็หันมาสั่งอิงจันทร์กับมารินว่า

“ฮึ่ม!! จำไว้! ต่อไปนี้ห้ามพายัยคนนอกและบ้านนอกอย่างนั้นเข้ามาอีกเด็ดขาด!”

ooooooo

สงกรานต์ลืมเอาของขึ้นไปจึงรีบลงมาเอาที่รถ เข้าลิฟต์เจอกับอิงดาวเข้า ได้เรื่องอีกตามเคยเพราะเกิดลิฟต์ขัดข้องขณะทั้งสองอยู่ด้วยกัน สงกรานต์ร้องให้คนข้างนอกช่วยด้วย ส่วนอิงดาวตะโกนให้ช่วยด้วยตนไม่อยากติดอยู่ในนี้กับคนบ้ากาม

สงกรานต์ฉุนกึกขู่ว่าจะบ้ากามให้ดูจริงๆ อิงดาวร้องโวยวายขู่ว่าตนเรียนมวยไชยามา แล้วตั้งการ์ดเต้นฟุตเวิร์กไปมา จนสะดุดขาตัวเองล้ม สงกรานต์ตกใจโผเข้าช่วยโดยอัตโนมัติ ปากต่อปากเลยชนกันจ๊วบบบบ...

พอตั้งสติได้อิงดาวผลักเขาออกต่อยเปรี้ยงที่ปากทันที หาว่าเขาปล้ำแล้วจะตามซ้ำ

“ถ้าเธอทำร้ายฉันอีกทีเดียว ฉันจะปล้ำจริง จูบจริง ลองดูไหม”

โชคดีประตูลิฟต์เปิดออก เห็น รปภ.ยืนอยู่ อิงดาวร้องบอก รปภ.ว่าช่วยด้วย คนนี้มันจะปล้ำตนเรียกตำรวจจับเลย สงกรานต์เลยสั่ง รปภ.ให้เรียกตำรวจเลย

กลายเป็นว่าอิงดาวถูกตำรวจจับฐานทำร้ายร่างกาย มดแดงได้ข่าวรีบไปหาที่โรงพัก ถามว่าทำไมไม่แจ้งความกลับจับหมอนั่นเสียเลย

“จะแจ้งได้ไง ไอ้หมอนั่นมันเป็นเจ้าของบริษัทที่จันทร์ทำงาน ขืนฉันแจ้งความกลับ มีหวังจันทร์ถูกไล่ออกแน่ แล้วอีกอย่างเขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะ...เออ...จุ๊บๆฉันหรอก มันเป็นอุบัติเหตุ เพียงแต่ตอนนั้นฉันโกรธมากก็เลยทำรุนแรงไปนี้ดดดด”

“อ้าว...อย่างนี้ก็จบ หมดกัน แกนะแกไอ้ดาว เมื่อไหร่จะเลิกไอ้นิสัยบ้าบิ่นปี๊ดขึ้นไม่ดูหน้าดูหลังแบบนี้เสียทีหา! วันหลังต้องพาแกไปนั่งวิปัสสนาแล้วจะได้มีสติ”

“เจ้าประคู้ณณณณณ ชาตินี้ขออย่าให้ลูกได้เจอะได้เจอกับไอ้บ้านั่นอีกเลย เพี้ยง...” อิงดาวยกมือไหว้ท่วมหัว...

ooooooo

สงกรานต์มีเรื่องกับอิงดาว โมโหจนลืมอิงจันทร์ที่นัดจะไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน อิงจันทร์เห็นผิดเวลามากจึงมาหาเขาที่ห้องทำงาน  เห็นเขากำลังนั่งทำแผลที่ปากอยู่ เธอรีบเข้าช่วย พลอยไม่พอใจคนที่ต่อยปากเขาไปด้วย สงกรานต์บ่นว่าไม่คิดว่าจะเจอแม่นั่นอีกแต่ก็เจอจนได้

อิงจันทร์เล่าว่าพี่สาวตนสอนว่าถ้าไม่อยากเจอคนที่เราไม่ชอบก็ให้แผ่เมตตาคิดถึงคนคนนั้นแล้วเราก็จะไม่เจอเขาอีก ทำให้สงกรานต์รู้สึกว่าพี่สาวของเธอช่างเป็นคนดีเสียจริงๆ อิงจันทร์รับรองว่าถ้าเขาได้เจอต้องชอบแน่ๆ

เมื่อมีเหตุทำให้ไปทานกลางวันไม่ได้เช่นนี้ สงกรานต์เปลี่ยนเป็นกลางคืนแทน ขอร้องว่าอย่าปฏิเสธ เพราะถ้าเธอปฏิเสธตนคงนอนไม่หลับแน่ เขาอ้อนจนอิงจันทร์รับปาก

เหตุนี้เองทำให้สงกรานต์ต้องฝากให้เอี๋ยวกับจีจี้ไปรับปีใหม่ที่โรงเรียนแทนตน ปีใหม่ไม่ยอมกลับด้วย จนจีจี้เข้าไปกระซิบอะไรสองสามคำ ปีใหม่จึงยอมกลับอย่างกระตือรือร้น

เมื่อรับกลับมาถึงบ้าน ปีใหม่ทวงสัญญากับจีจี้ พอจีจี้ย่อตัวลงเอียงแก้มให้ ปีใหม่ยกมือถูจมูกตัวเองแล้วหอมฟอดหนึ่ง พอจีจี้ลืมตามอง ปีใหม่ยักคิ้วบอกว่า

“ตอนนี้พี่ยังเด็ก เอาแค่นี้ก่อน” ว่าแล้วยิ้มแฉ่งยกมือ “บาย...” ก่อนเดินเข้าบ้าน ทำเอาทั้งจีจี้และเอี๋ยวพากันขำความแก่แดดของปีใหม่

ooooooo

มารินทำงานด้วยความสดชื่น ก่อนเลิกงานเธอเขียนบนการ์ดรูปหัวใจว่า “ขอบคุณคุณสงกรานต์มากนะคะที่ให้โอกาสริน รินสัญญาว่ารินจะตั้งใจทำงานค่ะ...มาริน”

เขียนเสร็จมารินสอดการ์ดใส่ซอง หันมาเห็นอิงจันทร์กำลังเติมหน้า แซวเพื่อนรักว่ามีนัดกับหนุ่มปริศนาคนนั้นหรือ ทั้งสองหยอกเย้ากันประสาคนเพิ่งมีความรัก แต่แล้วทั้งคู่ก็ชะงัก เมื่อสงกรานต์เข้ามาเรียกอิงจันทร์ เลยทักมารินด้วย

“คุณรู้จักรินด้วยเหรอคะ” อิงจันทร์ถาม  สงกรานต์บอกว่าเจอมารินวันเดียวกับเธอ อิงจันทร์เล่าว่า “รินกับจันทร์เป็นเพื่อนกันจนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันเลยค่ะ”

สงกรานต์แสดงความยินดีที่ได้เจอกัน แล้วเร่งอิงจันทร์เพราะตนจองโต๊ะไว้ตอนทุ่มตรง อิงจันทร์หยิบกระเป๋าลุกขึ้น บอกมารินว่าไปก่อนนะ แล้วเดินเคียงคู่กับสงกรานต์ออกไป

มารินมองอึ้ง เมื่อทั้งคู่ออกไปแล้ว เธอมองการ์ดที่เขียนเมื่อครู่ในมือก่อนหย่อนลงถังขยะด้วยความรู้สึกเศร้าจนบอกไม่ถูก...

ooooooo

เพียงคืนแรกที่ไปทานอาหารกับสงกรานต์ อิงจันทร์ก็เคลิ้มจนใจสั่น เมื่อเขาเหมาทั้งร้านเพื่อทานกันอย่างส่วนตัว เขาชวนเธอไปเต้นรำในอ้อมกอดอบอุ่นใกล้ชิด จนอิงจันทร์ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

เมื่อขับรถไปส่งที่บ้าน เขากุมมือเธอขึ้นจุมพิต เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอประหม่าใจสั่นหวิวว่า

“ผมขอโทษ ผมห้ามใจไว้ไม่อยู่จริงๆ” พลางยื่นหน้าเข้าใกล้ “คุณรู้ตัวไหมว่าเป็นคนที่สวยมาก พรุ่งนี้วันหยุด ผมมารับนะครับ ผมอยากให้คุณจันทร์ไปที่ที่หนึ่งกับผม ตกลงนะครับ”

อิงจันทร์รับคำไปแบบแทบไม่รู้ตัว เขายื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มอย่างเสน่หา เธอไม่ได้ขัดขืน จนเมื่อลืมตามอง เขาเอ่ย “ฝันดีนะครับ” ก่อนขับรถออกไป

คืนนี้ อิงจันทร์มีความสุขมาก จนรู้สึกเหมือนลอยล่องอยู่ในความฝันอันงดงาม กุมแก้มที่ถูกหอมด้วยความรู้สึกที่ซาบซ่าน ผ่าวๆอยู่ในอารมณ์

ฝ่ายสงกรานต์ ส่งอิงจันทร์แล้วกลับไปเจอปีใหม่ยืนกอดอกรอลงโทษฐานที่เย็นนี้ไม่ได้ไปรับที่โรงเรียน สงกรานต์ยอมรับการลงโทษด้วยการให้ขี่หลังเป็นม้าควบไปรอบห้องจนเหนื่อยถามว่าพอหรือยัง

ปรากฏว่าปีใหม่หลับอยู่บนหลังไปแล้ว เขาเลยพาลูกเข้านอนแล้วตัวเองก็นอนกอดลูกอย่างอบอุ่น หลับไปด้วยกัน

ooooooo

ครูณุดูแลเอาใจใส่สุขภาพของแสง เขาตื่นแต่เช้าทำข้าวต้มมาให้แต่ไก่โห่ แสงพูดกับอิงดาวให้หัดทำกับข้าวกับครูณุบ้าง ผู้หญิงมีเสน่ห์ปลายจวักน่ะผัวรักจนตาย ไม่ใช่ทำเป็นอยู่อย่างเดียวคือไข่เจียว

ระหว่างกินข้าวต้ม แสงเลียบเคียงถามอิงดาวว่าไปกรุงเทพฯไม่เห็นเล่าอะไรให้ฟังบ้างเลย อิงดาวรู้ทันว่าพ่ออยากรู้ข่าวของน้องเลยดักคอว่าอยากถามเรื่องจันทร์ก็บอกมาเลย พอแสงทำเป็นไม่พอใจที่ถูกรู้ทัน อิงดาวเล่าว่าจันทร์สบายดี เพิ่งได้งานทำ พอรู้ว่าพ่อไม่สบายก็เป็นห่วง

“เป็นห่วงแต่ไม่เห็นโทร.มา”

“โทร.มาทีไรก็เจอพ่อด่า เรื่องไรน้องมันจะโทร.มาล่ะ เป็นดาว ดาวก็ไม่โทร.”

แสงวางช้อนลุกไปทันที ครูณุกับอิงดาวมองหน้ากันแล้วถอนใจ ต่อมาครูณุไปไร่กับอิงดาว เขาบอกว่าที่จริงลุงแสงรักจันทร์มาก อิงดาวเองก็รู้ บอกว่าพ่อกับจันทร์เหมือนกันเปี๊ยบคือทิฐิ ปากแข็ง ตนก็ไม่รู้จะทำยังไงให้สองคนนี้หันหน้ามาคุยกัน

ทั้งคู่คุยกันถึงความสัมพันธ์ที่ห่างเหินของพ่อลูกคู่นี้ แต่ครูณุก็ยังเห็นว่ายังไงจันทร์ก็ผิด เพราะเป็นเด็กควรเข้าหาผู้ใหญ่ ตนไม่ได้เกลียดอิงจันทร์ แต่ไม่ชอบที่เธอทำกับพ่ออย่างนั้น

ooooooo

ที่ที่สงกรานต์บอกว่าจะพาอิงจันทร์ไปดูนั้น คือที่ที่แสงยกเป็นมรดกให้เธอนั่นเอง เขาบอกเธอว่า พ่ออยากได้ที่ผืนนี้ไว้สร้างบ้านพักตากอากาศแต่เจ้าของเขี้ยวมาก ส่งใครมาติดต่อก็ถูกไล่กลับหมด

เกริ่นกับอิงจันทร์แค่นั้นแล้วชวนเธอกลับ อิงจันทร์รู้แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อออกมาแล้วเธอบอกเขาว่าที่ดินผืนนั้นเป็นของพ่อตน สงกรานต์รู้อยู่แล้วแต่แกล้งทำเป็นตื่นเต้น ตะลึงนึกไม่ถึง

จนเมื่อมาทานอาหารที่ร้านแถวนั้น เธอจึงบอกความจริงว่าพ่อยกที่ผืนนั้นให้ตนแล้ว สงกรานต์ยิ่งทำท่าตื่นเต้น แต่พอดีมีโทรศัพท์เข้า เขากดรับ

“ครับพ่อ ได้ครับ มันอยู่ในรถ พ่อรอเดี๋ยวนะครับ” พูดแล้วหันไปขอตัวกับอิงจันทร์สักครู่

ร้านเดียวกันนี้ อิงดาวเพิ่งขี่เจ้าไมเคิลควายคู่ใจเอาข้าวโพดมาส่งเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ส่งของเสร็จก็จูงเจ้าไมเคิลออกมา เห็นสงกรานต์กำลังมาที่รถของเขาพอดี เลยย่องไปแอบดูแอบฟัง

“เบอร์คุณเดชานะครับพ่อ” เสียงสงกรานต์คุยโทรศัพท์ บอกเบอร์โทรศัพท์คุณเดชา นิ่งฟังปลายสายแล้วตอบอย่างร่าเริงแจ่มใสว่า “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับพ่อ ผู้หญิงคนนั้นเสร็จเราแน่”

“ทั้งพ่อทั้งลูกเลยเหรอเนี่ย” อิงดาวพึมพำอย่างรังเกียจ หาทางแกล้งเอาคืนจากที่โดนตำรวจจับทันที เธอไปขอซื้อแกง

ที่พนักงานกำลังจะเอาไปเสิร์ฟลูกค้า ไปดักราดใส่สงกรานต์ทำเป็นอุบัติเหตุ

พอสงกรานต์เห็นหน้าเธอเต็มตาก็ของขึ้นทันทีสบถว่าทำไมต้องตามมาหลอกหลอนกันอีก อิงดาวถือว่านี่เป็นถิ่นของตนก็ยิ่งวางเขื่องข่ม ด่า แลบลิ้นปลิ้นตาหลอก ทั้งยังยุให้ไมเคิลไล่ขวิดให้สูญพันธุ์ไปเลย ทำให้สงกรานต์หนีควายจนตกปลักเลอะไปทั้งตัว

กลับมาที่โต๊ะเล่าให้อิงจันทร์ฟังว่าเจอผู้หญิงที่ต่อยตนในลิฟต์อีก บ่นว่าไม่รู้เวรกรรมอะไรของตนถึงมาเจอที่นี่อีก

อิงจันทร์ก็ได้แต่มองเขาอย่างเห็นใจ

เมื่ออิงดาวกลับไปถึงสวนก็ได้รับโทรศัพท์จากน้องบอกว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้าน เธอดีใจมากที่น้องจะได้กลับมาหาพ่อเสียที

แต่พออิงจันทร์กลับมาจริงๆก็ไม่สามารถเข้ากับพ่อได้ ต่างมีทิฐิจนแม้กระทั่งกินข้าวเย็นก็ยังร่วมโต๊ะกันไม่ได้

เมื่ออิงดาวเข้าไปคุยกับน้องในห้อง อิงจันทร์จึงบอกพี่สาวว่าตนเปลี่ยนใจเรื่องที่ดินที่เคยบอกว่าจะยกให้พี่แล้ว อิงดาวดีใจบอกน้องว่าตั้งใจจะคุยเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน

“เพราะถ้าพ่อรู้ว่าจันทร์ไม่อยากเอาไว้ล่ะมีหวังเสียใจ น้อยใจหนักเข้าไปอีก เก็บไว้เถอะนะ พ่อรักจันทร์มากและนี่ก็เป็นเพียงทรัพย์สมบัติอย่างเดียวที่พ่อมีและพ่อก็ยกให้จันทร์”

ooooooo

เมื่ออิงจันทร์บรรลุจุดประสงค์ที่กลับบ้านครั้งนี้แล้วคล้อยบ่ายก็จะกลับกรุงเทพฯย้ำกับพี่สาวว่าให้ช่วยจัดการเรื่องที่ดินให้ด้วย อิงดาวรับปากว่าทำเรื่องเสร็จจะโทร.ไปบอก เตือนใจน้องว่า

“จันทร์จำไว้นะว่าจันทร์เป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของพี่ พี่รักจันทร์มากนะ”

“จันทร์ก็รักพี่ดาวมากจ้ะ” อิงจันทร์กอดพี่สาวไว้ด้วยความรักเช่นกัน

สงกรานต์กระหยิ่มยิ้มย่องเล่าผลงานที่ตนทำไว้ให้พ่อฟัง ราชศักดิ์ตบบ่าลูกชายหัวเราะชมเปาะว่าสุดยอดจริงๆ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ยุลูกชายว่า

“ถ้างั้นพรุ่งนี้ชวนหนูอิงจันทร์มากินข้าวที่บ้าน  เราต้องทำให้เขาไว้ใจ เขาจะได้เต็มใจขายที่ผืนนั้นให้โดยที่เราไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลย”

“พ่อนี่สุดยอดกว่าผมอีก แล้วพี่ปีล่ะพ่อ ถ้าจันทร์เจอพี่ปีล่ะ บรรลัยแน่” สงกรานต์ห่วงความรู้สึกของลูกชาย สุดท้ายเขาอนุญาตให้ปีใหม่ออกไปช็อปปิ้งไม่อั้น แต่ให้เมี่ยงเป็นคนพาไป แค่นี้ก็สับหลีกได้สบายๆ

ooooooo

อิงดาวเข้ากรุงเทพฯเพื่อซื้อของ แวะมาที่บ้านเช่าเจอมาริน พอรู้ว่าน้องไปกินข้าวกับผู้ชายคนนั้นก็แปลกใจ ตกใจ คาดว่าทั้งสองคงจะเป็นแฟนกันเร็วๆนี้แน่ ถามมารินว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร ก็พอดีถูกพ่อโทร.เข้ามาย้ำเรื่องของที่ฝากซื้อ เลยไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร

สงกรานต์รับอิงจันทร์ไปที่บ้าน ให้เธอนั่งรอที่ห้องรับแขกแล้วขอตัวไปตามพ่อกับแม่ซึ่งอาจจะดูทีวีอยู่อีกห้องหนึ่ง

เพียงสงกรานต์คล้อยหลังไป พาสันสามีจอมเจ้าชู้ของรมิตาพี่สาวสงกรานต์กลับมาพอดี พอเห็นอิงจันทร์เท่านั้นก็หลีใส่ทันที โกหกอิงจันทร์ว่าตนเป็นพี่ชายของสงกรานต์

ขณะกำลังขายขนมจีบให้อิงจันทร์อยู่นั่นเอง รมิตาที่ตามจิกผัวไม่ให้คลาดสายตา ตามมาเจอพาสันกำลังจีบอิงจันทร์ เธอพรวดเข้าไปบิดหูด่าลั่น

“ไอ้อ้วน...เดี๋ยวนี้กล้าพาอีหนูเข้ามาในบ้านเหรอหา!”

พาสันร้องโวยวายให้ปล่อย รมิตายอมปล่อยหูแต่ข่วนหน้าเข้าอย่างจัง เสร็จแล้วหันไปตบอิงจันทร์จนหน้าหันขณะจะตามซ้ำ สงกรานต์เข้ามาพอดีร้องห้ามเสียงหลงอ้างว่าอิงจันทร์เป็นแฟนตน แล้วเข้าไปโอบอิงจันทร์ไว้ จนเธออึ้งกับคำอ้างและการกระทำของเขา

เมื่อเหตุการณ์สงบ รมิตาขอโทษอิงจันทร์ที่เข้าใจผิด ราชศักดิ์ก็โอ๋เอาใจถามว่าเจ็บมากไหม จะไปหาหมอไหม ระหว่างนั้นพาสันจะย่องหนี ถูกรมิตาสั่งให้นั่งลง พาสันหันกลับมาหน้าจ๋อยนั่งจ๋อง

“หนูจันทร์อย่าไปสนใจเลยนะ คู่นี้เขาหยอกกันแรงๆ แบบนี้เสมอแหละ แม่ว่าเราไปทานข้าวกันดีกว่า หิวแล้ว” นภารัตน์พูดแก้เกี้ยวแล้วจูงมืออิงจันทร์พาเดินออกไป

ระหว่างนั้นราชศักดิ์เขาไปตบบ่าลูกชายชมว่าแน่จริงๆ สามวันทำให้ผู้หญิงศิโรราบได้

“คราวนี้ก็เหลือพ่อกับแม่แล้วนะครับว่าจะเล่นละครได้ดีแสนดีจนทำให้จันทร์เขายอมขายที่ผืนนั้นให้เรารึเปล่า”

ราชศักดิ์พูดอย่างมั่นใจว่า อย่าลืมว่าแม่เขาเป็นดาราตุ๊กตาทองสามปีซ้อน ไม่ต้องห่วง

ระหว่างทานอาหารด้วยกัน ทั้งราชศักดิ์และนภารัตน์ต่างยกยอปอปั้นเล่นละครเอาอกเอาใจอิงจันทร์เต็มที่ จนอิงจันทร์รู้สึกอบอุ่นมาก

ooooooo

เมี่ยงมีหน้าที่พาปีใหม่ไปช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า ไปเจอสถาบันลดความอ้วนที่พนักงานมีแต่สาวสวยขาวผ่องก็สนใจ ฟังโฆษณาอึดใจเดียวก็อยากลดน้ำหนักเพราะทางร้านบอกว่าฟรี ระหว่างนั้นปีใหม่มาสะกิดขอสตางค์ไปกดไข่ เมี่ยงกำลังใจจดจ่อกับเรื่องลดความอ้วนเลยส่งกระเป๋าสตางค์ให้ไป

ปีใหม่คว้ากระเป๋าสตางค์วิ่งตื๋อไปทันที

อิงดาวกับมารินไปเดินซื้อของในห้างหิ้วกันพะรุงพะรัง อิงดาวบอกให้มารินเอาของกลับไปก่อนเพราะตนต้องไปซื้อของที่จตุจักรอีก แล้วค่อยเจอกันที่บ้านเย็นนี้

ปีใหม่ออกไปริมถนนมองหาแท็กซี่แต่ไม่มีมาจึงลงจากทางเท้าชะเง้อมอง ทันใดนั้นมีรถแล่นมาบีบแตรดังลั่นทำให้ปีใหม่ตกใจ พริบตานั้นมีมือมาดึงปีใหม่เข้าไปกอด แล้วหันไปด่ารถคันนั้น

“เบรกไม่เป็นรึไงวะ”แล้วถามปีใหม่ “น้องเป็นไงบ้าง”

อิงดาวนั่นเอง เธอก้มมองเห็นปีใหม่เหมือนยังช็อกอยู่ แต่ที่แท้ปีใหม่ตะลึงในความสวยของเธอจนพูดไม่ออก พอเขย่าตัวจนได้สติ อิงดาวถามว่าพ่อแม่อยู่ไหนทำไมมายืนตรงนี้คนเดียว

“แม่อยู่บนสวรรค์ พ่อทำงานอยู่ครับ”

อิงดาวถามจนรู้ว่าปีใหม่มากับพี่เลี้ยงแต่พลัดหลงกัน พอถามว่าชื่ออะไร ปีใหม่เล่นแง่ว่าให้เธอบอกชื่อตัวเองก่อน อิงดาวบอกว่า พี่ชื่อดาว ปีใหม่จึงบอกว่าตนชื่อปีใหม่ แต่เรียกสั้นๆว่า“พี่ปี”ก็ได้

อิงดาวจะพาไปส่งบ้าน ปีใหม่อ้างว่าพ่อไม่ให้ยุ่งกับคนแปลกหน้าจนกว่าจะได้แลกเบอร์กันก่อนเพราะถ้าเรามีเบอร์ของกันและกันแล้ว ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป อิงดาวบอกว่าไปถึงบ้านแล้วจะให้

ooooooo

ที่บ้านสงกรานต์ หลังทานอาหารกันแล้วเป็นธรรมเนียมว่าต้องร้องคาราโอเกะเป็นการย่อยอาหาร อิงจันทร์เขินไม่กล้าร้อง รมิตาจึงร้องนำแล้วชวนอิงจันทร์ร้องด้วยกัน

ที่หน้าบ้าน อิงดาวพาปีใหม่มาส่งที่หน้าบ้านพร้อมกับจดเบอร์โทรศัพท์ใส่มือไว้ให้ ปีใหม่โบกมือให้อิงดาวอย่างมีความสุขที่คนสวยมาส่งถึงบ้าน แต่พอก้าวเข้าบ้านก็ชะงักกับเสียงร้องคาราโอเกะ ย่องไปดู

พอเห็นอิงจันทร์เท่านั้น ปีใหม่จำได้ พึมพำอย่างเจ็บใจ “เจ้าหญิงใจร้าย”คิดหาทางแก้เผ็ดทันที ตรงไปเทน้ำสีๆลงในถังที่มีปืนฉีดน้ำติดอยู่ สะพายกลับมาที่ห้องรับแขก

พอดีอิงจันทร์กับสงกรานต์กำลังร้องเพลงคู่กันอยู่  ปีใหม่ยิ่งแค้นยิ่งเกลียด วิ่งเข้าไปฉีดน้ำสีใส่ทันที ทำเอาทุกคนตกใจร้อง กันวี้ดว้าย สงกรานต์ตรงเข้ามาจับลูกชายดุว่า “พี่ปีทำอะไร!”

สงกรานต์พาปีใหม่ไปดุข้างนอกถามว่าทำไมทำกับเพื่อนพ่อแบบนี้ ปีใหม่บอกว่าเขาเป็นแม่มด ที่ทำแบบนั้นเพราะอยากช่วยพ่อ

สงกรานต์บังคับปีใหม่ให้เข้าไปขอโทษอิงจันทร์ ปีใหม่จำต้องขอโทษอย่างเสียไม่ได้ พอขอโทษเสร็จก็แลบลิ้นปลิ้นตาหลอก รมิตาพูดออกตัวว่าแย่จังเลยเด็กคนนี้

“จันทร์ไม่ได้เป็นอะไรมาก อย่าไปดุลูกเลยนะคะ”

รมิตาบอกว่าไม่ใช่ลูกตน สงกรานต์จึงบอกว่า “ลูกผมเองครับ” ทำเอาอิงจันทร์มองขวับด้วยความตกใจ

ooooooo

เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ สำหรับคาสโนว่าฆ่าไม่ตายจอมกะล่อนอย่างสงกรานต์ เขาพาอิงจันทร์ไปปรับความเข้าใจกันที่สนามหญ้า เล่าว่าตนแยกทางกับแม่ของปีใหม่ตั้งแต่ปีใหม่ได้ขวบเดียว ตอนนี้แม่ปีใหม่ก็มีครอบครัวใหม่แล้ว ถามอ้อนว่า รังเกียจพ่อม่ายอย่างตนไหม

ฟังแล้วอิงจันทร์เห็นใจ เข้าใจ ถามย้ำว่าแล้วที่เขาบอกรมิตาว่าตนเป็นแฟนนั้น หมายความว่า...

“ผมหมายความตามนั้นจริงๆครับ สำหรับผมแล้ว ถ้าเจอคนที่ใช่ก็คือใช่ ผมรักคุณนะครับคุณจันทร์”

เพียงเท่านั้นเขาก็ได้ใจจากอิงจินทร์ไปเต็มๆ เมื่อขับรถไปส่งเธอที่บ้าน อิงจันทร์บอกเขาว่า

“ขอบคุณสำหรับความอบอุ่นที่คุณกับครอบครัวมอบให้จันทร์นะคะ จันทร์ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอคนดีๆแบบคุณ วันนี้จันทร์มีความสุขมาก จันทร์รักคุณนะคะคุณสงกรานต์ รักมากๆเลยด้วย” พูดแล้วเป็นฝ่ายหอมแก้มสงกรานต์จนเขาผงะ อิงจันทร์มองเขาทั้งรักทั้งเขิน

ขณะสงกรานต์ขับรถออกไปนั้น สวนกับอิงดาวที่นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามาแต่ทั้งคู่ไม่เห็นกัน อิงดาวเห็นอิงจันทร์กำลังจะเข้าบ้าน ถามว่าใครมาส่ง แฟนหรือ อิงจันทร์ทำเป็นตกใจร้องเสียงแหลม

“ว้าย...อะไรอ่ะ มีแฟนก่อนพี่ได้ไง” แล้วเข้าไปกอดคอพี่สาวเดินเข้าบ้าน

จนกลางคืนขณะเข้าห้องนอนด้วยกัน อิงดาวเอาซองโฉนด ให้น้อง อิงจันทร์ดีใจมากบอกว่าถ้าตกงานจะกลับไปปลูกผักกับพี่ที่บ้าน

คุยกันอย่างสนุกสนานครู่หนึ่ง อิงดาวบอกน้องว่าอยากไปเจอว่าที่น้องเขยหน่อย จะได้ดูโหงวเฮ้งว่ารักน้องสาวตนจริงหรือเปล่า อิงจันทร์รับรองว่าถ้าได้เจอพี่จะต้องชอบเขาแน่ๆ

ooooooo

เสี่ยอู๋หนีคลุมถุงชนมาได้ แต่มาตายน้ำตื้น เมื่อไปดูรถที่โชว์รูมรถนำเข้า  แทนที่จะสนใจรถ กลับจีบพนักงานขาย จนพนักงานหาทางปลีกตัว อู๋วางมือถือไว้บนโต๊ะแล้วเดินดูรถพลางๆ

โชว์รูมนี้เป็นของมดแดง พนักงานขายเข้าไปรายงานพฤติการณ์ของอู๋ มดแดงจึงออกมาจัดการเอง พอเห็นหน้าอู๋มดแดงรู้สึกคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน พอดีอู๋ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

จังหวะนั้นโทรศัพท์ของอู๋ดังขึ้น มดแดงหยิบดูถึงกับผงะ เมื่อปรากฏรูป “ป๊า” ของอู๋พร้อมคำว่า “พ่อ”

“เฮ้ย...หรือว่าไอ้หมอนี่คือ...”

พอดีอู๋กลับมา เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก อู๋รับสาย “มีอะไรป๊า...อั๊วกำลังทำงานอยู่” มดแดงมองแล้วมั่นใจทันทีว่าอู๋ต้องเป็นคนที่ตนไปดูตัวแล้วทำให้ตนเสียหน้าด้วยการหนีหายไปเสียเฉยๆแน่ๆ

เมื่อแลกนามบัตรกัน มดแดงทำทีชวนเย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกัน อู๋มองเหวออย่างคิดไม่ถึง แต่ความกะล่อนทำให้บอกมดแดงไปได้อย่างแนบเนียนว่า

“คุณมานิตานี่ใจตรงกับผมเลยครับ ผมว่าจะชวนอยู่พอดี งั้นผมจะโทร.มานัดเวลาและสถานที่อีกครั้งนะครับ”

“ฉันโทร.ไปนัดเองดีกว่าค่ะ” มดแดงเสนอ พออู๋ตกลงยิ้มกริ่มก่อนเดินออกไป มดแดงมองตามพึมพำ “เสี่ยอู๋...ฉันจะทำให้แกเป็นเสี่ยเอ๋ง...เอ๋ง...เลยคอยดู หึ!”

ooooooo

ตอนที่ 3

พักกลางวัน สงกรานต์จูงมืออิงจันทร์เดินออกมาเพื่อไปทานข้าวกันตามนัด อิงจันทร์บอกเขาว่านัดพี่สาวมาทานข้าวด้วยจะได้เจอกัน สงกรานต์ยินดี เต็มใจ

งามแสงเดือนนั่งเอาหนังสือพิมพ์บังหน้าแอบดูอยู่ พอเห็นสงกรานต์จูงมืออิงจันทร์ผ่านไปก็รีบยกโทรศัพท์กดถึงโรสทันที

ตอนที่ 4

ครูณุไปซื้ออาหารมา ส่งถุงอาหารให้เหม่งเอาไปใส่จานแล้วถือโทรศัพท์ของอิงจันทร์ที่เธอลืมไว้ที่โต๊ะเอาไปให้เธอเพื่อจะบอกว่ามีคนโทร.มา

อิงจันทร์ทั้งตกใจทั้งดีใจถามว่าใครโทร.มา พอกดดูเบอร์ที่โทร.เข้าเห็นเป็นเบอร์ของสงกรานต์ เธอรีบโทร.กลับ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 16:29 น.