ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อาณาเขตกว้างใหญ่ของตระกูล “เดชโชดม” มีบ้านสามหลังในรั้วเดียวกันและเป็นที่อยู่อาศัยของสามพี่น้องลูกชายของนายเดชซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว...

เมื่อบิดาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ และต่อมาอำนาจน้องชายคนสุดท้องก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต วันนี้ ที่บ้านเดชโชดมจึงมีการเปิดพินัยกรรมของนายเดชโดยทนายประจำตระกูล

สมาชิกในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้ายกเว้นอิศร์ลูกชายคนเดียวของอำนาจและเป็นหลานชายคนเล็กของตระกูล...อิศร์ไปเรียนหนังสือที่เมืองนอกเสียนาน เมื่อกลับมาจึงอาศัยในบ้านหลังใหญ่ของคุณปู่ที่ยกให้อำนาจแต่เพียงผู้เดียว โดยพี่อีกสองคนคืออำพลและอำนวยก็มีบ้านอยู่ในรั้วเดียวกัน

ทนายเริ่มอ่านพินัยกรรมโดยไม่ทันสังเกตว่าสมาชิกขาดหายไปคนหนึ่ง...

“พินัยกรรมของคุณเดช เดชโชดม ที่ผมจะอ่านต่อไปนี้เป็นฉบับล่าสุด ได้ระบุให้มีการแบ่งทรัพย์สินดังต่อไปนี้...คุณอำพล เดชโชดม และ คุณอำนวย เดชโชดม บุตรทั้งสองจะได้รับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่พักอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ที่ดินที่ผ่านการตีราคาแล้วมูลค่าคนละ 50 ล้านบาทโดยประมาณ และหุ้นของเดชโชดมกรุ๊ปในส่วนของคุณเดชอีกคนละ 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหลานทั้งสี่คน คุณไอศูรย์ คุณไอริณ คุณธำรง และคุณอิศร์...”

ทนายเว้นวรรคพลางกราดสายตามองไล่ไปทางไอศูรย์ ไอริณ ธำรง แล้วทำหน้าแปลกใจเมื่อไม่เห็นอิศร์หลานชายคนโปรดของนายเดช

“คุณอิศร์ไม่อยู่นี่ครับ”

ทุกคนในห้องเหมือนนึกได้ หันมองหากันเลิ่กลั่ก อำพลขมวดคิ้วจ้องป้าดวงคนรับใช้เก่าแก่ ถามว่าอิศร์หายไปไหน ป้าดวงถึงกับอึกอักไม่รู้จะตอบยังไงดี

เวลานั้น อิศร์อยู่ที่สนามแข่งมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์ไบค์ บรรยากาศสุดคึกคักเพราะรอบสนามคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งทีมงานและกองเชียร์ อิศร์กำลังขี่มอเตอร์ไซค์วอร์มอัพก่อนแข่งจึงไม่ได้รับสายจากป้าดวงที่เพียรโทร.หาอยู่หลายครั้ง

ป้าดวงเริ่มกดโทรศัพท์มือไม้สั่นเพราะอำพลเอะอะไม่พอใจอิศร์ที่ติดต่อไม่ได้เสียที เช่นเดียวกับธำรงลูกชายคนเดียวของอำนวยก็ออกอาการหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะอยากรู้มรดกส่วนของตน

“อิศร์มันไม่รู้หรือไงว่าวันนี้เป็นวันเปิดพินัยกรรมคุณปู่ นี่ถ้ามันไม่อยู่ผมก็ไม่ต้องรู้กันพอดีว่าคุณปู่จะให้อะไร”

“เงียบเถอะน่าธำรง” อำนวยเสียงเขียวใส่ลูกชาย

เรณู...ภรรยาของอำพลมองปฏิกิริยาของคนโน้นคนนี้ก่อนถามป้าดวงว่าอิศร์รู้เรื่องเปิดพินัยกรรมหรือเปล่า

“รู้ค่ะ แต่คุณอิศร์เธอ...” ป้าดวงกำลังจะขยายความต่อไปว่าอิศร์ไม่สนใจแต่ปลายสายมีคนกดรับพอดี จึงรีบบอกทุกคนว่าโทร.ติดแล้ว

อิศร์รับโทรศัพท์มือถือของตนจากเจ้าหน้าที่สนามแข่งคนหนึ่งที่วิ่งเอามาส่งให้ถึงขอบสนามแล้วสนทนากับป้าดวงอย่างอารมณ์ดี

“ว่าไงครับป้าดวง โทร.มาลุ้นผลการแข่งขันล่ะสิ คนอย่างอิศร์ เดชโชดม ยังไงก็แชมป์อยู่แล้วครับ ป้าดวงเอาไปคุยทั่วบ้านได้เลยครับ”

ป้าดวงกดเปิดเสียงอิศร์ให้ทุกคนได้ยินและมองบรรดาเจ้านายอย่างไม่สบายใจก่อนตอบกลับไปว่า “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ คือตอนนี้ทุกคนกำลังรอคุณอยู่”

“เรื่องเปิดพินัยกรรมคุณปู่ใช่ไหม บอกแล้วไงว่าผมไม่อยากฟัง”

“มีชื่อคุณอิศร์ด้วยนะคะ”

“มีก็มีไปสิ ผมไม่อยากได้อะไรของคุณปู่อีกแล้ว บอกคุณทนายได้เลยว่าไม่ต้องรอ...แค่นี้นะครับป้า ผมต้องไปเตรียมตัวแข่งแล้ว”

อิศร์กดตัดสายรวดเร็วจนป้าดวงเรียกไม่ทัน ไอศูรย์ลูกชายคนโตของอำพลชักสีหน้าอย่างรำคาญก่อนพูดโพล่งแสดงความหงุดหงิดเอาแต่ใจตัวเอง

“สรุปว่ามันไม่มา งั้นอ่านต่อเถอะครับคุณทนาย”

“จะอ่านโดยที่ไม่รออิศร์เหรอคะ”

อริสราแย้งขึ้นมาอย่างลืมตัว ไอศูรย์ตวัดสายตามองภรรยาด้วยอารมณ์หึงหวง เพราะเธอคืออดีตคนรักของอิศร์ที่ตัวเองแย่งชิงมา

“คุณไม่ได้ยินหรือไงอริส อิศร์มันบอกเองว่าไม่อยากฟัง ไม่อยากได้ สมบัติมันคงเยอะ”

ไอริณปรายตามองพี่สะใภ้อย่างหมั่นไส้แล้วผสมโรงกับพี่ชาย “ริณเห็นด้วยกับพี่ศูรย์ พี่อิศร์ไม่ขัดข้องที่จะให้เราเปิดพินัยกรรมก็อ่านต่อให้จบสิคะ”

ทนายมองหน้าทุกคนแล้วลอบถอนใจเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงอ่านพินัยกรรมต่อไป

ooooooo

ที่สนามแข่งรถ...รัฐมนตรีบรรเลงมาถึงพร้อมบอดี้การ์ดสาวสวยนามแพรพลอย บรรเลงมาในฐานะผู้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ และงานนี้เขาก็มาแบบเงียบๆ ไม่ต้องการผู้ติดตามให้เอิกเกริก มีเพียงแพรพลอยและบอดี้การ์ดหนุ่มอีกสองคนเท่านั้น

แพรพลอยให้สองหนุ่มลูกทีมดูแลบรรเลงแถวห้องรับรอง ส่วนตัวเธอเดินออกไปสำรวจด้านนอกและพบเด็กชายคนหนึ่งในชุดนักเรียนมอซอนำเครื่องดื่มหลากสีมาขาย เมื่อทราบว่าเป็นเด็กกำพร้าหญิงสาวยิ่งสงสาร อุดหนุนน้ำถึงสองแก้ว แต่ในระหว่างที่เด็กล้วงกระเป๋ากางเกงหาเงินทอนแล้วพลั้งเผลอทำแก้วน้ำที่เหลือในมือเอียงไปหกใส่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ใกล้ๆเป็นเรื่องทันที...เพราะเจ้าของออกจากห้องน้ำมาเห็นพอดี!

ชายหนุ่มปรี่เข้ามาโวยวายกระชากไหล่เด็กจนเซเกือบล้ม แถมยังดุเสียงดังทั้งๆที่เด็กรีบพนมมือขอโทษ

“ทำอะไร รถเปียกหมดแล้ว” อิศร์ปรี่เข้ามาดูรถอย่างหวงๆ แล้วเอะอะจนเด็กตกใจแทบร้องไห้ “นี่ถ้าน้ำเข้าเครื่องยนต์จนรถพี่มีปัญหาน้องจะว่ายังไง ทำไมไม่ระวังเลย ผู้ปกครองอยู่ไหนทำไมปล่อยให้มาเพ่นพ่านแถวนี้”

เด็กชายหน้าซีดอย่างกลัวจัด แพรพลอยทนไม่ไหวเอ่ยขึ้นเสียงขุ่น “ใจเย็นๆได้ไหมคุณ ก็ลองสตาร์ตรถดูก่อนสิว่ามันเป็นอะไรหรือเปล่า”

อิศร์ชะงักมองหน้าหญิงสาว เพิ่งสังเกตเห็นว่าเธอถือแก้วน้ำอยู่ “อ๋อ...ที่แท้ก็เพราะมีคนซื้อมักง่ายอยู่แถวนี้นี่เอง ถ้ารถผมพังจนแข่งไม่ได้คุณจะรับผิดชอบยังไง”

“ฉันถึงบอกให้คุณลองสตาร์ตดูก่อน”

“ไม่ต้องมาสั่งผม” อิศร์ตะคอกฉุนๆ ลองเสียบกุญแจบิดทีเดียวเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ทีนี้จะเลิกตีโพยตีพายได้หรือยัง”

อิศร์ตวัดสายตามองแพรพลอย รู้ว่าตัวเองโวยวายเกินไป แต่ไม่อยากเสียฟอร์มเลยแถกไปอีก “เครื่องยนต์ติด แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่มีปัญหาตอนแข่ง”

“คุณกำลังหาข้ออ้างให้ตัวเองตอนที่แข่งแพ้มากกว่ามั้ง”

“นี่คุณ!” เขาชี้หน้าเธออย่างไม่พอใจ แต่เธอไม่สนใจ เดินโอบเด็กผละไปอีกทาง พลางปลอบโยนว่าไม่ต้องกลัว แถมใจดีไม่เอาเงินทอน เด็กเลยยิ้มแป้นไหว้ขอบคุณแล้ววิ่งแจ้นออกไป

แพรพลอยมองตามแล้วอดสะท้อนใจนึกถึงตัวเองไม่ได้ เพราะเธอเองก็กำพร้าพ่อแม่ อาศัยอยู่กับผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่งมาตั้งแต่เล็กจนโต...แต่แล้วพอเธอหันหลังกลับก็เกือบชนชายหนุ่มเจ้าของมอเตอร์ไซค์คันงามที่ถลันเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทีโมโหไม่หาย

“เรายังพูดกันไม่จบ”

“มีอะไรต้องพูดกันอีกล่ะ รถคุณก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่”

“คุณดูถูกผม”

“เรื่องที่ว่าคุณจะแพ้น่ะเหรอ ก็มันจริง มืออาชีพเขาไม่เตรียมหาข้ออ้างไว้ให้ตัวเองตอนที่ล้มเหลวหรอก มีแต่พวกขี้แพ้ที่ทำอย่างนั้น”

“คุณนี่ปากดีมากเลยนะ ตอนเด็กๆพ่อกับแม่เอามีดโกนคลุกข้าวให้กินหรือไง”

แพรพลอยหน้าถอดสีไปนิดเมื่อได้ยินคำว่าพ่อแม่ แต่ก็สงบใจไม่ตอบโต้ หันหลังจะเดินหนี

“เดี๋ยวสิ จะหนีอีกแล้วเหรอ” อิศร์คว้าแขนแพรพลอยอย่างลืมตัว แต่โดนเธอหมุนตัวกลับจับล็อกแขนบิดอย่างแรงจนร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ “โอ๊ย...ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวแขนผมหัก”

“ไม่ดีเหรอ คุณจะได้มีข้ออ้างตอนที่แข่งแล้วแพ้ไง”

“ปล่อย...โอ๊ย!”

“จำไว้ว่าอย่าแตะต้องตัวฉันอีก”

เมื่อเป็นอิสระ อิศร์จับแขนตัวเองป้อยๆ เตรียมจะโวยใส่หญิงสาว แต่บรรเลงเดินเข้ามาพอดี อิศร์ยกมือสวัสดีพร้อมเรียกเขาว่าลุง ทำให้แพรพลอยหน้าเจื่อนไปนิด

“เห็นทีมงานบอกว่าอิศร์ลงแข่งด้วย ก็เลยจะไปอวยพร แล้วนี่มายืนคุยอะไรกัน รู้จักหนูแพรด้วยเหรอ”

อิศร์มองแพรพลอย แต่เธอหลบตาไม่ตอบอะไรเพราะเกรงใจบรรเลง

“อ๋อ เพิ่งรู้จักกันครับคุณลุง...คุณชื่อแพรเหรอ แล้วก็ไม่แนะนำตัวตั้งแต่แรก” อิศร์ยิ้มกริ่ม หันไปพูดกับบรรเลง “พอดีคุณแพรเธอออกไปเชียร์ผมที่ริมสนามมาน่ะครับ แล้วก็อยากจะขอลายเซ็นเป็นที่ระลึก ผมก็เลยตามมาเซ็นให้”

แพรพลอยเหวอ ถลึงตาใส่อิศร์ที่โกหกหน้าตาเฉย ขณะที่บรรเลงทำหน้าแปลกใจ เปรยขึ้นยิ้มๆ

“หนูแพรเป็นแฟนคลับนายอิศร์หรอกเหรอเนี่ย”

แพรพลอยอ้าปากจะอธิบาย แต่อิศร์พูดสวนขึ้นก่อน พร้อมกับมองหญิงสาวทั่วตัวด้วยสายตาเจ้าชู้

“ตกลงว่าจะให้เซ็นตรงไหนดีครับ”

บอดี้การ์ดสาวสวยอยากจะตอบโต้แต่ก็ไม่กล้า เลยแกล้งยิ้มแล้วกำหมัดตั้งขึ้นตรงหน้า “เซ็นตรงนี้ดีไหมคะ”

“คุณอิศร์คะ ถึงเวลาแล้วค่ะ” เสียงทีมงานดังเข้ามาทำให้อิศร์จำต้องผละ แต่ไม่วายยั่วแพรพลอยว่า เดี๋ยวค่อยมาเซ็น...

บรรเลงยิ้มบางๆ ตรงกันข้ามกับแพรพลอยที่แอบหน้าตูมหมั่นไส้นายคนนี้เสียจริง

เมื่อเดินตามกันกลับเข้ามาในห้องรับรอง บรรเลงถามแพรพลอยเชิงหยอกเย้าว่า “ตกลงหนูตามไปขอลายเซ็นนายอิศร์มาจริงๆเหรอ”

“เปล่านะคะท่าน แพรไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนั้นมาก่อนด้วยซ้ำ เขามากวนประสาทแพรน่ะค่ะ”

“ฉันก็ว่าแล้ว นายอิศร์เขาก็เป็นอย่างนี้แหละ ชอบตอแยกับสาวๆ หนูแพรคงจะสวยถูกใจ”

แพรพลอยเบะปาก รู้สึกแย่กับนายคนนี้มากขึ้น เผลอพึมพำว่าพวกเพลย์บอยไฮโซ แต่พอบรรเลงถามว่าพูดอะไร เธอก็รีบส่ายหน้า แล้วขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ที่มีเสียงเรียกเข้ามาพอดี

กรณ์นั่นเองที่โทร.มา เขาเติบโตมากับแพรพลอยที่บ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ทั้งคู่จึงเป็นเพื่อนสนิทกัน และเป็นธรรมดาที่กรณ์มักโทร.หาแพรพลอยเพื่อเตือนเรื่องงานที่เธอทำอยู่ เพราะเป็นงานค่อนข้างเสี่ยงอันตราย แต่ทุกครั้งแพรพลอยก็บอกเขาว่าไม่ต้องห่วง คนอย่างเธอไม่ยอมให้ใครทำเจ็บตัวง่ายๆหรอก

ooooooo

หลังฟังทนายอ่านพินัยกรรมแจกแจงทรัพย์สินในส่วนของตน ธำรงรับไม่ได้ถึงกับลุกขึ้นโวยวายทันควัน

“อะไรกัน ผมได้สมบัติแค่นี้เหรอ...ไม่จริง... พินัยกรรมปลอมหรือเปล่า”

“ระวังคำพูดหน่อยเจ้าธำรง คุณทนายก็บอกแล้วว่าพินัยกรรมตรงกันกับฉบับที่พยานถืออยู่”

“แต่มันไม่ยุติธรรมนี่ครับลุง ทำไมพี่ศูรย์ได้เยอะกว่าผม เราก็เป็นหลานเท่าๆกัน”

ไอศูรย์ถูกพาดพิงแต่ยังคงวางเฉยไม่สนใจถ้อยคำกระทบกระเทียบของธำรง ตรงกันข้ามกับไอริณที่คันปากอยากเย้ยจนอดไม่ไหว

“ก็คุณปู่แบ่งสมบัติให้ตามความสามารถ ใครทำประโยชน์ให้ตระกูลได้มากก็ได้ไปมาก ใครที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ก็ได้ไปเท่าที่เหมาะสม”

“งั้นเธอก็ไม่ควรจะได้ซักบาทเดียวยายริณ เพราะเธอมันดีแต่ทำตัวไร้ประโยชน์ไปวันๆ”

“พี่ธำรง! พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง”

ไอริณปรี๊ดแตกหน้าตาเอาเรื่อง เรณูเกรงใจแขกจึงปรามลูกสาว แต่ท่าทางจะไม่ได้ผลเพราะธำรงยังคงต่อปากต่อคำไม่หยุดหย่อน

“หรือไม่จริง วันๆฉันไม่เห็นเธอทำงานทำการดีแต่แต่งตัวสวยๆร่อนไปร่อนมาตามงานอีเวนต์”

“ก็เพราะริณรู้ตัวว่าไม่มีความสามารถไง ถึงไม่อยากจะตะเกียกตะกายไปรับตำแหน่งในบริษัท ไม่เหมือนคนบางคนไปทำงานทุกวันแต่ก็ได้แค่ไปนั่งเฉยๆ เพราะไม่มีใครไว้ใจให้รับผิดชอบงาน”

“ปากดีนักนะแก”

ธำรงทะยานเข้าใส่ไอริณแต่อำนวยดึงไว้ ขณะที่ไอริณกลัวซะที่ไหน ทำหน้าตาท้าทายธำรงแบบไม่เกรงใจใคร จนเรณูต้องดึงตัวให้นั่งลง

“จะกัดกันอีกนานไหม” ไอศูรย์ตวาดขึ้นมาจนไอริณกับธำรงหยุดกึก อำนวยถือโอกาสลากลูกชายออกไปจากห้อง ไอศูรย์ส่ายหน้าเอือมระอาแล้วหันมาขอโทษทนาย ก่อนที่อริสราจะถามต่อไปว่าอิศร์ได้อะไรบ้าง

คำถามของอริสราบวกกับสีหน้าจดจ่อรอฟังทนายทำให้ไอศูรย์ตวัดสายตามองเธอด้วยอารมณ์คุกรุ่นมากขึ้น

“คุณอิศร์ เดชโชดม จะได้รับส่วนแบ่งของคุณอำนาจ เดชโชดม ที่เสียชีวิตไปแล้ว และรายการทรัพย์สินเพิ่มเติมดังต่อไปนี้...”

สองพ่อลูกอำพลกับไอศูรย์มองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินว่าอิศร์ได้ทรัพย์สินมากกว่าคนอื่น โดยเฉพาะไอศูรย์ในฐานะหลานชายคนโตของตระกูลถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะไม่ต้องการเสียเปรียบหลานชายคนเล็กอย่างอิศร์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

ooooooo

อิศร์ลบคำสบประมาทของแพรพลอยจนได้เป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ และหลังรับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีบรรเลง อิศร์ก็เปิดแชมเปญฉลองทันทีเลย โดยแกล้งเขย่าขวดแรงๆแล้วเปิดให้พุ่งเข้าใส่แพรพลอยที่เดินเข้ามาพอดี

หญิงสาวตกใจและเดือดดาลเป็นที่สุดแต่ไม่กล้าต่อว่าหรือเอาเรื่องอิศร์เพราะเกรงใจบรรเลงอีกตามเคย ขณะที่บรรเลงก็รีบออกตัวกับเธอว่าอย่าถือสาคนขี้เล่นอย่างอิศร์เลย เขาคงจะแหย่เธอเล่นเท่านั้นเอง

“ท่านกับนายคนนั้นรู้จักกันดีเหรอคะ”

“ทำไมจะไม่รู้ล่ะ อิศร์เป็นเพื่อนของยายเมย์สมัยอยู่เมืองนอก หนูไปล้างตัวเถอะ ฉันจะรอ”

บรรเลงเข้าไปนั่งรอในห้องรับรอง ส่วนแพรพลอยแยกไปล้างเสื้อที่เลอะแชมเปญในห้องน้ำ พอกลับออกมาก็เห็นแก้วแชมเปญยื่นมาตรงหน้า  ก่อนที่อิศร์จะโผล่เข้ามายิ้มเผล่

“ดื่มเป็นเกียรติให้ผมหน่อยนะครับ”

“คุณต้องการอะไรอีก ที่เสื้อผ้าฉันเลอะเทอะนี่คือการเอาคืนก็ถือว่าเราหายกันแล้ว”

“ผมไม่ได้อยากเอาคืน แค่อยากให้คุณร่วมฉลองด้วย ก็คุณดูถูกว่าผมเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ต้องเตรียมหาข้ออ้างให้ตัวเองตอนที่แข่งไม่ชนะ”

“โอเค คุณเก่ง พอใจแล้วใช่ไหม”

“เอาน่าคุณ เราอย่าเขม่นกันเลย ยังไงเราก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ผูกมิตรกันไว้ดีกว่า ที่จริงผมต้องขอบคุณคุณด้วยนะ เพราะคำสบประมาทของคุณทำให้ผมมุ่งมั่นกว่าเดิม แบบว่าผมอยากเห็นคุณหน้าแตก ฮ่ะๆๆ” เขาหัวเราะร่วน แต่พอเห็นหญิงสาววางหน้าเฉยก็หยุดหัวเราะแล้วอ้อนต่อ “คิดซะว่าคุณช่วยผมคว้าแชมป์ก็ได้ หรือจะให้ผมพาไปเลี้ยงก็ยินดี นะๆๆ ดีกันนะ”

แพรพลอยมองอิศร์อย่างใช้ความคิด แล้วคลี่ยิ้มให้ก่อนจะรับแก้วมาแต่ไม่ดื่ม เอาคืนด้วยการเทแชมเปญใส่เขาจนเสื้อเปียก อิศร์ไม่พอใจแต่ไม่กล้าหือเพราะกลัวโดนเธอลงมือลงไม้ให้เจ็บตัว

“โอเค ผมไม่ตอแยคุณก็ได้ เอาเป็นว่าเลิกแล้วต่อกันนะ ผมไม่อยากถูกคุณดักซ้อม”

“ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันจริงๆก็แล้วกัน” แพรพลอยหันกลับ ทันใดนั้นได้ยินเสียงบรรเลงเอะอะขอความช่วยเหลือ บอดี้การ์ดสาววิ่งพรวดไปทันทีโดยมีอิศร์วิ่งไล่หลัง

คนร้ายสองคนจับบรรเลงขึ้นรถตู้ขับออกไปโดยที่แพรพลอยช่วยไม่ทัน แต่เธอยังพยายามจะติดตามด้วยการใช้มอเตอร์ไซค์ของอิศร์เป็นพาหนะ โดยบอกเขาว่าเธอเป็นบอดี้การ์ดของบรรเลง อิศร์ไม่ให้ยืมรถแต่เป็นคนขับให้เธอซ้อนท้ายขับเคี่ยวกับรถคนร้ายไปอย่างกระชั้นชิด

แพรพลอยพยายามยิงล้อรถเพื่อให้ยางแตกแต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งขับตามกันเข้าไปในหมู่บ้านที่บรรเลงอยู่ ทำให้อิศร์เริ่มเอะใจเพราะรู้จักมักคุ้นที่นี่เป็นอย่างดี

ที่แท้เหตุการณ์ระทึกใจที่เกิดขึ้นเป็นการเซอร์ไพรส์วันเกิดให้บรรเลงด้วยฝีมือของลูกสาวจอมซ่านั่นเอง

ปีนี้มายาวีจัดหนักจนบิดาตกใจแทบจะเป็นลม พอโดนบ่นเธอก็ออดอ้อนจนบิดาใจอ่อนอีกเหมือนเคย แต่สำหรับแพรพลอยนั้นเธอนิ่งขรึมไม่พูดไม่จาแถมเดินหนีออกนอกบ้านอย่างเคืองๆ มายาวีมองออกหน้าจ๋อยไปเหมือนกันก่อนจะตามมาโอบเอวประจบ

“อย่าโกรธเมย์เลยนะคุณแพร เมย์ก็แค่อยากคิดอะไรสนุกๆให้คุณพ่อ คราวหลังเมย์จะเตี๊ยมกับคุณแพรก่อนนะคะ”

“แพรรู้ว่าคุณเมย์ชอบคิดอะไรสนุกๆให้ท่านทำ แต่วิธีนี้มันอันตรายนะคะ เพราะว่าหน้าที่ของแพรคือปกป้องท่าน ถ้าวันนี้เกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาพวกเราคงเสียใจกันหมด”

“เมย์ขอโทษค่ะ เมย์ลืมคิดไป หายโกรธนะคะ”

มายาวีทั้งกอดทั้งซบแพรพลอย ครู่หนึ่งอีกฝ่ายก็ใจอ่อน ถามว่าผู้ช่วยของตนอยู่ที่ไหน มายาวีนึกได้บอกว่าตนให้เพื่อนสองคนจัดการโปะยาสลบ ป่านนี้น่าจะฟื้นแล้ว เดี๋ยวตนให้คนไปรับกลับมา

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ส่งพวกเขากลับบ้านไปเลยเถอะ เพราะว่าคงทำงานให้ท่านไม่ได้อีกแล้ว”

“อ้าว...ทำไมล่ะคะ”

“มันเป็นกฎของบริษัทค่ะ บอดี้การ์ดทุกคนที่ได้รับการว่าจ้างต้องทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถเพื่อให้ผู้ว่าจ้างได้รับความปลอดภัยและสะดวกสบาย แต่วันนี้พวกเขาล้มเหลว”

“แต่เมย์บอกแล้วว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆนี่คะ”

“การเล่นอะไรที่เลยเถิดไม่ได้ทำให้คนเดือดร้อนแค่คนเดียวหรอกค่ะ”

“อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้ดีกว่า คุณแพรยังเหนื่อยอยู่ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ เดี๋ยวจะได้เวลาเป่าเค้กแล้ว” มายาวีเปลี่ยนเรื่องแล้วโอบเอวแพรพลอยเดินออกไปโดยไม่เห็นอิศร์ยืนมองอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้างงงวย...ท่าทีออดอ้อนกระหนุงกระหนิงของมายาวีทำให้เขายิ่งสงสัยเป็นทวีคูณว่าเธอเปลี่ยนรสนิยมตั้งแต่เมื่อไหร่

ooooooo

ค่ำนี้ที่บ้านอำพล...ไอศูรย์อาละวาดปาแก้วเหล้าแตกกระจายเพราะโมโหไม่หายเรื่องที่ทนายเปิดพินัยกรรมแล้วอิศร์ได้สมบัติมากกว่าลูกหลานคนอื่น อำพลเข้าใจความรู้สึกลูกชายแต่ไม่อยากให้คิดมาก ใจเย็นไว้ก่อนดีกว่า

“ใครจะเย็นลงในเมื่อพินัยกรรมมันออกมาแบบนี้ คุณปู่ทำอย่างนี้ได้ยังไง ทำไมต้องให้ไอ้อิศร์มันได้อะไรมากกว่าคนอื่นๆด้วย”

“อิศร์เขาได้ส่วนของคุณอาอำนาจ ที่มากกว่าคนอื่นหน่อยก็แค่หุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ของคุณปู่” เรณูเอ่ยขึ้นมาเพื่อปลอบใจลูกชายแต่กลับถูกอำพลตวาดสวนจนเธอหน้าเสีย

“เงียบไปเลยเรณู เธอเป็นแค่แม่บ้านจะไปรู้อะไร หุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ตอนนี้ถ้าขายมันก็ได้ร้อยล้าน ถ้าไม่ขายมันก็จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเดชโชดม ไอศูรย์มันโวยวายก็ถูกแล้ว อย่าอวดฉลาด”

เรณูก้มหน้านิ่งไม่กล้าพูดอะไรอีก แต่ไอริณแสดงความเห็นกึ่งประชดประชันพี่ชายขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“พี่อิศร์กำพร้าตั้งแต่เด็ก คุณปู่ท่านเลยถือว่าตัวเองเป็นผู้ปกครอง ถึงได้แบ่งมรดกให้อีกเป็นร้อยล้านก็เท่านั้นเอง ยังไม่ชินกับความลำเอียงของท่านอีกเหรอคะ”

“แต่คุณปู่ไม่อยู่แล้ว บ้านนี้มันต้องกลับสู่ความยุติธรรมสักที”

“แล้วพี่ศูรย์จะทำอะไรได้ พินัยกรรมก็เขียนเอาไว้แล้ว ยังไงทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามนั้น”

“โธ่โว้ย!” ไอศูรย์ระเบิดเสียงแล้วสาดเหล้าเข้าปากก่อนปาแก้วลงพื้นระบายอารมณ์ แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปบนชั้นสองเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้

ภายในห้องนอน อริสรากำลังดูอัลบั้มรูปถ่ายเก่าๆ ของตัวเองกับอิศร์ตอนที่คบหาดูใจกันอยู่ จนกระทั่งอิศร์ไปเรียนเมืองนอกก็ยังคงติดต่อกัน ก่อนที่อริสราต้องมาแต่งงานกับไอศูรย์เมื่อสองสามปีก่อนทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ

เมื่อไอศูรย์เปิดประตูเข้ามาในสภาพมึนเมา อริสรารีบเก็บรูปใส่อัลบั้มทันที ท่าทางเธอมีพิรุธจนสามีตะคอกถามว่าเห็นหน้าผัวทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย

“ก็คุณทำเสียงดัง” อริสรากลบเกลื่อนแล้วหยิบอัลบั้มลุกหนี แต่ไอศูรย์ดึงมือเธอไว้

“จะไปไหนเล่า รำลึกความหลังเสร็จแล้วเหรอ คุณคงนึกเสียดายอยู่สินะอริสรา ที่คุณต้องมาเป็นเมียผมเสียก่อน เลยชวดได้เป็นคุณนายพันล้านของไอ้อิศร์”

“อย่ามาหาเรื่องฉันได้ไหม คุณเมาแล้วก็ไปนอนซะ”

“เสียใจด้วยนะที่ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ ต่อให้คุณนั่งดูรูปจนทะลุคุณก็ยังต้องอยู่กับผม ไม่มีวันจะได้ไปเสวยสุขกับไอ้อิศร์เป็นอันขาด” ไอศูรย์พูดจบก็ดึงรูปจากอัลบั้มออกมาขยำแล้วฉีกทิ้งและไม่ยอมให้อริสราแย่งคืน

“หยุดนะ คุณจะทำอะไร”

“ผมจะทำให้คุณกลับมาอยู่ในโลกของความจริงไงเล่า”

“ไม่! เอาคืนมานะ เอาของฉันคืนมา”

ไอศูรย์ฉีกทั้งรูปทั้งอัลบั้มขาดรุ่งริ่งแล้วโยนทิ้งไม่ไยดี อริสราร้องไห้โฮ ด่าและทุบตีเขาพัลวัน ที่สุดเธอถูกเขาผลักเซไปกระแทกมุมเตียงเจ็บแขนจนสีหน้าเหยเก ไอศูรย์เห็นดังนั้นก็ได้สติขยับเข้าหาพร้อมเอ่ยปากขอโทษแต่เธอปัดมือเขาออกแล้วจ้องอย่างชิงชังก่อนวิ่งออกจากห้อง ทิ้งให้ไอศูรย์มองตามอย่างรู้สึกผิดที่ทำเธอเจ็บตัว

ooooooo

แพรพลอยถูกมายาวีบังคับให้เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ลงมาร่วมงานวันเกิดบรรเลงแถมยังคะยั้นคะยอให้อยู่จนถึงตอนตัดเค้ก โดยให้อิศร์คอยเทกแคร์เธอแทน เพราะตัวเองต้องไปต้อนรับแขกกับบิดา

เมื่อได้ยินมายาวีย้ำว่าแพรพลอยเป็นคนสำคัญมากสำหรับตน อิศร์ยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่ว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน พออยู่กันตามลำพังเขาก็เลยเย้าแหย่แพร–พลอยอย่างสนุกปาก

“ที่แท้เราก็คนกันเอง ผมอิศร์ครับ...อิศร์ เดชโชดม เป็นเพื่อนกับเมย์”

“ฉันทราบ”

“แต่ผมไม่ยักรู้นะว่าเมย์เขา...เปลี่ยนไป”

แพรพลอยทำหน้างงว่าหมอนี่พูดอะไร แต่ไม่อยากคุยด้วยเลยเดินหนีไปแถวสระน้ำ อิศร์ยิ้มกริ่มเดินตามมาตอแยอีก

“นี่เมย์คงชวนคุณมาทำงานให้คุณลุงล่ะสิ ผมก็ว่าอยู่แล้วว่าทำไมคุณลุงถึงใช้บอดี้การ์ดผู้หญิง ที่แท้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล”

แพรพลอยยิ่งงงกับสิ่งที่อิศร์พูด แต่เพราะความถือตัวเลยไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย

“นี่คุณจะไม่คุยกับผมหน่อยเหรอ ยังไงเราก็คงต้องวนเวียนเจอกันอีกบ่อยๆนะ มาถึงขั้นนี้แล้วยังไงเราก็หนีกันไม่พ้นหรอกน่า ผมเป็นเพื่อนเมย์ก็เหมือนเพื่อนคุณ ส่วนคุณเป็นแฟนเมย์ก็เหมือนแฟนผม...เอ๊ะ...ไม่ใช่สิ”

“คุณว่าอะไรนะ”

“อ๋อ เปล่าๆ ผมหมายถึงคุณเป็นแฟนเมย์ก็คือแฟนเมย์ ไม่เกี่ยวกับผม”

“ฉันกับคุณเมย์เนี่ยนะ ใครบอกคุณ”

“เมื่อกี้เมย์ก็บอกเองว่าคุณเป็นคนสำคัญของเขาแล้วผมก็แอบเห็นคุณสองคนเดินกอดกันด้วย...ไม่ต้องอายหรอกน่า เดี๋ยวนี้โลกมันเปิดกว้าง ใครจะรักกับใครก็ได้ไม่มีเส้นแบ่งทางเพศ ผมก็อยากเห็นเมย์มีแฟนมาตั้งนานแล้ว”

“คุณนี่มัน...” แพรพลอยถอนใจส่ายหน้าแล้วเดินหนี อิศร์ถลาตามแถมเรียกเธอว่าเพื่อนเขยอีกต่างหาก คราวนี้เลยโดนเธอจัดหนักจับทุ่มลงสระน้ำจนมายาวีต้องวิ่งเข้ามาช่วยเหลือพาเขามาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วให้แม่บ้านเอาชุดของเขาไปซักอบรีด

ระหว่างรอเสื้อผ้า อิศร์นั่งเช็ดผมและบ่นอุบอย่างหงุดหงิด โดยมีมายาวีนั่งหัวเราะอยู่ใกล้ๆ

“วันนี้มันวันสงกรานต์หรือไงวะเนี่ย เปียกตั้งแต่เช้ายันเย็น...แล้วนั่นเธอจะขำอะไรนักหนายายเมย์”

“ขำเธอน่ะสิ เล่นกับใครไม่เล่น ดันไปลองของกับคุณแพร”

“ก็ไม่รู้นี่ เห็นท่าทางดูแมนๆ แถมเธอยังไปกอดเอวจี๋จ๋าด้วย ก็นึกว่ากิ๊กกัน”

“จะบ้าเหรอ ฉันยังชอบผู้ชายย่ะ คุณแพรเข้ามาทำงานกับคุณพ่อก่อนฉันกลับเมืองไทยอีก เธอเก่งมากนะ เคยดูแลคนสำคัญมาหลายคน ทั้งคนไทยแล้วก็ต่างชาติ ถือว่าเป็นบอดี้การ์ดแถวหน้าเลยก็ว่าได้”

“ถึงว่าเจอผู้ชายปุ๊บก็จับทุ่ม ถ้าเก่งขนาดนั้นฉันว่าต้องไม่ใช่ผู้หญิงแท้แน่ๆ”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เธอลองพิสูจน์ดูสิอิศร์”

อิศร์ส่ายหน้าทำท่ากลัวๆ จากนั้นอีกครู่หนึ่งแม่บ้านก็เอาเสื้อผ้ามาให้ อิศร์จึงถือขึ้นไปเปลี่ยนบนห้องมายาวี แต่ยังไม่ทันเสร็จดี แพรพลอยโผล่ออกมาจากห้องน้ำเลยเกิดการเข้าใจผิดกันอีก

สองฝ่ายทุ่มเถียงกันไปมาแล้วเดินสะดุดฉุดกันเสียหลักล้มไปบนเตียงนอน อิศร์เลยโดนแพรพลอยทุบน่วมไปทั้งตัวก่อนที่มายาวีจะวิ่งขึ้นมาห้ามทัพ แล้วสอบสวนจนได้ความว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน

“สรุปว่าก็ไม่ได้ตั้งใจกันทั้งสองฝ่าย งั้นดีกันนะคะ” มายาวีจับมือทั้งสองคนมากุมกันแถมยังวานอิศร์ไปส่งแพรพลอยกลับบ้านอ้างว่าดึกแล้ว

“ไม่ต้องลังเลหรอกคุณ ผมยอมเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างวันหนึ่ง แต่คราวนี้คุณไม่ต้องเอาปืนมาโชว์แล้วนะผมกลัว”

แพรพลอยจำใจซ้อนมอเตอร์ไซค์อิศร์เพื่อไปเอารถตัวเองที่จอดไว้ในที่ทำงานของรัฐมนตรีบรรเลง ระหว่างทางรถติดไฟแดงแพรพลอยเห็นเด็กขายพวงมาลัยจึงเรียกมาเหมาแล้วให้เด็กรีบกลับบ้าน อิศร์เห็นมุมอ่อนโยนของเธอก็อดยิ้มไม่ได้ ถามว่าทำไมใจดีกับเด็กพวกนี้จัง เมื่อตอนกลางวันก็ซื้อน้ำที่เด็กเอามาขาย

เธอสงวนคำตอบและบอกให้เขากลับไป จากตรงนี้อีกนิดเดียวก็ถึงกระทรวงเดี๋ยวเธอเดินไปเอง

“ไม่ดีมั้ง คุณเป็นผู้หญิง”

“ฉันเป็นผู้หญิงที่มีปืน กลับบ้านไปเถอะค่ะ ฉันรู้ว่าคุณเองก็เหนื่อยเหมือนกัน ราตรีสวัสดิ์นะคะ”

แพรพลอยออกเดิน อิศร์ตะโกนถามว่าเราจะเจอกันอีกไหม แต่เธอเดินลิ่วไม่หันกลับมาตอบ

แพรพลอยไปเอารถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่กระทรวงแล้วกลับเข้าบ้านโอบไอรักของอัมพาซึ่งเลี้ยงดูเด็กกำพร้าหลายวัย มีทั้งเด็กเล็กจนถึงหนุ่มสาววัยทำงานอย่างกรณ์และแพรพลอย

ด้านอิศร์ก็กลับบ้านด้วยมอเตอร์ไซค์คันเก่งและพบอริสรานั่งรอเขาอยู่ที่สนามเพื่อถามถึงผลการแข่งขันในวันนี้ แต่แล้วไอศูรย์ที่คอยจับตามองรีบเข้ามาแทรก เล่าเรื่องเปิดพินัยกรรมที่อิศร์ได้สมบัติมากกว่าใครก่อนเยาะหยันว่าตนไม่สนใจเพราะตนได้ของที่มีค่าที่สุดมาอยู่ในมือตั้งนานแล้ว นั่นก็คืออริสรา

อริสรามองไอศูรย์อย่างไม่พอใจ  รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงสิ่งของที่เขามีไว้เพื่อโอ้อวด  จึงตัดใจกลับเข้าบ้านพร้อมสามีเพราะไม่ต้องการทำร้ายอิศร์ซ้ำลงไปอีก  แต่ไอศูรย์ก็ยังแขวะเธอทำนองว่าเป็นชู้กับอิศร์

“อย่ามาพูดจาสกปรกนะไอศูรย์ ฉันกับอิศร์ไม่ได้เป็นชู้กัน เรื่องของเราจบไปตั้งนานแล้ว”

“ก็ถ้าผมไม่คุมคุณไว้ทุกฝีเก้า มันก็คงไม่จบง่ายๆ เพราะคุณคงไม่ยอมให้จบ”

“ถ้ารู้อย่างนั้นก็ปล่อยฉันไปสิ”

“ไม่มีวัน คุณเป็นสมบัติของผม”

“ขอบคุณที่ย้ำให้ฉันรู้ว่าในสายตาของคุณ ฉันก็เป็นแค่สิ่งของ คุณครอบครองไว้เพื่อแสดงชัยชนะของตัวเองเท่านั้น”

ไอศูรย์ชะงัก เพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดจารุนแรง  เพราะความจริงเขารักเธอมาก...อริสราสะบัดมือจากไอศูรย์แล้วเดินกลั้นน้ำตาขึ้นไปร้องไห้ในห้องนอน หวนนึกถึงความหลังที่จำเป็นต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักเพราะพ่อของเธอบังคับ เนื่องจากทางครอบครัวถูกฟ้องล้มละลายสิ้นเนื้อ ประดาตัว

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้อิศร์เจ็บปวดไม่น้อยที่ถูกญาติผู้พี่แย่งคนรัก แต่เพราะคำสอนของปู่ทำให้เขาหายเศร้า

“จำคำปู่ไว้นะอิศร์ การอยากได้ของของคนอื่นมีแต่จะทำให้เรารุ่มร้อน  ตอนที่ยังไม่ได้มาเราก็รุ่มร้อนคิดหาวิธีช่วงชิง แต่เมื่อได้ครอบครองแล้วเราก็จะยิ่งรุ่มร้อนระแวงว่ามันจะหลุดมือไปอีก ก็เหมือนกับที่ไอศูรย์รู้สึกอยู่ตอนนี้ เจ้าต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่าเราไม่มีวันได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการแต่โลกนี้จะจัดสรรสิ่งที่เหมาะสมให้แต่ละคนเสมอ”

อิศร์เก็บรูปแต่งงานระหว่างอริสรากับไอศูรย์เข้าลิ้นชักแล้วกลับลงมาที่ห้องรับแขก เจอลุงอำพลนำโฉนดที่ดินกับเอกสารหุ้นของบริษัทมาให้ตามพินัยกรรม

“นอกจากบ้านหลังนี้ก็มีที่ดินที่ปราณบุรีกับประจวบ แล้วก็หุ้นของเดชโชดม ลองเอาข้อมูลบริษัทไปอ่านดูถ้าสงสัยอะไรก็ถามลุงได้”

อิศร์เปิดแฟ้มดูผ่านๆแบบขอไปที อำพลจับสังเกตแล้วอธิบายต่อเมื่อหลานชายบอกว่าตนคงอ่านไม่รู้เรื่อง

“ยังไงก็ต้องอ่าน เพราะตอนนี้เท่ากับแกเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท มีอำนาจตัดสินใจมากกว่าใคร”

“ผมจำเป็นต้องตัดสินใจอะไรด้วยเหรอครับ”

“ก็เวลาที่บริษัทมีโปรเจกต์ก่อสร้างใหญ่ๆ หรือประชุมแผนงานประจำไตรมาส เราก็ต้องขอความเห็นจากแก”

“ลุงจัดการกันเองดีกว่า ถ้าให้ผมไปวุ่นวาย เดี๋ยวบริษัทจะเสียหาย”

อำพลแกล้งค้านอิศร์ว่าพูดอะไรอย่างนั้น ของแบบนี้เรียนรู้กันได้

“แต่บริษัทอยู่ในมือคนที่มีความสามารถอยู่แล้ว

ทั้งลุง...ลุงอำนวย พี่ไอศูรย์  พี่ธำรง คนไม่มีหัวธุรกิจอย่างผมจะเป็นภาระให้คนอื่นซะเปล่าๆ”

อำพลแอบดีใจและย้ำถามจนแน่ใจว่าอิศร์ไม่ยอมไปทำงานที่บริษัท เมื่อไอศูรย์ทราบเรื่องเลยตีปีกเริงร่าว่าค่อยยังชั่วหน่อย เราพ่อลูกจะได้ไม่ต้องเสียเวลากลบเกลื่อนหลักฐานในบริษัทที่ทำมิชอบเอาไว้

ฝ่ายป้าดวงคนรับใช้เก่าแก่พอรู้ว่าอิศร์ปฏิเสธงานที่บริษัทไปแล้วก็ไม่เห็นด้วย  เพราะบริษัทนี้พ่อของเขาบุกเบิกมากับคุณปู่ ดังนั้นเขาจึงมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเข้าไปดูแล

“แต่ผมไม่เก่งเหมือนพ่อ ปล่อยให้ลุงอำพลดูแลไปดีกว่า”

“แต่คนเราเกิดมาก็ต้องทำงานนะคะคุณอิศร์”

“เอาไว้ผมจะหาอะไรที่เหมาะกับตัวเองทำ ระหว่างนี้ป้าก็เลี้ยงผมไปก่อนนะครับ” อิศร์พูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนหนุนตักป้าดวงอย่างอ้อนๆ

“ยังไงป้าก็ต้องดูแลคุณไปจนตายอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่วันหนึ่งคุณเองก็ต้องมีครอบครัว ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกนะคะที่อยากจะอยู่กับผู้ชายที่สนุกสนานไปวันๆ โดยไม่มีเป้าหมายในชีวิต”

“เอาไว้ให้เจอผู้หญิงคนนั้นก่อนก็แล้วกันครับ เธออาจจะมาพร้อมกับเป้าหมายของผมก็ได้”

ชายหนุ่มยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน แล้วหลับตาพริ้ม ป้าดวงอ่อนใจแต่ก็อดเอ็นดูอิศร์ไม่ได้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น มายาวีนัดอิศร์ดูหนังแต่ไม่ได้บอกรายละเอียดแก่แพรพลอยที่ต้องมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว โดยมายาวีมาถึงก่อนแล้วแพรพลอยตามมาทีหลัง

ขณะที่มายาวีมาถึงห้างสรรพสินค้าเธอนึกอยากกินผลไม้จึงเดินตรงไปยังรถเข็นโดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วคนขายคือผู้กองอนุภัทรที่กำลังวางแผนจับคนร้ายค้ายาเสพติด นี่เองเป็นเหตุให้เธอทำแผนของตำรวจเสียหายแถมเธอยังโดนคนร้ายจับเป็นตัวประกันจนวุ่นวายไปหมด และตัวเองเกือบได้รับอันตรายถ้าแพรพลอยมาช่วยไว้ไม่ทัน

หลังเหตุการณ์สงบลงและคนร้ายถูกตำรวจควบคุมตัวได้ ผู้กองอนุภัทรรีบเดินเข้ามาหาแพรพลอย

“คุณเป็นยังไงบ้างครับ จะไปโรงพยาบาลไหม”

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ”

“ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมจับคนร้าย”

“ฉันไม่ได้ช่วยคุณ แต่ฉันช่วยเจ้านายฉัน”

“เจ้านาย? ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ”

“ฉันเป็นบอดี้การ์ดของเธอค่ะ”

อนุภัทรยิ่งทึ่ง ประทับใจในตัวแพรพลอยมากขึ้นอีก “อย่างนี้นี่เอง ผมก็แปลกใจว่าทำไมคุณถึงสู้กับผู้ชายอกสามศอกได้ขนาดนั้น สนใจจะมารับราชการด้วยกันไหมครับ ผมว่าน่าจะดีกว่าคอยเดินตามผู้หญิงคนนั้น”

“ผู้หญิงคนไหนเหรอ”

เสียงแหลมๆของมายาวีดังขึ้นทำให้ผู้กองหนุ่มหันขวับไปมอง สีหน้าเธอไม่สบอารมณ์อย่างแรงเพราะก่อนหน้านี้ทะเลาะกับเขามาแล้วยกหนึ่ง

“ก็ผู้หญิงอย่างคุณไง  ที่เกือบทำให้งานตำรวจเสียหาย”

“คุณต่างหากที่เกือบจะทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างฉันเดือดร้อน แล้วคุณดูนี่ กระเป๋าฉันราคาตั้งหลายหมื่น กลายเป็นเศษหนังไปแล้วเพราะลูกปืนของคุณ”

“มันเป็นอุบัติเหตุ”

“ทำงานชุ่ยๆ แล้วอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ”

“ผมไม่เคยทำงานชุ่ย ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามแผน ถ้าไม่มีคุณมาเอะอะจนคนร้ายรู้ตัว มันก็จะไม่เกิดเรื่อง แบบนี้ขึ้น”

“อ๋อ สรุปว่าฉันรนหาที่ให้ตัวเองเกือบถูกยิง”

“รู้ตัวก็ดีแล้ว” อนุภัทรสีหน้าสุดเซ็ง แล้วเดินหนีไป มายาวียิ่งปรี๊ดแตก ตะโกนลั่น

“นี่อย่ามาโบ้ยฉันนะ กลับมารับผิดชอบก่อน” ว่าแล้วทำท่าจะตามจี้แต่แพรพลอยรีบดึงเธอไว้

“อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยค่ะ เดี๋ยวจะโดนหาว่าดู

หมิ่นเจ้าพนักงาน คุณเมย์จะดูหนังไม่ใช่เหรอคะ”

มายาวีชะงักนึกได้ มองตามผู้กองอนุภัทรไปอย่างเจ็บใจ “คอยดูนะ ถ้าเมย์สืบได้ว่าอยู่สังกัดไหนจะร้องเรียนให้ตกงานไปขายผลไม้จริงๆเลย อีตาบ้า”

แพรพลอยพูดไม่ออก ก้าวตามคุณหนูเอาแต่ใจเดินลิ่วเข้าไปในห้าง พอถึงหน้าโรงหนังมายาวีค่อยโล่งใจ รับตั๋วที่จองไว้แล้วเดินออกมาหาแพรพลอย

“ค่อยยังชั่วหน่อยที่ยังไม่โดนแคนเซิล ไม่งั้นนะเมย์จะโกรธนายผู้กองนั่นเป็นร้อยเท่า”

“ไปเถอะค่ะ”

แพรพลอยรับตั๋วแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาปิดเสียง มายาวีจะทำกับของตนบ้างแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

“ตายแล้ว...โทรศัพท์เมย์หายไปไหน หรือว่าจะหล่นตอนที่ถูกโจรมันจับ”

“ลงไปดูไหมคะ”

“หนังจะเข้าแล้ว เมย์ลงไปดูเองดีกว่า เจอกันในโรงนะคะ”

มายาวีรีบวิ่งลงบันไดเลื่อน แพรพลอยจึงถือตั๋วเดินเข้าโรงหนังไป...เวลานั้นอนุภัทรเดินกลับมาที่รถตำรวจซึ่งกำลังเคลียร์พื้นที่ แล้วมีลูกน้องวิ่งตามมาเรียก

“ผู้กองครับ ผมเจอโทรศัพท์เครื่องนี้ตกอยู่ครับ ใช่ของคนร้ายหรือเปล่า”

อนุภัทรรับโทรศัพท์มาดูและนึกถึงตอนที่คนร้ายเหวี่ยงกระเป๋ามายาวีหล่นลงพื้น

“สงสัยจะเป็นของผู้หญิงคนที่เป็นตัวประกัน...แต่มันเปิดไม่ติดแล้วนี่ เดี๋ยวผมเอาไปให้ร้านซ่อมดูจะได้ติดต่อส่งคืนเจ้าของ”

ลูกน้องรับคำแล้วผละไป ส่วนอนุภัทรเดินกลับมาหน้าห้างมองหาร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:57 น.