นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปลาหลงฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าวันถัดมา วิภาต้อนรับทีมงานจากนิตยสารฉบับหนึ่งที่นัดสัมภาษณ์น่านฟ้าที่บ้านของเธอ โดยให้สาวใช้จัดอาหารและเครื่องดื่มไว้พร้อม ส่วนต๋องให้ดูแลความเรียบร้อยแล้วโทร.ตามน่านฟ้า

    สั่งเสร็จนึกได้ว่ายังไม่เห็นมัศยา เลยให้ต๋องโทร.ตามเธออีกคน ต๋องหนักใจเป็นบ้าเพราะติดต่อน่านฟ้าไม่ได้ โทร.หามัศยาก็ดูท่าว่าจะเหลวเป๋ว

    มัศยาปฏิเสธว่าที่ไม่ไปก็เพราะเธอไม่ได้อยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยน่านฟ้า ต๋องโอดครวญกลับมาทันทีว่า

    “ก็เพราะเจ๊ไม่ทำตำแหน่งนั้นไง จนป่านนี้คุณน่าน อยู่ไหนก็ไม่รู้ ต๋องโทร.ตามก็ปิดมือถือ นี่ต๋องจนปัญญาจะตามหาคุณน่านแล้วนะ”

    “โทร.ถามคุณสุกัญญารึยังล่ะ”

    “คุณสุกัญญากำลังรอคุณน่านอยู่ที่บ้าน เจ๊มาช่วยต๋องรับมือหน่อยได้ไหม นึกว่าสงสารต๋องเถอะนะ”

    มัศยานิ่งไปอย่างลังเล...ด้านวิภาพอรู้ว่าต๋องติดต่อน่านฟ้าไม่ได้ก็กระวนกระวายเป็นหนูติดจั่น ผ่านไปสักพักมัศยาเข้ามาพร้อมสุกัญญา วิภาแทบจะพุ่งเข้าใส่ ถามหาน่านฟ้าอย่างร้อนใจ

    เมื่อทราบว่ายังไม่มีใครติดต่อน่านฟ้าได้และเมื่อคืน เขาไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน วิภาทั้งหงุดหงิดและกลุ้มใจ บ่นอุบว่าเขาทำตัวดีมาตลอดจะมาดีแตกก็วันนี้

    แล้วครู่ต่อมาวิภาก็ต้องหาข้อแก้ตัวให้น่านฟ้าเมื่อทีมงานคนหนึ่งจะให้เขาไปแต่งหน้าทำผมก่อนสัมภาษณ์

    “คือ...เขายังมาไม่ถึงเลยค่ะ แต่เวลานี้รถค่อนข้างติด คงติดอยู่บนถนนนี่แหละค่ะ”

    “เหรอคะ งั้นรอได้อีกแป๊บนึงนะคะ เพราะเดี๋ยวไม่ทัน พอดีวันนี้มีสองงานด้วยค่ะ”

    วิภาและสุกัญญามองหน้ากันร้อนใจมาก มัศยาอาสาจะพยายามติดต่อน่านฟ้าให้อีกที โดยโทร.ไปหาปารณ แต่ไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม

    ปารณแปลกใจเช่นกันว่าน่านฟ้าหายไปไหน พอวางสายจากมัศยา เขาเงยหน้าเห็นสุกิจเดินตรงมา ท่าทางดูเหมือนมีเรื่องสำคัญ

    สองคนเข้ามานั่งคุยกันภายในออฟฟิศ สุกิจวางเช็คฉบับหนึ่งตรงหน้าปารณพร้อมอธิบายว่า

    “นี่เงินเก็บผม 5 ล้านบาท ส่วนที่เหลือผมนัดคุย กับธนาคารไว้แล้ว คิดว่าคงหามาได้เร็วๆนี้”

    “ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”

    “ว่ามาสิ”

    “ในเมื่อคุณสุกิจก็เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีโชค ทำไมถึงอยากจะเร่งเปิดโรงงานข้าวเกรียบโอกิมิด้วยครับ”

    “คนเราอายุขนาดนี้แล้วมันก็ต้องอยากเติบโตด้วยตัวเองทั้งนั้นแหละ จะให้หลบใต้กระโปรงพี่สาวตลอดไปได้ยังไง”

    “แม้ว่าจะเป็นคู่แข่งของพี่สาวตัวเองงั้นเหรอครับ”

    “ใครบอกว่าเป็นคู่แข่งพี่สาวตัวเอง แต่เป็นคู่แข่งไอ้น่านฟ้า ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นต่างหาก สำหรับผม เสียอะไรก็ได้แต่ผมจะไม่ยอมแพ้มันเด็ดขาด”

    “ครับ ผมพอเข้าใจแล้ว”

    “ได้เงินมาแล้วผมต้องทำอะไรบ้างที่จะทำให้โอกิมิ เปิดได้เร็วที่สุด” สุกิจรุกเร่งเสียจนปารณเริ่มเครียด

    ooooooo

    เวลาล่วงเลยไปมากแต่ยังไม่สามารถติดต่อน่านฟ้าได้ ทีมงานจำเป็นต้องขอยกเลิกเพราะพวกตนยังมีอีกงานที่ต้องไปสัมภาษณ์

    วิภาพยายามยื้อให้รออีกนิด ขณะที่มัศยาก็ต่อรอง จะหาทางตามน่านฟ้าให้อีกที แต่แล้วน่านฟ้ากลับเดินควงแขนแอนนาเข้ามา...

    มัศยาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก จะเสียใจหรือผิดหวังไม่อาจรู้ได้ เธอเดินลิ่วออกจากบ้านโดยมีต๋องก้าวตามมาติดๆ

    “เจ๊ๆ เดี๋ยวก่อนสิ จะรีบไปไหนล่ะ”

    มัศยาหยุดกึก อึกอักหาข้ออ้าง “กลับออฟฟิศน่ะสิ งานกองท่วมหัว มาอยู่นี่ก็ไม่ได้ทำอะไร จะมานั่งอยู่ทำไมให้เสียเวลาล่ะ เกะกะเขาเปล่าๆ”

    “อ้าว แล้วเจ๊จะไม่ดูคุณน่านให้สัมภาษณ์ก่อนเหรอ”

    “ไม่ล่ะ ขี้เกียจ”

    “หรือว่าไม่อยากทนเห็นภาพบาดตาบาดใจ” ต๋องจับผิด...มัศยาหน้าเจื่อนราวกับถูกมีดแทงกลางใจ แต่ปากแข็งถามว่าภาพบาดตาบาดใจอะไร

    “เอ๊า ก็คุณน่านควงนางแบบมาซะขนาดนั้น เจ๊ไม่หึงบ้างเหรอ”

    มัศยาดึงคอเสื้อต๋องและเงื้อหมัดเอาเรื่อง “พูดให้มันดีๆนะไอ้ต๋อง ใครหึงใคร”

    “ใจเย็นๆสิเจ๊ ต๋องขอโทษ ต๋องปากหมาไปหน่อย”

    มัศยาปล่อยมือจากคอเสื้อต๋อง หันหลังขวับเดินดุ่ย ออกไปเลย

    ooooooo

    ภายในบ้านวิภา น่านฟ้านั่งที่โซฟาโดยมีวิภาและสุกัญญานั่งประกบ ช่างภาพถ่ายรูปในหลายมุม แอนนายืนมองอย่างปลาบปลื้ม ขณะที่ต๋องอยู่รอบนอก ก็ยิ้มร่าด้วยความยินดีไปด้วยกับเจ้านาย

    ใช้เวลาพอสมควรในการสัมภาษณ์น่านฟ้าฐานะหนึ่งในสิบนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง...แต่ก่อนทีมงานจะพากันกลับไปก็มีเสียงคนหนึ่งแซวน่านฟ้าว่า

    “เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่าน้องแอนนาเป็นแฟนคุณน่านฟ้า เห็นใครๆก็เม้าท์กันว่าเป็นแฟนคนนั้นคนนี้ ที่แท้ตัวจริงอยู่นี่เอง”

    สุกัญญาหันไปทางวิภาที่ชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจ แต่แอนนายิ้มรับหน้าตาเฉย

    “ก็กำลังดูๆกันอยู่ค่ะ จริงๆตอนนี้ยังเป็นเพื่อนกันค่ะ

    “แหม...ดารานางแบบคนไหนก็ตอบแบบนี้ทั้งนั้นแหละค่ะ”

    สุกัญญาเห็นวิภาออกอาการไม่สบอารมณ์ก็รีบตัดบทยุติเรื่องราว ส่วนน่านฟ้าเหมือนไม่ได้ใส่ใจใครสักคน นอกจากชะเง้อหามัศยาอยากรู้ว่าอยู่ไหน

    เวลานั้นมัศยาพิมพ์งานอยู่ที่บริษัท แต่เพราะหงุดหงิดเลยเคาะแป้นพิมพ์ย้ำไปย้ำมาด้วยความโมโห โดยไม่ทันสังเกตว่าภูริชยืนมองอยู่หน้าห้องอย่างแปลกใจ

    เมื่อเขาเดินเข้ามาถามว่าเป็นอะไร มัศยาชะงักเล็กน้อยก่อนกลบเกลื่อนว่า

    “เปล่าค่ะ คีบอร์ดมันไม่ค่อยดีน่ะค่ะ”

    “แล้วนี่ได้ยินว่าวันนี้ท่านประธานมีให้สัมภาษณ์ลงหนังสือไม่ใช่เหรอ นึกว่าเธอจะไปกับเขาซะอีก”

    “ไม่ไปค่ะ ดิฉันห่วงงานทางนี้มากกว่า อีกอย่างตอนนี้ดิฉันก็ไม่ได้เป็นผู้ช่วยท่านประธานแล้วด้วย”

    “ถึงว่า...เธอถึงได้กลับมานั่งโต๊ะเดิม ทำไมล่ะ ควบสองตำแหน่งไม่ดีรึไง”

    “ดิฉันไม่ถนัดค่ะ อีกอย่างตอนนี้ดิฉันก็ไม่มีความจำเป็นสำหรับท่านประธานแล้วด้วย เลยกลับมาทำการตลาดเหมือนเดิมดีกว่า”

    ภูริชพยักหน้ารับน้อยๆ แววตาเจ้าเล่ห์เหมือนนึกบางอย่างได้ รีบไปเล่าความไม่ชอบมาพากลระหว่างมัศยากับน่านฟ้าให้สุกิจฟังก่อนถามความเห็นว่าเขาคิดยังไง?

    “แสดงว่าสองคนนั่นต้องมีปัญหากันแน่ๆ ปกติฉันเห็นมัศยาเทิดทูนพี่วิภากับไอ้น่านยิ่งกว่าอะไร”

    “ผมก็คิดอย่างคุณสุกิจครับ ความจริงถ้าคุณสุกิจดึงมัศยามาช่วยงานโอกิมิได้ก็น่าจะดีนะครับ เพราะเรื่องการตลาดมัศยานับว่าเก่ง แถมยังเป็นคนตั้งใจทำงานดีด้วย”

    “ก็น่าสนใจนะ ถึงตอนนี้จะมีนายปารณช่วยเราอยู่ แต่ต่อไปถ้าโรงงานเปิดเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ยังไงเราก็ต้องยืนด้วยขาตัวเอง”

    “งั้นผมจะลองเลียบๆเคียงๆกับมัศยาดูนะครับ”

    “ระวังๆไว้ก่อนนะ อย่าเพิ่งกระโตกกระตากไปล่ะ ฉันยังไม่อยากให้ใครรู้เรื่องโอกิมิ”

    “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะระวังคำพูดที่สุดครับ” ภูริช รับปากแข็งขัน สุกิจยิ้มพอใจ คาดหวังความสำเร็จขั้นต่อไปของตนเอง

    ooooooo

    หลังจากไปส่งแอนนาแล้วกลับเข้าบ้านในตอนค่ำ น่านฟ้าโดนวิภาที่มารออยู่นานตำหนิยกใหญ่ว่านึกยังไงถึงพาแม่นางแบบนั่นมาเปิดตัว ทั้งที่รู้ว่าตนไม่ชอบ

    “แอนเป็นเพื่อนผมนะครับแม่ใหญ่”

    “เพื่อนเหรอ นี่แกแกล้งโง่หรือแกโง่จริงๆกันแน่ถึงดูไม่ออกว่ามันจ้องจะกินแกจะแย่อยู่แล้ว แหม...ดูสายตาท่าทางเก็บอาการไม่อยู่เลยนะ”

    “ก็เมื่อคืนผมอยู่กับเขานี่ครับ เช้ามาก็เลยชวนเขามาด้วย”

    วิภาแทบสำลักกาแฟที่กำลังซด ถามเสียงแหลมแสบแก้วหู “ว่าไงนะ เมื่อคืนแกไปนอนค้างกับมันมาเหรอ”

    “ครับ ผมก็ทำแบบนี้อยู่บ่อยๆนี่ครับแม่ใหญ่”

    วิภาเอามือทาบอกจะเป็นลม แล้วให้สุกัญญาช่วยด่าน่านฟ้าให้ทีเพราะตนไม่มีแรง สุกัญญามองลูกชายอย่างอ่อนใจ บ่นอุบว่าทำไมทำตัวเหลวไหลอย่างนี้

    “โธ่...แม่ครับ นี่มันยุคเจเนอเรชั่นไหนแล้วครับ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย”

    “แปลกตรงที่แม่รับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้”

    “ฉันด้วย...ฉันอุตส่าห์สนับสนุนให้แกเป็นแฟนมัศยา ทำไมแกไม่รู้จักคว้าไว้ ทีคนดีๆล่ะไม่สนใจ ไปคว้า หมัดหมาที่ไหนมาก็ไม่รู้”

    “แล้วแม่ใหญ่ได้ถามเจ๊แกบ้างไหม ว่าเขาเห็นดีเห็นงามด้วยรึเปล่า รู้ไหมครับว่าเขากลับไปคืนดีกับแฟนเขาแล้ว เขาสนใจผมที่ไหน”

    “ว่าไงนะ!” วิภาแผดเสียงจนสุกัญญาตกใจแทบสะดุ้ง

    ooooooo

    วิภาพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อน่านฟ้ายืนยันเห็นกับตาว่ามัศยาคืนดีกับแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกรา หารู้ไม่ว่าเวลานี้สินธุกำลังโดนสมใจขับไล่ออกจากบ้านเหมือนหมูหมา ไม่ต้องการให้มายุ่งเกี่ยวกับมัศยาลูกสาวของตนอีก

    สมใจเป็นเดือดเป็นแค้นที่สินธุหลอกเงินมัศยาแต่พอรู้ว่าเขาคืนมาให้แล้ว และมัศยาให้โอกาสเขากลับมาเป็นเพื่อน คนเป็นแม่ก็ไม่รู้จะพูดยังไง นอกจากเอ็ดนทีที่ตาลุกวาวจะขอยืมเงินก้อนนั้น

    มัศยาไม่ได้รับสินธุกลับมาเป็นแฟนแต่เขารับปากแข็งขันทั้งกับเธอและสมใจว่าตอนนี้เขาเป็นคนใหม่แล้ว และพร้อมจะปรับปรุงตัวไม่ว่ามัศยาจะคบเขาในสถานะไหนก็ตาม...

    ด้านปารณที่ค่อนข้างกังวลเรื่องโรงงานข้าวเกรียบแบรนด์ใหม่ของสุกิจที่รับปากช่วยเหลือเอาไว้แล้ว วันนี้เขาปรึกษาน่านฟ้าก็ได้ความชัดเจนว่าให้ดำเนินการต่อไป ช่วยคุยกับแบงก์เรื่องกู้เงินให้สุกิจด้วย

    ปารณคาดไม่ถึง ติงเพื่อนรักรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังจะให้ตนช่วยเหลือศัตรูของเขา

    “ก็เพราะฉันมองเขาเป็นศัตรูของมีโชคไง ฉันถึงอยากจะช่วยให้เขามีโรงงานของตัวเอง แทนที่จะมาคอยทำลายมีโชค”

    “แกคิดดีแล้วเหรอวะน่าน”

    “ก็ขอให้ฉันคิดไม่ผิดก็แล้วกัน”

    แน่นอนว่าสุกิจฉลาดแกมโกง แม้จะดีใจหลังได้รับข่าวดีจากปารณในอีกวันถัดมาว่าแบงก์อนุมัติเงินกู้ให้แล้วสำหรับทำโรงงานข้าวเกรียบโอกิมิ แต่เขาก็ยังกั๊กตำแหน่งที่มีโชคเอาไว้คงเดิมเพราะยังไม่รู้ว่าที่ใหม่จะเวิร์กแค่ไหน โดยกำชับภูริชให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แต่ให้ดูดพนักงานจากมีโชคมาอย่างเงียบๆ อย่าให้วิภารู้เด็ดขาด

    “อ้าว แล้วผมล่ะครับ” ภูริชถามทันควัน...แล้วก็ยิ้มร่ากับคำตอบที่สุกิจให้เขาไปช่วยดูแลโรงงานและจะแต่งตั้งให้เป็นซีอีโอบริษัท “ขอบคุณมากครับคุณสุกิจที่ไว้ใจผม แล้วไม่คิดจะแบ่งหุ้นให้ผมบ้างเหรอครับ ในฐานะที่ผมร่วมก่อตั้งโรงงานมากับคุณสุกิจ”

    ได้คืบจะเอาศอกจริงๆ ภูริชเลยโดนสุกิจตวาดใส่อย่างไม่พอใจ “นายน่ะเหรอจะเป็นหุ้นส่วนโรงงานฉัน ฝันเกินไปรึเปล่า”

    “เอ่อ...ผมล้อเล่นน่ะครับ แค่ได้ตำแหน่งใหญ่ในบริษัทผมก็ดีใจแล้วครับ ดีกว่าย่ำอยู่กับที่อย่างที่มีโชคนี่”

    “ดีแล้ว งั้นอย่าลืมที่ฉันสั่งล่ะ รีบจัดการให้เรียบร้อย พร้อมเมื่อไหร่ฉันจะเปิดโรงงานทันที” สุกิจยิ้มอย่างมีความสุขเหลือเกิน ขณะที่ภูริชลอบมองเขาอย่างเคืองๆ

    ooooooo

    ตั้งแต่มัศยาเปลี่ยนแปลงตัวเองจนสวยปิ๊งสะดุดตาใครต่อใครทั้งในและนอกบริษัท แถมบางวันก็มีดอกไม้ส่งมาให้ถึงโต๊ะทำงาน แสดงว่าเธอเนื้อหอมไม่ใช่เล่น

    ต๋องแซวแล้วแซวอีกอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นดอกไม้บนโต๊ะทำงานของเธอ แต่สำหรับน่านฟ้ารู้สึกขวางหูขวางตาจนต้องดึงแอนนาที่แวะมาหาเข้ามาทำสนิทสนมเพื่อประชดมัศยา แต่แล้วสองสาวเกิดมีปากเสียงกันทำให้บรรยากาศตึงเครียด เขาพาแอนนากลับออกไปในที่สุด

    มัศยาโกรธทั้งน่านฟ้าและแอนนา พอดีสินธุมาชวนกินข้าวเย็น เธอเลยไปกับเขา นั่นยิ่งตอกย้ำให้น่านฟ้าที่เห็นกับตามั่นใจว่ามัศยากับสินธุคืนดีกันแล้วจริงๆ

    แม้จะไปกับแอนนาแต่จิตใจน่านฟ้าพะวงอยู่กับมัศยา ที่สุดเขาแอบโทร.หามัศยาพูดจาเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและชมเธอสวยขึ้น ซึ่งเขาไม่มีวันยอมเสียเธอไปให้ไอ้บ้านั่น

    “คุณพูดอะไรของคุณ ฉันไม่เข้าใจ”

    “ทีงี้ล่ะฉลาดน้อยขึ้นมาเลยนะ เอาเป็นว่าถ้าเจ๊ยังอยู่กับหมอนั่น ผมขอสั่งให้เจ๊กลับบ้านเดี๋ยวนี้ แล้วผมจะไปหา มีอะไรค่อยคุยกัน แค่นี้นะ”
    น่านฟ้ากดวางทันที โดยไม่ทันสังเกตว่าแอนนาแอบฟัง อยู่ใกล้ๆ ฝ่ายมัศยาที่อยู่ในห้องน้ำร้านอาหารก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ด้วยความดีใจ เดินร่าเริงกลับมาหาสินธุที่โต๊ะอาหาร

    “หายไปนานจังหยี ผมเป็นห่วงนึกว่าเป็นลมในห้องน้ำแล้วซะอีก”

    “หยีแข็งแรงดี ไม่เป็นลมง่ายๆหรอก แต่ว่าตอนนี้อยากกลับแล้วล่ะ รับปากนะดีว่าจะกลับไปสอนการบ้าน เรารีบไปกันเถอะ”

    สินธุไม่ขัดใจ เรียกบริกรมาเก็บเงิน ขณะที่มัศยายังนั่งยิ้มปลื้มปริ่มกับคำพูดน่านฟ้าไม่รู้เลือน ครั้นกลับถึงบ้านก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่สวยปิ๊งนั่งรอการมาของเขาอย่างจดจ่อ แต่แล้วน่านฟ้ากลับมาไม่ได้เพราะแอนนาเป็นลมกะทันหัน เขาต้องคอยดูแลเธอที่อยู่คอนโดคนเดียว

    แอนนาแอบได้ยินน่านฟ้าคุยโทรศัพท์กับมัศยาก็เลยแกล้งเป็นลมเพื่อดึงเขาไว้ แล้วก็สำเร็จสมดังใจเสียด้วย ส่วนมัศยารอเก้อจนถึงเช้า นะดีจะไปโรงเรียนลงมาปลุกถึงรู้สึกตัว

    วันนี้มัศยามาทำงานสายกว่าทุกวันและดูท่าทางอารมณ์ไม่ดีด้วย ต๋องเข้าหน้าไม่ติด น่านฟ้าตัวต้นเหตุมาขอโทษและพยายามจะอธิบายแต่เธอไม่ฟัง สองคนดึงดันกันไปมาจนกาแฟร้อนหกรดแขนมัศยาแดงเถือกแทบพอง

    น่านฟ้ารับผิดชอบเพราะเป็นคนผิดจะพาเธอไปทายาแต่พอดีแอนนาโผล่มาแทรก ทำทีมาขอบคุณที่เขาอยู่ดูแลเธอเมื่อคืน มัศยาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งโมโหน่านฟ้าเดินดุ่มหนีไปอย่างสุดทน ภูริชซึ่งจับตามองอยู่ฉวยโอกาสนี้เข้ามาทาบทามเธอไปทำงานที่ใหม่ แต่มัศยาจงรักภักดีกับมีโชคจึงบอกเขาว่าเธอไม่มีวันหักหลังวิภาอย่างแน่นอน

    “เรื่องนั้นผมรู้ แต่คุณก็รู้นี่ว่ามีโชคตอนนี้มันเปลี่ยนมือไปแล้ว มันกลายเป็นของนายน่านฟ้า คุณไม่เห็นจำเป็นจะต้องจงรักภักดีอะไรเลยนี่”

    “คุณประเมินฉันผิดไปค่ะ ไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของ

    ฉันก็รักบริษัทนี้ รักโรงงานข้าวเกรียบมีโชค รักทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่ เพราะแม่ฉันพูดเสมอว่าท่านประธานโชคมีบุญคุณกับครอบครัวเรา และฉันจะต้องตั้งใจทำงานเพื่อมีโชคจนถึงที่สุด”

    ภูริชถอนใจเฮือกใหญ่ รู้ว่าป่วยการที่จะพูดต่อ “เอาล่ะ ไม่เป็นไร ผมก็แค่ยื่นข้อเสนอให้ ถ้าไม่อยากได้ตำแหน่งกับเงินเดือนที่สูงขึ้นก็แล้วแต่...อ้อ ขออะไรอย่าง ขอให้เรื่องที่เราคุยกันจบที่โต๊ะนี่ หวังว่าจะไม่เอาไปพูดต่อจนทำให้ผมกับคุณสุกิจเดือดร้อนนะ”

    เขาทิ้งทายแล้วผละไป ส่วนมัศยาเดินกลับมาทางเดิมแล้วเจอแอนนาสวนออกมาพอดี แอนนาทำเป็นทักถามมัศยาว่าแขนเป็นยังไงบ้าง น่านฟ้ารู้สึกผิดมากที่ทำเธอเจ็บตัว

    มัศยาไม่สบอารมณ์ ตอบสั้นๆว่า “ขอบคุณที่บอกค่ะ”

    “เพราะฉันหวังดีไงถึงได้บอก มีอีกอย่างที่เธอควรจะรู้ไว้ด้วยนะ เรื่องเมื่อคืน...” แอนนาเข้ามากระซิบข้างหูมัศยาแล้วเดินนวยนาดจากไป ทิ้งให้มัศยายืนอึ้งครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปในห้องทำงานน่านฟ้าอย่างเดือดจัด

    มัศยาไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าคอเสื้อน่านฟ้าแล้วเสยหมัดเข้าใส่อย่างสุดแรง

    “เฮ้ย! อะไรเนี่ยเจ๊ อยู่ๆมาต่อยผมทำไม”

    “คนปากเสียอย่างคุณแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ทำไมฮึ! คิดว่าฉันน่าสมเพชนักรึไง ถึงเที่ยวเอาไปเม้าท์สนุกปากแบบนั้น”

    “เม้าท์อะไร นี่เจ๊เอาอะไรมาพูด ผมงงไปหมดแล้ว”

    “ยังจะมีหน้ามาทำซื่ออีกเหรอ”

    มัศยาต่อยน่านฟ้าอีกทีแล้วดึงเข้ามาโน้มคอตีเข่าจนเขาทรุดลงกับพื้นร้องโอดโอยว่าพี่บัวขาวสิงเจ๊หรือไง มันเจ็บนะเว้ย!

    “เจ็บสิดี จะได้จำ ทีหน้าทีหลังอย่าเที่ยวเอาฉันไปเม้าท์ลับหลังแบบนี้ ฉันไม่ชอบ”

    แผดเสียงใส่เขาแล้วนักมวยหญิงไม่มีสังกัดก็เดินสะบัดจากไปทันที ทิ้งกระสอบทรายดิ้นได้ทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดและไม่เข้าใจ ก่อนจะกระเสือกกระสนตามเธอไปเพื่อคุยให้รู้เรื่อง

    แทนที่จะได้คุยกัน มัศยากลับประเคนแข้งใส่น่านฟ้า คราวนี้เลยโดนเขารวบตัวแบกขึ้นบ่า ย้ำว่าเราต้องคุยกันดีๆ เขาจะไม่ยอมให้เธอเมินใส่เขาอีกแล้ว

    “ทำไมคุณต้องมาแคร์ด้วยว่าฉันจะคิดยังไงกับคุณ”

    “ก็เพราะผมชอบเจ๊น่ะสิ”

    มัศยาอึ้งกิมกี่ หยุดดิ้นในบัดดล สั่งเสียงอ่อยให้เขาปล่อยเธอลง เธอไม่ไปไหนแล้ว น่านฟ้าทำตามอย่างว่าง่าย และตอบคำถามจากใจจริงเมื่อได้ยินเธอพูดอ้อมแอ้มอย่างเขินๆว่า

    “เมื่อกี้คุณพูดอะไรออกมา”

    “ก็พูดความในใจไง เจ๊อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าทำไมผมถึงทนไม่ได้เวลาที่เจ๊เมินใส่ หรือเวลาที่เจ๊ไปสนใจไอ้เห็บหมานั่น ก็เพราะผมชอบเจ๊น่ะสิ”

    “แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้”

    “ก็มันป๊อดนี่ เจ๊น่ะมือเท้าหนักยิ่งกว่าอะไร...ใครจะกล้า”

    มัศยายิ้มอายๆ น่านฟ้าเองก็เขิน...ตกเย็นเรื่องนี้รู้ถึงหูปารณโดยน่านฟ้า รายนั้นถึงกับตบเข่าฉาดอย่างถูกใจ

    “ให้มันได้อย่างนี้สิวะ พูดออกมาซะที อมพะนำอยู่ได้ตั้งนาน”

    “ความจริงฉันก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าชอบเจ๊โหด แต่พอเห็นเจ๊แกทำท่าเหมือนจะไปคืนดีกับแฟนเก่า ฉันรู้สึกร้อนรนทนไม่ได้ว่ะ มันหงุดหงิดยังไงไม่รู้”

    “ถุย! ไอ้ไก่อ่อนสอนขัน แล้วทำเป็นปากดีว่าเป็นคาสโนวา เรื่องแค่นี้ล่ะโง่จริง”

    “ว่าแต่ฉัน แกเหอะ บอกน้องนิไปรึยังว่าแกชอบเขา”

    “แกเอาอะไรมาพูดวะไอ้น่าน”

    “น้ำหน้าอย่างแกเคยปิดอะไรฉันได้บ้าง นี่ฉันจะเตือนด้วยความหวังดีนะเว้ย จีบน้องนิน่ะไม่ใช่ง่ายๆ ถ้าใจไม่นิ่งพอ เพราะป้ามะลิน่ะแกหวงหลานจะตายไป แกพร้อมจะฟันแกหัวแบะทุกเมื่อเลยนะเว้ย”

    ปารณกลืนน้ำลายเอื๊อกเพราะเคยเห็นอิทธิฤทธิ์ของป้ามะลิมาบ้างแล้วเหมือนกัน

    แน่นอนว่าป้ามะลิหวงนิรชายิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ปารณต้องแสดงความจริงจังและจริงใจเพื่อเอาชนะใจสองยายหลานให้จงได้ เพราะแค่ความดูดีมีสตางค์คงไม่ทำให้ป้ามะลิยอมยกหลานสาวให้เขาเป็นแน่แท้

    ด้านสินธุที่ยังพยายามงอนง้อขอคืนดีกับมัศยาก็ทำท่าจะหมดหวังเสียแล้ว เพราะน่านฟ้ากับมัศยา

    เปิดตัวว่ากำลังศึกษาดูใจกัน วิภาทราบเรื่องนี้ดีใจมากรีบไปเล่าสู่กันฟังกับสุกัญญา แถมยังวางแผนเซอร์ไพรส์สองหนุ่มสาวด้วยการจะจัดงานเลี้ยงภายในบริษัทเพื่อให้เกียรติมัศยา และป้องกันหญิงอื่นมาเกาะแกะน่านฟ้า โดยให้ต๋องป่าวประกาศแก่พนักงานเตรียมตัวมาแสดงความยินดีกับทั้งคู่

    สินธุไม่พอใจอย่างมากและพร้อมจะเล่นงานน่านฟ้าหากมีโอกาส พอจะเข้าทางนทีให้ช่วยเชียร์ตนก็ไม่เป็นผล เพราะนทีรู้ว่าสินธุจนกรอบแค่ไหน ทุกวันนี้เจ้าหนี้ก็ตามทวงเงินยิกๆจนต้องคอยหลบหลีกให้วุ่นวาย

    ปารณพยายามเอาชนะใจป้ามะลิด้วยการยอมทุกอย่าง ยอมให้แกใช้งานเหนื่อยสายตัวแทบขาด น่านฟ้าก็ร่วมด้วยช่วยกันขอความเห็นใจจากป้าอีกแรง แต่กระนั้นก็ยังไม่ทำให้ป้าใจอ่อนเสียที

    วันที่วิภาทำเซอร์ไพรส์น่านฟ้ากับมัศยา แอนนา เข้ามารู้เห็นด้วยความบังเอิญ เธอมีปากเสียงกับวิภาอย่างหมดความเกรงใจจนน่านฟ้าต้องพาเธอหลบไปในห้องทำงาน

    แอนนาโวยวายใส่น่านฟ้าด้วยความเสียใจ เธอรับไม่ได้ที่เขาคบมัศยาเป็นแฟนอย่างเปิดเผย ทีกับเธอเขาทำหลบๆซ่อนๆตลอดมา

    “ทำไม? ทำไมคุณทำแบบนี้คะน่าน”

    “ผมเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าผมรักมัศยา”

    “รักเหรอ คนอย่างคุณรักใครเป็นเหรอคะน่าน แอนคิดว่าคุณจะเป็นคนที่รักสนุกเอ็นจอยกับชีวิตมากกว่าซะอีก”

    “เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้ว”

    “ไม่จริงหรอกค่ะน่าน แอนว่าคุณกำลังสับสน คุณไม่ได้รักเขาแต่คุณแค่หลงไปกับสิ่งที่เขาทำให้คุณมาตลอด แอนต่างหากคือคนที่เข้าใจคุณ แอนรู้ว่าคุณคบแอนแบบไหนและยอมรับคุณได้ทุกอย่าง แต่คุณคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะรับสิ่งที่คุณเป็นได้เหรอ”

    “พอเถอะแอน เอาเป็นว่าถ้าผมเคยให้ความหวังแอน ผมขอโทษ แต่ตอนนี้ผมกับหยีเราคบกัน และเราก็มีความสุขดี ขอให้แอนเข้าใจผมด้วย”

    แอนนาทนฟังไม่ไหว ตัดบทก่อนจากไปด้วยความแค้นว่าตนไม่มีทางยอมแพ้มัศยาอย่างเด็ดขาด น่านฟ้าหนักใจไม่น้อยเดินกลับมาหากลุ่มของวิภาแต่ทำทีเหมือนไม่มีอะไร วิภาจึงให้ทุกคนฉลองกันต่อไปอย่างครื้นเครง

    ooooooo

    ปารณยังคงมุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองต่อไป ไม่สนใจว่าป้ามะลิจะกลั่นแกล้งตนขนาดไหน นิรชาเห็นแล้วบ่นสงสารเขา อยากให้เขาเลิกทำอย่างนี้เสียที แต่ปารณไม่ยอม และสารภาพว่าเขารักเธอ ไม่ว่าจะยังไงเขาต้องทำให้ยายเธอยอมรับเขาให้ได้

    ภูริชตัดสินใจลาออกจากมีโชคเพื่อไปดำรงตำแหน่งผู้บริหารในโรงงานแห่งใหม่ของสุกิจ น่านฟ้าทราบดีแต่ทำทีไม่ใส่ใจ เซ็นอนุมัติให้ไปอย่างง่ายดาย แต่แล้วความหวังของภูริชอาจพังทลายเพราะความเจ้าชู้ของเขานั่นเอง

    ยุวรินทร์ภรรยาของภูริชสะกดรอยตามเขาไปถึงผับและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ภูริชถึงกับท้าหย่าแต่เธอไม่ยอม แถมยังขู่จะเปิดโปงเรื่องที่เขาร่วมหัวกับสุกิจทำเรื่องไม่ดีหลายอย่าง ซึ่งเธอมีหลักฐานไม่ได้พูดซี้ซั้วแน่นอน

    ภูริชเดือดจัดไม่คิดว่าภรรยาที่อยู่แต่ในบ้านจะมีเขี้ยวเล็บขนาดนี้ เขาอยากจะฆ่าเธอนักแต่ไม่กล้า ทำได้แค่เดินหนีไปอย่างหัวเสีย

    คืนเดียวกัน ปารณไปส่งนิรชาที่บ้านและมีโอกาสได้คุยกับนารีแม่ของเธอด้วย

    “ขอบคุณมากนะที่อุตส่าห์ชวนนิไปทำงาน เห็นมันมีงานมั่นคงฉันก็ค่อยสบายใจหน่อย”

    “ไม่ต้องห่วงครับคุณน้า ผมเต็มใจช่วยเหลือนิกับคุณน้าอยู่แล้ว”

    “คุณเป็นคนดีจริงๆ ฉันเองก็ไม่นึกมาก่อนว่าสังคมสมัยนี้ยังจะมีคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนอยู่ด้วย”

    “ความจริงผมก็ไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นหรอกครับคุณน้า คือว่า...ที่ผมดูแลนิมาตลอดก็เพราะผมกำลังจีบนิอยู่น่ะครับ”

    นารีไม่คาคคิดว่าปารณจะตรงไปตรงมาอย่างนี้ แล้วถามลูกสาวว่าคิดยังไงกับเขา ชอบเขาหรือเปล่า

    “แม่นี่ มาถามอะไรแบบนี้ล่ะ” นิรชาพูดเขินๆ

    “แม่จะได้รู้ไว้ไง ถ้าเราชอบเขา แม่ก็จะได้ไม่ขัด แต่ถ้าไม่ชอบก็จะได้บอกเขาไปเลย อย่าไปให้ความหวังเขา ว่าไงล่ะ”

    นิรชาก้มหน้างุดอย่างเขินอาย ตอบเบาๆว่า“ชอบจ้ะ” ปารณถึงกับยิ้มร่าด้วยความดีใจ

    “งั้นก็ดีแล้ว...ฉันฝากยัยนิด้วยนะคุณ ดีเหมือนกันมีคนดูแลยัยนิ เผื่อฉันเป็นอะไรขึ้นมาจะได้หมดห่วง”

    “แม่อย่าพูดอย่างนั้นสิจ๊ะ แม่ต้องอยู่กับนิไปอีกนาน”

    “เฮ้อ...จะไปหวังอะไรกับคนป่วย ว่าแต่ยายรู้เรื่องนี้รึยัง”

    “รู้แล้วจ้ะ”

    “แล้วยายแกยอมเหรอ”

    “ไม่ยอมครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับคุณน้า ผมตั้งใจแล้วว่าจะต้องทำให้ป้ามะลิยอมรับในตัวผมให้ได้ ต่อให้ยากแค่ไหนผมก็จะสู้ครับ”

    คำตอบของปารณทำให้นารีคลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

    ooooooo

    น่านฟ้าไม่สบายใจเรื่องแอนนาและเก็บเรื่องที่เธอพูดเกี่ยวกับมัศยามาคิดทบทวนว่าตัวเองคิดยังไงกับเธอ และเธอคิดยังไงกับเขากันแน่ หรือเขาแค่จะคบเธอแบบเดียวกับแอนนา

    ความสับสนทำให้เขาตัดสินใจโทร.ตามเธอมาพบที่คอนโดในคืนนั้น แต่บอกว่าไม่มีอะไร แค่คิดถึงเธอเฉยๆ

    เมื่อมัศยามาถึงก็สังเกตเห็นความผิดปกติบนสีหน้าของน่านฟ้า แต่ไม่ได้ซักไซ้อะไรนอกจากบ่นเล็กน้อยว่า

    “เป็นไรของคุณ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วรู้ไหม ยังจะให้ฉันมาที่นี่อีก”

    “โถๆๆๆ ทูนหัว อย่าบ่นนักเลยจ้ะ แฟนคิดถึงชวนมาหาแค่นี้ทำเป็นบ่น”

    “คิดอกุศลอะไรกับฉันรึเปล่าเนี่ย”

    “เปล่าเลย...ไม่มี้”

    “แน่ใจนะ”

    “แน่ใจจ้ะ มาๆ นั่งลงดีกว่า เดี๋ยวผมหาอะไรเย็นๆ

    มาให้ดื่มนะ”

    น่านฟ้าเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำส้มรินใส่แก้ว มัศยามองมาอย่างจับผิด

    “แอบใส่ยานอนหลับให้ฉันกินรึเปล่า”

    “ผมจะทำแบบนั้นทำไม ในเมื่อตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”

    เขาส่งแก้วน้ำส้มให้เธอดื่มแล้วลงนั่งข้างกันที่โซฟา มัศยาอยากรู้ว่าเขามีธุระอะไรกันแน่ถึงให้เธอมาหากลางดึก น่านฟ้าไม่ตอบตรงๆแต่ดึงเธอมาซบที่ไหล่ ถามว่าดีใจไหมที่คบกับตน พอหญิงสาวตอบรับเบาๆ

    ในลำคอ เขาเลยถามต่อเหมือนจะเล่นเกมยี่สิบคำถาม

    “แล้วทำไมคุณถึงดีใจล่ะ ในเมื่อคุณก็รู้ว่าผมนิสัยห่วยแตกแค่ไหน”

    “ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีใจมันก็ไปแล้ว”

    “ขอบคุณนะ ที่คุณรับในสิ่งที่ผมเป็นได้ ผมรักคุณนะหยี”

    มัศยายิ้มรับอย่างเอียงอาย น่านฟ้าโน้มหน้าเข้าหาสบตาเธอหวานซึ้ง

    “คุณน่าน ฉันถามอะไรคุณหน่อยสิ”

    “อะไรเหรอครับ”

    “ที่คุณบอกว่าคุณชอบฉัน คุณขอฉันเป็นแฟน คุณคิดจริงจังกับฉันแค่ไหน”

    “ถามอะไรอย่างนั้นล่ะ”

    “ฉันอยากรู้ว่าคุณคิดจะจริงจังกับฉันถึงขั้นแต่งงานรึเปล่า”

    “นั่นมันเรื่องของอนาคต”

    คำตอบนั้นทำให้มัศยาเริ่มไม่พอใจ ผละจากอกเขาแล้วจ้องตาคาดคั้น

    “ตอบฉันมาสิคุณน่าน คุณรักฉันมากพอจะแต่งงานด้วยมั้ย”

    น่านฟ้าลังเล กดดันกับคำถามนั้น ก่อนจะยิ้มร่าทำตลกขึ้นมา “โธ่หยี...คุณถามเป็นคนหัวโบราณไปได้ สมัยนี้คนเป็นแฟนกัน แค่เอ็นจอยกัน คุณสนุก ผมก็สนุก มีความสุขไปวันๆมันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ จะไปคาดหวังอะไรมากมาย จริงมั้ย เรายังมีเวลาอีกตั้งเยอะ เรียนรู้กันไปก่อนจนกว่าจะแน่ใจ”

    “ที่แท้คุณก็คิดแบบนี้นี่เอง งั้นฉันว่าเราคงคิดต่างกัน เราไม่เหมาะจะคบกันหรอกค่ะ”

    มัศยาลุกพรวดเดินลิ่วออกจากห้องโดยไม่ฟังเสียงเรียกของน่านฟ้า เธอหลบมาร้องไห้น้ำตานองหน้าด้วยความเสียใจ ทิ้งน่านฟ้านั่งหมดเรี่ยวแรง รู้สึกผิดไม่น้อยกับคำพูดของตัวเอง

    ooooooo

    มัศยาขับรถกลับบ้านทั้งน้ำตา พอลงรถเจอสินธุอย่างไม่คาดคิด เขาเห็นน้ำตาของเธอก็ตกใจ ถามระรัวว่าเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรให้รีบบอกมา

    “เปล่า สินธุมีธุระอะไรเหรอ”

    “ผมผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาหาเฉยๆ หยีจะว่าอะไรรึเปล่า”

    “หยีจะไปว่าอะไรล่ะ ตอนนี้หยีกำลังต้องการใครสักคนเหมือนกัน”

    สินธุชะงักแล้วเดินตามเธอเข้าไปนั่งคุยกันในบ้าน มัศยาเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเผชิญมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ สินธุลอบยิ้มสะใจ เล่นละครฉากใหญ่ปลอบใจเธอด้วยความเป็นห่วง

    “อย่าคิดมากนะหยี ผมว่าคุณน่านคงพูดโดยไม่ได้คิดอะไร เขาเป็นคนรวยอาจจะเคยชินกับการทำแบบนี้กับผู้หญิงมาตลอด” พูดแล้วเห็นเธอนิ่วหน้าเลยรีบอธิบายเสียงอ่อน “ผมหมายถึงเขาเคยเป็น แต่ตอนนี้อาจจะเปลี่ยน ไปแล้วก็ได้ คนเราไม่จำเป็นต้องทำแบบเดิมๆกับทุกคนนี่”

    “ช่างเถอะ หยีไม่อยากเก็บมาคิดแล้ว อย่างมากก็แค่กลับมาเป็นเจ้านายกับลูกน้องเหมือนเดิม”

    “หยีต้องเข้มแข็งมากๆ แล้วก็อย่าคิดมากรู้มั้ย ผมเป็นห่วง”

    “ขอบคุณนะ”

    “ไม่ว่ายังไง อยากให้หยีรู้ว่าเพื่อนคนนี้พร้อมจะอยู่เคียงข้างหยี เมื่อไหร่ที่ต้องการผมโทร.มาได้เลย 24 ชม. ไม่ต้องเกรงใจ”

    สองคนยิ้มให้กัน...แต่แวบหนึ่งสินธุลอบยิ้มร้าย พอใจกับความหมางใจของมัศยาที่มีต่อน่านฟ้าในครั้งนี้

    ooooooo

    น่านฟ้ารู้สึกผิดกับวาจาของตน...เขาเพียรโทร.หามัศยาหลายครั้งแต่เธอไม่รับสาย แล้วยังปิดมือถือหนีหายอย่างไม่ไยดี

    ชายหนุ่มนั่งกลุ้มอยู่พักหนึ่งก่อนได้ยินเสียงออดหน้าห้องดัง อารามดีใจคิดว่าเป็นมัศยาจึงรีบลุกไปเปิดประตู

    “อ้าว แอนเองเหรอ” เขาทักเสียงอ่อย สีหน้าผิดหวัง

    “แล้วน่านคิดว่าใครเหรอคะ”

    น่านฟ้าไม่ตอบแต่หันหลังเดินกลับเข้ามา แอนนา ก้าวตามมากอดเขาจะออเซาะ แต่เขาแกะมือเธอออกก่อนบอกว่า

    “มีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะ เดี๋ยวผมจะกลับบ้านแล้ว”

    “ทำไมล่ะคะ แอนเพิ่งมาจะไล่กันแล้วเหรอ”

    “แอนก็รู้ว่ามันไม่สมควร”

    “ใช่สิ ตอนนี้น่านไม่เหมือนเดิมแล้วนี่ ส่วนแอนก็กลายเป็นแค่คนนอกสายตาของน่านแค่นั้นเอง”

    “ไม่ใช่อย่างนั้นนะแอน ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันได้นะ”

    “แต่แอนอยากเป็นมากกว่าเพื่อนนี่คะ น่านคะถ้าแอนเคยทำให้น่านเสียใจแอนขอโทษ แต่น่านอย่าทำแบบนี้ได้ไหม แอนอยากให้เรากลับมาคบกันเหมือนเดิม ได้ไหมคะ”

    น่านฟ้าลังเลและเกือบเผลอใจไปกับเธอ แต่เมื่อนึกถึงดวงหน้าของมัศยาก็รีบตัดบทว่า “ดึกแล้ว ถ้าแอนไม่มีธุระอะไร ผมว่าเรากลับกันดีกว่า”

    แอนนาหน้าบึ้งตึง สองมือกำแน่นอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:07 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์