นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คนละขอบฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อมีนาสบตาชินภัทรด้วยความขวยเขินเมื่อเขาอุ้มเธอออกนอกห้อง ทำท่าเหมือนจะขึ้นห้องนอน แต่พลันเขาก็เปลี่ยนใจพาเธอไปที่ระเบียงหน้าบ้าน

    “พี่ชินภัทรขา...ตรงนี้โจ่งแจ้งไปไหมคะ”

    “จุ๊ๆ ความตื่นเต้นกำลังจะเริ่มต้นครับน้องมีน”

    ชินภัทรส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ อมีนาตื่นเต้นมาก ก่อนจะได้กรี๊ดลั่นเมื่อถูกโยนลงพื้นสนามหญ้า

    “ต่ำ! สกปรก! โสเภณียังมีอะไรกับผัวชาวบ้าน

    นอกบ้าน แต่นี่จะฟันผัวชาวบ้านทั้งที่เมียเขานอนอยู่ในบ้าน ทำตัวต่ำยิ่งกว่าโสเภณี เห็นแววตั้งแต่เข้ามาอยู่บ้านนอโผล่เป็นแขนง!”

    ชินภัทรด่าเป็นชุดราวกับเก็บกดมานาน อมีนาจะโต้แต่ไม่ทันอ้าปาก เขาก็โพล่งออกมาเสียก่อน

    “ไล่ยังไงก็ไม่ไป ต้นยางยังมีน้ำยางแต่ผู้หญิงอย่างน้องมีนมันไม่มียาง ยางอายน่ะเคยรู้จักไหม...

    พี่รักเมียพี่คนเดียว ต่อให้น้องมีนแก้ผ้ามายั่ว พี่ก็ไม่มีทางหวั่นไหวหรอกนะ”

    อมีนาเจ็บใจมาก เก็บข้าวของจะกลับกรุงเทพฯในคืนนั้น ชินภัทรไม่ขวางแถมให้อนันต์ไปส่งถึงสนามบินอีกต่างหาก พร้อมกำชับไม่ให้สาวเปรี้ยวแผลงฤทธิ์ให้เขาเดือดร้อนไปมากกว่านี้

    “น้องมีนเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทแม่พี่ พี่จะไม่เล่าวีรกรรมคืนนี้ให้ใครฟัง กับแม่...พี่ก็จะไม่บอก ชนิกาก็จะไม่พูด”

    พูดพลางสบตาภรรยา ชนิการับปากแบบเสียไม่ได้ อมีนาเห็นดังนั้นก็แค้นใจ อดไม่ได้ต้องสวน

    “ขอบคุณพี่ชินภัทรมากนะคะ อุตส่าห์เมตตาไม่บอกใครเรื่องมีน มีนขอให้ชีวิตคู่พี่...ไปไม่รอด! โดนเมียนอกใจ ชนิกาไม่ได้ดีอย่างที่พี่คิด แล้ววันหนึ่งพี่จะน้ำตาตกเพราะผู้หญิงหน้าเงินคนนี้!”

    คำสาปแช่งของอมีนาทำอะไรชินภัทรไม่ได้ แถมทำให้เขาขี้อ้อนมากขึ้นด้วยซ้ำจนชนิกาอดหมั่นไส้ไม่ได้

    “ฉันใจกว้างนะคะ ให้คุณอมีนากลับมาไหม...ฉันอนุญาต”

    “รู้ไหม...ผู้ชายโสดกับผู้ชายมีเมียแล้วต่างกันตรงไหน”

    ชนิกานิ่วหน้า ชินภัทรยิ้มกว้าง ถือโอกาสนอนหนุนตักเธอ

    “ตรงความซื่อสัตย์ไง ถ้าโสดจะจีบใครก็ได้ แต่ถ้ามีเมียแล้วต้องซื่อสัตย์กับเมียคนเดียว”

    “เหรอคะ...ฉันเห็นผู้ชายมีเมียแล้วซุกกิ๊กออกเยอะแยะ”

    “นั่นมันผู้ชายคนอื่น...ไม่ใช่ผม”

    คำพูดเรียบง่ายแต่แสดงถึงความจริงใจของชินภัทรทำให้ชนิกาปลื้มมาก กำแพงหนาที่เคยขวางกั้นความรู้สึกดีๆพังทลายจนแทบไม่มีเหลือ แต่อดีตคุณหนูก็ฟอร์มจัดไม่อยากสารภาพความในใจกับเขาตรงๆว่ารักและอยากนอนร่วมเตียงเดียวกับเขาแบบสามีภรรยาจริงๆ

    และในคืนเดียวกันนั่นเอง เสียงฟ้าร้องกลางดึกทำให้ชนิกาได้โอกาสจะเรียกเขามานอนบนเตียง ชินภัทรเห็นภรรยาคนสวยอ่อนท่าทีแข็งขืนยอมให้นอนเตียงเดียวกันก็ย่ามใจ อ้าแขนกอดเมียแน่น เลยโดนดุทันควัน

    “ให้นอนอย่างเดียวค่ะ”

    “ขอออปชั่นเพิ่มนิดหน่อยน่า”

    “ได้คืบจะเอาศอก กลับไปนอนที่เดิมเลยค่ะ”

    ชินภัทรไม่อยากห่างภรรยาคนสวย รีบเก็บไม้เก็บมือก่อนจะพึมพำยิ้มๆในความมืด

    “มือไม่ได้กอด ส่งใจไปกอดแล้วกัน”

    ooooooo

    พัธนินทร์พยายามลืมเรื่องศันสนีย์และทุ่มความสนใจไปที่เรื่องงาน กิจการของเขาทำท่าจะไปได้ดี พ่อแม่ภูมิใจในตัวเขามากและปลื้มใจที่สุดเมื่อเขาชวนไปตั้งรกรากที่เมืองนอกด้วยกัน

    ต่างจากศันสนีย์ยังทำใจไม่ได้ อาภาสงสารแต่ก็ต้องใช้ไม้แข็งเมื่อเห็นว่าหลานสาวเอาแต่ฟูมฟาย ไม่กินไม่นอน เพราะตรอมใจที่ถูกทิ้ง

    “โตแล้วไม่ใช่เด็กๆ ประสบการณ์ชีวิตก็เยอะ ไปอยู่เมืองนอกตั้งหลายปี ตัดใจซะทีเถอะ ผู้ชายที่ทำเราเสียน้ำตา ไม่มีค่าให้อาลัยอาวรณ์”

    “ป้าไม่เข้าใจหรอกค่ะ ศันไม่เคยเป็นคนสำคัญของใคร พัธทำให้ศันรู้สึกมีค่า”

    “มีค่าไม่มีค่า อยู่ที่เราเห็นคุณค่าตัวเองหรือเปล่าต่างหาก”

    “พ่อแม่หย่ากันไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งศันให้อยู่กับยาย ยายก็ต้องทำงานไม่มีเวลาให้ศัน กลับจากโรงเรียน ศันต้องอยู่กับคนใช้ ไปเที่ยวกับเพื่อน เพื่อนคนอื่นมี

    พ่อแม่โทร.ตาม ศันเป็นคนเดียวที่ไม่มีใครโทร.หา”

    อาภาเพิ่งได้ยินความรู้สึกของหลานสาวเป็นครั้งแรก สะเทือนใจมากจนน้ำตาคลอ

    “ตลอดชีวิต...ศันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเงา ไม่มีใครสนใจ ศันอยากได้ความอบอุ่นจากใครสักคน พัธเป็นคนอบอุ่น อยู่ใกล้พัธแล้วศันมีความสุขเหมือนมีใครสักคนในโลกที่เป็นของศันจริงๆ”

    ความในใจของหลานสาวทำให้อาภาใจอ่อนยวบ ไม่อยากกดดันให้ทำใจอีก

    “เอาเถอะ...ถึงป้าจะไม่เห็นด้วยแต่ป้าก็เข้าใจความรู้สึกของศัน”

    สถานการณ์ของศันสนีย์ทรงๆทรุดๆเพราะเจ้าตัวไม่ยอมทำใจ ต่างจากสถานการณ์ของชินภัทรกับชนิกาที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างเช่นเช้าวันนี้ที่นายหัวหน้าเข้มเปลี่ยนจากเสือยิ้มยากเป็นแมวขี้อ้อน

    “ผมว่าเตียงนอนเราใหญ่ไป ผมไปซื้อเตียงใหม่นะจ๊ะ เอาที่เล็กลงหน่อย หน้าหนาวเราจะได้นอนซุกไออุ่นกัน”

    “ภาคใต้มีหน้าหนาวด้วย เอ...คนแถวนี้เคยบอก ภาคใต้มีสองฤดู...ฤดูร้อนกับฤดูฝน”

    “กรมอุตุว่าปีนี้เกิดปรากฏการณ์ลานินญ่า น้ำเยอะ อากาศเลยเย็นทั่วทุกภาคของประเทศไทย”

    “เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศคนนั้นชื่อ...ชินภัทรสินะคะ ฉันไปอาบน้ำดีกว่า”

    ชนิกาชอบใจมากที่เขาอ้อนแต่ยังใจแข็งไม่รับรัก แต่กระนั้นชินภัทรก็ไม่ท้อ เพียรเอาอกเอาใจสารพัดตั้งแต่เรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่อาหารการกินจนอดีตคุณหนูแทบตัวลอยด้วยความปลื้ม

    ooooooo

    หลังจมปลักกับความทุกข์หลายวันจนคนรอบข้างเป็นห่วง ศันสนีย์ก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเหมือนปลาได้น้ำทันทีที่ได้รับโทรศัพท์จากพัธนินทร์ที่ฉุกคิดถึงคืนวันเก่าๆ ยามที่เขาล้มแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะกิจการไม่ค่อยดี ศันสนีย์เป็นเพียงคนเดียวที่เคียงข้างและยื่นมือช่วยเหลือ

    พัธนินทร์ยังสับสน ไม่รู้จะจัดการความรู้สึกของตนเช่นไร ใจหนึ่งก็อยากโกรธศันสนีย์แต่อีกใจหนึ่งก็อยากให้อภัยเพื่อเห็นแก่ความดีเก่าๆของเธอ และวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะคืนความเป็นเพื่อนให้ แต่ศันสนีย์ก็ไม่ยอมจบ

    “ไม่นะคะพัธ เรื่องของเราต้องไม่จบแบบนี้”

    “เรื่องของเรามันจบแล้วศัน...สายน้ำไม่ไหลกลับ”

    ศันสนีย์หน้าเสีย น้ำตาจวนเจียนจะไหลแต่ก็พยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ

    “ใช่ค่ะ...สายน้ำไม่ไหลกลับ แต่พัธเองก็คิดจะกลับไปหานิไม่ใช่เหรอคะ”

    “ใช่...พัธไม่เคยลืมนิ แล้วพัธก็เชื่อว่าลึกๆนิก็ยังไม่ลืมพัธ”

    “พัธกำลังหวังลมๆแล้งๆนะคะ”

    “นิคบพัธตั้งสามปี ห่างกันไปแค่ไม่กี่เดือน เรายังมีเยื่อใยต่อกัน”

    “คนที่มีเยื่อใยคือพัธ นิเขาสร้างครอบครัวกับคนใหม่ไปแล้ว แต่ศันยังรอพัธอยู่ที่เดิมนะคะ”

    พัธนินทร์ถอนใจยาว พยายามอธิบายเจตนาที่นัดเธอมาวันนี้อย่างใจเย็น “ตอนพัธลำบาก ต้องประหยัดกินประหยัดใช้ ศันทำของอร่อยๆให้พัธกินประจำ คอยช่วยพัธหลายอย่าง ตอนนี้พัธมีเงินเลยอยากเลี้ยงศันตอบแทนบ้าง”

    “ศันดีใจจังค่ะ ความดีที่ศันทำยังมีค่าสำหรับพัธ”

    พูดจบก็โถมตัวกอดเขา ควงแขนเหมือนเป็นแฟนกันเหมือนเดิม พัธนินทร์ต้องค่อยๆดึงออก

    “พัธคงคิดผิดที่นัดศันมา เอาไว้พัธตอบแทนน้ำใจศันด้วยวิธีอื่นแล้วกัน”

    พัธนินทร์รีบผละไปแต่ก็ถูกศันสนีย์ตามไปดักหน้า

    “ยอมรับเถอะค่ะ พัธยังมีเยื่อใยกับศันถึงได้นัดมาเจอ”

    “ที่พัธนัดศันออกมาเลี้ยงข้าวเพราะอยากตอบแทนน้ำใจก็แค่นั้น เอาเป็นว่าพัธส่งของขวัญไปให้ศันดีกว่า ขอบคุณอีกครั้งนะศัน แล้วก็...ลาก่อน”

    ศันสนีย์ทนไม่ได้จะเห็นเขาจากไป ถลาไปกอดเขาจากด้านหลัง

    “อย่าพูดคำนี้ค่ะ ศันขอร้อง พัธอย่าทิ้งศันนะคะ ศันรักคุณ”

    พัธนินทร์ขืนตัวออก “อย่าทำอย่างนี้น่าศัน”

    “เราจะบอกลากันก็ต่อเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มีลมหายใจ ตราบใดที่ศันยังหายใจ ศันจะไม่ยอมให้พัธไปจากศัน”

    ภาพหญิงสาวกอดชายหนุ่มแล้วร้องไห้กลายเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนบริเวณนั้น พัธนินทร์อายมาก พยายามกล่อมให้เธอปล่อยแต่ศันสนีย์ก็ไม่ยอม ประกาศกร้าว

    “ไม่ปล่อยค่ะ! พัธต้องให้อภัยศันก่อน ชีวิตศันขาด พัธไม่ได้”

    “เห็นคุณค่าตัวเองมั่งศัน พัธไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวในโลก”

    “เอาผู้ชายทั้งโลกมายืนเรียงกัน ศันก็ไม่มอง ผู้ชายคนเดียวที่ศันต้องการคือพัธ”

    “งั้นศันก็ต้องเข้าใจว่าผู้หญิงคนเดียวที่พัธต้องการคือนิ...ไม่ใช่ศัน!”

    ooooooo

    พัธนินทร์อยากให้ศันสนีย์ตัดใจเลยเลือกใช้คำพูดรุนแรง เช่นเดียวกับปานธง เลือกทำงานหนักเพื่อลืมชนิกา ปาริฉัตรเฝ้ามองพี่ชายคนเดียวด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้หักโหม เจ้าตัวก็เหมือนจะรู้ดีแต่ก็ปั้นหน้ายิ้มแย้ม ทำเหมือนสบายดีทั้งกายและใจ ทั้งที่ในใจแทบแย่ด้วยความคิดถึงชนิกา

    ชินภัทรไม่ได้รับรู้ความลำบากใจของคนอื่นๆ โลกของเขากำลังเป็นสีชมพูเพราะความรัก ชนิกา

    ยอมให้เขาอยู่ใกล้ๆและทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกันได้ แต่ที่เขาอยากได้ที่สุดคือความรักจากเธอและความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจริงๆ ซึ่งเวลานี้อดีตคุณหนูยังไม่พร้อมจนเขาอดน้อยใจไม่ได้

    อนันต์เห็นท่าทางชินภัทรตามติดภรรยาคนสวยทั้งวันก็นึกรู้ พยายามช่วยสร้างสถานการณ์อยากให้เจ้านายหนุ่มสมหวัง แต่ชนิกาก็ไม่ใจอ่อน จนชินภัทรหงุดหงิดโพล่งออกไป

    “ประกาศให้รู้ทั้งจังหวัดเลยสิ ไอ้ชินภัทรมันแต่งงานแต่ไม่เคยได้แอ้มเมีย มันบ้อท่า! มันไม่มีน้ำยา!”

    พูดจบก็ผละหนีดื้อๆ ทิ้งชนิกาให้มองตามด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่ตามใจเขา

    ชินภัทรโกรธภรรยาคนสวยไม่นานก็ลืม เปลี่ยนมาสนใจเรื่องงานแทน โดยเฉพาะเรื่องขายที่ดินสวนยางเพื่อตรึงราคายางไม่ให้ตกต่ำกว่านี้ นายหัวหน้าเข้มเดินหน้าขายที่เต็มที่ ปานธงเลยฉวยโอกาสนี้จะกว้านซื้อที่ดินของอดีตเพื่อนรัก โดยยืมมือชูเกียรติคนงานเก่าของพ่อให้ช่วยเป็นตัวแทน

    กว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็เป็นเวลาเย็นย่ำ ชินภัทรคิดถึงชนิกาแต่ยังงอนเลยไม่ยอมกลับบ้าน แอบไปเดินเล่นในสวนยางเพื่อระบายอารมณ์ ชนิกาเดาได้เลยตามไปง้อ

    “คิดแล้วเชียวต้องมาเดินเล่นในสวนยาง สบายใจแล้วก็กลับบ้านค่ะ”

    ชินภัทรเห็นหน้าชนิกาก็หายงอนแต่ยังแกล้งทำหน้าบูด โอดเสียงเข้ม “ยังไม่สบายใจ! คุณพูดให้ใครต่อใครได้ยิน เราแต่งงานกันแต่ไม่มีอะไรกัน ใครฟังก็ต้องคิดว่าเมียผมรังเกียจผม คุณหักหน้าผม”

    “คนอื่นคิดยังไงก็ช่างเขาสิคะ คุณรู้ดี...ฉันไม่ได้รังเกียจคุณสักหน่อย”

    “ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย...เข้าใจไหม ผมทำดีกับคุณทุกอย่าง แค่รักษาหน้าให้เกียรติผมบ้าง แค่นี้คุณก็ทำให้ผมไม่ได้ ถ้าอนันต์เกิดไปบอกใคร ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

    สีหน้าจริงจังของเขาทำให้ชนิกาหน้าเสีย ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นง้องอนขอให้หายโกรธ ชินภัทรเห็นเธอหน้าจ๋อยก็หลุดขำ ชนิกาเลยเพิ่งรู้ตัวว่าถูกเขาหลอก

    “คุณหลอกฉัน!”

    “อยากให้เมียง้อผัวมั่งน่ะ”

    “ตาคุณง้อแล้วค่ะ”

    “เมียจ๋า...ผมแกล้งเล่น ขำๆน่า”

    ooooooo

    ปานธงแอบเห็นชินภัทรกับชนิกากระเง้ากระงอดกันในสวนยาง เจ็บแปลบอย่างช่วยไม่ได้เพราะยังตัดใจจากฝ่ายหญิงไม่ได้ ปาริฉัตรก็เห็นอาการนั้นแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก นอกจากบอกให้ทำใจ

    อมีนาก็เป็นอีกคนที่ทำใจไม่ได้ ถูกชินภัทรไล่ออกและส่งกลับกรุงเทพฯกลางดึก รจนาไม่รู้เรื่องแต่เห็นท่าทางกระฟัดกระเฟี้ยดของลูกสาวก็อดซักด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

    “ก็มีนอยากจับพี่ชินภัทรให้อยู่หมัด ไม่อยากเสียเวลาอีกเลยเข้าหาแต่เขาไม่เล่นด้วย ไล่มีนกลับมานี่ล่ะค่ะ”

    รจนาตบอกผาง จะเป็นลมกับวีรกรรมของลูกสาว “ตายแล้วมีน ทำไมทำอะไรแบบนั้นล่ะลูก แม่แค่อยากให้มีนทำให้เขาสนใจ ไม่ได้ให้เอาตัวเข้าแลกเราเป็นผู้หญิงมีแต่เสียหายนะลูก”

    “เสียหายไม่กลัวค่ะ กลัวเสียเซลฟ์! มีนไม่เคยโดนผู้ชายปฏิเสธเพราะคุณแม่ที่เชียร์ให้มีนจีบพี่ชินภัทร มีนถึงเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้ มีนจะไม่ฟังคำแนะนำคุณแม่อีกแล้ว”

    “มีน...ที่แม่เชียร์ลูกก็เพราะหวังดี อยากให้ลูกได้คนดีๆมาเป็นสามีนะ”

    “ค่ะ หวังดี...ให้หนูไปแย่งสามีชาวบ้านจนหน้าแตก โดนเขาไล่กลับมาไงคะ!”

    แหวแม่จบก็ผลุนผลันออกจากบ้าน หวังให้ที่เที่ยวกลางคืนและหนุ่มๆมากหน้าหลายตาช่วยผ่อนคลายความหงุดหงิดใจ โดยไม่รู้เลยว่ารจนาต้องเฝ้ารอคอยการกลับบ้านของเธอด้วยความเป็นห่วงแค่ไหน

    อาภาเห็นว่าอมีนาไม่มาทำงานเลยแวะไปเยี่ยม แต่กลับได้รับสายตาเย็นชาจากรจนาแทน

    “วันนี้หนูมีนไม่ไปทำงานที่โรงแรม ฉันเลยมาตาม หนูมีนคงเสียใจมากใช่ไหมที่ชินภัทรให้ออก”

    “ช่างกล้าถามเนอะ โดนผู้ชายที่แม่ยัดเยียดให้ไล่กลับมา คงไม่เสียใจหรอกมั้ง”

    “คือ...ฉันขอโทษแทนชินภัทรด้วย”

    “ขอโทษแทนชินภัทรเหรอ เธอน่าจะขอโทษแทนตัวเธอเองมากกว่านะ ใครเป็นคนเริ่มต้นเรื่องจับคู่นี่ แล้วไงล่ะ สุดท้ายลูกสาวฉันก็ต้องเสียใจ เสียหน้า”

    สีหน้ากราดเกรี้ยวของเพื่อนรักทำให้อาภาถึงกับพูดไม่ออก แต่ไม่ทันแก้ตัว รจนาก็โพล่งออกมา

    “ถ้าเธอไม่ดีกับฉัน ฉันให้อภัยได้ แต่ทำกับลูกฉัน ฉันยอมไม่ได้ อาภา...เธอกับฉัน เราเลิกคบกัน!”

    “สายสัมพันธ์ของเรา เหนียวแน่นเป็นสิบๆปี ตัดกันไม่ขาดหรอก”

    “ญาติพี่น้องเหมือนแขนขายังตัดได้ เธอเป็นแค่เพื่อน ขาดไปชีวิตฉันก็ยังครบถ้วนสมบูรณ์”

    “แต่ฉันเห็นเธอเป็นญาติสนิท”

    “เจอกันงานเลี้ยงรุ่น เลี่ยงได้ก็อย่าทักฉัน เพราะฉันจะไม่ทักตอบเธอ!”

    ooooooo

    แม้จะถูกตัดรอนครั้งแล้วครั้งเล่า ศันสนีย์ก็ไม่ถอดใจและไม่หมดรักพัธนินทร์ง่ายๆ หญิงสาวพยายามนึกถึงเรื่องราวในอดีต ความดีและความเอาใจใส่ของเธอเคยเอาชนะใจเขามาแล้ว และตอนนี้เธอก็แค่ต้องพยายามใหม่

    อาภาเหนื่อยใจแทนศันสนีย์มาก แต่เห็นท่าทางยิ้มแย้มเหมือนคนได้ยาดีก็ค้านไม่ออก ได้แต่ยิ้มรับและคอยเป็นกำลังใจให้หลานสาวคนเดียวพิชิตใจแฟนหนุ่มให้ได้อีกครั้ง

    ชินภัทรก็พยายามไม่แพ้กัน หลังจากชนิกาใจอ่อนยอมให้นอนเตียงเดียวกัน เขาก็ยังไม่พอใจ อยากให้เธอเห็นใจและยอมทำหน้าที่ภรรยาโดยสมบูรณ์ แต่อดีต

    คุณหนูก็บ่ายเบี่ยง แถมตั้งกฎเหล็กอีกต่างหาก

    “ตั้งใจฟังกฎกติกานะคะ ห้ามกอด ห้ามหอมแก้ม ห้ามขโมยจูบ”

    “หุ้มพลาสติกกันกระแทกเลยไหมคุณ”

    “ประชดประชันเก่งนักนะคะ...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

    พูดจบก็หันหลังให้ ชินภัทรเลยแกล้งพูดลอยๆ เรียกร้องความสนใจ

    “ตำราพิชัยยุทธ...หันหลังให้ศัตรูอาจโดนจู่โจม”

    “ฝ่าฝืนกฎ...ฉันไล่ไปนอนพื้น”

    “ห้ามจับมือ ไม่อยู่ในกฎ แค่จับมือเอง หยวนให้ผมมั่งน่าชนิกา”

    นายหัวหนุ่มดึงมือเธอมากุม ชนิกาคร้านจะเถียงด้วยเลยยอมให้เขาจับมือตลอดคืน...

    คืนเดียวกันที่กรุงเทพฯ...อมีนาออกเที่ยวกลางคืนไม่หยุด หญิงสาวเจอชายหนุ่มมากหน้าหลายตาที่ต่างก็เข้าหาเธอเพราะหวังบางอย่าง รจนาไม่รู้ว่าลูกสาวไปก่อวีรกรรมอะไรนอกบ้านบ้าง ได้แต่นั่งรอด้วยความเป็นห่วงแทบทุกคืน และคืนนี้เธอก็อดรนทนไม่ไหว ต้องเอ็ดลูกสาวคนเดียวบ้าง

    “แม่ไม่ชอบให้มีนเที่ยวกลางคืนเลย เจอแต่พวกผู้ชายไม่ดี...ขาเที่ยว”

    อมีนายักไหล่ ไม่ยี่หระ “แต่ก่อนมีนไม่แคร์ ไม่ดีมีนก็คบเพราะไม่คิดจริงจัง แต่ตอนนี้บ้านเราหมดตัว มีนต้องการผู้ชายที่คิดจริงจัง อยากสร้างครอบครัวกับมีนค่ะ”

    “มีน...คนที่คิดจริงจังกับผู้หญิง เขาจะไปหาตามผับตามบาร์เหรอลูก”

    “แล้วแม่จะให้มีนไปหาที่ไหนล่ะคะ ตามข้างถนนรึยังไง”

    “แม่ว่าเราเลิกคิดเรื่องหาคนมาเลี้ยงเถอะมีนทำงานพึ่งตัวเองกันดีกว่า”

    “ตลกล่ะ...เมื่อก่อนแม่บอกมีนว่าเราเป็นผู้หญิง ไม่จำเป็นต้องทำงาน หาสามีรวยๆมาเลี้ยงเหมือนที่แม่แต่งงานกับพ่อไงคะ แล้วที่มีนไปทำงานโรงแรมก็เพราะแม่อยากให้ไปใกล้ชิดป้าอาภา จะได้จับลูกชายเขาไม่ใช่เหรอคะ”

    รจนาถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยถึงความคิดในอดีตของตนที่เคยหวังพึ่งแต่สามี จนเขาตายไปเลยสำนึกได้ว่าไม่มีสิ่งใดยั่งยืนและเป็นนิรันดร์เท่าการพึ่งตัวเอง แต่อมีนาก็ไม่เชื่อและยืนยันจะทำตามความคิดของตน

    “มีนอยากทำงานวันละสองชั่วโมง เงินเดือนสองแสน”

    “งานสบายเงินดีไม่มีหรอกมีน”

    “มีค่ะ...งานภรรยาเศรษฐี มีนต้องหาสามีรวยๆเลี้ยง มีนต้องสบาย มีเงินซื้อของแบรนด์เนมใช้ มีคฤหาสน์อยู่ มีรถหรูขับ ความลำบากกับมีนเป็นของแสลงกันค่ะคุณแม่”

    ooooooo

    อาการของสุวัฒน์ดีขึ้นมาก มีนักกายภาพบำบัดและบุรุษพยาบาลแวะเวียนมาดูแลทุกวัน แต่กระนั้น... อาการป่วยก็ทำให้เขาเสียกำลังใจ จนแสงต้องโทร.ตามชนิกากับชินภัทรให้ขึ้นมาเยี่ยม

    ชินภัทรไม่อยากให้ภรรยาคนสวยมาเยี่ยมพ่อคนเดียวเลยรีบเคลียร์งานตามมาด้วย วันเดียวกับที่ปานธงจะเข้ากรุงเทพฯเพื่อจัดการเรื่องโอนที่ดินของอดีตเพื่อนรัก ปาริฉัตรที่มาส่งพี่ชายที่สนามบินแอบได้ยินความจริงเรื่องชูเกียรติหลอกซื้อที่ดินของชินภัทรให้พี่ชายก็ถึงกับอึ้งไป

    “พี่กับคุณชูเกียรติร่วมมือกันหลอกพี่ชินภัทร!”

    “พี่ออกหน้าซื้อเอง มันต้องไม่ขาย เลยให้คุณชูเกียรติมาเป็นนายหน้าให้”

    “พี่ชินภัทรยอมสงบศึกแต่พี่ธงดันสร้างปัญหาใหม่ ปาไม่ไหวแล้วนะคะ ห่วงพี่จนเหนื่อยใจ”

    “เราน่ะห่วงพี่เกินไป”

    “คืนที่สวนยางพี่ชินภัทรไปนะคะ ปาขอร้อง”

    “เป้าหมายของพี่คือถือครองสวนยางมากที่สุดในสุราษฎร์”

    “ปาไม่อยากให้ครอบครัวเรารวยกว่านี้ ไม่อยากมีสวนยางมากกว่านี้ ปาอยากเห็นพี่ชายปามีชีวิตปกติสุขค่ะ”

    “พี่ก็ไม่ได้คิดเรื่องอยากร่ำรวย แต่ถ้าพี่มีสวนยางมากเท่าไหร่ อำนาจต่อรองกับสมาคมเรื่องการเพิ่มพื้นที่สวนยางกับการหาตลาดใหม่ๆก็มากขึ้น เป็นประโยชน์กับคนปลูกยางทุกคน การทำงานคือความสุขของพี่...ปาก็รู้”

    ข้อแก้ตัวแบบขอไปทีของพี่ชายทำให้ปาริฉัตรโกรธมาก โพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ความรักความห่วงใยของปาไม่สำคัญเท่าเป้าหมายพี่ธงสินะคะ พี่ธงชอบพูดว่ารักปามากที่สุด ปาว่ามันมากไม่เท่าพี่ธงรักตัวเองหรอกค่ะ!”

    ปานธงไม่มีเวลาปรับความเข้าใจกับน้องสาว ต้องรีบเข้ากรุงเทพฯเพื่อจัดการโอนที่ดิน ชินภัทรกับชนิกา ก็ถึงกรุงเทพฯในวันเดียวกันเพื่อเยี่ยมสุวัฒน์ซึ่งอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะได้กำลังใจดี

    ชนิกาปลื้มมากที่ชินภัทรเข้ากับพ่อได้ดี แต่กระนั้นก็ไม่ใจอ่อนยอมให้เขาค้างที่บ้านด้วย นายหัวหน้าเข้มเซ็งมาก แต่ไม่ทันได้พูดกับเธอก็ต้องหัวเสียแทนเมื่อเห็นหน้าแขกที่มาขอพบชนิกา

    พัธนินทร์กับปานธงนั่นเองที่แวะมาเยี่ยมสุวัฒน์ หวังให้ชนิกาเห็นใจ แต่นอกจากจะไม่ได้รับ ยังถูกชินภัทรไล่ต่อยเสียกระเจิงอีกต่างหาก!

    ชนิกาเห็นท่าไม่ดี ไม่อยากให้สามหนุ่มมีเรื่องเพราะเธอเลยพุ่งไปขวาง ชินภัทรถึงยอมรามือ พัธนินทร์โมโหมาก ผลุนผลันกลับไปก่อน ทิ้งปานธงไว้ให้เผชิญหน้ากับชินภัทรตามลำพัง

    ปานธงได้เยี่ยมสุวัฒน์ตามความตั้งใจ โดยมีชินภัทรยืนมองด้วยแววตาครุ่นคิดและสงสัย และเมื่อสบโอกาสนายหัวหน้าเข้มก็ไม่รั้งรอจะซักไซ้ แล้วก็พบว่าปานธงทำตัวมีพิรุธเหมือนมีบางอย่างปิดบัง...

    ooooooo

    ชินภัทรคาใจเรื่องปานธงว่าอาจอยู่เบื้องหลังการซื้อสวนยางของเขา แต่ไม่ทันสะระตะความคิด เขาก็ถูกชนิกาไล่กลับบ้าน แล้วก็แทบลืมเรื่องอดีตเพื่อนรัก เมื่อรู้ว่าศันสนีย์จะทำทุกทางเพื่อคืนดีกับพัธนินทร์

    “ทุ่มเทไปไอ้บ้านั่นก็ไม่เห็นค่าหรอกศัน วันนี้ไอ้นั่นมันไปหาชนิกาถึงบ้าน”

    ศันสนีย์ชะงักมือที่นวดแป้งทำเส้นสปาเกตตี สีหน้าปวดร้าว ก่อนจะพยายามกลบเกลื่อน

    “อีกหน่อยพัธก็คิดได้ ใครรักพัธจริง ศันจะใช้ความดีทำให้พัธกลับมารักศัน”

    “อย่าโง่หน่อยเลยนะศัน จะเสียเวลากับมันทำไม”

    อาภาสงสารหลานสาว ไม่อยากให้ลูกชายคนเดียวกดดันเลยลากมาปราม แต่ชินภัทรก็ไม่เห็นด้วย

    “แม่จะห้ามผมทำไมครับ ต้องพูดแรงๆ ศันจะได้คิดได้ซะที”

    “จิตใจศันบอบบางกว่าที่เราคิด ชินภัทรไม่เคยขาดความรัก ไม่เข้าใจศันหรอกลูก”

    “แม่พูดอะไรครับเนี่ย”

    “อย่าไปห้ามศันเลยลูก เพราะยังมีความหวัง ศันถึงดูมีชีวิตชีวาขึ้นบ้าง ไม่งั้นก็เอาแต่ร้องไห้ ชินภัทรก็เห็น”

    ชินภัทรถึงกับอึ้ง เพิ่งเห็นกับตาวันนี้ว่าญาติสาวหลงรักแฟนหนุ่มขนาดไหน

    “ความหวังว่าแฟนจะกลับมาหาทำให้ศันอยู่ได้ ตอนนี้เราต้องช่วยกันประคับประคองศันให้ผ่านช่วงวิกฤติ แล้วปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยาจิตใจศัน”

    อาภากล่อมเสียงอ่อน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นลูกชายมีท่าทีอ่อนลง

    “ชนิกากับลูกล่ะ ยังสามวันดีสี่วันตีกันอยู่ไหม”

    “พูดอย่างกับผมกับเมียตีกันทุกวันอย่างนั้นแหละครับ”

    “อ้าว...ก็แต่ก่อน เดี๋ยวตบเดี๋ยวจูบกันให้วุ่น”

    “ปัจจุบัน...จูบอย่างเดียวครับ ไม่มีตบ”

    ชินภัทรยิ้มกว้าง แค่คิดถึงชนิกาก็อารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก อาภาเห็นลูกชายมีความสุขกับชีวิตคู่เลยยุให้มีลูกสืบสกุล ครอบครัวจะได้สมบูรณ์ บ้านจะได้ไม่เงียบเหงา

    คำพูดของแม่ทำให้ชินภัทรเปลี่ยนใจไม่ค้างบ้านตัวเอง แต่อาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนและกลับไปหาชนิกาอีกครั้ง พร้อมกับส่งไลน์รูปเด็กน่ารักหลายภาพไปให้เธอ หวังสร้างบรรยากาศขอมีลูก

    ชนิกาถึงกับหน้าแดงเมื่อจู่ๆชินภัทรก็รุกหนักและพูดตรงๆว่าอยากมีลูกกับเธอ

    “มีสักสามคนก็ดี แต่ถ้าได้สักห้าผมก็เลี้ยงไหวนะ”

    “คุณอยากมีลูกเยอะๆเหรอคะ”

    “ลูกเต็มบ้าน ครื้นเครงดี ชนิกา...คืนนี้เรามา...เพิ่มสมาชิกในครอบครัวกันนะ”

    สายตาวิบวับของสามีหลอกๆทำให้ชนิกาหัวใจเต้นแรง เกือบจะตามใจเขาแล้วแต่ก็เปลี่ยนใจลากเขาออกไปชมวิวนอกบ้านแทน ชินภัทรยอมตามมาง่ายๆก่อนจะเย้า

    “พามาชี้ชวนชมจันทร์สร้างอารมณ์หรือจ๊ะ”

    “เห็นคุณอยากมีลูกเยอะ ในอ่างบัว...ลูกน้ำเยอะค่ะ ช้อนไปเลี้ยงนะคะ”

    “ผมอยากมีลูกคน ไม่ใช่ลูกน้ำ!”

    “แหม...ก็สิ่งมีชีวิตเหมือนกัน อุ๊ย...ลูกน้ำตัวนี้หน้าตาน่ารักฟรุ้งฟริ้ง ต้องเป็นลูกสาวแน่ๆเลยค่า”

    พูดจบก็กลับเข้าบ้าน ทิ้งชินภัทรให้มองตามเซ็งๆ...หงุดหงิดที่ภรรยาคนสวยไม่ตามใจ

    ooooooo

    เพราะขัดคำสั่งไม่ค้างบ้านตัวเอง แถมตื๊อขอมีลูกด้วยไม่หยุด ชินภัทรเลยถูกทำโทษให้นอนโซฟานอกห้อง แสงเห็นผู้ชายตัวโตต้องนอนหลังขดหลังแข็งก็นึกสงสาร แต่ชนิกาก็ไม่ยอมอธิบายถึงเหตุผล

    “ตอนอยู่สุราษฎร์ฯก็แยกกันนอนแบบนี้เหรอคะ”

    “เรานอนห้องเดียวกันค่ะ แต่...ต่างคนต่างนอน”

    “โบราณเขาห้ามไม่ให้ชายหญิงอยู่ในที่ลับตาลำพัง เพราะผู้ชายมักไม่ยับยั้งชั่งใจ คุณชินภัทรเป็นสุภาพบุรุษมากนะคะ ไม่หักหาญน้ำใจคุณนิ”

    “ลึกๆนิก็เห็นใจเขานะคะ แต่เรื่องแบบนี้ต้องยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย...นิยังไม่พร้อมค่ะ”

    แต่ถึงจะคิดหนักเรื่องมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา

    ชนิกาก็ไม่ได้ทำท่าเย็นชา แต่ทำตัวเหมือนเป็นแฟนที่ดี ยอมให้เขาดึงตัวไปกอดหรือจับมือได้เหมือนเคย

    ชินภัทรไม่อยากบังคับใจ พยายามทำใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนจะขอตัวในเวลาต่อมาเพราะมีนัดคุยกับปานธงเรื่องซื้อสวนยาง

    การเจอกันเมื่อวันก่อนทำให้ชินภัทรเริ่มสงสัยว่าอดีตเพื่อนรักอาจมีเบื้องหลังเรื่องซื้อสวนยาง และวันนี้เขาก็พยายามตะล่อมถามเพื่อดูท่าทีของอีกฝ่าย แต่ปานธงก็ตอบเลี่ยงเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

    อาการหลบตาและท่าทางอึกๆอักๆของปานธงทำให้ชินภัทรมั่นใจว่าอดีตเพื่อนรักต้องมีส่วนกับเรื่องซื้อสวนยางของเขาแน่ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายปากแข็งไม่ยอมรับ แถมไม่มีหลักฐานมัดตัว เขาก็จะยอมปล่อยไปก่อนจะส่งอนันต์ไปสืบเรื่องชูเกียรตินายหน้าซื้อที่ดินที่เพิ่งซื้อสวนยางของเขา

    ปานธงก็ร้อนใจไม่น้อย แววตาเหมือนจะรู้ทันของชินภัทรทำให้เขาตัดสินใจโทร.บอกชูเกียรติให้ระงับแผนการกว้านซื้อสวนยางที่สุราษฎร์ฯไว้ก่อนเพราะยังไม่อยากให้ชินภัทรจับได้...

    สปาเกตตีที่ทำจากหัวใจของศันสนีย์ถูกนำใส่กล่องมามอบให้พัธนินทร์ตามความตั้งใจ พ่อแม่เห็นใจเธอมากเลยยอมรับไว้ ต่างจากพัธนินทร์ที่ไม่อยากให้ความหวัง ยกกล่องใส่สปาเกตตีมาคืนเธอถึงรถ

    “เบื่อสปาเกตตีฝีมือศัน”

    ศันสนีย์ชะงักไปอึดใจ ก่อนจะเอ่ยยิ้มๆกลบเกลื่อนความสะเทือนใจ

    “อย่างว่าเนอะ...ศันทำให้กินบ่อยพัธเลยเบื่อ จะสรรหาเมนูใหม่ๆทำของอร่อยๆมาให้พัธนะคะ”

    “เสียเวลาเปล่าน่าศัน”

    “ตอนอยู่แอลเอ พัธชอบชมศันทำอาหารอร่อยเหมือนแม่พัธ อยากให้ศันทำให้กินทุกวัน”

    “นี่กรุงเทพฯ ไม่ใช่แอลเอ”

    ศันสนีย์ไม่ต่อปากต่อคำ ขับรถจากไปเงียบๆ ทิ้งพัธนินทร์ให้มองตามด้วยความอ่อนใจ พ่อแม่ตามมาดูด้วยความเป็นห่วง อดเห็นใจศันสนีย์ไม่ได้ พัธนินทร์ก็รู้สึกไม่ต่างกันแต่ก็ยืนกรานตามความตั้งใจเดิม

    “จะช่วยให้ศันตัดใจได้ พัธต้องยอมเป็นคน

    ใจร้ายครับ”

    ooooooo

    รจนายอมรับสถานะทางการเงินของครอบครัว ละทิฐิเข้าครัวทำขนมอย่างขะมักเขม้น ต่างจากอมีนาที่ปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่ยอมรับความจริงว่าสถานการณ์ของครอบครัวไม่ร่ำรวยเหมือนเดิมแล้ว

    และเมื่ออมีนาได้รู้ว่ารจนาจะหาเงินด้วยการทำขนมชั้นสูตรดั้งเดิมของตระกูลก็รับไม่ได้ โวยวายจนรจนาต้องปลอบให้ทำใจและตัดสินใจอธิบายความจริงเกี่ยวกับสถานะการเงินของครอบครัว

    “บ้านเราไม่มีเงิน เครื่องเพชรเครื่องทองแม่ขายหมดแล้ว”

    “คุณแม่ก็มีใบปริญญา หางานดีๆพวกงานออฟฟิศทำสิคะ”

    “คนอายุเท่าแม่ บริษัทไหนจะรับเข้าทำงาน ประสบการณ์ทำงานแม่ก็ไม่มี พอท้อง...พ่อเขาก็ให้ออกจากงานมาเลี้ยงลูก แม่เลี้ยงมีนได้นะลูก”

    “เลี้ยงด้วยการขายขนมชั้นเนี่ยนะคะ!”

    อมีนาหมุนตัวขึ้นห้อง รจนาทนไม่ได้ ต้องรีบตามไปเคลียร์และเตือนสติ

    “แม่ผิดเองที่ไม่เคยสอนมีนให้พบความลำบาก อยากได้อะไรมีนก็ต้องได้ ลูกของแม่เลยเป็นคนจมไม่ลง”

    “คุณแม่รู้ว่ามีนจมไม่ลงก็อย่าฉุดมีนจมน้ำสิคะ เกิดเพื่อนฝูงคนรู้จักรู้ว่าคุณแม่ขายขนม มีนจะเอาหน้าไว้ไหน”

    “ใช่ว่าแม่ไม่อายนะมีนแต่แม่ทนได้ พื้นฐานครอบครัวแม่...จน แม่เป็นแม่ค้า แม่ได้เรียนโรงเรียนที่พวกลูกคุณหนูเรียนกัน เพราะตาของมีนเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน”

    “รู้ค่ะ...ครอบครัวคุณแม่จนแต่คุณแม่ต้องป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ด้วยเหรอคะ”

    “มองแง่ดีสิมีน อย่างน้อยเราก็มีบ้านอยู่ มีข้าวกินทุกมื้อ แต่พวกของแบรนด์เนม มีนต้องเลิกซื้อนะลูก”

    “พอแล้วค่ะ มีนไม่อยากฟัง!”

    รจนาไม่อยากทำให้ลูกสาวลำบากใจเลยยอมออกไปทำขนมต่อ ทิ้งอมีนานอนร้องไห้คนเดียว คับแค้นใจในโชคชะตาเหลือเกินที่ต้องตกต่ำไม่มีทางออกเช่นนี้...

    ชนิกาไม่ได้คิดถึงเรื่องอมีนาเลย มัววุ่นวายกับการดูแลพ่อ ทั้งเรื่องอาหารการกินและให้กำลังใจเขาทำกายภาพบำบัด จะได้กลับมาขยับร่างกายได้อีกครั้ง ชินภัทรเอาใจช่วยทุกทางเหมือนเคย และวันนี้เขาก็อยากให้เธอช่วยเหลือเขาบ้าง ด้วยการแวะมาที่บ้านเพื่อช่วยปลอบใจศันสนีย์

    ศันสนีย์เห็นหน้าอดีตเพื่อนรักก็หน้าเสีย ก่อนจะตีหน้าตึงเมื่อชินภัทรบอกให้อีกฝ่ายช่วยเธอทำอาหาร

    “คุณสองคนเคยเป็นรูมเมทกัน รู้มือกัน ชนิกาไปช่วยเป็นลูกมือให้ศันสิ”

    ชนิกาตัดสินใจเริ่มต้นใหม่กับชินภัทรแล้ว เลยไม่ผูกใจเจ็บและพยายามญาติดีกับศันสนีย์ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ให้ความร่วมมือ อดีตคุณหนูลอบถอนใจยาว ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

    “การที่เกือบสูญเสียคุณพ่อทำให้นิเรียนรู้ คนเราจากกันได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นตอนมีชีวิตอยู่ควรทำดีต่อกันไว้”

    คำพูดของอดีตเพื่อนรักสะกิดใจศันสนีย์อย่างแรง แต่กระนั้นก็ทิฐิ ไม่ยอมพูดด้วย ชินภัทรตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่อาภาก็ยกมือห้ามและตัดสินใจเตือนสติหลานสาว

    “ป้าพูดตรงๆนะศัน เรื่องแฟนเก่าเรา ศันทำผิดกับชนิกา นี่เขาอุตส่าห์ง้อก่อน เราก็ควรดีกับเขา”

    “ศันไม่ได้โกรธเกลียดนิค่ะป้า แค่ไม่อยากเห็นหน้า”

    “ไม่โกรธไม่เกลียด แต่ไม่อยากเห็นหน้าเนี่ยนะ”

    “เห็นนิแล้วเหมือนโดนตอกย้ำ มีผู้หญิงอีกคนที่พัธรักมากกว่าศัน!”

    ooooooo

    ความเปลี่ยนแปลงของชนิกาทำให้อาภายอมรับได้เต็มหัวใจในที่สุด และเพื่อเป็นการรับขวัญลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการ เลยอยากมอบเครื่องเพชรให้ แต่ชนิกาก็ไม่ยอมรับ กระอักกระอ่วนใจเหลือเกินเพราะไม่ได้แต่งงานกับชินภัทรเพราะความรัก แต่ถูกจ้างมาแต่งงาน

    อาภาไม่รู้ถึงความอึดอัดใจนั้น เข้าใจอีกทางว่าลูกสะใภ้คนสวยยังเคืองเรื่องเก่าๆ

    “ชนิกาคงยังโกรธ ที่ฉันด่าว่าเธอไว้เรื่องที่แต่งงานกับชินภัทรเพราะเห็นแก่เงิน ฉัน...เอ่อ...แม่ขอโทษ รับนี่ไปเถอะนะ แม่อยากให้ด้วยความเต็มใจ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ”

    ท่าทางจริงใจและรู้สึกผิดของอาภาทำให้ชนิกาตัดสินใจได้ สารภาพความจริง

    “ไม่ค่ะ! คุณอาภาคะ ดิฉันรับเครื่องเพชรไม่ได้ ดิฉันละอายใจ...ดิฉันรับจ้างคุณชินภัทรแต่งงานค่ะ!”

    อาภาถึงกับอึ้งไป ชินภัทรก็เช่นกัน แต่เพียงไม่นานก็ตั้งหลักได้ หันไปสบตาแม่

    “ผมขอโทษครับแม่ ผมจ้างชนิกาแต่งงานจริง แต่จ่ายค่าจ้างเป็น...ความรัก”

    ชนิกาเป็นฝ่ายตะลึงบ้าง แล้วก็แทบพูดไม่ออกเมื่อเจอกับแววตาอ้อนวอนของเขา

    “ในงานเลี้ยงแต่งงาน ผมพูดกับคุณว่าอะไร...จำได้ไหม”

    อดีตคุณหนูส่ายหน้า ความรู้สึกบางอย่างถาโถม หน้าแดงก่ำเมื่อเขาพาย้อนถึงคืนวันแต่งงาน

    “ผมบอกคุณว่า...คุณกับผม เราอยู่ไกลกันคนละขอบฟ้า โชคชะตาทำให้เรามาพบกัน”

    ชินภัทรเห็นเธอนิ่งไปก็ตัดสินใจสบตาเธอตรงๆ แล้วสารภาพ

    “การจ้างแต่งงานเป็นแค่ข้ออ้าง เหตุผลที่แท้จริงก็คือ...ผมรักคุณ”

    ชนิกาปลื้มมาก ดีใจเหลือเกินที่เขาแต่งงานกับเธอเพราะความรัก ชินภัทรมองมาด้วยแววตาหวานฉ่ำ ถ่ายทอดความในใจแบบไม่ปิดบัง ก่อนจะหันไปหาอาภา

    “ผมขอโทษแม่อีกครั้ง แม่อย่าโกรธพวกเรานะครับ”

    “เรื่องแล้วไปแล้ว ช่างเถอะ...ชีวิตคู่ไม่มีใครถูกทุกอย่าง ผิดทุกอย่าง ชีวิตคู่คือการแบ่งปันความถูกความผิด ความรัก ความเข้าใจ หนักนิดเบาหน่อยต้องให้อภัยกัน แม่ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข ครองรักกันจนแก่เฒ่า”

    คำอวยพรของแม่ทำให้ชินภัทรกับชนิกาซึ้งใจมาก ก้มกราบและรับพรจากอาภา พร้อมกับรับเครื่องเพชรไว้เป็นสิริมงคลและเป็นเหมือนสัญญาว่าทั้งสองจะเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกันจริงๆ

    ooooooo

    อมีนาทำใจยอมรับความตกต่ำของครอบครัวไม่ได้ มุ่งหน้ากับการตามหาผู้ชายรวยๆมาพยุงสถานะทางการเงิน และวันนี้เธอก็มาร่วมงานเลี้ยงรุ่นนักเรียนเก่าอเมริกา แล้วก็ได้ยิ้มกว้างเมื่อพบกับชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง...

    ด้านชินภัทรกับชนิกา...มีความสุขมากหลังจากเปิดใจ โดยเฉพาะฝ่ายแรกแทบสำลักความสุขตาย เมื่อฝ่ายหลังยอมให้แสดงความรักด้วยอย่างเปิดเผย

    และแม้เธอจะลังเลไม่พร้อมมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง เขาก็ไม่บีบบังคับหรือหักหาญน้ำใจแต่อยากรอให้ถึงเวลาที่เธอเต็มใจมากกว่า

    เรื่องความรักทำท่าจะไปด้วยดี ชินภัทรก็หันไปทุ่มความสนใจให้เรื่องงาน โดยเฉพาะเรื่องของปานธงที่ส่งอนันต์ไปสืบเรื่องนายหน้าซื้อที่ดินชื่อชูเกียรติ แล้วนายหัวหนุ่มก็ได้พบพิรุธบางอย่าง ทั้งเรื่องที่มาที่ไปของชูเกียรติและท่าทางเหมือนมีความลับของปานธง แต่เขาก็ยังเลือกจะใจเย็นเพราะอยากมีหลักฐานมากกว่านี้

    ปานธงก็รู้ตัวว่าถูกสงสัย แถมถูกปาริฉัตรกดดันให้คืนสวนยางให้ชินภัทร เลยยิ่งเครียดหนัก แต่ก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ เพราะอยากเอาชนะชินภัทรและเป็นเจ้าของสวนยางให้มากที่สุดในสุราษฎร์ฯ

    ชนิกาไม่ได้สนใจเรื่องงานของสามี มัวปลื้มที่เขาทำตัวน่ารักกว่าเดิม จนนึกครึ้มใจสวมกอดเขาจากด้านหลัง ชินภัทรถึงกับอึ้งไป ก่อนจะยิ้มกว้าง เพราะเป็นครั้งแรกที่เธอยอมกอดเขาก่อน

    “กอดสามี...ผิดเหรอคะ”

    “กอดคนที่รักแล้วผิด ผมยอมผิดทุกวัน”

    ความสัมพันธ์ของชินภัทรกับชนิกาพัฒนาขึ้นมากหลังจากนั้น เขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างดี รวมไปถึงสุวัฒน์ด้วย และวันนี้เขาก็ถือโอกาสจะพาเธอไปเที่ยวเกาะและสอนดำน้ำ แต่บรรยากาศแสนหวานก็ต้องกลายเป็นอึมครึม เมื่อเขาเห็นว่าปานธงอยู่บนเกาะนั้นด้วย

    ชินภัทรต้องต่อสู้กับตัวเอง พยายามข่มอารมณ์หึงหวง ไม่ให้พาลใส่ปานธงที่ส่งสายตามาทางชนิกาบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับพัธนินทร์ สับสนหัวใจอย่างหนักเพราะกำลังหวั่นไหวกับความดีของศันสนีย์อีกรอบ แต่เมื่อนึกถึงความใจร้ายของเธอเรื่องชนิกา เขาก็เปลี่ยนใจไม่คืนดีด้วย

    อมีนาก็เป็นอีกคนที่ต้องสู้กับหัวใจตัวเอง ทนไม่ได้ที่เห็นแม่เป็นแม่ค้าขายขนม แต่ก็สงสารที่แม่ต้องตรากตรำหลังขดหลังแข็ง รจนาก็เป็นห่วงลูกสาว ไม่อยากให้เที่ยวกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตานอกบ้าน เลยพยายามตะล่อมให้พาชายหนุ่มมาทานข้าวด้วยที่บ้าน แต่อมีนาก็ปฏิเสธ อายไม่อยากให้ใครมาเห็นแม่ในสภาพนี้...

    เรื่องของปานธงไม่ทำให้ชินภัทรหึงอีกต่อไป เพราะชนิกาแสดงออกชัดเจนว่ามีใจกับเขา อดีตคุณหนูยอมให้เขาสอนดำน้ำแต่โดยดี แถมยอมให้เขาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจนเธอต้องเย้า

    “ขี้หึงนะคุณ”

    “กรรมของคนมีเมียสวย...สวยน่ารักเหมือนปลาการ์ตูน”

    “ยี่สิบปีข้างหน้า ปลาการ์ตูนแปลงร่างเป็นปลาพะยูน คุณจะยังรักไหมคะ”

    “คุณอ้วนเป็นปลาวาฬโดนสูบลม ผมก็รักคุณเหมือนเดิม”

    สองหนุ่มสาวส่งยิ้มให้กัน ก่อนจะเริ่มเตรียมดำน้ำอีกครั้ง ชนิกาตื่นเต้นมาก กลัวสารพัดเพราะจะได้ลงทะเลลึกครั้งแรก ชินภัทรเข้าใจดี จับมือให้กำลังใจพร้อมกับสัญญา

    “ผมเป็นบัดดี้คุณ บัดดี้ดำน้ำคือเพื่อนคู่หูที่ฝากชีวิตไว้ได้ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นใต้น้ำ ผมไม่มีวันทิ้งคุณ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์