ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ด้วยความดีใจที่ได้ลูกกลับคืนมา อุทัยกับวณีปรึกษากันจะจัดเลี้ยงรับขวัญลูก เมื่อบอกเปีย เปียตื่นเต้นดีใจมาก ทั้งสองบอกว่าเปียอยากให้จัดงานแบบไหนให้บอกมาเลย

เปียเสนอให้จัดแบบปาร์ตี้ให้เชิญพี่เวียร์ พี่วี และพี่ซีมาร่วมงานด้วย ตนอยากถ่ายรูปกับดารา อุทัยทำหน้าบอกไม่ถูกบอกว่าไม่ใช่งานแบบนั้นแต่จะจัดแบบภายในครอบครัว โดยจะเชิญญาติๆและเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่และคุณย่ามาร่วมงานด้วยเท่านั้น

“แล้วมันจะใหญ่เหรอคะ” เปียทำหน้าผิดหวัง วณีรีบพูดเอาใจว่าแม่จะจัดให้ใหญ่ที่สุด อลังการที่สุด เปียพูดทันทีว่า “แล้วในงานเปียก็ต้องสวยที่สุดด้วย” พูดแล้วหัวเราะคิกคัก

แต่พออุทัยบอกวณีว่าจะถามเลอสรรว่าจะกลับมางานได้หรือไม่ เปียถามว่าเลอสรรเป็นใคร พอวณีบอกว่าเลอสรรเป็นพี่ชายของเปียเท่านั้น เปียหน้าหงิกเดินหนีเข้าห้องทันที วณีตามมาถามจึงรู้ว่าเปียไม่พอใจที่รู้ว่าอุทัยกับวณียังมีเลอสรรเป็นลูกบุญธรรมอีกคน

“เปียไม่ให้มา” เปียเสียงกร้าว “ก็แค่ลูกบุญธรรมแล้วมีศักดิ์มีสิทธิ์อะไรถึงต้องมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับเปียด้วย มันเป็นงานของเปีย เปียอยากเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่คนเดียว เปียไม่อยากให้มีใครเด่นกว่าเปีย เปียกลัวพ่อกับแม่ไม่รักเปีย”

“โอ๋...จ้ะๆ ไม่มาก็ไม่มาจ้ะ งั้นแม่จะไม่บอกตาเลอ งานเลี้ยงต้อนรับเปีย เปียต้องเด่นต้องเป็นลูกคนเดียวของพ่อกับแม่จ้ะ” วณีกอดโอ๋ เปียจึงสงบ กอดวณีขอบคุณอย่างประจบ อุทัยมองเปียอย่างกังวล

แต่พอคุณหญิงรู้ก็ตำหนิวณีว่าไม่น่าตามใจเปียขนาดนั้นเลย ถามว่าแล้วถ้าเลอสรรรู้ล่ะ อุทัยพูดอย่างเข้าใจเลอสรรว่าเขาคงไม่คิดเล็กคิดน้อย แต่ก็ไม่อยากให้วณีตามใจลูกมากไปเดี๋ยวจะเสียนิสัย ย้ำกับวณีว่า

“ที่สำคัญ...ถึงจะเป็นลูกบุญธรรม แต่ยังไงเราสองคนก็รักตาเลอเหมือนลูก ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของอนุรักษ์ธานิน ตาเลอก็ต้องได้อยู่แล้ว”

วณีขอร้องว่าสักวันหนึ่งเปียกับเลอสรรก็ต้องเจอกัน ปล่อยให้ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า คุณหญิงเห็นด้วย

แม้อุทัยจะไม่เห็นด้วยนักแต่ก็ไม่อยากขัด

ooooooo

เปียผยองลำพองใจที่อุทัยกับวณีจะจัดงานรับขวัญใหญ่โตให้ เดินมาเห็นน้อยก็ตรงรี่ไปถามว่ามาทำอะไร

น้อยบอกว่าน้าเย็นได้ข่าวว่าจะมีการจัดงาน รับขวัญเปียจึงให้มาดูว่าจะช่วยทำอะไรได้บ้าง  ถูกเปีย หัวเราะเยาะว่า

“งานไฮโซอย่างนี้ น้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรได้ ไสหัวไปเลยไป๊” ไล่แล้วผลักอย่างแรงจนน้อยผงะ น้อย พูดอย่างไม่พอใจว่า บอกดีๆ ก็ได้ทำไมต้องผลักกันด้วย เปียถลึงตาท้าว่า “อยากผลักมีอะไรไหม” แล้วผลักซ้ำอีก

“น้อยไม่มีหรอก ยังไงเราก็พี่น้องกัน อะไรยอมได้น้อยยอม  แต่คนอื่นที่เห็นเขาจะตำหนิ ลูกผู้ลากมากดีอย่างเปียทำไมถึงได้ทำท่าเป็นสก๊อย” เปียทำท่าจะตบ น้อยเน้นคำว่า “โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ของเปีย!” พูดแล้วมองไปข้างหลังเปีย

เปียเอะใจหันมองเห็นอุทัยกับวณีกำลังเดินตรวจการเตรียมงานมา น้อยไหว้ส่วนเปียถึงกับหน้าเผือด ทั้งสองถามว่าคุยอะไรกันอยู่? เปียปั้นน้ำเป็นตัวทันทีว่าตนบอกให้น้อยมางานเลี้ยง แต่น้อยไม่ว่างจะออกไปซื้อของข้างนอกกับน้าเย็น

แต่พออุทัยติงว่างานเลี้ยงตอนกลางคืนน้อยน่าจะกลับมาทัน เปียก็กันท่าว่าไม่ทันแน่เพราะน้าเย็นเป็นคนซื้อของนาน ส่วนน้อยก็ชักช้าเป็นเต่ากว่าจะกลับมาก็ได้เวลาผีออกพอดี

“คุณหนูเปียนี่ช่างเข้าใจเปรียบเทียบนะคะ สงสัย จะเป็นญาติกับผีถึงได้รู้เวลาผีเข้าผีออก” เย็นเดินหัวเราะมาสมทบวณีมีน้ำใจบอกเย็นอย่าเพิ่งไปซื้อของได้ไหมจะได้อยู่ร่วมงานกันก่อน เย็นมองตาคมกริบพูดหน้านิ่งว่า

“ผัวทั้งคน ดิฉันยังยกให้คุณได้ เรื่องแค่นี้...สบายค่ะ” พูดแล้วเห็นอุทัยหน้าเจื่อนก็หัวเราะขำ “แน่ะ...คุณอุทัยทำหน้าบางอีกแล้ว จะปิดทำไมคะ ยังไงคนในบ้านนี้ก็รู้ว่าดิฉันเคยเป็นเมียของคุณ”

เปียได้โอกาสยิ้มประจบวณีว่า “ก็แค่เคย เพราะตอนนี้ภรรยาของคุณพ่อคือคุณแม่ของเปีย” พลางกอดวณีเย้ยเย็น

วณียังพยายามชวนเย็นมาร่วมงาน เย็นพูดประชดว่าในเมื่อวณีอุตส่าห์ลดตัวลงมาขอร้องคนอย่างตน ตนก็ยินดี เสนอว่าน้อยพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง คืนนี้จะให้น้อย รำอวยพรเปียให้มีความสุขด้วย วณีดีใจถามว่าแล้วเปียจะโชว์อะไร เปียตอบอวดดีเอาตัวรอดว่า “คนสวยไม่ต้องทำอะไร เดินสวยๆ ก็เด่นที่สุดแล้วค่ะ”

“งั้นคืนนี้เจอกันนะจ๊ะ ฉันจะรอดูหนูน้อยรำอวยพรจ้ะ” วณีแตะแขนน้อยอย่างเอ็นดู เปียแทบทนดูไม่ได้แต่ไม่กล้าทำอะไรได้แต่แอบจิกตาใส่น้อย ส่วนเย็นยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

เปียเจ็บใจ ไปดักเย็นที่บ้านพักถามว่าทำไมน้าเย็นทำแบบนี้ เย็นพยักหน้าให้น้อยขึ้นบ้านไปก่อน แล้วจึงด่าเปีย

“ถ้าแกไม่ตอแหล ดัดจริต ฉันก็ไม่ให้ยัยน้อยมันไปงานหรอก แต่ในเมื่อสันดานของแกมันไม่ดี ชอบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ฉันเลยต้องสั่งสอน” น้อยถามจิกว่าสั่งสอนลูกเจ้าของบ้านเนี่ยนะ? ถูกเย็นกระชากผมจนหน้าหงายปราม “อย่ากำเริบกับฉันนะนังเปีย ฉันเป็นคนทำให้แกมาอยู่ที่นี่ได้ ฉันก็ทำให้แกออกไปจากที่นี่ได้เหมือนกัน” พูดแล้วผลักจนเปียล้มชี้หน้าไล่ “ไป! แกรีบกลับไปแต่งองค์ทรงเครื่องให้พร้อมสำหรับงานคืนนี้ ก่อนที่แกจะถูกฉันต่อยตาเขียวจนเครื่องสำอางอะไรก็กลบไม่มิด นอกจากขุดหลุมฝังแกอย่างเดียว ไป๊!!”

เปียรีบลุกฮึดฮัดใส่เย็นแล้ววิ่งหนีไปเพราะรู้ดีว่าขืนอวดดีกับเย็นมีหวังได้ตายจริงๆ แต่พอเข้าห้องนอน

ก็ปิดประตูปัง จิกตาพึมพำ “คิดจะให้ยัยน้อยมันเด่นกว่าฉันเหรอ? ไม่มีทาง!! ยังไง ‘ซีเปีย’ ต้องเด่นที่สุด!!”

ooooooo

ในงาน...บรรดาเพื่อนของคุณหญิงต่างมาแสดงความยินดีและอยากเห็นหนูเอื้อย คุณหญิงบอกว่าหลานตนเปลี่ยนชื่อเป็นเปียแล้ว

บรรดาแขกที่มางานต่างอยากเห็นคนสำคัญของงาน แต่จนเวลาล่วงเลยไปนานก็ไม่เห็นเปียลงมา วณีจึงไปตาม พอวณีเห็นผมของเปียยุ่งเหยิงก็ถามว่าทำไมผมเป็นแบบนี้ เปียชี้หน้าช่างฟ้องว่าทำผมจนตนกลายเป็นป้าไปแล้ว วณีเร่งให้รีบทำผมให้เสร็จแล้วลงไปเพราะแขกผู้ใหญ่รออยู่ แล้วออกจากห้องไป

เปียแย่งไดร์จากช่างไปเป่าผมจนฟูยุ่งแบบสก๊อย ช่างตกใจบอกว่า

“คุณหนูจะทำทรงนี้ไม่ได้นะคะ มันเหมือนสก๊อย ไม่เข้ากับชุดนางฟ้าของคุณหนูเลยค่ะ”

“ก็ฉันชอบ ฉันจะทำมีอะไรรึเปล่า” เปียเอาไดร์ทิ่มใส่หน้าช่างจนผงะ

วณีลงไปที่บริเวณจัดงาน บอกว่าเปียยังแต่งตัวอยู่ อุทัยบ่นว่าแต่งตั้งแต่บ่ายสองจนป่านนี้ยังไม่เสร็จอีกหรือ

“ยัยเปียจะแต่งหน้าจนถึงเวลาพระออกบิณฑบาตแม่ก็ไม่ว่า แต่นี่มีแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้น ให้เขา รออย่างนี้ได้ยังไง!” คุณหญิงไม่พอใจ อุทัยจึงเสนอให้รำอวยพรก่อนเลย มีโชว์อะไรบ้างแขกจะได้ไม่เบื่อ วณีเห็นด้วย

บรรดาช่างได้ยินเสียงเพลงต่างโผล่ไปดู เห็นน้อยกำลังรำอย่างอ่อนช้อยสวยงาม ช่างคนหนึ่งอุทานตื่นเต้นว่า

“นางฟ้านางสวรรค์ที่ไหนมารำอวยพรสวยจัง” อีกคนบอกว่า “สวยจังรำก็สวย ถ้าไม่ใช่นางฟ้าบอกว่าเป็นดาราฉันก็เชื่อ”

เปียทนไม่ได้กระชากพวกช่างออกมาแล้วโผล่ดูแทน เห็นน้อยรำสวยและแขกเหรื่อก็พากันชื่นชมก็ทนไม่ได้แผดเสียงกรี๊ดๆ สติแตก ไล่พวกช่างออกไป พอไม่ทันใจก็จับเหวี่ยงออกไปแล้วปิดประตูปังคำรามตาวาว

“นังน้อย ฉันไม่มีวันให้แกเด่นกว่าฉันเป็นอันขาด ไม่มีวัน!!”

ขณะที่แขกกำลังชื่นชมกับรำอวยพรที่สวยงามของน้อยนั้น เปียก็ปีนหน้าต่างแผดเสียงกรี๊ดๆ ตะโกนลั่น

“ช่วยด้วย...มีคนจะฆ่าเปีย...”

ทุกคนมองไปที่หน้าต่าง เห็นเปียในชุดนอนมีเสื้อคลุมกำลังปีนหน้าต่างแล้วกระโดดลงมาในสระน้ำเหมือนหนีตาย ทุกคนตกตะลึง

อึดใจเดียว เปียก็โผล่พ้นน้ำขึ้นมาอย่างสวยงาม เซ็กซี่ ชุดนอนบางเบาแนบเนื้อโชว์สัดส่วน ทุกสายตายังมองตะลึง เปียแอบยิ้มสะใจที่ขโมยซีนจากน้อยได้ฉมัง!

ขณะที่ทุกคนยังตกใจนั้น เย็นกลับยิ้มอย่างรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเปีย คุณหญิงได้สติร้องบอกให้อุทัยหาผ้ามาคลุมให้เปีย แล้วตัวเองก็ทำท่าจะเป็นลมกับเหตุตื่นเต้นและอายแขกที่มาในงาน

ooooooo

รุ่งขึ้น เมื่อตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสถานที่แล้วไม่พบอะไรเลย เปียสำออยร้องไห้โฮกินปูนร้อนท้องว่าใครๆคงหาว่าตนโกหก

วณีกอดปลอบและตำหนิอุทัยหาว่าคาดคั้นกับเปียทั้งที่ลูกเสียขวัญอยู่แล้ว เปียทำหน้าหวาดกลัวว่าเมื่อตำรวจไม่พบหลักฐานอะไร เมื่อคืนที่ตนเห็นอาจเป็นผีก็ได้ แล้วทำท่ากลัวจนวณีต้องกอดปลอบบอกว่าไม่ต้องกลัวแม่อยู่นี่

“ใช่! แม่เปียไม่ต้องกลัว ผีสางที่ไหนไม่มีหรอก จะมีก็แต่ผีในใจคนเท่านั้นแหละ” คุณหญิงพูดเป็นนัยจนเปียไม่กล้าสบตา

อุทัยถามคุณหญิงขณะเดินคุยกันว่า “คุณแม่หมายความว่ายังไงครับ ผีในใจคน”

“ก็ผีในใจนังเย็นไง แม่ว่านังเย็นมันต้องอยากให้เราขายขี้หน้าแขกเหรื่อแน่ๆ เลยออกอุบายให้แม่เปียทำ อะไรพิเรนทร์อย่างนี้” อุทัยถามว่าโดยให้เปียทำทุเรศ แบบนี้หรือ “ก็ใช่น่ะสิ ยัยเปียไม่ใช่ลูกใช่หลานของมันมันเลยไม่แคร์”

“เย็นไม่ร้ายขนาดนั้นมังครับคุณแม่”

“แกไม่รู้หรอกว่า ความแค้น ความพยาบาทของผู้หญิงมันรุนแรงแค่ไหน แม่ว่าเป็นแผนของนังเย็นที่จะฉีกหน้าเราโดยใช้แม่เปียเป็นเครื่องมือแน่ๆ” คุณหญิงพูดอย่างโกรธแค้นเกลียดชัง แต่อุทัยก็ยังทำหน้าไม่เชื่อ ไม่แน่ใจ...

เมื่ออุทัยเล่าให้วณีฟัง วณีบอกว่าตนไม่คิดอย่างคุณหญิงเพราะถ้าเย็นยังอาฆาตแค้นพยาบาทก็คงไม่เอาลูกมาคืนเรา

“พี่ก็คิดอย่างวณี  แต่พี่ก็นึกไม่ออกจริงๆ  ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนมันคืออะไร?” วณีคาดว่าเปียอาจจะตาฝาด อุทัยติงว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก ถามวณีว่าเห็นข่าวหรือยังแต่ละข่าวที่ออกมาไม่ดีเลย

“ใครจะว่าจะคิดยังไง วณีไม่สนใจหรอกค่ะ แค่ลูกปลอดภัยวณีก็ถือว่าเป็นบุญอย่างที่สุดแล้ว”

เย็นอยู่ที่บ้านพัก บอกน้อยให้อ่านข่าวซุบซิบให้ฟังอีกที น้อยอ่านจากโน้ตบุ๊กให้ฟังว่า

“งานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวคนเดียวของอนุรักษ์ธานิน ราวกับงานเปิดตัวสาวร้อนแห่งปี ทั้งเอ็กซ์เซ็กซี่ยิ่งกว่าสาวใจกล้าถ่ายปฏิทินหน้าร้อนเสียอีก” เย็นฟังแล้วสมน้ำหน้า  น้อยถามว่ารูปน่าเกลียดจะตายสมน้ำหน้าทำไม

“คนอื่นอาจจะมองว่าน่าเกลียด โดยเฉพาะคุณหญิง พ่อแม่ของนังเปียป่านนี้คงจะชักแหง็กๆ แต่สำหรับนังเปีย ถ้ามันทำได้ ฉันว่ามันไรต์ซีดีแจกเพื่อนแว้นมันทั่วประเทศแล้วแหละ” เย็นหัวเราะอย่างสะใจจริงๆ!

ooooooo

คุณหญิงอนุรักษ์ ทั้งโกรธทั้งอายที่เปียทำเรื่องอุบาทว์ ปักใจเชื่อว่าเป็นแผนของเย็น เมื่อเจอเย็นจึงด่าว่าสอนให้เปียทำสิ่งน่าทุเรศเหมือนตัวเอง

เย็นต่อปากต่อคำจนถูกคุณหญิงตรงเข้าขย้ำ จวนรีบวิ่งมาขอร้องคุณหญิง น้อยก็วิ่งเข้ามาปกป้องเย็น กราบขอคุณหญิงอย่าทำน้าเย็นเลย เย็นบอกน้อยอย่าห้ามเลยเพราะการกระทำของคุณหญิงเป็นการประจานตัวเอง เลยถูกคุณหญิงตบจนหน้าหัน

“ถึงคุณหญิงจะตบฉันอีก ฉันก็จะไม่โต้ตอบ แต่จะจำเอาไว้และบอกตัวเอง บอกลูกบอกหลาน อย่าทำกับใครอย่างที่คุณหญิงทำกับฉัน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่คนดีๆเขาทำกันโดย เฉพาะการดูถูกเหยียดหยามมองคนอื่นเหมือนไม่ใช่คน”

คุณหญิงจะเข้าตบเย็นอีก จวนดึงไว้ขอร้องอย่าทำ คุณหญิงเลยด่า “ฉันให้ค่า คนที่มีศักดิ์ศรีความเป็นคนเทียบ เท่ากับฉันเท่านั้น แต่คนอย่างแก ไม่เคยมีศักดิ์ศรีคุณค่าของความเป็นคน แกถึงได้อกตัญญู กินบนเรือนขี้รดหลังคา”

คุณหญิงยังด่าเย็นว่าเป็นคนชั้นต่ำ สันดานต่ำ เย็นได้แต่เก็บกลั้นน้ำตาไหลพราก จนจวนพาคุณหญิงไป น้อยจึงพาเย็นกลับบ้านพัก

ระหว่างเดินกลับ คุณหญิงถามจวนว่าเห็นไหมว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนสันดานของเย็นก็ยังเหมือนเดิม บอกจวนว่า

“ฉันกลัวว่า แม่เปียของฉัน หลานของฉัน จะถอดแบบนังเย็น...ฉันกลัวว่าแม่เปียจะได้สันดานชั่วๆ จากนังเย็น”

ooooooo

สิ่งที่คุณหญิงกลัวกำลังเกิดขึ้นจริงๆ เปียอยู่ในห้องกำลังหัวเราะพอใจกับรูปเซ็กซี่ของตัวเองและไรต์ซีดีแจกเพื่อนแว้นทั่วประเทศ

ระหว่างนั้นโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เปียมองอย่างขัดใจที่ไม่มีใครรับ ลุกกระฟัดกระเฟียดไปรับสาย กระแทกเสียงถามว่าใคร! พอเขาบอกว่าเลอสรรเท่านั้น เปียก็แสยะยิ้มอย่างชิงชัง

เลอสรรโทร.มาเพื่อแสดงความยินดีกับอุทัยและวณีที่ได้ลูกคืนมา แต่พอบอกว่าอยากคุยกับอุทัยและวณีก็ถูกเปียกระชากเสียงใส่ว่าอยากคุยก็โทร.เข้ามือถือสิ เลอสรรบอกว่าโทร.แล้วสายไม่ว่าง ขอให้ช่วยไปบอกอุทัยกับวณีให้ที

เปียไม่ยอมไปตามอุทัยกับวณีให้ ซ้ำพูดจากระโชก โฮกฮากจนเลอสรรถามว่าเธอเป็นใคร เปียย้อนถามว่าแล้วคิดว่าตนเป็นใครล่ะ เขาบอกว่าไม่รู้

“ดีแล้วที่แกไม่รู้” พอวางหูก็เบ้ปากใส่อย่างชิงชัง ส่วนเลอสรรถูกกระแทกหูโทรศัพท์ใส่ก็บ่นไม่พอใจ ว่า

“ต้องเป็นคนงานใหม่แน่ๆ คุณน้ารับคนแบบนี้เข้ามาทำงานได้ยังไง ไม่มีมารยาทเลย”

ทั้งวณีและอุทัยต่างเอ็นดูน้อยที่เรียบร้อยอ่อนหวานและขยันขันแข็ง วันนี้ก็ให้จวนมาเรียกไปกินข้าวที่ตึกใหญ่ แต่น้อยไม่ไปเพราะเย็นไม่ไปด้วย กลับมาเล่าให้เย็นฟัง เย็นยิ้มขำๆ ว่าช่างรู้ใจตนดีนัก

“น้อยเป็นหลานน้าเย็นนี่คะ” น้อยเข้าไปกอดเย็น เย็นกอดตอบพูดเป็นนัยว่า

“ใช่ แกเป็นหลานฉัน ปล่อยให้นังเปียมันเป็นลูกเป็นหลานของคนรวยไปก็แล้วกัน จะได้มีทฤษฎีใหม่ๆ เกิดขึ้นมาบ้าง ลูกหลานของผู้ดีเป็นไพร่ได้เหมือนกัน”

ระหว่างนั่งกันที่โต๊ะอาหารนั่น วณีกับอุทัยต่างบ่นเสียดายที่น้อยไม่ได้มากินด้วย อุทัยถามนมแสว่ามีใครจัดอาหารไปให้น้อยกับเย็นหรือยัง นมแสบอกว่าจวนจัดไปให้แล้ว

อุทัยบอกว่าวันหลังให้น้อยมากินข้าวด้วยกันที่นี่เย็นไม่มาก็ไม่เป็นไร ทำให้เปียไม่พอใจกระแทกช้อนเสียงดังจนวณีถามว่าเป็นอะไร เปียทำเป็นกลั้นน้ำตาลุกเดินไป วณีรีบตามไปดู อุทัยถามตัวเองงงๆว่า “พูดอะไรผิดอีกวะเนี่ย เฮ้อ...”

วณีตามเปียไปที่ห้องถามว่าเป็นอะไร เปียทำเป็นร้องไห้น้อยใจว่าตนนั่งอยู่ที่โต๊ะทั้งคน คุณพ่อมีแต่ถาม ถึงน้อย พูดประชดว่า “ถ้าคุณพ่อไม่อยากได้เปียมาเป็นลูก แต่อยากได้น้อยก็บอก เปียจะไป”

วณีกอดปลอบ เปียเห็นสร้อยเพชรเม็ดงามก็ตาโตชมว่าสร้อยสวยจังเลย วณีเอาใจถามว่าชอบหรือ

“ค่ะ...ชอบที่สุด ตั้งแต่เกิดมาเปียไม่เคยเห็นสร้อยที่สวยขนาดนี้ ยิ่งมาอยู่กับคุณแม่ที่แสนสวยของลูก สร้อยเส้นนี้ยิ่งสวยเข้าไปใหญ่เลย” เปียประจบ วณีบอกว่าถ้าลูกชอบแม่ก็จะให้ “จริงเหรอคะ” เปียตื่นเต้นดีใจจนระงับไม่อยู่เมื่อวณีบอกว่าของเหล่านี้ในที่สุดก็ต้องเป็นของเปียแล้วพาเปียไปเลือกเองจะได้ถูกใจ

ooooooo

เลอสรรโทร.เข้ามือถืออุทัย พอเห็นเบอร์ปลายสาย อุทัยตื่นเต้นมาก รีบเรียกวณีที่จูงมือเปียมาให้คุยกับเลอสรร วณีอยากให้เปียได้คุยกับเลอสรรด้วย

“ใครคะ เปียไม่รู้จัก เปียขอไปดูของที่คุณแม่จะให้เปียก่อนได้ไหมคะ” พูดอ้อนแล้วจูงมือวณีไปเลย

วณีจึงพาเปียไปเลือกของตามที่บอกไว้ ฝากอุทัยให้บอกเลอสรรว่าวันหลังค่อยคุยกัน อุทัยได้แต่ถอนใจที่นับแต่เปียเข้ามาอยู่ในบ้านอะไรต่ออะไรก็เปลี่ยนแปลงไปหมด แม้แต่วณีก็เฝ้าแต่เอาใจเปียจนเกือบมีปากเสียงกันหลายครั้ง

ส่วนเลอสรรดีใจที่ได้น้องคืน จินตนาการว่าน้องต้องน่ารักมากแน่เลย คิดอยากจะไปเซอร์ไพรส์น้องเล่น

คืนนี้ อุทัยลงไปเดินเล่น เจอเย็นโดยไม่ตั้งใจต่างก็ชะงัก อุทัยถามว่าเธอคงไม่ได้มาดักเจอตนใช่ไหม เย็นถามว่าเพื่ออะไร? เพราะหัวใจของตนมันตายไปนานแล้ว อุทัยบอกว่าไม่อยากให้เธอคิดแย่ขนาดนั้น

“ไม่มีอะไรที่แย่เกินไปกว่า ‘ความจริง’ หรอกค่ะ แต่คุณไม่ต้องห่วง ถ้าหัวใจของใครมันตายไปแล้ว มีเพียงสองวิธีเท่านั้นที่จะบันดาลให้มันฟื้นขึ้นมาได้” พูดแล้วเย็นเดินเลยไป

อุทัยถามงงๆ ว่าอะไร เย็นไม่ได้หันมาแต่คำรามในใจว่า

“หนึ่ง ความรักและสอง ‘ความแค้น’ และสำหรับฉัน ความรักมันตายไปแล้ว เหลือแต่ความแค้นค่ะคุณอุทัย”

แต่อุทัยไม่รู้ เห็นเย็นเดินไปไม่สนใจก็บ่นหงุดหงิดก่อนเดินเข้าบ้านว่า “พูดไม่จบแล้วจะพูดทำไม”

นมแสมาเห็นทั้งสองพบกันแต่ไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกัน กลับไปบอกคุณหญิง คุณหญิงด่าทันที

“นังเย็นนี่มันไว้ใจไม่ได้จริงๆ นมแสจับตามองมันเอาไว้อย่าให้คลาดสายตา ถ้ามันทำอะไรไม่ชอบมาพากลรีบมาบอกฉันให้เร็วที่สุด”

ooooooo

เปียเห่อเหิมหลงใหลทั้งของใช้ราคาแพงโดย เฉพาะเครื่องเพชรพลอยที่ได้จากวณี เมื่อเข้าห้องก็หยิบโน่นหยิบนี่มาใส่มาทาบ พูดเหมือนเพ้อ...

“ทุกอย่าง...มันจะเป็นของเรา...ทุกอย่างมันต้องเป็นของเรา...” เอามาทาบมาใส่ ลุกส่องกระจกบอกกับตัวเองว่า “ฉันจะอยู่ที่นี่ไปจนตาย ส่วนแก! แกก็อยู่กับน้าเย็นไปจนตายแล้วกันนังน้อย!!”

แต่น้อยอยู่อย่างเสงี่ยมเจียมตัวขยันขันแข็ง วันนี้น้อยไปเดินเก็บใบไม้ใส่ถังขยะ อุทัยขับรถมาเจอ จอดยิ้มทัก

“อ้าว...หนูน้อย มาเก็บใบไม้ทำไม” น้อยบอกว่ามันร่วงดูรกเลยเดินเก็บ “ไม่ต้อง...เดี๋ยวคนสวนมาทำ แดดร้อนมากเข้าข้างในดีกว่า”

ทั้งอุทัยและวณีพาน้อยเข้ามานั่งเล่นในบ้าน และหาของกินเล่นมาให้น้อยกิน วณีพูดอย่างเอ็นดูน้อยว่าในฐานะน้อยเป็นสมาชิกของที่นี่ขอมอบสร้อยเพชรเส้นนี้ให้ วณีเปิดกล่องเพชรให้น้อยดู น้อยทั้งดีใจและตกใจ แต่เป็นจังหวะที่เปียใส่เครื่องเพชรประโคมมาเต็มตัวเดินมาอวด เปียเห็นเข้าถึงกับมองตาขวางทันที อุทัยเห็นเลยพูดให้รู้ว่า

“หนูน้อยเป็นเด็กดี คุณแม่เลยให้รางวัลหนูน้อย เปียมีอะไรไหมลูก”

เปียไม่กล้าแผลงฤทธิ์ แสร้งทำเป็นบอกว่าตนแต่งชุดใหม่มาอวดคุณแม่ ถามวณีว่า “น่ารักไหมคะคุณแม่”

วณีหันไปทั้งกอดทั้งหอมชมเปียว่าน่ารักมาก เปียทำเป็นเพิ่งเห็นสร้อยเพชรของน้อย ทำตาโตทักว่า

สวยมากสวยกว่าของตนอีก น้อยเกรงใจจะถอดให้ อุทัยรีบบอกว่าไม่ต้องเพราะคุณแม่ให้เปียไปเยอะแล้วอันนี้ให้น้อยเก็บไว้

ทั้งวณีและอุทัยบอกให้น้อยเก็บไว้ น้อยกราบขอบคุณอย่างเกรงใจแล้วขออนุญาตกลับ อุทัยบอกอย่างเอ็นดูว่าให้มาเที่ยวบ่อยๆ วณีก็ชมว่าหนูน้อยนี่น่ารักจริงๆเลย

เปียจิกตามองน้อยแล้วทำฉอเลาะเรียกความสนใจจากอุทัยและวณี

“คุณแม่ขา...ตะกี๊เปียเข้าไปเอากระเป๋าในห้องของคุณแม่มาดู แต่จัดยังไงมันก็ไม่สวย ไม่เป๊ะเหมือนคุณแม่ คุณแม่ไปดูหน่อยสิคะ” วณีบอกว่าไว้ค่อยไปดูก็ได้แค่กระเป๋าเท่านั้นเอง “ไม่ได้ค่ะ เปียเปิดประตูห้องทิ้งไว้ ถ้าใครแอบเข้าไปในห้องคุณแม่ ขโมยเอาสร้อยเอาเพชรไปแย่แน่ๆเลยค่ะ”

อุทัยถามเชิงตำหนิว่าทำไมไม่ระวังเลย

“เปียนึกว่าคุณแม่จะเดินไปดูเลยไม่ได้ปิดประตูน่ะค่ะ” เปียทำเป็นหน้าเสีย วณีรีบปกป้องว่าอย่าดุลูกเลยบ้านเราไม่มีขโมยที่ไหนหรอก เปียอ้อนว่า “ถ้าทำให้คุณพ่อไม่พอใจ เปียขอโทษนะคะ” เปียยกมือไหว้ลวกๆ แล้วออกไปเลย

แต่เมื่อวณีเดินไปดูที่ห้องเห็นประตูปิดอยู่ เข้าไปดูในห้องกระเป๋าทุกใบก็อยู่ในตู้เรียบร้อย วณีพึมพำงงๆ

“กระเป๋าก็อยู่เรียบร้อยดี เอ๊ะ...แล้วทำไมตะกี๊ลูกถึงพูดอย่างนั้น”

ooooooo

เปียทำเป็นเสียใจเดินปึ่งไป แต่ที่แท้รีบไปดักเอาสร้อยเพชรคืนจากน้อย เกิดโต้เถียงกันเพราะน้อยอ้างว่าวณีให้ตนแต่เปียอ้างว่าเมื่อกี๊น้อยบอกจะคืนให้ตน

น้อยฉุนบอกว่าถ้าเปียขอดีๆ ก็จะให้ แต่นี่มาจิกหัวเรียกกัน เปียยื่นหน้าไปถามว่าทำไมจะจิกหัวเรียกไม่ได้ น้อยโต้ว่าตนไม่ใช่คนใช้ของเปีย เปียเลยไล่ตะเพิด พอน้อยก้าวเดินเปียก็ขัดขาน้อยจนล้ม เปียหัวเราะชอบใจ อุทัยมาเห็นพอดีรีบเข้าประคองน้อยถามว่าเจ็บมากไหม หันถามเปียดุๆว่า

“เปีย ทำไมทำอย่างนี้!” เปียทำหน้าตายถามว่าทำอะไร “ยังจะกล้ามาถามพ่ออีก พ่อเห็นนะว่าเปียแกล้งน้อย”

เมื่อถูกจับได้คาตาเช่นนี้ เปียแผดเสียงโวยวายว่าถูกอุทัยหาเรื่องใส่ร้ายตน วณีได้ยินเสียงโวยวายของเปียรีบวิ่งมา พอมาถึงก็โอ๋เปียทันที อุทัยบอกว่า

“พี่เห็นกับตา เปียแกล้งน้อย ลูกโกหก”

น้อยหน้าซีดเผือดเมื่อกลายเป็นเรื่องใหญ่โต เย็นชะเง้อมองหาน้อยเพราะหายไปนาน กลับเห็นเปียร้องไห้วิ่งมาถอดรองเท้าขว้างไปในสระข้างหนึ่ง อีกข้างปาลงพื้นตะเบ็งเสียงอย่างอาฆาต

“แล้วคุณพ่อคุณแม่จะเสียใจ ที่ทำกับเปียอย่างนี้!”

เย็นตะโกนเรียกเปีย ถูกเปียแผดเสียงใส่ “ไม่ต้องมายุ่ง!” พลางวิ่งไป

“นังเปีย!!” เย็นมองเปียนึกอะไรได้ ยิ้มร้ายพึมพำ “คุณหนูเปียต้องแผลงฤทธิ์อะไรแน่ๆ” แล้วเย็นก็เดินมุ่งไปที่บ้านอุทัย

เปียวิ่งอ้อมไปในสวน เจอประวิทย์เด็กหนุ่มวัย 18 หลานห่างๆของวณีหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินมาพอดี เปียผลักประวิทย์จนเซล้ม แต่ตัวเองสะดุดขาประวิทย์ล้มเกือบทับเขา ประวิทย์จับเปียไว้ถาม

“คุณร้องไห้...เป็นอะไร”

เปียมองประวิทย์เต็มตา เห็นความหล่อของเขาถึงกับหยุดร้องไห้เป็นปลิดทิ้ง ตาเป็นประกายวิบวับทันที

ประวิทย์เห็นแววตาระริกของเปียถึงกับเขิน

ooooooo

อุทัยกับวณีพาน้อยไปทายาให้ น้อยเกรงใจขอทาเอง วณีจึงให้นมแสทาให้ อุทัยขอโทษน้อยแทนเปีย น้อยรีบบอกว่าเปียไม่ได้ทำอะไรตน

วณีได้ทีบ่นอุทัยว่าน้อยไม่ได้ทำอะไร เขาดุเปียจนเสียใจวิ่งไปไหนแล้วก็ไม่รู้ อุทัยมองน้อยงงๆ เพราะตนเห็นกับตาว่าเปียแกล้งน้อยจริงๆ เย็นเดินเข้ามาพอดีถามน้อยว่าถูกเปียแกล้งหรือ น้อยบอกว่าไม่ได้แกล้ง อุทัยก็ยังยืนยันว่าตนเห็นกับตาว่าเปียแกล้งน้อย

วณีถามอุทัยว่าถ้าเปียแกล้งน้อยจริงๆ แล้วน้อยจะโกหกทำไม เย็นเห็นด้วยกับวณี หาว่าอุทัยปรักปรำเปีย ตนเห็นเปียวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปไหนแล้วก็ไม่รู้ อุทัยจึงบอกให้นมแสรีบไปตาม

เปียสำออยทำเป็นเจ็บมากจนประวิทย์ต้องประคองพากลับ หวานเห็นเข้าตาโตพึมพำว่าเปียมากับประวิทย์ได้ยังไง?

ประวิทย์ประคองเปียมานั่งที่เก้าอี้สนามอย่างรู้สึกผิด ขอโทษและเอายาหม่องจากกระเป๋าออกมานวดให้ เปียยิ่งสำออยทำเป็นเจ็บปวดมากเพื่อประวิทย์จะได้นวดให้นานๆ ทำเป็นขำว่าประวิทย์พกยาหม่องเหมือนคนแก่
“แม่ผมเป็นห่วง เวลาเดินทางแม่ให้ผมพกติดตัว

ไว้เสมอ” เปียสนใจจี้ถามว่าแม่เขาเป็นใคร และอยู่ที่นี่หรือ? “ครับ ผมอยู่ที่นี่ คุณวณีท่านรู้จักกับแม่ผม ท่านเลยเมตตาให้ผมอยู่ที่นี่ ส่งเรียนด้วย แล้วคุณล่ะเป็นใคร ผมไม่เคยเห็นเลย”

“ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่ออุทัยกับคุณแม่วณี”

ประวิทย์มองเปียตกใจ งงและคาดไม่ถึงหวานแจ้นกลับไปที่ครัวกำลังจะเล่าเรื่องเปียกับประวิทย์ ก็พอดีนมแสเดินมาถามว่าใครเห็นหนูเปียบ้าง หวานชี้ไปในสวน ทุกคนมองไปเห็นประวิทย์กำลังนวดเท้าให้เปียอยู่ ต่างมองงงๆ ช้อยโพล่งขึ้นว่า

“คุณหนูเปียไปรู้จักมักจี่กับประวิทย์ตั้งแต่เมื่อไหร่??”

ไม่มีใครตอบได้ มีแต่สายตาที่มองเปียอย่างระอา นมแสเองก็มองอย่างหนักใจ

ooooooo

วณีเป็นห่วงเปีย คอยนมแสก็ไม่มาสักที ทั้งวณีและอุทัยจึงออกเดินหา ไปถึงสระน้ำเห็นรองเท้าของเปียข้างหนึ่งหล่นอยู่ข้างสระ มองไปในสระเห็นอีกข้างลอยอยู่ ต่างตกใจนึกว่าเปียกระโดดสระน้ำ วณีถึงกับร้องไห้โฮ อุทัยสั่งนายเอิบให้ลงไปดูในสระ นายเอิบกำลังงงๆ อุทัยเร่ง “ลงไปดูเร็วเอิบ ลูกฉันจมน้ำตายรึเปล่า”

“คุณคะ เจอหนูเปียแล้วค่ะ” นมแสวิ่งเข้ามาบอก ทั้งวณีและอุทัยต่างโล่งใจถามว่าเปียอยู่ไหน

อุทัยกับวณีไปเจอเปียกำลังอ้อนประวิทย์ว่าเดินไม่ไหวจะให้เขาอุ้มไป พอเห็นวณีกับอุทัยมาก็หน้าเสีย เมื่อกลับเข้าบ้านอุทัยตำหนิเปียอย่างไม่พอใจว่า

“พ่อไม่เข้าใจ เปียไม่เคยรู้จักประวิทย์แล้วไปทำท่าอะไรอย่างนั้นกับเขาได้ยังไง” เปียอ้างว่าตนหกล้มเท้าเจ็บเดินไม่ไหว อุทัยถามว่า “เดินไม่ไหวแล้วทำไมตอนนี้ถึงเดินได้”

เปียเถียงไม่ออกเลยโผเข้ากอดอ้อนวณี วณีบ่นอุทัยว่าดุลูกจนเสียขวัญหมดแล้ว

อุทัยเสียงดังว่าลูกเสียขวัญแต่ตนเสียใจ บ่นเปียว่าทำตัวไม่น่ารักไม่พอยังแกล้งทำเป็นจมน้ำตายให้พ่อแม่ตกใจด้วย เปียเถียงว่าตนไม่ได้ทำ อุทัยถามว่าแล้วที่รองเท้าข้างหนึ่งอยู่ริมสระอีกข้างลอยอยู่ในสระหมายความว่าอย่างไร เปียพูดไม่ออก

“พ่อผิดหวังในตัวลูกมากจริงๆ” พูดแล้วอุทัยเดินไปเลย

เปียโผกอดวณีร้องไห้โฮอ้อนว่า “คุณพ่อโกรธเปีย คุณแม่ช่วยเปียด้วย ช่วยเปียด้วย”

วณีกอดปลอบเปีย ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจอุทัย เมื่อเจอกันอีกทีก็บอกอุทัยว่าเปียไม่ได้แกล้งแต่ตกใจที่เจองูเลยวิ่งหนีจนรองเท้าหลุดกระเด็นไม่รู้ตัว อุทัยไม่เชื่อว่าแค่เจองูเปียจะตกใจจนสติแตกขนาดนั้น บอกว่าตนไม่เชื่อเลยตั้งแต่ที่เปียโกหกว่าไม่ได้แกล้งน้อย วณีโต้ว่าลูกบอกแล้วว่าไม่ได้แกล้ง ลูกไม่ได้โกหก!

“แต่ตอนนี้ ทั้งลูก ทั้งหนูน้อยต่างโกหกเรา จนพี่งงไปหมดแล้ว” อุทัยเสียงดัง พอรู้สึกตัวก็ลดเสียงลงว่า “โอเค ลูกอาจโกหกเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด แต่พี่ไม่เข้าใจ หนูน้อยจะโกหกพี่ทำไม ในเมื่อพี่เห็นกับตา”

อุทัยหงุดหงิดมาก วณีเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันเลยต่างคนต่างเงียบไป

ooooooo

เย็นถามน้อยว่าถูกเปียแกล้งอะไรไหม น้อยบอกว่าแกล้งขัดขาจนตนล้ม เย็นถามว่าแล้วทำไมไม่บอกอุทัย?

“น้อยไม่อยากให้คุณอุทัยโกรธเปีย ที่สำคัญ

น้าเย็นก็รู้ เปียเป็นคนอาฆาตพยาบาทแรงจะตาย ถ้าเขารู้ว่าน้อยบอกคุณอุทัย เปียต้องฆ่าน้อยตายแน่เลย”

เย็นหัวเราะขำที่น้อยดูเปียออก เห็นสร้อยเพชรที่คอถามว่าเอามาจากไหน พอน้อยบอกว่าวณีให้ เย็นร้องอ๋อทันทีว่ารู้แล้วว่าทำไมเปียถึงแกล้งน้อย สั่งน้อยให้ถอดสร้อยให้ตน น้อยขอใส่บอกว่าในชีวิตยังไม่เคยได้อะไรที่มีค่าอย่างนี้

“ฉันบอกให้ถอดออกมา แกกลัวฉันจะเอาของแกรึไง ฉันไม่เอาหรอก ถอดออกมา! นอกเสียจากว่าแกอยากจะให้นังเปียมันฆ่าแก” น้อยกลัวเลยรีบถอดให้ “ฉันจะเก็บไว้ให้ ถ้านังเปียมันอยากได้บอกให้มันมาเอากับฉัน” ขู่น้อยว่า “แกได้ของมีค่าจากคุณอุทัยคุณวณีขนาดนี้ นังเปียมันไม่เก็บแกไว้หรอก”

เย็นพูดไม่ผิด เพราะเปียกำลังอาละวาดอยู่ในห้อง ปาข้าวของระบายอารมณ์ จิกตาคำราม

“แกล้งนังน้อยแค่นี้ มันจะอะไรกันนักกันหนา ประเดี๋ยวก็ฆ่าตายหรอก...หรือว่า...ไม่ได้... เราต้องทำให้คุณแม่สนใจเราให้ได้” เปียยิ้มร้ายอย่างมีแผน

รุ่งขึ้นเปียไม่ลงไปกินข้าวเช้า แต่แอ๊บถ่ายรูปตัวเองในท่าต่างๆบนเตียง แล้วอัพเฟซให้แก๊งเพื่อนแว้น

วณีเป็นห่วงขึ้นมาดูที่ห้อง เปียแกล้งทำเป็นป่วยแต่พอวณีจะพาไปหาหมอก็กลัวความแตก บอกวณีว่าตนไม่ได้เป็นอะไร ทำเป็นรู้ว่าเดี๋ยวเอาน้ำมะพร้าวล้างหน้าก็คงหาย บอกวณีให้ช่วยหาน้ำมะพร้าวให้หน่อย

วณียิ้มเจื่อนติงว่าคงเป็นน้ำส้มกระมัง ดื่มน้ำส้มจะช่วยลดไข้ได้ เปียแกล้งยิ้มน่าเอ็นดู  ทำเป็นเด็กไร้เดียงสา

อุทัยโทรศัพท์บอกเลอสรรว่ามีเรื่องปวดหัวและพอดีอีกสองสามวันต้องไปทำธุระที่อเมริกาด้วยเลยจะแวะไปหาเขา เลอสรรบอกว่าตนกำลังคิดจะกลับไปดูหน้าน้องและแสดงความยินดีด้วย บอกอุทัยว่าอย่าเพิ่งบอกวณีเพราะอยากไปเซอร์ไพรส์ อุทัยรับปาก แต่พอวางสายก็พึมพำหนักใจ

“ได้เซอร์ไพรส์แน่ๆตาเลอ ที่ลูกสาวน้าท่าทางเหมือนสก๊อยไม่มีผิด!”

ooooooo

บรรดาพวกที่อยู่ในครัวยังแอบเม้าท์กันไม่เลิกเรื่องเปียอ่อยประวิทย์อย่างน่าเกลียด มีแต่จวนคนเดียวที่แก้ต่างให้เปียว่า

“ไม่เห็นจะมีอะไร แค่คุณหนูเปียเป็นคนไม่ถือตัว”

หวานฉอดๆว่านิสัยเปียเหมือนเย็นไม่มีผิด ไวไฟให้ท่าผู้ชายตลอด ช้อยก็แปลกใจว่า เปียไม่ได้เชื้อผู้ดีจากอุทัยกับวณีมาบ้างเลยหรือ  เห็นทำอะไรแต่ละอย่างได้แต่ร้องเฮ้อกันจริงๆ

คุณหญิงมาได้ยินเข้าพอดี กลับไปถามวณีว่าที่พวกในครัวพูดกันเป็นเรื่องจริงหรือ วณีไม่กล้าตอบคุณหญิงหันไปถามอุทัย อุทัยได้แต่ขอโทษบอกว่าตนก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าลูกจะไม่ระวังตัวถึงขนาดนั้น รับปากว่าจะกำชับเปียให้มากขึ้น

“ดี แม่บอกตามตรง แม่สังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ กลัวจะมีเรื่องเดือดร้อนวุ่นวายเกิดขึ้นในบ้าน โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องหนูเปียกับผู้ชาย แม่รับไม่ได้จริงๆ” วณีติงว่าเปียไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ “ว่าได้หรือแม่วณี หูตาหนูเปียน่ะแพรวพราวถอดแบบนังเย็นมาเลยล่ะ”

เปียไปรินน้ำส้มคั้นในครัวทำหกเลอะเทอะก็ไม่สนใจ ถือแก้วน้ำส้มเดินดื่มมาได้ยินเข้าตาวาวขึ้นมาทันที แต่แสร้งร้องไห้เข้าไปตัดพ้อว่า “คุณย่าด่าเปีย...คุณย่าด่าเปีย...” เปียบีบน้ำตาตีโพยตีพายจนวณีต้องกอดปลอบตามเคย อุทัยก็ปลอบว่าคุณย่าแค่เข้าใจผิดเท่านั้นเอง เปียเล่นละครต่อหันไปไหว้คุณหญิง

“เปียกราบขอโทษนะคะถ้าทำให้คุณย่าไม่สบายใจ กับคุณประวิทย์เปียแค่คิดว่าเขากับเปียเหมือนกัน เปียไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนอาศัย เปียไม่ใช่คนที่รังเกียจคนค่ะ”

“จ้ะๆ แม่เปีย ที่ย่าพูดเพราะย่าเป็นห่วง เอาเป็นว่าต่อไปก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน ใครๆเขาจะได้ไม่นินทาเอาได้”คุณหญิงตัดบทอย่างรำคาญใจแล้วลุกไป เปียแอบจิกตามตาวาว!

เปียไปอาละวาดในห้องครัวขณะทุกคนกำลังกินข้าว ถามว่าใครปากเสียเอาตนไปนินทา ทุกคนตกใจบอกว่าไม่มี

เปียถามว่าไม่มีแล้วคุณย่าจะด่าตนได้ยังไง ทุกคนเงียบกริบ เปียเข้าไปหยิบถ้วยแกงสาดใส่ทุกคนปรามว่า

“นี่แค่สั่งสอน ถ้าต่อไปฉันได้ยินว่าใครมันปากเสียเอาฉันไปนินทา ฉันจัดการพวกแกขั้นเด็ดขาดแน่” พูดแล้วปาถ้วยแกงใส่กลางวงข้าวก่อนเดินออกไป ทุกคนมองตามใจหายใจคว่ำ หวานเท้าความอย่างสยองว่า

“ตอนนั้นนังเย็นมันก็ให้ฉันกินน้ำพริกทางจมูก นี่คุณหนูเปียก็ให้ฉันกินน้ำแกงราดหน้า ทำไมนังเย็นกับคุณหนูเปียมันเหมือนกันอย่างนี้วะ?”

จวนเล่าให้เย็นฟังบอกเย็นให้ช่วยเตือนเปียด้วย เย็นย้อนถามว่าทำไมต้องเป็นตน ตนไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ของเปียสักหน่อย จวนฉุนสวนไปว่าเย็นเป็นคนขโมยคุณหนูไปเลี้ยงก็ต้องรับผิดชอบ

“พี่จวนพูดตลก!! ของอย่างนี้มันอยู่ที่ ‘สันดาน’ ผู้ดีต่อให้อยู่ที่ไหนก็ย่อมเป็น ‘ผู้ดี’ นอกเสียจาก...ผู้ดีจอมปลอมมีโอกาสก็ฉกฉวยทำร้ายคนอื่น”

“ถ้าเย็นจะหมายถึงสิ่งที่คุณอุทัยทำกับเย็น พี่จำได้ว่า พี่เคยพูดเรื่องนี้กับเย็นมาหลายครั้งแล้วไม่มีใครทำร้ายเราได้นอกเสียจากเราเปิดประตูให้เขาเดินเข้ามาทำร้ายเราเอง พี่เคยหวังดีกับเย็นยังไง มาถึงตอนนี้พี่ก็ยังหวังดีกับเย็นอย่างนั้น พี่ไม่อยากให้ใครมาด่าให้พี่ฟังว่า ที่คุณหนูเปียนิสัยไม่ดีเป็นเพราะเย็น”

คืนนี้เอง น้อยเอาน้ำผักมาให้เย็นบอกให้ดื่มจะได้สดชื่น น้อยชวนเย็นกลับไปอยู่บ้านเราดีกว่าตนหาที่เรียนเอาแถวบ้านก็ได้ เย็นมองหน้าถามว่าไม่ชอบที่นี่หรือ น้อยบอกว่าชอบและอุทัยกับวณีก็เอ็นดูตนมากแต่เห็นเย็นมาอยู่ที่นี่แล้วหน้าเศร้าลงทุกวัน เย็นปั้นหัวเราะบอกว่าหน้าเศร้าเพราะเป็นห่วงน้อยถูกเปียหาเรื่องต่างหาก

น้อยบอกว่าถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ตนจะอยู่ห่างๆเปียไว้ เสนอว่าอยากตอบแทนบุญคุณอุทัยกับวณีขอขึ้นไปรับใช้ข้างบนได้ไหม เย็นตามใจแต่ระวังตัวด้วยเพราะขึ้นไปอยู่ใกล้พ่อแม่เปีย เปียจะอิจฉาเอา

น้อยถามว่าจะอิจฉาตนทำไม ตนเป็นเพียงผู้อาศัย เย็นตอบปัดไปว่า “ก็ไม่รู้สินะ” ทำให้น้อยยิ่งงง

ooooooo

เปียเจ้าเล่ห์อ้อนวณีว่าตนไม่สบายใจที่ถูกคุณย่าด่าเรื่องประวิทย์ อายจนอยากหนีไปอยู่ไกลๆ วณีสงสารบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราไปเที่ยวเมืองนอกกันสักระยะดีไหม

เปียดีใจอ้อนว่าเราไปกันทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก อ้อนอุทัยที่เดิมทีจะไม่ไปจนต้องไปด้วย

น้อยขึ้นไปรับใช้อุทัยกับวณีข้างบน เปียฉวยโอกาสใช้น้อยให้ทำความสะอาดให้หมดทั้งบ้าน เสร็จแล้วก็ให้เอาเสื้อผ้าของตนไปซักรีดให้ด้วย วณีบอกน้อยว่ารบกวนทำห้องนี้ให้ด้วย พลางเดินนำไปที่ห้องพักของเลอสรร ทำเตรียมไว้เผื่อจู่ๆเลอสรรกลับมาจะได้
ไม่ฉุกละหุก

นับแต่วันนั้นประวิทย์ยังไม่กล้าไปกราบคุณหญิง อุทัยและวณีเพราะรู้สึกผิดและละอายเรื่องเปีย จนจวนบอกว่าถ้าเราบริสุทธิ์ใจก็เชื่อว่าคุณๆก็ต้องเข้าใจ แนะประวิทย์ว่าให้ผ่าข้าวหลามเอาไปฝากและกราบสวัสดีด้วยเลย

ประวิทย์เดินกลับไปที่บ้านพักตัวเองเพื่อผ่าข้าวหลามตามคำแนะนำของจวน

ระหว่างนั้น เปียที่กำลังจัดเสื้อผ้าเตรียมไปเที่ยวฮ่องกงเห็นประวิทย์เดินผ่านไปก็เก็บเสื้อผ้าแต่งตัวเซ็กซี่รีบลงไปแต่ไม่เห็นประวิทย์แล้ว จึงถามหวานว่าบ้านประวิทย์อยู่ไหน พอหวานชี้ให้ก็เดินลิ่วไปทันที ไม่ลืมขู่หวานว่า

“แล้วก็หุบปากเพราะถ้าแกไม่หุบ ต่อไปแกจะไม่มีปากให้พูดอีกต่อไป!”

ooooooo

ระหว่างที่อุทัยกับวณีนั่งรถไปทำงานนั้น ก็ได้รับไลน์จากเลอสรรที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่บอกว่ากำลังจะถึงบ้านแล้วอยากเห็นหน้าน้องมาก

วณีปรารภว่าตนก็อยากให้เลอสรรเห็นเปีย แต่เสียดายที่เปียไม่อยากเห็นเลอสรรเลย

“แต่ถ้ารู้ว่ามีพี่ชายหล่อขนาดนี้ ยัยเปียอาจจะเปลี่ยนใจ” อุทัยพูดยิ้มๆ วณีเห็นด้วย ต่างยิ้มอย่างมีความสุข

น้อยทำความสะอาดห้องเลอสรร เปียผ่านมาเห็นเข้าไปบอกว่าไม่ต้องทำแล้วเพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่แล้วไล่น้อยให้กลับไปเสียแล้วอย่ามาเหยียบบ้านนี้อีก เมื่อน้อยออกไปไม่ทันใจ เปียก็แกล้งเดินกระแทกน้อยล้มจนขาเจ็บ น้อยพยายามเดินกลับไปแต่ก้าวลงบันไดพลาดตกลงไป เลอสรรมาถึงพอดีเขารีบเข้าไปดู

พอน้อยเงยหน้าขึ้น เลอสรรอุทาน “คุณน้อย” น้อยแปลกใจที่เลอสรรรู้จักชื่อตน เลอสรรกลบเกลื่อนว่าเพราะเห็นตัวเธอเล็กๆ เลยเรียกน้อยไปโดยอัตโนมัติ น้อยถามว่าแล้วเขาชื่ออะไร

เมื่อเลอสรรบอกชื่อตัวเอง น้อยพึมพำว่าเป็นพี่ของเปีย เลอสรรถามว่าลูกของคุณน้าชื่อเปียหรือ เขาหน้าเสียเมื่อจำได้ว่าเคยเจอเปียขณะตนเล่นเป็นขอทานในละครของเพื่อน และเจอเปียอีกครั้งที่ไปเป็นพริตตี้!

ooooooo

เปียเดินอ้าวไปที่บ้านประวิทย์ เจอกำลังผ่าข้าวหลามอยู่ก็ตรงเข้าไปอ่อย ยั่ว หวานกับช้อยตามมาแอบดู เห็นเปียยั่วยวนประวิทย์ก็ทนดูไม่ได้วิ่งไปบอกคุณหญิง

คุณหญิงโกรธมากเดินคำรามมาว่าถ้าประวิทย์ทำอะไรหลานตนจะฆ่าให้ตายเลย เดินอ้าวไปที่บ้านประวิทย์ ทำเอาหวานกับช้อยหน้าซีดเพราะถ้าเปียรู้ว่าตนเป็นคนบอกคุณหญิงมีหวังได้ตายแน่ๆ

เปียอ่อยประวิทย์จนเด็กหนุ่มประหม่า เปียขอชิมข้าวหลามแล้วหยิบกินเลย ชมว่าข้าวหลามของประวิทย์อร่อยที่สุดเลย ประวิทย์บอกเขินๆว่า “ผมไม่ได้ทำเองหรอกครับคุณหนู มีคนเอามาฝากคุณท่าน ผมมีหน้าที่ผ่าเท่านั้นเอง”

“แต่ถ้าประวิทย์ไม่ได้เป็นคนผ่าก็ไม่อร่อย” เปียหวานใส่เต็มที่ เป็นจังหวะที่คุณหญิงมาถึงพอดี ได้ยินเสียงเปียแว่วมาว่า “สำหรับเปีย ยังไงข้าวหลามของประวิทย์ก็อร่อยที่สุดในโลก” คุณหญิงโกรธจัดสะดุดบางอย่างถลาไปล้มตรงกองข้าวหลามพอดี เปียกับประวิทย์ตกใจมองตาค้าง ส่วนหวานกับช้อยหน้าซีดเผือดนึกว่าตนต้องตายแน่ๆแล้ว

น้อยลุกขึ้นขอบคุณเลอสรรที่ช่วยตน เมื่อแยกกัน เย็นเห็นเลอสรรถามน้อยว่านั่นใคร น้อยบอกว่าคุณเลอสรรลูกของอุทัยกับวณีพี่ชายของเปีย

เย็นงงๆ พอนึกได้ก็หัวเราะร่า น้อยถามว่าหัวเราะทำไม เย็นพูดไปหัวเราะไปว่า

“ขำ...มีพี่ชายหล่อขนาดนี้ แกว่านังเปียมันจะรักเหมือนพี่ชายเหรอ?” แล้วทำเสียงเย้ยหยัน “คุณอุทัย คุณวณีขา...งานนี้แซ่บเว่อร์ค้า...” แล้วระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.