นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปลาหลงฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เพิ่งเปิดตัวเป็นแฟนกันได้ไม่กี่วัน มัศยากับน่านฟ้าก็มีอันต้องมองหน้ากันไม่ติดเสียแล้ว...

    เช้านี้มัศยาลางานอยู่กับบ้านด้วยอาการเซ็งๆ ขณะที่น่านฟ้ามาทำงานแล้วไม่เห็นเธอก็มีหงุดหงิดงุ่นง่านเสียจนวิภาต้องเรียกมาซักถาม

    หลังฟังเรื่องราวจากน่านฟ้าแล้ววิภาอาสาไปเจรจากับมัศยาเองที่บ้านในฐานะแม่ใหญ่ของน่านฟ้า ไม่ใช่

    คุณท่านแห่งมีโชค วิภาเสียใจที่น่านฟ้าปากไวพูดจาไม่คิด ทั้งที่เขารักมัศยาซึ่งเธอยืนยันได้ว่าเป็นความจริง

    “ฟังนะมัศยา ฉันน่ะเอ็นดูเธอเหมือนลูกเหมือนหลาน ไม่เคยคิดรังเกียจ จะว่าไปอยากได้เธอเป็นหลานสะใภ้ด้วยซ้ำ”

    “คุณน่านให้คุณท่านมาพูดกับดิฉันเหรอคะ”

    “เปล่า ฉันมาของฉันเอง ฉันเป็นผู้ใหญ่ทำไมจะเดาสถานการณ์ไม่ถูกว่าเธอกับตาน่านกำลังมีปัญหากัน พนักงานดีเด่น 7 ปีซ้อนอย่างเธอเคยลางานซะที่ไหน นี่แสดงว่าเธอต้องมีเรื่องไม่สบายใจจริงๆใช่ไหม”

    “คุณท่านคะ ดิฉันขอโทษนะคะที่ดูเหลวไหลไม่รู้จักแยกแยะ ไม่รับผิดชอบงาน”

    “เปล่า ฉันไม่ได้ตำหนิเธอเลยมัศยา ฉันเข้าใจด้วยซ้ำ เฮ้อ ตาน่านเล่าให้ฉันฟังคร่าวๆแล้วล่ะ ฉันเข้าใจเธอนะเพราะถ้าเป็นฉันคงตบมันปากฉีกไปแล้ว มีอย่างที่ไหนมาขอเราเป็นแฟนแต่คิดแค่เอ็นจอยกันไปวันๆ ไม่คิดจะถึงขั้นแต่งงาน แต่เธอรู้ไหมความจริงคืออะไร”

    “อะไรเหรอคะ”

    “เจ้าน่านมันเสียใจมากที่พูดไปแบบนั้น แล้วมันก็ไม่เคยคิดอย่างนั้นด้วย”

    “เขาบอกคุณท่านอย่างนั้นเหรอคะ”

    “ใช่ หมอนี่มันเคยเป็นคาสโนว่ามาก่อน มันเลยสับสนว่าคนอย่างมันจะรักใครจริงจังขนาดนั้นได้เหรอ แล้วอีกอย่างไอ้เรื่องการมีครอบครัวน่ะไม่เคยอยู่ในหัวสมองมันเลย ผู้หญิงที่ผ่านมาของมันก็ล้วนแต่รักสนุก คบผู้ชายหล่อๆรวยๆก็พอใจแล้ว จนกระทั่งเธอโกรธมันนั่นแหละมันถึงรู้ตัวว่ามันขาดเธอไม่ได้”

    มัศยาฟังแล้วยิ้มแก้มปริ...เป็นอันว่าวิภาทำสำเร็จ แต่พอถึงบริษัทกลับยักท่าให้น่านฟ้าลุ้นแล้วลุ้นอีก กลัวมัศยาจะไม่หายโกรธ

    “โธ่...แม่ใหญ่ครับ ผมร้อนใจจนจะไหม้อยู่แล้ว บอกมาซักทีเถอะครับว่าหยีหายโกรธผมรึยัง”

    “ยัง...แต่ฉันนัดเขามาเจอแกที่ร้านอาหารตอนหกโมงครึ่ง ถ้าแกไปไม่ทันเขาคงโกรธแกไปอีกนาน”

    “ว่าไงนะ หกโมงครึ่ง” น่านฟ้ามองนาฬิกาข้อมือเป็นเวลาหกโมงแล้วบ่นอุบว่าทำไมแม่ใหญ่เพิ่งบอก

    “ก็ฉันอยากให้แกตื่นเต้นเล่นน่ะสิ”

    น่านฟ้าไม่รอช้า พุ่งพรวดไปคว้าเสื้อนอกมาสวมก่อนวิ่งปรู๊ดออกไปเลย วิภามองตามหัวเราะชอบใจ

    ooooooo

    มัศยาเดินเข้ามากวาดตามองในร้านอาหาร ยังไม่เห็นน่านฟ้าจึงเลือกนั่งที่โต๊ะมุมหนึ่ง แต่ยังไม่สั่งเครื่องดื่มหรืออาหาร บอกเด็กเสิร์ฟว่ารอสักพักเดี๋ยวค่อยสั่ง

    รอไปรอมามัศยาเกรงใจเด็กเสิร์ฟที่เพียรมาถามเลยสั่งน้ำมาดื่มเรื่อยๆ ถึงแก้วที่สี่น่านฟ้าก็ยังไม่มา เธอเริ่มหงุดหงิด ขณะที่น่านฟ้ายังอยู่บนท้องถนนที่การจราจรติดขัดเป็นกังวลร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติด

    ที่สุดมัศยาก็รอไม่ไหว เรียกเด็กมาเช็กบิลแล้วจะกลับ แต่ทันใดบนเวทีมีแสงไฟสาดไปกลางเวที น่านฟ้านั่งประจำตำแหน่งนักร้องขออนุญาตร้องเพลงหวานซึ้งง้อแฟนสาวท่ามกลางเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือของลูกค้าโต๊ะอื่นที่พากันยินดีกับทั้งคู่

    มัศยาใจอ่อนยวบกับการกระทำของน่านฟ้า หลังจากนั้นทั้งคู่พากันออกมาเดินเล่นไปตามสะพานที่ประดับประดาไฟสวยงามยามค่ำคืน

    “คุณนี่หน้าไม่อายจริงๆ นึกยังไงถึงกล้าขึ้นไปร้องเพลงอย่างนั้น”

    “จะง้อหยีมันก็ต้องจัดเต็มนิดนึงสิ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่ตั้งใจ”

    “มาช้าแล้วกลัวฉันโกรธกว่าเดิมก็พูดมาเถอะ”

    “ก็รถมันติดนี่ แถมแม่ใหญ่ยังแกล้งบอกผมช้าอีก นี่แทบจะเหาะมาเลยนะ”

    “โทรศัพท์ก็มีแทนที่จะโทร.มาบอก”

    “บอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคร้าบ...ตกลงว่าเรากลับมาดีกันเหมือนเดิมเลยนะ”

    มัศยาพยักหน้ารับยิ้มๆ น่านฟ้าดีใจรีบอธิบายทำความเข้าใจกับเธอ

    “ที่ผมพูดไปแบบนั้นเพราะผมเองก็ยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ผมติดกับสิ่งที่ผมเคยเป็นมาตลอดจนลืมไปว่าช่วงเวลาที่ผ่านมามีใครคนหนึ่งที่ขัดเกลาผมจนกลายเป็นคนใหม่ไปแล้ว”

    “ใครเหรอคะ”

    “เขาคือเจ๊โหดของผมไงล่ะ แต่ตอนนี้กลายเป็นมัศยายอดยาหยีของผมไปแล้ว” เขาไม่พูดเปล่า แต่โอบกอดเธอเข้ามาอย่างแสนรัก

    “คุณก็รู้ว่าฉันเป็นคนจริงจังกับทุกอย่าง การที่ฉันตัดสินใจคบกับคุณเพราะฉันคิดว่าคุณจะจริงจังเหมือนฉัน”

    “ผมเข้าใจ เอาเป็นว่าผมขอเวลาปรับทัศนคติตัวเองก่อนแล้วพร้อมเมื่อไหร่จะยกขันหมากไปสู่ขอคุณเลย แต่รับรองว่าตั้งแต่นี้ไปผมจะรักคุณคนเดียว ไม่เกเร ไม่เหลวไหล ไม่เจ้าชู้...ผมสัญญา”

    มัศยาพยักหน้ารับอย่างปลื้มๆ น่านฟ้ากระชับอ้อมกอดพาเธอเดินไปตามสะพานสวยงามที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

    ooooooo

    ขณะที่มัศยากับน่านฟ้ากำลังมีความสุข ปารณยังคงกลุ้มใจกับป้ามะลิที่หวงแหนหลานสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ คืนนี้เขาต้องไปช่วยแกทำข้าวเกรียบที่บ้านเหมือนเดิม นิรชาห้ามเพราะสงสารเขาก็ไม่ฟัง ยืนกรานจะทำให้ป้ามะลิยอมรับตนให้ได้

    แม้รู้เห็นในความขยันและอดทนของปารณหลายวันที่ผ่านมา แต่ป้ามะลิก็ยังไม่ใจอ่อน แถมยังตำหนินิรชาไม่ให้ยุ่งเรื่องนี้ ถ้าใครจะจีบหลานสาวตนก็ต้องฝ่าด่านตนให้ได้ก่อน

    นิรชาหนักใจแทนปารณ คืนนี้ขณะเขาไปส่งเธอที่บ้าน เธอให้กำลังใจเขาด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ่แล้วเดินหนีอย่างเอียงอาย ปารณดีใจกับการแสดงออกของเธอจึงมุ่งมั่นตั้งใจว่าเขายินดีรับมือกับป้ามะลิต่อไปอย่างไม่มีท้อ

    ด้านน่านฟ้ากับมัศยาที่ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มขับรถมาส่งเธอที่บ้านและเจอสินธุนั่งคุยประจ๋อประแจ๋อยู่กับสมใจ นทีและหนูน้อยนะดี ...ต่อหน้าคนอื่นสินธุเก็บอารมณ์หึงหวงมัศยาทักทายน่านฟ้าเหมือนไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง

    พอสินธุขอตัวกลับไปก่อน นทีถึงกับเอ่ยปากกับทุกคนว่า “เป็นเพื่อนกันได้ก็ดีแล้ว คนเราเลิกกันไม่เห็นต้องเกลียดกันเลยนี่หว่า ฉันว่าเจ้าสินธุมันก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรซะหน่อย”

    “หยีก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่พี่ที ถ้าเขากลับเนื้อกลับตัวได้ หยีเองก็ดีใจ”

    “เอาล่ะๆ คุณน่านนั่งคุยกันตามสบายนะคะ เดี๋ยวฉันขอตัวขึ้นนอนก่อนดีกว่า”

    สมใจขยิบตาให้ลูกชาย...นทียิ้มรับอย่างเข้าใจแล้วตรงเข้าอุ้มนะดีขึ้นไปนอน ทิ้งให้น่านฟ้ากับมัศยาหยอกเย้ากันไปประสาคู่รักหวานแหวว

    ooooooo

    ผ่านไปแค่วันเดียวต๋องเห็นมัศยากับน่านฟ้ามาทำงานแล้วคุยกันกระหนุงกระหนิง ทั้งที่เมื่อวานน่านฟ้ายังหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี

    แม้จะไม่เข้าใจแต่ต๋องก็ดีใจ รีบวิ่งมาตามวิภาไปดูภาพหวานๆของทั้งคู่ วิภาเลยเฉลยให้ฟังว่าเพราะฝีมือของตนนี่แหละทำให้น่านฟ้ากับมัศยาคืนดีกัน
    บรรยากาศกำลังดีและอาจจะดีเลิศด้วยถ้าไม่มีแอนนาเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ แอนนาถือวิสาสะเข้ามาทักทายน่านฟ้าด้วยท่าทีใกล้ชิดสนิทสนม บอกว่าตนมีธุระจะคุยกับเขาเยอะแยะ

    มัศยามองนิ่งๆ เก็บซ่อนความไม่พอใจ ลุกขึ้นบอกน่านฟ้าว่า “ตามสบายนะคะ ฉันไปทำงานก่อนดีกว่า” แล้วเดินเริ่ดๆเชิ่ดๆออกไปอย่างเหนือชั้น
    น่านฟ้ามองตามเธอไปอย่างกังวล ขณะที่แอนนาไม่สนใจอะไร เข้าคลอเคลียจะให้เขาช่วยดูธุรกิจเล็กๆที่เธอกำลังคิดจะทำ

    มัศยาสะกดความหึงหวงเดินออกมามุมหนึ่ง แต่แล้วใบหน้าเรียบนิ่งก็งอง้ำ ภาพที่แอนนานั่งบนตักน่านฟ้าเมื่อสักครู่ทำให้เธอเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เดินวนเวียนอย่างฮึดฮัด ต๋องเดินผ่านมาเห็นเดาได้ไม่ยากว่าคงหึงนางแบบขายาวที่เพิ่งเข้าไปหานานฟ้า

    “อย่างฉันเนี่ยนะหึง บ้ารึเปล่า ฉันเป็นใครแล้วยัยนั่นเป็นใคร”

    คำพูดของมัศยาเล่นเอาต๋องงงๆ แต่ก็ตอบไปตามตรงว่าแอนนาคือนางแบบท็อปไฟว์ของประเทศไทย มัศยาชักสีหน้าทันใด ย้ำเสียงแข็งก่อนเดินไปอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

    “ฉันจะบอกว่าฉันเป็นแฟนคุณน่าน ฉันก็ต้องเชื่อใจเขา”

    ooooooo

    น่านฟ้ารักและเกรงใจมัศยาจึงไม่ค่อยยอมโอนอ่อนไปกับแอนนาเหมือนแต่ก่อน คอยอยู่ห่างเธอเอาไว้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายกลับพยายามจะเข้าใกล้ให้มากที่สุดเพื่อเอาชนะมัศยา

    ในที่สุดความอดทนของมัศยาก็สิ้นสุด เธอกลับเข้ามาในห้องทำงานน่านฟ้าแล้วเห็นภาพบาดตาบาดใจแอนนานั่งตักน่านฟ้าอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เธอยอมไม่ได้แน่ มีปากเสียงกับแอนนาในฐานะเธอเป็นแฟน แต่แอนนาเป็นแค่เพื่อน

    สองสาววิวาทกันครู่หนึ่งก่อนที่แอนนาจะเป็นฝ่ายกลับไปเพราะน่านฟ้าเอ่ยปากไล่ทางอ้อมว่าเขาจะคุยงานกับมัศยา แต่พอเธอคล้อยหลัง มัศยาก็ประเคนหมัดใส่น่านฟ้าจนฟกช้ำดำเขียวโทษฐานแนบชิดกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่แฟน แล้วต่อไปถ้ายังอี๋อ๋อกับผู้หญิงคนไหนอีกรับรองว่าเจอมาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน...

    โรงงานข้าวเกรียบแห่งใหม่ของสุกิจเป็นรูปเป็นร่างโดยมีภูริชที่ลาออกจากมีโชคมาดูแลเต็มตัว แถมยังดูดเอาพนักงานจำนวนหนึ่งออกมาอยู่ด้วย น่านฟ้ารับรู้ด้วยความหนักใจแต่ไม่โวยวายต่อว่าใครทั้งนั้น นอกจากคิดหาทางผลักดันข้าวเกรียบมีโชคสูตรใหม่ของตนให้เป็นที่ยอมรับในตลาดเล็กและใหญ่ให้จงได้

    มัศยาช่วยน่านฟ้าอย่างสุดความสามารถโดยเฉพาะเรื่องการตลาดที่เธอถนัด ขณะเดียวกันข้าวเกรียบโอกิมิของสุกิจก็กำลังจะบุกเบิกสู่ตลาด สุกิจจึงไม่มีความจำเป็น

    ต้องพึ่งพาปารณอีกแล้ว ในวันที่เขามาบอกเลิกใช้บริการ ปารณยังอดห่วงไม่ได้ เตือนสุกิจควรดูแลงานทุกส่วนด้วยตัวเอง อย่าไว้ใจใครเกินไป

    “คุณหมายถึงใครเหรอ” สุกิจย้อนถาม

    “ก็ทั่วๆไปน่ะครับ แต่แค่อยากเตือนคุณเท่านั้นเอง”

    “ขอบคุณที่เตือนนะ แต่ผมเชื่อมั่นในตัวคนของผม พนักงานหลายคนก็มาจากมีโชค คนเก่าคนแก่ที่คุ้นเคยกับผมทั้งนั้น”

    “ถ้าคุณมั่นใจก็ดีครับ ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณวางใจเกินไป”

    “ผมรู้น่าว่าการทำธุรกิจมันต้องเจออะไรบ้าง แต่ยังไงก็ขอบคุณที่เตือนแล้วกันนะ เอาล่ะ ผมขอตัวไปทำงานต่อแล้วกัน”

    “เชิญครับ” สุกิจเดินออกมาไม่ทันถึงลานจอดรถก็ตาไวเห็นนิรชาเดินอยู่ในออฟฟิศปารณ เขาตรงไปดักหน้าถามเธอว่ามาทำอะไรที่นี่ นิรชาอึกอักไม่รู้จะพูดยังไง สุกิจกลัวเป็นที่สังเกตจึงเดินนำเธอไปหลบมุมคุยกัน

    “ตกลงบอกฉันได้รึยังว่าเธอมาทำอะไรที่นี่” สุกิจคาดคั้นจับผิดจนนิรชาก้มหน้าไม่กล้าสู้สายตา ตอบเบาๆว่าตนทำงานที่นี่ “เธอเนี่ยนะทำงานประจำ ทำมานานหรือยัง”

    “เพิ่งทำค่ะ”

    “แน่ใจนะว่าไม่ได้โกหก ที่จริงเธอทำมานานแล้ว แล้วมาตบตารับงานหลอกเอาเงินของฉัน”

    “เปล่าค่ะ ฉันอยากทำงานสุจริตก็เลยลองสมัครงานที่นี่ แล้วคุณปารณรับฉันไว้ ฉันก็เลยตัดสินใจทำงานที่นี่แทนที่จะทำงานอย่างที่เคยทำค่ะ ส่วนงานที่คุณสุกิจสั่งให้ฉันทำ ฉันก็ทำไปแล้วนะคะ ถือว่าเป็นงานสุดท้าย”

    “เอาล่ะ ถึงฉันให้เธอทำต่อมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ เพราะไอ้น่านฟ้ามันก็มีแฟนของมันแล้ว ส่วนโรงงานของฉันก็กำลังจะเปิด ก็ถือว่ายกผลประโยชน์ให้เธอไปแล้วกัน แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน...ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

    นิรชาโล่งอกยกมือไหว้ขอบคุณสุกิจแล้วรีบไปเล่าให้ปารณฟังอย่างไม่ไว้วางใจ เพราะทราบดีว่านายคนนี้ร้ายไม่ใช่เล่น เธอกลัวว่าถ้าเขารู้เรื่องปารณกับน่านฟ้าเป็นเพื่อนกันแล้วอาจจะรู้ก็ได้ว่าเธอเป็นหนอนบ่อนไส้

    “ตอนนี้นายสุกิจคงวุ่นแต่กับโรงงานของตัวเองไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่นหรอก ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะดูแลเธอเอง”

    “ขอบคุณนะคะ”

    “ขอบคุณอย่างเดียวไม่พอ ขอรางวัลด้วยสิ” ปารณทำแก้มป่องยื่นมา นิรชาอมยิ้มหมั่นไส้ บอกว่าเสียใจ รางวัลมีไว้ให้คนทำงาน แต่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย

    ได้ยินอย่างนั้นปารณนึกขึ้นได้ บอกเธอว่าจริงด้วยตนต้องรีบไปทำงานต่อ...ว่าแล้วรีบปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้าก่อนบึ่งรถไปช่วยป้ามะลิทอดข้าวเกรียบขายมือเป็นระวิง

    ooooooo

    เลิกงานเย็นนี้น่านฟ้ากับมัศยานัดกินข้าวด้วยกัน พอไปถึงร้านอาหารชายหนุ่มกลับเอาแต่นั่งมองอาหารหน้าเครียด มัศยาจับตาด้วยความสงสัยถามเขาว่าเป็นอะไร หรือว่าไม่หิว น่านฟ้าทำเฉไฉว่าแค่มองหน้าเธอก็อิ่มแล้ว

    “อย่ามาปากดี คิดอะไรอยู่เหรอคะ ฉันรู้นะว่าคุณมีเรื่องกังวลอะไรอยู่”

    “เฮ้อ...รู้ทันผมทุกเรื่องแบบนี้ ต่อไปอย่าฝันเลยว่าจะมีกิ๊กที่ไหนได้”

    “ก็ลองมีสิ ฉันจะหั่นๆๆๆ สับๆๆๆให้เละเลย”

    ชายหนุ่มสะดุ้งเอามือกุมเป้ากางเกงอย่างกลัวๆ มัศยาไม่ขำ ถามเขาว่าตกลงมีเรื่องอะไรเล่ามาเสียที

    “หยีจะช่วยผมเหรอ”

    “เปล่า ฉันอยากรู้”

    น่านฟ้าหน้าคว่ำน้อยใจ มัศยารีบบอกว่าล้อเล่น เธอเป็นห่วงเขาต่างหาก

    “คือผมกำลังกังวลเรื่องหาพนักงานใหม่มาแทนพวกที่ลาออกไปทำงานกับอาสุกิจน่ะ”

    “ฉันเห็นฝ่ายบุคคลประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วนี่คะ”

    “เรื่องนั้นผมรู้ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าคนใหม่ที่ได้มาจะทำงานได้ดีรึเปล่า อีกอย่างผมมีแผนจะออกอีเวนต์พีอาร์ข้าวเกรียบของเรา ถ้าขาดคนแล้วเราจะทำกันยังไงดี”

    มัศยาจับมือน่านฟ้าอย่างห่วงใย ปลอบอย่างจริงใจ “อย่าคิดมากเลยค่ะ ต่อให้หาไม่ได้เลยฉันก็จะยอมทำงานหนักเพื่อช่วยคุณเอง เราสองคนผ่านอะไรมาตั้งเยอะ

    กับเรื่องแค่นี้ทำไมเราจะผ่านมันไปอีกไม่ได้ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ฉันจะเคียงข้างคุณ ทำงานทุกอย่างให้สำเร็จให้ได้ค่ะ”

    น่านฟ้าสบตาแฟนสาวเคลิ้มๆ ทำท่าจะดึงเธอมาจุ๊บสักทีแต่โดนเธอผลักหน้าแทบหงาย ตำหนิเสียงเบาว่าจะบ้าเหรอ นี่มันร้านอาหาร

    “ก็มันซึ้งนี่ มีแฟนน่ารักแบบนี้ใครจะอดใจไหว”

    “สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหม งั้นทานข้าวเร็ว จะได้กลับบ้าน”

    “จ้ะแม่” น่านฟ้าตอบแล้วยิ้มกวนๆ มัศยาหมั่นไส้แต่มีความสุข

    ooooooo

    หลายวันถัดมา น่านฟ้ากับมัศยาเตรียมงานโปรโมตสินค้าที่มีทั้งกิจกรรมสนุกสนานและมี ข้าวเกรียบแสนอร่อยให้ผู้ร่วมงานกินฟรีไม่มีชาร์จ

    วิภารู้เห็นและภูมิใจในความทุ่มเทของน่านฟ้าอย่างที่สุด คืนนี้เธอกลับเข้าบ้านด้วยรอยยิ้ม เดินมาหยุดยืนหน้ารูปของสามีและลูกชายที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตด้วยกันเมื่อสองปีก่อน

    “คุณโชค คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ตาน่านลูกชายคุณพาบริษัทมีโชคไปไกลขนาดไหน ฉันอยากให้คุณมาเห็นจริงๆว่าตาน่านทุ่มเทเพื่อบริษัทเราถึงขนาดที่
    ฉันเองยังทำไม่ได้เลย ขอบคุณนะคะที่อย่างน้อยคุณก็ทิ้งทายาทสืบสกุลอย่างตาน่านไว้ให้ ตอนนี้ฉันหมดห่วงแล้ว ฉันอยากจะพักวางมือจากงานซักที”

    พูดขาดคำ เสียงรถแล่นมาจอดหน้าบ้าน วิภาเดินออกมาหาน่านฟ้าที่รีบร้อนลงจากรถ ท่าทางสงสัยว่าแม่ใหญ่มีอะไรถึงเรียกตนมามืดค่ำแบบนี้
    วิภาเดินนำน่านฟ้าเข้าไปในห้องทำงาน เปิดเซฟ แล้วหยิบโฉนดที่ดินและเอกสารต่างๆ เครื่องเพชรและเงินสดจำนวนมาก สุดท้ายคือพินัยกรรมส่งให้น่านฟ้า เก็บไว้

    น่านฟ้างงเป็นไก่ตาแตก ถามแม่ใหญ่ว่าให้ตน ทำไม?

    “ตอนนี้ฉันมีทายาทคนเดียวก็คือแก ฉันอยากจะวางมือจากงานแล้วปล่อยให้แกบริหารมีโชคเต็มๆซักที”

    น่านฟ้าโวยวายเสียงหลงว่าแม่ใหญ่จะลอยแพตนเหรอ ตนไม่ยอมเด็ดขาด

    “ฉันไม่ได้ลอยแพ แต่ฉันเหนื่อยมาหลายสิบปีแล้ว ฉันอยากพักบ้าง นี่ฉันแพลนจะชวนแม่แกไปเที่ยวให้หนำใจซะหน่อย ก็เลยอยากจัดการเรื่องสมบัติ เรื่องเอกสารทุกอย่างให้เรียบร้อย

    “แม่ใหญ่อย่าทำแบบนี้สิครับ ผมอยากให้แม่ใหญ่อยู่เป็นมิ่งขวัญให้มีโชคตลอดไปนะครับ”

    “ฉันไม่ใช่ศาลพระภูมิประจำบริษัทนะยะ แล้วแกไม่เห็นรึไงว่าฉันทำงานหนักขนาดไหน ฟังนะเจ้าน่าน ได้เวลาที่คนรุ่นใหม่จะมาทำให้มีโชคพัฒนา แล้วคนรุ่นเก่าอย่างฉันก็ควรจะพักซักที”

    “แต่ผมกำลังจะมีโปรเจกต์ใหญ่ ออกอีเวนต์พีอาร์ข้าวเกรียบของเราตามตลาดนัดและชุมชนทั้งในเมืองและชานเมือง จัดให้มีการแข่งเกมสไตล์งานวัดเพื่อขยายตลาดของเราให้เข้าถึงทุกพื้นที่ แม่ใหญ่ต้องอยู่ร่วมเป็นกำลังใจให้กันก่อนสิครับ”

    “อื้อหือ...นี่แกจะลุยไม่หยุดเลยเหรอ”

    “ครับแม่ใหญ่ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน เดี๋ยวนี้คู่แข่งมีมาก แม่ใหญ่ก็เห็นว่าคนของเราถูกดูดไปก็เยอะ เราจะตายใจไม่ได้เลย ต้องตื่นตัวตลอดเวลา”

    “ขอบใจนะตาน่าน ฉันอยากให้คุณโชคได้เห็นแกตอนนี้เหลือเกิน แกคือความหวังเดียวของฉัน อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ” วิภาลูบหัวน่านฟ้าด้วยความรักและปลื้มใจ ถามเขาว่าจะจัดงานเมื่อไหร่ คำตอบคือเร็วๆนี้ตนเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว

    ooooooo

    ถึงวันงานโฆษณาประชาสัมพันธ์ข้าวเกรียบมีโชคที่น่านฟ้าทุ่มเทอย่างเต็มที่ บรรยากาศคึกคักสนุกสนานตามคาด ผู้คนให้ความสนใจเข้าร่วมงานเพราะมีเกมการละเล่นหลากหลายแล้วแต่จะถนัด

    ขณะงานดำเนินไปอย่างราบรื่นมีแต่รอยยิ้มของทุกคนที่ให้ความสนใจมัศยาและน่านฟ้า แต่พอแอนนาปรากฏตัว ความสนใจแทบทั้งหมดก็พุ่งมาที่เธอในฐานะนางแบบสาวสวยชื่อดัง ผู้คนกรูไปขอถ่ายรูปกับเธอจนทำให้งานกร่อยลงทันตา วิภาไม่พอใจถึงกับตำหนิน่านฟ้านึกว่าเขาเชิญหล่อนมางานนี้
    น่านฟ้าปฏิเสธและรู้สึกเกรงใจมัศยา ไม่อยากให้เธอคิดมาก ส่วนแอนนาที่มาแบบไม่ได้รับเชิญก็โดนพวกวิภารุมตำหนิแต่เธอหาได้ใส่ใจ ยังคงพยายามจะเอาชนะมัศยาต่อไปทั้งเรื่องหัวใจและในเกมการแข่งขันที่มีโชคจัดขึ้น

    แอนนาท้าทายมัศยาเล่นเกมภายในงานและใช้ความเจ้าเล่ห์เอาชนะไปอย่างหน้าด้านๆ แต่แล้วเธอเป็นฝ่ายแพ้ภัยตัวเอง เพราะผู้ชนะต้องไปทอดข้าวเกรียบ ซึ่งเธอทนไม่ไหวกับน้ำมันร้อนๆที่กระเด็นใส่เลยทิ้งตะหลิวร้องดีดดิ้นวิ่งหนีกลับไปในที่สุด

    ด้านปารณที่ยังเอาชนะใจป้ามะลิไม่สำเร็จก็ยังไม่ถอดใจ มุ่งมั่นต่อไปอย่างมีน้ำอดน้ำทน ไม่ว่าโดนแกล้งให้ทำงานลำบากลำบนแค่ไหนก็ไม่บ่น มีแต่โอนอ่อนเอาใจ แม้แต่บีบนวดให้ป้ามะลิ เขาก็ยอมทำอย่างยินดี

    ป้ามะลิรู้เห็นในความดีของปารณจึงถ่ายทอดสูตรข้าวเกรียบอร่อยที่สุดให้เขา แต่เรื่องหัวใจที่เขารักนิรชา ป้ายังคงต้องดูต่อไปอย่างใกล้ชิด เรียกว่ายังไม่ยอมใจอ่อนยอมให้คบกันง่ายๆแน่

    เสร็จงานโปรโมตข้าวเกรียบมีโชคในค่ำนั้น น่านฟ้าขับรถไปส่งมัศยา ระหว่างทางเกือบประสบอุบัติเหตุชนชายคนหนึ่งที่เดินโซเซออกมาขวางหน้ารถอย่างกะทันหัน

    น่านฟ้าเหยียบเบรกตัวโก่งแล้วลงมาดูพร้อมมัศยา ปรากฏว่าชายคนนั้นคือสินธุ หน้าตาเขาบวมช้ำจากการโดนทำร้าย ร้องโอดโอยขอความช่วยเหลือจากมัศยา

    ทั้งคู่ตกใจมากรีบพาเขาขึ้นรถไปทำแผลที่โรงพยาบาล เสร็จแล้วนั่งคุยกันอยู่อีกพัก จนรู้ว่าสินธุโดนพวกรับจ้างทวงหนี้ซ้อมมา

    “นี่สินธุไปเป็นหนี้ใครมาอีกเหรอ”

    “คือว่า...เงินที่ผมคืนหยีไปน่ะ ความจริงผมไปยืมเขามา แต่ตอนนี้ยังไม่มีคืนก็เลยโดนทำร้ายอย่างที่เห็นนี่แหละ”

    “แล้วทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย หยีก็ไม่ได้คิดจะทวงซะหน่อย”

    “ก็ผมไม่อยากให้หยีโกรธนี่ เลยทำแบบนี้”

    “งั้นเอาไปคืนเขาซะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้อีก”

    “อย่าเลยหยี เรื่องแค่นี้ผมจัดการเองได้”

    “แน่ใจเหรอว่าจัดการเองได้ ไม่ใช่อยู่ๆโดนฆ่าหมกป่านะ” น่านฟ้าทักท้วง

    “ครับ ไม่ต้องห่วงหรอก แค่อุตส่าห์พาผมมาโรงพยาบาลแค่นี้ก็ถือว่าช่วยผมมากแล้วครับ”

    มัศยาหน้าสลดด้วยความเป็นห่วงอดีตคนรัก แต่หารู้ไม่ว่าสินธุลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ลับหลังพวกเขาอย่างมีแผน...เพียงเช้าวันถัดมาเขาก็มาดักเจอน่านฟ้าตัวต่อตัวที่ลานจอดรถในบริษัทมีโชค สินธุอารัมภบทอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะขอยืมเงินจากน่านฟ้าเอาไปคืนเจ้าหนี้

    “คุณคิดยังไงถึงมายืมผม” น่านฟ้าถามอย่างจับผิด

    “ถ้าผมมีทางอื่นผมก็คงไม่บากหน้ามารบกวนคุณหรอกครับ แต่ตอนนี้ผมลำบากจริงๆ อีกอย่างพวกมันรู้จักบ้านหยี รู้ว่าเป็นบ้านเพื่อนผม ผมไม่อยากให้มันทำร้ายคนในบ้านหยีด้วย คือพวกมันขู่ว่าต่อไปมันจะไม่ทำร้ายแค่ตัวผม แต่จะทำกับคนที่ผมสนิทด้วย ผมมองไม่เห็นว่าใครจะช่วยได้นอกจากคุณน่าน”

    น่านฟ้าถามเขาว่าต้องการเงินเท่าไหร่ สินธุบอกตนเป็นหนี้อยู่สามแสน

    “บอกตามตรงนะ ผมก็ไม่ใช่คนมีรายได้มากมายอะไร ถึงจะตำแหน่งประธานแต่ก็กินเงินเดือนเหมือนพนักงานนี่แหละ ถ้าผมจะช่วยคงต้องช่วยแบบมีความเสี่ยงน้อยที่สุด”

    “เรื่องนั้นผมเข้าใจครับ คุณน่านจะทำสัญญากู้ยืมเงินก็ได้ครับ แต่ผมรับรองว่าผมไม่เบี้ยวแน่ๆ แล้วผมจะรีบหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุดครับ”

    “แต่เราต้องทำสัญญากันด้วยนะ”

    “ได้ครับ...ขอบคุณนะครับคุณน่าน ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี”

    “ช่างเถอะ ผมช่วยในฐานะที่คุณเป็นเพื่อนหยี อะไรที่จะทำให้หยีสบายใจผมยินดีจะทำเพื่อเขา”

    “คุณน่านเป็นคนดีจริงๆครับ หยีคิดถูกแล้วที่เลือกคุณ” สินธุประจบประแจง แต่ลับหลังก็ยิ้มร้ายกาจแล้วพอได้เงินก้อนนั้นก็เอาไปอวดนที บอกว่าตนทำตามคำแนะนำ ของเขาแล้ว นึกไม่ถึงว่าน่านฟ้าจะโง่ขนาดนี้ นทีได้ยินก็ไม่พอใจ ท้วงสินธุพูดถึงว่าที่น้องเขยตนดีๆหน่อยได้ไหม

    “พี่ทีคิดว่าคนอย่างนายน่านฟ้าจะจริงจังกับหยีงั้นเหรอ ผมดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามันก็แค่คบหยีเล่นๆแค่นั้นแหละ”

    “เออ ฉันก็คิดอย่างแก แต่แค่ไม่อยากพูดให้หยีกับแม่ด่า คนรวยอย่างนั้นจะมาสนใจอะไรคนอย่างไอ้หยี หน้าตาก็งั้นๆ ฐานะครอบครัวก็กระจอก คนอย่างนั้นเขาต้องไปคบคนรวยๆโน่น”

    สินธุได้ทีชักชวนนทีร่วมมือกันหลอกเอาเงินจากน่านฟ้าอีก นทีลังเล แต่พอได้ยินสินธุพูดต่อไปก็ชะงักด้วยความสนใจ

    “หรือจะรอให้มันทิ้งหยีซะก่อนล่ะ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก
    17 ต.ค. 2564

    03:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 04:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์