กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • สุข หฤทัย
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ประไพศรี ศรีนาทม
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • เพ็ญลักษณ์ อุดมสิน
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ภัทรเดช สงวนความดี,ทิสานาฏ ศรศึก,ทัศนียา การสมนุช

คมพยาบาท ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ที่น้ำตกสวยงามในจังหวัดตาก ละอองน้ำจากน้ำตกกระเซ็นเหมือนม่านหมอกในความฝัน...

เลอสรร หนุ่มนักเรียนนอกวัย 25 ปีผู้หลงใหลในศิลปะการวาดรูป กำลังแต่งแต้มสีสันราวกับยกน้ำตกที่สวยงามนั้นมาไว้บนผืนผ้าใบตรงหน้า...ส่วนเพื่อนของเขาที่มีพื้นเพอยู่ที่นี่ นั่งวาดรูปอยู่อีกมุมหนึ่ง...

ขณะกำลังเพลินกับการวาดรูปนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเด็กคนหนึ่งที่ว่ายน้ำเล่นอยู่กับเพื่อนตะโกนขึ้นว่า

“เฮ้ยๆๆ ไอ้น้อย! ไอ้น้อย!!”

เลอสรรหันมอง เห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังถูกกระแสน้ำซัดไป ชายหนุ่มกระโดดลงไปช่วยทันที....

ooooooo

แต่...ชีวิตอีกแบบหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดตาก...

เปีย เด็กสาววัยรุ่นในชุดเปรี้ยวซ่า ขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีน้อยวัยไล่เลี่ยกันแต่งตัวเรียบร้อยซ้อนกอดเปียแน่นอย่างหวาดเสียว บอกเปียให้ช้าหน่อย ก็ได้ยินเสียงตะโกนมาว่า

“ช้าไม่มัน จะซิ่งมอเตอร์ไซค์ทั้งที มันก็ต้องแบบนี้แหละ” ว่าแล้วก็เร่งความเร็วขึ้นอีก ขี่ฉวัดเฉวียนปาดหน้าจี้หลังยวดยานบนท้องถนนอย่างน่าหวาดเสียว ที่สำคัญ ข้างหลังเปีย มีต้นหนุ่มแว้นในวัยเดียวกันขี่มอเตอร์ไซค์มีเพื่อนซ้อนไล่ตามหลังมาอย่างท้าทายกัน เปียหันไปยิ้มเฮี้ยวตะโกนท้า

“จะแว้นแข่งเปียเหรอค้าพี่ต้น ได้เล้ย!”

มอเตอร์ไซค์สองคันบิดแข่งกันไปบนท้องถนนบึ้นเสียงสนั่นเป็นที่น่าหวาดเสียว จนชาวบ้านตะโกนด่า

“ขี่รถดีๆ มันจะตายรึไง?! พวกเด็กนรกเอ๊ย!!”

ขี่รถไล่กันไปจนสะใจแล้ว รถสองคันจอดที่ริมถนน น้อยถอนใจโล่งอกเหมือนรอดตาย ส่วนเปียยิ้มไปหาต้นบอกว่าสนุกจังเลย

ต้นยอเปียว่าขี่รถเก่งจัง ถามว่าเย็นนี้ว่างไหม เปียตอบทันทีว่าว่าง น้อยตกใจบอกว่าไม่ว่างให้รีบกลับบ้านเลย ไม่อย่างนั้นน้าเย็นตีตายแน่ เปียถลึงตาใส่น้อยพูดเบาๆ “แกก็บอกน้าเย็นสิ ว่าวันนี้ติดเรียนพิเศษ”

ต้นถามว่าตกลงเปียไม่ว่างใช่ไหม น้อยรีบบอกว่าต้องรีบกลับบ้าน ต้นทำตาเยิ้มปากหวานบอกเปียว่า งั้นรอวันไหนนัดเปียไปกันสองคนก็แล้วกัน และก่อนแยกกันยังส่งจุ๊บๆ บอกรักกันจนน้อยเอาศอกกระทุ้งเตือน เปียหงุดหงิดที่ถูกขัดคอกระโดดขึ้นรถเลย น้อยโดดซ้อนแทบไม่ทัน

หารู้ไม่ ทั้งสอง ถูกเด็กสาวอีกสองคนขี่รถตามมาและตามต่อไปอย่างมุ่งร้าย หนึ่งในนั้นคือ “เมีย” ของต้นนั่นเอง!

เมียของต้นขี่รถไล่บี้แล้วเบียดจนเปียต้องจอดรถ เมียต้นกับเปียทะเลาะด่าทอกันอย่างหยาบคาย เมียต้นหาว่าเปียแย่งผัวตน เปียด่าว่าแล้วทำไมไม่เอาผัวขังไว้ที่บ้าน ด่าทอแล้วต่างก็กระโจนเข้าตบกันจนตกลงไปในคลองก็ยังตบกันต่อ
บรรดาผู้คนที่เดินผ่านไปมา แทนที่จะห้ามปรามกลับตั้งหน้าตั้งตาถ่ายคลิปกันอย่างเมามัน บ้างก็เชียร์กันเหยงๆ

ooooooo

บ้านเถ้าแก่กิมที่เปิดเป็นร้านขายของชำอยู่กับเย็นที่เป็นน้าของเปีย เย็นเลี้ยงดูทั้งเปียและน้อยมาแต่เด็ก

ค่ำนี้ เย็นทำกับข้าวอยู่ในครัวบ่นว่าป่านนี้ทั้งเปียและน้อยทำไมยังไม่กลับ

ทันใดนั้น เพื่อนบ้านเดินอ้าวเข้ามาบอกว่าเปียกับน้อยตบกับใครก็ไม่รู้อยู่ที่คลอง เย็นตกใจวิ่งอ้าวออกไปทันที

ไปถึงริมคลองเห็นชาวบ้านมุงดูอยู่ เย็นแหวกคนเข้าไปเห็นเปียกำลังจับหัวเด็กสาวคนหนึ่งกดน้ำ น้อยก็จับอีกคนกดน้ำอยู่เช่นกัน เย็นตะโกนห้าม

“หยุด!! หยุดเดี๋ยวนี้...หยุด!!!” แล้วหันไปด่าชาวบ้าน “แทนที่จะห้ามกลับเอาแต่ถ่ายๆ ผู้คนสมัยนี้มันยังไงกัน!!”

เมื่อร้องห้ามไม่เป็นผล เย็นกระโดดลงไปกระชากสองคู่ออกจากกัน เมียต้นกับเพื่อนหันจะเอาเรื่องเย็น ถูกเย็นชี้หน้า

“ถ้าพวกเธอกล้าก็เข้ามา!!” เมียต้นหันไปชี้หน้าเปียขู่ว่าถ้ายุ่งกับผัวตนอีกตาย! แล้วตะกายขึ้นฝั่ง เย็นหันถามเปีย อ้อ...นี่พวกแกตบตีกันแย่งผู้ชายเหรอ มานี่!!” เย็นลากเปียกับน้อยขึ้นฝั่งทันที

พอกลับถึงบ้านก็คว้าไม้กวาดไล่ตี ปากก็ด่าว่าตบตีกันแย่งผู้ชายมันเท่มันเก่งนักหรือ มียางอายบ้างไหม เปียเถียงคำไม่ตกฟากว่าตนไม่ได้แย่ง ผู้ชายมาหาเอง ระหว่างนั้นทีวีออกข่าวว่าจากคลิปที่ผู้ชมทางบ้านส่งไปให้ว่านักเรียนตบกันเหตุเพราะแย่งผู้ชาย เย็นดูทีวีแล้วด่าเปียกับน้อยว่า

“อยากออกทีวีให้คนเขาด่ากันทั่วประเทศแบบนี้ใช่ไหม แกอยากดังในเรื่องเลวๆ ให้คนด่าแบบนี้ใช่ไหม” ปากด่ามือก็ฟาดไม่ยั้ง “ทำตัวเป็นสก๊อยดีนัก ต่อไป แกสองคนไม่ต้องเอารถไปโรงเรียนอีก”

ชาวบ้านพากันมามุงดูเย็นตีเปียกับน้อยอยู่หน้าบ้าน มีคนหนึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่แหวกเข้ามาตะโกนบอกเย็นขอซื้อยาแก้ท้องเสีย หญิงชาวบ้านที่มุงอยู่บอกว่า “นังเย็นมันไม่ขายหรอก มันตีหลานมันอยู่”

พวกไทยมุงผู้หญิงบ่นกันเองว่า “ไม่รู้จะตีทำไม นังเปียก็แรงเหมือนกับนังเย็นนั่นแหละ หึๆ” อีกคนคันปากพูดต่อว่า “ใช่ๆ ทำเถ้าแก่กิมตายคาอก แล้วฮุบเอาร้านเถ้าแก่น่ะ ฮิๆ”

เย็นได้ยินเดินอาดๆ ออกมาจ้องหน้าหญิงชาวบ้านทั้งสอง ตะโกนถามแดกดันว่ายาแก้ท้องเสียไม่มี มีแต่ยาแก้ปากเสียจะเอาไหม แล้วกระชากหนึ่งในนั้นไปตบ จนพวกไทยมุงแตกฮือ

ที่อีกฝั่งหนึ่ง เลอสรรกับเพื่อนที่ไปวาดรูปด้วยกัน จูงมือไอ้น้อยที่ตกน้ำพามาส่งบ้านซึ่งเป็นห้องแถวบอกเด็กว่า

“ต่อไปอย่าแอบไปเล่นน้ำกันแบบนี้อีกนะ อันตราย ถ้าจะไปต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วย”

เด็กรับคำแล้วเข้าบ้าน แต่พอเลอสรรกับเพื่อนจะกลับก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศมาอย่างเผ็ดร้อนว่า

“อย่ามายุ่งเรื่องฉัน ไม่งั้นแกได้ลงหลุมแบบไม่มีโลงแน่ๆ”

เลอสรรมองไปเห็นแต่พวกไทยมุง ถามคนใกล้ๆ ว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ คนถูกถามตอบเบื่อๆว่า

“คนตบกัน อย่าไปสนใจเลย คนบ้านนี้ก็เหมือนกันทั้งน้าทั้งหลานแหละ มีเรื่องกับเขาไปทั่ว น่าเบื่อ”

ooooooo

หลังจากบรรดาไทยมุงสลายตัวแล้ว เย็นบอกให้เปียกับน้อยไปอาบน้ำเสีย เปียที่มักแกล้งน้อยประจำบอกว่าตนจะอาบก่อน แล้วผลักน้อยจนทรุดนั่งตรงบันได

“นังเปียมันวอนจริงๆ เจ็บรึเปล่าล่ะ” เย็นถามน้อย น้อยส่ายหน้า เย็นสั่งว่า “ต่อไปถ้ามีเรื่องรีบมาบอกน้า ห้ามไปตบไปตีกับใคร เข้าใจไหมยัยน้อย ส่วนนังเปียมันอยากจะตบกับใครให้มันตบ กลับมาบ้านน้าจะตบมันเอง”

เปียเข้าไปในห้องตัวเอง พอพ้นมือเย็นแล้วก็บ่น “เอะอะก็ตี เอะอะก็ตบ น้าเย็นโรคจิต” แล้วเตะถีบเก้าอี้ล้มตึงตังโครมครามระบายอารมณ์ น้อยกับเย็นตกใจนึกว่าเปียปีนผูกคอตายแล้วถีบเก้าอี้ล้ม พากันวิ่งขึ้นไปดู เห็นเปียยืนหน้าบูดอยู่ เย็นถามว่าทำอะไร!

“เตะเก้าอี้เล่น” เปียตอบกวนๆ แล้วรีบปิดประตูกลัวเจอมือตบของเย็น เย็นตะโกนให้เปิดประตูก็ไม่ยอมเปิด

“นังหลานนรก สันดานแกเหมือนพ่อกับแม่แกจริงๆ นังเปีย!”

เย็นนึกถึงอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อน เวลานั้น ลำยองพี่สาวของเย็นกับโมกผัวโจร หากินด้วยการหลอกปล้น ดักปล้น และบุกปล้นทำชั่วไม่เลือก เหี้ยมโหดชนิดฆ่าคนได้ตาไม่กะพริบ

นอกจากโมกจะให้ลำยองแกล้งทำเป็นนอนบาดเจ็บกลางถนนหลอกให้คนใจบุญลงมาช่วยแล้วปล้นทั้งเงินและรถ แล้วยังปล้นร้านทองจนถูกตำรวจไล่จับมาถึงบ้าน

ลำยองกับโมกวิ่งกลับบ้านมาเอาของเตรียมหนี บอกเย็นให้รีบหนีไปด้วย ตำรวจตามมาทัน ลำยองกับโมกพากันโดดคลองดำน้ำหนี เย็นวิ่งไปหลบในป่าหลังบ้าน...

เย็นสะดุ้งจากภวังค์ เมื่อมีเสียงรถหวอตำรวจและชาวบ้านออกมาออกันเหมือนเกิดเรื่อง เย็นกับน้อยออกมาดูเห็นรถตำรวจขับผ่านไป เย็นถามชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ว่ามีเรื่องอะไรกัน

“พวกเมายาบ้า มันฉุดผู้หญิง นี่ตำรวจกำลังล่าตัวพวกมันอยู่”

เย็นหนาวเยือกเมื่อภาพในอดีตที่ถูกทำร้ายตามมาหลอน เย็นคว้าน้อยไปกอดไว้อย่างปกป้อง

อีกมุมหนึ่ง เลอสรรเดินกลับบ้านบนทางมืดๆ เพื่อนพูดออกตัวว่า

“อุตส่าห์กลับมาเที่ยวบ้าน เจอเรื่องแบบนี้ ยิ้มไม่ออกเลย ขอโทษด้วยนะเลอที่ทำให้ไม่สนุก”

“ไม่เป็นไร เที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ แค่ได้มาวาดรูปน้ำตกสวยๆ ก็ดีแล้ว แต่ฉันเป็นห่วงสังคมมากกว่า มีแต่ข่าวอาชญากรรมแบบนี้ทุกวัน น่ากลัว”

ทั้งสองเดินกันไปเงียบๆอย่างไม่สบายใจ

ooooooo

เย็นโอบน้อยเข้าบ้าน น้อยพึมพำว่าน่ากลัวจังเลย เย็นตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิดว่า...

“ใช่...น้าถึงได้สอนพวกแกตลอดให้ระวังตัว ผู้ชายน่ากลัว...น่ากลัวมาก” พอดีเปียตะโกนบอกว่าอาบน้ำเสร็จแล้วเย็นจึงให้น้อยไปอาบจะได้ลงมากินข้าวกัน

ขณะรอน้อยอาบน้ำนั้น เย็นอดคิดถึงอดีตไม่ได้... คิดถึงวันที่ลำยองกับโมกโดดน้ำดำหนีตำรวจ เย็นได้แต่กังวลไม่รู้ว่าทั้งสองเป็นอย่างไรบ้าง ชีวิตมืดแปดด้าน ตัดสินใจไปหามุกที่อยู่ในแก๊งเดียวกับโมก มุกทำงานอยู่ในบ่อน เย็นไปหาเพื่อถามข่าวลำยองกับโมก

เย็นไปเจอชายโฉดในบ่อนที่หลอกว่าจะพาไปหามุก แต่มันพาไปหลังบ่อนหมายข่มขืน เย็นฮึดสู้ถูกมันจับเหวี่ยงหัวกระแทกหินแตกเลือดอาบ แต่เย็นก็กัดฟันสู้ คว้าไม้ฟาดทัดดอกไม้มันแล้วกระโจนเข้าบีบคอมันจนแน่นิ่ง เย็นรีบคว้าถุงผ้าของตัวเองหนีไป

เย็นคิดถึงอดีต เจ็บปวดจนนิ่งงันกำผ้าเช็ดโต๊ะแน่น น้อยกับเปียช่วยกันยกกับข้าวมาที่โต๊ะ ทั้งสองคุยกันประสาวัยรุ่น เปียบอกน้อยว่าลองผู้ชายคนไหนมาหลอก ตนจะเอากำปั้นยัดปากเลย คุยโวว่าตนเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่จะถูกผู้ชายหลอกนั้นไม่มีทาง เราจะต้องหลอกมันก่อน

“ปากดี” เย็นขัดขึ้น เปียยังทำปากกล้าว่าก่อนที่เขาจะหลอกเรา เราต้องหลอกเขาก่อน เย็นทำหน้าหน่ายพูดอย่างหมั่นไส้ว่า “อย่างกับผู้ชายจะบอกแกก่อนว่าจะหลอกแน่ะ เวลาผู้ชายจะเข้ามา...ก็มาแบบพระเอกกันทั้งนั้นแหละ”

เย็นคิดถึงอดีตของตัวเองแล้วกินข้าวไม่ลง...

คืนนั้น เย็นหนีจากชายชั่วที่บ่อนเลือดที่หัวยังไหลไม่หยุด เย็นวิ่งข้ามถนนโดยไม่ทันดูรถ รถที่ขับมาอย่างเร็วเบรกสนั่น ร่างเย็นทรุดกองกับถนนหมดสติ

อุทัยที่ขับรถคันนั้นมา รีบลงจากรถ เห็นเย็นนอนหมดสติเลือดออกที่หัว เขารีบอุ้มเธอขึ้นรถส่งโรงพยาบาล เย็นถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที หลังจากหมอทำแผลให้แล้ว เย็นฟื้นขึ้นมาก็ลุกพรวด เจ้าหน้าที่จับไว้ เธอดิ้นรนร้องบอกให้ปล่อย!

“หยุดก่อนคุณหยุด” อุทัยเข้ามาร้องห้าม เย็นชะงัก เห็นสีหน้าแววตาที่ใจดี จริงจังและจริงใจของเขา เย็นจึงสงบลง

อุทัยบอกว่าเธอยังเจ็บอยู่อย่าเพิ่งไปไหนเลย บอกว่าตนเกือบขับรถชนเธอ แต่เธอตกใจมากเลยหมดสติไป เย็นทบทวนแล้วจำได้ว่าเขาไม่ได้ขับรถชนตนจริงๆ อุทัยเป็นฝ่ายถามอย่างแปลกใจว่า

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับคุณ?”

เย็นเล่าให้อุทัยฟังขณะเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยกัน เขารำพึงอย่างสลดใจว่า

“คนสมัยนี้ร้ายจริงๆ ดีใจด้วยนะที่คุณรอดมาได้ จะไปแจ้งความไหม ผมจะพาไป”

เดือนกลัวเกินกว่าจะเอาเรื่อง เธอไหว้ขอบคุณเขา อุทัยถามว่าเธอไหวไหมมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า

“ไม่ไหวก็ต้องไหวค่ะ แค่คุณช่วยพาฉันมาส่งโรงพยาบาลก็ถือว่าช่วยมากพอแล้ว” อุทัยเห็นท่าทางเย็นเหมือนเคว้งคว้าง ถามว่าจะไปไหนดูเหมือนไม่มีที่ไป เย็นบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาถามว่ามีญาติพี่น้องที่ไหนไหม เย็นบอกว่า “ไม่มี...เอาเป็นว่าฉันขอบคุณมากที่ช่วย โชคดีนะคะ” เย็นไหว้อีกครั้งแล้วจะเดินไป

พลันเดือนก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงวิทยุจากแม่ค้าแถวนั้นประกาศว่า “เมื่อคืนพบศพชายฉกรรจ์ถูกฆ่าตายที่หนองน้ำอย่างโหดร้ายทารุณ ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามหาตัวคนร้ายอยู่” เย็นถึงกับเข่าอ่อน แต่ยังแข็งใจจะไปตายเอาดาบหน้า

แต่พอจะก้าวไปเหลือบเห็นตำรวจวิ่งมาก็ถึงกับเข่าอ่อน อุทัยรับไว้ทันจะพาไปหาหมออีก เย็นปฏิเสธกลบเกลื่อนว่าตนแค่กลัวจะหางานทำไม่ได้เท่านั้นเอง

“งั้น...อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ที่บ้านผมพอจะดูแลคนได้บ้าง คุณไปทำงานกับผมไหม” ทีแรกเย็นปฏิเสธ แต่พอเห็นตำรวจเดินตรงมาเธอก็เปลี่ยนใจรีบหาที่พึ่งพักพิง ยอมไปทำงานกับอุทัย

ooooooo

ที่แท้... อุทัย อนุรักษ์ธานิน หนุ่มรูปงามฐานะดี ลูกชายคนเดียวของคุณหญิงอนุรักษ์ผู้ดีเก่า เขาพาเย็นไปฝากให้ทำงานกับคุณหญิง คุณหญิงมองเย็นที่นั่งพับเพียบกับพื้นพูดอย่างระแวง

“ลูกรับเขามาแล้วจะให้แม่ทำยังไงได้ แต่เดี๋ยวให้แม่เย็นรับใช้แม่ก็แล้วกัน แต่ถ้าขี้เกียจสันหลังยาวแม่ก็ไม่เอาเหมือนกันนะ”

เย็นกราบขอบคุณที่คุณหญิงและอุทัยเมตตาตน...

คิดถึงเวลานั้นแล้ว เย็นเผลอเคลิ้มไปกับอดีตที่มีความสุข เย็นทำงานอย่างขยันขันแข็ง และยิ่งมีกำลังใจมีความสุขเมื่อได้ใกล้ชิดเห็นถึงสายตาและท่าทีที่อุทัยมองตน บ่งบอกถึงความรู้สึกพิเศษ ทั้งยังชมว่าเย็นทำกับข้าวอร่อย...

เย็นคิดถึงวันเวลานั้นจนเหมือนตกอยู่ในภวังค์ สะดุ้งเมื่อได้ยินเปียคุยกับน้อยขณะดูละครในทีวีว่า

“ดูสิน้อย...พระเอกเอาผ้าคลุมไหล่มาให้นางเอก โอ๊ยยย ฟิน!! ฉันอยากได้ผ้าคลุมไหล่แบบนี้จัง”

เย็นเศร้าไปทันที เพราะช่างเหมือนกับชีวิตจริงของตัวเอง ที่อุทัยซื้อผ้าคลุมไหล่ให้ เมื่อความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น เย็นเฝ้าลูบคลำกอดหอมผ้าคลุมไหล่ผืนนั้นอย่างหลงใหล...

ความรัก ทำให้เย็นอยากใกล้ชิดอยากดูแลอุทัย คืนนี้จึงเข้าไปบีบนวดให้เขา ถามอย่างอ่อนหวานว่าเมื่อยตรงไหนอีกไหม อุทัยมองอย่างปรารถนาถามว่าถ้าเมื่อยทั้งตัวจะนวดให้ไหม เย็นเข้าใจความหมายนั้นก้มหน้าเขินไม่ตอบ จนอุทัยย้ำถาม เย็นจึงตอบอย่างเอียงอายว่า “แล้วแต่คุณอุทัยจะบัญชาค่ะ”

“งั้น...นวดให้ฉันหน่อยนะเย็น” อุทัยอุ้มเย็นเข้าไปในห้องทันที เย็นทำจริตขัดขืนแต่พอเป็นพิธี

หวานสาวใช้เก่าแก่วัยกลางคนที่แอบดูอยู่มุมหนึ่ง ชะโงกมองตามตาโตตกใจแต่แววตาระริกอย่างสอดรู้ สอดเห็น

ooooooo

เวลานั้น แม้เย็นจะรู้สึกผิดไม่คู่ควรกับอุทัยแต่ความรักทำให้เธอยอมเขาทุกอย่าง อุทัยพูดอย่างคนมีจิตใจดีว่า

“ถ้ายศถาบรรดาศักดิ์ ฐานะ คือสะพาน ฉันก็พร้อมจะข้ามไปหาเย็น ฉันรักเธอจ้ะเย็น”

ในยามนี้ ไม่มีอะไรจะขวางกั้นปรารถนาของกันและกันได้ ต่างปล่อยให้เป็นไปตามปรารถนาแห่งอารมณ์

เย็นคิดถึงคืนนั้นและผลพวงที่ตามมาภายหลังแล้วได้แต่นั่งเศร้า...

แล้วเย็นก็สะดุ้งเมื่อเสียงนกสาวละแวกนั้นมาด่าน้อยอยู่ปาวๆ ที่หน้าบ้าน นกด่าน้อยว่ารู้อยู่ว่าน้องสาวตนอกหักยังขายยาเบื่อหนูให้อีก หากน้องตนเป็นอะไรน้อยต้องตาย!

เปียทนไม่ได้ที่น้อยถูกด่าและกล่าวโทษ สะอึกออกไปรับหน้าแทน นกกับเปียด่ากันไม่กี่คำก็ตบตีกัน เย็นรีบมาหย่าศึก นกพูดอาฆาตก่อนสะบัดหน้ากลับไปว่า

“ถ้าน้องฉันเป็นอะไรไป แกสองคนต้องรับผิดชอบ!”

เย็นถามว่านกเป็นอะไร พอเปียเล่าให้ฟังก็นึกได้ถามว่า “นังหนูที่ว่าจะแต่งงานกับลูกชายเจ้าของร้านทองน่ะเหรอ”

“ใช่น้าเย็น ไม่เจียมบอดี้เอาซะเลย ตัวเองเป็นแค่ลูกจ้าง สะเออะไปรักลูกชายร้านทอง พ่อแม่คนรวยที่ไหนเขาจะให้ลูกแต่งงานกับผู้หญิงจนๆ” เย็นฟังแล้วสะอึกเหมือนถูกสะกิดแผล เปียยังด่าต่อ “ถ้าเปียเป็นเจ๊เจ้าของร้านทอง ไม่ต้องรอให้มันกินยาเบื่อหนูหรอก เปียจะจิกหัวนังลูกจ้างให้หนังหัวมันหลุดออกมาเลย คนอะไรไม่เจียม!”

ยิ่งฟังเปียด่าเย็นก็ยิ่งเจ็บปวด เหมือนตัวเองถูกด่าอยู่ปาวๆ

ooooooo

เหตุการณ์ในคืนนั้น คืนแห่งความสุขในชีวิตของเย็น ผ่านไปถึงเช้าเท่านั้น เย็นก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นเมื่อคุณหญิงเดินอ้าวมาทุบประตูโครมๆ ตะโกนให้อุทัยเปิดประตูเดี๋ยวนี้!

อุทัยหน้าซีดเผือด ลุกไปเปิดประตูทั้งที่ยังใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย เย็นเดินไปแอบยืนอยู่ข้างหลังอย่างหวาดกลัว

คุณหญิงโมโหมาก ด่าเย็นว่ากินบนเรือนขี้รดหลังคา ไล่ให้ไสหัวออกไปเลย ไล่ไม่พอยังพุ่งเข้ากระชากเย็นออกจากห้อง อุทัยปกป้องเย็นขอร้องคุณหญิงอย่าทำอะไรเย็น ถ้าจะทำให้ทำตนแทน เย็นเองก็ปกป้องอุทัยยอมที่จะให้คุณหญิงทำตนแต่อย่าทำอะไรอุทัย

“ทำเย็นเถอะค่ะ เย็นไม่ดีเองที่ทำตัวใจง่ายเป็นผู้หญิงไม่ดี เพราะถ้าเย็นไม่ยอมคุณอุทัยคงทำอะไรเย็นไม่ได้ เย็นยอมรับผิดทุกอย่าง แต่คุณหญิงได้โปรดอย่าไล่เย็นไปเลยนะคะ เมตตาสงสารเย็นเถอะค่ะ เย็นไม่มีใครแล้วจริงๆ เย็นมีแต่คุณหญิงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร คุณหญิงกรุณาเย็นเถอะนะคะ” เย็นก้มกราบคุณหญิงน้ำตาไหลพราก

คุณหญิงยังคงไล่เย็นไปให้พ้น อุทัยจึงบอกให้เย็นกลับไปก่อน เย็นก้มกราบขอความกรุณาจากคุณหญิงอีกครั้งก่อนออกไป

เย็นในวันนี้ คิดถึงวันนั้นอย่างเจ็บปวด แล้วก็ยิ่งเจ็บเมื่อเปียยังด่าน้องสาวนกไม่เลิกว่า

“พูดแล้วโมโหจริงๆ เลย จนแล้วไม่เจียม จัดจริตไปรักลูกคนรวยแล้วยังมาด่าคนอื่น” แล้วหันไปเสี้ยมน้อย “แกก็เหมือนกันนะน้อย วันหลังใครมาด่าแกมากๆ เอายาเบื่อหนูยัดปากมันไปเลย”

“งั้นแกก็คงโดนเอายาเบื่อหนูยัดปากเป็นคนแรกนังเปีย” เย็นโพล่งออกไปเหมือนกินปูนร้อนท้อง เปียยังเถียงฉอดๆ ถามว่าถ้าน้าเย็นเป็นคนรวยจะยอมให้ลูกชายแต่งงานกับลูกจ้างไหม น้อยที่นิ่งฟังอยู่ตอบแทนไปว่า

“ถ้าเป็นน้อย...น้อยให้แต่ง เพราะคุณค่าของคนอยู่ที่คุณงามความดี”

“อย่ามาโลกสวยเดี๋ยวโดนตบ ไม่มีคนรวยที่ไหนอยากให้ลูกแต่งงานกับคนจนหรอก เขาก็หาคนรวยๆ มาแต่งกันทั้งนั้นแหละ” เปียลอยหน้าด่าแล้วเดินไป น้อยถามเย็นว่าจริงหรือ

“จริง...คนรวยเขาก็อยากให้ลูกแต่งงานกับคนรวยด้วยกัน อย่างที่เรียกว่า ‘เงินต่อเงิน’ นั่นแหละ” เย็นตอบอย่างขมขื่น

ooooooo

หลังจากวันนั้นเย็นยังคงอยู่ที่บ้านอุทัย พยายามทำงานรับใช้คุณหญิงเหมือนไถ่โทษตัวเอง แต่ก็ถูกคุณหญิงรังเกียจเดียดฉันท์ แม้แต่ของหวานที่เย็นยกไปให้ก็ไม่ยอมแตะต้องคุณหญิงยังย้ำปรามเย็นว่า

 “แกเข้าใจใช่ไหม เรื่องของแกกับอุทัย ยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้ วันหนึ่ง อุทัยก็ต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมคู่ควร”

เย็นนิ่งอย่างอัดอั้นเจ็บปวดน้ำตาไหล คุณหญิงพูดเสียงอ่อนลงว่า “เอาเถอะ ในเมื่อวันนั้นยังมาไม่ถึง ฉันก็จะไม่ห้าม ไม่ขัดขวาง ไม่กีดกันแก แต่หวังว่าวันใดที่อุทัยต้องแต่งงาน แกจะต้องไปตามทางของแก”

คุณหญิงพูดนิ่งๆ แต่เหมือนฆ่าเย็นทั้งเป็น!

เย็นคิดถึงเรื่องในอดีตแล้ว เหยียดริมฝีปากบอกหลานทั้งสองที่กำลังดูละครว่า

“เจ้าชายกับนางซิน คนรวยมารักคนจนมันก็มีแค่ในละคร หึ! เพราะฉะนั้น สองสิ่งที่พวกแกสองคนต้องไม่ทำคือ ‘ของเล่น’ แล้วก็ ‘ของตาย’ ให้กับผู้ชาย เพราะถ้าแกสองคนหน้าโง่ เชื่อผู้ชาย แกถูกหลอกแน่”

เย็นพูดเช่นนั้น เพราะจำได้ฝังใจในคืนวันหนึ่ง ที่อุทัยไปหาที่เรือนหลังเล็ก เย็นร้องไห้บอกว่ากลัวเขาจะมีผู้หญิงอื่นเพราะที่ทำงานของเขามีแต่คนสวยๆ เรียนสูง ฐานะดี ที่คู่ควรกัน

“โธ่...นึกว่ากลัวอะไร ถ้าฉันจะชอบคนที่ออฟฟิศ ฉันแต่งงานไปตั้งนานแล้ว ไม่อยู่รอจนกระทั่งพบเย็นหรอก เพราะฉะนั้น เย็นเชื่อฉันนะ ไม่ว่าวันนี้ วันไหน ฉันก็จะไม่มีใครนอกจากเย็น”

เย็นชื่นใจซึ้งใจอย่างที่สุด กอดอุทัย มองเขาด้วยความจงรักภักดีสุดชีวิต

แต่ในวันต่อมา เย็นก็รู้จากจวนคนใช้รุ่นพี่ที่เห็นใจและสนิทสนมกับเย็นเรื่อง ‘วณี’ เย็นถามอย่างสนใจว่าวณีเป็นใคร?

“พี่ก็ไม่รู้จักหรอก แต่เคยได้ยินคนเก่าๆ เขาเล่าให้ฟังว่า คุณวณีเธอเป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของคุณอุทัย สนิทกันมากเลยจนผู้ใหญ่อยากให้แต่งงานกันเลยล่ะ”

เย็นน้ำตาไหลไม่รู้ตัว จวนรู้สึกผิดที่เผลอหลุดปากเล่าเรื่องวณีให้เย็นฟังแววตาเย็นเปลี่ยนจากเจ็บช้ำเป็นแข็งกร้าวทั้งที่น้ำตายังคลอเต็มตา!

ooooooo

เมื่ออุทัยมาหาในค่ำคืนนี้ เย็นดีใจมากเพราะนึกว่าเขาจะไม่มาแล้ว พูดอย่างเจ็บลึกๆว่า นึกว่าจะกินข้าวกับวณีเพลินไปแล้ว อุทัยแปลกใจที่เธอรู้เรื่องวณี

เมื่อเย็นเล่าตามที่ได้ฟังจากจวน อุทัยหัวเราะบอกว่าตอนเด็กๆ แม่ของวณีพามาเล่นที่บ้านบ่อยแต่ไม่มีอะไร เย็นเบาใจขึ้น แต่ก็อ้อน รำพันความรักที่มีต่อเขาอย่างหมดหัวใจ จนอุทัยบอกว่า ไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะ...“ฉันรักเย็น”

ขณะกำลังดิ่งสู่ภวังค์ในอดีตนั้น เย็นก็สะดุ้งเมื่อเปียแผดเสียงกรี๊ดออกมาอย่างสะใจเมื่อเห็นพระเอกจูบนางเอก เย็นฉุนขาดด่าว่าดูอะไรปัญญาอ่อนแล้วปิดทีวี ไล่ให้ไปอ่านหนังสือ น้อยชวนเปียไป เปียลุกบ่นกระปอดกระแปด

“ดูละครก็ไม่ได้ น้าเย็นประสาท”

เย็นโกรธมาก พึมพำเสียงสั่น “ลองใครมาเจออย่างฉัน ไม่ประสาทก็ให้มันรู้ไป ผู้ชายเฮงซวย!”

เวลานั้น เย็นเฝ้ารออุทัยอย่างใจจดจ่อทุกค่ำคืน แล้วไม่นาน เขาก็หายไป เย็นได้แต่รอ...แล้วก็ผิดหวัง

เกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น เมื่อเย็นถูกบรรดาคนใช้ด้วยกันเยาะเย้ยเย็นที่ถูกอุทัยทิ้ง ทะเลาะกันจนเย็นถลันจะเข้าไปตบ คุณหญิงเข้ามาเจอพอดี ดุแล้วเรียกเย็นให้ตามไป

เมื่อไปถึงห้องนั่งเล่น คุณหญิงถามเย็นว่า “เอ็งจำได้ใช่ไหม ที่ฉันเคยบอก วันไหนที่คุณอุทัยพบกับผู้หญิงที่เหมาะสมคู่ควร แกจะต้องไป ตอนนี้อุทัยเขาพบผู้หญิงคนนั้นแล้ว”

เย็นน้ำตาไหลพรากทันที ถามเสียงสะอื้นว่าไม่จริงใช่ไหม ทำไมตนไม่รู้ คุณหญิงถามว่าอุทัยไม่เคยบอกเธอหรือ พอเย็นบอกว่าไม่เคยบอก คุณหญิงแก้ต่างให้ลูกชายว่า

“อุทัยคงไม่รู้จะบอกแกยังไง แต่การที่อุทัยหายหน้าหายตาไปจากแก แกก็น่าจะรู้ว่าอุทัยมันไม่เอาแกแล้ว อย่าเสียอกเสียใจไปเลยเย็น เป็นเรื่องธรรมดา อย่างน้อยแกก็มีความสุข ได้เป็นเมียของอุทัยตั้งกว่าปี”

“เย็นอยากเป็นเมียคุณอุทัยตลอดไป” เย็นร้องไห้สะอึกสะอื้น

“จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่ออุทัยจะแต่งงาน นี่ฉันก็ไปสู่ขอหนูวณีให้ตาอุทัยแล้ว พอๆๆ อย่าร้องไห้ ตามที่เราคุยกันนั่นแหละ วันไหนที่อุทัยแต่งงาน แกจะต้องไป แต่ฉันไม่ให้แกไปมือเปล่าหรอกนะ ฉันจะให้เงินแกก้อนหนึ่งไว้ทำทุน”

เย็นร้องไห้หนักบอกว่าตนไม่เอาเงินและไม่ไป พลางคลานเข้าไปกราบขอความเมตตาจากคุณหญิง ขออยู่รับใช้คุณหญิงที่นี่ต่อไป คุณหญิงใจอ่อนบอกว่าตนยินดีแต่ถ้าเมียอุทัยรู้เข้า เดี๋ยวจะมาถอนหงอกตน

“เย็นสัญญาค่ะ วันไหนที่คุณอุทัยแต่งงาน เย็นจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับคุณอุทัยอีก เย็นจะรับใช้คุณหญิงแบบเงียบๆ ตามประสาเย็น” คุณหญิงให้สัญญา เย็นยินดีสัญญา แต่คุณหญิงก็ยังกั๊กไว้บอกว่าขอคิดดูก่อน แล้วไล่เย็นจะไปทำอะไรก็ไป เย็นก้มกราบคุณหญิงขอให้เวทนาตนด้วย แล้วจึงคลานออกไป

แม้จะเจ็บปวด ร้องไห้จนตาแดงช้ำ แต่หัวใจของเย็นเวลานี้ กลับเด็ดเดี่ยวกับความคิดบางอย่างของตน

ooooooo

คืนนี้ เย็นไปดักพบอุทัยขณะเขากลับจากทำงาน เย็นพยายามจะเข้าไปช่วยถือของ อุทัยบ่ายเบี่ยงบอกเย็นให้ไปรอที่ห้องคืนนี้จะไปหาเย็นรอจนอุทัยมาหา ถามเสียงสะอื้นว่า

“คุณอุทัยกำลังจะแต่งงานกับคุณวณีใช่ไหมคะ” อุทัยตกใจแต่อ้างว่ามันจำเป็น เมื่อเย็นร้องไห้โฮออกมา เขากอดเย็นบอกว่าตนเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เย็นถามว่าเขาไม่ได้รักวณีใช่ไหม อุทัยเชยคางเย็นยืนยันว่า

“ฉันรักเย็น เชื่อฉันนะ ฉันไม่ได้รักวณี ที่ฉันแต่งงานกับเขาเพราะผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะสมเท่านั้นจริงๆ”

เย็นขอให้เขาสัญญา อุทัยยอมสัญญา แต่พอเธอขอให้สาบานเขาตกใจถามว่าต้องสาบานเลยหรือ? แต่เพื่อให้เรื่องผ่านพ้นไป อุทัยยอมสาบานโดยเย็นขอให้เขาพูดเอง

“ได้...” อุทัยยกมือพนม “ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ข้าพเจ้านายอุทัย อนุรักษ์ธานิน ขอสาบานว่า ต่อให้ข้าพเจ้าแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ข้าพเจ้าจะขอรักและซื่อสัตย์ต่อเมียของข้าพเจ้าคือเย็นคนเดียวเท่านั้น และถ้าข้าพเจ้าตระบัดสัตย์ไม่ทำตามอย่างที่พูด ขอให้ชีวิตของข้าพเจ้ามีแต่ความทุกข์ทรมานตลอดไป”

เย็นมองอุทัยอย่างซาบซึ้ง เขาหันมายิ้มถามว่า “เป็นไง คำสาบานของฉัน โอเคไหม” พอเย็นรับคำ เขาพูดอย่างสบายใจว่า “เชื่อแล้วนะว่าฉันรักเย็น รักเมียของฉันเพียงคนเดียว”

“ค่ะ...เย็นเชื่อคุณอุทัย แต่ขอให้คุณอุทัยรู้ด้วยนะคะ เย็นรักคุณยิ่งกว่าชีวิต ถ้าวันไหนคุณกลายเป็นอื่น คุณผิดคำสาบานเย็นต้องอยู่ไม่ได้แน่ๆ” อุทัยบอกว่าต้องอยู่ได้เพราะตนรักเธอ เย็นเสนอว่า “ถ้างั้น พรุ่งนี้คุณอุทัยกรุณาช่วยพูดกับคุณหญิงให้เย็นอยู่

ที่นี่ต่อด้วยนะคะ เย็นรับปาก เย็นสัญญาเหมือนกันว่า จะอยู่ในที่ของเย็น ไม่ไปรบกวนคุณวณีให้ท่านต้องรำคาญใจอย่างเด็ดขาด”

เมื่ออุทัยรับปากเย็นกราบขอบคุณเขาที่เมตตาทั้งที่ตนเป็นแค่คนใช้ ไม่มีอะไรเทียบเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“คำเดียวสั้นๆ เพราะเย็นคือเมียของฉัน ต่อไปนี้เราเลิกคุยเรื่องนี้กันนะเย็น” เมื่อเย็นรับปาก อุทัยกอดเย็นอย่างสบายใจโล่งใจที่เย็นไม่แผลงฤทธิ์ เขาเชื่ออย่างที่เย็นพูดจริงๆ

แต่หลังจากคืนนั้น...เย็นนอนมองข้างที่นอนที่ว่างเปล่า พึมพำน้ำตาไหลพราก...

“แต่แล้ว คุณก็หลอกลวงฉัน โกหกฉัน คนทรยศ!”

วันต่อมา เย็นหัวใจแทบสลายเมื่อได้ยินคนในห้องครัวคุยกันว่า คุณหญิงสร้างเรือนหอให้อุทัยกับวณี คุยกันอย่างเบิกบานใจไปกับเจ้านายแต่เหมือนจงใจเชือดเฉือนเย็นว่า คุณหญิงท่านรักและเห่อคุณวณีมากเพราะเป็นลูกสะใภ้ที่เลือกเอง เย็นสะกดกลั้นอารมณ์เต็มกำลังเดินเลี่ยงออกไป

หวานตะโกนถามว่าทนฟังไม่ได้หรือ เย็นย้อนว่าตนไม่อยากฟังนกกระจอกคุยกันต่างหาก ทั้งหวานและช้อยรุมกันถามทันทีว่า ว่าใครเป็นนกกระจอก เย็นบอกว่าทั้งสองคนนั่นแหละ

“แกต่างหากนังเย็นที่เป็นนกกระจอก คุณหญิงถึงไม่เคยชายตามองแกเลย ไม่เหมือนคุณวณี”

“แม่ผัวรัก แต่ผัวไม่รักมันก็เท่านั้น” เย็นหัวเราะกวนๆ ทำหน้าไม่แยแส พอออกไปเจอจวนที่รู้ใจกัน จวนถามว่าเรื่องที่อุทัยจะแต่งงานกับวณีเป็นอย่างไรบ้าง เย็นตอบยิ้มๆว่า “อยากแต่งก็แต่งไป คุณอุทัยบอกฉันแล้วว่าเขาจะรักและซื่อสัตย์ต่อฉันเพียงคนเดียว”

จวนหมั่นไส้ด่าว่าขี้คุย เย็นยืนยันว่าอุทัยสาบานอย่างนั้นจริงๆ เขาสาบานว่าจะรักตนจะซื่อสัตย์ต่อตนเพียงคนเดียวตนเลยเบาใจ จวนถามว่าแล้วจะทำใจได้หรือถ้าอุทัยแต่งงานกับวณีจริงๆ

เย็นมั่นใจว่าทำได้เพราะอุทัยรักตนไม่ได้รักวณี จวนปรามาสว่าจะคอยดูว่าถึงเวลาแล้วเย็นจะทำใจได้อย่างที่พูดหรือเปล่า เย็นยิ้มอย่างไม่ยี่หระ เชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในคำสาบานของอุทัย

ooooooo

แต่เมื่อถึงวันแต่งงานของอุทัยกับวณีที่คุณหญิงเป็นคนดูแลการจัดงานทั้งหมดอย่างพิถีพิถัน เย็นก็อดสะเทือนใจไม่ได้กับความเป็นจริงของตัวเอง

จวนเฝ้าสังเกตเย็นอยู่ด้วยความเป็นห่วง ยิ่งเย็นได้ยินพวกหวาน ช้อยกับเอิบ พากันชื่นชมวณีก็ทนไม่ได้ผละออกไป จวนรีบตามไปถามด้วยความเห็นใจว่าทนไม่ได้ใช่ไหม เท่านั้นเองเย็นก็โผเข้ากอดจวนร้องไห้โฮๆ อย่างหมดความอดกลั้น  กระนั้นเย็นก็ยังเชื่อคำสาบานของอุทัย

จวนปลอบและเตือนเย็นด้วยความรักถามว่าเชื่อคำสาบานของผู้ชายด้วยหรือ พอเขาแต่งงานอยู่ด้วยกันเขาก็ต้องรักกันแล้วเย็นจะทนเห็นเขาอยู่ด้วยกัน รักกัน มีลูกด้วยกันได้หรือ? จวนแนะว่า

“ถ้าแกไม่อยากเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างนี้ ทำตามอย่างที่คุณหญิงบอกเถอะเย็น ไปจากที่นี่ ชีวิตที่เป็นเมียเก็บไม่ได้มีความสุขหรอก” เย็นติงว่าตนมาก่อนวณี “ยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเมียเก็บอยู่ดี เพราะเขาไม่ยกย่องเชิด หน้าชูตาแก เชื่อพี่ ไปจากที่นี่เพราะถ้าแกยังดื้ออยู่ต่อไป ชีวิตแกจะมีแต่ความทุกข์ทรมานแน่เย็น”

ตกกลางคืน เย็นแอบไปดูที่เรือนหอของอุทัยกับวณี เห็นอุทัยโอบกอดวณีในชุดลำลองที่สวยหวานอย่างรักใคร่ก็ยิ่งทรมานใจ พึมพำน้ำตาไหลพราก...

“นี่หรือที่คุณบอกเย็นว่าถูกบังคับให้แต่งงาน...” เย็นมองไปที่หน้าต่างเรือนหอของอุทัย เห็นเขาประคองวณีเข้าห้อง ครู่หนึ่งไฟในห้องดับลง... เย็นร้องไห้โฮออกมาปานหัวใจแหลกสลาย...

ooooooo

บ้านของเพื่อนเลอสรรหลังบ้านติดกับบ้านของเย็นพอดี เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านจึงจ้อกแจ้กจอแจได้ยินแต่เสียงโหวกเหวกทะเลาะเบาะแว้งกัน จนเพื่อนบอกกับเลอสรรอย่างเกรงใจว่า

“นี่แหละที่ฉันไม่ค่อยอยากกลับบ้าน กลับมา อะไรก็ไม่รู้ มีแต่เรื่อง โดยเฉพาะหลังบ้านฉัน...เอะอะเสียงดังตลอดเลยน่ารำคาญ”

เช้านี้ขณะเพื่อนขับรถพาเลอสรรผ่านบ้านเย็นเห็นตอง หญิงวัย 25 นั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้าน เขาย้ำกับเลอสรรว่า

“เห็นรึยัง บ้านนี้มีแต่เรื่องวุ่นวาย...ไปหาอะไรกินกันดีกว่า...”

เลอสรรมองตองที่นั่งร้องไห้อย่างเวทนา แต่พอรถคล้อยหลังไป น้อยก็ถือชามข้าวต้มมาให้ตองบอกให้กินเสียก่อน ตองกินไม่ลง เย็นลงมาถามว่าเป็นอะไรหรือ ตองพูดไปร้องไห้ไปว่าพ่อแม่ของพี่เอกคนรักตนจะให้เขาแต่งงานทั้งๆที่รู้ว่าเอกมีตนอยู่แล้ว เย็นแนะให้ลองคุยกับผู้หญิงคนนั้นดูไหมเผื่อเขายังไม่รู้

“รู้พี่...แต่เขาบอกว่าตองไม่มีทะเบียน ถึงจะมาก่อนแต่ก็ไม่ใช่เมีย”

เย็นแค้นแทนตองที่ผู้หญิงคนนั้นเอากฎหมายมาอ้างเพื่อแย่งผัวคนอื่น เปียฟังอยู่ด้วยสอดขึ้นว่า ผู้หญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนมันก็เป็นได้แค่ของเล่นของผู้ชาย เย็นหันไปด่าเลยชิ่งไปกินข้าวดีกว่า

ตองถามเย็นว่าตนควรทำอย่างไรดี เย็นแนะให้คุยกับเอกดูไหมเผื่อเขาจะไปคุยกับพ่อแม่

“ฉันคุยแล้ว พี่เอกบอกฉันว่าถึงจะแต่งงานใหม่ แต่เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น เขาสัญญาจะรักจะมีแค่ฉันคนเดียว”

เย็นฟังแล้วเจ็บจี๊ดจนน้ำตาแทบทะลัก ที่เรื่องของตองเหมือนกับตนไม่มีผิดทั้งที่เวลาห่างกันถึงสิบกว่าปี!

ooooooo

เวลานั้น...เย็นทนเห็นภาพบาดตาที่อุทัยหวานกับวณีและห่างเหินกระทั่งเย็นชากับตนไม่ได้ เมื่อเย็นตัดพ้ออุทัยก็อ้างว่าไม่อยากให้วณีระแวงเรื่องของเรา ย้ำปรามเย็นว่า

“เย็นเคยรับปากกับคุณแม่ไว้แล้วไม่ใช่เหรอถ้าฉันแต่งงานเย็นจะไม่วุ่นวายอะไรด้วย แต่นี่เย็นไปด้อมๆ มองๆ หาฉันจนวณีเขาเห็น” พอเย็นตัดพ้อว่าที่ไม่มาหาตนเพราะกลัวเมียแต่งจะรู้ใช่ไหม ทำให้อุทัยโกรธตัดบทว่า “ถ้าเย็นพาลแบบนี้ฉันไม่คุยกับเย็นดีกว่า เอาเป็นว่าอย่าไปทำท่าทำทางอะไรใส่วณีอีก ฉันไม่อยากมีเรื่องกับคุณแม่”

เมื่อเย็นโต้แย้งอย่างรับไม่ได้ก็ถูกอุทัยหาว่าพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ตนไม่คุยกับเธออีกแล้ว เขาลุกกลับไปเลย เย็นน้ำตาทะลักคร่ำครวญว่าเขาไม่รักตนแล้ว เย็นเสียใจอุทัยแต่โกรธวณีหาว่าเป็นคนทำให้อุทัยไม่รักตน จิกตาอย่างเกลียดชังวณีแทน

จากนั้นเย็นพยายามที่จะแสดงตัวให้วณีรู้จน คุณหญิงเห็น เรียกเย็นไปถามว่าจำได้ไหมว่าสัญญาอะไรกันไว้เกี่ยวกับเรื่องของอุทัยและวณี ชี้ว่าเย็นทำผิดสัญญา ไล่เย็นออกจากบ้านไป อย่ามาให้เห็นหน้าอีก!

เย็นอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่เป็นผล เย็นจึงคิดหวังว่าอุทัยคงจะช่วยตนได้ คืนนี้จึงไปดักพบอุทัยขณะเขากลับบ้าน อุทัยกลัววณีเห็น หาทางผลักไสเย็นออกไป บอกว่าให้ไปคอยที่บ้านคืนนี้จะไปหา เย็นรออุทัยจนถึงเช้าเขาก็ไม่มา เมื่อเย็นขึ้นไปพบบนบ้าน เขาตกใจอ้างว่าเมื่อคืนงานยุ่งเลยไม่ได้ไปหา เย็นประชดว่ายุ่งอยู่กับเมียแต่งจนลืมเมียบ่าวคนนี้!

“อย่ากำเริบกับฉันนะเย็น ไม่งั้นฉันจะไล่เธอออก” อุทัยเสียงเข้มใส่เย็นโพล่งไปว่าทั้งเขาทั้งคุณหญิงคิดแต่จะไล่ตนทั้งนั้น เขาผิดสัญญาเพราะตั้งแต่แต่งงานก็ไม่เคยมาหาตนเลย อุทัยบอกว่าตนเกรงใจวณี เพราะเธอเป็นคนดียิ่งเธอดีกับตนเท่าไหร่ตนก็ยิ่งเกรงใจเธอมากเท่านั้น บอกเย็นอย่างเลือดเย็นว่า

“ฉันอยากให้เย็นลืมเรื่องราวของเราเสีย คิดเสียว่าเราไม่เคยมีอะไรต่อกันได้ไหม...นะเย็น ฉันขอร้องลืมเรื่องระหว่างเราเสีย”

เย็นครางเหมือนใจจะขาดว่า เขาทำได้แต่ตนทำไม่ได้ อุทัยตัดบท เอ่ยขอโทษ ขอให้ถือว่าตนขอร้องแล้วผละไปทันที เย็นมองตามพึมพำทั้งน้ำตา “คำพูดของผู้ชายมันง่ายจริง ๆ” แววตาที่เจ็บช้ำกลายเป็นแค้นทันที

ความเจ็บแค้นทำให้เย็นฮึดสู้ ไปดักพบวณีเพื่อบอกความสัมพันธ์ระหว่างตนกับอุทัย ปรากฏว่าวณีรู้ก่อนแล้ว เย็นขอร้องให้เธอเลิกกับอุทัยเสียเพราะเขาบอกกับตนว่าไม่ได้รักเธอ วณีถามว่าอุทัยพูดขนาดนั้นเลยหรือ

“ไม่ใช่แค่นี้ เขาสาบานกับฉันด้วย ต่อให้เขาแต่งงานกับคุณ เขาก็จะรักซื่อสัตย์ต่อฉันเพียงคนเดียว แต่เป็น เพราะคุณเข้ามาเขาก็เปลี่ยนไป” วณีชี้แจงว่าไม่ใช่เพราะตน ถึงไม่มีตนอุทัยก็ต้องแต่งกับคนอื่นอยู่ดี เย็นถามว่า “คุณกำลังจะบอกว่ายังไงคุณอุทัยก็ไม่มีวันแต่งงานกับฉันเป็นอันขาดเพราะฉันเป็นคนใช้ใช่ไหม!”

“ไปกันใหญ่แล้วเย็น ฉันแค่อยากจะบอกเย็นว่า คนเราถ้าไม่ใช่คู่ยังไงก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ฉันอยากให้เย็นเข้าใจฉัน เพราะฉันก็เข้าใจเย็น”

“จะให้ฉันเข้าใจคนที่มาแย่งผัวฉันน่ะเหรอ รู้เอาไว้นะคุณวณีว่าฉันเกลียดคุณ เกลียดจนเข้ากระดูกดำ ทำตัวเป็นผู้ดีเสียเปล่า แต่มาแย่งผัวคนอื่น หน้าด้าน เกิด มาฉันไม่เคยเห็นใครหน้าด้านเท่าคุณเลย รู้เอาไว้ด้วย” เย็นผละไปอย่างเกลียดชัง

ooooooo

คุณหญิงรู้เห็นเย็นคุยกับวณีก็โกรธมาก เดินอ้าวไปหาเย็นที่ห้อง ทุบประตูพรวดเข้าไปไล่เย็นให้ออกจากบ้านไปเดี๋ยวนี้ เพราะนอกจากตนไล่ไม่ไปแล้วเย็นยังมาด่าวณีอีก

เย็นกราบขอความเมตตาอีกครั้ง คุณหญิงบอกว่าเมตตาไม่ไหวแล้วเพราะเย็นหึงจนเป็นบ้าขาดสติไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ถ้าไล่ครั้งที่สามนี้ยังไม่ไปก็อย่าหาว่าไม่เตือนกัน

เย็นไปดักพบอุทัยขอให้ช่วยตนด้วย อุทัยไม่ช่วยอ้างว่าเพราะเย็นผิดสัญญาและยิ่งอยู่ก็ยิ่งก่อเรื่องมากขึ้นทุกวัน ตราบใดที่เย็นยังอยู่ที่นี่ ตนก็จะไม่มีวันมีความสุข อุทัยมองเย็นอย่างชิงชังก่อนหันหลังเดินไป

เย็นมองตามอุทัยไปแววตาแข็งกระด้าง นาทีนี้ เย็นที่เคยอ่อนหวานกลายเป็นเย็นที่เต็มไปด้วยความแค้น

เมื่อพึ่งอุทัยไม่ได้ เย็นไปหาวณีขอให้ช่วยตนด้วย วณีจึงไปขอกับคุณหญิงและอุทัยจนเย็นได้อยู่ที่นี่ต่อไป เย็นกราบขอบคุณคุณหญิง อุทัย และวณี ถูกคุณหญิงพูดอย่างรังเกียจว่ากราบวณีคนเดียวก็พอ เพราะตนกับอุทัยอยากให้เย็นไปจากที่นี่นานแล้ว

“เราจะลืมเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วเริ่มต้นกันใหม่นะเย็น” วณีเอ่ยอย่างมีเมตตา อุทัยขอบคุณวณีชมว่าเธอเป็นคนดี บอกเย็นว่าต่อไปจะต้องเคารพวณีให้มาก

“ค่ะคุณอุทัย” เย็นอ่อนน้อม ฝืนยิ้ม ทั้งที่เจ็บปวดราวกับถูกน้ำกรดสาดเข้ากลางใจ! อุทัยเห็นแววตาเย็น เรียกไปถามว่าเธอมีอะไรหรือเปล่าเพราะดวงตาเธอลึกๆ บอกว่าเกลียดวณี

“เพราะเย็นรู้ทันเมียคุณมังคะ ว่าที่เขาทำอย่างนั้นเพราะต้องการให้สามีสุดที่รัก ‘ยกย่อง เทิดทูนบูชา’ว่าเขาเป็นคนดีอย่างหัวปักหัวปํา” เย็นถูกอุทัยด่าว่าคิดไม่ถึงว่าเธอจะเลวอย่างนี้ “แค่เย็นรู้ทันเมียคุณเท่านั้นหรือคะที่คุณเห็นว่าเย็นเลว”

“มันมากกว่านั้นอีกเย็น เพราะสิ่งที่เธอพูดออกมาทั้งหมดมันคือการ ‘เนรคุณ’ ต่อไปฉันคงไม่มีอะไรจะพูดกับเธออีก ต่างคนต่างอยู่แล้วกันเย็น” พูดแล้วผละไป เย็นคว้าตัวไว้อ้อนวอนก็ถูกสะบัดจนคะมำ ตวาดว่าเมื่อรู้สันดานเธอแล้วก็เกลียดอย่างไม่เคยเกลียดใครเท่านี้มาก่อน สะบัดแล้วไล่ตะเพิด “อย่ามายุ่งกับฉันอีก จำไว้ว่าฉันกับเธอจบกันแล้ว!”

อุทัยเดินไปไม่หันมองอีกเลย เย็นเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น คำรามเหี้ยม

“แล้วคุณจะเสียใจ ที่ทำกับฉันอย่างนี้คุณอุทัย! ฉันไม่มีความสุข ทุกคนก็ต้องไม่มีความสุขเหมือนกัน!!”

ooooooo

ตอนที่ 2

เย็นเดินไปส่งตอง ผ่านร้านอาหารที่เลอสรรกับเพื่อนนั่งกินอยู่ เลอสรรเห็นเย็นเดินผ่านไปเห็นใบหน้าเย็นแล้วรู้สึกเธอไม่มีความสุข เขามองเย็นอย่างสนใจจนลุกตามไป เพื่อนถามว่าจะไปไหน

“ว่าจะตามคนแถวบ้านแกไปหน่อย คนที่แกบอกว่าบ้านเขามีเรื่องตลอดเวลาไง ที่แกว่าคนบ้านนี้ท่าทางไม่มีความสุข ฉันชอบศึกษาชีวิตคน และคนที่ไม่มีความสุข ฉันว่าเขาต้องมีปมบางอย่างในชีวิต”

แต่พอเลอสรรเดินออกไป ปรากฏว่าเย็นกับตองหายไปแล้ว

เย็นไปส่งตองถึงบ้าน ตองถามว่า “แล้วถ้าพี่เย็นเป็นฉัน พี่เย็นจะทำยังไง”

“แก้แค้นมัน ทำอะไรก็ได้ ให้มันกระอักเลือดตาย” เย็นพูดจริงจังแววตาเหี้ยม

เย็นส่งตองแล้ว พอกลับถึงบ้านจับได้ว่าเปียจะเอารถไปโรงเรียน เลยยึดกุญแจรถไว้ เปียเสียแผนหงุดหงิดเลยแกล้งยั่วเย็นจนอารมณ์เสีย ชาวบ้านที่มาซื้อของบอกเย็นว่า

“ถ้าแม่เย็นปวดหัวก็กำราบแม่เปียให้มันจริงจังสิ นี่ฉันเห็นแม่เย็นได้แต่บ่น แต่ไม่เห็นทำอะไรแม่เปียสักที ขนาดแม่เปียแกล้งแม่น้อย แม่เย็นยังเฉยๆ”

“บางทีชีวิตมันก็มีดีที่ ‘สะใจ’ นะ” พูดแล้วเย็น หัวเราะเดินเข้าบ้านไป

พออยู่คนเดียวเย็นก็คิดถึงความหลังของตัวเอง...

หลังจากอุทัยกับวณีแต่งงานไม่นาน วณีก็คลอดลูกสาวน่ารักน่าชัง ทั้งสองตั้งชื่อให้ว่า “เอื้อย” มีนมแสเป็นแม่นมเลี้ยงหนูเอื้อย ทั้งอุทัย วณี และคุณหญิงต่างเห่อหนูเอื้อย กอดหอมอุ้มกันไม่วาง เย็นเห็นก็ยิ่งบาดใจ

วันหนึ่ง จวนมาเห็นเย็นเอากระเป๋าเดินทางออกมาวางถามว่าจะไปจากที่นี่แล้วหรือ เย็นถามนิ่งๆว่า “พี่คิดว่าไง”

“ก็ดี คุณหญิงจะได้ไม่ต้องห่วงว่าเย็นจะกลับไปคืนดีกับคุณอุทัย”

 “ฉันเลิกคิดนานแล้วพี่ ฉันรู้ คุณอุทัยกับฉันคนละชั้นกัน ลูกผู้ลากมากดีอย่างเขา จะมีเมียเป็นคนใช้ได้ไง” เย็นพูดเหมือนเข้าใจทำใจได้แล้วแต่ยังน้ำตาคลอ

“ถ้าแกตัดใจได้จริงๆ พี่ก็ดีใจด้วย อย่างน้อยแกจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจ แล้วจะไปเมื่อไหร่”

“อีกไม่นาน ‘ทำใจ’ ได้เมื่อไหร่ฉันจะไป”

จวนพยักหน้าแล้วเดินไป เย็นมองกระเป๋าเดินทางว่างเปล่าที่วางอยู่ตรงหน้าแววตาร้าย

ooooooo

เย็นเข้าไปตีสนิทกับนมแส ซื้อโอเลี้ยงของชอบมาฝาก ทำทีเอ็นดูหนูเอื้อย บอกนมแสว่าตนเคยมีลูกแต่ลูกตาย เห็นหนูเอื้อยแล้วอยากอุ้มเพราะคิดถึงลูก นมแสสงสารเลยให้อุ้ม

รุ่งขึ้น อุทัยกับวณีออกไปข้างนอกจึงเหลือแต่นมแสเลี้ยงหนูเอื้อยคนเดียว เย็นหิ้วโอเลี้ยงมาฝาก นมแสรับไปดูดอย่างชื่นอกชื่นใจ เย็นเหลือบมองนึกในใจว่าหลับยาวแน่นมแส เพราะเย็นแอบเอายานอนหลับใส่ในโอเลี้ยง!

เย็นออกอุบายว่าหลานนมแสโทรศัพท์มาหา นมแสจึงลุกไปรับโทรศัพท์ ครู่เดียวเย็นก็หิ้วกระเป๋าเดินทางออกไป โดยเอาหนูเอื้อยใส่ในกระเป๋าเดินทาง เมื่อไปขึ้นรถโดยสาร เย็นมองกระเป๋าเดินทางนึกในใจ...

“ป่านนี้พ่อแม่เธอมันคงกำลังจะขาดใจ แต่อย่าหวังว่าฉันจะสงสาร ฉันจะทำให้พ่อแม่เธอมันคลั่งตาย!!”

เย็นมาอยู่กับเถ้าแก่กิม เย็นเลี้ยงทั้งเปียลูกของลำยองพี่สาวตัวเองและน้อยซึ่งก็คือหนูเอื้อยที่ขโมยมาจากอุทัยและวณี เด็กทั้งสองวัยไล่เลี่ยกัน แต่นิสัยต่างกัน เปียขี้หงุดหงิดร้องไห้โยเยและออกจะเกเรชอบรังแกน้อยด้วย แต่น้อยเลี้ยงง่ายนิสัยเรียบร้อยกลัวและยอมเปียทุกอย่าง

เย็นเองก็อดเวทนาน้อยไม่ได้ มักพึมพำ “ฉันไม่ได้ตั้งใจเอาแกมาให้เปียมันทรมานนะน้อย ที่มันต้องเป็นอย่างนี้ เพราะพ่อแม่ของแก!!”    

เถ้าแก่กิมรักเด็กทั้งสองมากเลี้ยงอย่างตามใจ จนเย็นบ่นว่าตามใจจนเปียนิสัยเสีย

วันนี้เปียออกไปเล่นนอกร้าน เห็นเด็กถนนฝั่งตรงข้ามขี่จักรยานเล่นเลยวิ่งไปหา เถ้าแก่คว้าไว้ไม่ทันรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งมาเกือบชนเปีย เถ้าแก่ตกใจจนช็อก เย็นรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่เพราะโรคหัวใจกำเริบในที่สุดเถ้าแก่กิมก็จากไป

เถ้าแก่กิมจากไปอย่างหมดห่วง เพราะเชื่อว่าเย็นจะดูแลร้านและเลี้ยงเปียกับน้อยได้ และเย็นเองก็จำ คำสอนของเถ้าแก่ที่สอนให้เป็นผู้ให้ เย็นนำมาเป็นแนวทางการดำรงชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่เย็นทำตามคำสอนของเถ้าแก่ไม่ได้คือ “การให้อภัย”

นับแต่เถ้าแก่กิมจากไป เย็นจึงเลี้ยงดูเปียกับน้อยด้วยรายได้จากร้านของเถ้าแก่กิมตลอดมา

ooooooo

วันนี้เปียถูกสั่งห้ามเอารถไป ทั้งสองจึงต้องเดินไปโรงเรียน ขากลับเปียเดินว่าน้าเย็นใจร้ายปล่อยให้เดินทั้งเหนื่อยทั้งร้อน น้อยบอกว่าน้าเย็นไม่ได้หวงรถหรอกแต่ไม่อยากให้เปียซิ่งรถต่างหาก

เปียว้ากทันทีว่าตนคนเดียวที่ไหนต้องเราสองคน เลยเดินเถียงกันมาตามทาง มีผลักไสกันบ้างตามประสา

เลอสรรกลับไปเก็บของเตรียมกลับ เพื่อนถามว่ากลับแน่หรือ ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ

“ฮื่อ...น้าวณีโทร.มาตามแล้ว ไม่อยากให้ท่าน เป็นห่วง”

“ไว้มีโอกาสมาเที่ยวบ้านฉันใหม่ แล้วมาศึกษาคนแถวบ้านฉันด้วย จะหาข้อมูลไว้รอเลย”

เลอสรรหัวเราะ ขับรถต่อไปสบายๆ

เปียได้ยินเสียงรถหันมอง เห็นรถเท่ก็ดี๊ด๊าทันทีเชื่อว่ารถเท่ขนาดนี้คนขับต้องหล่อขั้นเทพแน่ โมเมว่าต้องเป็นเนื้อคู่ตนถึงได้ขับผ่านมาทางนี้ ว่าแล้วก็ทะเล้นออกไปยืนอ่อยกลางถนน เลอสรรเห็นแต่ไกลก็แปลกใจ น้อยเห็นเปียทำทะเล้นเกินเหตุก็ออกไปดึงไปขวาง ทั้งสองมัวแต่ดึงรั้งกันนัวเนีย จนเลอสรรขับรถผ่านไปไม่รู้ตัว

พอเปียเห็นรถขับผ่านไปก็วิ่งไล่กวดเอาเป็น เอาตายหมายล่าเนื้อคู่ให้ได้ น้อยเลยต้องถือกระเป๋าวิ่งตามไป

รถของเลอสรรเกิดรวน เขาจึงจอดลงไปดู เปียวิ่งตามมาเห็นรถจอดก็ดีใจเชื่อว่าเนื้อคู่รอตนอยู่ เร่งฝีเท้าเต็มที่ แต่ปรากฏว่ารถไม่เสีย เพียงแต่ขั้วแบตหลวม พอสตาร์ตก็ติด เพื่อนรีบขึ้นรถ เลอสรรเร่งเครื่องเป็นจังหวะที่เปียวิ่งมาถึงท้ายรถพอดี แต่สะดุดล้มเลย

ถูกควันดำท่อไอเสียพ่นใส่จนหน้าดำ

เปียเงยหน้าขึ้นอีกทีรถของเลอสรรก็ไปไกลแล้ว เปียร้องเรียกเนื้อคู่อย่างแสนเสียดาย น้อยวิ่งตามมาทันเห็นหน้าเปียก็ขำก๊าก บอกว่าเนื้อคู่คงจำเปียไม่ได้กระมัง เปียเลยเอาตลับแป้งมาเปิดส่องกระจกดู พอเห็นหน้าตัวเองก็เลยลูบเขม่าเอาไปป้ายหน้าน้อยที่ยืนหัวเราะอยู่ให้ดำเหมือนกันเสียเลย

ooooooo

เปียกับน้อยกลับถึงบ้านในสภาพหน้าดำทั้งคู่ เย็นถามว่าทำไมมายืนหน้าดำอยู่อย่างนี้ น้อยบอกว่าเปียวิ่งตามผู้ชายเลยหกล้ม ถูกเปียยกมือปิดปากหมับ!

“เรื่องผู้ชายอีกแล้วเหรอนังเปีย!” เย็นหันไปคว้าไม้กวาดทันที เปียทำหน้าทะเล้นโดดหลบแต่คุยโวว่า

“สวยๆอย่างเปีย ถ้าสนใจผู้หญิงก็เสียของแย่สิน้าเย็น” พูดแล้ววิ่งขึ้นบันไดไปเลย เย็นตะโกนด่าตามหลังว่า

“แต่ถ้าแกสนใจผู้ชาย แกจะเสียทั้งของเสียทั้งตัว นังเด็กเวร!” เย็นปาไม้กวาดตามหลังโดนผนังบ้านอย่างแรง

เปียยังซ่าไม่เลิก ตกกลางคืนก็ลากน้อยย่อง ออกจากบ้านในชุดสก๊อยภูธร น้อยไม่อยากไป

“ต้องไป ขืนฉันไปคนเดียว กลับมาฉันถูกตีหลังลายคนเดียวสิ แกต้องไปด้วย ไม่งั้น...” เปียยกมือทำท่าจะตบ พอเห็นน้อยกลัวก็ลากแอบหนีออกไป

เปียพาน้อยไปสมทบกับเด็กแว้นและสก๊อยที่รวมตัวกันอยู่ พอมากันครบก็ออกแว้นทันที

เลอสรรเก็บของเสร็จก็เตรียมกลับ เขาขอบใจเพื่อนที่ให้มาอยู่มากินหลายวัน

“ด้วยความยินดี แล้วเจอกันใหม่เพื่อน ขับรถ ดีๆนะ”

เลอสรรขับรถไปเจอกลุ่มเด็กแว้นพอดี เขามองอย่างหงุดหงิดเพราะต้องขับรถอย่างระมัดระวังมาก หยิบมือถือมาถ่ายรูปไว้ บ่นอย่างระอา

“ทำตัวไม่มีความคิดกันแบบนี้ สงสารคนเป็นพ่อเป็นแม่จริงๆ”

ooooooo

เย็นเดินตรวจความเรียบร้อยของร้านพลาง ตะโกนบอกเปียกับน้อยให้ปิดล็อกประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยด้วย จึงรู้ว่าทั้งสองคนไม่อยู่แล้ว

“นังเปีย! นังน้อย!” เย็นคำรามอย่างรู้ทันว่าทั้งสองหนีไปไหน ออกจากบ้านไปดักที่ปลายทางทันที

พอแก๊งแว้นไปถึงปลายทาง เปียสุดซ่าก็ลงไปเฮ้วๆ กับเพื่อน ลากน้อยที่ยังกลัวจนเข่าอ่อนอยู่ให้ออกไป เฮ้วด้วย บ่นว่าแค่นี้กลัวอะไร เอามือถือมาถ่ายคลิปเก็บไว้ประจาน

“เก่งนักใช่ไหมแม่ ‘ซีเปีย’ หา!” เสียงเย็นแหวกอากาศเข้ามา

“น้าเย็น!!” เปียหน้าเหลือสองนิ้วทั้งเปียและน้อยถูกเย็นลากไปเหวี่ยง  เข้าไปในบ้านหัวทิ่มกันไปคนละมุม เปียร้องโวยวายว่าน้าเย็นทำตนเจ็บ

“ไหนตะกี้ทำเป็นเก่ง แล้วตอนนี้มาร้องโอดโอยทำไม คนเราถ้าจะเก่ง มันต้องเก่งให้ตลอดซิ!” ว่าแล้ว

คว้าไม้เรียวมาหวดเปียไม่ยั้ง เปียยิ่งหลบก็ยิ่งถูกฟาด ส่วนน้อยนั่งกอดตัวเองซุกที่มุมห้องกลัวเย็นจนตัวสั่น

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ไม่ให้แกเป็นสก๊อย แกไม่เชื่อ แล้วยังกล้าเปลี่ยนชื่ออีก ‘ซีเปีย’ แกคิดว่าชื่อซีเปียมันเก๋ มันเริ่ดนักรึไงยัยเปีย!” เปียเถียงว่าใครๆ เขาก็ฮิตชื่อนำหน้าทั้งนั้น “ใครฮิต? มีแต่พวกสก๊อยนั่นแหละที่ฮิต อย่าให้ฉันได้ยินแกเรียกตัวเองว่าซีเปียอีกนะยัยเปีย ไม่งั้นแกจะกลายเป็น ‘ซีอุย’!”

ฟาดและด่าเปียแล้ว หันไปทางน้อย “แกก็เหมือนกัน ปากน่ะมีไหม? ถ้าไม่อยากไป ทำไมไม่ตะโกนบอก ฉันหา!! ยัยน้อย!!”

น้อยบอกว่ากลัว เย็นถามว่ากลัวใคร น้อยเหลือบมองเปียตอบเบาๆ “กลัวเปีย” เปียเลยถูกเย็นปรามว่าต่อไปห้ามขู่บังคับน้อยเป็นอันขาด บอกน้อยว่าถ้ายังโง่ให้เขาข่มขู่มันก็ช่วยไม่ได้ เกิดเป็นคนมันต้องสู้ ไม่สู้ก็ต้องแพ้ เข้าใจไหม!

น้อยตอบตาปริบๆว่าตนกลัว พอเย็นเดินออกไป เปียก็เดินเข้าไปเอานิ้วจิ้มหัวน้อย บอกให้สู้สิ กล้าสู้ตนก็สู้เลย น้อยได้แต่ร้องไห้กับความดุร้ายของเปีย

เย็นยืนดูอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดของเปีย ก็นึกในใจว่า “นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่า เชื้อไม่ทิ้งแถว

แต่ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าเชื้อของคนจนๆ คนที่ถูก ประณามว่า ‘เลว’ ได้เข้าไปอยู่ในดงผู้ดีมันจะเป็นยังไง??”

เย็นเดินหัวเราะออกไป เปียกับน้อยได้ยิน ต่างชะงักมองไปตามเสียง เป็นเสียงหัวเราะที่ทั้งสองคุ้นเคยมาแต่เด็ก แต่ไม่เคยเข้าใจความหมายของเสียงหัวเราะนั้น รู้สึกแต่ว่าแปลกและน่ากลัว

ooooooo

เลอสรรขับรถกลับมาถึงบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาลงจากรถ เจอวณีเดินออกมาพอดี  วณีทักดีใจ เลอสรรถามว่า

“นี่คุณน้ารอผมจนไม่ได้นอนหรือครับ” วณีบอกว่าตนตื่นมาเตรียมของใส่บาตรพอดี

อุทัยเดินลงมาจากข้างบนชวนเลอสรรใส่บาตรด้วยกัน เขารับคำแล้วเดินตามวณีและอุทัยไป โดยมีจวนกับช้อยประคองถาดอาหารผลไม้และดอกไม้ตามไป

ใส่บาตรแล้ว วณียกมือไหว้อธิษฐาน “เจ้าประคู้ณ... ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้หนูเอื้อยได้กลับมาอยู่กับแม่ด้วยเถอะ สาธุ” วณีน้ำตาคลอ เลอสรรมองอย่างเห็นใจ อุทัยสงสารวณีและโกรธเย็นที่สร้างปัญหาร้ายแรงให้กับครอบครัวตน

อุทัยนึกถึงวันที่เย็นเข้ามาทำงานใหม่ๆ คุณหญิงเห็นเย็นที่กำลังสาวสวยสะพรั่งและอุทัยที่มองเย็นด้วยแววตาของชายหนุ่มแล้ว พูดเตือนสติลูกชายว่า

“นังเย็นมันน่ารักเรียบร้อยดีนะ นี่ถ้ามันได้เรียนสูงๆ แต่งตัวสวยๆ แม่ว่าต้องมีผู้ชายมาสนใจมันแน่ๆเลย แต่อย่างว่าผู้ชายดีๆ เวลาเลือกคู่ครองเขาไม่ได้

มองแค่ความสวย แต่เขามองไปถึงการศึกษา ฐานะ ชาติตระกูลด้วย ลูกก็เหมือนกันนะอุทัย จะเลือกใครมาเป็นสะใภ้ของแม่ ต้องเลือกให้ดี ลูกต้องรู้จักว่าผู้หญิงคนไหนเป็นเพชร คนไหนเป็นพลอย”

“ครับคุณแม่” อุทัยรับคำ แต่วันนี้เมื่ออุทัยนึกถึงวันนั้นแล้ว เขาเครียด พึมพำอย่างโกรธตัวเอง “นี่ถ้าเราเชื่อคุณแม่ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้แต่ก็นั่นแหละ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเธอมันเลว...เธอมันเลวที่สุด! เย็น!!”

เวลาเดียวกัน เย็นอยู่ที่บ้านเถ้าแก่กิม ดูข่าวและรูปของอุทัยกับวณีที่ทั้งสวยและหล่อออกงานด้วยกัน เย็นหน้าเศร้า เจ็บปวด นึกในใจอย่างเคียดแค้น...

“หวังว่าวันไหนที่ฉันเอาลูกคุณกลับไปคืนคุณสองคนจะ ‘รักกันจนตาย’ แบบนี้นะ!!”

วันต่อมาเลอสรรจะเดินทางกลับอเมริกา วณีบ่นว่ามาแป๊บๆก็จะกลับแล้ว น้าคิดถึงแย่ อุทัยหยอกว่าถ้าแว่บมาได้เดี๋ยวตาเลอสรรก็บินกลับมาแหละ เลอสรรหัวเราะ คุณหญิงอวยพรให้เดินทางปลอดภัย เขากราบลาไหว้ลาทุกคนแล้วไปขึ้นรถขับออกไป ทุกคนมองตามเลอสรรไปด้วยความรัก...

ที่จริงแล้วเลอสรรไม่ได้มีเชื้อสายเกี่ยวพันกับครอบครัวอนุรักษ์ธานินเลย แต่เขาเป็นลูกเพื่อนรักของวณี พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต วณีจึงรับอุปการะรักเหมือนลูกและส่งไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 12 จนบัดนี้ เป็นหนุ่มหล่อในวัย 25 ปี มีอุปนิสัยเรียบร้อย มีจิตใจอ่อนโยน

ooooooo

ที่บ้านเถ้าแก่กิม เปียในชุดอยู่กับบ้าน กำลังเม้าท์กับเพื่อนชายอย่างดี๊ด๊าน่าหมั่นไส้ นัดพบกันที่ร้านนมหน้าโรงเรียน พอดีป้าที่มาซื้อของได้ยินได้แต่มองเซ็งๆ

เย็นลงมาพร้อมกับน้อยที่แต่งชุดนักเรียนแล้วถามเปียว่าทำไมยังไม่แต่งตัวไปเรียน เปียบอกว่าไม่สบาย พอเย็นถามว่าเป็นอะไร เปียสาธยายออกมาเป็นชุด ทั้งปวดหัว ปวดท้อง ปวดฟัน ปวดขา และยังจะปวดอะไรต่ออะไรอีก ถูกเย็นขัดขึ้นว่า

“แกจะปวดอะไรก็ช่าง แต่ฉันน่ะปวดตับ รู้ไหมนังเปีย คนเรามีทั้งข้อดี ข้อเสีย แต่ที่แกมีเยอะอยู่ข้อเดียวคือข้ออ้าง! รีบแต่งตัวไปโรงเรียนเลย ไม่งั้นแกได้ไปลาป่วยกับยมบาลแน่ ไป๊!”

เปียกระแทกกระทั้นไปแต่งตัว ป้าคนนั้นบอกเย็นว่า ได้ยินเปียนัดผู้ชายไว้ เตือนเย็นว่ายังไงก็สอนหลานดีๆ เพราะลูกผู้หญิงคุณค่าอยู่ที่การวางตัว ทำตัวไม่ดี ไม่มีใครอยากได้ไปเป็นลูกเป็นเมียหรอก อีกคนบอกว่าสมัยนี้ทำตัวดีอย่างเดียวไม่พอต้องรวยต้องไฮโซด้วย ไม่งั้นผู้ชายดีๆรวยๆ มีชาติตระกูลเขาไม่ดองกับคนจนๆหรอก

“สมัยไหนๆมันก็เงินต่อเงินทั้งนั้น” ป้าอีกคนสรุป เย็นฟังแล้วอึ้งเพราะมันเหมือนเรื่องราวของตัวเองอีกแล้ว!

ooooooo

เย็นกลับเข้ามาในครัว แม้มือจะขอดเกล็ดปลาช่อนอยู่แต่ใจคิดถึงแต่คำพูดของสองป้าเมื่อครู่นี้ พึมพำอย่างเจ็บลึกว่า

“ใช่...สมัยไหนๆ เงินมันก็ต้องต่อเงิน...ฉันเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจกับคำดูถูกมากพอแล้ว ต่อไป...ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะเอาคืน!” สิ้นเสียงเย็นสับฉับเดียว หัวปลาช่อนกระเด็นไปไกล เย็นมองตัวปลาที่ไร้หัวอย่างสะใจ!

วันต่อมา เย็นโทรศัพท์ไปหาประมูลพ่อม่าย ข้าราชการหนุ่มใหญ่ใจดีที่เคยตามจีบเย็น ประมูลดีใจมากถามว่าโทร.มามีธุระอะไรหรือเปล่า เย็นบอกว่าจะมากรุงเทพฯและต้องขอรบกวนมาพักที่บ้านอย่างที่เขาเคยชวน

“ได้สิ ด้วยความยินดี เย็นจะมาเมื่อไหร่” ประมวลกระตือรือร้น พอเย็นบอกว่าพรุ่งนี้เขายิ้มดีใจ ในขณะที่เย็นคุยเสร็จก็ยิ้มเจ้าเล่ห์

เปียดีใจมากเมื่อเย็นบอกว่าจะพาไปกรุงเทพฯ น้อยถามว่าให้ตนไปด้วยไหม

“เธอก็ถามอะไรโง่ๆอีกแล้วยัยน้อย ตั้งแต่เธอเกิดมา ฉันเคยทิ้งเธอไหม ไปไหนมาไหนฉันก็กระเตงเธอไปด้วยตลอด” น้อยยิ้มดีใจบอกว่าไม่คิดว่าตัวเองจะได้ไปด้วย “ไปกันทั้งคู่แหละ รีบไปเก็บเสื้อผ้าพรุ่งนี้เราจะเดินทางแต่เช้า”

เปียกับน้อยวิ่งจู๊ดขึ้นไปเก็บเสื้อผ้ากันอย่างตื่นเต้นดีใจ เปียพูดไปตามประสาปากอยู่ไม่สุขว่า  “น้าเย็นเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาเนี่ย ถึงจะพาเข้ากรุงเทพฯ”

คืนนี้ เย็นนั่งเขียนจดหมายถึงอุทัยกับวณี รุ่งขึ้นพอไปถึงสถานีรถไฟ เย็นหย่อนจดหมายลงตู้ไปรษณีย์แล้วจึงพาเปียกับน้อยขึ้นรถ เย็นเดินนำไป เปียเดินตัวเปล่ากรีดกรายย้ายสะโพกเป็นคุณนาย ทิ้งน้อยให้ทั้งหิ้วทั้งลากกระเป๋าทุลักทุเลรั้งท้าย

ooooooo

อุทัยกับวณีเฝ้ารอข่าวคราวจากเย็น วันนี้ได้รับจดหมาย พอวณีเปิดดูก็ถอนใจบอกอุทัยว่าไม่มีการติดต่อมาจากเย็นเลย อุทัยรำพึงว่า

“18 ปีเข้าไปแล้ว หัวจิตหัวใจเขาทำด้วยอะไร?”

“ความพยาบาทมันช่างรุนแรงเหลือเกิน ถ้าเย็นเอาลูกมาคืน วณีพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขาคลายความพยาบาท อย่าเกลียดชังวณีเลย”

“พี่ก็เหมือนกัน พี่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เย็นให้อภัย”

อุทัยกอดวณีปลอบใจ คุณหญิงมองทั้งสองอย่างไม่สบายใจ วณีหันมาเห็น จึงเดินไปหาคุณหญิง ถามว่า

“คุณแม่มีอะไรไม่สบายใจคะ”

“ก็เรื่องที่ทั้งอุทัยทั้งวณีโทษตัวเองน่ะสิ จะโทษตัวเองทำไม ในเมื่อคนที่เป็นคนผิดคือนังเย็น”

วณีติงว่าจะว่าเย็นผิดฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ตนเองก็ผิด ผิดที่แย่งอุทัยจากเย็น คุณหญิงถามเสียงสูงอย่างไม่พอใจว่า

“วณีจะผิดได้ยังไง ในเมื่อวณีคือเมียแต่ง ส่วนนังเย็นมันเป็นได้แค่ของเล่นของตาอุทัย” วณีติงว่า

เย็นมาก่อนตน “แม่บอกแล้วไง ผู้หญิงที่ยอมเป็นของเล่น

ของผู้ชายไม่มีใครเขายกย่องออกหน้าออกตาหรอก หนำซ้ำนังเย็นมันก็เป็นแค่คนใช้ วณีคิดว่าแม่จะยอมรับคนใช้ใจง่ายไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนังเย็นมาเป็นลูกสะใภ้เหรอ”

วณีติงว่าถ้าอุทัยไม่จริงใจกับเย็นก็ไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวข้องแวะด้วย

“ผู้ชายก็คือไม่เลื้อย ใกล้ไหนก็พันนั่น ผู้หญิงต่างหากที่ควรรักศักดิ์ศรี รักเกียรติยศของตัวเอง ไม่ยอมเอาตัวเป็นของเล่นใครง่ายๆ เรื่องนี้ยังไงๆ นังเย็นมันก็ผิด ผิดที่ใจง่าย ไม่รักศักดิ์ศรีของตัวเอง แล้วยังอาฆาตแค้นพยาบาท ทำลายชีวิตของคนอื่น ถ้าแม่ได้เจอมันอีก แม่ไม่เอามันไว้แน่ๆ” คุณหญิงเสียงดุหน้าเหี้ยมจนวณีหน้าเจื่อนไม่กล้าโต้ ได้แต่นึกในใจน้ำตาซึม

“ฉันเข้าใจเธอนะเย็น ฉันเข้าใจเธอ เธอก็ควรเข้าใจฉัน ได้โปรดเอาลูกมาคืนฉันเถอะ เอาลูกฉันคืนมา...”

ooooooo

เมื่อมาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง เย็นลงจากรถเปียรีบตาม ส่วนน้อยก็ยังต้องทั้งลากทั้งหิ้วกระเป๋าทุลักทุเลอยู่คนเดียว เย็นเร่งให้รีบตามเดี๋ยวหลง

ที่สถานีหัวลำโพงนี่เอง มีเรื่องสะกิดแผลใจเย็นอีกจนได้ เมื่อมีสาวน้อยนางหนึ่งวิ่งมาชนเปียกับน้อยล้มลง ตัวสาวน้อยก็ล้มลงด้วย พลันก็มีสาวใหญ่และชายผู้เป็นสามีตามมา สาวใหญ่จ้องหน้าสาวน้อยหันไปบอกสามีให้เลือกเอาระหว่างตนกับ “มัน” สามีตอบทันทีว่า “เลือกคุณอยู่แล้ว ใครจะไปเอาคนใช้มาทำเมีย”

สาวน้อยเถียงทั้งน้ำตาว่าคุณผู้ชายบอกว่าจะพา ตนไปอยู่ต่างจังหวัดด้วยกัน ทำไมถึงทำกับตนอย่างนี้ ชายคนนั้นพูดใส่หน้าว่าเพราะตนไม่ได้รักเธอ ย้ำว่า “ฉันรักเมียฉัน ฉันเลือกเมียฉัน ได้ยินแล้วก็ไสหัวกลับบ้านนอกไปเลยไป๊!”

เย็นอึ้งเจ็บจี๊ด ทันใดนั้นผู้กำกับเดินเข้ามาบอกทั้งสามคนนั้นว่าเวลาถ่ายจริงเอาอย่างนี้แหละ เอาให้คนตะลึงแบบนี้เลย

น้อยถอนใจโล่งอกที่เป็นการถ่ายละครเท่านั้น เปียบอกว่าถ้าเป็นเรื่องจริงก็แซ่บเว่อร์ ถ้าเป็นตนจะตบเมียน้อยให้กระเด็นเลย พูดดูถูกว่า “หน็อย! เป็นแค่คนใช้ สะเออะไปรักเจ้านาย ไม่เจียม!”

เย็นสั่งเปียให้หยุดพูด เปียทำท่าทะเล้นบอกว่าเม้าท์เรื่องผัวๆเมียๆ มันจะตาย เย็นด่าว่าถ้ามันนักก็อยู่ที่หัวลำโพงนี่แหละ เผื่อจะได้เป็นเมียคนจรจัดแถวนี้ แล้วชวนน้อยไปกัน เปียรีบตาม

ประมูลมารับเย็นที่หัวลำโพง เย็นแนะนำน้อยให้รู้จักประมูล แต่พอหันหาเปียจึงรู้ว่าหายไป เย็นบ่นว่าหลงจนได้ บอกน้อยให้ไปตามจะได้รีบไปกัน น้อยรีบไปตาม ประมูลมองตามน้อยเอ่ยว่าเห็นเงียบๆ เอาเข้าจริงเป็นคนกล้าเหมือนกัน

“กล้าเป็นบางเรื่องแล้วก็โง่เป็นบางเรื่องค่ะ อย่างที่เขาว่า คนดีเลือดผู้ดี บางทีก็ไม่ทันเรื่องร้ายๆหรอกค่ะ”

เย็นพูดแล้วยิ้มเป็นนัย ประมูลมองหน้าอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

น้อยตามไปเจอเปียหลงทางอยู่ พอตะโกนเรียก  เปียหันขวับเลยชนเข้ากับเลอสรรที่แต่งตัวมอซอเหมือนคนจรจัด เปียแว้ดใส่ทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิด

เปียหาว่าเลอสรรจงใจลวนลามตน คว้าขวดน้ำแถวนั้นจะฟาด  น้อยวิ่งเข้ามาร้องห้าม เปียตวาดว่ามาห้าม ทำไม “มัน” จะลวนลามตน น้อยติงว่าไม่เห็นเขาจะทำอย่างที่เปียว่าเลย เห็นแต่เปียชนเขา เลอสรรมองน้อยอย่างประทับใจ ยิ่งเมื่อน้อยขอโทษเขาแทนเปีย เลอสรรก็ยิ่งรู้สึกดี จนแอบใช้มือถือถ่ายรูปน้อยเก็บไว้

ที่แท้เลอสรรมาแสดงเป็นตัวประกอบในละครช่วยเพื่อน เขามองน้อยที่วิ่งตามเปียไปยิ้มอย่างเอ็นดู นึกในใจ...

“โลกจะกลมจนเราได้เจอกันอีกไหมน้อย...”

เมื่อมาถึงบ้าน ประมูลให้แม่นุ่มญาติที่มาอยู่ดูแลเขา  พาเย็น เปียและน้อยไปเข้าห้องพัก เปียมองประมูลอย่างสังเกต แล้วก็ปากเสียหันพูดกับน้อยว่า

“อีตาคุณประมูลนี่ ชอบน้าเย็นของเราแหงๆ ส่วนเธอก็ชอบคนจรจัดนะยัยน้อย ขนกระเป๋าเข้ามาให้ด้วย” แล้วตัวเองก็หัวเราะคิกคักเดินลอยชายไป

“เขาไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย ไปแขวะคนจรจัดทำไม” น้อยบ่น มองเปียอย่างระอา

ooooooo

เลอสรรกลับบ้านทั้งที่อยู่ในชุดคนจรจัดโดยไม่บอกล่วงหน้า ทำเอาทั้งวณีและอุทัยตกใจแปลกใจ แต่ดีใจมากรีบพาไปกราบคุณหญิง

พอเห็นเลอสรรคุณหญิงก็บ่นคิดถึงหนูเอื้อย ทำให้วณีสะเทือนใจน้ำตาร่วงลุกออกไป คุณหญิงรีบขอโทษอุทัยบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่พูดเพราะคิดถึงหนูเอื้อยเท่านั้น อุทัยบอกว่าตนก็คิดถึงแล้วรีบตามไปปลอบวณี

ทุกคนต่างหวังว่าสักวันหนึ่งหนูเอื้อยจะกลับมาและอยู่กันพร้อมหน้ากับคนในครอบครัวอย่างอบอุ่นมีความสุข

เมื่อเลอสรรเข้าห้องนอน เขาเอามือถือมาเปิดดูรูปน้อยที่แอบถ่ายไว้ ยิ้มกับรูป แล้วใช้โปรแกรมแอพในมือถือทำให้น้อยยิ้มและแต่งภาพให้สวย เขาทำไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

แอพสร้างรูปของน้อยเสร็จ เขาปริ๊นต์ภาพของน้อยที่แต่งแล้วเอามาใส่กรอบวางไว้บนโต๊ะทำงาน นั่งมอง ยิ้มอย่างมีความหวังว่า

“ถ้าพรหมลิขิตมีจริง หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกนะ...น้อย...”

ooooooo

คืนนี้ เย็นแอบไปที่หน้าบ้านอุทัย แล้วก็ยิ่งแค้นเมื่อเห็นอุทัยพะเน้าพะนอปกป้องวณี ปลอบใจวณีที่ยังเศร้าคิดถึงเอื้อย และโทษตัวเองตลอดมาว่า

“ตอนนั้นเพราะพี่หลงไว้ใจคนอย่างนังเย็น มันถึงได้ขโมยหนูเอื้อยไปได้ ต่อไปนี้ไม่มีวันเสียล่ะที่พี่จะไว้ใจใคร ถ้าเย็นเอาหนูเอื้อยมาคืน พวกเราคงจะอบอุ่นมีความสุข บ้าน...คงจะเป็นบ้านเสียที”

เย็นแอบดูแอบฟังอยู่ยิ่งแค้น เมื่อกลับถึงห้องพักก็พึมพำอย่างอาฆาตพยาบาท...

“ใช่...ต่อไปบ้านของพวกแกก็เป็นบ้าน แต่เป็นบ้านที่ร้อนระอุอยู่ท่ามกลางกองเพลิง!”

ที่ห้องเปียกับน้อย เปียหลับปุ๋ยไปแล้ว แต่น้อยยังอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ จนเช้าน้อยย่องออกจากห้อง เปียลืมตาดูลุกพรวดไปฟ้องเย็นว่าน้อยแอบไปหาผู้ชาย แต่พอเย็นตามไปดู พบว่าน้อยกำลังคุกเข่าใส่บาตรอยู่หน้าบ้าน

สายๆ ประมูลเห็นเย็นยืนจ้องปฏิทินที่ข้างฝา เขาบอกเย็นว่า เมื่อเช้าเห็นน้อยใส่บาตร ชมว่าน่ารักมากเพราะไม่ค่อยได้เห็นเด็กรุ่นนี้ใส่บาตรกัน ทักดักคอเย็นว่า เห็นดูปฏิทิน อย่าบอกนะว่าเพิ่งมาก็คิดจะกลับแล้ว

“ดิฉันยังไม่กลับง่ายๆหรอกค่ะ จะอยู่จนกว่าจะรู้ผล” พูดแล้วกลบเกลื่อนว่า “ว่ายัยเปียกับยัยน้อยจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหนได้”

ประมูลชวนว่าถ้าเด็กสองคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ให้อยู่ด้วยกันเสียที่นี่เลย เย็นบอกว่าตนคงต้องหาที่อยู่ใหม่

“อยู่ด้วยกันเถอะครับ คุณก็รู้ ผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่ด้วยกันจะตาย”

“อย่าเลยค่ะ ถ้าคุณรู้ว่าจริงๆฉันเป็นคนยังไง

คุณอาจจะไม่อยากอยู่ใกล้ฉันเลยก็เป็นได้”

“ไม่มีทาง คุณน่าอยู่ใกล้จะตาย ไม่ค่อยพูด ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหน ขยันขันแข็ง ผมเห็นชีวิตคุณมีแต่เปียกับน้อย”

“ไม่มีใครเปิดเผยตัวเองได้ทุกแง่ทุกมุมหรอกค่ะ ฉันก็เหมือนกัน เอ่อ...ถ้าส่งจดหมายจากตากมากรุงเทพฯน่าจะใช้เวลากี่วันคะ”

ประมูลบอกว่าถ้าอีเอ็มเอสก็วันสองวัน แต่ถ้าธรรมดาก็ไม่น่าเกินอาทิตย์ เย็นพึมพำกับตัวเองว่า “งั้นก็...อีกไม่กี่วัน”  ประมูลมองหน้าเย็นงงๆ ไม่เข้าใจความหมาย ของเธอ

ooooooo

หลายวันผ่านไป ขณะอุทัยกับวณีจะออกจากบ้านนั้น  นมแสกระหืดกระหอบเอาจดหมายและเอกสารมาให้ปึกใหญ่ อุทัยให้เก็บไว้ก่อนเพราะตนจะรีบไปประชุม

นมแสละล้าละลัง เลอสรรจึงอาสาจะเก็บไว้ให้ รับจดหมายและเอกสารจากนมแสไปดูว่าเป็นจดหมายจากที่ไหนบ้าง เห็นจดหมายของเย็นอยู่ด้วย พอดีมือถือดังขึ้น เป็นสายจากพี่โต้งผู้กำกับโทร.มาตาม

“ครับพี่...กำลังจะไปเดี๋ยวนี้ แล้วเจอกันครับ” เลอสรรเอาจดหมายและเอกสารทั้งหมดวางไว้ที่เบาะหลังแล้วรีบไป

เลอสรรไปช่วยแสดงเป็นคนจรจัดในละครที่พี่โต้งกำลังถ่ายทำอยู่ต่อจากเมื่อวานนั่นเอง

เปียเบื่อ เลยขอเย็นไปเที่ยวห้างและเพื่อให้เย็นอนุญาตจึงบังคับน้อยให้ไปด้วย เย็นย้ำว่าอย่ากลับค่ำ ประมูลถามเย็นว่า เมื่อน้อยไม่อยากไปทำไมเย็นถึงปล่อยให้เปียบังคับน้อยไปจนได้

“ฉันสอนยัยน้อยมาตั้งแต่เล็กจนโต เกิดเป็นคนมันต้องสู้ ถ้าไม่สู้ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ตลอดไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”

พูดแล้วเย็นเดินออกไปนอกบ้าน จิกตาร้ายพึมพำ “แต่ถ้าคนแพ้มันฮึดสู้ เกมมันก็ต้องพลิกแน่ๆ อ่านจดหมายฉบับนี้ไปก่อน แล้วรอจดหมายฉบับต่อไปนะคะคุณอุทัย” พูดแล้วหัวเราะเยาะอย่างสะใจ

ooooooo

เลอสรรเข้าไปสมทบกับกองถ่ายที่อยู่ในห้าง ปรากฏว่าทางกองถ่ายลืมพร็อพจดหมายกับเอกสารจากออฟฟิศมา ทีมงานกำลังกลับไปเอาแต่พี่โต้งกลัวจะไม่ทัน

“ผมมี เดี๋ยวให้พี่ยืมเอาไปใช้ก่อน รอเดี๋ยวนะครับ” เลอสรรรีบกลับไปที่รถเพื่อเอาจดหมายและเอกสารที่รับจากนมแสมาให้

เปียกับน้อยมาถึงลานจอดรถ เปียเห็นเลอสรรในคราบคนจรจัด กำลังเปิดรถหรูหยิบของ เปียโวยวายว่าเขาขโมยของในรถคนอื่น เข้าไปแย่งจดหมายและเอกสารจากเลอสรร จนทั้งจดหมายและเอกสารร่วง เปียยังจะเรียกตำรวจจับเขาด้วย

น้อยเข้ามาห้ามเปีย เลยยื้อยุดกันจนน้อยถูกผลักจะล้ม เลอสรรตกใจประคองไว้เลยเหมือนกอดน้อย แทนที่เปียจะหยุด กลับหัวเราะชอบใจ หาว่าน้อยยอมให้คนจรจัดกอด แล้วจะเรียกตำรวจมาจับเลอสรรหาว่าเป็นขโมย

ระหว่างชุลมุนกันนั้น พี่โต้งมาตามถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ เปียฟ้องฉอดๆ ว่ากำลังจับคนที่ขโมยของในรถคนอื่น พี่โต้งหัวเราะขำบอกว่านั่นเป็นรถของเลอสรรเอง เปียไม่เชื่อจะเอาเรื่องให้ได้ น้อยรีบลากไป ขู่ว่าถ้าไม่ไปตนจะกลับแล้วเปียก็จะอดเที่ยว เปียเลยจำต้องไป

“คนอะไร ล้นจริงๆ” เลอสรรมองตามอย่างระอา พี่โต้งเร่งให้รีบไปกันเถอะและไม่ต้องเอาจดหมายกับเอกสารแล้วเพราะทีมงานไปเอาจากออฟฟิศมาแล้ว เลอสรรจึงเก็บจดหมายกับเอกสารที่ถูกเหยียบย่ำจนเลอะเทอะไว้ในรถ

เปียพาลหาเรื่องน้อยอีกจนได้ แย่งกระเป๋าสตางค์น้อย บอกว่าจะไปช็อปปิ้งให้หายเครียด แต่น้อยไม่มีสตางค์ เปียเลยปากระเป๋าคืนน้อยแล้วเดินอ้าวเข้าห้างไปจนน้อยวิ่งตามแทบไม่ทัน

ผ่านร้านขายเสื้อผ้า เปียเห็นเสื้อผ้าที่หุ่นโชว์อยู่ ก็อยากได้หาทางที่จะเอามาให้ได้ เหลือบเห็นป้ายประกาศรับสมัครพริตตี้ เปียจะแวบเข้าไป น้อยพยายามรั้งไว้ ขู่ว่าถ้าไปจะฟ้องน้าเย็น แต่เปียก็เข้าไปสมัครเป็นพริตตี้จนได้

น้อยโทร.บอกเย็นจริงๆ เย็นรีบออกไป ประมูลจะไปเป็นเพื่อน เย็นบอกว่าไม่ต้อง ตนอาย

“คุณเนื้อเย็นออกจะดุ ทำไมหนูเปียอะไรนั่น ถึงล้นได้ทุกเรื่องเลยก็ไม่รู้นะประมูล” แม่นุ่มอดถามไม่ได้

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ประมูลส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

ooooooo

เปียเข้าไปสมัครเป็นพริตตี้ มองคนอื่นอย่างดูถูกว่าสวยสู้ตนไม่ได้ ส่วนน้อยร้อนใจภาวนาให้เย็นรีบมาไม่อย่างนั้นเปียได้ทำอะไรห่ามๆแน่

สตาฟฟ์ประกาศว่าสาวๆ ใครพร้อม รอสแตนด์บายเลยอีกไม่นานงานจะเริ่มแล้ว พวกพริตตี้ขานรับแล้วพากันออกไป มีแต่เปียที่ยังไม่ออกไป ทำทีแต่งตัวยืนยิ้มอยู่หน้ากระจกอย่างเจ้าเล่ห์

เมื่อดนตรีกระหึ่มขึ้น พวกพริตตี้ต่างพากันเต้นโชว์ตามสเต็ป อึดใจเดียวเปียก็ออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตขาวผูกเอวกางเกงขาสั้นจู๋ เป็นชุดที่เปียใส่มาเดินห้างนั่นเอง พวกพริตตี้พากันมองเหวอรู้ว่าถูกขโมยซีน พวกหนุ่มๆที่มารออยู่ยกมือถือถ่ายรูปถ่ายคลิปกันมือเป็นระวิง น้อยตกใจมองเปียตาค้าง ภาวนาให้น้าเย็นมาเร็วๆ

เปียทำท่าเซ็กซี่อยู่บนเวที มีคนฉีดน้ำใส่เสื้อขาวเปียกแนบเนื้อ  ถูกพวกหนุ่มกลัดมันกรูกันเข้ามาถ่ายรูปจนติดเวที

เลอสรรถ่ายฉากขอทานที่นอนอยู่บนสเก็ตไถตัวไปตามทางเท้าหลอกผู้คนจนถูกจับได้ว่าเป็นมิจฉาชีพจะแจ้งตำรวจจับ เลอสรรที่เล่นฉากนี้ถึงกับร้องห้ามเสียงหลง พอดีผู้กำกับเข้ามาชมว่าเล่นได้เนียนมาก

“โห ขอบคุณครับพี่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงผมจะดีใจมากๆ คนดู ‘รู้เหลี่ยมคน’ จะได้รู้ มิจฉาชีพในคราบ ขอทาน คนจร ถ้าเรารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมก็จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกเขา” เลอสรรดีใจกับผลงานของตน

“เพราะฉะนั้น จะคิดจะทำอะไร เราต้องมีสติ หมดคิวเลอแล้ว กลับเลยรึเปล่า” ผู้กำกับถาม เขาบอกว่าจะไปดูหนังสือสักหน่อย “อย่าลืมเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยล่ะ เดี๋ยวจะมีคนเข้าใจผิดอีก” ผู้กำกับหยอก เขาหัวเราะขำ

“ก่อนกลับอย่าลืมแวะดูงานมอเตอร์โชว์นะ

คุณเลอ พริตตี้แต่ละคนแซ่บเว่อร์” พี่โต้งหยอก เขาได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ

ปรากฏว่าเย็นวิ่งหัวเสียมาชนเลอสรรจนล้ม เลอ–สรรประคองไว้ถามว่าเป็นอะไรมากไหม เย็นบอกว่าไม่เป็นไรแล้วถามว่าพริตตี้มอเตอร์โชว์มันอยู่ตรงไหน พอเลอสรรชี้ เย็นก็เดินอ้าวไปจนเขาสงสัยว่ามีเรื่องอะไร เลยตามไปดู

เย็นไปถึง แหวกผู้คนที่รุมถ่ายรูปเปียอยู่ เข้าไปตวาดเรียกเปียให้ลงมาเดี๋ยวนี้ เปียอวดดีทำรั้นไม่ยอมลงมา เย็นเลยขึ้นไปไล่ลากลงมาจนได้

พวกที่รุมถ่ายรูปเปียอยู่วงแตก สตาฟฟ์เข้าไปขวางเย็น ถูกเย็นชี้หน้าว่าหลอกลวงหลานสาวตนมาเป็นพริตตี้ ลากเปียลงจากเวทีหันไปสั่งน้อยให้กลับบ้าน

เลอสรรตามมาทันเห็นเหตุการณ์ เขามองเย็นและเปียงุนงง แต่มองน้อยที่ตื่นตระหนกอย่างสงสาร เห็นใจ

ooooooo

เหตุการณ์ที่เห็นในงานมอเตอร์โชว์ ทำให้เลอสรรสลดใจ กลับถึงบ้านก็ยังไม่อาจสลัดความรู้สึกนั้นได้ จนวณีถามว่าเป็นอะไร เขาเล่าว่า

 “จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของผมหรอกครับ แต่พอดีเห็นครอบครัวอยู่ครอบครัวนึง ทะเลาะกันทุบตีกันกลางห้างเลยนะครับ” วณีถามว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น “ไม่ลูกก็หลานเขาน่ะครับเป็นพริตตี้ เด็กคนนั้นทำตัวไม่ค่อยเหมาะสม มีคนถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย เดี๋ยวผมเปิดให้ดู”

พอเลอสรรจะเปิดคลิปให้ดู คุณหญิงห้ามทันทีว่าไม่ต้อง เกลียดผู้หญิงที่ไม่รักนวลสงวนตัวเอะอะก็โป๊ สั่งเลอสรรให้เก็บเลยของอย่างนี้ดูแล้วเสื่อม

“ผมเองก็ไม่อยากดูหรอกครับ แต่ผมว่าทุกวันนี้มันเป็นโลกของการถ่ายคลิป การอัพคลิป การแชร์ ก่อนที่ใครจะทำอะไรตามอารมณ์น่าจะคิดเยอะๆ เพราะถ้าถูกแชร์ออกไปจะมีแต่ความเสื่อมเสีย” เลอสรรพูดพลางเก็บแท็บเล็ต

วณีรำพึงน้ำตาคลอว่า “ถ้าสมัยก่อนมีการถ่ายคลิป การแชร์คลิปแบบนี้ก็คงจะดีนะคะ เพราะเราคงจะได้รู้ข่าวหนูเอื้อย...ไม่ต้องคิดจนเป็นโรคประสาทว่าตอนนี้หนูเอื้อยเป็นตายร้ายดียังไง”

“พูดแล้วฉันเกลียดมันนัก นังสันดานเย็น!” คุณหญิงจิกตาแค้น

ooooooo

เย็นลากเปียกลับถึงบ้านก็เหวี่ยงกระเด็นไปกลางห้องแล้วคว้าไม้กวาดฟาดซ้ำ เปียยิ่งร้อง เย็นก็ยิ่งฟาด เย็นฟาดไปด่าไป จนประมูลกับแม่นุ่มเดินมาดูว่ามีเรื่องอะไรกัน

พอเปียเห็นประมูลก็โผเข้ากอดขอความช่วยเหลือ ถูกเย็นลากออกมาด่าว่าเที่ยวกอดผู้ชายง่ายๆอย่างนี้

ได้ไง ลากเปียออกมาอบรม “ฉันจะบอกอะไรแกนะเปีย ลูกผู้หญิงถ้าทำตัวไม่มีคุณค่า มันก็ไม่ต่างจากขยะที่รอวันทิ้งหรอก!”

“เปียทำอะไร” เปียเถียง

“ทำอะไร แกดูสารรูปแกหน่อย เห็นไปถึงไหนต่อไหน ผู้ชายดีๆ มีชาติมีตระกูลคนไหนเขาจะอยากได้แกเป็นลูกเป็นเมีย จำไว้นะ คุณค่าของผู้หญิงอยู่ที่การวางตัว ถ้าแกทำตัวง่ายๆ ไร้เกียรติ ไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี ก็ไม่มีใครเขาให้ค่าแกหรอก”

เย็นผลักเปียจนหงายหลังแล้วเดินโมโหออกไป

ประมูลเดินเข้ามาจะปลอบ ถูกเปียกรี๊ดใส่แล้ววิ่งเข้าห้องไป น้อยวิ่งตามอย่างเป็นห่วง แม่นุ่มบ่นกับประมูลว่า

“ดูสิ...เด็กเสียขวัญหมด คุณเย็นนี่ทำเกินไปจริงๆ” ประมูลจะไปเคาะประตูห้องของเย็น แม่นุ่มตามมาติงว่า “ถ้าเธอจะเรียกแม่เย็นออกมาตำหนิ พี่ไม่เห็นด้วยนะ บอกตามตรง พี่เห็นหนูเปียทีแรกตกใจหมด เสื้อผ้าขาวเวลาเปียกมันแนบเนื้อเห็นถึงไหนต่อไหน น่าเกลียดชะมัด ที่แม่เย็นพูดน่ะถูกทุกอย่าง ผู้หญิงทำตัวง่าย ไร้เกียรติ ไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีใครให้ค่าหรอก”

พูดแล้วแม่นุ่มเดินไป ประมูลคิดๆ แล้วเดินตามไป เย็นอยู่ในห้องได้ยินที่แม่นุ่มพูดทั้งหมด นึกในใจอย่างคับแค้น...

“แกไม่รู้หรอกเปีย เวลาที่ถูกคนเขาดูถูกว่าเป็นผู้หญิงใจง่าย ไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี มันเจ็บปวดแค่ไหน ฉันไม่อยากให้แกเป็นเหมือนฉัน รู้ไว้!!” คิดแล้วเปิดประตูเดินออกไป

ooooooo

เปียถูกด่าถูกตีก็มาพาลมาลงกับน้อย หาว่าน้อยอิจฉาที่มีผู้ชายมามองเลยโทร.ฟ้องเย็น พอน้อยโต้ว่าทำไมตนต้องอิจฉาดาวโป๊อย่างเปียด้วย ถูกเปียหาว่าสู้ตน

“เหมือนที่น้าเย็นบอกนั่นแหละ ไม่สู้ก็แพ้ ถ้าเปียเห็นความหวังดีของน้อยเป็นความอิจฉา ก็แสดงว่าจิตใจของเปียมันต่ำยิ่งกว่าบัวใต้โคลน เปล่าประโยชน์ที่จะพูด เปลืองน้ำลาย”

น้อยจะออกจากห้องถูกเปียกระชากผมจนหน้าหงายล้มลง เปียแสดงความโหดเหี้ยมผลักน้อยล้มลงคว้าหมอนมากดใส่หน้าจนน้อยหายใจไม่ออก เปียท้าให้ลุกขึ้นสู้ น้อยเริ่มหายใจไม่ออก เปียบอกว่าถ้าไม่อยากตายก็ขอโทษตนเสีย น้อยใกล้จะขาดใจจำต้องพยายามพูด “น้อยขอโทษ...น้อยขอโทษ” เปียจึงเอาหมอนออกหัวเราะเหมือนคนบ้า ปรามว่า

“ดี...เพราะถ้าแกบอก แกได้เจอซีเปียแน่ๆ รู้แล้วใช่ไหมว่าใครใหญ่ ซีเปียนี่ละโว้ยใหญ่! ฮ่าๆๆ”

เย็นแอบฟังอยู่ข้างนอก ยิ้มเลือดเย็น พึมพำ “เลือดพี่มันแรงจริงๆ พี่ลำยอง... คุณอุทัย คุณวณีขา...เตรียมตัวรับลูกสาวบ้าๆ ไว้เชยชมได้แล้วนะคะ ส่วนลูกของคุณก็ปล่อยให้มันทรมานอยู่ที่นี่แหละ” แล้วคืนนี้เย็นก็เขียนจดหมายฉบับที่สองบอกอุทัยกับวณีว่า “ตอนนี้ดิฉันมาอยู่กรุงเทพฯแล้วนะคะ...” เขียนพลางนึกสาแก่ใจว่า “ฉันจะปั่นหัวพวกแกให้เป็นโรคประสาทกันทั้งบ้านเลย!”

ooooooo

นับวันเปียร้ายกาจยิ่งขึ้น วันนี้ก็อ่อยประมูลทำทีจะเล่าว่าที่จริงเย็นไม่ได้ยอมเป็นเมียเถ้าแก่กิมหรอก พอประมูลสนใจอยากรู้ เปียก็ขอค่าเล่าสองพัน

ประมูลให้ไปเลยสามพัน พอเปียได้เงินก็เล่นตัวว่าให้เงินเยอะขนาดนี้ต้องเล่ายาวขอไว้เล่าวันหลังก็แล้วกัน ถามประมูลว่าน้าเย็นไปไหน ประมูลบอกว่าไม่รู้ เปียขออีกห้าร้อยแล้วจะไปสืบให้ ประมูลควักให้อีก เปียคว้าหมับแล้วเดินออกไปเลย ประมูลมองเหวอ แม่นุ่มเดินเข้ามาท้วงติงประมูลว่า

“อะไรกัน เมื่อคืนถูกตีแทบตายไม่สลดไม่พอ หนูเปียยังทะลึ่งตึงตังอีก ถึงจะดุไปหน่อยแต่พี่ก็ว่าแม่เย็นเขาสอนหลานดีอยู่นะ หนูน้อยก็เรียบร้อยเชียว แล้วหนูเปียกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง เธอก็เหมือนกัน ให้เงินทองเขาไปได้ยังไงตั้งเยอะแยะ”

แม่นุ่มตำหนิแล้วเดินไปอย่างขัดใจ ประมูลหน้าจ๋อยนอกจากถูกแม่นุ่มดุแล้ว ยังถูกเปียเบี้ยวอีกด้วย

ฝ่ายเปียคิดจะจับผิดเย็นให้ได้ สะกดรอยตามเย็นว่าจะไปหาผู้ชายที่ไหน น้อยเห็นเปียออกไปก็คิดว่าเปียหนีเที่ยวกลัวเย็นรู้จะเป็นเรื่องอีก เลยรีบตามไป

เย็นรู้ตัวว่าถูกเปียตามแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หลอกเปียให้เดินตามไป

ooooooo

ตอนที่ 3

เพราะคิดถึงเป็นห่วงหนูเอื้อย วณีเฝ้าติดตามข่าว คอยข่าวที่จะได้รับจากเย็น โดยเฉพาะทางจดหมาย วันนี้วณีถามนมแสว่าหมู่นี้ไม่มีจดหมายหรือเอกสารอะไรเลยหรือ

นมแสบอกว่าไม่มี ถามว่าแล้วจดหมายคราวก่อนไม่มีข่าวของเย็นหรือ  อุทัยจึงนึกได้ว่ายังไม่ได้อ่านจดหมายเลย นมแสถามว่าเลอสรรยังไม่ได้เอาให้หรือ

“ยัง...นมแสช่วยตามเลอสรรมาหาฉันที” วณีตื่นเต้นขึ้นมา นมแสบอกว่าเลอสรรออกไปข้างนอกแล้ว วณีหน้าเสีย อุทัยปลอบใจว่า

“ไม่เป็นไรน่าวณี เดี๋ยวเย็นๆ ตาเลอก็คงจะกลับ มันคงไม่แจ็กพอตขนาดจะมีจดหมายจากเย็นในคราวนี้หรอก” วณีพยักหน้าเจื่อนๆ อุทัยบอกว่าอย่าคิดมาก แล้วจะไปทำงาน วณีขอไปด้วยไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ เดี๋ยวฟุ้งซ่าน
เลอสรรออกไปแล้ว นึกได้ว่ายังไม่ได้เอาจดหมายให้อุทัยกับวณีจึงขับรถย้อนกลับมา นมแสบอกว่าอุทัยกับวณีเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง รับจดหมายกับเอกสารจากเลอสรร นมแสพึมพำว่าไม่รู้มีจดหมายจากเย็นหรือเปล่า เลอสรรจึงรับไปจะดูให้ ก็พอดีอุทัยขับรถย้อนกลับมาเพราะวณีเห็นรถเลอสรรย้อนกลับมาเลยอยากมาดูจดหมาย

“นี่ครับคุณน้า จดหมาย” เลอสรรส่งจดหมายให้วณี

พอดีคุณหญิงเดินหน้าเซียวๆ มาบอกอุทัยว่าตนรู้สึกเหมือนจะมีไข้ ให้พาไปหาหมอหน่อย ทุกคนจึงหันไปดูแลคุณหญิง วณีส่งจดหมายให้นมแสช่วยเก็บไว้ด้วย แต่นมแสรับพลาดจดหมายร่วงลงพื้น วณีก้มเก็บ เห็นฉบับที่จ่าหน้าซองถึง “คุณอุทัย คุณวณี” พอดี

วณีใจเต้นแรงรีบพลิกดูด้านหลัง เห็นชื่อผู้ส่งคือ “เนื้อเย็น บัวแย้ม” วณีขนลุกซู่พูดแทบไม่เป็นภาษา

“เย็น...จดหมายจากเย็น...”

อุทัยปล่อยมือจากคุณหญิง ถามว่าอะไรนะ วณีบอกเสียงสั่นเครือ “จดหมาย...จดหมายจากเย็นค่ะ” ทุกคนหันมองวณีเป็นตาเดียว!

ooooooo

เย็นรู้ว่าเปียสะกดรอยตามตนมาแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พอเย็นหย่อนจดหมายลงตู้ เปียก็พึมพำ...

“น้าเย็นแอบส่งจดหมายหาผู้ชายแน่ๆ...ใครวะ??”

เย็นหย่อนจดหมายใส่ตู้แล้วก็เดินไป เปียพุ่งเข้าไปเอาตาแนบกับช่องหย่อนจดหมายพยายามมองเข้าไป พอไม่เห็นก็ทำท่าจะล้มตู้ เย็นจับตาดูอยู่ เดินกลับมาถามเสียงเข้ม

“ทำอะไรโง่ๆอีกยัยเปีย! โง่แต่เช้า โง่ไม่เลือกเวล่ำเวลา แกคิดเหรอว่าแกจะตะแคงตู้ ปณ.หาจดหมายของฉันจนเจอน่ะ”

“เปียเปล่า”

เย็นด่าเปียว่าคิดว่าตนโง่หรือ ตนเห็นเปียตามมาแต่ทำเป็นไม่รู้เพราะอยากรู้ว่าเปียจะทำอะไร แล้วก็ได้เห็นเปียมาโชว์โง่ ด่า “นังสก๊อยเอ๊ย...อย่ามาทำเป็นสู่รู้ ถึงเวลาฉันอยากให้แกรู้ ฉันจะบอกเอง” เย็นพูดอย่างมีเลศนัยแล้วเดินไป เปียยิ่งอยากรู้ถามว่าจะให้ตนรู้เรื่องอะไร “ความลับที่ว่า ความจริง แม่น้อยคือลูกเศรษฐีที่พลัดพรากมาอยู่กับฉันน่ะสิ”

เย็นหัวเราะสะใจแล้วเดินไป เปียแทบกรี๊ดปฏิเสธว่าไม่จริง แล้วรีบเดินตามเย็นไป พอทันก็ถามว่าเย็นหลอกตนใช่ไหม ตนไม่เชื่อว่าน้ำหน้าอย่างน้อยจะเป็นลูกมหาเศรษฐี ถามว่าเย็นพูดเล่นใช่ไหม

“พูดจริง! ฉันเขียนจดหมายไปบอกพ่อแม่ของยัยน้อยให้มารับตัวมันกลับไปได้แล้ว”

“เปียไม่เชื่อ เปียต่างหากที่เป็นลูกของมหาเศรษฐี”

“ฮ่ะๆๆคนอย่างแก มันก็เป็นได้แค่ลูกขี้ขโมยลูกมหาโจรเท่านั้นแหละนังเปีย” เย็นหัวเราะเยาะแล้วเดินหนี เปียไม่เชื่อถามว่าทำไมเย็นไม่เคยบอกตนเลยว่าเป็นลูกใคร คาดคั้นให้เย็นบอกมาว่าพ่อแม่ตนเป็นใคร เย็นพูดใส่หน้าว่า “เป็นโจร!”

เปียร้องไห้โฮเสียใจแต่ไม่ยอมเชื่อ นึกถึงจดหมายที่เย็นเอาไปทิ้งตู้ไปรษณีย์ เชื่อว่าต้องมีความลับอะไรในนั้นแน่ๆ!

ooooooo

วณีดีใจน้ำตาไหลพราก อุทัยก็น้ำตารื้นพร่ำเรียกแต่หนูเอื้อยลูกพ่อ...ส่วนคุณหญิงรบเร้าถามว่าหนูเอื้อยอยู่ไหน

“เย็นบอกว่าหนูเอื้อยอยู่ตากค่ะ” ทั้งอุทัยและวณีจะไปหาหนูเอื้อยที่ตาก คุณหญิงบอกเลอสรรให้พาตนตามสองคนนั้นไป พอเลอสรรพาไป คุณหญิงสั่งทั้งสองให้หยุด เตือนสติว่า

“นังสันดานเย็นมันขโมยหนูเอื้อยไปเกือบยี่สิบปี ลูกคิดว่ามันจะคืนหนูเอื้อยให้ง่ายๆเหรอ  อาจจะเป็นอุบายของมัน หลอกลูกไปทำร้ายก็ได้”

วณียืนวันว่าเย็นบอกจะคืนลูกให้ คุณหญิงถามว่าเมื่อไหร่ วณีบอกว่า เย็นบอกอารมณ์ดีเมื่อไหร่จะเอามาคืนเมื่อนั้น คุณหญิงเชื่อว่าไม่มีทางที่เย็นจะทำอย่างนั้น บอกทั้งสองว่า

“ไม่ต้องไปเดินตามเกมมัน ถ้ามันจะเอาหนูเอื้อยมาคืน ก็ให้มันเอามาคืนเอง”

ทั้งอุทัยและวณีหัวใจแทบสลายเป็นครั้งที่สอง คุณหญิงบอกว่าจังหวัดตากไม่ใช่เล็กๆ จะไปตามหาได้อย่างไร เลอสรรเห็นด้วย บอกว่าตนดูจดหมายแล้ว เย็นไม่ได้ระบุที่อยู่อะไร นอกจากส่งมาจากตากเท่านั้น

“อย่าเพิ่งวางใจ แม่ว่าเป็นอุบายชั่วๆของนังเย็นแน่นอน ที่จะปั่นหัวให้เราเป็นบ้า” คุณหญิงยิ่งพูดก็ยิ่งแค้น

อุทัยกับวณีทำใจไม่ได้ เช้ามืดวันรุ่งขึ้นจึงพากันแอบออกไปตามหาหนูเอื้อย

ooooooo

เย็นยังรอคอยอย่างเลือดเย็น ทบทวนแผนร้ายแล้วหัวเราะอยู่คนเดียว ประมูลถามว่าขำอะไรหรือ เย็นบอกว่าขำความทุกข์  ประมูลถามงงๆว่าความทุกข์มีอะไรให้ขำหรือ

“ความทุกข์ทำให้คนทำอะไรที่คาดไม่ถึงได้เยอะแยะ ส่วนคนที่มีแต่ความสุข ก็คงจะคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า หารู้ไม่คนที่มีความทุกข์ต่างหากเป็นคนได้เปรียบ” พอประมูลถามว่าพูดถึงใครตนไม่เข้าใจ เย็นก็เฉไฉว่าตนแค่พูดลอยๆเท่านั้น แล้วเดินหัวเราะออกไป

แม่นุ่มเอากาแฟมาให้ประมูล บอกเขาว่ารู้แล้วว่าเปียเหมือนใคร เหมือนเย็นนี่เอง ดูสิ เดี๋ยวก็เงียบ เดี๋ยวก็หัวเราะ เดี๋ยวก็ขาดเดี๋ยวก็เกิน ไม่อยู่กับร่องกับรอย ส่ายหน้าบ่น “น้ากับหลานถอดแบบมาจากกันไม่ผิด
เพี้ยนเลย”

เปียยังมุ่งมั่นที่จะรู้ให้ได้ว่าเย็นส่งจดหมายให้ใคร ถึงกับเอาขวานจะไปจามตู้ไปรษณีย์เพื่อหาจดหมายฉบับนั้น พอดีเจอบุรุษไปรษณีย์มาไขตู้ เปียเล่นละครบีบน้ำตาว่าตนเขียนจดหมายถึงพ่อแต่เขียนไม่ดีกลัวพ่อเสียใจ  อ้อนวอนขอเอาจดหมายคืนไปแก้ไข  บุรุษไปรษณีย์สงสารพอไขเอาจดหมายออกมาจึงให้เปียเลือกเอา

เปียเลือกเจอจดหมายลายมือเย็นพลิกดูข้างหลังลงชื่อคนส่ง เนื้อเย็น บัวแย้ม เปียดีใจมากขอบคุณบุรุษไปรษณีย์ ถือจดหมายเปิดอ่านมาตามทาง“เรียนคุณอุทัย-คุณวณี อนุรักษ์ธานิน ตอนนี้ดิฉันอยู่ที่กรุงเทพฯนะคะ พร้อมกับลูกของคุณ อย่าได้กังขาสงสัย เรื่องระหว่างคุณอุทัยกับดิฉัน ดิฉันลืมหมดสิ้นแล้ว ตั้งแต่รู้ว่า...คุณรักและเลือกคุณวณี”

เปียถึงกับหัวเราะเยาะเมื่อรู้ความจริง พึมพำ “อดีตรักของน้าเย็น!”

กลับมาถึงบ้าน เปียเดินมาพูดยั่วเย็นที่ยืนดูปฏิทินอยู่ว่า นับวันคืนรอว่าจดหมายจะถึงมือคุณอุทัยเมื่อไรหรือ? เย็นมองขวับ เปียชูจดหมายยั่ว เย็นจะไปแย่ง เปียไม่ยอมคืนซ้ำยังขู่ว่าเย็นไม่กล้าทำอะไรเพราะตนกำความลับไว้หมดแล้ว พูดอย่างเป็นต่อว่า

“ไหนๆความลับมันก็แตกดังโพละแล้ว เรามาร่วมมือกันดีกว่า สองหัวยังไงก็ดีกว่าหัวเดียวนะคะ” เย็นแกล้งให้เปียเสนอมา “เรามาร่วมมือกันช่วยให้คุณน้าได้แก้แค้นคนพวกนั้นอย่างสะใจ ด้วยการให้เปียเข้าไปเป็นลูกปลอมๆ แทนนังน้อยน่ะสิคะ”

เย็นไม่พูดอะไร แต่เมื่อเข้าไปในห้องก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่น นึกในใจอย่างสมเพช...

“โถๆนังเปีย แกคงคิดว่าแกฉลาด ถึงกล้ามาขู่ฉัน ทุกอย่างมันต้องเดินไปตามแผนที่ฉันวางไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นังเปีย! ฮ่ะๆๆ”

ooooooo

ขณะที่อุทัยกับวณีจะแอบหนีไปตามหาหนูเอื้อยแต่เช้ามืดนั้น เลอสรรขอไปด้วยและอาสาเป็นคนขับรถให้ แต่ทั้งหมดยังไม่ทันได้ออกไป นมแส ก็ได้รับโทรศัพท์จากเย็น!

นมแสรีบออกมาบอกอุทัยกับวณีว่าเย็นโทร.มา อุทัยวิ่งเข้าไปรับสาย บอกเย็นว่าตนได้รับจดหมายแล้ว จะให้ไปรับหนูเอื้อยที่ไหนรีบบอกมาเลย

“ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพฯค่ะ ที่ฉันโทร.มาเนี่ย ก็ตั้งใจจะบอกว่าฉันเอาลูกมาคืนคุณแล้วนะคะ แต่ขอเที่ยวกรุงเทพฯให้สะใจก่อน วันดีคืนดีเมื่อไหร่จะโทร.มาบอกอีกทีแล้วกัน”

พูดจบเย็นวางสายทันที ทำเอาทั้งอุทัยและวณีแทบ ขาดใจที่จะได้ลูกคืนอยู่แค่เอื้อมแล้วแต่ก็ต้องผิดหวังอีก

พอคุณหญิงรู้ก็ด่าว่าเย็นจงใจปั่นหัวพวกเรา บอกให้แจ้งตำรวจจับเลย วณีกับอุทัยตกใจกลัวหนูเอื้อยจะได้รับอันตราย คุณหญิงถามว่าแล้วเราต้องยอมให้มันปั่นหัวไปตลอดอย่างนี้หรือ อุทัยพยักหน้าว่า

“ตราบใดที่ลูกยังอยู่กับมันครับ แต่ถ้าเมื่อไหร่ลูกอยู่กับผม นังเย็นมันทำกับผมแบบนี้ไม่ได้แน่!”

เลอสรรฟังอยู่เงียบๆ แม้ไม่เห็นด้วยกับอุทัยแต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเมื่อเลอสรรไปคุยกับจวน ฟังเรื่องราวของเย็นจากจวนแล้ว แม้จะเห็นว่าเย็นผิด แต่ก็สงสารและไม่คิดโทษเย็น

ooooooo

เปียวางแผนที่จะไปเป็นลูกเศรษฐีแทนน้อย วันนี้ก็มาอาสากับเย็นว่า ถ้าส่งตนไปแทนน้อย ตนจะแก้แค้นแทนเย็นให้สาแก่ใจ

เย็นรู้ทันความคิดของเปีย บอกว่าไม่ต้องห่วง ถึงเวลาเมื่อไรจะพาเปียไปเป็นลูกมหาเศรษฐีแน่ๆ แต่ถ้าเปียทำให้ตนอารมณ์เสีย คนที่จะไปก็คือน้อย ปรามว่า

“เพราะฉะนั้น อย่าได้มาอวดเก่งกับฉัน กระดูกแกกับฉันยังไงมันก็คนละเบอร์!”

เปียเจ็บใจที่เย็นรู้ทันแผนของตน เลยไปลงกับน้อย แกล้งเอาคัตเตอร์กรีดตุ๊กตาที่เย็นซื้อให้ตอนน้อยสอบได้ที่ 1 พอน้อยร้องห้ามเปียก็เงื้อคัตเตอร์ใส่น้อย พอดีประมูลกับแม่นุ่มมาเห็นถามว่าทำอะไร เปียบอกว่าล้อกันเล่น เย็นเข้ามาแทรกว่า

“ค่ะ เด็กมันเล่นกัน สองคนนี้ชอบเล่นกันแบบนี้เป็นประจำ” แล้วเย็นก็ทำเป็นดุน้อยที่กลัวจนตัวสั่นว่า “เลิกเล่นละครได้แล้วยัยน้อย แหมทำเอาทุกคนตกใจหมด” แล้วถลึงตาใส่เปีย “เธอก็เหมือนกันยัยเปีย เลิกเล่นได้แล้ว”

เย็นดันทั้งสองไปอยู่คนละมุม บอกประมูลกับแม่นุ่มว่า “ขอโทษที่ทำให้ตกใจ แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าฉันยืนอยู่ตรงนี้ สองคนนี้ไม่กล้าเล่นอะไรแบบนี้อีกแล้วล่ะค่ะ”

พอเดินออกไป แม่นุ่มปรารภกับประมูลว่า “แม่เย็นนี่ก็แปลกจริงๆนะประมูล เห็นทั้งเห็นว่าหนูเปียรังแก หนูน้อย ยังจะเข้าข้างหนูเปียอีก ลำเอียงเห็นๆ เธอว่าไหม”

“ถ้าตอบอย่างไม่เข้าข้างคุณเย็น ผมก็เห็นอย่างพี่นุ่มแหละ คุณเย็นเข้าข้างหนูเปีย”

“หรือว่าหนูน้อยจะไม่ใช่หลานแท้ๆของแม่เย็น” แม่นุ่มตั้งข้อสังเกต แล้วต่างมองหน้าถามกันด้วยสายตาระหว่างที่เย็นคุมเชิงเปียกับน้อยอยู่นั้น เย็นถามเปีย ว่าคลั่งอะไรขึ้นมาถึงได้ทำแบบนี้ หรือว่าคลั่งเพราะตนไม่ยอมส่งไปหาพ่อแม่มหาเศรษฐี น้อยฟังแล้วงงแต่ไม่กล้าถาม

“ได้ ถ้าแกอยากไปอยู่กับพ่อแม่มหาเศรษฐีของแกนักฉันจะส่งแกไป” เปียดีใจถามว่าจริงหรือ “ออ! แกจะได้ไปออกฤทธิ์ออกเดชให้พ่อแม่แกคลั่งตายไง อยากรู้เหมือนกัน เวลาพ่อแม่ของแกเห็นแกคลั่งแกเป็นประสาทเป็นบ้า พ่อแม่ผู้ดีของแกมันจะเป็นยังไง” เย็นหัวเราะสะใจเมื่อนึกภาพตอนนั้น

“อะไรคะน้าเย็น น้อยงงไปหมดแล้ว เปียเป็นลูกมหาเศรษฐี?”

เย็นเล่าให้น้อยฟังโดยสลับตัวว่าเปียเป็นลูกเศรษฐี ส่วนพ่อแม่ของน้อยตายไปหมดแล้ว น้อยฟังแล้วดีใจกับเปีย  ส่วนตัวเองยิ่งรักเย็นที่เลี้ยงดูตนมาและจะอยู่ตอบแทนบุญคุณเย็นต่อไป เย็นพูดเหมือนย้ำเตือนน้อยว่า

“แกรู้ไหมน้อย ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปกันได้ ฉันเคยรักมาก แล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นเจ็บมาก ฉันโกรธ ฉันแค้น เพราะถูกโกหกทรยศหักหลัง เพราะฉะนั้น ความรู้สึกของแก สักวันมันก็เปลี่ยนไปได้เหมือนกัน”

“ไม่มีทางค่ะน้าเย็นเลี้ยงน้อยมาขนาดนี้ น้อยมั่นใจ น้าเย็นไม่มีวันทำร้ายน้อยค่ะ” ความซื่อบริสุทธิ์ของน้อยทำให้เย็นน้ำตารื้นแต่แล้วก็ผลักน้อยออกลุกเดินหนีไป น้อยได้แต่มองอากัปกิริยาและอารมณ์ที่แปรปรวนของเย็นอย่างแปลกใจ

เมื่อเข้าห้องนอน เย็นปล่อยให้น้ำตาไหลพรากๆ นึกในใจว่า...

“ยิ่งแกดีกับฉันเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเจ็บในอก แต่ฉันยังปลงไม่ได้ ฉันยังเจ็บยังแค้นกับสิ่งที่พวกเขาทำกับฉัน ฉันยังปลงไม่ได้จริงๆ” คิดแล้วแววตาของเย็นแข็งกร้าวขึ้นฉับพลันทั้งที่น้ำตายังเต็มตาและเปียกแก้ม...

อุทัยกับวณีรอคอยการติดต่อมาของเย็นอย่างทุกข์ทรมานใจ วณีปรารภกับอุทัยว่าถ้าเป็นไปได้ตนอยากได้หนูเอื้อยกลับมาก่อนที่เลอสรรจะไปเรียนต่อเพื่อพี่น้องจะได้เจอกัน

“พี่ก็เหมือนกัน แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อหมากเกมนี้เย็นเป็นคนคุมเกมไม่ใช่เรา” อุทัยได้แต่พยายามทำใจ

ก่อนกลับไป เลอสรรซื้อลูกแมวเปอร์เซียสีขาวปุกปุยน่ารักมาให้วณีเลี้ยงแก้เหงาจะได้ไม่คิดมากระหว่างรอเย็นพาหนูเอื้อยมาคืน วณีอุ้มแมวอย่างแสนรัก ถามกันว่าจะตั้งชื่ออะไรดี สุดท้ายตั้งชื่อว่า “ฝ้าย” เพราะขาวเหมือนสำลีและปุกปุยเหมือนปุยนุ่น วณีขอบใจเลอสรร กำชับว่า

“เลอก็ต้องรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนน้าด้วย รีบไปเรียนรีบกลับมา”

เมื่อเลอสรรเข้าไปจัดของในห้อง เขาหยิบรูปของน้อยที่ใส่กรอบวางไว้บนโต๊ะมองลังเลแล้ววางลงที่เดิม

หลังจากเย็นบอกว่าจะพาเปียไปมอบให้วณีกับอุทัยแล้ว เปียก็ซ้อมท่าคุณหนูชี้นิ้วสั่งน้อยให้ทำโน่นทำนี่ ถามน้อยว่าตนจะเป็นคุณหนูแบบไหนดี

“แบบไหนก็ได้ที่เป็นตัวของเปียจริงๆ เพราะยังไง พ่อแม่ของเปียท่านก็ต้องรักเปียอยู่แล้ว จริงไหม”

“แต่ถ้าแกไม่ใช่ลูกเขาจริงๆ ก็ว่าไปอย่างนะนังเปีย” เย็นพูดเหมือนจะตอกย้ำให้เปียสำเหนียก เปียเหมือนวัวสันหลังหวะมองเย็นอย่างไม่พอใจ “ก็เหมือนน้อยมันว่าแหละ แกเป็นลูกเขา ไม่ว่าแกจะยังไงเขาก็ต้องรักแก ไม่ต้องฝึกต้องซ้อมแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะพาแกไปคืนพ่อแม่แก ส่วนจะเป็นลูกแบบไหนมันก็แล้วแต่ ‘สันดาน’ ของแก นังเปีย!”

รุ่งขึ้น เย็นขอให้ประมูลเอารถไปส่งเปีย ประมูลเอ่ยเชิงตัดพ้อว่าเย็นไม่เคยเล่าเรื่องเปียให้ตนฟังเลย

“ฉันถึงบอกคุณไงคะ ไม่มีใครเปิดเผยตัวเองได้ทุกแง่ทุกมุม ที่ฉันรบกวนคุณให้ไปส่ง เพราะฉันไม่อยากให้พ่อแม่ของเปียเขาว่าได้ว่าฉันเลี้ยงลูกไม่ดี รถยนต์สักคันก็ไม่มี จะไปส่งกันทั้งทีก็ต้องกระเตงกันขึ้นแท็กซี่ไป”

ประมูลบอกว่าตนยินดี เพราะสำหรับเย็น น้อยและเปียคือคนในครอบครัวตน เปียขัดขึ้นทันทีว่าไม่ต้องรวมตนก็ได้เพราะตนมีพ่อแม่ที่เป็นมหาเศรษฐีท่านรู้เข้าอาจจะไม่พอใจก็ได้ เย็นฟังแล้วหมั่นไส้ด่าเปียว่าไม่ทันไรก็ทำกระแดะแล้ว

ooooooo

เลอสรรนั่งรถออกจากบ้าน สวนกับรถของประมูลที่ถนนเข้าบ้านพอดีแต่ไม่ได้สังเกตกัน

พอเลอสรรไป บรรยากาศในบ้านก็ตึงเครียดขึ้นอีก เมื่อคุณหญิงอดรนทนไม่ได้บอกให้อุทัยไปแจ้งความจับเย็นสู้กันให้รู้ดำรู้แดงไปดีกว่าปล่อยให้เย็นปั่นหัวอยู่อย่างนี้

ทั้งอุทัยและวณีต่างถูกคุณหญิงเคี่ยวเข็ญให้ไป แต่พอเดินออกจากบ้านจะไปขึ้นรถ รถของประมูลก็ขับเข้ามาจอด

“ใครน่ะ??” คุณหญิงเขม้นมอง เปียลงจากรถก่อนเพื่อน จนสุดท้ายเย็นก้าวลงจากรถ ทุกคนมองตะลึง คุณหญิงปรี๊ดทันที ด่าเย็นสาดเสียเทเสีย

เปียลงจากรถก็ถลาเข้ากอดอุทัยร้องเรียกเต็มปากเต็มคำ “คุณพ่อ...” แล้วบีบน้ำตาร้องไห้เป็นวักเป็นเวร “คุณพ่อขา...ลูกอยู่นี่ ลูกของคุณพ่ออยู่นี่ค่ะ”

ทุกคนยังตะลึงอยู่ ในขณะที่เปียผละจากอุทัยก็โผเข้ากอดวณี อุทัยถามว่า “นี่ลูกฉันจริงๆ ใช่ไหมเย็น”

“คุณอุทัยถามอะไร ไม่คิดถึงหัวใจของลูกเลยนะคะ ฉันเล่าทุกอย่างให้ลูกคุณฟังหมดแล้วค่ะ” เย็นบอกอุทัยในขณะที่เปียก็เล่นละครเต็มที่โดยเฉพาะย้ำแล้วย้ำอีกว่าตนเป็นลูก พร่ำเรียกวณีว่าคุณแม่และอุทัยว่าคุณพ่อ

คุณหญิงนอกจากด่าและจะทำร้ายเย็นแล้ว ยังมองเปียอย่างสำรวจ ปรามเย็นว่าถ้าเอาเด็กมาหลอกว่าเป็นหลานตนจะจับเข้าคุกให้ดู เปียได้ยินก็ยิ่งดราม่า ส่วนเย็นทำเป็นไม่แยแสอย่างผู้ร้ายปากแข็งว่าถ้าคุณหญิงไม่คิดถึงหัวใจของเด็กที่โหยหาพ่อแม่มาเกือบ 20 ปี จะทำอย่างนั้นก็ตามใจ

เวลาเดียวกัน เย็นก็แอ๊บซึ้งเมื่อวณีบอกว่าไม่เอาเรื่องตนว่า

“ฉันยอมรับค่ะว่าตอนนั้นฉันโกรธ ฉันเกลียด ฉันแค้น อยากทำลายพวกคุณ แต่พอได้เลี้ยงหนูเอื้อย หนูเอื้อยแกเป็นเด็กที่น่ารักเหลือเกิน คุณคงไม่ว่านะคะ ที่ฉันเปลี่ยนชื่อหนูเอื้อยเป็นเปีย จรรยา บอกตามตรงค่ะ ตอนนั้นดิฉันแสลงใจมาก เห็นอะไรเกี่ยวกับพวกคุณไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนชื่อลูกคุณ”

เปียก็คอยเล่นบทแทรก อ้อนบ้าง ฝากเนื้อฝากตัวบ้างตามจังหวะที่จะแทรกได้ เย็นปล่อยให้เปียแสดงเต็มที่แล้วขอตัวกลับ

อุทัยเห็นน้อยถามว่านั่นใคร เย็นบอกว่าชื่อน้อยหรือมารยาท เป็นหลานสาวของตนเอง พอเย็นพาน้อยออกไป คุณหญิงก็ชมว่า “หลานนังเย็น เรียบร้อยน่ารักดีนะ” แล้วบุ้ยใบ้ไปทางประมูลถามเปียว่าผู้ชายคนนั้นเป็นผัวใหม่เย็นหรือ

“เปียยังเด็ก ไม่กล้าพูดเรื่องผู้ใหญ่หรอกค่ะ”

ทั้งอุทัยและวณีต่างเห่อลูกผลัดกันกอดผลัดกันหอม นมแสที่เป็นคนเลี้ยงหนูเอื้อยแต่อ้อนแต่ออก

มองเปียอย่างพินิจพิจารณา...เมื่ออยู่ลำพังกับคุณหญิงนมแสก็ตั้งข้อสังเกตว่าเย็นต้องเลี้ยงหนูเปียไม่ดีแน่ๆเลย เพราะดูๆแล้วเปียไม่ได้รักและปกป้องเย็นเลย เห็นได้จากตอนที่คุณหญิงเรียกเย็นว่ามัน ก็ไม่เห็นเปียทุกข์ร้อนอะไร

“ถ้าฉันรู้ว่านังเย็นมันทำอะไรหลานฉัน ฉันไม่เอามันไว้แน่ๆ”

ooooooo

ประมูลขับรถพาเย็นกับน้อยกลับมาถึงบ้าน ท่าทางประมูลยังอึ้งๆกับเรื่องราวที่รับรู้มาหมาดๆ เย็นถามขึ้นว่าพอรู้อดีตของตนถึงกับเงียบพูดไม่ออกเลยหรือ

ประมูลยังพูดไม่ออก เย็นเลยพูดต่อว่า “เป็นธรรมดาค่ะ ใครไม่เจออย่างฉัน ก็ยากที่จะเข้าใจ”

“ผมรู้...ว่าตอนนั้นคุณคงเจ็บปวดมาก แต่ถ้าคุณปล่อยวาง....” ประมูลพูดไม่ทันจบ เย็นก็ชิงตัดบทว่า

“แต่ละคน มีวิธีแก้ปัญหาไม่เหมือนกันค่ะ ฉันถึงได้บอกคุณไงคะ ถ้าไม่เจออย่างฉัน ก็ยากที่จะเข้าใจ ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงพยายามสอนยัยเปีย ยัยน้อยมาตลอด”

เย็นนิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนพยายามสะกดกลั้นความขมขื่นกลืนมันไว้ ก่อนเล่าต่อว่า

“เกิดเป็นผู้หญิง ต้องรักในเกียรติ ในศักดิ์ศรีของตัวเอง เพราะวันใดที่มันถูกทำลายลง เราจะไม่เหลือค่าอะไรให้ภูมิใจในตัวเองเลย และที่เจ็บกว่านั้น...คนที่จะถูกประณามก็คือผู้หญิง และเวลาที่เจ็บ ผู้หญิงแต่ละคนก็แก้ปัญหาไม่เหมือนกัน  บางคนยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่บางคนก็ลุกขึ้นมาสู้ แก้แค้น เอาคืน!!”

ประมูลฟังอึ้ง เย็นมองหน้าเขา พูดต่ออย่างเปิดเผยตัวตนของตัวเองว่า

“และฉัน...ก็เป็นผู้หญิงประเภทหลังเสียด้วยสิ ที่เขาว่า 10 ปีแก้แค้นยังไม่สาย มันไม่ใช่เรื่องที่พูดกันเล่นๆ หรอกคุณประมูล ฉันเจ็บแค่ไหน คนที่ทำฉัน ต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่า พันเท่า!”

พูดจบ เย็นหัวเราะลั่นเดินเข้าบ้านไป ประมูลยังยืนอึ้งอยู่ มองเย็นด้วยความรู้สึกว่า ยิ่งรู้จัก เย็นก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นทุกวัน

ooooooo

วณีพาเปียไปดูห้องนอน เปียตาโตดีใจแต่ระงับอาการ แต่พอวณีบอกว่าไว้วันหลังจะตบแต่งให้ใหม่ เปียก็วางท่าพูดทันทีว่า

“ก็ดีค่ะคุณแม่ เพราะเปียไม่ชอบห้องแบบนี้ มันดูธรรมดาไป” พอดีฝ้ายเดินต้วมเตี้ยมเข้ามา เปียเหล่ใส่ “อีกอย่างแมว อย่าเอาเข้ามาใกล้” ไม่พูดเปล่ายังใช้เท้าเขี่ยฝ้ายออกไป วณีตกใจรีบอุ้มฝ้ายขึ้นมา ถามว่าเปียไม่ชอบแมวหรือ “ไม่ชอบสัตว์ทุกชนิดค่ะ โดยเฉพาะนี่มันเป็นห้องนอน หมาแมวมาอยู่ด้วยได้ยังไง??” ซ้ำยังบอกวณีว่าเพื่อสุขภาพอย่าเลี้ยงหมาแมวไว้ในบ้านและอย่าให้มาเดินเพ่นพ่านในบ้าน

เปียกวาดตามองไปรอบห้อง เปียบอกว่าอยากให้ทำห้องใหม่จะได้สมกับเป็นห้องนอนของลูกมหาเศรษฐี อุทัยตกใจบอกว่าตนไม่ได้เป็นมหาเศรษฐี เปียหัวเราะคิกคักอย่างมีจริต บอกว่าน้าเย็นบอกตนหมดแล้วว่าคุณพ่อคุณแม่รวยมาก

“อีกอย่างที่เปียอยากได้ห้องนอนหรูหรา เปียไม่ได้ทำเพื่อตัวเองนะคะ แต่เปียทำเพื่อคุณพ่อคุณแม่ เกิดมีหนังสือนิตยสาร รายการทีวีมาสัมภาษณ์เปียแบบลูกสาวไฮโซทั่วไป เจอห้องธรรมดาๆแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่อายเขาแย่เลยนะคะ”

เปียตีหน้าเศร้าต่อว่า “ลำพัง ถ้าเปียเป็นเปียดื้อ เหมือนตอนที่อยู่กับน้าเย็น เปียจะกินจะอยู่จะนอนยังไงก็ได้ เพราะไม่มีใครสนใจ”

วณีซึ้งถึงกับเข้ามากอดเปียสัญญาว่าจะไม่ยอมให้เปียลำบากอย่างนั้นอีก เดี๋ยวจะพาไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน เปียเห็นอุทัยมองอยู่จึงแอ๊บต่อว่า แค่ตนได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ตนกินอะไรก็ได้ อุทัยรวบรัดว่าวันนี้กะทันหันกินที่บ้านก่อนก็แล้วกัน วันหลังค่อยออกไปกินกัน เปียรับคำยิ้มแย้มแต่แอบเสียดาย

วณีบอกให้เปียอาบน้ำเสียแล้วเดี๋ยวลงไปกินข้าวกัน พอเปียอยู่ในห้องคนเดียวก็จิกตาพึมพำ

“คุณอุทัยทำท่าแปลกๆ หรือว่าเขาจะสงสัยเรา??” เปียเดินไปดูตัวเองที่หน้ากระจก เอานิ้วจิ้มแก้มตัวเองบอก “ไม่ได้ ‘ซีเปีย’ ต้องแอ๊บให้เนียนกว่านี้นะ”

เมื่อลงไปที่โต๊ะอาหาร เปียแอ๊บเรียบร้อยน่ารักจนวณีชมกับอุทัยว่าลูกเราน่ารักจริงๆ เลยแล้วดึงเปียเข้าไปกอดหอมอย่างแสนรัก

ระหว่างนั้น เปียยังเล่าว่าอยู่กับเย็นไม่เคยได้กินอะไรดีๆ อย่างนี้เลย ใส่ไฟเย็นว่าเวลามีอะไรดีๆ เย็นก็จะเอาให้น้อยกินหมด พูดให้น่าสงสารว่า

“ตอนนี้เปียเข้าใจแล้วค่ะ เพราะเปียเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่นี่เอง”

เปียเรียกร้องความสงสารจนวณีบอกว่าเปียอยากได้อะไรให้บอกแม่จะหาให้ทุกอย่าง

อุทัยนิ่งฟัง บอกเปียว่าจะไม่ยอมให้ใครมาพาตัวเปียไปไหนอีก ถ้าเย็นมาเอาลูกกลับไปพ่อจะเอามันเข้าคุกแน่นอน

เปียแอบยิ้มดีใจ เมื่ออยู่กันตามลำพัง วณีติงอุทัยว่าไม่ควรเรียกเย็นว่ามัน เพราะอย่างไรเสียเย็นก็เลี้ยงดูลูกเรามา อุทัยขอโทษแต่พูดอย่างไม่พอใจว่าเย็นเลี้ยงลูกเราไม่ดี เลี้ยงจนลูกที่แสนน่ารักของเรากลายเป็นเด็กอะไรก็ไม่รู้ ดูแปลกๆ

วณีกับอุทัยมองเปียด้วยสายตาที่แตกต่าง อุทัยมองว่าบุคลิกเปียเหมือนหลุดมาจากละครแต่ก็ไม่เป็นไรเอาไว้ค่อยขัดเกลากันต่อไป วณีไม่พอใจติงว่าพูดเหมือนลูกเลวร้ายมาก ยังไงก็ลูกเราคงไม่ถึงกับต้องขัดเกลากัน ยังไงเย็นก็เลี้ยงลูกเรามาถ้าเลี้ยงไม่ดีทำไมหลานของเย็นจึงเรียบร้อยน่ารัก พาลหาว่าอุทัยหาเรื่องลูก

วณีตัดพ้อต่อว่าจนอุทัยต้องยอมรับว่าตนผิดใช้คำพูดไม่ถูก เปลี่ยนเป็นว่าเราค่อยๆ ปรับกันไปก็แล้วกัน วณีจึงค่อยคลายเครียดลง แต่พอไปคิดทบทวน อุทัยถามตัวเองว่า แล้วทำไมเปียกับน้อยถึงได้แตกต่างกันอย่างนั้น?

ooooooo

รุ่งขึ้น ทั้งวณี อุทัย และคุณหญิง พาเปียไปห้างหาซื้อเสื้อผ้าของใช้ เปียตื่นเต้นมาก เดินผ่านอะไรที่ชอบก็ชี้เอาไปหมด โดยเฉพาะเสื้อผ้า จนคุณหญิงติงว่าซื้อไปทำไมเยอะแยะจะใส่ทันหรือ

เปียอ้างว่าเวลานี้ตนเป็น จรรยา อนุรักษ์ธานิน เซเลบคนใหม่ เป็นลูกพ่อเป็นหลานคุณย่า จะทำอะไรต้องโดดเด่นแม้แต่ชื่อเปียก็เรียกเปียเฉยๆ ไม่ได้ ต้องเรียก “เปียดื้อ”

อุทัยกับคุณหญิงมองหน้ากันอึ้งๆ แต่วณีชื่นชม ว่าชื่อน่ารักแต่ถึงจะชื่อเปียดื้อก็อย่าดื้อกับแม่นะ เปียรับคำแต่ตามองเสื้อผ้า รองเท้า ชอบใจก็ดี๊ด๊าเข้าไปชี้ๆๆ อุทัยมองอย่างอ่อนใจ ต้องคอยประคองคุณหญิงให้เดินตาม

เมื่อกลับถึงบ้าน คุณหญิงต้องนอนให้นมแสนวด บอกว่าต่อไปถ้าเปียจะไปซื้อของตนขอไม่ไปด้วย เปียหัวเราะคิกบอกว่าคนแก่ก็อย่างนี้แหละทำอะไรก็เหนื่อย คุณหญิงพูดนิ่มๆ แต่เปียฟังแล้วเจื่อนว่า

“ย่าเองก็ยังไม่ได้แก่ คงจะอีกนานกว่าย่าจะตาย” แล้วลุกกลับบ้านตัวเองบอกให้อุทัยไปส่งหน่อย วณีดูออกทำหน้าไม่สบายใจ แต่เปียไม่ได้สนใจอะไร เมื่อวณีชวนไปลองเสื้อผ้าที่ซื้อมาก็ดี๊ด๊าไปทันที

คุณหญิง อุทัย และนมแส มองสองแม่ลูกอย่างเหนื่อยใจ...

ระหว่างทางไปบ้าน คุณหญิงเอ่ยกับอุทัยว่า “นังเย็นมันสอนแม่เปียไม่ดี แม่เปียถึงได้เป็นคนไม่รู้จักคิด ไม่มีมารยาทได้ถึงขนาดนี้”

“ตอนแรกผมก็คิดอย่างคุณแม่ครับ แต่ผมมาฉุกคิดถึงหลานของเย็นที่ชื่อน้อย ถ้าว่าเย็นสอนไม่ดีแล้วทำไมน้อยถึงเรียบร้อย น่ารักน่าเอ็นดู” คุณหญิงเห็นด้วย อุทัยพูดต่อว่า “น่ารักจนผมอยากพาแกมาอยู่ด้วย ผมรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนั้นอย่างบอกไม่ถูก อยากได้แกมาอยู่ด้วย” พอคุณหญิงบอกว่าดีจะได้อยู่เป็นเพื่อนเปียด้วย อุทัยบอกว่า “ผมไม่ได้คิดจะให้มาอยู่เป็นเพื่อนเปียนะครับ ผมจะเลี้ยงหนูน้อยให้เหมือนเลี้ยงเปียเลย” อุทัยแววตาอ่อนโยนเมื่อพูดถึงน้อย

ooooooo

เมื่ออุทัยบอกเปียว่าจะรับน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนเปียจะได้ไม่เหงา เปียตกใจรีบบอกว่าตนไม่เหงาแค่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยตนก็มีความสุขแล้ว

เปียแสดงความไม่พอใจและคัดค้านจนอุทัยถามว่าหรือเปียไม่อยากให้น้อยมาอยู่ด้วย เปียตีหน้าเศร้าเล่าว่าน้อยชอบแกล้งตน นมแสถามขึ้นว่าน้อยน่ะหรือแกล้งเปีย ถูกเปียมองขวับถลึงตาใส่ นมแสรีบขอโทษ เปียหันไปถามอุทัยกับวณีว่า

“คุณพ่อคุณแม่ไม่เชื่อเปียเหรอคะ” ถามแล้วเห็นทั้งสองอ้ำอึ้ง เปียบีบน้ำตาคร่ำครวญ “ที่ผ่านมา น้อยแกล้งเปียตลอด โดยมีน้าเย็นให้ท้าย ตอนแรกเปียก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาสองคนถึงได้จงเกลียดจงชังเปียนัก จนกระทั่งวันที่รู้ว่าเปียเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่ วันนี้แหละ เปียถึงได้เข้าใจ”

“เลวจริงๆ นังเย็น” อุทัยทำขึงขัง ถูกวณีเรียกปราม เขาขอโทษบอกว่าตนโกรธแทนลูก หันบอกเปียว่า “ด้วยเหตุนี้แหละ พ่อถึงอยากพาน้อยมาอยู่ด้วย คราวนี้ถ้าน้อยแกล้งเปียให้พ่อเห็นอีก พ่อจะได้จัดการน้อยด้วยมือของพ่อเอง”

เปียหน้าเหวอที่ผลลัพธ์ตรงข้ามกับเจตนาของตน อุทัยดูออก บอกน้อยว่า

“เพื่อเปียของพ่อ...พ่อจะไปรับน้อยมาอยู่ด้วยจ้ะ”

เปียเข้าห้องนอน ตาขวางพลุ่งพล่านกัดฟันกรอด หยิบจับอะไรได้ก็ขว้างปาใส่ผนังห้องเสียงตึงตังโครมคราม จนอุทัยกับวณีที่อยู่ห้องติดกันสงสัยว่าเปียเป็นอะไร

เปียยังคลั่ง เห็นจิ้งจกที่ผนังก็เอารองเท้าฟาดตกมาตายอย่างสะใจ วณีกับอุทัยมาเคาะประตูเรียกนมแสตามมาด้วย แต่อุทัยร้อนใจเปิดประตูเข้าไปเลย เห็นเปียยังถือรองเท้าค้างอยู่มีจิ้งจกตายที่พื้น วณีตกใจถามว่าทำไมฆ่าจิ้งจกตาย

เปียทำท่าตระหนก โผเข้ากอดอุทัยพูดปากคอสั่นว่าจิ้งจกจ้องหน้าตน ตนกลัว ทั้งอุทัยและวณีมองหน้ากันงงๆ บอกนมแสให้จัดการซากจิ้งจกตัวนั้นเสีย อุทัยปลอบว่าถ้าคราวหลังกลัวจิ้งจกให้บอกพ่อบอกแม่หรือนมแสก็ได้แต่อย่าฆ่า มันบาป เปียทำท่าตกใจมากบอกว่าถ้าบาปตนจะโกนหัวบวชอุทิศส่วนกุศลให้จิ้งจกดีไหม จิ้งจกจะได้อโหสิกรรมให้

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกลูก คราวหลังอย่าทำอีกแล้วกัน” อุทัยบอก วณีกอดโอ๋เปีย ในขณะที่นมแสกวาดซากจิ้งจกแล้วมองเปียอย่างสงสัย

เปียดีใจที่ใครๆก็พากันโอ๋ แต่พอได้ยินอุทัย ปลอบใจว่า “อีกหน่อย น้อยมาอยู่ด้วย เปียก็มีเพื่อน ไม่ต้องกลัวนะลูกนะ” เปียก็หุบยิ้มแววตาร้ายขึ้นทันที

วันต่อมา เมื่ออุทัยบอกคุณหญิงว่าจะรับน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนเปีย คุณหญิงเห็นด้วยเพราะตนก็เอ็นดูน้อยอยู่ แต่มีข้อแม้ว่า “ห้ามให้นังเย็นมาอยู่ด้วยเป็นอันขาด”

“โถคุณแม่ครับ ผมไม่ได้คิดถึงเย็นเลยจริงๆ แค่อยากพาหนูน้อยมาอยู่ด้วยเท่านั้น” อุทัยพูดอย่างนั้นแต่แววตามีเลศนัย พอคุณหญิงถามว่าทำไม เขาอ้างว่า “ผมก็ เหมือนคุณแม่ล่ะครับ เอ็นดูน้อย...อย่างกับ...หนูน้อยเหมือนเป็นลูกของผมเอง”

ooooooo

ต่อมาอุทัยและวณีก็พาเปียไปหาเย็นที่บ้านของประมูลชวนน้อยไปอยู่เป็นเพื่อนเปียที่บ้าน เย็นถามเปียว่าอยากมีเพื่อนหรือ

“ค่ะ เปียคิดถึงน้อย รักน้อย น้าเย็นก็รู้” เปียตีหน้าเศร้า เย็นหัวเราะขำ อุทัยถามว่าขำอะไร เย็นพูดเหน็บว่า ขำความรักความคิดถึงน้อยของเปีย เปียรีบพูดกลบเกลื่อนว่า “น้าเย็นก็ชอบพูดเล่นแรงๆ อย่างนี้แหละค่ะคุณพ่อ”

เย็นผสมโรงว่าใช่ ตนชอบพูดเล่น อุทัยตัดบทถามว่าตกลงจะให้น้อยไปอยู่กับตนไหม เย็นหันไปถามน้อยต่อ

“น้อยไม่ไปค่ะ น้อยอยากอยู่กับน้าเย็น” วณีถามว่าถ้าเย็นไปอยู่ด้วยน้อยจะไปไหม “น้าเย็นอยู่ไหนน้อยไปอยู่ด้วยทั้งนั้นค่ะ”

“งั้นเย็นไปอยู่กับฉันนะ” อุทัยรวบรัด เปียตกใจมากนมแสที่นั่งฟังอยู่ด้วยถึงกับผงะ แอบโทร.รายงานคุณหญิงทันที

“ขอบใจมาก เดี๋ยวฉันจัดการเอง” คุณหญิงจิกตาอย่างโกรธจัด!

ooooooo

อุทัยยังหว่านล้อมให้เย็นพาน้อยไปอยู่ด้วยกัน เปียพูดหมายให้อุทัยเกรงใจว่าเย็นเป็นห่วงร้านของเถ้าแก่กิม เย็นรู้ทันบอกว่ากำลังคิดจะขายร้านอยู่พอดี

ทั้งอุทัยและวณีชวนว่างั้นไปอยู่ด้วยกันเลย อุทัยถามว่าหรือเย็นยังโกรธตนอยู่

“อย่าพูดถึงเรื่องเก่าอีกเลยค่ะ อย่างที่บอก ฉันเองก็ทำผิดกับพวกคุณ ถ้าจะเริ่มต้นใหม่ เราควรลืมมันให้หมด” เย็นพูดนิ่งๆอย่างทำใจได้แล้ว พออุทัยกับวณี

ถามว่าเธอจะพาน้อยไปอยู่กับพวกตนใช่ไหม เย็นอมยิ้มพูดอย่างเป็นต่อว่า “ไหนๆ พวกคุณก็อุตส่าห์อ้อนวอนและอีกอย่าง เปียดื้อของน้าจะได้มีเพื่อน” เย็นมองหน้าเปียยิ้มอย่างรู้กัน รู้ทัน แล้วหันบอกน้อยให้ไปเก็บเสื้อผ้า

ฝ่ายคุณหญิงให้จวนกดโทร.ถึงอุทัยหมายจะยับยั้ง แต่พอดีอุทัยได้รับสายจาเลอสรรที่โทร.มาพอดี เลอสรรดีใจเมื่อรู้ว่าได้ตัวหนูเอื้อยคืนมาแล้ว วณีบอกเปียให้มาคุยกับพี่เขาหน่อย แต่เปียกังวลเรื่องน้อยอ้างว่าขอไปช่วยน้อยเก็บของก่อน

เย็นมองตามเปียอย่างรู้ทันและเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เปียทำเป็นไปดูน้อยเก็บของ แต่พอเข้าห้องปิดประตูก็กระชากน้อยตวาดว่าไม่ต้องเก็บของ น้อยถามงงๆว่าทำไม

“ไม่ต้องมาดัดจริต แกก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้แกไปอยู่ด้วย แกจะไปทำไม!” น้อยบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะไปถามเย็นก่อน เปียหูตาเหลือกตวาด “อย่านะนังน้อย” แล้วรีบตามไป

เย็นรู้แก่ใจดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นในห้องน้อย ทำทีบอกอุทัยกับวณีว่าเปียหายไปนานขอตัวไปดูว่าเก็บของเสร็จหรือยัง

เปียพยายามยับยั้งน้อย เมื่อน้อยจะไปบอกเย็นให้ได้ เปียจึงแกล้งทำเป็นล้มลงไปชักตาตั้ง เย็นยืนอยู่หน้าห้องมองเปียอย่างรู้ทัน น้อยตกใจออกมาบอกเย็นว่าเปียชัก เย็นบอกน้อยให้เอารองเท้าหรือด้ามไม้กวาดอะไรก็ได้ยัดใส่ปากเปียอย่าให้กัดลิ้นตัวเอง

ประมูลพาอุทัยกับวณีไปดูน้อยกับเย็นเก็บของ เห็นสภาพของเปียก็ตกใจ เย็นแกล้งบอกว่าไม่มีอะไร เปียจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ถูกขัดใจ บอกทั้งสองว่าพอตนบอกเปียให้กลับไปอยู่กับอุทัยและวณีเปียก็ขัดใจและชักทันที แล้วทำทีบอกทั้งสองอย่างเป็นห่วงเปียว่า

“คุณวณีคุณอุทัยคะ ระหว่างที่เปียยังทำใจไม่ได้ ให้แกอยู่ที่นี่ก่อนนะคะ” เปียได้ยินหายชักเป็นปลิดทิ้ง บอกเย็นว่าตนหายแล้ว เย็นเลยรวบรัดว่า ถ้าอย่างนั้น ก็กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว หันไปถามน้อยว่า “ไงยัยน้อย เก็บของเสร็จแล้วรึยังจะได้ไป”

น้อยมองหน้าเย็นงงๆ ส่วนเปียกอดวณีกับอุทัยไว้แน่น แอบมองน้อยตาเขียวปั้ดแต่ไม่กล้าแผลงฤทธิ์อีก

ส่วนประมูลมองหน้าเย็นงงๆสงสัย

ooooooo

เมื่อเย็นหิ้วกระเป๋าจะไป ประมูลถามว่าจะไปจริงๆ หรือ? เย็นอ้างว่าพวกอุทัยมาอ้อนวอนตน

“เขาอ้อนวอนหรือว่าคุณวางเพลิงในบ้านเขาแล้วเลยต้องตามไปดูว่ามันจะไหม้หรือเปล่า!?”

“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ” เย็นจ้องตาวาวโกรธมาก

“คุณรู้ดีว่าผมจะบอกอะไรคุณ เย็น...ที่ผ่านมา คุณก็ทำกับพวกเขามากพอแล้วนะ คุณอย่าผูกใจเจ็บพวกเขาอีกเลย”

“คุณนี่พูดอะไรเพ้อเจ้อ น้ำหน้าอย่างฉัน จะมีปัญญาไปทำอะไรพวกเขาได้คะ! ที่ฉันไปเพราะอยากให้เปียกับน้อยได้อยู่ด้วยกันเท่านั้นเอง”

“ถ้าคุณเย็นยืนยันอย่างนั้น ผมก็คงต้องเชื่อ แต่คุณอย่าลืมนะเย็น บาปกรรมมีจริง”

“ค่ะ บาปกรรมมีจริง ใครทำอะไรกับใครไว้ก็ต้องได้รับกรรมอย่างนั้น ทั้งคนจน คนรวย เจ้านาย ขี้ข้าคนใช้ หนีไม่พ้นกรรมหรอกค่ะ” เย็นยิ้มขมขื่น แววตาเจ็บช้ำ

“ก่อนจะทำอะไร คนเราก็ควรคิดให้ถ้วนถี่ แต่ไม่ว่ายังไงผมจะคอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้คุณเสมอ จำไว้นะเย็น ผมเป็นกัลยาณมิตรของคุณ” ประมูลมองเย็นอย่างลึกซึ้ง เย็นมองตอบด้วยความรู้สึกที่เป็นมิตรจริงใจ เอ่ยอ่อนโยน ก่อนเดินไปว่า
“ขอบคุณมากค่ะคุณประมูล”

ooooooo

คุณหญิงโกรธมากเมื่ออุทัยกับวณีพาเย็นมาอยู่ด้วย บ่นกับจวนว่าอุทัยหาเรื่องจริงๆ ดักเรียกอุทัยไปตำหนิ

“แม่ไม่เข้าใจจริงๆ แกจะพานังเย็นกลับเข้ามาอยู่ด้วยทำไม จำไม่ได้รึไงว่านังเย็นมันทำความเดือดร้อนให้เราแค่ไหน”

“แต่ตอนนี้เย็นเขาเปลี่ยนไปแล้วครับแม่”

“ไม่มีทาง!! นังสันดานเย็นมันไม่มีทางเปลี่ยน แม่สังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้นะอุทัย ว่านังเย็นมันจะทำความเดือดร้อนให้เราอีก ไม่ว่าจะยังไง ตาของมันก็คือทะเลคลั่ง แม่เห็นแต่ความพยาบาท”

“แต่ตอนนี้ลูกอยู่กับเราแล้วนะครับแม่ ผมจะไม่มีวันยอมให้เย็นทำอะไรลูกของผมอีกเป็นอันขาด” อุทัยพูดอย่างมั่นใจ แต่...หารู้ไม่ว่า เขาประเมินเย็นผิดถนัด!

พอเย็นมาถึงก็ปะทะคารมกับหวานคู่ปรับเก่าจนถึงขั้นประกาศว่าสักวันจะเอามีดสับปากหวานให้ดู พอจวนรู้ว่าหวานทะเลาะกับเย็นก็ถามหวานว่าไปหาเรื่องอะไรกับเย็นหรือเปล่า เตือนว่า

“ปกติเย็นมันไม่หาเรื่องใคร แต่ถ้าใครหาเรื่องมันก่อน ทำมันเจ็บ แกคงรู้ใช่ไหมว่า มันจะเอาคืนยังไง”

นมแสเดินเข้ามาได้ยินถามว่าเย็นเคยทำอะไรพวกเธอหรือ ช้อยบอกว่าเย็นเคยให้หวานกินน้ำพริกทางจมูก หวานทำหน้าเจ็บใจบอกว่า “อะไรไม่ร้ายเท่ามันขโมยลูกท่านหายไปเกือบยี่สิบปี นมแสว่ามันร้ายไหมล่ะ”

เมื่อเย็นกับน้อยไปที่บ้านพักแล้ว เย็นขอบใจน้อยที่วันนี้มีปาก น้อยถามว่าแปลว่าอะไรหรือ เย็นหัวเราะบอกว่าน้อยกล้าด่าหวานแทนตนไง น้อยพูดอย่างกตัญญูว่า

“จริงๆ น้อยก็ไม่ชอบการทะเลาะเลยค่ะ ที่ผ่านมาน้าเย็นก็เห็น อะไรที่ยอมเปียได้น้อยก็ยอมเพราะไม่อยากมีเรื่องแต่ถ้าใครมาทำน้าเย็น น้อยบอกคำเดียวเลยว่าน้อยไม่ยอมค่ะ”

“เพราะอะไร”

“น้อยรักน้าเย็น ความแค้นบางทีอาจไม่จำเป็นต้องชำระ แต่บุญคุณยังไงก็ต้องทดแทนค่ะ”

เย็นมองน้อยน้ำตารื้น ยกมือจะลูบผมน้อย แต่แล้วก็ชะงัก เมื่อนึกถึงความแค้นที่ฝังอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ!

ooooooo

ตอนที่ 4

ด้วยความดีใจที่ได้ลูกกลับคืนมา อุทัยกับวณีปรึกษากันจะจัดเลี้ยงรับขวัญลูก เมื่อบอกเปีย เปียตื่นเต้นดีใจมาก ทั้งสองบอกว่าเปียอยากให้จัดงานแบบไหนให้บอกมาเลย

เปียเสนอให้จัดแบบปาร์ตี้ให้เชิญพี่เวียร์ พี่วี และพี่ซีมาร่วมงานด้วย ตนอยากถ่ายรูปกับดารา อุทัยทำหน้าบอกไม่ถูกบอกว่าไม่ใช่งานแบบนั้นแต่จะจัดแบบภายในครอบครัว โดยจะเชิญญาติๆและเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่และคุณย่ามาร่วมงานด้วยเท่านั้น

“แล้วมันจะใหญ่เหรอคะ” เปียทำหน้าผิดหวัง วณีรีบพูดเอาใจว่าแม่จะจัดให้ใหญ่ที่สุด อลังการที่สุด เปียพูดทันทีว่า “แล้วในงานเปียก็ต้องสวยที่สุดด้วย” พูดแล้วหัวเราะคิกคัก

แต่พออุทัยบอกวณีว่าจะถามเลอสรรว่าจะกลับมางานได้หรือไม่ เปียถามว่าเลอสรรเป็นใคร พอวณีบอกว่าเลอสรรเป็นพี่ชายของเปียเท่านั้น เปียหน้าหงิกเดินหนีเข้าห้องทันที วณีตามมาถามจึงรู้ว่าเปียไม่พอใจที่รู้ว่าอุทัยกับวณียังมีเลอสรรเป็นลูกบุญธรรมอีกคน

“เปียไม่ให้มา” เปียเสียงกร้าว “ก็แค่ลูกบุญธรรมแล้วมีศักดิ์มีสิทธิ์อะไรถึงต้องมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับเปียด้วย มันเป็นงานของเปีย เปียอยากเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่คนเดียว เปียไม่อยากให้มีใครเด่นกว่าเปีย เปียกลัวพ่อกับแม่ไม่รักเปีย”

“โอ๋...จ้ะๆ ไม่มาก็ไม่มาจ้ะ งั้นแม่จะไม่บอกตาเลอ งานเลี้ยงต้อนรับเปีย เปียต้องเด่นต้องเป็นลูกคนเดียวของพ่อกับแม่จ้ะ” วณีกอดโอ๋ เปียจึงสงบ กอดวณีขอบคุณอย่างประจบ อุทัยมองเปียอย่างกังวล

แต่พอคุณหญิงรู้ก็ตำหนิวณีว่าไม่น่าตามใจเปียขนาดนั้นเลย ถามว่าแล้วถ้าเลอสรรรู้ล่ะ อุทัยพูดอย่างเข้าใจเลอสรรว่าเขาคงไม่คิดเล็กคิดน้อย แต่ก็ไม่อยากให้วณีตามใจลูกมากไปเดี๋ยวจะเสียนิสัย ย้ำกับวณีว่า

“ที่สำคัญ...ถึงจะเป็นลูกบุญธรรม แต่ยังไงเราสองคนก็รักตาเลอเหมือนลูก ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของอนุรักษ์ธานิน ตาเลอก็ต้องได้อยู่แล้ว”

วณีขอร้องว่าสักวันหนึ่งเปียกับเลอสรรก็ต้องเจอกัน ปล่อยให้ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า คุณหญิงเห็นด้วย

แม้อุทัยจะไม่เห็นด้วยนักแต่ก็ไม่อยากขัด

ooooooo

เปียผยองลำพองใจที่อุทัยกับวณีจะจัดงานรับขวัญใหญ่โตให้ เดินมาเห็นน้อยก็ตรงรี่ไปถามว่ามาทำอะไร

น้อยบอกว่าน้าเย็นได้ข่าวว่าจะมีการจัดงาน รับขวัญเปียจึงให้มาดูว่าจะช่วยทำอะไรได้บ้าง  ถูกเปีย หัวเราะเยาะว่า

“งานไฮโซอย่างนี้ น้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรได้ ไสหัวไปเลยไป๊” ไล่แล้วผลักอย่างแรงจนน้อยผงะ น้อย พูดอย่างไม่พอใจว่า บอกดีๆ ก็ได้ทำไมต้องผลักกันด้วย เปียถลึงตาท้าว่า “อยากผลักมีอะไรไหม” แล้วผลักซ้ำอีก

“น้อยไม่มีหรอก ยังไงเราก็พี่น้องกัน อะไรยอมได้น้อยยอม  แต่คนอื่นที่เห็นเขาจะตำหนิ ลูกผู้ลากมากดีอย่างเปียทำไมถึงได้ทำท่าเป็นสก๊อย” เปียทำท่าจะตบ น้อยเน้นคำว่า “โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ของเปีย!” พูดแล้วมองไปข้างหลังเปีย

เปียเอะใจหันมองเห็นอุทัยกับวณีกำลังเดินตรวจการเตรียมงานมา น้อยไหว้ส่วนเปียถึงกับหน้าเผือด ทั้งสองถามว่าคุยอะไรกันอยู่? เปียปั้นน้ำเป็นตัวทันทีว่าตนบอกให้น้อยมางานเลี้ยง แต่น้อยไม่ว่างจะออกไปซื้อของข้างนอกกับน้าเย็น

แต่พออุทัยติงว่างานเลี้ยงตอนกลางคืนน้อยน่าจะกลับมาทัน เปียก็กันท่าว่าไม่ทันแน่เพราะน้าเย็นเป็นคนซื้อของนาน ส่วนน้อยก็ชักช้าเป็นเต่ากว่าจะกลับมาก็ได้เวลาผีออกพอดี

“คุณหนูเปียนี่ช่างเข้าใจเปรียบเทียบนะคะ สงสัย จะเป็นญาติกับผีถึงได้รู้เวลาผีเข้าผีออก” เย็นเดินหัวเราะมาสมทบวณีมีน้ำใจบอกเย็นอย่าเพิ่งไปซื้อของได้ไหมจะได้อยู่ร่วมงานกันก่อน เย็นมองตาคมกริบพูดหน้านิ่งว่า

“ผัวทั้งคน ดิฉันยังยกให้คุณได้ เรื่องแค่นี้...สบายค่ะ” พูดแล้วเห็นอุทัยหน้าเจื่อนก็หัวเราะขำ “แน่ะ...คุณอุทัยทำหน้าบางอีกแล้ว จะปิดทำไมคะ ยังไงคนในบ้านนี้ก็รู้ว่าดิฉันเคยเป็นเมียของคุณ”

เปียได้โอกาสยิ้มประจบวณีว่า “ก็แค่เคย เพราะตอนนี้ภรรยาของคุณพ่อคือคุณแม่ของเปีย” พลางกอดวณีเย้ยเย็น

วณียังพยายามชวนเย็นมาร่วมงาน เย็นพูดประชดว่าในเมื่อวณีอุตส่าห์ลดตัวลงมาขอร้องคนอย่างตน ตนก็ยินดี เสนอว่าน้อยพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง คืนนี้จะให้น้อย รำอวยพรเปียให้มีความสุขด้วย วณีดีใจถามว่าแล้วเปียจะโชว์อะไร เปียตอบอวดดีเอาตัวรอดว่า “คนสวยไม่ต้องทำอะไร เดินสวยๆ ก็เด่นที่สุดแล้วค่ะ”

“งั้นคืนนี้เจอกันนะจ๊ะ ฉันจะรอดูหนูน้อยรำอวยพรจ้ะ” วณีแตะแขนน้อยอย่างเอ็นดู เปียแทบทนดูไม่ได้แต่ไม่กล้าทำอะไรได้แต่แอบจิกตาใส่น้อย ส่วนเย็นยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

เปียเจ็บใจ ไปดักเย็นที่บ้านพักถามว่าทำไมน้าเย็นทำแบบนี้ เย็นพยักหน้าให้น้อยขึ้นบ้านไปก่อน แล้วจึงด่าเปีย

“ถ้าแกไม่ตอแหล ดัดจริต ฉันก็ไม่ให้ยัยน้อยมันไปงานหรอก แต่ในเมื่อสันดานของแกมันไม่ดี ชอบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ฉันเลยต้องสั่งสอน” น้อยถามจิกว่าสั่งสอนลูกเจ้าของบ้านเนี่ยนะ? ถูกเย็นกระชากผมจนหน้าหงายปราม “อย่ากำเริบกับฉันนะนังเปีย ฉันเป็นคนทำให้แกมาอยู่ที่นี่ได้ ฉันก็ทำให้แกออกไปจากที่นี่ได้เหมือนกัน” พูดแล้วผลักจนเปียล้มชี้หน้าไล่ “ไป! แกรีบกลับไปแต่งองค์ทรงเครื่องให้พร้อมสำหรับงานคืนนี้ ก่อนที่แกจะถูกฉันต่อยตาเขียวจนเครื่องสำอางอะไรก็กลบไม่มิด นอกจากขุดหลุมฝังแกอย่างเดียว ไป๊!!”

เปียรีบลุกฮึดฮัดใส่เย็นแล้ววิ่งหนีไปเพราะรู้ดีว่าขืนอวดดีกับเย็นมีหวังได้ตายจริงๆ แต่พอเข้าห้องนอน

ก็ปิดประตูปัง จิกตาพึมพำ “คิดจะให้ยัยน้อยมันเด่นกว่าฉันเหรอ? ไม่มีทาง!! ยังไง ‘ซีเปีย’ ต้องเด่นที่สุด!!”

ooooooo

ในงาน...บรรดาเพื่อนของคุณหญิงต่างมาแสดงความยินดีและอยากเห็นหนูเอื้อย คุณหญิงบอกว่าหลานตนเปลี่ยนชื่อเป็นเปียแล้ว

บรรดาแขกที่มางานต่างอยากเห็นคนสำคัญของงาน แต่จนเวลาล่วงเลยไปนานก็ไม่เห็นเปียลงมา วณีจึงไปตาม พอวณีเห็นผมของเปียยุ่งเหยิงก็ถามว่าทำไมผมเป็นแบบนี้ เปียชี้หน้าช่างฟ้องว่าทำผมจนตนกลายเป็นป้าไปแล้ว วณีเร่งให้รีบทำผมให้เสร็จแล้วลงไปเพราะแขกผู้ใหญ่รออยู่ แล้วออกจากห้องไป

เปียแย่งไดร์จากช่างไปเป่าผมจนฟูยุ่งแบบสก๊อย ช่างตกใจบอกว่า

“คุณหนูจะทำทรงนี้ไม่ได้นะคะ มันเหมือนสก๊อย ไม่เข้ากับชุดนางฟ้าของคุณหนูเลยค่ะ”

“ก็ฉันชอบ ฉันจะทำมีอะไรรึเปล่า” เปียเอาไดร์ทิ่มใส่หน้าช่างจนผงะ

วณีลงไปที่บริเวณจัดงาน บอกว่าเปียยังแต่งตัวอยู่ อุทัยบ่นว่าแต่งตั้งแต่บ่ายสองจนป่านนี้ยังไม่เสร็จอีกหรือ

“ยัยเปียจะแต่งหน้าจนถึงเวลาพระออกบิณฑบาตแม่ก็ไม่ว่า แต่นี่มีแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้น ให้เขา รออย่างนี้ได้ยังไง!” คุณหญิงไม่พอใจ อุทัยจึงเสนอให้รำอวยพรก่อนเลย มีโชว์อะไรบ้างแขกจะได้ไม่เบื่อ วณีเห็นด้วย

บรรดาช่างได้ยินเสียงเพลงต่างโผล่ไปดู เห็นน้อยกำลังรำอย่างอ่อนช้อยสวยงาม ช่างคนหนึ่งอุทานตื่นเต้นว่า

“นางฟ้านางสวรรค์ที่ไหนมารำอวยพรสวยจัง” อีกคนบอกว่า “สวยจังรำก็สวย ถ้าไม่ใช่นางฟ้าบอกว่าเป็นดาราฉันก็เชื่อ”

เปียทนไม่ได้กระชากพวกช่างออกมาแล้วโผล่ดูแทน เห็นน้อยรำสวยและแขกเหรื่อก็พากันชื่นชมก็ทนไม่ได้แผดเสียงกรี๊ดๆ สติแตก ไล่พวกช่างออกไป พอไม่ทันใจก็จับเหวี่ยงออกไปแล้วปิดประตูปังคำรามตาวาว

“นังน้อย ฉันไม่มีวันให้แกเด่นกว่าฉันเป็นอันขาด ไม่มีวัน!!”

ขณะที่แขกกำลังชื่นชมกับรำอวยพรที่สวยงามของน้อยนั้น เปียก็ปีนหน้าต่างแผดเสียงกรี๊ดๆ ตะโกนลั่น

“ช่วยด้วย...มีคนจะฆ่าเปีย...”

ทุกคนมองไปที่หน้าต่าง เห็นเปียในชุดนอนมีเสื้อคลุมกำลังปีนหน้าต่างแล้วกระโดดลงมาในสระน้ำเหมือนหนีตาย ทุกคนตกตะลึง

อึดใจเดียว เปียก็โผล่พ้นน้ำขึ้นมาอย่างสวยงาม เซ็กซี่ ชุดนอนบางเบาแนบเนื้อโชว์สัดส่วน ทุกสายตายังมองตะลึง เปียแอบยิ้มสะใจที่ขโมยซีนจากน้อยได้ฉมัง!

ขณะที่ทุกคนยังตกใจนั้น เย็นกลับยิ้มอย่างรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเปีย คุณหญิงได้สติร้องบอกให้อุทัยหาผ้ามาคลุมให้เปีย แล้วตัวเองก็ทำท่าจะเป็นลมกับเหตุตื่นเต้นและอายแขกที่มาในงาน

ooooooo

รุ่งขึ้น เมื่อตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสถานที่แล้วไม่พบอะไรเลย เปียสำออยร้องไห้โฮกินปูนร้อนท้องว่าใครๆคงหาว่าตนโกหก

วณีกอดปลอบและตำหนิอุทัยหาว่าคาดคั้นกับเปียทั้งที่ลูกเสียขวัญอยู่แล้ว เปียทำหน้าหวาดกลัวว่าเมื่อตำรวจไม่พบหลักฐานอะไร เมื่อคืนที่ตนเห็นอาจเป็นผีก็ได้ แล้วทำท่ากลัวจนวณีต้องกอดปลอบบอกว่าไม่ต้องกลัวแม่อยู่นี่

“ใช่! แม่เปียไม่ต้องกลัว ผีสางที่ไหนไม่มีหรอก จะมีก็แต่ผีในใจคนเท่านั้นแหละ” คุณหญิงพูดเป็นนัยจนเปียไม่กล้าสบตา

อุทัยถามคุณหญิงขณะเดินคุยกันว่า “คุณแม่หมายความว่ายังไงครับ ผีในใจคน”

“ก็ผีในใจนังเย็นไง แม่ว่านังเย็นมันต้องอยากให้เราขายขี้หน้าแขกเหรื่อแน่ๆ เลยออกอุบายให้แม่เปียทำ อะไรพิเรนทร์อย่างนี้” อุทัยถามว่าโดยให้เปียทำทุเรศ แบบนี้หรือ “ก็ใช่น่ะสิ ยัยเปียไม่ใช่ลูกใช่หลานของมันมันเลยไม่แคร์”

“เย็นไม่ร้ายขนาดนั้นมังครับคุณแม่”

“แกไม่รู้หรอกว่า ความแค้น ความพยาบาทของผู้หญิงมันรุนแรงแค่ไหน แม่ว่าเป็นแผนของนังเย็นที่จะฉีกหน้าเราโดยใช้แม่เปียเป็นเครื่องมือแน่ๆ” คุณหญิงพูดอย่างโกรธแค้นเกลียดชัง แต่อุทัยก็ยังทำหน้าไม่เชื่อ ไม่แน่ใจ...

เมื่ออุทัยเล่าให้วณีฟัง วณีบอกว่าตนไม่คิดอย่างคุณหญิงเพราะถ้าเย็นยังอาฆาตแค้นพยาบาทก็คงไม่เอาลูกมาคืนเรา

“พี่ก็คิดอย่างวณี  แต่พี่ก็นึกไม่ออกจริงๆ  ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนมันคืออะไร?” วณีคาดว่าเปียอาจจะตาฝาด อุทัยติงว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก ถามวณีว่าเห็นข่าวหรือยังแต่ละข่าวที่ออกมาไม่ดีเลย

“ใครจะว่าจะคิดยังไง วณีไม่สนใจหรอกค่ะ แค่ลูกปลอดภัยวณีก็ถือว่าเป็นบุญอย่างที่สุดแล้ว”

เย็นอยู่ที่บ้านพัก บอกน้อยให้อ่านข่าวซุบซิบให้ฟังอีกที น้อยอ่านจากโน้ตบุ๊กให้ฟังว่า

“งานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวคนเดียวของอนุรักษ์ธานิน ราวกับงานเปิดตัวสาวร้อนแห่งปี ทั้งเอ็กซ์เซ็กซี่ยิ่งกว่าสาวใจกล้าถ่ายปฏิทินหน้าร้อนเสียอีก” เย็นฟังแล้วสมน้ำหน้า  น้อยถามว่ารูปน่าเกลียดจะตายสมน้ำหน้าทำไม

“คนอื่นอาจจะมองว่าน่าเกลียด โดยเฉพาะคุณหญิง พ่อแม่ของนังเปียป่านนี้คงจะชักแหง็กๆ แต่สำหรับนังเปีย ถ้ามันทำได้ ฉันว่ามันไรต์ซีดีแจกเพื่อนแว้นมันทั่วประเทศแล้วแหละ” เย็นหัวเราะอย่างสะใจจริงๆ!

ooooooo

คุณหญิงอนุรักษ์ ทั้งโกรธทั้งอายที่เปียทำเรื่องอุบาทว์ ปักใจเชื่อว่าเป็นแผนของเย็น เมื่อเจอเย็นจึงด่าว่าสอนให้เปียทำสิ่งน่าทุเรศเหมือนตัวเอง

เย็นต่อปากต่อคำจนถูกคุณหญิงตรงเข้าขย้ำ จวนรีบวิ่งมาขอร้องคุณหญิง น้อยก็วิ่งเข้ามาปกป้องเย็น กราบขอคุณหญิงอย่าทำน้าเย็นเลย เย็นบอกน้อยอย่าห้ามเลยเพราะการกระทำของคุณหญิงเป็นการประจานตัวเอง เลยถูกคุณหญิงตบจนหน้าหัน

“ถึงคุณหญิงจะตบฉันอีก ฉันก็จะไม่โต้ตอบ แต่จะจำเอาไว้และบอกตัวเอง บอกลูกบอกหลาน อย่าทำกับใครอย่างที่คุณหญิงทำกับฉัน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่คนดีๆเขาทำกันโดย เฉพาะการดูถูกเหยียดหยามมองคนอื่นเหมือนไม่ใช่คน”

คุณหญิงจะเข้าตบเย็นอีก จวนดึงไว้ขอร้องอย่าทำ คุณหญิงเลยด่า “ฉันให้ค่า คนที่มีศักดิ์ศรีความเป็นคนเทียบ เท่ากับฉันเท่านั้น แต่คนอย่างแก ไม่เคยมีศักดิ์ศรีคุณค่าของความเป็นคน แกถึงได้อกตัญญู กินบนเรือนขี้รดหลังคา”

คุณหญิงยังด่าเย็นว่าเป็นคนชั้นต่ำ สันดานต่ำ เย็นได้แต่เก็บกลั้นน้ำตาไหลพราก จนจวนพาคุณหญิงไป น้อยจึงพาเย็นกลับบ้านพัก

ระหว่างเดินกลับ คุณหญิงถามจวนว่าเห็นไหมว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนสันดานของเย็นก็ยังเหมือนเดิม บอกจวนว่า

“ฉันกลัวว่า แม่เปียของฉัน หลานของฉัน จะถอดแบบนังเย็น...ฉันกลัวว่าแม่เปียจะได้สันดานชั่วๆ จากนังเย็น”

ooooooo

สิ่งที่คุณหญิงกลัวกำลังเกิดขึ้นจริงๆ เปียอยู่ในห้องกำลังหัวเราะพอใจกับรูปเซ็กซี่ของตัวเองและไรต์ซีดีแจกเพื่อนแว้นทั่วประเทศ

ระหว่างนั้นโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เปียมองอย่างขัดใจที่ไม่มีใครรับ ลุกกระฟัดกระเฟียดไปรับสาย กระแทกเสียงถามว่าใคร! พอเขาบอกว่าเลอสรรเท่านั้น เปียก็แสยะยิ้มอย่างชิงชัง

เลอสรรโทร.มาเพื่อแสดงความยินดีกับอุทัยและวณีที่ได้ลูกคืนมา แต่พอบอกว่าอยากคุยกับอุทัยและวณีก็ถูกเปียกระชากเสียงใส่ว่าอยากคุยก็โทร.เข้ามือถือสิ เลอสรรบอกว่าโทร.แล้วสายไม่ว่าง ขอให้ช่วยไปบอกอุทัยกับวณีให้ที

เปียไม่ยอมไปตามอุทัยกับวณีให้ ซ้ำพูดจากระโชก โฮกฮากจนเลอสรรถามว่าเธอเป็นใคร เปียย้อนถามว่าแล้วคิดว่าตนเป็นใครล่ะ เขาบอกว่าไม่รู้

“ดีแล้วที่แกไม่รู้” พอวางหูก็เบ้ปากใส่อย่างชิงชัง ส่วนเลอสรรถูกกระแทกหูโทรศัพท์ใส่ก็บ่นไม่พอใจ ว่า

“ต้องเป็นคนงานใหม่แน่ๆ คุณน้ารับคนแบบนี้เข้ามาทำงานได้ยังไง ไม่มีมารยาทเลย”

ทั้งวณีและอุทัยต่างเอ็นดูน้อยที่เรียบร้อยอ่อนหวานและขยันขันแข็ง วันนี้ก็ให้จวนมาเรียกไปกินข้าวที่ตึกใหญ่ แต่น้อยไม่ไปเพราะเย็นไม่ไปด้วย กลับมาเล่าให้เย็นฟัง เย็นยิ้มขำๆ ว่าช่างรู้ใจตนดีนัก

“น้อยเป็นหลานน้าเย็นนี่คะ” น้อยเข้าไปกอดเย็น เย็นกอดตอบพูดเป็นนัยว่า

“ใช่ แกเป็นหลานฉัน ปล่อยให้นังเปียมันเป็นลูกเป็นหลานของคนรวยไปก็แล้วกัน จะได้มีทฤษฎีใหม่ๆ เกิดขึ้นมาบ้าง ลูกหลานของผู้ดีเป็นไพร่ได้เหมือนกัน”

ระหว่างนั่งกันที่โต๊ะอาหารนั่น วณีกับอุทัยต่างบ่นเสียดายที่น้อยไม่ได้มากินด้วย อุทัยถามนมแสว่ามีใครจัดอาหารไปให้น้อยกับเย็นหรือยัง นมแสบอกว่าจวนจัดไปให้แล้ว

อุทัยบอกว่าวันหลังให้น้อยมากินข้าวด้วยกันที่นี่เย็นไม่มาก็ไม่เป็นไร ทำให้เปียไม่พอใจกระแทกช้อนเสียงดังจนวณีถามว่าเป็นอะไร เปียทำเป็นกลั้นน้ำตาลุกเดินไป วณีรีบตามไปดู อุทัยถามตัวเองงงๆว่า “พูดอะไรผิดอีกวะเนี่ย เฮ้อ...”

วณีตามเปียไปที่ห้องถามว่าเป็นอะไร เปียทำเป็นร้องไห้น้อยใจว่าตนนั่งอยู่ที่โต๊ะทั้งคน คุณพ่อมีแต่ถาม ถึงน้อย พูดประชดว่า “ถ้าคุณพ่อไม่อยากได้เปียมาเป็นลูก แต่อยากได้น้อยก็บอก เปียจะไป”

วณีกอดปลอบ เปียเห็นสร้อยเพชรเม็ดงามก็ตาโตชมว่าสร้อยสวยจังเลย วณีเอาใจถามว่าชอบหรือ

“ค่ะ...ชอบที่สุด ตั้งแต่เกิดมาเปียไม่เคยเห็นสร้อยที่สวยขนาดนี้ ยิ่งมาอยู่กับคุณแม่ที่แสนสวยของลูก สร้อยเส้นนี้ยิ่งสวยเข้าไปใหญ่เลย” เปียประจบ วณีบอกว่าถ้าลูกชอบแม่ก็จะให้ “จริงเหรอคะ” เปียตื่นเต้นดีใจจนระงับไม่อยู่เมื่อวณีบอกว่าของเหล่านี้ในที่สุดก็ต้องเป็นของเปียแล้วพาเปียไปเลือกเองจะได้ถูกใจ

ooooooo

เลอสรรโทร.เข้ามือถืออุทัย พอเห็นเบอร์ปลายสาย อุทัยตื่นเต้นมาก รีบเรียกวณีที่จูงมือเปียมาให้คุยกับเลอสรร วณีอยากให้เปียได้คุยกับเลอสรรด้วย

“ใครคะ เปียไม่รู้จัก เปียขอไปดูของที่คุณแม่จะให้เปียก่อนได้ไหมคะ” พูดอ้อนแล้วจูงมือวณีไปเลย

วณีจึงพาเปียไปเลือกของตามที่บอกไว้ ฝากอุทัยให้บอกเลอสรรว่าวันหลังค่อยคุยกัน อุทัยได้แต่ถอนใจที่นับแต่เปียเข้ามาอยู่ในบ้านอะไรต่ออะไรก็เปลี่ยนแปลงไปหมด แม้แต่วณีก็เฝ้าแต่เอาใจเปียจนเกือบมีปากเสียงกันหลายครั้ง

ส่วนเลอสรรดีใจที่ได้น้องคืน จินตนาการว่าน้องต้องน่ารักมากแน่เลย คิดอยากจะไปเซอร์ไพรส์น้องเล่น

คืนนี้ อุทัยลงไปเดินเล่น เจอเย็นโดยไม่ตั้งใจต่างก็ชะงัก อุทัยถามว่าเธอคงไม่ได้มาดักเจอตนใช่ไหม เย็นถามว่าเพื่ออะไร? เพราะหัวใจของตนมันตายไปนานแล้ว อุทัยบอกว่าไม่อยากให้เธอคิดแย่ขนาดนั้น

“ไม่มีอะไรที่แย่เกินไปกว่า ‘ความจริง’ หรอกค่ะ แต่คุณไม่ต้องห่วง ถ้าหัวใจของใครมันตายไปแล้ว มีเพียงสองวิธีเท่านั้นที่จะบันดาลให้มันฟื้นขึ้นมาได้” พูดแล้วเย็นเดินเลยไป

อุทัยถามงงๆ ว่าอะไร เย็นไม่ได้หันมาแต่คำรามในใจว่า

“หนึ่ง ความรักและสอง ‘ความแค้น’ และสำหรับฉัน ความรักมันตายไปแล้ว เหลือแต่ความแค้นค่ะคุณอุทัย”

แต่อุทัยไม่รู้ เห็นเย็นเดินไปไม่สนใจก็บ่นหงุดหงิดก่อนเดินเข้าบ้านว่า “พูดไม่จบแล้วจะพูดทำไม”

นมแสมาเห็นทั้งสองพบกันแต่ไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกัน กลับไปบอกคุณหญิง คุณหญิงด่าทันที

“นังเย็นนี่มันไว้ใจไม่ได้จริงๆ นมแสจับตามองมันเอาไว้อย่าให้คลาดสายตา ถ้ามันทำอะไรไม่ชอบมาพากลรีบมาบอกฉันให้เร็วที่สุด”

ooooooo

เปียเห่อเหิมหลงใหลทั้งของใช้ราคาแพงโดย เฉพาะเครื่องเพชรพลอยที่ได้จากวณี เมื่อเข้าห้องก็หยิบโน่นหยิบนี่มาใส่มาทาบ พูดเหมือนเพ้อ...

“ทุกอย่าง...มันจะเป็นของเรา...ทุกอย่างมันต้องเป็นของเรา...” เอามาทาบมาใส่ ลุกส่องกระจกบอกกับตัวเองว่า “ฉันจะอยู่ที่นี่ไปจนตาย ส่วนแก! แกก็อยู่กับน้าเย็นไปจนตายแล้วกันนังน้อย!!”

แต่น้อยอยู่อย่างเสงี่ยมเจียมตัวขยันขันแข็ง วันนี้น้อยไปเดินเก็บใบไม้ใส่ถังขยะ อุทัยขับรถมาเจอ จอดยิ้มทัก

“อ้าว...หนูน้อย มาเก็บใบไม้ทำไม” น้อยบอกว่ามันร่วงดูรกเลยเดินเก็บ “ไม่ต้อง...เดี๋ยวคนสวนมาทำ แดดร้อนมากเข้าข้างในดีกว่า”

ทั้งอุทัยและวณีพาน้อยเข้ามานั่งเล่นในบ้าน และหาของกินเล่นมาให้น้อยกิน วณีพูดอย่างเอ็นดูน้อยว่าในฐานะน้อยเป็นสมาชิกของที่นี่ขอมอบสร้อยเพชรเส้นนี้ให้ วณีเปิดกล่องเพชรให้น้อยดู น้อยทั้งดีใจและตกใจ แต่เป็นจังหวะที่เปียใส่เครื่องเพชรประโคมมาเต็มตัวเดินมาอวด เปียเห็นเข้าถึงกับมองตาขวางทันที อุทัยเห็นเลยพูดให้รู้ว่า

“หนูน้อยเป็นเด็กดี คุณแม่เลยให้รางวัลหนูน้อย เปียมีอะไรไหมลูก”

เปียไม่กล้าแผลงฤทธิ์ แสร้งทำเป็นบอกว่าตนแต่งชุดใหม่มาอวดคุณแม่ ถามวณีว่า “น่ารักไหมคะคุณแม่”

วณีหันไปทั้งกอดทั้งหอมชมเปียว่าน่ารักมาก เปียทำเป็นเพิ่งเห็นสร้อยเพชรของน้อย ทำตาโตทักว่า

สวยมากสวยกว่าของตนอีก น้อยเกรงใจจะถอดให้ อุทัยรีบบอกว่าไม่ต้องเพราะคุณแม่ให้เปียไปเยอะแล้วอันนี้ให้น้อยเก็บไว้

ทั้งวณีและอุทัยบอกให้น้อยเก็บไว้ น้อยกราบขอบคุณอย่างเกรงใจแล้วขออนุญาตกลับ อุทัยบอกอย่างเอ็นดูว่าให้มาเที่ยวบ่อยๆ วณีก็ชมว่าหนูน้อยนี่น่ารักจริงๆเลย

เปียจิกตามองน้อยแล้วทำฉอเลาะเรียกความสนใจจากอุทัยและวณี

“คุณแม่ขา...ตะกี๊เปียเข้าไปเอากระเป๋าในห้องของคุณแม่มาดู แต่จัดยังไงมันก็ไม่สวย ไม่เป๊ะเหมือนคุณแม่ คุณแม่ไปดูหน่อยสิคะ” วณีบอกว่าไว้ค่อยไปดูก็ได้แค่กระเป๋าเท่านั้นเอง “ไม่ได้ค่ะ เปียเปิดประตูห้องทิ้งไว้ ถ้าใครแอบเข้าไปในห้องคุณแม่ ขโมยเอาสร้อยเอาเพชรไปแย่แน่ๆเลยค่ะ”

อุทัยถามเชิงตำหนิว่าทำไมไม่ระวังเลย

“เปียนึกว่าคุณแม่จะเดินไปดูเลยไม่ได้ปิดประตูน่ะค่ะ” เปียทำเป็นหน้าเสีย วณีรีบปกป้องว่าอย่าดุลูกเลยบ้านเราไม่มีขโมยที่ไหนหรอก เปียอ้อนว่า “ถ้าทำให้คุณพ่อไม่พอใจ เปียขอโทษนะคะ” เปียยกมือไหว้ลวกๆ แล้วออกไปเลย

แต่เมื่อวณีเดินไปดูที่ห้องเห็นประตูปิดอยู่ เข้าไปดูในห้องกระเป๋าทุกใบก็อยู่ในตู้เรียบร้อย วณีพึมพำงงๆ

“กระเป๋าก็อยู่เรียบร้อยดี เอ๊ะ...แล้วทำไมตะกี๊ลูกถึงพูดอย่างนั้น”

ooooooo

เปียทำเป็นเสียใจเดินปึ่งไป แต่ที่แท้รีบไปดักเอาสร้อยเพชรคืนจากน้อย เกิดโต้เถียงกันเพราะน้อยอ้างว่าวณีให้ตนแต่เปียอ้างว่าเมื่อกี๊น้อยบอกจะคืนให้ตน

น้อยฉุนบอกว่าถ้าเปียขอดีๆ ก็จะให้ แต่นี่มาจิกหัวเรียกกัน เปียยื่นหน้าไปถามว่าทำไมจะจิกหัวเรียกไม่ได้ น้อยโต้ว่าตนไม่ใช่คนใช้ของเปีย เปียเลยไล่ตะเพิด พอน้อยก้าวเดินเปียก็ขัดขาน้อยจนล้ม เปียหัวเราะชอบใจ อุทัยมาเห็นพอดีรีบเข้าประคองน้อยถามว่าเจ็บมากไหม หันถามเปียดุๆว่า

“เปีย ทำไมทำอย่างนี้!” เปียทำหน้าตายถามว่าทำอะไร “ยังจะกล้ามาถามพ่ออีก พ่อเห็นนะว่าเปียแกล้งน้อย”

เมื่อถูกจับได้คาตาเช่นนี้ เปียแผดเสียงโวยวายว่าถูกอุทัยหาเรื่องใส่ร้ายตน วณีได้ยินเสียงโวยวายของเปียรีบวิ่งมา พอมาถึงก็โอ๋เปียทันที อุทัยบอกว่า

“พี่เห็นกับตา เปียแกล้งน้อย ลูกโกหก”

น้อยหน้าซีดเผือดเมื่อกลายเป็นเรื่องใหญ่โต เย็นชะเง้อมองหาน้อยเพราะหายไปนาน กลับเห็นเปียร้องไห้วิ่งมาถอดรองเท้าขว้างไปในสระข้างหนึ่ง อีกข้างปาลงพื้นตะเบ็งเสียงอย่างอาฆาต

“แล้วคุณพ่อคุณแม่จะเสียใจ ที่ทำกับเปียอย่างนี้!”

เย็นตะโกนเรียกเปีย ถูกเปียแผดเสียงใส่ “ไม่ต้องมายุ่ง!” พลางวิ่งไป

“นังเปีย!!” เย็นมองเปียนึกอะไรได้ ยิ้มร้ายพึมพำ “คุณหนูเปียต้องแผลงฤทธิ์อะไรแน่ๆ” แล้วเย็นก็เดินมุ่งไปที่บ้านอุทัย

เปียวิ่งอ้อมไปในสวน เจอประวิทย์เด็กหนุ่มวัย 18 หลานห่างๆของวณีหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินมาพอดี เปียผลักประวิทย์จนเซล้ม แต่ตัวเองสะดุดขาประวิทย์ล้มเกือบทับเขา ประวิทย์จับเปียไว้ถาม

“คุณร้องไห้...เป็นอะไร”

เปียมองประวิทย์เต็มตา เห็นความหล่อของเขาถึงกับหยุดร้องไห้เป็นปลิดทิ้ง ตาเป็นประกายวิบวับทันที

ประวิทย์เห็นแววตาระริกของเปียถึงกับเขิน

ooooooo

อุทัยกับวณีพาน้อยไปทายาให้ น้อยเกรงใจขอทาเอง วณีจึงให้นมแสทาให้ อุทัยขอโทษน้อยแทนเปีย น้อยรีบบอกว่าเปียไม่ได้ทำอะไรตน

วณีได้ทีบ่นอุทัยว่าน้อยไม่ได้ทำอะไร เขาดุเปียจนเสียใจวิ่งไปไหนแล้วก็ไม่รู้ อุทัยมองน้อยงงๆ เพราะตนเห็นกับตาว่าเปียแกล้งน้อยจริงๆ เย็นเดินเข้ามาพอดีถามน้อยว่าถูกเปียแกล้งหรือ น้อยบอกว่าไม่ได้แกล้ง อุทัยก็ยังยืนยันว่าตนเห็นกับตาว่าเปียแกล้งน้อย

วณีถามอุทัยว่าถ้าเปียแกล้งน้อยจริงๆ แล้วน้อยจะโกหกทำไม เย็นเห็นด้วยกับวณี หาว่าอุทัยปรักปรำเปีย ตนเห็นเปียวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปไหนแล้วก็ไม่รู้ อุทัยจึงบอกให้นมแสรีบไปตาม

เปียสำออยทำเป็นเจ็บมากจนประวิทย์ต้องประคองพากลับ หวานเห็นเข้าตาโตพึมพำว่าเปียมากับประวิทย์ได้ยังไง?

ประวิทย์ประคองเปียมานั่งที่เก้าอี้สนามอย่างรู้สึกผิด ขอโทษและเอายาหม่องจากกระเป๋าออกมานวดให้ เปียยิ่งสำออยทำเป็นเจ็บปวดมากเพื่อประวิทย์จะได้นวดให้นานๆ ทำเป็นขำว่าประวิทย์พกยาหม่องเหมือนคนแก่
“แม่ผมเป็นห่วง เวลาเดินทางแม่ให้ผมพกติดตัว

ไว้เสมอ” เปียสนใจจี้ถามว่าแม่เขาเป็นใคร และอยู่ที่นี่หรือ? “ครับ ผมอยู่ที่นี่ คุณวณีท่านรู้จักกับแม่ผม ท่านเลยเมตตาให้ผมอยู่ที่นี่ ส่งเรียนด้วย แล้วคุณล่ะเป็นใคร ผมไม่เคยเห็นเลย”

“ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่ออุทัยกับคุณแม่วณี”

ประวิทย์มองเปียตกใจ งงและคาดไม่ถึงหวานแจ้นกลับไปที่ครัวกำลังจะเล่าเรื่องเปียกับประวิทย์ ก็พอดีนมแสเดินมาถามว่าใครเห็นหนูเปียบ้าง หวานชี้ไปในสวน ทุกคนมองไปเห็นประวิทย์กำลังนวดเท้าให้เปียอยู่ ต่างมองงงๆ ช้อยโพล่งขึ้นว่า

“คุณหนูเปียไปรู้จักมักจี่กับประวิทย์ตั้งแต่เมื่อไหร่??”

ไม่มีใครตอบได้ มีแต่สายตาที่มองเปียอย่างระอา นมแสเองก็มองอย่างหนักใจ

ooooooo

วณีเป็นห่วงเปีย คอยนมแสก็ไม่มาสักที ทั้งวณีและอุทัยจึงออกเดินหา ไปถึงสระน้ำเห็นรองเท้าของเปียข้างหนึ่งหล่นอยู่ข้างสระ มองไปในสระเห็นอีกข้างลอยอยู่ ต่างตกใจนึกว่าเปียกระโดดสระน้ำ วณีถึงกับร้องไห้โฮ อุทัยสั่งนายเอิบให้ลงไปดูในสระ นายเอิบกำลังงงๆ อุทัยเร่ง “ลงไปดูเร็วเอิบ ลูกฉันจมน้ำตายรึเปล่า”

“คุณคะ เจอหนูเปียแล้วค่ะ” นมแสวิ่งเข้ามาบอก ทั้งวณีและอุทัยต่างโล่งใจถามว่าเปียอยู่ไหน

อุทัยกับวณีไปเจอเปียกำลังอ้อนประวิทย์ว่าเดินไม่ไหวจะให้เขาอุ้มไป พอเห็นวณีกับอุทัยมาก็หน้าเสีย เมื่อกลับเข้าบ้านอุทัยตำหนิเปียอย่างไม่พอใจว่า

“พ่อไม่เข้าใจ เปียไม่เคยรู้จักประวิทย์แล้วไปทำท่าอะไรอย่างนั้นกับเขาได้ยังไง” เปียอ้างว่าตนหกล้มเท้าเจ็บเดินไม่ไหว อุทัยถามว่า “เดินไม่ไหวแล้วทำไมตอนนี้ถึงเดินได้”

เปียเถียงไม่ออกเลยโผเข้ากอดอ้อนวณี วณีบ่นอุทัยว่าดุลูกจนเสียขวัญหมดแล้ว

อุทัยเสียงดังว่าลูกเสียขวัญแต่ตนเสียใจ บ่นเปียว่าทำตัวไม่น่ารักไม่พอยังแกล้งทำเป็นจมน้ำตายให้พ่อแม่ตกใจด้วย เปียเถียงว่าตนไม่ได้ทำ อุทัยถามว่าแล้วที่รองเท้าข้างหนึ่งอยู่ริมสระอีกข้างลอยอยู่ในสระหมายความว่าอย่างไร เปียพูดไม่ออก

“พ่อผิดหวังในตัวลูกมากจริงๆ” พูดแล้วอุทัยเดินไปเลย

เปียโผกอดวณีร้องไห้โฮอ้อนว่า “คุณพ่อโกรธเปีย คุณแม่ช่วยเปียด้วย ช่วยเปียด้วย”

วณีกอดปลอบเปีย ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจอุทัย เมื่อเจอกันอีกทีก็บอกอุทัยว่าเปียไม่ได้แกล้งแต่ตกใจที่เจองูเลยวิ่งหนีจนรองเท้าหลุดกระเด็นไม่รู้ตัว อุทัยไม่เชื่อว่าแค่เจองูเปียจะตกใจจนสติแตกขนาดนั้น บอกว่าตนไม่เชื่อเลยตั้งแต่ที่เปียโกหกว่าไม่ได้แกล้งน้อย วณีโต้ว่าลูกบอกแล้วว่าไม่ได้แกล้ง ลูกไม่ได้โกหก!

“แต่ตอนนี้ ทั้งลูก ทั้งหนูน้อยต่างโกหกเรา จนพี่งงไปหมดแล้ว” อุทัยเสียงดัง พอรู้สึกตัวก็ลดเสียงลงว่า “โอเค ลูกอาจโกหกเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด แต่พี่ไม่เข้าใจ หนูน้อยจะโกหกพี่ทำไม ในเมื่อพี่เห็นกับตา”

อุทัยหงุดหงิดมาก วณีเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันเลยต่างคนต่างเงียบไป

ooooooo

เย็นถามน้อยว่าถูกเปียแกล้งอะไรไหม น้อยบอกว่าแกล้งขัดขาจนตนล้ม เย็นถามว่าแล้วทำไมไม่บอกอุทัย?

“น้อยไม่อยากให้คุณอุทัยโกรธเปีย ที่สำคัญ

น้าเย็นก็รู้ เปียเป็นคนอาฆาตพยาบาทแรงจะตาย ถ้าเขารู้ว่าน้อยบอกคุณอุทัย เปียต้องฆ่าน้อยตายแน่เลย”

เย็นหัวเราะขำที่น้อยดูเปียออก เห็นสร้อยเพชรที่คอถามว่าเอามาจากไหน พอน้อยบอกว่าวณีให้ เย็นร้องอ๋อทันทีว่ารู้แล้วว่าทำไมเปียถึงแกล้งน้อย สั่งน้อยให้ถอดสร้อยให้ตน น้อยขอใส่บอกว่าในชีวิตยังไม่เคยได้อะไรที่มีค่าอย่างนี้

“ฉันบอกให้ถอดออกมา แกกลัวฉันจะเอาของแกรึไง ฉันไม่เอาหรอก ถอดออกมา! นอกเสียจากว่าแกอยากจะให้นังเปียมันฆ่าแก” น้อยกลัวเลยรีบถอดให้ “ฉันจะเก็บไว้ให้ ถ้านังเปียมันอยากได้บอกให้มันมาเอากับฉัน” ขู่น้อยว่า “แกได้ของมีค่าจากคุณอุทัยคุณวณีขนาดนี้ นังเปียมันไม่เก็บแกไว้หรอก”

เย็นพูดไม่ผิด เพราะเปียกำลังอาละวาดอยู่ในห้อง ปาข้าวของระบายอารมณ์ จิกตาคำราม

“แกล้งนังน้อยแค่นี้ มันจะอะไรกันนักกันหนา ประเดี๋ยวก็ฆ่าตายหรอก...หรือว่า...ไม่ได้... เราต้องทำให้คุณแม่สนใจเราให้ได้” เปียยิ้มร้ายอย่างมีแผน

รุ่งขึ้นเปียไม่ลงไปกินข้าวเช้า แต่แอ๊บถ่ายรูปตัวเองในท่าต่างๆบนเตียง แล้วอัพเฟซให้แก๊งเพื่อนแว้น

วณีเป็นห่วงขึ้นมาดูที่ห้อง เปียแกล้งทำเป็นป่วยแต่พอวณีจะพาไปหาหมอก็กลัวความแตก บอกวณีว่าตนไม่ได้เป็นอะไร ทำเป็นรู้ว่าเดี๋ยวเอาน้ำมะพร้าวล้างหน้าก็คงหาย บอกวณีให้ช่วยหาน้ำมะพร้าวให้หน่อย

วณียิ้มเจื่อนติงว่าคงเป็นน้ำส้มกระมัง ดื่มน้ำส้มจะช่วยลดไข้ได้ เปียแกล้งยิ้มน่าเอ็นดู  ทำเป็นเด็กไร้เดียงสา

อุทัยโทรศัพท์บอกเลอสรรว่ามีเรื่องปวดหัวและพอดีอีกสองสามวันต้องไปทำธุระที่อเมริกาด้วยเลยจะแวะไปหาเขา เลอสรรบอกว่าตนกำลังคิดจะกลับไปดูหน้าน้องและแสดงความยินดีด้วย บอกอุทัยว่าอย่าเพิ่งบอกวณีเพราะอยากไปเซอร์ไพรส์ อุทัยรับปาก แต่พอวางสายก็พึมพำหนักใจ

“ได้เซอร์ไพรส์แน่ๆตาเลอ ที่ลูกสาวน้าท่าทางเหมือนสก๊อยไม่มีผิด!”

ooooooo

บรรดาพวกที่อยู่ในครัวยังแอบเม้าท์กันไม่เลิกเรื่องเปียอ่อยประวิทย์อย่างน่าเกลียด มีแต่จวนคนเดียวที่แก้ต่างให้เปียว่า

“ไม่เห็นจะมีอะไร แค่คุณหนูเปียเป็นคนไม่ถือตัว”

หวานฉอดๆว่านิสัยเปียเหมือนเย็นไม่มีผิด ไวไฟให้ท่าผู้ชายตลอด ช้อยก็แปลกใจว่า เปียไม่ได้เชื้อผู้ดีจากอุทัยกับวณีมาบ้างเลยหรือ  เห็นทำอะไรแต่ละอย่างได้แต่ร้องเฮ้อกันจริงๆ

คุณหญิงมาได้ยินเข้าพอดี กลับไปถามวณีว่าที่พวกในครัวพูดกันเป็นเรื่องจริงหรือ วณีไม่กล้าตอบคุณหญิงหันไปถามอุทัย อุทัยได้แต่ขอโทษบอกว่าตนก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าลูกจะไม่ระวังตัวถึงขนาดนั้น รับปากว่าจะกำชับเปียให้มากขึ้น

“ดี แม่บอกตามตรง แม่สังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ กลัวจะมีเรื่องเดือดร้อนวุ่นวายเกิดขึ้นในบ้าน โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องหนูเปียกับผู้ชาย แม่รับไม่ได้จริงๆ” วณีติงว่าเปียไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ “ว่าได้หรือแม่วณี หูตาหนูเปียน่ะแพรวพราวถอดแบบนังเย็นมาเลยล่ะ”

เปียไปรินน้ำส้มคั้นในครัวทำหกเลอะเทอะก็ไม่สนใจ ถือแก้วน้ำส้มเดินดื่มมาได้ยินเข้าตาวาวขึ้นมาทันที แต่แสร้งร้องไห้เข้าไปตัดพ้อว่า “คุณย่าด่าเปีย...คุณย่าด่าเปีย...” เปียบีบน้ำตาตีโพยตีพายจนวณีต้องกอดปลอบตามเคย อุทัยก็ปลอบว่าคุณย่าแค่เข้าใจผิดเท่านั้นเอง เปียเล่นละครต่อหันไปไหว้คุณหญิง

“เปียกราบขอโทษนะคะถ้าทำให้คุณย่าไม่สบายใจ กับคุณประวิทย์เปียแค่คิดว่าเขากับเปียเหมือนกัน เปียไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนอาศัย เปียไม่ใช่คนที่รังเกียจคนค่ะ”

“จ้ะๆ แม่เปีย ที่ย่าพูดเพราะย่าเป็นห่วง เอาเป็นว่าต่อไปก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน ใครๆเขาจะได้ไม่นินทาเอาได้”คุณหญิงตัดบทอย่างรำคาญใจแล้วลุกไป เปียแอบจิกตามตาวาว!

เปียไปอาละวาดในห้องครัวขณะทุกคนกำลังกินข้าว ถามว่าใครปากเสียเอาตนไปนินทา ทุกคนตกใจบอกว่าไม่มี

เปียถามว่าไม่มีแล้วคุณย่าจะด่าตนได้ยังไง ทุกคนเงียบกริบ เปียเข้าไปหยิบถ้วยแกงสาดใส่ทุกคนปรามว่า

“นี่แค่สั่งสอน ถ้าต่อไปฉันได้ยินว่าใครมันปากเสียเอาฉันไปนินทา ฉันจัดการพวกแกขั้นเด็ดขาดแน่” พูดแล้วปาถ้วยแกงใส่กลางวงข้าวก่อนเดินออกไป ทุกคนมองตามใจหายใจคว่ำ หวานเท้าความอย่างสยองว่า

“ตอนนั้นนังเย็นมันก็ให้ฉันกินน้ำพริกทางจมูก นี่คุณหนูเปียก็ให้ฉันกินน้ำแกงราดหน้า ทำไมนังเย็นกับคุณหนูเปียมันเหมือนกันอย่างนี้วะ?”

จวนเล่าให้เย็นฟังบอกเย็นให้ช่วยเตือนเปียด้วย เย็นย้อนถามว่าทำไมต้องเป็นตน ตนไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ของเปียสักหน่อย จวนฉุนสวนไปว่าเย็นเป็นคนขโมยคุณหนูไปเลี้ยงก็ต้องรับผิดชอบ

“พี่จวนพูดตลก!! ของอย่างนี้มันอยู่ที่ ‘สันดาน’ ผู้ดีต่อให้อยู่ที่ไหนก็ย่อมเป็น ‘ผู้ดี’ นอกเสียจาก...ผู้ดีจอมปลอมมีโอกาสก็ฉกฉวยทำร้ายคนอื่น”

“ถ้าเย็นจะหมายถึงสิ่งที่คุณอุทัยทำกับเย็น พี่จำได้ว่า พี่เคยพูดเรื่องนี้กับเย็นมาหลายครั้งแล้วไม่มีใครทำร้ายเราได้นอกเสียจากเราเปิดประตูให้เขาเดินเข้ามาทำร้ายเราเอง พี่เคยหวังดีกับเย็นยังไง มาถึงตอนนี้พี่ก็ยังหวังดีกับเย็นอย่างนั้น พี่ไม่อยากให้ใครมาด่าให้พี่ฟังว่า ที่คุณหนูเปียนิสัยไม่ดีเป็นเพราะเย็น”

คืนนี้เอง น้อยเอาน้ำผักมาให้เย็นบอกให้ดื่มจะได้สดชื่น น้อยชวนเย็นกลับไปอยู่บ้านเราดีกว่าตนหาที่เรียนเอาแถวบ้านก็ได้ เย็นมองหน้าถามว่าไม่ชอบที่นี่หรือ น้อยบอกว่าชอบและอุทัยกับวณีก็เอ็นดูตนมากแต่เห็นเย็นมาอยู่ที่นี่แล้วหน้าเศร้าลงทุกวัน เย็นปั้นหัวเราะบอกว่าหน้าเศร้าเพราะเป็นห่วงน้อยถูกเปียหาเรื่องต่างหาก

น้อยบอกว่าถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ตนจะอยู่ห่างๆเปียไว้ เสนอว่าอยากตอบแทนบุญคุณอุทัยกับวณีขอขึ้นไปรับใช้ข้างบนได้ไหม เย็นตามใจแต่ระวังตัวด้วยเพราะขึ้นไปอยู่ใกล้พ่อแม่เปีย เปียจะอิจฉาเอา

น้อยถามว่าจะอิจฉาตนทำไม ตนเป็นเพียงผู้อาศัย เย็นตอบปัดไปว่า “ก็ไม่รู้สินะ” ทำให้น้อยยิ่งงง

ooooooo

เปียเจ้าเล่ห์อ้อนวณีว่าตนไม่สบายใจที่ถูกคุณย่าด่าเรื่องประวิทย์ อายจนอยากหนีไปอยู่ไกลๆ วณีสงสารบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราไปเที่ยวเมืองนอกกันสักระยะดีไหม

เปียดีใจอ้อนว่าเราไปกันทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก อ้อนอุทัยที่เดิมทีจะไม่ไปจนต้องไปด้วย

น้อยขึ้นไปรับใช้อุทัยกับวณีข้างบน เปียฉวยโอกาสใช้น้อยให้ทำความสะอาดให้หมดทั้งบ้าน เสร็จแล้วก็ให้เอาเสื้อผ้าของตนไปซักรีดให้ด้วย วณีบอกน้อยว่ารบกวนทำห้องนี้ให้ด้วย พลางเดินนำไปที่ห้องพักของเลอสรร ทำเตรียมไว้เผื่อจู่ๆเลอสรรกลับมาจะได้
ไม่ฉุกละหุก

นับแต่วันนั้นประวิทย์ยังไม่กล้าไปกราบคุณหญิง อุทัยและวณีเพราะรู้สึกผิดและละอายเรื่องเปีย จนจวนบอกว่าถ้าเราบริสุทธิ์ใจก็เชื่อว่าคุณๆก็ต้องเข้าใจ แนะประวิทย์ว่าให้ผ่าข้าวหลามเอาไปฝากและกราบสวัสดีด้วยเลย

ประวิทย์เดินกลับไปที่บ้านพักตัวเองเพื่อผ่าข้าวหลามตามคำแนะนำของจวน

ระหว่างนั้น เปียที่กำลังจัดเสื้อผ้าเตรียมไปเที่ยวฮ่องกงเห็นประวิทย์เดินผ่านไปก็เก็บเสื้อผ้าแต่งตัวเซ็กซี่รีบลงไปแต่ไม่เห็นประวิทย์แล้ว จึงถามหวานว่าบ้านประวิทย์อยู่ไหน พอหวานชี้ให้ก็เดินลิ่วไปทันที ไม่ลืมขู่หวานว่า

“แล้วก็หุบปากเพราะถ้าแกไม่หุบ ต่อไปแกจะไม่มีปากให้พูดอีกต่อไป!”

ooooooo

ระหว่างที่อุทัยกับวณีนั่งรถไปทำงานนั้น ก็ได้รับไลน์จากเลอสรรที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่บอกว่ากำลังจะถึงบ้านแล้วอยากเห็นหน้าน้องมาก

วณีปรารภว่าตนก็อยากให้เลอสรรเห็นเปีย แต่เสียดายที่เปียไม่อยากเห็นเลอสรรเลย

“แต่ถ้ารู้ว่ามีพี่ชายหล่อขนาดนี้ ยัยเปียอาจจะเปลี่ยนใจ” อุทัยพูดยิ้มๆ วณีเห็นด้วย ต่างยิ้มอย่างมีความสุข

น้อยทำความสะอาดห้องเลอสรร เปียผ่านมาเห็นเข้าไปบอกว่าไม่ต้องทำแล้วเพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่แล้วไล่น้อยให้กลับไปเสียแล้วอย่ามาเหยียบบ้านนี้อีก เมื่อน้อยออกไปไม่ทันใจ เปียก็แกล้งเดินกระแทกน้อยล้มจนขาเจ็บ น้อยพยายามเดินกลับไปแต่ก้าวลงบันไดพลาดตกลงไป เลอสรรมาถึงพอดีเขารีบเข้าไปดู

พอน้อยเงยหน้าขึ้น เลอสรรอุทาน “คุณน้อย” น้อยแปลกใจที่เลอสรรรู้จักชื่อตน เลอสรรกลบเกลื่อนว่าเพราะเห็นตัวเธอเล็กๆ เลยเรียกน้อยไปโดยอัตโนมัติ น้อยถามว่าแล้วเขาชื่ออะไร

เมื่อเลอสรรบอกชื่อตัวเอง น้อยพึมพำว่าเป็นพี่ของเปีย เลอสรรถามว่าลูกของคุณน้าชื่อเปียหรือ เขาหน้าเสียเมื่อจำได้ว่าเคยเจอเปียขณะตนเล่นเป็นขอทานในละครของเพื่อน และเจอเปียอีกครั้งที่ไปเป็นพริตตี้!

ooooooo

เปียเดินอ้าวไปที่บ้านประวิทย์ เจอกำลังผ่าข้าวหลามอยู่ก็ตรงเข้าไปอ่อย ยั่ว หวานกับช้อยตามมาแอบดู เห็นเปียยั่วยวนประวิทย์ก็ทนดูไม่ได้วิ่งไปบอกคุณหญิง

คุณหญิงโกรธมากเดินคำรามมาว่าถ้าประวิทย์ทำอะไรหลานตนจะฆ่าให้ตายเลย เดินอ้าวไปที่บ้านประวิทย์ ทำเอาหวานกับช้อยหน้าซีดเพราะถ้าเปียรู้ว่าตนเป็นคนบอกคุณหญิงมีหวังได้ตายแน่ๆ

เปียอ่อยประวิทย์จนเด็กหนุ่มประหม่า เปียขอชิมข้าวหลามแล้วหยิบกินเลย ชมว่าข้าวหลามของประวิทย์อร่อยที่สุดเลย ประวิทย์บอกเขินๆว่า “ผมไม่ได้ทำเองหรอกครับคุณหนู มีคนเอามาฝากคุณท่าน ผมมีหน้าที่ผ่าเท่านั้นเอง”

“แต่ถ้าประวิทย์ไม่ได้เป็นคนผ่าก็ไม่อร่อย” เปียหวานใส่เต็มที่ เป็นจังหวะที่คุณหญิงมาถึงพอดี ได้ยินเสียงเปียแว่วมาว่า “สำหรับเปีย ยังไงข้าวหลามของประวิทย์ก็อร่อยที่สุดในโลก” คุณหญิงโกรธจัดสะดุดบางอย่างถลาไปล้มตรงกองข้าวหลามพอดี เปียกับประวิทย์ตกใจมองตาค้าง ส่วนหวานกับช้อยหน้าซีดเผือดนึกว่าตนต้องตายแน่ๆแล้ว

น้อยลุกขึ้นขอบคุณเลอสรรที่ช่วยตน เมื่อแยกกัน เย็นเห็นเลอสรรถามน้อยว่านั่นใคร น้อยบอกว่าคุณเลอสรรลูกของอุทัยกับวณีพี่ชายของเปีย

เย็นงงๆ พอนึกได้ก็หัวเราะร่า น้อยถามว่าหัวเราะทำไม เย็นพูดไปหัวเราะไปว่า

“ขำ...มีพี่ชายหล่อขนาดนี้ แกว่านังเปียมันจะรักเหมือนพี่ชายเหรอ?” แล้วทำเสียงเย้ยหยัน “คุณอุทัย คุณวณีขา...งานนี้แซ่บเว่อร์ค้า...” แล้วระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มังกร” หลอนหนัก ฝันถึงสาวสไบชุดแดงเรียกหา!
9 ธ.ค. 2562

17:03 น.