นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คนละขอบฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ณ สวนยางชินภัทร สวนยางพาราขนาดใหญ่ทางภาคใต้ ชินภัทรหรือนายหัวชินของเหล่าคนงาน เจ้าของสวนรูปหล่อ ใบหน้าคมเข้มแต่มีดวงตาเศร้าหมองเหมือนมีบางอย่างฝังใจกำลังช่วยคนงานซ่อมแซมรั้วกั้นอาณาเขตที่พังทลายเมื่อคืนก่อน แต่ความดีของเขาก็ดันถูกเข้าใจผิดจากใครบางคน...

    ปานธง หนุ่มรูปหล่อท่าทางเป็นมิตร เจ้าของสวนยางปานธงซึ่งมีอาณาเขตติดกับสวนยางชินภัทรนั่นเองที่ไม่พอใจ ในอดีตปานธงกับชินภัทรเป็นเพื่อนรักแต่เพราะความตายของศิริกัญญา เพื่อนสาวคนสนิทและอดีตคู่หมั้นของปานธง พร้อมข้อกล่าวหาว่าชินภัทรเป็นฆาตกรฆ่าข่มขืน ทำให้สองหนุ่มขาดกันตั้งแต่นั้น!

    แม้สองหนุ่มจะมีสวนยางติดกันแต่ความขัดแย้งในอดีตก็ทำให้ความสัมพันธ์ย่ำแย่นานนับปี และวันนี้ปานธงก็โมโหมากเมื่อรู้ว่าอดีตเพื่อนรักไปซ่อมรั้ว ถึงขั้นขับรถปาดหน้าและลงไปเอาเรื่อง

    “คนงานฉันไปบอก แกเข้าไปในสวนยางฉัน”

    “แล้วคนงานแกบอกหรือเปล่า ฉันไปซ่อมรั้ว”

    “บอก...แต่ถึงไงแกก็ไม่ควรเข้าไป แกละเมิดกฎ”

    “ไอ้ธง...มีเหตุผลหน่อยซิวะ”

    “จริงสิ แกมันไม่สนใจกฎอะไรอยู่แล้วนี่ ขนาดกฎหมายบ้านเมืองยังจับแกเข้าคุกไม่ได้...ไอ้ฆาตกร!”

    ชินภัทรกำหมัดแน่นแต่ก็ไม่ยอมตอบโต้

    อนันต์หัวหน้าคนงานหนุ่มของสวนยางชินภัทรเสียอีกที่เดือดร้อนแทน

    “มากไปไหมคุณปานธง คุณชินภัทรไปฆ่าใครเหรอครับ”

    “ไม่ได้ฆ่าเองก็เหมือนฆ่า ถ้าไม่ใช่เพราะแก ศิก็คงไม่ตายหรอก”

    “เลิกใส่ร้ายเจ้านายผมซะทีเถอะครับคุณปานธง”

    “ปกป้องนายจริงนะ ยังไงก็ระวังหลังด้วยล่ะอนันต์น่ะทำงานกับไอ้ฆาตกรเลือดเย็น”

    พูดจบก็ผลุนผลันจากไป ทิ้งชินภัทรให้ยืนหน้าเครียด พยายามสะกดอารมณ์อย่างมากไม่ให้เผลอแสดงความไม่พอใจ อนันต์ไม่เข้าใจอะไรมากนักเพราะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องในอดีต ได้แต่ปลอบเจ้านายหนุ่มไปตามแกน แต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายสบายใจมากนัก

    ooooooo

    เวลาเดียวกัน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกฟากหนึ่งของโลก ชนิกาสาวนักเรียนนอกสุดเปรี้ยว ขาปาร์ตี้คนดัง กำลังสนุกสุดเหวี่ยงกับงานฉลองวันเกิดของศันสนีย์เพื่อนสาวคนสนิทที่อยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน

    ความสวย ความรวยและอัธยาศัยน่ารักของชนิกาทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักเรียนไทยที่มาเรียนต่อและวันนี้การมาถึงของเธอก็ทำให้ศันสนีย์เจ้าของวันเกิดตัวจริงถึงกับพูดไม่ออก เพราะถูกขโมยซีนแบบไม่ทันตั้งตัว!

    ชนิกาทำตัวเป็นดาวเด่น ห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูงมากมาย สนุกสนานกับงานจนไม่ทันสังเกตแววตาไม่พอใจของศันสนีย์เพื่อนสาวร่วมห้องและเจ้าของวันเกิดตัวจริง จนกระทั่งการมาถึงของพัธนินทร์แฟนหนุ่มสุดหล่อของชนิกา

    ศันสนีย์แอบชอบพัธนินทร์มานาน และการมาถึงของเขาก็ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง ก่อนจะได้ตาลุกวาวด้วยความริษยาเมื่อเห็นเขาพะเน้าพะนอชนิกาแฟนสาวคนสวยและเพื่อนสนิทของเธอ

    ชนิกามัวดีใจได้เห็นแฟนหนุ่ม เลยไม่ทันเห็นท่าทางไม่ชอบใจของศันสนีย์

    “ไหนพัธบอกวันนี้ไม่ว่างไง”

    “คุยธุระเสร็จเร็วน่ะ เจ้าของตึกยอมปล่อยเช่าแล้วนะ ผมกับเพื่อนเพิ่งเซ็นสัญญาเช่ามา”

    “พัธจะมีกิจการของตัวเองแล้วสิ ยินดีด้วยค่า”

    “กิจการของเราต่างหาก นิก็มีหุ้นด้วย เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจแล้ว อีกหน่อยเราสองคนก็เป็นหุ้นส่วน...ชีวิต”

    ชนิกายิ้มหวานให้แฟนหนุ่ม โดยมีศันสนีย์มองตามด้วยความอิจฉา ก่อนจะได้ตกใจหน้าตื่น เมื่อจู่ๆชนิกาก็ร้องไห้โฮกลางงานปาร์ตี้ทันทีที่ได้รับสายโทรศัพท์จากเมืองไทย...

    ooooooo

    ข่าวการเข้าโรงพยาบาลกะทันหันของสุวัฒน์พ่อของชนิกาทำให้สาวสวยขาปาร์ตี้ต้องกลับเมืองไทยอย่างเร่งด่วนในวันต่อมา แสงแม่นมของชนิกาคอยรับหน้าและรายงานอาการของสุวัฒน์ที่นอนขยับตัวไม่ได้มาหลายวันแล้ว

    หมอที่ดูแลแวะมาตรวจและชี้แจงถึงสถานการณ์ของสุวัฒน์ว่าเส้นเลือดตรงแกนสมองแตก ทำให้ควบคุมความเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ได้ มีอาการคล้ายเป็นอัมพาต แต่ยังไม่โคม่าและขยับเขยื้อนไม่ได้มากเท่านั้น

    “สมองส่วนการรับรู้ ความจำผู้ป่วยเป็นปกติทุกอย่าง เพียงแต่ไม่สามารถพูดคุยสื่อสารได้ครับ”

    “ต้องรักษายังไงคะ”

    “แกนสมองอยู่ลึกมาก ผ่าตัดไม่ได้ ต้องรอให้เส้นเลือดที่แตกซ่อมแซมตัวเอง เท่าที่หมอวินิจฉัยอาการ กรณีคุณสุวัฒน์ น่าจะใช้เวลารักษาหลายอาทิตย์ ไม่ก็หลายเดือนครับ”

    ชนิกาใจชื้น อาการของสุวัฒน์ยังพอรักษาได้ แต่ปัญหาไม่จบแค่นั้น เพราะสภาวะทางการเงินของครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แสงทำใจลำบากแต่เมื่อเห็นใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลก็จำต้องบอกความจริงกับชนิกา

    “คุณนิเข้มแข็งไว้นะคะ คือว่า...คุณท่าน...คุณท่านล้มละลาย”

    “ล้มละลาย...ป้าแสงเอาอะไรมาพูดคะ เป็นไปไม่ได้ คุณพ่อเพิ่งส่งเงินก้อนใหญ่ให้นิไปลงทุน”

    “ท่านยืมเงินเพื่อนส่งไปค่ะ โรงงานท่านเจ๊ง ท่านสั่งไม่ให้บอกคุณนิ คิดว่าจะกู้โรงงานได้แต่ท่านก็ไม่ไหวค่ะ”

    “นี่แสดงว่า...บ้านเราหมดตัวงั้นเหรอคะ”

    แสงพยักหน้ารับนิ่งๆ ชนิกาถึงกับพูดไม่ออกและยิ่งเครียดหนักเมื่อตระหนักว่าหากหาค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ ทางโรงพยาบาลจะยกเลิกการรักษาและนำตัวสุวัฒน์ออกจากห้องไอซียู

    ภาระหนักหน่วงถาโถมในชั่วข้ามคืนทำให้ชนิกาประสาทเสีย พลันก็คิดว่าพัธนินทร์อาจช่วยได้ แต่เขาก็ทำให้ผิดหวังเพราะไม่สามารถถอนเงินทุนที่เธอร่วมลงทุนคืนได้

    “นี่พัธจะไม่ช่วยนิหรือ”

    “ช่วยสิ ยังไงผมก็ต้องช่วยนิ รอหน่อยได้ไหม พอธุรกิจทำกำไร ผมจะเอาเงินกำไรของผมทั้งหมดส่งไปให้นิ”

    “เมื่อไหร่ล่ะ สองเดือน สามเดือน...คุณพ่อนิรอไม่ได้”

    “เห็นใจผมมั่งสินิ ผมไม่ได้ร่ำรวยอะไร ที่มาอเมริกาก็มาขุดทอง สร้างฐานะ”

    “อยากรวย...พัธก็เลยนึกถึงแต่ตัวเองไม่นึกถึงนิ นิไม่เอาเงินพัธก็ได้ นิจะเอาเงินส่วนที่นิลงหุ้นกับพัธ”

    “มีสัญญาลงทุนบังคับอยู่ ผมเอาเงินออกมาไม่ได้”

    “นั่นมันเงินของนิ ตอนนี้มันสำคัญกับนิมาก ชีวิตของพ่อนิขึ้นอยู่กับมัน”

    “โธ่นิ...ผมบอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ คุณช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม”

    “ไม่มีเหตุผลเหรอ นี่มันชีวิตพ่อนินะ นี่เหรอพัธ คนที่อยากเป็นหุ้นส่วนชีวิตกัน นิไม่ฝากชีวิตไว้ที่พัธแล้ว!”

    ooooooo

    ชนิกาวางสายไปแล้ว พัธนินทร์หน้าเสีย อดรู้สึกผิดและเสียใจกับแฟนสาวไม่ได้ แต่สถานการณ์และความจำเป็นของตนเองก็ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ศันสนีย์ได้ยินทุกอย่าง ลอบแสยะยิ้มด้วยความสาแก่ใจที่หนุ่มสาวเพื่อนรักทะเลาะกัน

    พัธนินทร์มัวกลุ้มจนไม่ทันสังเกตแววตาสะใจนั้น แถมปรับทุกข์ด้วยอีกต่างหาก

    “นิเขาโกรธผม ผมบอกแล้วว่าจะช่วยแต่ให้รอหน่อย”

    “นิเขาก็ไม่ฟังใคร เอาแต่ใจอย่างนี้แหละ อยากได้อะไรก็ต้องได้...พัธก็รู้”

    “แต่นิเขาจะเอาเงินไปรักษาพ่อ”

    “แต่พัธก็บอกแล้วนี่คะว่าจะช่วย เขาก็ยังไม่มีเหตุผลอีก...”

    ศันสนีย์ฉกฉวยโอกาสนี้ปั่นหัวและหาทางใกล้ชิดพัธนินทร์ ทั้งปลอบประโลมและทำท่าทางเหมือนเห็นอกเห็นใจจนชายหนุ่มไม่ทันไหวตัวและคิดว่าเธอทำทุกอย่างเพราะอยากแย่งเขามาจากชนิกา...

    ระหว่างที่ศันสนีย์ทำคะแนนกับพัธนินทร์ ชนิกาก็หาเงินอย่างสุดความสามารถ ทั้งบากหน้าไปขอยืมจากบรรดาญาติแต่ก็ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ สาวสวยขาปาร์ตี้เลยตัดสินใจหางานทำแต่ก็หาไม่ได้เพราะเธอเรียนไม่จบวุฒิปริญญาตรี แถมเงินเดือนก็น้อยไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลเรือนแสนของสุวัฒน์

    แต่ถึงจะลำบากหางานแค่ไหน ชนิกาก็พยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มเมื่อไปเยี่ยมพ่อในหลายวันต่อมา แสงซึ่งรับหน้าที่เฝ้าอาการของสุวัฒน์มองมาอย่างรู้ทันแต่ชนิกาก็ไม่ปริปากถึงความอึดอัดใจ

    สถานการณ์ของชนิกาตึงเครียดขึ้นทุกที โรงพยาบาลส่งใบแจ้งหนี้มาเตือนแต่เธอก็ยังหาเงินไม่ได้ ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้ย้ายที่รักษาแต่สาวสวยขาปาร์ตี้ก็ไม่อยากเสี่ยงเพราะพ่ออาการไม่ค่อยดี

    ศันสนีย์รู้ถึงสถานการณ์ของชนิกาดีและฉวยจังหวะนี้หาทางทำลายเพื่อนรัก ด้วยการวางแผนจะให้อีกฝ่ายไปทำงานกับญาติหนุ่ม และญาติคนนั้นก็คือชินภัทร นายหัวหน้าเข้มเจ้าของสวนยางทางภาคใต้

    ชินภัทรไม่ได้ยินข่าวจากศันสนีย์มานาน เลยอดแปลกใจไม่ได้ที่ได้รับสายทางไกลจากเธอ

    “คือศันมีเรื่องอยากให้ชินภัทรช่วย พ่อของเพื่อนสนิทศันกำลังป่วยหนัก เขาต้องหาเงินรักษาพ่อ ศันอยากขอร้องให้ชินภัทรรับเพื่อนศันไปทำงานด้วย”

    “ดีเลย กำลังอยากได้คนมาช่วยงานที่สำนักงานพอดี เพื่อนศันมาเริ่มงานได้เมื่อไหร่ล่ะ”

    “ขอถามเขาก่อนนะ คือ...เอ่อชินภัทร ให้เงินเดือนเพื่อนศันเดือนละแสน...ได้ไหม”

    “เฮ้ย...เดือนละแสน! จ้างมาเป็นเจ้านายเราเหรอศัน เงินเดือนขนาดนั้นจ้างได้สักแปดคนมั้ง”

    “แต่เพื่อนศันเขาต้องการเงินเยอะจริงๆ ค่ารักษาพยาบาลพ่อเขาสูงมากนะ ชินภัทรช่วยหน่อยได้ไหม เงินแสนนี่ช่วยต่อชีวิตให้คนคนหนึ่งเลยนะ”

    ชินภัทรเงียบไปอึดใจ ศันสนีย์กลัวถูกปฏิเสธเลยรีบโน้มน้าวใจ

    “เพื่อนศันเขาไม่ได้ไปขอเงินฟรี เขาไปทำงานให้ ก็คิดซะว่าทำบุญบริจาคช่วยคนยากไร้ตกยากนะชินภัทร”

    “แต่เงินตั้งเป็นแสนนะศัน ห้าเดือนปาไปครึ่งล้านเชียวนะ”

    น้ำเสียงที่อ่อนลงของญาติหนุ่มทำให้ศันสนีย์เริ่มมีความหวังว่ากล่อมถูกทาง “ชีวิตคนตีค่าเป็นเงินไม่ได้ ถ้าศันมีเงินแบบที่ชินภัทรมี ศันคงช่วยเขาแล้ว ศันรู้ว่าทุกปี ชินภัทรบริจาคเงินตั้งเป็นล้านให้โรงพยาบาล”

    “ใช่...เราบริจาคเงินล้านให้โรงพยาบาลทุกปีเพราะเราอยากช่วยผู้ป่วยมะเร็ง ศันก็รู้ว่าพ่อเราเป็นมะเร็งตาย”

    “ศันว่าแบบนี้ชินภัทรยิ่งน่าจะช่วยเพื่อนศันนะ ลองคิดดู...ถ้าตอนพ่อชินภัทรป่วยหนัก ชินภัทรไม่มีเงินรักษาจะเสียใจแค่ไหน ชินภัทรรักพ่อมาก เพื่อนศันเขาก็รักพ่อมากเหมือนกัน...”

    ooooooo

    ไม่มีใครรู้ว่าชินภัทรตอบตกลงหรือไม่ แต่ระหว่างนั้นสถานการณ์ของชนิกาก็เข้าขั้นวิกฤติ เมื่อเจ้าหนี้มายึดบ้านหลังใหญ่ที่เธอเคยอยู่ตั้งแต่เล็กแต่น้อย

    “หนูคงเป็นลูกสาวสุวัฒน์ พ่อหนูเอาบ้านมาจำนองกับผม ขาดผ่อนหลายเดือนแล้ว...ผมมายึดบ้าน!”

    ชนิกามองเอกสารจำนองในมือแล้วพูดไม่ออก แต่สิ่งของที่ทำให้น้ำตาไหลไม่หยุดก็คือลูกแก้วหิมะที่มีบ้านจำลองหลังเล็กๆด้านใน ตัวแทนจากอดีตที่ทำให้ความทรงจำวัยเด็กของเธอผุดขึ้นอีกครั้ง...

    ยี่สิบปีก่อน...สุวัฒน์ยังไม่ร่ำรวย เป็นแค่พ่อค้าทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อชนิกาลูกสาวคนเดียว จนในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ กลายเป็นเศรษฐี มีเงินสร้างบ้านหลังใหญ่ ปรนเปรอลูกสาวด้วยข้าวของฟุ่มเฟือยและความสุขสบาย

    ชนิการักและผูกพันกับพ่อมาก เธอซึ้งใจที่พ่อทำตามสัญญาทุกอย่าง โดยเฉพาะบ้านหลังนี้ที่เขาเคยบอกตอนมอบลูกแก้วหิมะให้เธอ แสงเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กดีแต่ก็ทำได้แค่ปลอบใจ

    “ของนอกกาย หาใหม่ได้ค่ะคุณนิ”

    “มันไม่ใช่ของนอกกายนะป้า แต่บ้านหลังนี้มันคือความรัก มันคือความพยายามของคุณพ่อที่ท่านทำให้นิ”

    เจ้าหนี้ให้เวลาเก็บของ เพียงไม่นานชนิกากับแสงก็ออกมายืนหน้าบ้าน มีกระเป๋าเสื้อผ้าคนละใบ

    “คืนนี้เราจะไปนอนไหนกันคะป้าแสง นิมีเงินเหลือติดตัวไม่กี่พัน”

    “เงินที่คุณท่านส่งไปให้ทุกเดือนล่ะคะ พอมีเก็บบ้างไหม”

    “ใช้หมดเกลี้ยงทุกเดือนค่ะ นิคิดว่าชาตินี้ไม่มีวันลำบากเลยจัดปาร์ตี้ทุกเดือน นิมันไร้สาระ ใช้ชีวิตประมาท!”

    “ไม่เอาค่ะ...อย่าโทษตัวเอง คุณท่านเลี้ยงคุณนิมาแบบนี้ อยากได้อะไรก็ซื้อให้ ท่านอยากให้คุณนิมีความสุข”

    “คุณพ่อเลี้ยงนิมาดีแต่นิไม่รักดีเองค่ะ”

    “คุณนิเป็นลูกสาวที่น่ารักไม่เคยทำให้คุณท่านทุกข์ใจ อย่าคิดมากนะคะ คืนนี้เราไปนอนบ้านญาติป้ากันค่ะ”

    สภาพบ้านญาติของแสงไม่สุขสบายนักแต่ชนิกาก็ไม่บ่นและพยายามปรับตัวเท่าที่ทำได้ และคืนเดียวกันนั่นเอง สาวสวยขาปาร์ตี้ก็ได้รับสายจากศันสนีย์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับเมืองไทย

    “ศันต้องหารูมเมทใหม่ นิไม่ได้กลับอเมริกาแล้ว ไม่มีเงิน”

    ศันสนีย์ยิ้มเยาะสะใจ ก่อนจะทำเสียงเห็นอกเห็นใจพูดถึงแผนร้ายที่เตรียมไว้ จะให้ชนิกาไปทำงานกับชินภัทรที่ยอมตอบตกลงจะจ้างเพื่อนสนิทของเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน

    “ที่โทร.มาเนี่ย อยากช่วยนิ เห็นว่าร้อนเงิน ศันมีญาติคนหนึ่ง รวยมาก เขากำลังหาพนักงาน ศันโทร.ไปพอดี เลยแนะนำนิไป เขาสนใจ ให้เงินเดือนเป็นแสนเลยน้า”

    “บอกเขาหรือเปล่า นิยังเรียนไม่จบปริญญาตรี”

    “บอก...เขาว่าไม่มีปัญหา แต่งานเขาหนักหน่อยนะ ดูแลออฟฟิศเขา ต้องทำทุกอย่าง”

    “ตอนนี้ให้นิปีนเขาเอเวอเรสต์มือเปล่าเท้าเปล่า นิก็ปีน ออฟฟิศญาติศันอยู่แถวไหน นิจะไปหาพรุ่งนี้เช้า...”

    ooooooo

    ความช่วยเหลือจากศันสนีย์เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มีทำให้ชนิกาไม่คิดลังเลหรือเอะใจ ตกปากรับคำจะไปพบนายจ้างหนุ่มแต่เช้า แต่ปัญหาก็คือสถานที่ทำงานของเขาไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯแต่อยู่ภาคใต้

    ชนิกาออกจากบ้านญาติของแสงแต่เช้า ปั้นหน้าร่าเริงไปเยี่ยมสุวัฒน์พร้อมกับข่าวดีเรื่องงานของเธอ

    “เพื่อนนิหางานบริษัททัวร์ให้ค่ะ เงินเดือนตั้งแสนหนึ่งแน่ะค่ะคุณพ่อ ที่เขาให้เงินเยอะเพราะนิได้ภาษาอังกฤษ แต่...นิต้องลงไปทำงานที่สุราษฎร์ธานี”

    สุวัฒน์ที่นอนขยับร่างกายไม่ได้นอกจากกะพริบตาส่งสัญญาณบอกลูกสาวคนเดียวว่าเป็นห่วง ชนิกาลอบถอนใจยาวแต่ก็ยังยิ้มกว้างโกหกพ่อหน้าตาย

    “เจ้าของบริษัทเขาให้นิพักโรงแรมค่ะ คือเขาเป็นเจ้าของโรงแรมด้วย...โรงแรมระดับห้าดาวในตัวเมืองสุราษฎร์ เพราะฉะนั้นปลอดภัยหายห่วง ฟังแล้วสบายใจขึ้นไหมคะคุณพ่อ”

    คนเป็นพ่อกะพริบตาหนึ่งครั้งบ่งบอกว่าสบายใจ ชนิกาน้ำตาคลอ เอ่ยลาเสียงเครือ

    “คุณพ่อขา...นิมาหาไม่ได้บ่อยๆแล้วนะคะ นิจะไปทำงานต่างจังหวัดหาเงินมารักษาคุณพ่อ ทั้งชีวิต...คุณพ่อทำงานหนักเพื่อให้นิสบาย คุณพ่อรักษาสัญญาจะสร้างบ้านใหญ่ๆให้นิอยู่ นิเคยเกเรไม่ตั้งใจเรียน เอาแต่ปาร์ตี้ คุณพ่อไม่ว่าสักคำ คุณพ่อพูดแต่ว่านิมีความสุข คุณพ่อก็มีความสุข”

    ชนิกาหยิบลูกแก้วหิมะออกจากกระเป๋า แล้วส่งยิ้มบางๆให้พ่อ “นิเอามันไปด้วยนะคะ บ้านลูกแก้วของเราสองคน นิสัญญาว่าจากนี้ไป...ลูกสาวไม่เอาไหนคนนี้จะทำทุกอย่างเพื่อคุณพ่อค่ะ”

    แสงยืนมองสองพ่อลูกด้วยแววตาอ่อนโยน เป็นห่วงหญิงสาวที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กไม่น้อยเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่เคยลำบาก แต่ชนิกาก็ยืนยันว่าดูแลตัวเองได้และจะทำทุกทางเพื่อหาเงินมารักษาพ่อ

    ชินภัทรรู้จากศันสนีย์ว่าพนักงานคนใหม่จะมาพบในวันเดียวกัน แต่เขาก็ยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาใส่ใจ ธุรกิจสวนยางเป็นมรดกจากพ่อผู้ล่วงลับ เขาต้องประคับ ประคองสภาวะทางการเงินด้วยความยากลำบากเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยางพาราไม่อำนวย แต่เขาก็ยังโชคดีที่มีลูกค้าเก่าแก่

    “อาไม่ต้องช่วยซื้อยางราคาเดิมหรอกครับ ซื้อราคาตลาดเหมือนลูกค้าคนอื่น”

    “ตอนราคายางเกือบสองร้อย ชินภัทรขายให้อาร้อยกว่า ไม่ขึ้นราคา พอราคายางตกต่ำ อาก็อยากช่วย”

    “ก่อนตาย...พ่อสั่งผมให้ให้ความสำคัญกับลูกค้าของพ่อ อารับซื้อยางสวนยางผมตั้งแต่รุ่นพ่อ สำหรับผม...อาไม่ใช่ลูกค้าครับ อาเป็นญาติคนหนึ่ง”

    ooooooo

    ชนิกามาถึงตัวเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีช่วงบ่ายของวันเดียวกัน หญิงสาวพยายามหารถรับจ้างแต่เมื่อผู้คนได้ยินชื่อสวนยางชินภัทรก็ไม่มีใครยอมไปส่ง

    สาวสวยขาปาร์ตี้เกือบถอดใจแล้วแต่เมื่อเปิดกระเป๋ามาเจอลูกแก้วหิมะของพ่อก็ทำให้ฮึดสู้อีกครั้ง แต่คงเพราะตื่นเต้นมากไป ลูกแก้วของรักเลยหลุดมือ กลิ้งหลุนๆไปหยุดตรงเท้าของใครบางคน...

    ชินภัทรซึ่งเพิ่งเสร็จธุระกับลูกค้าเก่าแก่นั่นเองที่เกือบเหยียบลูกแก้วหิมะของสาวสวยแปลกหน้า เขาประทับใจเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่เพราะบุคลิกเงียบขรึม เก็บเนื้อเก็บตัวและไม่ค่อยได้แสดงออก นายหัวหน้าเข้มเลยทำได้แค่หยิบลูกแก้วคืนให้และมองตามเธอจนลับตา

    รอยยิ้มของชินภัทรยังไม่เลือนหายเมื่อเดินถึงรถ พลันก็ต้องหุบยิ้มด้วยความหัวเสีย เมื่อเห็นรอยลิปสติกสีแดงน่าเกลียดเขียนบนกระจกหน้ารถเป็นคำว่าฆาตกร!

    นายหัวหน้าเข้มรู้ดีว่าเป็นฝีมือใครแต่ไม่โวยวาย ก้มหน้าก้มตาเช็ดรอยลิปสติกจากรถ แต่ก็ต้องฉุนขาดเมื่อได้ยินเสียงซุบซิบของเหล่าชาวบ้านว่าเขาเป็นฆาตกรหนีคดี

    “ตะกี้ใครพูดวะ ไหน...แน่จริงก็ออกมาพูดกันต่อหน้านี่!”

    เหล่าชาวบ้านถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงตวาดแยกย้ายคนละทิศคนละทางเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

    ชนิกาไม่ได้สนใจเหตุการณ์วุ่นวายนั่น ลากสังขารที่เมื่อยล้าเพราะเดินทางทั้งวันไปนั่งร้านกาแฟไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้น แต่เพียงไม่กี่อึดใจก็ต้องตาโต เมื่อเห็นสาวใหญ่เดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาในร้าน

    ศรีจันทร์แม่ของศิริกัญญานั่นเองแขกคนล่าสุดของร้านกาแฟ ปาริฉัตรสาวสวยเจ้าของร้านรีบมาต้อนรับตามประสาคนคุ้นเคยกันดี แต่ก็ต้องตกใจมากเมื่ออีกฝ่ายโพล่งออกมา

    “เมื่อกี้น้าเจอรถไอ้ฆาตกร ยืนรอมันตั้งนานแต่มันไม่กลับมา เลยเขียนประจานมันไว้ที่กระจกรถ”

    ปาริฉัตรเป็นน้องสาวคนเดียวของปานธงและรู้ดีว่าความตายของศิริกัญญาสร้างความบาดหมางระหว่างเพื่อนรักและครอบครัวไว้มากแค่ไหน เลยได้แต่ช่วยเตือนสติและปลอบให้ใจเย็น

    “อย่าไปยุ่งคนใจคอโหดร้ายเลยค่ะ...อันตราย”

    “น้าทนไม่ได้! คนทำชั่วแต่กลับอยู่ดีมีสุข”

    “เดี๋ยวกรรมก็ตามทันค่ะ”

    “เมื่อไหร่ล่ะ หรือรอจนมันแก่ตายไปเอง”

    “ฆาตกร...ตายไปก็ต้องตกนรกค่ะ”

    “น้าไม่รู้ว่านรกมีจริงไหม ชาติหน้ามีจริงรึเปล่า น้าต้องการให้มันรับกรรมในชาตินี้...ตอนนี้ได้ยิ่งดี!”

    ไม่ทันขาดคำ ศรีจันทร์ก็เบิกตาโพลง วิ่งถลาไปนอกร้านเพื่อขวางรถของใครบางคน ปาริฉัตรวิ่งตามด้วยความเป็นห่วง ทิ้งชนิกาลูกค้าคนสวยไว้ในร้าน พร้อมกับความงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น...

    ooooooo

    รถของชินภัทรนั่นเองที่ศรีจันทร์ถลาไปขวาง นายหัวหน้าเข้มเหยียบเบรกตัวโก่ง โมโหมากแต่ก็ไม่ยอมออกจากรถไปมีเรื่องด้วย เสียงร้องเอะอะของศรีจันทร์ทำให้เกิดไทยมุง ชนิกาทนอยากรู้ไม่ไหวต้องโผล่ไปดูด้วย แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินว่าสาวใหญ่เจ้าของเสียงดังนั้นกำลังเอาเรื่องกับฆาตกรฆ่าข่มขืน!

    ปานธงขับรถผ่านมาพอดี อารมณ์ดีๆจากการทำงานช่วยเหลือคนอื่นเหือดหาย เมื่อเห็นว่าศรีจันทร์กำลังมีเรื่องกับชินภัทรศัตรูคู่อาฆาต อดีตเพื่อนรักที่ตัดขาดมาหลายปี

    นายหัวหนุ่มเจ้าของสวนยางปานธงตั้งท่าจะร่วมวงมีเรื่องด้วย แต่ปาริฉัตรก็รั้งไว้และพาทั้งสองกลับเข้าร้านกาแฟจนได้ ชนิกามองตามคนโน้นคนนี้ด้วยสีหน้างุนงง เธอมองตามรถของคนที่ได้ชื่อว่าฆาตกรฆ่าข่มขืนจนลับตาและจดจำทะเบียนรถไว้ขึ้นใจ เผื่อพบเจอกันอีกจะได้ระวังตัว

    เมื่อกลับเข้าร้านกาแฟของปาริฉัตรอีกครั้ง ชนิกาก็กลายเป็นเป้าสายตาของคนเกือบทั้งร้าน โดยเฉพาะปานธงที่ประทับใจในความสวยของเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่เพราะถูกน้องสาวคนเดียวส่งสายตาปราม เลยทำได้แค่ส่งยิ้ม ไม่ได้เข้าไปทำความรู้จักเหมือนอย่างที่อยากทำ

    แต่โชคชะตาก็เล่นตลก เพราะปานธงได้พบสาวสวยลูกค้าร้านกาแฟของปาริฉัตรอีกครั้งในเวลาต่อมา สภาพเหมือนนักท่องเที่ยวหลงทางของเธอทำให้เขาอดจอดรถถามไม่ได้

    คำตอบของเธอที่ว่าจะไปสวนยางชินภัทรทำให้เขาอึ้งไปอึดใจ กว่าจะโพล่งถามออกไป

    “คุณจะไปทำอะไรที่นั่นครับ”

    “ทำงานค่ะ เพื่อนสนิทแนะนำมา คุณชินภัทรเป็นญาติเพื่อนน่ะค่ะ”

    “ติดรถผมไปก็ได้ครับ ผมผ่านบ้านชินภัทร”

    ชนิกาไม่คิดมาก อยากไปเจอนายจ้างหนุ่มเต็มที เลยยอมติดรถเขาไปอย่างง่ายดาย ปานธงเหลือบมองเธอด้วยแววตาเสียดาย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเตือนให้ระวังตัว

    คำเตือนและสีหน้าจริงจังของเขาทำให้ชนิกาเอะใจ แต่ไม่ทันถาม รถก็แล่นมาถึงทางเข้าบ้านของชินภัทรแล้ว

    “ผมส่งตรงนี้นะครับ ไม่อยากไปหน้าบ้านมัน เพราะถ้าเข้าถึงในบ้าน หมอนั่นได้เอาเรื่องผมแน่ จำไว้นะครับ ว่าหมอนี่...เป็นคนอันตราย”

    “บอกดิฉันมาได้ไหมคะ คุณชินภัทรเป็นคนอย่างไร ทำไมคุณถึงเตือนให้ดิฉันระวังตัว”

    “เอาเป็นว่าหมอนี่เป็นคนอันตรายก็แล้วกันครับ”

    แต่ถึงจะไม่ยอมเล่าเรื่องชินภัทร ปานธงก็บอกทิ้งท้ายให้เธอมาหาเขาได้หากต้องการความช่วยเหลือ เพราะสวนของเขาอยู่ไม่ไกลกันนัก ชนิกาเดินลากกระเป๋ามาถึงตัวบ้านในอึดใจต่อมา วาดแม่บ้านของชินภัทรมาต้อนรับด้วยสีหน้าบูดบึ้งและน้ำเสียงห้วนจัด จนปาหนันสาวใช้ประจำบ้านสงสารแอบมาคุยเป็นเพื่อน

    การรอคอยไม่นานนัก บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายเพราะปาหนันเป็นเพื่อนคุยที่ดี แต่พลันที่ชนิกาได้เห็นทะเบียนรถเจ้าของบ้านและว่าที่นายจ้าง สาวสวยขาปาร์ตี้ก็ต้องผงะ และเมื่อตั้งหลักได้ก็คว้ากระเป๋าวิ่งหนีแทบไม่ทัน!

    ooooooo

    ชนิกาจำได้ว่าทะเบียนรถนี้คือคันเดียวกับรถของชายหนุ่มที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรฆ่าข่มขืน แต่ที่ร้ายกว่านั้น เขายังเป็นคนเดียวกับชายหนุ่มหน้าเข้มที่เก็บลูกแก้วหิมะของเธอมาคืนด้วย

    ความกลัวทำให้สาวสวยขาปาร์ตี้วิ่งหนีไม่คิดชีวิต โดยไม่รู้เลยว่าชินภัทรเห็นเธอจากข้างในบ้านและจำได้ทันทีว่าเธอคือสาวสวยที่เขานึกชอบตั้งแต่แรกเห็นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

    ชินภัทรยินดีมากเมื่อคิดว่าหญิงสาวที่เขาถูกตาต้องใจจะมาทำงานด้วย แต่เพียงไม่นานก็เปลี่ยนเป็นความสงสัย เมื่อพบว่าเธอมีท่าทางหวาดกลัวและตั้งหน้าตั้งตาหนีโดยไม่สนใจว่าเขากำลังตามมา

    สองหนุ่มสาววิ่งไล่กันจนเหนื่อย ท้องฟ้าโปร่งก็เริ่มมืดครึ้มเหมือนฝนจะตกหนัก ชนิกากลัวจับใจแต่ก็ยังวิ่งไม่หยุด แต่คงเพราะเดินทางทั้งวันเลยขยับตัวช้าลงเรื่อยๆและถูกว่าที่นายจ้างตามทันในที่สุด

    ชนิกากลัวมากแต่ยังทำใจสู้ทักทายเขาตามมารยาท ชินภัทรแปลกใจกับท่าทางตื่นๆนั้น แต่เมื่อเธออ้างว่าพ่อไม่สบายหนัก อาการทรุดและขอตัวกลับกรุงเทพฯกะทันหัน จึงอาสาไปส่งที่ท่ารถ

    อาการรีบร้อนและคำปฏิเสธจะให้ไปส่งของเธอทำให้เขาเอะใจ และอดไม่ได้จะแกล้งถาม

    “ไหนศันว่าคุณร้อนเงินมาก ต้องการงาน”

    “ขอดิฉันลงมาสัมภาษณ์งานใหม่วันหลังนะคะ”

    “อุตส่าห์มาแล้ว...ก็อย่าให้เสียเที่ยวเลยครับ”

    ชินภัทรขยับไปใกล้ ชนิกาถึงกับผวาและตัดสินใจวิ่งหนีเข้าสวนยาง!

    สวนยางกลายเป็นสนามเด็กเล่นของสองหนุ่มสาวที่วิ่งไล่จับกันอย่างไม่ลดละ ชนิกาซึ่งเจ็บขาเป็นทุนเพราะเดินมาทั้งวันทนวิ่งต่อไม่ไหวล้มลงพื้นแบบหมดท่า ชินภัทรตามมาทันในอึดใจต่อมาและยิ่งหงุดหงิดเมื่อเธอทำท่าเหมือนรังเกียจและหวาดกลัวเขาแบบไม่มีเหตุผล

    “อย่าเข้ามานะ ฉันไม่ยอมแกหรอก ถึงยังไงฉันก็สู้ตาย”

    “นี่คุณคิดว่าผมจะ...คิดอะไรบ้าๆ”

    ชินภัทรโกรธมากแต่เป็นห่วงอาการที่ขาของเธอมากกว่าเลยจะช่วยดู แต่หญิงสาวก็ฤทธิ์มาก คว้าท่อนไม้ข้างตัวฟาดเขาเต็มแรงจนแทบทรุด แต่กระนั้นนายหัวหน้าเข้มก็หาทางจัดการและแบกเธอกลับบ้านจนได้

    ชนิกาไม่ยอมจนมุมง่ายๆ ทันทีที่เขาวางเธอลงก็คว้าข้าวของรอบตัวปาใส่ วาดกับปาหนันต้องช่วยกันห้ามแต่สาวสวยจากกรุงเทพฯก็ไม่หยุด ชินภัทรทนไม่ไหว เอ็ดลั่นด้วยความโมโห

    “ไปได้ยินอะไรมา”

    “ฉันไม่กลัวแกหรอกไอ้โรคจิต ถ้าแกฆ่าฉัน วิญญาณฉันจะตามหลอกหลอนแกให้อยู่ไม่เป็นสุข ฉันไม่ยอมตายฟรีเหมือนผู้หญิงที่แกฆ่าข่มขืนหรอกนะไอ้ฆาตกรฆ่าข่มขืน!”

    ขาดคำของเธอ ชินภัทรก็หมดความอดทน ตวาดลั่นให้เธอออกจากบ้าน ชนิกาไม่สนใจใครทั้งนั้น รีบวิ่งไปแบบไม่เหลียวหลัง แต่เธอก็เคลื่อนตัวได้ช้าเหลือเกินเพราะกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ดันล้อหลุด!

    ooooooo

    ฝนตกหนักราวกับฟ้าคลั่งหลังจากนั้น ชินภัทรต้องต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก ไม่ให้ออกไปตามหาสาวสวยจากกรุงเทพฯที่เพิ่งไล่ออกไปเพราะสะกิดแผลเก่าในอดีตของเขา

    แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ทำให้เขาต้องตัดอคติและความโกรธ ผลุนผลันออกจากบ้านไปนำตัวเธอกลับมา วาดไม่อยากให้ช่วยเพราะไม่ไว้ใจ แต่ชินภัทรก็ทนดูดายไม่ได้ ไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนเพราะเขาอีกแล้ว

    ชนิกาตัดสินใจทิ้งกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้หน้าบ้านของปานธงและหอบร่างสะบักสะบอมไปขอความช่วยเหลือจากเขา เพราะจำได้ว่าบ้านเขาอยู่ไม่ไกลและเขาก็เสนอตัวแล้วว่าจะช่วยหากเธอมีปัญหา

    และเมื่อเจอหน้า ชนิกาก็ต่อว่าทันทีที่เขาไม่บอกความจริงเรื่องชินภัทร

    “คุณน่าจะบอกดิฉัน ผู้ชายคนนั้นเป็นฆาตกรฆ่าข่มขืน”

    “ชินภัทรข่มขืนผู้หญิงครับ...แต่ไม่ได้ฆ่า”

    “มันก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ ผู้หญิงที่โดนข่มขืนก็เหมือนตายทั้งเป็น”

    ปานธงช่วยพันข้อเท้าที่เจ็บ แต่ไม่ทันอธิบายอะไรมากกว่านั้น ชินภัทรที่เดาได้ว่าเธอคงมาขอความช่วยเหลือจากปานธงเพราะเห็นกระเป๋าเดินทางของเธอที่หน้าบ้าน ก็โผล่มาตามกลับเสียก่อน

    “ไม่! ฉันไม่ไปกับคุณ คุณปานธงช่วยฉันด้วยค่ะ”

    ชินภัทรไม่สนใจ ถลาไปลากตัวจะพากลับ แต่ปานธงก็มาขวางและยื้อยุดจนเกิดชกต่อยกันให้วุ่น!

    ปานธงพยายามสู้เต็มที่แต่ก็สู้แรงอดีตเพื่อนรักไม่ไหว ถูกซัดกลับจนน่วมทั้งตัว ชนิกาเห็นท่าไม่ดี ตั้งท่าจะหนีแต่ก็ถูกชินภัทรลากขึ้นรถจนได้ แต่กระนั้น...

    สาวสวยขาปาร์ตี้ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ ขยับจะยื้อแย่งพวงมาลัยรถจนเกือบเสียหลัก ชินภัทรต้องจอดรถและดึงตัวมากอด พร้อมกับจ้องหน้าจะเอาเรื่อง

    สภาพเปียกปอนของชนิกาไม่น่าดูนัก แต่กลับยั่วยวนอย่างประหลาดจนชินภัทรต้องเบือนหน้าหนี บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอึดอัด แต่เพียงไม่นานทั้งสองก็ตื่นจากภวังค์เพราะเสียงมือถือของชินภัทร

    ศันสนีย์นั่นเองที่โทร.ทางไกลมาหาญาติหนุ่ม ชนิกาได้ยินชื่อเพื่อนสนิทก็จัดการแย่งมาพูดด้วย

    “ศันทำอย่างนี้กับนิได้ยังไง ส่งนิมาหาพวกข่มขืน”

    น้ำเสียงร้อนรนของชนิกาทำให้ศันสนีย์สาแก่ใจแต่ยังแกล้งทำไม่รู้เรื่อง

    “ก็ญาติศันไง คนแถวนี้บอกว่าเขาเคยข่มขืนผู้หญิง”

    “อ๋อ...เข้าใจแล้ว นิอย่าไปฟังคนอื่นพูด ศันรู้จักชินภัทรดี ชินภัทรไม่ได้ข่มขืนผู้หญิงคนนั้น เขาแอบรักชินภัทร พอชินภัทรไม่รักตอบเลยใส่ร้ายหาว่าชินภัทรข่มขืนจนท้อง”

    ชนิกาถึงกับอึ้งไป ยังไม่เชื่อเสียทีเดียว แต่เพียงเท่านั้นศันสนีย์ก็จับทางเพื่อนสาวได้

    “ระหว่างคนอื่นกับศัน...นิเชื่อใคร ศันยืนยันว่าชินภัทรโดนใส่ร้าย ชินภัทรอาจจะดูห่ามๆ แต่จริงๆแล้วจิตใจดี ที่สำคัญถ้าเขาเป็นคนเลว ศันจะให้นิไปทำงานกับเขาเหรอ”

    คำพูดของเพื่อนมีน้ำหนักจนชนิกาเริ่มคล้อยตามแต่ยังตะขิดตะขวงใจ และศันสนีย์ก็รู้ดี แกล้งพูดเรื่องสุวัฒน์

    “คิดดูนะ...พอศันบอกว่านิหาเงินรักษาพ่อ ชินภัทรก็รับปากช่วยแบบไม่ลังเล แต่ถ้าไม่สบายใจ นิก็ไม่ต้องทำงานกับชินภัทร กลับกรุงเทพฯหางานอื่น แต่งานเงินเดือนเป็นแสน ศันบอกเลยนิหาไม่ได้หรอก...คิดดูดีๆ”

    ชนิกาถึงกับพูดไม่ออก แต่อาการเงียบเหมือนจนด้วยเหตุผลก็ทำให้ศันสนีย์พอเดาได้ว่าเพื่อนรักของเธอยอมรับแล้ว และทันทีที่วางสาย ก็แสยะยิ้มร้ายด้วยความสะใจ

    “จัดการเลยชินภัทร ทำเหมือนที่ทำกับผู้หญิงคนนั้น ฉันส่งเนื้อถึงปากเสือแล้วนะ”

    ชินภัทรที่อดทนฟังมาตลอดแต่ก็จับต้นชนปลายอะไรไม่ได้ เพราะสาวสวยว่าที่ลูกจ้างของเขาไม่ได้พูดอะไร นอกจากนิ่งฟังศันสนีย์ และเขาก็อดไม่ได้จะถามด้วยความอยากรู้

    “ศันคุยอะไรกับคุณ”

    “ศันว่าคุณไม่ได้ข่มขืนใคร คนอื่นมองคุณผิด”

    “ใช่...รวมทั้งคุณด้วย”

    “ศันเป็นเพื่อนรักฉัน ในเมื่อเขายืนยัน ฉันก็...ยอมเสี่ยง ฉันจะทำงานกับคุณ แต่เงินเดือนฉันแสนหนึ่งแน่นะ”

    ชินภัทรพยักหน้ารับแบบเสียไม่ได้ ชนิกาดีใจมาก รีบขอเบิกล่วงหน้าหนึ่งเดือนไปจ่ายค่ารักษาพ่อ น้ำเสียงและท่าทางของเธอทำให้ชินภัทรเชื่อสนิทว่าเธอไม่ได้โกหก จึงตกปากรับคำง่ายๆ แต่กระนั้นก็ไม่วายตีหน้าเข้มดักคอว่าแค่เดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นเธอจะได้เงินเดือนตามเวลาปกติ!

    ooooooo

    ปานธงไม่ยอมแพ้ รวบรวมแรงเท่าที่ไหวตามไปเอาเรื่องชินภัทรถึงบ้าน ชนิกามีสีหน้าลำบากใจเพราะเพิ่งตกปากรับคำจะทำงานกับนายหัวหน้าเข้ม และยิ่งเครียดหนักเมื่อเขาชวนกลับด้วยกัน

    “คือ...ดิฉันจะทำงานกับคุณชินภัทรค่ะ”

    “แต่เมื่อกี้คุณหนีไปบ้านผม”

    “ดิฉันเพิ่งเข้าใจอะไรมากขึ้นน่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย”

    “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

    “ดิฉันขอโทษค่ะ ดิฉันเสียใจจริงๆที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อนด้วย คุณกลับไปเถอะนะคะ ฉันจะทำงานที่นี่ค่ะ”

    “ที่นี่มันอันตราย...คุณไม่ควรอยู่”

    เอ่ยทิ้งท้ายแล้วหุนหันจากไป ทิ้งชนิกาให้มองตามด้วยความรู้สึกผิดที่โวยวายจนเป็นเรื่องใหญ่โต ลากคนโน้นคนนี้มาเกี่ยวข้องจนวุ่นวายไปหมด

    วาดเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ไม่พอใจมากที่สาวสวยจากกรุงเทพฯหรือตอนนี้คือพนักงานใหม่หมาดๆก่อเรื่องให้ชินภัทรเดือดร้อนเลยมึนตึงใส่ ร้อนถึงปาหนันต้องช่วยไกล่เกลี่ยแต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศดีขึ้น

    ชินภัทรก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศชวนอึดอัดนี้ จึงช่วยแก้สถานการณ์ด้วยการชวนคุยเรื่องอื่น

    “คุณต้องทำงานอะไรบ้าง ไว้ผมจะบอกวันหลัง...คุณชื่ออะไร”

    “ชนิกาค่ะ...ตอนอยู่เมืองนอกเพื่อนเรียกว่านิกกี้ค่ะ แต่คุณเรียกนิก็ได้นะคะ”

    นายหัวหน้าเข้มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะสั่งปาหนันให้ไปยกกระเป๋าเดินทางของลูกจ้างสาวคนใหม่ไปเก็บในห้องพักแขก ชนิกาเกรงใจไม่อยากทำตัวมีอภิสิทธิ์ พยายามขอไปพักกับปาหนัน แต่เขาก็ตัดบทเสียงกร้าว

    “ผมเป็นนายจ้างคุณ สั่งอะไรก็ทำไป อย่าเรื่องมาก ผมไม่ชอบ!”

    คำสั่งของนายจ้างหมาดๆทำให้ชนิกาไม่กล้าหือ เช่นเดียวกับวาดแม่บ้านเก่าแก่ที่ดูแลเขามานาน ไม่พอใจมากและหาโอกาสตอนเขาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วทักท้วง

    “คุณชินภัทรไม่น่าไปตามผู้หญิงคนนั้นกลับมาเลย มาถึงวันแรกก็ก่อเรื่อง”

    “ผมรับปากศัน จะรับเพื่อนเขาเข้าทำงาน ผิดคำพูดไม่ได้ครับ”

    “แต่แม่นั่นด่าคุณชินภัทรเป็น...”

    “เขาเข้าใจผิดน่ะครับ...ก็เหมือนคนอื่นๆ”

    “แต่คนอื่นไม่ได้อยู่บ้านเรานะคะ แม่นั่นต้องก่อเรื่องอีก”

    “ผู้หญิงตัวเล็กๆจะสร้างปัญหาอะไรได้หนักหนาครับป้าวาด”

    วาดส่ายหน้าอ่อนใจแล้วแยกไปทำงาน ทิ้งชินภัทรให้ตีหน้าขรึม ก่อนจะลอบยิ้มบางๆเมื่อคิดถึงตอนที่เจอชนิกาครั้งแรก หญิงสาวใบหน้าสวยใส ท่าทางเปรี้ยวไม่หยอก แถมดูเฮี้ยวอีกต่างหาก ทำให้เขาเหนื่อยจนแทบหมดแรง แต่เขาก็โกรธเธอไม่ลงเพราะเข้าใจดีว่าเธอทำไปเพราะเข้าใจผิด

    ปาหนันก็เป็นอีกคนที่คิดว่าชนิกาไม่มีพิษมีภัยและน่าคุยด้วย แต่ท่าทางสงสัยและหวาดระแวงในตัวชินภัทร ก็ทำให้สาวใช้ช่างพูดต้องช่วยแก้ความเข้าใจใหม่

    “คุณชนิกาขา...ไอ้ที่ได้ยินได้ฟังมาน่ะค่ะมันไม่จริ๊งไม่จริงค่ะ คุณชินภัทรเป็นคนดี ปาหนันอยู่กับคุณชินภัทรมาตั้งหลายปี ไม่เห็นคุณชินภัทรปล้ำปาหนันสักทีค่ะ”

    คำบอกเล่าของปาหนันทำให้ชนิกาเริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน แต่กระนั้น...ความอ่อนเพลียและอาการแปลกที่ก็ทำให้เธอเลือกจะเก็บตัวบนห้องพัก ไม่ไปร่วมโต๊ะอาหารกับเจ้านายหนุ่มหมาดๆ วาดหมั่นไส้มาก คิดว่าชนิกามารยาสาไถย แต่ชินภัทรกลับไม่ถือสา แถมสั่งให้ปาหนันยกอาหารไปให้ชนิกาถึงห้องอีกต่างหาก

    ooooooo

    ปานธงเจ็บใจมากที่เสียหน้าเรื่องชนิกา แต่ก็รู้ดีว่าคงทำอะไรไม่ได้มากเพราะเป็นสิทธิของเธอจะเลือกทำงานที่ไหน ปาริฉัตรซึ่งกลับจากร้านกาแฟไม่รู้เรื่อง เห็นพี่ชายง่วนกับการทำอาหารเลยเข้าไปทักเสียงใส

    “หอมไปถึงหน้าบ้านเลยค่ะพี่ธง วันนี้ทำอะไรให้ปากินคะ”

    “ให้ปลากิน...ก็ต้องขนมปังสิจ๊ะ”

    “ปาค่ะ ไม่ใช่ปลา...ปาน้องสาวคนสวยของพี่”

    “ใครบอกปาเหรอว่าปาสวย พี่ว่าปาเลิกคบไปเลยนะ”

    “ทำไมคะ...หวงล่ะสิ กลัวเขาจะมาจีบปาใช่ไหมล่ะ”

    “เปล่า...พี่คิดว่าเขาไม่จริงใจอ่ะ”

    สองพี่น้องเย้ากันพอหอมปากหอมคอ ก่อนที่ปาริฉัตรจะสังเกตเห็นรอยแผลบนหน้าพี่ชาย ปานธงถอนใจยาวและตัดสินใจเล่าเรื่องชนิกาและเหตุวิวาทกับชินภัทร

    “เขาไปทำงานกับชินภัทร พี่พยายามจะช่วยให้เขาออกมา เลยมีเรื่องกับไอ้ชินภัทร”

    “เขาไม่รู้เหรอคะว่าพี่ชินภัทรเคยทำอะไรไว้”

    “รู้...พี่บอกเขาแล้ว แต่เขาก็ยังไปอยู่บ้านชินภัทร พี่ไม่เข้าใจผู้หญิงคนนั้นเลย”

    “ปากลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจังค่ะ...”

    คำพูดของน้องสาวพาปานธงย้อนสู่อดีต เขายังจำได้ดีว่าศพของศิริกัญญาถูกพบในเขตสวนยางของชินภัทร เวลานั้นเขายังไม่รู้สาเหตุ จนกระทั่งศรีจันทร์นำจดหมายที่ศิริกัญญาเขียนก่อนตายว่าถูกชินภัทรข่มขืนจนท้องมาให้ดู

    “แกข่มขืนศิจนท้อง ศิเลยยิงตัวตาย!”

    “ไม่จริงนะไอ้ธง ฉันไม่ได้ทำ”

    “ไอ้เพื่อนสารเลว ไอ้ชั่ว!”

    สองหนุ่มกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตและคู่แข่งทางธุรกิจหลังจากนั้น มิตรภาพที่เคยมีมานานถูกลบเลือน เหลือเพียงความแค้นที่กัดกินในใจ โดยเฉพาะปานธงที่ผูกใจเจ็บคิดว่าชินภัทรอดีตเพื่อนรักเป็นฆาตกร

    ปานธงดึงตัวเองจากอดีต สีหน้าเจ็บปวดจนปาริฉัตรอดรู้สึกผิดไม่ได้ที่พูดถึงเรื่องในอดีต

    “พี่อยากฆ่าไอ้ชินภัทรด้วยมือพี่เองแต่พี่ก็ทำไม่ได้”

    “โชคดีแล้วล่ะค่ะ ฆ่าเขาเราก็ติดคุก ถ้าพี่ธงติดคุกแล้วปาจะอยู่กับใครล่ะคะ”

    “แต่ไอ้ชินภัทรมันก็ลอยนวล กฎหมายเอาโทษมันไม่ได้”

    “บางทีกฎหมายก็ไม่ยุติธรรม แต่กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอค่ะ”

    ชินภัทรไม่ได้สนใจว่าปานธงกับปาริฉัตรจะจงเกลียด จงชังเขาแค่ไหน ด้วยเวลานี้กำลังเพลิดเพลินกับการเย้าแหย่ชนิกาลูกจ้างสาวคนใหม่ที่ทำท่าเกรงกลัวเขาจนผวาไปกับทุกอย่าง

    และคืนนี้หลังกินข้าวในห้องเสร็จ ชนิกาก็ยกถาดอาหารมาวางหน้าห้อง แต่ดันเจอกับชินภัทรที่บังเอิญแวะขึ้นมาดู สาวสวยขาปาร์ตี้หวาดระแวงไม่เลิก ปิดประตูใส่หน้าเขา นายหัวหน้าเข้มเห็นดังนั้นก็นึกสนุก แกล้งพูด

    “คุณ...นี่มันบ้านผมนะ ทุกหลังผมมีกุญแจสำรองไว้ครบ ห้องพักแขกที่ให้คุณนอนมีกุญแจสำรองสามดอก”

    ชนิกาได้ยินดังนั้นก็เครียดหนัก ขนทุกสิ่งอย่าง ทั้งตู้ ตั่ง และโต๊ะภายในห้องมาขวางประตูไว้ เพราะกลัวนายจ้างหนุ่มแอบไขกุญแจมาฆ่าข่มขืน โดยไม่รู้เลยว่าเขาไม่มีความคิดแบบนั้นแม้แต่น้อย นอนหลับอย่างสบายอกสบายใจเสียด้วยซ้ำที่แกล้งให้เธอขวัญผวาได้

    ระหว่างที่ชนิกาปรับตัวกับสถานภาพใหม่ของตัวเอง ศันสนีย์ก็เดินเกมรุก ปั่นหัวและยุแยงพัธนินทร์ไม่ให้ติดต่อเพื่อนสาว อ้างว่าชนิกากำลังวุ่นวายกับการหางานและหาเงินรักษาพ่อ คงไม่ยอมเข้าใจหรือคืนดีด้วยง่ายๆ

    พัธนินทร์ตามมารยาสาไถยของศันสนีย์ไม่ทัน หลงเชื่อและยอมทำตามที่บอก แถมหลงกลแผนตื้นๆที่เธอเอาอกเอาใจ ทำตัวเป็นเพื่อนปลอบใจคลายเหงาที่ดีจนเขาคงคาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะมีเจตนาแอบแฝง!

    ศันสนีย์ปลาบปลื้มใจมากที่พัธนินทร์ยอมให้เธอเข้าใกล้และไว้ใจให้เธอเป็นเพื่อนรับฟังเกี่ยวกับชนิกา ในที่สุดความหวังแบบลับๆที่เริ่มต้นเมื่อหลายปีก่อนก็จะเป็นจริง เธอเป็นคนเจอเขาก่อนและแอบหลงรักเขามานาน ถ้าชนิกาจะไม่ตัดหน้าแย่งเขาไปเป็นแฟน เธอก็คงไม่ต้องอกกลัดหนองแบบนี้ และวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ชนิกาจะต้องชดใช้

    “ศันรักพัธก่อน พัธต้องเป็นของศัน!”

    ooooooo

    แม้จะพยายามบอกตัวเองไม่ให้คิดมาก แต่เรื่องในอดีตก็ตามหลอกหลอนไม่เลิก การมีเรื่องวิวาทกับชินภัทรในวันนี้ทำให้ปานธงหยุดคิดเรื่องเก่าๆไม่ได้ และปาริฉัตรก็รู้ดีจนต้องตามไปปลอบใจ

    “พี่เป็นเพื่อนสนิทชินภัทร ไม่น่าชะล่าใจเลย พี่ไม่รู้เลยว่ามันแอบรักศิ พี่เปิดโอกาสให้มันทำร้ายศิ”

    “ใครจะคิดว่าเพื่อนที่พี่ธงไว้ใจที่สุดจะทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ เลิกโทษตัวเองเถอะค่ะ แม่พี่ศิยังไม่โทษพี่เลย”

    ปานธงสะเทือนใจมาก ยังคิดถึงศิริกัญญาไม่เคยลืม “ปา...ยิ่งทุกคนเห็นใจพี่ พี่ก็ยิ่งรู้สึกผิด พี่ไม่สมควรได้รับความเห็นใจจากใคร ผู้หญิงคนหนึ่งยอมฝากชีวิตไว้กับพี่แต่พี่ปกป้องเขาไม่ได้”

    “การให้อภัยที่ยากที่สุดคือให้อภัยตัวเอง แต่สักวันพี่ธงจะทำได้ค่ะ”

    “ชีวิตนี้...พี่ไม่มีวันให้อภัยตัวเองหรอกปา”

    ชินภัทรเข้าใจถึงความทุกข์ของปานธงดี เขาก็ไม่เคยลืมอดีต ยังฝันร้ายและมีภาพหลอนถึงเหตุการณ์ฆ่าตัวตายของศิริกัญญาเสมอ แต่คืนนี้เขาไม่มีเวลาฟุ้งซ่านเพราะได้รับโทรศัพท์จากกรุงเทพฯว่าอาภาแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุล้มในห้องน้ำจนกระดูกร้าว

    นายหัวหน้าเข้มขับรถขึ้นกรุงเทพฯกลางดึก และทันทีที่เห็นว่าแม่อาการไม่เลวร้ายก็สบายใจขึ้น อาภาปลื้มท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของลูกชายคนเดียวมาก และอดเรียกเขาด้วยชื่อเล่นไม่ได้

    “แม่ครับ...เลิกเรียกชื่อเล่นผมได้แล้วครับ”

    “ก็แม่ชอบนี่...ลูกเนียง น่ารักดี”

    ชินภัทรส่ายหน้าขำๆ เมื่อคิดถึงที่มาของชื่อเล่นตัวเอง “ไม่รู้พ่อคิดยังไง ตั้งชื่อเล่นผม...ลูกเนียง โดนล้อชื่อตั้งแต่ยังไม่เข้าอนุบาล ผมเลยกลายเป็นคนไม่มี

    ชื่อเล่น บังคับให้ทุกคนเรียกชื่อจริง...ชินภัทร”

    “ที่พ่อเขาตั้งชื่อเล่น...ลูกเนียง เพราะตอนเด็กชินภัทรตัวดำเหมือนลูกเนียง”

    “ผมก็ดำเหมือนพ่อนั่นแหละครับ”

    “นี่ถ้าลูกมีลูก...ไม่รู้ว่าหลานแม่จะออกมาตัวดำรึเปล่านะ แม่อยากอุ้มหลานใจจะขาดแล้วนะลูกเนียง”

    “รอผมแต่งงานก่อนแล้วกันครับ”

    และก็เพราะข้ออ้างนี้เอง ทำให้อาภาวางแผนจับคู่ลูกชายให้กับบรรดาลูกสาวของกลุ่มเพื่อน และตอนนี้คนที่เข้าข่ายและน่าสนใจสุดคงหนีไม่พ้นอมีนาหรือมีน สาวสวยลูกสาวเพื่อนสนิทของเธอ

    อมีนาเป็นคนสวยและเปรี้ยวจี๊ด หญิงสาวสนุกสนานกับการเปลี่ยนคู่ควงและเพื่อนเที่ยวตามประสาสาวสมัยใหม่ อาภาวางแผนให้เธอเจอชินภัทรลูกชายคนเดียวที่โรงแรมกิจการของตระกูล โดยให้หญิงสาวมาฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยของเธอ และวันนี้ก็ถึงเวลาแล้ว เมื่ออาภาส่งชินภัทรมาดูงานที่โรงแรมแทน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:48 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์