ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ่วง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เพื่อจะเอาคุณหลวงคืนมาให้จงได้...แพงนั่งบริกรรมคาถาหลายวันจนจิตแก่กล้าคิดว่าตัวเองมีของดีเหนือคนทั้งโลก โดยเฉพาะพวกเรือนใหญ่ที่แพงเจ็บแค้นมันยิ่งนัก แต่ในขณะเดียวกันคุณหญิงอบเชยก็คิดออกแล้วว่าจะให้ใครมาจัดการกับนังหมอผีคนนี้

    วันนี้ขณะที่แพงทำพิธีอยู่นั้น ส่งผลให้คุณหลวงและเพ็ญมีอาการกระสับกระส่ายไม่เป็นสุข แพงพยายามเรียกคุณหลวงให้กลับเรือนเล็ก ทั้งยังเรียกลมฝนพัดกระโชกอย่างน่ากลัว พวกบ่าวพากันแตกตื่นตกใจรีบวิ่งเข้าห้องปิดประตูหน้าต่างกันจ้าละหวั่น แม้แต่นายกล้ากับบัวสวรรค์ก็ไม่กล้าออกจากเรือนใหญ่ เมื่อแพงออกไปสำแดงเดชที่หน้าเรือน

    ขณะแพงอาละวาดทำลายข้าวของแตกหักเสียหาย คุณหญิงอบเชยนั่งรถมาพร้อมอาจารย์เปรื่องผู้ลือเลื่องว่ามีอภิญญาบารมี ช่วยรักษาคนโดนคุณไสยมานักต่อนัก แต่สำหรับแพงแล้วมันไม่เกรงกลัว ด่าทอดูถูกแถมท้าทายเขาเอ็ดอึง

    อาจารย์เปรื่องมองแพงอย่างสังเวช และสั่งสอนไปหลายคำก่อนต่อกรเมื่อแพงจะเสกหนังควายเข้าท้อง แพงโดนปราบด้วยยันต์หนังสัตว์จนร่างแสบร้อนเหมือนโดนเผา ดิ้นพล่านกรีดร้องลั่นระงม

    “ยันต์ของข้าบทนี้จะพันธนาการเจ้า เวทมนตร์คุณไสยต่ำช้าใดๆจะถูกควบคุมไว้ด้วยยันต์ผืนนี้ นับแต่นี้ต่อไปเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ทำร้ายใครอีก”

    เพ็ญที่ปวดท้องอยู่ก่อนหน้านี้ ฉับพลันทันใดอาการนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง “หายแล้ว เพ็ญหายปวดท้องแล้ว มนตราของมันเสื่อมแล้ว มันทำอะไรเราไม่ได้แล้ว”

    เสียงตะโกนของเพ็ญทำให้ทุกคนในเหตุการณ์ต่างพากันดีใจ ส่วนชื่นกลิ่นตรงหน้าต่างบนห้องรีบกลับไปเข้าดูอาการคุณหลวง เห็นเขาไอและกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือดสีดำ เธอหยิบกระโถนรองแล้วบอกให้เขาคายออกมาอีก อาจารย์คนนั้นแก้คุณไสยได้จริงๆ

    ส่วนที่หน้าเรือน คุณหญิงอบเชยกำลังประจันหน้ากับแพงที่ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

    “อีแพง ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่กูรอคอย วันแห่งความพินาศของมึง”

    “ไม่จริง ไม่มีอะไรมาควบคุมข้าได้ ข้าจะเสกหนังควายเข้าท้องพวกแกทุกคน อีอบเชยมึงโดนก่อน”

    ขาดคำ แพงสวดคาถาใส่คุณหญิง แต่ครานี้ไม่เกิดอาถรรพณ์ใดๆ แพงตระหนกหน้าซีด สงสัยทำไมมันไม่เป็นอะไร

    คุณหญิงสะใจ กระชากจิกหัวแพงอย่างไม่ปรานี “กูไม่ได้เป็นอะไร อีแพง มึงคิดจะเป็นเมียคุณหลวง มึงคิดจะเป็นหมอผีมีฤทธิ์เดช แต่ในที่สุดมึงก็เป็นได้แค่อีบ่าวต่ำช้า เป็นขยะรกโลกชิ้นหนึ่งเหมือนกำพืดของมึงนั่นแหละ”

    “พวกเอ็งเห็นแล้วใช่ไหม มันสิ้นฤทธิ์แล้ว ทำอะไรใครไม่ได้แล้ว ไอ้มิ่งไปเอาโซ่มา ไปเอาโซ่มาล่ามมันไว้” เพ็ญตะโกนลั่น

    “ไอ้หมอผีบ้า กูจะฆ่ามึง ถ้ากูฆ่าไม่ได้ กูก็จะตามอาจารย์กูมาฆ่ามึง” แพงพุ่งไปจะทำร้ายอาจารย์เปรื่อง แต่แค่เขายกมือ แพงก็ชะงักด้วยความเจ็บปวดบริเวณท้องจนทรุดลงไปอีก

    “อาจารย์เอ็งชื่ออาจารย์ชูใช่ไหม”

    “มึงรู้ด้วยหรือ ดี อาจารย์ชูเก่งกว่ามึงร้อยเท่า อาจารย์ชูจะมาแก้แค้นให้กู”

    “ฉันรู้จักผู้เล่นคุณไสยสายดำทุกคน เพราะหน้าที่ของฉันคือปราบปรามคนพวกนี้ อาคมต่างๆเหมือนอาวุธ บางคนใช้มันประหัตประหารผู้อื่น คนพวกนี้คือผู้เล่นคุณไสยสายดำ แต่อาวุธเดียวกัน หากอยู่ในมือตำรวจทหาร มันก็เอาไว้เพื่อกำหราบคนชั่ว คนที่ทำเช่นนี้คือผู้เล่นคุณไสยในสายขาว ก็คืออาจารย์เปรื่องคนนี้ พวกหากินบนความทุกข์ของคนอื่น บางครั้งไม่ต้องเดือดร้อนถึงฉัน อย่างอาจารย์ชูคนนั้นตอนนี้มันตายไปแล้วเพราะกรรมที่ตามสนองมัน”

    “อะไรนะ...อาจารย์ชูตายแล้วหรือ”

    “เมื่อคืนมีงูเห่าตัวหนึ่งมากัดมันตาย”

    “ไม่จริง ก็แค่งูเห่า คนอย่างอาจารย์ชูมีคาถาอาคมสะกดสัตว์ร้ายจะมาตายเพราะงูได้ยังไง มึงโกหก”

    แพงดึงดันไม่เชื่อ แต่พออาจารย์เปรื่องยืนยันว่าตายจริง เช่นเดียวกับอาจารย์เส็งที่มีวิชาอาคมเหมือนกัน แพงชะงักฟัง เพราะทราบดีว่าอาจารย์เส็งก็ตายเพราะอาคมของอาจารย์ชูนั่นเอง สองอาจารย์นี้ล้วนแต่เล่นของ ก่อกรรมกับผู้คนมากมาย

    “ธรรมชาติมีกฎที่ยุติธรรมเสมอ กฎแห่งกรรม” กล้าโพล่งออกมา

    “ถูกต้องแล้ว...ทำไมต้องเป็นงู เพราะอาจารย์ชูได้สั่งให้เอ็งทำไว้กับคนอื่นอย่างนั้น มันทำไว้กับคนอื่นเช่นไร มันก็ต้องได้รับสิ่งเดียวกันนั้นตอบแทน”

    “ไม่จริง อาจารย์ชูเก่งขนาดนั้นจะตายได้ยังไง...ไม่จริง”

    “เอ็งริอ่านเรียนคุณไสยมนต์ดำ ร่วมมือกับอาจารย์ชูทำร้ายผู้อื่นจนถึงตาย ตราบาปนี้จะติดตามวิญญาณของเอ็งไปจนถึงชาติภพหน้า เพราะฉะนั้นจงละทิฐิ หยุดการกระทำเลวทั้งหลายของเอ็งซะเถิด”

    “ไม่! ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำใครทั้งนั้น ข้าก็แค่จะเอาผัวของข้าคืนมา คุณหลวงเจ้าขา...คุณหลวงอยู่ไหน อีแพงจะไปหาคุณหลวง” แพงสติแตกออกวิ่งพรวดจะเข้าในเรือนใหญ่

    คุณหญิงอบเชยรีบสั่งการให้บ่าวจับมันไปขังที่เรือนเล็ก มิ่งกับมีทำตามโดยเร็ว ลากตัวแพงถูลู่ถูกังออกไป... แพงถูกมัดมือไพล่หลังขังไว้ในเรือนเล็ก เพ็ญตามมากระหน่ำมันด้วยความแค้น ด้านคุณหญิงกับลูกหลานยังคุยอยู่กับอาจารย์เปรื่องที่เรือนใหญ่

    อาจารย์เปรื่องทำน้ำมนต์ให้คุณหลวงดื่ม คุณหญิงอยากรู้ว่าลูกเขยจะหายเหมือนบ่าวเพ็ญหรือเปล่า อาจารย์นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า ทำเอาทุกคนตกใจกันใหญ่

    “ไม่หายหรือคะ ทำไมคะ” ชื่นกลิ่นละล่ำละลัก

    “ท่านเกิดวันเดือนปีอะไร”

    “เกิดวันจันทร์ เดือนตุลาคม ปีระกา ปีนี้ท่านอายุ 30 ปีค่ะ”

    “ทำไมครับ ถอนใจทำไมครับ”

    “หลวงภักดีบทมาลย์ท่านนี้เป็นคนจิตใจดีงามที่มีชะตาอาภัพ”

    อาจารย์หลับตาเพื่อคำนวณเวลาตกฟากของคุณหลวง เพียงไม่นานก็รู้ว่าชายผู้นี้อายุขัยสั้นตามชะตาเกิด

    “เฮ้อ...” เสียงถอนใจของอาจารย์ทำให้กล้าถามพรวดออกมา “ทำไมครับ ถอนใจทำไมครับ”

    “แปลว่าคุณหลวงจะไม่หายหรือคะ” บัวสวรรค์วิตกกังวล

    “ไม่มีความรู้ความสามารถใดเอาชนะกรรมลิขิต คุณหลวงไม่เหมือนแม่เพ็ญ ท่านเป็นคู่เวรคู่กรรมกับนางแพงมาหลายภพชาติ ที่สำคัญโดนมนตราอาถรรพณ์หลายขนานมากกว่าแม่เพ็ญ จึงรับประกันไม่ได้ว่าท่านจะหาย”

    “โธ่...คุณหลวง” ชื่นกลิ่นครางหน้าเสีย

    “จะแก้อาถรรพณ์คุณไสยแบบของคุณหลวง ต้องรู้วิธีทำ ต้องหาหุ่นรูปรอยตัวนั้น ต้องหาของขลังต้นเหตุให้พบจึงจะทำลายมนตราได้จนหมดสิ้น หากหาไม่ได้ ก็เหมือนรักษาโรคไม่รู้ต้นเหตุ  ให้ทุเลาพอได้แต่หายขาดทำไม่ได้”

    “หาของอาถรรพณ์ที่เป็นต้นเหตุงั้นรึ” คุณหญิงทวนคำ...ก่อนสั่งบ่าวของตนไปค้นเรือนเล็กให้ทั่วแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ถามแพงที่ถูกมัดกับเสาไว้กลางเรือนมันก็ไม่ยอมพูดอะไร คุณหญิงจึงต้องมาด้วยตัวเอง

    “หาอีก...หาให้ทั่ว หาของอาถรรพณ์ หุ่นรูปรอย หาให้เจอ”

    บ่าวแยกย้ายกันค้นอีกครั้ง แต่ยังไม่เจอสิ่งของเหล่านั้น จนกระทั่งงัดประตูห้องหนึ่งเข้าไปและพบว่าเป็นห้องทำพิธีกรรมของนังแพง

    ทุกคนผงะกับสิ่งของในห้อง ก่อนที่คุณหญิงทำให้ของพวกนี้เสื่อมด้วยการใช้ผ้านุ่งผู้หญิงครอบแล้วสั่งบ่าวให้เอาไปเผาทิ้ง แต่หุ่นรูปรอยที่ไม่มีอยู่ในนี้ยังคงให้บ่าวค้นหากันต่อไป

    เพ็ญและบ่าวค้นทุกซอกมุมก็ไม่เจอ คุณหญิงแค้นใจนักหนา คว้าขวดน้ำมันของแพงมาหมายจะเอาไว้แก้แค้นมันให้สาสม

    “นังโสเภณี เอ็งเอาหุ่นรูปรอยไปซ่อนไว้ที่ไหน”

    “หาไม่เจอล่ะสิ ไอ้อาจารย์นั่นมันบอกหรือเปล่าว่าถ้าหาไม่เจอ ก็ทำลายอาถรรพณ์ไม่ได้ คุณหลวงจะยังรักกู เป็นของกูต่อไป”

    “มึงหมดสิ้นฤทธิ์ขนาดนี้แล้วยังไม่เข็ดหลาบ อยากตายหรือไง”

    “ถ้าตาย กูจะเป็นผีมาหลอกพวกมึง ลูกหลานมึง ฆ่ากูสิ ฆ่าให้ตาย เอาสิ เอาเลย”

    “ใช่สิ ความตายมันไม่น่ากลัว เพราะตายแล้วเดี๋ยวมันก็จบ แต่ไอ้ทุกข์ทรมานจนเหมือนใกล้จะตาย

    นี่น่ะ ความรู้สึกแบบนี้ ข้าอยากรู้เอ็งจะทนไหวไหม”

    “อีอบเชย...” แพงลนลานหวาดหวั่น

    “เฆี่ยนมัน...เฆี่ยนมันจนกว่ามันจะบอกว่ามันซ่อนหุ่นพวกนั้นเอาไว้ที่ไหน เฆี่ยนมัน!”

    เพ็ญยิ้มสะใจ คว้าหวายเฆี่ยนแพงไม่นับ และไม่สนด้วยว่ามันจะครวญครางโหยหวนขนาดไหน

    “กินน้ำใต้ศอกน่ะ ตอนนั้นเอ็งคงนึกว่าน่าสนุก...เอ็งกินน้ำใต้ศอกผู้หญิงที่มีแม่อย่างคุณหญิงอบเชย เอ็งคิดผิดแล้ว อีแพง” คุณหญิงยิ้มหยันอย่างผู้ชนะ

    ooooooo

    ไม่ว่าจะถูกเฆี่ยนตีเจ็บปวดทรมานสักปานใด แพงก็ไม่ยอมบอกแหล่งที่ซ่อนหุ่นรูปรอย เพ็ญจึงลงแรงเหนื่อยเปล่า ยืนหอบมองแผ่นหลังอีแพงที่ลายพร้อยเต็มไปด้วยเลือด พึ่งแอบมองด้วยความเป็นห่วงลูกแต่ไม่กล้าเข้ามาใกล้เพราะเกรงกลัวคุณหญิงอบเชยที่ยืนค้ำหัวแพงอยู่

    ในยามเจ็บปางตาย แพงหาได้ลดลาวาศอกกับคุณหญิง ดวงตามันอาฆาต ทุกคำที่ออกจากปากล้วนจงเกลียดจงชัง

    “อีอบเชย อีคุณหญิงอบเชย...ลูกสาวมึงร้องไห้เพราะบ่าวอย่างกูมากี่หน มึงจำได้มั้ย”

    คุณหญิงโกรธมากกระชากจิกหัวแพงจนหน้าหงาย แต่แพงยังปากร้ายพล่ามใส่ฉอดๆ

    “มึงและลูกสาวมึงแย่งทุกอย่างจากกูไป ผัวมึงเบื่อมึงจนต้องมานอนกับแม่กู แม่กูคลอดกู มึงก็เลยริษยากดขี่ให้กูเป็นแค่บ่าว แม้แต่คุณหลวงนั่นกูก็เจอก่อน กูเป็นลูกท่านเจ้าคุณ กูมีสิทธิ์แต่งงานกับคุณหลวงเหมือนกัน”

    ชื่นกลิ่นเข้ามาได้ยินพอดี เธออยากรู้ว่าที่แพงพูดนั้นจริงหรือเท็จ คุณหญิงอึ้งเพราะยังไม่ทันตั้งตัว แต่เพ็ญเหมือนรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น รีบบอกนายของตนว่า

    “ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวเพ็ญเอามาให้” ว่าแล้วเพ็ญรีบร้อนกลับไปเรือนใหญ่

    “มาก็ดีแล้ว” แพงจ้องชื่นกลิ่นดุดัน “กูทนรับใช้ รองมือรองตีนมึงทั้งที่กูเกลียดมึงเข้าไส้ สิบๆปีที่กูติดตามมึง มึงรู้ไหมกูเกลียดมึงแค่ไหน ทุกสิ่งที่มึงทำมึงกิน มึงอยู่ มันต้องเป็นของกูครึ่งหนึ่ง แต่เพราะแม่มึงเห็นแก่ตัว แม่มึงแย่งทุกอย่างไป แล้วมึงยังมาแย่งผัวกูไปอีก”

    “จริงหรือคะคุณแม่ เรื่องจริงคืออะไรคะ”

    “มึงอยากฟังความจริงนักใช่ไหมอีแพง มึงคาใจสงสัยเรื่องนี้นักใช่ไหม กูนึกอยู่แล้วว่ากูต้องใช้มัน...อีพึ่งไม่ต้องหลบออกมานี่”

    พึ่งสะดุ้งไม่คิดว่าคุณหญิงจะเห็นตนซ่อนตัวอยู่ แต่ก็ยอมออกมาโดยดี แล้วย้ำกับลูกสาวว่า

    “บอกแล้วไงอีแพง เอ็งมันลูกพ่อเส ข้าเป็นแม่เอ็งนะ ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง”

    “ฉันไม่เชื่อ แม่กลัวเขาจนขี้ขึ้นสมอง แม่ไม่กล้าคิดใช่ไหมล่ะว่าแม่เป็นเมียเจ้าคุณ แม่ไม่ยอมเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง แต่ฉันจะเรียก”

    “ตั้งแต่หอกข้างแคร่อย่างมึงโผล่มาในบ้านกู นึกอยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ วันที่คนทะเยอทะยานอย่างมึง ปั้นเรื่องโกหกขึ้นมาหลอกลวงคนอื่น หลายปีนี้กูไม่ได้อยู่เฉย กูดิ้นรนไปหาหมอในโรงพยาบาล ในสถานีอนามัยทุกแห่ง เพื่อหาหลักฐานมาตบหน้ามึง แล้วกูก็เจอจนได้”

    ขาดคำคุณหญิง...เพ็ญกลับเข้ามาพอดีพร้อมเอกสารปึกหนึ่งเพื่อให้คุณหญิงเป็นหลักฐานยืนยันกับนังแพง

    “หมอคนนี้เขียนบันทึกแจ้งท่านเจ้าคุณว่า ท่านเจ้าคุณเป็นหมันหลังจากตกม้า ก่อนหน้าที่จะนอนกับอีพึ่ง”

    “อะไรนะ!!” แพงอุทานหน้าตาตื่น

    “ท่านเจ้าคุณคงระแคะระคายเรื่องอีพึ่งท้อง คงนึกสงสัยว่าเอ็งเป็นลูกท่านหรือไม่ ก็เลยแอบไปหาหมอตรวจร่างกายและปรึกษาหมอคนนี้ หมอคนนี้ส่งหลักฐานและจดหมายเขียนมายืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นรุนแรงมากจนทำให้ท่านเจ้าคุณมีลูกไม่ได้อีก”

    “ไม่จริง ไม่จริง...” แพงโวยวาย

    “ท่านเจ้าคุณแอบหลักฐานนี้เอาไว้ไม่บอกฉันเพราะกลัวว่าฉันจะโกรธ แต่พอฉันตั้งใจหาจริงๆฉันก็เจอ”

    “เอ้านี่ ดูให้ชัดๆ” เพ็ญยื่นเอกสารใส่หน้าแพงแล้ว เยาะหยัน “เห็นหรือยัง โถ...อยากเป็นลูกสาวท่านเจ้าคุณ กี่ปีแล้วล่ะ ที่อยู่กับฝันกลางวันของตัวเอง จะบอกให้ชัดๆ อีกทีนะอีแพง มึงนะเป็นบ่าว บ่าวตั้งแต่โคตร ต่ำตั้งแต่ ร่างกายไปจนถึงจิตใจของมึงเลยทีเดียว ฮะฮะฮ่า สะใจโว้ย”

    แพงช็อก สิ่งที่ยึดไว้เป็นแกนชีวิตหลุดลอย กรี๊ด ออกมาเต็มเสียง “ไม่! ฉันเป็นลูกเจ้าคุณ ฉันเป็นลูกเจ้าคุณ”

    “ฮึ...ถึงกับตาลอยรับไม่ได้เลยหรือมึง นี่ไงล่ะความทรมานที่กูบอก ความจริงบางอย่างมันทำให้มึงเจ็บปวดยิ่งกว่าตายเสียอีก” คุณหญิงยิ้มหยันสะใจ มองแพงที่กรี๊ดไม่หยุด ดิ้นเร่าๆอาละวาดอย่างรับไม่ได้

    “ยอมรับความจริงเสียเถอะนะแพง...ความเจ็บปวดทั้งหลายของแพงฉันเข้าใจดี ถือว่าเราเลิกแล้วต่อกันนะ บอกฉันมาเถอะว่าของอาถรรพณ์หุ่นพวกนั้นอยู่ไหน” ชื่นกลิ่นเกลี้ยกล่อมเดินเข้ามาใกล้

    ไม่มีใครคาดคิดว่าแพงจะคว้าเธอมาบีบคออย่างรวดเร็ว ทุกคนเอะอะตกใจ เพ็ญและบ่าวอีกสองคนช่วยกันดึงชื่นกลิ่นออกมา แต่กว่าจะสำเร็จชื่นกลิ่นแทบแย่

    “คุณหลวงเป็นของกู เป็นของกู” แพงตะโกนลั่นขณะถูกมิ่งกับมีล็อกตัวไว้

    “ฤทธิ์เยอะนัก ในเมื่อให้โอกาสแล้วเอ็งยังไม่เอา เห็นอะไรนี่ไหม ข้าวของอาถรรพณ์ที่ข้าเอามาจากห้องเอ็ง ที่เอ็งเอาไว้ทำร้ายคนอื่น ข้าไม่ได้เผาทิ้งหมดหรอกนะ เพราะข้าจะเอามาคืนให้เอ็ง”

    เพ็ญเข้าช่วยมิ่งกับมีจับแพงไว้มั่นเพื่อให้คุณหญิงกรอกน้ำมันผีใส่ปากแพงได้ถนัด ตามด้วยก้อนดินปั้นสีดำยัดตามไป

    “นี่แน่ะๆ กินเข้าไป ของต่ำที่เอ็งสร้างขึ้นมา อยากจะรู้นักเวลามันเข้าตัวไอ้คนที่ทำน่ะ มันเป็นยังไง”

    ทันใดนั้น เกิดควันดำในปากแพง แพงไอและดิ้น ทุรนทุราย สองมือจับคอตัวเองเจ็บปวดทรมาน ร้องออกมาไม่เป็นคำ คุณหญิงกับบ่าวเพ็ญหัวเราะสะใจ ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของพึ่งที่เป็นห่วงลูกสาว

    ooooooo

    แม้กระทำกับแพงถึงเพียงนั้นแล้ว แต่อาการคุณหลวงก็ยังทรงๆทรุดๆ เนื่องจากยังหาหุ่นรูปรอยไม่เจอ คุณหญิงให้เพ็ญมาคาดคั้นแพงอีกก็ไม่สำเร็จ แพงปากแข็งไม่ยอมบอก พึ่งเอาข้าวมาให้ก็ไม่กิน เอาแต่ร่ำร้องหาแต่คุณหลวง

    วันหนึ่งแพงคลุ้มคลั่งกระชากเชือกที่ขาตัวเองขาดแล้ววิ่งพรวดไปทางเรือนใหญ่โดยที่พึ่งก็ห้ามไม่ไหว แพงวิ่งไปเจอเพ็ญกับนวลที่หน้าเรือน ความแค้นพลุ่งพล่านแพงหันไปคว้ามีดปลายแหลมในตะกร้าแถวนั้นมาจ้วงแทงเพ็ญจนเลือดสาด นวลตกใจร้องกรี๊ด คว้าตะกร้าครอบหัวตัวเองด้วยความกลัว

    พึ่งวิ่งมาเห็น รีบเข้าช่วยห้ามเลือดให้เพ็ญ พลางร้อง เรียกแพงที่ถือมีดวิ่งพรวดจะเข้าเรือนใหญ่ไปฆ่าชื่นกลิ่น โชคดีที่บัวสวรรค์เห็นเสียก่อน เธอคว้ากระถางต้นไม้ทุ่มใส่หัวแพงจนเซไป พร้อมๆกับกล้าวิ่งเข้ามาแย่งมีดในมือแพงโยนทิ้ง

    ครู่ต่อมา แพงถูกมิ่งกับมีจับตัวกลับไปล่ามโซ่ที่เรือนเล็กตามคำสั่งคุณหญิง พึ่งร้องไห้ฮือๆ ถามคุณหญิงทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ อีแพงมันไม่ใช่หมูไม่ใช่หมา

    “เพราะมันไม่ใช่หมูไม่ใช่หมา มันถึงออกไปอาละวาดจะฆ่าคนตายอยู่ข้างนอก ประตูหน้าต่างพวกนี้ เอาออก แล้วเปลี่ยนเป็นลูกกรงเหล็กให้หมด”

    “เปลี่ยนเป็นลูกกรง เปลี่ยนทำไมเจ้าคะ”

    “ข้าจะขังเดี่ยวมัน ในเมื่อมันไม่ยอมบอกว่าหุ่นรูปรอยอยู่ตรงไหน ข้าก็จะทรมานมันจนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง”

    “ขังเดี่ยว หมายความว่า...”

    “ข้าให้เอ็งเฝ้ามันแต่เอ็งก็ยังปล่อยมันออกไปอาละวาดข้างนอก เพราะฉะนั้นต่อไปนี้แม้แต่เอ็งก็ไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้มัน ประตูหน้าต่างทุกบานจะถูกปิดตาย มันจะมีชีวิตเลวยิ่งกว่าหมากว่าแมว มันจะต้องทุกข์ทรมานด้วยความโดดเดี่ยวเป็นบ้าขึ้นไปอีก”

    “ไม่...แพงบอกเขาไป บอกเขาไปว่าหุ่นพวกนั้นอยู่ไหน บอกเขาไปสิลูก”

    “ถุย! กูไม่กลัวมึง อยากทำอะไรกูก็ช่าง มึงอย่าหวังว่ากูจะยอมแพ้มึง ถึงตายกลายเป็นผี กูก็ไม่ยอมแพ้” แพงประกาศกร้าว จ้องหน้าอาฆาตคุณหญิงอบเชย

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น คุณหญิงอบเชย บัวสวรรค์ และกล้าพากันไปพบอาจารย์เปรื่องที่บ้าน เล่าให้แกฟังว่าทำยังไงแพงก็ไม่ยอมบอกที่ซ่อนหุ่นรูปรอย

    “คุณหญิงให้เอาเครื่องเรือนทุกชิ้นออกจากเรือนเล็ก ค้นทุกซอกทุกมุมก็ยังไม่เจอครับ”

    “ให้คนไปเฆี่ยน เอาโซ่ไปล่าม ปล่อยมันถูกขังคนเดียวไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน มันยังไม่ยอมบอกเลยค่ะ”

    “โธ่...ก่อกรรมก่อเวรกันถึงขนาดนี้เชียวรึ”

    “แล้วที่มันทำกับเราล่ะคะ ดูคุณหลวงสิ งานการถูกเขาไล่ออก นอนป่วยไม่มีเรี่ยวแรงอยู่อย่างนี้ คนดีแท้ๆ นี่น่ะคนที่เคยช่วยชีวิตมันนะคะ ดูซิ ดูสิ่งที่มันทำกับเขา”

    “ยายเพ็ญก็เพิ่งหายจากการถูกแทง โชคดีที่โดนแค่เฉี่ยวๆ แพงมันบ้าฆ่าคนได้จริงๆนะคะ”

    ฟังทุกคนมาถึงตรงนี้ อาจารย์เปรื่องถึงกับถอนใจ “เฮ้อ บ่วงกรรม...ถักทอแน่นเหนียวซับซ้อนเหลือเกิน”

    “ในเมื่อเราไม่มีทางเจอหุ่นรูปรอยนั่น อาจารย์มีวิธีอื่นช่วยคุณหลวงไหมครับ”

    อาจารย์เปรื่องนิ่งคิดแล้วส่ายหน้า บอกว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ทั้งสามคนตกใจ พากันเป็นห่วงคุณหลวง

    ขณะเดียวกันนั้น ชื่นกลิ่นที่เริ่มท้องแก่ก็ยังเฝ้าดูแลคุณหลวงไม่ห่าง เธอให้กำลังใจเขาว่า ถึงเขาจะป่วยไม่มีงานทำ ต้องนอนอยู่อย่างนี้ แต่เขาก็ยังมีเธอ มีลูกของเรา

    “ใช่...ลูก...พี่จะต้องอดทน จะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อลูกของเรา” คุณหลวงรำพึงและสวมกอดชื่นกลิ่นด้วยความรัก...

    ooooooo

    เรือนเล็กของบัวสวรรค์ที่แพงยึดมาเป็นของตนหลังได้เป็นเมียคุณหลวงภักดีฯ บัดนี้ถูกแปรสภาพไม่ต่างจากห้องขัง ประตูหน้าต่างถูกเปลี่ยนใหม่ใส่ลูกกรง ในบ้านไม่มีเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น มีแต่ความมืดมนมอซอ

    แพงถูกล่ามโซ่ตีตรวนคุมขังอยู่ในนั้น วันๆเอาแต่รำพันถึงคุณหลวงผัวรัก ไม่ค่อยกินข้าวปลาที่พึ่งหามาให้ เห็นแม่บางทีก็เพ้อพกว่าเป็นคุณหลวง ยิ้มไปหัวเราะไปเมื่อนึกถึงอดีต แต่บางคราวก็ร้องไห้น่าเวทนา

    เมื่อใดที่แพงคลุ้มคลั่งอาละวาดช่างน่ากลัว คนแพ้อย่างมันทำได้ทุกอย่างเพื่อแก้แค้นเอาคืน

    “ความโกรธคืออาหารของความแค้น ความเกลียดคือเชื้อเพลิงของคุณไสย เมื่อข้ามีความโกรธความเกลียดอยู่เต็มหัวใจ ข้าก็จะสร้างคุณไสยขึ้นมาได้อีก”

    แพงเริ่มท่องมนต์ดำเรียกคุณหลวงให้มาหา ทำให้เขากระสับกระส่ายไม่สบายตัว ชื่นกลิ่นที่ท้องแก่ต้องดูแลเขาเป็นพิเศษ คุณหญิงเห็นแล้วสงสารลูกสาว บางครั้งถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่บัวสวรรค์ก็ปลอบท่านว่า สักวันความรักความดีต้องชนะทุกสิ่ง

    ผ่านไปจนชื่นกลิ่นคลอดลูกสาว พร้อมกันนั้นคุณหลวงอาการหนัก เขาได้ชื่นชมลูกน้อยวันสองวันก็ตายจาก ยังความโศกเศร้าเสียใจกับทุกคนบนเรือนใหญ่และบ่าวไพร่ผู้จงรัก

    ก่อนหมดลม คุณหลวงอธิษฐานขอให้ตนได้เกิดเป็นผัวเมียกับชื่นกลิ่นทุกชาติ ขณะที่แพงก็นั่งสมาธิตั้งจิต ภาวนาว่า

    “แม้เกิดชาติใด บ่วงรักของอีแพงจะติดตามคุณหลวง แม้เกิดภพใด บ่วงเล่ห์มนตราจะติดตามจองเวร

    อีชื่นกลิ่นและคนพวกนั้น ขอมันจงพบกับความวิบัติฉิบหายเพราะอีแพงคนนี้...ไม่ว่าคุณหลวงจะหนีอีแพงไปไหน จะเกิดในสวรรค์หรือแม้แต่ในนรก อีแพงจะติดตามไป นรกที่มีชายคนนี้ ต่อให้ตกนรกไปชั่วกัปชั่วกัลป์ อีแพงก็ยอม”

    ooooooo

    กลับสู่ปัจจุบันที่รัมภานั่งสมาธิติดต่อกับอบเชย... รัมภาสะดุ้งลืมตา ท่าทางยังช็อกกับเหตุการณ์ คุณหลวงสิ้นใจในอ้อมกอด

    “ลูกแม่ หายใจลึกๆ หายใจลึกๆ”

    “หนูไม่เป็นอะไรแล้ว...คุณแม่ขา คุณหลวงตายตอนนั้นหรือคะ”

    “ใช่ หลังจากนั้นแม่กับหนูก็ช่วยกันเลี้ยงเด็กคนนั้น...ชิดศรี แล้วก็เหมือนคำที่ชื่นกลิ่นเขาพูดเสมอ ชื่นกลิ่น ตายหลังจากคุณหลวงตายแค่ห้าปี”

    “ไม่! ทำไมมันเศร้าอย่างนี้ ไหนบอกว่าเราจะชนะ ไหนบอกว่าของต่ำๆ คนต่ำจะไม่ชนะไง นี่มันอะไรกัน เป็นแบบนี้ได้ยังไง”

    “ใจเย็นๆนะลูก ใจเย็นๆ”

    “ไม่ หนูรับไม่ได้ ชีวิตทุกวันนี้หนูก็แย่เต็มทีแล้ว ยังย้อนอดีตกลับไปพบเรื่องที่เลวร้ายกว่าเดิมอีก หนูทนไม่ได้!”

    หลังจากย้อนอดีตมาพักใหญ่เห็นเรื่องทั้งหมด รัมภาเหมือนสติแตก จิตตก ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อทราบจากอนุกูลว่าศามนจะถูกพักงาน รัมภายิ่งกลัดกลุ้ม ย้อนถามอนุกูลทางโทรศัพท์ว่า ปกติเขาจะให้เวลาเท่าไหร่

    “ถ้าไม่กลับมาทำงานหรือไม่มีหลักฐานมาชี้แจง แค่สองอาทิตย์ ก็ไล่ออก”

    คำตอบของอนุกูลทำให้รัมภานิ่งไปอย่างอับจนหนทาง...

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา รัมภาไปส่งลูกแฝดที่โรงเรียนโดยมีบุญสืบติดตามมาด้วย เพราะส่งเด็กๆแล้วรัมภาต้องการให้บุญสืบไปเป็นเพื่อนที่สำนักงานเขต เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่เธอนัดหย่ากับศามน

    ศามนมาพร้อมเดือนแรมและดีดี้ เขานั่งลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เขตราวหุ่นยนต์ บุญสืบมองๆเขาแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเหมือนโดนผีเข้า

    “คนที่มานั่งตรงนี้ ส่วนใหญ่เพราะสาเหตุอะไรคะ” รัมภาเอ่ยปากกับเจ้าหน้าที่เมื่อนั่งลงข้างศามน

    “ก็หลายสาเหตุครับ มีทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาเรื่องทัศนคติ”

    “แล้วคุณแนะนำวิธีแก้ไขอย่างไรบ้างคะ”

    “หน้าที่ของเรา...สำหรับคนที่ยินดีรับฟังเนี่ย เรามักจะให้กลับไปตั้งสติคิดดีๆ ศูนย์ปรึกษาเรื่องชีวิตคู่ เราก็มีนะครับ รัฐมีบริการหมด”

    “ที่จริงก็แค่ง่ายๆ เราควรจะกอดกันให้เหมือนวันที่เรากอดกันครั้งแรก เราควรจะยอมกันให้เหมือนวันแรกที่รู้ตัวว่ารักเขา เพราะวันนั้นเรายอมได้ทุกอย่าง เพียงเพื่อจะมีเขาอยู่ข้างๆ”

    รัมภาเอ่ยออกมาจนบุญสืบงึมงำด้วยความสงสาร แต่ผีอีแพงคิดตรงกันข้าม มันพุ่งมากระชากเสียงใส่รัมภาโดยที่ไม่มีใครรู้เห็น

    “เจ็บเหมือนที่กูเคยเจ็บ พลัดพรากให้เหมือนกับที่กูเคยเป็น ถึงคราวของมึงแล้ว อีชื่นกลิ่น เซ็นชื่อลงไปซะ”

    รัมภาเองก็ไม่เห็นและไม่ได้ยิน แต่เธอตัดสินใจแน่วแน่ไม่หย่ากับศามน เธอขอโทษเจ้าหน้าที่ที่ทำให้เสียเวลา ว่าแล้วลุกเดินออกไปท่ามกลางความงุนงงของทุกคน

    พอได้สติ บุญสืบไชโยโห่ร้อง สมน้ำหน้าเดือนแรมที่ผิดหวัง แต่เดือนแรมยังไม่หยุดยั้งจะตามไปรั้งรัมภาให้กลับมาหย่า

    “นี่หยุดนะ บอกให้หยุดนังรัมภา...คนอะไรไม่ยอมรับความจริง เขาไม่รักตัวแล้วยังจะบ้ากอดทะเบียนสมรสเอาไว้ทำไมอีก กลับไปเซ็นชื่อซะ กลับไปนะ”

    รัมภาไม่พูดกับเดือนแรมแต่เดินไปหาศามน เธอจ้องหน้าเขาเขม็งก่อนตัดพ้อต่อว่า

    “รู้ไหม ตอนที่ฉันเห็นคุณตายมันทรมานแค่ไหน คุณจะโกรธจะเกลียดฉันยังไงก็ตาม ทีหลังอย่ามาหมดลมหายใจในอ้อมกอดของฉันอีก”

    เดือนแรมกับดีดี้เป็นงง สงสัยว่ารัมภาพูดบ้าอะไรกัน?

    “ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคุณ...คุณอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีฉัน” รัมภามองชายตรงหน้าด้วยความรัก เธอมั่นใจในตัวเอง เต็มที่แล้ว เชื่อมั่นว่าเธอคงไม่มีทางลาจากผู้ชายคนนี้แน่ “นับจากวันนี้จะเหมือนคำสัญญาทุกชาติภพของคุณ... เราจะไม่มีวันจากกัน ไม่มีวัน”

    ศามนอึ้งตัวชา คนอื่นๆงงไปหมด รัมภากอดและหอมแก้มศามนก่อนจะถอยออกมา

    “อีบ้า! นี่แกเป็นบ้าอะไร พูดบ้าอะไรของแก กลับไปจดทะเบียนหย่าเดี๋ยวนี้นะ” เดือนแรมโกรธสุดๆ เงื้อมือจะตบรัมภา บุญสืบรีบปกป้องนายของตน ชี้หน้าด่าขับไล่เดือนแรม ส่วนผีอีแพงจ้องอาฆาตรัมภาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

    “ถ้าชาตินี้เราสองคนตายอีก ฉันเชื่อ...คำสัญญาของคุณจะนำพาเรามาเจอกันอีก ไม่เป็นไร ตายเป็นตาย แต่เราจะไม่มีวันเลิกรักกันใช่ไหม” พูดเสร็จรัมภาเดินจากไป บุญสืบรีบก้าวตาม

    จู่ๆศามนน้ำตาไหลออกมา จากหนึ่งหยดกลายเป็นสะอื้นฮักด้วยความรู้สึกถึงความรักที่อยู่ภายในรุนแรงจนยากจะอธิบาย ได้แต่เรียกชื่อรัมภาซ้ำไปซ้ำมา เดือนแรมงุนงงแปลกใจ แล้วกลายเป็นหัวเสียยกใหญ่ ขณะที่ผีอีแพงก็ร่ำร้องว่าไม่จริง เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:12 น.