ตอนที่ 19
รมิตาตัดเชือกให้อิงดาวเสร็จ อิงดาวหันไปตัดเชือกให้นภารัตน์ต่อ ส่วนรมิตารีบโทรศัพท์ถึงสงกรานต์แต่ไม่มีคนรับสาย
อิงดาวตัดเชือกให้นภารัตน์เสร็จบอกให้รีบไปถอดบานเกล็ดออกตนจะตัดเชือกให้โรส ทุกคนทำงานกันอย่างตื่นเต้นตึงเครียดแข่งกับเวลา
“มารินกลับมาแล้ว” นภารัตน์ร้องบอกอย่างตกใจ ทุกคนช็อก ไม่ทันแก้ไขสถานการณ์ มารินก็โผล่เข้ามาแล้ว กวาดตามองแล้วถามว่า หายไปไหนคนหนึ่ง
ทันใดนั้น เสียงนภารัตน์แผดขึ้น “ว๊ากกกก!!” มารินหันมองถูกนภารัตน์ต่อยจนทรุดลงกองกับพื้น อิงดาวกับรมิตารีบประคองพาโรสที่ขาหักหนีออกไปกับนภารัตน์
มารินมองตามอย่างอาฆาตแค้นพยายามลุกตามทั้งหมดออกไป เป็นจังหวะที่สงกรานต์รับสายของรมิตา แต่ไม่ได้ยินเสียงจากฝ่ายรมิตา มีแต่เสียงผิดปกติ เขาเอะใจว่าต้องเกิดเรื่องแล้วแน่ๆ
ขณะที่อิงดาวกับพวกกำลังประคองกันหนีออกจากตึกร้างนั้น ถูกของหนักๆบางอย่างทุ่มเฉียดพวกเธอไปเส้นยาแดงเดียว แหงนมองจึงเป็นมารินยืนอยู่ข้างบน ทั้งหมดรีบพากันหนี ถูกมารินยิงปืนขู่เปรี้ยง พอทุกคนชะงัก ก็เห็นมารินมาถือปืนจ่ออยู่ข้างหลังแล้ว
“ถ้าใครหนี ฉันจะยิงเดี๋ยวนี้!” พูดแล้วมารินเดินมาหาอิงดาว ใช้ด้ามปืนตบหน้าอิงดาวจนเลือดกบปาก ตะคอกใส่ “คิดว่าตัวเองเก่งนักเหรอ!!”
อิงดาวมองมารินอย่างคิดไม่ถึงว่าจะทำกับตนแบบนี้ ทันใดนั้นมารินเข้ามากระชากแขนโรสเอาปืนจ่อ
อิงดาวร้องขอ “อย่านะริน...ถ้ารินไม่พอใจพี่ ก็มาทำกับพี่สิ”
“อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันขอร้อง” โรสอ้อนวอนน้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว
“มันสายไปแล้วโรส ฉันจะให้เกียรติแกตายก่อนคนอื่น” มารินขึ้นไกปืน พริบตานั้น อิงดาวพุ่งเข้าไปผลักมารินพยายามจะแย่งปืน พลางร้องบอกทุกคน “รีบหนีไป!!”
นภารัตน์กับรมิตายังตื่นตระหนกแต่ก็รีบเข้าประคองโรสหนี อิงดาวยังคงปล้ำแย่งปืนอยู่กับมาริน มารินร้องให้ปล่อย อิงดาวสวนไปทันควันว่า “ไม่...พี่ไม่ยอมให้รินทำร้ายใครอีกแล้ว”
ooooooo
นภารัตน์กับรมิตาประคองโรสพาหนีออกมานอกตึกร้าง เจอสงกรานต์วิ่งเข้ามาพอดี
“คุณแม่! พี่ตา! โรส! ผมแจ้งความแล้วนะครับ ตำรวจกำลังจะมา แล้วนี่หนีออกมากันได้ยังไง” ทั้งสามมองหน้ากันเครียด สงกรานต์เอะใจถาม “แล้วคุณดาวอยู่ไหน...”
สงกรานต์วิ่งเข้าไปข้างในเห็นมารินกำลังจ่อปืนใส่อิงดาว เขาร้องสุดเสียง
“คุณริน อย่า!!”
มารินตกใจ พูดเสียงประหม่าว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร สงกรานต์พูดกล่อมว่า
“ผมเข้าใจคุณ คุณริน ผมรู้ว่าคุณต้องการอะไร” สงกรานต์ค่อยๆเดินเข้าหาพลางเหลือบมองอิงดาวอย่างเป็นห่วง มารินมองเขาถามอย่างตื่นเต้นว่าคุณรู้ “ใช่...ผมรู้ว่าคุณรักผมและอยากมีชีวิตครอบครัวกับผม ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
มารินดีใจยิ้มออกมาถามว่าจริงหรือ พลางลดปืนลง สงกรานต์ยืนยันว่าจริงขอให้เธอส่งปืนให้ตนก่อนแล้วเราจะได้คุยเรื่องนี้กัน มารินนิ่งอยู่จนสงกรานต์บอก “ส่งปืนให้ผมนะครับ” เธอจึงค่อยๆยื่นมือจะส่งปืนให้ ทันใดนั้นเสียงหวอตำรวจดังขึ้น มารินชะงัก
“คุณหลอกริน...คุณก็เหมือนผู้ชายคนอื่นๆทั้งที่รินรักคุณหมดหัวใจ แต่คุณก็ยังทำร้ายรินอีก คุณรักนังนี่มากใช่ไหม”
สงกรานต์ตัดสินใจบอกความจริงว่า “ใช่ ผมรักคุณดาว ผมรักคุณดาวมากและผมไม่มีวันยอมให้คุณทำอะไรคุณดาวเด็ดขาด”
มารินมองช็อก ขอบคุณที่เขาพูดความจริงกับตน พลันก็ขึ้นไกปืน สงกรานต์ร้องห้ามขออย่าทำอะไรอิงดาวเลย มารินยิ้มเหมือนคนเสียสติยกปืนยิง สงกรานต์พุ่งเข้าขวางเลยถูกยิงเข้ากลางหลังเต็มๆ
อิงดาวพุ่งเข้าประคองสงกรานต์ที่ทรุดฮวบลง ร้องไห้ ร้องเรียกขออย่าให้เขาเป็นอะไร มารินมองอิงดาวอย่างบ้าเลือด โทษว่าเพราะเธอทำให้สงกรานต์ถูกยิงตาย พลางจ่อปืนใส่อิงดาวอีก
“ปัง!!” เสียงปืนแผดก้องขึ้น อิงดาวนึกว่าตัวเองถูกยิงแน่แล้ว แต่กลายเป็นมารินทรุดฮวบลงเพราะถูกยิงที่แขนจนปืนร่วง พริบตานั้นตำรวจกรูกันเข้ามารวบตัวมารินที่เอาแต่ร้องไห้เหมือนคนบ้า
อิงดาวอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ เธอก้มมองสงกรานต์ที่อยู่ในอ้อมแขน เห็นตาเขาค่อยๆปิดลง...
“คุณสงกรานต์...” อิงดาวร้องเรียก ตกใจสุดขีด
ooooooo
ระหว่างเจ้าหน้าที่เข็นเตียงที่มีร่างสงกรานต์นอนไม่ได้สติเลือดอาบไปทาง ห้องฉุกเฉิน นภารัตน์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตาม พร่ำบอก “ตากานต์ลูกแม่ ลูกอย่าเป็นอะไรนะ”
ส่วนอิงดาวที่เดินตามมาก็จับมือสงกรานต์แน่น “คุณห้ามตายเด็ดขาดนะคุณสงกรานต์ได้ยินไหม”
เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินญาติทั้งหมดถูกกันไว้นอกห้อง พอร่างสงกรานต์ถูกเข็นเข้าห้องนภารัตน์ก็เข่าอ่อนเป็นลม จนอิงดาวกับรมิตาต้องช่วยกันประคองไปนั่ง พอดีกับที่ราชศักดิ์และพาสันมาถึง ราชศักดิ์ถามว่าสงกรานต์เป็นยังไงบ้าง นภารัตน์บอกว่าเพิ่งเข้าห้องผ่าตัดยังไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไง
ทันใดนั้นเอง อิงดาวเอามือปิดปากจะอ้วกเพราะเครียดจัด เธอรีบวิ่งไปห้องน้ำ ขณะกำลังอ้วกอยู่นั้น รู้สึกมีคนเอามือมาลูบหลัง หันไปเห็นนภารัตน์กับรมิตาช่วยกันลูบหลัง เฝ้าดูอยู่อย่างเป็นห่วง
อิงดาวขอโทษที่ทำให้สงกรานต์เป็นแบบนี้ นภารัตน์กับรมิตาบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอแต่เป็นปัญหาของมารินต่างหาก รมิตายังขอโทษเธอว่า ทั้งตนและแม่ไม่เคยทำดีกับเธอเลยแต่เธอก็ยังช่วยชีวิตไว้
“ถ้าไม่ได้เธอ พวกเราคงตายไปแล้ว ขอบคุณเธอมากนะอิงดาว” นภารัตน์จับมืออิงดาวเอ่ย
รมิตาถามว่าดีขึ้นหรือยัง อิงดาวส่ายหน้าร้องไห้บอกว่าตนกลัว...กลัวสงกรานต์จะเป็นอะไรไป นภารัตน์กับรมิตาต่างยอมรับว่าตนก็กลัวเหมือนกัน สามหญิงกอดกันร้องไห้ด้วยความห่วงใยสงกรานต์
ooooooo
เมื่อกลับมารอฟังข่าวสงกรานต์ที่หน้าห้องผ่าตัด ครู่ใหญ่หมอออกมาแจ้งข่าวดีว่าสงกรานต์ปลอดภัยแล้ว หมอผ่าเอากระสุนออก ดีที่กระสุนถูกที่ไม่สำคัญ นภารัตน์ อยากเข้าไปเยี่ยม หมอขอให้เป็นพรุ่งนี้ดีกว่า เพราะอยากให้คนไข้ได้พักผ่อน
ราชศักดิ์ขอบคุณหมอ พาสันชวนกลับบ้านกัน พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมใหม่ รมิตาถามอิงดาวว่าจะกลับบ้านเลยรึเปล่า อิงดาวบอกว่ากลับไปก็นอนไม่หลับ อยากอยู่กับสงกรานต์ที่นี่
ราชศักดิ์หันมาขอโทษอิงดาวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไว้กับเธอ อิงดาวเองก็ขอโทษทุกคน ยอมรับว่า
“เพราะความแค้น ทำให้ฉันขาดสติ ทำสิ่งไม่ดีกับคุณสงกรานต์ พวกคุณจะให้อภัยฉันได้ไหม”
ราชศักดิ์กลบเกลื่อนว่าเรื่องนี้เราก็ผิดกันทุกคน สงกรานต์ก็หลอกอิงจันทร์เพื่อหวังที่ดิน พวกตนก็สมรู้ร่วมคิด รวบรัดตัดความว่า “เอาเป็นว่าเราเจ๊ากันไปแล้วกันนะอิงดาว ตกลงไหม”
ทุกคนยิ้มให้อิงดาว เธอพยักหน้าตอบรับ ทั้งหมดจึงพากันถอนใจโล่งอก
โรสอยู่ในห้องพักที่โรงพยาบาล อาละวาดจะออกไปเยี่ยมสงกรานต์ให้ได้ เมื่อพยาบาลไม่ให้ออกก็ร้องไห้ จนอิงดาวเข้ามาบอกพยาบาลว่า ตนจะพูดกับโรสให้เอง แล้วเธอก็เข้าไปหาบอกว่าตอนนี้สงกรานต์ปลอดภัยแล้ว โรสดีใจมาก จับมืออิงดาวขอบใจที่ไม่ทิ้งตน บอกว่าสงกรานต์โชคดีที่รู้จักคนดีๆอย่างเธอ
อิงดาวพูดอย่างเจ็บปวดว่า เขาโชคร้ายมากกว่าที่มาเจอตน โรสถามว่าเธอรักสงกรานต์ใช่ไหม อิงดาวเงียบไม่ตอบ จนโรสตอบซ้ำ อิงดาวร้องไห้อย่างเก็บกด ยอมรับทั้งน้ำตาว่า
“ใช่...ฉันรักเขา ฉันรักเขามาก แต่ฉันรักเขาไม่ได้หรอก” โรสถามว่าทำไม อิงดาวบอกว่า “ฉันกำลังจะแต่งงาน”
“แต่งงาน...แล้วเธอจะมีความสุขเหรอดาว” โรสตกใจ ส่วนอิงดาวเอาแต่ร้องไห้
ooooooo
รุ่งขึ้น พยาบาลมาบอกอิงดาวที่นอนหลับอยู่บนโซฟาห้องโรสว่า สงกรานต์ฟื้นแล้ว แต่พอเธอรีบออกไปที่ห้องสงกรานต์ เห็นบรรดาพ่อแม่พี่น้องของเขายืนออกันอยู่รอบเตียงเต็มไปหมด
อิงดาวมองเข้าไปจนเห็นว่าสงกรานต์ฟื้นแล้วจริงๆ ก็สบายใจ นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วหันหลังเดินออกไปโดยไม่มีใครรู้ แต่มาเจอมดแดงที่กำลังรีบเข้ามา เพราะเพิ่งรู้ข่าวจากหนังสือพิมพ์เช้านี้ มดแดงถามว่าสงกรานต์เป็นยังไงบ้าง
“คุณสงกรานต์ปลอดภัยแล้ว ทุกอย่างจบแล้วล่ะมดแดง” เสียงอิงดาวเศร้าจนบอกไม่ถูก
มดแดงพนมมือขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคนดีๆ บอกว่าถ้าสงกรานต์หายดีเมื่อไรจะพาสองคนไปไหว้พระ 9 วัด แต่พอถามถึงมาริน อิงดาวก็ได้แต่มองหน้ามดแดงนิ่งๆ
เมื่อพากันไปเยี่ยมมารินที่โรงพยาบาลบ้า เห็นมารินกำลังป้อนข้าวต้มให้ตุ๊กตาที่เธอเรียกว่า สงกรานต์อย่างมีความสุข มดแดงกับอิงดาวมองมารินอย่างเศร้าสลดใจ อิงดาวเล่าให้มดแดงฟังว่า
“หมอตรวจรินแล้วบอกว่า รินมีความบกพร่องทางจิต รินเขารักคุณสงกรานต์มาก ก็เลยจินตนาการว่าคุณสงกรานต์รักตัวเอง”
มดแดงถามว่าแล้วจะหายไหม อิงดาวบอกว่าคงยาก เพราะมารินเป็นหนักมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้ เธอคิดว่าทุกคนจะมาแย่งตุ๊กตา ที่เธอคิดว่าเป็นสงกรานต์ไป
“แล้วแกจะทำยังไงเรื่องแกกับคุณสงกรานต์”
“ไม่เห็นต้องทำไง ฉันก็จะกลับบ้าน เตรียมตัวแต่งงานกับณุน่ะสิ” อิงดาวฝืนยิ้มให้เพื่อน ทำเหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่มดแดงดูแล้วรู้ว่าเพื่อนรักเป็นอะไร
ooooooo
สงกรานต์พยายามโทร.หาอิงดาว แต่ไม่มีคนรับสาย จนกระทั่งโรสให้พยาบาลเข็นรถพามาเยี่ยมเขา โรสถามว่าเขาปรับความเข้าใจกับอิงดาวหรือยัง สงกรานต์บอกว่ายัง
“อ้าว...โรสเห็นคุณดาวมาหาคุณแต่เช้า”
สงกรานต์ไม่เชื่อว่าอิงดาวมาหาตน บอกโรสว่าอิงดาวเกลียดตน ถ้าเธอรักตนเจ็บขนาดนี้ทำไมถึงไม่มาหา ไม่คิดเป็นห่วงตนด้วยซ้ำ
จนกระทั่งกลับมาอยู่บ้าน ปีใหม่เอาอกเอาใจพ่อเต็มที่ เอากระดิ่งไปไว้ข้างเตียงบอกว่า ต้องการอะไรให้สั่นกระดิ่งเรียกได้เลย สงกรานต์จึงใช้ไปเอาน้ำมาให้หน่อย
พอปีใหม่ออกไป อู๋ที่มาเยี่ยมก็เข้ามานั่งข้างเตียง ถามว่าคิดจะไม่สู้ จะปล่อยให้อิงดาวแต่งงานจริงๆหรือ สงกรานต์พูดอย่างเจ็บปวดว่าตนยอมตายเพื่อเธอขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่มีเยื่อใยแล้วจะให้ตนสู้ไปเพื่ออะไร แล้วถามถึงเรื่องอู๋กับมดแดงบ้างว่าเป็นยังไงแล้ว
“ฉันเพิ่งรู้ว่าอกหักมันเป็นยังไง เฮ้อ...ทำไมเราต้องมาเป็นพร้อมกันด้วยวะ” อู๋เศร้ามาก
“ไอ้อู๋ แกยังมีโอกาส ถ้าแกไม่อยากเสียคุณมดแดงไป แกต้องเสี่ยง” สงกรานต์ปลุกใจเพื่อนรัก
ooooooo
คุยกับสงกรานต์แล้ว อู๋กลับไปหาป๊าที่บ้าน บอกป๊าว่าตนกับมดแดงไม่ได้เป็นแฟนกัน ป๊าโกรธมาก เอี๋ยวกระซิบพี่ชายว่าไปบอกป๊าทำไม เดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก อู๋บอกน้องให้อยู่เฉยๆ อย่างมีแผนในใจแล้ว
ป๊าประกาศจะทุบโมเดลลิ่งทิ้ง เพราะถูกอู๋โกหกมาสองครั้งแล้ว อู๋ไม่ห้ามแต่ขอร้องป๊าเรื่องหนึ่ง ป๊ามองหน้าลูกชายจอมกะล่อนอย่างแปลกใจ
แล้วเช้าวันถัดมา ที่บ้านมดแดงก็มีขบวนขันหมากแห่กันมาแต่เช้า มดแดงได้ยินเสียงสะดุ้งจนตกเตียงบ่นว่า เสียงขันหมากบ้านไหนหนวกหูชะมัด คนจะนอน
ไม่ทันไรพ่อกับแม่ก็มาเคาะประตูเรียก ลากไปโผล่หน้าต่างดูขบวนขันหมาก มดแดงตกใจเมื่อเห็นอู๋ ป๊า เอี๋ยว โรส สงกรานต์ และปีใหม่ รวมทั้งเมี่ยง กำลังรำป้อๆ อยู่ในขบวนขันหมาก
พ่อกับแม่ตำหนิมดแดงว่าจะให้อู๋มาสู่ขอทำไมไม่บอกพ่อกับแม่สักคำ มดแดงบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง แล้ววิ่งไปหน้าบ้านทั้งที่อยู่ในชุดนอน ออกไปยืนขวางขบวนขันหมากสั่งให้หยุด แล้วถามป๊าว่านี่มันอะไรกัน
ป๊าบอกว่ามาสู่ขอเธอให้อู๋ มดแดงถามอู๋ว่า เราตกลงกันว่าหนึ่งปีไม่ใช่หรือ ป๊าชิงตอบว่า
“ป๊ารู้ แต่อาอู๋อีมาขอร้องให้ป๊ามาขอหนูมดแดงเป็นเมีย”
อู๋ยอมรับว่าตนเล่าความจริงทุกอย่างให้ป๊าฟังหมด แล้วว่า เธอกับตนตกลงเป็นแฟนกันหลอกๆ มดแดงถามว่าแล้วทำไมถึงทำแบบนี้อีก
“เพราะฉันต้องการแสดงความจริงใจให้เธอเห็นยังไงล่ะ ฉันอยากพิสูจน์ว่าสิ่งที่ฉันเคยพูดกับเธอ มันเป็นความจริง”
มดแดงมองหน้าอู๋อึ้ง ทุกคนมองหน้าอู๋ลุ้นๆ ว่าอู๋จะพูดอะไร ทันใดนั้น อู๋คุกเข่าลงตรงหน้ามดแดงท่ามกลางความตกใจของทุกคน แล้วเงยหน้ามองมดแดงพูดเสียงออดอ้อน
“ฉันรักเธอมดแดง ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าฉันรักเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอฉันได้ใกล้ชิดเธอ มันทำให้ฉันรู้ว่า ถ้าวันไหนฉันขาดเธอ ฉันก็เหมือนจะขาดใจ เธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันไปแล้ว”
พูดแล้วกุมมือมดแดง มองหน้าเว้าวอน “แต่งงานกับ ฉันนะ”
ทุกคนเงียบกริบ มดแดงตบหน้าอู๋เพียะ ทุกคนตกใจ อู๋ลุกยืนอย่างระวังตัวเต็มที่
“ตบนี้ สำหรับที่นายมาทำเสียงดังปลุกฉัน ทำให้ฉันต้องตื่นแต่เช้า” พูดจบก็ตบอีกเพียะ “ตบนี้ สำหรับคำพูดเลี่ยนๆ ของนาย ฉันอายคนเขารู้ไหม”
อู๋หน้าเสียหันไปต่อว่าสงกรานต์จอมวางแผน ถามว่า ไหนบอกว่ามันจะได้ผลไง
“เรื่องนี้มันอยู่เหนือการควบคุมของฉันแล้ว” สงกรานต์ยักไหล่ไม่ทุกข์ร้อน พออู๋หันไปทางมดแดงอีกที เห็นเธอขยับเข้ามาใกล้ อู๋หลับตาปี๋คิดว่าโดนอีกแล้ว แต่กลายเป็นมดแดงเขย่งเท้าขึ้นจุ๊บ อู๋ลืมตาทำหน้าไม่ถูก มดแดงพูดหวานใส่ว่า
“ส่วนนี่ คงไม่ต้องบอกนะว่าหมายความว่ายังไง” อู๋ทำหน้าซื่อบื้อถามว่าหมายความว่ายังไงจนได้ เอี๋ยวต้องเข้าไปกระซิบว่า หมายความว่ามดแดงยอมแต่งงานด้วยไง
“จริงเหรอ” อู๋หันถามมดแดง ถูกมดแดงด่าว่าแค่นี้ก็ต้องถามคนอื่น อู๋ดีใจสุดๆ ร้องลั่น “เฮ...ฉันจะมีเมียแล้วเว้ย...” ร้องแล้วอุ้มมดแดงตัวลอยหอมแก้มซ้ายขวา...ซ้ายขวาไม่หยุด จนเธออายร้องบอกให้ปล่อย ส่วนพ่อแม่มดแดงรวมทั้งป๊าต่างพากันหัวเราะชอบใจ
จนเมื่ออู๋วางมดแดงลง เธอทำหน้าขรึมปรามเขาว่า
“อย่าเพิ่งดีใจไป ถ้านายประพฤติตัวไม่ดีละก็...” เธอ หันไปทางป๊า “ป๊าขา...มดแดงขออนุญาตเจี๋ยนให้เป็ดกินนะคะ”
อู๋สะดุ้งเฮือกเอามือกุมเป้าแน่น ส่วนป๊าหัวเราะร่า บอกมดแดงว่าตนยกอู๋ให้แล้วจะทำอะไรก็ทำ ทุกคนเลยหัวเราะกันสนุกสนาน อู๋เข้าไปกอดมดแดง เอี๋ยวมองพี่ชายกับมดแดงแล้วคิด สงกรานต์เองเห็นแล้วก็อดคิดถึงอิงดาวไม่ได้เช่นกัน...
ooooooo
เอี๋ยวต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนัก สุดท้ายวันนี้ไปเคาะประตูห้องคอนโดฯจีจี้ ถามว่าเธอไม่ไปอเมริกาได้ไหม จีจี้ไม่ทันพูดอะไรแบ๊งค์ก็โผล่มาถามว่ามีอะไรรึเปล่า จีจี้บอกว่าไม่มีอะไร แต่เอี๋ยวกลับบอกว่าตนไม่ให้จีจี้ไป อ้างว่า ถ้าไปวงก็ขาดคน
“ขาดคนนายก็หาใหม่ได้ ยังไงจี้ก็ต้องกลับไปกับฉัน หรือแกมีเหตุผลอื่นที่ไม่อยากให้จี้ไป” แบ๊งค์ถาม เอี๋ยวตอบไม่ออกสุดท้ายบอกว่าไม่มี แล้วเดินกลับไปเอาดื้อๆ ทำเอาจีจี้ที่คาดหวังอะไรบางอย่างถึงกับเซ็ง...เศร้า
เมื่อกลับไปห้องซ้อมห้องดนตรี เอี๋ยวไม่มีสมาธิจะเล่นดนตรี เอาแต่นั่งเศร้า คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา คิดถึงคำบอกรักของจีจี้ คิดถึงเหตุผลที่จีจี้บอกว่าชอบเขาเพื่อเธอจะได้หลุดพ้นจากความทรมานใจ และสุดท้ายคิดถึงคำพูดของอิงดาวที่ว่า
“ความสัมพันธ์ของเอี๋ยวกับจี้...มันก็เหมือนการเล่นบาส ถ้าเอี๋ยวคุมเกมไม่ดี เอี๋ยวก็แพ้ และจะเสียลูกให้ทีมตรงข้าม”
คิดแล้วเอี๋ยวก็ถอนใจยาว แล้วก็ต้องตกใจเมื่อหันมาเป็นจีจี้ยืนอยู่ จีจี้เป็นฝ่ายถามก่อนว่า
“แกมีอะไรจะพูดกับฉันใช่ไหม พูดมาสิไอ้เอี๋ยว ถ้าแกไม่พูด แกจะไม่ได้เจอฉันอีก”
“ฉันชอบแก” เอี๋ยวพูดทันทีที่จีจี้พูดจบ จีจี้ยิ้มอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ เอี๋ยวถามว่ายิ้มทำไม
จีจี้ถามว่าคนมันดีใจยิ้มไม่ได้หรือ เอี๋ยวเลยถามว่าแล้วเธอกับหมอนั่นไม่ได้เป็นแฟนกันหรือ
“แบ๊งค์น่ะเหรอ แบ๊งค์เขาเป็นญาติฉัน พ่อกับแม่ส่งมารับฉันกลับไป” เอี๋ยวมองอึ้งหาว่าจีจี้หลอกตน “ฉันไม่ได้หลอก แกไม่ได้ถาม แกนี่มันโง่จริงๆ” จีจี้พูดขำๆที่เห็นเอี๋ยวหัวเราะที่ตัวเองหลงเข้าใจผิด
เมื่อปัญหาเรื่องแบ๊งค์ชัดเจนแล้ว เอี๋ยวถามว่าจีจี้ต้องกลับไปจริงๆหรือ ไม่กลับไม่ได้หรือ จีจี้ยืนยันว่าตนต้องกลับไป แต่ไปไม่นานแล้วจะกลับมา
“สัญญานะว่าจะกลับมา” เอี๋ยวมองหน้านิ่ง จีจี้ยื่นนิ้วก้อยออกไปให้สัญญา เอี๋ยวเกี่ยวก้อยจีจี้ยิ้มอย่างเข้าใจกัน แต่แล้วเอี๋ยวก็ต้องหุบยิ้มเมื่อจีจี้บอกว่าตนกับเขายังไม่เป็นแฟนกัน บอกเอี๋ยวว่า
“ฉันขอเรียนให้จบก่อน แล้วค่อยว่ากัน เอาเป็นว่า...เราทดกันไว้ในใจก็แล้วกันนะ”
“ตกลง” เอี๋ยวดีใจ จับมือยิ้มให้กันเหมือนเป็นสัญญาใจ
ooooooo
ยิ่งใกล้วันแต่งงาน อิงดาวก็ยิ่งเศร้า นั่งเหม่อมองชุดแต่งงานอย่างเลื่อนลอย แสงเดินผ่านหน้าต่างเห็นเข้าก็เอะใจว่าลูกเป็นอะไร เลยไปหามดแดงที่บ้าน
มดแดงกำลังใช้อู๋ให้ช่วยล้างรถให้อยู่ ล้างรถไปก็หยอกเย้ากันไปอย่างสนุกสนาน เมื่อแสงมาหาทั้งสองมองกันงงๆ แสงเดินเข้าไปถามว่า “ฉันมากวนอะไรรึเปล่า”
เมื่อพาแสงเข้าไปนั่งในห้องรับแขก แสงพูดอย่างเกรงใจว่า ที่มาหาเพราะมีเรื่องร้อนใจอยากถามว่า ระหว่างอิงดาวกับสงกรานต์เป็นยังไง ย้ำเสียงดังอย่างเครียดว่า
“ข้าต้องการรู้ความจริงทั้งหมด”
เมื่อรู้ความจริงจากมดแดงกับเอี๋ยวแล้ว แสงกลับไปหาครูณุ ที่กำลังให้อาหารเจ้าไมเคิลอยู่อย่างใจลอย พูดจริงจังตามเคยว่า
“ข้ามีเรื่องสำคัญอยากถามครู ครูต้องบอกข้าตามตรงนะ ระหว่างนังดาวกับนังจันทร์ครูรักใคร”
หลังจากนั้นก็เดินไปสวนส้มที่อิงดาวกำลังเก็บส้มอยู่ แสงมองอิงดาวแล้วคิดถึงมดแดงที่บอกว่า
“ดาวรักคุณสงกรานต์ค่ะพ่อแสง แต่ที่ดาวแต่งงานกับครูณุก็เพราะต้องการตัดใจจากคุณสงกรานต์ดาวพยายามหักห้ามใจที่จะไม่รักคุณสงกรานต์ก็เพราะกลัวพ่อแสงเสียใจ”
คิดแล้วแสงก็มองอิงดาวอย่างสงสารลูก ยิ่งคิดหนักเมื่อคำบอกเล่าของอู๋ที่ว่า
“ส่วนไอ้กานต์ก็รักคุณดาวครับ รักมากด้วย และตอนนี้ ไอ้กานต์มันก็เฮิร์ตหนักเพราะคิดว่าคุณดาวไม่รักมัน”
ดังนั้นเมื่อแสงคุยกับครูณุ จึงไม่อ้อมค้อม ถามครูณุ ตรงๆว่าระหว่างอิงจันทร์กับอิงดาวครูรักใครทั้งยังจี้ให้ครูตัดสินใจว่า “มันถึงเวลาที่เราต้องยอมรับความจริงกันแล้วนะครู”
“ผมรักจันทร์ครับ” ครูณุตอบไม่ลังเล แสงขอบใจที่พูดความจริงแล้วจึงเดินมาหาอิงดาวที่สวนส้มตัดสินใจเดินเข้าไปหาอิงดาว พอเธอหันมา แสงพูดไม่อ้อมค้อมเช่นกันว่า
“พ่อมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยกับเอ็งเรื่องของจันทร์กับครูณุ”
อิงดาวมองพ่ออย่างแปลกใจ แต่พอแสงเล่าเรื่องอิงจันทร์ กับครูณุให้ฟัง อิงดาวถึงกับอึ้งแบบนึกไม่ถึง
ooooooo
ถึงวันแต่งงานของอิงดาวกับครูณุที่กำหนดไว้แล้ว อิงดาวแต่งตัวชุดเจ้าสาวสไตล์คาวบอยอย่างที่อิงจันทร์วางแผนไว้ ดูสวยเซ็กซี่มีช่อดอกไม้ในมือ ครู่หนึ่งอิงจันทร์ในชุดทำนองเดียวกันเดินเข้ามา พอเห็นพี่สาวเธออุทาน
“โอ้โห...พี่ดาว วันนี้พี่ดาวต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกแน่ๆเลย”
อิงดาวบอกว่าจันทร์สวยกว่า แล้วเข้าไปจับมือน้องขอบใจที่จัดงานทุกอย่างให้ตน อิงจันทร์บอกว่าตนเต็มใจและยินดีจัดให้ทุกอย่าง อิงดาวบอกว่าโชคดีที่มีน้องที่น่ารัก อย่างนี้ วันนี้ตนเตรียมของขวัญไว้ให้น้องด้วย
“ทำไมพี่ดาวถึงให้ของขวัญจันทร์ล่ะ จันทร์ต่างหากที่ต้องให้ของขวัญพี่ดาว”
อิงจันทร์มองหน้าพี่สาวแปลกใจ แต่อิงดาวมองหน้าน้องยิ้มอย่างมีเลศนัย...มีความสุข
ooooooo
สถานที่จัดงานในสวนส้ม แสงทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข มดแดง อู๋ เอี๋ยว จีจี้ มางานพร้อมกัน มดแดง เข้าไปกระซิบ กับแสงถามว่าทุกอย่างโอเคไหม แสงยกมือว่าโอเค อิงจันทร์มองมาพอดี แสงเลยเฉไฉบอกมดแดงให้พาเพื่อนเข้าไปข้างใน อาหารและเครื่องดื่มพร้อมแล้ว
เอี๋ยวจับตาดูอยู่บอกว่าอู๋กับมดแดงพิรุธเพียบเลย อู๋หันมาถามน้องชายว่าพิรุธยังไง ตนทำหน้าปกติที่สุดแล้ว
“ปกติมากเลย เหงื่อเต็มหน้าขนาดนั้น” เอี๋ยวแซวพี่ชาย อู๋รีบเช็ดเหงื่อ ส่วนมดแดงยกมือไหว้ท่วมหัวภาวนา
“เจ้าประคู้ณ...คุณพระคุณเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ โปรดจงช่วยทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยความราบรื่นด้วยเทิ้ด...” ไหว้เสร็จหันมาทางอู๋ เอี๋ยว กับจีจี้ “ตอนนี้ฉันตื่นเต้นจนหัวใจจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว มันซ้อนหลายแผนเหลือเกิน”
เมื่อจอมวางแผนยังตื่นเต้นขนาดนี้ ทุกคนเลยพลอยกังวลไปด้วย
ooooooo
ถึงเวลาเหมาะสม แสงขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานลูกสาวตนในวันนี้
ระหว่างนั้นมดแดงหันมองไปที่ทางเข้าสวนส้มอยู่บ่อยๆ จนอิงจันทร์สงสัยถามว่า เป็นอะไรหรือ มดแดงแก้ตัวว่าตนตื่นเต้นแทนอิงดาว ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะมีวันนี้
“ทุกคนคงอยากพบเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกันแล้ว ขอเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวออกมาได้เลย” แสงประกาศ เหม่งกับหม่อง
เป่าปากคึกสุดๆอึดใจเดียว ครูณุกับอิงดาวก็เดินออกมาจากคนละข้างเวที เมื่อมายืนกลางเวที แสงหันไปยิ้มให้อิงดาวแล้วเดินลงไป แขกในงานพากันปรบมือต้อนรับแล้วเงียบฟังบ่าวสาวพูด
อิงดาวเดินไปจับไมค์พูดก่อน
“ก่อนที่พิธีการจะเริ่มขึ้น ดาวขอพูดอะไรสักเล็กน้อยนะคะ ดาวขอขอบคุณจันทร์...น้องสาวเพียงคนเดียวของดาว ที่ช่วยดาวทุกอย่างจนทำให้งานวันนี้ออกมาสวยงามอย่างที่ทุกคนเห็น”
อิงดาวมองหน้าอิงจันทร์ยิ้มให้น้อง ครูณุมองเช่นกันแต่ด้วยสายตาเศร้าๆ อิงดาวหันมองครูณุจับมือครู พูดอย่างสดชื่นว่า
“แล้วก็ขอบคุณณุมาก ที่คอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจดาวทุกอย่าง ณุคือ...เพื่อนที่ดีที่สุดของดาว” ครูณุฟังแล้วชะงักสะดุดหู อิงดาวพูดต่ออย่างเตรียมมาดีแล้วว่า “ความจริงงานแต่งงานในวันนี้เป็นงานของดาวกับณุ แต่เมื่อเร็วๆนี้ดาวเพิ่งได้รู้ความจริงบางอย่าง...”
อิงจันทร์ที่รู้สึกแปลกๆอยู่แล้วนิ่งอึ้ง ครูณุเองก็หันมองแสงแปลกๆ แสงยิ้มให้อย่างแจ่มใส แล้วอิงดาวก็เดินลงจากเวที เอาช่อดอกไม้ที่ถืออยู่ส่งให้อิงจันทร์
“พี่ดาวทำอะไร” อิงจันทร์งงมาก
“คนที่สมควรจะเป็นเจ้าสาวของณุคือจันทร์” อิงดาวพูดเสียงดัง ชัดเจน จนแขกทุกคนงง
อิงจันทร์ตกใจ เรียกอิงดาวให้ฟังตนก่อน อิงดาวตัดบทว่าตนรู้ว่าครูณุกับอิงจันทร์รู้สึกต่อกันยังไง แล้วหันไปทางครูณุ ถามว่า “ณุ...บอกมาสิว่ารักน้องสาวดาวรึเปล่า”
“ผมรักจันทร์” ครูณุเดินตรงพูดใส่ไมค์อย่างกล้าหาญ อิงดาวถามอิงจันทร์ว่ารักครูณุไหม อิงจันทร์ไม่กล้าตอบ บอกแต่ว่า ตนทำร้ายอิงดาวไม่ได้ อิงจันทร์ไม่หลงประเด็นย้ำว่า
“พี่กับณุเราเป็นเพื่อนกัน จันทร์ไม่ได้ทำร้ายพี่ ยอมรับความจริงได้แล้วจันทร์ หัวใจโกหกไม่เป็นหรอก”
อิงจันทร์หันมองหน้าครูณุ แล้วตัดสินใจตอบชัดเจนว่า
“จันทร์รักครูณุ”
เสียงเฮดังขึ้นโดยเฉพาะเหม่งกับหม่องเฮลั่นกว่าเพื่อน อิงดาวมองครูณุถามว่ายืนอยู่ทำไมอีกให้ลงมาหาอิงจันทร์เสีย ครูณุยิ้มดีใจรีบลงไปหาอิงจันทร์
อิงดาวจับมือทั้งสองคนให้กุมกัน พูดกับครูณุราวกับเป็นผู้ปกครองของน้องสาวเสียเองว่า
“ดาวให้น้องสาวคนเดียวกับณุแล้ว ณุต้องดูแลจันทร์ให้ดีที่สุด ห้ามทำให้จันทร์เสียใจเด็ดขาด เข้าใจไหม”
“ณุจะรักและดูแลจันทร์ยิ่งกว่าชีวิตของณุเอง ณุสัญญา”
“งั้นก็ถือเสียว่านี่เป็นงานฉลองความสุขก็แล้วกัน” แสงประกาศแก่ญาติมิตรทุกคน แล้วเสียงดนตรีก็ดังขึ้น แขกที่มาร่วมงานต่างพากันจับคู่เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
ooooooo
ขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานเบิกบานใจกันเต็มที่นั้น อิงดาวกลับปลีกตัวออกไปเศร้าๆเธอคิดถึงสงกรานต์...ในวันงานนี้...
ครู่หนึ่งได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามา เธอนึกว่ามดแดง แต่ถามไปก็ไม่มีเสียงตอบจึงหันมองและแล้วแทบตะลึง เมื่อเห็นสงกรานต์ยืนอยู่ เธอถามเสียงประหม่าว่ามาที่นี่ทำไมอีก
“ผมมาเพราะต้องการคำตอบจากคุณ” สงกรานต์บอก อิงดาวถามว่าคำตอบอะไร “ก็คุณบอกให้น้องสาวคุณยอมรับความจริง แล้วคุณล่ะดาว เมื่อไหร่จะยอมรับความจริงเสียที”
อิงดาวถามว่าความจริงเรื่องอะไร สงกรานต์บอกว่า
ความจริงที่ว่าเธอรักตน อิงดาวสวนไปทันที
“ฉันไม่ได้รักคุณ”
“หัวใจโกหกไม่ได้ คุณก็บอกเอง ผมรักคุณนะดาว ผมรักคุณมาก ผมอยากใช้บั้นปลายชีวิตกับคุณเมื่อไหร่คุณจะพูดคำว่ารักกับผมสักที”
อิงดาวมองสงกรานต์เริ่มหวั่นไหว แสงที่แอบดูอยู่ทนไม่ไหวเดินออกจากที่ซ่อนโพล่งขึ้นว่า
“นังดาว เอ็งจะอะไรนักหนา พวกข้ายืนรอจนเมื่อยแล้วนะ”
ปรากฏว่าไม่เพียงแสงคนเดียวที่โผล่ออกมา แต่ยังมีตามมาเป็นขบวน ทั้งมดแดง อู๋ เอี๋ยว จีจี้ อิงจันทร์ ครูณุ โรส นภารัตน์ ราชศักดิ์ พาสัน ปีใหม่ไม่เว้นแม้กระทั่งหม่องกับเหม่งสองตัวแสบ
“เฮ้ย! นี่มากันหมดเลยเหรอเนี่ย” อิงดาวตกใจ
“ใช่น่ะสิวะ ถึงแรกๆไอ้สงกรานต์มันจะเลวเหมือนพ่อมัน แต่ตอนนี้มันเป็นคนดีแล้ว ไอ้สงกรานต์มันรักเอ็งจริงๆมันอยากดูแลเอ็ง เอ็งจะใจแข็งไปถึงไหนหา...ข้าเริ่มรำคาญแล้วนะ” แสงโวยวาย
จากนั้นทั้งปีใหม่ นภารัตน์ มดแดง และเอี๋ยวก็พากันลุ้นให้อิงดาวรับรักสงกรานต์ เธอพูดเขินๆว่าของแบบนี้จะพูดต่อหน้าคนอื่นได้ยังไงตนอาย สงกรานต์เลยเอียงหน้าเข้าไปให้กระซิบ อิงดาวกระซิบเขินๆฟังแล้วสงกรานต์ยิ้มหน้าบาน ร้องเย้อย่างดีใจสุดขีดดึงอิงดาวเข้าไปกอด
ใครๆที่ห้อมล้อมอยู่ต่างอยากรู้ว่าอิงดาวกระซิบอะไร ลุ้นให้สงกรานต์บอก สงกรานต์ไม่ยอมบอกพูดอำๆว่า เรารู้กันสองคนเท่านั้น ปีใหม่เลยบอกแทนราวกับได้ยินเองว่า
“พวกลุงๆป้าๆน้าๆอาๆพี่ๆทั้งหลาย พี่ดาวเขาต้องบอกพ่อผมว่า...ดาวรักคุณนะคะคุณสงกรานต์” พูดแล้วถามสงกรานต์ว่า “ใช่ป่ะล่ะพ่อ”
สงกรานต์ขยี้หัวลูกชายอย่างเอ็นดู ปีใหม่เลยประกาศขอเรียกอิงดาวว่าแม่เสียเลย อิงดาวตอบรับว่า “ครับลูกแม่” เท่านั้นเอง เสียงเฮก็ดังจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะปีใหม่กระโดดโลดเต้นดีใจที่มีแม่แล้ว
เป็นงานแห่งความสุขอย่างที่แสงพูดไว้จริงๆเพราะช่างเป็นงานที่ลงเอยและลงตัวอย่างที่สุดสงกรานต์หอมแก้มปีใหม่กับอิงดาว อู๋กอดมดแดง ครูณุกอดอิงจันทร์ และเอี๋ยวจับมือกับจีจี้ ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุขในบรรยากาศที่ครึกครื้นสนุกสนาน
ooooooo
ตกเย็น สงกรานต์พาอิงดาวไปยืนชมวิวบนเนิน เขาโอบกอดเธอไว้อย่างแสนรัก ชี้ชวนให้ดูที่ที่เตรียมจะสร้างบ้าน บอกเธอว่า
“พอเราแต่งงานกัน ผมกับพี่ปีจะย้ายมาอยู่กับคุณที่นี่ ผมฝันมานานแล้วว่า อยากมีครอบครัวเล็กๆใช้ชีวิตพอเพียง ผมจะพยายามเรียนรู้งานจากคุณในการเป็นชาวสวนให้เร็วที่สุด เราจะเป็นครอบครัวที่มีความสุขตลอดไป”
“ขอบคุณมากนะคะที่คุณรักดาว ที่ผ่านมาดาวทำให้คุณเสียใจ ดาวขอโทษ แต่จากนี้ไปดาวจะทำให้คุณเป็นผู้ชายที่มีความสุขมากที่สุดในโลก ดาวรักคุณค่ะคุณสงกรานต์”
สงกรานต์บอกว่าตนก็รักเธอและรักมากกว่าด้วย ต่างฝ่ายต่างบอกว่ารักอีกฝ่ายมากกว่า แต่ไม่มีเครื่องชั่งวัดตวงใดๆที่จะมาวัดตวงความรักกันได้ มีแต่การปฏิบัติเท่านั้นที่จะเป็นการพิสูจน์รักแท้
สงกรานต์ปรารภว่าเรื่องของเรานี่แปลกดีตอนแรก เราเป็นคู่แค้นแต่สุดท้ายก็เป็นคู่รัก อิงดาวบอกว่า แบบนี้ต้องเรียกว่า “คู่แค้นแสนรัก”
“แสนรักเหรอ...นี่แน่ะ แสนรัก...แสนรัก...” สงกรานต์หอมแก้มอิงดาวอย่างมันเขี้ยว
“มันต้องหยั่งงี้...พี่ช้อบ...ชอบ...” ปีใหม่โผล่จากที่ซ่อนมาเชียร์ ถูกอู๋กับมดแดง ครูณุกับอิงจันทร์และเอี๋ยวกับจีจี้ โผล่มาล็อกหงายหลัง ปีใหม่โวยวายว่าทำไมทำกันแบบนี้ ทำให้สงกรานต์กับอิงดาวหันมอง
ทั้งสามคู่หกคนที่มาลากปีใหม่ไป พากันส่งสัญญาณให้ทั้งคู่หวานกันต่อไป หวานอวดฟ้าอวดดินให้เป็นพยานรักของกันและกัน...
ooooooo
-อวสาน-










