สมาชิก

คู่แค้นแสนรัก

ตอนที่ 18

อิงจันทร์ เตรียมงานแต่งงานให้อิงดาวให้ผิดแผกแปลกใหม่ไปจากงานแต่งทั่วไป เธอถือแฟ้มเตรียมงานมากางตรงหน้าอิงดาว แสง เหม่ง กับหม่องพลางอธิบาย

“งานแต่งงานของพี่ดาว จะจัดในธีมคาวบอยนะคะ”

เหม่งกับหม่องชะโงกหน้าเข้ามาดู เห็นภาพชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวแนวคันทรี่ก็เฮชอบใจ แต่พอนึกได้เหม่งถามว่า อิงดาวกับครูณุแต่งงานกันนะไม่ใช่ไปขี่ม้าล่าสัตว์ หม่องก็ทำนิ่วหน้าถามว่าทำไมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวถึงใส่รองเท้าบูตล่ะพี่

“ก็แล้วทำไมเราต้องทำเหมือนใครด้วย งานแต่งงานของพี่ดาว จันทร์ว่าเราน่าจะจัดกันในสวนส้ม บรรยากาศสบายๆไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก เนี่ยเป็นงานแต่งงานในฝันของจันทร์เลยนะคะ พ่อกับพี่ดาวว่าไง” อิงจันทร์ชี้แจงแล้วถามพ่อกับพี่สาว

แสงบอกว่าไม่เลว แปลกดี แต่อิงดาวนิ่งเงียบ พออิงจันทร์ถามความเห็นก็ตอบแบบขอไปทีว่า

“พี่ยังไงก็ได้” พูดแล้วถูกน้องกับพ่อติงว่ามันเป็นงานแต่งงานของตัวเอง อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะเป็นเจ้าสาวแล้ว อิงดาวตอบอย่างไม่มีชีวิตจิตใจว่า “ก็ดาวคิดอะไรไม่ออกนี่พ่อ เอางี้ จันทร์ไปถามณุดูแล้วกัน ถ้าณุโอเค พี่ก็โอเค ดาวไปทำงานก่อนนะ” พูดจบก็ลุกไปเลย

อิงจันทร์มองตามพี่สาวแล้วถอนใจ ส่วนแสงมองตามไปอย่างสงสัย

ooooooo

ที่บ้านสงกรานต์ มารินทำอาหารบริการทุกคน ในบ้านสุดฝีมือ เสร็จแล้วยังมาตักโน่นตักนี่ให้ที่โต๊ะอาหารอีก บอกทุกคนที่นั่งมองกันอย่างแปลกใจว่า

“ทานเยอะๆเลยนะคะ ถ้าหมดรินทำให้ใหม่ได้ รินเตรียมของมาเยอะเลยค่ะ”

โรสยกอาหารขึ้นมาดมๆ ถามว่าใส่อะไรลงไปรึเปล่า มารินยิ้มหวานบอกว่าตนไม่ใช่คนร้ายกาจที่จะทำอะไรแบบนั้น ตนก็แค่อยากทำอะไรให้ทุกคนก่อนที่จะไปเท่านั้น

“คุณรินลาออกแล้วครับ” สงกรานต์บอกเมื่อเห็นทุกคนทำหน้างงๆ

“คราวนี้คงไว้ใจรินแล้วนะคะ ทานเถอะค่ะ” มารินยิ้มให้ทุกคน

สงกรานต์นึกได้ถามว่าปีใหม่หายไปไหน ถามเมี่ยง เมี่ยงบอกว่าปีใหม่ไม่หิว มารินอาสาจะไปตามให้ สงกรานต์รีบบอกว่าอย่าเลย เพราะปีใหม่เข้ากับคนยาก

“แต่ส่วนมากเด็กๆจะรักรินนะคะ พี่ปีอยู่ห้องไหนคะ” ถามแล้วมารินก็เดินยิ้มไป

พอมาถึงห้อง เห็นปีใหม่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียง มารินเดินยิ้มไปเปิดผ้าห่มพบปีใหม่ก้มหน้างุดคุดคู้อยู่ แค่เรียกเบาๆปีใหม่ก็สะดุ้งโหยงรีบถอยลงจากเตียง ดูยังไม่หายสยองกับท่าทางมารินเงื้อมีดไล่ให้ออกจากครัว

มารินบอกให้ลงไปทานข้าว ปีใหม่บอกว่าไม่หิว ถูกมารินจับตัวหมับพูดหวานจนน่าสยองว่า

“ไม่หิวก็ต้องทานนะลูก นี่มันเป็นเวลาทานข้าวแล้ว” ปีใหม่บอกอีกครั้งว่าตนไม่หิวไม่อยากกิน แล้วก็ต้องผวาเมื่อถูกมารินจิกแขนหมับ  “คุณแม่บอกว่าไง จำได้ไหม อย่าดื้อ เราจะได้อยู่กันสบายๆไปนะครับ”

ปีใหม่ทำตาปริบๆไม่กล้าขัดขืน ถูกมารินพาจูงออกจากห้องไปที่โต๊ะอาหาร บอกให้นั่งข้างๆตน ปีใหม่ทำตามอย่างว่าง่ายจนทุกคนมองอย่างแปลกใจ มารินตักข้าวให้ ตักกับข้าวให้ ปีใหม่ก็ก้มหน้าก้มตาทานอย่างแสนจะเรียบร้อย ใครๆที่โต๊ะอาหาร เลยไม่เป็นอันทานข้าว พากันมองปีใหม่ด้วยสีหน้างงๆ

ถึงงงมาก

ooooooo

วันนี้ มดแดงไปหาอิงดาวที่สวนส้ม พอเจอหน้ากันก็ไม่พูดไม่จาเอาแต่ถอนใจเฮือกๆเดินตามไปดูอิงดาวทำงานที่สวน ก็ยังเอาแต่ถอนใจ จนอิงดาวถามว่าเป็นอะไรถึงได้เอาแต่ถอนใจไม่หยุด

คำตอบคือการถอนใจเฮือกใหญ่ ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ก็ถอนใจอีกเฮือก อิงดาวเลยตัดบท

“ถ้าแกยังไม่เลิกถอนใจ ฉันจะไล่แกกลับบ้านเดี๋ยวนี้” มดแดงเลยบ่นว่าเพื่อนใจดำ อิงดาวถามว่าพูดได้แล้วหรือ ตกลงเป็นอะไรแน่ มดแดงลังเล ถอนใจอีกครั้งก่อนบอกว่า

“เสี่ยอู๋บอกรักฉัน” อิงดาวตาโตบอกว่าดีสิ เพื่อนจะได้เลิกโหนคานเสียที “ดีบ้าอะไร...ไอ้เสี่ยเอ๋งพูดก็เพราะกลัวฉันไปบอกป๊าเรื่องที่เขาโกหกต่างหาก”

“อ้าววว...ถ้าแกรู้ว่ามันเป็นแบบนี้ แล้วแกมานั่งถอนใจทำไม” ถามแล้วเพื่อนเงียบ อิงดาวคิดหาเหตุผล แล้วตัวเองก็ตกใจร้องเสียงดัง “เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าแกรักเสี่ยอู๋จริงๆ...จริงเหรอเนี่ย”

มดแดงร้องไห้โฮลั่นสวน ยอมรับว่า “ฉันไม่อยากรักไอ้เสี่ยบ้านั่นเลยอ่ะดาว...ฉันจะทำยังไงดี...โฮๆๆ ฮือๆๆ”

มดแดงร้องไห้ไม่หยุด อิงดาวได้แต่กอดเพื่อนไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

แสงบัญชาการให้เหม่งกับหม่องจัดเก็บข้าวของเตรียมสถานที่ไว้สำหรับจัดงานแต่งงาน ทำไปบ่นไปว่าไม่รู้จะมีของอะไรมากมายนักหนา เต็มบ้านไปหมด

เหม่งถามว่าจะรีบไปอะไรนักหนา  งานแต่งมีตั้งเดือนหน้า แสงเร่งให้ทำเสียจะได้จบๆกันไป แล้วตัวเองก็ช่วยเก็บของไปด้วย

บังเอิญไปเจอโทรศัพท์มือถือของอิงดาววางอยู่ หยิบดูบ่นๆว่า “นังดาวลืมมือถือ” แต่มือตัวเองไพล่ไปกดถูกปุ่มอะไรเข้า ที่หน้าจอเลยโชว์ภาพสงกรานต์สอนปีใหม่ขี่จักรยาน...ภาพอิงดาวซ้อนจักรยานของสงกรานต์ ภาพหน้าสงกรานต์ยิ้มอย่างมีความสุข

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีภาพอิงดาวเล่นกับปีใหม่อย่างสนุกสนาน ภาพเมี่ยง สงกรานต์ อิงดาวกับปีใหม่ถ่ายด้วยกันราวกับภาพครอบครัว

แสงเห็นภาพเหล่านั้นแล้วนิ่งอึ้ง สีหน้าเป็นกังวลขึ้นทันทีกับความรู้สึกที่มีต่อภาพเหล่านั้น...

ooooooo

เมื่ออิงดาวบอกให้น้องเอาแผนจัดงานแต่งไปถามครูณุ อิงจันทร์เอาแฟ้มนั้นไปให้ครูณุดู ครูณุกลับบอกว่าถ้าเธอโอเค ตนก็โอเค

“นี่มันงานครูกับพี่ดาวนะไม่ใช่งานแต่งงานฉัน ครูกับพี่ดาวเป็นอะไร ทะเลาะกันเหรอ” อิงจันทร์สงสัยมาก ครูณุหันมองหน้าอิงจันทร์เต็มตาก่อนบอกด้วยแววตาปวดร้าวว่า

“พี่สาวคุณไม่ได้รักผมอีกต่อไปแล้ว เขารักนายสงกรานต์” อิงจันทร์ตกใจถามว่าเอาอะไรมาพูด “ผมพูดเรื่องจริง และนี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่ผมจะไม่แต่งงานกับดาว พี่สาวคุณเขาไม่รู้ใจตัวเองและผมก็จะไม่ทนอีกแล้ว ผมจะบอกดาวให้ยกเลิกงานแต่งงาน”

“ไม่ได้นะ ครูจะทำแบบนั้นไม่ได้” อิงจันทร์เสียงดัง ครูณุถามว่าทำไม อิงจันทร์ตอบเสียงอ่อยว่า “เพราะฉันไม่อยากรู้สึกผิดยังไงล่ะ ครูต้องแต่งงานกับพี่ดาว ครูต้องแต่งงานกับพี่สาวฉัน ได้ยินไหม”

สีหน้าอิงจันทร์จริงจังจนครูณุพูดไม่ออก

ooooooo

ที่บ้านโรส เจ้าตัวกับงามแสงเดือนกำลังเอาแก้วไวน์ชนกันฉลองที่เขี่ยอิงดาวจากสงกรานต์ได้ งามแสงเดือนอวยพรโรสให้ได้สมรักกับสงกรานต์

งามแสงเดือนวางแผนว่าถ้าโรสออกจากวงการเมื่อไรตนขอเสียบแทน แล้วยกแก้วไวน์จะชนแต่แล้วก็ชะงักเมื่อมีเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น ครู่หนึ่งคนใช้เข้ามาบอกว่า “มีคนมาหาคุณโรสค่ะ”

ทั้งสองออกไปเปิดประตูรั้ว เห็นคนใส่ชุดดำยืนหันหลังให้อยู่ ขณะทั้งสองกำลังมองอย่างแปลกใจนั่นเอง คนชุดดำก็หันกลับมาเอาน้ำกรดสาดใส่ทันที โรสรีบหลบไปอยู่ข้างหลังงามแสงเดือน น้ำกรดเลยถูกงามแสงเดือนเข้าเต็มๆแล้วคนชุดดำก็รีบขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไป

งามแสงเดือนโวยวายว่าหน้าเละหมดแล้ว แบบนี้จะไปเป็นนางแบบได้ยังไง โรสรีบเข้ามาดู บอกงามแสงเดือนว่าหยุดร้องไห้ได้แล้ว เพราะหน้าไม่ได้เป็นอะไรเลย ดูๆแล้วบอกว่ามันเป็นน้ำกรดปลอม

“แล้วใครกันที่เอาน้ำกรดปลอมมาสาดคุณโรส แสดงว่ามันต้องคิดไม่ดีกับคุณโรสแน่ๆ” งามแสงเดือนวิเคราะห์ทำเอาโรสนิ่งอย่างกังวล

ooooooo

อิงดาวกลับมาหาโทรศัพท์มือถือไม่เจอ ครู่เดียว แสงก็เอามายื่นให้ตรงหน้าบอกว่า “เอ็งลืมไว้” อิงดาว รับไปอย่างโล่งใจกดเปิดคลิปแต่ไม่มี แสงสังเกตอยู่ถามว่าหาอะไร อิงดาวทำเนียนบอกว่าไม่มีอะไรแต่พึมพำแปลกใจว่ามันหายไปได้ยังไง

“เอ็งหมายถึงไอ้คลิปวีดิโอที่เอ็งถ่ายนายสงกรานต์กับลูกของมันไว้ใช่ไหม” แสงถาม อิงดาวตกใจถามพ่อว่าแอบดูหรือ “ข้าไม่ได้แอบ แต่มือไปโดนแล้วมันก็เปิดขึ้นมาเอง...เอ็งเก็บมันไว้ทำไมนังดาว”

อิงดาวปดว่าลืมลบ แสงดักคอว่าลืมลบหรือไม่อยากลบ พูดแล้วถอนใจดังๆพูดให้ลูกคิดว่า

“นังดาว...การแต่งงานมันคือความฝันสูงสุดของคนที่รักกัน เอ็งอยากให้มันเป็นฝันดีหรือว่าฝันร้ายมันขึ้นอยู่ที่ตัวเองนะ” พูดแล้วเดินออกไปเลย อิงดาวมองตามพ่อเริ่มคิด เครียดขึ้นมากับคำเตือนนั้น

ooooooo

เอี๋ยวที่สับสนกับใจตัวเองเรื่องที่เห็นแบ๊งค์อยู่กับจีจี้ เช้านี้มาเล่นบาสแก้เซ็ง แล้วก็ยิ่งเซ็งเมื่อเห็นจีจี้มากับแบ๊งค์ เสียสมาธิจนถูกลูกบาสเด้งใส่หัวแล้วกลิ้งไปหยุดตรงหน้าแบ๊งค์ เอี๋ยวรู้สึกเสียหน้ามาก

จีจี้บอกว่าวันนี้แบ๊งค์จะมาดูพวกเราซ้อมดนตรี เพราะเขามีวงของตัวเองที่อเมริกา

แบ๊งค์ยิ้มจริงใจให้แต่เอี๋ยวมองอย่างไม่ชอบหน้า  แบ๊งค์ดูออกเลยหาทางวัดใจเอี๋ยว ด้วยการปล่อยลีลาเล่นบาสอย่างสวยงาม ชู้ตอย่างแม่นยำ เหมือนจะหยามเอี๋ยว ทำให้เอี๋ยวยิ่งเสียหน้า หัวเสีย ทั้งคู่เล่นบาสอย่างจงใจข่มกัน จนจีจี้สงสัยว่าสองคนนี้จะทำอะไรกัน

ถูกแบ๊งค์แสดงฝีมือหักหน้ามากเข้า เอี๋ยวฉุนขาดเลยเดินออกจากสนามเสียเฉยๆ จีจี้ถามแบ๊งค์ว่าคิดจะทำอะไร แบ๊งค์ตอบยิ้มในหน้าว่า

“แค่อยากรู้ว่าหมอนั่นคิดกับเธอยังไง แล้วฉันก็พอรู้แล้ว”

เมื่อเข้าไปซ้อมดนตรีโดยมีแบ๊งค์เข้าไปนั่งดูด้วย เอี๋ยวทนดูแบ๊งค์ส่งยิ้มให้จีจี้ไม่ไหวเลิกเล่นเสียกลางคันอ้างว่าหิว เอกเลยชวนไปกินข้าวเที่ยงกัน หันไปชวนแบ๊งค์ด้วย เอี๋ยวเลยยิ่งเซ็งที่หนีไม่พ้นเสียที

ระหว่างเข้าไปกินพิซซ่ากันนั้น แบ๊งค์แกล้งบอกจีจี้ว่ากินให้เป็นผู้หญิงหน่อย ต้นอดไม่ได้บอกว่าคงมีแต่แบ๊งค์คนเดียวนี่กระมังที่มองจีจี้ว่าเป็นผู้หญิง แบ๊งค์เลยคุยอวดว่า

“เห็นแข็งๆแบบนี้แต่จริงๆจี้หญิงมากเลยนะ ยังเคยถักเสื้อไหมพรมให้ฉันเลย”

เอี๋ยวหูผึ่งมองจีจี้อย่างคาดไม่ถึง เลยคิดถึงคำพูดของอิงดาวที่เคยบอกเขาว่าถึงยังไงจีจี้ก็เป็นผู้หญิง ขอให้เอี๋ยวปฏิบัติกับจีจี้เหมือนอย่างที่ผู้ชายทำกับผู้หญิง ทำให้เอี๋ยวเริ่มมองจีจี้ด้วยสายตาหนึ่งที่เปลี่ยนไป

ระหว่างนั้น ต้นกับเอกขอตัวไปเข้าห้องน้ำ บรรยากาศที่โต๊ะเลยตึงๆ ทุกคนเงียบไม่มีใครคุย แบ๊งค์เลยขอตัวไปโทรศัพท์ พอแบ๊งค์ลุกไป เอี๋ยวถามจีจี้ว่า

“แฟนแกเหรอ” จีจี้ถามว่าถามทำไม “ถ้าหมอนั่นเป็นแฟนแก ก็แสดงว่ามีปัญหาทางสายตาและสมอง ถึงเลือกแกเป็นแฟน”

“การที่ฉันบอกว่าชอบแก มันทำให้แกเกลียดฉันมากขนาดนี้เลยหรือ” คำถามนี้ทำเอาเอี๋ยวอึ้งแต่วางมาดปากแข็งไม่ตอบ “แกไม่ต้องห่วง อีกไม่นานแกก็จะไม่ได้เจอฉันอีกแล้ว เพราะเดือนหน้าฉันจะไปอยู่กับพ่อแม่ที่อเมริกา”

แม้เอี๋ยวจะนิ่งอึ้งตะลึงงัน แต่ก็ยังทำวางมาดพูดเหมือนไม่แยแสว่า “ถ้างั้น ฉันคงต้องหาคนมาแทนแก” ทำให้จีจี้ฟังแล้วน้อยใจจนบอกไม่ถูก

ooooooo

ที่โชว์รูมของมดแดงกำลังมีการถ่ายโฆษณา มดแดงบอกช่างภาพว่าไม่อยากให้นางแบบเด่นกว่าตัวรถ ช่างภาพรับรองว่านางแบบที่เลือกมาวันนี้ไม่ได้เลือกซุปเปอร์โมเดลแค่เอาคนที่หน้าตาใช้ได้มา

นางแบบที่ว่าคือโรสิตา หรือโรสนั่นเอง พอมดแดงเห็นเท่านั้นถึงกับอึ้งตกใจ ส่วนโรสเห็นมดแดงก็ถามอย่างดูถูกว่า “ทำงานที่นี่หรือ ตำแหน่งแม่บ้านหรือพนักงานขายล่ะ”

“เจ้าของ” มดแดงตอบนิ่งๆแต่ทำเอาโรสหน้าเจื่อนไม่รู้จะทำอย่างไรเลยเร่งช่างภาพให้รีบถ่ายเพราะนางแบบพร้อมแล้ว พลางรีบไปโพสท่าที่รถ ช่างภาพหันมายิ้มแหยๆกับมดแดง เธอบอกเขาว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้สันดานยัยนี่ดี”

ถ่ายแบบเสร็จโรสรีบกลับอย่างไม่อยากสู้หน้ามดแดง แต่ความรีบทำให้ขาดความระมัดระวัง เดินออกไปถึงหน้าโชว์รูมก็ถูกรถคันหนึ่งพุ่งเข้าชนจนสลบ หัวแตก เลือดอาบ มดแดงรีบวิ่งมาดู

เมื่อพาโรสส่งโรงพยาบาล อู๋รู้ข่าวรีบมาเห็นเสื้อผ้ามดแดงเปื้อนเลือดก็พุ่งเข้ามาถามว่าเธอก็เจ็บเหมือนกันหรือ พอรู้ว่าเปื้อนเลือดโรส และโรสอยู่ในห้อง อู๋ถามอย่างสงสัยว่าโรสถูกรถชนได้ยังไง ซึ่งมดแดงก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ อู๋จึงรีบเข้าไปหาหมอที่เพิ่งเดินออกจากห้องโรส ถามว่าโรสเป็นยังไงบ้าง

“ขาหัก หัวแตก แต่อาการโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ หมอเช็กละเอียดแล้ว”

มดแดงกับอู๋มองหน้ากันถอนใจโล่งอกที่โรสปลอดภัย

แต่เมื่อโรสออกมาอยู่ที่ห้องพักคนป่วย ก็โวยวายกับพยาบาลจะกลับบ้านท่าเดียว อู๋จึงเข้าไปช่วยคุยให้ ถามว่าเจ็บขนาดนี้จะกลับบ้านได้ยังไง

“มีคนพยายามจะฆ่าโรส” โรสจับแขนอู๋พูดอย่างตระหนก เห็นอู๋กับมดแดงมองหน้ากัน โรสยืนยันว่า “ฉันพูดจริง วันก่อนมีคนมาหาฉันที่บ้านพอฉันออกไป มันก็เอาน้ำกรดสาดฉัน แต่โชคดีที่เป็นน้ำกรดปลอม พอมาวันนี้ก็มีคนขับรถชนฉันอีก

ฉันว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วแน่ๆ ฉันกลัวเสี่ย...ฉันกลัว ฉันไม่อยากตาย”

อู๋ปลอบให้ใจเย็นๆ โรสบอกว่าเย็นไม่ไหวแล้ว ขอร้องให้เขาไปแจ้งความตำรวจขอความคุ้มครองตนด้วย โผเข้ากอดอู๋ไว้อย่างหาที่พึ่ง

“น้ำกรดปลอม...โดนรถชน...” มดแดงพึมพำอย่างเอะใจ

ขณะเดินกลับออกมากัน อู๋บอกว่าสงสัยโรสจะได้รับความกระทบกระเทือนที่สมองเลยเพ้อไปเรื่อย ใครจะมาลอบฆ่าเธอ แต่มดแดงติงว่า บางทีโรสอาจจะพูดจริงก็ได้ อู๋ยังไม่เชื่ออยู่ดี

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้าน มดแดงโทรศัพท์คุยกับอิงดาว เล่าเรื่องที่เกิดกับโรสให้อิงดาวฟัง ตั้งข้อสังเกตว่า

“ก่อนหน้านั้นก็โดนสาดน้ำกรดปลอม แกคุ้นๆกับสองเหตุการณ์นี้ไหมดาว”

“โรสโดนเหมือนที่ฉันเคยโดนมาก่อน”

“แต่สลับกัน ตอนนั้นแกโดนรถชนก่อนแล้วถึงโดนสาดน้ำกรดปลอม” มดแดงลำดับให้ฟัง อิงดาวบอกว่ามันคงบังเอิญกระมัง มดแดงแย้งจริงจังว่า

“ความบังเอิญมันถูกลิขิตมาแล้วดาว...แกคิดดูสิ พอแกเลิกยุ่งกับนายสงกรานต์ ก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นกับแกอีก บางทีคนที่ทำร้ายโรสอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่ทำร้ายแก และนายสงกรานต์คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด”

ฟังมดแดงวิเคราะห์แล้ว อิงดาวก็อดกังวลใจไม่ได้

ooooooo

เมื่อสงกรานต์ไปเยี่ยม โรสกอดเขาไว้แน่นขอให้อยู่กับตนเพราะมีคนจะเข้ามาทำร้ายตนอีก สงกรานต์บอกว่าเธอคิดมากไปเอง ให้ตั้งสติหน่อย แล้วขอตัวกลับ เพราะมีประชุม แต่ยังให้กำลังใจว่าถ้ามีอะไรโทร.หาตนได้ตลอดเวลา

สงกรานต์ออกจากห้องโรส มีสายตาคู่หนึ่งแอบดูอยู่ พอเขาเดินพ้นไปแล้ว เจ้าของสายตาคู่นั้นก็ออกจากซอกที่ซ่อนเดินไปที่ห้องโรสทันที

โรสได้ยินเสียงฝีเท้านึกว่าสงกรานต์กลับมา แต่พอหันดูก็ตกใจเพราะกลายเป็นมาริน ถามอย่างตกใจมากว่า รู้ได้ยังไงว่าตนอยู่ที่นี่ มารินเดินเข้าหายิ้มจิตๆบอกว่า

“ทำไมฉันจะไม่รู้ ฉันเป็นคนขับรถชนแกเอง” โรสแทบช็อก มารินเดินเข้ามาบีบปากจนโรสเจ็บ ถามเสียงอู้อี้ว่าจะทำอะไรตน มารินจ้องจิกพูดลอดไรฟันเสียงเหี้ยมว่า

“ถ้าแกยังยุ่งกับคุณสงกรานต์ แกจะไม่ได้เจอแค่น้ำกรดปลอม และแกจะไม่แค่นอนเดี้ยงที่โรงพยาบาล แต่แกต้องเสียโฉมและอยู่อย่างทรมานเหมือนฉัน”

โรสอ้อนวอนมารินอย่าทำอะไรตนเลย ตนกลัวแล้ว แต่หัวใจเหี้ยมของมารินไม่สะดุ้งสะเทือนเลย ยื่นคำขาดกับโรสว่า ต้องสาบานก่อนว่าจะเลิกยุ่งกับสงกรานต์อีก

ครั้นโรสยอมสาบาน มารินก็มีข้อแม้เพิ่มอีกว่า “แกต้องหายไปจากชีวิตของคุณสงกรานต์ด้วย”

“ตกลง ตกลง ฉันยอมทำตามที่เธอพูดทุกอย่าง เธอปล่อยฉันไปได้แล้วนะ”

มารินค่อยๆปล่อยมือจากโรส พริบตานั้นโรสผลักมารินจนหงายหลังแล้วรีบกดปุ่มเรียกพยาบาลปากก็ตะโกน “ช่วยด้วย มีคนจะฆ่าฉัน ช่วยด้วย”

มารินหยิบปืนจากกระเป๋า โรสเห็นปืนก็เงียบสนิท พยาบาลเปิดประตูเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่มีอะไรค่ะ พอดีคุณโรสฝันร้ายน่ะค่ะ ใช่ไหมคะคุณโรส” มารินถลึงตาใส่ โรสจำต้องพยักหน้ารับ พยาบาลจึงเดินออกไป พอพยาบาลไปแล้วเท่านั้น มารินก็กระชากผมโรสอย่างแรง คำรามเบาๆ

“นังงูพิษ คิดว่าฉันไม่กล้าฆ่าแกรึไง!!”

โรสร้องขออย่าทำอะไรตนเลย มารินยิ้มรับ แต่รอยยิ้มนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าแววตาเหี้ยมของเธอ

ooooooo

มดแดงไปลากอิงดาวมาเยี่ยมโรสด้วยกัน เอาไป เป็นเพื่อนเผื่อคนที่ทำร้ายโรสโผล่มาจะได้ช่วยกันได้ อิงดาวถามขำๆ เคืองๆว่า “อ๋อ...เอาฉันมาตายด้วยว่างั้นเหอะ”

“เออ...” มดแดงตอบเหมือนจะถามว่าแล้วมีอะไรไหม พลางพาเดินไปที่ห้องโรส เจอพยาบาลเปิดประตูออกมาพอดี มองเข้าไปไม่เห็นใครอยู่บนเตียง มดแดงพึมพำ

“อย่าบอกนะคะว่าโรสโดนฆ่าตายไปแล้ว”

พยาบาลได้ยินเลยชี้แจงว่า โรสออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว อิงดาวถามว่าทำไมออกเร็วจัง

“จริงๆก็ยังออกไม่ได้หรอกค่ะ แต่ญาติคนไข้บอกว่าจะพากลับไปรักษาตัวที่บ้าน”

“ญาติ?!” อิงดาวทวนคำงงๆ มองหน้ามดแดงต่างก็แปลกใจ ว่าใครคือญาติของโรส

ทั้งสองรีบไปที่บ้านโรส เจองามแสงเดือนอยู่ที่นั่น แม่นั่นตั้งป้อมทันที ถามว่ามาทำไม พออิงดาวบอกว่ามาหาโรส ก็ตอบห้วนๆว่า “คุณโรสไม่อยู่” มดแดงอ้างว่าโรงพยาบาลบอกว่าญาติรับโรสกลับบ้านแล้ว

“ไม่จริง เมื่อเช้าคุณโรสเพิ่งโทร.มาสั่งให้ฉันเอาของที่บ้านไปให้เขาอยู่เลย แล้วอีกอย่างคุณโรสไม่มีญาติอยู่เมืองไทย พ่อแม่พี่น้องคุณโรสอยู่ที่ญี่ปุ่นหมด” พูดแล้วนึกได้งามแสงเดือนรีบเอามือปิดปากตัวเองบ่นว่า พูดอะไรไปมากมาย เพราะสองคนนี้สนิทกับมาริน

“มันเกี่ยวอะไรกับริน”  อิงดาวเอะใจ ตะล่อมถาม  จนงามแสงเดือนเล่าเรื่องที่เกิดกับโรสและตนเองให้ฟัง อิงดาวถามอย่างไม่เชื่อว่า “รินเนี่ยนะ ตบเธอกับโรส”

“ใช่ มันทั้งตบทั้งถีบเลยล่ะ นังนั่นมันร้ายกาจกว่าที่พวกแกคิด” งามแสงเดือนทำท่าสยอง มดแดงไม่เชื่อ เพราะมารินเรียบร้อยมากแม้แต่มดสักตัวก็ยังไม่เคยฆ่า “แกรู้ได้ไงว่ามันไม่เคยฆ่ามด แกอยู่กับมันตลอด 24 ชั่วโมงเหรอ...นังมารินมันเก็บกด พอมันเก็บนานๆเข้า  มันก็ระเบิดจนเป็นบ้าแบบนี้ยังไงล่ะ”

ฟังงามแสงเดือนแล้ว มดแดงกับอิงดาวหันมองหน้ากันอึ้งๆ เมื่อพากันกลับ มดแดงก็ยังไม่อยากเชื่อ อิงดาวเองก็ไม่เชื่อบอกมดแดงว่าอะไรที่หลุดจากปากงามแสงเดือนเราจะเชื่อมากไม่ได้

“แล้วถ้าเกิดรินเป็นอย่างยัยนั่นเล่าจริงๆล่ะ คนที่น่าเป็นห่วงคือคุณสงกรานต์นะ” มดแดงฉุกคิดขึ้นมา พอดีมีโทร.เข้ามือถือ มดแดงกดรับ เป็นสายจากลูกค้าที่นัดกันไว้ เขามารอครึ่งชั่วโมงแล้ว มดแดงเลยขอแยกกับอิงดาว อิงดาวเร่งให้เพื่อนรีบไป ไม่ต้องเป็นห่วงตน


พอมดแดงแยกไปแล้ว อิงดาวก็ได้รับโทรศัพท์จากมาริน นัดพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

ooooooo

ฝ่ายปีใหม่ถูกมารินคุกคามจนกลายเป็นคนเงียบ เก็บกด ไม่ยอมกิน ไม่พูดกับใคร จนสงกรานต์สงสัย พยายามเอาใจ ปะเหลาะถามว่าเป็นอะไร ปีใหม่ก็ไม่ยอมพูด หนักเข้าก็ถามพ่อว่า

“บอกไปแล้วพ่อจะเชื่อพี่เหรอ” สงกานต์ถามว่าไม่เชื่อลูกแล้วจะให้เชื่อใคร “ก็ผู้หญิงไง พ่อเชื่อผู้หญิงมากกว่าลูก”

สงกรานต์แทบสะอึกกับความรู้สึกของลูก ชี้แจงว่านั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้พ่อเปลี่ยนแล้ว หว่านล้อมให้ปีใหม่เล่าว่าเป็นอะไร ปีใหม่จึงเอาปืนฉีดน้ำที่ถูกมารินฟาดกับพื้นจนพังมาให้ดู

“คุณมารินทำปืนฉีดน้ำลูกพังเหรอ” สงกรานต์สะเทือนใจ

“ใช่ พี่คนนั้นเป็นแม่มด เขาเอาปืนของพี่ไปฟาดกับพื้นจนแตก แล้วเขาก็เรียกพี่ว่าลูก เรียกตัวเองว่าแม่ พี่ว่า พี่คนนั้นต้องเป็นบ้าแน่ๆเลยพ่อ”

สงกรานต์นิ่งอึ้ง คิดถึงวันที่มารินสารภาพรักกับตนแล้วใจคอไม่ดี

ooooooo

มารินโทร.นัดอิงดาวไปพบกันที่ร้านกาแฟ  เธอไปถึงก่อนสั่งกาแฟมาสองแก้ว แอบใส่ยาลงในแก้วหนึ่ง รอจนอิงดาวมา ก็พูดออกตัวว่า

“รินถือวิสาสะสั่งกาแฟให้พี่ดาวเลยนะคะ”

“ขอบใจจ้ะริน รินมีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกพี่เหรอ” อิงดาวนั่งลงสบายๆยกกาแฟขึ้นดื่ม

“รินมาลาพี่ดาวค่ะ” มารินเริ่มเล่า อิงดาวถามว่าจะลาไปไหน “รินลาออกจากบริษัทคุณสงกรานต์แล้วค่ะ แล้วรินก็ได้งานใหม่แล้ว รินต้องไปทำงานทางใต้ค่ะ รินคงไม่ได้เจอพี่ดาวบ่อยๆ”

อิงดาวถามว่าทำไมกะทันหันจัง แล้วบอกอิงจันทร์หรือยัง มารินเลยฝากอิงดาวช่วยบอกด้วย

“ได้สิ แล้วนี่รินจะไปเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ค่ะ แต่ก่อนไปรินอยากขออะไรพี่ดาวอย่างได้ไหมคะ” อิงดาวถามว่าอะไรพลางยกกาแฟขึ้นดื่มอีก มารินมองลุ้นก่อนบอกว่า “รินขอให้พี่ดาวช่วยทำให้คุณสงกรานต์รักรินทีได้ไหมคะ”

อิงดาวแทบสำลักกาแฟ คิดถึงคำพูดของงามแสงเดือนเมื่อครู่นี้ขึ้นมาทันที โดยเฉพาะคืออารมณ์เก็บกดที่ระเบิดออกมาจนเป็นบ้า มองมารินอย่างเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา พอเริ่มจะพูด ก็ถูกมารินสวนขึ้นว่า

“พี่ดาวจำได้ไหม พี่ดาวเคยบอกรินว่าถ้ารินอยากให้พี่ดาวช่วยอะไร พี่ดาวพร้อมจะช่วยรินทุกอย่าง” อิงดาวมองหน้ามารินเริ่มรู้สึกมึนๆแล้ว “รินรักคุณสงกรานต์มากนะคะพี่ดาว แต่คุณสงกรานต์เขารักพี่ดาว ถ้าพี่ดาวไปบอกให้เขารักริน เขาต้องเชื่อพี่ดาวแน่ พี่ดาวช่วยรินนะ”

อิงดาวเริ่มเบลอมากขึ้น บอกมารินว่าเรื่องนี้ตนช่วยไม่ได้จริงๆ มารินชักสีหน้าถามว่าทำไม! อิงดาวบอกว่าตนไม่สามารถบังคับจิตใจใครได้

มารินกำมือแน่นแววตาแค้นขึ้นมา พูดอย่างหมดความเป็นมิตรว่า

“ที่แท้พี่ดาวก็เหมือนคนอื่น พี่ไม่เคยจริงใจกับริน พี่คิดถึงแต่ตัวเอง”

อิงดาวพยายามจะชี้แจง แต่อาการมึนและปวดหัวรุนแรงขึ้น จนถามมารินว่า “ริน...ทำไมพี่...” ไม่ทันได้พูดจบ อิงดาวก็ฟุบไปกับโต๊ะในสภาพเหมือนโดนวางยา มารินแสยะยิ้ม ชะโงกเข้าไปกระซิบข้างหู

“ฉันคิดไว้อยู่แล้ว ว่าแกต้องไม่ช่วยฉัน นังอิงดาว ฉันถึงต้องทำแบบนี้ อย่าโทษฉันเลยนะ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวแกเอง”

อิงดาวได้ยิน ได้เห็นสีหน้าเหี้ยมของมาริน พยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้ ทำได้แค่มองมารินด้วยความหวาดกลัว...

ooooooo

รมิตากับนภารัตน์กำลังมาเดินหาซื้อกระเป๋ากันอยู่ ขณะกำลังจะแวะเข้าไปอีกร้านหนึ่งนั้นเหลือบเห็นมารินประคองอิงดาวเดินมาตามทางพอดี ดูท่าทางอิงดาวเหมือนเป็นคนเมา รมิตาชวนแม่ตามไปดู

แต่พอตัดสินใจจะตามไปก็ปรากฏว่ามารินพาอิงดาวหายไปแล้ว ขณะกำลังมองหา ก็รู้ตัวว่ามีปืนมาจ่ออยู่ข้างหลังแล้ว นภารัตน์หันมองตกใจถามมารินว่าจะทำอะไรพวกตน

“ถ้าไม่อยากให้ฉันทำอะไรพวกคุณก็ทำตามที่ฉันสั่ง” มารินใช้ปืนบังคับ แล้วสั่งให้ประคองอิงดาวที่นั่งหมดแรงอยู่ขึ้นมา รมิตาถามว่ามารินทำอะไรอิงดาว “ไม่ใช่เรื่องของแก ทำตามที่ฉันสั่ง...เร็ว!!!”

รมิตากับนภารัตน์ไม่กล้าขัดขืน รีบประคองอิงดาวลุกขึ้น มารินกวาดตามองรอบๆก่อนใช้ปืนจี้สองแม่ลูกให้พาอิงดาวไปตามที่ตนต้องการ

ooooooo

หลังจากสงกรานต์ฟังปีใหม่เล่าเรื่องความน่ากลัวของมารินแล้ว เขาโทร.หาอิงดาว ปรากฏว่าปิดเครื่อง เขายิ่งร้อนใจตัดสินใจโทร.ไปหามดแดงที่กำลังคุยกับลูกค้าอยู่

มดแดงขออนุญาตลูกค้าลุกไปรับโทรศัพท์ สงกรานต์ถามว่าเธออยู่กับอิงดาวหรือเปล่า พอรู้ว่าแยกกันเมื่อสองสามชั่วโมงที่แล้ว สงกรานต์ยิ่งร้อนใจ บอกมดแดงว่า

“ผมติดต่อคุณดาวไม่ได้เลย คือผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณดาว ถ้ายังไงคุณมดแดงช่วยให้คุณดาวโทร.หาผมด่วนที่สุดนะครับ”

น้ำเสียงและความร้อนใจของสงกรานต์ ทำให้มดแดงเป็นห่วงอิงดาวขึ้นมา กลับไปขอตัวกับลูกค้าออกไปโทรศัพท์สักครู่ แล้วรีบเดินออกมาโทร.หาอิงดาว แต่ติดต่อไม่ได้

“ปิดเครื่อง” มดแดงพึมพำ เปลี่ยนเป็นโทร.ไปที่บ้าน “เหม่งเหรอ ฉันมดแดงนะ ดาวกลับมารึยัง...ยังเหรอ...ถ้าดาวกลับมาแล้วให้รีบโทร.หาฉันเลยนะ”

วางสายแล้วมดแดงก็แทบนั่งไม่ติด เพราะเป็นห่วงอิงดาว

ooooooo

มารินบังคับให้รมิตากับนภารัตน์พาอิงดาวเข้าไปในตึกร้างแห่งหนึ่ง สองแม่ลูกชะงักตกใจสุดขีดเมื่อเห็นโรสนอนเดี้ยงอยู่ ครู่หนึ่งอิงดาวรู้สึกตัวขึ้นมา มองสภาพรอบๆแล้วถามมารินว่าทำแบบนี้ทำไม

“เพราะแกคือคนที่คุณสงกรานต์รักยังไงล่ะ คุณสงกรานต์เขารักแกมาก รักมากจนไม่ยอมรักฉัน”

“รินฟังนี่นะ พี่ไม่ได้รักคุณสงกรานต์”

“ไม่ต้องโกหก ฉันรู้ว่าแกก็รักคุณสงกรานต์ เพราะถ้าแกไม่รักเขา แกต้องช่วยฉันไปแล้ว ที่ผ่านมาฉันต้องอดทน ต้องกล้ำกลืนเวลาที่เห็นแกกับคุณสงกรานต์รักกัน ฉันพยายามจะกำจัดแกหลายต่อหลายครั้ง แต่แกก็รอดไปได้ทุกครั้ง”

การระบายความอาฆาตแค้นของมาริน ทำให้อิงดาวนึกทบทวนเหตุร้ายต่างๆ ที่เข้ามาจู่โจมตน ทั้งเรื่องถูกรถชน เรื่องถูกสาดน้ำกรด เรื่องถูกคนร้ายจับตัวไปจะกรีดหน้า กระทั่งการทำแผ่นซีดีแฉประวัติของตนที่ร้านอาหารคืนนั้น

ทบทวนเหตุการณ์แล้ว อิงดาวถามอย่างตกใจว่า “ทั้งหมดเป็นฝีมือรินหรือ” มารินรับว่าใช่ อิงดาวถามว่าแล้วที่ผ่านมา มารินช่วยตนนั้นแกล้งทำใช่ไหม

“ใช่ ฉันต้องทำดีกับแก เพื่อให้แกไว้ใจฉัน แล้วฉันก็จะได้รู้ความเป็นไปของแกกับคุณสงกรานต์ ฉันจะได้หาโอกาสกำจัดแกยังไงล่ะ แต่แกมันดวงแข็ง ก็เลยไม่เป็นอะไร แต่วันนี้แกไม่มีทางรอดเงื้อมมือฉันหรอกนังอิงดาว”

“ทำไมรินถึงทำกับพี่แบบนี้ ทั้งๆที่พี่ดีกับรินทุกอย่าง” อิงดาวเสียใจมาก

“ไม่จริง...ฉันรู้ว่าแกหลอกใช้ฉันเป็นเครื่องมือเพื่อที่แกจะได้เข้าหาคุณสงกรานต์ก็เท่านั้น” เมื่ออิงดาวยืนยันว่าตนทำทุกอย่างด้วยความหวังดีกับเธอ มารินตวาดแว้ด “ไม่ต้องมาโกหกเพื่อเอาตัวรอดแกมันเห็นแก่ตัว แกไม่เคยมองเห็นหัวฉันเลยด้วยซ้ำนังอิงดาว”

มารินประกาศเหี้ยมกับทุกคนว่า “วันนี้พวกแกทุกคนต้องตาย...ถ้าไม่มีพวกแก คุณสงกรานต์จะต้องรักฉันคนเดียว เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย ฉันจะยืดชีวิตพวกแกออกไปอีกสักสองสามชั่วโมง เพราะเรามีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคน ฉันต้องไปขุดหลุมอีกสองหลุมทางหลังตึกก่อน”

มารินเอาเชือกมามัดอิงดาว รมิตาและนภารัตน์ก่อนออกไป ทุกคนนั่งเครียดกับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ooooooo

ครู่หนึ่ง นภารัตน์ตีโพยตีพายว่าตนไม่น่ามาเจออิงดาวกับโรสเลยซวยจริงๆ อิงดาวถามเสียงเข้มว่าด่าตนแล้วช่วยให้พวกเรารอดหรือเปล่า ถ้าไม่ก็เงียบเสีย รมิตาเปรยเยาะๆว่า พูดราวกับตัวเองมีทางหนีอย่างนั้นแหละ

“ก็มีน่ะสิ!” อิงดาวตอบหนักแน่นมั่นใจ มองไปที่หน้าต่างบานเกล็ดข้างประตูห้อง บอกว่า“ถ้าเราช่วยกันถอดบานเกล็ดทีละบาน เราก็ออกไปได้”

นภารัตน์สนใจแต่ยังถามอย่างไว้เชิงว่าจะเอามือที่ไหนไปถอดในเมื่อถูกมัดกันอยู่แบบนี้

“ในกระเป๋าสะพายฉันมีมีดพับอยู่ แต่ฉันเอามันออกมาไม่ได้ คุณสองคนต้องช่วย” อิงดาวบอกสองแม่ลูก แล้วหันไปทางโรส “โรส...ดูมารินให้ที ถ้าเห็นว่าเดินมาเมื่อไหร่ให้รีบบอก”

“ได้” โรสรับคำ พลางกระดืบ...กระดืบไปข้างหน้าต่าง มองมารินที่กำลังขุดดินไม่หยุด นภารัตน์กับรมิตาค่อยๆช่วยกันเปิดกระเป๋าสะพายของอิงดาว แล้วจับกระเป๋าเท มีดหล่นออกมา รมิตาร้องอย่างดีใจว่าเจอมีดแล้ว

จากนั้นก็ใช้มีดพับช่วยตัดเชือกที่มัดอิงดาว ส่วนโรสจ้องมารินอยู่ หันมองทางมารินทีมองมาทางรมิตากับนภารัตน์ที่ช่วยกันตัดเชือกทีเอาใจช่วยลุ้นสุดๆ แต่พอหันไปมองมาริน ก็ร้องอย่างตกใจ

“มารินหายไปแล้ว!!”

“รีบตัดเชือกเร็วเข้า” อิงดาวเร่ง

ที่หลังตึก มารินกำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเพชฌฆาตเหี้ยม!

ooooooo

คู่แค้นแสนรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด